การเป็นผู้ฟังที่ดี: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
777 คำ 172 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: การฟังที่ดีเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ คำถามที่ใส่ใจ สัญญาณที่ไม่ตัดสิน และการเคารพความเห็นต่าง ช่วยให้อีกฝ่ายเรียบเรียงความคิดและพูดอย่างตรงไปตรงมา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. not because ... but because — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ปฏิเสธเหตุผลที่คาดไว้ แล้วแทนด้วยสาเหตุจริงในประโยคที่สมดุล 2. egg us on. — กริยาวลี: เข้าใจความหมายว่าให้กำลังใจให้พูดต่อ และเห็นว่าสำนวนที่มักมีนัยยุยงกลายเป็นการสนับสนุนขณะฟังได้อย่างไร 3. strategic mm — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: ใช้เสียงตอบรับสั้น ๆ เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจและชวนให้พูดต่อ โดยไม่ขัดจังหวะหรือแย่งบทสนทนา

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Being a good listener is one of the most important and enchanting life skills anyone can have. ไวยากรณ์

0:01

การเป็นผู้ฟังที่ดีคือหนึ่งในทักษะชีวิตที่สำคัญและมีเสน่ห์ที่สุดที่ใครก็ตามสามารถมีได้

ไวยากรณ์

Being a good listener: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Being a good listener เป็นวลี gerund ในภาษาอังกฤษ วลีนี้เรียกสภาวะหรือการกระทำของการเป็นคนที่ฟังได้ดี และทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของ is ในที่นี้ being ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกาลต่อเนื่อง เราใช้วลี -ing เป็นประธานได้เมื่อต้องการพูดถึงกิจกรรม นิสัย หรือสภาวะเป็นแนวคิดหนึ่งเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ read เป็นประธานเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ widely helps you think clearly.

ดูคำตอบ

Reading

ไวยากรณ์

โครงสร้าง one of the most ... life skills

โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ บอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มที่มีคุณสมบัตินั้นอยู่ในระดับสูงมาก ใน one of the most important and enchanting life skills คำว่า important และ enchanting ต่างก็ขยาย life skills คำนามนับได้ในโครงสร้างนี้ต้องเป็นพหูพจน์ เพราะกำลังเลือกหนึ่งสิ่งจากหลายสิ่ง เช่น one of the most useful tools ไม่ใช่ one of the most useful tool

แบบฝึกหัด

ใช้รูปพหูพจน์ของ skill เพื่อเติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: Patience is one of the most valuable ____ a leader can have.

ดูคำตอบ

skills

Yet few of us know how to do it,

0:07

แต่พวกเราน้อยคนนักที่จะรู้วิธีการทำมัน

not because we're evil, ไวยากรณ์

0:09

ไม่ใช่เพราะเราเป็นคนเลวร้าย

but because no one has taught us how.

0:11

แต่เป็นเพราะไม่มีใครสอนเราว่าต้องทำอย่างไร

ไวยากรณ์

not because ... but because: ปฏิเสธเหตุผลหนึ่งแล้วบอกอีกเหตุผลหนึ่ง

not because A, but because B เริ่มจากตัด A ออกจากการเป็นคำอธิบาย แล้วจึงเสนอ B เป็นคำอธิบายที่แท้จริง ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธว่าเหตุผลคือเราเป็นคนชั่ว และยอมรับคำอธิบายว่าไม่มีใครสอนเราว่าต้องทำอย่างไร not ปฏิเสธเฉพาะอนุประโยค because แรกเท่านั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแก้ความเข้าใจที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยปฏิเสธเหตุผลที่ไม่ถูกต้องก่อน แล้วจึงบอกเหตุผลที่ต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างแสดงความขัดแย้ง: Omar apologized ____ he wanted praise, ____ he knew he had been rude.

ดูคำตอบ

not because · but because

And related point,

0:13

และประเด็นที่เกี่ยวข้องกันก็คือ

no one has listened to us.

0:15

ไม่มีใครเคยรับฟังเราเลย

So we come to social life greedy to speak rather than listen, ไวยากรณ์

0:18

ดังนั้นเราจึงเข้าสังคมด้วยความกระหายที่จะพูดมากกว่าที่จะฟัง

ไวยากรณ์

speak rather than listen: เลือกการกระทำแรกจากการกระทำสองอย่างที่ขนานกัน

rather than เชื่อมทางเลือกสองอย่างและแสดงว่าเลือก ชอบ หรือมักทำสิ่งแรกมากกว่าสิ่งที่สอง ในที่นี้ทางเลือกคือ speak และ listen และประโยคกำลังวิจารณ์ว่าผู้คนกระตือรือร้นที่จะพูดมากกว่าฟัง ส่วนที่เชื่อมกันควรมีรูปแบบขนานกัน เนื่องจากมี to อยู่หน้า speak แล้ว กริยาทั้งสองจึงใช้ to ร่วมกัน: to speak rather than listen ส่วน listen คงรูปกริยาพื้นฐานไว้

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่ใช้กับกริยารูปพื้นฐานสองคำซึ่งวางขนานกัน และหมายถึงเลือกการกระทำแรกแทนการกระทำที่สอง: Ava decided to call ____ send a long message.

ดูคำตอบ

rather than

hungry to meet others but reluctant to hear them.

0:21

หิวกระหายที่จะพบปะผู้อื่นแต่ลังเลที่จะรับฟังพวกเขา

Friendship degenerates into a socialized egoism. การใช้คำ

0:25

มิตรภาพเสื่อมถอยลงกลายเป็นความเห็นแก่ตัวที่แฝงมาในรูปของการเข้าสังคม

การใช้คำ

degenerates into: ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

degenerates into หมายถึงค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสภาพที่แย่ลงและไม่ดีต่อสุขภาวะ คำกริยา degenerate แสดงการตัดสินเชิงลบอย่างชัดเจน ไม่ใช่คำกลาง ๆ ที่มีความหมายเพียงว่า becomes โครงสร้างคือ A degenerates into B โดย A คือสิ่งหรือสภาพเริ่มต้น ส่วน B คือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ ในประโยคนี้ มิตรภาพถูกกล่าวว่าเสื่อมลงจนกลายเป็นความเห็นแก่ตัวรูปแบบหนึ่งที่แสดงออกผ่านความสัมพันธ์ทางสังคม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่แย่ลง” ลงในประโยค: Without clear rules, friendly competition can ____ open conflict.

