ทำไมสิ่งสวยงามถึงทำให้เรามีความสุข – อธิบายความงาม: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,152 คำ 171 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมโยงความงามกับการจดจำรูปแบบจากวิวัฒนาการ และใช้ตัวอย่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และโรงพยาบาลเพื่อแสดงว่าสภาพแวดล้อมส่งผลต่อความเครียด การฟื้นตัว พฤติกรรม และความสุขอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. จาก used to be vital. ซึ่งเป็นไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้การเปรียบเทียบสภาวะที่เคยจำเป็นในอดีตกับปัจจุบันที่ไม่เป็นจริงแบบเดิมแล้ว 2. จาก lowest common denominator ซึ่งเป็นสำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าคำคณิตศาสตร์ใช้แทนพื้นฐานร่วมขั้นต่ำของการตัดสินความงามส่วนบุคคลได้อย่างไร 3. จาก in favor of ซึ่งเป็นกลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม เรียนรู้การบอกว่าเลือกสิ่งหนึ่งเหนืออีกสิ่ง เช่น เลือกประโยชน์ใช้สอย ต้นทุน หรือประสิทธิภาพเหนือความงาม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A lot of things can be beautiful.

0:01

หลายสิ่งหลายอย่างสามารถมีความงดงามได้

Landscapes,

0:03

ทิวทัศน์

faces,

0:04

ใบหน้า

fine art,

0:05

วิจิตรศิลป์

or epic architecture,

0:06

หรือสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่

stars in the sky,

0:08

ดวงดาวบนท้องฟ้า

or simply the reflection of the sun on an empty bottle.

0:10

หรือเพียงแค่แสงอาทิตย์ที่สะท้อนบนขวดเปล่า

Beauty is nothing tangible.

0:13

ความงามไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้

It only exists in our heads as a pleasant feeling.

0:15

มันมีอยู่แต่เพียงในหัวของเราในรูปแบบของความรู้สึกพึงพอใจ

If we have to define it,

0:19

หากเราต้องนิยามมัน

we perceive something as beautiful if its color, shape, form, or proportion somehow are appealing or delightful to us. ไวยากรณ์

0:20

เราจะรับรู้ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งงดงามก็ต่อเมื่อสี โครงร่าง รูปทรง หรือสัดส่วนของมันดึงดูดใจหรือทำให้เราพึงพอใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ไวยากรณ์

perceive something as beautiful: perceive + กรรม + as + คำบรรยาย

perceive something as beautiful ใช้โครงสร้าง perceive + กรรม + as + คำบรรยาย โดย something เป็นกรรม และ beautiful เป็นคำตัดสินเกี่ยวกับสิ่งนั้น โครงสร้างนี้หมายถึงบุคคลหนึ่งรู้สึกหรือเข้าใจว่าสิ่งนั้นสวยงาม ความสวยถูกนำเสนอว่าเป็นมุมมองของบุคคลนั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง perceive ... as จากบทเรียน: Many visitors ____ the sculpture ____ mysterious.

ดูคำตอบ

perceive · as

Beauty is a very human experience that's been with us for millions of years.

0:28

ความงามเป็นประสบการณ์อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยู่คู่กับเรามาหลายล้านปี

Even our first tools were trimmed to a symmetrical shape.

0:32

แม้แต่เครื่องมือชิ้นแรกๆ ของเรายังถูกปรับแต่งให้มีรูปทรงที่สมมาตร

Researchers have tried to find practical reasons why our ancestors invested the time to make their tools look nice, วลี

0:36

นักวิจัยพยายามหาเหตุผลในเชิงปฏิบัติว่าทำไมบรรพบุรุษของเราถึงลงทุนเสียเวลาทำเครื่องมือให้ดูสวยงาม

วลี

invested the time to make: ทุ่มเทเวลาเพื่อเป้าหมาย

invested the time to make หมายถึงการตั้งใจใช้เวลาอันมีค่าเพื่อบรรลุเป้าหมาย โครงสร้างคือ invest + the time + to + คำกริยา โดยส่วน to + คำกริยาระบุเป้าหมายของเวลาที่ใช้ไป ถ้อยคำนี้เน้นความพยายามและต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ระยะเวลา ในประโยคนี้ บรรพบุรุษเลือกใช้เวลาเพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ของเครื่องมือ

แบบฝึกหัด

เติมด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงการตั้งใจใช้เวลาที่จำเป็น: The coach ____ to review every player's progress.

ดูคำตอบ

invested the time

but couldn't really identify any.

0:42

แต่ก็ไม่สามารถระบุได้จริงๆ ว่าเป็นเพราะอะไร

It seems that early humans shaped their tools into teardrops simply because they liked them better that way. วลี

0:44

ดูเหมือนว่ามนุษย์ยุคแรกจะทำเครื่องมือเป็นรูปหยดน้ำเพียงเพราะพวกเขาชอบแบบนั้นมากกว่า

วลี

shape A into B: ทำให้ A มีรูปร่างเป็น B

shape A into B หมายถึงจงใจเปลี่ยน A ให้มีรูปร่างหรือรูปแบบเป็น B ในประโยคนี้ their tools คือ A และ teardrops บอกลักษณะที่ได้ในตอนท้าย เครื่องมือไม่ได้กลายเป็นหยดน้ำตาที่เป็นของเหลวจริง ๆ ในโครงสร้างนี้ into บอกผลของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง กรรมตรงอยู่หน้า into และรูปร่างหรือรูปแบบที่ได้อยู่หลัง into

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ shape และคำบุพบทที่บอกผลลัพธ์: The potter ____ the soft clay ____ a small bowl.

ดูคำตอบ

shaped · into

Throughout our history,

0:51

ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ของเรา

the definition of beauty has changed a lot.

0:52

นิยามของความงามเปลี่ยนไปมาก

Ideals have shifted or turned into their opposites.

0:55

อุดมคติเปลี่ยนไปหรือพลิกกลับเป็นตรงกันข้าม

But beyond individual and contemporary taste,

0:58

แต่นอกเหนือจากรสนิยมส่วนบุคคลและรสนิยมร่วมสมัยแล้ว

some things have never really gone out of fashion. วลี

1:01

บางสิ่งก็ไม่เคยล้าสมัยไปเลย

วลี

go out of fashion: เลิกเป็นที่นิยม

ในประโยคนี้ go out of fashion หมายถึงเลิกเป็นที่นิยมหรือไม่ได้รับความชื่นชอบอย่างแพร่หลายอีกต่อไป fashion ในที่นี้มีความหมายกว้าง โดยอาจหมายถึงสไตล์ แนวคิด การออกแบบ หรือแนวปฏิบัติ ไม่ได้จำกัดแค่เสื้อผ้า present perfect ใน have never really gone บอกว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลิกเป็นที่นิยมอย่างชัดเจนหรือยาวนาน never really ช่วยให้คำกล่าวมีการเผื่อไว้เล็กน้อย แทนที่จะเป็นคำยืนยันที่เด็ดขาดและเกินจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go out of fashion: Even with digital calendars, paper planners have never really ____.

ดูคำตอบ

gone out of fashion

The golden ratio, symmetry, or fractal patterns can be found in the art and architecture of cultures from our beginnings to today.

1:04

สัดส่วนทองคำ ความสมมาตร หรือรูปแบบแฟร็กทัล สามารถพบได้ในศิลปะและสถาปัตยกรรมของหลากหลายวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

Humans seem to be in mysterious,

1:12

มนุษย์ดูเหมือนจะมีความเห็นพ้องต้องกันที่ลึกลับ

inherent agreement about the beauty of certain things.

