ฮอร์โมนของคุณทำงานอย่างไร - Emma Bryce: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าต่อม ฮอร์โมน และตัวรับบนเซลล์ช่วยให้ระบบต่อมไร้ท่อควบคุมการเติบโต วัยเจริญพันธุ์ เมแทบอลิซึม อารมณ์ และความผิดปกติของฮอร์โมนได้อย่างไร พร้อมย้ำว่าระบบนี้ทำหน้าที่ควบคุมสมดุล ไม่ใช่บังคับพฤติกรรมของเราโดยตรง จุดเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. everything from your sleep to the rhythm of your beating heart, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า “everything from X to Y” ใช้จุดปลายสองด้านเพื่อบอกขอบเขตที่กว้างมาก เหมาะสำหรับอธิบายว่าอิทธิพลของระบบ สาเหตุ หรือการเปลี่ยนแปลงครอบคลุมแค่ไหน 2. exclusively male and female hormones. — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจว่า “exclusively” จำกัดขอบเขตของคำกล่าวในภาษาทางการอย่างไร ในที่นี้ช่วยชี้และแก้ความเข้าใจผิดว่าฮอร์โมนบางชนิดเป็นของเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น 3. is to regulate our bodily processes, not control — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า “is to..., not...” ใช้นิยามหน้าที่หลักพร้อมตัดความเข้าใจผิด ทำให้บอกได้ว่าสิ่งหนึ่งทำอะไร และไม่ควรถูกมองว่าทำอะไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
our bodies undergo a series of extraordinary metamorphoses. วลี
0:08ร่างกายของเราต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งมากมาย
Over the course of our lifetimes: ตลอดช่วงชีวิตของเรา
over the course of + ช่วงเวลา หมายถึง “ตลอดช่วงเวลานั้นขณะที่เรื่องราวค่อย ๆ ดำเนินไป” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายถูกมองว่าเกิดขึ้นตลอดทั้งชีวิต ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงครั้งเดียว ตรงนี้ course หมายถึงการดำเนินหรือการผ่านไปของเวลา ไม่ใช่ “วิชาเรียน” โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อกระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายเดือน หลายปี หรือช่วงเวลายาวนานอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่เน้นพัฒนาการตลอดทั้งโครงการ: ____ the project, the design improved through repeated testing.
ดูคำตอบ
Over the course of
undergo a series of extraordinary metamorphoses: ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายระยะ
undergo หมายถึง “ประสบ” หรือ “ต้องผ่าน” โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลง กระบวนการ การตรวจ การรักษา หรือเหตุการณ์ที่ยากลำบาก ประธานคือคนหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ และโดยปกติไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำกระบวนการนั้นเอง a series of extraordinary metamorphoses หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และน่าทึ่งหลายครั้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน วลีทั้งหมดทำให้คำอธิบายมีน้ำเสียงเป็นทางการและเป็นวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ประสบหลายสิ่งต่อเนื่องกัน”: Before opening, the bridge will ____ safety inspections.
ดูคำตอบ
undergo a series of
the endocrine system works constantly to orchestrate these changes. การใช้คำ
0:17ระบบต่อมไร้ท่อทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อประสานการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
Behind the scenes: กระบวนการที่ซ่อนอยู่
Behind the scenes อาจหมายถึงบริเวณหลังเวทีจริง ๆ ในบริบทของโรงละคร แต่ในประโยคนี้เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึง “ในส่วนที่มองไม่เห็น” หรือ “โดยไม่เป็นที่สังเกตโดยตรง” วลีนี้ใช้เกริ่นถึงการทำงานภายในที่ซ่อนอยู่และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะเปลี่ยนจุดสนใจจากการเปลี่ยนแปลงที่ผู้คนมองเห็นไปยังระบบต่อมไร้ท่อที่ทำงานอยู่ภายในร่างกาย วลีเดียวกันนี้ใช้เกริ่นถึงงาน การเตรียมการ หรือกลไกที่มองไม่เห็นในบริบทอื่นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยายนี้ Behind the scenes หมายความว่าอย่างไร
- ที่ด้านหลังของเวทีโรงละครจริง
- ในสถานที่ที่ทุกคนมองเห็นได้ชัดเจน
- ผ่านการทำงานที่มองไม่เห็นโดยตรง
ดูคำตอบ
ผ่านการทำงานที่มองไม่เห็นโดยตรง
orchestrate these changes: ประสานกระบวนการที่ซับซ้อน
เดิมที orchestrate เกี่ยวข้องกับการเรียบเรียงดนตรีสำหรับวงออร์เคสตรา แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ โดย orchestrate these changes หมายถึงการประสานกระบวนการที่เกี่ยวข้องกันหลายอย่างให้ทำงานร่วมกัน คำนี้ทำให้ระบบต่อมไร้ท่อดูเหมือนเป็นผู้จัดการการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ซับซ้อน ไม่ใช่ผู้เล่นดนตรี ความหมายนี้ใช้ได้เมื่อบุคคลหรือระบบนำหลายส่วนไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยาย ข้อใดอธิบาย orchestrate these changes ได้ตรงที่สุด
- ป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
- บรรเลงดนตรีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
- ประสานการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้
ดูคำตอบ
ประสานการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้
this system regulates everything from your sleep to the rhythm of your beating heart, ไวยากรณ์
0:24ระบบนี้ยังควบคุมทุกอย่างตั้งแต่การนอนหลับไปจนถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ
Alongside growth and sexual maturity: การเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ในที่นี้ Alongside + นามวลี เป็นบุพบทวลีที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “ร่วมกับ” หรือในบริบทนี้แปลได้เป็นธรรมชาติกว่าว่า “นอกเหนือจาก” วลีนี้เพิ่มการเจริญเติบโตและวุฒิภาวะทางเพศเข้าไปในกลุ่มหน้าที่อื่น ๆ ที่ระบบนี้ควบคุม รูปแบบนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน โดยระบุด้านหนึ่งด้วย alongside แล้วใช้ประโยคหลักกล่าวถึงอีกด้านหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเป้าหมาย alongside เพื่อเพิ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง: ____ soccer practice, Maya takes music lessons.
ดูคำตอบ
Alongside
everything from your sleep to the rhythm of your beating heart: ขอบเขตที่กว้าง
โครงสร้าง everything from X to Y ยกตัวอย่างสองอย่างที่แตกต่างกันเป็นปลายทั้งสองด้านของขอบเขตที่กว้าง ในที่นี้ การนอนหลับและจังหวะการเต้นของหัวใจแสดงให้เห็นว่าระบบนี้ควบคุมการทำงานของร่างกายหลากหลายชนิดเพียงใด คำว่า everything มีความสำคัญ เพราะความหมายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำงานสองอย่างนั้น และ from...to... ก็ไม่ได้บรรยายการเดินทางจากการนอนหลับไปยังหัวใจ แต่สื่อว่ายังมีตัวอย่างอื่นอีกมากมายอยู่ในขอบเขตนี้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายเต็มรูป everything from X to Y เพื่อแสดงขอบเขตที่กว้าง: The festival has ____ puppet shows ____ science games.
ดูคำตอบ
everything from · to
exerting its influence over each and every one of your cells. วลี
0:30โดยส่งอิทธิพลต่อเซลล์ทุกๆ เซลล์ของคุณ
Exerting its influence over + เป้าหมาย: ใช้อิทธิพลต่อบางสิ่ง
Exerting its influence over + เป้าหมาย หมายถึงการใช้อิทธิพลของตนต่อเป้าหมายนั้น ในที่นี้ exert ไม่ได้หมายถึงการออกแรงทางกาย แต่หมายถึงผลกระทบหรืออำนาจในเชิงนามธรรม its influence คือสิ่งที่ถูกนำไปใช้ ส่วน over ใช้นำหน้าคน สิ่งของ หรือขอบเขตที่ได้รับอิทธิพล รูป -ing นำเสนอการส่งอิทธิพลนี้ว่าเป็นการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่และเชื่อมกับข้อความรอบข้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ โดยใช้ exert, its influence และ over ตามลำดับที่ถูกต้อง: Even without official power, the organization can ____ local policy.
ดูคำตอบ
exert its influence over
glands, hormones, and trillions of cell receptors.
