คณิตศาสตร์สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้าได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
813 คำ 190 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ตารางความน่าจะเป็นใช้ตรวจสอบว่าการมีอยู่ของมนุษย์สนับสนุนสมมติฐานเรื่องผู้สร้างหรือไม่ เมื่อเพิ่มเทพหลายองค์และการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ วิดีโอแสดงว่าข้อสรุปขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่นำมาเปรียบเทียบ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. dumb luck - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการสำหรับผลที่เกิดจากความบังเอิญล้วน ๆ และการนำไปเปรียบกับการออกแบบโดยเจตนา 2. a one in 4 billion billion chance - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้าง one in + ตัวเลข + chance บอกโอกาสที่ต่ำมากโดยไม่อ่านเป็นเศษส่วนทั่วไป 3. test subjects - ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: รู้จักศัพท์วิจัยที่หมายถึงคนหรือสิ่งมีชีวิตซึ่งถูกศึกษา และเข้าใจว่าคำนี้ทำให้มนุษย์จำลองอยู่ในฐานะวัตถุทดลอง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The existence of God has been fiercely debated for centuries,

0:00

การมีอยู่ของพระเจ้าเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดมานานหลายศตวรรษ

but regardless of what you think or feel is true, ไวยากรณ์

0:03

แต่ไม่ว่าคุณจะคิดหรือรู้สึกว่าอะไรคือความจริง

can we use math,

0:06

เราจะใช้คณิตศาสตร์

the universal unbiased language,

0:07

ซึ่งเป็นภาษาสากลที่ปราศจากอคติ

to come to a conclusion? วลี

0:09

เพื่อหาข้อสรุปได้ไหม

ไวยากรณ์

regardless of what you think or feel is true: ไม่ว่าคุณจะคิดหรือรู้สึกว่าสิ่งใดเป็นความจริง

regardless of ใช้เปิดส่วนที่แสดงการยอมรับข้อหนึ่งไว้ก่อน โดยข้อมูลหลังคำนี้ได้รับการยอมรับ แต่ถือว่าไม่ส่งผลต่อคำถามหลัก ในประโยคนี้ ผู้พูดพักความเชื่อส่วนตัวเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นจริงไว้ก่อน แล้วจึงถามว่าคณิตศาสตร์ให้คำตอบได้หรือไม่ what เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม ซึ่งทำหน้าที่เหมือนคำนาม what you think or feel is true หมายถึงสิ่งที่คุณคิดหรือรู้สึกว่าเป็นความจริง อนุประโยคทั้งหมดเป็นส่วนเติมเต็มของ of ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ regardless of + นามวลีหรืออนุประโยค wh-

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ regardless of กับคำ wh- ที่ถูกต้อง: The moderators must apply the same rules, ____ they personally think is fair.

ดูคำตอบ

regardless of what

วลี

come to a conclusion: ได้ข้อสรุป

Come to a conclusion หมายถึงการได้ข้อวินิจฉัยหลังจากพิจารณาหลักฐานหรือเหตุผลแล้ว come ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางร่างกาย แต่ทำให้ข้อสรุปเป็นเหมือนจุดหมายของกระบวนการคิด คำที่ใช้ร่วมกันเป็นปกติคือ come to a conclusion หากต้องการระบุว่าได้ข้อสรุปว่าอย่างไร ให้ใช้ come to the conclusion that + อนุประโยค เช่น We came to the conclusion that the plan was too risky.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมายที่ใช้ come: After examining the records, the auditors were able to ____.

ดูคำตอบ

come to a conclusion

Can math prove God's existence?

0:11

คณิตศาสตร์พิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้าได้ไหม

The most famous argument in favor of a God-made world วลี

0:13

ข้อโต้แย้งที่มีชื่อเสียงที่สุดซึ่งสนับสนุนว่าโลกถูกสร้างโดยพระเจ้า

using logic and reasoning is the argument by วัฒนธรรม

0:16

โดยใช้ตรรกะและเหตุผล คือข้อโต้แย้งเรื่อง

design. Simply put, ลำดับความ

0:18

การออกแบบ พูดง่าย ๆ คือ

วลี

in favor of: การแสดงการสนับสนุน

ในที่นี้ in favor of หมายถึงสนับสนุนหรืออยู่ฝ่ายเดียวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วลีนี้ขยายคำว่า argument โดยระบุว่าเป็นข้อโต้แย้งที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างว่าโลกถูกสร้างโดยพระเจ้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ in favor of + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น in favor of the plan, in favor of it หรือ in favor of waiting

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเพื่อแสดงการสนับสนุนข้อเสนอ? The council voted ___ extending weekend bus service.

  1. in favor of
  2. as a favor to
  3. in place of
ดูคำตอบ

in favor of

วัฒนธรรม

argument by design: อนุมานผู้ออกแบบจากความเป็นระเบียบ

ในที่นี้ argument by design เป็นชื่อแนวทางการให้เหตุผลทางเทววิทยาและปรัชญา โดยถือว่าความเป็นระเบียบ ความซับซ้อน หรือความมีจุดมุ่งหมายที่ปรากฏในโลกเป็นหลักฐานของผู้ออกแบบที่มีสติปัญญา ซึ่งในประโยคนี้หมายถึงพระเจ้า ดังนั้น design จึงหมายถึงการจัดวางอย่างมีเจตนาเบื้องหลังธรรมชาติ ไม่ใช่การออกแบบกราฟิก ผลิตภัณฑ์ หรือวิศวกรรม ข้อโต้แย้งในกลุ่มเดียวกันนี้มักเรียกว่า design argument หรือ argument from design มากกว่า

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ argument by design หมายถึงอะไร?

  1. การอภิปรายที่จงใจวางแผนขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนโกรธ
  2. แนวทางการให้เหตุผลที่สรุปว่ามีผู้ออกแบบที่มีสติปัญญาจากความเป็นระเบียบและความซับซ้อนที่ปรากฏในโลก
  3. ความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น
ดูคำตอบ

แนวทางการให้เหตุผลที่สรุปว่ามีผู้ออกแบบที่มีสติปัญญาจากความเป็นระเบียบและความซับซ้อนที่ปรากฏในโลก

ลำดับความ

ใช้ “Simply put,” เพื่อบอกว่าจะกล่าวซ้ำให้ง่ายขึ้น

“Simply put” บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปจะกล่าวซ้ำเรื่องเดิมด้วยภาษาที่ชัดเจนและไม่ซับซ้อนกว่า ในที่นี้ วลีนี้เปลี่ยนข้อโต้แย้งเชิงนามธรรมให้เป็นคำถามที่เข้าใจง่าย วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยย้อนกลับไปหาแนวคิดก่อนหน้าแล้วนำไปสู่เวอร์ชันที่ง่ายกว่า put ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการ “วาง” แต่ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมที่หมายถึง “พูดอย่างง่าย ๆ”

แบบฝึกหัด

“Simply put” สื่ออะไรใน “The policy has several overlapping rules. Simply put, it is too confusing”?

  1. ผู้พูดจะกล่าวแนวคิดนั้นอีกครั้งด้วยภาษาที่ง่ายขึ้น
  2. ผู้พูดจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ผู้พูดจะอธิบายว่ามีการวางสิ่งของไว้ที่ไหน
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะกล่าวแนวคิดนั้นอีกครั้งด้วยภาษาที่ง่ายขึ้น

given how complex and amazing everything around us is, ไวยากรณ์

0:20

เมื่อพิจารณาว่าทุกสิ่งรอบตัวเราซับซ้อนและน่าทึ่งเพียงใด

can we really believe that dumb luck put it together? โน้ต

0:23

เราจะเชื่อได้จริง ๆ หรือว่าทุกอย่างประกอบขึ้นจากความบังเอิญล้วน ๆ

ไวยากรณ์

ใช้ “given how + คำคุณศัพท์ ... is” เพื่อตั้งข้อสันนิษฐาน

“Given how complex and amazing everything around us is” ให้ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสำหรับคำถามที่ตามมา given หมายถึง “เมื่อพิจารณา” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” ดังนั้นผู้พูดจึงใช้สิ่งที่สังเกตเห็นนี้เป็นเหตุผลในการพิจารณาข้อกล่าวอ้างถัดไป ในที่นี้ how แสดงระดับ โดย how complex and amazing everything is หมายถึง “ทุกสิ่งซับซ้อนและน่าทึ่งมากเพียงใด” ไม่ได้ถามว่าบางสิ่งเกิดขึ้นด้วยวิธีใด อนุประโยคยังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ everything around us is ไม่ใช่ is everything around us

แบบฝึกหัด

อนุประโยคเปิดทำหน้าที่อะไรใน “Given how crowded the train is, we should wait for the next one”?

