ข้อเท็จจริงสุดทึ่งที่จะทำให้คุณอึ้ง ภาค 3: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: ข้อเท็จจริงวิทยาศาสตร์ที่น่าประหลาดใจเชื่อมความล่าช้าของการมองเห็นกับแสงดาว การเคลื่อนที่ของโลก การเปรียบเทียบขนาด เหตุการณ์สมมติ ชีววิทยา และข้อคิดเรื่องเวลากับแนวคิด ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. look forward to — กริยาวลี: ใช้บอกความคาดหวังในทางบวกและจำว่า to เป็นคำบุพบท เพื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่รอคอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. Speaking of — คำเชื่อมเปลี่ยนหัวข้อ: ใช้เรื่องที่เพิ่งกล่าวเป็นสะพานไปสู่ข้อเท็จจริงเรื่องมหาสมุทร เพื่อเปลี่ยนหัวข้ออย่างลื่นไหลโดยยังเห็นความเกี่ยวข้อง 3. it turns out that — กลุ่มคำสำเร็จรูป: นำเสนอข้อสรุปที่น่าประหลาดใจหลังข้อเท็จจริงหลายอย่าง เพื่อเผยผลลัพธ์หรือแก้ความคาดหมายโดยรักษาตรรกะของคำอธิบาย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
but have you ever realized that we only see the past?
0:02แต่คุณเคยตระหนักไหมว่า สิ่งที่เรามองเห็นมีเพียงอดีตเท่านั้น
look forward to + คำนามหรือรูป -ing
look forward to หมายถึงรู้สึกดีใจหรือตื่นเต้นเพราะบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้สื่อถึงความคาดหวังเชิงบวกต่ออนาคต ซึ่งตัดกับแนวคิดที่ว่าเราเห็นได้เพียงอดีต ในสำนวนนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น look forward to the trip, look forward to it หรือ look forward to seeing you ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ look forward to: We are ____ the school concert next week.
ดูคำตอบ
looking forward to
meaning we're never truly living in the now. สำนวน
0:08นั่นหมายความว่าเราไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันจริง ๆ
โครงสร้าง It takes ... for someone to do something
โครงสร้าง It takes + ระยะเวลา + for someone or something + to do something ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าใด It เป็นประธานสมมติ ส่วนข้อความบอกเวลาแสดงระยะเวลาที่ใช้ ในประโยคนี้ for your brain ระบุว่าสมองเป็นผู้ทำกริยา to process information โดย for ไม่ได้แสดงจุดประสงค์ ส่วน Actually เน้นว่าความล่าช้านี้มีอยู่จริง แม้อาจฟังดูน่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง It takes ... for ... to ...: ____ ten minutes ____ Leo ____ finish the puzzle.
ดูคำตอบ
It takes · for · to
living in the now: มุ่งความสนใจไปที่ปัจจุบัน
ในประโยคนี้ living in the now หมายถึงการมุ่งความสนใจและประสบการณ์ไปที่ช่วงเวลาปัจจุบัน ส่วน the now เป็นการเรียก “ขณะปัจจุบัน” ในเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง สำนวนนี้เปรียบเทียบการตระหนักรู้อยู่กับปัจจุบันกับการที่ใจหมกมุ่นอยู่กับอดีตหรืออนาคต ในที่นี้ we're never truly living in the now หมายถึงประสบการณ์ของเรามีความล่าช้าเล็กน้อยเสมอ ไม่ได้หมายความว่าผู้คนไม่รู้จักมีความสุขกับชีวิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามที่เรียน: During the quiet walk, Maya stopped planning tomorrow and began ____.
ดูคำตอบ
living in the now
it takes time for light from an object to reach your eyes.
0:11แสงจากวัตถุก็ต้องใช้เวลาเดินทางมาถึงดวงตาของคุณ
Not to mention: เพิ่มประเด็นสนับสนุนอีกข้อ
Not to mention เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่ใช้เพิ่มข้อมูล โดยย้อนกลับไปเชื่อมกับเหตุผลที่กล่าวไว้แล้ว แล้วนำเสนอข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ช่วยเสริมเหตุผลเดิม แม้ถ้อยคำจะดูเหมือนเป็นการขอว่าอย่ากล่าวถึงบางสิ่ง แต่ในการใช้งานกลับทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือจงใจนำข้อมูลเพิ่มเติมนั้นเข้ามา ในที่นี้สำนวนเพิ่มประเด็นเรื่องเวลาที่แสงต้องใช้ในการเดินทาง ต่อจากความล่าช้าในการประมวลผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
Not to mention ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- บอกผู้ฟังว่าต้องหลีกเลี่ยงหัวข้อถัดไป
- แก้ไขและแทนที่เหตุผลก่อนหน้า
- เพิ่มเหตุผลสนับสนุนอีกข้อให้กับข้อโต้แย้งที่กำลังดำเนินอยู่
ดูคำตอบ
เพิ่มเหตุผลสนับสนุนอีกข้อให้กับข้อโต้แย้งที่กำลังดำเนินอยู่
you see how they looked a fraction of a second ago. วลี
0:15สิ่งที่คุณเห็นคือภาพของมันเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน
a fraction of a second: ช่วงเวลาที่สั้นมาก
ในประโยคนี้ a fraction of a second หมายถึงส่วนที่เล็กมากของหนึ่งวินาที หรือช่วงเวลาหน่วงที่สั้นมาก โดย fraction ในที่นี้ไม่ได้ระบุปริมาณที่แน่นอน วลีนี้เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติและแม่นยำในการบอกว่าเหตุการณ์หรือความล่าช้ากินเวลาน้อยกว่าหนึ่งวินาทีมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง a fraction of + a time unit เพื่อสื่อว่า “น้อยกว่าหนึ่งวินาทีมาก”: The sensor responds in ____, so the delay is almost impossible to notice.