ดูคำตอบ

degenerate into

Like most things,

0:29

เหมือนกับหลายๆ สิ่ง

it's about education.

0:30

มันเป็นเรื่องของการศึกษา

Our civilization is full of great books on how to speak.

0:32

อารยธรรมของเราเต็มไปด้วยหนังสือดีๆ เกี่ยวกับวิธีการพูด

Cicero's Orator and Aristotle's Rhetoric were two of the greatest in the ancient world. วัฒนธรรม

0:36

*Orator* ของซิเซโร และ *Rhetoric* ของอริสโตเติล เป็นสองผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ

วัฒนธรรม

Cicero's Orator and Aristotle's Rhetoric ในฐานะชื่อผลงานคลาสสิก

ซิเซโรเป็นนักพูดในที่สาธารณะและรัฐบุรุษชาวโรมัน ส่วน Orator เป็นชื่อผลงานชิ้นหนึ่งของเขาที่ว่าด้วยการพูดอย่างมีประสิทธิภาพ อริสโตเติลเป็นนักปรัชญาชาวกรีก และ Rhetoric เป็นผลงานของเขาเกี่ยวกับการโน้มน้าวใจและการพูดในที่สาธารณะ คำเหล่านี้เป็นชื่อหนังสือเฉพาะ ไม่ได้กล่าวถึง “นักพูด” และ “วาทศิลป์” โดยทั่วไป การเอ่ยถึงผลงานสำคัญจากยุคโบราณสองชิ้นแสดงให้เห็นว่า การสอนผู้คนให้พูดมีธรรมเนียมทางปัญญาที่ยาวนานมาก ในข้อถกเถียงโดยรวม ธรรมเนียมที่ยาวนานนี้ทำให้เห็นชัดว่าการฟังไม่ได้รับความสำคัญในระดับเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Cicero's Orator and Aristotle's Rhetoric คืออะไร

  1. ผลงานคลาสสิกสองชิ้นเกี่ยวกับการพูดและการโน้มน้าวใจ
  2. โรงเรียนโบราณสองแห่งที่ผู้คนเรียนรู้วิธีการฟัง
  3. คำเรียกทั่วไปสองคำสำหรับผู้พูดและข้อโต้แย้งใด ๆ
ดูคำตอบ

ผลงานคลาสสิกสองชิ้นเกี่ยวกับการพูดและการโน้มน้าวใจ

But sadly,

0:41

แต่น่าเศร้า

no one has ever written a book called The Listener.

0:42

ที่ไม่เคยมีใครเขียนหนังสือที่ชื่อว่า *ผู้ฟัง* ขึ้นมาเลย

There are a range of things that the good listener is doing

0:45

มีหลายสิ่งที่ผู้ฟังที่ดีทำ

that makes it so nice to spend time in their company.

0:48

ซึ่งทำให้การใช้เวลาร่วมกับพวกเขาเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

Firstly,

0:51

ประการแรก

they egg us on. กริยาวลี

0:52

พวกเขาคอยสนับสนุนเรา

กริยาวลี

egg us on: กระตุ้นให้ใครทำต่อ

egg someone on หมายถึงคอยเร่งเร้าหรือกระตุ้นให้ใครทำบางอย่างหรือทำต่อไป ในประโยคนี้เป็นการผลักดันให้เราพูดต่อ จึงเป็นการสนับสนุน ไม่ใช่การยุให้ทำสิ่งที่เป็นอันตราย กริยาวลีนี้วางกรรมไว้ระหว่าง egg กับ on ตามโครงสร้าง egg + someone + on เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้พูดว่า egg us on หรือ egg him on ไม่ใช่ egg on us

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ egg someone on: The performer wanted to stop, but the crowd kept ____ even after the stunt became unsafe.

ดูคำตอบ

egging him on

It's hard to know our own minds.

0:53

มันยากที่จะล่วงรู้ความคิดของเราเอง

Often we're in the vicinity of something but we don't quite close in โน้ต

0:55

บ่อยครั้งที่เราเฉียดเข้าไปใกล้บางสิ่งแต่เราก็ยังเข้าไม่ถึง

on what's really bothering or exciting us.

0:59

สิ่งที่คอยกวนใจหรือทำให้เราตื่นเต้นอยู่จริงๆ

สำนวน

in the vicinity of something: เข้าใกล้ในเชิงเปรียบเทียบ

in the vicinity of โดยปกติหมายถึงอยู่ใกล้สถานที่หรือสิ่งของจริง ๆ แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าเราใกล้จะระบุความคิดหรือความรู้สึกบางอย่างได้แล้ว แต่ยังบอกไม่ได้อย่างแม่นยำว่าคืออะไร โครงสร้าง be in the vicinity of + คำนาม แสดงว่าสิ่งนั้นอยู่ใกล้แต่ยังไปไม่ถึง ส่วนข้อความ don't quite close in on ที่ตามมายืนยันว่าผู้พูดเพียงเข้าใกล้ประเด็นที่แท้จริงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ in the vicinity of the answer หมายความว่าอะไร? We are in the vicinity of the answer, but we have not found it yet.

  1. เราใกล้จะระบุคำตอบได้แล้ว
  2. เรากำลังยืนอยู่ข้างคำตอบจริง ๆ
  3. เราพบคำตอบที่แน่นอนแล้ว
ดูคำตอบ

เราใกล้จะระบุคำตอบได้แล้ว

กริยาวลี

Close in on: ค่อย ๆ เข้าใกล้เป้าหมาย

Close in on หมายถึงค่อย ๆ เข้าใกล้เป้าหมาย เป้าหมายนั้นอาจเป็นสิ่งที่จับต้องได้ แต่ในที่นี้คือคำตอบว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของความรู้สึกนั้น สำนวนนี้แสดงว่ามีความคืบหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าไปถึงเป้าหมายแล้ว ในประโยคนี้ ผู้คนเข้าใกล้หัวข้อแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุความกังวลหรือที่มาของความตื่นเต้นอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ close in on เพื่อแสดงว่ากำลังค่อย ๆ เข้าใกล้การระบุเป้าหมาย?

