อาชญากรรมต่อวัยเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
แนะนำวิดีโอ: บทวิจารณ์เสียดสีเรื่องวันหยุดเพราะหิมะเปรียบเทียบอิสรภาพในวัยเด็กกับระบบราชการของการเรียนทางไกล ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "might as well"-วลีกึ่งสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่าเป็นทางเลือกเชิงปฏิบัติที่สถานการณ์สนับสนุนอยู่แล้ว ไม่ใช่การอนุญาต 2. "play the won't somebody please think of the children card."-สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า play the X card คือการจงใจใช้เหตุผลทางอารมณ์ และการยอมรับกลวิธีนี้สร้างอารมณ์ขัน 3. "cognitive dissonance"-ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจศัพท์ทางการที่หมายถึงความตึงเครียดจากความเชื่อที่ขัดกัน และวิธีลดลงด้วยการตีความใหม่
คำอธิบายในบทเรียนนี้
There is no greater ... than ...: ไม่มี……ใดยิ่งใหญ่ไปกว่า……
“There is no greater X than Y” หมายความว่า ในความคิดของผู้พูด Y เป็นตัวอย่างของ X ที่ดีที่สุด รุนแรงที่สุด หรือน่ายินดีที่สุดเท่าที่จะนึกได้ โครงสร้างนี้ให้ความหมายแบบขั้นสูงสุด ในประโยคนี้ การตื่นมาเห็นทิวทัศน์นั้นถูกยกให้เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ ประโยคนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าความสุขมีอยู่ no greater หมายถึง “ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่านี้” ส่วน than ใช้นำประสบการณ์ที่ถูกจัดไว้สูงสุด
แบบฝึกหัด
เติมส่วนที่หายไปของโครงสร้าง There is no greater X than Y: There is ____ satisfaction ____ finishing a hard job well.
ดูคำตอบ
no greater · than
no more because schools are cancelling snow days.
0:08ไม่มีอีกแล้ว เพราะโรงเรียนกำลังยกเลิกวันหยุดหิมะตก
Some school systems have decided distance learning has worked so well,
0:12ระบบโรงเรียนบางแห่งตัดสินใจว่าการเรียนทางไกลได้ผลดีมาก
might as well: เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ทำไมจะไม่ทำล่ะ?
Might as well ใช้เสนอทางเลือกที่สมเหตุสมผลในทางปฏิบัติตามสถานการณ์ คือแทบไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำ หรือทางเลือกอื่นก็ไม่ได้ดีกว่า ในที่นี้ เครื่องมือเหล่านั้นพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ การเก็บไว้จึงดูเป็นขั้นต่อไปที่สมเหตุสมผล ในวลีตายตัวนี้ might ไม่ได้เน้นความไม่แน่นอน วลีทั้งหมดสื่อความคิดว่า “เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว ทำไมจะไม่ทำล่ะ?”
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่แสดงว่าการเดินเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์: The next bus is an hour away, so we ____ walk.
ดูคำตอบ
might as well
This way: การเชื่อมวิธีเข้ากับผลลัพธ์
ในที่นี้ This way หมายถึง “ด้วยวิธีนี้” และย้อนกลับไปกล่าวถึงแผนที่พูดไว้แล้ว คือการเก็บเครื่องมือสำหรับการเรียนทางไกลไว้ใช้ต่อ เมื่ออยู่ต้นประโยค สำนวนนี้เชื่อมวิธีดังกล่าวเข้ากับผลที่เกิดขึ้น คือแม้หิมะจะทำให้นักเรียนมาโรงเรียนไม่ได้ การเรียนก็ยังดำเนินต่อจากระยะไกลได้ รูปแบบนี้ช่วยจัดคำอธิบายให้ชัดเจนโดยบอกวิธีก่อนแล้วจึงบอกผล
แบบฝึกหัด
This way ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- เชื่อมวิธีที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เข้ากับผลที่วิธีนั้นทำให้เกิดขึ้นได้
- เกริ่นความคิดเห็นนอกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- บอกทิศทางจริงที่นักเรียนควรเดินทางไป
ดูคำตอบ
เชื่อมวิธีที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เข้ากับผลที่วิธีนั้นทำให้เกิดขึ้นได้
ความต่างแบบโครงสร้างขนานใน physically drag ... mentally drag
ประโยคนี้ใช้ drag ซ้ำในวลีสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน โดยเปลี่ยนเพียงคำวิเศษณ์จาก physically เป็น mentally โดย physically drag หมายถึงการบังคับหรือพานักเรียนเข้ามาในโรงเรียนด้วยตัวจริง ส่วน mentally drag ขยายความหมายของ drag เป็นอุปมา หมายถึงการดึงความสนใจของนักเรียนเข้าสู่ชั้นเรียนออนไลน์แบบฝืน ๆ การคง drag ไว้ทั้งสองส่วนทำให้การบังคับสองแบบฟังดูคล้ายกัน จึงเกิดทั้งความต่างที่ชัดเจนและมุกประชดแบบหน้าตาย ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือความสนใจ นักเรียนก็ถูกบังคับให้เข้าเรียนอยู่ดี
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ mentally drag them in หมายความว่าอย่างไร?
