เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฮาวาย!: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
647 คำ 177 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: Michael เชื่อมทริปฮาวายกับซากเรือที่ Pearl Harbor เส้นแบ่งวันสากล อาหารท้องถิ่น Diamond Head และ Mauna Kea ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. grew my beard back out, — กริยาวลี: grow something out คือปล่อยให้ผมหรือเครายาว ส่วน back บอกการกลับสู่สภาพเดิม เช่น ไว้ยาวอีกครั้งหลังตัด 2. tears that have continued to flow — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เชื้อเพลิงที่รั่วถูกทำให้เป็น “น้ำตา” ที่ยังไหล เชื่อมข้อเท็จจริงกับความเศร้ายาวนาน ไม่ใช่การร้องไห้จริง 3. if measured from its seafloor base, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ขยายเงื่อนไขถูกกระทำเป็น if it is measured แล้วใช้ระบุจุดเริ่มการวัดที่เป็นฐานของการเปรียบเทียบ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Vsauce,

0:00

Vsauce,

Michael here and I am back from vacation.

0:00

ไมเคิลเองครับ ผมกลับจากวันหยุดแล้ว

You may not have known, ไวยากรณ์

0:03

คุณอาจไม่รู้ว่า

but I just spent the last week in Hawaii

0:04

ผมเพิ่งใช้เวลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาในฮาวาย

with my mother and my sister.

0:06

กับแม่และน้องสาวของผม

ไวยากรณ์

ใช้ may not have known เพื่อบอกความเป็นไปได้ของช่องว่างทางข้อมูลในอดีต

may not have known มีโครงสร้างเป็นคำกริยาช่วย may + not + รูปสมบูรณ์ have known ในที่นี้ may แสดงความเป็นไปได้ ส่วน have known วางการไม่รู้ที่อาจเกิดขึ้นไว้ก่อนคำอธิบายของผู้พูดในปัจจุบัน not ปฏิเสธการรู้ ไม่ได้ตั้งข้อสงสัยว่าการเดินทางเกิดขึ้นจริงหรือไม่ คำขึ้นต้นนี้ชี้ให้เห็นอย่างนุ่มนวลว่าอาจมีข้อมูลที่ผู้ฟังกับผู้พูดรู้ไม่เท่ากัน ผู้ฟังอาจไม่เคยรู้เรื่องหนึ่งมาก่อน ผู้พูดจึงกำลังจะให้ข้อมูลพื้นหลังใหม่ ประโยคนี้ตรงน้อยกว่า You didn't know เพราะไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังไม่รู้ในอดีตอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างนุ่มนวลว่าผู้ฟังอาจยังไม่มีข้อมูลนั้นก่อนหน้านี้

  1. You may not know, but the library changed its hours last month.
  2. You must not have known, because the library changed its hours last month.
  3. You may not have known, but the library changed its hours last month.
ดูคำตอบ

You may not have known, but the library changed its hours last month.

She's the one hiding right there. ไวยากรณ์

0:08

คนที่หลบอยู่ตรงนั้นคือน้องสาวผมเอง

ไวยากรณ์

The one hiding: คำขยายรูป the one + -ing

ใน the one hiding คำว่า one เป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนบุคคลซึ่งระบุได้อยู่แล้วจากบริบท ส่วนคำขยายรูป -ing คือ hiding ตามหลัง one และบอกว่าเป็นคนไหน ซึ่งมีความหมายเท่ากับ the one who is hiding รูปแบบสั้น the one + รูป -ing ใช้การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อระบุสมาชิกคนหนึ่งหรือสิ่งหนึ่งจากกลุ่มที่ทราบกันอยู่แล้ว ในประโยคนี้ right there บอกตำแหน่งของบุคคลนั้น และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปแบบพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสั้นที่หมายถึงคนที่กำลังซ่อนตัว: Of all the children in the room, Mia is ____ behind the curtain.

ดูคำตอบ

the one hiding

I worked on my tan, วลี

0:10

ผมอาบแดดให้ผิวแทน

วลี

worked on my tan: work on + เป้าหมาย

Work on + บางสิ่ง หมายถึงใช้เวลาและความพยายามเพื่อปรับปรุงหรือทำให้สิ่งนั้นก้าวหน้า ในที่นี้ tan คือสีผิวที่เข้มขึ้นจากแสงแดด ดังนั้น worked on my tan จึงเป็นวิธีพูดแบบสบาย ๆ และขำ ๆ ว่า “ตั้งใจใช้เวลาอาบแดดให้ผิวเป็นสีแทน” Work on ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทำงานอยู่บนสิ่งของ” ตามตัวอักษร คำที่ตามมาคือเป้าหมายที่เราใช้ความพยายามกับมัน เช่น project, skill หรือ tan แบบขำ ๆ ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ใช้เวลาเพื่อปรับปรุง”: I need to ____ my science project tonight.

ดูคำตอบ

work on

grew my beard back out, กริยาวลี

0:11

ไว้เคราให้ยาวอีกครั้ง

กริยาวลี

grew my beard back out: โครงสร้าง grow ... back out

Grow a beard out หมายถึงปล่อยให้เครายาวต่อไปจนมีความยาวมากขึ้น กรรมสามารถอยู่ระหว่าง grow กับ out ได้ เช่น grow my beard out Back เพิ่มความหมายว่า “อีกครั้ง” หรือ “กลับสู่สภาพเดิม” ดังนั้น grew my beard back out จึงหมายถึงปล่อยให้เคราที่เคยตัดสั้นหรือโกนออกกลับมายาวอีกครั้ง Out บอกถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเคลื่อนออกจากร่างกาย

แบบฝึกหัด

ไคเคยไว้เครายาว แล้วโกนออก และตอนนี้ต้องการไว้ให้ยาวอีกครั้ง ประโยคใดสื่อความหมายนี้

  1. He wants to grow his beard back out.
  2. He wants to grow his beard over.
  3. He wants to grow back out his beard.
ดูคำตอบ

He wants to grow his beard back out.

and most importantly, ลำดับความ

0:13

และที่สำคัญที่สุด

I learned a lot.

0:14

ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย

ลำดับความ

most importantly เพื่อชี้ประเด็นที่สำคัญที่สุด

Most importantly เป็นคำบอกทางที่ใช้จัดลำดับความสำคัญของความคิด โดยบอกผู้ฟังว่า “นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุดในรายการของฉัน” ในประโยคนี้ การได้เรียนรู้มากมายถูกยกให้สำคัญกว่ารายการก่อนหน้า คำนี้บอกความสำคัญของใจความทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้บอกว่าการกระทำ learned เกิดขึ้นอย่างไร จึงมีประโยชน์เมื่อนำหน้ารายการสุดท้ายหรือข้อสรุปหลักของชุดข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่ทำให้ประเด็นสุดท้ายมีความสำคัญสูงสุด: The route is short and safe. ____, it is easy to follow.

ดูคำตอบ

most importantly

And I wanted to share some of that knowledge with you today.

