ใครเอายางสีทองไป? + ปลอดภัยบนท้องถนน|ซีซั่น 1|ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง - เพลงและการ์ตูนสำหรับเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pinkfong Super Rescue Team - Kids Songs & Cartoons

ความยากในการเรียน
561 คำ 132 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: โรเจอร์และ Pinkfong Super Rescue Team ไขคดี Golden Tire ที่หายไป จากนั้นเรื่องราวเปลี่ยนเป็นบทเรียนความปลอดภัยบนถนน ทั้งการข้ามถนนและการนั่งรถอย่างปลอดภัย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. had been preparing this for months. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: คุณจะเข้าใจว่า past perfect continuous ใช้บอกการกระทำที่ดำเนินต่อเนื่องมานานก่อนเหตุการณ์หนึ่งในอดีต เหมาะสำหรับเล่าพื้นหลัง ความพยายาม และการเตรียมตัวก่อนหน้า 2. get away with this. — กริยาวลี: คุณจะรู้ว่าวลีนี้หมายถึงทำผิดแล้วรอดพ้นผลที่ตามมา ไม่ใช่แปลแยกคำว่า get, away และ with โดยตรง โดยเฉพาะในฉากไล่จับหรือการทำผิดกฎ 3. Red. Stop. Green. Go. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: คุณจะเชื่อมสีของสัญญาณไฟจราจรกับการกระทำที่ต้องทำในภาษาอังกฤษได้ ทำให้คำสั่งสั้น ๆ เรื่องความปลอดภัยในเพลงเด็กและสถานการณ์บนถนนเข้าใจง่ายขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Pinkfong

0:00

พิงฟอง

Super Rescue Team to the rescue. วลี

0:03

ทีมกู้ภัยซูเปอร์พร้อมช่วยเหลือแล้ว

วลี

to the rescue!: คำขวัญเมื่อมาถึงเพื่อช่วย

“To the rescue!” เป็นวลีประกาศแบบตายตัวที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้น หมายถึงมีคนกำลังมาหรือพร้อมจะช่วย ในประโยคนี้ วลีนี้ทำให้ Super Rescue Team ดูเหมือนฮีโร่ที่กำลังปรากฏตัว รูปแบบ คนหรือทีม + to the rescue! สามารถใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำขวัญได้ ไม่ได้หมายถึง “ไปยังสถานที่ที่ชื่อ rescue” แต่เป็นการประกาศว่าความช่วยเหลือมาถึงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำขวัญสนุก ๆ ด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: Mia found the missing map just in time. Mia ____!

ดูคำตอบ

to the rescue

Pinkfong Super Rescue Team.

0:08

ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง

Who took the Golden Tire? ไวยากรณ์

0:13

ใครเอายางทองคำไป?

ไวยากรณ์

Who took ...?: ใช้ถามว่าใครเป็นผู้ทำกริยา

Who ใช้ถามถึงคนที่เป็นผู้ทำกริยา ในประโยคนี้ who อยู่ในตำแหน่งประธาน และ took แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในอดีต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Who + กริยาช่องอดีต + ข้อมูลอื่น ตัวอย่างเช่น Who broke the cup? คำถามที่ถามหาประธานแบบทั่วไปเช่นนี้ไม่เติม did

แบบฝึกหัด

กล่องถูกย้าย และคุณต้องการรู้ว่าใครเป็นคนย้าย คำถามใดถูกต้อง?

  1. Who did Ava move the box for?
  2. Who moved the box?
  3. Whose box did Ava move?
ดูคำตอบ

Who moved the box?

You're saying the main exhibition, น้ำเสียง/เจตนา

0:32

คุณกำลังจะบอกว่าของจัดแสดงหลัก

the Golden Tire that shines forever is missing? โน้ต

0:35

ยางทองคำที่ส่องประกายตลอดกาลหายไปเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

You're saying ...? ใช้ยืนยันข้อมูลที่น่าประหลาดใจ

You're saying ...? ใช้พูดซ้ำหรือเรียบเรียงสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูด เพื่อเช็กว่าเราเข้าใจถูกต้องหรือไม่ ในประโยคนี้ใช้เกริ่นข้อมูลที่น่าตกใจว่ายางทองคำหายไป นี่เป็นคำถามเพื่อยืนยันข้อมูล ไม่ใช่เพียงการบอกว่าใครคนหนึ่งกำลังพูด โครงสร้างคือ You're saying + เนื้อหาของประโยคบอกเล่า? และมักสื่อความประหลาดใจหรือความรู้สึกไม่อยากเชื่อ

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งได้ยินว่าทัศนศึกษาของชั้นเรียนถูกยกเลิก ประโยคใดใช้ตรวจสอบความหมายของผู้พูดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You say the class trip is canceled.
  2. You're telling the class trip to cancel.
  3. You're saying the class trip is canceled?
ดูคำตอบ

You're saying the class trip is canceled?

ไวยากรณ์

that shines forever: อนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายคำนาม

that shines forever เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ตามหลัง the Golden Tire โดยบอกลักษณะอย่างหนึ่งของยางเส้นนี้ว่า มันส่องแสงตลอดกาล ในโครงสร้าง คำนาม + that + คำกริยา คำว่า that เชื่อมคำนามเข้ากับคำอธิบายและใช้แทนคำนามนั้นภายในอนุประโยค ในที่นี้ that เป็นประธานของ shines ไม่ได้แปลว่า “อันนั้น”

แบบฝึกหัด

เติม that เพื่อเพิ่มอนุประโยคที่อธิบาย robot: This is a robot ____ walks.

ดูคำตอบ

that

การใช้คำ

is missing: อยู่ในสภาพที่หายไปและหาไม่พบ

ในคำถามนี้ is missing หมายถึง “หาไม่พบ” หรือ “ไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่” missing เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง is ดังนั้นวลีนี้จึงบอกสภาพปัจจุบันของยางล้อทองคำ ไม่ได้หมายถึง “กำลังพลาดอะไรบางอย่าง” ใช้ be missing เมื่อคนหรือสิ่งของไม่อยู่และไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน วลีนี้มักสื่อด้วยว่าต้องออกตามหา หรือต้องหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

แผนที่ควรอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่มีใครหาเจอ 'The map is missing' หมายความว่าอย่างไร?

  1. แผนที่รู้สึกเศร้าเพราะมีใครบางคนไม่อยู่
  2. แผนที่พลาดรถโดยสาร
  3. ตอนนี้ไม่มีใครหาแผนที่เจอ
ดูคำตอบ

ตอนนี้ไม่มีใครหาแผนที่เจอ

Yes.

0:38

ใช่

I still can't believe it's over. วลี

0:42

ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจบสิ้นแล้ว

วลี

still can't believe it's over: ความรู้สึกไม่อยากเชื่อที่ยังคงอยู่

Still can't believe it's over หมายถึงเหตุการณ์จบไปแล้ว แต่ผู้พูดยังรู้สึกยอมรับได้ยากหรือรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง still แสดงว่าปฏิกิริยานี้เริ่มมาก่อนและยังคงอยู่ในตอนนี้ ความรู้สึกนี้อาจเป็นความประหลาดใจ ความเศร้า หรือแม้แต่ความโล่งใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท It's over หมายถึง “มันจบแล้ว” ส่วน it หมายถึงอะไรต้องดูจากสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ใน 'I still can't believe it's over' คำว่า still บอกอะไรเรา?

  1. เหตุการณ์ยังไม่ได้เริ่ม
  2. ความรู้สึกไม่อยากเชื่อยังคงต่อเนื่องมาถึงตอนนี้
  3. ผู้พูดลืมไปแล้วว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ความรู้สึกไม่อยากเชื่อยังคงต่อเนื่องมาถึงตอนนี้

We had been preparing this for months. ไวยากรณ์

0:45

เราเตรียมงานนี้มาหลายเดือนแล้วนะ

ไวยากรณ์

had been preparing ... for months: ดำเนินต่อเนื่องก่อนจุดหนึ่งในอดีต

Had been preparing เป็นรูป past perfect continuous ซึ่งมีโครงสร้าง had been + คำกริยา-ing รูปนี้แสดงว่าการเตรียมดำเนินต่อเนื่องอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจุดเวลาอีกจุดหนึ่งในอดีต จุดเวลานั้นอาจระบุไว้ตรง ๆ หรือเข้าใจได้จากบริบทของเรื่อง For months บอกระยะเวลา ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเน้นกระบวนการที่ยาวนานและความพยายามที่ทุ่มเท ไม่ได้บอกเพียงว่ามีการเตรียมเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect continuous ของ practice: Before the school play started, Maya ____ for weeks.