  1. อนุประโยคนี้ถามวิธีทำให้รถไฟเต็มไปด้วยผู้คน
  2. อนุประโยคนี้นำเสนอระดับความแออัดสูงของรถไฟเป็นข้อสันนิษฐานสำหรับข้อเสนอ
  3. อนุประโยคนี้บอกว่ารถไฟแน่นเพราะผู้คนรอ
ดูคำตอบ

อนุประโยคนี้นำเสนอระดับความแออัดสูงของรถไฟเป็นข้อสันนิษฐานสำหรับข้อเสนอ

สำนวน

Dumb luck: ความบังเอิญที่ไร้ทิศทางและไม่มีการออกแบบ

ในคำถามนี้ dumb luck หมายถึงความบังเอิญล้วน ๆ ที่ไร้ทิศทาง โดยไม่มีการวางแผน ทักษะ เจตนา หรือสติปัญญาที่คอยชี้นำเข้ามาเกี่ยวข้อง คำว่า dumb ไม่ได้บอกตามตัวอักษรว่า luck โง่ แต่ทำให้ความบังเอิญดูเป็นสิ่งที่ไม่มีสติและไม่มีการชี้นำ การถามว่าเราจะเชื่อได้จริงหรือว่าความบังเอิญสร้างผลลัพธ์นี้ขึ้นมา ทำให้ dumb luck ถูกเสนอเป็นคำอธิบายที่น่ากังขาเมื่อเทียบกับการออกแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย สำนวนนี้มักมีน้ำเสียงดูแคลนหรือสงสัย มากกว่าจะกล่าวถึงความน่าจะเป็นอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

dumb luck หมายถึงอะไรในประโยคนี้: The discovery was dumb luck, not careful planning?

  1. โชคประเภทหนึ่งที่เลวร้ายเสมอ
  2. ผลลัพธ์ที่เกิดจากการออกแบบอย่างรอบคอบ
  3. ผลลัพธ์ที่เกิดจากความบังเอิญทั้งหมด
  4. ผลลัพธ์ที่โชคร้ายซึ่งเกิดจากคนโง่
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่เกิดจากความบังเอิญทั้งหมด

กริยาวลี

Put it together: ทำให้ก่อตัวหรือประกอบเป็นหนึ่งเดียว

ในที่นี้ put it together หมายถึงทำให้สิ่งนั้นก่อตัวขึ้นหรือสร้างขึ้นเป็นหนึ่งเดียว คำสรรพนาม it อ้างถึงโลกและชีวิตที่ซับซ้อนซึ่งกำลังกล่าวถึง สำนวนนี้สรุปสาเหตุของการก่อตัวในภาพใหญ่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำชิ้นส่วนสำเร็จรูปไม่กี่ชิ้นมาวางไว้ข้างกัน Put together เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงพูดว่า put the machine together แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามต้องพูดว่า put it together ไม่ใช่ put together it สำนวนนี้อาจหมายถึงประกอบชิ้นส่วน จัดระเบียบเนื้อหา หรือสร้างสิ่งที่เป็นองค์รวม ขึ้นอยู่กับบริบท แนวคิดร่วมคือการทำให้องค์ประกอบที่แยกกันกลายเป็นผลลัพธ์ที่มีระเบียบหนึ่งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ put together กับคำสรรพนาม it: The kit looked complicated, but we ____ in an hour.

ดูคำตอบ

put it together

Even from a scientist's perspective, ลำดับความ

0:26

แม้แต่จากมุมมองของนักวิทยาศาสตร์

ลำดับความ

From a scientist's perspective: กำหนดกรอบข้อความด้วยมุมมอง

From a scientist's perspective บอกผู้ฟังว่ากำลังใช้มุมมองของใครในการพิจารณาข้อความที่ตามมา วลีนี้จำกัดข้อความให้อยู่ในกรอบวิธีที่นักวิทยาศาสตร์มองประเด็นนั้น แทนที่จะนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีมุมมองใดเข้ามาเกี่ยวข้อง Even ทำให้การวางกรอบนี้เด่นขึ้นและให้ความรู้สึกน่าประหลาดใจเล็กน้อย ผู้พูดกำลังบอกว่าข้อสรุปนั้นเป็นจริงแม้มองจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ในที่นี้ perspective หมายถึง “มุมมอง” ไม่ใช่เทคนิคการวาดภาพเพื่อแสดงความลึก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอการตัดสินเรื่องความปลอดภัยจากมุมมองของแพทย์ แทนที่จะเสนอเป็นข้อเท็จจริงตายตัว?

  1. The plan needs more safety checks from a doctor.
  2. A doctor's perspective needs more safety checks.
  3. From a doctor's perspective, the plan needs more safety checks.
ดูคำตอบ

From a doctor's perspective, the plan needs more safety checks.

life is an amazing, incredibly rare,

0:28

ชีวิตก็น่าทึ่งและหาได้ยากอย่างเหลือเชื่อ

and took a monumental amount of steps,

0:30

อีกทั้งกว่าจะถือกำเนิดขึ้นได้ ยังต้องผ่านขั้นตอนมากมายมหาศาล

chance happenings,

0:32

เหตุการณ์บังเอิญต่าง ๆ

and time to come about. กริยาวลี

0:33

และใช้เวลาอีกยาวนาน

กริยาวลี

Come about: บางสิ่งเกิดขึ้นหรือก่อตัวได้อย่างไร

Come about เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ค่อย ๆ ก่อตัวจนมีอยู่” โดยมักใช้เมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหลังผ่านกระบวนการหรือเงื่อนไขหลายอย่าง ในประโยคนี้หมายถึงชีวิตปรากฏขึ้นในที่สุดหลังจากผ่านหลายขั้นตอน เหตุการณ์บังเอิญ และเวลาอันยาวนาน About เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึง “อยู่ใกล้ ๆ” คำถามที่พบบ่อย How did this come about? ใช้ถามว่ากระบวนการหรือสถานการณ์ใดนำไปสู่ผลลัพธ์นั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ come about เติมประโยคให้สมบูรณ์: No one knows exactly how the change ____.

ดูคำตอบ

came about

So, a religious person may argue,

0:34

ดังนั้น ผู้ที่นับถือศาสนาอาจแย้งว่า

doesn't it seem much more plausible that there was some driving force behind it all? โน้ต

0:36

การมองว่ามีแรงขับเคลื่อนบางอย่างอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ฟังดูสมเหตุสมผลกว่ามากไม่ใช่หรือ

น้ำเสียง/เจตนา

คำถามชี้นำ “doesn't it seem much more plausible ...?”

คำถามเชิงปฏิเสธ “doesn't it seem ...?” ไม่ใช่การขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง แต่เป็นการชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าใจความในอนุประโยค that ฟังดูสมเหตุสมผล “Much more plausible” ทำให้การชี้นำนี้แรงขึ้น โดย plausible หมายถึงน่าเชื่อหรือมีแนวโน้มว่าจะจริง ส่วน more เปรียบเทียบคำอธิบายนี้กับทางเลือกอื่น โครงสร้าง doesn't it seem + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + อนุประโยค that ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอข้อโต้แย้งราวกับเป็นสามัญสำนึกร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ในคำถาม “Doesn't it seem much more plausible that the battery has died?” ผู้พูดกำลังทำสิ่งใดเป็นหลัก

  1. ขอคำตอบใช่หรือไม่อย่างเป็นกลางโดยสมบูรณ์
  2. บอกว่าคำอธิบายทั้งหมดมีโอกาสเป็นจริงเท่ากัน
  3. ชวนให้เห็นด้วยว่าคำอธิบายนี้น่าเชื่อถือกว่า
ดูคำตอบ

ชวนให้เห็นด้วยว่าคำอธิบายนี้น่าเชื่อถือกว่า

สำนวน

คำเปรียบเทียบ “driving force behind it all”

“Driving force” เป็นคำเปรียบเทียบถึงบุคคล แนวคิด แรงจูงใจ หรือเงื่อนไขที่ทำให้บางสิ่งพัฒนาหรือเกิดขึ้นอย่างแข็งขัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแรงทางกายภาพที่ทำให้เครื่องจักรเคลื่อนที่ ใน “behind it all” คำว่า behind หมายถึงการอยู่เบื้องลึกหรือเป็นสาเหตุของสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่การอยู่ด้านหลังในเชิงตำแหน่ง ในข้อโต้แย้งนี้ “some driving force” ไม่ระบุผู้กระทำ แต่สื่อเป็นนัยถึงผู้สร้างที่มีเจตจำนง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “สาเหตุหลักที่กระตุ้นให้ลงมือทำ”: Curiosity was the ____ behind his invention.

