พลังทางวิทยาศาสตร์ของความคิด: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
520 คำ 199 คำ/นาที

คำอธิบาย: วิดีโอนี้แสดงว่า การฝึกทางจิตช่วยสมองและทักษะทางกายได้ แต่ไม่อาจแทนที่การฝึกจริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what if I told you that - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าเป็นคำถามสมมติเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เปิดข้อกล่าวอ้างอันน่าประหลาดใจ ไม่ใช่การเล่าบทสนทนาในอดีต และนำไปใช้ชวนผู้ฟังทบทวนความเชื่อเดิมได้ 2. increased their strength by 30% - ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: ใช้ increase by เพื่อบอกขนาดการเปลี่ยนแปลง และแยกจาก increase to ที่บอกค่าปลายทาง จึงอธิบายผลทดลอง ราคา หรือสัดส่วนได้แม่นยำ 3. a little imagination never hurts. - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นบทสรุปอย่างพอดีซึ่งบอกว่าจินตนาการเล็กน้อยไม่เสียหายและอาจช่วยได้ ไม่ใช่คำรับรองตามตัวอักษรว่าจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้นเลย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

For years, scientists believed that the brain was static,

0:00

เป็นเวลาหลายปีที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสมองนั้นหยุดนิ่ง

unchanging, and locked.

0:03

ไม่เปลี่ยนแปลง และถูกกำหนดไว้ตายตัว

But our understanding has changed drastically

0:04

แต่ความเข้าใจของเราเปลี่ยนไปอย่างมาก

to the point where we now see the brain as plastic and constantly changing. โน้ต

0:06

จนตอนนี้เรามองว่าสมองมีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

วลี

to the point where: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

to the point where เชื่อมการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของความเข้าใจกับผลที่ตามมา คือปัจจุบันผู้คนมองสมองต่างไปจากเดิม point หมายถึงระดับหรือขั้นที่การเปลี่ยนแปลงไปถึง ส่วน where นำเข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา + to the point where + อนุประโยคบอกผล รูปแบบนี้เน้นว่ากระบวนการหนึ่งรุนแรงหรือก้าวหน้าเพียงพอจนสภาวะที่ตามมากลายเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่แสดงว่าการลดลงไปถึงระดับที่ทำให้ผลต่อไปนี้เกิดขึ้น: Public trust fell ____ many customers canceled their accounts.

ดูคำตอบ

to the point where

ไวยากรณ์

see the brain as plastic: โครงสร้าง see A as B

see ในที่นี้หมายถึงเข้าใจหรือมองว่าเป็น ไม่ใช่มองเห็นด้วยตา ใน see the brain as plastic นั้น the brain คือ A และ plastic คือ B ซึ่งเป็นคำอธิบายที่กำหนดให้ A โดย plastic ในที่นี้หมายถึงสามารถเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้ ใช้ see A as B เพื่อแสดงการตัดสิน การตีความ หรือการจัดประเภท กล่าวคือ ประธานมองว่า A มีตัวตนหรือคุณสมบัติ B โดย B อาจเป็นนามวลีหรือคำคุณศัพท์ก็ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ see ... as เพื่อเติมข้อความแสดงการตัดสินให้สมบูรณ์: Our manager ____ a short trial ____ the safest first step.

ดูคำตอบ

sees · as

การใช้คำ

plastic: สามารถเปลี่ยนแปลงและจัดระเบียบใหม่ได้

plastic ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับตัว หรือจัดระเบียบใหม่ได้ คำนี้อธิบายความสามารถของสมองในการเปลี่ยนวิธีทำงาน รวมถึงปรับการเชื่อมต่อหรือโครงสร้างเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้บอกว่าสมองทำจากวัสดุอะไร วลี constantly changing ที่ตามมาช่วยย้ำความหมายเฉพาะทางประสาทวิทยานี้ โดยทั่วไป เมื่อระบบหรือความสามารถถูกเรียกว่า plastic ในบริบททางวิชาการ ให้เน้นที่ความสามารถในการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "The young brain is highly plastic," คำว่า plastic หมายถึงอะไร

  1. ถูกกำหนดให้อยู่ในรูปทรงทางกายภาพเดียวอย่างถาวร
  2. สามารถเปลี่ยนแปลงและจัดระเบียบใหม่ได้เมื่อเวลาผ่านไป
  3. ทำจากวัสดุสังเคราะห์
ดูคำตอบ

สามารถเปลี่ยนแปลงและจัดระเบียบใหม่ได้เมื่อเวลาผ่านไป

But what if I told you that simply thinking could affect ไวยากรณ์

0:10

แต่ถ้าบอกคุณว่า เพียงแค่คิดก็ส่งผลได้

not only the way your brain works, ไวยากรณ์

0:12

ไม่เฉพาะต่อวิธีการทำงานของสมอง

but its physical shape and structure as well?

0:14

แต่ยังส่งผลต่อรูปร่างและโครงสร้างทางกายภาพของสมองด้วยล่ะ?