ดูคำตอบ
a fraction of a second
you're actually seeing light that has taken years to travel to Earth,
0:20ที่จริงคุณกำลังเห็นแสงที่ใช้เวลาเดินทางมายังโลกนานหลายปี
thus seeing: ใช้ thus + -ing เพื่อแสดงผล
ในที่นี้ thus หมายถึง “ด้วยเหตุนี้” และ seeing เริ่มอนุประโยคแบบ -ing ประธานที่ละไว้คือ you เพราะแสงใช้เวลาหลายปีกว่าจะมาถึงโลก คุณจึงเห็นดวงดาวในสภาพที่เคยเป็นในอดีต รูปแบบย่อ thus + -ing แสดงผลจากข้อความก่อนหน้าโดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคสมบูรณ์ใหม่ รูปแบบนี้เชื่อมสาเหตุกับผล ไม่ได้หมายถึง “จากนั้น” ตามลำดับเวลา
แบบฝึกหัด
thus seeing ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด?
- การเห็นสภาพของดวงดาวในอดีตขัดแย้งกับระยะเวลาเดินทางอันยาวนานของแสง
- การเห็นสภาพของดวงดาวในอดีตเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนถัดไปในลำดับเหตุการณ์
- การเห็นสภาพของดวงดาวในอดีตเป็นผลจากการที่แสงใช้เวลาเดินทางยาวนาน
ดูคำตอบ
การเห็นสภาพของดวงดาวในอดีตเป็นผลจากการที่แสงใช้เวลาเดินทางยาวนาน
ใช้ may want to consider เพื่อแนะนำอย่างไม่กดดัน
ในประโยคนี้ may want to consider ใช้นำอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that มาเป็นแนวคิดให้ผู้ฟังลองพิจารณา ทำให้คำสั่งตรง ๆ อย่าง Consider that... กลายเป็นคำเชิญที่สุภาพและไม่กดดัน may ในที่นี้ทำหน้าที่ลดความตรงของคำแนะนำเป็นหลัก ไม่ได้บอกว่าแนวคิดนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + may want to consider + คำนาม รูป -ing หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้คำแนะนำอย่างไม่กดดันและไม่บังคับมากที่สุด
- You must leave a little earlier.
- You may want to consider leaving a little earlier.
- You should consider leaving a little earlier.
ดูคำตอบ
You may want to consider leaving a little earlier.
ใช้ all the way through แสดงเส้นทางที่ครบถ้วน
All the way through ใช้เน้น through ว่าแสงเดินทางผ่านเส้นทางทั้งหมดข้ามจักรวาล ไม่ใช่เพียงบางส่วน จึงทำให้รู้สึกถึงระยะทางที่ไกลมหาศาลอย่างชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ all the way through + สถานที่ กระบวนการ หรือวัสดุ โดยเน้นการเคลื่อนที่หรือความคืบหน้าจากจุดเริ่มต้นหรือด้านหนึ่งไปจนถึงจุดสิ้นสุดหรืออีกด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตั้งแต่ต้นจนจบ”: I read the instructions ____ before starting.
ดูคำตอบ
all the way through
bumped into: การชนโดยไม่ตั้งใจและการพบกันโดยบังเอิญ
ในที่นี้ bumped into ทำให้ความหมายสองอย่างซ้อนกันอยู่ ตามตัวอักษรแล้ว bump into หมายถึงการสัมผัสหรือชนคนหรือสิ่งของโดยไม่ตั้งใจ ประโยคนี้จินตนาการว่าแสงเดินทางมาถึงและสัมผัสคุณ ในบทสนทนาทั่วไป bump into someone มักหมายถึงการพบคนนั้นโดยไม่คาดคิดมากกว่า ความหมายเชิงเปรียบเทียบที่คุ้นเคยนี้ทำให้การสัมผัสดูเหมือนการพบกันโดยบังเอิญ แม้จะไม่ได้เกิดการชนกันจริง ๆ ระหว่างคนสองคน
แบบฝึกหัด
ใน “I bumped into Maya at the library after ten years,” ความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดของ “bumped into Maya” คืออะไร?
