เมื่อฉันโตขึ้น: เป๊ปป้าพิกกับตำรวจ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
511 คำ 147 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ชั้นเรียนของเป๊ปป้าได้ต้อนรับตำรวจสองนายที่เปลี่ยนบทเรียนความปลอดภัยในการขี่จักรยานให้เป็นการฝึกสนุก ๆ พร้อมกระดิ่ง เบรก การสื่อสารทางวิทยุ และคำเตือนท้ายเรื่องให้คอยระวังรอบตัว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. suppose you're riding your bike along — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: คุณจะรู้ว่า suppose ใช้เปิดสถานการณ์สมมติในคำอธิบาย ทำให้เข้าใจว่าผู้พูดกำลังให้เด็ก ๆ คิดล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรก่อนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง 2. read me? — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: คุณจะเข้าใจว่า read me? ในการคุยทางวิทยุหมายถึง “ได้ยินฉันไหม” ไม่ใช่การอ่านตัวหนังสือ และสังเกตได้ว่า Over ทำให้บทสนทนาดูเป็นสไตล์วิทยุตำรวจ 3. work is never done. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเห็นว่าวลีนี้ใช้สรุปอย่างขำ ๆ ว่างานยังมีต่อไม่จบ จึงเข้าใจมุกตอนตำรวจจะกลับแล้วแต่ยังเจอปัญหาความปลอดภัยอีกอย่างหนึ่ง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The police.

0:04

ตำรวจ

Peppa and her friends have brought their bikes to playgroup. โน้ต

0:06

เปปป้าและเพื่อนๆ เอารถจักรยานมาที่โรงเรียนอนุบาล

ไวยากรณ์

have brought their bikes to: การกระทำที่เสร็จแล้วและผลในปัจจุบัน

present perfect ใน have brought แสดงว่าการนำจักรยานมาเสร็จสิ้นแล้ว และผลของการกระทำนั้นยังสำคัญในตอนนี้ คือจักรยานอยู่ที่กลุ่มกิจกรรมเด็กเล็กและพร้อมใช้งานที่นั่น ในช่วงเปิดเรื่อง tense นี้เชื่อมการกระทำที่เกิดก่อนหน้ากับสถานการณ์ที่กำลังแสดงอยู่ตอนนี้ ไม่ได้เพียงวางเหตุการณ์ไว้ในช่วงเวลาอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

หมวกกันน็อกถูกนำมาก่อนหน้านี้ และผู้พูดกำลังชี้ให้เห็นว่าตอนนี้พร้อมใช้งานแล้ว ประโยคใดเชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับผลในปัจจุบันได้ตรงที่สุด

  1. They brought their helmets yesterday.
  2. They have brought their helmets.
  3. They will bring their helmets tomorrow.
ดูคำตอบ

They have brought their helmets.

วัฒนธรรม

playgroup: กลุ่มหรือกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กในบริบทอังกฤษ

ในบริบทเด็กแบบอังกฤษนี้ playgroup หมายถึงกลุ่มหรือช่วงกิจกรรมที่จัดขึ้นให้ทารกหรือเด็กก่อนวัยเรียนได้เล่นและทำกิจกรรมง่าย ๆ และในภาษาที่ไม่เป็นทางการยังอาจหมายถึงสถานที่ที่กลุ่มนี้มารวมตัวกันด้วย

แบบฝึกหัด

playgroup ในประโยคนี้น่าจะหมายถึงอะไร

  1. สโมสรกีฬาสำหรับผู้ใหญ่
  2. กลุ่มหรือช่วงกิจกรรมที่จัดให้เด็กเล็กเล่นและทำกิจกรรมก่อนวัยเรียน
  3. การประชุมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาฝึก
ดูคำตอบ

กลุ่มหรือช่วงกิจกรรมที่จัดให้เด็กเล็กเล่นและทำกิจกรรมก่อนวัยเรียน

Children, today we have very important visitors.

0:10

เด็กๆ วันนี้เรามีแขกคนสำคัญมาเยี่ยม

The police are coming to our playgroup.

0:14

คุณตำรวจกำลังจะมาที่โรงเรียนของเรา

Ooh.

0:16

โอ้

The police drive cars with flashing lights. วลี

0:18

ตำรวจขับรถที่มีไฟกระพริบด้วย

วลี

flashing lights บนรถฉุกเฉิน

ในประโยคนี้ flashing lights หมายถึงไฟเตือนบนรถตำรวจที่เปิดและปิดซ้ำ ๆ หรือเปลี่ยนระดับความสว่าง ไฟเหล่านี้ใช้ดึงความสนใจและเตือนผู้ใช้ถนนคนอื่นให้ระวังหรือหลีกทาง ให้จำ flashing lights เป็นวลีที่ใช้ได้บ่อย โดย flashing บอกว่าไฟกำลังทำอะไร ส่วนบริบทของรถตำรวจบอกว่าไฟนั้นมีไว้เพื่อเตือน

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับรถตำรวจ flashing lights หมายถึงอะไร?

  1. ไฟเตือนที่กะพริบซ้ำ ๆ
  2. ไฟหน้ารถทั่วไปที่เปิดค้างไว้
  3. ไฟตกแต่งภายในห้อง
ดูคำตอบ

ไฟเตือนที่กะพริบซ้ำ ๆ

Nee-naw, nee-naw.

0:21

วีหว่อ วีหว่อ

No, it's dee-dee, dee-dee.

0:22

ไม่ใช่นะ มันต้อง ดี-ดี ดี-ดี

Police cars go woo-hoo, woo-hoo. วลี

0:26

รถตำรวจร้อง วู้-ฮู วู้-ฮู ต่างหาก

วลี

go + คำเลียนเสียง ใน Police cars go woo-hoo

ตรงนี้ go ไม่ได้แปลว่า “ไปยังอีกที่หนึ่ง” ในรูปแบบ “สิ่งของหรือสัตว์ + go/goes + คำเลียนเสียง” คำว่า go หมายถึง “ส่งเสียงนั้นออกมา” ใน woo-hoo, woo-hoo คำที่พูดซ้ำเลียนเสียงไซเรนของรถตำรวจ รูปแบบนี้ช่วยบรรยายเสียงได้อย่างง่ายและเห็นภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go และคำเลียนเสียง moo At the farm, the cows ____.

ดูคำตอบ

go moo

Yes, yes, but I might explain. น้ำเสียง/เจตนา

0:30

ใช่ๆ แต่ฉันจะอธิบายให้ฟัง

น้ำเสียง/เจตนา

I might explain: การขอรับช่วงพูดอย่างสุขุม

ในที่นี้ I might explain ไม่ได้มีใจความหลักว่าอาจจะอธิบายหรือไม่อธิบาย หลังจากถูกขัดจังหวะ ผู้พูดใช้ might กับประธานบุรุษที่หนึ่งเพื่อเสนออย่างนุ่มนวลว่าตนจะขอรับช่วงพูดและเป็นผู้อธิบาย might ช่วยลดความแข็งของการแก้หรือดึงบทสนทนากลับมา ใจความจริงใกล้เคียงกับ Let me explain แต่ฟังไม่บังคับเท่า และอาจมีน้ำเสียงสงบแบบนิ่ง ๆ เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ตัดสินความหมายในสถานการณ์นี้: หลังจากถูกขัดจังหวะ ผู้พูดกล่าวว่า “I might explain.” จุดประสงค์หลักคือบอกว่าไม่แน่ใจว่าจะอธิบายหรือไม่

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

What I was about to say was... ไวยากรณ์

0:32

สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดก็คือ...

