ทำไมเราถึงคัน? - เอ็มมา ไบรซ์: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าทำไมเราจึงคัน ตั้งแต่เคมีของยุงกัดและสัญญาณประสาท ไปจนถึงความโล่งเมื่อเกา หน้าที่เชิงวิวัฒนาการที่อาจเป็นไปได้ ความผิดปกติของอาการคัน และภาพการลงโทษชั่วนิรันดร์ในงานของดันเต ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. We've all experienced — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์. คุณจะได้เรียนรู้ว่าคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์เริ่มจากประสบการณ์ร่วมของมนุษย์อย่างไร เพื่อให้รู้จักและใช้รูปแบบนี้ในการทำให้หัวข้อที่เป็นนามธรรมดูใกล้ตัวตั้งแต่ต้น 2. overrides the itching sensation. — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา. คุณจะเข้าใจว่า override อาจหมายถึงสัญญาณที่แรงกว่ากดหรือแทนที่อีกสัญญาณหนึ่ง ช่วยให้อ่านคำอธิบายกลไกร่างกายได้มากกว่าความหมายง่าย ๆ ว่า “ปิดทับ” 3. glitches in the pathways responsible for all of this — สำนวนและภาษาภาพพจน์. คุณจะเห็นว่า glitch และ pathway ถูกยืมจากภาษาของระบบมาอธิบายความผิดพลาดในกระบวนการประสาทของร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเข้าใจคำอธิบายทางแพทย์หรือเทคนิคที่ใช้เชิงเปรียบเทียบ.
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You're standing at the ready inside the goal when suddenly you feel an intense itch on the back of your head. โน้ต
0:06คุณยืนเตรียมพร้อมอยู่หน้าประตูฟุตบอล เมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกคันยิบๆ อย่างรุนแรงที่หลังศีรษะ
at the ready: เตรียมพร้อมลงมือทันที
at the ready หมายถึงคนหรือสิ่งของที่เตรียมพร้อมแล้วและสามารถลงมือได้ทันที ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้เห็นภาพว่าคุณเป็นผู้รักษาประตูที่รอรับมือกับจังหวะต่อไปอย่างตื่นตัว ไม่ใช่แค่ยืนอยู่ในกรอบประตูเฉย ๆ วลีนี้มักทำให้เห็นภาพคนที่เข้าประจำตำแหน่งและพร้อมตอบสนอง หรือสิ่งของที่วางไว้ใกล้มือเพื่อให้หยิบใช้ได้อย่างรวดเร็ว จึงให้ภาพของสถานการณ์ชัดและมีน้ำหนักกว่าการพูดเพียง ready
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “พร้อมลงมือทันที” ให้สมบูรณ์: The rescue team remained ____ throughout the storm.
ดูคำตอบ
at the ready
when suddenly: เปลี่ยนจากพื้นหลังไปสู่เหตุการณ์ฉับพลัน
ในการเล่าเรื่อง when suddenly จะพาผู้ฟังจากการกระทำหรือสภาพพื้นหลังที่กำลังดำเนินอยู่ไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ในประโยคนี้ การยืนอยู่ในกรอบประตูคือพื้นหลัง ส่วนอาการคันอย่างรุนแรงคือเหตุการณ์ใหม่ที่เข้ามาขัดจังหวะ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ การกระทำพื้นหลัง + when suddenly + เหตุการณ์ฉับพลัน โดย when เชื่อมสองส่วนเข้าด้วยกัน และ suddenly ส่งสัญญาณว่าจุดสนใจของเรื่องกำลังเปลี่ยนอย่างกะทันหัน
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้เริ่มเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้เรื่องสมบูรณ์: Maya was doing her homework ____ the fire alarm rang.
ดูคำตอบ
when suddenly
an intense itch: อาการคันอย่างรุนแรง
An intense itch หมายถึงความรู้สึกคันอย่างรุนแรงจนอยากเกา intense ขยายคำนาม itch และเน้นระดับความแรง จึงแรงกว่าการพูดเพียง an itch ในที่นี้ itch เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงใช้ an เพราะ intense ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ รูปแบบที่พบบ่อยคือ feel + an itch แล้วเติมคำคุณศัพท์เพื่อบอกระดับความคัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงความรู้สึกอยากเกาอย่างรุนแรง: After touching the plant, Maya felt ____ on her wrist.
ดูคำตอบ
an intense itch
We've all experienced the annoyance of an inconvenient itch, but have you ever pondered why we itch in the first place? โน้ต
0:14เราทุกคนล้วนเคยประสบกับความน่ารำคาญของอาการคันที่ขัดจังหวะ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงต้องรู้สึกคันตั้งแต่แรก?
We've all experienced...: เริ่มหัวข้อด้วยประสบการณ์ร่วม
We've all experienced... นำเสนอว่าผู้พูดและผู้ฟังต่างเคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อนจนถึงปัจจุบัน We've หมายถึง we have ส่วน all รวมทุกคนในกลุ่ม และ experienced ใช้นำเข้าสิ่งที่กลุ่มนั้นเคยพบเจอ เมื่อใช้เป็นประโยคเปิด โครงสร้างนี้จะสร้างจุดร่วมก่อนเริ่มอธิบาย โดยจัดข้อมูลจากประสบการณ์ร่วมที่คุ้นเคยไปสู่ข้อมูลใหม่ที่จะตามมา แทนที่จะเริ่มจากเรื่องส่วนตัวของคนเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคเปิดใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเข้าสู่หัวข้อด้วยประสบการณ์ร่วม?
- I forgot my password yesterday at noon.
- We've all experienced the frustration of forgetting a password.
- Password rules contain several technical requirements.
ดูคำตอบ
We've all experienced the frustration of forgetting a password.
have you ever pondered why...: เปิดเรื่องด้วยคำถามชวนไตร่ตรอง
Have you ever...? ใช้ถามว่าเคยมีบางสิ่งเกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่งจนถึงปัจจุบันหรือไม่ ในที่นี้ อนุประโยคคำถามแฝง why we itch ทำหน้าที่เป็นกรรมของ pondered ดังนั้นกรอบประโยคนี้จึงหมายถึง “คุณเคยคิดอย่างจริงจังไหมว่าทำไม...?” สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ กรอบนี้จัดข้อมูลในประโยคให้เป็นคำเชิญชวนให้ค้นคว้า โดยเปลี่ยนข้อเท็จจริงในชีวิตประจำวันให้เป็นคำถามที่ควรสำรวจ และ pondered ทำให้การเปิดเรื่องมีน้ำเสียงตั้งใจและเป็นทางการกว่าบทสนทนาสบาย ๆ ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเปิดการบรรยายวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ โดยเชิญผู้ฟังให้คิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสาเหตุ
- Have you ever pondered why some stars explode?
- Stars explode, and that is today's topic.
- Do stars explode or what?
ดูคำตอบ
Have you ever pondered why some stars explode?
in the first place: ถามถึงเหตุผลตั้งแต่แรก
In the first place เป็นสำนวนที่หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “ในตอนเริ่มต้น” เมื่ออยู่ท้ายคำถามที่มี why นี้ สำนวนดังกล่าวใช้ถามถึงเหตุผลพื้นฐานที่ทำให้เกิดอาการคัน ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง สำนวนนี้เพิ่มการเน้นโดยย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้น คำถามไม่ได้ถามเพียงว่าอะไรทำให้คันทันที แต่ถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วถามว่าทำไมปรากฏการณ์นี้จึงมีอยู่เลยตั้งแต่แรก
แบบฝึกหัด
เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนที่เน้นไว้ในบทเรียน: Why did we choose this route ____?
ดูคำตอบ
in the first place
The average person ในฐานะประธานที่บอกข้อมูลสถิติทั่วไป
The average person ใช้บุคคลตัวแทนหนึ่งคนในรูปเอกพจน์เพื่อพูดถึงสิ่งที่โดยทั่วไปเป็นจริงสำหรับประชากรกลุ่มหนึ่ง ในที่นี้ average หมายถึงเมื่อพิจารณาจากทั้งกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงธรรมดาหรือไม่มีความโดดเด่น วลีนี้เป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้กับกริยาเอกพจน์ เช่น The average person experiences.... วลีนี้บอกแนวโน้มทั่วไปหรือค่าเฉลี่ย ไม่ได้บอกว่าทุกคนเหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ผลสำรวจพบว่าผู้เข้าร่วมนอนหลับเฉลี่ยคืนละ 7.1 ชั่วโมง ประโยคใดรายงานผลนี้โดยไม่อ้างว่าผู้เข้าร่วมทุกคนนอนหลับ exactly 7.1 ชั่วโมง?
- A normal person in the survey slept 7.1 hours per night.
- The average person in the survey slept 7.1 hours per night.
- Everyone in the survey slept exactly 7.1 hours per night.
ดูคำตอบ
The average person in the survey slept 7.1 hours per night.
experiences dozens of individual itches each day. วลี
0:23มีอาการคันตามจุดต่างๆ หลายสิบครั้งในแต่ละวัน
dozens of สำหรับจำนวนมากที่ไม่แน่นอน
Dozens of หมายถึงจำนวนมากแต่ไม่แน่นอน โดยทั่วไปเข้าใจว่าเป็นจำนวนหลายสิบ แม้ one dozen จะหมายถึงสิบสองอย่างพอดี แต่ dozens of โดยปกติไม่ได้ระบุจำนวนที่เป็นผลคูณของสิบสองอย่างแน่นอน หลังวลีนี้ใช้คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น dozens of itches, messages หรือ people เมื่อเทียบกับ many วลีนี้ทำให้เห็นภาพจำนวนคร่าว ๆ มากกว่า แต่ยังไม่บอกยอดรวมที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงจำนวนมากแบบไม่แน่นอนในระดับหลายสิบ: By noon, the clinic had answered ____ phone calls.
ดูคำตอบ
dozens of
can be triggered by: การบอกสาเหตุที่เป็นไปได้
can be triggered by เป็นโครงสร้าง can + be + กริยาช่องที่สาม triggered + by ประธานคือปฏิกิริยา อาการ หรือเหตุการณ์ที่อาจเริ่มเกิดขึ้น ส่วนคำนามหลัง by คือสาเหตุที่เป็นไปได้ ในที่นี้ can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ปัจจัยนั้นอาจทำให้กระบวนการเริ่มขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในการอธิบายสาเหตุและกลไก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าเกสรดอกไม้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้?
- An allergic reaction can be triggered by pollen.
- An allergic reaction can trigger by pollen.
- Pollen can be triggered by an allergic reaction.
ดูคำตอบ
An allergic reaction can be triggered by pollen.
all sorts of things: การกล่าวรวมแบบกว้างและไม่เป็นทางการ
all sorts of things หมายถึง «สิ่งต่าง ๆ หลายชนิด» sorts เป็นรูปพหูพจน์ เพราะวลีนี้กล่าวถึงหมวดหมู่ที่หลากหลาย ไม่ใช่ชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ things ตั้งใจใช้ในความหมายกว้าง โดยอาจรวมถึงสิ่งของ สถานการณ์ กิจกรรม หรือสาเหตุ ผู้พูดมักใช้วลีนี้เพื่อกล่าวโดยรวมก่อนยกตัวอย่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าอาจเกิดปัญหาได้หลากหลายชนิด?
- All sort of problems can come up.
- All sorts of problems can come up.
- All sorts of problem can come up.
ดูคำตอบ
All sorts of problems can come up.