- ฉันชนมายาจนล้มในห้องสมุด
- ฉันนัดหมายล่วงหน้าเพื่อพบมายาที่นั่น
- ฉันพบมายาที่นั่นโดยไม่คาดคิด
ดูคำตอบ
ฉันพบมายาที่นั่นโดยไม่คาดคิด
watch out, or not: เตือนแล้วถอนคำเตือนทันที
Watch out เป็นคำเตือนโดยตรงที่บอกให้ใครบางคนระวัง เพราะอาจมีอันตรายหรือปัญหาอยู่ใกล้ ๆ ส่วน or not ที่เติมเข้ามาจะถอนคำเตือนนั้นทันที ผู้พูดเริ่มต้นด้วยการเตือน แล้วพอคิดทบทวนสถานการณ์ก็ยกเลิกคำเตือนอย่างขบขัน Or not ใช้กับคำเตือนที่อยู่ก่อนหน้า ไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงภายหลังที่นำเข้าด้วย because
แบบฝึกหัด
ใน “So watch out, or not, because seconds ago you were miles away,” คำว่า “or not” ทำหน้าที่อะไร?
- เป็นการปฏิเสธว่าผู้ฟังเคยอยู่ห่างออกไปหลายไมล์
- เป็นการถอนคำเตือนเพราะไม่จำเป็นแล้ว
- เป็นการทำให้คำเตือนเร่งด่วนยิ่งขึ้น
ดูคำตอบ
เป็นการถอนคำเตือนเพราะไม่จำเป็นแล้ว
the Earth is rotating while simultaneously revolving around the Sun. การใช้คำ
0:38โลกหมุนรอบตัวเองพร้อมกับโคจรรอบดวงอาทิตย์
ความแตกต่างระหว่าง rotating กับ revolving around
rotating หมายถึงโลกหมุนรอบแกนของตัวเอง ส่วน revolving around หมายถึงโลกเคลื่อนที่ไปตามวงโคจรที่มีวัตถุอื่นเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในประโยคนี้คือดวงอาทิตย์ รูป -ing ทั้งสองรูปกล่าวถึงโลก และ while simultaneously แสดงว่าการเคลื่อนที่ทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อต้องเลือกใช้ ให้หาศูนย์กลางของการเคลื่อนที่ก่อนว่าเป็นแกนของวัตถุนั้นเองหรือเป็นวัตถุอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกการเคลื่อนที่สองคำนี้: The wheel is ____ on its axle, while the satellite is ____ Earth.
ดูคำตอบ
rotating · revolving around
in turn เพื่อแสดงความเชื่อมโยงถัดไปในลำดับ
ในที่นี้ in turn พาคำอธิบายจากการเคลื่อนที่ระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่ง คือดวงอาทิตย์เคลื่อนที่รอบกาแล็กซี แล้วตัวกาแล็กซีเองก็เคลื่อนที่ผ่านเอกภพ ในโครงสร้าง X, which in turn Y คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งหรือสถานการณ์ก่อนหน้า ส่วน in turn บอกว่า Y คือข้อเท็จจริงหรือผลลัพธ์ถัดไปที่เชื่อมโยงกัน ไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์กับกาแล็กซีผลัดกันทำการกระทำเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The road closure delayed the bus, which in turn made us late,” คำว่า in turn บอกอะไร?
- บอกว่ารถบัสกับผู้โดยสารผลัดกันขับรถ
- บอกว่าการปิดถนนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำทุกวัน
- เชื่อมการล่าช้าของรถบัสกับผลถัดไป คือพวกเรามาสาย
ดูคำตอบ
เชื่อมการล่าช้าของรถบัสกับผลถัดไป คือพวกเรามาสาย
making your chance interaction with that light pretty incredible.
0:47ทำให้การที่คุณบังเอิญได้พบกับแสงนั้นเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก
It sort of puts the size of things into perspective, โน้ต
0:50เรื่องนี้ช่วยให้เราเห็นขนาดของสิ่งต่าง ๆ ในมุมมองที่ชัดขึ้น
sort of ในฐานะคำลดน้ำหนักในการสนทนา
ในที่นี้ sort of เป็นคำลดน้ำหนักในภาษาพูด มีความหมายประมาณว่า “ในระดับหนึ่ง” หรือ “จะพูดอย่างนั้นก็ได้” คำนี้ลดความหนักแน่นของ puts the size of things into perspective ทำให้ผู้พูดเสนอข้อสรุปแบบคร่าว ๆ แทนที่จะยืนยันอย่างเต็มที่ หากไม่มี sort of ข้อความจะฟังตรงและมั่นใจมากขึ้น ในที่นี้ไม่ควรวิเคราะห์ว่าเป็นวลีบอกประเภทที่สร้างจาก sort + of เพราะมันขยายความคิดทั้งหมดที่ตามหลังมา
แบบฝึกหัด
ใน “It sort of puts the size of things into perspective,” sort of ทำหน้าที่อะไร?