1:15

และมีมาแต่กำเนิดเกี่ยวกับความงดงามของบางสิ่งบางอย่าง

The patterns that keep coming up are all rooted in nature. โน้ต

1:18

รูปแบบที่ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าล้วนมีรากฐานมาจากธรรมชาติ

กริยาวลี

keep coming up: หัวข้อหรือรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

ในประโยคนี้ keep coming up หมายถึง “ยังคงปรากฏหรือเป็นที่สังเกตเห็นซ้ำ ๆ” รูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ไม่ได้เคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างคือ keep + รูป -ing ซึ่งแสดงการทำซ้ำหรือความต่อเนื่อง เมื่อประธานเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น pattern, question, issue หรือ name คำว่า come up มักหมายถึง “เกิดขึ้น” “ปรากฏ” หรือ “ถูกกล่าวถึง”

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The same concern keeps coming up in every meeting," คำว่า keeps coming up หมายถึงอะไร

  1. ความกังวลนั้นถูกย้ายขึ้นไปชั้นบนจริง ๆ
  2. ความกังวลนั้นหายไปหลังการประชุมครั้งเดียว
  3. ความกังวลนั้นถูกกล่าวถึงหรือปรากฏซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

ความกังวลนั้นถูกกล่าวถึงหรือปรากฏซ้ำ ๆ

สำนวน

rooted in nature: แหล่งกำเนิดหรือรากฐานที่ลึกซึ้ง

Rooted in ใช้ภาพของรากพืชเพื่ออธิบายแหล่งกำเนิดหรือรากฐานที่ลึกซึ้ง ในที่นี้ รูปแบบต่าง ๆ มีต้นกำเนิดหรือพื้นฐานสำคัญอยู่ในธรรมชาติ ไม่ได้มีรากจริง ๆ รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ be + rooted in + คำนามหรือวลีคำนาม โดยมักสื่อว่าความเชื่อมโยงนั้นเป็นพื้นฐานและยั่งยืน ลึกกว่าความคล้ายคลึงที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Their policy is rooted in the belief that everyone deserves equal access," คำว่า is rooted in หมายถึงอะไร

  1. เชื่อมโยงอย่างหลวม ๆ เท่านั้นกับ
  2. มีพื้นฐานที่ลึกซึ้งอยู่ใน
  3. ถูกปลูกไว้ข้างในจริง ๆ
ดูคำตอบ

มีพื้นฐานที่ลึกซึ้งอยู่ใน

They became part of our biology because they helped our ancestors survive.

1:22

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีววิทยาของเรา เพราะมันช่วยให้บรรพบุรุษของเราอยู่รอด

Fractal patterns, for example,

1:32

ตัวอย่างเช่น รูปแบบแฟร็กทัล

occur all over nature,

1:33

เกิดขึ้นทั่วไปในธรรมชาติ

in snail shells,

1:35

ในเปลือกหอยทาก

flower heads,

1:36

ในดอกไม้

waves,

1:37

ในเกลียวคลื่น

or clouds.

1:38

หรือก้อนเมฆ

Identifying and assessing these things and phenomena correctly used to be vital. ไวยากรณ์

1:39

การระบุและประเมินสิ่งเหล่านี้และปรากฏการณ์ต่างๆ อย่างถูกต้องเคยมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ไวยากรณ์

used to be สำหรับสภาพในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว

used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสภาพในอดีตที่ปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว หรือเหตุการณ์ที่เคยเกิดซ้ำแต่ตอนนี้ไม่เกิดอีก ในที่นี้ used to be vital บอกว่าการระบุอย่างถูกต้องเคยจำเป็นอย่างยิ่งในอดีต พร้อมกับเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน หลัง used to ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน จึงต้องพูดว่า used to be ไม่ใช่ used to was โครงสร้างนี้ชี้ถึงสถานการณ์ในช่วงเวลาก่อนหน้าอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่บอกสภาพในอดีตซึ่งปัจจุบันไม่เป็นจริงแล้ว: This neighborhood ____ much quieter, but now it is busy.

ดูคำตอบ

used to be

Do those clouds mean rain will come soon?

1:44

เมฆแบบนั้นหมายความว่าฝนกำลังจะตกใช่ไหม?

Are these waters safe to swim through?

1:47

แหล่งน้ำนี้ว่ายน้ำข้ามไปได้อย่างปลอดภัยไหม?

Can I eat this?

1:49

ฉันกินสิ่งนี้ได้ไหม?

Another pervasive thing is symmetry.

1:51

อีกสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปคือความสมมาตร

In nature, it means everything is as it should be. ไวยากรณ์

1:53

ในธรรมชาติ มันหมายความว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น

ไวยากรณ์

as it should be สำหรับสภาพที่เป็นไปตามที่คาด

as it should be หมายความว่าบางสิ่งอยู่ในสภาพที่ถูกต้อง ปกติ หรือเป็นไปตามที่คาดไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวประเมินว่าสถานการณ์ตรงกับมาตรฐานที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้อง should ในที่นี้แสดงความคาดหวังหรือบรรทัดฐาน ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต โครงสร้าง as + ประธาน + should + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกได้ว่าสถานการณ์หนึ่งควรเป็นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “อยู่ในสภาพที่เหมาะสม”: The repairs are finished, and everything is ____.

ดูคำตอบ

as it should be

Stems and trees and leaves and blossoms all grow symmetrically.

1:56

ลำต้น ต้นไม้ ใบไม้ และดอกไม้ ล้วนเติบโตอย่างสมมาตร

A deer with impressive antlers is probably a source of nutritious meat.

2:00

กวางที่มีเขางดงามน่าประทับใจ น่าจะเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร

A deformed wheat ear may not be safe to eat.

2:04

รวงข้าวสาลีที่ผิดรูปอาจจะไม่ปลอดภัยที่จะกิน

A symmetrical face is more likely to belong to a healthy and fertile mating partner. ไวยากรณ์

2:08

ใบหน้าที่สมมาตรมีแนวโน้มที่จะเป็นของคู่ผสมพันธุ์ที่แข็งแรงและมีความสมบูรณ์พันธุ์

ไวยากรณ์

is more likely to belong: การเปรียบเทียบความน่าจะเป็น

ใน is more likely to belong คำว่า likely เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง is และ to belong เป็นรูป infinitive ที่มาเติมความหมายให้ likely ส่วน more ทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่า ใบหน้านี้มีโอกาสเป็นของคู่ลักษณะดังกล่าวสูงกว่าทางเลือกที่นำมาเปรียบเทียบ ประโยคนี้บอกแนวโน้มด้านความน่าจะเป็น ไม่ใช่กฎตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เมื่อต้องการเปรียบเทียบว่าเหตุการณ์ ผลลัพธ์ หรือคำอธิบายใดมีโอกาสมากกว่า ให้ใช้ be more likely to + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยแบบแผนสี่คำ be + more + likely + to โดยเปลี่ยน be ให้สอดคล้องกับประธาน: Based on past data, buses in heavy traffic ____ arrive late than trains.

ดูคำตอบ

are more likely to

Because symmetry is so common in fauna and flora,

2:13

เพราะความสมมาตรนั้นพบได้ทั่วไปในสัตว์และพืช

it's extremely familiar to our brain.

2:16

มันจึงคุ้นเคยกับสมองของเราอย่างยิ่ง

It helped our ancestors evaluate their environment more easily

2:19

มันช่วยให้บรรพบุรุษของเราประเมินสภาพแวดล้อมได้ง่ายขึ้น

and react quickly to danger.

2:22

และตอบสนองต่ออันตรายได้อย่างรวดเร็ว

Things that help us survive activate the reward center in our brain.

