ความสำเร็จในโรงเรียน vs ความสำเร็จในชีวิต: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
438 คำ 150 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: บทความถามว่าคะแนนดีรับประกันชีวิตผู้ใหญ่ที่ดีหรือไม่ และเสนอให้จับคู่วินัยภายนอกกับความคิดอิสระ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. come across: กริยาวลี ใช้บอกการพบโดยไม่คาดคิดและแยกจากความหมายอื่น 2. what is is all that could be.: ไวยากรณ์และรูปประโยค is แรกอยู่ใน what is ส่วน is ที่สองเชื่อมประธานกับส่วนเติมเต็ม 3. outwardly entirely obedient, while inwardly intelligently and unashamedly rebellious.: การเรียบเรียง เรื่องเล่า และวาทศิลป์ ดูว่า while กับคำตรงข้ามสร้างบทสรุปอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We want to do well at school for an obvious reason. วลี

0:03

เราอยากเรียนให้ได้คะแนนดีที่โรงเรียนด้วยเหตุผลที่ชัดเจน

วลี

do well at school: ผลการเรียน ไม่ใช่สุขภาพ

Do well at school หมายถึงทำได้ดีด้านการเรียนหรือมีผลการเรียนที่ดี ในสำนวนนี้ well บอกระดับผลงาน ไม่ได้หมายถึงสุขภาพ วลี at school กำหนดขอบเขตที่บุคคลนั้นทำได้ดี รูปแบบนี้นำไปใช้กับขอบเขตอื่นได้ เช่น do well at work หรือ do well in a competition

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนธรรมชาติที่หมายถึง “ได้ผลการเรียนที่ดี”: Maya studies every evening because she wants to ____.

ดูคำตอบ

do well at school

Because,

0:06

เพราะว่า

as we're often told,

0:06

อย่างที่เรามักจะได้ยินมา

it's the primary route to doing well at life. วลี

0:08

มันคือเส้นทางหลักในการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

วลี

the primary route to + คำนามหรือรูป -ing

the primary route to หมายถึงเส้นทางหรือวิธีหลักที่นำไปสู่ผลลัพธ์ ที่นี่ route ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยเชื่อมวิธีการกระทำกับผลลัพธ์ ไม่ได้เชื่อมสถานที่จริงสองแห่ง ในรูปแบบนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น the route to success และ the route to building confidence ส่วน primary แสดงว่าเส้นทางนี้สำคัญที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเส้นทางเดียวเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “เส้นทางหรือวิธีหลักที่นำไปสู่ผลลัพธ์”: For many beginners, daily practice is ____ building confidence.

ดูคำตอบ

the primary route to

Few of us are in love with the A grades themselves. สำนวน

0:11

น้อยคนนักที่จะหลงรักเกรด A ในตัวของมันเอง

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ in love with

be in love with ปกติใช้พูดถึงความรักแบบคนรักที่มีต่อบุคคล แต่เมื่อใช้กับสิ่งของหรือความคิด จะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าชอบหรือชื่นชมมาก ในประโยคนี้ ผู้เขียนบอกว่าแทบไม่มีใครชอบตัวเกรด A มากถึงขั้นนั้น การพูดเกินจริงนี้มีอารมณ์หยอกเล็กน้อย ผู้คนให้ความสำคัญกับเกรดเพราะหวังถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะตัวอักษร A เองน่ารักน่าหลงใหล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in love with ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงว่าชอบสิ่งของอย่างมาก?

  1. She is choosing bright colors for her new room.
  2. She is looking at the bright colors in her new room.
  3. She is in love with the bright colors in her new room.
ดูคำตอบ

She is in love with the bright colors in her new room.

We want them because we're understandably interested in one day having a fulfilling career, ไวยากรณ์

0:14

เราต้องการมันเพราะเรามีความสนใจอย่างเข้าใจได้ว่าสักวันหนึ่งเราจะมีอาชีพการงานที่เติมเต็ม

a pleasant house,

0:19

มีบ้านที่น่าอยู่

and the respect of others.

0:20

และได้รับการเคารพจากผู้อื่น

ไวยากรณ์

interested in one day having: โครงสร้าง in + -ing

ใน be interested in คำว่า in เป็นคำบุพบท เมื่อมีกริยาตามหลัง กริยานั้นมักใช้รูป -ing: interested in having ไม่ใช่ interested in have หรือ interested to having one day เป็นวลีบอกเวลาที่หมายถึงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด วลีนี้วางระหว่าง in กับ having ได้โดยไม่เปลี่ยนไวยากรณ์: be interested in + one day + having โครงสร้างนี้นำเสนอความเป็นไปได้หรือเป้าหมายในอนาคตว่าเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นสนใจ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ work เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm interested in one day ____ abroad.

ดูคำตอบ

working

But sometimes,

0:22

แต่บางครั้ง

more often than seems entirely reassuring, ลำดับความ

0:23

บ่อยกว่าที่จะทำให้รู้สึกอุ่นใจได้ทั้งหมด

something pretty confusing occurs.