- หมายความว่าผลลัพธ์แม่นยำอย่างสมบูรณ์
- ช่วยลดน้ำหนักของข้อความและทำให้ไม่ฟังเป็นข้อสรุปเด็ดขาด
- ใช้เกริ่นรายการประเภทต่าง ๆ
- ใช้ตั้งชื่อประเภทหนึ่งของ perspective
ดูคำตอบ
ช่วยลดน้ำหนักของข้อความและทำให้ไม่ฟังเป็นข้อสรุปเด็ดขาด
put ... into perspective: ประเมินโดยมองในบริบทที่กว้างขึ้น
Put something into perspective หมายถึงการพิจารณาบางสิ่งเทียบกับบริบทที่กว้างขึ้น เพื่อให้เห็นขนาด ความสำคัญ หรือความร้ายแรงเชิงสัมพัทธ์ได้ชัดเจนขึ้น ในที่นี้ การเปรียบเทียบที่กว้างขึ้นช่วยให้ผู้ฟังประเมินขนาดของสิ่งต่าง ๆ แทนที่จะมองแยกออกมาเพียงอย่างเดียว โครงสร้างคือ put + กรรม + into perspective โดย perspective ในที่นี้หมายถึงกรอบอ้างอิงสำหรับการตัดสิน ไม่ใช่ความลึกทางสายตา
แบบฝึกหัด
เติมส่วนที่หายไปของ put something into perspective ให้สมบูรณ์: The ten-year chart puts this month's sales drop ____.
ดูคำตอบ
into perspective
like the fact that a dust particle is roughly halfway between the size of Earth and a subatomic particle. ไวยากรณ์
0:52เช่น ฝุ่นละอองหนึ่งเม็ดมีขนาดอยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างโลกกับอนุภาคย่อยของอะตอม
roughly halfway between A and B: อยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่าง A กับ B
ในประโยคนี้ roughly halfway between ... วางอนุภาคฝุ่นไว้ใกล้จุดกึ่งกลางบนมาตราส่วนขนาดที่มีโลกและอนุภาคระดับย่อยอะตอมเป็นจุดอ้างอิงสองด้าน สิ่งที่เปรียบเทียบคือขนาด ไม่ใช่ตำแหน่งในพื้นที่จริง รูปแบบ roughly halfway between A and B ยังใช้เปรียบเทียบตำแหน่งหรือค่าได้ด้วย halfway ชี้ถึงจุดกึ่งกลาง roughly บอกว่าผลนั้นเป็นเพียงค่าประมาณ และ between ใช้กับจุดปลายสองจุดที่เชื่อมด้วย and
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The campsite is ____ the lake and the village.
ดูคำตอบ
roughly halfway between
than there are glasses of water in all of Earth's oceans.
1:00จำนวนแก้วที่ต้องใช้บรรจุน้ำจากมหาสมุทรทั้งหมดบนโลก
there are more A than there are B: มี A มากกว่า B
โครงสร้าง there are more A than there are B ใช้เปรียบเทียบจำนวนของกลุ่มที่นับได้สองกลุ่ม ในที่นี้ A คืออะตอมในน้ำหนึ่งแก้ว และ B คือแก้วน้ำในมหาสมุทรทั้งหมดของโลก หน่วยที่นับคือ atoms และ glasses ไม่ใช่ water เอง การใช้ there are ซ้ำทำให้แต่ละฝั่งมีอนุประโยคบอกการมีอยู่ของตัวเอง: there are more A / than there are B ส่วน there are ครั้งที่สองไม่ใช่การพูดซ้ำโดยไร้ความหมาย แต่ทำให้การเปรียบเทียบจำนวนชัดเจนและครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มคำนามยาว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเปรียบเทียบจำนวนแบบเต็ม: In this box, ____ red balls ____ blue balls.
ดูคำตอบ
there are more · than there are
the ocean's hydrogen atoms would be free and evaporate completely into space.
1:08อะตอมไฮโดรเจนในมหาสมุทรจะหลุดเป็นอิสระและระเหยออกสู่อวกาศจนหมดสิ้น
ใช้ Speaking of เพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
Speaking of เป็นคำเชื่อมบทสนทนาที่หยิบหัวข้อซึ่งเพิ่งกล่าวถึงมาใช้เป็นสะพานไปสู่ประเด็นใหม่ที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้มีการพูดถึงมหาสมุทรอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น Speaking of oceans จึงนำเข้าสู่สมมติฐานเรื่องออกซิเจนได้อย่างลื่นไหล สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการที่ใครคนหนึ่งกำลังทำกริยา “พูด” ตามตัวอักษร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Speaking of + คำนามหรือรูป -ing แล้วตามด้วยความคิดเห็น การเตือน หรือคำถามที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เรากำลังคุยเรื่องพายุ ประโยคถัดไปข้อใดใช้คำเชื่อมไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง
- By the way, I bought a new notebook.
- Speaking of the weather, should we cancel the picnic?
- For example, the picnic starts at noon.