0:39ต่อม ฮอร์โมน และตัวรับในเซลล์หลายล้านล้านตัว
Relies on interactions between three features: อาศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบสามอย่าง
Relies on หมายถึงพึ่งพาหรืออาศัย คำว่า interactions between three features ระบุเงื่อนไขที่ระบบต้องมีเพื่อให้ทำงานได้ แนวคิดสำคัญคือ interactions องค์ประกอบทั้งสามไม่ได้ถูกนำเสนอเป็นข้อกำหนดที่แยกจากกัน ระบบพึ่งพาวิธีที่องค์ประกอบต่าง ๆ ส่งผลและตอบสนองต่อกัน between เป็นธรรมชาติในที่นี้ เพราะประโยคระบุส่วนต่าง ๆ อย่างชัดเจนและเน้นความเชื่อมโยงระหว่างส่วนเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างจากบทเรียน เพื่อแสดงว่าปฏิบัติการขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทั้งสามทีม: A successful rescue operation ____ three teams: pilots, doctors, and ground crews.
ดูคำตอบ
relies on interactions between
Firstly, there are several hormone-producing glands, โน้ต
0:44ประการแรก มีต่อมผลิตฮอร์โมนอยู่หลายต่อม
Firstly: การระบุประเด็นแรก
Firstly เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้บอกลำดับ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเริ่มประเด็นแรกของคำอธิบายที่จัดเป็นลำดับ ผู้ฟังจึงคาดว่าจะมีอีกอย่างน้อยหนึ่งประเด็นตามมา คำนี้มีหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าต่อมเหล่านั้นมีอยู่ก่อนในแง่ของเวลา สามารถใช้เพื่อนำผู้อ่านหรือผู้ฟังไปตามเหตุผล ขั้นตอน หรือส่วนต่าง ๆ ของคำอธิบายได้
แบบฝึกหัด
Firstly ทำหน้าที่อะไรในประโยค “Firstly, we need to check the facts”?
- แนะนำประเด็นแรกในลำดับที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ
- แสดงว่านี่เป็นประเด็นเดียวเท่านั้น
- บอกว่าการตรวจสอบเกิดขึ้นในช่วงต้นของวัน
ดูคำตอบ
แนะนำประเด็นแรกในลำดับที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ
hormone-producing glands: คำคุณศัพท์ประสมแบบ กรรม + -ing
ใน hormone-producing glands คำว่า hormone-producing เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่อยู่หน้าคำนาม glands โดยหมายถึง “ที่ผลิตฮอร์โมน” ซึ่ง hormone บอกสิ่งที่ต่อมผลิต และ producing บอกหน้าที่ของต่อม รูปแบบคำนาม + -ing สามารถย่ออนุประโยคที่ยาวกว่าอย่าง glands that produce hormones ได้ เมื่อคำประสมทั้งชุดอยู่หน้าคำนาม เครื่องหมายยัติภังค์จะแสดงว่าคำเหล่านั้นทำหน้าที่ร่วมกันเป็นส่วนขยายเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้ energy และรูป -ing ของ save เพื่อเติมคำคุณศัพท์ประสมให้สมบูรณ์: The factory uses ____ machines.
ดูคำตอบ
energy-saving
three in your brain, and seven in the rest of your body.
0:47สามต่อมอยู่ในสมอง และอีกเจ็ดต่อมอยู่ในส่วนที่เหลือของร่างกาย
from which they extract ingredients to manufacture dozens of hormones. โน้ต
0:53ซึ่งพวกมันสกัดเอาส่วนผสมมาใช้เพื่อผลิตฮอร์โมนหลายสิบชนิด
from which: อนุประโยคสัมพันธ์ทางการที่บอกแหล่งที่มา
from which เปิดอนุประโยคสัมพันธ์ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ a network of blood vessels คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงเครือข่ายนั้น ส่วน from บอกว่าเครือข่ายนั้นเป็นแหล่งที่มา กล่าวคือ พวกมันสกัดวัตถุดิบจากเครือข่ายนั้น ไม่ใช่การเริ่มต้นคำถาม นี่คือรูปแบบคำบุพบท + คำสรรพนามสัมพันธ์ เวลาอ่าน ให้ลองนำคำนามข้างหน้ากลับไปวางหลังคำบุพบทในอนุประโยค: from the network
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการแบบคำบุพบท + คำสรรพนามสัมพันธ์ที่หมายถึง “from the reports”: The archive contains several reports ____ researchers can extract useful statistics.
ดูคำตอบ
from which
extract ingredients to manufacture dozens of hormones: กระบวนการและจุดประสงค์
extract ingredients หมายถึงการแยกหรือเอาสารที่ต้องการออกมาจากแหล่งหนึ่ง ในบริบทวิทยาศาสตร์นี้ manufacture หมายถึง “ผลิต” และใช้บรรยายกระบวนการทางชีวภาพได้ ไม่ได้หมายถึงงานในโรงงานเท่านั้น to manufacture เป็น to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของการสกัดวัตถุดิบ กล่าวคือ พวกมันนำวัสดุมาเพื่อสร้างฮอร์โมน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ การกระทำ + กรรม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ extract และ manufacture เพื่อเติมกระบวนการสกัดน้ำมันจากเมล็ดเพื่อนำไปผลิตสบู่: The company ____ oil from seeds ____ soap.
ดูคำตอบ
extracts · to manufacture
Those hormones are then pumped out in tiny amounts, โน้ต
0:58จากนั้นฮอร์โมนเหล่านั้นจะถูกสูบฉีดออกมาในปริมาณเล็กน้อย
pumped out: ส่งสารออกไปด้านนอก
Pump out หมายถึงการบังคับหรือส่งของเหลว ก๊าซ หรือสารอื่นออกจากแหล่งกำเนิด ในที่นี้ are pumped out เป็นรูปถูกกระทำ ฮอร์โมนถูกปล่อยจากต่อม และประโยคเน้นที่ฮอร์โมนมากกว่าต่อม คำว่า out เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกห่างจากแหล่งกำเนิด เมื่ออธิบายการทำงานของร่างกาย pump out มักเข้าใจได้ว่า release หรือ “ปล่อยออกมา” แต่ให้ภาพกระบวนการทางกายภาพคล้ายการทำงานของเครื่องจักร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: The excess water was ____ of the tank.
ดูคำตอบ
pumped out
in tiny amounts: ในปริมาณเล็กน้อยมาก
In tiny amounts หมายถึง “ในปริมาณที่เล็กน้อยมาก” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าฮอร์โมนที่ถูกปล่อยออกมามีปริมาณน้อยเพียงใด ไม่ได้บอกว่าฮอร์โมนไปที่ไหน Amount ใช้กับสารหรือสิ่งอื่นที่มองเป็นปริมาณรวม รูปพหูพจน์ amounts ฟังเป็นธรรมชาติเมื่อกล่าวโดยทั่วไปถึงส่วนย่อยหลายส่วนหรือปริมาณที่เกิดซ้ำ ส่วน tiny เน้นว่าปริมาณนั้นเล็กน้อยมากเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ฉลากระบุว่าสารเคมีนี้ปลอดภัยเฉพาะเมื่อมีปริมาณเล็กน้อยมาก เติมด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: The chemical is safe only ____.
ดูคำตอบ
in tiny amounts
From there, each hormone needs to locate a set of target cells
1:03จากจุดนั้น ฮอร์โมนแต่ละตัวจำเป็นต้องค้นหากลุ่มเซลล์เป้าหมาย
in order to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกจุดประสงค์
“In order to” ใช้นำหน้าจุดประสงค์ของการกระทำ และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ จุดประสงค์ของการค้นหาเซลล์เป้าหมายคือเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะอย่าง เมื่อเทียบกับการใช้ “to” เพียงอย่างเดียว รูปนี้ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจนขึ้นและเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย จึงเหมาะกับงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และคำอธิบายที่ต้องแสดงขั้นตอนพร้อมจุดประสงค์อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สามคำจากบทเรียน: The lab repeated the test ____ confirm the result.
ดูคำตอบ
in order to
bring about: ก่อให้เกิดผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลง
“Bring about” เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” ในที่นี้หมายถึงฮอร์โมนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะอย่าง ไม่ได้หมายถึงการถือหรือขนสิ่งของไปยังที่ใดที่หนึ่ง กรรมของวลีนี้มักเป็นผลที่เกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ ปฏิกิริยา หรือการปรับปรุง จึงเหมาะสำหรับใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้น”: A small change in temperature can ____ a strong reaction.
ดูคำตอบ
bring about
To find its targets, it's helped along by receptors, กริยาวลี
1:11ในการค้นหาเป้าหมาย มันได้รับความช่วยเหลือจากตัวรับ
be helped along by: ช่วยผลักดันกระบวนการให้คืบหน้า
be helped along by หมายถึง บางสิ่งทำได้ง่ายขึ้นหรือดำเนินต่อไปได้ด้วยความช่วยเหลือ ในประโยคนี้ ตัวรับช่วยให้กระบวนการที่ฮอร์โมนค้นหาเป้าหมายดำเนินต่อไป along ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง ๆ” หรือ “ไปตามเส้นทาง” เมื่ออยู่ใน help along คำนี้เพิ่มความหมายว่าช่วยผลักดันกระบวนการให้คืบหน้า ส่วนรูปประโยคแบบถูกกระทำเน้นสิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้ง่ายขึ้นและช่วยให้คืบหน้า” ลงในประโยค: The cleanup was ____ a team of volunteers.