0:26

มีบางสิ่งที่น่าสับสนพอสมควรเกิดขึ้น

ลำดับความ

more often than seems entirely reassuring: ความเห็นเรื่องความถี่ที่แฝงความกังวล

วลี more often than seems entirely reassuring แทรกอยู่กลางประโยคหลักเพื่อแสดงความเห็นว่าเหตุการณ์นั้นเกิดบ่อยเพียงใด วลีนี้ขยายความ sometimes ว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดตลอดเวลา แต่เกิดบ่อยพอที่จะทำให้น่ากังวล การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าความถี่ระดับใดจึงจะปลอดภัย แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่า this happens too often ผู้พูดใช้การประเมินแบบยับยั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจก่อนจะกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ชวนสับสน

แบบฝึกหัด

more often than seems entirely reassuring ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้จำกัดความหมายของ sometimes และบอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์เกิดบ่อยพอที่จะน่ากังวล
  2. วลีนี้แก้ความหมายของประโยคให้เป็นว่าเหตุการณ์แทบไม่เคยเกิดขึ้น
  3. วลีนี้บอกว่าเหตุการณ์เกิดบ่อยเพราะความรู้สึกอุ่นใจเป็นสาเหตุ
ดูคำตอบ

วลีนี้จำกัดความหมายของ sometimes และบอกเป็นนัยว่าเหตุการณ์เกิดบ่อยพอที่จะน่ากังวล

We come across people who triumphed at school โน้ต

0:28

เราพบเจอผู้คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโรงเรียน

but flunked at life and vice versa. วลี

0:31

แต่ล้มเหลวในชีวิต และในทางกลับกัน

กริยาวลี

come across: พบหรือเจอโดยบังเอิญ

ในที่นี้ come across หมายถึง “พบ เจอ หรือสังเกตเห็นโดยบังเอิญ” เราไม่ได้ตั้งใจค้นหาคนเหล่านี้ วลีนี้ใช้แนะนำคนประเภทหนึ่งที่ผู้พูดเคยพบเจอ Come เป็นคำกริยาและ across เป็นคำอนุภาค ทั้งสองคำจึงทำงานร่วมกันเป็นกริยาวลีหนึ่งคำ ในประโยคนี้ people เป็นกรรม และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย who ใช้อธิบายคนเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come across ในความหมายว่า “พบโดยบังเอิญ”: While unpacking a box, I ____ a photo I had never seen before.

ดูคำตอบ

came across

สำนวน

triumphed at school but flunked at life: อุปมาจากโรงเรียนสู่ชีวิต

ในที่นี้ triumphed at school หมายถึง “ทำได้ดีมากในด้านการเรียน” ส่วน flunked at life หมายถึง “ทำได้ไม่ดีในชีวิตเมื่อเป็นผู้ใหญ่” คำกริยาสองคำนี้สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างความสำเร็จด้านการศึกษากับความล้มเหลวนอกโรงเรียน ปกติ flunk หมายถึงสอบตกหรือตกวิชา การนำไปใช้กับ life เป็นอุปมาโดยตั้งใจ ทำให้ชีวิตดูเหมือนการสอบที่คนคนหนึ่งอาจสอบตกได้ เป็นสำนวนที่หนักแน่น ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าชีวิตมีการให้คะแนน

แบบฝึกหัด

ใช้อุปมาเกี่ยวกับโรงเรียนจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: She triumphed in the audition but ____ teamwork once rehearsals began.

ดูคำตอบ

flunked at

วลี

vice versa: การสลับสองด้าน

ในประโยคนี้ vice versa บอกให้สลับผลลัพธ์สองด้าน กล่าวคือ มีบางคนที่ล้มเหลวในโรงเรียนแต่ประสบความสำเร็จในชีวิต สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดไม่ต้องกล่าวข้อความที่สลับด้านทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนคงที่ที่แสดงว่าสามารถสลับบทบาทกันได้: Good mentors learn from their teams, and ____.

ดูคำตอบ

vice versa

The former stars, การใช้คำ

0:35

อดีตดาวเด่น

who once knew exactly how to satisfy their teachers,

0:36

ที่ครั้งหนึ่งเคยรู้แน่ชัดว่าจะทำให้ครูพอใจได้อย่างไร

may now be flatlining in a law office or relocating to a provincial town สำนวน

0:39

ตอนนี้อาจจะกำลังย่ำอยู่กับที่ในสำนักงานทนายความ หรือย้ายไปยังเมืองในต่างจังหวัด

in the hope of finding something better. วลี

0:44

ด้วยความหวังว่าจะพบสิ่งที่ดีกว่า

การใช้คำ

former stars: คนที่เคยโดดเด่นในอดีต

ในที่นี้ former แบ่งเส้นระหว่างอดีตกับปัจจุบัน คนเหล่านี้เคยเป็น stars มาก่อน แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าตอนนี้ยังเป็น stars อยู่ คำว่า star ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคนที่โดดเด่นเพราะมีผลงานยอดเยี่ยม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงนักเรียนที่เคยเก่งมากในการทำตามความคาดหวังของครู ไม่ได้หมายถึงคนดังหรือดวงดาวบนท้องฟ้า

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The former stars of the debate team now avoid competitions,” คำว่า “former stars” หมายถึงอะไร

  1. คนที่เคยมีผลงานโดดเด่นในอดีต
  2. คนที่เพิ่งเริ่มมีผลงานโดดเด่นในตอนนี้
  3. นักแสดงอาชีพที่ทีมจ้างมา
ดูคำตอบ