2:25

สิ่งที่ช่วยให้เราอยู่รอดจะกระตุ้นศูนย์รางวัลในสมองของเรา

Recognizing signals of safety and nutrition trigger nice feelings in us.

2:29

การรับรู้สัญญาณของความปลอดภัยและโภชนาการจะกระตุ้นความรู้สึกดีๆ ในตัวเรา

So our sense of beauty probably evolved from pattern recognition.

2:34

ดังนั้นสัมผัสแห่งความงามของเราจึงน่าจะวิวัฒนาการมาจากการจดจำรูปแบบ

But it goes way beyond that now.

2:38

แต่เดี๋ยวนี้มันไปไกลกว่านั้นมากแล้ว

Humans seem to have evolved an instinct for beauty that is deeply hardwired into us. สำนวน

2:40

มนุษย์ดูเหมือนจะมีวิวัฒนาการทางสัญชาตญาณเกี่ยวกับความงามที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวเรา

สำนวน

deeply hardwired into us: แนวโน้มที่ฝังลึก

Hardwired into เป็นอุปมาที่มาจากการเดินสายไฟแบบติดตั้งถาวร ในที่นี้ deeply hardwired into us นำเสนอสัญชาตญาณว่าเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์อย่างลึกมาก ไม่ใช่สิ่งที่เรียนรู้จากวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว สำนวนนี้บอกถึงแนวโน้มที่รุนแรงและเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าแนวโน้มนั้นถูกกำหนดไว้อย่างตายตัวหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ประโยคยังใช้ seem to ซึ่งช่วยให้ข้อกล่าวอ้างระมัดระวังขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอุปมาสองคำที่ขึ้นต้นด้วย hardwired และหมายถึงฝังลึกอยู่ภายใน: Some quick fear responses may be deeply ____ us.

ดูคำตอบ

hardwired into

It remains even after other processes in our brains stop working.

2:45

มันยังคงอยู่แม้ว่ากระบวนการอื่นๆ ในสมองของเราจะหยุดทำงานไปแล้วก็ตาม

Alzheimer's patients were asked to rank the beauty of several paintings.

2:50

ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ถูกขอให้จัดอันดับความสวยงามของภาพวาดหลายภาพ

Then the experiment was repeated 2 weeks later.

2:55

จากนั้นก็ทำซ้ำการทดลองในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

The patients had long since forgotten the paintings, ไวยากรณ์

2:58

ผู้ป่วยลืมเรื่องภาพวาดไปนานแล้ว

ไวยากรณ์

had long since forgotten: การกระทำที่เสร็จสิ้นไปนานก่อนหน้านั้น

ใน had long since forgotten คำว่า had forgotten เป็น past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์ที่ลืมไว้ก่อนจุดอ้างอิงอีกจุดหนึ่งในอดีต ในบริบทนี้คือก่อนการทดสอบที่เกิดขึ้นภายหลัง long since หมายถึง “ก่อนเวลานั้นมานานแล้ว” หรือ “นานแล้ว” จึงเน้นว่าการลืมเสร็จสิ้นไปนานก่อนเหตุการณ์ถัดมา since ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าการกระทำดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตนานมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ past perfect ของ leave และวลี long since: By the time we reached the station, the last train ____.

ดูคำตอบ

had long since left

but still ranked the beauty of the paintings in the same order.

3:00

แต่ก็ยังจัดอันดับความสวยงามของภาพวาดในลำดับเดิม

One could argue that this doesn't say much. ลำดับความ

3:04

บางคนอาจโต้แย้งว่าเรื่องนี้ไม่ได้บอกอะไรมากนัก

ลำดับความ

One could argue that: การเสนอข้อโต้แย้งที่อาจเป็นไปได้

one ในที่นี้เป็นคำสรรพนามที่ไม่ได้ระบุบุคคล หมายถึง “คนคนหนึ่ง” หรือ “ใครบางคน” ส่วน could ไม่ได้แสดงความสามารถในอดีต แต่ทำให้ข้อความฟังเป็นมุมมองที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อยืนยันที่แน่นอน กรอบประโยคนี้ใช้เสนอความเห็นที่ผู้วิจารณ์ซึ่งมีเหตุผลอาจยกขึ้นมา ผู้เขียนสามารถยอมรับข้อโต้แย้งนั้นชั่วคราว เว้นระยะห่างจากมัน แล้วจึงตอบกลับ จึงช่วยจัดลำดับการให้เหตุผลด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอข้อโต้แย้งที่อาจเป็นไปได้ โดยไม่ระบุชัดว่าเป็นมุมมองของผู้พูดเอง

  1. One could argue that the new rule is too strict.
  2. The new rule is certainly too strict.
  3. I would argue that the new rule is too strict.
ดูคำตอบ

One could argue that the new rule is too strict.

So what if people stick to their personal preferences? โน้ต

3:06

แล้วถ้าคนเราแค่ยึดติดกับความชอบส่วนตัวล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

So what if ...? เป็นคำถามท้าทายที่ลดความสำคัญของเรื่องนั้น

So what if ...? เป็นการยอมรับแนวคิดหลัง if ไว้ก่อนชั่วคราว แล้วจึงตั้งคำถามว่าเรื่องนั้นสำคัญจริงหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายความว่าผู้คนอาจยังคงชอบแบบเดิม แต่ข้อเท็จจริงนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้ข้อสรุปเปลี่ยนไป คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ โดยทั่วไปหมายถึง “แล้วทำไมเรื่องนั้นถึงต้องสำคัญด้วย?” ไม่ใช่การขอข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แบบฝึกหัด

ใน “So what if the bus is late? We still have plenty of time,” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อใช้ “So what if”?

  1. การมาสายไม่สำคัญและไม่ทำให้แผนเปลี่ยนไป
  2. ผู้พูดต้องการคำอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมรถบัสจึงมาสาย
  3. ผู้พูดเชื่อว่าต้องยกเลิกการเดินทาง
ดูคำตอบ

การมาสายไม่สำคัญและไม่ทำให้แผนเปลี่ยนไป

กริยาวลี

stick to หมายถึงทำต่อไปโดยไม่เปลี่ยน

ในประโยคนี้ stick to หมายถึงการคงความชอบส่วนตัวแบบเดิมไว้แทนที่จะเปลี่ยนไป ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการใช้กาวติดสิ่งของ โครงสร้างคือ stick to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น stick to the plan, stick to it, stick to studying ใช้บอกการยังคงทำตามตัวเลือก กฎ ตาราง หัวข้อ หรือวิธีการเดิมได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ทำตามต่อไป”: Once we choose a budget, we need to ____ it.

