ความเมตตาต่อตนเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวมวิดีโอ: บทพูดนี้แสดงว่าความเมตตาต่อตนเองหยุดการตำหนิตัวเองได้ด้วยการมองความล้มเหลวใหม่ผ่านความยาก โชค คุณค่านอกเหนือจากความสำเร็จ ความเมตตา การลดความคาดหวัง และการพักผ่อน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "so good are we at this that" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตการกลับลำดับคำแบบเป็นทางการหลังนำ so กับคำคุณศัพท์ขึ้นหน้า และเข้าใจเหตุไปสู่ผลโดยไม่คิดว่าเป็นคำถาม 2. "To this end," — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เชื่อมเป้าหมายที่กล่าวไว้กับวิธีการที่จะนำเสนอต่อไปอย่างกระชับ 3. "Take each new hour as it comes" — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจคำแนะนำให้รับมือวิกฤตทีละหนึ่งชั่วโมงที่จัดการได้ แทนการคาดเดาอนาคตทั้งหมด
คำอธิบายในบทเรียนนี้
To survive in this high-pressured crazy world,
0:10เพื่อความอยู่รอดในโลกที่บ้าคลั่งและเต็มไปด้วยความกดดันสูงนี้
most of us have to become highly adept at self-criticism.
0:13พวกเราส่วนใหญ่จึงต้องกลายเป็นคนที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองเก่งมาก
Tell ourselves off for our failures: ต่อว่าตัวเองเพราะความล้มเหลว
tell someone off หมายถึงพูดตำหนิใครอย่างโกรธเพราะคนนั้นทำสิ่งที่ผิด ในที่นี้ ourselves ทำให้การกระทำย้อนกลับมาที่ตัวเอง คือเราเป็นทั้งผู้ตำหนิและผู้ถูกตำหนิ โครงสร้างคือ tell + คน + off + for + เหตุผล คำสรรพนามต้องอยู่ระหว่าง tell กับ off และหลัง for ใช้ได้ทั้งนามวลีหรือรูป -ing เช่น tell myself off for the mistake และ tell myself off for forgetting
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ tell ... off for และกรรม Mia: The coach ____ missing practice.
ดูคำตอบ
told Mia off for
So good are we at this that: การกลับคำเมื่อย้าย so ... that มาข้างหน้า
กลุ่ม so + คำคุณศัพท์ที่ต้นประโยคถูกย้ายมาข้างหน้าเพื่อเน้นความหมาย เมื่อ good ถูกนำหน้า กริยา are จึงอยู่ก่อนประธาน we: So good are we ... แม้จะเรียงแบบ are we แต่นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม That ใช้นำผลที่เกิดจากระดับที่สูงมากนี้ ลำดับคำแบบปกติคือ We are so good at this that ... โดย this หมายถึงนิสัยวิจารณ์ตัวเองที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
เขียนใหม่โดยใช้โครงสร้าง so ... that แบบทางการที่นำมาข้างหน้า: The storm was so severe that all flights were canceled. → ____ that all flights were canceled.
ดูคำตอบ
So severe was the storm
fall prey to: ได้รับอันตรายหรือถูกควบคุม
Fall prey to หมายถึง “ได้รับอันตราย ถูกควบคุม หรือถูกหลอกโดย” สิ่งที่อันตรายหรือก่อผลเสีย ภาพเปรียบคือสัตว์กลายเป็นเหยื่อของสัตว์อีกตัว แต่โดยทั่วไปวลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ การวิจารณ์ตนเองมากเกินไปถูกมองเป็นพลังที่ก่อผลเสีย โครงสร้างคือ fall prey to + คำนามหรือรูป -ing โดย to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนของ infinitive
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ได้รับอันตรายหรือถูกควบคุมโดย”: Even confident performers can ____ fear before an important event.
ดูคำตอบ
fall prey to
which just ushers in depression and underperformance. กริยาวลี
0:34ที่นำมาซึ่งภาวะซึมเศร้าและผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
self-flagellation: การวิจารณ์ตนเองอย่างสุดโต่งและเป็นการลงโทษ
Self-flagellation ตามความหมายตรงตัวหมายถึงการเฆี่ยนตีตนเอง แต่ในประโยคนี้เป็นภาพเปรียบที่รุนแรง หมายถึงการตำหนิตนเองซ้ำ ๆ และลงโทษตนเองทางจิตใจ ผู้พูดใช้คำที่เป็นทางการและมีน้ำหนักมากนี้เพื่อตั้งชื่อให้การวิจารณ์ตนเองที่กลายเป็นอันตราย ไม่ใช่การทบทวนอย่างสงบหรือการแก้ไขที่เป็นประโยชน์
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า self-flagellation ในความหมายเชิงเปรียบเทียบมากที่สุด?
- คนคนหนึ่งเรียกตัวเองว่าล้มเหลวซ้ำ ๆ และลงโทษตนเองทางใจเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยเพียงครั้งเดียว
- คนคนหนึ่งแจกแจงอย่างสงบว่าส่วนใดทำได้ดีและส่วนใดต้องปรับปรุง
- คนคนหนึ่งฉลองที่ทำงานยากชิ้นหนึ่งเสร็จ
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งเรียกตัวเองว่าล้มเหลวซ้ำ ๆ และลงโทษตนเองทางใจเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยเพียงครั้งเดียว
ushers in: นำไปสู่การเริ่มต้นของช่วงเวลาใหม่
ในประโยคนี้ ushers in หมายถึง “ทำให้สิ่งหนึ่งเริ่มต้นขึ้น” หรือ “นำไปสู่จุดเริ่มต้นของสิ่งหนึ่ง” ภาวะทางจิตใจที่อันตรายนี้นำไปสู่สภาวะใหม่ที่แย่กว่าเดิม คือภาวะซึมเศร้าและประสิทธิภาพที่ลดลง กริยาวลี usher in มักนำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลา แนวโน้ม หรือสภาวะหนึ่ง ประธานมักเป็นเหตุการณ์หรือพัฒนาการที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ช่วยให้ช่วงเวลาใหม่เริ่มต้นขึ้น”: The discovery could ____ a new era of medicine.