ดูคำตอบ

had been practicing

It's not over yet. น้ำเสียง/เจตนา

0:48

มันยังไม่จบหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

not over yet: สถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงได้

Not over yet หมายถึงบางสิ่งยังไม่จบลงจนถึงตอนนี้ ในประโยคปฏิเสธ yet ชี้ถึงจุดจบที่คาดไว้ว่าจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อใครบางคนกำลังจะยอมแพ้ การพูดว่า It's not over yet ช่วยให้เขามองสถานการณ์ใหม่ได้ว่า ยังมีเวลาหรือโอกาสให้ลงมือทำ แต่ประโยคนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

โค้ชหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “The game isn't over yet”?

  1. การแข่งขันยังไม่จบ ดังนั้นทีมจึงยังมีโอกาส
  2. ผลลัพธ์สุดท้ายไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้
  3. การแข่งขันจบลงก่อนที่จะเริ่ม
ดูคำตอบ

การแข่งขันยังไม่จบ ดังนั้นทีมจึงยังมีโอกาส

Don't give up, Director. กริยาวลี

0:49

อย่ายอมแพ้ครับท่านผู้อำนวยการ

กริยาวลี

give up: หยุดพยายาม

give up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงหยุดพยายามหรือเลิกหวังว่าจะสำเร็จ ในประโยค Don't give up ผู้พูดกำลังให้กำลังใจอีกฝ่ายให้พยายามต่อไป give up ต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียวกัน ในที่นี้ up ไม่ได้บอกทิศทางว่า “ขึ้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “หยุดพยายาม”: Even when the game is hard, don't ____.

ดูคำตอบ

give up

Police car Roger will find it for you. น้ำเสียง/เจตนา

0:52

รถตำรวจโรเจอร์จะหามันให้คุณเอง

น้ำเสียง/เจตนา

will find it for you: คำสัญญาว่าจะช่วย

will find it for you กล่าวถึงการหาสิ่งของว่าเป็นคำสัญญาที่มั่นใจ ในประโยคนี้ will + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าโรเจอร์รับผิดชอบที่จะทำสิ่งนั้นในอนาคต for you ชี้ผู้ได้รับประโยชน์ หมายถึงการค้นหานั้นทำเพื่อช่วยผู้ฟังหรือทำแทนผู้ฟัง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ will + กริยา + กรรม + for + คน

แบบฝึกหัด

ในประโยค I will fix the toy for you คำว่า for you แสดงอะไร?

  1. ฉันจะซ่อมคุณแทนของเล่น
  2. ฉันจะซ่อมของเล่นข้าง ๆ คุณ
  3. ฉันจะเป็นคนซ่อมของเล่นเพื่อช่วยคุณ
ดูคำตอบ

ฉันจะเป็นคนซ่อมของเล่นเพื่อช่วยคุณ

But then,

0:58

แต่ทว่า

look.

1:01

ดูสิ

There isn't a single clue. ไวยากรณ์

1:03

ไม่มีเบาะแสเลยสักนิด

ไวยากรณ์

There isn't a single ...: เน้นว่าไม่มีแม้แต่หนึ่งเดียว

There isn't a single clue. ใช้รูปปฏิเสธของโครงสร้าง there be เพื่อบอกว่าไม่มีเบาะแสอยู่เลย ในโครงสร้างปฏิเสธ not a single + คำนามนับได้เอกพจน์ คำว่า single เน้นว่าจำนวนเป็นศูนย์ หรือ “ไม่มีแม้แต่หนึ่งเดียว” ถ้าตัด single ออก ใจความหลักยังเหมือนเดิม แต่การเน้นจะลดลง

แบบฝึกหัด

a single ในประโยค There isn't a single clue. เน้นความหมายใด

  1. มีเบาะแสอยู่หนึ่งชิ้นพอดี
  2. ไม่มีเบาะแสเลย
  3. เบาะแสหนึ่งชิ้นสำคัญกว่าชิ้นอื่น
ดูคำตอบ

ไม่มีเบาะแสเลย

I don't know where it could have gone. ไวยากรณ์

1:05

ฉันไม่รู้ว่ามันจะไปอยู่ที่ไหนได้

ไวยากรณ์

where it could have gone: ลำดับคำของคำถามที่ฝังอยู่และความเป็นไปได้ในอดีต

where it could have gone เป็นประโยคคำถามที่ฝังอยู่หลัง I don't know ลำดับคำคือ where + ประธาน it + วลีกริยา could have gone เพราะคำถามที่ฝังอยู่ไม่สลับคำแบบคำถามตรง could have + กริยาช่องสาม มองย้อนจากปัจจุบันไปยังอดีต และแสดงการคาดเดาที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นแล้ว ผู้พูดรู้ว่าบางสิ่งหายไป แต่คิดไม่ออกว่ามันไปที่ไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำคำถามไปไว้หลัง I don't know ได้ถูกต้อง

  1. I don't know where could it have gone.
  2. I don't know where it could have went.
  3. I don't know where it could have gone.
ดูคำตอบ

I don't know where it could have gone.

Director,

1:10

ท่านผู้อำนวยการ

let's take a closer look. วลี

1:14

เรามาดูใกล้ๆ กันเถอะ

วลี

take a closer look: ตรวจดูให้ละเอียดขึ้น

take a closer look หมายถึงมองอีกครั้งและตรวจดูบางสิ่งให้ละเอียดกว่าเดิม คำว่า closer ในที่นี้สื่อถึงการสังเกตอย่างรอบคอบขึ้น ไม่ได้หมายความว่าต้องขยับตัวเข้าไปใกล้เสมอไป เมื่อระบุสิ่งที่ดู ให้ใช้ take a closer look at + คำนาม เช่น take a closer look at the map เมื่อใช้กับ Let's ... วลีนี้เป็นคำชวนอย่างเป็นมิตรให้ทุกคนช่วยกันตรวจดูบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีที่เรียนมาเติมประโยคให้สมบูรณ์: Let's ____ this drawing.

ดูคำตอบ

take a closer look at

Who took the shining tire made of gold? วลี

1:26

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

วลี

made of gold: บอกวัสดุของสิ่งของ

made of gold บอกว่าทองคือวัสดุของยางรถ วลีนี้อยู่หลัง tire เพื่อขยายความ และเป็นรูปย่อของ that is made of gold made of + วัสดุ ใช้บอกว่าสิ่งของประกอบด้วยวัสดุอะไร ไม่ได้หมายถึงการผลิตทอง และมีความหมายชัดกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งของนั้นมีสีทอง

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อบอกวัสดุของแหวน: The ring is made ____ gold.

ดูคำตอบ

of

Who took the shining tire made of gold?

1:29

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Are there clues? ไวยากรณ์

1:32

มีเบาะแสไหม?

ไวยากรณ์

Are there clues?: การถามว่ามีบางสิ่งอยู่หรือไม่

Are there clues? ใช้ถามว่ามีเบาะแสอยู่หรือสามารถหาเบาะแสพบได้หรือไม่ เพราะ clues เป็นคำนามพหูพจน์ จึงใช้รูปคำถามของ there are โครงสร้างคือ Are there + คำนามพหูพจน์ ...? ถ้าถามถึงสิ่งเดียว ให้ใช้ Is there + คำนามเอกพจน์ ...? ในที่นี้ there ใช้บอกการมีอยู่ของสิ่งหนึ่ง ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูป there be สำหรับคำนามพหูพจน์: ____ any crayons in the box?

ดูคำตอบ

Are there

Handprints.