ดูคำตอบ

stick to

But other research has shown that we have a sort of lowest common denominator สำนวน

3:10

แต่งานวิจัยอื่นแสดงให้เห็นว่าเรามีสิ่งที่เป็นตัวร่วมที่น้อยที่สุด

สำนวน

lowest common denominator ในความหมายว่าพื้นฐานขั้นต่ำที่ทุกคนมีร่วมกัน

lowest common denominator เดิมเป็นศัพท์คณิตศาสตร์ ที่นี่ใช้เป็นอุปมา หมายถึงลักษณะหรือมาตรฐานพื้นฐานขั้นต่ำที่คนแตกต่างกันมีร่วมกัน ในบริบทนี้คือพื้นฐานร่วมในการตัดสินความงาม a sort of บอกว่าการเปรียบกับคณิตศาสตร์นี้เป็นเพียงการเทียบโดยประมาณ คำว่า lowest ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าแย่หรือไม่ฉลาดโดยอัตโนมัติ แต่หมายถึงจุดร่วมขั้นต่ำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Safety is the lowest common denominator across all three proposals," คำว่า "lowest common denominator" หมายถึงอะไร

  1. ลักษณะพื้นฐานที่สุดที่ข้อเสนอทั้งสามมีร่วมกัน
  2. คำตอบทางคณิตศาสตร์ที่ข้อเสนอเหล่านั้นสร้างขึ้น
  3. ส่วนที่ปลอดภัยน้อยที่สุดของข้อเสนอหนึ่ง
ดูคำตอบ

ลักษณะพื้นฐานที่สุดที่ข้อเสนอทั้งสามมีร่วมกัน

when it comes to beauty. วลี

3:13

เมื่อพูดถึงความงาม

วลี

when it comes to + หัวข้อ

when it comes to ใช้เกริ่นหัวข้อหรือด้านที่ข้อความถัดไปกำลังกล่าวถึงโดยเฉพาะ ที่นี่หมายถึง “เมื่อพูดถึงความงาม” และบอกว่าข้อสรุปเรื่องพื้นฐานร่วมกันนั้นใช้กับการตัดสินความงาม คำว่า to ในสำนวนนี้เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น when it comes to beauty และ when it comes to choosing colors สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการที่บางสิ่งเดินทางมาถึงหรือช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน when it comes to: "____ planning a trip, a clear budget helps."

ดูคำตอบ

When it comes to

In different experiments,

3:15

ในการทดลองที่แตกต่างกัน

people were asked to distinguish real from fake abstract paintings. วลี

3:16

ผู้คนถูกขอให้แยกแยะภาพวาดนามธรรมของแท้ออกจากของปลอม

วลี

distinguish real from fake: รูปแบบ distinguish A from B

Distinguish A from B หมายถึงการดูออกว่าตัวอย่างใดอยู่ในกลุ่ม A และตัวอย่างใดอยู่ในกลุ่ม B ในที่นี้ real และ fake เป็นชื่อของภาพวาดนามธรรมสองประเภท โดยเข้าใจร่วมกันว่าคำว่า abstract paintings ใช้กับคำคุณศัพท์ทั้งสองคำ ในโครงสร้างนี้ from ใช้นำประเภทที่สองซึ่งถูกนำมาเปรียบเทียบ รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อพูดถึงการระบุ การจำแนก หรือการทดสอบว่าใครคนหนึ่งสามารถแยกของสองประเภทออกจากกันได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำให้รูปแบบ distinguish A from B สมบูรณ์: The scanner can distinguish real passports ____ fake ones.

ดูคำตอบ

from

Some were originals by Mondrian and Pollock that were painted based on strict rules like fractal patterns, วลี

3:20

บางภาพเป็นภาพวาดต้นฉบับของ Mondrian และ Pollock ซึ่งวาดขึ้นตามกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด เช่น รูปแบบแฟร็กทัล

วลี

based on strict rules: รูปแบบ be based on

Be based on หมายถึงการใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานในการสร้าง ตัดสินใจ หรืออธิบายอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ based on strict rules บอกว่าภาพวาดถูกสร้างขึ้นโดยทำตามกฎการจัดองค์ประกอบที่ชัดเจน ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างทั่วไปคือ be based on + คำนามหรือวลีคำนาม นอกจากนี้ยังใช้รูปย่อหลังคำนามได้ เช่น a plan based on evidence

แบบฝึกหัด

เลือกคำบุพบทที่เป็นธรรมชาติ: The class project is based ___ observations from the school garden.

  1. at
  2. in
  3. on
ดูคำตอบ

on

while the imitations were not.

3:25

ในขณะที่ภาพเลียนแบบไม่ได้เป็นเช่นนั้น

The majority picked out the original artworks. กริยาวลี

3:27

คนส่วนใหญ่เลือกผลงานศิลปะต้นฉบับ

กริยาวลี

pick out: แยกผลงานต้นฉบับออกจากกลุ่ม

Picked out เป็นรูปอดีตของกริยาวลี pick out ในที่นี้หมายถึงผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่สามารถระบุผลงานของแท้จากกลุ่มที่มีผลงานอื่นรวมอยู่ด้วย สำนวนนี้ใช้ได้ทั้งเมื่อเลือกสิ่งหนึ่งจากหลายตัวเลือก และเมื่อจำแนกบุคคลหรือสิ่งของจากกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายกัน ในประโยคนี้ความหมายหลักคือการจำแนกให้ออก

แบบฝึกหัด

"pick out" ในประโยค "I could pick out Lena in the crowd by her bright yellow coat" หมายความว่าอะไร

  1. ขอให้ Lena เลือกเสื้อโค้ต
  2. พา Lena ออกไปข้างนอก
  3. จำ Lena ได้จากคนอื่น ๆ
ดูคำตอบ

จำ Lena ได้จากคนอื่น ๆ

This worked with paintings from both artists,

3:30

สิ่งนี้ได้ผลกับภาพวาดของศิลปินทั้งสอง

even though their styles are very different. ไวยากรณ์

3:33

แม้ว่าสไตล์ของพวกเขาจะแตกต่างกันมากก็ตาม

ไวยากรณ์

even though: ความขัดแย้งอย่างชัดเจนกับข้อเท็จจริง

Even though ใช้แสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับ โดยนำเสนอ “their styles are very different” ว่าเป็นข้อเท็จจริง แล้วแสดงว่าข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ขัดขวางผลหลัก คำว่า even ทำให้ความขัดแย้งชัดและหนักแน่นกว่าการใช้ though เพียงคำเดียว หลัง even though ต้องเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์และมีประธานกับกริยา ในที่นี้ประธานคือ their styles และกริยาคือ are โดยอนุประโยคนี้เชื่อมกับผลหลักที่อยู่ในบริบทรอบข้าง

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่เน้นความขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว: We went for a walk ____ it was raining.

ดูคำตอบ

even though

Another experiment also used abstract artworks,

3:35

การทดลองอีกชิ้นหนึ่งก็ใช้ผลงานศิลปะนามธรรมเช่นกัน

but asked people to pick them out among similar paintings made either by children or animals. ไวยากรณ์

3:38

แต่ขอให้ผู้คนแยกแยะมันออกจากภาพวาดที่คล้ายกันซึ่งวาดโดยเด็กหรือสัตว์

ไวยากรณ์

either ... or ... สำหรับตัวเลือกสองอย่างที่มีโครงสร้างขนานกัน

either ... or ... เชื่อมตัวเลือกสองอย่างที่อยู่ในระดับไวยากรณ์เดียวกัน ในประโยคนี้ ตัวเลือกคือผู้ที่อาจสร้างภาพวาดที่คล้ายกัน: เด็กหรือสัตว์ โครงสร้างสองฝั่งควรขนานกัน made either by children or animals ขยายเต็มได้เป็น made either by children or by animals โดยละ by ตัวที่สองได้เพราะคำนามทั้งสองใช้คำนี้ร่วมกัน วาง either ไว้หน้าตัวเลือกแรกและวาง or ไว้หน้าตัวเลือกที่สอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ either ... or เพื่อแสดงวิธีเดินทางสองทางเลือก: We can get there ____ by train ____ by bus.

ดูคำตอบ

either · or

Again,

3:43

และเป็นอีกครั้ง

the test subjects pointed out the legit paintings whose patterns were carefully planned and not random.