ดูคำตอบ
usher in
We might simply lose the will to get out of bed. วลี
0:38เราอาจถึงขั้นสูญเสียความตั้งใจที่จะลุกจากเตียงด้วยซ้ำ
lose the will to: สูญเสียแรงใจที่จะลงมือทำ
Lose the will to do something หมายถึงไม่มีความมุ่งมั่นภายในหรือพลังใจที่จะทำสิ่งนั้นอีกต่อไป ในที่นี้แรงจูงใจลดลงมากจนแม้แต่การลุกจากเตียงก็ดูเป็นไปไม่ได้ will ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงความตั้งใจหรือความปรารถนา และตามด้วย to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น lose the will to continue, speak หรือ try
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่มีความมุ่งมั่นภายในที่จะลงมือทำอีกต่อไป”: After months of painful rehabilitation, Leo began to ____ continue.
ดูคำตอบ
lose the will to
carve out time: จงใจจัดสรรพื้นที่ในตารางเวลา
carve out time หมายถึงจงใจจัดสรรช่วงเวลาหนึ่งจากตารางที่ยุ่งอยู่แล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดชวนให้เราสร้างพื้นที่สำหรับ self-compassion หรือความเมตตาต่อตนเอง แทนที่จะรอจนมีเวลาว่างเอง กริยาวลีนี้นำเสนอเวลาราวกับเป็นสิ่งที่แบ่งออกมาจากภาระอื่น โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ carve out time for + คำนาม และ carve out time to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: My schedule is packed, but I will ____ to help my brother with his project.
ดูคำตอบ
carve out time
We're suspicious because that sounds horribly close to self-pity. วลี
0:51เราสงสัยเพราะมันฟังดูใกล้เคียงกับความสมเพชตัวเองอย่างน่ากลัว
sounds horribly close to self-pity: แสดงความคล้ายที่ชวนกังวล
sounds close to หมายถึงบางสิ่งดูคล้ายกันจากความรู้สึกที่แนวคิดนั้นสร้างขึ้น ในที่นี้ that หมายถึง self-compassion หรือความเมตตาต่อตนเอง และประโยคบอกว่าผู้คนกังวลว่าสิ่งนี้จะคล้ายกับ self-pity หรือการสงสารตัวเอง โดย close หมายถึงความคล้ายทางแนวคิด ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ horribly เป็นคำวิเศษณ์ที่แสดงท่าทีของผู้พูด โดยเน้น close และแสดงว่าความคล้ายที่อาจมีนั้นชวนกังวลหรือยอมรับได้ยาก ไม่ได้บรรยายว่าเสียงฟังไม่ดี
แบบฝึกหัด
sounds horribly close to self-pity หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้?
- สิ่งนั้นอยู่ใกล้การสงสารตัวเองในทางกายภาพ
- สิ่งนั้นดูคล้ายกับการสงสารตัวเองอย่างน่ากังวล
- สิ่งนั้นส่งเสียงไม่น่าฟังอยู่ข้างการสงสารตัวเอง
ดูคำตอบ
สิ่งนั้นดูคล้ายกับการสงสารตัวเองอย่างน่ากังวล
we need to appreciate the role of self-care
0:59เราจึงจำเป็นต้องชื่นชมบทบาทของการดูแลเอาใจใส่ตัวเอง
To this end: เชื่อมเป้าหมายกับวิธีการ
To this end หมายถึง “เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เพิ่งกล่าวถึง” ในที่นี้ end หมายถึง “เป้าหมาย” หรือ “จุดประสงค์” ไม่ได้หมายถึง “จุดจบ” สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยย้อนกลับไปหาเป้าหมายที่กล่าวไว้ แล้วจึงนำเสนอการกระทำหรือวิธีที่จะใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น รูปแบบทั่วไปคือ เป้าหมาย ตามด้วย To this end, และวิธีการ
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าประโยคที่สองเป็นวิธีสำหรับบรรลุเป้าหมายที่ระบุไว้? We want to reduce food waste. ___, the cafeteria will serve smaller portions first.
- As a result
- To this end
- On the other hand
ดูคำตอบ
To this end
a structured meditation lasting 15 minutes or so, วลี
1:11การทำสมาธิอย่างมีแบบแผนซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที
or so หลังจำนวน: การบอกค่าประมาณ
เมื่อวาง or so หลังจำนวน จะหมายถึง “ประมาณ” หรือ “ราว ๆ” ใน a structured meditation lasting 15 minutes or so ระยะเวลา 15 นาทีเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ขีดจำกัดที่แน่นอน รูปแบบที่พบบ่อยคือ ตัวเลข + หน่วย + or so เช่น ten minutes or so และ twenty people or so สำนวนนี้ทำให้ตัวเลขไม่ฟังดูตายตัวและทำให้การประมาณฟังเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เขียน “about 20 minutes” ใหม่โดยใช้สำนวนที่วางหลังจำนวนจากบทเรียนนี้: The walk takes 20 minutes ____.