1:34

รอยมือ

Anything else? น้ำเสียง/เจตนา

1:36

มีอะไรอีกไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Anything else?: คำถามสั้น ๆ ที่ใช้ถามต่อ

Anything else? เป็นคำถามสั้น ๆ ที่ใช้ถามต่อ โดยมีความหมายว่า มีอย่างอื่นหรือมีเพิ่มเติมอีกไหม ในฉากนี้ใช้ถามว่ายังมีเบาะแสอื่นอีกหรือไม่ ภาษาอังกฤษมักละ Is there หรือ Do you have เมื่อสถานการณ์ทำให้เข้าใจคำถามเต็มได้อยู่แล้ว รูปสั้นนี้ใช้ต่อจากคำตอบ รายการสั่งของ รายการข้อมูล หรือคำขอได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกความคิดมาหนึ่งอย่าง เติมสำนวนสองคำจากตัวอย่างเพื่อถามว่ายังมีความคิดอื่นอีกไหม: ____?

ดูคำตอบ

Anything else

Footprints.

1:37

รอยเท้า

Let's follow these footprints. วลี

1:39

ตามรอยเท้าพวกนี้ไปกันเถอะ

วลี

follow these footprints: ติดตามว่ารอยเท้าพาไปที่ไหน

ในประโยคนี้ follow หมายถึงใช้รอยเท้าเป็นเครื่องนำทาง แล้วเคลื่อนไปตามทิศที่รอยเท้าพาไป รอยเท้าแสดงให้เห็นว่าคนหรือสัตว์ไปทางไหน ไม่ได้หมายถึงการเดินตามหลังคนโดยตรง รูปแบบนี้ใช้ได้กับ follow the clues, follow a trail และ follow a path เช่นกัน ในแต่ละกรณี สิ่งที่ตามหลัง follow จะบอกเส้นทางหรือข้อมูลที่ช่วยนำทางในขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค Let's follow these footprints. คำว่า follow หมายถึงอะไร

  1. วาดรอยเท้าใหม่บนพื้น
  2. ใช้รอยเท้าเป็นเครื่องนำทางและติดตามว่าพาไปที่ไหน
  3. ยืนรออยู่ข้างหลังรอยเท้า
ดูคำตอบ

ใช้รอยเท้าเป็นเครื่องนำทางและติดตามว่าพาไปที่ไหน

Who took the shining tire made of gold?

1:41

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Who took the shining tire made of gold?

1:45

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Are there clues?

1:48

มีเบาะแสไหม?

A secret passage. การใช้คำ

1:49

ทางลับ

การใช้คำ

secret passage: ทางลับ ไม่ใช่ส่วนของข้อความ

ในที่นี้ a secret passage หมายถึงเส้นทางที่ซ่อนอยู่หรือทางเดินแคบ ๆ ที่คนสามารถผ่านได้ มักอยู่ภายในหรือใต้ตัวอาคาร คำว่า secret บอกว่าเส้นทางนี้ถูกซ่อนไว้หรือมีคนรู้จักไม่มาก passage ยังหมายถึงส่วนหนึ่งของงานเขียนได้ด้วย แต่ในฉากการสำรวจ คำนี้หมายถึงเส้นทางจริง ให้ดูหัวข้อรอบ ๆ คำนี้: การเคลื่อนที่และสถานที่ชี้ไปที่ความหมายว่าเส้นทาง ส่วนการอ่านและการเขียนชี้ไปที่ความหมายว่าส่วนของข้อความ

แบบฝึกหัด

ในเรื่องราวการสำรวจ secret passage หมายถึงข้อใด

  1. ส่วนหนึ่งของข้อความในหนังสือ
  2. เส้นทางที่ซ่อนอยู่และคนสามารถเดินผ่านได้
  3. ห้องขนาดใหญ่ที่เปิดให้ทุกคนเข้าได้
ดูคำตอบ

เส้นทางที่ซ่อนอยู่และคนสามารถเดินผ่านได้

Anything else?

1:51

มีอะไรอีกไหม?

A gas station flyer. การใช้คำ

1:53

ใบปลิวปั๊มน้ำมัน

การใช้คำ

gas station flyer: ใบปลิวที่เกี่ยวกับปั๊มน้ำมัน

ใน gas station flyer คำว่า flyer หมายถึงใบปลิวโฆษณาที่พิมพ์ออกมา ส่วน gas station บอกว่าใบปลิวนั้นเกี่ยวข้องกับสถานที่หรือธุรกิจใด คำนามประสมในภาษาอังกฤษมักวางคำนามหลักไว้ท้ายสุด ในที่นี้ flyer เป็นคำนามหลัก ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงใบปลิว ไม่ใช่ปั๊มน้ำมันประเภทหนึ่ง และ flyer ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของที่บินได้

แบบฝึกหัด

วลี “A gas station flyer” ทั้งวลีหมายถึงอะไร

  1. ใบปลิวที่เกี่ยวกับปั๊มน้ำมัน
  2. สถานที่ที่เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง
  3. คนที่กำลังบินอยู่เหนือปั๊มน้ำมัน
ดูคำตอบ

ใบปลิวที่เกี่ยวกับปั๊มน้ำมัน

Let's go this way. วลี

1:56

ไปทางนี้กันเถอะ

วลี

go this way: ไปทางนี้

ใน go this way คำว่า this way ชี้ถึงทิศทางหรือเส้นทาง โดยหมายถึงไปทางนี้หรือไปตามเส้นทางนี้ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงใช้วิธีนี้ เมื่อใช้ Let's ผู้พูดกำลังชวนให้ทุกคนเคลื่อนที่ไปด้วยกัน ใช้สำนวนนี้เมื่อต้องเลือกเส้นทางหรือนำทางให้ผู้อื่น

แบบฝึกหัด

คุณกำลังชี้เส้นทางที่อยู่ข้างตัว จงเติมคำภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนให้ประโยคแนะนำสมบูรณ์: Let's go ____.

ดูคำตอบ

this way

Who took the shining tire made of gold?

1:57

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Who took the shining tire made of gold?

2:00

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Are there clues?

2:03

มีเบาะแสไหม?

This car.

2:05

รถคันนี้

No.

2:06

ไม่ใช่

Anything else?

2:07

มีอะไรอีกไหม?

That car.

2:08

รถคันนั้น

Hmm.

2:11

ฮืม

There it is, น้ำเสียง/เจตนา

2:14

อยู่นั่นไง

the Golden Tire.

2:15

ยางทองคำ

น้ำเสียง/เจตนา

There it is: ชี้เป้าหมายที่เพิ่งพบ

“There it is” ใช้เมื่อผู้พูดมองเห็นหรือพบสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กำลังตามหาหรือพูดถึงอยู่ ในประโยคนี้ “it” หมายถึงยางสีทอง และ “there” ชี้ตำแหน่งที่มองเห็นมันได้แล้ว ลำดับคำนี้ใช้ชี้สิ่งที่ผู้ฟังรู้จักอยู่แล้ว และมักให้ความรู้สึกว่า “เจอแล้ว” ไม่ได้เพียงบอกว่ามีสิ่งของบางอย่างอยู่

แบบฝึกหัด

คุณกับเพื่อนกำลังตามหากระเป๋าเป้ที่หายไป และในที่สุดก็เห็นมันอยู่ใต้ม้านั่ง ควรพูดประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. There is a backpack.
  2. There it is!
  3. It has there!
ดูคำตอบ

There it is!

You're busted. การใช้คำ

2:17

นายโดนจับแล้ว

การใช้คำ

You're busted: บอกว่าอีกฝ่ายถูกจับได้แล้ว

“You're busted” เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้บอกใครบางคนว่าการกระทำผิดหรือสิ่งที่แอบทำถูกพบแล้ว หมายถึง “ถูกจับได้แล้ว” ในฉากนี้ ผู้พูดกำลังเผชิญหน้ากับคนที่เอายางไป เมื่อประธานเป็นคน “busted” ในที่นี้หมายถึงถูกจับได้หรือความลับแตก ไม่ได้หมายความว่าร่างกายพัง ประโยคนี้เป็นการประกาศสิ่งที่พบให้คนนั้นรู้โดยตรง

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งแอบหยิบคุกกี้และเพื่อนเห็นเหตุการณ์ “You're busted!” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. คุณดูเหนื่อย
  2. ของเล่นของคุณซ่อมเสร็จแล้ว
  3. สิ่งที่คุณแอบทำถูกพบแล้ว
ดูคำตอบ

สิ่งที่คุณแอบทำถูกพบแล้ว

Who took the shining tire made of gold?