ดูคำตอบ
helped along by
which are special proteins inside or on the cell's surface.
1:14ซึ่งเป็นโปรตีนพิเศษที่อยู่ภายในหรือบนพื้นผิวของเซลล์
Those receptors recognize specific hormones as they waft by กริยาวลี
1:18ตัวรับเหล่านั้นจะจดจำฮอร์โมนเฉพาะที่ลอยผ่านไป
waft by: ลอยผ่านไปเบา ๆ
waft by หมายถึง เคลื่อนผ่านไปเบา ๆ ราวกับลอยอยู่ในอากาศ waft ให้ภาพของการเคลื่อนไหวที่เบา ช้า และล่องลอย ส่วน by หมายถึงผ่านตัวรับไป ในที่นี้ ผู้บรรยายใช้ภาพที่เห็นได้ชัดเพื่อบรรยายฮอร์โมนที่ลอยอยู่ใกล้ตัวรับ ไม่ได้หมายความว่าฮอร์โมนเลือกเส้นทางเอง แต่เป็นการใช้คำเพื่อให้จินตนาการการเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ waft by ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Leo wafted by his homework before dinner.
- A sweet smell wafted by as we opened the window.
- A heavy truck wafted by at top speed.
ดูคำตอบ
A sweet smell wafted by as we opened the window.
bind to them: การจับกันของโมเลกุล
ในที่นี้ bind to หมายถึง “เกิดการเชื่อมต่อทางกายภาพหรือทางเคมีกับบางสิ่ง” คำสรรพนาม them หมายถึงฮอร์โมนชนิดเฉพาะที่กล่าวถึงก่อนประโยคนี้ ในภาษาวิทยาศาสตร์ รูปแบบ bind to + คำนาม ใช้ระบุโมเลกุลหรือโครงสร้างที่โมเลกุล โปรตีน ยา หรือตัวรับเข้าไปจับด้วย ไม่ได้หมายถึงการใช้เชือกมัดฮอร์โมน
แบบฝึกหัด
ใช้ bind และคำบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยควิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์: The hormone can ____ the receptor.
ดูคำตอบ
bind to
that hormone-receptor combination triggers a range of effects วลี
1:25การรวมตัวกันของฮอร์โมนและตัวรับนั้นจะกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์หลายอย่าง
When this happens: ย้อนอ้างถึงเหตุการณ์และนำเข้าสู่ผล
When this happens ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป คือ ตัวรับจำแนกฮอร์โมนชนิดเฉพาะและจับกับฮอร์โมนนั้น วลีนี้ทำหน้าที่เป็นอนุประโยคบอกเวลาเพื่อปูไปสู่ผลของเหตุการณ์ดังกล่าว รูปแบบนี้จัดลำดับคำอธิบายเป็น เหตุการณ์ → ผลที่ตามมา การใช้ this ช่วยไม่ให้ต้องพูดเหตุการณ์ก่อนหน้าซ้ำทั้งหมด ผู้อ่านจึงต้องหาความหมายจากบริบทก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
อ่านบริบทนี้: “The receptors recognize specific hormones and bind to them. When this happens, the combination triggers effects.” this หมายถึงอะไร?
- ผลที่การรวมตัวดังกล่าวทำให้เกิดขึ้นในภายหลัง
- การผลิตฮอร์โมนตลอดช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง
- การที่ตัวรับจำแนกฮอร์โมนและจับกับฮอร์โมนนั้น
ดูคำตอบ
การที่ตัวรับจำแนกฮอร์โมนและจับกับฮอร์โมนนั้น
trigger a range of effects: ก่อให้เกิดผลหลายอย่าง
ในประโยคนี้ trigger เป็นคำกริยาที่แสดงเหตุและผล หมายถึงทำให้บางสิ่งเริ่มขึ้นหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์ การจับคู่กันของฮอร์โมนกับตัวรับถูกนำเสนอเป็นสาเหตุ ส่วน effects คือผลลัพธ์ที่ตามมา a range of effects หมายถึงผลหลายอย่างที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ผลเพียงอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something + triggers + a range of + plural noun
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ตรงกับความหมายว่า “ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันหลายอย่าง”: A change in sleep habits can ____ throughout the day.
ดูคำตอบ
trigger a range of effects
that either increase or decrease specific processes inside the cell ไวยากรณ์
1:29ที่อาจเพิ่มหรือลดกระบวนการเฉพาะภายในเซลล์
either increase or decrease: เพิ่มหรือลด
either ... or ... เชื่อมตัวเลือกสองอย่าง ในที่นี้เชื่อมคำกริยาที่มีรูปแบบขนานกันคือ increase และ decrease เพื่อแสดงว่ากระบวนการหนึ่งอาจเปลี่ยนไปในหนึ่งจากสองทิศทางที่ตรงข้ามกัน รักษารูปไวยากรณ์หลัง either และ or ให้ขนานกัน: either + verb + or + verb รูปแบบนี้นำเสนอทางเลือก ไม่ได้บอกว่าทั้งสองอย่างต้องเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ either ... or ... ให้สมบูรณ์: The new route may ____ shorten ____ lengthen the trip.
ดูคำตอบ
either · or
the way that cell behaves: การบอกว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร
โครงสร้าง “the way + ประธาน + กริยา” ใช้เรียกวิธีที่คนหรือสิ่งของทำงาน แสดงพฤติกรรม หรือเกิดขึ้น ในประโยคนี้ “the way that cell behaves” คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยน ในที่นี้ “that cell” เป็นประธานของ “behaves” โดย “that” ชี้ถึงเซลล์หนึ่งที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่คำเชื่อม “that” โครงสร้างนี้ยังใช้ตามหลังคำกริยาอย่าง “affect” และ “understand” ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “the way + อนุประโยค” ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานของเครื่องจักร
- The repair changed the machine works.
- The repair changed the way the machine works.
- The repair changed the way does the machine work.
ดูคำตอบ
The repair changed the way the machine works.
By exposing millions of cells at a time to hormones โน้ต
1:37โดยการให้เซลล์นับล้านสัมผัสกับฮอร์โมนพร้อมๆ กัน
By exposing: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี
เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค “by + กริยา-ing” ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ “By exposing millions of cells ...” หมายถึง “ด้วยการทำให้เซลล์หลายล้านเซลล์สัมผัสกับฮอร์โมน” วลีเปิดนี้ไม่ได้บอกผลลัพธ์ด้วยตัวเอง แต่ประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าวิธีนี้ทำให้เกิดอะไรขึ้น ในการใช้นี้ “by” บอกวิธี ไม่ได้บอกตำแหน่งข้างสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย “By” และรูป -ing ของ “expose”: ____ the plants to more sunlight, the researcher helped them grow faster.
ดูคำตอบ
By exposing
at a time: ปริมาณในแต่ละครั้ง
at a time หมายถึง “ในหนึ่งครั้งหรือหนึ่งรอบ” ใน millions of cells at a time วลีนี้บอกว่าในแต่ละรอบมีเซลล์กี่เซลล์ที่สัมผัสฮอร์โมน ไม่ได้บอกว่าการสัมผัสนั้นเกิดขึ้นเมื่อไร โดยทั่วไปวลีนี้วางหลังตัวเลขหรือปริมาณ เพื่อบอกว่าจัดการพร้อมกันเท่าไร เช่น one question at a time หรือ ten people at a time
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในแต่ละรอบ”: The scanner processes twenty pages ____.
ดูคำตอบ
at a time
in carefully regulated quantities: ในปริมาณที่ควบคุมอย่างระมัดระวัง
in carefully regulated quantities หมายถึง “ในปริมาณที่ถูกควบคุมอย่างตั้งใจและแม่นยำ” บุพบท in นำหน้าวิธีหรือปริมาณที่สิ่งหนึ่งถูกจ่ายหรือนำไปใช้ ส่วน regulated เป็นรูปอดีตกริยาที่ขยาย quantities และ carefully อธิบายว่าการควบคุมนั้นทำอย่างระมัดระวัง วลีที่กระชับนี้ช่วยให้งานเขียนทางวิทยาศาสตร์หรือเทคนิคระบุได้ว่า ปริมาณยา วัสดุ หรือทรัพยากรถูกควบคุม ไม่ได้กำหนดขึ้นตามอำเภอใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในปริมาณที่ถูกควบคุมอย่างตั้งใจ”: The medicine is administered ____.