ดูคำตอบ
or so
turn over: ไตร่ตรองบางสิ่งอย่างรอบคอบ
ในที่นี้ turn over หมายถึงตรวจสอบบางสิ่งซ้ำ ๆ อย่างรอบคอบในใจ กรรมของวลีนี้คือ a sequence of thoughts จึงแสดงว่าการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในความคิด ไม่ใช่การพลิกสิ่งของจริง ๆ ความหมายนี้มักสื่อถึงการให้เวลากับความคิดหนึ่งและมองจากหลายด้านก่อนตัดสิน สามารถใช้กับแนวคิด คำถาม ตัวเลือก และความทรงจำได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn over ในความหมายทางความคิดเหมือนกับตัวอย่าง
- Leo turned the pancake over in the pan.
- Before answering, Maya turned the proposal over in her mind.
- The guard turned the visitor over to the police.
ดูคำตอบ
Before answering, Maya turned the proposal over in her mind.
adopt an entirely kindly perspective on your setbacks. วลี
1:24จงใช้มุมมองที่ใจดีอย่างเต็มที่ต่อความพ่ายแพ้ของคุณ
adopt a kindly perspective on your setbacks: มองอุปสรรคของตนด้วยความเมตตา
ในโครงสร้าง adopt a ... perspective on something คำว่า adopt หมายถึงตั้งใจเลือกและเริ่มใช้วิธีมองหรือตัดสินบางสิ่ง Perspective คือมุมมอง ส่วน on ใช้นำเข้าหัวข้อที่กำลังถูกมอง ในที่นี้ entirely kindly หมายถึงมุมมองที่เปี่ยมด้วยความเห็นใจและไม่ลงโทษตัวเองต่อ setbacks ซึ่งคือความยากลำบากหรือการถอยหลังที่ทำให้ความก้าวหน้าช้าลง คำแนะนำนี้ให้เปลี่ยนวิธีตีความความล้มเหลวชั่วคราว ไม่ใช่ให้เพิกเฉยต่อปัญหา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ adopt และคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง perspective: During the review, we decided to ____ a more patient perspective ____ the team's mistakes.
ดูคำตอบ
adopt · on
goes like this: เกริ่นการสาธิตที่จะตามมา
ในประโยคนี้ goes like this หมายถึง “มีรูปแบบหรือเนื้อหาดังต่อไปนี้” คำกริยา go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณในบทพูด โดยบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาจริงของแบบฝึกหัด ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือขั้นตอน กำลังจะตามมา โครงสร้างที่พบบ่อยคือ ประธาน + goes like this แล้วตามด้วยเครื่องหมายทวิภาค คำพูดอ้างอิง ตัวอย่าง หรือลำดับขั้นตอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายขั้นตอนของเกม
- The board looks like this: it is round and blue.
- The game goes like this: each player draws one card.
- The alarm sounds like this: two short beeps.
ดูคำตอบ
The game goes like this: each player draws one card.
in love with success: ความยึดติดเชิงเปรียบเทียบต่อแนวคิด
be in love with โดยทั่วไปใช้บรรยายความรักแบบโรแมนติกที่มีต่อคน เมื่อกรรมเป็นแนวคิดหรือสิ่งของ เช่น in love with success วลีนี้จะใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงถูกดึงดูดอย่างมากหรือยึดติดกับแนวคิดนั้นอย่างลึกซึ้ง คำว่า so เพิ่มระดับความรู้สึก ในที่นี้วลีไม่ได้เป็นเพียงการชื่นชมความสำเร็จ แต่สื่อว่าผู้คนให้คุณค่ากับความสำเร็จมากเกินไป จึงมีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: “Leo is in love with the idea of living by the sea.” in love with หมายถึงอะไร
- Leo ต้องการทำให้ทะเลประสบความสำเร็จ
- Leo กำลังคบหาเชิงโรแมนติกกับแนวคิดหนึ่ง
- Leo รู้สึกถูกดึงดูดอย่างมากต่อแนวคิดนั้น
ดูคำตอบ
Leo รู้สึกถูกดึงดูดอย่างมากต่อแนวคิดนั้น
of the challenges we routinely set ourselves. วลี
1:40ของความท้าทายที่เรามักตั้งไว้ให้ตัวเองเป็นประจำ
ความท้าทายที่เราตั้งให้ตัวเองเป็นประจำ
ใน set ourselves a challenge คำว่า set หมายถึง “เลือกหรือสร้าง” งานหรือเป้าหมาย ourselves เป็นกรรมรอง คือผู้ที่ได้รับความท้าทาย ส่วน a challenge เป็นกรรมตรง ในที่นี้ นามวลี the challenges อยู่หน้าประโยคย่อยสัมพัทธ์ที่ขยายนามวลีนั้น: the challenges (that) we routinely set ourselves ตำแหน่งกรรมตรงหลัง set ourselves เว้นไว้เพราะอ้างกลับไปที่ the challenges อย่าอ่าน set ourselves แยกเป็นวลีสมบูรณ์ที่หมายถึง “จัดวางตัวเราเอง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างกรรมสองตัวแบบเดียวกับ set oneself a challenge: We reached the goals we ____ before the season began.
ดูคำตอบ
set ourselves
ไม่มีอะไรปกติแม้แต่น้อยเกี่ยวกับ...
โครงสร้าง There is nothing + adjective + about + topic หมายความว่า ไม่มีส่วนหรือลักษณะใดของหัวข้อนั้นที่อธิบายได้ด้วยคำคุณศัพท์ดังกล่าว ในประโยคนี้เป็นการตัดสินอย่างหนักแน่นว่าสิ่งที่เราพยายามทำให้สำเร็จนั้นไม่ปกติเลย ในสำนวนปฏิเสธอย่าง nothing คำว่า remotely หมายถึง “เลย” หรือ “แม้แต่น้อย” และช่วยเน้นการปฏิเสธ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จากสถานที่ห่างไกล”
แบบฝึกหัด
ประโยค “There is nothing remotely normal about this situation” หมายความว่าอย่างไร?