ดูคำตอบ

driving force

This type of argument is called reductio ad absurdum, วัฒนธรรม

0:40

ข้อโต้แย้งประเภทนี้เรียกว่า reductio ad absurdum

which simply means it attempts to disprove a statement

0:43

ซึ่งหมายถึงการพยายามหักล้างข้อความหนึ่ง

by showing it inevitably leads to absurd or impractical conclusions. ไวยากรณ์

0:46

ด้วยการแสดงว่าข้อความนั้นย่อมนำไปสู่ข้อสรุปที่ไร้เหตุผลหรือใช้จริงไม่ได้

วัฒนธรรม

reductio ad absurdum: ทดสอบข้อความผ่านผลที่ตามมา

Reductio ad absurdum เป็นชื่อภาษาละตินของวิธีโต้แย้งแบบหนึ่ง ตามตัวอักษรหมายถึง “การลดทอนไปสู่ความไร้เหตุผล” แต่ในที่นี้หมายถึงการทดสอบข้อความโดยไล่ตามตรรกะของมันไปจนเกิดผลลัพธ์ที่ไร้เหตุผล เป็นไปไม่ได้ หรือใช้จริงไม่ได้ วิธีนี้เริ่มจากถือชั่วคราวว่าข้อความนั้นเป็นจริง แล้วจึงแสดงว่าผลที่ตามมาไม่อาจยอมรับได้อย่างสมเหตุสมผล จึงมีเหตุผลให้ปฏิเสธข้อความเดิม วิธีนี้ไม่ใช่แค่การล้อเลียนความคิดหรือบอกว่าความคิดนั้นโง่

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดอธิบาย reductio ad absurdum ได้ถูกต้อง

  1. ยอมรับข้อความหนึ่งไว้ชั่วคราว แล้วแสดงว่าผลที่ตามมากลายเป็นสิ่งไร้เหตุผลหรือยอมรับไม่ได้
  2. ยกตัวอย่างจำนวนมากที่สนับสนุนข้อความนั้น
  3. ปฏิเสธข้อความเพียงเพราะฟังดูแปลก
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อความหนึ่งไว้ชั่วคราว แล้วแสดงว่าผลที่ตามมากลายเป็นสิ่งไร้เหตุผลหรือยอมรับไม่ได้

ไวยากรณ์

by showing: บอกวิธีการด้วย by + -ing

ในประโยคนี้ by showing ตอบคำถามว่า “How does it attempt to disprove the statement?” หรือ “มันพยายามหักล้างข้อความด้วยวิธีใด” บุพบท by ใช้บอกวิธีการ กล่าวคือ ข้อโต้แย้งพยายามหักล้างข้อความด้วยการแสดงผลที่ตามมา ใช้ by + รูป -ing ของกริยาเพื่อเชื่อมผลลัพธ์กับการกระทำที่ทำให้เกิดผลนั้น หรือก็คือการได้ผลลัพธ์โดยทำบางอย่าง ในที่นี้ showing รับอนุประโยคเต็ม it inevitably leads to absurd or impractical conclusions เป็นกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย by + รูป -ing ของกริยาในวงเล็บ: Leo found the answer ____ the clues carefully. (examine)

ดูคำตอบ

by examining

In this case,

0:51

ในกรณีนี้

it suggests that one, ลำดับความ

0:51

ข้อโต้แย้งเสนอว่า หนึ่ง

if there's no God,

0:53

ถ้าไม่มีพระเจ้า

humans developing is very unlikely.

0:54

มนุษย์ก็แทบไม่มีโอกาสพัฒนาขึ้นมา

Two,

0:56

สอง

humans did develop. ไวยากรณ์

0:57

มนุษย์พัฒนาขึ้นมาจริง

ไวยากรณ์

did ที่ใช้เน้นใน humans did develop.

ใน humans did develop คำว่า did ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ แต่เป็น do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่าอดีต ทำให้คำกล่าวหนักแน่นขึ้นว่า มนุษย์ได้พัฒนาขึ้นมาจริง ๆ เนื่องจาก did แสดงอดีตอยู่แล้ว กริยาหลักจึงต้องคงรูปพื้นฐานเป็น develop ไม่ใช่ developed โครงสร้างนี้คือ did + กริยารูปพื้นฐาน และมักใช้ยืนยันข้อเท็จจริงที่ผู้อื่นอาจสงสัยหรือมองข้าม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจให้สมบูรณ์ด้วย did ที่ใช้เน้นและกริยารูปพื้นฐาน: You thought Maya missed the meeting, but she ____ on time.

ดูคำตอบ

did arrive

Therefore, three,

0:58

ดังนั้น สาม

it is unlikely that there's no God.

0:59

โอกาสที่จะไม่มีพระเจ้าจึงต่ำ

ลำดับความ

one, ... Two, ... Therefore, three, ในข้อโต้แย้งแบบมีลำดับเลข

one, และ Two, ทำหน้าที่ระบุสองขั้นแรกของข้อโต้แย้งแบบมีลำดับเลข ในที่นี้ ทั้งสองข้อนำเสนอข้ออ้างตั้งต้น ได้แก่ ข้อกล่าวแบบมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการพัฒนาของมนุษย์หากไม่มีพระเจ้า และข้อเท็จจริงที่กล่าวต่อมาว่ามนุษย์ได้พัฒนาขึ้นมาจริง Therefore, three, บอกว่าข้อที่สามไม่ได้เป็นเพียงข้ออ้างตั้งต้นอีกข้อหนึ่ง Therefore ทำเครื่องหมายว่าข้อนี้คือข้อสรุปที่อนุมานจากข้อหนึ่งและข้อสอง เวลาฟัง ให้ติดตามทั้งหมายเลขและคำเชื่อม หมายเลขแสดงขั้นตอน ส่วน therefore แสดงการเดินเหตุผลทางตรรกะ

แบบฝึกหัด

ในข้อโต้แย้งแบบมีลำดับเลขนี้ Therefore, three, ระบุว่าข้อสามมีบทบาทใด

  1. ข้อสามคือข้อสรุปที่อนุมานจากข้อหนึ่งและข้อสอง
  2. ผู้พูดกำลังแก้ถ้อยคำในข้อสอง
  3. ข้อสามเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถัดไปตามเวลา
ดูคำตอบ

ข้อสามคือข้อสรุปที่อนุมานจากข้อหนึ่งและข้อสอง

But let's take this logic one step further ลำดับความ

1:01

แต่ลองนำตรรกะนี้ไปอีกขั้น

and imagine the universe before anything has been created.

1:04

แล้วจินตนาการถึงจักรวาลก่อนที่สิ่งใดจะถูกสร้างขึ้น

ลำดับความ

take this logic one step further ในฐานะสำนวนเชื่อมเพื่อพัฒนาข้อโต้แย้ง

Take this logic one step further เป็นสำนวนเปลี่ยนผ่านเชิงอุปมา หมายถึงการต่อยอดจากเหตุผลที่วางไว้แล้วไปสู่สมมติฐานหรือผลลัพธ์ที่ลึกขึ้น step ในที่นี้หมายถึงขั้นหนึ่งของกระบวนการคิด ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางกายภาพ ในประโยคนี้ and imagine... ระบุว่าแนวคิดขั้นถัดไปคืออะไร นั่นคือการพิจารณาจักรวาลก่อนที่จะมีสิ่งใดดำรงอยู่ สำนวนนี้จึงเชื่อมข้อโต้แย้งปัจจุบันไปสู่การทดลองทางความคิดที่กว้างไกลขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมส่วนเชื่อมด้วยสำนวนที่เน้นไว้: If lower prices increase demand, what follows for production? Let's ____ and consider how factories might respond.

ดูคำตอบ

take this logic one step further

Here we have a Bayes box วัฒนธรรม

1:07

ตรงนี้เรามีกล่องเบย์

where we have our two possibilities of God existing and no God existing.

1:09

ซึ่งมีสองความเป็นไปได้ คือพระเจ้ามีอยู่จริงและพระเจ้าไม่มีอยู่จริง

วัฒนธรรม

Bayes box ในฐานะแผนภูมิสมมติฐานและการสังเกต

ในวิดีโอนี้ Bayes box เป็นชื่อของแผนภูมิที่นำสมมติฐานซึ่งแข่งขันกัน เช่น พระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่มีอยู่จริง มาไขว้กับการสังเกตหรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ box ในที่นี้หมายถึงแผนภาพหรือตาราง ไม่ใช่ภาชนะจริง แผนภูมินี้ใช้จัดระเบียบการให้เหตุผลแบบเบย์ส โดยแต่ละช่องแทนการจับคู่ระหว่างสมมติฐานหนึ่งข้อกับการสังเกตหนึ่งอย่าง คู่ที่ขัดแย้งกับหลักฐานสามารถถูกตัดออก แล้วจึงเปรียบเทียบความน่าจะเป็นของตัวเลือกที่เหลือได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Bayes box หมายถึงอะไร?