ดูคำตอบ
in carefully regulated quantities
the endocrine system drives large-scale changes across the body. วลี
1:42ระบบต่อมไร้ท่อจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างทั่วทั้งร่างกาย
drives large-scale changes across the body: ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ทั่วร่างกาย
ในที่นี้ drives เป็นคำกริยาเชิงนามธรรมที่บอกเหตุและผล หมายถึงทำให้เกิดหรือผลักดันอย่างมาก ระบบต่อมไร้ท่อถูกมองว่าเป็นแรงที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะ large-scale changes คือการเปลี่ยนแปลงที่กว้างและสำคัญ ส่วน across the body บอกว่าผลกระทบไปถึงหลายส่วนของร่างกาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ drive + change/result ซึ่งแสดงว่าแรง กระบวนการ หรือการตัดสินใจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กว้างขึ้นอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ drive เป็นคำกริยาเชิงนามธรรมที่แสดงเหตุและผล?
- Rosa can drive the delivery van across the city.
- Lower costs can drive large-scale changes across the industry.
- We went for a drive after lunch.
ดูคำตอบ
Lower costs can drive large-scale changes across the industry.
Take for instance: ใช้แนะนำตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง
Take for instance เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหนึ่งตัวอย่าง ในประโยคนี้ ต่อมไทรอยด์และฮอร์โมนสองชนิดถูกเลือกเป็นกรณีที่ใช้อธิบายประเด็นที่กว้างกว่า ในที่นี้ take หมายถึงพิจารณา ไม่ใช่หยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Take for instance + นามวลี ซึ่งช่วยนำความสนใจของผู้ฟังไปยังตัวอย่างที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ใช้แนะนำตัวอย่างเฉพาะ: To see how one change can affect a whole community, ____ a town that opens a free health clinic.
ดูคำตอบ
take for instance
These hormones travel to most of the body's cells,
1:54ฮอร์โมนเหล่านี้เดินทางไปยังเซลล์ส่วนใหญ่ของร่างกาย
how quickly ... และ how rapidly ... ในฐานะอนุประโยค how แบบฝัง
how quickly those cells use energy และ how rapidly they work เป็นอนุประโยค how แบบฝังสองส่วนที่เชื่อมขนานกัน ทั้งคู่ตามหลัง influence และระบุอัตราสองอย่างที่ได้รับผลกระทบ ในอนุประโยค how แบบฝัง ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + คำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา ดังนั้นประโยคนี้จึงใช้ those cells use และ they work ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรงอย่าง do those cells use หรือ do they work
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค how แบบฝังสองส่วนที่เชื่อมขนานกันหลัง measures ได้ถูกต้อง
- The test measures how quickly does the program start and how smoothly does it run.
- The test measures how quickly the program starts and how smoothly it runs.
- The test measures how quickly starts the program and how smoothly runs it.
ดูคำตอบ
The test measures how quickly the program starts and how smoothly it runs.
In turn, that regulates everything from breathing rate to heartbeat, ลำดับความ
2:03ในทางกลับกัน สิ่งนี้จะควบคุมทุกอย่างตั้งแต่อัตราการหายใจไปจนถึงการเต้นของหัวใจ
In turn ในฐานะความเชื่อมโยงถัดไปของสายเหตุและผล
In turn แสดงว่าผลลัพธ์ที่เพิ่งกล่าวถึงกลายเป็นสาเหตุของผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ ผลก่อนหน้าที่มีต่อความเร็วในการใช้พลังงานของเซลล์นำไปสู่การควบคุมที่อธิบายต่อมา ใช้คำนี้เพื่อตามลำดับความสัมพันธ์แบบ A ทำให้เกิด B และ B ก็ทำให้เกิด C ต่อไป คำนี้ช่วยจัดความสัมพันธ์เชิงเหตุผล ไม่ได้บอกเพียงลำดับเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in turn เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์หนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ต่อไป
- Exercise can improve sleep; in turn, better sleep can improve concentration.
- The lights went out, and then everyone left the room.
ดูคำตอบ
Exercise can improve sleep; in turn, better sleep can improve concentration.
have some of their most visible and familiar effects: ก่อให้เกิดผลบางอย่างที่เห็นได้ชัดและคุ้นเคยกันดีที่สุด
รูปแบบ have effects หมายถึง “ก่อให้เกิดผลหรือผลกระทบ” และพบได้บ่อยในภาษาอังกฤษเชิงอธิบายและเชิงวิทยาศาสตร์ ในประโยคนี้ Hormones เป็นประธาน have เป็นคำกริยา และ some of their most visible and familiar effects เป็นกรรม วลี some of their ... effects เลือกกล่าวถึงเพียงบางส่วนจากผลทั้งหมดของฮอร์โมน visible หมายถึงสังเกตหรือมองเห็นได้ง่าย ส่วน familiar หมายถึงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เมื่อใช้ร่วมกัน คำขยายสองคำนี้เน้นผลที่เห็นได้ชัดและคุ้นเคยกันดีเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลที่สำคัญที่สุดเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่ายาทำให้เกิดผลที่สังเกตเห็นได้
- The medicine has visible effects within a week.
- The medicine makes visible effects within a week.
- The medicine does visible effects within a week.
ดูคำตอบ
The medicine has visible effects within a week.
In men, puberty begins when the testes start secreting testosterone. โน้ต
2:15ในผู้ชาย วัยรุ่นเริ่มต้นเมื่ออัณฑะเริ่มหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
puberty begins when: ระบุจุดเริ่มต้น
รูปแบบ X begins when Y บอกว่ากระบวนการ X เริ่มในเวลาที่เหตุการณ์ Y เกิดขึ้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when เป็นอนุประโยควิเศษณ์บอกเวลา โดยมีประธานและคำกริยาของตนเองและใช้ระบุจุดเริ่มต้น ในประโยคนี้ X คือ puberty และ Y คือ the testes start secreting testosterone โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกจุดเริ่มต้นของช่วงชีวิต เหตุการณ์ หรือขั้นตอนได้ และในบางบริบท Y อาจเข้าใจได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เริ่มต้น
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำให้โครงสร้างเป้าหมาย begins when + clause สมบูรณ์: The lesson begins ____ the bell rings.
ดูคำตอบ
when
start secreting testosterone: start + -ing ในชีววิทยา
start secreting testosterone หมายถึง “เริ่มผลิตและหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน” ในที่นี้ start ตามด้วยรูป -ing คือ secreting เพื่อแสดงว่ากระบวนการทางชีววิทยาเริ่มต้นขึ้น คำกริยา secrete ใช้เมื่อต่อม อวัยวะ หรือเซลล์สร้างสารแล้วปล่อยสารนั้นออกมา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ start secreting + สาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคชีววิทยาด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เริ่มผลิตและปล่อยออกมา”: After receiving the signal, the cells ____ insulin.
ดูคำตอบ
start secreting
That triggers the gradual development of the sexual organs, วลี
2:20นั่นเป็นตัวกระตุ้นการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปของอวัยวะสืบพันธุ์
That triggers the gradual development of...: การเชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์
That ย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการที่เพิ่งกล่าวถึง คือการที่ลูกอัณฑะเริ่มหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน คำนี้ช่วยเชื่อมผลลัพธ์ใหม่กับประโยคก่อนหน้าโดยไม่ต้องกล่าวสาเหตุทั้งหมดซ้ำ triggers the gradual development of... หมายถึง “เริ่มกระบวนการที่ทำให้...ค่อย ๆ พัฒนา” trigger นำเสนอสิ่งหนึ่งในฐานะสาเหตุที่เริ่มกระบวนการ ส่วน gradual แสดงว่าผลลัพธ์ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X triggers the gradual development of Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเหตุและผลเป้าหมายในรูปอดีต: Early funding ____ a network of local clinics.
ดูคำตอบ
triggered the gradual development of
makes facial hair sprout: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน makes facial hair sprout คำว่า makes ตามด้วยกรรม facial hair และกริยารูปพื้นฐาน sprout หมายถึงบางสิ่งทำให้ขนบนใบหน้าเริ่มงอก เมื่อใช้ make ในโครงสร้างก่อเหตุแบบ active กริยาหลังกรรมจะคงเป็นรูปพื้นฐาน: make + object + bare verb ตรงนี้ไม่เติม to
แบบฝึกหัด
ใช้ laugh ในรูปที่ถูกต้อง: The funny video made the children ____.