คนที่เคยมีผลงานโดดเด่นในอดีต

สำนวน

flatlining in a law office: อาชีพที่หมดแรงส่ง

ตามความหมายตรงตัว flatlining หมายถึงเส้นบนจอวัดสัญญาณที่กลายเป็นเส้นราบ ซึ่งบอกเป็นนัยว่ากิจกรรมสำคัญต่อชีวิตหยุดลงแล้ว ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบที่รุนแรง หมายถึงอาชีพของคนคนนั้นหมดแรงส่งและแทบไม่พัฒนาหรือไม่พัฒนาเลย วลี in a law office ระบุสถานที่ทำงาน ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้กล่าวถึงเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ Flatlining มีความหมายเชิงลบมากกว่าการมีงานที่มั่นคงเฉย ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้เขียนคนหนึ่งกล่าวว่า “My career is flatlining even though I work every day.” คำเปรียบเทียบนี้สื่อถึงอะไร

  1. ผู้เขียนกำลังประสบเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ในที่ทำงาน
  2. อาชีพนั้นหมดแรงส่งและไม่มีพัฒนาการ
  3. อาชีพนั้นมั่นคงและน่าพอใจ
ดูคำตอบ

อาชีพนั้นหมดแรงส่งและไม่มีพัฒนาการ

วลี

in the hope of finding something better: การบอกจุดประสงค์ที่มีความหวัง

in the hope of finding something better อธิบายเหตุผลของการย้ายที่อยู่ กล่าวคือ บุคคลนั้นย้ายเพราะหวังว่าจะพบโอกาสหรือสถานการณ์ที่ดีกว่า วลีนี้บอกถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน โครงสร้างคือ in the hope of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ of ตามด้วย finding ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน find

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the hope of ได้ถูกต้องเพื่อบอกถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้

  1. Leo applied early in the hope of get a scholarship.
  2. Leo applied early in the hope of getting a scholarship.
  3. Leo applied early in the hope to get a scholarship.
ดูคำตอบ

Leo applied early in the hope of getting a scholarship.

The path that seemed guaranteed to lead to success

0:46

เส้นทางที่ดูเหมือนจะรับประกันว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ

has run into the sand. สำนวน

0:49

กลับต้องพบกับทางตัน

สำนวน

has run into the sand: อุปมาถึงความคืบหน้าที่หยุดชะงัก

has run into the sand หมายความว่าเส้นทางที่เคยดูมีอนาคตไม่ได้มุ่งไปสู่ความสำเร็จอีกต่อไป ภาพของการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแล้วไปถึงทรายร่วนจนติดอยู่ กลายเป็นอุปมาของแผนหรือกระบวนการที่สูญเสียแรงส่งและไม่คืบหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ran into the sand ในความหมายว่ากระบวนการสูญเสียแรงส่งและหยุดคืบหน้า

  1. I ran into Maya at the supermarket yesterday.
  2. The team ran into a problem with the new software.
  3. After weeks of talks, the peace plan ran into the sand.
ดูคำตอบ

After weeks of talks, the peace plan ran into the sand.

We shouldn't actually be surprised.

0:51

จริงๆ แล้วเราไม่ควรจะแปลกใจเลย

School curricula are not designed by people

0:53

หลักสูตรของโรงเรียนไม่ได้ถูกออกแบบโดยคน

who necessarily have much experience of or talent at the world beyond.

0:56

ที่จำเป็นต้องมีประสบการณ์หรือพรสวรรค์มากมายในโลกภายนอกเสมอไป

School curricula are not reverse-engineered from fulfilled adult lives การใช้คำ

1:01

หลักสูตรของโรงเรียนไม่ได้ถูกออกแบบย้อนกลับมาจากชีวิตผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ

in the here and now. สำนวน

1:06

ในปัจจุบัน ณ ที่แห่งนี้

การใช้คำ

reverse-engineered from: ออกแบบย้อนกลับจากผลลัพธ์

To reverse-engineer something from an outcome หมายถึงการเริ่มจากผลลัพธ์แล้วคิดย้อนกลับเพื่อกำหนดว่าควรสร้างระบบอย่างไร ในที่นี้นำคำศัพท์ทางวิศวกรรมมาใช้เป็นอุปมา โดย fulfilled adult lives คือผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ และ curricula คือระบบที่กำลังกล่าวถึง เนื่องจากประโยคใช้ are not reverse-engineered ผู้เขียนจึงกำลังโต้แย้งว่าหลักสูตรโรงเรียนไม่ได้ออกแบบย้อนกลับโดยเริ่มจากภาพของชีวิตวัยผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ออกแบบโดยคิดย้อนกลับจากผลลัพธ์”: The course was ____ the final assessment.