  1. แผนภูมิที่นำสมมติฐานซึ่งแข่งขันกันมาไขว้กับการสังเกตที่เป็นไปได้ เพื่อเปรียบเทียบว่าแต่ละอย่างสอดคล้องกับหลักฐานเพียงใด
  2. กล่องที่แสดงเพียงว่าพระเจ้ามีอยู่จริงหรือไม่ โดยไม่มีการสังเกตใด ๆ
  3. ภาชนะจริงที่ใส่ข้อคาดเดาที่เขียนไว้สองข้อ
ดูคำตอบ

แผนภูมิที่นำสมมติฐานซึ่งแข่งขันกันมาไขว้กับการสังเกตที่เป็นไปได้ เพื่อเปรียบเทียบว่าแต่ละอย่างสอดคล้องกับหลักฐานเพียงใด

On the other side,

1:13

ส่วนอีกด้านหนึ่ง

our possibilities are that humans exist or that humans don't exist.

1:14

มีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์มีอยู่หรือไม่มีอยู่

If no God is true,

1:17

ถ้าสมมติฐานที่ว่าไม่มีพระเจ้าเป็นจริง

then most would agree that human existence

1:19

คนส่วนใหญ่คงเห็นตรงกันว่าการมีอยู่ของมนุษย์

takes a lot of specific factors to come about.

1:21

ต้องอาศัยปัจจัยเฉพาะเจาะจงมากมายจึงจะเกิดขึ้นได้

So, let's make up a tiny probability กริยาวลี

1:23

ดังนั้น ลองกำหนดความน่าจะเป็นที่ต่ำมากขึ้นมา

กริยาวลี

make up: แต่งค่าขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตัวอย่าง

ในที่นี้ make up หมายถึง “แต่งขึ้น” หรือ “เลือกขึ้นมาโดยไม่ได้คำนวณ” ผู้พูดกำหนดค่าความน่าจะเป็นที่น้อยมากขึ้นมาเพียงเพื่อใช้อธิบายแนวคิดหนึ่ง เมื่อ make up ตามด้วยกรรมอย่างตัวเลข เรื่องราว หรือข้อแก้ตัว อาจหมายถึงการสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาแทนที่จะค้นพบจากหลักฐาน ต้องดูบริบทเพื่อแยกความหมายของกริยาวลีที่มีหลายความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “แต่งขึ้นเพื่อใช้ในตัวอย่างนี้”: We do not need real data, so let's ____ a number.

ดูคำตอบ

make up

and say that there's a one in 4 billion billion chance ไวยากรณ์

1:25

แล้วสมมติว่ามีโอกาสเพียงหนึ่งในสี่ล้านล้านล้าน

of humanity coming into existence in a world with no God. วลี

1:29

ที่มนุษยชาติจะถือกำเนิดขึ้นในโลกที่ไม่มีพระเจ้า

ไวยากรณ์

a one in 4 billion billion chance: การบอกโอกาสที่ต่ำมาก

รูปแบบ a one in N chance แสดงผลลัพธ์ที่ต้องการหนึ่งผลจากความเป็นไปได้ที่เปรียบเทียบกันได้ทั้งหมด N แบบ ยิ่ง N มาก โอกาสก็ยิ่งน้อย ดังนั้น 4 billion billion จึงสื่อว่าเหตุการณ์นี้แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย หลัง chance สามารถใช้ of + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุเหตุการณ์ได้ เช่น chance of humanity coming into existence ตัวเลขที่ใหญ่มากในที่นี้เป็นตัวอย่างที่แต่งขึ้นในประโยคก่อนหน้า ไม่ใช่ผลทางวิทยาศาสตร์ที่วัดมาแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนความน่าจะเป็นด้วยคำภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “ผลลัพธ์ที่ต้องการหนึ่งผลจากความเป็นไปได้หนึ่งล้านแบบ”: There is a ____ chance of finding the special ticket.

ดูคำตอบ

one in a million

วลี

coming into existence: เริ่มมีอยู่

ใน “humanity coming into existence” วลี “come into existence” หมายถึง “เริ่มมีอยู่” หรือ “ก่อตัวขึ้น” โดยเน้นการเปลี่ยนจากสิ่งที่ไม่มีอยู่ไปเป็นสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่แค่การถูกมองเห็นหรือสังเกตเห็น หลัง “chance of” คำกริยาจะอยู่ในรูป -ing ดังนั้น “come” จึงเปลี่ยนเป็น “coming”: “a chance of humanity coming into existence”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดหายไปจาก “come into existence” ให้ครบ: The organization came ____ in 1998.

ดูคำตอบ

into existence

And if God is real,

1:32

และถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง

even though we don't know that God would make humans, ไวยากรณ์

1:34

แม้เราจะไม่รู้ว่าพระเจ้าจะสร้างมนุษย์หรือไม่

certainly he could. ไวยากรณ์

1:36

แต่แน่นอนว่าพระองค์ทรงทำได้

ไวยากรณ์

even though: แม้จะเป็นข้อเท็จจริง

“Even though” ใช้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดยนำเสนอข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่ยอมรับแล้วซึ่งอาจดูเหมือนค้านกับใจความหลัก ในที่นี้ การไม่รู้ว่าพระเจ้าจะสร้างมนุษย์หรือไม่ ไม่ได้ลบล้างคำกล่าวที่ว่าพระองค์ทรงสามารถทำได้ อนุประโยคหลัง “even though” ถูกมองว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นสถานการณ์ที่ยอมรับแล้ว ส่วน “could” ในประโยคหลักใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือ “could make humans”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าผู้พูดยอมรับว่าฝนตกเป็นข้อเท็จจริง แต่การแข่งขันยังดำเนินต่อไป?

  1. Because it was raining, the game continued.
  2. Even if it was raining, the game continued.
  3. Even though it was raining, the game continued.
ดูคำตอบ

Even though it was raining, the game continued.

ไวยากรณ์

certainly he could: การละวลีกริยาหลังคำกริยาช่วย

ใน certainly he could คำว่า could ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไปก่อนหน้า คือ make humans ภาษาอังกฤษมักละวลีกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วย เมื่อผู้ฟังสามารถเติมความหมายได้จากบริบท ดังนั้น he could ในที่นี้จึงหมายถึง he could make humans Certainly เพิ่มความมั่นใจของผู้พูดในการประเมินความสามารถหรือความเป็นไปได้ Could ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้ว หรือพระเจ้าจะทรงเลือกทำเช่นนั้นจริง ๆ แต่บอกเพียงว่าสิ่งนั้นอยู่ในความสามารถของพระองค์หรือเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดเติมแล้วสื่อว่า Ava มีความสามารถแก้ปัญหา โดยไม่ได้ยืนยันว่าเธอจะทำ และไม่ต้องกล่าว solve the problem ซ้ำ Ava may not choose to solve the problem, but ...

  1. she certainly did.
  2. she certainly would.
  3. she certainly could.
ดูคำตอบ

she certainly could.

So, let's give it a higher probability of one in 4 million.

1:38

ดังนั้น ให้ความน่าจะเป็นสูงขึ้นเป็นหนึ่งในสี่ล้าน

Of course,

1:42

แน่นอนว่า

if we examine the evidence,

1:42

เมื่อเราพิจารณาหลักฐาน

we know we exist.

1:44

เรารู้ว่าเรามีอยู่จริง

So, we can get rid of the other row. กริยาวลี

1:45

เราจึงตัดแถวอีกแถวหนึ่งทิ้งได้

กริยาวลี

get rid of: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ

Get rid of หมายถึงเอาออก ทิ้ง หรือกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป ในที่นี้ get rid of the other row หมายถึงตัดแถวนั้นออกจากตารางและไม่นำมาพิจารณาต่อ สำนวนนี้ทำงานเป็นหน่วยเดียว Get เปลี่ยนรูปตามกาลหรือประธานได้ เช่น gets rid of และ got rid of แต่ rid of ยังคงอยู่ด้วยกัน และ of นำหน้าสิ่งที่ถูกนำออก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึงกำจัดหรือเอาออก: Before sending the report, let's ____ the duplicate chart.

ดูคำตอบ

get rid of

And as many who have used the argument by design point out, กริยาวลี

1:46

และอย่างที่หลายคนซึ่งใช้ข้อโต้แย้งเรื่องการออกแบบชี้ให้เห็น

a human-made world with God seems much, much more likely ไวยากรณ์

1:50

โลกที่มีทั้งพระเจ้าและมนุษย์ดูมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่ามาก

rationally and statistically.