And then there are the mysterious ones: การเพิ่มอีกหนึ่งหมวดหมู่
And then there are ... ใช้เปลี่ยนจากหมวดหมู่หรือตัวอย่างที่กล่าวไปแล้ว ไปเพิ่มอีกหนึ่งหมวดหมู่ ในประโยคนี้ใช้เพื่อเสนอ the mysterious ones เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ดูแปลกเป็นพิเศษ And then บอกว่ารายการกำลังเข้าสู่ข้อต่อไป ส่วน there are ใช้เสนอกลุ่มใหม่ โดย there ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่ คำว่า ones แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่เข้าใจได้จากบริบท จึงไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนเพื่อเพิ่มหมวดหมู่พิเศษ: Most requests are routine. And then ____ urgent ones.
ดูคำตอบ
there are the
pop up: ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
ในที่นี้ pop up หมายถึงปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันหรือไม่คาดคิด การใช้แบบนี้เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม เพราะสิ่งนั้นปรากฏขึ้นมาเอง จึงไม่มีกรรมตามหลัง pop up มักใช้กับปัญหา ความคิด ข้อความ หน้าต่าง อาการ หรือเหตุการณ์ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏให้เห็นหรือสังเกตได้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นกระโดดขึ้นด้านบนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pop up ในความหมายว่า “ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด”
- The toast popped up from the toaster.
- A warning message popped up on my screen.
- We popped over to see our neighbors.
ดูคำตอบ
A warning message popped up on my screen.
for no reason at all: เน้นว่าไม่มีสาเหตุเลย
for no reason at all หมายถึง “โดยไม่มีสาเหตุที่เห็นได้ชัดหรืออธิบายได้” วลีนี้ทำหน้าที่บอกเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น กล่าวคือ สิ่งเหล่านั้นโผล่ขึ้นมาแต่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ คำว่า at all ช่วยเน้น no reason เมื่อเทียบกับ for no reason แล้ว วลีนี้เน้นหนักกว่าและสื่อว่าไม่มีเหตุผลเลยโดยสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
เติมวลีเน้นที่หมายถึง “โดยไม่มีสาเหตุที่เห็นได้ชัดเลย” ให้สมบูรณ์: The alarm went off ____.
ดูคำตอบ
for no reason at all
from talking about itching: ใช้ from + gerund เพื่อบอกสาเหตุ
from talking about itching แสดงให้เห็นว่าการพูดถึงอาการคันเป็นต้นเหตุหรือตัวกระตุ้นของผลบางอย่าง กล่าวคือ เพียงพูดถึงเรื่องนี้ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกหรือปฏิกิริยานั้นได้ ในที่นี้ from เป็นคำบุพบท ดังนั้น talking about itching จึงเป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ผลหรือปฏิกิริยา + from + คำกริยา-ing” เช่น tired from walking
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย from และรูป -ing ของ practice: Her fingers were sore ____ the piano all afternoon.
ดูคำตอบ
from practicing
You're scratching your head: การกระทำจริงหรือความงุนงง
ในที่นี้ You're scratching your head บรรยายการกระทำทางกายจริง ๆ ผู้ฟังอาจกำลังเกาหัวจริง ๆ เพราะการพูดถึงอาการคันทำให้รู้สึกคันขึ้นมา ในบริบทอื่น scratch your head อาจเป็นสำนวนที่หมายถึง “รู้สึกงุนงง” หรือ “ไม่เข้าใจ” ให้ใช้เบาะแสจากบริบทเพื่อเลือกความหมาย การกล่าวถึงอาการคันหรือการเคลื่อนไหวของร่างกายสนับสนุนความหมายตรงตัว ส่วนคำถามยาก ผลลัพธ์แปลก ๆ หรือคำอธิบายที่ไม่ชัดเจนสนับสนุนความหมายเชิงสำนวน
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งพูดถึงอาการคัน ใน “You're scratching your head right now, aren't you?” คำว่า “scratching your head” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- หมายความว่าผู้ฟังรู้สึกสับสน
- บรรยายการขยับมือจริง ๆ เพราะอาการคัน
- หมายความว่าผู้ฟังกำลังสระผม
ดูคำตอบ
บรรยายการขยับมือจริง ๆ เพราะอาการคัน
ใช้ right now, aren't you? เพื่อยืนยันสิ่งที่คาดไว้
right now ชี้ถึงช่วงเวลาที่กำลังพูดอยู่พอดี ประโยคหลัก You're scratching... เป็นข้อความบอกเล่าแบบยืนยัน ส่วน aren't you? เป็นคำถามต่อท้ายแบบปฏิเสธที่ขอให้ผู้ฟังยืนยันข้อความนั้น รูปแบบนี้เปลี่ยนข้อความบอกเล่าให้เป็นการถามยืนยันเบา ๆ: You are ..., aren't you? ผู้พูดคาดอยู่แล้วว่าข้อความนั้นเป็นจริง จึงใช้กริยาช่วย be ซ้ำในรูปปฏิเสธและใช้สรรพนาม you ที่ตรงกับประธาน วิธีนี้สร้างปฏิสัมพันธ์โดยตรงแทนที่จะถามคำถามที่เป็นกลางอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำถามต่อท้ายแบบปฏิเสธมาตรฐานให้สมบูรณ์: You're ready, ____?
ดูคำตอบ
aren't you
Anyhow, ในฐานะสัญญาณให้กลับเข้าเรื่องหลัก
ในที่นี้ Anyhow เป็นคำส่งสัญญาณในการสนทนาที่ใช้ปิดประเด็นแทรกสั้น ๆ แล้วพาผู้ฟังกลับสู่แนวหลักของคำอธิบาย คำนี้ไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ แต่ทำหน้าที่จัดลำดับการพูด เหมือนบอกว่า “เรื่องข้างเคียงจบแล้ว ตอนนี้มาพูดต่อ”
แบบฝึกหัด
ผู้พูดออกนอกเรื่องไปชั่วครู่ แล้วพูดว่า 'Anyhow, let's return to the main question.' Anyhow ทำหน้าที่อะไรในที่นี้
- ปิดประเด็นข้างเคียงแล้วกลับสู่เรื่องหลัก
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง
- หมายความว่าผู้พูดไม่สนใจว่าสิ่งหนึ่งทำด้วยวิธีใด
ดูคำตอบ
ปิดประเด็นข้างเคียงแล้วกลับสู่เรื่องหลัก
let's take one of... เพื่อเปลี่ยนจากหัวข้อกว้าง ๆ มาสู่ตัวอย่างหนึ่งอย่าง
ในที่นี้ Let's take... หมายถึง “เลือก...มาพูดถึงเป็นตัวอย่าง” ไม่ใช่หยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ผู้พูดเปลี่ยนจากกลุ่มสาเหตุที่เป็นไปได้จำนวนมากมาสู่สาเหตุทั่วไปหนึ่งอย่าง โครงสร้าง one of the most common + คำนามพหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งอย่างในกลุ่มที่ใหญ่กว่า จากนั้นจึงระบุได้ว่าสมาชิกนั้นคืออะไร เช่น bug bites ในประโยคเต็ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Let's take เพื่อเลือกตัวอย่างหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่ใหญ่กว่ามาพูดถึง
- Let's take one of the most common causes of delays: heavy traffic.
- Let's take these boxes into the kitchen.
- Let's take the bus to the museum.
ดูคำตอบ
Let's take one of the most common causes of delays: heavy traffic.
bug bites ในฐานะคำนามประสม
ใน bug bites คำว่า bug ทำหน้าที่ขยายคำนาม โดยบอกว่าเป็น bites ชนิดใด คำหลักคือ bites ซึ่งเป็นคำนามพหูพจน์ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการถูกแมลงกัดหรือรอยที่เกิดจากการกัดนั้น ในที่นี้ bites ใช้เรียกสิ่งหรือผลที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นคำกริยาที่แสดงการกัดในประโยคสมบูรณ์ รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ใน mosquito bites และ flea bites
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ bug bites เป็นวลีคำนามที่หมายถึงรอยแมลงกัด?
- A bug bites when it feels threatened.
- The bug bites my hand.
- Bug bites can stay itchy for days.
ดูคำตอบ
Bug bites can stay itchy for days.
When a mosquito bites you: ใช้อนุประโยค when เพื่อกำหนดเหตุที่กระตุ้น
When a mosquito bites you เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when โดยบอกเวลาหรือเหตุที่กระตุ้นก่อน แล้วประโยคหลักที่ตามมาจึงบอกผลลัพธ์ เมื่ออธิบายกระบวนการที่เกิดซ้ำ when มักมีความหมายคล้าย whenever คือทุกครั้งที่ยุงกัด ปฏิกิริยาชนิดเดียวกันก็อาจเกิดขึ้นได้ รูป simple present อย่าง bites ช่วยบอกว่ารูปแบบนี้เป็นข้อเท็จจริงทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมกฎทั่วไปด้วยรูปที่ถูกต้องของ freeze: When water ____, it expands.
ดูคำตอบ
freezes
release X into Y: ปล่อยสารประกอบเข้าสู่ร่างกาย
โครงสร้าง release X into Y หมายถึง “ทำให้ X ออกจากแหล่งเดิมและเข้าไปใน Y” ในประโยคนี้ a compound คือ X และ your body คือ Y ส่วน into บอกจุดหมายที่สารประกอบเข้าไป โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในบริบทวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เมื่ออธิบายว่าสารชนิดหนึ่งเข้าสู่ส่วนของร่างกาย ระบบ หรือสิ่งแวดล้อม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ release X into Y ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่ายาเข้าสู่กระแสเลือด
- The device releases medicine at the bloodstream.
- The device releases medicine for the bloodstream.
- The device releases medicine into the bloodstream.
ดูคำตอบ
The device releases medicine into the bloodstream.
an anti-coagulant: คำนำหน้า anti-
an anti-coagulant คือสารที่ป้องกันหรือลดการแข็งตัวของเลือด คำนำหน้า anti- หมายถึง “ต่อต้าน” หรือ “ป้องกัน” ส่วน coagulant คือสารที่ช่วยให้เกิดการแข็งตัว ในประโยคนี้ นามวลีดังกล่าวใช้บอกชื่อของสารประกอบที่กล่าวถึงก่อนหน้า พจนานุกรมสมัยใหม่และงานเขียนทางการแพทย์มักเขียนคำนี้ติดกันเป็น anticoagulant แต่รูปที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ก็ยังเข้าใจได้
แบบฝึกหัด
an anti-coagulant ทำหน้าที่อะไร
- เปลี่ยนสีของเลือด
- ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว
- ทำให้เลือดแข็งตัวเร็วขึ้น
ดูคำตอบ
ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว
prevent + กรรม + from + -ing ใน prevents your blood from clotting
prevent + กรรม + from + -ing หมายถึงการหยุดไม่ให้กรรมทำบางอย่าง หรือป้องกันไม่ให้กระบวนการหนึ่งเกิดขึ้น ในที่นี้ your blood เป็นกรรม และ clotting เป็นกระบวนการที่ถูกป้องกัน หลัง from ต้องใช้กริยารูป -ing โดยพูดว่า prevent your blood from clotting ไม่ใช่ prevent your blood to clot
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง prevent + กรรม + from + -ing โดยใช้กริยา leak: This seal prevents water ____.
ดูคำตอบ
from leaking
which we're mildly allergic to: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่วาง to ไว้ท้ายประโยค
which ใช้เริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์เพื่อขยายสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โดยเข้าใจว่า which เป็นกรรมของ to ซึ่งมีความหมายว่าเรามีอาการแพ้สิ่งนั้นเล็กน้อย ในภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ บุพบทจะอยู่ท้ายอนุประโยคในกรณีนี้: which we're mildly allergic to allergic ต้องตามด้วย to ส่วน mildly หมายถึงอาการแพ้เล็กน้อย ไม่ใช่อาการรุนแรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ allergic to ในอนุประโยคสัมพัทธ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยวางบุพบทไว้ท้ายประโยค
- This is the material to which I'm mildly allergic to.