ไวยากรณ์

What if I told you that... ในฐานะคำเกริ่นเชิงวาทศิลป์

What if I told you that... เป็นโครงสร้างคำถามสมมติที่ใช้เกริ่นข้อกล่าวอ้าง โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้พูดคาดว่าจะฟังดูน่าประหลาดใจหรือท้าทายความเชื่อเดิม แทนที่จะบอกข้อสรุปตรง ๆ โครงสร้างนี้ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการว่าได้ยินข้อกล่าวอ้างนั้น รูปอดีต told ในที่นี้ช่วยแสดงว่าสถานการณ์เป็นเรื่องสมมติ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังถามว่าบทสนทนานี้เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตหรือไม่ ในประโยคตัวอย่าง โครงสร้างนี้สร้างความคาดหวังก่อนนำเสนอว่าการคิดอาจเปลี่ยนสมองได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เสนอข้อกล่าวอ้างอันน่าประหลาดใจให้สมบูรณ์: What ____ some plants can communicate through chemical signals?

ดูคำตอบ

if I told you that

ไวยากรณ์

not only A, but B as well: ไม่เพียง A แต่ยัง B ด้วย

not only A, but B as well เชื่อมข้อมูลสองอย่างที่เป็นจริงทั้งคู่ A คือวิธีที่สมองทำงาน ส่วน B คือรูปร่างและโครงสร้างทางกายภาพของสมอง การวาง B ไว้ทีหลังทำให้ข้อมูลนี้ดูหนักแน่นหรือน่าประหลาดใจกว่า ในที่นี้ but เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ใช้คู่กับ not only ไม่ได้แสดงความขัดแย้ง as well แปลว่า “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” และปิดท้ายข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาส่วนที่สอง โครงสร้างนี้ช่วยพาจากประเด็นหนึ่งไปสู่อีกประเด็นที่หนักแน่นหรือคาดไม่ถึงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not only A, but B as well: The new library is ____ quiet ____ welcoming ____.

ดูคำตอบ

not only · but · as well

It turns out this is exactly what happens. วลี

0:16

ปรากฏว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ

วลี

It turns out + อนุประโยค: ปรากฏว่า...

It turns out ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ชัดเจนขึ้นหลังจากมีการตรวจสอบ ได้ข้อมูลเพิ่ม หรือเห็นว่าเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างไร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวยืนยันว่าความคิดที่น่าประหลาดใจซึ่งเพิ่งกล่าวถึงเกิดขึ้นจริง it ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของ แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำขึ้นต้นแบบตายตัว แล้วตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์: It turns out (that) + อนุประโยค คำว่า that มักละได้ และในประโยคนี้ก็ถูกละไว้

แบบฝึกหัด

โค้ชตรวจสอบตารางแล้วพบข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ ประโยคใดนำเสนอข้อเท็จจริงนั้นว่าเป็นผลจากการตรวจสอบ?

  1. It turns out the game starts at noon.
  2. Turn out the lights before the game starts.
  3. It seems the game might start at noon.
ดูคำตอบ

It turns out the game starts at noon.

From a neuroscientific standpoint, วลี

0:19

จากมุมมองทางประสาทวิทยา

imagining an action and doing it ไวยากรณ์

0:20

การจินตนาการถึงการกระทำกับการลงมือทำจริง

require the same motor and sensory programs in the brain.

0:22

ต้องใช้โปรแกรมควบคุมการเคลื่อนไหวและประสาทสัมผัสชุดเดียวกันในสมอง

วลี

From a neuroscientific standpoint: จากมุมมองทางประสาทวิทยาศาสตร์

From a neuroscientific standpoint ทำหน้าที่จำกัดมุมมองที่ใช้ตัดสินข้อความ กล่าวคือ ในที่นี้ข้อความถูกจำกัดอยู่ที่สิ่งที่ประสาทวิทยาศาสตร์อธิบายเกี่ยวกับกระบวนการในสมอง ไม่ได้ครอบคลุมมุมมองทางปรัชญาหรือประสบการณ์ส่วนบุคคลทั้งหมด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ from + คำขยาย + standpoint โดยคำขยายระบุสาขา บทบาท หรือเกณฑ์ตัดสิน เมื่อวางต้นประโยคและตามด้วยจุลภาค จะบอกผู้ฟังว่าควรตีความเนื้อหาที่เหลือจากมุมใด standpoint หมายถึงมุมมองเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่ที่คนยืนอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี standpoint ที่กำหนดอย่างชัดเจนว่าเป็นการตัดสินตามเกณฑ์ด้านความปลอดภัย: ____, the design needs another emergency exit.

ดูคำตอบ

From a safety standpoint

ไวยากรณ์

imagining ... and doing ... ใช้กริยาพหูพจน์ require

Imagining an action และ doing it เป็นวลี gerund สองวลีที่เชื่อมด้วย and เมื่อรวมกันจึงเป็นประธานผสมที่กล่าวถึงกิจกรรมสองอย่าง จึงใช้กริยาสำหรับประธานพหูพจน์คือ require ในการเลือกรูปกริยา ให้หาหน่วยประธานทั้งหมดแทนที่จะดูเพียงคำนามหรือคำสรรพนามที่อยู่ใกล้กริยาที่สุด action และ it อยู่ภายในวลีประธานเหล่านั้น จึงไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา Imagining ในที่นี้เป็น gerund ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูป progressive เพราะทำหน้าที่เป็นประธานคล้ายคำนามและไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take: Washing the dishes and cleaning the kitchen ____ more time than I expected.