ดูคำตอบ
laugh
and causes the voice to deepen and height to increase. ไวยากรณ์
2:25และทำให้เสียงทุ้มลึกและส่วนสูงเพิ่มขึ้น
causes the voice to deepen and height to increase: กลุ่มขนาน cause + กรรม + to + กริยา
ใน causes the voice to deepen and height to increase คำว่า causes หมายถึง ‘ก่อให้เกิด’ และควบคุมกลุ่มผลลัพธ์สองกลุ่ม คือ the voice to deepen และ height to increase แต่ละกลุ่มประกอบด้วยกรรมตามด้วย to + กริยารูปพื้นฐาน กลุ่มที่สองไม่พูด causes ซ้ำ กริยาก่อเหตุเพียงคำเดียวจึงนำผลลัพธ์ที่ขนานกันสองอย่าง ทำให้การบอกเหตุและผลกระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ fall และ increase ในรูปที่ถูกต้อง: The policy caused costs ____ and demand ____.
ดูคำตอบ
to fall · to increase
In women, estrogen secreted from the ovaries signals the start of adulthood. โน้ต
2:29ในผู้หญิง เอสโตรเจนที่หลั่งจากรังไข่เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวัยผู้ใหญ่
secreted from the ovaries ในฐานะคำขยายแบบย่อหลัง estrogen
ในที่นี้ secreted from the ovaries ขยายคำนาม estrogen โดยเป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว และสามารถเขียนเต็มได้เป็น estrogen that is secreted from the ovaries เนื่องจาก estrogen เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ secreted จึงเป็น past participle วลีนี้ไม่ใช่ภาคแสดงหลัก ประธานเต็มคือ estrogen secreted from the ovaries ส่วน signals เป็นกริยาหลักของประโยค โครงสร้างแบบย่อที่เป็นคำนาม + วลี past participle นี้พบได้บ่อยในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และให้ข้อมูล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี past participle หลังคำนามได้ถูกต้อง และยังมีกริยาหลักแยกต่างหาก?
- The medicine was developed by the team passed the safety test.
- The medicine developing by the team passed the safety test.
- The medicine developed by the team passed the safety test.
ดูคำตอบ
The medicine developed by the team passed the safety test.
signals the start of adulthood: บ่งบอกการเริ่มต้นของช่วงหนึ่ง
ในที่นี้ signals หมายถึง “เป็นสัญญาณบอก” หรือ “แสดงว่า” การมีฮอร์โมนนี้ถูกนำเสนอเป็นหลักฐานว่าวัยผู้ใหญ่กำลังเริ่มต้น แต่กริยานี้ไม่ได้หมายความว่าฮอร์โมนนี้เพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของวัยผู้ใหญ่เสมอไป รูปแบบ signal(s) the start of + คำนาม ใช้ระบุระยะ เหตุการณ์ หรือกระบวนการที่กำลังเริ่มต้น และเหมาะกับคำอธิบายข้อเท็จจริง: X signals the start of Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ signal the start of ที่ตรงตามบทเรียน และใช้รูปกริยาให้ถูกต้อง: The opening bell ____ the school day.
ดูคำตอบ
signals the start of
preparing the body for menstruation or pregnancy. ไวยากรณ์
2:39เพื่อเตรียมร่างกายสำหรับการมีประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์
preparing the body for...: วลี -ing ท้ายประโยคที่บอกผลลัพธ์
วลี -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค preparing the body for menstruation or pregnancy เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์หรือหน้าที่ของการกระทำก่อนหน้า ในประโยคนี้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการมีประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์ Preparing ไม่ใช่กริยาที่ผันแล้วอีกตัวหนึ่งซึ่งเรียงขนานกับ helps, makes และ thickens แต่เป็นอนุประโยค participle ที่ต้องอาศัยประโยคหลัก โครงสร้าง prepare A for B หมายถึงทำให้ A พร้อมสำหรับ B
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ท้ายประโยคได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลของการกระทำแรก
- Warm-ups raise body temperature, preparing the muscles for exercise.
- Warm-ups raise body temperature, prepare the muscles for exercise.
- Warm-ups raise body temperature, and preparing the muscles for exercise.
ดูคำตอบ
Warm-ups raise body temperature, preparing the muscles for exercise.
is that there are exclusively male and female hormones. การใช้คำ
2:46คือมีความเชื่อว่ามีฮอร์โมนเฉพาะสำหรับชายและหญิง
An enduring misconception around... is that...: โครงสร้างสำหรับเสนอความเข้าใจผิดในการให้เหตุผล
โครงสร้าง An enduring misconception around X is that Y ใช้เสนอความเชื่อที่ผิดซึ่งผู้พูดหรือผู้เขียนกำลังจะอธิบายแก้ไข Enduring บอกว่าความเชื่อนั้นมีมานาน ส่วนอนุประโยค that ระบุอย่างชัดเจนว่าความเชื่อที่ผิดนั้นคืออะไร โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลในการให้เหตุผล โดยเริ่มจากระบุความเข้าใจผิด แล้วจึงตามด้วยหลักฐานหรือคำอธิบายที่ชัดเจนกว่า Around ในที่นี้หมายถึง «เกี่ยวกับ» ไม่ได้หมายถึงการอยู่รอบสิ่งใดในเชิงสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่ใช้เสนอความเชื่อผิดให้สมบูรณ์: A common misconception about bats ____ they are blind.
ดูคำตอบ
is that
exclusively male and female hormones: การจำกัดอย่างสมบูรณ์
ในที่นี้ exclusively หมายถึง “เฉพาะเท่านั้น โดยไม่มีสิ่งใดอยู่นอกขอบเขตนั้น” คำนี้ทำให้ male และ female เป็นหมวดหมู่ฮอร์โมนเพียงสองแบบในข้อกล่าวอ้าง ราวกับว่าฮอร์โมนแบ่งเป็นสองกลุ่มตามเพศที่ไม่ทับซ้อนกันเลย เนื้อหารอบประโยคนี้นำเสนอการแบ่งแบบเด็ดขาดดังกล่าวว่าเป็นความเข้าใจผิด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสุดท้าย โดยทั่วไป exclusively จะจำกัดขอบเขตของวลีที่มันขยายและตัดความเป็นไปได้อื่นทั้งหมดออก
แบบฝึกหัด
ห้องหนึ่งในพิพิธภัณฑ์เปิดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้น ประโยคใดบอกข้อจำกัดทั้งหมดนี้ได้อย่างแม่นยำ
- The room is mainly for staff.
- Staff sometimes use the room.
- The room is exclusively for staff.
ดูคำตอบ
The room is exclusively for staff.
In fact, men and women have estrogen and testosterone, ลำดับความ
2:50ในความเป็นจริง ทั้งชายและหญิงมีเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรน
In fact: ส่งสัญญาณว่าจะมีการแก้ไขข้อมูล
In fact เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ส่งสัญญาณว่าจะมีข้อเท็จจริงที่แม่นยำกว่าตามหลังความคิดที่ผิดหรือไม่สมบูรณ์ ในที่นี้ คำนี้เปลี่ยนคำอธิบายจากข้อกล่าวอ้างว่ามีเพียงฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิง ไปสู่ข้อเท็จจริงที่แก้ไขความคิดนั้น คือทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรน เมื่ออยู่ต้นประโยค In fact จะบอกผู้ฟังว่าข้อมูลใหม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลก่อนหน้าอย่างไร โดยอาจแก้ไข ชี้แจง หรือยืนยันข้อมูลเดิมอย่างหนักแน่น ไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “และนี่คือข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง In fact บอกผู้ฟังให้คาดหวังข้อมูลแบบใดต่อไป
- ข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกับความคิดก่อนหน้า
- ลำดับเหตุการณ์ตามเวลา
- ข้อความที่แม่นยำกว่าซึ่งแก้ความคิดก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ข้อความที่แม่นยำกว่าซึ่งแก้ความคิดก่อนหน้า
just in different amounts: จำกัดความแตกต่างไว้ที่ปริมาณ
ในที่นี้ just หมายถึง “เพียงแค่” และช่วยจำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ สองสิ่งนี้ไม่ได้ต่างกันทั้งหมด แต่ต่างกันเฉพาะปริมาณเท่านั้น in different amounts ระบุอย่างชัดเจนว่าส่วนไหนที่ต่างกัน วลีนี้ยังคงแนวคิดว่าทั้งสองสิ่งมีสารหรือคุณลักษณะเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งมีมากกว่าหรือน้อยกว่าอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงความหมายเพื่อจำกัดความต่างไว้ที่ปริมาณ: Both soups contain salt, ____.