2:25

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Who took the shining tire made of gold?

2:28

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Are there clues?

2:31

มีเบาะแสไหม?

The license plate. การใช้คำ

2:32

ป้ายทะเบียนรถ

การใช้คำ

license plate: ป้ายหมายเลขประจำรถ

license plate หมายถึงป้ายที่ติดอยู่กับรถและมีตัวเลขหรือตัวอักษรเพื่อใช้ระบุรถ ให้เข้าใจ license plate เป็นนามวลีตายตัวหนึ่งชุด โดย plate ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จาน” ในประโยคนี้ นามวลีสั้น ๆ นี้ชี้ไปที่เบาะแสที่ใช้ระบุรถ คำนี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันเมื่อพูดถึงการจราจร การจอดรถ และงานตำรวจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษแบบอเมริกันสองคำที่หมายถึงป้ายหมายเลขซึ่งติดอยู่กับรถ: The officer photographed the car's ____.

ดูคำตอบ

license plate

Anything else?

2:34

มีอะไรอีกไหม?

We can use the matching system. วลี

2:35

เราสามารถใช้ระบบจับคู่ได้

วลี

use the matching system: ใช้ use + system เพื่อบอกว่าใช้ระบบเป็นเครื่องมือเปรียบเทียบ

use the matching system หมายถึงใช้ระบบนั้นเป็นเครื่องมือสำหรับเปรียบเทียบข้อมูลและค้นหาสิ่งที่ตรงกัน ในที่นี้ use เป็นคำกริยาและตามด้วยกรรม the matching system โดยตรง ไม่ต้องมีคำบุพบทคั่นกลาง matching อธิบายหน้าที่ของระบบ คือเปรียบเทียบข้อมูล รูปภาพ หรือเบาะแสอื่น ๆ ไม่ได้หมายความว่าระบบนั้นดูเข้ากันได้ดีกับสิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าระบบเป็นเครื่องมือที่ใช้เปรียบเทียบรูปถ่ายสองรูป?

  1. We can use the matching system.
  2. We can replace the matching system.
  3. We can test the matching system.
ดูคำตอบ

We can use the matching system.

We got you. น้ำเสียง/เจตนา

2:38

เราจับนายได้แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

We got you. ในความหมายว่า “พวกเราจับเธอได้แล้ว”

ในฉากไล่จับนี้ We got you. หมายถึง “พวกเราจับเธอได้แล้ว” หรือ “ตอนนี้เธอหนีไม่พ้นแล้ว” ตรงนี้ got สื่อว่าจับหรือล็อกเป้าหมายได้สำเร็จ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท Got you อาจหมายถึงจับอีกฝ่ายได้ในการไล่จับหรือเกม ส่วนในสถานการณ์อื่นอาจหมายถึงเข้าใจหรือพร้อมช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

ระหว่างเล่นเกมไล่จับ ทีมของ Maya ล้อม Leo ไว้ แล้ว Maya พูดว่า “We got you.” เธอหมายความว่าอะไร?

  1. ทีมของเราเข้าใจคำอธิบายของเธอแล้ว
  2. ทีมของเราเป็นเจ้าของเธอ
  3. ทีมของเราจับเธอได้แล้ว
ดูคำตอบ

ทีมของเราจับเธอได้แล้ว

Who took the shining tire made of gold?

2:39

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Who took the shining tire made of gold?

2:43

ใครเอายางที่ส่องประกายที่ทำจากทองคำไป?

Stop there. น้ำเสียง/เจตนา

2:45

หยุดอยู่ตรงนั้นเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Stop there. เพื่อให้ใครหยุดตรงตำแหน่งปัจจุบัน

Stop there. เป็นคำสั่งตรง ๆ ให้ผู้ฟังหยุดเคลื่อนไหวตรงจุดนั้น There ชี้ไปยังตำแหน่งปัจจุบันของผู้ฟังหรือจุดที่เพิ่งไปถึง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสถานที่ที่อยู่ไกล เมื่อเทียบกับการพูดแค่ Stop. การเติม there จะกำหนดขอบเขตของตำแหน่ง คือให้หยุดตอนนี้และอย่าเลยจุดนั้นไป

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งสองคำที่ตรงกับความหมายว่าไม่ให้ใครเคลื่อนเลยตำแหน่งปัจจุบันของตน: Stop ____.

ดูคำตอบ

there

You won't get away with this. กริยาวลี

2:47

นายหนีไม่พ้นหรอก

กริยาวลี

get away with this: ทำผิดแล้วหนีผลที่ตามมา

ใน get away with this วลี get away with หมายถึงทำสิ่งที่ผิดโดยไม่ถูกจับได้หรือไม่ถูกลงโทษ ส่วน this หมายถึงการกระทำผิดที่เพิ่งกล่าวถึง โครงสร้างคือ get away with + การกระทำหรือความผิด ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เอาสิ่งนี้ติดตัวแล้วจากไป” แต่เป็นคำเตือนหนักแน่นว่าอีกฝ่ายต้องรับผลของการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีที่หมายถึง “หลบเลี่ยงผลของการโกง”: You won't ____ cheating on the test.

ดูคำตอบ

get away with

Stop there.

2:49

หยุดอยู่ตรงนั้นเลย

Where did the thief go?

2:50

หัวขโมยไปไหนแล้วล่ะ?

Oh, you are under arrest. วัฒนธรรม

2:59

โอ้ คุณถูกจับแล้ว

วัฒนธรรม

under arrest: อยู่ในสถานะถูกจับกุมอย่างเป็นทางการ

under arrest เป็นสำนวนตายตัวในบริบทของตำรวจและกฎหมาย หมายถึงมีคนถูกจับกุมอย่างเป็นทางการและอยู่ในการควบคุมของตำรวจ ในโครงสร้าง be under arrest คำว่า under บอกสถานะหรือสภาพ ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่ข้างใต้สิ่งใด โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ be + under arrest เช่น You are under arrest

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนมาตรฐานของตำรวจให้สมบูรณ์: You are ____.

ดูคำตอบ

under arrest

Wow, the Golden Tire is back. การใช้คำ

3:06

ว้าว ยางทองคำกลับมาแล้ว

การใช้คำ

is back: กลับมาแล้วหรือกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ใน be back คำว่า back บอกสภาพว่าได้กลับมาหรือฟื้นคืนแล้ว ในที่นี้มีผู้พบยางทองคำและมันกลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง รูปแบบ be + back ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของกลับมา หรือบอกว่าสิ่งอย่างรายการหรือบริการกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ในประโยคนี้ back ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงส่วนของร่างกายว่า “หลัง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าหนังสือที่หายไปกลับมาแล้ว

  1. The missing book is back.
  2. The missing book is at the back.
  3. The missing book has a back.
ดูคำตอบ

The missing book is back.

Thank you so much.

3:09

ขอบคุณมากเลยนะ

You're welcome.