ดูคำตอบ

take

For example,

0:25

ตัวอย่างเช่น

if you were to close your eyes and imagine the letter B, ไวยากรณ์

0:26

ถ้าคุณหลับตาแล้วจินตนาการถึงตัวอักษร B

the primary visual cortex lights up กริยาวลี

0:29

คอร์เทกซ์การมองเห็นปฐมภูมิจะทำงาน

in the same way it does when you look at the letter on the screen. ไวยากรณ์

0:31

ในแบบเดียวกับตอนที่คุณมองตัวอักษรนั้นบนหน้าจอ

ไวยากรณ์

if you were to + กริยา สำหรับการสมมติอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ if you were to close ใช้ตั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการกระทำในจินตนาการ ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต โครงสร้างคือ if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น if you were to close โครงสร้างนี้ทำให้เงื่อนไขฟังดูเป็นการสมมติมากขึ้น มีความไม่แน่นอน หรือวางคำพูดอย่างระมัดระวัง มักใช้ในโจทย์ทดลองทางความคิด ความเป็นไปได้ที่ห่างไกล หรือคำแนะนำที่นุ่มนวล ก่อนบอกผลที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมการทดลองทางความคิดด้วยโครงสร้างสมมติที่ระมัดระวัง: “____ live underwater, how would you communicate?”

ดูคำตอบ

If you were to

กริยาวลี

lights up ในความหมายว่า “ทำงานมากขึ้น”

ในประโยคนี้ lights up เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม โดยสิ่งที่มีการทำงานเพิ่มขึ้นคือประธาน primary visual cortex ภาพสแกนสมองมักแสดงกิจกรรมนี้เป็นบริเวณที่สว่างขึ้นหรือมีสี จึงเป็นการเชื่อมกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นกับความสว่างที่มองเห็นได้ โครงสร้างเดียวกันอาจหมายถึงสิ่งหนึ่งสว่างขึ้น แสดงการทำงานให้เห็น หรือดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที โดยขึ้นอยู่กับประธาน ไม่ได้หมายความว่าเปลือกสมองตั้งใจเปิดไฟอีกดวงหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใน “The visual cortex lights up on the scan,” คำว่า lights up หมายความว่าอะไร?

  1. บริเวณนั้นแสดงกิจกรรมเพิ่มขึ้นและปรากฏเด่นในภาพ
  2. บริเวณนั้นเปิดโคมไฟ
  3. บริเวณนั้นหยุดรับข้อมูลการมองเห็น
ดูคำตอบ

บริเวณนั้นแสดงกิจกรรมเพิ่มขึ้นและปรากฏเด่นในภาพ

ไวยากรณ์

in the same way it does when: does ที่ใช้แทนกริยาก่อนหน้า

โครงสร้าง in the same way ... when ใช้เปรียบเทียบว่าสมองส่วนการมองเห็นตอบสนองอย่างไรในสองสถานการณ์ ในประโยคนี้ การทำงานขณะจินตนาการถูกนำมาเทียบกับการทำงานขณะมองเห็นตัวอักษรจริง ๆ does ใช้แทนวลีกริยา lights up ที่กล่าวไปแล้ว ดังนั้นความหมายเต็มจึงเท่ากับ in the same way it lights up when ... การใช้คำแทนช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ ส่วน when นำเข้าสถานการณ์ที่ใช้เปรียบเทียบ และ does ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทำ”

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาช่วยที่ใช้แทน responds เพื่อทำประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: The sensor responds to blue light in the same way it ____ when it detects green light.

ดูคำตอบ

does

Take a moment and imagine yourself writing out your signature with your dominant hand. ไวยากรณ์

0:34

ลองใช้เวลาสักครู่จินตนาการว่าคุณกำลังใช้มือข้างถนัดเซ็นชื่อ

ไวยากรณ์

imagine yourself writing: imagine + กรรม + -ing

โครงสร้าง imagine + กรรม + -ing หมายถึงการสร้างภาพในใจว่าบุคคลนั้นกำลังทำบางอย่าง ใน imagine yourself writing คำว่า yourself เป็นกรรมของ imagine และเป็นผู้ทำกริยา writing ด้วย ในโครงสร้างนี้ให้ใช้รูป -ing หลังกรรม เมื่อต้องการสื่อความหมายนี้ imagine yourself to write ไม่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ ควรใช้ imagine yourself writing

แบบฝึกหัด

ใช้ imagine + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the interview, take a minute to ____ the first question calmly.

ดูคำตอบ

imagine yourself answering

Chances are the amount of time it takes you to simply imagine doing it โน้ต

0:37

มีแนวโน้มว่าเวลาที่คุณใช้เพียงเพื่อจินตนาการว่ากำลังทำสิ่งนั้น

is similar to how long it actually takes to write it out.