0:15

วันนี้ผมเลยอยากแบ่งปันความรู้บางส่วนให้คุณฟัง

In fact,

0:17

ที่จริงแล้ว

on Saturday,

0:18

วันเสาร์นี้

I'm gonna release a brand new Vsauce Leanback made out of videos from producers all over YouTube วลี

0:19

ผมจะปล่อย Vsauce Leanback ตอนใหม่เอี่ยม ซึ่งรวบรวมวิดีโอจากครีเอเตอร์ทั่ว YouTube

วลี

made out of เพื่อบอกส่วนประกอบที่ใช้สร้างสิ่งหนึ่ง

Made out of บอกว่าวัสดุหรือส่วนประกอบใดรวมกันเป็นสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ วิดีโอถูกมองเป็นชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็น Vsauce Leanback ใหม่หนึ่งชุด รูปแบบนี้จึงขยายจากวัสดุที่จับต้องได้ไปใช้กับเนื้อหาสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่ออยู่หลังคำนาม made out of จะขยายคำนามนั้น รูปเต็มคือ a Vsauce Leanback that is made out of videos แต่ประโยคนี้ละ that is ไว้ สามารถนำรูปแบบ something is made out of material or pieces ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดเมื่อต้องการเน้นว่านำกล่องเก่ากลับมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง? The playhouse was ____ old cardboard boxes.

  1. made out of
  2. made in
  3. made by
ดูคำตอบ

made out of

that I was inspired to watch after learning things in Hawaii.

0:24

ที่ผมอยากดูหลังจากได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ในฮาวาย

It's going to be exciting,

0:27

มันต้องน่าตื่นเต้นแน่

but today

0:28

แต่วันนี้

Right now,

0:29

ตอนนี้เลย

let's get started and begin with Pearl Harbor. ลำดับความ

0:29

มาเริ่มกันที่เพิร์ลฮาร์เบอร์

ลำดับความ

Let's get started and begin with ...: เริ่มต้นและบอกหัวข้อแรก

Let's get started เป็นคำชวนที่รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังให้เริ่มกิจกรรมหลักด้วยกัน ในที่นี้ get started หมายถึง “เริ่มทำสิ่งที่เรามาที่นี่เพื่อทำ” ไม่ได้หมายถึงการเปิดใช้งานสิ่งของ จากนั้น begin with ระบุว่า Pearl Harbor เป็นหัวข้อแรก เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน ผู้พูดจะเปลี่ยนจากบทนำเข้าสู่เนื้อหาหลัก พร้อมบอกว่าจะเริ่มจากเรื่องใด

แบบฝึกหัด

เติมคำเปลี่ยนของผู้ดำเนินรายการด้วยสำนวนที่ชวนทุกคนให้เริ่มและบอกหัวข้อแรก: "____ today's schedule."

ดูคำตอบ

Let's get started and begin with

In 1941,

0:32

ในปี 1941

more than 300 Japanese fighters attacked the US naval base at Pearl Harbor. วัฒนธรรม

0:34

เครื่องบินขับไล่ญี่ปุ่นกว่า 300 ลำโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่เพิร์ลฮาร์เบอร์

วัฒนธรรม

Pearl Harbor: สถานที่และการโจมตีในปี 1941

Pearl Harbor เป็นอ่าวบนเกาะโออาฮู รัฐฮาวาย และเป็นชื่อฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ที่นั่นด้วย ในประโยคนี้ ชื่อนี้หมายถึงสถานที่ที่เครื่องบินญี่ปุ่นโจมตีในปี 1941 ในการกล่าวถึงประวัติศาสตร์ Pearl Harbor ยังใช้แทนเหตุการณ์โจมตีนั้นได้ด้วย ไม่ใช่ชื่อของเรือลำใดลำหนึ่ง ความหมายที่เป็นทั้งสถานที่และเหตุการณ์นี้อธิบายว่าเหตุใดอนุสรณ์สถานและเรือที่จมอยู่ที่นั่นจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ในประโยคตัวอย่าง Pearl Harbor หมายถึงอะไร?

  1. ท่าเรือทหารแห่งใดก็ได้ในมหาสมุทรแปซิฟิก
  2. อ่าวในฮาวายและฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่ถูกโจมตีที่นั่นในปี 1941
  3. เรือรบสหรัฐฯ ลำหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ

อ่าวในฮาวายและฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่ถูกโจมตีที่นั่นในปี 1941

The USS Arizona was one of the many battleships damaged or sunk, ไวยากรณ์

0:39

USS Arizona เป็นหนึ่งในเรือประจัญบานหลายลำที่เสียหายหรือจมลง

ไวยากรณ์

battleships damaged or sunk: อนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูป

ใน “battleships damaged or sunk” คำว่า damaged และ sunk เป็นรูป past participle ที่ขยาย battleships ทั้งคู่ วลีนี้หมายถึง “battleships that were damaged or sunk” โดยละ that were ไว้ นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบลดรูป เรือเหล่านี้เป็นฝ่ายได้รับความเสียหายหรือจมลง ไม่ได้เป็นฝ่ายไปทำให้สิ่งอื่นเสียหายหรือจม รูปแบบเดียวกันนี้ช่วยให้คำบรรยายสั้นลงได้: คำนาม + past participle

แบบฝึกหัด

อนุประโยคสัมพันธ์แบบเต็มข้อใดมีความหมายเหมือน “battleships damaged or sunk”?

  1. battleships that were damaging or sinking
  2. battleships that were damaged or sunk
  3. battleships that damaged or sank other ships
ดูคำตอบ

battleships that were damaged or sunk

and the Arizona was left right where it sank. ไวยากรณ์

0:43

และ Arizona ก็ถูกทิ้งไว้ตรงจุดที่จม

ไวยากรณ์

right where: การเน้นสถานที่ที่แน่นอน

ใน “right where it sank” คำว่า right เน้นความหมายของ where โดยหมายถึง “ตรงสถานที่นั้นพอดี” ดังนั้นเรือจึงถูกทิ้งไว้ ณ จุดเดียวกับที่มันจมลง right ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” หรือ “ทิศที่ตรงข้ามกับซ้าย” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ right where + อนุประโยค ซึ่งใช้ชี้ตำแหน่งที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

right ใน “The picnic blanket is right where we left it” หมายความว่าอะไร?

  1. ทางด้านขวา
  2. อย่างถูกต้อง
  3. ตรงพอดี
ดูคำตอบ

ตรงพอดี

It's still there,

0:47

จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ตรงนั้น

and a memorial has been built right on top of it.

0:48

และมีการสร้างอนุสรณ์สถานไว้เหนือเรือพอดี

From the memorial,

0:51

จากอนุสรณ์สถาน

you can see something pretty surprising.

0:52

คุณจะเห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจทีเดียว

The ship is still leaking fuel.

0:54

เรือลำนี้ยังคงมีเชื้อเพลิงรั่วออกมา

It once held more than a million gallons of fuel,

0:58

ครั้งหนึ่งมันเคยบรรจุเชื้อเพลิงไว้กว่าหนึ่งล้านแกลลอน

and so even today,

1:01

ดังนั้นแม้แต่ทุกวันนี้

70 years later,

1:02

70 ปีต่อมา

it continues to leak 5 gallons of gas every day into the ocean.