ดูคำตอบ

reverse-engineered from

สำนวน

the here and now: ความเป็นจริงในปัจจุบัน

The here and now เป็นนามวลีตายตัวที่หมายถึงช่วงเวลาปัจจุบันและสถานการณ์จริงรอบตัวเรา ในประโยคนี้ fulfilled adult lives in the here and now หมายถึงชีวิตวัยผู้ใหญ่ที่ดำเนินอยู่จริงในความเป็นจริงปัจจุบัน ไม่ใช่อุดมคติเชิงนามธรรมหรือชีวิตในอีกยุคหนึ่ง คำว่า here และ now ทำงานร่วมกันเป็นแนวคิดเดียว วลีนี้ไม่ได้ชี้แยกไปยังสถานที่ที่เรียกว่า here และเวลาที่เรียกว่า now

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด: Instead of worrying about next year, Maya is trying to live in ____.

  1. the here and now
  2. here and now
  3. nowadays
ดูคำตอบ

the here and now

They were intellectually influenced by all kinds of slightly random forces

1:08

พวกมันได้รับอิทธิพลทางปัญญาจากพลังที่ค่อนข้างสุ่มแบบต่างๆ นานา

over hundreds of years of evolution,

1:13

ตลอดวิวัฒนาการหลายร้อยปี

shaped by, among other things,

1:15

ถูกหล่อหลอมด้วยสิ่งต่างๆ อาทิเช่น

the curricula of medieval monasteries, วัฒนธรรม

1:17

หลักสูตรของอารามในยุคกลาง

the ideas of some 19th century German educationists,

1:19

แนวคิดของนักการศึกษาชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 บางท่าน

and the concerns of aristocratic court societies.

1:23

และข้อกังวลของสังคมในราชสำนักของชนชั้นสูง

วัฒนธรรม

อารามในยุคกลาง... นักการศึกษาชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19... สังคมราชสำนักชนชั้นสูง

กลุ่มคำนามทั้งสามกลุ่มระบุแหล่งอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ที่มีต่อหลักสูตรของโรงเรียน อารามในยุคกลางเป็นตัวแทนของธรรมเนียมการเรียนรู้แบบเป็นระบบที่มีรากฐานทางศาสนา นักการศึกษาชาวเยอรมันในศตวรรษที่ 19 เป็นตัวแทนของทฤษฎีและระบบโรงเรียนที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา ส่วนสังคมราชสำนักชนชั้นสูงเป็นตัวแทนของความคาดหวังของชนชั้นนำว่า การศึกษาควรปลูกฝังความรู้ มารยาท และความสามารถใดบ้าง รายการนี้แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรอาจเป็นมรดกหลายชั้นจากยุคสมัยและสภาพสังคมที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แผนที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดตามความต้องการของปัจจุบัน แหล่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการศึกษาในยุคต่อมา แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าโรงเรียนสมัยใหม่คัดลอกหลักสูตรเดียวกันจากแหล่งเหล่านี้โดยตรง หรือว่ากลุ่มเหล่านี้เป็นตำแหน่งงานในโรงเรียนปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ กลุ่มที่เน้นไว้ทั้งสามกลุ่มบอกอะไรเกี่ยวกับหลักสูตรของโรงเรียนสมัยใหม่

  1. หลักสูตรออกแบบโดยผู้ที่ทำงานในโรงเรียนปัจจุบันเท่านั้น
  2. หลักสูตรได้รับอิทธิพลจากสถาบันและแนวคิดทางประวัติศาสตร์หลายอย่าง
  3. หลักสูตรคัดลอกมาจากโรงเรียนในยุคกลางเพียงแห่งเดียวโดยตรง
ดูคำตอบ

หลักสูตรได้รับอิทธิพลจากสถาบันและแนวคิดทางประวัติศาสตร์หลายอย่าง

This helps to explain the many bad habits that schools can inculcate. ลำดับความ

1:26

สิ่งนี้ช่วยอธิบายถึงนิสัยแย่ๆ มากมายที่โรงเรียนสามารถปลูกฝังได้

ลำดับความ

This helps to explain ในฐานะสะพานเชื่อมเหตุและผล

ในประโยคนี้ This ย้อนกลับไปอ้างถึงคำอธิบายก่อนหน้าทั้งหมดว่าหลักสูตรก่อตัวขึ้นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด วลีนี้เปลี่ยนข้อมูลก่อนหน้าให้เป็นพื้นหลังสำหรับข้อกล่าวถัดไปเกี่ยวกับนิสัยที่ไม่ดีในโรงเรียน Helps to explain นำเสนอข้อมูลก่อนหน้าว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือเป็นคำอธิบายทั้งหมด ดังนั้นประโยคนี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพาน โดยสรุปข้อมูลเก่าด้วย This แล้วตามด้วยผลลัพธ์หรือปัญหาใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยวลีเชื่อมโยงสี่คำจากบทเรียน: Maya practiced every day for a month. ____ why she sounded so confident at the concert.

ดูคำตอบ

This helps to explain

They suggest that the most important things are already known,

1:30

พวกเขาชี้แนะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว

that what is is all that could be. ไวยากรณ์

1:35

ว่าสิ่งที่เป็นอยู่คือทั้งหมดที่อาจเป็นได้

ไวยากรณ์

หน้าที่สองแบบของ is ใน what is is all that could be

ใน what is is all that could be นั้น what is หมายถึง “สิ่งที่มีอยู่” หรือ “ความเป็นจริงในปัจจุบัน” ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมและทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธาน is ตัวแรกอยู่ภายในประธานนี้ ไม่ใช่การพูดกริยาหลักซ้ำโดยผิดพลาด is ตัวที่สองจึงเป็นกริยาเชื่อมของประโยคหลัก โดยเชื่อมประธาน what is เข้ากับ all that could be ซึ่งหมายถึง “ทุกสิ่งที่อาจมีอยู่ได้” ข้อความนี้จึงถือว่าความเป็นจริงในปัจจุบันเป็นความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว และทั้งประโยคนำเสนอแนวคิดนี้ในเชิงวิพากษ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค “What is is not always what should be,” การวิเคราะห์ใดถูกต้อง?