3:11

ด้วยความยินดี

I was just doing my job. น้ำเสียง/เจตนา

3:13

ฉันแค่ทำตามหน้าที่ของฉัน

น้ำเสียง/เจตนา

I was just doing my job: การตอบรับคำขอบคุณอย่างถ่อมตัว

I was just doing my job เป็นคำตอบอย่างถ่อมตัวเมื่อได้รับคำขอบคุณหรือคำชม ผู้พูดยอมรับคำขอบคุณ แต่บอกว่าสิ่งที่ทำเป็นเพียงหน้าที่ตามปกติ ไม่ใช่ความช่วยเหลือพิเศษ ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ส่วน was doing ใช้กล่าวย้อนถึงการกระทำที่อีกฝ่ายกำลังขอบคุณ

แบบฝึกหัด

นักดับเพลิงได้รับคำขอบคุณจากการช่วยชีวิต I was just doing my job สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดบอกว่างานเพิ่งเริ่มเมื่อสักครู่
  2. ผู้พูดบอกอย่างถ่อมตัวว่าการช่วยชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของงาน
  3. ผู้พูดบอกว่าไม่ต้องการงานนี้
ดูคำตอบ

ผู้พูดบอกอย่างถ่อมตัวว่าการช่วยชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของงาน

Stay safe on the road. วลี

3:21

เดินทางปลอดภัยนะ

วลี

Stay safe on the road. คำอวยพรให้เดินทางปลอดภัย

Stay safe on the road เป็นคำอวยพรเรื่องความปลอดภัยที่ฟังดูอบอุ่น มักพูดตอนที่อีกฝ่ายกำลังจะออกเดินทาง หมายถึง “ขอให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง” โดยทั่วไปจะฟังเหมือนคำลาที่แสดงความห่วงใย ไม่ใช่คำสั่งเร่งด่วน รูปแบบ stay + คำคุณศัพท์ หมายถึง “คงอยู่ในสภาพนั้นต่อไป” ดังนั้น stay safe จึงหมายถึง “อยู่อย่างปลอดภัย” ส่วน on the road ในที่นี้หมายถึงระหว่างเดินทางบนถนน ไม่ได้หมายถึงแค่ยืนอยู่บนพื้นถนนเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำอวยพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางบนถนนให้สมบูรณ์: Stay safe ____.

ดูคำตอบ

on the road

Hello.

3:30

สวัสดี

Hi, Roger.

3:31

ไง โรเจอร์

Hmm.

3:33

ฮืม

Hello, Mail Truck.

3:34

สวัสดี รถไปรษณีย์

How are you doing? น้ำเสียง/เจตนา

3:35

เป็นยังไงบ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

How are you doing? ในฐานะคำทักทาย

How are you doing? เป็นคำทักทายทั่วไปในการสนทนา ใช้ถามว่าโดยรวมแล้วอีกฝ่ายเป็นอย่างไรหรือชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร ในการใช้นี้ doing ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ในขณะนั้น คำถามนี้อาจเป็นเพียงการทักทายสั้น ๆ ดังนั้นคำตอบอย่าง “I'm good, thanks” จึงเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยหรือไม่ได้พบกันมาสักพัก ก็อาจเป็นการชวนให้อีกฝ่ายเล่ารายละเอียดมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูด “How are you doing?” เป็นคำทักทาย โดยปกติแล้วเพื่อนต้องการรู้อะไร

  1. อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรหรือชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง
  2. อีกฝ่ายรู้วิธีทำงานอย่างหนึ่งหรือไม่
  3. อีกฝ่ายกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ในตอนนี้
ดูคำตอบ

อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรหรือชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง

Good.

3:37

สบายดี

There's a box on the ground. วลี

3:38

มีกล่องตกอยู่บนพื้นน่ะ

วลี

on the ground: ตำแหน่งบนพื้นผิวของพื้นดิน

On the ground เป็นวลีบอกสถานที่ คำว่า on แสดงว่ากล่องวางอยู่บนหรือสัมผัสพื้นผิวของพื้นดิน ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกตำแหน่งของกล่อง ในประโยคนี้ ground หมายถึงพื้นผิวที่คนเดิน ไม่ได้หมายถึง “เหตุผล” อย่างที่อาจพบในวลี grounds for a decision

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกสถานที่ที่หมายถึงลูกบอลวางอยู่บนพื้นผิวของพื้นดิน: The ball is ____.

ดูคำตอบ

on the ground

Oh, there it was. น้ำเสียง/เจตนา

3:40

โอ้ มันอยู่นั่นเอง

น้ำเสียง/เจตนา

there it was: การค้นพบจากมุมมองในอดีต

There it was เป็นสำนวนที่ใช้เมื่อพบสิ่งของ โดย there ชี้ไปยังสถานที่ it หมายถึงสิ่งของที่รู้อยู่แล้วและกำลังตามหา ส่วน was นำเสนอช่วงเวลาที่พบจากมุมมองในอดีต ในประโยคนี้ผู้พูดเพิ่งมองเห็นของที่หายไป รูปอดีต was ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นไม่มีอยู่อีกแล้ว แต่เพียงวางช่วงเวลาที่เห็นหรือพบสิ่งของไว้ในเรื่องที่เล่าถึงอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเล่าช่วงเวลาในอดีตที่พบกุญแจที่หายไปหนึ่งดอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I checked my coat pocket, and there it was.
  2. I check my coat pocket, and there it is.
  3. I checked my coat pocket, and there they were.
ดูคำตอบ

I checked my coat pocket, and there it was.

Thanks, Roger.

3:42

ขอบใจนะ โรเจอร์

You're welcome.

3:43

ด้วยความยินดี

Oh, it's School Bus.

3:46

โอ้ นั่นรถโรงเรียนนี่

Hi, School Bus.

3:49

ไง รถโรงเรียน

Long time no see. สำนวน

3:50

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ

สำนวน

Long time no see: คำทักทายตายตัวหลังจากไม่ได้เจอกันนาน

Long time no see เป็นคำทักทายแบบกันเองที่ใช้เป็นวลีตายตัว หมายถึงไม่ได้เจออีกฝ่ายมานาน ใช้เมื่อได้พบหรือติดต่อใครอีกครั้งหลังจากห่างหายกันไปนาน ลำดับคำของวลีนี้ไม่ใช่แบบที่นำไปสร้างประโยคภาษาอังกฤษอื่นได้ ให้จำและใช้ทั้งวลีเป็นคำพูดชุดเดียว

แบบฝึกหัด

คุณพบเพื่อนอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันหนึ่งปี เติมคำทักทายตายตัวจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: ____! How have you been?

ดูคำตอบ

Long time no see

Hi, Roger.

3:52

ไง โรเจอร์

How are you?

3:53

เป็นยังไงบ้าง?

I'm doing well.

3:55

ฉันสบายดี

But is something wrong? น้ำเสียง/เจตนา

3:56

แต่มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?

น้ำเสียง/เจตนา

Is something wrong?: ถามอย่างนุ่มนวลว่ามีปัญหาหรือไม่

Is something wrong? ใช้ถามว่ามีปัญหาหรือไม่ เมื่อคุณสังเกตเห็นสัญญาณบางอย่าง เช่น น้ำเสียงที่กังวล สีหน้าเศร้า หรือการเงียบผิดปกติ เนื่องจากเป็นคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ได้ จึงยังเปิดโอกาสว่าอาจไม่มีปัญหาอะไรเลย wrong ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์ไม่ปกติหรือชวนให้กังวล ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายทำผิดทางศีลธรรมหรือตอบข้อมูลผิด

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งดูเป็นกังวลขึ้นมาทันที แต่คุณยังไม่รู้ว่ามีปัญหาหรือไม่ คำถามใดตรวจสอบได้อย่างนุ่มนวลที่สุด?

  1. Is something wrong?
  2. What happened?
  3. You are wrong, aren't you?
ดูคำตอบ

Is something wrong?