1:03

มันก็ยังมีเชื้อเพลิงรั่วลงสู่ทะเลวันละ 5 แกลลอน

In fact,

1:08

ที่จริงแล้ว

you can actually smell it from the memorial.

1:08

คุณได้กลิ่นมันจากอนุสรณ์สถานเลยด้วยซ้ำ

The Navy hasn't fixed it yet because the leak is seen as a constant reminder of what happened โน้ต

1:10

กองทัพเรือยังไม่ซ่อมรอยรั่ว เพราะมองว่ามันเป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

ไวยากรณ์

hasn't fixed it yet: present perfect กับ yet

Hasn't fixed คือ present perfect รูปปฏิเสธ ซึ่งมีโครงสร้าง has not + กริยาช่องสาม fixed รูปนี้มองย้อนจากปัจจุบันและบอกว่าการซ่อมที่คาดไว้ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงเวลาที่พูด Yet เน้นความหมายว่า “จนถึงตอนนี้” และมักอยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ ทั้งยังเปิดโอกาสว่าการซ่อมอาจเกิดขึ้นในภายหลัง ในที่นี้ yet ไม่ใช่คำสันธานที่หมายถึง “อย่างไรก็ตาม”

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ปฏิเสธของ fix ตามด้วย it และวาง yet ไว้ท้ายประโยค: The mechanic has worked for an hour, but the car is still broken. She ____.

ดูคำตอบ

hasn't fixed it yet

วลี

is seen as a constant reminder: การประเมิน ไม่ใช่การมองเห็น

Is seen as เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้บอกการประเมิน โดยมีรูป be + seen + as + นามวลี ในที่นี้หมายถึง “ถูกมองว่า” หรือ “ถูกเข้าใจว่า” ไม่ได้หมายความว่ามีใครมองเห็นการรั่วไหลด้วยตาจริง ๆ A constant reminder คือสิ่งที่ทำให้ผู้คนนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งซ้ำ ๆ หรืออย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้นำเสนอการรั่วไหลว่าเป็นสัญลักษณ์ที่คงอยู่และช่วยรักษาความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ โครงสร้างที่เน้นหมายความว่าอย่างไร? The memorial is seen as a constant reminder of the disaster.

  1. อนุสรณ์สถานแสดงให้เห็นว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นด้วยอัตราตัวเลขที่คงที่
  2. ผู้คนสามารถมองเห็นอนุสรณ์สถานได้จริงเฉพาะเมื่อมีสิ่งเตือนอยู่เท่านั้น
  3. ผู้คนมองว่าอนุสรณ์สถานเป็นสิ่งที่ช่วยเก็บภัยพิบัติไว้ในความทรงจำของพวกเขา
ดูคำตอบ

ผู้คนมองว่าอนุสรณ์สถานเป็นสิ่งที่ช่วยเก็บภัยพิบัติไว้ในความทรงจำของพวกเขา

and as tears that have continued to flow ever since the day of the attack. โน้ต

1:16

และเป็นดั่งน้ำตาที่ไหลต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ถูกโจมตี

สำนวน

อุปมาใน tears that have continued to flow

tears ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหยดน้ำตาจริง ๆ จากดวงตาของคน แต่เป็นการเรียกเชื้อเพลิงที่ยังคงรั่วออกจากซากเรือในเชิงเปรียบเทียบว่า “น้ำตา” ทำให้ดูราวกับว่าเรือที่เสียหายสามารถร้องไห้ได้ อนุประโยค that have continued to flow ทำให้ความหมายทั้งสองยังคงอยู่พร้อมกัน คือเชื้อเพลิงไหลจริงในทางกายภาพ ขณะที่น้ำตาที่ไหลต่อเนื่องสื่อว่าความโศกเศร้ายังไม่สิ้นสุด ภาพนี้จึงเพิ่มความหมายทางอารมณ์และเชิงสัญลักษณ์ให้กับคำบรรยายข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ tears that have continued to flow หมายถึงอะไร

  1. เชื้อเพลิงที่รั่วถูกนำเสนอเป็นภาพแทนของความโศกเศร้าที่ยังคงอยู่
  2. การโจมตีทำให้เกิดแม่น้ำตามธรรมชาติข้างเรือ
  3. ผู้คนในสถานที่นั้นร้องไห้จริง ๆ โดยไม่หยุดเลย
ดูคำตอบ

เชื้อเพลิงที่รั่วถูกนำเสนอเป็นภาพแทนของความโศกเศร้าที่ยังคงอยู่

ไวยากรณ์

ever since + จุดเริ่มต้นในอดีต

ever since ใช้บอกจุดเริ่มต้นในอดีตและครอบคลุมช่วงเวลาทั้งหมดจากจุดนั้นจนถึงปัจจุบัน ในประโยคนี้ จุดเริ่มต้นคือวันแห่งการโจมตี ไม่ใช่ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งหลังจากนั้น เมื่อสภาวะหรือการกระทำยังดำเนินอยู่ มักใช้ ever since กับประโยคหลักรูป present perfect เช่น have continued to flow หลัง ever since สามารถใช้วลีนามที่บอกเวลาในอดีต เช่น ever since 2020 หรืออนุประโยคอดีตกาลที่บอกเหตุการณ์ เช่น ever since she moved

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “ตั้งแต่สวนเปิดจนถึงตอนนี้”: Our street has been quieter ____ the new park opened.

ดูคำตอบ

ever since

Pearl Harbor also has this giant map,

1:21

ที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ยังมีแผนที่ขนาดยักษ์นี้ด้วย

which shows you something else I was excited about being close to the International Date Line. วัฒนธรรม

1:24

ซึ่งแสดงอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้น นั่นคือการได้อยู่ใกล้เส้นแบ่งเขตวันสากล

It's an arbitrary line where the new day begins.

1:29

มันเป็นเส้นสมมติที่กำหนดให้วันใหม่เริ่มต้นขึ้น

วัฒนธรรม

the International Date Line: เส้นเขตแดนทางปฏิทินที่กำหนดโดยข้อตกลง

ในที่นี้ the International Date Line หรือเส้นแบ่งวันสากล คือเส้นเขตแดนที่มนุษย์ตกลงกำหนดขึ้น โดยส่วนใหญ่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และเมื่อข้ามเส้นนี้ วันที่ในปฏิทินอาจเลื่อนไปข้างหน้าหรือย้อนกลับหนึ่งวัน เส้นนี้เป็นข้อตกลงของมนุษย์ ไม่ใช่ลักษณะทางธรรมชาติที่มองเห็นได้ โดยประมาณจะตามเส้นลองจิจูด 180 องศา แต่มีการคดอ้อมประเทศและเกาะต่าง ๆ และไม่ได้ตรงกับเส้นแบ่งเขตเวลาทุกเส้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ International Date Line คืออะไร

  1. เส้นทางที่มีเพียงเครื่องบินเท่านั้นที่ใช้
  2. เส้นแบ่งของเขตเวลาทุกเขต
  3. เส้นเขตแดนที่มนุษย์ตกลงกำหนดขึ้น ซึ่งเมื่อข้ามแล้ววันที่ในปฏิทินอาจเปลี่ยน
  4. กำแพงจริงที่สร้างพาดผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก
ดูคำตอบ

เส้นเขตแดนที่มนุษย์ตกลงกำหนดขึ้น ซึ่งเมื่อข้ามแล้ววันที่ในปฏิทินอาจเปลี่ยน

You see, น้ำเสียง/เจตนา

1:32

คืออย่างนี้

when the sun rises in the morning for these Pacific Islands, ไวยากรณ์

1:32

เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเหนือหมู่เกาะเหล่านี้ในแปซิฟิก

different days are beginning.