  1. what is หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีลักษณะอย่างไร และ is ทั้งสองตัวอยู่ในโครงสร้างนี้
  2. is ตัวแรกอยู่ในประธาน what is ส่วน is ตัวที่สองเป็นกริยาเชื่อมของประโยคหลัก
  3. is ตัวแรกเป็นกริยาหลัก ส่วน is ตัวที่สองเป็นคำที่พูดซ้ำโดยผิดพลาด
ดูคำตอบ

is ตัวแรกอยู่ในประธาน what is ส่วน is ตัวที่สองเป็นกริยาเชื่อมของประโยคหลัก

They can't help but warn us about the dangers of originality. ไวยากรณ์

1:37

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเตือนเราเกี่ยวกับอันตรายของความริเริ่มสร้างสรรค์

ไวยากรณ์

can't help but warn: can't help but + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้าง can't help but + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำบางอย่างได้ หรือเกือบจะต้องทำเพราะนิสัยหรืออารมณ์ หลัง but ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น can't help but warn ไม่ใช่ can't help but warning ในที่นี้ can't help but warn สื่อว่าการเตือนเป็นนิสัยที่คาดเดาได้ ในบริบทนี้ถ้อยคำมีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์ คือพวกเขาเตือนผู้คนเรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่เรื่อย ๆ ราวกับไม่สามารถทำอย่างอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย can't help but และรูปพื้นฐานของ warn: Even when nobody asks, Sam ____ us about every small risk.

ดูคำตอบ

can't help but warn

They want us to put up our hands and wait to be asked. วลี

1:42

พวกเขาต้องการให้เรายกมือขึ้นและรอให้ถูกถาม

วลี

put up our hands: การเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของ

ใน put up our hands คำว่า put up หมายถึงยกขึ้น และการยกมือเป็นสัญญาณว่าต้องการตอบหรือพูด ในที่นี้ our สอดคล้องกับ us กล่าวคือ แต่ละคนในกลุ่มต้องส่งสัญญาณก่อน แล้วรอให้ถูกเลือก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put up + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + hand: I put up my hand; she puts up her hand. เมื่อประธานเป็นกลุ่ม ภาษาอังกฤษใช้ our hands ได้ เพราะแต่ละคนยกมือหนึ่งข้าง นี่เป็นสัญญาณตามธรรมเนียม ไม่ได้หมายถึงเพียงวางมือไว้สูง ๆ; รูปแบบที่ต่างกัน put both hands up มักหมายถึงยกมือทั้งสองข้างตามคำสั่งหรือเพื่อยอมจำนน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน put up one's hand และเปลี่ยน one's ให้สอดคล้องกับ you: In class, ____ if you want to answer.

ดูคำตอบ

put up your hand

They want us to keep asking other people for permission. วลี

1:46

พวกเขาต้องการให้เราคอยขออนุญาตจากคนอื่นอยู่เสมอ

วลี

ask other people for permission: ask + คน + for

ใน asking other people for permission รูปแบบคือ ask + คน + for + สิ่งที่ขอ โดย other people ระบุคนที่เราต้องการความเห็นชอบ และ permission คือสิ่งที่ขอ หากต้องการระบุการกระทำที่ตนเองอยากทำ ให้เติม to + คำกริยาหลัง permission: ask the teacher for permission to leave วางคนไว้หลัง ask โดยตรง; ask permission to someone ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ ask ... for permission: Before using the lab, you need to ____ the teacher ____ permission.

ดูคำตอบ

ask · for

They teach us to deliver on, วลี

1:49

พวกเขาสอนให้เราทำตามความคาดหวัง

rather than change, expectations.

1:51

มากกว่าที่จะไปเปลี่ยนแปลงมัน

วลี

deliver on ... expectations: ทำได้ตามความคาดหวัง

Deliver on expectations หมายถึงการทำให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ผู้คนคาดหวัง ในที่นี้ deliver on เป็นหน่วยกริยาและคำบุพบทที่ใช้ร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงการส่งสิ่งของจริง ๆ ในประโยคนี้ rather than change ถูกแทรกระหว่างหน่วยดังกล่าวกับกรรมที่ใช้ร่วมกัน โดย deliver on expectations ถูกนำไปเปรียบต่างกับ change expectations เมื่อนำสำนวนนี้กลับมาเรียงหรือใช้ในบริบทอื่น ต้องคง on ไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย deliver และคำบุพบทที่จำเป็น: The company must ____, rather than manage, customer expectations.