- This is the material which I'm mildly allergic.
- This is the material which I'm mildly allergic to.
ดูคำตอบ
This is the material which I'm mildly allergic to.
trigger the release of histamine: เริ่มกระบวนการปล่อยสาร
ใน trigger the release of X คำว่า trigger หมายถึง “เริ่มหรือกระตุ้นให้กระบวนการหนึ่งเกิดขึ้น” ส่วน X คือสารที่ถูกปล่อยออกมา ในที่นี้ กระบวนการที่เริ่มขึ้นคือการหลั่งฮิสตามีน โครงสร้างนี้แสดงความสัมพันธ์ของเหตุและผลอย่างชัดเจน โดยเงื่อนไขหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้น แล้วจึงเกิดการปล่อยสารตามมา ใช้อธิบายกลไกทางชีววิทยา เคมี และระบบอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเหตุและผลเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยวลีเป้าหมาย: A sudden drop in blood sugar can ____ stress hormones.
ดูคำตอบ
trigger the release of
a chemical that makes our capillaries swell. ไวยากรณ์
1:03ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้เส้นเลือดฝอยของเราบวมขึ้น
make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: makes our capillaries swell
makes our capillaries swell ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย Our capillaries เป็นกรรมที่ได้รับผล และ swell เป็นการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในโครงสร้างแบบประธานเป็นผู้กระทำนี้ กริยาหลังกรรมไม่ใช้ to จึงพูดว่า make something swell ไม่ใช่ make something to swell ใช้โครงสร้างนี้เมื่อสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งกระทำหรือเปลี่ยนแปลงโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบประธานเป็นผู้กระทำ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง?
- The medicine makes to the swelling go down.
- The medicine makes the swelling to go down.
- The medicine makes the swelling go down.
ดูคำตอบ
The medicine makes the swelling go down.
This enables increased blood flow: enable + นามวลีที่เป็นผลลัพธ์
ในประโยคนี้ enable หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” ประธาน This ย้อนกลับไปกล่าวถึงกลไกที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน increased blood flow คือผลลัพธ์ที่กลไกนั้นทำให้เกิดขึ้นได้ โครงสร้าง enable + นามวลี มีประโยชน์ในการอธิบายแบบเป็นทางการ เพราะเชื่อมสาเหตุหรือเงื่อนไขเข้ากับผลลัพธ์ นอกจากนี้ยังใช้ enable + กรรม + to-infinitive ได้เมื่อต้องการระบุว่าใครหรือสิ่งใดสามารถลงมือทำได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกข้อเท็จจริงทั่วไปในปัจจุบันด้วยรูปที่ถูกต้องของ enable: The new filter ____ cleaner air circulation throughout the room.
ดูคำตอบ
enables
which helpfully accelerates the body's immune response to this perceived threat. โน้ต
1:08ซึ่งมีประโยชน์ในการเร่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อภัยคุกคามที่รับรู้นี้
accelerates the body's immune response: ทำให้กระบวนการเร็วขึ้น
accelerate ในที่นี้หมายถึง “ทำให้กระบวนการหรือปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ทำให้ยานพาหนะเคลื่อนที่เร็วขึ้น” กรรมของคำนี้คือ the body's immune response ซึ่งระบุกระบวนการที่ถูกเร่ง คำที่ใช้ร่วมกันอย่าง accelerate + response, process หรือ change พบได้บ่อยในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และเป็นทางการ ส่วน response to + คำนาม ระบุสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง ซึ่งในที่นี้คือภัยคุกคามที่ร่างกายรับรู้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ accelerate อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ทำให้กระบวนการเกิดเร็วขึ้น”
- A thermometer can accelerate the room temperature.
- A catalyst can accelerate a chemical reaction.
- A label can accelerate the name of a product.
ดูคำตอบ
A catalyst can accelerate a chemical reaction.
this perceived threat: สิ่งที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม แต่อาจไม่อันตรายจริง
ในวลีนี้ perceived หมายถึง “ถูกตัดสินหรือถูกมองว่าเป็น” ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่มันระบุว่าเป็นภัยคุกคาม แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งนั้นอันตรายจริง Perceived ขยายคำว่า threat ดังนั้น this perceived threat จึงหมายถึง “สิ่งนี้ที่ร่างกายมองว่าเป็นภัยคุกคาม” ไม่ใช่ “ภัยคุกคามนี้ที่ร่างกายมองเห็นได้” รูปแบบเดียวกันนี้ช่วยแยกการประเมินของคนหรือระบบออกจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วได้ เช่น a perceived risk, a perceived problem
แบบฝึกหัด
perceived หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The sensor shut down the machine because of a perceived threat?
- เซ็นเซอร์มองเห็นภัยคุกคามอย่างชัดเจนด้วยตา
- มีการพิสูจน์แล้วว่าภัยคุกคามนั้นมีอยู่จริง
- เซ็นเซอร์ตัดสินว่าบางสิ่งเป็นภัยคุกคาม แม้ว่าสิ่งนั้นอาจไม่อันตรายจริง
ดูคำตอบ
เซ็นเซอร์ตัดสินว่าบางสิ่งเป็นภัยคุกคาม แม้ว่าสิ่งนั้นอาจไม่อันตรายจริง
That explains the swelling: เชื่อมสาเหตุก่อนหน้ากับผลที่เกิดขึ้น
That ย้อนกลับไปอ้างถึงคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน explains the swelling ระบุว่าผลที่สังเกตเห็นและอธิบายได้ด้วยข้อมูลก่อนหน้าคืออาการบวม ความหมายโดยรวมคือ “ข้อมูลก่อนหน้านี้บอกเราว่าทำไมจึงเกิดอาการบวม” นี่เป็นรูปแบบสำหรับจัดลำดับข้อมูล โดยบอกสาเหตุหรือกลไกก่อน แล้วใช้ That explains + คำนาม หรือ That explains why + อนุประโยค เพื่อเชื่อมไปยังผลที่ผู้ฟังต้องการเข้าใจ
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ That explains the delay ในคำอธิบายสั้น ๆ นี้คืออะไร? The train stopped twice. That explains the delay.
- ขอให้ผู้ฟังอธิบายความล่าช้า
- เชื่อมสาเหตุก่อนหน้ากับผลที่เกิดขึ้น
- เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
เชื่อมสาเหตุก่อนหน้ากับผลที่เกิดขึ้น
and it's the same reason pollen can make your eyes puff up. โน้ต
1:15และมันก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ละอองเกสรทำให้ตาของคุณบวมเป่งได้
it's the same reason: เชื่อมผลลัพธ์ใหม่กับคำอธิบายก่อนหน้า
ในประโยคนี้ it's the same reason บอกผู้ฟังว่า คำอธิบายที่กล่าวไปแล้วใช้อธิบายได้ด้วยว่าทำไมละอองเกสรจึงทำให้ตาบวม วลีนี้ย้อนกลับไปยังสาเหตุนั้น ส่วนอนุประโยคหลัง reason นำเสนอผลลัพธ์ใหม่ วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดเพิ่มอีกหนึ่งตัวอย่างได้โดยไม่ต้องอธิบายทั้งหมดซ้ำ โครงสร้างคือ it's the same reason + อนุประโยค และสามารถใส่ why ได้ด้วย เช่น It's the same reason why pollen can make your eyes puff up.
แบบฝึกหัด
it's the same reason ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- นำเสนอสาเหตุใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
- บอกว่าละอองเกสรไม่มีผลต่อดวงตา
- เชื่อมตัวอย่างเรื่องละอองเกสรกับคำอธิบายที่กล่าวไว้แล้ว
ดูคำตอบ
เชื่อมตัวอย่างเรื่องละอองเกสรกับคำอธิบายที่กล่าวไว้แล้ว
puff up: บวมหรือพองขึ้น
ในที่นี้ puff up หมายถึงบวม ละอองเกสรอาจทำให้เปลือกตาและบริเวณรอบดวงตาดูใหญ่และบวมขึ้น ให้เข้าใจ puff up เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ไม่ใช่แยกตามความหมายของ puff ที่หมายถึง 'ลมหายใจสั้น ๆ' puff up ยังใช้บอกว่าวัตถุดูเต็มหรือกลมขึ้นได้ เช่น เสื้อแจ็กเก็ตที่มีอากาศอยู่ข้างใน ประธานและบริบทจะบอกว่าเป็นการบวมของร่างกายหรือการพองตัวของวัตถุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ puff up: After touching the cat, Maya's eyelids ____ within minutes.
ดูคำตอบ
puffed up
Histamine also activates the nerves involved in itching, วลี
1:19ฮิสตามีนยังไปกระตุ้นเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการคัน
activates the nerves involved in itching: กระตุ้นเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับอาการคัน
activate + กรรม หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเริ่มทำงานหรือทำงานมากขึ้น” ในประโยคนี้ ฮิสตามีนทำให้เส้นประสาทบางส่วนทำงานมากขึ้น nerves involved in itching หมายถึง “เส้นประสาทที่มีส่วนในกระบวนการเกิดอาการคัน” involved in itching เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อที่บอกว่าเส้นประสาทใดถูกกระตุ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ activate + คำนาม + involved in + กระบวนการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ activate และ involved in: The signal ____ the cells ____ fighting infection.
ดูคำตอบ
activates · involved in
which is why bug bites make you scratch. โน้ต
1:23นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมแมลงกัดถึงทำให้คุณอยากเกา
which is why: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์
which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า แล้วนำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ตามมา ข้อมูลก่อนวลีนี้คือสาเหตุ ส่วนอนุประโยคหลัง why คือผลลัพธ์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สาเหตุ, which is why + อนุประโยคบอกผลลัพธ์ ในที่นี้ which ไม่ได้แทนคำนามเพียงคำเดียว แต่แทนสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่เชื่อมจากสาเหตุไปยังผลลัพธ์ด้วยคำเชื่อมจากบทเรียนนี้: The bridge is closed, ____ the bus is taking a different route.
ดูคำตอบ
which is why
make you scratch: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน make you scratch คำว่า make มีความหมายเชิงก่อเหตุ โดยบอกว่ารอยแมลงกัดทำให้ you ทำกริยา scratch คำว่า you เป็นกรรมของ make และ scratch เป็นกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคภาษาอังกฤษแบบ active ให้ใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยไม่ใส่ to ดังนั้นต้องใช้ make you scratch ไม่ใช่ make you to scratch โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกปฏิกิริยาทางร่างกาย อารมณ์ หรือการกระทำอื่นที่เกิดจากบางสิ่งได้
แบบฝึกหัด
ใช้กริยารูปพื้นฐานของ laugh เพื่อเติมโครงสร้างแสดงเหตุให้สมบูรณ์: The funny video made us ____.