ไวยากรณ์

was about to say: กำลังจะพูดอยู่พอดี

โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคาดว่าการกระทำหนึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน Was about to say จึงหมายถึงผู้พูดกำลังจะพูดบางอย่างอยู่พอดี แต่ยังไม่ได้พูดออกมา ใน What I was about to say was... คำว่า was พาย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนถูกขัดจังหวะ และกรอบประโยคทั้งหมดนำประเด็นที่ยังพูดไม่จบกลับเข้าสู่บทสนทนา ในโครงสร้างนี้ about to หมายถึง “กำลังจะ” ไม่ใช่ “เกี่ยวกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be about to เพื่อแสดงว่าเหลืออีกเพียงชั่วครู่ก็จะส่งแล้ว: I was ____ send the message when I saw the mistake.

ดูคำตอบ

about to

Hooray, it's the police!

0:33

ไชโย ตำรวจมาแล้ว!

Here are the police. ไวยากรณ์

0:35

คุณตำรวจอยู่นี่แล้ว

ไวยากรณ์

Here are the police: ใช้ชี้ให้เห็นกลุ่มบุคคลหลายคนที่มาถึงแล้ว

Here are... ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังคนหรือสิ่งของเฉพาะที่อยู่ตรงนั้นแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกหรือชี้ว่าตำรวจมาถึงแล้ว ความหมายใกล้กับ The police are here ในภาษาอังกฤษ the police มักหมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกลุ่ม จึงใช้กริยาพหูพจน์ are หากเป็นตำรวจหนึ่งคน ให้พูดว่า Here is the police officer

แบบฝึกหัด

ผู้มาเยือนหลายคนเพิ่งเดินเข้าประตูมา ประโยคใดใช้แนะนำคนเหล่านั้นแก่ผู้ที่รออยู่ข้างในได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. There are our visitors.
  2. Here is our visitors.
  3. Here are our visitors.
ดูคำตอบ

Here are our visitors.

Hello, hello, hello. วัฒนธรรม

0:41

สวัสดี สวัสดี สวัสดี

วัฒนธรรม

Hello, hello, hello: คำทักทายแบบตำรวจที่ดูเป็นการแสดง

การพูด hello ซ้ำสามครั้งทำให้คำทักทายมีจังหวะที่ตั้งใจและดูเหมือนการแสดง ในฉากนี้ ประโยคนี้เป็นคำพูดเปิดตัวของตัวละครตำรวจ ช่วยบอกบทบาทและสร้างอารมณ์ขันเบา ๆ ไม่ใช่การทักทายแยกกันสามครั้ง การใช้แบบนี้ชวนให้นึกถึงภาพจำแบบเก่าในละครตลกและสื่ออังกฤษที่ตำรวจมาถึงพร้อมพูดว่า Hello, hello, hello นี่เป็นธรรมเนียมในการแสดง ไม่ใช่คำทักทายมาตรฐานที่ตำรวจจริงต้องใช้หรือโดยทั่วไปถูกคาดหวังให้ใช้

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในฉากนี้ Hello, hello, hello เป็นการแสดงตัวละครตำรวจแบบขี้เล่น ไม่ใช่คำทักทายมาตรฐานที่ตำรวจจริงต้องใช้

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Hello, hello, hello.

0:43

สวัสดี สวัสดี สวัสดี

That is how the police say hello. ไวยากรณ์

0:44

นั่นคือวิธีที่คุณตำรวจทักทาย

ไวยากรณ์

That is how...: การอธิบายวิธีทำบางอย่าง

That is how + ประธาน + กริยา เป็นประโยคบอกเล่าที่ชี้กลับไปยังการกระทำซึ่งแสดงให้เห็นแล้ว และบอกว่านั่นคือวิธีที่ใครคนหนึ่งทำบางอย่าง ในที่นี้ how หมายถึง “วิธีที่” โดยทั้งประโยคบอกว่าการกระทำนั้นเป็นวิธีทักทายของตำรวจ เนื่องจาก how นำอนุประโยคซ้อน ส่วนนี้จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ the police say ไม่ใช่ do the police say ประโยคทั้งหมดใช้อธิบายวิธี ไม่ได้ใช้ถามคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่ขึ้นต้นด้วย That: Lena showed us her way to fold the map. ____ she folds it.

ดูคำตอบ

That is how

Hello, hello, hello.

0:46

สวัสดี สวัสดี สวัสดี

I'm Police Officer Squirrel. การใช้คำ

0:49

ผมคือเจ้าหน้าที่กระรอก

การใช้คำ

Police Officer: ชื่ออาชีพที่ใช้คล้ายคำนำหน้าชื่อ

Police Officer บอกอาชีพของผู้พูด เมื่ออยู่หน้า Squirrel วลีนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกบทบาทคล้ายคำนำหน้าชื่อ โดย Police Officer Squirrel หมายถึงตัวละครชื่อ Squirrel ซึ่งทำงานเป็นตำรวจ ในที่นี้ Officer เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออาชีพ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชื่อส่วนตัว Squirrel

แบบฝึกหัด

วลีใดเป็นวิธีมาตรฐานที่ชัดเจนและไม่ระบุเพศในการกล่าวถึงบุคคลหนึ่งคน?

  1. a policeman
  2. the police
  3. a police officer
ดูคำตอบ

a police officer

And I'm Police Officer Panda.

0:51

และผมคือเจ้าหน้าที่แพนด้า

We're going to teach you how to ride your bicycles safely. วลี

0:53

พวกเราจะมาสอนวิธีขี่จักรยานอย่างปลอดภัย

วลี

teach you how to ride: โครงสร้าง teach someone how to do something

ใน teach you how to ride หลัง teach จะตามด้วยผู้เรียนคือ you แล้วจึงตามด้วย how to ride ซึ่งบอกทักษะหรือวิธีที่สอน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ teach + someone + how to + กริยารูปพื้นฐาน หลัง how to ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น ride, cook หรือ swim ส่วนนี้เป็นวลี how-to ที่อยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามอย่าง how do you ride

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง teach someone how to do something เติมประโยคให้สมบูรณ์: My aunt will teach me ____ to bake bread.

ดูคำตอบ

how

Ooh.

0:57

โอ้

Right, let's see you all riding your bikes. น้ำเสียง/เจตนา

0:58

เอาล่ะ ขอพวกเราดูตอนทุกคนขี่จักรยานหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

let's see you all riding: กระตุ้นให้กลุ่มแสดงการกระทำ

ในคำสั่งในชั้นเรียนนี้ let's see you all riding ไม่ได้เป็นเพียงการชวนให้ดู ครูใช้ประโยคนี้เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนเริ่มขี่จักรยาน เพื่อที่ครูจะได้สังเกตดู รูปแบบ see + คน + -ing แสดงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น โดย you all คือกลุ่มที่ถูกสังเกต และ riding คือการกระทำ ในภาษาที่ครูหรือโค้ชใช้ Let's see you ...ing สามารถใช้จัดการสาธิตหรือกิจกรรมได้

แบบฝึกหัด

โค้ชพูดว่า "Let's see you all running." โค้ชน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด?