1:36

วันใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นก็เป็นคนละวันกัน

น้ำเสียง/เจตนา

You see, ในฐานะคำเกริ่นคำอธิบาย

ในที่นี้ You see, ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีคำอธิบายตามมา ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเหตุใดวันที่ต่างกันจึงเริ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน วลีนี้เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมในบทสนทนา ไม่ใช่คำสั่งให้มองสิ่งใด ในบริบทอื่น วลีนี้สามารถใช้เกริ่นเหตุผล เพิ่มข้อมูลเบื้องหลังที่จำเป็น หรือแก้ความเข้าใจของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

You see, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? You see, the library closes earlier on Fridays.

  1. แสดงว่าผู้พูดจบบทสนทนาแล้ว
  2. ถามว่าผู้ฟังมองเห็นห้องสมุดหรือไม่
  3. ใช้เกริ่นคำอธิบายที่ตามมา
  4. สั่งให้ผู้ฟังมองห้องสมุด
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นคำอธิบายที่ตามมา

ไวยากรณ์

เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น... วันที่ต่างกันก็เริ่มต้นขึ้น

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when กำหนดกรอบเวลาเดียวกัน คือดวงอาทิตย์กำลังขึ้นสำหรับหมู่เกาะเหล่านี้ จากนั้นประโยคหลักบอกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในกรอบเวลานั้น นั่นคือเกาะแต่ละแห่งกำลังเข้าสู่วันที่ตามปฏิทินท้องถิ่นที่แตกต่างกัน different days ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์ขึ้นคนละวันกัน หมู่เกาะอยู่คนละด้านของเส้นแบ่งเขตวันสากล ดังนั้นพระอาทิตย์ขึ้นที่เกิดขึ้นเกือบพร้อมกันจึงอาจอยู่ในวันที่ซึ่งเรียกต่างกันได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ When + เหตุการณ์ แล้วตามด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นจริงในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคตัวอย่างสื่อความสัมพันธ์ใด

  1. จุดอ้างอิงเวลาเดียวกันอาจเกี่ยวข้องกับวันที่ตามปฏิทินท้องถิ่นที่แตกต่างกัน
  2. ดวงอาทิตย์ขึ้นบนหมู่เกาะเหล่านี้ในช่วงเช้าที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
  3. แต่ละเกาะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจากทิศทางที่แตกต่างกัน
ดูคำตอบ

จุดอ้างอิงเวลาเดียวกันอาจเกี่ยวข้องกับวันที่ตามปฏิทินท้องถิ่นที่แตกต่างกัน

In Samoa,

1:38

ในซามัว

it might be 9 in the morning on Thursday,

1:39

อาจเป็นเวลา 9 โมงเช้าของวันพฤหัสบดี

but just a few hundred miles away across the date line,

1:41

แต่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยไมล์ อีกฝั่งของเส้นแบ่งเขตวัน

it's 9 in the morning on Friday,

1:45

กลับเป็นเวลา 9 โมงเช้าของวันศุกร์

1 day in the future.

1:47

ซึ่งอยู่ในอนาคตหนึ่งวัน

This means that some pretty weird things can happen. การใช้คำ

1:49

นั่นหมายความว่าเรื่องแปลก ๆ อาจเกิดขึ้นได้

การใช้คำ

Pretty weird: pretty là trạng từ chỉ mức độ

ใน pretty weird คำว่า pretty เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงค่อนข้างหรือมากพอสมควร โดยขยายคำคุณศัพท์ weird และทำให้การประเมินมีน้ำหนักมากขึ้น pretty ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าสวย วลีนี้บอกว่าสิ่งต่าง ๆ อาจผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่ pretty ไม่ได้ทำให้คำบรรยายมีระดับรุนแรงเท่ากับ extremely weird โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบไม่เป็นทางการด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงค่อนข้างแปลก: The dream I had last night was ____.

ดูคำตอบ

pretty weird

For instance, ลำดับความ

1:52

ตัวอย่างเช่น

Amelia Earhart disappeared without a trace สำนวน

1:52

อะมีเลีย เอียร์ฮาร์ตหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ลำดับความ

For instance, สำหรับนำเสนอตัวอย่าง

For instance ใช้นำเสนอตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงเพื่อสนับสนุนแนวคิดกว้าง ๆ ที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ วลีนี้บอกผู้ฟังว่าการหายตัวไปของอะมีเลีย เอียร์ฮาร์ตเป็นหนึ่งในเหตุการณ์แปลก ๆ ที่กำลังพูดถึง วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล โดยกล่าวถึงใจความทั่วไปก่อน แล้วจึงยกตัวอย่างสนับสนุน เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดใช้แนะนำตัวอย่างเฉพาะของข้อความทั่วไปได้ถูกต้อง?

  1. At that instant, some birds travel thousands of miles each year.
  2. Without warning, some birds travel thousands of miles each year.
  3. For instance, some birds travel thousands of miles each year.
ดูคำตอบ

For instance, some birds travel thousands of miles each year.

สำนวน

disappeared without a trace: หายไปโดยไม่เหลือเบาะแส

Disappear without a trace หมายถึงหายไปโดยไม่ทิ้งหลักฐานหรือเบาะแสที่บอกได้ว่าคนหรือสิ่งของนั้นไปที่ใด ในที่นี้ trace หมายถึงร่องรอยที่ติดตามได้ ไม่ใช่การลอกเส้นจากภาพ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าการหายตัวไปนั้นสมบูรณ์และไม่มีคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ without a trace เพื่อหมายความว่าไม่มีเบาะแสหลงเหลืออยู่?

  1. The missing boat left a clear trail of fuel on the water.
  2. The missing boat vanished without a trace during the storm.
  3. The missing boat stayed out of sight behind the island.
ดูคำตอบ

The missing boat vanished without a trace during the storm.

while traveling from New Guinea to Howland Island. ไวยากรณ์

1:56

ระหว่างเดินทางจากนิวกินีไปยังเกาะฮาวแลนด์

ไวยากรณ์

while traveling ในฐานะอนุประโยคบอกเวลาแบบลดรูป

ในประโยคนี้ while traveling เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบลดรูป หมายถึง while she was traveling โดยละประธาน she และรูป was ของ be ไว้ ประธานที่ถูกละไว้เข้าใจว่าเป็นประธานของประโยคหลัก คือ Amelia Earhart โครงสร้างที่กระชับนี้ช่วยบอกการกระทำเบื้องหลังที่กำลังดำเนินอยู่ โดยยังคงเน้นเหตุการณ์หลัก

แบบฝึกหัด

ลดรูปอนุประโยคบอกเวลาในวงเล็บเหลี่ยมโดยใช้ while: Lena found the café [while she was traveling through Lisbon]. Lena found the café ____ through Lisbon.