ดูคำตอบ
laugh
isn't yet fully understood: การแสดงความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์อย่างระมัดระวัง
ใน isn't yet fully understood โครงสร้าง passive be + understood เน้นความรู้สึกในฐานะสิ่งที่นักวิจัยกำลังพยายามอธิบาย yet หมายถึง “จนถึงตอนนี้” และ fully หมายถึง “อย่างสมบูรณ์” เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าอาจมีความรู้อยู่บ้างแล้ว แต่คำอธิบายยังไม่ครบถ้วน เป็นวิธีที่ระมัดระวังในการบอกขีดจำกัดของความรู้ในปัจจุบัน ไม่ใช่การกล่าวว่าไม่มีใครรู้อะไรเลย
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับความหมายของ “The process isn't yet fully understood” มากที่สุด
- นักวิจัยรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับกระบวนการนี้แล้ว
- นักวิจัยอาจรู้บางเรื่องแล้ว แต่ส่วนสำคัญยังไม่ชัดเจน
- ยังไม่เคยมีใครศึกษากระบวนการนี้เลย
ดูคำตอบ
นักวิจัยอาจรู้บางเรื่องแล้ว แต่ส่วนสำคัญยังไม่ชัดเจน
In fact: เพิ่มข้อมูลที่หนักแน่นหรือเจาะจงยิ่งขึ้น
In fact เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่บอกผู้ฟังว่า ข้อมูลต่อไปนี้หนักแน่นกว่า เจาะจงกว่า หรือใช้แก้ไขสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้า ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริงเท่านั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้จะเชื่อมกลับไปยังความคิดก่อนหน้า โดยรายละเอียดใหม่จะช่วยเน้นหรือทำให้ประเด็นเดิมชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังใช้แก้ความเข้าใจเดิมได้ จึงต้องดูบริบทว่ากำลังเน้นหรือแก้ไขข้อมูล
แบบฝึกหัด
ประโยคต่อข้อใดใช้ In fact เพื่อเพิ่มข้อมูลสนับสนุนที่หนักแน่นและเจาะจงขึ้น
- The library is popular. In fact, more than a thousand people visit it each day.
- The library is popular. In fact, please turn off the light.
- The library is popular. In fact, where is the bus stop?
ดูคำตอบ
The library is popular. In fact, more than a thousand people visit it each day.
much of what we do know comes from: เน้นสิ่งที่รู้และแหล่งที่มา
โครงสร้างคือ much of [what we do know] + comes from + แหล่งที่มา ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย what หมายถึงข้อมูลที่เรารู้ และ much of เลือกข้อมูลส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งจากข้อมูลนั้น เนื่องจาก much ถูกมองเป็นปริมาณเอกพจน์ จึงใช้กริยา comes กริยาช่วย do ใช้เน้นคำกริยาบอกเล่า know ว่า แม้เรื่องอื่นจะยังไม่แน่นอน แต่ส่วนนี้เรารู้อยู่จริง ๆ จากนั้น comes from จะบอกแหล่งที่มาของความรู้นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปบอกเล่าแบบเน้นของ know และวลีที่นำเข้าสู่แหล่งที่มา: Although the planet is still mysterious, much of what we ____ about its atmosphere ____ telescope data.
ดูคำตอบ
do know · comes from
the mechanics of itching: อาการคันเกิดขึ้นอย่างไร
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ the mechanics of itching หมายถึงกระบวนการที่ทำให้อาการคันเกิดขึ้นและดำเนินไป ในที่นี้ mechanics ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรหรือผู้ที่ซ่อมเครื่องจักร รูปแบบ the mechanics of + ปรากฏการณ์หรือกิจกรรม เน้นว่าส่วนประกอบ ขั้นตอน หรือแรงต่าง ๆ ทำงานอย่างไร ใช้ได้ทั้งกับกระบวนการทางธรรมชาติและกิจกรรมทางกาย
แบบฝึกหัด
ในบทความวิทยาศาสตร์ the mechanics of itching หมายถึงอะไร?
- กระบวนการที่ทำให้อาการคันเกิดขึ้นและดำเนินไป
- คนที่ซ่อมอุปกรณ์ทางการแพทย์
- เครื่องจักรที่ใช้หยุดอาการคัน
ดูคำตอบ
กระบวนการที่ทำให้อาการคันเกิดขึ้นและดำเนินไป
Researchers have discovered that itch signals in their skin วลี
1:37นักวิจัยค้นพบว่าสัญญาณความคันในผิวหนังของพวกมัน
Researchers have discovered that: การรายงานผลการวิจัย
Researchers have discovered that + อนุประโยค เป็นโครงสร้างรายงานแบบเป็นกลางที่ใช้เกริ่นผลการวิจัย Researchers เป็นประธาน และ that นำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์เพื่อบอกว่านักวิจัยค้นพบอะไร Have discovered เป็นรูป present perfect ซึ่งนำเสนอการค้นพบในอดีตว่าเกี่ยวข้องกับความรู้ในปัจจุบัน จึงพบได้บ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์ ข่าว และการนำเสนอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างรายงานงานวิจัยแบบ present perfect จากบทเรียน: Researchers ____ regular exercise can improve sleep.
ดูคำตอบ
have discovered that
are transmitted via a subclass of the nerves: การบอกเส้นทางด้วยรูปถูกกระทำ
วลีกริยาแบบถูกกระทำ are transmitted เน้นที่สัญญาณอาการคันและสิ่งที่เกิดขึ้นกับสัญญาณนั้น ไม่ได้เน้นสิ่งที่ทำหน้าที่ส่ง โครงสร้างคือ ประธาน + be + transmitted via a subclass of the nerves ระบุเส้นทางการส่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be transmitted via + เส้นทางหรือสื่อ ซึ่งพบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค
แบบฝึกหัด
ใช้ transmit และ via เติมคำอธิบายทางเทคนิคในกาลปัจจุบันให้สมบูรณ์: The data ____ a secure network.
ดูคำตอบ
is transmitted via
associated with pain: ความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ
be associated with + คำนาม หมายถึง “เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับ” associated with pain บอกว่าเส้นประสาทมีความสัมพันธ์กับความเจ็บปวด แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าความเจ็บปวดทำให้เกิดเส้นประสาทเหล่านี้ หรือเส้นประสาทเหล่านี้ทำให้เกิดความเจ็บปวด กริยาพหูพจน์ are แสดงว่าอนุประโยคขยาย that are associated with pain ขยายคำนามพหูพจน์ nerves ไม่ใช่คำนามเอกพจน์ subclass
แบบฝึกหัด
งานวิจัยพบความเชื่อมโยงแต่ไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ ประโยคใดรายงานผลได้ถูกต้อง?
- Poor sleep is associated with higher stress.
- Poor sleep is caused by higher stress.
ดูคำตอบ
Poor sleep is associated with higher stress.
dedicated nerves: เส้นประสาทที่ทำหน้าที่เฉพาะ
ใน dedicated nerves คำว่า dedicated หมายถึง “ที่เชี่ยวชาญหรือถูกกำหนดไว้สำหรับหน้าที่เฉพาะ” คำนี้บอกว่าเส้นประสาทถูกกำหนดหรือปรับให้ทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าเส้นประสาท “ขยันและทุ่มเท” ความหมายเดียวกันนี้ใช้เมื่อ dedicated ขยายอุปกรณ์ พื้นที่ ช่องทาง หรือทรัพยากรที่มีไว้เพื่อจุดประสงค์เฉพาะอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใน dedicated nerves คำว่า dedicated หมายถึงอะไร?
- ขยันและซื่อสัตย์
- เฉพาะสำหรับหน้าที่หนึ่ง
- เสียหายและเจ็บปวด
ดูคำตอบ
เฉพาะสำหรับหน้าที่หนึ่ง
produce a molecule called natriuretic polypeptide B,
1:48จะผลิตโมเลกุลที่เรียกว่า natriuretic polypeptide B
which triggers a signal that's carried up the spinal cord to the brain, วลี
1:52ซึ่งกระตุ้นสัญญาณที่ส่งขึ้นไปตามไขสันหลังสู่สมอง
triggers a signal: เริ่มกระบวนการส่งสัญญาณ
ใน triggers a signal คำว่า triggers หมายถึงทำให้สัญญาณเริ่มเกิดขึ้นหรือถูกส่งออกไป ประธานคือเหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่เริ่มขั้นตอนถัดไปของกลไก รูปแบบนี้แสดงความสัมพันธ์แบบเหตุและผลโดยตรง คือมีการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเกิดขึ้น แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นกระตุ้นสัญญาณหรือการตอบสนอง
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายกลไกโดยใช้รูปพื้นฐานของวลีที่เน้นไว้: A sudden temperature change can ____ in the sensor.
ดูคำตอบ
trigger a signal
carried up the spinal cord to the brain: ถูกส่งขึ้นไปตามไขสันหลังจนถึงสมอง
ในอนุประโยคเต็ม that's carried ... คำว่า that's ย่อมาจาก that is และ carried อยู่ในรูปถูกกระทำ กล่าวคือ สัญญาณเป็นสิ่งที่ถูกส่งต่อ คำว่า carry ใช้บอกการเคลื่อนที่ของข้อมูลหรือสัญญาณประสาทผ่านระบบได้ ไม่ได้หมายความว่ามีคนถือมันอยู่จริง ๆ up the spinal cord บอกทั้งเส้นทางและทิศขึ้น ส่วน to the brain บอกปลายทาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be carried up + เส้นทาง + to + ปลายทาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสัญญาณเคลื่อนขึ้นไปตามเส้นประสาทและไปถึงสมอง
- The signal is carried up the nerve away from the brain.
- The signal is carried from the brain down the nerve.
- The signal is carried up the nerve to the brain.
ดูคำตอบ
The signal is carried up the nerve to the brain.
where it creates the feeling of an itch: ที่ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกคัน
where ย้อนกลับไปอ้างถึง the brain ในอนุประโยคก่อนหน้า และหมายถึง “ในสมอง” คำนี้นำหน้าประโยคขยายแบบสัมพันธ์: สัญญาณไปถึงสมอง แล้วทำให้เกิดความรู้สึกคันที่สถานที่นั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สถานที่ + where + ประธาน + กริยา where ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ด้านสถานที่ ดังนั้นอนุประโยคที่ตามมายังต้องมีประธานของตัวเอง ซึ่งในที่นี้คือ it
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสัมพันธ์ที่ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานที่: The message reaches the control center, ____ it is decoded.
ดูคำตอบ
where
When we scratch: ใช้ when เพื่อเกริ่นสิ่งกระตุ้น
When we scratch เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when โดยระบุสถานการณ์หรือช่วงเวลาที่ใช้เริ่มคำอธิบาย ส่วนประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างหรือหลังเหตุการณ์นั้น ในการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์และขั้นตอน รูปแบบ When + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก จะจัดข้อมูลโดยบอกสิ่งกระตุ้นก่อนแล้วจึงบอกผลลัพธ์ คำว่า when เองไม่ได้แปลว่า because จึงไม่ได้ยืนยันความเป็นเหตุเป็นผลด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค when เพื่อบอกสิ่งกระตุ้นที่เกิดเป็นประจำก่อนบอกผลลัพธ์
- When we press the switch, the light turns on.
- If we press the switch, the light might turn on.
- Although we press the switch, the light stays off.
ดูคำตอบ
When we press the switch, the light turns on.
the action of X on Y: เรียกชื่อปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพ
วลีนี้เปลี่ยนแนวคิดที่เดิมบอกด้วยกริยา our fingernails act on the skin ให้เป็นนามวลี จึงสามารถยกปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพนั้นขึ้นเป็นหัวข้อหรือประธานของคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ได้ ในรูปแบบ the action of X on Y นั้น X หมายถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดการกระทำ ส่วน Y หมายถึงสิ่งที่รับการกระทำนั้น ในที่นี้ X คือ our fingernails และ Y คือ the skin
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบนามวลีทางการ the action of X on Y ให้สมบูรณ์: The report examines ____ salt water on metal.