  1. ขอให้ทุกคนเริ่มหรือวิ่งต่อเพื่อให้โค้ชสังเกตดู
  2. ชวนทุกคนดูวิดีโอเกี่ยวกับการวิ่ง
  3. บอกว่าทุกคนเคยดูการแข่งขันมาแล้ว
ดูคำตอบ

ขอให้ทุกคนเริ่มหรือวิ่งต่อเพื่อให้โค้ชสังเกตดู

Look where you're going. วลี

1:04

มองทางที่กำลังจะไป

วลี

Look where you're going: คำเตือนเรื่องความปลอดภัยแบบตรง ๆ

Look where you're going เป็นคำสั่งตรง ๆ ที่หมายถึง “มองทางข้างหน้าขณะกำลังเคลื่อนที่” ในที่นี้ where you're going หมายถึงทิศทางหรือเส้นทางที่กำลังไป ไม่ใช่การให้บอกจุดหมายปลายทาง ประโยคนี้ใช้เตือนเรื่องความปลอดภัยทันทีเมื่อคนที่กำลังเสียสมาธิอาจชนคนหรือสิ่งของ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดกับคำเตือน Look where you're going?

  1. มีคนนั่งอ่านแผนที่อย่างปลอดภัย
  2. มีคนกำลังเดินเข้าหาเก้าอี้ทั้งที่มองโทรศัพท์อยู่
  3. มีคนกำลังถามว่าเพื่อนจะไปเที่ยวเมืองไหน
ดูคำตอบ

มีคนกำลังเดินเข้าหาเก้าอี้ทั้งที่มองโทรศัพท์อยู่

Always keep your ears and eyes open. สำนวน

1:06

หูตาต้องไวเสมอ

สำนวน

keep your ears and eyes open: คอยระวังตัว

keep your ears and eyes open หมายถึง “คอยระวังโดยฟังและมองสิ่งที่อยู่รอบตัว” เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ โดย open หมายถึงพร้อมสังเกตสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงเปิดหูได้จริง ๆ โครงสร้าง keep + object + adjective หมายถึง “ทำให้บางสิ่งคงอยู่ในสภาพหนึ่ง” ในที่นี้วลีกรรมคือ your ears and eyes ส่วน open บอกสภาพที่พร้อมระวัง

แบบฝึกหัด

keep your ears and eyes open หมายถึงอะไรในคำแนะนำด้านความปลอดภัยนี้?

  1. คอยระวังทั้งเสียงและสิ่งที่มองเห็นรอบตัว
  2. ตั้งใจฟังโดยไม่มองไปรอบ ๆ
  3. ปิดหูและหลับตา
ดูคำตอบ

คอยระวังทั้งเสียงและสิ่งที่มองเห็นรอบตัว

And stop.

1:09

และ หยุด

Well done, children.

1:11

เก่งมากเด็กๆ

Now, suppose you're riding your bike along and someone steps out in front of you. โน้ต

1:12

ทีนี้ สมมติว่าหนูกำลังขี่จักรยานแล้วมีคนเดินออกมาขวางหน้า

ไวยากรณ์

Suppose you're riding your bike along: การเกริ่นสถานการณ์สมมติ

suppose ในที่นี้หมายถึง “ลองนึกภาพสถานการณ์นี้” ไม่ได้หมายถึง “เชื่อ” หรือ “คิดว่า” โครงสร้าง Suppose + อนุประโยคชวนให้ผู้ฟังนึกภาพเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้พูดอธิบายต่อได้ว่าควรทำอย่างไร รูป present continuous ใน you're riding your bike along ทำให้การกระทำในจินตนาการดูเหมือนกำลังเกิดขึ้น ส่วน along เพิ่มความรู้สึกว่าเคลื่อนไปข้างหน้าตามเส้นทางต่อไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ Suppose ทำอะไรใน “Suppose you're waiting for a bus and it starts to rain”?

  1. บอกว่าผู้พูดเชื่อว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
  2. ชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
  3. อนุญาตให้ผู้ฟังรอได้
ดูคำตอบ

ชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

กริยาวลี

steps out in front of you: ก้าวออกมาตัดหน้าอย่างกะทันหัน

Steps out บรรยายว่าคนหนึ่งเคลื่อนออกมาจากด้านข้างหรือจากจุดที่เดิมไม่ได้อยู่ในเส้นทางของคุณ ส่วน in front of you บอกตำแหน่งที่เขาเคลื่อนไป คือพื้นที่ข้างหน้าคุณ ในฉากการขี่จักรยานนี้ ทั้งวลีสื่อว่าคนนั้นเข้ามาในเส้นทางของคุณโดยไม่คาดคิด ทำให้ต้องชะลอหรือหยุดทันที วลีนี้บรรยายการเคลื่อนที่ ไม่ใช่เพียงคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าแล้ว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะบรรยายด้วย “Someone stepped out in front of me”?

  1. นักปั่นจักรยานตามอยู่ข้างหลังฉัน
  2. เพื่อนยืนอยู่ข้างฉันอยู่แล้ว
  3. คนเดินเท้าเดินจากทางเท้าเข้ามาในเส้นทางของฉัน
ดูคำตอบ

คนเดินเท้าเดินจากทางเท้าเข้ามาในเส้นทางของฉัน

What do you do?

1:18

หนูจะทำยังไง?

Um um...

1:19

เอ่อ เอ่อ...

I would ring my bell. โน้ต

1:21

หนูจะกดกระดิ่ง

ไวยากรณ์

would ring: การกระทำในสถานการณ์สมมติ

ในที่นี้ would + กริยารูปพื้นฐาน แสดงการกระทำที่ผู้พูดจะทำในสถานการณ์สมมติ ใช้ตอบคำถามอย่าง What would you do if someone moved in front of you? ได้ would ในที่นี้ไม่ได้บอกถึงการกระทำที่เกิดซ้ำในอดีต แต่ทำให้ ring เป็นการตอบสนองหรือผลที่เกิดขึ้นภายในสถานการณ์สมมตินั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบในสถานการณ์สมมติโดยใช้ would และ ring: If a pedestrian stepped into the cycle lane, I ____ my bell.

ดูคำตอบ

would ring

วลี

ring my bell: ทำให้กริ่งจักรยานดัง

ใน ring my bell คำว่า ring เป็นกริยาที่มีกรรม หมายถึงคนกดหรือใช้งานกริ่งเพื่อทำให้เกิดเสียง ในบริบทการขี่จักรยานนี้ my bell หมายถึงกริ่งบนจักรยานของผู้พูด รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับกริ่งหรือระฆังชนิดอื่นได้ เช่น ring the bell และ ring the doorbell โดยบริบทจะบอกว่าหมายถึงกริ่งหรือระฆังชนิดใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกผู้ขี่จักรยานให้กดกริ่งจักรยานได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Please ring to your bell before you pass.
  2. Please call your bell before you pass.
  3. Please ring your bell before you pass.
ดูคำตอบ

Please ring your bell before you pass.

Very good.