- สถานการณ์นี้ดูปกติเฉพาะเมื่อมองจากระยะไกล
- สถานการณ์นี้ไม่ปกติเลย
- สถานการณ์นี้ผิดปกติเล็กน้อย แต่โดยรวมยังปกติ
ดูคำตอบ
สถานการณ์นี้ไม่ปกติเลย
given the mountain we were trying to climb: คำนึงถึง “ภูเขา” แห่งเป้าหมายที่ยาก
given ในที่นี้หมายถึง “เมื่อพิจารณาถึง” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” ใช้เกริ่นข้อมูลเบื้องหลังที่ยากลำบากซึ่งควรมีผลต่อการตัดสินความล้มเหลว the mountain we were trying to climb เป็นคำเปรียบเทียบถึงเป้าหมายที่ยากเป็นพิเศษ ไม่ใช่ภูเขาจริง ๆ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึง “เมื่อพิจารณาว่าเป้าหมายของเรายากเพียงใด”
แบบฝึกหัด
given the mountain we were trying to climb ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- เราพยายามปีนภูเขาจริง ๆ และความล้มเหลวพิสูจน์ว่าเราโง่
- เมื่อพิจารณาว่าเป้าหมายของเรายากเพียงใด ความล้มเหลวไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเราโง่
- มีคนมอบภูเขาให้เราก่อนที่เราจะล้มเหลว
ดูคำตอบ
เมื่อพิจารณาว่าเป้าหมายของเรายากเพียงใด ความล้มเหลวไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเราโง่
doesn't have to be that: ข้อสรุปไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น
doesn't have to be that ใช้นำเสนอข้อสรุปที่อาจเป็นไปได้ แต่ไม่จำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้พูดกำลังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าความล้มเหลวบังคับให้ตีความได้เพียงแบบเดียว ไม่ได้หมายความว่าข้อสรุปนั้นผิดอย่างแน่นอน แต่ยังเปิดทางให้คำอธิบายอื่น เช่น เป้าหมายนั้นอาจยากมากอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดตรงกับความหมายของประโยคนี้มากที่สุด: The conclusion doesn't have to be that the plan was foolish?
- ห้ามสรุปอะไรเกี่ยวกับแผนนั้น
- แผนนั้นไม่ได้โง่อย่างแน่นอน
- แผนนั้นอาจไม่ฉลาด แต่ก็ไม่ใช่ข้อสรุปเดียวที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ
แผนนั้นอาจไม่ฉลาด แต่ก็ไม่ใช่ข้อสรุปเดียวที่เป็นไปได้
“at the hands of others”:ความเสียหายที่ผู้อื่นเป็นผู้ก่อ
at the hands of others หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีผู้อื่นเป็นผู้ก่อหรือกระทำ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายหรือไม่ยุติธรรม สำนวนนี้ชี้ว่าคนเหล่านั้นต้องรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึง “มือ” จริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวนำเสนอว่าผู้อื่นเป็นต้นเหตุของความเสียหายในอดีต ซึ่งอาจช่วยอธิบายปัญหาในปัจจุบันได้ จึงมีมุมมองของผู้ที่ได้รับความทุกข์และมีนัยตำหนิผู้ก่อเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายความว่าเจ้าหน้าที่ทุจริตเป็นผู้ก่อการทารุณ: The villagers suffered years of abuse ____ corrupt officials.
ดูคำตอบ
at the hands of
“none of us are”:การละส่วนเติมเต็มใน “none of us are sane or well”
ใน none of us are มีการละส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ entirely sane or well ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้านี้หลังคำว่า are ผู้ฟังจะเติมความหมายส่วนนั้นจากอนุประโยคแรก ดังนั้นอนุประโยคสุดท้ายจึงหมายถึง “พวกเราไม่มีใครมีสติสมบูรณ์หรือสบายดีอย่างเต็มที่” ไม่ได้หมายถึง “พวกเราไม่มีใครมีตัวตนอยู่” รูปแบบนี้ช่วยเลี่ยงการกล่าวซ้ำ โดยคงประธานและรูป be ที่จำเป็นไว้ แล้วละส่วนเติมเต็มที่เข้าใจได้อยู่แล้ว ในที่นี้ but เปลี่ยนการยอมรับเกี่ยวกับตัวผู้พูดให้เป็นข้อสังเกตที่กว้างขึ้น กล่าวคือผู้พูดไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างสมบูรณ์ แต่ทุกคนต่างก็มีความไม่สมบูรณ์เช่นนี้
แบบฝึกหัด
อนุประโยคสุดท้ายในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? We're not entirely sane or well, but none of us are.
- หมายความว่าพวกเราไม่มีใครมีสติสมบูรณ์หรือสบายดีอย่างเต็มที่
- หมายความว่าพวกเราไม่มีใครอยู่ที่นั่น
- หมายความว่าพวกเราไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ
หมายความว่าพวกเราไม่มีใครมีสติสมบูรณ์หรือสบายดีอย่างเต็มที่
well set up to: มีเงื่อนไขพร้อมสำหรับการลงมือทำ
Be well set up to do something หมายถึงมีทรัพยากร การจัดระบบ ทักษะ หรือสภาพแวดล้อมที่ทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้หรือมีแนวโน้มจะสำเร็จด้วยดี คำว่า well เน้นระดับของ set up ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าผู้พูดมีเงื่อนไขเหล่านั้นไม่เพียงพอสำหรับงานบางอย่าง ในที่นี้ set up บอกสภาพของความพร้อม ไม่ได้หมายถึงการติดตั้งอุปกรณ์หรือการวางกับดักใคร รูปแบบคือ be + (well/not well) set up + to + คำกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าทีมมีทรัพยากรและการจัดระบบที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
- The team is used to responding quickly.