ดูคำตอบ
Speaking of the weather, should we cancel the picnic?
if + รูปอดีต ... would + กริยารูปพื้นฐานสำหรับสมมติฐานที่ห่างจากความจริง
ประโยคนี้ใช้ if + past simple ใน disappeared เพื่อกำหนดสถานการณ์ที่ถือว่าอยู่ห่างจากความเป็นจริง และใช้ would + กริยารูปพื้นฐานใน would be เพื่อบอกผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ รูปแบบนี้มักเรียกว่า second conditional รูปอดีตในที่นี้แสดงระยะห่างจากความเป็นจริงในเชิงสมมติ ไม่ได้บอกเวลาในอดีต จึงทำให้การหายไปของออกซิเจนเป็นการทดลองทางความคิด ไม่ใช่คำทำนาย
แบบฝึกหัด
เติมสมมติฐานที่ห่างจากความเป็นจริงด้วย would และรูปที่ถูกต้องของ be: If our school had a garden, science lessons ____ more hands-on.
ดูคำตอบ
would be
you can't actually see the Great Wall of China from space.
1:13จริง ๆ แล้วคุณมองไม่เห็นกำแพงเมืองจีนจากอวกาศ
By the way: การเกริ่นข้อมูลแทรกที่เกี่ยวข้อง
By the way เป็นคำเชื่อมระดับบทสนทนาที่ทำให้ข้อมูลถัดไปเป็นข้อมูลเสริมซึ่งเกี่ยวข้องกับหัวข้อปัจจุบัน ไม่ใช่ขั้นต่อไปของการให้เหตุผล ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแทรกข้อเท็จจริงอีกข้อสั้น ๆ คำนี้ช่วยให้ผู้ฟังจัดระดับข้อมูลได้ว่า ข้อมูลใหม่ควรรับรู้ไว้ แต่เป็นเพียงข้อมูลแทรก ไม่ได้กล่าวถึงทาง เส้นทาง หรือวิธีการจริง ๆ
แบบฝึกหัด
By the way สื่ออะไรในประโยค "By the way, the library closes early today."?
- การที่ห้องสมุดปิดเร็ววันนี้เป็นข้อมูลเสริมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเดิมเพียงเล็กน้อย
- การที่ห้องสมุดปิดเร็ววันนี้เป็นผลตามเหตุผลของประเด็นก่อนหน้า
- ผู้พูดกำลังอธิบายเส้นทางไปห้องสมุด
ดูคำตอบ
การที่ห้องสมุดปิดเร็ววันนี้เป็นข้อมูลเสริมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเดิมเพียงเล็กน้อย
You can, however, see ...: การแสดงความขัดแย้งกลางประโยค
However เป็นคำวิเศษณ์ระดับประโยคที่แสดงความขัดแย้ง ใน You can, however, see ... คำนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความเชิงบวกขัดกับข้อความเชิงลบก่อนหน้า คือสิ่งหนึ่งมองไม่เห็น แต่อีกสิ่งหนึ่งมองเห็นได้ เมื่อวาง however หลังคำกริยาช่วย can คำนี้จะเป็นส่วนแทรกและมีจุลภาคคั่น ตำแหน่งกลางประโยคนี้ทำให้การแก้ความเข้าใจเด่นขึ้น โดยยังรักษาโครงสร้างพื้นฐานของอนุประโยคไว้ คือ ประธาน + กริยาช่วย + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ however กลางประโยคเพื่อแสดงความขัดแย้งได้ถูกต้อง?
- The book is long. It however, does have lots of pictures.
- The book is long. It does, however, have lots of pictures.
- The book is long, however it has lots of pictures.
ดูคำตอบ
The book is long. It does, however, have lots of pictures.
Feeling disoriented?: คำถามสั้นที่ละ Are you
“Feeling disoriented?” เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ “Are you feeling disoriented?” ผู้พูดกำลังถามถึงสภาพของผู้ฟังในขณะนั้น “Feeling” เป็นรูป -ing ภายในวลี present continuous ที่เข้าใจได้ว่าเป็น “are feeling” ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาที่ผันแล้วของประโยคบอกเล่าที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง ในคำถามสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ ภาษาอังกฤษสามารถละประธาน “you” และกริยาช่วย “are” ได้เมื่อทั้งสองส่วนชัดเจนอยู่แล้ว เครื่องหมายคำถามและทำนองเสียงขณะพูดช่วยบอกว่าผู้พูดกำลังรอคำตอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดคือรูปสั้นแบบไม่เป็นทางการของ “Are you feeling dizzy?” ที่ละทั้งประธานและกริยาช่วย?
- You are feeling dizzy.
- Feeling dizzy?
- Are you feeling dizzy?
ดูคำตอบ
Feeling dizzy?
If you travel ..., you'll ... เพื่อบอกผลในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
ประโยคนี้ใช้ first conditional โดย if + present simple (“travel”) แสดงเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และ will + กริยารูปพื้นฐาน (“will ... go”) แสดงผลที่คาดการณ์ไว้ ผู้พูดมองว่าผลนั้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงหากเงื่อนไขเป็นจริง “Eventually” หมายความว่าผลจะเกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือหลังจากเคลื่อนที่ต่อไป แม้อนุประโยค if จะพูดถึงอนาคต แต่ประโยคเงื่อนไขแบบกลางตามมาตรฐานมักใช้รูปปัจจุบัน “travel” ไม่ใช่ “will travel”
แบบฝึกหัด
เติม first conditional ด้วยรูปที่ถูกต้องของ arrive: “If the bus ____ late, we'll take a taxi.”