ดูคำตอบ

deliver on

They teach us to redeploy ideas,

1:54

พวกเขาสอนให้เรานำแนวคิดมาปรับใช้ใหม่

rather than originate them. ไวยากรณ์

1:57

มากกว่าที่จะคิดค้นมันขึ้นมาเอง

ไวยากรณ์

rather than ระหว่างคำกริยาที่ขนานกัน

Rather than ใช้นำตัวเลือกที่ถูกปฏิเสธหรือได้รับการเน้นน้อยกว่า ในที่นี้ redeploy ideas คือการกระทำที่คำสอนสนับสนุน ส่วน originate them คือการกระทำที่นำมาเปรียบต่าง และ them อ้างถึง ideas ทั้งสองฝั่งใช้คำกริยารูปพื้นฐานที่ขนานกันภายใต้โครงสร้างร่วม teach us to: to redeploy ... rather than originate ... ไม่จำเป็นต้องใส่ประธานหรือ to ซ้ำหน้าคำกริยาตัวที่สอง เพราะโครงสร้างชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya เลือกเดินแทนการขึ้นรถบัส และคงรูปคำกริยาทั้งสองให้ขนานกัน?

  1. Maya chose to walk rather than take the bus.
  2. Maya chose to walk and take the bus.
  3. Maya chose to take the bus rather than walk.
  4. Maya chose to walk instead of take the bus.
ดูคำตอบ

Maya chose to walk rather than take the bus.

They teach us to respect people in authority, วลี

1:59

พวกเขาสอนให้เราเคารพผู้ที่มีอำนาจ

rather than imagine that,

2:02

มากกว่าที่จะจินตนาการว่า

in rather inspiring ways,

2:03

ในแบบที่ค่อนข้างสร้างแรงบันดาลใจเลยล่ะว่า

no one actually knows quite what's going on. กริยาวลี

2:06

แท้จริงแล้วไม่มีใครรู้จริงๆ ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

วลี

people in authority: ผู้ที่มีอำนาจตามตำแหน่ง

ในประโยคนี้ people in authority หมายถึงผู้ที่มีอำนาจหรือความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการในองค์กร เช่น ผู้บริหารโรงเรียน ผู้จัดการ ผู้พิพากษา หรือเจ้าหน้าที่รัฐ คำว่า authority กล่าวถึงตำแหน่งที่ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่เพียงชื่อเสียงหรือความสำคัญส่วนตัว วลีนี้ใช้โครงสร้าง people in + ตำแหน่งหรือสภาวะ ในที่นี้ in authority ทำหน้าที่คล้าย in control หรือ in charge เพื่อระบุว่าคนที่ได้รับความเคารพเป็นคนประเภทใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ผู้ที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการ”: Staff must report serious safety concerns to ____.

ดูคำตอบ

people in authority

กริยาวลี

what's going on: กำลังเกิดอะไรขึ้น

What's going on หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” หรือ “สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร” ในตัวอย่าง วลีนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ ดังนั้นประโยคจึงหมายความว่าไม่มีใครเข้าใจสถานการณ์อย่างครบถ้วน ในสำนวนนี้ go on หมายถึง “เกิดขึ้น” วลีเต็มสามารถเป็นคำถามโดยตรง เช่น What's going on? หรือเป็นอนุประโยคหลังคำกริยาอย่าง know, see หรือ explain เช่น I don't know what's going on.

แบบฝึกหัด

คุณเดินเข้าไปในห้องแล้วทุกคนหยุดพูดทันที คำถามใดใช้ขอคำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน

  1. What happened yesterday?
  2. What's going on?
  3. How's it going?
ดูคำตอบ

What's going on?

They teach us everything other than the two skills ไวยากรณ์

2:09

พวกเขาสอนเราทุกอย่างยกเว้นทักษะสองประการ

that really determine the quality of adult life,

2:12

ที่กำหนดคุณภาพชีวิตในวัยผู้ใหญ่จริงๆ

knowing how to choose the right job for us, ไวยากรณ์

2:15

นั่นคือการรู้วิธีเลือกงานที่ใช่สำหรับเรา

and knowing how to form satisfactory relationships.

2:19

และการรู้วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่น่าพึงพอใจ

ไวยากรณ์

everything other than: ทุกอย่างยกเว้นส่วนหนึ่ง

ในประโยคนี้ everything other than the two skills หมายถึง “ทุกอย่างยกเว้นทักษะสองอย่างนั้น” everything กำหนดขอบเขตที่กว้างมากก่อน แล้ว other than ตัดนามวลีที่ตามหลังออกจากขอบเขตนั้น ตรงนี้ other than มีความหมายว่า “ยกเว้น” ไม่ใช่ความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “แตกต่างจาก” โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อสิ่งหนึ่งครอบคลุมเกือบทั้งหมดของกลุ่ม แต่เว้นรายการหรือกลุ่มที่ระบุไว้ออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ทุกสิ่งยกเว้น”: The box held ____ the missing map.

ดูคำตอบ

everything other than

ไวยากรณ์

knowing how to ... and knowing how to ...: อธิบายสองรายการด้วยโครงสร้างขนาน

วลี knowing how to + คำกริยา ทั้งสองวลีบอกว่าทักษะสองอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้าคืออะไร ในทางไวยากรณ์ ทั้งสองเป็นอนุประโยค -ing ที่วางขนานกันเพื่ออธิบายนามวลีนั้น ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ชุดใหม่ การกล่าว knowing how to ซ้ำทำให้ทั้งสองรายการมีรูปแบบเหมือนกัน คือ knowing how to choose ... และ knowing how to form .... โครงสร้างขนานนี้ทำให้รายการความสามารถที่เป็นนามธรรมติดตามได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ใช้คำใบ้ “manage your time” และทำให้ตรงกับรูปแบบขนาน: The workshop teaches two skills: knowing how to set priorities and ____.