3:44

ผู้รับการทดลองได้ชี้ให้เห็นถึงภาพวาดของแท้ซึ่งมีรูปแบบที่ถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบและไม่ได้มาจากการสุ่ม

So while we have a hard time pinning down what beauty is or what it's based on, โน้ต

3:49

ดังนั้น ในขณะที่เรายากที่จะระบุให้แน่ชัดว่าความงามคืออะไร หรือมีพื้นฐานมาจากอะไร

ไวยากรณ์

have a hard time + -ing เพื่อบอกว่าการทำงานบางอย่างเป็นเรื่องยาก

have a hard time doing something หมายถึงการที่ใครคนหนึ่งรู้สึกว่าการทำกิจกรรมบางอย่างเป็นเรื่องยาก ในประโยคนี้ สิ่งที่ยากคือการให้คำจำกัดความของความงามอย่างชัดเจน ส่วน time ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาที่ไม่น่าพอใจ ใช้โครงสร้าง have a hard time + รูป -ing เช่น have a hard time pinning down, remembering หรือ choosing และเปลี่ยน have เป็น has หรือ had ตามประธานหรือเวลาของเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have a hard time: I ____ remembering all these passwords.

ดูคำตอบ

have a hard time

กริยาวลี

ใช้ pinning down เพื่อระบุความหมายอย่างแม่นยำ

ในประโยคนี้ pinning down หมายถึงการระบุหรือให้นิยามบางสิ่งอย่างแม่นยำ ทั้งที่ยากจะหาข้อสรุปที่แน่นอน ความงามเป็นเรื่องขึ้นอยู่กับมุมมอง ผู้พูดจึงบอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะระบุให้ชัดว่าความงามคืออะไรหรือขึ้นอยู่กับอะไร กริยาวลี pin down ใช้กับคำตอบ สาเหตุ วันที่ คำนิยาม หรือรายละเอียดได้ จุดเน้นคือการได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและแน่นอน ไม่ใช่การใช้หมุดตรึงสิ่งใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ pin down: Even after three meetings, we still couldn't ____ the exact cause of the delay.

ดูคำตอบ

pin down

we somehow recognize it when we see it.

3:53

เรากลับรับรู้มันได้เสมอเมื่อเราเห็น

Humans don't navigate nature trying to survive day by day anymore.

4:02

มนุษย์ไม่ได้ท่องไปในธรรมชาติเพื่อพยายามเอาชีวิตรอดไปวันๆ อีกต่อไปแล้ว

We left the natural world behind and created our own. สำนวน

4:06

เราทิ้งโลกแห่งธรรมชาติไว้ข้างหลังและสร้างโลกของเราเอง

สำนวน

Left the natural world behind: ทิ้งสภาพแวดล้อมธรรมชาติไว้เบื้องหลัง

ในที่นี้ left the natural world behind หมายถึงมนุษย์ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการใช้ชีวิตเป็นหลักในสภาพแวดล้อมธรรมชาติไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง นี่เป็นการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ออกจากธรรมชาติหรือโลกไปจริง ๆ โครงสร้าง leave something behind ใช้บอกการเปลี่ยนผ่านจากสถานที่ ช่วงชีวิต นิสัย หรือวิธีคิดเดิมได้ โดยมักสื่อว่าสิ่งเดิมไม่ได้กำหนดสถานการณ์ใหม่ในแบบเดิมอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ leave ... behind: When Nora began her new job, she ____ her old daily routine ____.

ดูคำตอบ

left · behind

We made the objects that surround us,

4:10

เราสร้างสิ่งของที่รายล้อมรอบตัวเรา

the things we wear and use and look at.

4:12

สิ่งที่เราสวมใส่ สิ่งที่เราใช้ และสิ่งที่เรามอง

As we spread over the planet and our numbers grew,

4:15

เมื่อเรากระจายตัวไปทั่วโลกและมีจำนวนเพิ่มขึ้น

we shaped a completely man-made environment.

4:18

เราได้สร้างสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์

In the process of doing so, ลำดับความ

4:21

ในขั้นตอนของการทำเช่นนั้น

ลำดับความ

In the process of doing so: การเชื่อมกลับไปยังการกระทำก่อนหน้า

In the process of doing so ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ซึ่งในที่นี้คือการที่มนุษย์ขยายพื้นที่และสร้างสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ออกแบบขึ้น doing so ใช้แทนการกระทำทั้งหมด ดังนั้น so จึงไม่ใช่คำขยายระดับที่หมายถึง very (“มาก”) คำเชื่อมนี้วางข้อมูลถัดไปไว้ในช่วงที่กระบวนการนั้นกำลังดำเนินอยู่ ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวถึงการกระทำเดิมซ้ำ และเตรียมผู้ฟังให้รับรู้ผลลัพธ์หรือผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นระหว่างการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

The volunteers sorted every donated book. หากการค้นพบเกิดขึ้นระหว่างการคัดแยก คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับขึ้นต้นประโยคถัดไป? They found several rare editions.

  1. In order to do so
  2. In the process of doing so
  3. By doing so
ดูคำตอบ

In the process of doing so

we often neglected beauty in favor of functionality, วลี

4:22

เรามักจะละเลยความงามเพื่อแลกกับฟังก์ชันการใช้งาน

วลี

in favor of: ให้ความสำคัญกับ Y มากกว่า X

ในโครงสร้าง คำกริยา + X + in favor of + Y นั้น Y คือทางเลือกที่ได้รับความสำคัญ ส่วน X คือทางเลือกที่ถูกลดความสำคัญลง ในประโยคนี้มีการให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอย ขณะที่ความงามได้รับความสนใจน้อยกว่า โครงสร้างนี้มักแสดงการเลือกที่ต้องละบางสิ่งเพื่ออีกสิ่งหนึ่ง เหมาะสำหรับอธิบายทางเลือกด้านการออกแบบ นโยบาย การวางแผน และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เลือกตัวเลือกที่สองแทนตัวเลือกแรก”: The school dropped printed notices ____ email updates.

ดูคำตอบ

in favor of

cost,

4:26

ต้นทุน

or efficiency.

4:26

หรือประสิทธิภาพ

We built rows and rows of concrete housing blocks that nobody wants to live in. วลี

4:28

เราสร้างตึกแถวคอนกรีตเรียงเป็นแถวที่ไม่มีใครอยากอยู่

วลี

rows and rows of: หลายแถวต่อเนื่องกัน

ในประโยคนี้ rows and rows of หมายถึง “หลายแถวมาก” การพูด rows ซ้ำไม่ได้หมายความว่ามีสองแถวพอดี แต่เน้นว่ามีแถวจำนวนมากต่อเนื่องไปทั่วภาพ โครงสร้าง X and X of ทำให้เห็นภาพชัดกว่าการพูดเพียง many เหมาะเป็นพิเศษกับหน่วยหรือระยะที่เกิดซ้ำต่อเนื่อง เช่น pages and pages of notes หรือ miles and miles of road

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ rows สองครั้งตามโครงสร้าง X and X of: The garden had ____ bright flowers.

ดูคำตอบ

rows and rows of

We have ugly underground subway stations,

4:32

เรามีสถานีรถไฟใต้ดินที่น่าเกลียด

shabby public service buildings,

4:35

อาคารบริการสาธารณะที่ทรุดโทรม

and sprawling malls.

4:36

และห้างสรรพสินค้าที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ระเบียบ

One bland, standardized box beside the next.

4:38

กล่องที่จืดชืดและได้มาตรฐานตั้งเรียงรายติดกัน

Humans don't like monotony.