1:54

ทั้งในเชิงเหตุผลและเชิงสถิติ

กริยาวลี

Point out: ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงหรือมุมมอง

ในประโยคนี้ point out นำเข้าสู่ข้อกล่าวอ้างที่ตามมา กล่าวคือ ผู้ที่ใช้ข้อโต้แย้งจากการออกแบบกำลังดึงความสนใจไปยังข้อกล่าวอ้างนั้นอย่างชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังควรสังเกต ต่างจาก say ที่เป็นกลาง point out นำเสนอข้อมูลว่าเกี่ยวข้อง น่าสนใจ หรืออาจถูกมองข้ามได้ง่าย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้นิ้วชี้จริง ๆ และ out เป็นส่วนสำคัญของกริยาวลีนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ดึงความสนใจไปยังบางสิ่ง”: The reviewer will ____ any unsupported claims.

ดูคำตอบ

point out

ไวยากรณ์

Much, much more likely: เน้นความแตกต่างในการเปรียบเทียบ

much ขยายวลีขั้นกว่า more likely จึงเน้นว่าความแตกต่างของความน่าจะเป็นที่กล่าวถึงมีขนาดใหญ่ขึ้น การพูด much ซ้ำทำให้การเน้นแรงขึ้นและฟังเป็นภาษาพูดมากขึ้น ผู้พูดนำเสนอว่าความแตกต่างนั้นใหญ่มาก โดยเปรียบเทียบกับอีกทางเลือกที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน rationally and statistically บอกพื้นฐานของการตัดสิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบซ้ำเพื่อเน้นย้ำจากบทเรียน: After the new evidence appeared, this explanation became ____, ____.

ดูคำตอบ

much · much more likely

And while this is true in some ways, ลำดับความ

1:55

แม้เรื่องนี้จะจริงในบางแง่

it forgets an important point,

1:58

แต่ก็ลืมประเด็นสำคัญไปข้อหนึ่ง

that we have assumed there are only two major theories.

1:59

นั่นคือเราสมมติว่ามีทฤษฎีหลักเพียงสองทฤษฎี

ลำดับความ

While this is true in some ways: การยอมรับแบบมีข้อจำกัด

ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยคเปิดยอมรับว่าข้อโต้แย้งก่อนหน้าที่มีสองทางเลือกนั้นถูกต้องอยู่บางส่วน ส่วน in some ways ตั้งใจจำกัดระดับของการยอมรับนั้น การยอมรับแบบมีข้อจำกัดนี้มาก่อนคำวิจารณ์หลักคือ it forgets an important point โครงสร้าง While X is true in some ways, Y ช่วยให้ผู้พูดพิจารณา X อย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งชี้ว่า X ยังไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่ผิดทั้งหมด

แบบฝึกหัด

อนุประโยคเปิด while this is true in some ways ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้

  1. เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งก่อนหน้าทั้งหมดและยุติการอภิปราย
  2. บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ยอมรับข้อโต้แย้งก่อนหน้าบางส่วน แล้วจึงชี้ข้อจำกัด
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อโต้แย้งก่อนหน้าบางส่วน แล้วจึงชี้ข้อจำกัด

But we know this isn't true.

2:03

แต่เรารู้ว่านั่นไม่จริง

Many societies have believed in multiple gods วลี

2:04

หลายสังคมเชื่อในเทพเจ้าหลายองค์

วลี

Believe in multiple gods: believe in + กรรม

ใน believed in multiple gods วลี believe in หมายถึงยอมรับว่าเทพเจ้าเหล่านั้นมีอยู่จริง คำบุพบท in เป็นส่วนหนึ่งของความหมายนี้ และ multiple gods เป็นกรรมของมัน โดยทั่วไป believe in + เทพเจ้า แนวคิด คุณค่า หรือระบบ อาจหมายถึงยอมรับว่าสิ่งนั้นมีอยู่จริงหรือสนับสนุนหลักการของสิ่งนั้น ซึ่งต่างจาก believe + บุคคลหรือข้อความ เพราะโครงสร้างหลังมักหมายถึงคิดว่าบุคคลนั้นพูดความจริงหรือข้อความนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ believe และคำบุพบทที่จำเป็น: The society ____ multiple gods.

ดูคำตอบ

believed in

and given that there are some aspects of this life

2:07

และเมื่อพิจารณาว่าชีวิตนี้มีบางแง่มุม

that aren't nearly as beautifully complex ไวยากรณ์

2:09

ที่ไม่ได้ซับซ้อนอย่างงดงามถึงเพียงนั้น

or seemingly intentional,

2:12

หรือดูเหมือนถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ

ไวยากรณ์

aren't nearly as beautifully complex: ต่ำกว่ามาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบมาก

ใน aren't nearly as beautifully complex โครงสร้าง not nearly as + วลีคุณศัพท์ หมายถึง “มีคุณสมบัตินั้นน้อยกว่ามาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบอย่างมาก” มาตรฐานดังกล่าวเข้าใจได้จากคำอธิบายก่อนหน้า จึงไม่ถูกกล่าวซ้ำในประโยคนี้ เมื่อ nearly อยู่ในโครงสร้างปฏิเสธนี้ จึงไม่ได้หมายถึง “เกือบเท่ากัน” beautifully ขยาย complex ไม่ได้ขยาย life หรือคำกริยา คำนี้เพิ่มความหมายว่าความซับซ้อนนั้นงดงามหรือน่าประทับใจ ดังนั้น วลีนี้จึงบอกว่าความซับซ้อนแบบนั้นมีระดับต่างกันมาก แต่ไม่ได้บอกว่าไม่มีความซับซ้อนเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าความน่าเชื่อถือต่างกันมาก: The backup system isn't ____ reliable as the main system.

ดูคำตอบ

nearly as

perhaps a variety of squabbling gods created the world.

2:13

บางทีเทพเจ้าหลายองค์ที่ทะเลาะกันอาจเป็นผู้สร้างโลก

Mathematician Jordan Ellenberg uses the probability of one in 400,000

2:17

Jordan Ellenberg นักคณิตศาสตร์ ใช้ความน่าจะเป็นหนึ่งใน 400,000

that a universe with multiple gods would create humans.

2:21

ว่าจักรวาลที่มีเทพเจ้าหลายองค์จะสร้างมนุษย์ขึ้นมา

But it's important to remember that the exact numbers don't actually matter. โน้ต

2:24

แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้สำคัญจริง ๆ

วลี

it's important to remember that: เน้นข้อสันนิษฐานสำคัญ

ใน it's important to remember that คำว่า it เป็นประธานชั่วคราว ส่วนเนื้อหาที่ต้องจำจริง ๆ อยู่ในอนุประโยค that ในประโยคนี้ เนื้อหาดังกล่าวคือประเด็นที่ผู้ฟังต้องคำนึงถึงอยู่เสมอขณะใช้เหตุผลต่อไป กรอบประโยคนี้ไม่ได้ขอให้ใครนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่ใช้เน้นข้อเท็จจริง ข้อจำกัด หรือข้อสันนิษฐานที่อาจถูกมองข้ามได้ง่าย แต่สำคัญต่อการเข้าใจสิ่งที่จะกล่าวต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเตือนความจำจากบทเรียน: ____ one test result cannot prove a general rule.

ดูคำตอบ

It's important to remember that

What does matter is that we can agree,

2:28

สิ่งสำคัญคือเราสามารถเห็นพ้องกันได้

rationally,

2:30

อย่างมีเหตุผล

that a universe with more gods has a higher chance of creating humans ไวยากรณ์

2:31

ว่าจักรวาลที่มีเทพเจ้ามากกว่ามีโอกาสสร้างมนุษย์สูงกว่า

than one with a single God or none at all.

2:35

จักรวาลที่มีพระเจ้าองค์เดียวหรือไม่มีเลย

ลำดับความ

the exact numbers don't actually matter ... What does matter is that: ตัดรายละเอียดรองและดึงกลับสู่ประเด็นสำคัญ

อนุประโยคแรกตัดค่าตัวเลขที่แน่นอนออกจากแนวเหตุผลหลัก เพราะข้อสรุปไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดนั้น คำว่า actually ในที่นี้ช่วยเน้นการแก้ความเข้าใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขไม่สำคัญในทุกกรณี อนุประโยคที่สองดึงความสนใจกลับไปยังข้ออ้างหลัก What does matter is that เป็นโครงสร้างบอกเล่าที่ใช้เน้นประเด็น ไม่ใช่คำถาม โดย what หมายถึง “สิ่งที่” และ does เป็นกริยาช่วยเน้นเสียงที่สร้างความต่างระหว่าง matter กับ don't matter รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ ใช้ X doesn't/don't matter ตัดรายละเอียดรองออก แล้วใช้ What does matter is that + clause ดึงประเด็นชี้ขาดขึ้นมาเป็นจุดสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบต่างโดยใช้ actually ในอนุประโยคแรกและ do ที่ใช้เน้นในอนุประโยคที่สอง: The exact figures ____. ____ is that both plans reduce the risk.