Well, you know, น้ำเสียง/เจตนา

3:59

ก็รู้นี่นา

น้ำเสียง/เจตนา

Well, you know, ที่ใช้เกริ่นให้ฟังนุ่มนวล

เมื่ออยู่ตอนต้นของช่วงที่ผู้พูดกำลังจะพูด Well, you know, เป็นคำเกริ่นที่ช่วยให้บทสนทนานุ่มนวลขึ้น Well ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาตั้งต้นเล็กน้อย ส่วน you know เป็นการชวนให้นึกถึงความเข้าใจร่วมกันแบบกว้าง ๆ ก่อนเข้าสู่ประเด็นหลัก ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยเกริ่นเรื่องที่กังวลอย่างนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังรู้ข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเป็นคำถามจริง ๆ

แบบฝึกหัด

Well, you know, ที่อยู่ตอนต้นของช่วงพูดทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ช่วยให้การเริ่มพูดนุ่มนวลขึ้นและให้เวลาผู้พูดเกริ่นประเด็น
  2. ถามว่าผู้ฟังรู้รายละเอียดทุกอย่างอยู่แล้วหรือไม่
  3. แสดงว่าผู้พูดจบบทสนทนาแล้ว
ดูคำตอบ

ช่วยให้การเริ่มพูดนุ่มนวลขึ้นและให้เวลาผู้พูดเกริ่นประเด็น

kids these days don't seem to follow traffic rules. โน้ต

4:00

เด็กสมัยนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยทำตามกฎจราจรกันเลย

การใช้คำ

kids these days: การกล่าวโดยรวมถึงเด็กสมัยนี้

kids these days หมายถึงเด็กในยุคปัจจุบันหรือเด็กในคนรุ่นนี้ โดย these days ในที่นี้มีความหมายกว้างว่า “สมัยนี้” ไม่ได้หมายถึงวันตามปฏิทินไม่กี่วันที่ระบุไว้ สำนวนนี้มักใช้เกริ่นการกล่าวแบบเหมารวมเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กในปัจจุบัน น้ำเสียงอาจสื่อถึงการตำหนิเล็กน้อย ความกังวล หรือความประหลาดใจ และอาจแฝงการเปรียบเทียบกับอดีต

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับ kids these days มากที่สุด

  1. ผู้พูดกล่าวถึงเด็กที่มาเยี่ยมในวันเฉพาะไม่กี่วัน
  2. ผู้พูดชี้เฉพาะเด็กที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
  3. ผู้พูดแสดงความคิดเห็นกว้าง ๆ เกี่ยวกับเด็กสมัยนี้ โดยมักมีความกังวลหรือการตำหนิเล็กน้อย
ดูคำตอบ

ผู้พูดแสดงความคิดเห็นกว้าง ๆ เกี่ยวกับเด็กสมัยนี้ โดยมักมีความกังวลหรือการตำหนิเล็กน้อย

ไวยากรณ์

don't seem to follow: การสังเกตแบบไม่ฟันธง

don't seem to follow หมายถึง จากสิ่งที่ผู้พูดสังเกตเห็น เด็ก ๆ ดูเหมือนจะไม่ทำตามกฎ ตรงนี้ follow หมายถึง “ทำตาม” หรือ “ปฏิบัติตาม” โครงสร้างคือ don't seem to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น don't seem to follow การใช้ seem to ทำให้ประโยคฟังดูไม่ฟันธงและตรงน้อยกว่า don't follow จึงเป็นการบอกสิ่งที่สังเกตเห็นมากกว่าการกล่าวหาอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้ don't seem to + กริยารูปพื้นฐาน เติมข้อสังเกตที่ไม่ฟันธงนี้ให้สมบูรณ์: After two explanations, they ____ understand the instructions.

ดูคำตอบ

don't seem to

Like the last time they almost got hurt. โน้ต

4:04

อย่างคราวที่แล้วก็เกือบจะเจ็บตัวกัน

ลำดับความ

Like the last time: ยกเหตุการณ์ก่อนหน้ามาสนับสนุนประเด็น

Like the last time ใช้ยกเหตุการณ์ในอดีตมาเป็นตัวอย่างของประเด็นที่เพิ่งพูดไป ตรงนี้หมายถึง “เช่น สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งก่อน” และเหตุการณ์ที่เกือบมีคนบาดเจ็บก็เป็นเหตุผลรองรับความกังวลของผู้พูด ตรงนี้ like เป็นคำบุพบทที่ใช้เกริ่นตัวอย่าง ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” บรรทัดคำบรรยายนี้เป็นส่วนของประโยคในการสนทนาที่ต้องอาศัยประโยคก่อนหน้า ผู้พูดมักใช้ส่วนสั้น ๆ แบบนี้เพื่อเพิ่มตัวอย่างหลังจากกล่าวเรื่องทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like the last time เพื่อเพิ่มตัวอย่างในอดีตที่สนับสนุนคำเตือนในปัจจุบัน

  1. The last time felt like a warning about the river.
  2. I like the last time slot because the pool is quiet.
  3. The river can rise quickly, like the last time the bridge flooded.
ดูคำตอบ

The river can rise quickly, like the last time the bridge flooded.

ไวยากรณ์

almost got hurt: เหตุการณ์หวุดหวิดที่ไม่มีการบาดเจ็บ

Almost got hurt หมายถึง “เกือบได้รับบาดเจ็บ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้บาดเจ็บ” got เป็นรูปอดีตของ get และ get hurt เป็นสำนวนทั่วไปที่หมายถึง “ได้รับบาดเจ็บ” โครงสร้าง almost + got + คำกริยาช่อง 3 ใช้บอกว่าผลลัพธ์บางอย่างในอดีตเกือบเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ hurt คือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “เกือบได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ได้บาดเจ็บจริง” ลงในประโยค: A bike passed very close to Ben, and he ____.

ดูคำตอบ

almost got hurt

Let me help you. น้ำเสียง/เจตนา

4:08

ให้ฉันช่วยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let me help you: การเสนอความช่วยเหลือ

Let me help you. เป็นวิธีที่เป็นมิตรในการเสนอความช่วยเหลือและอาสาทำบางอย่าง ในโครงสร้าง Let me + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า me คือคนที่จะลงมือทำ ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังบอกว่า “ฉันจะช่วยคุณ” ในการใช้นี้ let me ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการบอกข้อเสนออย่างนุ่มนวล และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังพยายามยกกล่องอย่างลำบาก ประโยคใดใช้เสนอความช่วยเหลือได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Can you help me?
  2. Let me help you.
  3. I help you.
ดูคำตอบ

Let me help you.

Huh?

4:12

หา?

Wait, be careful. น้ำเสียง/เจตนา

4:13

เดี๋ยวก่อน ระวังด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

Be careful: คำเตือนทันที

Be careful เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายระวัง เพราะอาจมีอันตรายอยู่ ประธาน you ถูกละไว้และไม่ต้องพูดออกมา ในที่นี้เป็นคำเตือนทันที ไม่ใช่การบอกว่าคนนั้นเป็นคนรอบคอบอยู่เสมอ Wait ใช้เพื่อพยายามหยุดการกระทำก่อน แล้ว be careful จึงบอกให้อีกฝ่ายหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะใช้ Be careful! เป็นคำเตือนทันที

  1. ใครบางคนกำลังจะเอามือแตะกระทะร้อน
  2. ใครบางคนเดินทางเสร็จอย่างปลอดภัยเมื่อวานนี้
  3. ใครบางคนเป็นคนช่างคิดและรอบคอบอยู่เสมอ
ดูคำตอบ

ใครบางคนกำลังจะเอามือแตะกระทะร้อน

Be safe on the road. วลี

4:16

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

วลี

Be safe on the road: คำแนะนำโดยตรงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน

Be safe เป็นประโยคคำสั่งที่ใช้ให้คำแนะนำเรื่องความปลอดภัย On the road จำกัดคำแนะนำนี้ให้อยู่ในสถานการณ์การเดินทางและการจราจร เช่น การเดิน การขี่จักรยาน หรือการโดยสารยานพาหนะ ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นกฎหรือคำเตือนเรื่องความปลอดภัยโดยตรง คือให้ปฏิบัติตัวในแบบที่ทำให้ตนเองปลอดภัยขณะใช้ถนน ประโยคนี้อาจฟังดูแสดงความห่วงใยได้ด้วย แต่หน้าที่หลักในที่นี้คือการแนะนำเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อทำให้คำเตือนเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนสมบูรณ์: Be safe ____ the road.

ดูคำตอบ

on

Boom, boom, boom, boom.

4:18

บูม บูม บูม บูม

Be safe on the road.

4:20

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

4:22

บูม บูม บูม บูม

Remember this, ลำดับความ

4:23

จำไว้นะ

safety first.