1:24

ดีมาก

Ringing your bell lets others know you are there. วลี

1:25

การกดกระดิ่งช่วยให้คนอื่นรู้ว่าหนูอยู่ตรงนั้น

วลี

lets others know: บอกข้อมูลให้คนอื่นรู้

ใน lets others know โครงสร้าง let + บุคคล + know หมายถึง “บอกให้คนนั้นรู้” หรือ “ทำให้คนนั้นรับรู้” โดย others คือคนที่ได้รับข้อมูล และ you are there คือข้อมูลที่พวกเขาได้รู้ ในรูปแบบนี้ let ไม่ได้หมายถึง “อนุญาต” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ let someone know + ข้อมูล โดย know ใช้รูปกริยาพื้นฐานและไม่ใส่ to ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ let someone know ในความหมายว่า “บอกให้ใครบางคนรู้”

  1. This sign lets visitors know where to wait.
  2. This sign knows where visitors wait.
  3. This sign lets visitors wait here.
ดูคำตอบ

This sign lets visitors know where to wait.

Can you all show me how good you are at ringing bells? ไวยากรณ์

1:29

ทุกคนช่วยโชว์ให้ดูหน่อยได้ไหมว่ากดกระดิ่งกันเก่งแค่ไหน

ไวยากรณ์

show me how good you are at + -ing: แสดงให้เห็นว่าทำบางอย่างเก่งแค่ไหน

Show me how good you are at ringing bells ขอให้ผู้ฟังแสดงทักษะให้ดูจริง ๆ ไม่ใช่เพียงอธิบาย How good บอกระดับของความสามารถ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ show + คน + how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be + at + -ing เนื่องจากอนุประโยค how อยู่หลัง show me จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you are ไม่ใช่ are you หลัง at ใช้รูป -ing เช่น ringing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ใครบางคนแสดงทักษะการแก้ปริศนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Show me how good you are at solve puzzles.
  2. Show me how good you are at solving puzzles.
  3. Show me how good are you at solving puzzles.
ดูคำตอบ

Show me how good you are at solving puzzles.

Um...

1:35

เอ่อ...

I don't have a bell.

1:35

ผมไม่มีกระดิ่งครับ

I have a horn.

1:37

ผมมีแตร

A horn is just as good as a bell. ไวยากรณ์

1:38

แตรก็ดีพอๆ กับกระดิ่งนั่นแหละ

ไวยากรณ์

just as good as: คุณภาพหรือประโยชน์เท่ากัน

just as good as หมายถึง “ดีเท่ากัน” หรือ “มีประโยชน์เท่ากัน” โครงสร้าง A + be + just as + คำคุณศัพท์ + as + B ใช้บอกว่า A และ B อยู่ในระดับเดียวกันในด้านที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ just ใช้เน้นความเท่ากัน หมายถึง “เท่ากันพอดี” หรือ “เท่ากันทุกประการ” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ประโยคนี้บอกว่าแตรสามารถใช้ทำหน้าที่ได้ดีพอ ๆ กับกระดิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบว่าเท่ากันด้วยวลีเป้าหมาย: For taking quick notes, a pencil is ____ a pen.

ดูคำตอบ

just as good as

Could you give your horn a tiny little toot, โน้ต

1:41

ช่วยบีบแตรเบาๆ นิดนึงได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Could you give... สำหรับขอร้องอย่างสุภาพ

Could you + คำกริยารูปพื้นฐาน มักใช้เพื่อขอร้องอย่างสุภาพ แม้ว่ารูปคำถามนี้จะใช้ถามเรื่องความสามารถตามความหมายตรงตัวได้เช่นกัน ในที่นี้ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายทำให้แตรดัง ไม่ได้ตรวจสอบว่าอีกฝ่ายทำได้หรือไม่ Could you ทำให้คำขอฟังนุ่มนวลขึ้น ส่วน give เริ่มบอกการกระทำที่ขอ ใน give your horn a toot คำว่า give หมายถึง “ทำให้เกิดเสียง” และ toot คือเสียงแตรสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำขอที่สุภาพด้วยคำขึ้นต้นเป้าหมาย: ____ this button a quick press, please?

ดูคำตอบ

Could you give

วลี

give your horn a tiny little toot: โครงสร้าง give + กรรม + คำนามบอกการกระทำ

ใน give your horn a tiny little toot คำว่า give ทำหน้าที่เป็นกริยาเบาในโครงสร้าง give + กรรม + a/an + คำนามบอกการกระทำ ทั้งวลีหมายถึงทำให้แตรดังสั้น ๆ หนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงยื่นสิ่งของให้แตรจริง ๆ a tiny little toot เป็นวลีนามที่นำเสนอเสียงนั้นเป็นการกระทำเล็ก ๆ สั้น ๆ เพียงครั้งเดียว tiny little ไม่ได้เปลี่ยนการกระทำหลัก แต่ทำให้คำขอฟังนุ่มนวลและขี้เล่นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพูดกับเด็ก

แบบฝึกหัด

คำขอใดใช้โครงสร้าง give แบบเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อขอให้กระดิ่งดังเบา ๆ หนึ่งครั้ง

  1. Could you give me the bell?
  2. Could you keep ringing the bell?
  3. Could you give the bell a little ring?
ดูคำตอบ

Could you give the bell a little ring?

so that we can all... ไวยากรณ์

1:44

เพื่อที่พวกเราทุกคนจะได้...

ไวยากรณ์

so that: เชื่อมการกระทำกับจุดประสงค์

So that ใช้นำจุดประสงค์ของการกระทำที่มาก่อน ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้บีบแตรสั้น ๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำบางอย่างต่อไปได้ ดังนั้น so that จึงมีความหมายว่า «เพื่อให้» รูปแบบทั่วไปคือ การกระทำ + so that + ประธาน + กริยา และมักใช้กับ can, could, will หรือ would คำบรรยายหยุดหลัง we can all... แต่ so that ยังแสดงชัดเจนว่าอนุประโยคที่ยังไม่จบคือจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์อีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกจุดประสงค์จากบทเรียนนี้: Please turn on the porch light ____ the delivery driver can find the house.

ดูคำตอบ

so that

Yes, that should be sufficient to alert the public of your approach. การใช้คำ

1:46

โอเค นั่นน่าจะเพียงพอที่จะเตือนประชาชนว่าเธอกำลังมา

การใช้คำ

should be sufficient to: การตัดสินแบบเป็นทางการว่าสิ่งหนึ่งน่าจะเพียงพอ

should be sufficient to หมายถึง “คาดว่าน่าจะเพียงพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กล่าวต่อจากนั้น” ในประโยคนี้ should แสดงการคาดการณ์อย่างมีเหตุผล ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือคำสั่ง sufficient to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในที่นี้คือ alert ใช้โครงสร้างนี้เพื่อประเมินว่าปริมาณ การกระทำ หรือทรัพยากรหนึ่งน่าจะเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ สำนวนนี้เป็นทางการกว่า should be enough to

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการสี่คำที่หมายถึง “คาดว่าน่าจะเพียงพอที่จะ” ลงในประโยค: One hour ____ review the application.