ดูคำตอบ
just in different amounts
Both hormones play a role in pregnancy as well, วลี
2:56ฮอร์โมนทั้งสองชนิดยังมีบทบาทในการตั้งครรภ์ด้วย
play a role in ... as well: เพิ่มอีกหนึ่งปัจจัยที่มีส่วนช่วย
play a role in หมายถึง “มีส่วนช่วยหรือมีอิทธิพลต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์” เมื่อกล่าวถึงกระบวนการเชิงนามธรรมอย่างการตั้งครรภ์ คำว่า play ไม่ได้หมายถึงการแสดงบนเวที วลีนี้บอกว่าฮอร์โมนมีหน้าที่ในกระบวนการนั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” และมักอยู่ใกล้ท้ายอนุประโยค วลีนี้แสดงว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลเพิ่มเติม โดยการตั้งครรภ์เป็นอีกบริบทหนึ่งที่ฮอร์โมนเหล่านี้มีหน้าที่
แบบฝึกหัด
เรารู้อยู่แล้วว่าการนอนหลับช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ จงเติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อเพิ่มอีกหนึ่งปัจจัย: Good lighting can ____ learning ____.
ดูคำตอบ
play a role in · as well
alongside more than 10 other hormones: เพิ่มผู้ที่มีส่วนร่วม
ในประโยคนี้ alongside more than 10 other hormones เพิ่มฮอร์โมนที่มีส่วนร่วมเข้ามาอีก นอกเหนือจากฮอร์โมนสองชนิดที่กล่าวถึงแล้ว ตรงนี้ alongside หมายถึง “ร่วมกับ” และ other บอกว่าเป็นฮอร์โมนเพิ่มเติม วลีนี้ยังแสดงว่าฮอร์โมนสองชนิดนั้นไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง More than 10 หมายถึงจำนวนที่มากกว่า 10 ดังนั้นเมื่อนับเป็นจำนวนเต็มจึงหมายถึงอย่างน้อย 11 ชนิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ร่วมกับมากกว่า”: The lead engineer worked ____ thirty technicians.
ดูคำตอบ
alongside more than
ensure..., enable..., and help...: รายการหน้าที่แบบขนาน
ส่วนที่เน้นประกอบด้วยกลุ่มคำกริยา 3 กลุ่มที่เชื่อมกัน ได้แก่ ensure the growth of the fetus, enable birth และ help the mother feed her child ทั้งสามกลุ่มใช้สรรพนามเชื่อม that เป็นประธานร่วมกัน จึงไม่ต้องกล่าวประธานซ้ำก่อนแต่ละหน้าที่ การเริ่มแต่ละรายการด้วยคำกริยาทำให้เกิดโครงสร้างขนาน จึงสามารถสรุปหน้าที่หลายอย่างได้อย่างกระชับและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ help ยังตามด้วย “กรรม+คำกริยารูปพื้นฐาน” เช่น help the mother feed
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กลุ่มคำกริยาขนาน 3 กลุ่มเพื่อบอกหน้าที่ของอุปกรณ์
- The device measures temperature, controls airflow, and helps the room stay comfortable.
- The device measures temperature, controls airflow, and keeping the room comfortable.
- The device measures temperature, airflow control, and helps the room stay comfortable.
ดูคำตอบ
The device measures temperature, controls airflow, and helps the room stay comfortable.
Such periods of hormonal change ในฐานะวลีที่อ้างกลับถึงข้อมูลก่อนหน้า
ใน Such periods of hormonal change คำว่า such หมายถึง “ประเภทที่เพิ่งกล่าวถึง” โดยย้อนอ้างถึงตัวอย่างก่อนหน้า เช่น วัยแรกรุ่นและการตั้งครรภ์ แล้วจัดตัวอย่างเหล่านั้นไว้ในประเภทเดียวกัน โครงสร้าง such + คำนามพหูพจน์นี้นำข้อมูลก่อนหน้ามาเป็นหัวข้อของข้อความถัดไป เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปเพื่อเชื่อมคำอธิบายโดยไม่ต้องกล่าวซ้ำทุกตัวอย่าง
แบบฝึกหัด
ในข้อความภาษาอังกฤษ “Puberty and pregnancy involve major hormone shifts. Such periods of hormonal change may affect mood,” คำว่า Such periods of hormonal change หมายถึงอะไร
- ช่วงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงวัยแรกรุ่นและการตั้งครรภ์
- การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่จะกล่าวถึงในภายหลัง
- ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ชื่อ Such
ดูคำตอบ
ช่วงที่กล่าวถึงก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงวัยแรกรุ่นและการตั้งครรภ์
associated with fluctuations in mood: ความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ
Be associated with หมายถึง “มีความเชื่อมโยงกับ” ในประโยคเต็ม ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีความเชื่อมโยงกับ fluctuations in mood ซึ่งหมายถึงการขึ้นลงหรือการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่เกิดซ้ำ ถ้อยคำนี้รายงานความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุที่พิสูจน์แล้ว A is associated with B ไม่ได้หมายความในตัวเองว่า A ทำให้เกิด B โดยตรง
แบบฝึกหัด
ตัดสินการตีความประโยคภาษาอังกฤษนี้: “Irregular sleep schedules are associated with fluctuations in daytime energy.” ประโยคนี้พิสูจน์ว่าตารางเวลานอนที่ไม่สม่ำเสมอทำให้เกิดทุกการเปลี่ยนแปลงของพลังงานโดยตรง
- ไม่ถูกต้อง
- ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
That's because: อธิบายข้อความที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
That's because ใช้นำเสนอเหตุผลของสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในประโยคนี้ that ย้อนกลับไปอ้างถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนกับความผันผวนของอารมณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because จะให้คำอธิบาย ใช้รูปแบบนี้เพื่อจัดข้อมูลโดยบอกผลลัพธ์หรือสิ่งที่สังเกตเห็นก่อน แล้วจึงบอกเหตุผล: X. That's because Y.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนนี้ซึ่งย้อนกลับไปอ้างถึงประโยคแรก: The sidewalk is wet. ____ it rained last night.
ดูคำตอบ
That's because
When chemical levels shift: กำหนดเงื่อนไขหรือกรอบเวลา
When chemical levels shift เป็นอนุประโยคไม่อิสระที่ขึ้นต้นด้วย when โดยจะกำหนดเวลาหรือเงื่อนไขที่เกิดซ้ำก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าอาจเกิดอะไรขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้างนี้จัดข้อมูลโดยวางเงื่อนไขหรือสถานการณ์ไว้ก่อน แล้วตามด้วยผลลัพธ์ ในที่นี้ may แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการลดลงของอุณหภูมิเป็นสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ได้ดีที่สุด
- The material may become brittle because the temperature drops.
- If the temperature dropped, the material might become brittle.
- When the temperature drops, the material may become brittle.
ดูคำตอบ
When the temperature drops, the material may become brittle.
But that's not to say that hormones have unlimited power over us. โน้ต
3:23แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฮอร์โมนมีอำนาจเหนือเราอย่างไม่มีขีดจำกัด
But that's not to say that: จำกัดการอนุมานที่เกินเลย
That's not to say that ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการปฏิเสธ ในที่นี้ฮอร์โมนอาจมีอิทธิพลต่อเรา แต่ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างที่แรงกว่าว่าฮอร์โมนควบคุมเราได้อย่างไร้ขีดจำกัดเป็นจริง โครงสร้างนี้ยังคงยอมรับประเด็นก่อนหน้า แต่จำกัดขอบเขตของข้อสรุปที่อนุมานได้จากประเด็นนั้น: X is true, but that's not to say that Y.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีชี้แจงแบบตายตัวที่หมายถึง “สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า”: Exercise helps, but ____ rest is unimportant.