ดูคำตอบ
the action of
a low-level pain signal: สัญญาณความเจ็บปวดระดับต่ำ
ใน a low-level pain signal คำว่า low-level เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงมีความเข้มต่ำ ดังนั้นสัญญาณนี้จึงสื่อถึงความเจ็บปวดเล็กน้อย ไม่ใช่ความเจ็บปวดรุนแรง และไม่ได้บอกว่าสัญญาณอยู่ในตำแหน่งต่ำทางกายภาพ คำนามที่ตามหลัง low-level ช่วยกำหนดความหมาย เมื่อใช้กับสิ่งที่วัดระดับได้ เช่น pain, noise หรือ activity มักหมายถึงปริมาณน้อยหรือความเข้มต่ำ
แบบฝึกหัด
low-level ใน a low-level pain signal หมายความว่าอย่างไร?
- อยู่ใต้ร่างกายในทางกายภาพ
- มีความเข้มเล็กน้อยหรืออ่อน
- เจ็บปวดและอันตรายอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ
มีความเข้มเล็กน้อยหรืออ่อน
overrides the itching sensation: กลบความรู้สึกคัน
ใน overrides the itching sensation คำว่า overrides หมายถึงสัญญาณประสาทสัมผัสหนึ่งมีความสำคัญเหนืออีกสัญญาณ ทำให้รู้สึกคันน้อยลง ไม่ได้หมายถึงการเอาอะไรมาปิดความคันตามตัวอักษร และไม่ได้แปลว่าความคันจะหายไปอย่างถาวรเสมอไป โดยทั่วไป A overrides B หมายถึง A มีอำนาจ ลำดับความสำคัญ หรือความแรงมากพอที่จะไม่ให้ B เป็นตัวควบคุมผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “มีความสำคัญเหนือกว่าและทำให้การควบคุมอีกอย่างไม่มีผล” ลงในประโยค: During an emergency, the manual switch ____ the timer.
ดูคำตอบ
overrides
It's almost like ...: การเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง
ใน It's almost like a distraction ผู้พูดใช้การเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้นึกภาพผลที่เป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น distraction ทำหน้าที่เป็นแบบจำลองของสิ่งที่ดึงความสนใจไปทางอื่น ผู้พูดไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นเป็น distraction จริง ๆ โครงสร้าง It's almost like + นามวลีหรืออนุประโยค ใช้เพื่อเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง almost ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว กล่าวคือ สองสิ่งนี้มีลักษณะร่วมที่ช่วยให้เข้าใจได้ แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
It's almost like a distraction ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- มันเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจอย่างแท้จริงและสมบูรณ์
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่าคำว่า distraction หมายถึงอะไร
- มันทำงานคล้ายกับสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจ แต่การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้ตรงกันทั้งหมด
ดูคำตอบ
มันทำงานคล้ายกับสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจ แต่การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้ตรงกันทั้งหมด
creates the sensation of relief: ระบุผลที่รู้สึกได้
Creates the sensation of relief หมายถึงทำให้เกิดประสบการณ์ของความโล่งสบายที่รับรู้ได้ creates แสดงผลลัพธ์ ส่วน of relief บอกว่าเป็นความรู้สึกชนิดใด โครงสร้าง create the sensation of + คำนาม ใช้อธิบายผลทางร่างกายหรือประสาทสัมผัสที่เป็นความรู้สึกเฉพาะบุคคล เช่น ความอุ่น การเคลื่อนไหว แรงกด หรือความโล่งสบาย โครงสร้างนี้เน้นสิ่งที่บุคคลรู้สึก ดังนั้นสภาพที่เป็นสาเหตุอาจยังไม่เปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
ใช้ create the sensation of ในรูปที่ถูกต้อง โดยใช้ relief เป็นคำนาม: The cooling pad ____ without treating the cause of the pain.
ดูคำตอบ
creates the sensation of relief
But is there actually an evolutionary purpose to the itch, การใช้คำ
2:15แต่แท้จริงแล้วอาการคันมีจุดประสงค์ทางวิวัฒนาการหรือไม่
หน้าที่เชิงวิวัฒนาการของอาการคัน
ในคำถามนี้ an evolutionary purpose หมายถึงหน้าที่ทางชีววิทยาหรือคุณค่าต่อการอยู่รอดที่อาจช่วยอธิบายว่าเหตุใดอาการคันจึงมีอยู่ ไม่ได้หมายความว่าอาการคันมีเป้าหมายหรือความตั้งใจของตัวเอง รูปแบบ Is there a purpose to X? ใช้ถามว่า X มีเหตุผล หน้าที่ หรือคุณค่าหรือไม่ ในที่นี้ to the itch เชื่อม purpose เข้ากับปรากฏการณ์อาการคันที่กำลังพิจารณา
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ Is there a purpose to X? ให้สมบูรณ์: The researcher asks, Is there an evolutionary ____ this reflex?
ดูคำตอบ
purpose to
หรือมันมีอยู่เพียงเพื่อทำให้เรารำคาญเท่านั้น?
or เชื่อมส่วนนี้กับคำถามก่อนหน้าและสร้างตัวเลือกสองทางว่า อาการคันมีหน้าที่เชิงวิวัฒนาการ หรือเพียงทำให้ผู้คนรำคาญ ความแตกต่างนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยวางคำอธิบายจริงจังไว้คู่กับทางเลือกที่ขบขัน simply หมายถึง “เพียง” หรือ “ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น” ส่วน be there to do something อธิบายจุดประสงค์ที่ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น ตัวเลือกที่สองทำให้อาการคันดูเหมือนคนเพื่อสร้างอารมณ์ขัน เป็นการตั้งคำถามเพื่อนำเข้าสู่คำอธิบาย ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างทางวิทยาศาสตร์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ผู้พูดใช้อนุประโยค or is it simply there to annoy us? เพื่อทำหน้าที่หลักอะไร?
- ขอให้ผู้ฟังทำแบบทดสอบอย่างเป็นทางการ
- เพิ่มทางเลือกที่ขบขันให้กับคำถามที่จริงจัง
- กล่าวข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ
เพิ่มทางเลือกที่ขบขันให้กับคำถามที่จริงจัง
The leading theory is that: เสนอคำอธิบายที่มีน้ำหนักมากที่สุดในปัจจุบัน
The leading theory is that ใช้เกริ่นคำอธิบายที่ปัจจุบันถือว่ามีน้ำหนักมากที่สุดหรือมีหลักฐานสนับสนุนดีที่สุด อนุประโยคหลัง that บอกว่าเนื้อหาของทฤษฎีนั้นคืออะไร leading ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยวางคำอธิบายนี้ไว้เหนือทางเลือกอื่น แต่ไม่ได้ทำให้คำอธิบายนั้นกลายเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน โครงสร้างนี้เหมาะเมื่อหลักฐานสนับสนุนคำอธิบายหนึ่งมากกว่า แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่ใช้เสนอคำอธิบายที่มีน้ำหนักมากที่สุดในปัจจุบันโดยยังคงความไม่แน่นอน: The ____ dreams help the brain process emotions.
ดูคำตอบ
leading theory is that
has evolved to be: ค่อย ๆ พัฒนาจนเป็นสภาพในปัจจุบัน
Has evolved to be อธิบายกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นจนทำให้เกิดสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน has evolved เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมพัฒนาการตลอดช่วงเวลากับผลในปัจจุบัน ส่วน to be ใช้นำเข้าสภาพที่เกิดขึ้น เมื่อใช้กับสิ่งมีชีวิต evolve อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาตลอดหลายรุ่น เมื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ สถาบัน หรือนิสัย จะมีความหมายกว้างกว่าว่าค่อย ๆ พัฒนา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี present perfect เป้าหมายเพื่อแสดงการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนถึงสภาพปัจจุบัน: Over several updates, the website ____ much easier to use.
ดูคำตอบ
has evolved to be
acutely aware of touch: การรับรู้อย่างเข้มข้น
ในที่นี้ acutely aware of touch หมายถึงการรับรู้การสัมผัสด้วยความไวที่สูงผิดปกติ acutely เพิ่มระดับความหมายของ aware จึงมีน้ำหนักมากและเป็นทางการกว่า very aware ใช้ be acutely aware of + คำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกว่าใครบางคนรับรู้บางสิ่งได้อย่างชัดเจนมาก มักเป็นเพราะสิ่งนั้นสำคัญ ทำให้ไม่สบายใจ หรือมองข้ามได้ยาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ acutely aware of อย่างถูกต้องในความหมายว่า “ตระหนักอย่างชัดเจนมาก”
- During the interview, Nina was acutely aware to every pause.
- During the interview, Nina was acutely aware of every pause.
- During the interview, Nina acutely awareness of every pause.
ดูคำตอบ
During the interview, Nina was acutely aware of every pause.
so that we're equipped to deal with risks from the outside world. ไวยากรณ์
2:28เพื่อให้เราพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากโลกภายนอก
so that we're equipped to deal with: จุดประสงค์และความพร้อม
ในประโยคนี้ so that นำเสนอจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ด้านการทำงาน กล่าวคือ ลักษณะที่กล่าวมาก่อนหน้าทำให้เราพร้อมรับมือกับสิ่งที่ตามมา โครงสร้างนี้เชื่อมสาเหตุหรือการกระทำเข้ากับผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น we're equipped to deal with หมายถึง “เรามีความสามารถ คุณสมบัติ หรือทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการรับมือ” equipped ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพกอุปกรณ์จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยมีผลให้เราพร้อมรับมือ”: We keep spare batteries ____ power cuts.
ดูคำตอบ
so that we're equipped to deal with
Think about it. ในฐานะคำชวนให้ใช้เหตุผล
Think about it. เป็นการชวนผู้ฟังโดยตรงให้หยุดสักครู่แล้วลองคิดด้วยตัวเอง ในที่นี้ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังตัดสินใจ แต่เป็นการเตรียมให้ผู้ฟังติดตามเหตุผลหรือคำอธิบายที่จะตามมา ในการพูดหรืออธิบาย ประโยคสั้นนี้ช่วยเปลี่ยนผู้ฟังจากการรับข้อมูลเพียงอย่างเดียวให้มีส่วนร่วมคิดอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดกล่าว Think about it. ก่อนอธิบาย ผู้พูดกำลังทำอะไร?
- สั่งให้ผู้ฟังท่องจำคำพูด
- จบหัวข้อโดยไม่ให้เหตุผล
- ชวนผู้ฟังให้หยุดและคิด
ดูคำตอบ
ชวนผู้ฟังให้หยุดและคิด
automatic scratching response: การตอบสนองของร่างกายที่ไม่ได้ตั้งใจ
ใน automatic scratching response คำว่า automatic หมายความว่าการเกาเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตัดสินใจอย่างตั้งใจ scratching ระบุพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ส่วน response บอกว่าร่างกายทำพฤติกรรมนั้นเพราะมีสิ่งเร้า วลีคำนามทั้งหมดนำเสนอการเกาว่าเป็นกลไกปกติของร่างกาย ไม่ใช่การกระทำที่วางแผนไว้ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ response เป็นคำที่เป็นกลางและค่อนข้างเป็นทางการสำหรับพฤติกรรมแบบเหตุและผลนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายการตอบสนองของร่างกายที่เกิดจากสิ่งเร้าโดยไม่ได้วางแผน?
- Blinking is an automatic response to bright light.
- Her response came after an hour of careful planning.
- The crowd had an emotional reaction to the surprise.