- ลากร่างกายของพวกเขาผ่านหิมะจริง ๆ
- ดึงความสนใจของพวกเขาเข้าสู่ชั้นเรียนทางไกลแบบฝืน ๆ
- ช่วยให้พวกเขาผ่อนคลายและลืมเรื่องโรงเรียน
ดูคำตอบ
ดึงความสนใจของพวกเขาเข้าสู่ชั้นเรียนทางไกลแบบฝืน ๆ
the kind doing something for your own good. น้ำเสียง/เจตนา
0:27ประเภทที่ทำอะไรบางอย่าง "เพื่อความหวังดีต่อตัวคุณเอง"
for your own good: ความห่วงใยหรือการควบคุม
for your own good หมายถึง “เพื่อให้เป็นประโยชน์กับคุณหรือเพื่อปกป้องคุณ” วลีนี้นำเสนอว่าการกระทำนั้นทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ฟัง แม้ผู้ฟังจะไม่ชอบก็ตาม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นการประชด ไม่ใช่การปลอบใจ ผู้พูดเรียกสิ่งนี้ว่า “แบบที่แย่ที่สุด” เพราะไม่ยอมรับแนวคิดที่ว่าผู้มีอำนาจจะตัดสินใจแทนคนอื่น แล้วเรียกการควบคุมนั้นว่าความห่วงใยได้ บริบทและน้ำเสียงจะบอกว่าวลีนี้จริงใจหรือเป็นการวิจารณ์
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ในประโยค “They made every choice for us for our own good” วลีนี้อาจฟังดูเป็นการวิจารณ์มากกว่าการแสดงความขอบคุณ
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
จริง
ข้อความปฏิเสธ + คำถามท้ายแบบบอกเล่า: do you?
do you? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบบอกเล่าที่เติมหลังข้อความปฏิเสธ You don't want... ในคำถามท้ายประโยคมาตรฐาน รูปบอกเล่าและปฏิเสธจะสลับกัน กล่าวคือ ข้อความปฏิเสธจะตามด้วยคำถามท้ายแบบบอกเล่า ส่วนท้ายใช้กริยาช่วยและประธานของข้อความหลักอีกครั้ง โดย don't want เปลี่ยนเป็น do และประธาน you ยังคงเป็น you คำถามท้ายนี้ไม่ได้เป็นกลางทั้งหมด แต่ถือว่าการไม่อยากให้นักเรียนพลาดการเรียนรู้เป็นจุดยืนที่ควรเห็นด้วย และผลักดันให้ผู้ฟังยอมรับ ตอบตามความหมายทั้งหมด: No, I don't ยืนยันว่าคุณไม่ต้องการให้เกิดเรื่องนั้น ส่วน Yes, I do หมายความว่าคุณต้องการให้เกิดเรื่องนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคมาตรฐานที่สลับรูปบอกเล่าและปฏิเสธ โดยใช้กริยาช่วยและสรรพนามที่ตรงกัน: You don't want students to miss the bus, ____?
ดูคำตอบ
do you
We all agree that each and every individual day of school matters to keep kids from falling behind. โน้ต
0:33"เราทุกคนต่างเห็นพ้องว่าทุกๆ วันของการไปโรงเรียนนั้นสำคัญ เพื่อไม่ให้เด็กๆ เรียนตามไม่ทัน"
การเน้นด้วย each and every
ใน each and every มีการนำคำกำหนดนามสองคำที่มีความหมายใกล้กันมาใช้ร่วมกันโดยตั้งใจ วลีนี้หมายถึง “ทุก ๆ หนึ่งโดยไม่มีข้อยกเว้น” และให้การเน้นที่หนักแน่นกว่าการใช้ each หรือ every เพียงคำเดียว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้คำกล่าวฟังดูเด็ดขาดว่าไม่ใช่แค่วันเรียนส่วนใหญ่เท่านั้น แต่ทุกวันเรียนล้วนสำคัญ การเน้นแบบนี้มักใช้เสริมความหนักแน่นให้กฎ คำสัญญา หรือข้อโต้แย้งเพื่อโน้มน้าวใจ
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเมื่อต้องการเน้นอย่างตั้งใจว่าไม่มีผู้เล่นคนใดถูกยกเว้น? The coach spoke to ___ player before the final.
- each
- every
- each and every
ดูคำตอบ
each and every
โครงสร้าง keep kids from falling behind
โครงสร้าง keep someone from doing something หมายถึงป้องกันไม่ให้บุคคลทำบางอย่างหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง หลัง from ต้องใช้คำกริยารูป -ing ดังนั้นโครงสร้างคือ keep + บุคคล + from + คำกริยา -ing ในที่นี้ fall behind หมายถึงตามความก้าวหน้าในการเรียนที่คาดหวังไม่ทัน ไม่ได้หมายถึงล้มไปข้างหลังจริง ๆ ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to บอกจุดประสงค์ว่าแต่ละวันเรียนสำคัญเพราะช่วยป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ตามบทเรียนไม่ทัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย keep someone from doing something: Regular review sessions ____ the team ____ missing important deadlines.
ดูคำตอบ
keep · from
We don't all agree: การปฏิเสธบางส่วนด้วย all
ใน We don't all agree คำปฏิเสธ don't ครอบคลุม all ดังนั้นประโยคนี้หมายถึง “ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย” บางคนอาจเห็นด้วย แต่ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย นี่คือการปฏิเสธบางส่วน: not เมื่อใช้กับคำที่สื่อถึงทั้งหมด เช่น all หรือ always จะจำกัดคำกล่าวที่ครอบคลุมทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีกรณีใดเลย เวลาอ่านให้สังเกตตำแหน่งของคำปฏิเสธ
แบบฝึกหัด
ข้อใดคือความหมายของ We don't all agree?