ดูคำตอบ
that's not to say that
have unlimited power over us: คำเปรียบเทียบถึงการควบคุมอย่างสมบูรณ์
การ have power over ใครหรือสิ่งใดหมายถึงการควบคุมสิ่งนั้น หรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อสิ่งที่สิ่งนั้นทำ คำว่า Unlimited ทำให้ข้อกล่าวอ้างนี้เป็นแบบเด็ดขาด กล่าวคือการควบคุมนั้นไม่มีขีดจำกัด ในที่นี้ power เป็นคำเปรียบเทียบถึงการควบคุม ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าหรือพลังงานทางกาย ประโยคนี้ปฏิเสธแนวคิดสุดโต่งที่ว่าฮอร์โมนควบคุมมนุษย์อย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ have unlimited power over us หมายความว่าอย่างไร
- ให้พลังงานทางกายแก่เรามากขึ้น
- ควบคุมเราอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีขีดจำกัด
- จ่ายกระแสไฟฟ้าให้เราอย่างไม่มีวันหมด
ดูคำตอบ
ควบคุมเราอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีขีดจำกัด
They're frequently viewed as the main drivers of our behavior, สำนวน
3:28มักจะถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในพฤติกรรมของเรา
the main drivers of our behavior: ใช้ drivers เป็นคำเปรียบเทียบถึงสาเหตุหลัก
ในวลี the main drivers of our behavior คำว่า drivers เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงแรงหรือปัจจัยที่ส่งผลอย่างมากหรือหล่อหลอมสิ่งที่คนเราทำ ไม่ได้หมายถึงคนขับรถ การเรียกปัจจัยบางอย่างว่า the main drivers เป็นการบอกว่าปัจจัยเหล่านั้นเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
drivers ในวลี the main drivers of our behavior หมายถึงอะไร
- คนที่ขับรถ
- กฎที่ควบคุมการจราจร
- ปัจจัยที่ก่อให้เกิดหรือหล่อหลอมบางสิ่งอย่างมาก
ดูคำตอบ
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดหรือหล่อหลอมบางสิ่งอย่างมาก
making us slaves to their effects: คำเปรียบเทียบที่รุนแรงถึงการถูกควบคุม
ในที่นี้ อนุประโยค -ing making us slaves to their effects เพิ่มผลลัพธ์ที่แนวคิดก่อนหน้าอ้างว่าจะเกิดขึ้น นั่นคืออิทธิพลที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้จะควบคุมการกระทำของเรา slaves to เป็นคำเปรียบเทียบที่รุนแรง หมายถึงการมีอิสระน้อยมากเพราะบางสิ่งควบคุมทางเลือกของเรา ไม่ได้หมายถึงการตกเป็นทาสจริง ๆ
แบบฝึกหัด
making us slaves to their effects ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- ผลกระทบเหล่านั้นอ่อนมากและมองข้ามได้ง่าย
- เราจ้างคนให้ศึกษาผลกระทบเหล่านั้น
- เราแทบจะถูกผลกระทบเหล่านั้นควบคุมอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ
เราแทบจะถูกผลกระทบเหล่านั้นควบคุมอย่างสมบูรณ์
But research shows that our behavior is collectively shaped โน้ต
3:35แต่งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของเราถูกหล่อหลอมขึ้นร่วมกัน
research shows that: ใช้เกริ่นหลักฐานจากงานวิจัย
research shows that ใช้เกริ่นข้อความถัดไปว่าเป็นข้อสรุปที่มีงานวิจัยรองรับ อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกว่าหลักฐานแสดงอะไร ในที่นี้ But แสดงการเปลี่ยนจากแนวคิดก่อนหน้าไปสู่หลักฐาน กรอบประโยคนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายจากข้อกล่าวอ้างหรือข้อสันนิษฐานไปสู่ข้อมูลสนับสนุนจากงานวิจัย
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: คุณสามารถใช้ research shows that เพื่อเกริ่นการคาดเดาส่วนตัวได้ แม้จะไม่มีหลักฐานจากงานวิจัยเลย
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
is collectively shaped by a variety of: ถูกหล่อหลอมร่วมกันจากอิทธิพลหลากหลาย
is shaped by เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่หมายถึง “ถูกสร้างหรือได้รับอิทธิพลจาก” กรรมวาจกช่วยให้ our behavior ยังคงเป็นหัวข้อหลัก และวางแหล่งที่มาของอิทธิพลไว้หลัง by collectively บอกว่าอิทธิพลต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน ส่วน a variety of หมายถึงหลายชนิดที่แตกต่างกัน วลีทั้งหมดจึงสื่อว่าพฤติกรรมค่อย ๆ ก่อตัวภายใต้อิทธิพลหลายอย่าง ไม่ได้ถูกควบคุมโดยปัจจัยเพียงอย่างเดียวอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ถูกก่อรูปจากอิทธิพลหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน”: A child's confidence ____ experiences at home, at school, and with friends.
ดูคำตอบ
is collectively shaped by a variety of
is to regulate our bodily processes, not control: ระบุหน้าที่และขีดเส้นแบ่งความหมาย
โครงสร้าง X's primary function is to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุบทบาทหลักของ X ในที่นี้ is to regulate บอกว่าการปรับกระบวนการต่าง ๆ คือหน้าที่สำคัญของระบบต่อมไร้ท่อ not control us เป็นการเปรียบต่างเพื่อแก้ความเข้าใจผิด โดยปฏิเสธการตีความบทบาทนั้นแบบที่แรงเกินไป ในโครงสร้างขนานนี้สามารถละ to ตัวที่สองได้ ดังนั้นตรรกะเต็ม ๆ คือ is to regulate ..., not (to) control ....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ is to และคำกริยา prevent: The purpose of the safety rail ____ falls, not limit movement.
ดูคำตอบ
is to prevent
can disrupt that regulatory function: รบกวนการทำงานตามปกติ
disrupt หมายถึงรบกวนกิจกรรมหรือระบบที่มีอยู่จนไม่สามารถดำเนินไปตามปกติอย่างเป็นระเบียบได้ ใน can disrupt คำว่า can บอกถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดแน่นอน that regulatory function ย้อนกลับไปยังหน้าที่เฉพาะที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งก็คือการปรับกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย วลีนี้เป็นวิธีแบบเป็นทางการและกระชับในการบอกว่าการปรับตามปกติอาจถูกรบกวน
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'A small software bug can disrupt the app's payment function,' คำว่า disrupt หมายถึงอะไร
- สร้างหน้าที่นั้นขึ้นเป็นครั้งแรก
- อธิบายว่าหน้าที่นั้นทำงานอย่างไร
- รบกวนการทำงานตามปกติของหน้าที่นั้น
ดูคำตอบ
รบกวนการทำงานตามปกติของหน้าที่นั้น
altering ... or changing ...: วลี -ing ที่ขนานกัน
วลีที่ขึ้นต้นด้วย altering และ changing เป็นวลี -ing ที่มีโครงสร้างขนานกันและเชื่อมด้วย or ทั้งคู่ใช้รูปแบบเดียวกัน คือ คำกริยารูป -ing + กรรม ในประโยคเต็ม วลีทั้งสองขึ้นอยู่กับคำกริยาก่อนหน้า disrupt และอธิบายวิธีที่การรบกวนอาจเกิดขึ้นอย่างเจาะจง ได้แก่ การเปลี่ยนปริมาณฮอร์โมนที่ต่อมหลั่ง หรือเปลี่ยนวิธีที่เซลล์ตอบสนอง วลีเหล่านี้ไม่ได้เริ่มอนุประโยคอิสระใหม่
แบบฝึกหัด
ในประโยคเต็ม วลี -ing ที่ขนานกันสองวลีนี้อธิบายอะไร?
- แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองเกิดขึ้นก่อนการรบกวน
- นำเสนอการกระทำหลักใหม่สองอย่างที่แต่ละอย่างมีประธานของตัวเอง
- อธิบายวิธีที่การรบกวนซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้าอาจเกิดขึ้นอย่างเจาะจง
ดูคำตอบ
อธิบายวิธีที่การรบกวนซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้าอาจเกิดขึ้นอย่างเจาะจง
Diabetes is one of the most common hormonal disorders, ไวยากรณ์
4:04โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในความผิดปกติของฮอร์โมนที่พบบ่อยที่สุด
one of the most common + คำนามพหูพจน์
one of the most common hormonal disorders หมายถึง “หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มความผิดปกติทางฮอร์โมนที่พบบ่อยที่สุด” วลีนี้บอกว่าโรคเบาหวานพบได้บ่อยมาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นความผิดปกติเพียงชนิดเดียวที่พบบ่อยที่สุด โครงสร้างคือ one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ ดังนั้น disorders จึงเป็นพหูพจน์ ส่วนคำกริยาหลักเป็นเอกพจน์: Diabetes is
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์: Diabetes is ____ common hormonal disorders.
ดูคำตอบ
one of the most
occurring when the pancreas secretes too little insulin, ไวยากรณ์
4:07เกิดขึ้นเมื่อตับอ่อนหลั่งอินซูลินน้อยเกินไป
occurring when: การเพิ่มเงื่อนไขการเกิดด้วยอนุประโยค participle
ในที่นี้ occurring when ใช้บอกเงื่อนไขที่ทำให้โรคเกิดขึ้น อนุประโยค -ing เพิ่มข้อมูลให้คำนามที่กล่าวถึงก่อนหน้าส่วนนี้ทันที หากเขียนเป็นอนุประโยคขยายแบบเต็ม จะเป็น which occurs when the pancreas secretes too little insulin อนุประโยค participle แบบย่อนี้พบได้บ่อยในคำนิยาม โดยกล่าวถึงภาวะหรือเหตุการณ์ก่อน แล้วใช้ occurring when + อนุประโยค เพื่อบอกว่าเกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มเงื่อนไขที่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้น
- The false alarm is a rare problem, occur when the sensor gets wet.