4:41

มนุษย์ไม่ชอบความจำเจ

Eye-tracking software has shown that people keep focusing on details and ornaments of architecture

4:43

ซอฟต์แวร์ติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตาแสดงให้เห็นว่าผู้คนมักจะจดจ่ออยู่กับรายละเอียดและเครื่องประดับของสถาปัตยกรรม

while brushing quickly over blank walls. กริยาวลี

4:48

ในขณะที่มองข้ามกำแพงว่างเปล่าไปอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

brushing quickly over: กวาดผ่านอย่างรวดเร็วโดยไม่เพ่งดู

ในที่นี้ brushing quickly over บรรยายสายตาของผู้คนที่เคลื่อนผ่านผนังว่าง ๆ แทบไม่หยุดมอง คำว่า brush ใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่มีใครกำลังใช้แปรงหรือสัมผัสผนังจริง ๆ เมื่อสายตาหรือความสนใจของใคร brushes over บางสิ่ง หมายถึงการผ่านไปอย่างเบาและสั้นแทนที่จะพิจารณาให้ละเอียด Quickly ยิ่งเน้นว่าความสนใจนั้นรวดเร็วและผ่านไปชั่วครู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Her gaze brushed quickly over the names on the screen,” brushed quickly over หมายถึงอะไร

  1. ทำความสะอาดชื่อเหล่านั้นด้วยแปรง
  2. กวาดผ่านไปชั่วครู่โดยไม่ได้จดจ่อ
  3. นำชื่อเหล่านั้นออกจากหน้าจอ
  4. ปัดชื่อเหล่านั้นทิ้งเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

กวาดผ่านไปชั่วครู่โดยไม่ได้จดจ่อ

And not only are they no fun to look at, ไวยากรณ์

4:51

และมันไม่เพียงแค่ดูไม่น่าสนใจเท่านั้น

they actually make us miserable.

4:53

แต่มันยังทำให้เราหดหู่ใจด้วย

ไวยากรณ์

โครงสร้าง not only are they ... they actually ... ที่ต้นประโยค

เมื่อวาง not only ไว้ต้นอนุประโยคก่อนประธาน ภาษาอังกฤษจะย้ายกริยาช่วยมาไว้หน้าประธาน จึงใช้ are they ไม่ใช่ they are ในที่นี้ no fun to look at หมายถึง “ดูแล้วไม่น่าสนุกหรือไม่น่าสนใจ” ไม่ได้หมายถึง “สถานที่ที่ไม่มีสิ่งบันเทิง” อนุประโยคถัดไปเพิ่มประเด็นที่หนักแน่นกว่า คือรูปลักษณ์เหล่านั้นไม่ได้เพียงดูน่าเบื่อ แต่ยังทำให้คนรู้สึกแย่ด้วย สามารถละ but also ได้เมื่อความหมายที่เพิ่มระดับชัดเจนอย่างในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียงคำใน the park is quiet ให้ถูกต้องหลัง Not only ที่ต้นประโยค: “Not only ____, but it is also clean.”

ดูคำตอบ

is the park quiet

Experiments with skin sensors showed that looking at vast, dull facades makes us feel bored and uncomfortable. ไวยากรณ์

4:55

การทดลองด้วยเซ็นเซอร์ผิวหนังแสดงให้เห็นว่าการมองดูส่วนหน้าของอาคารที่กว้างใหญ่และน่าเบื่อทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายและอึดอัด

ไวยากรณ์

make us feel + คำคุณศัพท์

ในโครงสร้าง make + คน + feel + คำคุณศัพท์ คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิด” ไม่ใช่ “บังคับให้ใครทำการกระทำหนึ่ง” makes สอดคล้องกับวลีรูปกริยาเติม -ing คือ looking at vast, dull facades ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานเอกพจน์ us คือผู้ที่ได้รับผล feel เชื่อมผู้ที่ได้รับผลกับคำคุณศัพท์ ส่วน bored and uncomfortable บอกความรู้สึกที่เกิดขึ้น โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าสถานที่ การกระทำ หรือเหตุการณ์ส่งผลต่ออารมณ์อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make, us และ feel ในรูปและลำดับที่ถูกต้อง: “The noisy room ____ nervous.”

ดูคำตอบ

makes us feel

This kind of boredom has been linked to raised heart rates and stress levels. วลี

5:01

ความเบื่อหน่ายประเภทนี้มีความเชื่อมโยงกับอัตราการเต้นของหัวใจและระดับความเครียดที่เพิ่มขึ้น

วลี

has been linked to: การรายงานความสัมพันธ์

ใน has been linked to รูป present perfect แบบถูกกระทำใช้รายงานว่างานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างความเบื่อหน่ายแบบนี้กับอัตราการเต้นของหัวใจและระดับความเครียดที่สูงขึ้น รูปถูกกระทำช่วยเน้นความสัมพันธ์ที่สังเกตพบ แทนที่จะเน้นผู้วิจัย Linked to สื่อถึงความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว จึงใช้กล่าวอย่างระมัดระวังตามหลักฐานได้ว่าเหตุการณ์สองอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้บอกว่าความเบื่อหน่ายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเหล่านี้อย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งพบว่าการนอนน้อยกับสมาธิที่ลดลงเกิดขึ้นร่วมกัน แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล ประโยคใดแม่นยำที่สุด

  1. Poor sleep has been linked to lower concentration.
  2. Poor sleep has caused lower concentration.
  3. Poor sleep has been linked from lower concentration.
ดูคำตอบ

Poor sleep has been linked to lower concentration.

And the opposite seems to be true, too.

5:05

และในทางตรงกันข้ามก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงเช่นกัน

Over the last decades,

5:07

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

more and more studies have found that surroundings that are actually aesthetically pleasing to us can improve our well-being,

5:09

มีการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่พบว่าสภาพแวดล้อมที่เราเห็นว่ามีความสวยงามสามารถปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของเรา

our behavior,

5:14

พฤติกรรมของเรา

cognitive function,

5:15

การทำงานของสมอง

and mood.

5:16

และอารมณ์ของเราได้

Our bodies and brains react measurably and visibly to everything that surrounds us.

5:18

ร่างกายและสมองของเราตอบสนองอย่างวัดได้และเห็นได้ชัดต่อทุกสิ่งที่รายล้อมตัวเรา

Beauty in particular has such a strong impact on our well-being that making useful things beautiful can actually make them better. ไวยากรณ์

5:23

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความงามนั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเป็นอยู่ของเรา จนการทำให้สิ่งที่มีประโยชน์มีความสวยงามนั้น สามารถทำให้มันดีขึ้นได้จริงๆ

ไวยากรณ์

such a strong impact ... that: ระดับและผลลัพธ์

โครงสร้าง such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์ + that เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ such เน้นนามวลีทั้งหมด a strong impact on our well-being และ that นำเข้าสู่สิ่งที่ตามมาจากผลกระทบนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + กริยา + such a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + that + ผลลัพธ์ โครงสร้างนี้แสดงเหตุผลอย่างชัดเจนว่า ผลกระทบรุนแรงมากพอให้เกิดผลลัพธ์ตามมา

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The after-school art program had ___ more families joined community events.

  1. so a positive impact that
  2. such positive that
  3. such a positive impact that
ดูคำตอบ

such a positive impact that

ไวยากรณ์

Make + กรรม + คำคุณศัพท์ใน making useful things beautiful

ใน making useful things beautiful คำว่า make ตามด้วยกรรม useful things และส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ beautiful คำคุณศัพท์นี้บอกสภาพผลลัพธ์ที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็น จึงหมายถึง “ทำให้สิ่งที่มีประโยชน์สวยงามขึ้น” รูป -ing ทำให้ทั้งวลีทำหน้าที่คล้ายคำนาม และเป็นประธานของ can actually make them better รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ make + กรรม + คำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกว่าการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างหนึ่ง

  1. The classroom has bright colours.
  2. Bright colours make the classroom cheerful.
  3. The workers painted the classroom cheerfully.
ดูคำตอบ

Bright colours make the classroom cheerful.