- บางคนอาจเห็นด้วย แต่มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย
- ทุกคนเห็นด้วย
- ไม่มีใครเห็นด้วย
ดูคำตอบ
บางคนอาจเห็นด้วย แต่มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย
No, you cannot take away the human experience of being on a dark winter's night unable to face the next day, โน้ต
0:48ไม่ คุณจะมาพรากประสบการณ์ของมนุษย์ในการเผชิญกับค่ำคืนฤดูหนาวอันมืดมิดที่ไม่อยากจะลืมตาตื่นรับวันใหม่ไม่ได้
take away: ขจัดหรือพรากสิ่งที่เป็นนามธรรม
ในที่นี้ take away หมายถึง “ขจัดหรือพรากไปจากใครบางคน” ไม่ใช่การนำสิ่งของไปยังที่อื่น กรรมของวลีนี้คือ the human experience ดังนั้นผู้พูดกำลังบอกว่าประสบการณ์นี้ไม่อาจถูกลบออกจากชีวิตของผู้คนได้ง่าย ๆ take away ใช้กับกรรมที่เป็นนามธรรมได้ เช่น สิทธิ โอกาส ความรู้สึก หรือความเจ็บปวด รูปแบบทั่วไปคือ take away + กรรม และ take + กรรม + away แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใช้ take it away
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึง “พรากโอกาสไป”: The new rule could ____ our chance to choose.
ดูคำตอบ
take away
face the next day: face ที่เป็นคำกริยา
ในที่นี้ face เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ยอมรับและรับมือกับ” สิ่งที่ยาก ผู้พูดรู้สึกว่าตนไม่สามารถ face the next day ได้ จึงหมายความว่ายังไม่พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ การใช้นี้มีโครงสร้าง face + นามวลี กรรมอาจเป็นช่วงเวลาหรือแนวคิดนามธรรม เช่น face tomorrow, face the truth หรือ face the consequences
แบบฝึกหัด
face ในประโยค “Sooner or later, we must face the consequences” หมายความว่าอะไร
- ซ่อนผลเหล่านั้นไม่ให้ใครรู้
- มองผลเหล่านั้นด้วยตา
- ยอมรับและรับมือกับผลเหล่านั้น
ดูคำตอบ
ยอมรับและรับมือกับผลเหล่านั้น
then when thin clouds appear on the horizon giving you faint hope,
0:55แล้วพอมีเมฆบางๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าให้ความหวังริบหรี่
you beg with all of your belief to make it happen. วลี
1:00คุณก็สวดอ้อนวอนด้วยความเชื่อทั้งหมดที่มีเพื่อให้มันเกิดขึ้น
make it happen
Make it happen หมายถึง “ลงมือทำเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ต้องการกลายเป็นจริง” make แสดงการทำให้เกิดผล it หมายถึงผลลัพธ์หรือแผนที่เข้าใจกันอยู่แล้ว และ happen แสดงว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นจริง โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to: make it happen ไม่ใช้ to หน้า happen
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทำให้แผนที่ตกลงกันไว้กลายเป็นจริง”: We have approved the plan; now let's ____.
ดูคำตอบ
make it happen
it is the most epic experience of low to high,
1:06มันคือประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่จากจุดต่ำสุดสู่จุดสูงสุด
does ที่ใช้เน้นใน when it does happen
ในประโยคบอกเล่า สามารถเติม does ไว้หน้าคำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นข้อความได้ ในที่นี้ when it does happen หมายถึง “เมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ” หรือ “ในครั้งที่มันเกิดขึ้นจริง” โดยเน้นว่าเหตุการณ์ที่คาดหวังนั้นเกิดขึ้นจริง Does ทำหน้าที่แสดงกาลปัจจุบันและประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม ดังนั้น happen จึงต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน หากไม่เน้นจะใช้ when it happens ส่วน when it does happen เพิ่มน้ำเสียงยืนยันหรือเปรียบต่าง ซึ่งมักใช้เมื่อมีความสงสัยหรือเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไม่บ่อย
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อแก้ความสงสัยให้ประโยคสมบูรณ์: Nora says the printer never works, but it ____ work when I restart it.
ดูคำตอบ
does
combining the triple joys of snow and freedom and getting out of something that you totally shouldn't have. โน้ต
1:09ที่รวมเอาความสุขสามประการเข้าด้วยกัน คือ หิมะ อิสรภาพ และการได้หลุดพ้นจากสิ่งที่คุณไม่ควรจะรอดมาได้เลย
getting out of something ในความหมายว่าหลีกเลี่ยงหน้าที่
getting out of something ในที่นี้หมายถึงการหลีกเลี่ยงหน้าที่ กิจกรรม หรือสถานการณ์ที่คาดว่าคุณควรต้องเผชิญ ผู้พูดกำลังกล่าวถึงการไม่ต้องทำบางอย่างโดยไม่คาดคิด ไม่ใช่การออกจากสถานที่จริง ๆ โครงสร้างใช้ได้ทั้ง get out of + คำนาม และ get out of + กริยารูป -ing เช่น get out of the meeting และ get out of doing the chores โดยมักสื่อถึงการหาเหตุผล ข้ออ้าง หรือโอกาสเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าที่นั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Leo หลีกเลี่ยงงานนั้น?
- Leo got out of cleaning the kitchen.
- Leo got through cleaning the kitchen.
- Leo got back to cleaning the kitchen.