ดูคำตอบ

don't actually matter · What does matter

ไวยากรณ์

has a higher chance of ... than: การเปรียบเทียบความเป็นไปได้

ใน has a higher chance of creating humans than วลี has a higher chance ใช้เริ่มการเปรียบเทียบความเป็นไปได้ บุพบท of ตามด้วยกริยารูป gerund คือ creating ซึ่งบอกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ส่วน than นำตัวเลือกอีกฝ่ายที่นำมาเปรียบเทียบความเป็นไปได้นั้น โครงสร้างนี้นำไปใช้ได้ในรูป A has a higher chance of doing X than B ในคำบรรยาย one ใช้แทน a universe ดังนั้นประโยคนี้เปรียบเทียบจักรวาลคนละประเภท ไม่ได้เปรียบเทียบมนุษย์กับเทพเจ้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ has a higher chance of + gerund + than ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบสองตัวเลือก

  1. The updated app has a higher chance to working smoothly than the old one.
  2. The updated app has a higher chance of working smoothly than the old one.
  3. The updated app has a higher chance of working smoothly then the old one.
ดูคำตอบ

The updated app has a higher chance of working smoothly than the old one.

It's also important to remember that we're not comparing ลำดับความ

2:38

และต้องจำไว้ด้วยว่าเราไม่ได้กำลังเปรียบเทียบ

the probability of gods or no gods

2:40

ความน่าจะเป็นที่เทพเจ้าจะมีอยู่หรือไม่มีอยู่

existing. We're asking ourselves if the God option is true,

2:42

สิ่งที่เราถามคือ ถ้าตัวเลือกที่มีพระเจ้าเป็นจริง

what is the likelihood of him making humans? ไวยากรณ์

2:46

พระองค์มีโอกาสสร้างมนุษย์มากเพียงใด

ลำดับความ

ใช้ We're not comparing ... We're asking ... เพื่อแก้ไขขอบเขตการอภิปราย

กรอบประโยคที่จับคู่นี้ปฏิเสธ X ก่อน แล้วจึงเสนอ Y เพื่อปรับขอบเขตของข้อโต้แย้งใหม่ We're not comparing ... หยุดไม่ให้ผู้ฟังประเมินคำถามที่ดูน่าสนใจแต่เป็นคนละคำถาม ส่วน We're asking ourselves ... ระบุอย่างชัดเจนว่าคำถามใดคือสิ่งที่ควรตอบ ในที่นี้ X คือความน่าจะเป็นที่เทพเจ้าจะมีอยู่หรือไม่มีเทพเจ้าอยู่เลย ส่วน Y คือความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะถูกสร้างขึ้นภายใต้เงื่อนไขว่าตัวเลือกหนึ่งเป็นจริง เงื่อนไขนี้เป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่การยืนยันว่าพระเจ้ามีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เติมการแก้ไขขอบเขตด้วยกรอบคู่ not comparing ... asking ourselves: "We're ____ how popular the method is; we're ____ whether it is accurate."

ดูคำตอบ

not comparing · asking ourselves

And then we're asking separately,

2:49

จากนั้นเราก็แยกถามอีกว่า

if the multiple gods option is true,

2:50

ถ้าตัวเลือกที่มีเทพเจ้าหลายองค์เป็นจริง

what is the likelihood that they would make humans?

2:53

เทพเจ้าเหล่านั้นมีโอกาสสร้างมนุษย์มากเพียงใด

ไวยากรณ์

likelihood of ... making ... กับ likelihood that ... would make ...

Likelihood รับส่วนเติมเต็มได้สองรูปแบบ ใน likelihood of him making humans คำว่า of นำหน้าอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม Him เป็นประธานทางความหมายของ making และเหตุการณ์ที่กำลังประเมินความน่าจะเป็นคือ him making humans ใน likelihood that they would make humans คำว่า that นำหน้าอนุประโยคที่มีกริยาจำกัดรูป โดย they เป็นประธานและ would make เป็นวลีกริยา ทั้งสองรูปแบบใช้ถามเกี่ยวกับความน่าจะเป็น แต่โครงสร้างหลัง likelihood ต้องสอดคล้องกัน ได้แก่ of + คำนามหรืออนุประโยค -ing หรือ that + อนุประโยคที่มีกริยาจำกัดรูป

แบบฝึกหัด

เติมส่วนเติมเต็มมาตรฐานทั้งสองรูปแบบ: "What is the likelihood ____ the team winning, and what is the likelihood ____ they will win?"

ดูคำตอบ

of · that

Now, let's take this even further

2:55

ทีนี้ ลองไปให้ไกลกว่านั้นอีก

to theories of us simply living in a simulation like that of the Sims, วัฒนธรรม

2:56

สู่ทฤษฎีที่ว่าเราเพียงแค่อาศัยอยู่ในโลกจำลองเหมือนเกม The Sims

which individuals like Elon Musk and Oxford philosopher Nick Bostrom believe.

3:00

ซึ่งคนอย่าง Elon Musk และ Nick Bostrom นักปรัชญาจาก Oxford เชื่อ

วัฒนธรรม

การใช้ชีวิตในโลกจำลองแบบเดียวกับใน The Sims

วลีนี้นำเสนอสมมติฐานโลกจำลอง ซึ่งเป็นแนวคิดว่าโลกที่มนุษย์รับรู้อาจเป็นสภาพแวดล้อมประดิษฐ์ที่ดำเนินการโดยอารยธรรมที่ก้าวหน้ากว่า The Sims ซึ่งเป็นวิดีโอเกมจำลองการใช้ชีวิต ช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพบุคคลจำลองที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ถูกออกแบบขึ้นได้ง่ายขึ้น ใน like that of the Sims คำว่า that ใช้แทน a simulation ที่กล่าวมาก่อนหน้า วลีนี้จึงหมายถึง “เหมือนกับโลกจำลองใน The Sims” แนวคิดนี้ถูกนำเสนอในฐานะทฤษฎีที่บางคนพิจารณา ไม่ใช่หลักฐานว่าความเป็นจริงคือเกม

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้มีบทบาทอย่างไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้บอกว่าอีลอน มัสก์และนิค บอสตรอมเป็นผู้สร้าง The Sims
  2. วลีนี้พิสูจน์ว่าความเป็นจริงเป็นวิดีโอเกมอย่างแน่นอน
  3. วลีนี้นำเสนอสมมติฐานโลกจำลองและใช้ The Sims เป็นสิ่งเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอสมมติฐานโลกจำลองและใช้ The Sims เป็นสิ่งเปรียบเทียบ

As technology advances, ไวยากรณ์

3:04

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น

it's almost a certainty that future humans will make extremely realistic human simulations วลี

3:06

แทบจะแน่นอนว่ามนุษย์ในอนาคตจะสร้างแบบจำลองมนุษย์ที่สมจริงอย่างยิ่ง

ไวยากรณ์

As technology advances: ใช้กระบวนการที่เปลี่ยนแปลงเป็นฉากหลังของการคาดการณ์

As ในที่นี้หมายถึง “เมื่อการพัฒนาดำเนินต่อไป” อนุประโยค As technology advances สร้างฉากหลังที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องให้กับการคาดการณ์หลัก กล่าวคือ กระบวนการหนึ่งพัฒนาไป และผลที่คาดการณ์ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในแบบเดียวกับ” และไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกเหตุผล แม้ประโยคหลักจะกล่าวถึงอนาคต แต่อนุประโยค As ใช้รูปปัจจุบันธรรมดา advances ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันในอนุประโยคบอกเวลาแบบนี้: As technology advances, future humans will make...

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองตัวอักษรจากรูปแบบที่เน้นไว้เพื่อทำให้คำคาดการณ์สมบูรณ์: ____ battery technology improves, electric cars will travel farther.