  1. By comparing the reports, we are closing in on the source of the problem.
  2. We are closing the report before lunch.
  3. We are sitting close to the source of the problem.
ดูคำตอบ

By comparing the reports, we are closing in on the source of the problem.

We hugely benefit from encouragement to elaborate,

1:02

เราได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสนับสนุนให้อธิบายเพิ่มเติม

to go into greater detail, กริยาวลี

1:05

เพื่อลงรายละเอียดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

to push just a little further.

1:07

เพื่อผลักดันไปข้างหน้าอีกเพียงเล็กน้อย

กริยาวลี

Go into greater detail: อธิบายให้ละเอียดขึ้น

Go into greater detail หมายถึงอธิบายหรือตรวจสอบบางสิ่งให้ละเอียดกว่าเดิม go into ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ส่วน greater เปรียบเทียบคำอธิบายที่เพิ่มขึ้นกับคำอธิบายที่ละเอียดน้อยกว่า หลัง encouragement ประโยคนี้ใช้ to-infinitive สามชุดที่วางขนานกัน ได้แก่ to elaborate, to go into greater detail และ to push วลีที่เน้นคือการกระทำตรงกลาง ซึ่งหมายถึงการเพิ่มข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “อธิบายให้ละเอียดขึ้น”: Could you ____ about how you reached that result?

ดูคำตอบ

go into greater detail

We need someone who rather than launch forth on their own will simply say those two magic words, สำนวน

1:08

เราต้องการใครสักคนที่จะพูดแค่สองคำวิเศษนี้ แทนที่จะมัวแต่พูดเรื่องของตัวเอง

สำนวน

launch forth ที่สื่อถึงการเริ่มพูดอย่างยืดยาวและมีพลัง

ในประโยคนี้ launch forth หมายถึงการเริ่มพูดอย่างกะทันหัน ยืดยาว และเต็มไปด้วยพลัง คนคนนั้นเริ่มเล่าความคิดของตัวเองแทนที่จะสนใจผู้พูดอีกฝ่ายต่อไป สำนวนนี้ทำให้นึกถึงการทำให้บางสิ่งเคลื่อนที่ แต่ในที่นี้ไม่มีการปล่อยหรือยิงสิ่งใดจริง ๆ สำนวนนี้ทำให้การเริ่มพูดดูชัดเจนมีชีวิตชีวาและแฝงน้ำเสียงวิจารณ์เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ “Rather than listen, Maya launched forth on her own.” วลี launched forth on her own สื่อถึงอะไร?

  1. เธอปล่อยวัตถุขึ้นไปในอากาศ
  2. เธอขอให้คนอื่นพูดต่ออย่างเงียบ ๆ
  3. เธอเริ่มพูดถึงความคิดของตัวเองอย่างยืดยาว
ดูคำตอบ

เธอเริ่มพูดถึงความคิดของตัวเองอย่างยืดยาว

"Go on." น้ำเสียง/เจตนา

1:14

"พูดต่อสิ"

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ “Go on.” เพื่อชวนให้อีกฝ่ายพูดต่อ

ในที่นี้ Go on. เป็นคำตอบสั้น ๆ ของผู้ฟังที่ชวนให้อีกฝ่ายพูดต่อ แสดงว่าผู้ฟังสนใจและคืนโอกาสพูดให้อีกฝ่าย แทนที่จะแย่งหัวข้อไปพูดเอง รูปประโยคดูเหมือนคำสั่ง แต่ในบริบทที่ให้กำลังใจนี้ใช้เพื่อสนับสนุน ไม่ใช่สั่งให้อีกฝ่ายเดินหรือย้ายไปที่อื่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนหยุดกลางเรื่องที่กำลังเล่า เติมคำตอบของผู้ฟังด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่ถูกต้องเพื่อชวนให้เพื่อนพูดต่อ: "I'm listening. ____."

ดูคำตอบ

Go on

You mention a sibling and they want to know a bit more.

1:15

คุณพูดถึงพี่น้อง และพวกเขาก็อยากจะรู้เพิ่มเติมอีกสักหน่อย

What was the relationship like in childhood? ไวยากรณ์

1:18

ความสัมพันธ์ในวัยเด็กเป็นอย่างไรบ้าง?

ไวยากรณ์

What was the relationship like?: ถามให้บรรยายความสัมพันธ์ในอดีต

What was X like? ใช้ขอให้บรรยายว่า X ในอดีตเป็นอย่างไร ในประโยคนี้ X คือ the relationship และ in childhood กำหนดช่วงเวลาเป็นวัยเด็ก คำถามนี้เปิดโอกาสให้ตอบรายละเอียดเรื่องลักษณะ บรรยากาศ และรูปแบบความสัมพันธ์โดยทั่วไป ไม่ใช่แค่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ในโครงสร้างนี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “เป็นแบบไหน” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” ต้องวาง like ไว้ท้ายโครงสร้าง: What was + X + like?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้าง What was X like? โดยใช้ X = your neighborhood: ____ when you were little?

ดูคำตอบ

What was your neighborhood like

How's it changed over time?

1:21

มันเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป?

They're curious where our concerns and excitements come from.

1:22

พวกเขาอยากรู้ว่าความกังวลและความตื่นเต้นของเรามาจากไหน

They ask things like,

1:26

พวกเขาจะถามคำถามอย่างเช่น

"Why did that particularly bother you?

1:27

"ทำไมเรื่องนั้นถึงกวนใจคุณเป็นพิเศษล่ะ?

Why was that such a big thing for you?" การใช้คำ

1:30

ทำไมเรื่องนั้นถึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณ?"