ดูคำตอบ
Leo got out of cleaning the kitchen.
totally shouldn't have: โครงสร้าง modal perfect ที่มีการละคำ
ในโครงสร้าง should have + past participle คำว่า have เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาที่แปลว่า “มี” รูปปฏิเสธ shouldn't have + past participle ใช้มองย้อนกลับไปยังการกระทำในอดีตและตัดสินว่าเป็นความคิดที่ไม่ดีหรือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ส่วน totally ช่วยเน้นการตัดสินเชิงลบนี้ ในที่นี้มีการละวลี past participle เพราะจะเป็นการพูดซ้ำแนวคิดที่เพิ่งกล่าวไป ความหมายเต็มคือ something that you totally shouldn't have got out of การจบประโยคด้วย shouldn't have จะเป็นธรรมชาติก็ต่อเมื่อผู้ฟังสามารถเข้าใจการกระทำที่ถูกละไว้จากบริบทได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง modal perfect สองคำที่แสดงว่าการกระทำเกิดขึ้นแล้ว แต่เป็นความคิดที่ไม่ดี: “Nora opened the private file, although she knew she ____.”
ดูคำตอบ
shouldn't have
There are only so many days of such great glory in a human life. ไวยากรณ์
1:15ในช่วงชีวิตคนเรา มีวันแห่งความรุ่งโรจน์แบบนี้อยู่ไม่กี่วันหรอก
There are only so many days: การบอกขีดจำกัดที่แน่นอน
There are only so many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ หมายความว่าจำนวนนั้นมีขีดจำกัด คือเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วจะไม่มีสิ่งอื่นให้ใช้หรือไม่มีสิ่งอื่นเกิดขึ้นได้อีก ในประโยคนี้ วันอันยอดเยี่ยมเช่นนั้นมีค่าเพราะในชีวิตมนุษย์มีอยู่เพียงจำนวนจำกัด Only เปลี่ยนน้ำหนักความหมายของ so many หากไม่มี only คำว่า so many มักเน้นว่ามีจำนวนมาก แต่เมื่อมี only วลีนี้จะเน้นขีดจำกัดสูงสุด ไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอนและไม่ได้หมายความว่า “น้อยมาก” เสมอไป สำหรับคำนามนับไม่ได้ให้ใช้ only so much แทน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “จำนวนที่จำกัด”: “There are ____ seats near the stage, so reserve one early.”
ดูคำตอบ
only so many
But, say some school boards, ...: การระบุแหล่งคำพูดแบบแทรก
ใน “But, say some school boards, ...” คำว่า But ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนไปสู่จุดยืนที่ตรงข้าม อนุประโยครายงานที่แทรกอยู่ “say some school boards” ระบุแหล่งที่มาก่อนที่ประโยคจะบอกข้ออ้างของแหล่งนั้น ลำดับคำเป็น กริยารายงาน + ประธาน ซึ่งเป็นการสลับลำดับเชิงวาทศิลป์ที่ใช้ในบทวิจารณ์ มีความหมายว่า “some school boards say” ไม่ใช่คำสั่งให้คณะกรรมการโรงเรียนพูด เนื่องจากส่วนระบุแหล่งที่มาเป็นข้อความแทรก ใจความหลักจึงดำเนินต่อหลังจุลภาคตัวที่สองว่า “that number of days will be zero forever.”
แบบฝึกหัด
ใน “But, say some school boards, that number of days will be zero forever,” ส่วน “say some school boards” ทำหน้าที่อะไร
- สั่งให้คณะกรรมการโรงเรียนประกาศตัวเลขดังกล่าว
- กล่าวว่าคณะกรรมการโรงเรียนเองจะหายไป
- ระบุแหล่งที่มาของข้ออ้างด้วยอนุประโยครายงานที่แทรกอยู่
ดูคำตอบ
ระบุแหล่งที่มาของข้ออ้างด้วยอนุประโยครายงานที่แทรกอยู่
And I fear this snow day cancellation pestilation will spread because the school system,
1:25และผมกลัวว่าโรคระบาดการยกเลิกวันหยุดหิมะตกนี้จะแพร่กระจายไป เพราะระบบโรงเรียน
its checkboxes checked ... its attendance punch cards punched: ส่วนเติมเต็มแบบขนาน
ทั้งสามกลุ่มใช้รูปแบบเดียวกัน คือ คำแสดงความเป็นเจ้าของ + นามวลี + กริยาช่องที่สาม ได้แก่ “its checkboxes checked”, “its percentages maxed” และ “its attendance punch cards punched” หลัง “loves” กริยาช่องที่สามแต่ละคำทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม โดยบอกสภาพที่สถาบันต้องการให้สิ่งนั้นอยู่ในสภาพดังกล่าว การใช้รูปแบบเดิมซ้ำช่วยจัดรายละเอียดเป็นรายการขนานสามส่วน ภาพที่ดูเป็นกลไกมากขึ้นเรื่อย ๆ สร้างจังหวะที่หนักแน่น และทำให้ความหมกมุ่นของสถาบันต่อการทำทุกอย่างให้เสร็จและวัดผลได้ฟังดูเกินจริงและเสียดสี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบขนาน นาม + กริยาช่องที่สาม แบบเดียวกัน
- The supervisor wants to sign forms while the files and payments are ready.
- The supervisor signs every form, labels every file, and records every payment.
- The supervisor wants every form signed, every file labeled, and every payment recorded.