ดูคำตอบ

As

วลี

it's almost a certainty that: การคาดการณ์ที่เกือบจะแน่นอน

โครงสร้าง it's almost a certainty that + อนุประโยค แสดงว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นมีโอกาสเป็นจริงสูงมาก คำนาม certainty ทำให้การคาดการณ์มีความมั่นใจสูง ส่วน almost ทำให้ระดับความมั่นใจยังต่ำกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้โครงสร้างนี้เมื่อหลักฐานทำให้ผลลัพธ์ดูเหมือนแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังต้องการเหลือความเป็นไปได้เล็กน้อยว่ามันอาจไม่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการคาดการณ์ที่มีโอกาสเป็นจริงสูงมาก แต่ยังไม่รับประกันอย่างสมบูรณ์

  1. It's almost a certainty that the team will reach the final.
  2. It's certain that the team will reach the final.
  3. Maybe the team will reach the final.
ดูคำตอบ

It's almost a certainty that the team will reach the final.

based on the world that we live in,

3:11

โดยอิงจากโลกที่เราอาศัยอยู่

to study these humans like we study mice. ลำดับความ

3:13

เพื่อศึกษามนุษย์เหล่านี้เหมือนที่เราศึกษาหนู

ลำดับความ

like we study mice: การนำเสนอคำเปรียบเทียบ

ในที่นี้ like นำอนุประโยค we study mice มาใช้เปรียบเทียบวิธีการ กล่าวคือ นักวิจัยในอนาคตจะศึกษามนุษย์จำลองด้วยวิธีคล้ายกับที่นักวิจัยในปัจจุบันศึกษาหนู การเปรียบเทียบสั้น ๆ นี้ทำให้แนวคิดที่เป็นนามธรรมกลายเป็นภาพที่คุ้นเคย เนื่องจากการเปรียบเทียบวางนักวิจัยไว้นอกกลุ่มที่ถูกสังเกต จึงยังสื่อถึงระยะห่าง การควบคุม และอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน ในที่นี้ like หมายถึง “ด้วยวิธีที่คล้ายกัน” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The app sorts your photos like a librarian sorts books.” อนุประโยคที่นำด้วย like ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าแอปชอบบรรณารักษ์
  2. เปรียบเทียบวิธีของแอปกับวิธีของบรรณารักษ์
  3. บอกว่าแอปจัดรูปภาพเมื่อใด
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบวิธีของแอปกับวิธีของบรรณารักษ์

Scientists already use simulations to understand nature and human behavior,

3:15

นักวิทยาศาสตร์ใช้แบบจำลองเพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติและพฤติกรรมมนุษย์อยู่แล้ว

but in the future it's possible

3:19

แต่ในอนาคตก็เป็นไปได้

that the human test subjects will be conscious and think they're real. การใช้คำ

3:20

ที่มนุษย์ผู้เป็นตัวทดลองจะมีจิตสำนึกและคิดว่าตนเองมีอยู่จริง

การใช้คำ

test subjects: คนหรือสัตว์ที่ถูกศึกษา

ในประโยคนี้ test subjects หมายถึงมนุษย์ที่ถูกใส่ไว้ในการจำลองตามจินตนาการและถูกสังเกตในฐานะส่วนหนึ่งของการทดลอง คำว่า test ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับการทดลอง ส่วน subjects หมายถึงคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่ถูกศึกษา ไม่ใช่วิชาเรียนหรือประธานทางไวยากรณ์ คำนามประสมนี้ใช้เรียกคน สัตว์ หรือบางครั้งก็สิ่งอื่นที่ถูกใช้ในการทดสอบได้ ใจความสำคัญคือบทบาทของสิ่งเหล่านั้น กล่าวคือเป็นฝ่ายรับการทดสอบหรือถูกสังเกต ไม่ใช่ฝ่ายทำงานวิจัย

แบบฝึกหัด

ใน “The test subjects completed the memory task.” คำว่า test subjects หมายถึงอะไร

  1. คนหรือสัตว์ที่กำลังถูกศึกษา
  2. นักวิจัยที่ดำเนินการศึกษา
  3. วิชาเรียนที่อยู่ในขอบเขตข้อสอบ
ดูคำตอบ

คนหรือสัตว์ที่กำลังถูกศึกษา

So, we can give this scenario a fairly high probability.

3:24

ดังนั้น เราจึงให้ความน่าจะเป็นค่อนข้างสูงแก่สถานการณ์นี้ได้

Again,

3:27

ย้ำอีกครั้งว่า

the exact number doesn't matter,

3:28

ตัวเลขที่แน่นอนไม่สำคัญ

just that we can agree it's very likely

3:29

ขอเพียงเราเห็นพ้องกันว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก

that advanced humans would create these kinds of simulations

3:32

ที่มนุษย์ผู้มีความก้าวหน้าจะสร้างโลกจำลองแบบนี้

compared to the probability of a God or gods randomly deciding to make humans

3:35

เมื่อเทียบกับโอกาสที่พระเจ้าหรือเทพเจ้าหลายองค์จะอยู่ ๆ ก็ตัดสินใจสร้างมนุษย์ขึ้นมา

when they don't need to or could make millions of other animals ไวยากรณ์

3:39

ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น หรือจะสร้างสัตว์อื่นอีกหลายล้านชนิด

ไวยากรณ์

don't need to ... could make: การละวลีกริยาที่ซ้ำกัน

ในประโยคนี้ don't need to หมายถึง don't need to make humans วลีกริยา make humans ถูกละไว้หลัง to เพราะเพิ่งกล่าวถึงและสามารถเข้าใจได้จากบริบท ดังนั้นโครงสร้างที่จบด้วย to จึงสมบูรณ์ ไม่ใช่ประโยคที่ขาดหาย ส่วนถัดไป could make millions of other animals กล่าวถึงอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้ เมื่อรวมกันแล้ว โครงสร้างนี้เปรียบเทียบการไม่มีความจำเป็นกับการมีทางเลือกอื่น กล่าวคือไม่จำเป็นต้องสร้างมนุษย์ และสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบโดยใช้รูปย่อของ do not ร่วมกับ need to แล้วใช้ could จากนั้นละการกระทำที่ซ้ำหลัง to: “Do we have to book a taxi?” “No, we ____; we ____ walk.”

ดูคำตอบ

don't need to · could

or other aspects of the universe.

3:42

หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ของจักรวาลก็ได้

After all, ลำดับความ

3:44

เพราะอย่างไรเสีย

humanity is obsessed with humans. วลี

3:45

มนุษยชาติก็หมกมุ่นอยู่กับมนุษย์

ลำดับความ

“After all,” ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุน

After all ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่เพิ่งพูดหรือสื่อเป็นนัย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่าความสนใจที่มนุษยชาติมีต่อมนุษย์เองเป็นเหตุผลที่เป็นธรรมชาติให้เชื่อว่ามนุษย์จะสร้างแบบจำลองมนุษย์ขึ้นมา วลีนี้มักนำเสนอเหตุผลในฐานะสิ่งที่ผู้ฟังยอมรับได้ง่าย ในการใช้แบบนี้ after all หมายถึง “เมื่อพิจารณาเหตุผลนี้” หรือ “เพราะอย่างไรเสีย” ไม่ได้หมายถึง “หลังจากทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุนซึ่งยอมรับได้ง่ายลงในประโยค: We can trust Maya with the keys. ____, she has managed the building for ten years.

ดูคำตอบ

After all

วลี

“obsessed with” สื่อถึงการหมกมุ่นมากเกินไป

Be obsessed with someone or something หมายถึงการคิดถึงหรือจดจ่อกับคนหรือสิ่งนั้นอย่างเข้มข้นจนความสนใจดูมากเกินไปหรือหยุดได้ยาก โครงสร้างคือ be + obsessed + with + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกล่าวเกินจริงอย่างขบขันเกี่ยวกับความสนใจที่มนุษยชาติมีต่อตัวเองอยู่เสมอ วลีนี้มีระดับแรงกว่า very interested in และไม่จำเป็นต้องหมายถึงภาวะทางการแพทย์ที่ได้รับการวินิจฉัย

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุด เมื่อผู้พูดต้องการบอกว่าความสนใจของ Noor มากเกินไป ไม่ใช่แค่กระตือรือร้น? Noor checks every update about the mission and talks about it all day. She is ___ the mission.

  1. obsessed with
  2. addicted to
  3. very interested in
ดูคำตอบ

obsessed with

So, as you can see, ลำดับความ

3:47

ดังที่คุณเห็น

ลำดับความ

as you can see ในฐานะสัญญาณของข้อสรุป

as you can see เป็นวลีที่ส่งสัญญาณว่ากำลังจะสรุป ในที่นี้ see หมายถึง “เข้าใจจากสิ่งที่เพิ่งแสดงหรือให้เหตุผลไว้” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองด้วยตา วลีนี้ชวนให้ผู้ฟังใช้การเปรียบเทียบก่อนหน้าเป็นฐานของสิ่งที่จะกล่าวต่อไป วลีนี้ยังชี้นำให้ผู้ฟังมองว่าข้อสรุปนั้นเห็นได้ชัดหรือได้รับการพิสูจน์แล้ว จึงช่วยจัดความสัมพันธ์จากหลักฐานไปสู่ข้อสรุป และอาจผลักดันให้ผู้ฟังยอมรับข้ออนุมานนั้นอย่างแนบเนียน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ as you can see ขอให้ผู้ฟังทำอะไร?