ดูคำตอบ

should be sufficient to

การใช้คำ

alert the public of your approach: คำเตือนแบบเป็นทางการว่าคุณกำลังเข้าใกล้

alert the public of your approach หมายถึง “ทำให้ผู้คนทั่วไปทราบว่าคุณกำลังเข้าใกล้” the public หมายถึงประชาชนทั่วไป ส่วน approach ในที่นี้เป็นคำนามที่หมายถึงการเข้าใกล้หรือมาถึง ไม่ได้หมายถึงวิธีการ ถ้อยคำทั้งหมดเปลี่ยนความคิดง่าย ๆ อย่าง let people know you’re coming ให้ฟังเหมือนประกาศทางการ ควรเข้าใจสำนวนนี้ได้ แม้ว่าในการสนทนาทั่วไปมักใช้คำที่ง่ายกว่านี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายภาษาอังกฤษแบบง่ายข้อใดตรงกับ alert the public of your approach ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. เตือนผู้คนอย่างเป็นทางการว่าคุณกำลังเข้าใกล้
  2. บอกผู้คนว่าคุณวางแผนจะใช้วิธีใด
  3. ขอให้ทุกคนเข้ามาใกล้คุณ
ดูคำตอบ

เตือนผู้คนอย่างเป็นทางการว่าคุณกำลังเข้าใกล้

Now for the last bit of the lesson. ลำดับความ

1:51

ทีนี้มาถึงช่วงสุดท้ายของบทเรียน

ลำดับความ

Now for the last bit of the lesson: เปลี่ยนเข้าสู่ส่วนสุดท้าย

Now for + นามวลี เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนช่วงที่ใช้ในการพูด ผู้พูดใช้บอกว่ากำลังจบช่วงก่อนหน้าและไปยังช่วงที่เอ่ยถึง ซึ่งในประโยคนี้คือส่วนสุดท้ายของบทเรียน ใน the last bit of the lesson คำว่า bit หมายถึง “ส่วนเล็ก ๆ” สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับบทเรียน ไม่ได้หมายถึงบิตทางคอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่เรียนในข้อนี้ให้สมบูรณ์: We've covered the basics. ____ the final challenge.

ดูคำตอบ

Now for

Where is he going?

1:55

เขาจะไปไหนน่ะ?

Police Officer Panda is driving to the bottom of the hill.

1:56

เจ้าหน้าที่แพนด้ากำลังขับรถไปที่ตีนเขา

Calling Police Officer Squirrel, over. วัฒนธรรม

2:02

เรียกเจ้าหน้าที่กระรอก ทราบแล้วเปลี่ยน

วัฒนธรรม

Calling Police Officer Squirrel, over: การเรียกทางวิทยุและการส่งต่อสิทธิ์ในการพูด

Calling + ชื่อหรือรหัสเรียกขาน ใช้ระบุบุคคลหรือสถานีที่กำลังพยายามติดต่อ ทั้งประโยคเลียนแบบการสื่อสารทางวิทยุแบบสองทาง เมื่ออยู่ท้ายช่วงการพูดทางวิทยุ over หมายถึง “ฉันพูดจบแล้ว ตอนนี้โปรดตอบกลับ” คำนี้ส่งต่อสิทธิ์ในการพูดให้อีกฝ่าย ไม่ได้ยุติการสื่อสารทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในการสื่อสารทางวิทยุสองทาง over ที่อยู่ท้ายรอบการพูดหมายถึงอะไร

  1. การสนทนาทั้งหมดจบแล้ว ไม่ต้องตอบ
  2. ข้อความนี้พูดถึงสิ่งที่อยู่เหนือเรา
  3. ฉันพูดในรอบนี้จบแล้ว โปรดตอบกลับ
ดูคำตอบ

ฉันพูดในรอบนี้จบแล้ว โปรดตอบกลับ

Can you read me? Over. การใช้คำ

2:05

ได้ยินไหม? ทราบแล้วเปลี่ยน

การใช้คำ

read me? ในการสื่อสารทางวิทยุ

ในการคุยผ่านวิทยุหรืออินเตอร์คอม read หมายถึง “รับและเข้าใจสัญญาณที่ส่งมา” Can you read me? เป็นการถามว่าอีกฝ่ายได้ยินสัญญาณของผู้พูดชัดเจนหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงให้อ่านข้อความเกี่ยวกับผู้พูด การใช้แบบนี้มักพบในคำถามรูปแบบวิทยุ เช่น Do you read me? คำว่า me หมายถึงคนที่กำลังส่งสัญญาณ

แบบฝึกหัด

Can you read me? หมายถึงอะไรในการสื่อสารทางวิทยุ

  1. คุณอ่านข้อความเกี่ยวกับฉันได้ไหม
  2. คุณเข้าใจบุคลิกของฉันไหม
  3. คุณรับและได้ยินสัญญาณของฉันไหม
ดูคำตอบ

คุณรับและได้ยินสัญญาณของฉันไหม

Read you loud and clear. Over. สำนวน

2:07

ได้ยินชัดเจน ทราบแล้วเปลี่ยน

สำนวน

loud and clear: รับข้อความได้อย่างชัดเจน

Loud and clear เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงรับเสียงหรือข้อความได้อย่างชัดเจนมาก loud เพิ่มความหมายว่าสัญญาณแรง ส่วน clear แสดงว่าคำพูดเข้าใจได้ง่าย ดังนั้นทั้งสำนวนจึงเป็นการยืนยันว่าการสื่อสารสำเร็จ ไม่ได้บอกเพียงว่าเสียงดัง สำนวนนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย ถ้าข้อความ comes through loud and clear ก็หมายความว่าเข้าใจข้อความนั้นอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

สำนวนตายตัวใดเติมประโยคนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อยืนยันว่าได้ยินการเชื่อมต่อชัดเจน? I can hear you ___.

  1. high and clear
  2. loud and clear
  3. loud but unclear
ดูคำตอบ

loud and clear

The police have special phones to talk to each other.

2:11

ตำรวจมีโทรศัพท์พิเศษไว้คุยกันเอง

I'm in position. Over. วลี

2:15

ผมประจำตำแหน่งแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน

วลี

in position: อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดและพร้อมแล้ว

be in position หมายถึงอยู่ในจุดที่กำหนดหรือจัดเตรียมไว้ และพร้อมสำหรับการกระทำขั้นต่อไป ในประโยคนี้ I'm in position เป็นการรายงานสถานะสั้น ๆ ว่าผู้พูดพร้อมแล้ว position ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งหรือการจัดวางจริงที่วางแผนไว้ ไม่ใช่ตำแหน่งงานหรือยศ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “อยู่ในตำแหน่งที่จัดไว้และพร้อมแล้ว”: The camera is ____ for the first shot.

ดูคำตอบ

in position

Now, when I blow my whistle, ไวยากรณ์

2:17

เอาล่ะ เมื่อผมเป่านกหวีด

I want you all to cycle down the hill and use your brakes ไวยากรณ์

2:19

ขอให้ทุกคนขี่จักรยานลงจากเนินเขาและใช้เบรก

to not bump into Police Officer Panda. กริยาวลี

2:24

เพื่อไม่ให้ชนเจ้าหน้าที่แพนด้า

ไวยากรณ์

when I blow my whistle: กำหนดสัญญาณเริ่มคำสั่ง

when I blow my whistle เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่วางไว้หน้าคำสั่ง โดยบอกผู้ฟังว่าเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใดเป็นสัญญาณให้เริ่มลงมือ ในที่นี้ when เป็นคำสันธาน ไม่ใช่คำแสดงคำถาม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า I blow ไม่ใช่ do I blow แม้จะกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when โดยทั่วไปก็ใช้รูปปัจจุบันธรรมดา blow ไม่ใช้ will blow

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดใช้อนุประโยค when ได้ถูกต้องเพื่อกำหนดสัญญาณเริ่มในอนาคต

  1. When do I blow my whistle, start running.
  2. When I will blow my whistle, start running.
  3. When I blow my whistle, start running.
ดูคำตอบ

When I blow my whistle, start running.