ดูคำตอบ
Blinking is an automatic response to bright light.
would dislodge: ผลลัพธ์ภายใต้ข้อสมมติ
ในที่นี้ would dislodge หมายความว่า หากคำอธิบายที่เสนอนั้นถูกต้อง กลไกนี้ก็คาดว่าจะทำให้บางสิ่งหลุดหรือเคลื่อนออกจากตำแหน่ง would นำเสนอการกระทำนี้ว่าเป็นผลที่คาดไว้ภายใต้สถานการณ์สมมติ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้ว ในการอธิบายกลไก would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกได้ว่าสิ่งหนึ่งคาดว่าจะทำอะไรภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง
แบบฝึกหัด
would dislodge ในคำอธิบายนี้หมายความว่าอย่างไร
- รับประกันว่าบางสิ่งจะเคลื่อนออกจากตำแหน่งทันที
- บางสิ่งเคลื่อนออกจากตำแหน่งไปแล้วอย่างแน่นอนในอดีต
- คาดว่าบางสิ่งจะเคลื่อนออกจากตำแหน่งหากเงื่อนไขสมมติเป็นจริง
ดูคำตอบ
คาดว่าบางสิ่งจะเคลื่อนออกจากตำแหน่งหากเงื่อนไขสมมติเป็นจริง
potentially lurking on our skin: ภัยที่อาจซ่อนอยู่
Potentially หมายถึง “อาจ” ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่ตรงนั้นอย่างแน่นอน Lurking หมายถึงการซ่อนอยู่หรืออยู่โดยไม่มีใครสังเกตเห็น และมักเป็นสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือปัญหา เมื่อรวมกัน potentially lurking on our skin บรรยายถึงบางสิ่งที่อาจอยู่บนผิวหนังโดยไม่มีใครสังเกตเห็นและอาจเป็นอันตราย lurking เพิ่มความรู้สึกว่าเป็นภัยที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่คำพูดกลาง ๆ ที่แปลเพียงว่า “อยู่บนผิวหนัง”
แบบฝึกหัด
lurking ใน potentially lurking on our skin เพิ่มความรู้สึกแบบใด
- บางสิ่งอาจซ่อนอยู่ตรงนั้นและอาจเป็นอันตราย
- บางสิ่งมองเห็นได้ชัดเจนและไม่เป็นอันตรายเลย
- บางสิ่งหายไปแล้ว
ดูคำตอบ
บางสิ่งอาจซ่อนอยู่ตรงนั้นและอาจเป็นอันตราย
tendrils of a poisonous plant: ส่วนพืชที่เรียวยาวและม้วนงอ
Tendrils หมายถึงส่วนที่เรียวยาวคล้ายเส้นด้ายของพืช ซึ่งม้วนพันสิ่งของใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นที่ยึดเกาะ ในวลี tendrils of a poisonous plant คำนี้ระบุส่วนเฉพาะของพืชอันตราย ไม่ได้หมายถึงกิ่งหรือใบทั่วไป Poisonous ขยายคำว่า plant โดยบอกว่าพืชนั้นมีพิษหรือเป็นอันตรายในบริบทนี้ ไม่ได้หมายความว่ามือเกาะของพืชทุกชนิดมีพิษทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในวลี tendrils of a poisonous plant คำว่า tendrils หมายถึงอะไร
- รากขนาดใหญ่ที่งอกลึกลงไปใต้ดิน
- ส่วนเรียวยาวและม้วนงอของพืชที่ยึดกับสิ่งค้ำจุนใกล้เคียง
- กลีบดอกกว้างที่อยู่รอบดอกไม้
ดูคำตอบ
ส่วนเรียวยาวและม้วนงอของพืชที่ยึดกับสิ่งค้ำจุนใกล้เคียง
This might explain why we don't feel itching ลำดับความ
2:45นี่อาจอธิบายได้ว่าทำไมเราจึงไม่รู้สึกคัน
This might explain why: การเกริ่นคำอธิบายอย่างไม่ฟันธง
This ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริง แนวคิด หรือสาเหตุที่เป็นไปได้ซึ่งเพิ่งกล่าวถึง ส่วน explain why ใช้นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการคำอธิบาย โครงสร้างทั้งหมดจึงจัดข้อมูลจากสาเหตุที่เป็นไปได้ไปสู่ผลที่สังเกตเห็น Might ทำให้ความเชื่อมโยงนี้ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน ผู้พูดกำลังเสนอคำอธิบายที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอคำอธิบายว่าเป็นไปได้ แทนที่จะยืนยันว่าแน่นอน
- This cannot explain why the seedlings grew more slowly.
- This explains why the seedlings grew more slowly.
- This might explain why the seedlings grew more slowly.
ดูคำตอบ
This might explain why the seedlings grew more slowly.
safe from these external threats: บอกอันตรายที่ได้รับการปกป้อง
safe from these external threats หมายถึง ไม่เสี่ยงที่จะได้รับอันตรายหรือผลกระทบจากภัยภายนอกเหล่านั้น คำคุณศัพท์ safe ตามด้วย from และ from ใช้บอกแหล่งที่มาของอันตราย ใช้โครงสร้าง be safe from + ภัยคุกคาม เมื่อต้องการเน้นว่าอะไรไม่สามารถเข้าถึงหรือทำอันตรายต่อคนหรือสิ่งของได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย safe และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The sealed case keeps the old letters ____ moisture.
ดูคำตอบ
safe from
Though, imagine how maddening that would be. น้ำเสียง/เจตนา
2:53ถึงกระนั้น ลองนึกดูสิว่ามันจะน่าหงุดหงิดแค่ไหนถ้าเราคันข้างใน
imagine how maddening that would be: ความเห็นเชิงสมมติที่เน้นอารมณ์
imagine how maddening that would be เป็นการชวนผู้ฟังให้นึกถึงสถานการณ์สมมติและรู้สึกว่ามันจะน่ารำคาญอย่างมากเพียงใด โครงสร้าง how + คำคุณศัพท์ ใช้บอกระดับ ส่วน would วางปฏิกิริยานั้นไว้ในกรณีสมมติ imagine ในที่นี้ไม่ใช่คำสั่งให้ทำงานตามตัวอักษร แต่เปลี่ยนคำอธิบายให้เป็นความเห็นแบบสนทนาที่มีอารมณ์ขันเล็กน้อย maddening หมายถึง น่าหงุดหงิดหรือน่ารำคาญอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงทำให้เสียสติจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า imagine how maddening that would be?
- รายงานเหตุการณ์ในอดีตด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง
- สั่งตามตัวอักษรให้วาดรูป
- ชวนผู้ฟังให้นึกถึงสถานการณ์สมมติและร่วมรู้สึกถึงความรำคาญอย่างแรง
ดูคำตอบ
ชวนผู้ฟังให้นึกถึงสถานการณ์สมมติและร่วมรู้สึกถึงความรำคาญอย่างแรง
glitches in the pathways responsible for all of this สำนวน
2:58ความผิดปกติของเส้นทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
glitches in the pathways responsible for all of this: ความผิดพลาดในระบบชีวภาพ
ในที่นี้ glitches เป็นคำเปรียบเทียบจากแวดวงเทคโนโลยี หมายถึงข้อผิดพลาดหรือความผิดปกติเล็ก ๆ ในระบบ ส่วน pathways หมายถึงเส้นทางทางชีวภาพหรือเส้นทางการส่งสัญญาณในร่างกาย ไม่ใช่ถนนจริง ส่วน responsible for all of this ขยายคำว่า pathways โดยหมายถึงเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้บอกว่าข้อผิดพลาดในเส้นทางเหล่านั้นอาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติ
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ glitches in the pathways หมายถึงอะไร
- คอมพิวเตอร์เสียที่วางอยู่ตามถนนจริง
- ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ในเส้นทางทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนั้น
- เส้นทางเดินใหม่ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
ดูคำตอบ
ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ในเส้นทางทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนั้น
excessive itching: อาการคันที่เกินระดับปกติ
Excessive itching เป็นวลีนามแบบเป็นทางการ หมายถึงอาการคันที่เกินระดับปกติหรือระดับที่ยอมรับได้ Excessive ขยายคำนามที่เป็นชื่ออาการอย่าง itching จึงมีความหมายมากกว่าการรู้สึกคันเพียงเล็กน้อย และอาจบอกถึงปัญหาที่ควรใส่ใจ โครงสร้าง excessive + คำนาม พบได้บ่อยในงานเขียนทางการแพทย์และงานให้ข้อมูล เช่น excessive bleeding หรือ excessive sweating
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “อาการคันเกินระดับปกติ” เพื่อทำข้อความผลข้างเคียงแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์: The medicine may cause ____.
ดูคำตอบ
excessive itching
harm their health: การบอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้สุขภาพเสียหาย
ในที่นี้ harm เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึงทำให้เสียหายหรือส่งผลเสีย โดยรับ their health เป็นกรรมโดยตรง จึงใช้ harm their health และไม่ใส่ to ระหว่างคำกริยากับกรรม โครงสร้างนี้บอกอย่างชัดเจนว่าอะไรได้รับผลกระทบในทางลบ โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน harm your health, harm the environment และ harm someone's reputation
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้านสุขภาพที่พูดกับผู้ฟังหนึ่งคนโดยใช้โครงสร้าง harm + health จากบทเรียน: Too little sleep can ____.
ดูคำตอบ
harm your health
One extreme example is: ใช้เกริ่นเข้าสู่กรณีสุดขั้ว
One extreme example is ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยบอกล่วงหน้าว่ากรณีต่อไปมีความรุนแรงเป็นพิเศษ ผิดจากปกติ หรืออยู่ใกล้ปลายด้านใดด้านหนึ่งของช่วงที่กำลังพูดถึง ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าไม่ควรมองกรณีนั้นเป็นตัวอย่างธรรมดา One แสดงว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวอย่างที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ตัวอย่างเดียว หลัง is ให้ระบุกรณีที่ต้องการยกขึ้นมา
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ผู้พูดกำลังจะอธิบายกรณีธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อย One extreme example is ... เป็นกรอบประโยคที่เหมาะที่สุดในการเกริ่นหรือไม่
- ไม่ใช่
- ใช่
ดูคำตอบ
ไม่ใช่
ภาวะทางจิตที่เรียกว่าอาการหลงผิดว่ามีปรสิต
ในที่นี้ a psychological condition บอกประเภททางการแพทย์โดยกว้าง ส่วน called delusory parasitosis บอกชื่อของภาวะนั้น รูปแบบคือ a/an + ประเภท + called + ชื่อ ในงานเขียนด้านการแพทย์และสุขภาพ condition หมายถึงปัญหาหรือภาวะสุขภาพ ไม่ได้หมายถึงเงื่อนไขที่ต้องทำให้ครบ โครงสร้างนี้ช่วยแนะนำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยโดยบอกประเภททั่วไปก่อน
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางการแพทย์ วลี a psychological condition called delusory parasitosis หมายถึงอะไร?
- มีคนกำลังโทรศัพท์ไปยังคลินิกจิตวิทยา
- Delusory parasitosis เป็นเงื่อนไขที่ต้องมีเพื่อเรียนจิตวิทยา
- Delusory parasitosis เป็นชื่อของภาวะทางจิต
ดูคำตอบ
Delusory parasitosis เป็นชื่อของภาวะทางจิต
ถูกรบกวนอย่างหนักด้วยไรหรือหมัด
Are infested with mites or fleas หมายถึงมีไรหรือหมัดอยู่เป็นจำนวนมากและก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงที่ไม่พึงประสงค์ Infested with มีความหมายรุนแรงกว่าการใช้ have มาก รูปแบบ be infested with + ศัตรูพืชหรือสิ่งที่เป็นอันตราย จะให้สถานที่ สัตว์ สิ่งของ หรือร่างกายที่ได้รับผลกระทบเป็นประธาน และใช้ with นำสิ่งที่เข้ามารุกราน
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่หมายถึงมีตัวเรือดจำนวนมากและกำลังก่อปัญหา: The old mattress was ___ bedbugs.