การใช้คำ

such a big thing for you: ความสำคัญส่วนตัว ไม่ใช่ขนาด

นามวลี a big thing for someone หมายถึงบางสิ่งที่สำคัญมาก มีผลต่อความรู้สึกอย่างมาก หรือมีความหมายต่อบุคคลนั้น big บอกถึงความสำคัญหรือผลกระทบ ไม่ใช่ขนาดทางกายภาพ ส่วน thing อาจหมายถึงเหตุการณ์ ประเด็น หรือประสบการณ์ก็ได้ โครงสร้างเต็มคือ such + a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + for + บุคคล ใน Why was that such a big thing for you? คำว่า such ช่วยเน้น big และคำถามต้องการรู้ว่าเหตุใดเรื่องนั้นจึงมีความสำคัญส่วนตัวมากขนาดนั้น

แบบฝึกหัด

Leo พูดว่า Making the team was such a big thing for me. เขาหมายความว่าอย่างไร

  1. เขามองข้ามเรื่องนั้นได้ง่าย
  2. สิ่งนั้นมีขนาดใหญ่ทางกายภาพ
  3. เรื่องนั้นสำคัญกับเขามาก
ดูคำตอบ

เรื่องนั้นสำคัญกับเขามาก

They keep our histories in mind. วลี

1:32

พวกเขาจดจำเรื่องราวในอดีตของเราไว้ในใจ

วลี

keep + กรรม + in mind: จดจำต่อเนื่องและนำมาพิจารณา

ในโครงสร้าง keep + กรรม + in mind คำว่า keep หมายถึงทำให้เรื่องหนึ่งยังคงอยู่ในความคิด ไม่ได้หมายถึงเก็บสิ่งของไว้จริง ๆ ทั้งวลีหมายถึงจดจำข้อมูลนั้นและให้ข้อมูลมีผลต่อการตัดสินใจหรือการกระทำภายหลัง ในที่นี้ our histories หมายถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเล่าให้กันฟัง พวกเขาไม่ได้เพียงจำข้อเท็จจริงเหล่านั้น แต่ยังคำนึงถึงประสบการณ์ดังกล่าวเมื่อตอบสนองด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง keep ... in mind: When you choose the hotel, ____ the children's ages ____.

ดูคำตอบ

keep · in mind

They might refer back to something we said before กริยาวลี

1:34

พวกเขาอาจอ้างอิงกลับไปยังบางสิ่งที่เราเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้

กริยาวลี

refer back to: เชื่อมกลับไปยังประเด็นก่อนหน้า

Refer back to + คำนามหรือนามวลี หมายถึงการชี้กลับไปยังสิ่งที่เคยกล่าว แสดง หรือพูดคุยไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้ง คำว่า back ทำให้ความเชื่อมโยงกับเนื้อหาก่อนหน้าชัดเจน ส่วน to ใช้นำหน้าหัวข้อหรือแหล่งข้อมูลเดิม ในที่นี้ ผู้ฟังอาจหยิบสิ่งที่ผู้พูดเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาอีก แสดงว่าพวกเขาจำได้และเชื่อมโยงสิ่งนั้นกับบทสนทนาปัจจุบัน วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการแนะนำคนหนึ่งให้รู้จักกับอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมโยงการพูดคุยปัจจุบันกับสิ่งที่เคยกล่าวถึงก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน?

  1. We should refer back to the concern Maya raised last week.
  2. We should introduce the concern for the first time.
  3. We should refer to the new concern Maya will raise tomorrow.
ดูคำตอบ

We should refer back to the concern Maya raised last week.

and we feel they're building up a deeper base of engagement.

1:36

และเรารู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังสร้างรากฐานของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Secondly,

1:40

ประการที่สอง

the good listener urges clarification.

1:41

ผู้ฟังที่ดีกระตุ้นให้เกิดความชัดเจน

It's fatally easy to say vague things.

1:44

มันง่ายอย่างร้ายกาจที่จะพูดอะไรคลุมเครือ

We simply mention that something is lovely or terrible,

1:47

เราเพียงแค่พูดว่าบางสิ่งมันน่ารักหรือเลวร้าย

nice or annoying,

1:50

ดีหรือน่ารำคาญ

but we don't really explore why we feel this way.

1:51

แต่เราไม่ได้สำรวจจริงๆ ว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้

The friend who listens often has a productive friendly suspicion

1:55

เพื่อนที่คอยรับฟังมักจะมีความสงสัยอย่างเป็นมิตรและสร้างสรรค์

of some of our own first statements

1:59

ต่อคำพูดแรกๆ ของเราบางประโยค

and is after the deeper attitudes that are lurking in the background. โน้ต

2:01

และค้นหาทัศนคติที่ลึกซึ้งกว่าซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลัง

กริยาวลี

be after: แสวงหาหรือพยายามค้นหาบางสิ่ง

ในประโยคนี้ is after หมายถึง “กำลังพยายามค้นหา ทำความเข้าใจ หรือเปิดเผย” ผู้ฟังต้องการเข้าถึงทัศนคติที่ลึกกว่าซึ่งอยู่ใต้คำพูดแรก ๆ ของอีกฝ่าย ไม่ได้หมายถึง “มาทีหลัง” หรือ “อยู่ข้างหลังในทางกายภาพ” โครงสร้าง be after + คำนาม ทำให้สิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึงเป็นเป้าหมาย คือสิ่งที่คนคนหนึ่งต้องการได้มา ค้นพบ หรือทำความเข้าใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “กำลังพยายามให้ได้มา”: The interviewer ____ a clear answer, not a long story.

ดูคำตอบ

is after

สำนวน

lurking in the background: ซ่อนอยู่แต่ยังคงมีอยู่

ในที่นี้ lurking in the background เป็นคำเปรียบเทียบ ทัศนคติที่ลึกกว่าไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่จริง ๆ แต่ไม่ได้ถูกพูดออกมาและสังเกตได้ยาก ถึงอย่างนั้นก็ยังคงอยู่และอาจมีอิทธิพลต่อสิ่งที่บุคคลนั้นพูด lurk มักสื่อว่าบางสิ่งยังคงซ่อนอยู่และอาจกลายเป็นเรื่องสำคัญหรือน่ากังวลในภายหลัง ในรูปแบบนี้ in the background หมายถึงอยู่นอกจุดสนใจหลัก

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'A worry was lurking in the background,' วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกคนพูดคุยเรื่องความกังวลนั้นอย่างเปิดเผย
  2. ความกังวลนั้นซ่อนอยู่ แต่ยังคงมีอยู่และส่งผลต่อสถานการณ์
  3. ความกังวลนั้นหายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
ดูคำตอบ