ดูคำตอบ

while traveling

She was talking,

1:59

เธอยังพูดอยู่

communicating,

2:01

ยังติดต่อสื่อสารอยู่

and most definitely live on July 3rd, โน้ต

2:01

และยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนในวันที่ 3 กรกฎาคม

การใช้คำ

most definitely live: การยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

ในที่นี้ live เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ยังมีชีวิตอยู่” ไม่ได้หมายถึง “กำลังถ่ายทอดสด” หลักฐานที่ว่าเธอพูดและสื่อสารได้แสดงว่าประโยคนี้กล่าวถึงสถานะการมีชีวิตของเธอ most definitely แสดงความมั่นใจอย่างมาก วลีทั้งหมดบอกว่าแทบไม่มีข้อสงสัยสำคัญเลยว่าเธอยังมีชีวิตและทำกิจกรรมได้ในวันที่ 3 กรกฎาคม

แบบฝึกหัด

ใน “She was talking, communicating, and most definitely live on July 3rd,” คำว่า live หมายถึงอะไร

  1. กำลังถ่ายทอดสดให้ผู้ชมแบบเรียลไทม์
  2. ยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้เสียชีวิต
  3. กำลังอาศัยอยู่ตามที่อยู่แห่งหนึ่ง
ดูคำตอบ

ยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้เสียชีวิต

but then she crossed the date line and disappeared forever on July 2nd.

2:04

แต่แล้วเธอก็ข้ามเส้นแบ่งเขตวัน และหายตัวไปตลอดกาลในวันที่ 2 กรกฎาคม

ลำดับความ

July 3rd, but then ... July 2nd ในฐานะการพลิกผันของเรื่องเล่า

ประโยคนี้แสดงให้เห็นก่อนว่าอะมีเลียยังมีชีวิตและกำลังติดต่อสื่อสารในวันที่ 3 กรกฎาคม จากนั้นใช้ but then เพื่อเปลี่ยนไปเล่าว่าเธอข้ามเส้นแบ่งเขตวันและวันที่ท้องถิ่นกลายเป็น 2 กรกฎาคม การวางวันที่ 3 กรกฎาคมไว้ก่อนวันที่ 2 กรกฎาคมทำให้การเปลี่ยนของปฏิทินดูน่าประหลาดใจและน่าจดจำ เส้นแบ่งเขตวันเปลี่ยนวันที่ตามปฏิทินท้องถิ่น ไม่ได้หมายความว่าเธอเดินทางย้อนเวลา ประโยควางเรื่องการหายตัวไปไว้ข้างการย้อนลำดับวันที่เพื่อสร้างผลทางการเล่าเรื่อง แต่ไม่ได้บอกว่าการข้ามเส้นแบ่งเขตวันเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหายตัวไป

แบบฝึกหัด

ลำดับ July 3rd ... but then ... July 2nd สื่อความหมายอะไร?

  1. ประโยคบอกว่าการข้ามเส้นแบ่งเขตวันเป็นสาเหตุของการหายตัวไป
  2. วันที่ตามปฏิทินท้องถิ่นเปลี่ยนไปหลังจากเธอข้ามเส้นแบ่งเขตวัน ทำให้เรื่องราวเกิดการพลิกผันที่น่าประหลาดใจ
  3. เธอเดินทางย้อนเวลาจากวันที่ 3 กรกฎาคมกลับไปสู่อดีตจริง ๆ
ดูคำตอบ

วันที่ตามปฏิทินท้องถิ่นเปลี่ยนไปหลังจากเธอข้ามเส้นแบ่งเขตวัน ทำให้เรื่องราวเกิดการพลิกผันที่น่าประหลาดใจ

At the Dole Plantation,

2:10

ที่ Dole Plantation

you can take a train called the Pineapple Express and see coffee being grown. ไวยากรณ์

2:12

คุณขึ้นรถไฟชื่อ Pineapple Express และชมการปลูกกาแฟได้

ไวยากรณ์

see coffee being grown: การสังเกตกระบวนการแบบถูกกระทำที่กำลังดำเนินอยู่

โครงสร้างคือ see + object + being + past participle โดย coffee เป็นกรรมที่นักท่องเที่ยวมองเห็นและเป็นสิ่งที่รับการกระทำของ grow ดังนั้น being grown จึงเป็นส่วนเติมเต็มรูปกำลังกระทำแบบถูกกระทำ โครงสร้างนี้นำเสนอการเพาะปลูกเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ต่อหน้า ไม่ใช่เพียงแสดงผลผลิตที่เสร็จแล้ว โครงสร้างเดียวกันสามารถตามหลังกริยาการรับรู้อื่นได้เมื่อกรรมกำลังรับการกระทำ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปกำลังกระทำแบบถูกกระทำของ repair เติมประโยคให้สมบูรณ์: From the bus, we could see the road ____.

ดูคำตอบ

being repaired

Or you can visit Kona and toast the camera with coffee made from beans right below you. น้ำเสียง/เจตนา

2:17

หรือไปที่โคนา แล้วยกแก้วกาแฟที่ชงจากเมล็ดซึ่งปลูกอยู่ตรงเบื้องล่างขึ้นชนกับกล้อง

น้ำเสียง/เจตนา

ยกกาแฟให้กล้องเพื่อกล่าวคำอวยพร

ในที่นี้ toast เป็นคำกริยา หมายถึงการยกเครื่องดื่มขึ้นเพื่อทักทายอย่างเป็นมิตรหรือร่วมเฉลิมฉลอง กาแฟถูกใช้แทนไวน์หรือแชมเปญที่มักเชื่อมโยงกับการดื่มอวยพร กล้องทำหน้าที่แทนผู้ชมที่กำลังดูผ่านกล้องนั้น ดังนั้น toast the camera with coffee จึงหมายถึงการยกกาแฟไปทางเลนส์เพื่อทักทายหรือฉลองร่วมกับผู้ชม ไม่ใช่การปิ้งขนมปังหรือดื่มอวยพรให้ตัวอุปกรณ์กล้องเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “At the end of the livestream, Maya toasted her viewers with a cup of tea.” มายาทำอะไร?