ดูคำตอบ
The supervisor wants every form signed, every file labeled, and every payment recorded.
mess all that up: ความหมายและตำแหน่งของกรรม
ในประโยคนี้ mess all that up หมายถึง “ทำให้ทั้งหมดนั้นรวนหรือเสียไป” all that ย้อนกลับไปถึงบันทึกการเข้าเรียนและตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่เป็นระเบียบ วันหยุดเพราะหิมะทำให้ระบบไม่เป็นระเบียบเหมือนเดิม ส่วน up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน mess up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้หลังทั้งกริยาวลีหรือคั่นกลางก็ได้: mess up the schedule หรือ mess the schedule up ส่วนสรรพนามบุรุษต้องอยู่ตรงกลาง: ใช้ mess it up ไม่ใช่ mess up it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย mess ... up โดยวางสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: The schedule works well, so please don't ____.
ดูคำตอบ
mess it up
banality of evil ในฐานะการพูดเกินจริงเชิงประชด
“ความธรรมดาสามัญของความชั่วร้าย” เป็นวลีที่มีความหมายจริงจังและเชื่อมโยงกับฮันนาห์ อาเรนท์ นักคิดทางการเมือง วลีนี้อธิบายว่าอันตรายร้ายแรงอาจเกิดขึ้นผ่านการมีส่วนร่วมแบบธรรมดาและเป็นกิจวัตรในระบบบริหาร ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมที่ดูโหดร้ายอย่างชัดเจนเท่านั้น ในที่นี้ วลีที่มีน้ำหนักมากดังกล่าวถูกนำมาใช้กับระบบโรงเรียนที่ยกเลิกวันหยุดเพราะหิมะ ความต่างของขนาดเป็นสิ่งที่ตั้งใจ ผู้พูดไม่ได้บอกว่านโยบายนี้เท่ากับความโหดร้ายในประวัติศาสตร์ การพูดเกินจริงอย่างมากสร้างทั้งการประชดและอารมณ์ขัน ส่วนคำว่า wielding ทำให้กิจวัตรเชิงสถาบันที่เป็นนามธรรมฟังดูเหมือนอาวุธ
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ banality of evil ในประโยคนี้ดูตลก?
- นำแนวคิดทางประวัติศาสตร์และปรัชญาที่หนักหนามาใช้กับนโยบายเล็ก ๆ ของโรงเรียน จึงเกิดการพูดเกินจริงอย่างจงใจ
- บอกว่าการยกเลิกวันหยุดเพราะหิมะเท่ากับความโหดร้ายในประวัติศาสตร์ตามตัวอักษร
- หมายความว่าระบบคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งธรรมดาแต่มีศีลธรรมดี
ดูคำตอบ
นำแนวคิดทางประวัติศาสตร์และปรัชญาที่หนักหนามาใช้กับนโยบายเล็ก ๆ ของโรงเรียน จึงเกิดการพูดเกินจริงอย่างจงใจ
“I'm just going to say it” เพื่อเกริ่นก่อนแสดงความคิดเห็นตรง ๆ
“I'm just going to say it” เป็นคำเกริ่นก่อนแสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมาหรือความคิดเห็นที่คนอื่นอาจไม่ชอบ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การบอกแผนในอนาคต แต่เป็นการเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะพูดต่อไป just ช่วยให้การเกริ่นไม่ห้วนเกินไป แต่ก็สร้างความคาดหวังได้ว่า “ฉันจะไม่เก็บไว้แล้วและจะพูดออกมาตรง ๆ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเตรียมผู้ฟังได้ดีที่สุดว่ากำลังจะมีความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมาและอาจไม่เป็นที่ชื่นชอบ?
- I'm not going to say what I think about this rule.
- I just said that the rule was changed.
- I'm just going to say it: this rule makes no sense.
ดูคำตอบ
I'm just going to say it: this rule makes no sense.
การพูดเกินจริงเชิงศีลธรรมใน “a crime against childhood”
วลี a crime against childhood ยืมภาษาทางกฎหมายมาใช้ตัดสินเชิงศีลธรรม ในบริบทนี้ผู้พูดไม่ได้กล่าวหาว่ามีอาชญากรรมจริง แต่พูดเกินจริงเพื่อบอกว่าการพรากประสบการณ์สำคัญของวัยเด็กไปเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมาก a crime against + คุณค่า กลุ่ม หรืออุดมคติ เป็นโครงสร้างที่สร้างการประณามเชิงวาทศิลป์อย่างรุนแรง ต้องดูจากบริบทว่าเป็นข้อกล่าวหาทางกฎหมายหรือการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Closing every playground would be a crime against childhood,” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- วัยเด็กเป็นผู้ก่ออาชญากรรมเอง
- การปิดสนามเด็กเล่นจะทำร้ายส่วนสำคัญของวัยเด็กอย่างรุนแรง
- การปิดสนามเด็กเล่นเป็นความผิดทางอาญาประเภทหนึ่งอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
การปิดสนามเด็กเล่นจะทำร้ายส่วนสำคัญของวัยเด็กอย่างรุนแรง
I am going to play the won't somebody please think of the children card. สำนวน
1:48ผมกำลังจะหงายการ์ด "ได้โปรดมีใครนึกถึงเด็กๆ บ้างไหม" ออกมา
play the won't somebody please think of the children card: งัดไพ่ “โปรดคิดถึงเด็ก ๆ” มาใช้
ในรูปแบบ play the X card คำว่า X หมายถึงสถานะ เหตุผล หรือการเรียกร้องทางอารมณ์ที่คนหนึ่งจงใจยกขึ้นมาเพื่อชักจูงการสนทนา ในที่นี้ X คือคำวิงวอนยาว ๆ ว่า won't somebody please think of the children ดังนั้น card จึงเป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่ไพ่จริง ๆ คำวิงวอนนี้มักถูกเลียนแบบในสื่อยอดนิยมเพื่อล้อเลียนคำเตือนต่อสาธารณะที่พูดเรื่องปกป้องเด็กอย่างเกินจริง เมื่อผู้พูดบอกตรง ๆ ว่า I am going to play it ก็เท่ากับยอมรับอย่างขบขันว่ากำลังใช้กลวิธีนี้ รูปแบบดังกล่าวมักทำให้คำเรียกร้องดูเป็นกลยุทธ์และชวนให้ผู้ฟังตั้งข้อสงสัย