ความกังวลนั้นซ่อนอยู่ แต่ยังคงมีอยู่และส่งผลต่อสถานการณ์

They take things we say like,

2:05

พวกเขาหยิบยกสิ่งที่เราพูด เช่น

"I'm fed up with my job" การใช้คำ

2:07

"ฉันเบื่อกับงานของฉันเต็มที"

การใช้คำ

be fed up with: ความเอือมระอาอย่างมากที่สะสมมา

ใน “I'm fed up with my job” วลี be fed up with หมายถึงรู้สึกรำคาญหรือไม่พอใจคนหรือสิ่งใดอย่างมาก หลังจากความรู้สึกนั้นสะสมมาระยะหนึ่ง fed ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการกิน โดย fed up ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หลัง am และ with ใช้นำหน้าสาเหตุของความรำคาญ วลีนี้มีน้ำหนักแรงกว่าการบอกเพียงว่าไม่ชอบสิ่งใด มักสื่อว่าผู้พูดทนจนถึงขีดจำกัดแล้ว และต้องการให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงหรือจบลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความรำคาญอย่างมากที่สะสมมาเป็นเวลานาน?

  1. I'm fed up with the same bus being late every day.
  2. I was surprised when the bus arrived early.
  3. I don't especially like the color of this bus.
ดูคำตอบ

I'm fed up with the same bus being late every day.

or "My partner and I are having a lot of rows" การใช้คำ

2:08

หรือ "ฉันกับคู่รักทะเลาะกันบ่อยมาก"

การใช้คำ

have rows: ภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับการทะเลาะซ้ำหลายครั้ง

ใน “My partner and I are having a lot of rows” คำว่า rows หมายถึงการทะเลาะที่เสียงดังหรือเต็มไปด้วยความโกรธ รูปแบบ have a row หมายถึงทะเลาะกันหนึ่งครั้ง ส่วน have rows หรือ have a lot of rows หมายถึงทะเลาะกันซ้ำหลายครั้ง ความหมายนี้ใช้เป็นหลักในภาษาอังกฤษแบบบริติช ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เรียงเป็นแถว และไม่ใช่คำกริยา row ที่หมายถึงพายเรือ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน เน้นฟังว่า rows มีเสียงสระเหมือนใน “now” หรือใน “go”

  1. The chairs are arranged in neat rows.
  2. The neighbors are having rows again.
ดูคำตอบ

The neighbors are having rows again.

and they help us to focus in กริยาวลี

2:11

และพวกเขาช่วยให้เราโฟกัส

on what it really is about the job we don't like

2:13

ไปที่ว่าเราไม่ชอบอะไรในงานนั้นจริงๆ

or what the rows are really about.

2:16

หรือการทะเลาะกันนั้นแท้จริงแล้วเป็นเรื่องอะไร

กริยาวลี

focus in on: จำกัดความสนใจให้เหลือปัญหาที่แท้จริง

“Focus in on” หมายถึงการจำกัดความสนใจจากหัวข้อกว้าง ๆ ให้เหลือประเด็นเฉพาะที่สำคัญจริง ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากความไม่ชอบงานแบบกว้าง ๆ หรือการทะเลาะกันโดยทั่วไป ไปสู่การถามถึงเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น โครงสร้างคือ focus in on + คำนามหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำถาม เช่น what, why หรือ how โดย on นำเข้าสู่เป้าหมาย ส่วน in เพิ่มความหมายของการเคลื่อนเข้าไปสู่จุดที่แคบและแม่นยำกว่า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการปรับโฟกัสของกล้องจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งได้หารือถึงสาเหตุที่เป็นไปได้หลายอย่าง วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อเน้นว่ากำลังจำกัดการหารือให้เหลือปัญหาที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งอย่าง? Now let's _____ why the website fails at checkout.

  1. talk about
  2. focus on
  3. focus in on
ดูคำตอบ

focus in on

They're bringing to listening an ambition to clarify the underlying issues.

2:18

พวกเขานำความมุ่งมั่นที่จะทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ชัดเจนมาใช้ในการฟัง

They don't just see conversation as the swapping of anecdotes.

2:23

พวกเขาไม่ได้มองว่าบทสนทนาเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ

They're reconnecting the chat you're having over pizza

2:27

พวกเขากำลังเชื่อมโยงบทสนทนาที่คุณคุยกันระหว่างกินพิซซ่า

with the philosophical ambitions of Socrates, วัฒนธรรม

2:29

เข้ากับความมุ่งมั่นทางปรัชญาของโสกราตีส

whose dialogues are records of his attempts

2:32

ซึ่งบทสนทนาของเขาคือบันทึกความพยายามของเขา

to help fellow Athenians understand their ideas and values in a better way.

2:34

ที่จะช่วยให้เพื่อนชาวเอเธนส์เข้าใจความคิดและค่านิยมของตัวเองในวิธีที่ดีขึ้น

วัฒนธรรม

โสเครตีส: ตั้งคำถามและทำความคิดกับค่านิยมให้ชัดเจน

โสเครตีสเป็นนักปรัชญากรีกโบราณที่อยู่ในเอเธนส์ เรารู้จักเขาผ่านบทสนทนาที่แสดงให้เห็นว่าเขาตรวจสอบความเชื่อด้วยการตั้งคำถาม นี่คือภูมิหลังที่จำเป็นต่อการเข้าใจวลี “ความมุ่งหมายทางปรัชญา” ประโยคนี้เปรียบเทียบบทสนทนาธรรมดาขณะกินพิซซ่ากับการสนทนาแบบโสเครตีส ทั้งสองอย่างช่วยให้ผู้คนตรวจสอบ อธิบายให้ชัดเจน และเข้าใจความคิดกับค่านิยมของตนได้ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าบทสนทนาสมัยใหม่นั้นเกิดขึ้นจริงในเอเธนส์โบราณ

แบบฝึกหัด

การกล่าวถึงโสเครตีสบอกอะไรเกี่ยวกับบทสนทนาขณะกินพิซซ่า?

  1. มันเป็นบทเรียนเกี่ยวกับอาหารกรีกเป็นหลัก
  2. มันเกิดขึ้นจริงในเอเธนส์โบราณ
  3. มันช่วยให้ผู้คนตั้งคำถามและอธิบายความคิดกับค่านิยมของตนให้ชัดเจนได้
ดูคำตอบ

มันช่วยให้ผู้คนตั้งคำถามและอธิบายความคิดกับค่านิยมของตนให้ชัดเจนได้

Third,

2:40

ประการที่สาม

good listeners don't moralize.