4:25

ปลอดภัยไว้ก่อน

ลำดับความ

Remember this, safety first: เตือนให้จำแล้วตามด้วยกฎ

Remember this บอกให้ผู้ฟังตั้งใจฟังสิ่งที่จะตามมาเป็นพิเศษ ส่วน Safety first บอกกฎสำคัญด้วยคำขวัญที่สั้นมาก ข้อความจึงเริ่มจากการเรียกความสนใจ แล้วจึงบอกใจความหลัก Safety first หมายความว่าความปลอดภัยควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คำขวัญมักละประธานและคำกริยาได้ รูปสั้นนี้จึงเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ประโยคที่ผิดเพราะไม่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำขวัญเรื่องความปลอดภัยแบบตายตัวในคำเตือนของครูให้สมบูรณ์: Remember this: ____.

ดูคำตอบ

safety first

Then we'll be safe. ลำดับความ

4:27

แล้วเราจะปลอดภัย

ลำดับความ

Then we'll be safe: Then เชื่อมการกระทำกับผลลัพธ์

Then เชื่อมกฎเรื่องความปลอดภัยที่พูดไว้ก่อนหน้ากับผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในที่นี้หมายถึง “ถ้าเราทำเช่นนั้น ผลก็คือ...” ไม่ได้หมายถึงเพียง “หลังจากนั้น” ตามลำดับเวลา We'll เป็นรูปย่อของ we will เมื่อรวมกันแล้ว Then we'll be safe บอกผลที่คาดหวังว่าจะปลอดภัยหลังจากทำตามกฎนั้น

แบบฝึกหัด

ใน “Put the food in the fridge. Then it'll stay fresh.” คำว่า Then แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. สองประโยคนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. Then ใช้แนะนำผู้พูดคนใหม่
  3. การนำอาหารใส่ตู้เย็นทำให้อาหารยังคงสดเป็นผลลัพธ์
ดูคำตอบ

การนำอาหารใส่ตู้เย็นทำให้อาหารยังคงสดเป็นผลลัพธ์

Let's cross the road. วลี

4:30

ข้ามถนนกันเถอะ

วลี

Let's cross the road: cross the road หมายถึง “ข้ามถนน”

Cross the road เป็นวลีกริยาที่เป็นธรรมชาติสำหรับการเดินทางจากถนนด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ตรงนี้ cross เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงรูปกากบาท เมื่อมี Let's ทั้งประโยคจึงเป็นการชวนให้ผู้พูดกับคนอื่นทำสิ่งนี้ด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีเกี่ยวกับการจราจรจากบทเรียนให้สมบูรณ์: Let's ____ the road.

ดูคำตอบ

cross

Nobody's here.

4:32

ไม่มีใครอยู่เลย

Yes, yes.

4:33

ใช่ ใช่

Oh, stop.

4:34

โอ้ หยุดก่อน

No, no.

4:36

ไม่ ไม่

Crossing at a red light. วัฒนธรรม

4:38

ข้ามถนนตอนไฟแดง

วัฒนธรรม

Crossing at a red light: at a red light ในบริบทการจราจร

ในบริบทการจราจร Crossing at a red light หมายถึงการข้ามถนนขณะที่สัญญาณไฟจราจรเป็นสีแดง ตรงนี้ at เชื่อมการกระทำเข้ากับช่วงเวลาหรือเงื่อนไขที่เป็นไฟแดง ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างโคมไฟสีแดง สัญญาณไฟจราจรสีแดงหมายถึงให้หยุด ในบริบทเรื่องความปลอดภัยนี้ การข้ามถนนขณะไฟแดงเป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

ในบริบทเรื่องความปลอดภัยทางถนน Crossing at a red light หมายถึงอะไร?

  1. เปิดไฟสีแดงก่อนข้ามถนน
  2. เดินอยู่ข้างโคมไฟที่บังเอิญเป็นสีแดง
  3. ข้ามถนนขณะที่สัญญาณไฟจราจรเป็นสีแดง
ดูคำตอบ

ข้ามถนนขณะที่สัญญาณไฟจราจรเป็นสีแดง

Uh-oh, uh-oh.

4:40

โอ๊ะโอ โอ๊ะโอ

Running on a crosswalk. วลี

4:41

วิ่งบนทางม้าลาย

วลี

Running on a crosswalk: crosswalk และ on a crosswalk

crosswalk เป็นคำภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่หมายถึงส่วนของถนนซึ่งทำเครื่องหมายไว้ให้คนเดินเท้าข้าม เป็นคำนามประสมหนึ่งคำ ไม่ได้หมายถึงแนวคิดว่าเดินไขว้กัน “Running on a crosswalk.” เป็นวลีสั้นแบบคำบรรยายภาพ โดย running บอกการกระทำ และ on a crosswalk บอกว่าการกระทำนั้นเกิดบนบริเวณถนนที่ทำเครื่องหมายไว้ ในบริบทด้านความปลอดภัยนี้ วลีนี้ชี้ว่าการวิ่งตรงนั้นไม่ปลอดภัย

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์ด้านการจราจรที่หมายถึงทางข้ามสำหรับคนเดินเท้าที่มีเครื่องหมายให้สมบูรณ์: Running on a ____.

ดูคำตอบ

crosswalk

Uh-oh, uh-oh.

4:43

โอ๊ะโอ โอ๊ะโอ

Red. วัฒนธรรม

4:45

สีแดง

Stop.

4:46

หยุด

Green.

4:46

สีเขียว

Go.

4:46

ไปได้

วัฒนธรรม

Red. Stop. Green. Go.: การจับคู่สีไฟจราจรกับการกระทำ

ในคำร้องสั้น ๆ เรื่องความปลอดภัยบนถนนนี้ Red และ Green เป็นคำย่อที่หมายถึงไฟจราจรสีแดงและสีเขียว Red จับคู่กับ Stop และ Green จับคู่กับ Go คำเดี่ยวทั้งสี่คำจัดกฎออกเป็นสองคู่สั้น ๆ ระหว่างสีกับการกระทำ จังหวะที่ตัดสั้นทำให้จดจำและเข้าใจคำสั่งได้ง่าย ไม่ใช่เพียงรายการสีและคำกริยาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมกฎของไฟจราจรให้สมบูรณ์: Red means ____. Green means ____.

ดูคำตอบ

stop · go

Be careful.

4:47

ระวังด้วยนะ

Left, right, left. วัฒนธรรม

4:48

ซ้าย ขวา ซ้าย

วัฒนธรรม

Left, right, left: การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนข้ามถนน

ในที่นี้ Left, right, left เป็นคำท่องสั้น ๆ เพื่อความปลอดภัยของคนเดินเท้า คำนี้บอกให้เด็กมองรถที่มาจากทางซ้าย จากนั้นมองทางขวา แล้วกลับมามองทางซ้ายอีกครั้งก่อนข้ามถนน ไม่ใช่แค่การเรียงคำบอกทิศทางเท่านั้น ลำดับนี้ช่วยให้จำสิ่งที่ต้องทำได้ง่ายขึ้น ใจความที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ ต้องหยุดและตรวจดูทุกทิศทางที่รถอาจวิ่งมาก่อนข้ามถนน

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนเรื่องความปลอดภัยของคนเดินเท้า Left, right, left บอกให้คุณทำอะไร?

  1. ตรวจดูรถจากทั้งสองทิศทางก่อนข้ามถนน
  2. เลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวขวา จากนั้นเลี้ยวซ้ายอีกครั้งขณะเดิน
  3. พูดคำบอกทิศทางสามคำให้เร็วที่สุด
ดูคำตอบ

ตรวจดูรถจากทั้งสองทิศทางก่อนข้ามถนน

Ready, we are all ready. การใช้คำ

4:50

พร้อม เราทุกคนพร้อมแล้ว

การใช้คำ

all ready: สองคำที่หมายถึงทุกคนพร้อมแล้ว

All ready เป็นวลีที่มีสองคำ ใน we are all ready คำว่า all หมายถึงทุกคนที่รวมอยู่ใน we ส่วน ready เป็นคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “พร้อม” เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้จึงหมายความว่าทุกคนพร้อมแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย all และคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “พร้อม”: We are ____ to begin.

ดูคำตอบ

all ready

Let's always be safe.

4:52

ให้ปลอดภัยไว้เสมอ

Be safe on the road.

5:00

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

5:02

บูม บูม บูม บูม

Be safe on the road.

5:03

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

5:05

บูม บูม บูม บูม

Remember this,

5:07

จำไว้นะ

safety first.