- protected from
- infested with
- interested in
ดูคำตอบ
infested with
Scurrying over and under their skin: การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและลุกลี้ลุกลน
Scurrying ทำให้การเคลื่อนไหวดูรวดเร็ว เล็ก และลุกลี้ลุกลน เหมือนหนูหรือแมลงที่วิ่งไปมา จึงเห็นภาพชัดกว่าการใช้เพียง moving Over and under their skin วางการเคลื่อนไหวไว้ทั้งบนผิวและใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างไต่ที่ชวนไม่สบายใจอย่างมาก วลี -ing นี้เป็นส่วนต่อของคำบรรยายที่ใหญ่กว่าและไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Tiny mice were scurrying under the shelves. คำว่า scurrying ทำให้เห็นภาพแบบใด?
- พวกมันกำลังพักโดยไม่เคลื่อนไหว
- พวกมันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยก้าวสั้น ๆ และลุกลี้ลุกลน
- พวกมันเดินอย่างช้าและหนัก
ดูคำตอบ
พวกมันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยก้าวสั้น ๆ และลุกลี้ลุกลน
Making them itch incessantly: อนุประโยค -ing ที่บอกผล
Making them itch incessantly เป็นอนุประโยคบอกผลที่ใช้ -ing เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง หมายความว่าสถานการณ์ก่อนหน้านั้นทำให้พวกเขารู้สึกคันอย่างต่อเนื่อง ภายในอนุประโยคนี้ โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงการทำให้เกิดผล คือ making + them + itch โดยไม่ใส่ to หน้า itch ส่วน incessantly ขยาย itch และหมายถึงต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำแทบไม่มีช่วงหยุด
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกผลด้วยรูปที่ถูกต้องของ make และกริยารูปพื้นฐาน itch: The rough fabric rubbed against her neck, ____ her ____ all evening.
ดูคำตอบ
making · itch
phantom itching: อาการคันที่รู้สึกในส่วนของร่างกายที่ไม่มีอยู่แล้ว
Phantom itching คือความรู้สึกคันที่เหมือนมาจากส่วนของร่างกายที่ไม่มีอยู่แล้ว ซึ่งมักเกิดหลังการตัดอวัยวะ ในศัพท์ทางการแพทย์นี้ phantom หมายถึงความรู้สึกที่ดูเหมือนจริงแม้ส่วนนั้นของร่างกายจะไม่มีอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึงผีตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
phantom itching หมายถึงอะไรในบริบททางการแพทย์นี้?
- อาการคันที่เกิดจากการนึกถึงผี
- อาการคันธรรมดาในส่วนของร่างกายที่ยังมีอยู่
- อาการคันที่รู้สึกในส่วนของร่างกายที่ไม่มีอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
อาการคันที่รู้สึกในส่วนของร่างกายที่ไม่มีอยู่แล้ว
can occur in patients who've had amputations. การใช้คำ
3:24สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยที่ถูกตัดอวัยวะ
patients who've had amputations: ประสบการณ์ในอดีตที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
Patients who've had amputations หมายถึงผู้ป่วยที่เคยได้รับการตัดอวัยวะในอดีต Who've เป็นรูปย่อของ who have และ have had เป็นรูป present perfect ของ have ซึ่งในที่นี้หมายถึงเคยผ่านหรือเคยรับการรักษานั้น Present perfect เชื่อมการรักษาที่เสร็จสิ้นแล้วเข้ากับสภาพปัจจุบันของผู้ป่วย ไม่ได้หมายความว่ากำลังตัดอวัยวะอยู่ในขณะนี้
แบบฝึกหัด
วลีใดระบุผู้ป่วยจากการรักษาที่เสร็จสิ้นแล้วและยังเกี่ยวข้องกับสภาพของพวกเขาในปัจจุบัน?
- patients who are having amputations
- patients who've had amputations
- patients who will have amputations
ดูคำตอบ
patients who've had amputations
Because ... has so severely damaged: การเกริ่นสาเหตุของความเสียหายรุนแรง
Because ใช้ขึ้นต้นเหตุผล ดังนั้นส่วนประโยคนี้จึงปูสาเหตุของผลลัพธ์ที่จะกล่าวในประโยคหลัก ส่วนนี้ยังไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ เพราะ damaged ยังต้องมีกรรม และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because ยังต้องมีประโยคหลัก has damaged เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กับผลที่ยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน severely บอกว่าความเสียหายรุนแรงเพียงใด และ so ยิ่งเน้นระดับนั้น หมายความว่าการบาดเจ็บได้ทำให้บางสิ่งเสียหายอย่างมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีกริยาสี่คำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: Because the storm ____ the bridge, the road is still closed.
ดูคำตอบ
has so severely damaged
it confuses the body's normal nerve signaling วลี
3:31มันจึงไปรบกวนการส่งสัญญาณประสาทตามปกติของร่างกาย
confuses the body's normal nerve signaling: เมื่อ confuse หมายถึงการรบกวนระบบ
confuse ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าสัญญาณประสาทมีความรู้สึกเหมือนคน เมื่อกรรมเป็นระบบ สัญญาณ หรือกระบวนการส่งสัญญาณที่ไม่ใช่มนุษย์ confuse สามารถหมายถึงการทำให้ข้อมูลแยกแยะหรือประมวลผลอย่างถูกต้องได้ยากขึ้น the body's normal nerve signaling หมายถึงกระบวนการปกติที่ร่างกายใช้ส่งข้อความทางประสาท ประโยคนี้บอกว่าการบาดเจ็บรบกวนกระบวนการนั้น ทำให้ข้อความอาจปะปนกันหรือถูกตีความผิด ไม่ได้หมายความว่าการส่งสัญญาณทั้งหมดต้องหยุดลง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The injury confuses the body's normal nerve signaling,” คำว่า confuses หมายถึงอะไร
- มันรบกวนกระบวนการส่งสัญญาณ ทำให้ข้อความปะปนกันหรือถูกตีความผิดได้ง่ายขึ้น
- มันทำให้เส้นประสาทรู้สึกสับสนเหมือนคน
- มันหยุดสัญญาณประสาททุกสัญญาณอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
มันรบกวนกระบวนการส่งสัญญาณ ทำให้ข้อความปะปนกันหรือถูกตีความผิดได้ง่ายขึ้น
sensations in limbs that are no longer there: ความรู้สึกในแขนขาที่ไม่มีอยู่แล้ว
อนุประโยคขยาย that are no longer there ขยายคำว่า limbs โดยบอกว่าแขนขาเหล่านั้นเคยมีอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว No longer แสดงการเปลี่ยนจากสภาพในอดีตมาถึงปัจจุบัน ความรู้สึกนั้นเหมือนเกิดอยู่ในแขนขาที่หายไป ไม่ได้หมายความว่าแขนขานั้นยังมีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่แสดงว่าสนามเด็กเล่นเคยอยู่ตรงนั้น แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว: The old playground is ____.
ดูคำตอบ
no longer there
finding ways to treat: รูปแบบ find ways to + กริยารูปพื้นฐาน
ใน finding ways to treat คำว่า ways หมายถึงวิธี และ to treat บอกว่าวิธีเหล่านั้นมีไว้ทำอะไร รูปแบบ find ways to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมองหาหรือพัฒนาวิธีเพื่อทำบางอย่าง Are now finding แสดงว่าการค้นหากำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ไม่ใช่ผลที่เสร็จสิ้นแล้ว ในบริบททางการแพทย์ treat หมายถึงให้การรักษาโรคหรืออาการ หรือดูแลผู้ป่วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ find ways to + กริยารูปพื้นฐาน: Our team is ____ solve the problem.
ดูคำตอบ
finding ways to
itching anomalies: รูปแบบอาการคันที่ผิดปกติ
ในวลีนี้ anomalies หมายถึงสิ่งที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบปกติหรือรูปแบบที่คาดไว้ itching ขยายคำว่า anomalies ดังนั้น itching anomalies จึงหมายถึงกรณีหรือรูปแบบของอาการคันที่ผิดปกติ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่รู้สึกคันเอง การเรียกอาการคันว่า anomaly ทำให้มองอาการนั้นเป็นรูปแบบหรือเหตุการณ์ที่ต้องหาคำอธิบาย ไม่ใช่เพียงอาการทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางการแพทย์ itching anomalies น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- กรณีหรือรูปแบบของอาการคันที่ผิดปกติ
- ผิวหนังปกติที่ไม่เคยคัน
- กระจกที่ทำให้เกิดอาการคัน
ดูคำตอบ
กรณีหรือรูปแบบของอาการคันที่ผิดปกติ
mirrors are used to reflect: be used to do เพื่อบอกจุดประสงค์
Mirrors are used to reflect ใช้โครงสร้าง be + used + to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าคนใช้กระจกเพื่อสะท้อนบางสิ่ง โดย reflect คงอยู่ในรูปกริยาพื้นฐานหลัง to ประโยคแบบถูกกระทำเน้นที่ mirrors และหน้าที่ของกระจก ผู้ที่ใช้กระจกไม่สำคัญ ประโยคจึงไม่ระบุว่าเป็นใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่บอกจุดประสงค์: A thermometer ____ measure temperature.
ดูคำตอบ
is used to
remaining limb: แขนหรือขาที่ยังเหลืออยู่
ในที่นี้ remaining เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ยังเหลือหรือยังคงอยู่หลังจากสิ่งอื่นหายไป” the remaining limb หมายถึงแขนหรือขาที่ยังคงอยู่หลังการตัดอวัยวะ remaining วางไว้หน้าคำนามที่ขยาย ไม่ได้หมายความว่าแขนหรือขานั้นกำลัง “พักอยู่” ในสถานที่หนึ่ง แต่ใช้ระบุส่วนที่เหลืออยู่
แบบฝึกหัด
ในประโยค “We packed the remaining food.” คำว่า “the remaining food” หมายถึงอะไร
- อาหารที่ยังเหลืออยู่
- อาหารที่เพิ่งมาถึง
- อาหารที่กำลังเคลื่อนไหว
ดูคำตอบ
อาหารที่ยังเหลืออยู่
โครงสร้าง trick + กรรม + into + -ing ใน tricks the brain into thinking
โครงสร้าง trick + กรรม + into + กริยาเติม -ing หมายถึงการทำให้คนหรือระบบเข้าใจผิดจนทำบางอย่างหรือเกิดความเชื่อที่ผิด ในประโยคนี้กรรมคือ the brain และ thinking ใช้นำเข้าสู่ความคิดที่ผิดซึ่งตามมา ตรงนี้ into เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing จึงใช้ into thinking ไม่ใช่ into think โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคนและคำนามเกี่ยวกับการรับรู้ เช่น brain หรือ eye ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไปในโครงสร้างนี้: The fake message tricked me ____ clicking the link.
ดูคำตอบ
into
Imaginary itch has been satisfied: การบรรเทาในฐานะผลที่เสร็จสมบูรณ์
ในที่นี้ imaginary itch หมายถึงความรู้สึกคันที่เกิดขึ้นทั้งที่ไม่มีสิ่งระคายเคืองทางกายภาพที่สอดคล้องกัน ประโยคนี้มอง itch เป็นความต้องการหรือแรงกระตุ้นที่ทำให้ได้รับการตอบสนองได้ ไม่ได้หมายความว่าอาการคันมีความสุขเหมือนคน Has been satisfied เป็น present perfect รูปถูกกระทำ โดยเน้นผลที่เกี่ยวข้องกับตอนนี้ คือความรู้สึกอยากเกาได้รับการบรรเทาแล้ว โดยทั่วไป satisfy an itch ใช้ได้ทั้งกับการบรรเทาอาการคันจริงและการตอบสนองความต้องการอย่างแรงกล้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าอาการคันได้รับการบรรเทาแล้ว
- The quick scratch pleased the itch.