2:41

ผู้ฟังที่ดีจะไม่สั่งสอนศีลธรรม

The good listener is acutely aware of how insane we all are.

2:43

ผู้ฟังที่ดีจะตระหนักดีว่าพวกเราทุกคนมีความบ้าคลั่งในตัวแค่ไหน

They know their own minds well enough ไวยากรณ์

2:47

พวกเขารู้จักจิตใจของตัวเองดีพอ

not to be surprised or frightened about this.

2:49

ที่จะไม่รู้สึกแปลกใจหรือหวาดกลัวกับสิ่งนี้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง well enough not to + คำกริยา

ในประโยคนี้ well ขยาย know และ enough บอกว่าระดับการเข้าใจความคิดของตนเองนั้นมากพอตามที่ต้องการ โครงสร้าง adjective/adverb + enough + not to + verb หมายถึงระดับนั้นเพียงพอ จึงทำให้การกระทำหรือปฏิกิริยาที่ตามมาไม่เกิดขึ้น ตรงนี้ not เป็นส่วนของ to be surprised or frightened ไม่ได้ปฏิเสธ know พวกเขารู้ใจตัวเองจริง ๆ จึงไม่รู้สึกประหลาดใจหรือกลัว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่าการรู้เส้นทางของ Maya ช่วยให้เธอไม่หลงทาง: Maya knows the trail ____ get lost.

ดูคำตอบ

well enough not to

They're skilled at making occasional little positive sounds,

2:52

พวกเขามีทักษะในการเปล่งเสียงเชิงบวกเล็กๆ น้อยๆ เป็นระยะ

strategic mm น้ำเสียง/เจตนา

2:56

การ "อืม" อย่างมีชั้นเชิง

that delicately signal sympathy

2:58

ซึ่งสื่อถึงความเห็นอกเห็นใจอย่างละเอียดอ่อน

without intruding on what we're trying to say.

3:00

โดยไม่ก้าวก่ายสิ่งที่เราพยายามจะพูด

น้ำเสียง/เจตนา

strategic mm ในฐานะสัญญาณตอบรับของผู้ฟัง

ตรงนี้ mm คือการตอบรับสั้น ๆ ของผู้ฟัง หรือสัญญาณ backchannel ซึ่งแทบไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะ แต่แสดงความสนใจหรือความเห็นใจ และกระตุ้นให้ผู้พูดพูดต่อโดยไม่แย่งจังหวะการพูด strategic หมายถึงการส่งเสียงนี้อย่างตั้งใจและในเวลาที่เหมาะสม ในบริบทนี้ mm ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเห็นด้วยทั้งหมด และไม่ใช่เสียงลังเลที่ผู้พูดใช้ตอนกำลังนึกคำ

แบบฝึกหัด

ผู้ฟังพูด mm เบา ๆ ขณะที่อีกคนยังพูดอยู่ mm นี้จำเป็นต้องแสดงว่าเห็นด้วยทั้งหมดหรือไม่?

  1. ไม่ อาจเพียงแสดงความสนใจหรือความเห็นใจ
  2. ใช่ แสดงว่าเห็นด้วยทั้งหมดเสมอ
ดูคำตอบ

ไม่ อาจเพียงแสดงความสนใจหรือความเห็นใจ

They give the impression that they recognize and accept our follies. วลี

3:02

พวกเขาให้ความรู้สึกว่าพวกเขาตระหนักและยอมรับในความโง่เขลาของเรา

วลี

give the impression that: ทำให้รู้สึกว่า…

give the impression that + อนุประโยค หมายถึงการทำให้คนอื่นคิดหรือรู้สึกว่าบางอย่างเป็นความจริงจากคำพูด การกระทำ หรือรูปลักษณ์ของใครคนหนึ่ง โดยเจ้าตัวไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรง ๆ ในประโยคนี้ พฤติกรรมของพวกเขาทำให้เรารู้สึกว่าพวกเขามองเห็นและยอมรับความเขลาของเรา สำนวนนี้นำเสนอเนื้อหาในส่วนที่ตามหลัง that ว่าเป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ give the impression that Her calm smile ____ everything was fine.

ดูคำตอบ

gave the impression that

They're reassuring us they're not going to shred our dignity. สำนวน

3:06

พวกเขาทำให้เรามั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ฉีกศักดิ์ศรีของเราทิ้ง

สำนวน

shred our dignity: ฉีกศักดิ์ศรีของเราจนป่นปี้

ตามตัวอักษร shred หมายถึงการฉีกบางสิ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ dignity เป็นแนวคิดนามธรรม ดังนั้น shred our dignity จึงเป็นอุปมาที่เห็นภาพชัด หมายถึงการทำให้เราอับอายอย่างรุนแรงหรือทำลายความเคารพที่เรามีต่อตนเอง ตรงนี้ not going to shred our dignity เป็นการทำให้เราสบายใจว่าพวกเขาจะไม่ทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยหรืออับอาย ภาพที่รุนแรงนี้ทำให้ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นฟังดูหนักกว่าการทำร้ายความรู้สึกธรรมดามาก

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า They are not going to shred our dignity?

  1. พวกเขาจะไม่ฉีกเสื้อผ้าของเราเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  2. พวกเขาจะไม่ขอให้เราเปลี่ยนความคิดเห็น
  3. พวกเขาจะไม่ทำให้เราอับอายหรือทำลายความเคารพที่เรามีต่อตนเอง
ดูคำตอบ

พวกเขาจะไม่ทำให้เราอับอายหรือทำลายความเคารพที่เรามีต่อตนเอง

A big worry in a competitive world

3:10

ความกังวลใหญ่อย่างหนึ่งในโลกแห่งการแข่งขัน

is that we feel we can't afford to be honest about how distressed we are. สำนวน

3:13

คือเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถที่จะซื่อสัตย์เกี่ยวกับความทุกข์ใจของเราได้

สำนวน

Can't afford to: ผลที่ต้องแลกซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

ในประโยคนี้ can't afford to be honest หมายถึง การพูดความจริงดูมีความเสี่ยงหรือมีผลที่ต้องแลกสูงเกินกว่าจะรับไหว ไม่ได้หมายถึงไม่มีเงิน แต่ผลเสียที่กลัวอาจเป็นด้านสังคม ส่วนตัว หรือการใช้ชีวิตจริง โครงสร้าง can/can't afford to + กริยา ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งยอมรับต้นทุน ความเสี่ยง หรือผลลัพธ์ของการกระทำได้หรือไม่ can't afford to มักหมายถึงผลที่ตามมาจะร้ายแรงเกินไป จึงหนักแน่นกว่าการแค่ไม่อยากทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย can't afford to: The warning signs are getting worse, so we ____ wait any longer.