  1. ใช้การเปรียบเทียบก่อนหน้าเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุป
  2. รอหลักฐานที่จะนำเสนอในภายหลัง
  3. มองวัตถุที่มองเห็นได้เป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ

ใช้การเปรียบเทียบก่อนหน้าเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุป

while math can in fact show that the existence of life is evidence that God exists ลำดับความ

3:49

แม้คณิตศาสตร์จะแสดงให้เห็นได้จริงว่าการมีอยู่ของชีวิตเป็นหลักฐานว่าพระเจ้ามีอยู่จริง

compared to no God,

3:53

เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีพระเจ้า

the same math shows more compelling evidence

3:54

แต่คณิตศาสตร์แบบเดียวกันกลับแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อยิ่งกว่า

that we're a simulation by much smarter people.

3:57

ว่าเราเป็นแบบจำลองที่สร้างโดยผู้คนซึ่งฉลาดกว่าเรามาก

ลำดับความ

while ... the same math ในฐานะจุดพลิกแบบยอมรับก่อน

อนุประโยคเปิดที่ใช้ while ยอมรับผลลัพธ์ที่มีขอบเขตจำกัดก่อน กล่าวคือ ในการเปรียบเทียบแบบแคบระหว่างกรณีที่มีพระเจ้ากับไม่มีพระเจ้า คณิตศาสตร์สามารถถือว่าการมีอยู่ของชีวิตเป็นหลักฐานสนับสนุนการมีอยู่ของพระเจ้าได้ ในที่นี้ while หมายถึง although หรือ “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในขณะที่” ซึ่งบอกเวลา จากนั้นประโยคหลักใช้ the same math ย้อนกลับไปยังฐานเดียวกัน และให้ผลลัพธ์ที่มีน้ำหนักมากกว่ากับวิธีนั้น นั่นคือหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานเรื่องโลกจำลองน่าเชื่อถือกว่า โครงสร้างนี้จึงยอมรับข้อสรุปเฉพาะส่วน แต่ทำให้ข้อสรุปโดยรวมอีกแบบเป็นประเด็นหลัก การกล่าวซ้ำว่า the same math สร้างจุดพลิก ไม่ได้แนะนำฐานใหม่

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดสรุปการให้เหตุผลที่จัดด้วย 'while ... the same math' ได้ดีที่สุด?

  1. ปฏิเสธว่าผลลัพธ์แรกผิดทางคณิตศาสตร์ก่อนเปลี่ยนหัวข้อ
  2. อธิบายการคำนวณสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันและมีน้ำหนักเท่ากัน
  3. ยอมรับผลลัพธ์ที่มีขอบเขตจำกัด แล้วใช้ฐานเดียวกันสนับสนุนข้อสรุปคู่แข่งที่มีน้ำหนักมากกว่า
ดูคำตอบ

ยอมรับผลลัพธ์ที่มีขอบเขตจำกัด แล้วใช้ฐานเดียวกันสนับสนุนข้อสรุปคู่แข่งที่มีน้ำหนักมากกว่า

Special thanks to Audible for supporting this episode

4:00

ขอขอบคุณ Audible เป็นพิเศษที่สนับสนุนตอนนี้

to give you a free 30-day trial at audible.com/asap.

4:02

และมอบช่วงทดลองใช้ฟรี 30 วันให้คุณที่ audible.com/asap

This week,

4:06

สัปดาห์นี้

we wanted to recommend the book How Not to Be Wrong, น้ำเสียง/เจตนา

4:07

เราอยากแนะนำหนังสือ How Not to Be Wrong:

น้ำเสียง/เจตนา

We wanted to recommend: ทำให้คำแนะนำในปัจจุบันฟังนุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ we wanted to recommend ใช้เกริ่นคำแนะนำที่ผู้พูดกำลังเสนออยู่ในขณะนี้ แม้ wanted จะเป็นรูปอดีต แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่อยากแนะนำหนังสือเล่มนี้แล้ว ภาษาอังกฤษมักใช้ wanted to นำหน้าคำขอ ข้อเสนอแนะ หรือจุดประสงค์ในปัจจุบัน เพื่อเว้นระยะอย่างสุภาพ ทำให้ฟังนุ่มนวลและไม่ยัดเยียดเท่า we want to recommend

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดว่า “I wanted to recommend a quieter place for lunch.” ในบริบทนี้ wanted สามารถใช้เกริ่นคำแนะนำที่กำลังเสนออยู่ในปัจจุบันอย่างสุภาพได้

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

The Power of Mathematical Thinking by Jordan Ellenberg,

4:09

The Power of Mathematical Thinking โดย Jordan Ellenberg

which was the main source for this episode

4:12

ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักของตอนนี้

and an incredible read on the hidden beauty and logic of our world การใช้คำ

4:14

และเป็นหนังสือชั้นเยี่ยมที่ว่าด้วยความงามและตรรกะซึ่งซ่อนอยู่ในโลกของเรา

through the lens of math, สำนวน

4:18

ผ่านมุมมองของคณิตศาสตร์

การใช้คำ

An incredible read: read ที่เป็นคำนามนับได้

read ในที่นี้เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ หมายถึงหนังสือ ข้อความ หรือประสบการณ์ในการอ่านสิ่งนั้น an incredible read เป็นการชมผลงานว่าอ่านสนุก น่าประทับใจ หรือคุ้มค่าที่จะอ่านเป็นพิเศษ คำนำหน้านาม an และคำคุณศัพท์ incredible แสดงว่า read ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ read เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงประสบการณ์การอ่าน

  1. Please read the first page.
  2. The article is a fascinating read.
  3. I read the article yesterday.
ดูคำตอบ

The article is a fascinating read.

สำนวน

through the lens of math: ตีความจากมุมมองทางคณิตศาสตร์

ในที่นี้ through the lens of math หมายถึง “โดยใช้คณิตศาสตร์เป็นมุมมองหรือกรอบในการทำความเข้าใจสิ่งหนึ่ง” คำว่า lens เป็นอุปมา กล่าวคือ คณิตศาสตร์เป็นตัวกำหนดว่าหนังสือจะเน้นรูปแบบ ความสัมพันธ์ และคำอธิบายใด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ through the lens of + คำนามหรือวลีคำนาม เช่น through the lens of history โครงสร้างนี้บอกผู้อ่านว่าใช้มุมมองใดในการตีความหัวข้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “จากมุมมองทางคณิตศาสตร์”: The documentary explains the patterns in nature ____.

ดูคำตอบ

through the lens of math

but in a way that's accessible to everyone.

4:19

แต่ถ่ายทอดในแบบที่ทุกคนเข้าใจได้

You can get a free 30-day trial at audible.com/asap

4:21

คุณสามารถรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 30 วันได้ที่ audible.com/asap

and choose from a massive selection.

4:25

และเลือกจากคลังเนื้อหาขนาดใหญ่

We love them as they're great when you're on the go. สำนวน

4:26

เราชอบบริการนี้มาก เพราะเหมาะอย่างยิ่งเวลาคุณเดินทาง

สำนวน

on the go: กำลังเดินทางหรือยุ่งอยู่ตลอด

On the go เป็นสำนวนที่หมายถึงการอยู่นอกบ้านและเดินทางไปมาระหว่างสถานที่ต่าง ๆ หรือโดยทั่วไปคือกำลังยุ่งและทำกิจกรรมอยู่ตลอด ในที่นี้หมายถึงช่วงที่ผู้ฟังกำลังเดินทางหรือเคลื่อนที่ไปมา หนังสือเสียงจึงสะดวกเพราะไม่ต้องมองอ่านหน้าหนังสือ สำนวนนี้บอกสภาพของบุคคล ไม่ได้ระบุวิธีเดินทางชนิดใดชนิดหนึ่ง คุณสามารถพูดว่า on the go ได้ขณะเดินเท้า เดินทางไปทำงาน ทำธุระ หรือใช้ชีวิตในวันที่ยุ่งมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on the go ในความหมายเชิงสำนวนว่าเดินทางไปมาหรือกำลังยุ่ง?

  1. I put my headphones on the desk.
  2. I often listen to podcasts when I'm on the go.
  3. My podcast app is ready to go.
ดูคำตอบ

I often listen to podcasts when I'm on the go.

and subscribe for more weekly science videos.

4:29

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์รายสัปดาห์เพิ่มเติม