In 2017,

5:31

ในปี 2017

a hospital examined recovery factors through observation and interviews with patients

5:32

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งตรวจสอบปัจจัยการฟื้นตัวผ่านการสังเกตและสัมภาษณ์ผู้ป่วย

and found that visual art in their lounge areas made them more comfortable and happier about their stay in general.

5:37

และพบว่าทัศนศิลป์ในพื้นที่นั่งเล่นทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขกับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยรวมมากขึ้น

Another study looked at how well patients recovered in a hospital that had two wards,

5:44

การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพิจารณาว่าผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีเพียงใดในโรงพยาบาลที่มีวอร์ดสองแห่ง

a very old and rather ugly one,

5:49

แห่งหนึ่งเก่ามากและค่อนข้างน่าเกลียด

and a newly renovated ward.

5:51

และอีกแห่งเป็นวอร์ดที่เพิ่งปรับปรุงใหม่

To the researchers' surprise, ลำดับความ

5:53

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจคือ

ลำดับความ

การใช้ “To the researchers' surprise” เป็นกรอบบอกผลที่เหนือความคาดหมาย

เมื่อวางไว้ต้นประโยค To the researchers' surprise จะบอกผู้ฟังก่อนว่านักวิจัยมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อผลลัพธ์ที่ตามมา นั่นคือผลลัพธ์นั้นไม่ตรงกับที่พวกเขาคาดไว้ วลีนี้จึงเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับการเปลี่ยนทิศทางที่เหนือความคาดหมายก่อนข้อมูลหลักจะปรากฏ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ researchers' ระบุว่าใครเป็นผู้ประหลาดใจ ส่วน to ในที่นี้ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่หรือจุดประสงค์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบตายตัว to someone's surprise ซึ่งแสดงความคิดเห็นต่ออนุประโยคที่ตามมาทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบ to someone's surprise เพื่อแสดงว่า Maya ไม่ได้คาดผลลัพธ์นี้: “____, the paper bridge held ten books.”

ดูคำตอบ

To Maya's surprise

the patients that stayed in the new renovated environment needed less pain medication

5:54

ผู้ป่วยที่พักอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปรับปรุงใหม่ต้องการยาแก้ปวดน้อยลง

and were released on average 2 days earlier than patients recovering in the old ward. ไวยากรณ์

5:59

และออกจากโรงพยาบาลได้เร็วกว่าผู้ป่วยที่พักฟื้นในวอร์ดเก่าโดยเฉลี่ย 2 วัน

ไวยากรณ์

on average + จำนวน + earlier than

on average แสดงว่าข้อความนี้อิงจากค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนมีผลลัพธ์เหมือนกัน ในประโยคนี้ สิ่งที่รายงานคือเวลาออกจากโรงพยาบาลโดยเฉลี่ย โครงสร้าง on average + จำนวน + ขั้นกว่า + than บอกทั้งขนาดของความแตกต่างและสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ two days earlier than หมายถึงออกจากโรงพยาบาลเร็วกว่า 2 วันในด้านเวลา โดย earlier ไม่ได้บอกว่าผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้ on average และ earlier than เพื่อรายงานความแตกต่างเฉลี่ย 12 นาที: Express trains arrived ____ local trains.

ดูคำตอบ

on average twelve minutes earlier than

More beautiful surroundings made them feel better physically.

6:03

สภาพแวดล้อมที่สวยงามมากขึ้นทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นทางร่างกาย

Beauty also has an effect on us on a daily basis.

6:07

ความงามยังมีผลต่อเราในชีวิตประจำวันด้วย

It can improve our general happiness.

6:10

มันสามารถเพิ่มความสุขโดยรวมของเราได้

A study that looked at the main factors influencing the happiness of adults revealed an unexpected result.

6:12

การศึกษาที่พิจารณาปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความสุขของผู้ใหญ่เปิดเผยผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

Besides things like good health and a harmonious family life,

6:18

นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพที่ดีและชีวิตครอบครัวที่กลมเกลียวแล้ว

individual happiness is affected by how beautiful you find the city you live in. ไวยากรณ์

6:21

ความสุขส่วนบุคคลยังได้รับอิทธิพลจากความรู้สึกว่าคุณพบว่าเมืองที่คุณอาศัยอยู่นั้นสวยงามแค่ไหน

ไวยากรณ์

how beautiful you find the city: ระดับและ find + กรรม + คำคุณศัพท์

how + คำคุณศัพท์ใช้แสดงระดับ โดย how beautiful หมายถึงเมืองนั้นดูสวยสำหรับคุณในระดับใด ไม่ได้ถามว่าคุณค้นหาเมืองนั้นด้วยวิธีใด รูปประเมินพื้นฐานคือ you find the city beautiful ซึ่ง find + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงมองว่ากรรมนั้นมีคุณสมบัติดังกล่าว ในอนุประโยคซ้อน how beautiful จะย้ายมาอยู่ข้างหน้า ทำให้อนุประโยคทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นข้อมูลในประโยคที่ใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามถึงระดับของการประเมินเชิงความรู้สึกของผู้ใช้

  1. The survey measures why users find the app useful.
  2. The survey measures whether users find the app useful.
  3. The survey measures how useful users find the app.
ดูคำตอบ

The survey measures how useful users find the app.

Beauty scored even higher than cleanliness or safety. วลี

6:26

ความสวยงามได้คะแนนสูงกว่าความสะอาดหรือความปลอดภัยเสียอีก

วลี

“scored even higher than” ในการเปรียบเทียบคะแนนแบบสำรวจ

ในการเปรียบเทียบผลสำรวจนี้ scored ... higher than หมายถึงการได้รับคะแนนหรือผลลัพธ์เชิงตัวเลขสูงกว่าอีกปัจจัยหนึ่ง ความสวยงามได้รับการประเมินสูงกว่าความสะอาดหรือความปลอดภัย โดย higher หมายถึงระดับคะแนน ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ even เน้นการเปรียบเทียบให้ชัดขึ้น และบอกว่าผลนี้น่าสนใจหรือน่าประหลาดใจกว่าที่ผู้ฟังคาดไว้ รูปแบบ X scored even higher than Y มักใช้รายงานผลสำรวจ การสอบ รีวิว และการประเมิน

แบบฝึกหัด

ใน “Beauty scored even higher than cleanliness or safety” วลี “scored even higher than” หมายถึงอะไร

  1. ความสวยงามได้รับการประเมินสูงกว่าความสะอาดหรือความปลอดภัย และเน้นว่าผลนี้น่าสนใจ
  2. ความสวยงามถูกกล่าวถึงหลังความสะอาดหรือความปลอดภัย
  3. ความสวยงามถูกวางไว้เหนือความสะอาดหรือความปลอดภัยทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ความสวยงามได้รับการประเมินสูงกว่าความสะอาดหรือความปลอดภัย และเน้นว่าผลนี้น่าสนใจ

So what can we learn from all of this? ลำดับความ

6:30

แล้วเราจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องทั้งหมดนี้?