ดูคำตอบ

can't afford to

Saying one feels like a failure could mean being dropped,

3:17

การพูดว่าตัวเองรู้สึกเหมือนเป็นผู้แพ้อาจหมายถึงการถูกทอดทิ้ง

but the good listener signals early and clearly

3:21

แต่ผู้ฟังที่ดีจะส่งสัญญาณอย่างรวดเร็วและชัดเจน

that they don't see us in these terms.

3:23

ว่าพวกเขาไม่ได้มองเราในแง่มุมเหล่านั้น

Our vulnerability is something they warm to กริยาวลี

3:26

ความเปราะบางของเราคือสิ่งที่พวกเขารู้สึกอบอุ่นด้วย

rather than are appalled by.

3:29

แทนที่จะตกใจกลัว

กริยาวลี

Warm to: ค่อย ๆ เกิดความรู้สึกที่ดี

ในที่นี้ warm to หมายถึง การตอบสนองในทางบวกต่อความเปราะบางของใครบางคน หรือเริ่มรู้สึกเห็นใจสิ่งนั้น rather than เปรียบเทียบการยอมรับนี้กับ appalled by ซึ่งหมายถึงรู้สึกตกใจและรังเกียจ โครงสร้าง warm to + คำนามหรือคำสรรพนาม บอกถึงการเปลี่ยนไปสู่การชอบ ไว้วางใจ สนับสนุน หรือยอมรับใครหรือบางสิ่ง มักสื่อว่าความรู้สึกในทางบวกค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ใช่แค่บอกความรู้สึกที่คงที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย warm to: At first, Sam was unsure about the new coach, but after a few practices, he began to ____ her.

ดูคำตอบ

warm to

Lastly,

3:31

สุดท้าย

good listeners separate disagreement from criticism. วลี

3:32

ผู้ฟังที่ดีจะแยกแยะความขัดแย้งออกจากการวิพากษ์วิจารณ์

วลี

separate disagreement from criticism: โครงสร้าง separate A from B

ในที่นี้ separate A from B หมายถึงการมองเห็นและคงความแตกต่างระหว่างแนวคิดสองอย่างไว้ แทนที่จะถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน กรรมทั้งสองเป็นแนวคิดนามธรรม: disagreement คือความเห็นไม่ตรงกัน ส่วน criticism คือการประเมินคน การกระทำ หรือแนวคิดในทางลบ โครงสร้าง separate A from B ใช้ได้ทั้งกับสิ่งของและแนวคิด ในประโยคนี้ โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบการตัดสินของผู้ฟัง: การไม่เห็นด้วยกับใครไม่ได้แปลว่ากำลังโจมตีหรือตำหนิคนนั้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง separate A from B: To make a fair decision, ____ the facts ____ your first impression.

ดูคำตอบ

separate · from

There's a huge tendency to feel that being disagreed with ไวยากรณ์

3:36

มีแนวโน้มอย่างมากที่จะรู้สึกว่าการถูกขัดแย้ง

is an expression of hostility.

3:39

เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งร้าย

ไวยากรณ์

being disagreed with: รูป -ing แบบถูกกระทำของ disagree with

Being disagreed with เป็นอนุประโยค -ing แบบถูกกระทำ ใช้เรียกประสบการณ์ที่คนอื่นไม่เห็นด้วยกับเรา และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ is ภายในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that รูปแบบประธานเป็นผู้กระทำคือ someone disagrees with you เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปถูกกระทำ you จะเป็นฝ่ายที่ได้รับผล ส่วน with ยังคงอยู่เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ disagree with ในที่นี้ being ทำให้ประสบการณ์ทั้งหมดทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ใช่กริยาหลักอีกคำที่บอกว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing แบบถูกกระทำของ disagree with: Leo dislikes ____, but he knows other opinions can help.

ดูคำตอบ

being disagreed with

And obviously,

3:41

และแน่นอน

sometimes that's right,

3:42

บางครั้งมันก็ถูกต้อง

but a good listener makes it clear

3:43

แต่ผู้ฟังที่ดีจะทำให้ชัดเจนว่า

that they can really like you and at the same time

3:45

พวกเขาสามารถชอบคุณมากๆ ได้จริงๆ และในขณะเดียวกัน

think you're wrong.

3:48

ก็คิดว่าคุณคิดผิด

They make it plain that their liking for you

3:49

พวกเขาทำให้เห็นชัดเจนว่าความชอบที่คุณมีให้

isn't dependent on constant agreement.

3:52

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเห็นด้วยอยู่ตลอดเวลา

They're powerfully aware

3:54

พวกเขาตระหนักอย่างลึกซึ้ง

that a really lovely person could end up a bit muddled

3:56

ว่าคนที่น่ารักจริงๆ อาจจะลงเอยด้วยความสับสนเล็กน้อย

and in need of some gentle untangling. สำนวน

3:59

และต้องการการคลี่คลายอย่างอ่อนโยน

สำนวน

in need of some gentle untangling: ต้องการให้ช่วยค่อย ๆ คลี่คลายความคิด

ในประโยคนี้ in need of หมายถึง "จำเป็นต้องได้รับ" หรือ "ต้องการ" สิ่งที่ต้องการคือความช่วยเหลือจากคนอื่น ไม่ใช่สิ่งของ untangling เป็นอุปมา โดยเปรียบความคิดที่สับสนกับเส้นด้ายที่พันกันและค่อย ๆ แยกออกได้ ส่วน gentle ทำให้การแก้ไขฟังดูอดทนและให้กำลังใจ ไม่ใช่รุนแรง