0:41

จะใกล้เคียงกับเวลาที่ใช้เซ็นชื่อจริง

วลี

Chances are + อนุประโยคที่สมบูรณ์

Chances are ใช้เกริ่นการคาดเดาที่ผู้พูดคิดว่าน่าจะเป็นจริง ในประโยคนี้หมายความว่ากิจกรรมทั้งสองอย่างน่าจะใช้เวลาใกล้เคียงกัน หลังสำนวนนี้ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ได้ทันที: Chances are + ประธาน + กริยา รูปที่ยาวกว่าอย่าง Chances are that ... ก็ถูกต้อง แต่สามารถละ that ได้ ส่วน Chances ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโอกาสหลายครั้งที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

Chances are ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร?

  1. ข้อความที่ตามมาน่าจะเป็นจริง
  2. ผู้พูดมั่นใจและได้พิสูจน์ข้อความนั้นแล้ว
  3. มีโอกาสหลายครั้งให้ทำกิจกรรมนั้น
ดูคำตอบ

ข้อความที่ตามมาน่าจะเป็นจริง

ไวยากรณ์

เปรียบเทียบระยะเวลาด้วย the amount of time it takes ... is similar to how long it actually takes

The amount of time it takes ... เป็นนามวลีที่บอกว่ากิจกรรมแรกต้องใช้เวลาเท่าไร คำนามหลักคือ amount ซึ่งเป็นเอกพจน์ ดังนั้นกริยาหลักจึงใช้ is หลัง similar to อนุประโยค how long it actually takes ... จะบอกระยะเวลาของกิจกรรมที่สอง ในที่นี้ how long ถามถึงเวลา ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the amount of time it takes to do A + is similar to + how long it takes to do B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยส่วนประกอบที่ตรงกับรูปแบบเปรียบเทียบเป้าหมาย: The ____ it takes to charge this phone is similar to ____ it takes to charge the tablet.

ดูคำตอบ

amount of time · how long

Try doing the same thing with your non-dominant hand

0:44

ลองทำแบบเดียวกันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด

and it actually takes you longer to write and imagine.

0:46

แล้วคุณจะใช้เวลานานขึ้นจริง ๆ ทั้งในการเขียนและจินตนาการ

How is this relevant? ลำดับความ

0:49

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องอย่างไร?

ลำดับความ

How is this relevant? ในฐานะคำถามเชื่อมประเด็นเชิงวาทศิลป์

How is this relevant? เป็นการหยุดที่ตัวอย่างชั่วคราวแล้วถามว่าตัวอย่างนั้นเชื่อมโยงกับประเด็นหลักอย่างไร ในที่นี้ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร คำถามนี้จึงเป็นการพูดแทนข้อสงสัยที่ผู้ฟังอาจมี ไม่ใช่การขอข้อมูลจริง ๆ เมื่อใช้หลังยกตัวอย่าง คำถามที่ผู้พูดถามขึ้นเองนี้จะสร้างสะพานเชื่อมที่ชัดเจนจากตัวอย่างไปสู่ความเกี่ยวข้องและคำอธิบาย เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความเชื่อมโยงต่อไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดยกตัวอย่างแล้วถามว่า “How is this relevant?” คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ถามว่าตัวอย่างนั้นถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่
  2. เกริ่นถึงความเชื่อมโยงที่ผู้พูดจะอธิบายต่อไป
  3. ยอมรับว่าผู้พูดลืมหัวข้อแล้ว
  4. จบการอภิปรายเพราะตัวอย่างนั้นไม่มีประโยชน์
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงความเชื่อมโยงที่ผู้พูดจะอธิบายต่อไป

Well,

0:50

คืออย่างนี้

because imagination and action are actually integrated and engage the same neural pathways,

0:50

เพราะจินตนาการและการกระทำเชื่อมโยงกัน และกระตุ้นวิถีประสาทเดียวกัน

practicing one actually influences the other.

0:55

การฝึกอย่างหนึ่งจึงส่งผลต่ออีกอย่างหนึ่ง

One fascinating study took two groups and had them practice piano for 2 hours a day, ไวยากรณ์

0:58

งานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งให้คนสองกลุ่มฝึกเปียโนวันละ 2 ชั่วโมง

ไวยากรณ์

had them practice: have + คน + กริยารูปพื้นฐาน

ใน had them practice คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have ที่ใช้ในโครงสร้างก่อให้เกิดการกระทำ ผู้จัดการศึกษาทำให้หรือจัดให้ผู้เข้าร่วมฝึกซ้อม ดังนั้น had ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” โครงสร้างคือ have + คน + กริยารูปพื้นฐาน เช่น have them practice และเมื่อเป็นอดีตจะใช้ had them practice กริยาหลังคนไม่เติม to และไม่เปลี่ยนตามจำนวนหรือกาล เพราะกาลแสดงด้วย have หรือ had

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาในวงเล็บ: The instructor had the students ____ the emergency procedure. (practice)