ดูคำตอบ

knowing how to manage your time

They'll instruct us in Latin and how to measure the circumference of a circle วลี

2:23

พวกเขาจะสอนภาษาละตินและวิธีวัดเส้นรอบวงของวงกลมให้เรา

long before they teach us these core subjects, ไวยากรณ์

2:27

นานก่อนที่พวกเขาจะสอนวิชาหลักเหล่านี้ให้เรา

work and love.

2:31

เรื่องงานและเรื่องความรัก

วลี

instruct someone in a subject: สอนวิชาหนึ่งให้ใครอย่างเป็นทางการ

“Instruct us in Latin” หมายถึงให้การสอนภาษาละตินแก่เราอย่างเป็นทางการ ในโครงสร้างนี้ us คือผู้เรียน และ in Latin ระบุสาขาวิชาที่เรียน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ instruct + person + in + subject or skill ส่วนเติมเต็มหลัง in บอกว่าเรียนเรื่องหรือทักษะใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการ instruct + person + in + subject: At summer camp, the coach will ____ water safety.

ดูคำตอบ

instruct us in

ไวยากรณ์

long before: ช่วงเวลาที่ห่างกันมากระหว่างสองเหตุการณ์

Long before เชื่อมสองเหตุการณ์และบอกว่าเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ที่สองเป็นเวลานาน ในประโยคนี้ การเรียนวิชาทางวิชาการถูกวางไว้ก่อนบทเรียนเรื่องงานและความรักเป็นเวลานาน รูปแบบคือ event A + long before + event B คำว่า long บอกระยะห่างทางเวลาระหว่างเหตุการณ์ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ A ดำเนินอยู่นาน ในการให้เหตุผล การเน้นระยะห่างนี้อาจสื่อด้วยว่าการจัดลำดับความสำคัญนั้นน่าสงสัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Maya ทำเสร็จก่อนกำหนดส่งเป็นเวลานาน

  1. Maya finished the project long before the deadline.
  2. Maya finished the project before the deadline.
  3. Maya finished the project after the deadline.
ดูคำตอบ

Maya finished the project long before the deadline.

That said, ลำดับความ

2:33

อย่างที่กล่าวไปแล้ว

it isn't that all we need to do to succeed at life is flunk school. ไวยากรณ์

2:34

ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราต้องทำเพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตคือการเรียนสอบตก

ลำดับความ

That said, ...: เพิ่มข้อจำกัดหรือการแก้ไข

That said เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ยอมรับประเด็นก่อนหน้า แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัด ข้อยกเว้น หรือการแก้ความเข้าใจ ในประโยคนี้ ผู้เขียนวิจารณ์โรงเรียนมาก่อน แต่ใช้วลีนี้เพื่อไม่ให้คำวิจารณ์นั้นนำไปสู่ข้อสรุปที่เกินเลย วลีนี้เชื่อมความคิดที่สมบูรณ์เข้าด้วยกัน ไม่ได้หมายถึงการรายงานตามตัวอักษรว่ามีใครพูดบางอย่าง รูปแบบที่ใช้ได้คือ ข้อคิดเห็น ตามด้วย That said, แล้วจึงเป็นข้อความที่จำกัดข้อคิดเห็นนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ยอมรับประเด็นแรกแต่จำกัดผลของประเด็นนั้น: The battery is old. ____ it still works well.

  1. Therefore,
  2. In other words,
  3. That said,
ดูคำตอบ

That said,

ไวยากรณ์

It isn't that ... all we need to do is ...: ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่เรียบง่ายเกินจริง

โครงสร้างชั้นนอก It isn't that ... ปฏิเสธข้อความทั้งหมดที่อยู่ในอนุประโยค that ในประโยคนี้ ข้อความที่ถูกปฏิเสธคือการสอบตกที่โรงเรียนเป็นเงื่อนไขเดียวของความสำเร็จในชีวิต ดังนั้น flunk school จึงไม่ใช่คำแนะนำ ภายในอนุประโยคนั้น all we need to do to succeed at life is flunk school ใช้รูปแบบ all + ประธาน + need to do + is + กริยารูปพื้นฐาน รูปแบบนี้นำเสนอการกระทำหนึ่งเหมือนเป็นเงื่อนไขทั้งหมดหรือเงื่อนไขเดียว ให้อ่านคำปฏิเสธชั้นนอกก่อน แล้วจึงแยกโครงสร้าง all ... is ... ที่อยู่ข้างใน

แบบฝึกหัด

การตีความใดถูกต้อง?