แบบฝึกหัด
ใน “When the budget argument failed, Maya played the safety card.” คำว่า played the safety card หมายความว่าอย่างไร
- เธอหยุดพูดเรื่องความปลอดภัยโดยสิ้นเชิง
- เธอแจกไพ่ในเกมที่เกี่ยวกับความปลอดภัย
- เธอใช้ความกังวลเรื่องความปลอดภัยเพื่อชักจูงการสนทนา
ดูคำตอบ
เธอใช้ความกังวลเรื่องความปลอดภัยเพื่อชักจูงการสนทนา
I know you hate this, but it's in your best interest to just roll with it. โน้ต
1:52ฉันรู้ว่าพวกเธอเกลียดเรื่องนี้ แต่มันเป็นผลดีกับตัวพวกเธอเองที่จะแค่ปล่อยมันไป
in your best interest: เป็นประโยชน์สูงสุดต่อตัวคุณ
In your best interest หมายถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์มากที่สุดต่อความเป็นอยู่ที่ดีหรือผลในระยะยาวของคุณ คำว่า interest ในที่นี้หมายถึงประโยชน์หรือสวัสดิภาพ ไม่ใช่ความสนใจหรือดอกเบี้ยเงินฝาก สำนวนนี้มักใช้สนับสนุนคำแนะนำ กฎ หรือข้อจำกัดที่ผู้ฟังอาจไม่ชอบในตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดอ้างว่าการยอมรับสถานการณ์เป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับผู้ฟัง แม้ว่าผู้ฟังจะคัดค้านก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ดีที่สุดต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ”: Taking a day off to recover is ____.
ดูคำตอบ
in your best interest
Roll with it: ยอมรับและปรับตัว
roll with it เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงการยอมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนได้ยากและรับมือต่อไป สำนวนนี้เน้นความยืดหยุ่นและการก้าวต่อไป ไม่ใช่เพียงบอกว่าสถานการณ์นั้นดี ในประโยคนี้ it หมายถึงข้อตกลงที่ผู้ฟังไม่ต้องการ ผู้พูดกำลังแนะนำให้ผู้ฟังเลิกต่อต้านและปรับตัวเข้ากับข้อตกลงนั้น ไม่ได้หมายถึงการกลิ้งตัวจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงกะทันหันได้ วลีใดบอกให้อีกฝ่ายปรับตัวและเดินหน้าต่อได้ชัดเจนที่สุด
- go along with it
- approve of it
- roll with it
ดูคำตอบ
roll with it
protecting snow days is what this card was made to play.
1:56การปกป้องวันหยุดหิมะตกนี่แหละคือเหตุผลที่การ์ดใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้
Those who want to cancel snow days should be forced to look into the wide excited eyes of a little girl waking up to experience her very first snow day and tell her,
2:00พวกที่อยากจะยกเลิกวันหยุดหิมะตก ควรถูกบังคับให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาเบิกกว้างที่ตื่นเต้นของเด็กหญิงตัวน้อย ที่ตื่นขึ้นมาเพื่อจะได้สัมผัสวันหยุดหิมะตกครั้งแรกในชีวิต แล้วบอกเธอว่า
you learn about what a newspaper front page in England 300 years ago thought was important. ไวยากรณ์
2:16หนูจะต้องเรียนรู้ว่าหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในอังกฤษเมื่อ 300 ปีที่แล้วคิดว่าอะไรสำคัญ
What ... thought was important: อนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม
ในประโยคนี้ อนุประโยค what ทั้งหมดหมายถึง “สิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งที่หน้าหนังสือพิมพ์มองว่าสำคัญ” ในทางไวยากรณ์ นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม และอนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของคำบุพบท about ใน learn about what มีความหมายของ “the thing(s) that” อยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีคำนามนำหน้า นี่ไม่ใช่คำถามโดยตรง a newspaper front page เป็นประธานของ thought ส่วน what เติมตำแหน่งประธานที่หายไปก่อน was important โครงสร้างซ้อนนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าและไม่ใช้ did
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสัมพันธ์แบบรวมที่หมายถึง “the thing that”: We focused on ____ the coach said was most important.
ดูคำตอบ
what
And you also must know the French conjugation of the verb to have fun.
2:22และหนูยังต้องรู้การผันคำกริยาภาษาฝรั่งเศสคำว่า สนุกสนาน ด้วย
this is what matters: ชี้สิ่งที่สำคัญจริง ๆ
ในประโยคนี้ what matters หมายถึง “สิ่งที่สำคัญจริง ๆ” โดย what สร้างอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมคำอ้างอิงไว้ในตัว what เองมีความหมายเท่ากับ the thing that ส่วน matters เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สำคัญ” อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is This ย้อนกลับไปอ้างถึงความคิดที่เพิ่งกล่าวถึงและยกให้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในบริบทนี้ประโยคมีความหมายเชิงประชด ผู้พูดทำเหมือนว่าเนื้อหาก่อนหน้านั้นสำคัญ แต่ไม่ได้เห็นด้วยกับการตัดสินนั้นอย่างจริงใจ ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันใช้สรุปหรือปรับลำดับความสำคัญอย่างจริงใจได้
แบบฝึกหัด
เติมข้อความที่บอกลำดับความสำคัญด้วยวลีตรงตามบทเรียน: Good ideas help, but careful action is ____.