ดูคำตอบ

practice

except one group was only allowed to use mental practice. การใช้คำ

1:03

ยกเว้นว่ากลุ่มหนึ่งได้รับอนุญาตให้ฝึกในใจเท่านั้น

การใช้คำ

mental practice: การฝึกทักษะในใจ

ในที่นี้ mental practice หมายถึงการฝึกทักษะทางร่างกายในใจอย่างตั้งใจโดยไม่ได้ลงมือทำการเคลื่อนไหวจริง ผู้เข้าร่วมจินตนาการลำดับและความรู้สึกราวกับว่ากำลังฝึกจริง คำนี้หมายถึงกิจกรรมฝึกฝนที่มีแบบแผน ไม่ใช่แค่คิดเล่น ๆ ในการใช้นี้ practice หมายถึงการฝึกโดยทั่วไปและปกติเป็นคำนามนับไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หมายถึงการซ้อมอย่างตั้งใจซึ่งทำเฉพาะในใจให้สมบูรณ์: Before touching the instrument, Ava silently rehearsed every movement in her mind. This is called ____.

ดูคำตอบ

mental practice

They couldn't touch the piano,

1:06

พวกเขาแตะเปียโนไม่ได้เลย

but would sit in front of it and imagine practicing. ไวยากรณ์

1:07

ได้แต่นั่งอยู่หน้าเปียโนและจินตนาการว่ากำลังฝึก

ไวยากรณ์

would sit สำหรับนิสัยในอดีตที่เกิดซ้ำ

ในเรื่องเล่าอดีตนี้ would sit หมายถึงนั่งซ้ำ ๆ หรือเป็นประจำ เป็นการบอกกิจวัตรของกลุ่มระหว่างการทดลอง ไม่ได้หมายถึงความเต็มใจ อนาคต หรือผลจากเงื่อนไขที่ไม่ได้กล่าวไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือการกำหนดกรอบเวลาในอดีตให้ชัด แล้วตามด้วย would + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อกรอบเวลาชัดเจนแล้ว would สามารถนำเสนอการกระทำที่เกิดซ้ำให้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าหรือความทรงจำได้

แบบฝึกหัด

ใช้ would + กริยารูปพื้นฐานเพื่อแสดงนิสัยในอดีตที่เกิดซ้ำ: When I was little, my grandfather ____ me a story every night.

ดูคำตอบ

would tell

The surprising result? ลำดับความ

1:09

ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจคืออะไร?

The exact same physical changes took place in the motor cortex of both groups. วลี

1:11

คอร์เทกซ์สั่งการของทั้งสองกลุ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแบบเดียวกันทุกประการ

ลำดับความ

The surprising result? ในฐานะการเปิดเผยแบบคำถาม

The surprising result? เป็นส่วนข้อความสั้น ๆ ที่มีรูปคล้ายคำถาม โดยละคำกริยาอย่าง was ไว้ จึงทำหน้าที่คล้ายหัวข้อที่พูดออกมามากกว่าจะเป็นประโยคคำถามเต็มรูปที่ใช้ขอข้อมูล ข้อความนี้สร้างช่วงหยุดสั้น ๆ ดึงความสนใจไปยังข้อค้นพบสำคัญ และทำให้ประโยคถัดไปเป็นผู้ให้คำตอบ รูปแบบถามแล้วตอบเช่นนี้ช่วยให้ผู้พูดเน้นข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องการให้ผู้ฟังตอบจริง ๆ

แบบฝึกหัด

The surprising result? ทำหน้าที่อะไรในข้อความตอนนี้?

  1. ขอให้ผู้ฟังรายงานผลลัพธ์ที่ผู้พูดไม่ทราบ
  2. เริ่มรายการคำถามหลายข้อที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. เกริ่นถึงข้อค้นพบสำคัญและทำให้ประโยคถัดไปเป็นคำตอบ
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงข้อค้นพบสำคัญและทำให้ประโยคถัดไปเป็นคำตอบ

วลี

took place ในความหมายว่า “เกิดขึ้น”

ในประโยคนี้ took place เป็นรูปอดีตของสำนวนคงที่ take place ซึ่งหมายถึง “เกิดขึ้น” ประธานของวลีนี้คือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในทั้งสองกลุ่ม ควรมอง take place เป็นหน่วยเดียวแทนที่จะแปล take กับ place แยกกัน สำนวนนี้มักใช้บอกว่าเหตุการณ์ กิจกรรม กระบวนการ หรือการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริง โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take place: The safety inspection ____ yesterday morning.

ดูคำตอบ

took place

And after 3 days,

1:15

และหลังจากผ่านไป 3 วัน

their accuracy in playing was the exact same.