ดูคำตอบ
arrives
and your chance of dying on the way is actually higher than winning.
1:26ที่จริงแล้ว โอกาสเสียชีวิตระหว่างทางสูงกว่าโอกาสถูกรางวัล
Travel ... and your chance ... ในฐานะเงื่อนไข if แบบย่อ
อนุประโยคเปิด Travel to buy... มีรูปเหมือนประโยคคำสั่ง แต่ผู้พูดไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังเดินทางหรือซื้อลอตเตอรี่ ส่วนนี้นำเสนอการกระทำสมมุติเป็นเงื่อนไข ซึ่งใกล้เคียงกับ If you travel to buy a lottery ticket ในที่นี้ and นำเข้าสู่ผลของเงื่อนไขนั้น อนุประโยคที่มีรูปคำสั่งหรือขึ้นต้นด้วยกริยารูปพื้นฐาน ตามด้วย and + ประโยคบอกเล่า สามารถย่อความสัมพันธ์แบบเงื่อนไขและผลลัพธ์ได้ และมักใช้ในคำเตือน คำสัญญา หรือข้อความที่ต้องการความโดดเด่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้มีความหมายว่า 'If you ignore the warning, you could lose your data': Ignore the warning, ____ you could lose your data.
ดูคำตอบ
and
the fetus sends stem cells to the damaged organ to help repair it. ไวยากรณ์
1:33ทารกในครรภ์จะส่งสเต็มเซลล์ไปยังอวัยวะที่เสียหายเพื่อช่วยซ่อมแซม
คำที่ใช้ร่วมกันทางการแพทย์ suffer organ damage
ใน suffers organ damage คำว่า suffer หมายถึงประสบหรือได้รับสิ่งที่เป็นอันตราย ไม่จำเป็นต้องหมายถึงรู้สึกเจ็บปวด ผู้หญิงเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วน organ damage คือความเสียหายทางร่างกายที่เธอได้รับ รูปแบบทางการนี้คือ suffer + ปัญหาทางการแพทย์หรือการบาดเจ็บ โดยปกติ damage เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ จึงใช้ suffer organ damage เช่นเดียวกับ suffer brain damage, suffer a heart attack และ suffer serious injuries
แบบฝึกหัด
เติมรายงานทางการแพทย์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ suffer + organ damage: After the crash, doctors confirmed that the patient had ____.
ดูคำตอบ
suffered organ damage
to help repair it: การบอกจุดประสงค์ด้วย to + คำกริยา
ในประโยคนี้ to help repair it เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมทารกในครรภ์จึงส่งเซลล์ต้นกำเนิดไปยังอวัยวะที่เสียหาย นั่นคือเพื่อช่วยซ่อมแซมอวัยวะนั้น คำสรรพนาม it หมายถึง the damaged organ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกจุดประสงค์ ภายในวลีนี้ help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน repair เป็น help repair something ส่วน to ที่อยู่ก่อนหน้าใน to the damaged organ บอกทิศทาง ไม่ได้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สองคำที่ใช้ help: The nurse raised the head of the bed ____ the patient breathe more easily.
ดูคำตอบ
to help
The resting temperature of testicles is around 35 degrees Celsius
1:37อุณหภูมิของอัณฑะขณะพักอยู่ที่ประมาณ 35 องศาเซลเซียส
literally hot as balls: สแลงหยาบและมุกเล่นความหมายตามตัวอักษร
Hot as balls เป็นสแลงหยาบที่หมายถึงร้อนมาก ส่วน balls ก็เป็นคำหยาบที่ใช้เรียกอัณฑะด้วย การกล่าวถึงอัณฑะและอุณหภูมิของมันก่อนหน้านี้ทำให้ literally เปิดการตีความสองแบบพร้อมกัน ในเชิงสำนวนคือวันนั้นร้อนมาก ส่วนตามตัวอักษรคือเอาความร้อนไปเปรียบกับความร้อนของอัณฑะ ความหมายสองชั้นนี้ทำให้เกิดมุก ที่นี่ literally เป็นสัญญาณของการเล่นคำ ไม่ใช่เพียงการยืนยันความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ “literally hot as balls” เป็นมุกในบริบทนี้?