ดูคำตอบ
what matters
If you can do that while thinking you are doing good, ไวยากรณ์
2:32ถ้าคุณสามารถทำแบบนั้นได้ โดยที่ยังคิดว่าตัวเองกำลังทำความดีอยู่
while thinking you are doing good: ประธานเดียวกันในอนุประโยคแบบย่อ
while thinking you are doing good เป็นรูปย่อของ while you are thinking you are doing good หลัง while มีการละประธาน you ที่ซ้ำและกริยาช่วย are เหลือเพียง thinking ในรูป -ing ประธานที่เข้าใจได้ของ thinking ยังคงเป็น you ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก วลีนี้เพิ่มสภาวะความคิดที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำใน can do that ในที่นี้ doing good หมายถึงการทำสิ่งที่ช่วยเหลือผู้อื่นหรือดีในทางศีลธรรม ไม่ใช่การทำงานได้อย่างเก่งหรือมีทักษะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค while แบบย่อได้ถูกต้อง โดยมี Leo เป็นประธานที่เข้าใจได้
- Leo checked the map while his sister walking to the station.
- Leo checked the map while walking to the station.
- Leo checked the map while walked to the station.
ดูคำตอบ
Leo checked the map while walking to the station.
you are a heartless monster extinguishing the light of a child. สำนวน
2:35คุณมันก็เป็นปีศาจไร้หัวใจที่คอยดับแสงสว่างของเด็กๆ
คำเปรียบเปรยใน extinguishing the light of a child
ในที่นี้ “extinguishing the light of a child” เป็นคำเปรียบเปรย “แสง” ของเด็กหมายถึงความสุข ความหวัง และความตื่นเต้นที่ไร้เดียงสา ส่วนการดับแสงหมายถึงการพรากความรู้สึกเหล่านั้นไป ไม่ใช่การดับไฟจริง ๆ ภาพเปรียบนี้เปลี่ยนความผิดหวังที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นการกระทำที่มองเห็นได้ ทำให้คำวิจารณ์ฟังดูร้ายแรงในเชิงศีลธรรมและจงใจพูดเกินจริง
แบบฝึกหัด
“extinguishing the light of a child” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- ปิดโคมไฟในห้องของเด็ก
- พรากความสุขและความหวังของเด็กไป
- สอนเด็กให้ใช้ไฟ
ดูคำตอบ
พรากความสุขและความหวังของเด็กไป
while on their kiddie conference call with their ikkle headset, การใช้คำ
2:41ในระหว่างที่กำลังประชุมวิดีโอคอลสำหรับเด็กด้วยหูฟังอันเล็กจิ๋วของพวกเขา
น้ำเสียงแบบเด็กของ kiddie conference call ... ikkle headset
“Kiddie” เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่หมายถึง “สำหรับเด็กเล็ก” และอาจฟังดูน่ารักหรือดูแคลนก็ได้ “Ikkle” เป็นการสะกดแบบไม่มาตรฐานเชิงหยอกล้อที่เลียนเสียงเด็กเล็กออกคำว่า “little” ทั้งสองรูปไม่ใช่ภาษาทางการที่เป็นกลาง การนำรูปคำแบบเด็ก ๆ เหล่านี้ไปวางคู่กับศัพท์สำนักงานของผู้ใหญ่ เช่น “conference call” และ “headset” ทำให้เกิดความไม่เข้ากันที่ชวนขำ ผู้พูดทำให้กิจกรรมและอุปกรณ์ออนไลน์ของเด็ก ๆ ฟังดูน่ารักและมีน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
“kiddie” และ “ikkle” สร้างผลแบบใดในคำบรรยาย?
- ทำให้ภาษาสำนักงานของผู้ใหญ่ฟังดูเป็นเด็กและมีน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อย
- แสดงว่าการประชุมสายมีคุณภาพเสียงไม่ดี
- ทำให้ประโยคฟังดูเป็นศัพท์เทคนิคและเป็นทางการ
ดูคำตอบ
ทำให้ภาษาสำนักงานของผู้ใหญ่ฟังดูเป็นเด็กและมีน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อย
listening to a teacher tell them fractions are fun too,
2:45แล้วต้องฟังครูบอกว่าเรื่องเศษส่วนมันก็สนุกเหมือนกันนะ
will resolve the cognitive dissonance by deciding the whole world is pointlessly cruel and with a sigh say, การใช้คำ
2:48จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดด้วยการตัดสินใจว่าโลกทั้งใบมันโหดร้ายอย่างไร้เหตุผล และถอนหายใจพลางพูดว่า
ภาวะความไม่สอดคล้องทางความคิด (cognitive dissonance)
“Cognitive dissonance” หรือภาวะความไม่สอดคล้องทางความคิด คือความตึงเครียดในใจที่เกิดขึ้นเมื่อความเชื่อ ประสบการณ์ หรือการกระทำของคนคนหนึ่งขัดแย้งกัน ในที่นี้ เด็กได้รับการบอกว่าการเรียนมีประโยชน์ แต่การเสียวันหยุดเพราะหิมะกลับให้ความรู้สึกว่าโหดร้าย ความคิดทั้งสองจึงอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่สบายใจ เพื่อ “แก้” ภาวะนี้ คนเราอาจตีความสถานการณ์ใหม่หรือยอมรับความเชื่อใหม่ ในประโยคนี้ เด็กในจินตนาการลดความขัดแย้งด้วยการตัดสินว่าโลกนั้นโหดร้ายอยู่แล้ว คำนี้มีความหมายเฉพาะกว่าความสับสนทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยศัพท์จิตวิทยาจากบทเรียนนี้: Nina believes wasting food is wrong, but she throws away a full meal and then experiences ____.