- The team is well set up to respond quickly.
- The team is about to respond quickly.
ดูคำตอบ
The team is well set up to respond quickly.
carry out: ดำเนินงานหรือทำงานให้เกิดขึ้นจริง
Carry out หมายถึงทำหรือดำเนินงาน แผน คำสั่ง การทดสอบ หรืองานที่มีการจัดระบบอย่างอื่นให้เกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ carry out certain tasks หมายถึงทำงานบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงถือสิ่งของออกไปข้างนอกจริง ๆ เมื่อ carry out มีกรรม สามารถแยกคำได้ จึงพูดว่า carry the task out ได้ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง เช่น carry it out ไม่ใช่ carry out it
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ carry out หมายถึงดำเนินการกระทำที่มีการจัดระบบ
- The technicians will carry on after a short break.
- The unused budget will carry over into next year.
- The technicians will carry out the safety inspection tomorrow.
ดูคำตอบ
The technicians will carry out the safety inspection tomorrow.
In the here and now: ปัจจุบันในรูปวลีนาม
The here and now เป็นวลีนามเชิงสำนวนที่หมายถึงช่วงเวลาปัจจุบันหรือความเป็นจริงในตอนนี้ here และ now ทำงานร่วมกันเป็นแนวคิดเดียว ไม่ได้แยกกันระบุสถานที่หนึ่งแห่งกับช่วงเวลาหนึ่ง ในประโยคนี้ in the here and now เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับอิทธิพลจากอดีต คำว่า the ทำเครื่องหมายให้ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นวลีนาม จึงตามหลังคำอย่าง in, focus on หรือ live in ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่หมายถึง “ในช่วงเวลาปัจจุบัน” Stop worrying about tomorrow and notice what is happening ____.
ดูคำตอบ
in the here and now
You'd think ... was ...: ความรู้สึกที่อาจไม่ตรงกับความจริง
You'd think เป็นรูปย่อของ you would think โครงสร้าง you'd think + อนุประโยค หมายความว่าข้อมูลที่มีทำให้ข้อสรุปหนึ่งดูสมเหตุสมผล ในที่นี้สื่อสร้างความรู้สึกว่าทุกคนร่ำรวย มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จ โดยทั่วไปผู้พูดจะเว้นระยะจากข้อสรุปนั้นและบอกเป็นนัยว่าความจริงแตกต่างออกไป was ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงอดีต แต่ใช้เสนอภาพสถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นจริงหลัง you'd think
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ You'd think everyone was rich สื่อความหมายอย่างไร
- สื่อสร้างความรู้สึกเช่นนั้น แต่ความจริงอาจไม่ใช่แบบนั้น
- ผู้พูดกำลังถามความคิดเห็นของผู้ฟัง
- ทุกคนร่ำรวยอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
สื่อสร้างความรู้สึกเช่นนั้น แต่ความจริงอาจไม่ใช่แบบนั้น
but in reality, ในฐานะคำเชื่อมเพื่อแก้ความเข้าใจเดิม
but in reality บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังปฏิเสธหรือแก้ไขภาพความเข้าใจที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ วลีนี้พาเหตุผลออกจากภาพที่ว่าทุกคนร่ำรวย มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จ แล้วนำเข้าสู่สิ่งที่ผู้พูดเสนอว่าเป็นสภาพจริง ทั้งสองส่วนมีหน้าที่ต่างกัน: but แสดงความขัดแย้ง ส่วน in reality นำเข้าสู่การแก้ไข เมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยจัดลำดับเหตุผลและบอกว่าข้อความต่อไปเป็นข้อโต้แย้งต่อภาพความเข้าใจก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนให้ตรงตามต้นฉบับเพื่อแก้ความเข้าใจแรก: The advertisement makes the job look effortless, ____, it takes years of training.
ดูคำตอบ
but in reality
ใช้ by a huge margin เพื่อบอกความแตกต่างที่มาก
by a huge margin หมายความว่าสองฝ่าย ผลลัพธ์ หรือปริมาณมีความแตกต่างกันมาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าความล้มเหลวที่เงียบงันพบได้บ่อยกว่าภาพความสำเร็จที่สาธารณชนเห็นอย่างมาก รูปแบบคือ by + a + คำบอกขนาด + margin เช่น by a narrow margin, by a wide margin และ by a huge margin ในที่นี้ margin หมายถึงขนาดของความแตกต่าง ไม่ใช่ขอบหน้ากระดาษ
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนให้ตรงตามต้นฉบับ ซึ่งหมายถึงความแตกต่างที่มาก: The score was 92 to 41. The blue team won ____.