1:16

ความแม่นยำในการเล่นเปียโนของทั้งสองกลุ่มก็เท่ากันทุกประการ

Beyond 5 days,

1:19

เมื่อผ่านไปเกิน 5 วัน

the physical practice group did begin to excel faster, ไวยากรณ์

1:20

กลุ่มที่ฝึกจริงเริ่มพัฒนาได้เร็วกว่า

ไวยากรณ์

did ที่ใช้เน้นใน did begin to excel

ในประโยคบอกเล่านี้ did ใช้เน้น begin โดยสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริง แม้ในช่วงก่อนหน้านั้นทั้งสองกลุ่มจะมีผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน นี่คือ emphatic do ใน simple past: did + กริยารูปพื้นฐาน การเน้นนี้ใช้ยืนยันข้อเท็จจริง แก้ความคาดหมาย ยอมรับข้อเท็จจริงที่ต่างออกไป หรือสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนได้ โดย begin ต้องคงรูปพื้นฐานเพราะ did เป็นตัวแสดงอดีตกาลแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแก้ความเชื่อที่ว่า Mia ไขปริศนาไม่ได้อย่างชัดเจนที่สุด

  1. Mia solved the puzzle.
  2. Mia did solved the puzzle.
  3. Mia did solve the puzzle.
ดูคำตอบ

Mia did solve the puzzle.

but the imagination group when given the chance to practice physically ไวยากรณ์

1:23

แต่เมื่อกลุ่มที่ฝึกด้วยจินตนาการมีโอกาสได้ฝึกจริง

was able to catch up to their skill level quickly. กริยาวลี

1:26

พวกเขาก็ไล่ตามระดับทักษะของอีกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

อนุประโยค passive แบบลดรูป when given the chance to practice

When given the chance to practice เป็นอนุประโยค passive แบบลดรูป รูปเต็มคือ when they were given the chance to practice โดย they หมายถึง the imagination group ซึ่งเป็นฝ่ายได้รับโอกาส ไม่ใช่ฝ่ายมอบโอกาส อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when มักละประธานและรูปหนึ่งของ be ได้เมื่อประธานนั้นเป็นคนหรือสิ่งเดียวกับประธานในประโยคหลัก past participle ที่เหลืออยู่คือ given ยังคงความหมายแบบ passive และบอกฉากหลังด้านเวลาหรือเงื่อนไขอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ลดรูปอนุประโยค passive ที่ใช้ when: When they are given clear instructions, new employees settle in quickly. เติมให้สมบูรณ์: New employees, ____, settle in quickly.

ดูคำตอบ

when given clear instructions

กริยาวลี

catch up to: ไล่ตามจนถึงระดับเดียวกัน

Catch up to someone or something หมายถึงการลดช่องว่างจนไปถึงตำแหน่ง ความก้าวหน้า หรือระดับทักษะเดียวกัน คำว่า to ใช้นำหน้าคน กลุ่ม หรือมาตรฐานที่กำลังไล่ตาม ในประโยคนี้ กลุ่มที่ฝึกด้วยจินตนาการเริ่มฝึกจริงแล้วไปถึงระดับทักษะของกลุ่มเปรียบเทียบได้อย่างรวดเร็ว catch ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ catch up to ในความหมายว่าไปถึงระดับเดียวกับกลุ่มหนึ่ง?

  1. Leo caught the ball beside the faster swimmers.
  2. Leo trained hard to catch up on the lessons he missed.
  3. Leo trained hard to catch up to the faster swimmers.
ดูคำตอบ

Leo trained hard to catch up to the faster swimmers.

Perhaps more incredible is an experiment

1:29

สิ่งที่อาจน่าทึ่งยิ่งกว่าคือการทดลอง

which used imagination in an effort to strengthen muscles. วลี

1:31

ที่ใช้จินตนาการเพื่อพยายามเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

วลี

in an effort to: บอกจุดประสงค์ว่าเป็นความพยายาม

in an effort to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเป้าหมายของการกระทำ พร้อมกับนำเสนอว่าการกระทำนั้นเป็นความพยายาม สำนวนนี้มักฟังดูตั้งใจและเป็นทางการกว่าการใช้ to เพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ มีการทดลองใช้จินตนาการโดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สำนวนนี้ไม่ได้บอกว่ากล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่ ต้องระบุผลลัพธ์แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “เพื่อพยายาม”: The library extended its hours ____ help more families.

ดูคำตอบ

in an effort to

Both groups did the same finger muscle exercises for 4 weeks,

1:34

ทั้งสองกลุ่มบริหารกล้ามเนื้อนิ้วแบบเดียวกันเป็นเวลา 4 สัปดาห์

though one group simply did it mentally.

1:38

แต่กลุ่มหนึ่งทำเพียงในใจเท่านั้น

Those who actually did the physical exercise increased their strength by 30% โน้ต

1:40

ผู้ที่ออกกำลังกายจริงมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 30%

การใช้คำ

increased their strength by 30%: by บอกปริมาณการเปลี่ยนแปลง

Increased their strength by 30% หมายความว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 30% ของความแข็งแรงเดิม By ใช้นำหน้าขนาดของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ระดับสุดท้าย หากแทนความแข็งแรงเริ่มต้นด้วย 100 หน่วย การเพิ่มขึ้น 30% จะทำให้ระดับใหม่เป็น 130 หน่วย ประโยคนี้ไม่ได้ให้ค่าความแข็งแรงเริ่มต้นหรือสุดท้ายจริง ๆ จึงไม่ควรตีความว่า 30% เป็นค่าที่วัดได้ในตอนท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่บอกปริมาณการเปลี่ยนแปลง The monthly fee increased ____ 10%, from $50 to $55.