  1. เธอยกชาไปทางผู้ชมเพื่อทักทายอย่างเป็นมิตร
  2. เธอปิ้งขนมปังขณะที่ผู้ชมกำลังดู
  3. เธอเทชาใส่กล้อง
ดูคำตอบ

เธอยกชาไปทางผู้ชมเพื่อทักทายอย่างเป็นมิตร

If you prefer softer beans,

2:24

ถ้าคุณชอบถั่วที่นุ่มกว่า

grab a shaved ice from Matsumoto with red beans at the bottom. วัฒนธรรม

2:26

ก็ซื้อน้ำแข็งไสจาก Matsumoto ที่มีถั่วแดงอยู่ก้นถ้วย

วัฒนธรรม

น้ำแข็งไสจาก Matsumoto กับถั่วแดง

Shaved ice เป็นของหวานที่ทำโดยไสน้ำแข็งก้อนให้เป็นเกล็ดละเอียดมาก แล้วเติมน้ำเชื่อมแต่งรสและเครื่องต่าง ๆ ในที่นี้ red beans หมายถึงถั่วแดงรสหวานที่เสิร์ฟกับของหวานและวางไว้ด้านล่าง Matsumoto เป็นชื่อร้านที่ขายของหวานนี้ วลี softer beans เชื่อมโยงถั่วในของหวานกับเมล็ดกาแฟในประโยคก่อนหน้าอย่างขบขัน แต่ทั้งสองอย่างเป็นอาหารคนละชนิดกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We ordered shaved ice with red beans at the bottom.” กำลังกล่าวถึงอะไร?

  1. กาแฟที่ทำจากเมล็ดกาแฟซึ่งนุ่มผิดปกติ
  2. ของหวานจากน้ำแข็งที่มีถั่วรสหวานอยู่ด้านล่าง
  3. น้ำแข็งก้อนธรรมดาที่เก็บไว้เหนือถั่วดิบ
ดูคำตอบ

ของหวานจากน้ำแข็งที่มีถั่วรสหวานอยู่ด้านล่าง

Or eat some shrimp so fresh that they were grown in ponds right behind the shrimp shack. ไวยากรณ์

2:31

หรือกินกุ้งที่สดสุด ๆ เพราะเลี้ยงในบ่อด้านหลังร้านกุ้งนั่นเอง

ไวยากรณ์

so fresh that: ระดับที่ตามด้วยอนุประโยค that

ใน so fresh that ... คำว่า so ช่วยเน้นระดับของคำคุณศัพท์ fresh ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ หลักฐาน หรือสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าระดับนั้นมากเพียงใด ในประโยคนี้ การเลี้ยงกุ้งในบ่อที่อยู่ด้านหลังร้านอาหารถูกนำเสนอเป็นหลักฐานว่ากุ้งสดเป็นพิเศษ แต่โครงสร้างไวยากรณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าการเลี้ยงใกล้ร้านจะรับประกันความสดเสมอไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบแสดงระดับและผลลัพธ์จากคำอธิบาย: The water was ____ cold ____ nobody wanted to swim.

ดูคำตอบ

so · that

This is the hospital Barack Obama was born in, ไวยากรณ์

2:37

นี่คือโรงพยาบาลที่บารัก โอบามาเกิด

ไวยากรณ์

the hospital Barack Obama was born in: การละคำสรรพนามเชื่อมและวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยค

คำที่ตามหลัง hospital เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบชี้เฉพาะว่าหมายถึงโรงพยาบาลแห่งใด ในภาษาอังกฤษที่ใช้ทั่วไป สามารถละคำสรรพนามเชื่อมที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้: the hospital (that) Barack Obama was born in คำบุพบท in ยังคงอยู่ท้ายส่วนขยาย แต่กรรมที่เข้าใจได้คือ hospital: Barack Obama was born in that hospital รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดอธิบายสถานที่ผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ที่นั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดละคำสรรพนามเชื่อมอย่างเป็นธรรมชาติและวางคำบุพบทไว้ท้ายประโยค?

  1. This is the house in I grew up.
  2. This is the house I grew up.
  3. This is the house I grew up in.
ดูคำตอบ

This is the house I grew up in.

and the top of Diamond Head, วัฒนธรรม

2:40

ส่วนจากยอดของไดมอนด์เฮด

a volcanic tuff cone in Honolulu,

2:42

กรวยหินทัฟฟ์ภูเขาไฟในโฮโนลูลูแห่งนี้

has a great view of the city,

2:45

คุณจะมองเห็นวิวเมืองได้อย่างยอดเยี่ยม

วัฒนธรรม

Diamond Head: กรวยหินทัฟฟ์ภูเขาไฟ

Diamond Head เป็นชื่อเฉพาะของภูมิประเทศที่มีชื่อเสียงในโฮโนลูลู ในที่นี้หมายถึงสถานที่ ไม่ได้หมายถึง “หัวเพชร” ตามตัวอักษร กรวยหินทัฟฟ์คือภูมิประเทศภูเขาไฟรูปกรวยที่เกิดจากเถ้าและเศษวัสดุภูเขาไฟซึ่งอัดแน่นเป็นหลัก กลุ่มคำนาม a volcanic tuff cone เป็นวลีเสริมอธิบายแบบ appositive โดยกล่าวถึง Diamond Head อีกแบบหนึ่งและบอกว่าเป็นสถานที่ชนิดใด เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านี่เป็นข้อมูลพื้นหลังเพิ่มเติม ส่วนใจความหลักของประโยคยังคงเป็นว่าบนยอดมองเห็นวิวเมืองได้ดี

แบบฝึกหัด

a volcanic tuff cone ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. บอกผลที่เกิดจากลมแรง
  2. บอกว่า Diamond Head ทำจากเพชร
  3. อธิบายว่า Diamond Head เป็นภูมิประเทศชนิดใด
ดูคำตอบ

อธิบายว่า Diamond Head เป็นภูมิประเทศชนิดใด

but it's so windy that all around the steep sides are clumps of lost hats. ไวยากรณ์

2:46

แต่ลมแรงมากจนทั่วเนินลาดชันเต็มไปด้วยกองหมวกที่ปลิวหลุด

ไวยากรณ์

so windy that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ใน so windy that ... คำว่า so เพิ่มระดับความหมายของคำคุณศัพท์ windy และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่ตามมา ในที่นี้ผลคือมีหมวกที่ปลิวหายไปรวมกันอยู่รอบเนินลาดชัน ใช้รูปแบบ so + adjective/adverb + that + result clause เมื่อต้องการเชื่อมระดับที่มากเป็นพิเศษกับผลที่สังเกตเห็นได้ ในที่นี้ so เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกผลที่ใช้คู่กับ that ไม่ใช่คำเชื่อมเดี่ยวที่หมายถึง “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

เติมสองคำเพื่อให้โครงสร้างบอกผลสมบูรณ์: The trail was ____ slippery ____ we had to walk slowly.

ดูคำตอบ

so · that

ไวยากรณ์

การสลับลำดับโดยนำสถานที่ขึ้นก่อน: all around ... are clumps ...