5:09

ปลอดภัยไว้ก่อน

Then we'll be safe.

5:10

แล้วเราจะปลอดภัย

Do you all have your seat belts on? วลี

5:14

ทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัยหรือยัง?

วลี

have your seat belts on: ตรวจสอบว่าคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว

ในคำถามนี้ have your seat belts on หมายถึงเข็มขัดนิรภัยของแต่ละคนถูกคาดและล็อกไว้แล้ว on บอกสภาพว่ากำลังสวมใส่หรือรัดอยู่ ไม่ได้หมายความว่าเข็มขัดวางอยู่บนพื้นผิวใด รูปแบบ have + item + on ใช้ตรวจสอบว่าเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยถูกสวมอยู่ในตอนนี้หรือไม่ ตรงนี้ Do you all...? คือการถามทุกคนเพื่อตรวจความปลอดภัยก่อนออกเดินทาง

แบบฝึกหัด

เติมการตรวจสอบความปลอดภัยโดยใช้ have + item + on: Before we ride, do you have your helmet ____?

ดูคำตอบ

on

Yes, yes.

5:16

ใช่ ใช่

Yes, yes.

5:20

ใช่ ใช่

All right.

5:21

เอาล่ะ

Let's go.

5:21

ไปกันเถอะ

Unbuckling the seat belt. การใช้คำ

5:23

ปลดเข็มขัดนิรภัย

การใช้คำ

Unbuckling the seat belt: un- ทำให้การกระทำมีความหมายตรงกันข้าม

ตรงนี้ unbuckling the seat belt หมายถึงการเปิดหัวเข็มขัดเพื่อให้เข็มขัดไม่อยู่ในสภาพที่ล็อกไว้อีกต่อไป buckle เป็นคำกริยาที่หมายถึงการยึดด้วยหัวเข็มขัด และคำนำหน้า un- ทำให้การกระทำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม รูป -ing ใช้เรียกหรืออธิบายการกระทำนี้ เมื่อใช้เป็นคำบรรยายสั้น ๆ หรือรายการ Unbuckling the seat belt. จึงฟังเป็นธรรมชาติได้แม้จะไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปพื้นฐานของ unbuckling: After the car has stopped, you may ____ your seat belt.

ดูคำตอบ

unbuckle

Uh-oh, uh-oh.

5:25

โอ๊ะโอ โอ๊ะโอ

Sticking your hand out. กริยาวลี

5:27

ยื่นมือออกไปข้างนอก

กริยาวลี

Sticking your hand out: โครงสร้างแยกได้ stick ... out

ในที่นี้ stick your hand out หมายถึง “ยื่นมือออกไปข้างนอก” โดย stick ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึง “ติดกาว” Stick ... out ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่แยกได้ โดยวางกรรม your hand ไว้ระหว่าง stick กับ out ส่วน Sticking your hand out เป็นรูป -ing จึงใช้เรียกการกระทำ ไม่ใช่การออกคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่บอกว่ามือยื่นออกไปนอกหน้าต่างเพื่อให้คำเตือนสมบูรณ์: Don't stick your hand ____ of the window.

ดูคำตอบ

out

Oh, don't do that. น้ำเสียง/เจตนา

5:28

โอ้ อย่าทำแบบนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

don't do that: คำสั่งปฏิเสธเพื่อหยุดการกระทำทันที

Don't do that เป็นคำสั่งปฏิเสธที่ใช้หยุดการกระทำทันที โดย do หมายถึงการทำสิ่งนั้น และ that ชี้ไปที่การกระทำเฉพาะที่อีกฝ่ายเพิ่งทำ กำลังทำ หรือกำลังจะทำ เนื่องจากความหมายของ that ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ประโยคนี้จึงไม่ได้บอกชื่อการกระทำที่ห้าม เหมาะใช้เมื่อทุกคนมองเห็นหรือรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งกำลังเอื้อมมือไปหากระทะร้อน การพูดว่า Don't do that. เหมาะสำหรับเตือนทันทีหรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

Watch your head. การใช้คำ

5:30

ระวังหัวด้วย

การใช้คำ

“Watch your head”: watch ที่ใช้เป็นคำเตือนเพื่อความปลอดภัย

ใน “Watch your head” คำว่า watch หมายถึง “ระวัง” ไม่ใช่ “มองดู” ประโยคนี้เตือนว่าอีกฝ่ายอาจชนศีรษะ มักใช้เมื่ออยู่ใกล้ประตูที่เตี้ย คานเหนือศีรษะ หรือเพดานที่ต่ำ รูปแบบ “Watch your + คำนาม” เป็นคำเตือนเพื่อความปลอดภัยแบบสั้น คำหลัง your บอกสิ่งที่ต้องระวัง เช่น “Watch your fingers” หรือ “Watch your step”

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีเพื่อความปลอดภัยที่ตรงกับความหมายว่า “ระวังอย่าให้ศีรษะชน”: ____! The doorway is low.

ดูคำตอบ

Watch your head

Watch your hands.

5:31

ระวังมือด้วย

Be careful.

5:32

ระวังนะ

Seat belt.

5:34

เข็มขัดนิรภัย

Safety.

5:35

ความปลอดภัย

Ready, we are all ready.

5:35

พร้อม เราทุกคนพร้อมแล้ว

Let's always be safe.

5:37

ให้ปลอดภัยไว้เสมอ

Oh.

5:44

โอ้

Be safe on the road.

5:45

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

5:47

บูม บูม บูม บูม

Be safe on the road.

5:49

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

5:51

บูม บูม บูม บูม

Remember this,

5:52

จำไว้นะ

safety first.

5:54

ปลอดภัยไว้ก่อน

Then we'll be safe.

5:56

แล้วเราจะปลอดภัย

Be safe on the road.

5:59

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

6:01

บูม บูม บูม บูม

Be safe on the road.

6:02

เดินทางปลอดภัยบนท้องถนน

Boom, boom, boom, boom.

6:04

บูม บูม บูม บูม

Remember this,

6:05

จำไว้นะ

safety first.

6:07

ปลอดภัยไว้ก่อน

Then we'll be safe.

6:09

แล้วเราจะปลอดภัย

Hmm.

6:13

ฮืม

Safety.

6:15

ความปลอดภัย

Safety.

6:18

ความปลอดภัย

Safety.

6:22

ความปลอดภัย

Safety.

6:25

ความปลอดภัย

Now, we are safe. ลำดับความ

6:27

ตอนนี้ เราปลอดภัยแล้ว

ลำดับความ

“Now, we are safe”: now แสดงสภาพที่เป็นผลลัพธ์

ในที่นี้ now ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เป็นจริงเมื่อใด แต่เชื่อมประโยคเข้ากับขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยก่อนหน้า และแสดงว่าความปลอดภัยคือผลลัพธ์ใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากทำบางอย่างหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง สามารถใช้ “Now, ...” เพื่อนำเข้าสู่สภาพที่ไปถึงแล้วได้ วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจผลลัพธ์และทำให้ลำดับเหตุการณ์จบลง

แบบฝึกหัด

เมื่ออยู่ท้ายลำดับขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย Now ใน “Now, we are safe” ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. บอกเวลาที่แน่นอนตามนาฬิกา
  2. นำเสนออันตรายใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนก่อนหน้า
  3. แสดงว่าความปลอดภัยคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากทำขั้นตอนก่อนหน้า
ดูคำตอบ

แสดงว่าความปลอดภัยคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากทำขั้นตอนก่อนหน้า

Ready.

6:31

พร้อม

Roger.

6:33

โรเจอร์

Forrest.

6:35

ฟอร์เรสต์

Cloudia.

6:36

คลาวเดีย

Pinkfong Super Rescue Team.

6:40

ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงฟอง

Are you ready?

6:47

คุณพร้อมหรือยัง?

Yes, I'm ready.

6:49

ใช่ ฉันพร้อมแล้ว

Roger.

6:51

โรเจอร์

Click the subscribe button.

6:55

คลิกปุ่มติดตามได้เลย

Complete.

6:56

เสร็จสมบูรณ์