ไวยากรณ์

want you all to + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้าง want + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงผู้พูดต้องการหรือคาดหวังให้คนนั้นทำบางอย่าง ในประโยคนี้ you all หมายถึงทุกคนในกลุ่ม และหลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน cycle เมื่อใช้เป็นคำสั่ง I want you all to... ไม่ได้บอกเพียงความต้องการ แต่เป็นการมอบหมายงานให้ทั้งกลุ่ม ฟังดูตรงน้อยกว่าประโยคคำสั่งอย่าง Cycle down the hill. แต่ยังคงมีน้ำเสียงหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งของโค้ชด้วยโครงสร้าง want + ทุกคนในกลุ่ม + to ให้ครบถ้วน: I ____ warm up before the game.

ดูคำตอบ

want you all to

กริยาวลี

bump into: การสัมผัสหรือชนจริงในบริบทการเคลื่อนที่

ในประโยคนี้ bump into หมายถึงชนใครบางคนโดยไม่ตั้งใจขณะเคลื่อนที่ การขี่จักรยานลงเนินและการใช้เบรกทำให้เห็นชัดว่าเป็นความหมายด้านการชนจริง bump into ยังหมายถึงพบใครบางคนโดยบังเอิญได้ด้วย ให้ดูคำใบ้รอบข้างเพื่อเลือกความหมาย การเคลื่อนที่ สิ่งกีดขวาง และการเบรกชี้ไปที่การสัมผัสทางกาย ส่วนสถานการณ์ทางสังคมอาจชี้ไปที่การพบกันโดยบังเอิญ

แบบฝึกหัด

ในบริบทการขี่จักรยาน “use your brakes to not bump into Police Officer Panda” คำว่า bump into หมายถึงอะไร

  1. พบคุณตำรวจโดยบังเอิญในสถานการณ์ทางสังคม
  2. ขอให้คุณตำรวจหยุดจักรยาน
  3. ชนคุณตำรวจโดยไม่ตั้งใจขณะเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

ชนคุณตำรวจโดยไม่ตั้งใจขณะเคลื่อนที่

Okay.

2:28

โอเค

They're on their way. Over. วลี

2:32

พวกเขากำลังลงไป ทราบแล้วเปลี่ยน

วลี

on their way: ออกเดินทางแล้วและกำลังมุ่งไปยังจุดหมาย

on their way หมายถึงพวกเขาเริ่มออกเดินทางแล้วและกำลังมุ่งไปยังจุดหมายที่เข้าใจกันจากบริบท ประโยคนี้รายงานว่าพวกเขากำลังเคลื่อนที่อยู่ ไม่ได้หมายความว่ามาถึงแล้ว โครงสร้างคือ on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way โดยคำแสดงความเป็นเจ้าของต้องตรงกับผู้ที่เดินทาง เช่น I'm on my way, she's on her way และ the package is on its way ในที่นี้ way หมายถึงการเดินทาง ไม่ใช่ “วิธี”

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ 'on one's way' ที่ตรงกับ 'package' ให้สมบูรณ์: The courier has collected your package, and it is ____.

ดูคำตอบ

on its way

I see them coming. Over.

2:35

ผมเห็นพวกเขามาแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน

Very good braking, everyone.

2:42

เบรกได้ดีมากทุกคน

Are you ready for Madame Gazelle? Over.

2:45

คุณพร้อมสำหรับมาดามกาเซลหรือยัง? ทราบแล้วเปลี่ยน

Send her down. Over. กริยาวลี

2:49

ส่งเธอลงมาเลย ทราบแล้วเปลี่ยน

กริยาวลี

Send her down: send + กรรม + ทิศทาง

Send her down เป็นคำสั่งให้จัดการหรือบอกให้เธอเคลื่อนไปยังจุดที่ต่ำกว่า ในฉากนี้ down หมายถึงลงไปตามทางลาด โครงสร้าง send + กรรม + คำบอกทิศทาง ใช้บอกให้คนหรือสิ่งของเคลื่อนไปในทิศทางหนึ่ง เช่น send him up, send them back คำสรรพนามที่เป็นกรรมจะอยู่ระหว่าง send กับคำบอกทิศทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย send + กรรม + down: Maya is upstairs. Please ____ to reception.

ดูคำตอบ

send her down

Uh I don't think I need to do this. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

เอ่อ ฉันไม่คิดว่าฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I don't think I need to: การปฏิเสธที่นุ่มนวลขึ้น

I don't think I need to... นำเสนอว่าการกระทำนั้นไม่จำเป็นในมุมมองของผู้พูด ในประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกความคิด แต่ยังใช้แสดงอย่างนุ่มนวลว่าผู้พูดไม่อยากทำด้วย โครงสร้าง I don't think... ทำให้ท่าทีปฏิเสธไม่แข็งเกินไป ส่วน need to เปลี่ยนจุดเน้นไปที่ความจำเป็น จึงนุ่มนวลกว่า I won't do this ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าตัดสินใจจะไม่ทำ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานขอให้คุณตรวจสอบเรื่องเดิมซ้ำ ทั้งที่คุณรู้ว่าไม่จำเป็น ข้อความนี้จริงหรือไม่: I don't think I need to do that เป็นการปฏิเสธที่นุ่มนวลกว่า I won't do that

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

I am the teacher,

2:53

ฉันเป็นครู

and I wasn't supposed to be part of... ไวยากรณ์

2:55

และฉันไม่ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของ...

ไวยากรณ์

wasn't supposed to be part of...: ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม

wasn't supposed to be part of... เป็นรูปปฏิเสธในอดีตของ be supposed to ในที่นี้ be supposed to แสดงแผน กฎ หรือความคาดหมาย ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าเดิมทีไม่ได้กำหนดหรือคาดหมายให้ผู้พูดเข้าร่วม โดยปกติ part of จะตามด้วยกิจกรรมหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ผู้พูดหยุดหลังคำว่า of จึงไม่ได้พูดส่วนเติมเต็มนั้น วลีนี้บอกว่าสถานการณ์ไม่ตรงกับการจัดเตรียมเดิม แต่ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าการเข้าร่วมนั้นเป็นไปไม่ได้หรือผิดศีลธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมาย บริบท: ตามแผนเดิม Mia ไม่ได้ถูกกำหนดให้เข้าร่วมทีมวางแผน Mia ____ the planning team.

ดูคำตอบ

wasn't supposed to be part of

Ears and eyes open.

2:58

หูตาต้องไว

Ears and eyes open.

2:59

หูตาต้องไว

Yes.

3:01

ค่ะ

Woo-hoo.

3:02

วู้-ฮู

This is fun.

3:03

สนุกจังเลย

Ring your bell.