  1. ผู้พูดปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการสอบตกที่โรงเรียนคือทุกสิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จ
  2. ผู้พูดบอกว่าความสำเร็จเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่คนคนนั้นจะสอบตกที่โรงเรียน
  3. ผู้พูดแนะนำให้สอบตกที่โรงเรียน เพราะเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จที่แน่นอนที่สุด
ดูคำตอบ

ผู้พูดปฏิเสธแนวคิดที่ว่าการสอบตกที่โรงเรียนคือทุกสิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จ

A good life requires us to do two very tricky things. ไวยากรณ์

2:38

ชีวิตที่ดีเรียกร้องให้เราทำสองสิ่งที่ยากมาก

ไวยากรณ์

requires us to do: โครงสร้าง require someone to do

Require someone to do something หมายถึงกฎ เงื่อนไข เป้าหมาย หรือผลลัพธ์ทำให้บุคคลหนึ่งจำเป็นต้องทำบางสิ่ง ในที่นี้ us คือผู้ที่ต้องลงมือทำ และ to do นำหน้าการกระทำที่จำเป็น กรรมที่ตามหลัง require เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้ อย่าเข้าใจ requires us to do ว่าเป็นคำขอ เพราะในประโยคนี้ใช้บอกเงื่อนไขของการมี “ชีวิตที่ดี”

แบบฝึกหัด

เติมรูป present simple ของ require แล้วตามด้วย me และ infinitive ของ submit: The position ____ a safety report every Friday.

ดูคำตอบ

requires me to submit

Be a very good boy or girl for 20 years

2:42

เป็นเด็กดีมากๆ เป็นเวลา 20 ปี

and simultaneously never really believe blindly วลี

2:45

และในเวลาเดียวกันก็ต้องไม่เชื่ออย่างงมงาย

in the long-term validity or seriousness

2:49

ในความถูกต้องในระยะยาวหรือความจริงจัง

of what we're being asked to study. ไวยากรณ์

2:51

ของสิ่งที่เราถูกขอให้เรียนรู้

วลี

believe blindly in: เชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม

Believe blindly in something หมายถึงการเชื่อ ยอมรับ หรือสนับสนุนบางสิ่งโดยไม่ตั้งคำถามหรือตรวจสอบเหตุผลและหลักฐาน Blindly อธิบายวิธีที่เชื่อ ไม่ได้หมายถึงการมองไม่เห็นจริง ๆ ในประโยคนี้ never ปฏิเสธการกระทำ believe blindly in ผู้พูดกำลังบอกว่าผู้เรียนไม่ควรมองว่าสิ่งที่เรียนจะถูกต้องหรือจริงจังอย่างไม่มีข้อโต้แย้งตลอดไป

แบบฝึกหัด

เติมโดยใช้ believe + blindly + in ตามลำดับ: Some people ____ the idea that one score can measure every kind of intelligence.

ดูคำตอบ

believe blindly in

ไวยากรณ์

what we're being asked to study: อนุประโยค what ที่มี ask รูป passive

ในที่นี้ what we're being asked to study เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม โดยทั้งอนุประโยคหมายถึงเนื้อหาที่คนอื่นกำลังขอหรือกำหนดให้เราเรียน what มีความหมายว่า “สิ่งที่” และยังเป็นกรรมของ study ภายในอนุประโยคด้วย We're being asked เป็นรูป present progressive แบบ passive รูป active คือ someone is asking us to study something ส่วนรูป passive ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ขอ ในโครงสร้างนี้ ask someone to do something หมายถึง “ขอหรือกำหนดให้ใครทำบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “ถามคำถามใคร”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยค what แบบย่อจากบทเรียน ซึ่งหมายถึง “เนื้อหาที่คนอื่นกำลังขอให้เราเรียน”: The exam covers ____.

ดูคำตอบ

what we're being asked to study

We need to be outwardly entirely obedient, ลำดับความ

2:54

เราจำเป็นต้องเชื่อฟังอย่างสิ้นเชิงเมื่อมองจากภายนอก

while inwardly intelligently and unashamedly rebellious.

2:58

ในขณะที่ภายในใจกลับขบถอย่างชาญฉลาดและไม่อายใคร

ลำดับความ

outwardly ... while inwardly ...: การจัดโครงสร้างความขัดแย้ง

ประโยคนี้จัดแนวคิดหนึ่งออกเป็นสองส่วนที่สอดคล้องกัน outwardly ... obedient บรรยายพฤติกรรมที่คนอื่นมองเห็น ส่วน while inwardly ... rebellious บรรยายความคิดภายใน ที่นี่ while แสดงความขัดแย้งระหว่างสองสภาวะที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้แสดงลำดับเวลา คำวิเศษณ์ที่วางขนานกันทำให้ติดตามความขัดแย้งได้ง่าย outwardly จับคู่กับ inwardly, entirely เพิ่มระดับของ obedient ส่วน intelligently และ unashamedly อธิบายลักษณะของการเป็น rebellious ในบริบทนี้ rebellious หมายถึงการตั้งคำถามต่อแนวคิดอย่างเป็นอิสระต่อไป ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าต้องฝ่าฝืนกฎ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อจัดโครงสร้างความขัดแย้งที่เกิดพร้อมกันระหว่างภายนอกกับภายใน

  1. She was calm because she knew the answer.
  2. She was outwardly calm while she waited for the bus.
  3. She was outwardly calm, while inwardly anxious.
ดูคำตอบ

She was outwardly calm, while inwardly anxious.