ดูคำตอบ

by

while those who imagined doing it increased their muscle strength by 22%.

1:44

ส่วนผู้ที่จินตนาการว่ากำลังออกกำลังกายมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 22%

ไวยากรณ์

ใช้ Those who ... while those who เพื่อเปรียบเทียบกลุ่มคน

Those who หมายถึง “คนที่...” โดย Those ใช้แทนกลุ่มคน และอนุประโยค who ระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด ในที่นี้คือคนที่ออกกำลังกายจริง โครงสร้างซ้ำ Those who ..., while those who ... วางคนสองกลุ่มที่แบ่งตามพฤติกรรมให้ขนานกัน ในประโยคนี้ while หมายถึง “ส่วน” หรือ “ในขณะที่” เพื่อแสดงความแตกต่าง ไม่ได้หมายถึง “ระหว่างเวลาที่” จึงใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์ได้โดยไม่ต้องกล่าวคำนามอย่าง participants ซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบโดยใช้โครงสร้างซ้ำ Those who ... while those who .... ____ booked early paid less, while ____ waited until Friday paid the full price.

ดูคำตอบ

Those who · those who

This is because the neurons responsible for the movement instruction were still being used and strengthened,

1:48

นั่นเป็นเพราะเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่ส่งคำสั่งการเคลื่อนไหวยังคงถูกใช้งานและเสริมความแข็งแรง

resulting in increased strength when the muscles actually contracted. ไวยากรณ์

1:54

ส่งผลให้ความแข็งแรงเพิ่มขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวจริง

ไวยากรณ์

resulting in increased strength: การบอกผลลัพธ์

“resulting in increased strength” เป็นวลี -ing ที่ใช้บอกผลลัพธ์ วลีนี้เติมผลที่เกิดจากกระบวนการทั้งหมดก่อนหน้า กล่าวคือ เซลล์ประสาทยังคงถูกใช้งานและเสริมความแข็งแรง และกระบวนการนั้นทำให้เกิดแรงมากขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหดตัว ในที่นี้ resulting in หมายถึง “ส่งผลให้” ไม่ใช่ “เพื่อที่จะ” สามารถขยายความเป็น which resulted in increased strength ได้ แต่รูป -ing ช่วยให้คำอธิบายอยู่ในประโยคเดียวอย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีผลลัพธ์แบบ -ing สองคำที่เรียนในบทนี้: The pipe burst overnight, ____ serious water damage.

ดูคำตอบ

resulting in

So, while your thoughts don't have some mystical or magical power, ลำดับความ

1:57

ดังนั้น แม้ความคิดของคุณจะไม่มีพลังลึกลับหรือพลังวิเศษ

mental practice is an effective way to prepare for a physical skill.

2:00

แต่การฝึกในใจก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเตรียมพร้อมสำหรับทักษะที่ต้องใช้ร่างกาย

ลำดับความ

So, while ...: ยอมรับข้อจำกัดก่อนเสนอประเด็นหลัก

So เชื่อมข้อสรุปนี้เข้ากับหลักฐานที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ผู้พูดปฏิเสธแนวคิดที่เกินจริงก่อนว่าความคิดมีพลังวิเศษ แล้วจึงเสนอประเด็นหลักที่มีหลักฐานรองรับว่าการฝึกในใจได้ผล รูปแบบ “ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงบอกประเด็นหลัก” ทำให้ข้อโต้แย้งฟังดูรอบคอบ อนุประโยคแรกวางข้อจำกัด แต่ไม่ได้ลบล้างข้อสรุปเชิงบวกที่ตามมา

แบบฝึกหัด

อนุประโยคแรกในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร? “While the plan is not perfect, it can still help us.”

  1. พิสูจน์ว่าแผนนี้ไม่มีประโยชน์
  2. บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ยอมรับข้อจำกัดก่อนเสนอประเด็นหลัก
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อจำกัดก่อนเสนอประเด็นหลัก

Each thought actually changes the structure and function of your brain

2:04

ทุกความคิดเปลี่ยนโครงสร้างและการทำงานของสมองคุณจริง ๆ

by affecting the neurons at the microscopic level.

2:08

ด้วยการส่งผลต่อเซลล์ประสาทในระดับจุลภาค

Though, as much as we wish you could sit there and become the next Mozart, โน้ต

2:10

แม้เราจะอยากให้คุณแค่นั่งเฉย ๆ ก็กลายเป็น Mozart คนต่อไปได้

it won't happen without a lot of hard physical work.