3:04

กดกระดิ่ง

Oh, yes.

3:06

โอ้ ใช่

Ring bell.

3:06

กดกระดิ่ง

Brakes.

3:08

เบรก

Oh, yes. Brakes.

3:09

โอ้ ใช่ เบรก

Well done.

3:13

เก่งมาก

And that's how to ride your bicycles safely. ลำดับความ

3:14

และนั่นคือวิธีขี่จักรยานอย่างปลอดภัย

ลำดับความ

And that's how to + กริยารูปพื้นฐาน: ใช้ปิดท้ายการสาธิต

And that's how to... ย้อนกลับไปถึงขั้นตอนหรือการสาธิตที่เพิ่งจบลง และบอกว่าสิ่งเหล่านั้นคือวิธีทำ And เชื่อมประโยคสรุปนี้กับเนื้อหาก่อนหน้า ส่วน that หมายถึงวิธีที่เพิ่งสาธิตไป หลัง how to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น how to ride ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวเป็นประโยคบอกเล่าที่สรุปวิธีทำ ไม่ใช่คำถาม

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสองคำที่อยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเติมประโยคปิดท้ายให้สมบูรณ์: And that's ____ make a paper envelope.

ดูคำตอบ

how to

Children, thank the police for taking time off from their important work to talk to us today. วลี

3:18

เด็กๆ ขอบคุณคุณตำรวจที่สละเวลาจากงานสำคัญมาคุยกับเราในวันนี้

วลี

thank someone for taking time off: บอกเหตุผลที่ขอบคุณ

โครงสร้าง thank + someone + for + คำนามหรือรูป -ing บอกทั้งผู้ที่ได้รับคำขอบคุณและเหตุผลที่ขอบคุณ ใน thank the police for taking... คำว่า the police เป็นกรรมของ thank และ taking อยู่หลังคำบุพบท for ดังนั้นจึงใช้กริยารูปพื้นฐาน take ไม่ได้ Take time off from work หมายถึงหยุดพักจากงานหรือหน้าที่ตามปกติชั่วระยะหนึ่ง ในประโยคนี้ ตำรวจแบ่งเวลาจากงานมาพูดคุยกับเด็ก ๆ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไปพักร้อนเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้ for และรูปที่ถูกต้องของ help เติมประโยคให้สมบูรณ์: We thanked Maya ____ us after school.

ดูคำตอบ

for helping

Thank you.

3:25

ขอบคุณค่ะ/ครับ

You're very welcome.

3:26

ด้วยความยินดี

When I grow up, I want to be a policeman. โน้ต

3:28

โตขึ้นหนูอยากเป็นตำรวจ

กริยาวลี

grow up: เติบโตเป็นผู้ใหญ่

grow up เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “เติบโตเป็นผู้ใหญ่” ในประโยคนี้ When I grow up หมายถึง “เมื่อฉันโตเป็นผู้ใหญ่” โดย up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ โครงสร้าง When + ประธาน + grow up มักใช้เกริ่นถึงแผนหรือความฝันในอนาคตจากมุมมองของเด็ก

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “เติบโตเป็นผู้ใหญ่” ให้ประโยคสมบูรณ์: When I ____, I want to design robots.

ดูคำตอบ

grow up

การใช้คำ

policeman เทียบกับคำที่ไม่ระบุเพศ police officer

policeman เป็นคำนามเรียกอาชีพแบบดั้งเดิมที่หมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชาย ในประโยคนี้คำนี้ใช้เรียกอาชีพที่เด็กอยากทำในอนาคต แต่ส่วนท้าย -man ยังระบุว่าเป็นผู้ชายด้วย จึงอาจฟังดูเป็นคำแบบเก่าเมื่อไม่ทราบเพศหรือเพศไม่สำคัญ หากต้องการชื่อตำแหน่งงานที่ทันสมัยและไม่ระบุเพศ ให้ใช้ police officer

แบบฝึกหัด

ไม่ทราบเพศของตำรวจคนนี้ ประโยคใดใช้ชื่อตำแหน่งงานสมัยใหม่ได้เหมาะสมที่สุด

  1. A policewoman came to help us.
  2. A police officer came to help us.
  3. A policeman came to help us.
ดูคำตอบ

A police officer came to help us.

And what is it about being a policeman that you like? ไวยากรณ์

3:31

แล้วหนูชอบอะไรในการเป็นตำรวจล่ะ?

ไวยากรณ์

What is it about ... that you like?: ถามว่าชอบตรงไหน

รูปแบบ What is it about X that you like? ใช้ถามว่าลักษณะหรือแง่มุมใดของ X ที่ดึงดูดใจใครสักคน ไม่ได้ถามเพียงว่าคนนั้นชอบ X หรือไม่ ในประโยคนี้ X คือ being a policeman การใช้ being ตามด้วยชื่ออาชีพทำให้ประสบการณ์ของการทำอาชีพนั้นกลายเป็นหัวข้อ และ it เป็นส่วนที่จำเป็นของรูปแบบเน้นประเด็นนี้ คำตอบมักบอกเหตุผล คุณลักษณะ หรือจุดที่น่าสนใจ

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามอย่างเจาะจงว่าแง่มุมไหนของการทำงานจากบ้านที่ดึงดูดใจคนคนหนึ่ง

  1. What is it about working from home that you like?
  2. Do you like working from home?
  3. What do you like?
ดูคำตอบ

What is it about working from home that you like?

I like blowing whistles.

3:34

หนูชอบเป่านกหวีด

Very good.

3:37

ดีมาก

But, of course, there's more to being a police officer than blowing whistles. วลี

3:38

แต่แน่นอน การเป็นตำรวจมีอะไรมากกว่าแค่เป่านกหวีดนะ

วลี

There's more to ... than ...: ไม่ได้มีเพียง...

รูปแบบ There's more to X than Y หมายความว่า X มีเนื้อหามากกว่าส่วนที่จำกัดเพียงส่วนเดียวซึ่งระบุด้วย Y ใช้เพื่อแก้ความเข้าใจที่มองกิจกรรม อาชีพ หรือหัวข้อหนึ่งแบบง่ายเกินไป ในที่นี้ X คือ being a police officer และ Y คือ blowing whistles ใน more to X คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อใช้กิจกรรมเป็น X จึงมักใช้รูป -ing โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนมีงานที่ต้องทำเพิ่ม

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบตายตัว There's more to X than Y ให้สมบูรณ์: There's ____ caring for a pet ____ feeding it.

ดูคำตอบ

more to · than

Oh, yes.

3:42

โอ้ ใช่

We're always very busy.

3:43

พวกเรางานยุ่งกันมากเสมอ

We do lots of very important things, like uh...

3:45

พวกเราทำเรื่องสำคัญๆ เยอะแยะ เช่น เอ่อ...

The police solve mysteries and drive cars with flashing lights. วลี

3:49

ตำรวจไขปริศนาและขับรถที่มีไฟกระพริบ

วลี

solve mysteries: หาคำตอบของเหตุการณ์หรือคดีที่ชวนสงสัย

ใน solve mysteries คำว่า solve หมายถึงการใช้เบาะแสหรือการคิดเพื่อหาคำตอบ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการแก้โจทย์คณิตศาสตร์เท่านั้น mysteries ในที่นี้หมายถึงเหตุการณ์หรือคดีชวนสงสัยที่ยังไม่รู้คำตอบ ในบริบทของตำรวจหรือนักสืบ solve mysteries หมายถึงการค้นให้พบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือใครเป็นผู้รับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “หาคำตอบของคดีที่ชวนสงสัย”: The young detectives use clues to ____.