ประโยคนี้นำวลีบอกสถานที่ "all around the steep sides" ขึ้นมาก่อน เพื่อให้ผู้อ่านเห็นฉากก่อนจะรู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น จากนั้นกริยา "are" จึงมาก่อนประธาน "clumps of lost hats" ถ้าใช้ลำดับปกติที่ประธานมาก่อน จะเป็น "Clumps of lost hats are all around the steep sides." ประธานคือคำนามพหูพจน์ "clumps" ไม่ใช่ "sides" ดังนั้น "are" จึงสัมพันธ์กับ "clumps" โครงสร้างที่นำสถานที่ขึ้นก่อนนี้ช่วยพาสิ่งใหม่เข้ามาในฉากบรรยาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกสถานที่ก่อน แล้วใช้การสลับลำดับให้กริยาอยู่หน้าประธานเพื่อพาว่าวเข้ามาในฉาก

  1. Across the dark sky, three bright kites flew.
  2. Across the dark sky flew three bright kites.
  3. Three bright kites flew across the dark sky.
ดูคำตอบ

Across the dark sky flew three bright kites.

By the way, ลำดับความ

2:54

ว่าแต่

the camera I've been using this entire time says it's waterproof. ไวยากรณ์

2:54

กล้องที่ผมใช้มาตลอดบอกว่ามันกันน้ำได้

ลำดับความ

By the way ในฐานะคำบอกการเปลี่ยนหัวข้อ

"By the way" เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ใช้พักจากหัวข้อหลักชั่วครู่เพื่อเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง คำนี้บอกผู้ฟังว่าความคิดเห็นต่อไปมีประโยชน์ แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดหลัก ในประโยคนี้ คำดังกล่าวย้ายความสนใจจากฉากปัจจุบันไปยังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกล้อง เมื่ออยู่ต้นประโยค เครื่องหมายจุลภาคจะแสดงการหยุดสั้น ๆ ที่มักเกิดหลังวลีนี้

แบบฝึกหัด

ใช้คำบอกการเปลี่ยนหัวข้อสามคำจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the meeting room has changed.

ดูคำตอบ

By the way

ไวยากรณ์

I've been using this entire time: ใช้ต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในนามวลี the camera I've been using this entire time คำว่า camera เป็นกรรมของ using รูปเต็มคือ the camera that I've been using this entire time โดยในภาษาพูดมักละสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรมอย่าง that I've been using เป็น present perfect continuous ใช้แสดงว่าการใช้งานเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน ส่วน this entire time หมายถึง “ตลอดช่วงเวลานั้นทั้งหมด” และขยายการใช้งาน ไม่ได้ขยาย camera

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous แบบย่อของ use: The app ____ this entire time has an offline mode.

ดูคำตอบ

I've been using

And to find out if it is, กริยาวลี

2:58

และเพื่อดูว่ากันน้ำได้จริงไหม

กริยาวลี

find out if...: ตรวจดูให้รู้ว่า...หรือไม่

Find out หมายถึงการรู้หรือค้นพบข้อเท็จจริงด้วยการตรวจสอบ สอบถาม สืบค้น หรือทดสอบ ตามหลังด้วยเนื้อหาที่เป็นข้อมูล เช่น find out if..., find out what... หรือ find out about... ในที่นี้ to find out บอกจุดประสงค์ของการทดสอบที่วางแผนไว้ ส่วน if it is เป็นคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ที่ซ้อนอยู่ในประโยค หมายถึง “มันกันน้ำได้หรือไม่” if ตรงนี้ไม่ได้บอกเงื่อนไข และละ waterproof เพราะเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ค้นพบด้วยการตรวจสอบ”: We read the label to ____ whether the jacket was washable.

ดูคำตอบ

find out

I'm gonna send my sister down.

2:59

ผมจะส่งน้องสาวลงไปข้างล่าง

Good luck.

3:00

โชคดีนะ

Finally,

3:13

สุดท้าย

Mauna Kea, วัฒนธรรม

3:14

เมานาเคอา

the highest point in Hawaii,

3:15

จุดที่สูงที่สุดในฮาวาย

and if measured from its seafloor base, ไวยากรณ์

3:16

และหากวัดจากฐานบนพื้นทะเล

a mountain taller than Mount Everest.

3:19

ก็เป็นภูเขาที่สูงกว่าภูเขาเอเวอเรสต์

วัฒนธรรม

Mauna Kea: ความสูงจากพื้นทะเลเทียบกับระดับความสูงของยอดเขา

เมานาเคอาเป็นภูเขาไฟที่มียอดเป็นจุดสูงที่สุดในฮาวาย ตัวภูเขาส่วนใหญ่อยู่ใต้ผิวน้ำทะเล วลีที่ว่า “สูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์” ใช้จุดเริ่มต้นในการวัดที่ต่างออกไป โดยวัดเมานาเคอาตั้งแต่ฐานบนพื้นทะเลถึงยอดเขา ไม่ได้หมายความว่ายอดเมานาเคอามีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่ายอดเอเวอเรสต์

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. เมานาเคอาเป็นจุดที่สูงที่สุดในฮาวาย และมีความสูงรวมมากกว่าเมื่อวัดจากฐานที่อยู่ใต้น้ำ
  2. ยอดเมานาเคอามีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่ายอดเอเวอเรสต์
  3. เมานาเคอาสูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ไม่ว่าจะเริ่มวัดจากที่ใด
ดูคำตอบ

เมานาเคอาเป็นจุดที่สูงที่สุดในฮาวาย และมีความสูงรวมมากกว่าเมื่อวัดจากฐานที่อยู่ใต้น้ำ

ไวยากรณ์

if measured from ...: อนุประโยคเงื่อนไขรูปถูกกระทำแบบย่อ

if measured from its seafloor base เป็นอนุประโยคเงื่อนไขรูปถูกกระทำแบบย่อ รูปเต็มคือ if it is measured from its seafloor base ประธาน it ที่ละไว้หมายถึง Mauna Kea และ is ก็ถูกละด้วย ส่วน measured ยังคงเป็นรูปถูกกระทำ เพราะภูเขาเป็นสิ่งที่ถูกวัด from its seafloor base ระบุจุดเริ่มต้น การเปรียบเทียบนี้เป็นจริงภายใต้วิธีวัดดังกล่าว ดังนั้น if จึงกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับวิธีคำนวณความสูง ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจว่าจะมีใครทำการวัดหรือไม่

แบบฝึกหัด

เขียน if the tower is measured from the riverbed ใหม่เป็นรูปที่สั้นลงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the riverbed, the tower is 180 meters tall.

ดูคำตอบ

If measured from

It's above the clouds,

3:22

มันอยู่เหนือก้อนเมฆ

so driving up is really freaky.