ลำดับความ

“So what can we learn from all of this?” ในฐานะคำถามเปลี่ยนผ่านไปสู่ข้อสรุป

คำถามนี้รวบรวมหลักฐานที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้และชี้ไปยังข้อสรุปสำคัญที่จะตามมา So เป็นสัญญาณของผลลัพธ์หรือข้อสรุป ส่วน all of this อ้างกลับไปยังเนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ ผู้พูดใช้คำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้เพียงขอให้ผู้ฟังตอบ รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนจากหลักฐานหรือตัวอย่างไปสู่บทเรียน นัยสำคัญ หรือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอทบทวนการทดลองหลายรายการ แล้วถามว่า “So what can we learn from all of this?” คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอะไร

  1. นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. เปลี่ยนจากหลักฐานไปสู่บทเรียนหรือข้อสรุป
  3. ถามว่าผู้ฟังจำการทดลองใดได้ทุกคำ
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากหลักฐานไปสู่บทเรียนหรือข้อสรุป

We know that we humans have been fine-tuned for millions of years สำนวน

6:33

เรารู้ว่าพวกเรามนุษย์ถูกปรับแต่งมาเป็นเวลาหลายล้านปี

to process visual input and assess our surroundings.

6:36

เพื่อประมวลผลข้อมูลทางสายตาและประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา

สำนวน

been fine-tuned for: การปรับให้เหมาะอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามเวลา

ในที่นี้ been fine-tuned เป็นคำเปรียบเทียบจากการปรับเครื่องจักรอย่างละเอียด หมายความว่าความสามารถด้านการมองเห็นของมนุษย์ค่อย ๆ เหมาะกับหน้าที่นี้มากขึ้นผ่านวิวัฒนาการ ไม่ได้หมายความว่ามีใครตั้งใจปรับมนุษยชาติเหมือนปรับอุปกรณ์ have been fine-tuned เป็น present perfect แบบ passive ซึ่งมองพัฒนาการนี้ว่าเชื่อมต่อมาถึงปัจจุบัน for millions of years บอกระยะเวลา ส่วน to process... บอกความสามารถที่เกิดจากพัฒนาการนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The search tool has been fine-tuned for months to catch spelling errors.” คำว่า has been fine-tuned หมายความว่าอย่างไร

  1. มันถูกเปลี่ยนใหม่โดยไม่ได้ทดสอบ
  2. มันได้รับการปรับทีละน้อยเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น
  3. มันถูกปิดไว้นานหลายเดือน
ดูคำตอบ

มันได้รับการปรับทีละน้อยเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น

It's just what we're programmed to do, สำนวน

6:40

มันเป็นแค่สิ่งที่เราถูกตั้งโปรแกรมให้ทำ

สำนวน

programmed to do: แนวโน้มที่ติดตั้งมาในตัว

programmed ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบจากคอมพิวเตอร์ what we're programmed to do หมายถึง “พฤติกรรมที่ดูเหมือนติดตั้งมาในตัวเรา” คือมนุษย์ประมวลผลข้อมูลภาพอย่างเป็นธรรมชาติและอัตโนมัติ ไม่ได้หมายความว่ามีซอฟต์แวร์อยู่ในตัวคนจริง ๆ โครงสร้าง be programmed to + คำกริยา นำเสนอการกระทำว่าเป็นแนวโน้มพื้นฐานที่แรงมาก what หมายถึง “สิ่งที่” และ do ชี้กลับไปยังกิจกรรมที่กล่าวถึงแล้ว คำเปรียบเทียบนี้อาจฟังเหมือนทุกอย่างถูกกำหนดไว้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามนุษย์ไม่มีทางเลือก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายแนวโน้มอัตโนมัติที่ฝังลึก ไม่ใช่ทักษะที่เรียนรู้หรือหน้าที่

  1. We are trained to follow the emergency procedure.
  2. We seem programmed to notice sudden movement.
  3. We are supposed to submit the form by Friday.
ดูคำตอบ

We seem programmed to notice sudden movement.

and we're starting to learn more about how much beauty as a property is really influencing us.

6:42

และเราเริ่มที่จะเรียนรู้มากขึ้นว่าความงามในฐานะคุณสมบัติหนึ่งส่งผลกระทบต่อเรามากแค่ไหน

Beauty meets an inherent need for meaningful information. วลี

6:48

ความงามตอบสนองความต้องการโดยธรรมชาติสำหรับข้อมูลที่มีความหมาย

วลี

meet an inherent need for: ตอบสนองความต้องการโดยธรรมชาติที่มีต่อ...

ในที่นี้ meet หมายถึงตอบสนอง ไม่ใช่พบเจอ โครงสร้าง meet a need for + คำนาม ระบุสิ่งที่ผู้คนต้องการ ในประโยคนี้ ความงามตอบสนองความต้องการข้อมูลที่มีความหมาย Inherent บอกว่าความต้องการนี้ติดมากับธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ได้เกิดจากสถานการณ์ชั่วคราว วลีทั้งหมดจึงนำเสนอว่าความงามตอบสนองความต้องการพื้นฐานที่คงอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย meet an urgent need for: The new clinic was built to ____ affordable care in the area.

ดูคำตอบ

meet an urgent need for

Maybe it would be worth giving it more space in this man-made world we have created. โน้ต

6:52

บางทีมันอาจจะคุ้มค่าที่จะให้พื้นที่กับมันมากขึ้นในโลกที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้

ไวยากรณ์

be worth giving: worth ตามด้วยรูป -ing

Be worth + -ing หมายถึงการกระทำหนึ่งมีคุณค่าหรือประโยชน์มากพอที่จะคุ้มกับการลงมือทำ worth ตามด้วยรูป -ing ดังนั้น be worth giving จึงถูกต้อง ส่วน be worth to give ไม่ถูกต้อง ใน it would be worth giving it more space คำว่า it ตัวแรกใช้เปิดการประเมิน ส่วน it ตัวที่สองหมายถึงความงาม Maybe และ would ทำให้ข้อเสนอนี้ฟังดูระมัดระวัง ไม่ใช่คำสั่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be worth และรูปที่ถูกต้องของ visit: The gallery is small, but it may ____ on a rainy afternoon.

ดูคำตอบ

be worth visiting

สำนวน

Giving it more space: ให้บางสิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

ในประโยคนี้ it หมายถึงความงาม giving it more space คือการเปิดโอกาสให้ความงามมีบทบาทมากขึ้นในโลกที่มนุษย์สร้างขึ้น หมายถึงการให้ความสนใจและความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่แค่เว้นพื้นที่ว่างทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ give + บางสิ่ง + more space เมื่อกรรมเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม space มักหมายถึงพื้นที่ในการตัดสินใจ ตารางเวลา ความสนใจ หรือทรัพยากร

แบบฝึกหัด

ต้นทุนได้รับความสนใจไปเกือบทั้งหมด แต่ตอนนี้การเข้าถึงจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้น ใช้โครงสร้าง give ... more space เติมประโยคให้สมบูรณ์: The team should ____ in the final design.

ดูคำตอบ

give accessibility more space

This video was a collaboration with the creative agency Sagmeister and Walsh as a contribution to their upcoming beauty exhibition.

6:59

วิดีโอนี้เป็นความร่วมมือกับเอเจนซี่สร้างสรรค์ Sagmeister and Walsh เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในนิทรรศการความงามของพวกเขาที่กำลังจะมาถึง

The exhibition will be shown at the MAK Vienna from October 23rd, 2018 until March 31st, 2019

7:07

นิทรรศการนี้จะจัดแสดงที่ MAK Vienna ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2018 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2019

and the MAK Frankfurt from May 1st until September 30th, 2019.

7:13

และ MAK Frankfurt ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2019

If you want to learn more about the impact of beauty and see tons of gorgeous installations and multimedia objects,

7:18

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของความงามและชมงานศิลปะจัดวางและวัตถุมัลติมีเดียที่งดงามมากมาย

go check it out.

7:24

ลองไปชมกันดูนะครับ