- Literally ทำให้ประโยคนี้กลายเป็นการแปลงค่าระหว่างเซลเซียสกับฟาเรนไฮต์อย่างแม่นยำ
- Balls หมายถึง “อากาศร้อน” ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ
- Hot as balls หมายถึง “ร้อนมาก” ขณะที่ balls ก็หมายถึงอัณฑะที่เพิ่งกล่าวถึงตามตัวอักษรด้วย
ดูคำตอบ
Hot as balls หมายถึง “ร้อนมาก” ขณะที่ balls ก็หมายถึงอัณฑะที่เพิ่งกล่าวถึงตามตัวอักษรด้วย
“Even faking a smile”: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ใน “even faking a smile” คำว่า faking เป็นรูป -ing ที่ใช้เป็น gerund วลี faking a smile ทั้งวลีเป็นประธานทางไวยากรณ์ของ stimulates ดังนั้น faking จึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ progressive tense Even เน้นกรณีที่น่าประหลาดใจ กล่าวคือ ผลดังกล่าวไม่ได้เกิดจากรอยยิ้มจริงเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นเมื่อใครบางคนจงใจทำรูปปากให้เหมือนกำลังยิ้มด้วย โดยทั่วไป วลีการกระทำรูป -ing สามารถใช้เป็นสิ่งที่ประโยคกล่าวถึงได้ และ even แสดงว่ากรณีนี้ถูกรวมไว้แบบเหนือความคาดหมาย
แบบฝึกหัด
“even faking a smile” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- เป็นประธาน และ even นำเสนอว่าเป็นกรณีที่น่าประหลาดใจ
- เป็นคำกริยารูป progressive ที่บอกว่าสมองกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้
- บอกว่าการกระตุ้นเกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ
เป็นประธาน และ even นำเสนอว่าเป็นกรณีที่น่าประหลาดใจ
humans are really just machines that turn energy into ideas. กริยาวลี
1:54มนุษย์ก็เป็นเพียงเครื่องจักรที่เปลี่ยนพลังงานให้เป็นความคิด
“At the end of the day” เพื่อเกริ่นข้อสรุปสุดท้าย
ในที่นี้ “At the end of the day” หมายถึง “หลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงสำคัญทั้งหมดแล้ว” หรือ “ท้ายที่สุด” ไม่ใช่วลีบอกเวลาที่หมายถึงช่วงเย็น วลีนี้ช่วยจัดระเบียบสารโดยส่งสัญญาณว่า หลังจากรายละเอียดก่อนหน้า ผู้พูดกำลังจะบอกข้อสรุปสำคัญของตน เมื่อวลีนี้อยู่ต้นประโยคและครอบคลุมข้อความทั้งหมด มักมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึง “ท้ายที่สุด”: We can debate the details, but ____, the customer needs a clear answer.
ดูคำตอบ
at the end of the day
turn energy into ideas: โครงสร้าง turn X into Y
turn X into Y หมายถึงทำให้ X เปลี่ยนแปลงจนได้ Y เป็นผลลัพธ์ ใน turn energy into ideas คำว่า energy อยู่ในตำแหน่ง X และ ideas อยู่ในตำแหน่ง Y ส่วน into ใช้นำรูปแบบหรือผลลัพธ์ใหม่ ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ ในที่นี้ โครงสร้างนี้ช่วยสร้างอุปมา โดยเปรียบมนุษย์เป็นเครื่องจักรที่รับสิ่งนำเข้าแล้วสร้างผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรม โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายการเปลี่ยนวัสดุ สภาวะ หรือทรัพยากรและผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง turn X into Y: The workshop can ____ discarded glass ____ colorful tiles.
ดูคำตอบ
turn · into
has led to you listening to these ideas right now. วลี
1:59ได้นำพาให้คุณมาฟังความคิดเหล่านี้อยู่ในตอนนี้
it turns out that: เปิดเผยข้อสรุปที่เพิ่งชัดเจน
it turns out that ใช้นำอนุประโยคสมบูรณ์ที่เสนอเป็นข้อเท็จจริงซึ่งชัดเจนขึ้น ถูกค้นพบ หรือถูกรับรู้หลังจากพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น มักสื่อว่าข้อสรุปนั้นน่าสนใจหรือแตกต่างจากที่คาดไว้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเสนอการที่คุณกำลังฟังอยู่ตอนนี้เป็นข้อสรุปที่คำอธิบายก่อนหน้านี้ค่อย ๆ นำมาถึง it เป็นประธานทางไวยากรณ์ที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ และ that ใช้นำเนื้อหาของข้อสรุป
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง it turns out that ส่งสัญญาณถึงอะไร
- ผู้พูดเพียงกำลังใช้คำเชื่อมแสดงเหตุและผล
- ผู้พูดกำลังคาดเดาแบบชั่วคราวโดยยังไม่มีการยืนยัน
- ข้อเท็จจริงหนึ่งชัดเจนขึ้นและอาจต่างจากที่คาดไว้
ดูคำตอบ
ข้อเท็จจริงหนึ่งชัดเจนขึ้นและอาจต่างจากที่คาดไว้
has led to you listening: lead to + คำนามหรือรูป -ing
ใน has led to you listening คำว่า lead to หมายถึงทำให้เกิดหรือส่งผลให้เกิด ห่วงโซ่ของประวัติศาสตร์และกาลเวลาทั้งหมดถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ในปัจจุบัน นั่นคือคุณกำลังฟังอยู่ตอนนี้ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นส่วนที่ตามมาจึงทำหน้าที่เป็นนามวลี you listening เป็นธรรมชาติในภาษาพูด ส่วน your listening อาจพบในงานเขียนที่เป็นทางการกว่า ไม่ว่าจะใช้รูปใด listening ก็เป็นรูป -ing ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ 'miss': The broken alarm led to Mia ____ her train.