- The quick scratch satisfied the itch.
- The quick scratch agreed with the itch.
ดูคำตอบ
The quick scratch satisfied the itch.
Oddly enough: การเกริ่นข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึง
Oddly enough เป็นวลีแสดงท่าทีของผู้พูดที่วางไว้ก่อนข้อเท็จจริง โดยบอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าข้อมูลต่อไปนี้น่าประหลาดใจหรือขัดกับสิ่งที่คาดไว้ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบให้ข้อมูลก่อนกล่าวข้อเท็จจริง และโดยปกติตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้แสดงความเห็นต่อข้อความทั้งประโยค ไม่ได้หมายความว่าการกระทำเกิดขึ้นด้วยวิธีที่แปลก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ขึ้นต้นด้วย Oddly และใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึง: ____, the smaller box held all the books.
ดูคำตอบ
Oddly enough
Researchers are also searching for the genes involved in itching วลี
4:01นักวิจัยยังกำลังค้นหายีนที่เกี่ยวข้องกับอาการคัน
genes involved in itching: การมีส่วนในกระบวนการ
ใน genes involved in itching คำว่า involved in หมายถึงการมีส่วนร่วมหรือมีบทบาทในกระบวนการหนึ่ง ยีนไม่ได้เข้าร่วมอย่างมีสำนึก แต่ยีนอาจช่วยควบคุมกลไกทางชีวภาพที่ทำให้เกิดอาการคัน วลี involved in itching อยู่หลัง genes เพื่อระบุว่าหมายถึงยีนใด วลีนี้เป็นรูปย่อของ genes that are involved in itching ดังนั้นโครงสร้าง คำนาม + involved in + กระบวนการ จึงใช้บรรยายได้ทั้งคนและสิ่งต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้หลัง involved เพื่อสื่อว่ามีส่วนในกระบวนการทางชีวภาพ: Scientists are studying proteins involved ____ wound healing.
ดูคำตอบ
in
developing treatments: develop ในความหมายว่าวิจัยและสร้าง
ใน developing treatments คำว่า develop เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึงการวิจัย สร้าง ทดสอบ และปรับปรุงสิ่งหนึ่งจนสามารถนำไปใช้ได้ Treatments คือวิธีควบคุมหรือรักษาโรค ดังนั้นวลีนี้จึงกล่าวถึงงานวิจัยทางการแพทย์ ไม่ใช่การให้การรักษาแก่ผู้ป่วย การใช้ develop ในความหมายนี้ยังพบกับผลิตภัณฑ์ ยา เทคโนโลยี และแผนงาน เมื่อคนกำลังสร้างหรือปรับปรุงสิ่งเหล่านั้นอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ในรายงานการวิจัยทางการแพทย์ developing treatments หมายถึงอะไร?
- วิจัยและสร้างวิธีรักษาโรค
- ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทุกคนทันที
- ปล่อยให้โรคเติบโต
ดูคำตอบ
วิจัยและสร้างวิธีรักษาโรค
try and block ในโครงสร้าง try and + กริยารูปพื้นฐาน
ในประโยคนี้ try and block หมายถึง “พยายามปิดกั้น” คำว่า and เชื่อม try เข้ากับกริยาเป้าหมาย block ไม่ได้แสดงการกระทำสองอย่างที่แยกจากกัน โครงสร้าง try and + กริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปที่ใช้บ่อยในบทสนทนาแทน try to + กริยารูปพื้นฐาน ให้เข้าใจว่าเป็นความพยายามเพียงอย่างเดียว โดย try and block มีความหมายใกล้เคียงกับ try to block
แบบฝึกหัด
เขียน try to fix ใหม่โดยใช้รูปภาษาพูด try and: Let's ____ the printer before lunch.
ดูคำตอบ
try and fix
block the pathway of an itch: การตัดเส้นทางของสัญญาณ
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ block หมายถึงการป้องกันการเคลื่อนที่หรือการส่งต่อ ส่วน pathway หมายถึงเส้นทางที่สัญญาณเดินทางไป อาการคันถูกอธิบายว่าเป็นความรู้สึกที่ส่งผ่านสัญญาณประสาท ดังนั้น block the pathway of an itch จึงหมายถึงการตัดเส้นทางที่ส่งความรู้สึกคัน รูปแบบนี้มีประโยชน์ในคำอธิบายเชิงเทคนิค โดย block a pathway หมายถึงการหยุดไม่ให้บางสิ่งเดินทางต่อไปตามเส้นทางทางชีวภาพ เทคโนโลยี หรือขั้นตอน สิ่งที่ถูกปิดกั้นคือเส้นทางหรือกระบวนการส่งต่อ ไม่ใช่อาการคันที่เป็นวัตถุอยู่บนผิวหนัง
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ block the pathway of an itch หมายถึงอะไร
- ใช้วัตถุปิดบริเวณที่คัน
- สร้างเส้นทางใหม่ให้สัญญาณอาการคัน
- ป้องกันไม่ให้สัญญาณอาการคันเดินทางต่อไปตามเส้นทาง
ดูคำตอบ
ป้องกันไม่ให้สัญญาณอาการคันเดินทางต่อไปตามเส้นทาง
การใช้ having an unscratchable itch เป็นประธาน
Having an unscratchable itch เป็นวลี gerund ที่สร้างจาก having + นามวลี โดยรวมประสบการณ์ทั้งหมดของการมีอาการคันแบบนั้นให้เป็นเรื่องเดียว ใน if-clause ที่สมบูรณ์ วลีทั้งหมดนี้เป็นประธานของ feels โครงสร้างคือ If [having an unscratchable itch] feels like + noun phrase รูปแบบนี้ทำให้การกระทำหรือประสบการณ์ทำหน้าที่เหมือนคำนาม รวมถึงอยู่ในตำแหน่งประธานได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ have: ____ enough time helps us make better choices.
ดูคำตอบ
Having
feels like your own personal hell ในฐานะคำเปรียบเทียบที่สื่อถึงความทุกข์อย่างรุนแรง
Feel like + นามวลี หมายถึง “ให้ความรู้สึกหรือความประทับใจว่าเป็นสิ่งนั้น” ในที่นี้ your own personal hell เป็นคำเปรียบเทียบที่รุนแรง หมายถึงประสบการณ์ที่รู้สึกแย่มากหรือแทบทนไม่ได้ hell ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงตามตัวอักษร คำว่า own และ personal เน้นว่าความทุกข์นั้นเป็นความรู้สึกเฉพาะของผู้ที่กำลังเผชิญอยู่ แม้คนอื่นอาจรู้สึกต่างออกไป
แบบฝึกหัด
ใน “A noisy open office feels like my own personal hell,” คำว่า “my own personal hell” หมายถึงอะไร?
- สถานที่ที่ระบุไว้ในแผนที่ทางศาสนา
- สถานที่ส่วนตัวที่เป็นของฉัน
- ประสบการณ์ที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก
ดูคำตอบ
ประสบการณ์ที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก
Dante agreed: การอ้างอิงทางวรรณกรรมอย่างมีอารมณ์ขัน
ในที่นี้ Dante หมายถึงดันเต อาลีกีเอรี กวีชาวอิตาลี ผู้ประพันธ์ Divine Comedy ซึ่งมี Inferno เป็นภาคที่เล่าการเดินทางผ่านนรก การเอ่ยชื่อเขาทำให้ hell เชื่อมโยงกับฉากวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงนี้ ใน Dante agreed ผู้บรรยายจินตนาการว่าดันเตเห็นด้วยกับการเปรียบเทียบก่อนหน้านี้ว่าเป็น personal hell ดันเตไม่ได้อยู่ร่วมในบทสนทนาจริง ๆ ประโยคนี้เป็นการอ้างอิงทางวัฒนธรรมสั้น ๆ ที่มีอารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
Dante agreed หมายความว่าอย่างไรในบริบทนี้?
- ดันเตเข้าร่วมบทสนทนาจริง ๆ และเห็นชอบกับคำกล่าวนั้น
- ผู้บรรยายนำงานเขียนชื่อดังของดันเตเกี่ยวกับนรกมาใช้สนับสนุนการเปรียบเทียบอย่างมีอารมณ์ขัน
- ดันเตทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาการคัน
ดูคำตอบ
ผู้บรรยายนำงานเขียนชื่อดังของดันเตเกี่ยวกับนรกมาใช้สนับสนุนการเปรียบเทียบอย่างมีอารมณ์ขัน
The Italian poet wrote about a section of hell วัฒนธรรม
4:18กวีชาวอิตาลีผู้นี้ได้เขียนถึงส่วนหนึ่งของนรก
section of hell: บริเวณหนึ่งในนรกตามจินตนาการของดันเต
ในที่นี้ a section of hell หมายถึงบริเวณหนึ่งภายในนรกที่ดันเตบรรยายไว้ Inferno ของเขานำเสนอนรกว่าเป็นสถานที่ที่มีหลายบริเวณและบทลงโทษต่างกัน วลีนี้เพิ่มภูมิหลังทางวรรณกรรมให้การเปรียบเทียบกับนรกก่อนหน้านี้ ผู้บรรยายกำลังชี้ถึงสถานที่ในโลกหลังความตายตามจินตนาการของดันเต ไม่ใช่สถานที่จริงทางภูมิศาสตร์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a section of hell หมายถึงอะไร?
- บริเวณหนึ่งภายในนรกที่ดันเตบรรยายไว้
- ชื่อบทที่มีคำว่า hell
- บริเวณหนึ่งในโรงพยาบาลสมัยใหม่
ดูคำตอบ
บริเวณหนึ่งภายในนรกที่ดันเตบรรยายไว้
were punished by being left in pits: ใช้ by + รูป -ing แบบถูกกระทำเพื่อบอกวิธี
ส่วน were punished เป็นรูปถูกกระทำ แสดงว่าผู้คนเป็นฝ่ายได้รับโทษ ไม่ใช่ฝ่ายลงโทษ ส่วน by being left in pits บอกว่าโทษนั้นมีลักษณะอย่างไร หลัง by คำว่า being left เป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ หมายถึงมีใครบางคนทิ้งคนเหล่านั้นไว้ที่นั่น โครงสร้าง by + รูป -ing แบบถูกกระทำใช้บอกได้ว่าผลลัพธ์หรือการปฏิบัติอย่างหนึ่งเกิดขึ้นด้วยวิธีใด
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing แบบถูกกระทำของ exclude เพื่อบอกว่าผู้เล่นถูกลงโทษอย่างไร: The player was punished by ____ from the next game.
ดูคำตอบ
being excluded
for all eternity: วิธีพูด forever แบบdramatic
for all eternity หมายถึงตลอดไปโดยไม่มีจุดสิ้นสุดของเวลา เป็นวลีบอกระยะเวลาที่ขยายความ itch จึงทำให้อาการคันถูกนำเสนอว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันจบ วลีนี้ให้ความรู้สึกขึงขัง เป็นวรรณกรรม หรือเกี่ยวข้องกับศาสนา ในประโยคนี้ ถ้อยคำที่ยิ่งใหญ่ทำให้อาการคันธรรมดากลายเป็นภาพเกินจริงของการลงโทษชั่วนิรันดร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแฟนตาซีด้วยวลีขึงขังสามคำที่หมายถึงตลอดไป: The curse would last ____.
ดูคำตอบ
for all eternity