2:14

แต่มันจะไม่เกิดขึ้นหากไม่ลงแรงฝึกจริงอย่างหนัก

ไวยากรณ์

as much as we wish: ยอมรับความปรารถนาก่อนบอกข้อจำกัด

ในประโยคนี้ as much as we wish you could ... หมายถึง แม้ว่าเราจะอยากให้คุณทำเช่นนั้นได้มากเพียงใดก็ตาม วลีนี้ยอมรับความปรารถนาอันแรงกล้าก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกความจริงที่ตรงข้ามกันว่า การมีทักษะระดับสูงยังต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก as much as ในที่นี้แสดงความยอมรับสิ่งหนึ่งก่อนพูดถึงข้อขัดแย้ง ไม่ได้ใช้วัดปริมาณ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ As much as + ประธาน + wish/would like + อนุประโยค, + ประโยคหลักที่บอกข้อจำกัดหรือความขัดแย้ง ส่วน could หลัง wish แสดงว่าสิ่งที่หวังยังห่างจากความจริงในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปิดแสดงการยอมรับสี่คำ ซึ่งยอมรับความปรารถนาอันแรงกล้าก่อนบอกข้อจำกัดจริง: ____ we could take the puppy home, our apartment does not allow pets.

ดูคำตอบ

As much as we wish

วัฒนธรรม

the next Mozart: คนใหม่ที่อาจมีความยิ่งใหญ่ทางดนตรีใกล้เคียงกัน

โมซาร์ทเป็นนักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียง ชื่อของเขาจึงถูกใช้ในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพรสวรรค์และความสำเร็จด้านดนตรีที่ยอดเยี่ยม the next Mozart หมายถึงคนใหม่ที่วันหนึ่งอาจไปถึงระดับใกล้เคียงกัน ไม่ได้หมายถึงคนที่จะมาแทนโมซาร์ทจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the next + famous person's name ซึ่งเปรียบคนที่มีอนาคตไกลกับบุคคลต้นแบบด้านความยอดเยี่ยมที่คนทั่วไปรู้จักในวงการเดียวกัน โดยทั่วไปเป็นการคาดการณ์หรือคำชมแบบกล่าวเกินจริง ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนเท่าเทียมกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The coach says Maya could be the next Serena Williams,” วลี the next Serena Williams หมายถึงอะไร?

  1. ญาติของ Serena Williams
  2. คนที่จะมาอยู่ในตำแหน่งถัดจาก Serena Williams ในแถว
  3. นักกีฬาในอนาคตที่อาจไปถึงระดับความยอดเยี่ยมใกล้เคียงกัน
ดูคำตอบ

นักกีฬาในอนาคตที่อาจไปถึงระดับความยอดเยี่ยมใกล้เคียงกัน

But a little imagination never hurts. สำนวน

2:17

แต่จินตนาการสักหน่อยก็ไม่เสียหาย

สำนวน

ใช้ “A little imagination never hurts” เพื่อให้กำลังใจอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ a little imagination never hurts หมายถึงการใช้จินตนาการสักหน่อยไม่ก่อให้เกิดผลเสียและอาจเป็นประโยชน์ได้ never hurts เป็นสำนวนที่ใช้แนะนำบางอย่างอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่คำรับรองตามตัวอักษรว่าสิ่งนั้นจะไม่มีวันก่อให้เกิดอันตราย โครงสร้าง a little/a bit of + คำนาม + never hurts ใช้เพิ่มคำแนะนำอย่างอ่อนโยนหรือจบความคิดด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจได้ โดยไม่ฟังดูเหมือนคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มแนวคิดสร้างสรรค์หนึ่งอย่างในโครงงานของชั้นเรียน “A little imagination never hurts” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มีการรับรองว่าจินตนาการปลอดภัยในทุกสถานการณ์
  2. การลองใช้จินตนาการสักหน่อยเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและอาจช่วยได้
  3. มีเพียงคนที่มีจินตนาการสูงมากเท่านั้นที่ทำโครงงานนี้เสร็จได้
ดูคำตอบ

การลองใช้จินตนาการสักหน่อยเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและอาจช่วยได้

This episode of AsapSCIENCE is supported by audible.com,

2:20

AsapSCIENCE ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก audible.com

the leading provider of audiobooks

2:23

ผู้ให้บริการหนังสือเสียงชั้นนำ

with over 100,000 downloadable titles across all types of literature.

2:25

ที่มีหนังสือให้ดาวน์โหลดมากกว่า 100,000 เรื่อง ครอบคลุมวรรณกรรมทุกประเภท

This episode was inspired by the book

2:29

เนื้อหาในตอนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ

The Brain That Changes Itself by Norman Doidge.

2:31

The Brain That Changes Itself โดย Norman Doidge

You can download this audiobook or another of your choice

2:33

คุณสามารถดาวน์โหลดหนังสือเสียงเล่มนี้หรือเล่มอื่นที่คุณเลือก

for free at audible.com/asap.

2:36

ได้ฟรีที่ audible.com/asap

Special thanks to Audible for making these videos possible

2:39

ขอขอบคุณ Audible เป็นพิเศษที่ช่วยให้วิดีโอเหล่านี้เกิดขึ้นได้

and offering you a free audiobook at audible.com/asap.

2:42

และมอบหนังสือเสียงฟรีให้คุณที่ audible.com/asap

And subscribe for more weekly science videos.

2:46

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อรับชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์