ดูคำตอบ
by a huge margin
tear ourselves apart: ตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง
ในประโยคนี้ tear ourselves apart เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการทรมานใจตัวเองด้วยการตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายร่างกาย โครงสร้างคือ tear + สรรพนามสะท้อนกลับ + apart โดยสรรพนามเปลี่ยนตามประธาน เช่น I tear myself apart, she tears herself apart และ we tear ourselves apart ส่วน for ในที่นี้บอกเหตุผลของการตำหนิตัวเอง
แบบฝึกหัด
ใน “We shouldn't tear ourselves apart after one failed attempt” คำว่า tear ourselves apart หมายถึงอะไร
- เราไม่ควรทรมานใจตัวเองด้วยการตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง
- เราไม่ควรหลีกเลี่ยงการคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
- เราไม่ควรฉีกงานของตัวเองแล้วทิ้งไป
ดูคำตอบ
เราไม่ควรทรมานใจตัวเองด้วยการตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง
beat what were ... awesome odds: เอาชนะเงื่อนไขที่เสียเปรียบอย่างมาก
beat ในที่นี้หมายถึง “เอาชนะหรือผ่านพ้น” ส่วน odds หมายถึงโอกาสหรือเงื่อนไขที่เสียเปรียบ Awesome ใช้ในความหมายกว้างว่า “น่าเกรงขาม” หรือ “รับมือได้ยาก” ไม่ใช่ความหมายแบบภาษาพูดว่า “ยอดเยี่ยม” เนื่องจากวลีนี้ตามหลัง not managing to ประโยคจึงบอกว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะความท้าทายที่ยากมากนี้ได้ อนุประโยค what ทั้งหมดคือ what were, in truth, awesome odds ทำหน้าที่เป็นกรรมของ beat โดยขยายวลีนามทั่วไป the odds ด้วยคำบรรยาย และ in truth เน้นว่านี่เป็นการประเมินความยากตามความจริง ถ้อยคำนี้เป็นรูปขยายของ beat the odds ที่มีลักษณะเป็นภาษาเขียนมากกว่า
แบบฝึกหัด
ใน “A tiny bookstore survived for fifty years and beat the odds” คำว่า beat the odds หมายถึงอะไร
- ร้านคำนวณความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จได้อย่างแม่นยำ
- ร้านประสบความสำเร็จทั้งที่เงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก
- ร้านเอาชนะกลุ่มคู่แข่งที่ชื่อว่า Odds
ดูคำตอบ
ร้านประสบความสำเร็จทั้งที่เงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก
Take responsibility for: รับผิดชอบต่อบางสิ่ง
“Take responsibility for” หมายถึงการยอมรับว่าตนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ การตัดสินใจ ปัญหา หรือผลลัพธ์ กรรมที่ตามหลัง “for” ระบุสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ในประโยคนี้ คนเหล่านี้มองว่าผลลัพธ์ทุกอย่างเป็นความรับผิดชอบของตนเอง วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นผู้ก่อให้เกิดทุกอย่างหรือยอมรับผิดทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ยอมรับความรับผิดชอบต่อ”: The manager agreed to ____ the mistake.
ดูคำตอบ
take responsibility for
Make your own luck: สร้างโชคด้วยการลงมือทำ
“Make your own luck” เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จผ่านการเตรียมตัว ความพยายาม การเลือก และการลงมือทำ ไม่ได้หมายถึงการสร้างโชคขึ้นมาจริง ๆ หรือควบคุมผลลัพธ์ทุกอย่างได้ ในที่นี้ make their own luck แสดงความเชื่อของคนเหล่านี้ ส่วน but ที่ตามมาแสดงว่าผู้พูดสงสัยว่าความเชื่อนี้เป็นจริงโดยทั่วไปหรือไม่
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงแนวคิดของ “make your own luck” ได้ดีที่สุด
- ลีโอเตรียมตัวอย่างรอบคอบและสร้างโอกาสประสบความสำเร็จหลายครั้ง
- ลีโอรอให้เหตุการณ์แบบสุ่มเกิดขึ้นและไม่ลงมือทำอะไร
- ลีโอควบคุมผลลัพธ์ทุกอย่างได้เพราะความบังเอิญไม่มีความสำคัญเลย
ดูคำตอบ
ลีโอเตรียมตัวอย่างรอบคอบและสร้างโอกาสประสบความสำเร็จหลายครั้ง
for the most part: โดยส่วนใหญ่
“for the most part” หมายถึง “โดยทั่วไป” หรือ “ในกรณีส่วนใหญ่” โดยเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความ คือ โดยทั่วไปผู้ชนะไม่ได้สร้างโชคของตนเอง แม้อาจมีข้อยกเว้น วลีตายตัวนี้ใช้บอกว่าข้อความหนึ่งเป็นจริงครอบคลุมมากเพียงใด และวางได้ทั้งต้นหรือท้ายอนุประโยค
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “โดยทั่วไป แต่มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง”: ____, the class enjoyed the museum trip.
ดูคำตอบ
For the most part
and therefore entirely to blame when we crash. สำนวน
3:10และดังนั้นจึงเป็นความผิดของเราทั้งหมดเมื่อเราพังทลาย
rob ourselves of fair consolation: ทำให้ตนเองสูญเสียสิ่งปลอบใจที่สมเหตุสมผล
“Rob someone of something” หมายถึงเอาสิ่งที่มีค่าไปจากใครบางคน หรือทำให้คนนั้นไม่มีโอกาสได้สิ่งนั้น ในที่นี้ “robbing ourselves of fair consolation” หมายถึงทำให้ตนเองสูญเสียแหล่งปลอบใจที่สมเหตุสมผล โครงสร้างคือ rob + person + of + thing คำว่า “ourselves” ย้อนกลับไปหา “we” แสดงว่าความเชื่อของเราเองทำให้เกิดการสูญเสีย ไม่ได้หมายถึงการขโมยจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทหนึ่งคำเพื่อทำให้โครงสร้างตายตัวของ rob สมบูรณ์: Constant interruptions can rob you ____ the time you need to think.