ดูคำตอบ
missing
thanks for your time: การปิดท้ายอย่างสุภาพและการเชื่อมกลับสู่แก่นเรื่อง
Thanks for your time เป็นคำกล่าวปิดท้ายที่ใช้กันทั่วไปเพื่อขอบคุณผู้ฟังสำหรับเวลาและความสนใจที่มอบให้ เป็นสัญญาณว่าการพูดกำลังจะจบลง และช่วยรวบรวมแนวคิดก่อนหน้าให้เป็นเนื้อหาที่สมบูรณ์ ในบริบทนี้ time ยังเชื่อมกลับไปยังการพูดถึงอดีต ปัจจุบัน และมาตราส่วนของเวลาก่อนหน้านี้ด้วย ดังนั้นคำกล่าวขอบคุณธรรมดาจึงทำหน้าที่เป็นการย้อนกลับไปหาแก่นเรื่อง และช่วยให้ตอนจบมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นโดยไม่เปลี่ยนความหมายทั่วไปของวลี
แบบฝึกหัด
เหตุใด Thanks for your time จึงมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษเมื่อใช้เป็นประโยคสุดท้ายในบริบทนี้
- เป็นการขอให้ผู้ฟังบอกว่าตอนนี้กี่โมง
- เป็นการปิดการพูดอย่างสุภาพและยังเชื่อมกลับไปยังแก่นเรื่องหลักเกี่ยวกับเวลา
- เป็นการประกาศว่าการพูดกำลังจะเริ่มขึ้นในตอนนี้
ดูคำตอบ
เป็นการปิดการพูดอย่างสุภาพและยังเชื่อมกลับไปยังแก่นเรื่องหลักเกี่ยวกับเวลา
check out our personal Instagram and Twitter handles. การใช้คำ
2:13เข้าไปดูบัญชี Instagram และ Twitter ส่วนตัวของเราได้เลย
the inside scoop on: ข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง
“The inside scoop on” หมายถึงข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับหัวข้อที่ตามหลัง “on” ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ในประโยคนี้ หัวข้อคือไอเดียสำหรับตอนที่จะมาถึง ผู้พูดจึงกำลังเสนอรายละเอียดที่ผู้ชมทั่วไปอาจยังไม่รู้ คำว่า “scoop” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้ช้อนตัก ทั้งวลีเป็นสำนวนไม่เป็นทางการ และ “on” ใช้นำหัวข้อของข้อมูล: the inside scoop on something.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงข้อมูลพิเศษซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่มี: The reporter promised readers ____ the team's new coach.
ดูคำตอบ
the inside scoop on
behind the scenes: งานเบื้องหลังที่สาธารณชนมองไม่เห็น
“Behind the scenes” หมายถึงงาน เหตุการณ์ หรือเนื้อหาที่โดยปกติสาธารณชนมองไม่เห็น ในประโยคนี้หมายถึงเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีสร้างตอนต่าง ๆ ไม่ใช่ตำแหน่งจริงที่อยู่หลังเวที วลีนี้ใช้บรรยายกิจกรรมที่อยู่นอกสายตาสาธารณชนได้ เช่น “work behind the scenes.” ในรายการเนื้อหาสื่อ วลีนี้ยังใช้เป็นชื่อสั้น ๆ แทน “behind-the-scenes content” หรือ “behind-the-scenes footage” ได้ด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ของวลีในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “อยู่นอกสายตาสาธารณชน”: The volunteers coordinated the event ____.
ดูคำตอบ
behind the scenes
Instagram และ Twitter handles: ชื่อบัญชีสาธารณะ
ในที่นี้ handles หมายถึงชื่อที่ผู้คนใช้ระบุตัวตนบน Instagram และ Twitter คนอื่นสามารถใช้ handle เพื่อค้นหาหรือกล่าวถึงบุคคลหรือองค์กรได้ โดยมักแสดงพร้อม @ แต่รูปแบบที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม ชื่อแพลตฟอร์มบอกให้รู้ว่า handle ใช้ในความหมายออนไลน์ ในโครงสร้าง “ชื่อแพลตฟอร์ม + handle” คำว่า handle หมายถึงชื่อที่ผูกกับบัญชี ไม่ใช่ทั้งบัญชีหรือหน้าโปรไฟล์ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
handle หมายถึงอะไรในประโยค "Send me your Instagram handle"?
- ที่จับซึ่งเป็นวัตถุบนโทรศัพท์ของบุคคลนั้น
- โปรไฟล์โซเชียลมีเดียทั้งหมดของบุคคลนั้น
- ชื่อสาธารณะที่ใช้ระบุตัวตนและผูกกับบัญชี
ดูคำตอบ
ชื่อสาธารณะที่ใช้ระบุตัวตนและผูกกับบัญชี
And subscribe for more weekly science videos.
2:15และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์