ดูคำตอบ
cognitive dissonance
Humanity is subservient to checkboxes." การใช้คำ
2:59มนุษยชาติล้วนตกเป็นทาสของช่องสี่เหลี่ยมให้ติ๊กถูก"
โครงสร้างคู่ขนาน “ความจริงเป็นแบบนี้ และอนาคตก็จะเป็นแบบนี้”
ประโยคคู่ขนานสองประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “This is...” จัดลำดับความคิดตามเวลา “This is the way it is” บอกมุมมองของผู้พูดต่อความจริงในปัจจุบัน ส่วน “This is how it will be” ขยายสภาพเดียวกันไปสู่อนาคต ในที่นี้ way หมายถึง “สภาพความเป็นจริง” ไม่ใช่วิธีทำบางสิ่ง การขึ้นต้นซ้ำแบบเดิมและเปลี่ยนจาก is เป็น will be ทำให้ข้อสรุปฟังดูตายตัวและหลีกเลี่ยงไม่ได้ โครงสร้างนี้ปิดการให้เหตุผลในจินตนาการด้วยน้ำเสียงยอมจำนน แทนที่จะเสนอคำอธิบายหรือทางแก้
แบบฝึกหัด
ประโยคคู่ใดกล่าวถึงความจริงในปัจจุบันก่อน แล้วจึงนำเสนอสถานการณ์เดียวกันว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต?
- This is the way it is. This is how it will be.
- This is the way to do it. This is how it works.
- This is how it was. This is why it changed.
ดูคำตอบ
This is the way it is. This is how it will be.
subservient to: การอยู่ใต้อำนาจในเชิงวิจารณ์
ในประโยคนี้ subservient to หมายถึงการถูกวางให้อยู่ในสถานะที่ต่ำกว่าและต้องรับใช้หรือเชื่อฟังสิ่งที่มีอำนาจมากกว่า สำนวนนี้มีนัยวิจารณ์ว่า ความต้องการและวิจารณญาณของมนุษย์ถูกมองว่าสำคัญน้อยกว่าการทำตามข้อกำหนดที่วัดเป็นตัวเลขได้ โครงสร้างคือ be subservient to + คำนามหรือวลีคำนาม ในที่นี้ checkboxes เป็นคำเปรียบถึงกระบวนการและเป้าหมายที่แข็งตายตัว ไม่ได้หมายถึงช่องสี่เหลี่ยมจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “ถูกลดความสำคัญและถูกบังคับให้รับใช้”: In a fair workplace, people should never be ____ profit targets.
ดูคำตอบ
subservient to
this shall not pass: การอ้างอิงวัฒนธรรมสมัยนิยมแบบเร้าอารมณ์
This shall not pass เป็นการดัดแปลงอย่างขบขันจากประโยคดัง You shall not pass ในภาพยนตร์ The Lord of the Rings คำว่า This หมายถึงแนวโน้มที่จะยกเลิกวันหยุดเรียนเพราะหิมะ และผู้พูดนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ตนจะหยุดยั้งอย่างน่าตื่นเต้น Shall ทำให้ประโยคมีลักษณะเป็นคำประกาศที่เคร่งขรึมและโบราณ การใช้โทนแบบมหากาพย์กับเรื่องนโยบายโรงเรียนในชีวิตประจำวันทำให้เกิดความตลก
แบบฝึกหัด
ถ้าประท้วงกฎใหม่ที่ไร้สาระในสำนักงานแบบขำ ๆ และเร้าอารมณ์ การพูดว่า "This shall not pass" จะฟังเป็นธรรมชาติหรือไม่
- ไม่ใช่ shall ผิดไวยากรณ์เสมอในภาษาอังกฤษสมัยใหม่
- ใช่ เหมาะกับโทนเหมือนการแสดงที่จงใจสร้างขึ้น
ดูคำตอบ
ใช่ เหมาะกับโทนเหมือนการแสดงที่จงใจสร้างขึ้น
killjoy ในวลี killjoy committees
ในประโยคนี้ killjoy หมายถึงคนที่ทำลายความสนุกหรือความตื่นเต้นของผู้อื่น การเรียกคณะกรรมการเหล่านั้นว่า killjoy committees เป็นการทำให้ดูเหมือนคน โดยผู้พูดมองกลุ่มเหล่านั้นว่าเป็นคนที่ทำลายความสนุก ตรงนี้ killjoy เป็นคำนามที่วางหน้าคำนามอีกคำเพื่อบอกว่าเป็นคณะกรรมการแบบใด คำประสมนี้มาจาก kill + joy แต่ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่มีใครกำลังฆ่าความสุขจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “After the committee banned the celebration, Maya called it a killjoy committee,” คำว่า killjoy หมายถึงอะไร
- กลุ่มทางการที่จัดกิจกรรมบันเทิง
- กลุ่มที่ก่อให้เกิดอันตรายทางร่างกาย
- กลุ่มที่ทำลายความสนุกของผู้อื่น
ดูคำตอบ
กลุ่มที่ทำลายความสนุกของผู้อื่น