ดูคำตอบ
of
ตรรกะเหตุและผลแบบขนานใน entirely in control and therefore entirely to blame
การใช้ entirely ซ้ำทำให้เกิดโครงสร้างที่ขนานกันคือ entirely in control ... entirely to blame คำขยายระดับคำเดียวกันนี้เชื่อมระดับของการควบคุมเข้ากับระดับของความรับผิดชอบ therefore แสดงว่าความคิดที่สองเป็นข้อสรุปจากความคิดแรก หากเราเชื่อว่าควบคุมผลลัพธ์ทุกอย่างได้ เราก็จะมองว่าทุกความล้มเหลวเป็นความผิดของเราทั้งหมด ในที่นี้ to blame หมายถึงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ใช่การกล่าวโทษคนอื่น รูปแบบ X and therefore Y ทำให้แนวเหตุผลนี้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
entirely in control and therefore entirely to blame แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลแบบใด
- การควบคุมกับความรับผิดถูกนำเสนอว่าเป็นสองความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- การควบคุมทั้งหมดถูกนำเสนอว่าป้องกันความล้มเหลวและทำให้ไม่ต้องรับผิด
- การควบคุมทั้งหมดถูกนำเสนอว่านำไปสู่ความรับผิดทั้งหมดต่อความล้มเหลว
ดูคำตอบ
การควบคุมทั้งหมดถูกนำเสนอว่านำไปสู่ความรับผิดทั้งหมดต่อความล้มเหลว
crash ในความหมายเปรียบเทียบถึงความล้มเหลวร้ายแรง
ในวลี when we crash คำว่า crash ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงชีวิต งาน แผนการ หรือภาวะความเป็นอยู่ของเราล้มเหลวอย่างหนักหรือตกอยู่ในวิกฤต ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือรุนแรง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรถชนหรือคอมพิวเตอร์ขัดข้อง คำกริยาที่เห็นภาพชัดนี้เปรียบความล้มเหลวเหมือนการกระแทกอย่างแรงหรือการพังลง จึงทำให้อุปสรรคดูร้ายแรงกว่าการใช้คำกลาง ๆ อย่าง fail
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ when we crash น่าจะหมายถึงอะไร
- เมื่อรถของเราชนกับบางสิ่ง
- เมื่อคอมพิวเตอร์ของเราหยุดตอบสนองอย่างฉับพลัน
- เมื่อเราประสบความล้มเหลวหรือการพังทลายอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ
เมื่อเราประสบความล้มเหลวหรือการพังทลายอย่างรุนแรง
not only ... but ... as well ที่เชื่อมข้ามประโยค
ใน You are not only your achievements คำว่า not only จำกัดขอบเขตของข้อความว่า ความสำเร็จเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าความสำเร็จไม่เกี่ยวข้องกับคุณ ส่วน but ... as well ที่ตามมาช่วยเพิ่มด้านอื่น ๆ และ others หมายถึงส่วนอื่น ๆ ที่ประกอบกันเป็นตัวคุณ เมื่อมองรวมกัน นี่คือรูปแบบ not only X but also Y ที่ยืดหยุ่นกว่าและเชื่อมข้ามประโยค โดยเริ่มจากองค์ประกอบ X ที่เป็นจริง แล้วขยายภาพให้ครบขึ้นด้วยการเพิ่ม Y
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ not only ... but ... as well ที่เชื่อมข้ามประโยคให้สมบูรณ์: The museum is ____ a place to see old objects. It preserves the past, ____ it invites new questions as well.
ดูคำตอบ
not only · but
one bit of you: bit ที่หมายถึงด้านหนึ่ง
bit ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของวัตถุที่แตกออก แต่เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึงส่วนหรือด้านหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า one bit of you มองว่าอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่งประกอบด้วยหลายส่วน ดังนั้นสถานะและความสำเร็จทางวัตถุจึงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์นั้น แต่ไม่ได้กำหนดทั้งหมด เมื่อใช้กับคำนามที่ไม่ใช่สิ่งของทางกายภาพ a bit of อาจหมายถึงส่วนเล็ก ๆ หรือปริมาณเล็กน้อย เช่น a bit of the story หรือ a bit of advice คำนามและบริบทจะบอกว่าความหมายใดเหมาะสม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The music is one bit of what makes the game exciting,” one bit หมายถึงอะไร?
- เหตุผลทั้งหมด
- ชิ้นส่วนวัตถุที่แตกออก
- ส่วนหรือด้านหนึ่ง
ดูคำตอบ
ส่วนหรือด้านหนึ่ง
internalized voices: ข้อความที่ซึมซับไว้ในใจ
Internalized หมายถึงการรับบางสิ่งจากผู้อื่นเข้ามาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดของตนเอง ส่วน voices ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงคำพูด ทัศนคติ และวิธีที่คนเหล่านั้นปฏิบัติต่อคุณ ไม่ใช่เสียงจริงที่ดังมาจากภายนอก วลี internalized voices เป็นกรรมของ rehearse คำแนะนำนี้ชวนให้คุณตั้งใจทบทวนข้อความที่ให้กำลังใจจากคนที่เคยเมตตาคุณ เพื่อให้ข้อความเหล่านั้นช่วยนำทางการพูดกับตัวเองในใจ
แบบฝึกหัด
ในคำบรรยายนี้ internalized voices หมายถึงอะไร
- คำพูดและทัศนคติที่ให้กำลังใจซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพูดกับตัวเองในใจ
- เสียงที่ได้ยินดังมาจากภายนอกตัวบุคคล
- เสียงพูดจริงของคนอื่นที่จดจำได้อย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ
คำพูดและทัศนคติที่ให้กำลังใจซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพูดกับตัวเองในใจ
Bathe in the memory of a love ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับความรู้สึก
โดยปกติ bathe in ใช้บอกการถูกห้อมล้อมด้วยน้ำ แต่ในที่นี้เป็นอุปมาเชิงประสาทสัมผัส Bathe in the memory หมายถึงปล่อยให้ความทรงจำห้อมล้อมอารมณ์ของคุณ และอยู่กับความอบอุ่นหรือความสบายใจจากความทรงจำนั้น คำว่า a love ในที่นี้หมายถึงประสบการณ์หรือรูปแบบของการได้รับความรัก ไม่จำเป็นต้องเป็นความรักแบบคู่รัก วลีทั้งหมดเชิญชวนให้ผู้ฟังพักใจอยู่กับความทรงจำของความเอาใจใส่ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After reading the old letter, Maya bathed in the memory of her grandmother's care,” คำว่า bathed in หมายถึงอะไร
- ศึกษาความทรงจำเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกอย่าง
- ปล่อยให้ตนเองถูกห้อมล้อมและปลอบโยนด้วยความทรงจำนั้นอย่างเต็มที่
- อาบน้ำไปพร้อมกับนึกถึงความทรงจำนั้น
ดูคำตอบ
ปล่อยให้ตนเองถูกห้อมล้อมและปลอบโยนด้วยความทรงจำนั้นอย่างเต็มที่
นั่นไม่ใช่ความจริง เป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในภาวะวิกฤต
That's not the truth ปฏิเสธว่าความคิดที่ว่า “ความเจ็บปวดจะไม่มีวันจบ” เป็นข้อเท็จจริง โดยไม่ได้ปฏิเสธว่าสถานการณ์นั้นทำให้รู้สึกหนักหนาเกินรับไหว it's just how a crisis feels ช่วยมองความคิดสิ้นหวังนั้นใหม่ว่าเป็นการรับรู้ชั่วคราวที่เกิดจากการอยู่ในภาวะวิกฤต คำว่า just ในที่นี้จำกัดเพียงว่าสิ่งที่รู้สึกนั้นพิสูจน์อะไรได้ ไม่ได้ลดความสำคัญของวิกฤต รูปแบบนี้แยกความรู้สึกจริงออกจากข้อสรุปที่อาจไม่จริง
แบบฝึกหัด
เติมคำปลอบใจให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบจากบทเรียน: When everything feels permanent, remind yourself: That's not the truth; ____.