- The false alarm is a rare problem, occurring when the sensor gets wet.
- The false alarm is a rare problem, occurs when the sensor gets wet.
ดูคำตอบ
The false alarm is a rare problem, occurring when the sensor gets wet.
manages blood sugar levels: manage ในความหมายว่า ควบคุม
ในคำอธิบายทางการแพทย์นี้ manages หมายถึง ปรับหรือควบคุม ฮอร์โมนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม คำว่า manage ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการดูแลพนักงาน โครงสร้าง manage + คำนาม ใช้อธิบายการควบคุมระดับ กระบวนการ ทรัพยากร หรือความเสี่ยงได้ โดยคำนามจะบอกว่าสิ่งใดกำลังถูกควบคุม
แบบฝึกหัด
ในประโยค This hormone manages blood sugar levels คำว่า manages หมายถึงอะไร
- ดูแลกลุ่มพนักงาน
- สามารถทำสิ่งที่ยากได้สำเร็จ
- ปรับและควบคุม
ดูคำตอบ
ปรับและควบคุม
hypo- and hyperthyroidism: คำนำหน้าทางการแพทย์ที่มีทิศทางตรงข้ามกัน
ในศัพท์ทางการแพทย์ hypo- หมายถึงต่ำกว่าปกติหรือไม่เพียงพอ ส่วน hyper- หมายถึงสูงกว่าปกติหรือมากเกินไป Hypothyroidism คือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ส่วน hyperthyroidism คือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน รูปย่อ hypo- and hyperthyroidism ใช้ส่วนท้าย -thyroidism ร่วมกัน เมื่อเขียนเต็มจะเป็น hypothyroidism and hyperthyroidism เครื่องหมายยัติภังค์หลัง hypo- แสดงว่านี่คือคำนำหน้าที่รอเชื่อมกับส่วนท้ายร่วม ไม่ใช่คำย่อที่ตัดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
คู่มือสุขภาพใช้คำว่า hypoglycemia และ hyperglycemia ข้อใดตีความได้ถูกต้อง
- Hypoglycemia หมายถึงน้ำตาลในเลือดต่ำ และ hyperglycemia หมายถึงน้ำตาลในเลือดสูง
- ทั้งสองคำหมายถึงระดับน้ำตาลในเลือดปกติ
- Hypoglycemia หมายถึงน้ำตาลในเลือดสูง และ hyperglycemia หมายถึงน้ำตาลในเลือดต่ำ
ดูคำตอบ
Hypoglycemia หมายถึงน้ำตาลในเลือดต่ำ และ hyperglycemia หมายถึงน้ำตาลในเลือดสูง
makes too little or too much thyroid hormone: ปริมาณที่อยู่นอกช่วงเหมาะสม
โครงสร้าง too little or too much + คำนามนับไม่ได้ แสดงปัญหาด้านปริมาณสองทิศทางที่ตรงข้ามกัน คือปริมาณต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมหรือสูงกว่าระดับนั้น ในที่นี้ thyroid hormone ถูกมองเป็นสารหรือปริมาณโดยรวม จึงใช้ little และ much ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน makes หมายถึง “สร้าง” too เพิ่มความหมายว่าปริมาณนั้นเกินขอบเขตที่ยอมรับได้หรือดีต่อสุขภาพ วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าปริมาณน้อยหรือมาก แต่ประเมินว่าปริมาณนั้นไม่เหมาะสม
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึงปริมาณต่ำกว่าระดับปลอดภัยก่อน แล้วจึงสูงกว่าระดับนั้น: A plant can be harmed by ____ water.
ดูคำตอบ
too little or too much
results in a slowed heart rate: ใช้ result in เชื่อมจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์
result in หมายถึงทำให้เกิดหรือก่อให้เกิด ประธานของประโยคระบุสาเหตุ ส่วนกลุ่มคำนามหลัง in ระบุผลลัพธ์ ในที่นี้ that หมายถึงการมีฮอร์โมนไทรอยด์น้อยเกินไป ส่วนอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้าลง ความเหนื่อยล้า และภาวะซึมเศร้าคือผลที่เกิดขึ้น ใช้รูปแบบ A results in B เพื่อเชื่อมจากสาเหตุ A ไปยังผลลัพธ์ B อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้ result in เติมประโยคที่เชื่อมจากสาเหตุไปยังผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: A software error can ____ lost data.
ดูคำตอบ
result in
the endocrine system manages to keep our bodies in a state of balance. วลี
4:34ระบบต่อมไร้ท่อจะสามารถรักษาร่างกายของเราให้อยู่ในสภาวะสมดุลได้
manages to keep ... in a state of balance: รักษาสภาวะไว้ได้สำเร็จ
manage to + คำกริยา หมายถึงทำบางสิ่งได้สำเร็จ โดยมักใช้เมื่อความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในประโยคนี้ manages to keep หมายความว่าระบบต่อมไร้ท่อโดยทั่วไปสามารถรักษาสมดุลของร่างกายได้สำเร็จ keep + กรรม + in a state of + คำนาม หมายถึงทำให้กรรมยังคงอยู่ในสภาวะนั้น ในที่นี้ our bodies เป็นกรรม และ in a state of balance อธิบายสภาวะที่ถูกรักษาไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ manage to keep: Despite the strong wind, the pilot ____ the plane on course.
ดูคำตอบ
managed to keep
that ultimately help us become who we are. ไวยากรณ์
4:42ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็ช่วยให้เรากลายเป็นอย่างที่เราเป็น
ultimately help us become who we are: ท้ายที่สุดช่วยให้เราเป็นตัวเราในทุกวันนี้
ใน help us become คำว่า help ตามด้วยกรรม us และกริยารูปพื้นฐาน become โครงสร้าง help + คน + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงช่วยให้คนนั้นเปลี่ยนแปลงหรือทำบางสิ่งได้ ส่วน help us to become ก็ถูกหลักไวยากรณ์เช่นกัน who we are เป็นอนุประโยคที่ตามหลัง become โดยหมายถึงอัตลักษณ์และลักษณะของคนที่เราเป็น ไม่ใช่คำถามโดยตรง ส่วน ultimately ชี้ว่าผลจากการหล่อหลอมนี้เกิดขึ้นในท้ายที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง help + us + become: Patient coaches ____ more confident speakers.
ดูคำตอบ
help us become
If you want to learn more about the ins and outs of the human body, สำนวน
4:45หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของร่างกายมนุษย์
the ins and outs of: รายละเอียดและวิธีการทำงานของบางสิ่ง
the ins and outs of something เป็นสำนวนที่หมายถึงรายละเอียดสำคัญ วิธีการทำงานในทางปฏิบัติ และส่วนที่มองเห็นได้ไม่ชัดของบางสิ่ง ในประโยคนี้หมายถึงการเรียนรู้โดยละเอียดว่าร่างกายมนุษย์ทำงานอย่างไร ไม่ได้หมายถึงด้านในและด้านนอกของร่างกายตามตัวอักษร รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ the ins and outs of + หัวข้อ และมักตามหลัง learn, know, understand หรือ explain สำนวนนี้สื่อถึงความรู้ที่ละเอียดและใช้ได้จริงเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง
แบบฝึกหัด
สำนวนในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Nina knows the ins and outs of the school play.
- เธอรู้เพียงส่วนที่ดีและไม่ดีของละครเท่านั้น
- เธอรู้ว่าผู้คนเข้าและออกจากโรงละครตรงไหน
- เธอรู้รายละเอียดสำคัญและรู้ว่าละครของโรงเรียนดำเนินงานอย่างไร
ดูคำตอบ
เธอรู้รายละเอียดสำคัญและรู้ว่าละครของโรงเรียนดำเนินงานอย่างไร
to keep your finger on the pulse: ติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดอยู่เสมอ
Keep your finger on the pulse เป็นสำนวนที่หมายถึง “ติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่เสมอและสังเกตความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ” ภาพเปรียบเทียบมาจากการใช้นิ้วจับชีพจร แต่ในที่นี้ไม่มีใครกำลังตรวจการเต้นของหัวใจจริง ๆ ในประโยคนี้ to keep... เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ การกดติดตามช่วยให้ผู้ชมรับรู้ข้อมูลล่าสุดอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังพูดว่า keep your finger on the pulse of something ได้ โดย something อาจเป็นอุตสาหกรรม ชุมชน หรือความคิดเห็นของสาธารณชน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ติดตามความเปลี่ยนแปลงล่าสุดอย่างต่อเนื่อง” ลงในประโยค: Our reporters talk to local residents every day to ____ of the city.
ดูคำตอบ
keep their finger on the pulse