3:23

ดังนั้นการขับรถขึ้นไปจึงชวนหวาดเสียวมาก

You literally drive into and through the cloudline. การใช้คำ

3:25

คุณจะขับรถเข้าไปในแนวเมฆและทะลุผ่านมันจริง ๆ

การใช้คำ

Literally drive into and through the cloudline: ขับเข้าไปและผ่านชั้นเมฆจริง ๆ

ในที่นี้ literally หมายถึงเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง รถขับเข้าไปในชั้นเมฆจริง ๆ จึงไม่ใช่ภาพเปรียบเทียบที่พูดให้ดูเกินจริง into บอกช่วงที่เข้าไปในเมฆ ส่วน through บอกเส้นทางที่ผ่านเมฆไปยังอีกด้าน เมื่อนำ into and through มาใช้ด้วยกัน จะเห็นการเคลื่อนที่สองช่วงชัดเจน คือ เข้าไป แล้วผ่านออกไป

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด

  1. ผู้พูดใช้เมฆเป็นเพียงภาพที่กล่าวเกินจริงเพื่อสื่อว่าขับรถอยู่บนที่สูง
  2. รถเพียงเข้าใกล้ชั้นเมฆโดยไม่ได้เข้าไปข้างใน
  3. รถเข้าไปในชั้นเมฆจริง ๆ และขับผ่านชั้นเมฆต่อไป
ดูคำตอบ

รถเข้าไปในชั้นเมฆจริง ๆ และขับผ่านชั้นเมฆต่อไป

The dry air,

3:28

อากาศที่แห้ง

high altitude,

3:29

ระดับความสูงที่มาก

and Comair make it perfect for observing space.

3:30

และอากาศที่นิ่ง ทำให้ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสังเกตการณ์อวกาศ

Well,

3:33

เอาละ

I didn't get to use those telescopes, วลี

3:33

ผมไม่ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์เหล่านั้น

วลี

Didn't get to use: ไม่มีโอกาสได้ใช้

get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้ทำบางอย่าง ใน didn't get to use คำว่า didn't ทำให้โอกาสนั้นเป็นรูปปฏิเสธในอดีต กล่าวคือ สุดท้ายผู้พูดไม่มีโอกาสได้ใช้กล้องโทรทรรศน์เหล่านั้น สำนวนนี้เน้นโอกาสที่พลาดไปและมักแฝงความเสียดายเล็กน้อย จึงสื่อความหมายมากกว่า didn't use ซึ่งบอกเพียงว่าการใช้งานไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธในอดีตของ get to เพื่อแสดงว่าพลาดโอกาส: The museum closed early, so Maya ____ try the telescope.

ดูคำตอบ

didn't get to

but people had smaller ones I could use pointed right at Saturn.

3:35

แต่คนอื่น ๆ มีกล้องขนาดเล็กกว่าที่ผมใช้ดูดาวเสาร์ได้ โดยหันตรงไปที่มัน

I tried to get camera footage of it,

3:39

ผมพยายามถ่ายวิดีโอของมันด้วยกล้อง

and this is the best I could do. ไวยากรณ์

3:41

และนี่คือภาพที่ดีที่สุดที่ผมทำได้

ไวยากรณ์

the best I could do: ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดในอดีต

ในที่นี้ the best หมายถึงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นยอดเยี่ยมในสายตาทุกคนเสมอไป ส่วน I could do เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย the best โดยละสรรพนามสัมพัทธ์ that ไว้ รูปเต็มคือ the best that I could do Could วางความสามารถไว้ในสถานการณ์อดีตและข้อจำกัดของตอนนั้น ผู้พูดกำลังบอกว่าเมื่อคำนึงถึงอุปกรณ์และเงื่อนไขแล้ว ตนไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงผลลัพธ์ที่ดีที่สุดซึ่งเป็นไปได้ภายใต้ข้อจำกัดในอดีต: My old camera could not capture the tiny text clearly, so this blurry photo is ____.

ดูคำตอบ

the best I could do

To learn more about Saturn and Hawaii's volcanic activity and a whole host of other issues, วลี

3:46

หากอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวเสาร์ กิจกรรมภูเขาไฟในฮาวาย และอีกสารพัดเรื่อง

วลี

a whole host of other issues: หัวข้ออื่น ๆ อีกมากมาย

A whole host of หมายถึงจำนวนมากและมักมีความหลากหลายมากด้วย ในที่นี้ host เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนบอกปริมาณ ไม่ได้หมายถึงพิธีกรหรือคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการ ส่วน whole ช่วยเน้นความหมาย Other เชื่อมสำนวนนี้เข้ากับหัวข้อที่กล่าวไปแล้ว หัวข้อเหล่านั้นเป็นเพียงตัวอย่าง และยังมีหัวข้ออื่นรวมอยู่อีกมาก ในที่นี้ issues มีความหมายกว้างและอาจหมายถึงหัวข้อหรือเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงปัญหาหรือข้อพิพาท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงสิ่งเพิ่มเติมอีกมากมาย: The museum website offers maps, videos, and ____ resources for young visitors.

ดูคำตอบ

a whole host of other

be sure to watch our Leanback coming out this Saturday. กริยาวลี

3:51

อย่าลืมชม Leanback ของเราที่จะออกวันเสาร์นี้

กริยาวลี

“coming out this Saturday” สำหรับการเผยแพร่สื่อ

ในประโยคนี้ coming out หมายถึง “กำลังจะเผยแพร่หรือเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง” โดยขยายเนื้อหา Leanback ส่วน this Saturday บอกวันที่เผยแพร่ สำหรับสื่ออย่างวิดีโอ ภาพยนตร์ หนังสือ เพลง หรือตอนของรายการ come out ใช้บอกได้ว่าเนื้อหาจะเปิดให้รับชมหรือใช้งานเมื่อใด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากสถานที่ตามตัวอักษร และไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยอัตลักษณ์ส่วนบุคคลต่อสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ได้รับการเผยแพร่”: The new episode will ____ this Saturday.

ดูคำตอบ

come out

It's an autoplaying playlist that I host full of video clips from producers all over YouTube,

3:55

มันคือเพลย์ลิสต์ที่เล่นอัตโนมัติซึ่งผมเป็นผู้ดำเนินรายการ อัดแน่นด้วยคลิปจากครีเอเตอร์ทั่ว YouTube

so they get the views.

4:00

ยอดวิวจึงเป็นของพวกเขา

And if you like what they make,

4:02

และถ้าคุณชอบผลงานของพวกเขา

you can subscribe to them.

4:03

คุณก็กดติดตามช่องของพวกเขาได้

Stay tuned for that. สำนวน

4:04

รอติดตามกันนะ

สำนวน

“Stay tuned” เพื่อให้ติดตามข้อมูลในอนาคต

Stay tuned เป็นสำนวนในสื่อที่หมายถึง “ติดตามต่อไปเพื่อรับข้อมูลหรือเนื้อหาเพิ่มเติม” ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้ผู้ชมรอการเผยแพร่ในอนาคตที่ได้แจ้งไว้ สำนวนนี้มาจากการปรับวิทยุหรือโทรทัศน์ค้างไว้ที่ช่องเดิม แต่ปัจจุบันมักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอาจชี้ถึงข้อมูลอัปเดตที่จะมาในภายหลัง จึงไม่ได้หมายความว่า “ให้ดูรายการนี้ต่อทันที” เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประกาศด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ติดตามข้อมูลอัปเดตต่อไป”: More details are coming tomorrow, so ____.

ดูคำตอบ

stay tuned

And,

4:06

และ

as always,

4:06

เช่นเคย

thanks for watching.

4:07

ขอบคุณที่รับชมครับ