ดูคำตอบ
it's just how a crisis feels
ลดความคาดหวังลงเหลือศูนย์
ใน reduce expectations to zero คำว่า reduce ตามด้วยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ expectations แล้วตามด้วย to และจุดสุดท้ายคือ zero โครงสร้างคือ reduce + กรรม + to + ระดับ ในที่นี้ zero เป็นจุดสุดท้ายเชิงวาทศิลป์ที่เน้นอย่างมาก หมายถึงในช่วงเวลาจำกัด อย่าคาดหวังให้ตัวเองทำงานได้ตามปกติ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งเป้าหมายตลอดไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย reduce ... to ... และจุดสุดท้าย zero: During the emergency, we had to ____ for a few days.
ดูคำตอบ
reduce expectations to zero
Take each ... as it comes: รับมือทีละอย่างเมื่อมันมาถึง
ในประโยคนี้ take each new hour as it comes หมายถึง “รับมือกับแต่ละชั่วโมงเมื่อชั่วโมงนั้นมาถึง” take หมายถึง “รับมือหรือจัดการ” และ as it comes หมายถึง “เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นหรือดำเนินไป” ไม่ได้หมายถึงการหยิบจับจริง ๆ หรือการที่บางสิ่งเคลื่อนเข้าหาผู้พูด การใช้ hour แทน day ซึ่งพบได้บ่อยกว่า ทำให้คำแนะนำเน้นเวลาตรงหน้ามากขึ้น กล่าวคือ เมื่อเผชิญความไม่แน่นอน ให้สนใจช่วงเวลาสั้น ๆ ที่รับมือได้ แทนที่จะกังวลกับอนาคตทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการรับมือกับเหตุการณ์เมื่อมันเกิดขึ้นเท่านั้น: We cannot control tomorrow, so let's take each day ____.
ดูคำตอบ
as it comes
without being banal: คำเกริ่นเพื่อยอมรับว่าคำแนะนำอาจฟังดูซ้ำซาก
Without being banal เป็นคำเกริ่นที่ผู้พูดใช้แสดงความคิดเห็นต่อถ้อยคำของตนเอง ในที่นี้ ผู้พูดรู้ว่า “คุณต้องพักผ่อน” อาจฟังดูชัดเจนหรือซ้ำซาก จึงยอมรับเรื่องนั้นก่อนให้คำแนะนำ วลีนี้ช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของผู้พูดและลดแรงต่อต้านที่ผู้ฟังอาจมี ไม่ได้หมายความว่าการพักผ่อนไม่สำคัญ เพราะผู้พูดยังคงบอกว่าการพักผ่อนคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด
แบบฝึกหัด
ใน “Without being banal, the first step is to ask for help.” วลีเปิดทำหน้าที่อะไร?
- ผู้พูดบอกว่าตนปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำใด ๆ
- ผู้พูดยอมรับก่อนให้คำแนะนำว่าคำแนะนำนั้นอาจฟังดูชัดเจนหรือซ้ำซาก
- ผู้พูดเตือนว่าการขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องเสียมารยาท
ดูคำตอบ
ผู้พูดยอมรับก่อนให้คำแนะนำว่าคำแนะนำนั้นอาจฟังดูชัดเจนหรือซ้ำซาก
โครงสร้างเน้นจุดสำคัญ What you need most of all is...
ในที่นี้ What you need most of all ไม่ใช่คำถาม แต่หมายถึง “สิ่งที่คุณต้องการมากที่สุด” อนุประโยค what ทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นประธาน โครงสร้างนี้เรียกว่าอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม รูปแบบ What + ประธาน + กริยา + is + ข้อมูลสำคัญ จะวางคำตอบหลักไว้หลัง is ส่วน most of all แสดงว่าสิ่งนั้นสำคัญเป็นอันดับแรก ดังนั้น some rest จึงถูกเน้นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำโดยใช้โครงสร้างเน้นจุดสำคัญจากบทเรียนให้ตรงรูปแบบ: After three late nights, ____ a full night's sleep.
ดูคำตอบ
what you need most of all is