ดูคำตอบ

solve mysteries

Nee-naw, nee-naw.

3:54

วีหว่อ วีหว่อ

Spot on, Freddy. สำนวน

3:56

ถูกต้องเป๊ะเลย เฟรดดี้

สำนวน

Spot on: วิธีพูดว่า “ถูกต้องเป๊ะ” แบบไม่เป็นทางการ

Spot on เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูด หมายถึง “ถูกต้องเป๊ะ” หรือ “แม่นยำอย่างยิ่ง” ในที่นี้ผู้พูดใช้เพื่อยืนยันว่าคำตอบของเฟรดดี้ถูกต้อง Spot on เป็นสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึงการอยู่ “บนจุดหนึ่ง” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการจากบทเรียนเติมคำตอบของครูให้สมบูรณ์: “Your answer is exactly right—____!”

ดูคำตอบ

spot on

Right, we really must be on our way. น้ำเสียง/เจตนา

3:58

เอาล่ะ พวกเราต้องไปจริงๆ แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

must be on our way: บอกอย่างสุภาพว่าถึงเวลาต้องไป

ในประโยคนี้ must be on our way เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปและสุภาพ เพื่อบอกว่าผู้พูดต้องออกไปแล้ว คำว่า must ทำให้การจากลาเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเวลา แผนการ หรือหน้าที่ จึงฟังไม่ห้วนเท่าการประกาศตรง ๆ ว่า We are leaving เมื่อใช้กล่าวลา be on our way อาจหมายถึงการเริ่มออกเดินทางตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงกำลังอยู่ระหว่างทางเท่านั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน: I must be on my way; we must be on our way.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสุภาพที่หมายความว่ากลุ่มผู้พูดถึงเวลาต้องไปแล้ว: Thank you for dinner, but we really ____.

ดูคำตอบ

must be on our way

And remember, always keep your ears and eyes open.

4:00

และจำไว้ หูตาต้องไวเสมอนะ

Who put that tree there?

4:06

ใครเอาต้นไม้มาไว้ตรงนั้นน่ะ?

Yes, it's not a safe place to put a tree. ไวยากรณ์

4:07

ใช่ มันไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยในการวางต้นไม้เลย

ไวยากรณ์

safe place to put: คำคุณศัพท์ + คำนาม + to-infinitive

ใน a safe place to put a tree คำว่า safe ขยาย place ส่วน to put a tree เป็นวลี infinitive ที่มี to ซึ่งบอกว่าสถานที่นั้นใช้ทำอะไร ประโยคนี้ประเมินว่าการวางต้นไม้ตรงนั้นปลอดภัยหรือไม่ ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนที่ไปยังจุดหมาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ adjective + place + to + base verb เช่น a quiet place to read และ a good place to meet คำคุณศัพท์ใช้ประเมินสถานที่ ส่วน infinitive บอกกิจกรรมที่ทำที่นั่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ที่มี to ของ park เพื่อบอกว่าสถานที่นี้ใช้ทำอะไร: This is a safe place ____ your bike.

ดูคำตอบ

to park

I'll make a note. วลี

4:11

ผมจะจดบันทึกไว้

วลี

make a note: จดข้อมูลหนึ่งอย่าง

make a note หมายถึงเขียนหรือบันทึกข้อมูลหนึ่งอย่างไว้ เพื่อให้จำได้หรือนำไปดำเนินการภายหลัง ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ แต่ใช้ร่วมกับ a note เป็นวลีที่ใช้กันทั่วไป เมื่อต้องการระบุข้อมูลที่จด ให้ใช้ make a note of + คำนาม เช่น make a note of the address

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: Please ____ of the gate code.

ดูคำตอบ

make a note

Dangerous tree on public highway. การใช้คำ

4:12

ต้นไม้อันตรายบนทางหลวงสาธารณะ

การใช้คำ

public highway ในภาษาทางการแบบอังกฤษ

ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษที่เป็นทางการและทางกฎหมาย public highway หมายถึงถนนหรือเส้นทางอื่นที่ประชาชนมีสิทธิใช้สัญจร ไม่จำเป็นต้องเป็นถนนขนาดใหญ่ที่ใช้ความเร็วสูง ในประโยคแบบรายงานนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าต้นไม้อันตรายอยู่บนเส้นทางที่ประชาชนใช้ได้ จึงเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยสาธารณะ

แบบฝึกหัด

ในรายงานของหน่วยงานท้องถิ่นในสหราชอาณาจักร public highway น่าจะหมายถึงอะไร?

  1. เฉพาะ motorway ที่ใช้ความเร็วสูง
  2. ทางเข้าบ้านส่วนบุคคลสำหรับครัวเรือนเดียว
  3. ถนนหรือเส้นทางที่ประชาชนมีสิทธิใช้
ดูคำตอบ

ถนนหรือเส้นทางที่ประชาชนมีสิทธิใช้

Ho ho.

4:17

โฮ่ โฮ่

You see, children, a police officer's work is never done. โน้ต

4:18

เห็นไหมเด็กๆ งานของตำรวจไม่มีวันจบสิ้น

ลำดับความ

You see: ใช้เกริ่นคำอธิบายหรือบทสรุป

ในที่นี้ You see ไม่ได้สั่งให้ใครมอง แต่เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่มีความหมายใกล้กับ “ประเด็นคือ” หรือ “คำอธิบายก็คือ” คำนี้บอกว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายหรือสรุปว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มีความหมายอย่างไร ผู้ฟังจึงควรเชื่อมข้อความถัดไปกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

You see ทำหน้าที่อะไรใน “You see, the answer is simpler than it looks.”?

  1. ใช้เกริ่นคำอธิบาย
  2. ถามว่าผู้ฟังมองเห็นคำตอบหรือไม่
  3. บอกให้ผู้ฟังมองบางสิ่ง
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นคำอธิบาย

สำนวน

work is never done: หน้าที่ใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ

ใน work is never done คำว่า done หมายถึง “เสร็จสมบูรณ์” วลีนี้บอกว่าหน้าที่หรืองานประเภทหนึ่งก่อให้เกิดงานใหม่อยู่เรื่อย ๆ จึงดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุดจริง ๆ โดยทั่วไปเป็นการสรุปแบบกว้าง ๆ และเกินจริงเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่างานชิ้นใดชิ้นหนึ่งไม่มีทางทำเสร็จ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวปิดท้ายเรื่องหน้าที่ที่ต่อเนื่องของตำรวจด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงหน้าที่ใหม่ ๆ ยังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ: “At a busy animal shelter, the ____.”

ดูคำตอบ

work is never done

Bye, everyone.

4:22

บ๊ายบายทุกคน

Bye-bye.

4:23

บ๊ายบาย

Bye-bye.

4:24

บ๊ายบาย

Peppa loves the police.

4:27

เปปป้ารักตำรวจ

Everyone loves the police.

4:29

ทุกคนรักตำรวจ