แบบฝึกหัด

in need of some gentle untangling ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ความคิดที่สับสนของคนนั้นต้องได้รับการช่วยอธิบายอย่างอดทน
  2. ต้องวิจารณ์คนนั้นอย่างหนักแน่น
  3. ต้องค่อย ๆ แกะเส้นด้ายที่พันกันอยู่จริง
ดูคำตอบ

ความคิดที่สับสนของคนนั้นต้องได้รับการช่วยอธิบายอย่างอดทน

When we're in the company of people who listen well, วลี

4:03

เมื่อเราอยู่ท่ามกลางคนที่เป็นผู้ฟังที่ดี

วลี

in the company of: อยู่ร่วมกับ

ในที่นี้ in the company of หมายถึง "อยู่ด้วยกันกับ" หรือ "ใช้เวลาร่วมกับ" ผู้พูดกำลังบรรยายถึงการอยู่ใกล้คนที่รับฟังผู้อื่นได้ดี company ในที่นี้หมายถึงการอยู่เป็นเพื่อนหรือผู้คนที่อยู่ด้วย ไม่ใช่บริษัท โครงสร้างคือ in the company of + คนหรือกลุ่มคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่มี company และหมายถึง "อยู่ด้วยกันกับ": I feel relaxed ____ close friends.

ดูคำตอบ

in the company of

we experience a very powerful pleasure.

4:05

เราจะได้สัมผัสกับความสุขที่ทรงพลังอย่างมาก

But too often we don't really realize

4:09

แต่บ่อยครั้งเราก็ไม่ได้ตระหนักจริงๆ ว่า

what it is that this person's doing that's so nice.

4:11

อะไรกันแน่ที่บุคคลนี้กำลังทำอยู่ซึ่งมันดีเหลือเกิน

By paying strategic attention to the pleasure, ไวยากรณ์

4:14

ด้วยการใส่ใจในความสุขนั้นอย่างมีกลยุทธ์

we can learn to magnify it

4:16

เราสามารถเรียนรู้ที่จะขยายมัน

and offer it to others

4:18

และส่งมอบมันให้กับผู้อื่น

ไวยากรณ์

By paying strategic attention: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

“By paying strategic attention” ที่อยู่ต้นประโยคบอกวิธีที่ใช้เพื่อให้เกิดผลในประโยคหลัก ในที่นี้ by หมายถึง “ด้วยการทำบางอย่าง” และ paying คือรูป -ing ที่ตามหลังคำบุพบท by รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ By + กริยา-ing, ประโยคหลัก ผู้ที่ทำกริยา -ing โดยปกติจะเป็นประธานของประโยคหลัก เช่น by paying attention, we can learn....

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกวิธีด้วย by + รูป -ing ของ check: “____ the instructions carefully, we avoided a mistake.”

ดูคำตอบ

By checking

who will notice, hear, and repay the favor in turn. วลี

4:20

ซึ่งจะสังเกตเห็น รับฟัง และตอบแทนความกรุณานั้นในที่สุด

วลี

repay the favor in turn: ตอบแทนน้ำใจเป็นลำดับต่อกัน

Repay the favor หมายถึงการตอบแทนความช่วยเหลือหรือน้ำใจของใครบางคนด้วยการช่วยเหลือจากฝ่ายเราเอง ในที่นี้ repay ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องเงิน และ favor หมายถึงน้ำใจที่ได้รับมาก่อน ไม่ใช่หนี้อย่างเป็นทางการ In turn เพิ่มความหมายของการตอบแทนซึ่งกันและกันหรือลำดับเหตุการณ์ คือคนหนึ่งแสดงน้ำใจก่อน แล้วอีกคนจึงตอบกลับด้วยน้ำใจในลักษณะเดียวกัน วลีทั้งหมดจึงบรรยายวงจรของความปรารถนาดี

แบบฝึกหัด

“After Ava helped me move, I repaid the favor in turn by fixing her bike” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันตอบแทนน้ำใจที่เอวาเคยให้ด้วยการช่วยเหลือของฉันเอง
  2. ฉันจ่ายเงินให้เอวาก่อนที่จะถึงตาของฉัน
  3. ฉันขอให้เอวาช่วยแบบเดิมอีกครั้ง
ดูคำตอบ

ฉันตอบแทนน้ำใจที่เอวาเคยให้ด้วยการช่วยเหลือของฉันเอง

Listening deserves discovery

4:24

การฟังสมควรได้รับการค้นพบ

as one of the keys to a good society. สำนวน

4:26

ในฐานะหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่สังคมที่ดี

สำนวน

one of the keys to a good society: ปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว

ในวลี one of the keys to a good society คำว่า key ใช้เชิงอุปมา หมายถึงปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ โดย a good society หลังคำบุพบท to คือผลลัพธ์ที่กล่าวถึง โครงสร้าง one of the + คำนามพหูพจน์ แสดงว่ามีปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ประโยคนี้เสนอว่าการรับฟังเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เงื่อนไขเดียว สามารถนำรูปแบบ X is one of the keys to Y. ไปใช้ต่อได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอุปมาเรื่องกุญแจ เพื่อแสดงว่าการทำงานเป็นทีมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญหลายอย่าง: Teamwork is ____ finishing the project on time.

ดูคำตอบ

one of the keys to

through life thinking that there's a right way to do things

4:37

ใช้ชีวิตโดยคิดว่ามันมีวิธีที่ถูกในการทำสิ่งต่างๆ

and a wrong way to do things

4:40

และวิธีที่ผิดในการทำสิ่งต่างๆ

and there's not a whole lot of room for subjectivity

4:42

และมันไม่มีพื้นที่มากนักสำหรับความเป็นอัตวิสัย

from my perspective.

4:46

จากมุมมองของฉัน

troubles around communicating our intentions

4:47

ปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารเจตนาของเรา

and emotions clearly and honestly.

4:50

และอารมณ์ความรู้สึกอย่างชัดเจนและซื่อสัตย์

This is some of what we get up to

4:53

นี่คือบางสิ่งที่เรากำลังทำ

as an alternative to straightforward communication.

4:55

เพื่อเป็นทางเลือกแทนการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา