นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไม่เคยมีตัวตน - Pratik Aghor: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
657 คำ 139 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าว่ากลุ่มนักคณิตศาสตร์ฝรั่งเศสสร้างตัวตนของ Nicolas Bourbaki ขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูคณิตศาสตร์ด้วยภาษาตรรกะร่วมกัน และทำให้โครงการปฏิรูปทางวิชาการกลายเป็นมรดกที่ยังส่งอิทธิพลยาวนาน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. did not exist. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าประโยคปฏิเสธสั้น ๆ สามารถทำหน้าที่เป็นจุดหักมุมหลังการปูเรื่องแบบชีวประวัติได้อย่างไร ทำให้ความคาดหมายของผู้ฟังพลิกกลับอย่างชัดเจน 2. as the project grew, so did their ambition. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจรูปแบบกระชับ “as A changed, so did B” เพื่อบอกว่าสองสิ่งพัฒนาไปพร้อมกัน โดยใช้การสลับลำดับคำหลัง “so” แทนการกล่าวกริยาวลีซ้ำทั้งหมด 3. under a collective pseudonym, — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: มองเห็นว่า “under” ในบริบทการตีพิมพ์และการระบุผู้เขียนหมายถึง “ใช้นามหรืออัตลักษณ์นี้” และเข้าใจว่า “collective pseudonym” คือชื่อสมมติที่คนทั้งกลุ่มใช้ร่วมกัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

When Nicolas Bourbaki applied to the American Mathematical Society in the 1950s, วลี

0:07

เมื่อ Nicolas Bourbaki สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมคณิตศาสตร์อเมริกันในช่วงทศวรรษ 1950

วลี

applied to the American Mathematical Society: ยื่นใบสมัครต่อสมาคมคณิตศาสตร์อเมริกัน

ในที่นี้ applied to หมายถึง “ยื่นใบสมัครต่อ” American Mathematical Society คำบุพบท to ใช้นำหน้าองค์กรที่รับใบสมัคร ส่วน apply ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “นำไปใช้” หรือ “ใช้ได้กับ” รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ apply to + สถาบัน เช่น โรงเรียน บริษัท ชมรม หรือสมาคม

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ยื่นใบสมัครต่อสถาบัน” ให้สมบูรณ์: Mina plans to ____ three universities this year.

ดูคำตอบ

apply to

he was already one of the most influential mathematicians of his time. ไวยากรณ์

0:12

เขาเป็นหนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคของเขาแล้ว

ไวยากรณ์

one of the most influential mathematicians of his time: หนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคของเขา

one of the most influential mathematicians of his time หมายความว่าเขาอยู่ในกลุ่มนักคณิตศาสตร์จำนวนน้อยที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคของเขา เป็นคำชื่นชมอย่างสูง แต่ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นนักคณิตศาสตร์เพียงคนเดียวหรือคนที่มีอิทธิพลที่สุดเพียงคนเดียว รูปแบบคือ one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ + of/in + กลุ่มหรือช่วงเวลา ต้องใช้ mathematicians เป็นพหูพจน์ เพราะเลือกหนึ่งคนจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ส่วน of his time กำหนดช่วงเวลาที่ใช้เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ “violinist” ให้ประโยคสมบูรณ์: Rina is one of the most talented ____ in her school.

ดูคำตอบ

violinists

He'd published articles in international journals, ไวยากรณ์

0:17

เขาเคยตีพิมพ์บทความในวารสารระดับนานาชาติ

ไวยากรณ์

He'd published: he had + past participle

He'd published เป็นรูปย่อของ he had published และใช้ past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + past participle รูปนี้วางเหตุการณ์ตีพิมพ์ไว้ก่อนเหตุการณ์อื่นในอดีต เช่น การสมัครของเขาในภายหลัง และนำเสนอผลงานตีพิมพ์ว่าเป็นความสำเร็จที่เสร็จสิ้นแล้ว ณ เวลานั้น ในที่นี้ published แสดงว่า 'd หมายถึง had ไม่ใช่ would

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ he had และ past participle ของ prepare: Before the guests arrived, ____ the meal.

ดูคำตอบ

he'd prepared

and his textbooks were required reading. การใช้คำ

0:19

และตำราของเขาก็เป็นหนังสือที่บังคับให้อ่าน

การใช้คำ

required reading: สื่อที่ผู้คนต้องอ่าน

Required reading เป็นนามวลีที่หมายถึงหนังสือ บทความ หรือสื่ออื่นที่ผู้คนถูกคาดหวังหรือกำหนดให้อ่าน ในที่นี้ reading หมายถึงตัวสื่อ ไม่ใช่การกระทำของการอ่าน ในประโยคนี้ ตำราเรียนได้รับสถานะที่เป็นที่ยอมรับเช่นนั้น การเรียกตำราเหล่านี้ว่า required reading แสดงว่ามีความสำคัญและถูกใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เพียงหนังสือที่บังเอิญมีคนอ่าน

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงสื่อที่ทุกคนต้องอ่าน: The safety guide is ____ for all new employees.

ดูคำตอบ

required reading

Yet his application was firmly rejected for one simple reason. ลำดับความ

0:22

แต่ใบสมัครของเขากลับถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงข้อเดียว

ลำดับความ

Yet his application was firmly rejected: ใช้ yet เพื่อพลิกความคาดหมาย

Yet ที่ขึ้นต้นประโยคพลิกความคาดหมายที่เกิดจากข้อมูลเชิงบวกก่อนหน้า ผลงานก่อนหน้านั้นทำให้คิดว่าใบสมัครน่าจะผ่าน แต่ประโยคย่อยหลัง yet กลับให้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด โครงสร้างข้อมูลคือ ความคาดหมาย → yet → ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม ในเรื่องเล่า วิธีนี้ทำให้การถูกปฏิเสธดูน่าประหลาดใจและชวนให้ผู้ฟังรอฟังเหตุผล

แบบฝึกหัด

Yet ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: Yet his application was firmly rejected?

  1. แสดงว่าการถูกปฏิเสธเป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและขัดกับข้อมูลเชิงบวกก่อนหน้า
  2. เพิ่มผลงานอีกอย่างหนึ่งที่เป็นประเภทเดียวกัน
  3. แสดงว่าการถูกปฏิเสธเกิดจากผลงานก่อนหน้า
ดูคำตอบ

แสดงว่าการถูกปฏิเสธเป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและขัดกับข้อมูลเชิงบวกก่อนหน้า

ลำดับความ

for one simple reason: เกริ่นว่าคำอธิบายกำลังจะตามมา

วลี for one simple reason ยังไม่ได้บอกเหตุผลจริง ๆ ในทันที แต่เป็นการประกาศว่ากำลังจะมีคำอธิบายที่ชัดเจน แล้วประโยคหรือประโยคย่อยถัดไปจึงเปิดเผยเหตุผลนั้น วิธีนี้สร้างความสงสัยขึ้นชั่วครู่ ในโครงสร้าง ผลลัพธ์ + for one simple reason + คำอธิบาย คำว่า for เชื่อมผลลัพธ์กับสาเหตุ ส่วน one และ simple ทำให้สาเหตุดูเจาะจงและอธิบายได้ง่าย แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีปัจจัยอื่นเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่บอกว่ากำลังจะมีคำอธิบายที่ชัดเจน: The museum was closed ____: a pipe had burst.

ดูคำตอบ

for one simple reason

Nicolas Bourbaki did not exist. ลำดับความ

0:27

นั่นคือ Nicolas Bourbaki ไม่มีตัวตนอยู่จริง

ลำดับความ

did not exist: ประโยคสั้นที่ใช้เปิดเผยความจริงในเรื่อง

อนุประโยคอดีตกาล did not exist หมายความว่า นีกอลา บูร์บากีไม่ใช่บุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง ประโยคนี้เฉลยสิ่งที่ปูเรื่องไว้ก่อนหน้า กล่าวคือชื่อที่ถูกนำเสนอเหมือนเป็นชื่อของคนคนเดียว แท้จริงแล้วเป็นนามแฝงที่กลุ่มบุคคลใช้ร่วมกัน การแยกข้อมูลสำคัญนี้ออกมาเป็นประโยคสั้นมากทำให้ความคาดหมายของผู้ฟังถูกหักมุมอย่างชัดเจน เรื่องเล่าภาษาอังกฤษมักวางข้อความสั้นไว้ท้ายช่วงปูเรื่องเพื่อเปิดเผยความจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคสั้น “Nicolas Bourbaki did not exist.” ทำหน้าที่หลักอย่างไรในข้อความนี้

  1. หักมุมจากการปูเรื่องแบบชีวประวัติด้วยการเปิดเผยว่าบูร์บากีไม่ใช่บุคคลที่มีตัวตนจริง
  2. เพิ่มวันที่เล็กน้อยที่ไม่สำคัญลงในชีวประวัติของบูร์บากี
  3. บอกว่าผลงานทางคณิตศาสตร์ของบูร์บากีสูญหายไป
ดูคำตอบ

หักมุมจากการปูเรื่องแบบชีวประวัติด้วยการเปิดเผยว่าบูร์บากีไม่ใช่บุคคลที่มีตัวตนจริง

Two decades earlier, ลำดับความ

0:31

สองทศวรรษก่อนหน้านั้น

mathematics was in disarray. การใช้คำ

0:32

วงการคณิตศาสตร์อยู่ในความสับสนวุ่นวาย

ลำดับความ

Two decades earlier: ตัวบอกเวลาที่พาเรื่องย้อนกลับ

Two decades earlier หมายถึงยี่สิบปีก่อนช่วงเวลาที่เพิ่งกล่าวถึงในเรื่อง จุดอ้างอิงของ earlier มาจากบริบทของเรื่อง ไม่ได้อ้างจากปัจจุบันโดยอัตโนมัติ เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวบอกเวลา โดยบอกผู้ฟังว่าเรื่องกำลังย้อนกลับไปให้ข้อมูลพื้นหลังที่เก่ากว่า ก่อนจะเล่าต่อ

แบบฝึกหัด

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์กำลังกล่าวถึงเมืองแห่งหนึ่งในปี 1995 แล้วจึงย้อนกลับไปปี 1975 ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเริ่มส่วนใหม่

  1. Two decades earlier, the town had only one school.
  2. Two decades ago, the town had only one school.
  3. For two decades, the town had only one school.
ดูคำตอบ

Two decades earlier, the town had only one school.

การใช้คำ

in disarray: อยู่ในภาวะไร้ระเบียบ

in disarray หมายถึงอยู่ในสภาพที่สับสนไร้ระเบียบอย่างมากหรือจัดการได้ไม่ดี มักใช้บรรยายกลุ่ม แผนงาน ระบบ หรือวงการที่ส่วนต่าง ๆ ไม่สามารถทำงานประสานกันได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป จึงมีความหมายมากกว่าแค่สิ่งของชิ้นหนึ่งดูรก ในประโยคนี้ was in disarray มอง mathematics เป็นทั้งวงการที่ขาดระเบียบและการประสานงาน รูปแบบ be in disarray สามารถนำไปใช้บรรยายสภาพโดยรวมในบริบทอื่นได้

แบบฝึกหัด

The organization was in disarray หมายความว่าอย่างไร?

  1. งานและแผนต่าง ๆ ขององค์กรนั้นขาดระเบียบอย่างมาก
  2. องค์กรนั้นกำลังเติบโตอย่างเป็นระเบียบ
  3. สำนักงานขององค์กรเพิ่งทำความสะอาดเสร็จ
ดูคำตอบ

งานและแผนต่าง ๆ ขององค์กรนั้นขาดระเบียบอย่างมาก

Many established mathematicians had lost their lives in the First World War, โน้ต

0:34

นักคณิตศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จหลายคนต้องเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

วลี

had lost their lives: วิธีพูดอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว

lose one's life เป็นวิธีพูดแทน die แบบเป็นทางการและไม่กล่าวตรง ๆ เมื่อประธาน many mathematicians เป็นพหูพจน์ one's จึงเปลี่ยนเป็น their และ life เปลี่ยนเป็นคำนามพหูพจน์ lives ดังนั้น had lost their lives จึงหมายถึงได้เสียชีวิตไปแล้ว had lost เป็น past perfect ซึ่งวางการเสียชีวิตไว้ก่อนอีกช่วงเวลาหรือเหตุการณ์หนึ่งในเรื่องเล่าอดีต ในงานเขียนประวัติศาสตร์ที่จริงจัง วลีเต็มนี้ทำให้ข้อความมีน้ำเสียงให้เกียรติและเคร่งขรึม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ lose their lives: Before the safety rules changed, several workers ____ in preventable accidents.

ดูคำตอบ

had lost their lives

วัฒนธรรม

the First World War และ World War I

ในประโยคนี้ the First World War หมายถึง World War I ซึ่งเป็นสงครามระดับโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1914 ถึง 1918 ชื่อนี้ให้ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ว่าทำไมนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายคนจึงเสียชีวิต First เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสงคราม ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นสงครามครั้งแรกของประเทศใดประเทศหนึ่ง

แบบฝึกหัด

สำนวนใดหมายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เดียวกับ the First World War

  1. World War II
  2. the Cold War
  3. World War I
ดูคำตอบ

World War I

and the field had become fragmented. การใช้คำ

0:39

และวงการนี้ก็แตกแขนงกระจัดกระจาย

การใช้คำ

field had become fragmented: สาขานั้นแตกแยกเป็นส่วน ๆ

field ในที่นี้หมายถึงสาขาวิชา คือคณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ดินหรือสนามกีฬา ส่วน fragmented หมายถึงภาพรวมหนึ่งถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ที่ไม่สื่อสารหรือเชื่อมโยงกันได้ดีอีกต่อไป had become แสดงว่าสภาพที่แตกแยกนี้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง รูปแบบ a field, market, or system had become fragmented ใช้บรรยายสิ่งที่เคยเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว แต่แยกออกเป็นส่วนที่ประสานงานกันได้ไม่ดี

แบบฝึกหัด

ประโยค 'By 2010, the field of online education had become fragmented' หมายความว่าอย่างไร

  1. พื้นที่เกษตรถูกแบ่งเป็นแปลงที่เล็กลง
  2. สาขาวิชานั้นแยกออกเป็นส่วนต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันได้ไม่ดี
  3. วิชานั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

สาขาวิชานั้นแยกออกเป็นส่วนต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันได้ไม่ดี

Different branches used disparate methodology to pursue their own goals, โน้ต

0:41

สาขาต่างๆ ใช้วิธีการที่แตกต่างกันเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง

การใช้คำ

disparate methodology: ระเบียบวิธีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ใน disparate methodology คำว่า disparate หมายถึงแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านลักษณะหรือประเภท ไม่ใช่เพียงต่างกันเล็กน้อย คำนี้มักสื่อว่าแนวทางเหล่านั้นนำมารวมไว้ในกรอบเดียวกันได้ไม่ง่าย Methodology หมายถึงระบบของวิธีการหรือหลักการชี้นำที่จัดไว้อย่างเป็นแบบแผน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าแต่ละสาขาใช้แนวทางการทำงานที่แตกต่างกันมากเพื่อไปสู่เป้าหมายของตน

แบบฝึกหัด

disparate methodology ในประโยคนี้สื่อความหมายใดชัดเจนที่สุด?

  1. แนวทางที่เหมือนกันทุกประการในทุกสาขา
  2. แนวทางที่เลือกเพียงเพราะทำได้ง่าย
  3. แนวทางที่แตกต่างอย่างมากจากแนวทางของสาขาอื่น
ดูคำตอบ

แนวทางที่แตกต่างอย่างมากจากแนวทางของสาขาอื่น

วลี

to pursue their own goals: จุดประสงค์และคำที่ใช้ร่วมกัน pursue + goals

To pursue a goal หมายถึงพยายามต่อไปเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายหรือทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จ Pursue สื่อถึงความพยายามที่ลงมือทำและต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวิ่งไล่ตามคนหรือสิ่งของ รูป infinitive คือ to pursue แสดงจุดประสงค์ของการใช้วิธีเหล่านั้น Their own goals เน้นว่าแต่ละสาขามีเป้าหมายแยกกันแทนที่จะมีเป้าหมายร่วมเพียงอย่างเดียว และ own ไม่ได้หมายถึงความเห็นแก่ตัวโดยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน pursue one's own goals โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้สอดคล้องกับประธานพหูพจน์: Without a shared plan, the teams continued to ____.

ดูคำตอบ

pursue their own goals

and the lack of a shared mathematical language made it difficult to share or expand their work. ไวยากรณ์

0:45

และการขาดภาษาทางคณิตศาสตร์ร่วมกันทำให้ยากต่อการแบ่งปันหรือต่อยอดผลงาน

ไวยากรณ์

lack of ... made it difficult to ...: การขาดบางสิ่งทำให้การทำบางอย่างยากขึ้น

The lack of + คำนาม ใช้บอกสิ่งที่ขาดหายไปและนำเสนอความขาดแคลนนั้นเป็นสาเหตุ ในประโยคนี้ the lack of a shared mathematical language เป็นประธาน ส่วน made นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากการขาดสิ่งนั้น ในโครงสร้าง make it difficult to + คำกริยา คำว่า it ไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งกรรมก่อน ส่วน infinitive ที่ตามหลัง to จะบอกว่าการกระทำใดเป็นเรื่องยาก ซึ่งในที่นี้คือ to share or expand their work สามารถนำไปใช้เป็นรูปแบบ The lack of X made it difficult to do Y ได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเหตุและผลเป้าหมายเติมทั้งสองช่อง: The ____ clear instructions ____ assemble the shelf.

ดูคำตอบ

lack of · made it difficult to

In 1934,

0:52

ในปี 1934

a group of French mathematicians were particularly fed up. การใช้คำ

0:53

กลุ่มนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่งรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นพิเศษ

การใช้คำ

particularly fed up: เอือมระอาเป็นพิเศษและไม่อยากทนอีกต่อไป

Fed up หมายถึงรู้สึกรำคาญมากและไม่ต้องการทนกับสถานการณ์อีกต่อไป เพราะสถานการณ์นั้นดำเนินมานานเกินไปหรือเกิดขึ้นบ่อยเกินไป Particularly ใช้เพิ่มระดับความรู้สึก ดังนั้น particularly fed up จึงหมายถึงเอือมระอาเป็นพิเศษ ประโยคนี้ไม่ได้บอกสาเหตุของความรู้สึกทันที Fed up สามารถอยู่หลัง be ได้โดยไม่ต้องมีส่วนขยาย เมื่อบริบทรอบข้างทำให้รู้สาเหตุอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “รำคาญเพราะทนมามากพอแล้ว”: After the third cancellation, everyone was ____.

ดูคำตอบ

fed up

While studying at the prestigious École Normale Supérieure, โน้ต

0:57

ขณะที่ศึกษาอยู่ที่สถาบันอันทรงเกียรติอย่าง École Normale Supérieure

ไวยากรณ์

While studying at: อนุประโยค while แบบย่อ

While studying at ... เป็นรูปย่อของ while they were studying at ... โดย while ใช้เกริ่นการกระทำเบื้องหลังที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับเหตุการณ์หลัก เมื่อละประธาน they และกริยา were คำว่า studying ยังคงอยู่ในรูป -ing รูปย่อนี้ใช้ได้เพราะประธานที่เข้าใจโดยนัยของ studying เป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก คือ they จึงเป็นวิธีบอกภูมิหลังของประสบการณ์ได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ while Lena was studying: While ____ at university, Lena worked part-time at a library.

ดูคำตอบ

studying

วัฒนธรรม

prestigious École Normale Supérieure: สถานะทางวิชาการและบริบท

คำคุณศัพท์ prestigious บอกว่า École Normale Supérieure เป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงและมีชื่อเสียงทางวิชาการมาก ENS เป็นสถาบันอุดมศึกษาของฝรั่งเศสที่คัดเลือกผู้เข้าเรียนอย่างเข้มงวดและเป็นที่รู้จักด้านการฝึกฝนทางวิชาการขั้นสูง การระบุชื่อสถาบันทำให้เห็นว่านักศึกษาเหล่านี้มีพื้นฐานทางวิชาการที่เข้มแข็ง ในเรื่องราวโดยรวม รายละเอียดนี้ทำให้คำวิจารณ์ตำราเดิมและความตั้งใจที่จะเขียนตำราขึ้นใหม่มีน้ำหนักมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ prestigious บอกอะไรเกี่ยวกับ École Normale Supérieure?

  1. สถาบันนี้มีขนาดใหญ่เพราะมีนักศึกษาจำนวนมาก
  2. สถาบันนี้ได้รับการยอมรับอย่างสูงและมีชื่อเสียงทางวิชาการมาก
  3. สถาบันนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและไม่มีสถานะพิเศษ
ดูคำตอบ

สถาบันนี้ได้รับการยอมรับอย่างสูงและมีชื่อเสียงทางวิชาการมาก

they found the textbook for their calculus class so disjointed ไวยากรณ์

1:00

พวกเขาพบว่าตำราเรียนวิชาแคลคูลัสนั้นเนื้อหากระจัดกระจายมาก

that they decided to write a better one.

1:05

จนพวกเขาตัดสินใจที่จะเขียนตำราที่ดีกว่าขึ้นมาเอง

ไวยากรณ์

so disjointed that they decided to write: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่มากเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ so เน้นระดับของ disjointed และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ว่า การเรียบเรียงที่ไม่ดีทำให้พวกเขาตัดสินใจเขียนหนังสือเรียนที่ดีกว่า โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าสิ่งหนึ่งไม่ต่อเนื่องมาก แต่ยังแสดงว่าระดับนั้นมากพอที่จะทำให้เกิดการกระทำที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมสองคำในโครงสร้างบอกผล so ... that ให้สมบูรณ์: The puzzle was ____ difficult ____ Mia asked for a hint.

ดูคำตอบ

so · that

The small group quickly took on new members, กริยาวลี

1:07

กลุ่มเล็กๆ นี้รับสมาชิกใหม่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

quickly took on new ...: เพิ่มคนใหม่เข้ามาในกลุ่ม

ใน took on new members คำว่า took on หมายถึงรับคนใหม่เข้ามาหรือเพิ่มคนเหล่านั้นเข้าในกลุ่ม ส่วน quickly บอกว่ากลุ่มขยายตัวเร็วเพียงใด take on มีหลายความหมาย จึงต้องดูกรรมที่ตามหลังเพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง เมื่อใช้กับ members, staff หรือ clients มักหมายถึงการรับคนเข้ามาในองค์กรหรือเริ่มให้บริการคนเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The club took on new members," คำว่า took on หมายถึงอะไร

  1. ให้งานสมาชิกเพิ่มขึ้น
  2. แข่งขันกับสมาชิก
  3. รับหรือเพิ่มคนเข้ามาในกลุ่ม
ดูคำตอบ

รับหรือเพิ่มคนเข้ามาในกลุ่ม

and as the project grew, ไวยากรณ์

1:10

และเมื่อโครงการเติบโตขึ้น

so did their ambition.

1:12

ความทะเยอทะยานของพวกเขาก็ยิ่งใหญ่ตามไปด้วย

ไวยากรณ์

As the project grew, so did their ambition: การเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปด้วยกันและโครงสร้างกลับลำดับ

ในที่นี้ as หมายถึง “เมื่อสิ่งหนึ่งค่อย ๆ เปลี่ยนไป” หรือ “ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงนั้น” โครงการมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือพัฒนามากขึ้น และความทะเยอทะยานของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย So did their ambition เป็นโครงสร้างกลับลำดับที่รับคำกริยา grew จากส่วนแรก did ทำหน้าที่บอกอดีตและแทน grew ดังนั้นความหมายเต็มคือ their ambition grew too ไม่ได้หมายความว่าความทะเยอทะยาน “ลงมือทำ” บางอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “As the library grew, so did its collection,” ข้อความ “so did its collection” หมายความว่าอย่างไร?

  1. จำนวนหนังสือในคลังหยุดเพิ่มขึ้น
  2. หนังสือในคลังทำให้ห้องสมุดขยายใหญ่ขึ้น
  3. จำนวนหนังสือในคลังก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ดูคำตอบ

จำนวนหนังสือในคลังก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

The result was the Éléments de mathématique, โน้ต

1:13

ผลลัพธ์ที่ได้คือหนังสือ Éléments de mathématique

ลำดับความ

The result was: การเปลี่ยนจากกระบวนการไปสู่ผลลัพธ์

The result was บอกผู้ฟังว่ากลุ่มคำนามที่ตามมาคือผลจากการกระทำหรือพัฒนาการที่เพิ่งอธิบายไป วลีนี้จัดลำดับข้อมูลโดยปิดส่วนที่กล่าวถึงกระบวนการแล้วเปิดส่วนที่กล่าวถึงผลลัพธ์ ดังนั้นหลัง was จึงเป็นผลงาน เหตุการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมข้อความเชื่อมจากกระบวนการไปสู่ผลลัพธ์ด้วยวลีจากบทเรียน: The team tried several layouts. ____ a clearer map.

ดูคำตอบ

The result was

วัฒนธรรม

Éléments de mathématique: ชื่อผลงานของบูร์บากี

Éléments de mathématique เป็นชื่อภาษาฝรั่งเศสของตำราคณิตศาสตร์ชุดสำคัญหลายเล่มของกลุ่มบูร์บากี ในประโยคนี้ ชื่อนี้เป็นชื่อเฉพาะของผลงานที่กลุ่มจัดทำขึ้น ไม่ใช่วลีทั่วไปเกี่ยวกับ “องค์ประกอบ” หรือชื่อบุคคล การรู้ว่านี่คือชื่อผลงานช่วยให้เข้าใจว่าคำที่อยู่ใกล้กัน เช่น treatise, text และ publications กำลังกล่าวถึงผลงานนี้และโครงการจัดพิมพ์ที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Éléments de mathématique หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อของสูตรคณิตศาสตร์สูตรหนึ่ง
  2. ชื่อของนักคณิตศาสตร์คนหนึ่ง
  3. ชื่อผลงานคณิตศาสตร์ของบูร์บากี
ดูคำตอบ

ชื่อผลงานคณิตศาสตร์ของบูร์บากี

a treatise that sought to create a consistent logical framework โน้ต

1:16

ตำราที่มุ่งสร้างกรอบแนวคิดเชิงตรรกะที่สอดคล้องกัน

การใช้คำ

that sought to create: การบอกเป้าหมายอย่างเป็นทางการ

that นำหน้าอนุประโยคขยายคำนามที่ขยาย a treatise อนุประโยคนี้บอกเป้าหมายของตำรา นั่นคือพยายามสร้างกรอบตรรกะที่สอดคล้องกัน sought เป็นรูปอดีตของ seek ในโครงสร้าง seek to + คำกริยารูปพื้นฐาน seek หมายถึง “พยายาม” หรือ “มุ่งหมาย” ไม่ใช่ “ค้นหา” สำนวนนี้บอกเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่ได้บอกว่าบรรลุเป้าหมายนั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่เน้นไว้: The reform ____ a fairer system.

ดูคำตอบ

sought to create

วลี

a consistent logical framework: ระบบที่สอดคล้องกันภายใน

ใน a consistent logical framework แนวคิดและกฎต่าง ๆ สอดรับกันโดยไม่ขัดแย้งกัน ในที่นี้ consistent หมายถึงเข้ากันได้ภายในระบบ ไม่ได้หมายถึง “เกิดขึ้นบ่อย” หรือเพียงแค่ “ไม่เปลี่ยนแปลง” framework คือโครงสร้างเชิงนามธรรมสำหรับจัดระเบียบแนวคิดและการให้เหตุผล วลีคำนามเต็มนี้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในงานเขียนเชิงวิชาการหรือเชิงเทคนิคเมื่อกล่าวถึงระบบความคิดที่เป็นหนึ่งเดียว

แบบฝึกหัด

a consistent logical framework ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. กรอบวัตถุที่มีรูปร่างไม่เปลี่ยนแปลง
  2. ระบบที่สอดคล้องกันภายในสำหรับจัดระเบียบการให้เหตุผลเชิงตรรกะ
  3. กรอบที่ใช้บ่อยแต่อาจขัดแย้งกันเอง
ดูคำตอบ

ระบบที่สอดคล้องกันภายในสำหรับจัดระเบียบการให้เหตุผลเชิงตรรกะ

unifying every branch of mathematics. ไวยากรณ์

1:20

ซึ่งรวมคณิตศาสตร์ทุกสาขาเข้าด้วยกัน

ไวยากรณ์

unifying every branch of mathematics: วลี -ing หลัง framework

ในประโยคเต็ม unifying every branch of mathematics อยู่ต่อจาก framework ทันทีและอธิบายว่ากรอบนี้มีไว้เพื่อทำอะไร กลุ่มคำนี้เป็นวลี participle รูป -ing ที่วางหลังคำนาม ไม่ใช่อนุประโยคหลักใหม่ วลีนี้ย่อ relative clause เช่น a framework that would unify every branch of mathematics โครงสร้าง “คำนาม + วลี -ing” ช่วยเพิ่มหน้าที่หรือลักษณะที่ใช้ระบุคำนามโดยไม่ต้องใช้ relative clause เต็มซ้ำอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing หลังคำนามได้ถูกต้องเพื่ออธิบายหน้าที่ของคำนามนั้น?

  1. The school launched a website to giving families daily updates.
  2. The school launched a website giving families daily updates.
  3. The school launched a website gave families daily updates.
ดูคำตอบ

The school launched a website giving families daily updates.

The text began with a set of simple axioms, วลี

1:22

ตำราเริ่มต้นด้วยชุดสัจพจน์ง่ายๆ

วลี

began with a set of: ระบุกลุ่มที่เป็นจุดเริ่มต้น

Began with ใช้ระบุจุดเริ่มต้นของเนื้อหา กระบวนการ หรือเหตุการณ์ ในที่นี้ เนื้อหาเสนอหลักสัจพจน์ง่าย ๆ ก่อน แล้วจึงพัฒนาส่วนที่ตามมา ในโครงสร้าง began with a set of + คำนามพหูพจน์ คำว่า a set of หมายถึง “กลุ่มสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ begin/began with a set of + คำนามพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายห้าคำที่หมายถึง “เริ่มต้นด้วยกลุ่มสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน”: The workshop ____ warm-up questions.

ดูคำตอบ

began with a set of

laws, and assumptions it would use to build its argument. วลี

1:26

กฎ และข้อสมมติฐานที่ใช้เพื่อสร้างข้อโต้แย้ง

วลี

to build its argument: พัฒนาข้อโต้แย้งเชิงเหตุผล

วลี infinitive to build its argument บอกจุดประสงค์ของกฎและข้อสันนิษฐาน กล่าวคือ เนื้อหาจะใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อพัฒนาและสนับสนุนแนวเหตุผลของตน คำว่า its อ้างกลับไปถึงเนื้อหา Build an argument เปรียบการให้เหตุผลเป็นโครงสร้างที่ค่อย ๆ ประกอบขึ้นจากข้อกล่าวอ้าง เหตุผล หลักฐาน หรือข้อสันนิษฐาน ในที่นี้ argument หมายถึงข้อโต้แย้งเชิงเหตุผลที่จัดระบบแล้ว ไม่ใช่การทะเลาะกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค The report uses evidence to build its argument วลี build its argument หมายถึงอะไร

  1. ข้อโต้แย้งที่มีเหตุผลซึ่งพัฒนาจากสิ่งสนับสนุน
  2. การทะเลาะเสียงดังระหว่างผู้คน
  3. โครงสร้างทางกายภาพที่สร้างจากวัสดุ
ดูคำตอบ

ข้อโต้แย้งที่มีเหตุผลซึ่งพัฒนาจากสิ่งสนับสนุน

From there, ลำดับความ

1:29

จากจุดนั้น

its authors derived more and more complex theorems ไวยากรณ์

1:30

ผู้เขียนได้อนุมานทฤษฎีบทที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

ลำดับความ

From there: เดินหน้าต่อจากจุดก่อนหน้า

From there ใช้เปิดขั้นตอนถัดไป โดยนำจุด ผลลัพธ์ หรือชุดความคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้ามาเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะตามมา ในที่นี้ there หมายถึงพื้นฐานทางเหตุผลที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง วลีนี้ช่วยจัดคำอธิบายให้เป็นลำดับ คือวางพื้นฐานก่อน แล้วจึงอนุมานทฤษฎีบทต่อ ๆ มาจากพื้นฐานนั้น ในบริบทอื่น วลีนี้ก็ใช้พากระบวนการ เหตุผล หรือเรื่องราวเดินหน้าต่อไปได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่ขึ้นต้นด้วย From และใช้การวางโครงเรื่องที่เสร็จแล้วเป็นพื้นฐานของขั้นตอนถัดไป: We finished the outline. ____, we can write the first draft.

ดูคำตอบ

From there

ไวยากรณ์

more and more complex theorems: ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

more and more + คำคุณศัพท์ แสดงว่าระดับของคุณสมบัติหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไปหรือเมื่อกระบวนการดำเนินต่อไป ใน more and more complex theorems วลี more and more complex ทั้งหมดขยายคำว่า theorems หมายความว่าแต่ละขั้นมีทฤษฎีบทที่ซับซ้อนกว่าเดิม โครงสร้างนี้ใช้กับคำคุณศัพท์ที่มีระดับได้ สำหรับคำคุณศัพท์ยาวอย่าง complex โครงสร้าง more and more พบได้บ่อยเป็นพิเศษ จุดเน้นคือการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เพียงการมีระดับสูง ณ ช่วงเวลาเดียว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างซ้ำสามคำที่ขึ้นต้นด้วย more และมีความหมายว่า increasingly: As the storm moved closer, the wind became ____ powerful.

ดูคำตอบ

more and more

that corresponded with work being done across the field. วลี

1:33

ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ทั่วทั้งวงการ

วลี

corresponded with: แสดงความสอดคล้องหรือการเทียบกันอย่างชัดเจน

ในประโยคนี้ corresponded with หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “สะท้อนกันอย่างใกล้เคียง” โดยบอกว่าสิ่งที่กำลังกล่าวถึงไปในแนวเดียวกับงานที่ทำอยู่ในส่วนอื่นของสาขานั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทั้งสองหัวข้อมีความเกี่ยวข้องกัน โครงสร้างคือ correspond with + คำนาม ในบริบททางวิชาการหรือการวิเคราะห์ มักใช้บอกว่าผลการศึกษา ข้อมูล แนวคิด หรือรูปแบบต่าง ๆ สอดคล้องกันหรือมีความสัมพันธ์แบบเทียบกันได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The survey results corresponded with the classroom observations,” corresponded with หมายถึงอะไร

  1. ผลเหล่านั้นกล่าวถึงเพียงหัวข้อกว้าง ๆ เดียวกับสิ่งที่สังเกตได้
  2. ผลเหล่านั้นเข้ามาแทนที่สิ่งที่สังเกตได้ทั้งหมด
  3. ผลเหล่านั้นสอดคล้องกับหรือสะท้อนสิ่งที่สังเกตได้อย่างใกล้เคียง
ดูคำตอบ

ผลเหล่านั้นสอดคล้องกับหรือสะท้อนสิ่งที่สังเกตได้อย่างใกล้เคียง

But to truly reveal common ground, ลำดับความ

1:37

แต่เพื่อเปิดเผยจุดร่วมที่แท้จริง

ลำดับความ

But to truly reveal common ground: เปลี่ยนทิศทางแล้วนำเข้าสู่จุดประสงค์

But บอกว่าการอธิบายกำลังเปลี่ยนทิศทาง เพราะสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ยังไม่เพียงพอ วลี infinitive ที่วางไว้ข้างหน้า to truly reveal common ground ระบุเป้าหมายซึ่งเป็นเหตุผลของอนุประโยคหลักที่จะตามมา เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าประโยคยังไม่สมบูรณ์ และอนุประโยคถัดไปควรบอกว่าต้องทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ในที่นี้ common ground เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงหลักการ ลักษณะ หรือจุดที่เห็นพ้องร่วมกัน ไม่ใช่พื้นดินจริง ๆ ส่วน truly เน้นว่าเป้าหมายคือการค้นพบจุดร่วมที่แท้จริงหรือครบถ้วน ไม่ใช่แค่ความคล้ายกันเพียงผิวเผิน

แบบฝึกหัด

ส่วนเปิด “But to truly reveal common ground,” จัดลำดับข้อมูลอย่างไร

  1. บรรยายสถานที่จริงที่คนหลายคนใช้ร่วมกัน
  2. ให้ผลลัพธ์สุดท้ายที่สมบูรณ์โดยไม่ต้องมีอนุประโยคต่อไป
  3. เปลี่ยนจากข้อจำกัดก่อนหน้าและแนะนำจุดประสงค์ของอนุประโยคหลักที่จะตามมา
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากข้อจำกัดก่อนหน้าและแนะนำจุดประสงค์ของอนุประโยคหลักที่จะตามมา

the group needed to identify consistent rules that applied to a wide range of problems. วลี

1:39

กลุ่มจำเป็นต้องระบุกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกันซึ่งใช้ได้กับปัญหาในวงกว้าง

วลี

กฎที่สอดคล้องกันและใช้ได้กับปัญหาหลากหลายประเภท

consistent rules หมายถึงกฎที่ไม่ขัดแย้งกันและไม่เปลี่ยนแปลงอย่างคาดเดาไม่ได้ ส่วนอนุประโยคขยาย that applied to a wide range of problems บอกว่ากฎเหล่านั้นใช้ได้กับสิ่งใดบ้าง ในที่นี้ apply to หมายถึง “ใช้ได้กับหรือเหมาะกับ” และ a wide range of หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้จึงสื่อว่ากฎมีประโยชน์อย่างกว้างขวาง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปัญหาเฉพาะเรื่องเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ใช้ได้กับหลายชนิดที่แตกต่างกัน”: These principles ____ cases.

ดูคำตอบ

apply to a wide range of

To accomplish this, ลำดับความ

1:45

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

ลำดับความ

To accomplish this: การเชื่อมเป้าหมายกับวิธีการ

To accomplish this หมายถึง “เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เพิ่งกล่าวถึง” โดย this ย้อนกลับไปอ้างถึงเป้าหมายนั้น ส่วน infinitive ที่มี to ใช้บอกจุดประสงค์ เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม วลีนี้จะจัดข้อมูลตามลำดับ “เป้าหมายแล้วจึงตามด้วยวิธีการ” คือบอกก่อนว่าต้องทำอะไรให้สำเร็จ จากนั้นใช้ To accomplish this, เพื่อนำเข้าสู่การกระทำที่ใช้บรรลุเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: The library wanted to make books easier to find. _____, it created clearer shelf labels.

  1. In contrast
  2. For example
  3. To accomplish this
ดูคำตอบ

To accomplish this

they gave new clear definitions to some of the most important mathematical objects, วลี

1:47

พวกเขาได้ให้คำจำกัดความใหม่ที่ชัดเจนแก่วัตถุทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญที่สุดบางส่วน

including the function.

1:52

ซึ่งรวมถึง ฟังก์ชัน

วลี

gave new clear definitions to + แนวคิด

โครงสร้าง give a definition/definitions to + แนวคิด หมายถึงการบอกว่าแนวคิดนั้นมีความหมายว่าอะไร ในประโยคนี้ gave เป็นรูปอดีต และสิ่งที่ตามหลัง to คือสิ่งที่ถูกนิยาม ไม่ใช่คนที่ได้รับบางอย่าง คำว่า new และ clear ขยาย definitions ทั้งคู่ สำนวนนี้บอกว่านิยามถูกสร้างขึ้นใหม่และเข้าใจง่าย หากเป็นคำศัพท์ที่มีอยู่แล้ว ก็อาจหมายถึงการนิยามคำเหล่านั้นใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายตามเดิมที่หมายถึง “ให้นิยามที่เขียนขึ้นใหม่และเข้าใจง่ายแก่”: The editors ____ several familiar terms.

ดูคำตอบ

gave new clear definitions to

It's reasonable to think of functions as machines ไวยากรณ์

1:54

เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะมองว่าฟังก์ชันเหมือนเครื่องจักร

ไวยากรณ์

think of X as Y: ทำความเข้าใจ X ผ่านการเปรียบเทียบกับ Y

โครงสร้าง think of X as Y หมายถึงการใช้ Y เป็นวิธีทำความเข้าใจหรืออธิบาย X ในที่นี้ machines เป็นแบบจำลองที่ช่วยให้เข้าใจ functions ไม่ได้หมายความว่าฟังก์ชันเป็นเครื่องจักรจริง ๆ ในโครงสร้าง It's reasonable to... วลี infinitive to think... ระบุการกระทำที่ถูกมองว่าสมเหตุสมผล กรอบนี้มีประโยชน์เมื่อการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยช่วยให้เข้าใจแนวคิดนามธรรมได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยโครงสร้าง think of X as Y ให้ครบถ้วน: You can ____ a password ____ a key to your account.

ดูคำตอบ

think of · as

that accept inputs and produce an output. วลี

1:57

ที่รับค่าอินพุตและสร้างค่าเอาต์พุตออกมา

วลี

accept inputs and produce an output: อธิบายกระบวนการจากอินพุตสู่เอาต์พุต

ในคำอธิบายเชิงเทคนิคนี้ accept inputs หมายถึงรับข้อมูล ค่า หรือสัญญาณเพื่อนำไปประมวลผล ส่วน produce an output หมายถึงสร้างผลลัพธ์หนึ่งอย่าง ในที่นี้ accept ไม่ได้หมายถึง “เห็นด้วย” วลีกริยาทั้งสองเชื่อมด้วย and เพื่ออธิบายการทำงานของระบบตั้งแต่รับอินพุตจนได้ผลลัพธ์ รูปแบบนี้ใช้บ่อยเมื่ออธิบายว่าฟังก์ชัน โปรแกรม เครื่องจักร หรือระบบทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายให้คำอธิบายเชิงเทคนิคมาตรฐานสมบูรณ์: A simple function can ____ and ____.

ดูคำตอบ

accept inputs · produce an output

But if we think of functions as bridges between two groups, ไวยากรณ์

2:01

แต่ถ้าเรามองว่าฟังก์ชันเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองกลุ่ม

ไวยากรณ์

But if we think of X as Y: สร้างกรอบการเปรียบเทียบ

But แสดงว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปใช้อีกวิธีหนึ่งในการอธิบายแนวคิด อนุประโยค if ชวนให้ผู้ฟังลองมองฟังก์ชันเป็นสะพานระหว่างสองกลุ่มชั่วคราว นี่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่การบอกว่าฟังก์ชันเป็นสะพานจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ if we think of X as Y แล้วตามด้วยผลหรือข้อสรุป รูปแบบนี้กำหนดมุมมองก่อน จากนั้นจึงแสดงว่าสิ่งใดมองเห็นหรือเข้าใจได้ง่ายขึ้นจากมุมมองนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการเปรียบเทียบ think of X as Y ให้สมบูรณ์: If we ____ the brain ____ a network, its many connections are easier to picture.

ดูคำตอบ

think of · as

we can start to make claims about the logical relationships between them. วลี

2:04

เราก็สามารถเริ่มสร้างข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงตรรกะระหว่างกลุ่มเหล่านั้นได้

วลี

start to make claims about: เริ่มเสนอข้อกล่าวอ้างเชิงวิเคราะห์

start to make claims about หมายถึง เริ่มบอกว่าสิ่งใดน่าจะเป็นจริงเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ในประโยคนี้ หัวข้อคือความสัมพันธ์เชิงตรรกะระหว่างกลุ่มต่าง ๆ claim ในที่นี้ไม่ใช่แค่การเอ่ยชื่อหรือสังเกตเห็นบางอย่าง แต่เป็นข้อความที่สามารถยกเหตุผลมาสนับสนุน ทดสอบ หรือโต้แย้งได้ วลีนี้แสดงการเปลี่ยนจากการดูข้อมูลไปสู่การสรุปจากข้อมูลนั้น

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคในการวิเคราะห์ที่อาศัยหลักฐานได้เหมาะสมที่สุด? After checking the results from three trials, we can ___ whether the new material is stronger.

  1. start to take notes about
  2. start to make claims about
  3. start to ask questions about
ดูคำตอบ

start to make claims about

For example, ลำดับความ

2:09

ตัวอย่างเช่น

consider a group of numbers and a group of letters. น้ำเสียง/เจตนา

2:10

พิจารณากลุ่มของตัวเลขและกลุ่มของตัวอักษร

ลำดับความ

For example: นำเข้าสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

For example เป็นคำบอกทิศทางของเนื้อหาที่แจ้งผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปเป็นกรณีเฉพาะซึ่งใช้แสดงแนวคิดทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึง คำนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยพาจากประเด็นนามธรรมไปสู่สิ่งที่เป็นรูปธรรม ในที่นี้ For example นำเข้าสู่คำสั่งให้พิจารณากลุ่มตัวเลขและกลุ่มตัวอักษร กรณีนี้ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ที่กว้างกว่า ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งกล่าวว่า "Some materials change when they get warm." ประโยคถัดไปข้อใดนำเข้าสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมได้ถูกต้อง?

  1. However, chocolate melts when it gets warm.
  2. Therefore, chocolate melts when it gets warm.
  3. For example, chocolate melts when it gets warm.
ดูคำตอบ

For example, chocolate melts when it gets warm.

น้ำเสียง/เจตนา

Consider + นามวลี: การนำเสนอตัวอย่างสมมติ

ในประโยคนี้ consider ขึ้นต้นประโยคคำสั่ง โดยละประธาน you ไว้ โครงสร้างจึงเป็น consider + นามวลี ในที่นี้หมายถึง “ลองคิดถึงตัวอย่างนี้” หรือ “สมมติว่าเรามีสิ่งนี้” ไม่ได้หมายถึง “เชื่อว่า” ในบทเรียนและคำอธิบาย ประโยคคำสั่งแบบนี้จะพาผู้ฟังเข้าสู่กรณีที่จะนำมาวิเคราะห์ หน้าที่ของมันคือจัดลำดับขั้นต่อไปของการให้เหตุผล ไม่ใช่ออกคำสั่งอย่างแข็งกร้าวให้ทำบางอย่างจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Consider a group of numbers and a group of letters,” ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก?

  1. สั่งให้ผู้ฟังรวบรวมตัวเลขและตัวอักษรจริงทันที
  2. บอกว่ามีการพิสูจน์แล้วว่าทั้งสองกลุ่มมีอยู่จริง
  3. เชิญให้ผู้ฟังคิดถึงตัวอย่างสมมติ
ดูคำตอบ

เชิญให้ผู้ฟังคิดถึงตัวอย่างสมมติ

We could define a function

2:13

เราสามารถกำหนดฟังก์ชันขึ้นมา

where every numerical input corresponds to the same alphabetical output. ไวยากรณ์

2:14

โดยที่ทุกๆ อินพุตที่เป็นตัวเลขจะตรงกับเอาต์พุตที่เป็นตัวอักษรตัวเดียวกัน

ไวยากรณ์

Where ... Corresponds to ...: ความสัมพันธ์ภายในคำนิยาม

ในที่นี้ where ขยาย a function และนำเสนอกฎที่กำหนดลักษณะของฟังก์ชันนั้น นั่นคืออินพุตเชิงตัวเลขทุกค่าตรงกับเอาต์พุตตัวอักษรเดียวกัน จึงเข้าใจได้ว่า “ภายในฟังก์ชันนี้” ไม่ได้อ้างถึงสถานที่จริง ในคำอธิบายทางคณิตศาสตร์และเทคนิค where สามารถทำให้ระบบ กรณี หรือการจัดวางเป็นเสมือนสภาพแวดล้อมทางแนวคิด จากนั้นอนุประโยคหลัง where จะอธิบายว่าสภาพแวดล้อมนั้นทำงานอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใน “The app uses a system where every user has a unique ID,” where นำเสนออะไร?

  1. ความสัมพันธ์ที่กำหนดว่าระบบทำงานอย่างไร
  2. เวลาที่ผู้ใช้ได้รับ ID
  3. ตำแหน่งทางกายภาพของแอป
ดูคำตอบ

ความสัมพันธ์ที่กำหนดว่าระบบทำงานอย่างไร

But this doesn't establish a particularly interesting relationship. วลี

2:19

แต่นี่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

วลี

establish a ... relationship สำหรับความเชื่อมโยงเชิงนามธรรม

ใน establish a relationship คำว่า establish หมายถึงสร้าง กำหนด หรือแสดงให้เห็นความเชื่อมโยง ไม่ได้หมายถึงก่อตั้งองค์กรเท่านั้น ในที่นี้ relationship คือความเชื่อมโยงเชิงนามธรรม เช่น ความเชื่อมโยงที่ฟังก์ชันสร้างขึ้นระหว่างข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ รูปปฏิเสธเน้นที่ลักษณะของความสัมพันธ์ โดยปฏิเสธว่าความสัมพันธ์นั้นน่าสนใจเป็นพิเศษ ทั้งนี้อาจยังมีความสัมพันธ์บางอย่างอยู่ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายจาก establish a relationship ให้สมบูรณ์: The survey did not ____ a relationship between homework time and test scores.

ดูคำตอบ

establish

Alternatively, ลำดับความ

2:23

ในทางกลับกัน

we could define a function

2:24

เราสามารถกำหนดฟังก์ชัน

ลำดับความ

Alternatively, เพื่อเสนออีกทางเลือกหนึ่ง

Alternatively, เป็นคำเชื่อมประโยคที่ส่งสัญญาณว่ามีทางเลือกหรือวิธีอื่นที่เป็นไปได้ ในที่นี้คำนี้เปลี่ยนคำอธิบายจากวิธีหนึ่งในการนิยามฟังก์ชันไปสู่อีกวิธีหนึ่ง คำนี้จัดแนวคิดให้อยู่ในรูปตัวเลือก โดยสามารถพิจารณาวิธีถัดไปแทนวิธีก่อนหน้าได้ และตัวคำเองไม่ได้หมายความว่าวิธีก่อนหน้านั้นผิด

แบบฝึกหัด

Alternatively, ในที่นี้ส่งสัญญาณอะไร? Alternatively, we could define a function.

  1. กำลังมีการอธิบายเหตุผลของวิธีแรก
  2. มีการพิสูจน์แล้วว่าวิธีแรกเป็นไปไม่ได้
  3. ถัดไปจะมีการเสนออีกวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

ถัดไปจะมีการเสนออีกวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้

where every numerical input corresponds to a different alphabetical output.

2:26

โดยที่ทุกๆ อินพุตที่เป็นตัวเลขจะตรงกับเอาต์พุตที่เป็นตัวอักษรที่แตกต่างกัน

This second function sets up a logical relationship กริยาวลี

2:31

ฟังก์ชันที่สองนี้สร้างความสัมพันธ์เชิงตรรกะ

กริยาวลี

sets up a logical relationship: set up หมายถึง “สร้าง”

ใน sets up a logical relationship กริยาวลี set up หมายถึง “สร้าง” หรือ “ทำให้เกิดขึ้น” ฟังก์ชันนี้ทำให้เกิดความเชื่อมโยงหรือโครงสร้างเชิงตรรกะ ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของไว้ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจริง ๆ กรรม a logical relationship ระบุว่าสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นคืออะไร เนื่องจาก This second function เป็นประธานเอกพจน์ในรูปปัจจุบัน set จึงเปลี่ยนเป็น sets ส่วน up ไม่เปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่เน้นไว้ให้อยู่ในรูปปัจจุบันที่ถูกต้อง: This formula ____ a direct relationship between distance and time.

ดูคำตอบ

sets up

where performing a process on the input has corresponding effects on its mapped output. โน้ต

2:34

โดยการดำเนินการกับอินพุตจะมีผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเอาต์พุตที่ถูกจับคู่ไว้

ไวยากรณ์

performing a process on the input: ใช้วลี gerund เพื่อเรียกการกระทำ

performing a process on the input เป็นวลี gerund รูป -ing ใน performing ทำให้เรากล่าวถึงการกระทำในฐานะกิจกรรมหรือเหตุการณ์ นั่นคือการประมวลผลข้อมูลนำเข้า ไม่ใช่การออกคำสั่ง ภายในวลี a process คือสิ่งที่ถูกดำเนินการ ส่วน on the input ระบุสิ่งที่รับกระบวนการนั้น คำอธิบายเชิงเทคนิคมักใช้โครงสร้างที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามแบบนี้เพื่อบอกว่าการกระทำทำอะไรหรือก่อให้เกิดอะไร

แบบฝึกหัด

วลี performing a process on the input ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. เป็นคำสั่งโดยตรงที่ส่งให้ข้อมูลนำเข้า
  2. ใช้เรียกการประมวลผลข้อมูลนำเข้าในฐานะกิจกรรม
  3. บอกว่าข้อมูลนำเข้ากำลังแสดงอยู่บนเวที
ดูคำตอบ

ใช้เรียกการประมวลผลข้อมูลนำเข้าในฐานะกิจกรรม

วลี

has corresponding effects on ...: ผลที่สัมพันธ์กันในระบบที่มีการแมป

รูปแบบ has effects on X หมายความว่าบางสิ่งส่งผลต่อ X ส่วน corresponding บอกเพิ่มว่าผลเหล่านั้นสอดคล้องกับหรือเกิดตามมาจากการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า ไม่ใช่ผลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้ its mapped output คือผลลัพธ์ที่เชื่อมกับอินพุตผ่านการแมป ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงหรือการดำเนินการในด้านหนึ่งก่อให้เกิดผลที่เกี่ยวข้องในด้านเอาต์พุต

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษนี้หมายความว่าอย่างไร: Adjusting a sensor has corresponding effects on a display.

  1. จอแสดงผลไม่เชื่อมโยงกับสิ่งใดที่เซ็นเซอร์ทำ
  2. จอแสดงผลเปลี่ยนแบบสุ่มโดยไม่เกี่ยวข้องกับเซ็นเซอร์
  3. จอแสดงผลเปลี่ยนไปในลักษณะที่เกี่ยวข้องกันเมื่อมีการปรับเซ็นเซอร์
ดูคำตอบ

จอแสดงผลเปลี่ยนไปในลักษณะที่เกี่ยวข้องกันเมื่อมีการปรับเซ็นเซอร์

The group began to define functions by how they mapped elements across domains. ไวยากรณ์

2:40

กลุ่มเริ่มกำหนดฟังก์ชันโดยพิจารณาจากวิธีที่มันจับคู่องค์ประกอบต่างๆ ข้ามโดเมน

ไวยากรณ์

by how ...: ใช้วิธีการเป็นเกณฑ์ในการนิยาม

ใน by how they mapped elements across domains คำว่า by นำเสนอเกณฑ์ที่ใช้ในการนิยามฟังก์ชัน ส่วน how นำเสนอวิธีการแมป อนุประโยค how ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ by โครงสร้างนี้ช่วยให้เรานิยาม จัดกลุ่ม หรือตัดสินสิ่งต่าง ๆ ตามวิธีที่สิ่งเหล่านั้นทำบางอย่าง แทนที่จะดูเพียงชื่อหรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำที่หมายถึง “ตามวิธีที่ทำ”: The devices are classified ____ they use energy.

ดูคำตอบ

by how

If a function's output came from a unique input, ไวยากรณ์

2:46

หากเอาต์พุตของฟังก์ชันมาจากอินพุตที่ไม่ซ้ำกัน

ไวยากรณ์

If a function's output came from a unique input: การตั้งเงื่อนไขของนิยาม

อนุประโยค If ระบุเงื่อนไขที่ต้องเป็นจริงก่อนที่อนุประโยคถัดไปจะจัดประเภทให้ฟังก์ชันนี้ ในที่นี้ unique หมายถึง “มีเพียงหนึ่งเดียว” คือผลลัพธ์เชื่อมโยงกับอินพุตหนึ่งค่า ไม่ใช่หลายค่า ในคำอธิบายด้านคณิตศาสตร์และเทคนิค If ใช้เปิดเกณฑ์ได้ กล่าวคือ ถ้าวัตถุตรงตามเงื่อนไข X ก็จะถูกจัดอยู่ในประเภท Y ส่วน came สอดคล้องกับการเล่าในอดีตของบริบท รูปอดีตนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเงื่อนไขนั้นเป็นไปไม่ได้หรือขัดกับข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

อนุประโยค If ทำหน้าที่หลักอะไรในคำอธิบายนี้

  1. ถามว่าผลลัพธ์เคลื่อนที่มาจากที่ใดจริง ๆ
  2. กำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการจัดประเภททางคณิตศาสตร์
  3. แสดงว่าผู้พูดเชื่อว่าฟังก์ชันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ดูคำตอบ

กำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการจัดประเภททางคณิตศาสตร์

they defined it as injective. การใช้คำ

2:49

พวกเขาให้นิยามมันว่าเป็น ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง (injective)

การใช้คำ

defined it as injective: โครงสร้าง define X as Y

Define X as Y หมายถึง “ให้คำจำกัดความหรือการจัดประเภท Y ที่ชัดเจนแก่ X” ในประโยคนี้ it หมายถึงฟังก์ชันที่ตรงตามเงื่อนไขก่อนหน้า และ injective คือศัพท์คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ฟังก์ชันนั้น โครงสร้างคือ define + กรรม + as + คำจำกัดความหรือประเภท: They defined it as injective. ใช้ได้ดีเมื่อต้องแนะนำคำศัพท์ในคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ นโยบาย และคำอธิบายอื่นที่ต้องการความแม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทหนึ่งคำที่ใช้เปิดคำจำกัดความ: In this glossary, we define a habitat ____ the natural home of a plant or animal.

ดูคำตอบ

as

If every output can be mapped onto at least one input, การใช้คำ

2:52

หากทุกเอาต์พุตสามารถถูกจับคู่กลับไปยังอินพุตได้อย่างน้อยหนึ่งตัว

the function was surjective.

2:56

ฟังก์ชันนั้นคือ ฟังก์ชันทั่วถึง (surjective)

การใช้คำ

output can be mapped onto...: map ในฐานะคำกริยาทางคณิตศาสตร์

ในที่นี้ map เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เชื่อมค่าหนึ่งเข้ากับอีกค่าหนึ่งตามกฎของฟังก์ชัน” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงแผนที่ ใน can be mapped คำว่า mapped เป็นกริยาช่อง past participle ในโครงสร้างกรรมวาจก can + be + mapped ส่วน onto นำหน้าค่าหรือเซตที่ถือเป็นเป้าหมายของการแมป และในภาษาคณิตศาสตร์ระดับเซตยังอาจสื่อว่าเซตเป้าหมายทั้งหมดถูกครอบคลุมด้วย at least one หมายถึง “หนึ่งค่าหรือมากกว่า” ในนิยามมาตรฐานของฟังก์ชันทั่วถึง ทิศทางมักเขียนว่า “every possible output is mapped to by at least one input” หรือ “for every possible output, at least one input maps to it” ข้อความในคำบรรยายกลับทิศทางการแมปที่ใช้กันตามปกติ ดังนั้นให้เรียนรู้การใช้ map เป็นคำกริยาทางคณิตศาสตร์ แต่อย่าใช้ทั้งประโยคเป็นแบบอย่างของนิยามมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ map onto: Under this rule, the input set can ____ the entire output set.

ดูคำตอบ

be mapped onto

And in bijective functions, การใช้คำ

2:58

และในฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งทั่วถึง (bijective)

each element had perfect one-to-one correspondence. การใช้คำ

3:00

องค์ประกอบแต่ละตัวจะมีการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ

การใช้คำ

in bijective functions: กำหนดขอบเขตด้วย in + ประเภทพหูพจน์

“In bijective functions” เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค ในที่นี้ in ไม่ได้บอกสถานที่จริง แต่หมายถึง “ภายในประเภทของฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งและทั่วถึง” วลีนี้กำหนดขอบเขต ทำให้ข้อความที่ตามมาถูกนำเสนอว่าเป็นจริงสำหรับฟังก์ชันประเภทนั้น คำอธิบายเชิงเทคนิคมักใช้ in + ชื่อประเภทในรูปพหูพจน์เพื่อจัดระเบียบข้อมูล เช่น In right triangles,... หรือ In secure networks,... เมื่อวลีบอกขอบเขตนี้อยู่ต้นประโยค โดยทั่วไปจะใช้เครื่องหมายจุลภาคแยกออกจากข้อความหลัก

แบบฝึกหัด

วลีต้นประโยค “in bijective functions” มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. จำกัดข้อความที่ตามมาให้ใช้กับฟังก์ชันประเภทนั้น
  2. บอกชื่ออินพุตของแต่ละฟังก์ชัน
  3. อธิบายว่าฟังก์ชันกำลังเคลื่อนเข้าไปในสถานที่จริง
ดูคำตอบ

จำกัดข้อความที่ตามมาให้ใช้กับฟังก์ชันประเภทนั้น

การใช้คำ

one-to-one correspondence: การจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งอย่างแม่นยำ

One-to-one correspondence หมายถึงการจับคู่ที่ตรงกันพอดีระหว่างสองเซต โดยสมาชิกแต่ละตัวของทั้งสองฝ่ายจะจับคู่กับสมาชิกอีกฝ่ายเพียงหนึ่งตัว ในประโยคนี้ perfect เน้นว่าการจับคู่นั้นครบถ้วน ไม่มีรายการซ้ำหรือรายการที่ไม่มีคู่ สำนวนนี้พบได้บ่อยในคณิตศาสตร์และการวิเคราะห์ข้อมูล ให้มองหาสองกลุ่มแล้วตรวจว่า สมาชิกทุกตัวมีคู่ที่เฉพาะเจาะจงเพียงหนึ่งคู่หรือไม่

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดง one-to-one correspondence?

  1. กุญแจดอกเดียวเปิดตู้เก็บของทุกตู้ในอาคาร
  2. ตู้เก็บของสามตู้ไม่มีกุญแจ
  3. ตู้เก็บของแต่ละตู้มีกุญแจเฉพาะของตนเอง และกุญแจแต่ละดอกเปิดได้เฉพาะตู้นั้น
ดูคำตอบ

ตู้เก็บของแต่ละตู้มีกุญแจเฉพาะของตนเอง และกุญแจแต่ละดอกเปิดได้เฉพาะตู้นั้น

This allowed mathematicians to establish logic ไวยากรณ์

3:04

สิ่งนี้ทำให้นักคณิตศาสตร์สามารถสร้างตรรกะ

that could be translated across the function's domains in both directions. วลี

3:07

ที่สามารถแปลงข้ามโดเมนของฟังก์ชันไปมาได้ทั้งสองทิศทาง

ไวยากรณ์

allow + กรรม + to-infinitive: ทำให้การกระทำเป็นไปได้

โครงสร้าง allow + object + to-infinitive หมายถึงบางสิ่งทำให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลสามารถทำสิ่งหนึ่งได้ ในที่นี้ This คือสาเหตุที่ทำให้เกิดความเป็นไปได้ mathematicians คือกรรม และ to establish คือการกระทำที่พวกเขาสามารถทำได้ ในงานเขียนเชิงอธิบาย allow มักบอกผลที่เกิดขึ้นมากกว่าการได้รับอนุญาตจากบุคคล อนุประโยคสัมพันธ์ that could be translated ขยาย logic และไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้าง allow + object + to-infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ allow และเครื่องหมายบอก infinitive: The new software ____ the team ____ spot errors automatically.

ดูคำตอบ

allowed · to

วลี

across ... in both directions: การถ่ายโอนข้ามโดเมนแบบสองทิศทาง

Across the function's domains แสดงให้เห็นว่ากฎหรือความสัมพันธ์ถูกย้ายจากโดเมนหนึ่งไปยังอีกโดเมนหนึ่ง ในบริบทนี้ translated หมายถึงการแปลงหรือถ่ายโอน ไม่ใช่การแปลจากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษา In both directions เพิ่มความหมายว่าการถ่ายโอนทำได้ทั้งสองทาง คือจากโดเมนแรกไปยังโดเมนที่สอง และจากโดเมนที่สองกลับไปยังโดเมนแรก เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึงการถ่ายโอนข้ามโดเมนที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทิศทางเดียว

แบบฝึกหัด

across the function's domains in both directions บอกอะไรเกี่ยวกับการถ่ายโอนนี้?

  1. ข้ามโดเมนไปในทิศทางเดียวเท่านั้น
  2. ยังคงอยู่ภายในโดเมนเดียวเท่านั้น
  3. สามารถทำงานข้ามโดเมนได้ทั้งสองทิศทาง
ดูคำตอบ

สามารถทำงานข้ามโดเมนได้ทั้งสองทิศทาง

Their systematic approach to abstract principles

3:12

แนวทางที่เป็นระบบของพวกเขาต่อหลักการนามธรรม

was in stark contrast to the popular belief that math was an intuitive science, วลี

3:15

ขัดแย้งอย่างชัดเจนกับความเชื่อที่เป็นที่นิยมว่าคณิตศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ที่ใช้สัญชาตญาณ

วลี

was in stark contrast to: ความแตกต่างที่มากและชัดเจน

Was in stark contrast to หมายถึง “แตกต่างจากอีกสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนและมาก” โครงสร้าง A is in stark contrast to B นำ A และ B มาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นความแตกต่างเด่นชัด ในประโยคนี้ แนวทางที่เป็นระบบถูกนำมาเทียบกับความเชื่อที่แพร่หลายว่าคณิตศาสตร์อาศัยสัญชาตญาณ คำว่า stark ทำให้ contrast มีความหมายเข้มขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงความแตกต่างที่มากและเห็นได้ชัด ไม่ใช่ความแตกต่างเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “แตกต่างจากอย่างชัดเจนและมาก”: The quiet reading room was ____ the noisy hallway.

ดูคำตอบ

in stark contrast to

วลี

popular belief that + อนุประโยค: เนื้อหาทั้งหมดของความเชื่อ

ใน popular belief that math was an intuitive science คำว่า belief เป็นคำนาม และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาทั้งหมดของความเชื่อนั้น คือ math was an intuitive science ส่วน popular บอกว่ามีคนจำนวนมากเชื่อเช่นนี้ โครงสร้างคือ คำนาม + that + อนุประโยคสมบูรณ์ ใช้รวมข้ออ้างหรือมุมมองให้เป็นวลีนาม เช่น the belief that the plan will succeed

แบบฝึกหัด

วลีใดนำเสนอ the plan will work เป็นเนื้อหาทั้งหมดของความเชื่อ?

  1. the belief in the plan
  2. the belief that the plan will work
  3. the belief about the plan
ดูคำตอบ

the belief that the plan will work

and an over-dependence on logic constrained creativity. การใช้คำ

3:21

และการพึ่งพาตรรกะมากเกินไปจะเป็นการจำกัดความคิดสร้างสรรค์

การใช้คำ

การพึ่งพาตรรกะมากเกินไปจำกัดความคิดสร้างสรรค์

ในประโยคนี้ an over-dependence on logic คือสาเหตุ constrained เป็นกริยารูปอดีต และ creativity คือสิ่งที่ถูกจำกัด Over-dependence หมายถึงการพึ่งพาบางสิ่งมากเกินระดับที่เป็นประโยชน์ Constrain หมายถึงลดอิสระ ขอบเขต หรือความสามารถของสิ่งหนึ่งในการพัฒนาหรือทำงาน ในที่นี้หมายความว่าความคิดสร้างสรรค์มีพื้นที่ให้ทำงานน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าถูกทำลายหมดสิ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเงินที่มีจำกัดทำให้โครงการทำสิ่งต่าง ๆ ได้น้อยลง โดยไม่ได้บอกว่าโครงการหยุดลงอย่างสิ้นเชิง?

  1. Limited funding constrained the project's scope.
  2. Limited funding had no effect on the project.
  3. Limited funding destroyed the project.
ดูคำตอบ

Limited funding constrained the project's scope.

But this rebellious band of scholars gleefully ignored conventional wisdom. โน้ต

3:25

แต่กลุ่มนักวิชาการหัวกบฏนี้กลับเมินเฉยต่อความเชื่อดั้งเดิมอย่างสนุกสนาน

การใช้คำ

this rebellious band of scholars: กลุ่มเล็กหัวขบถที่ถูกบรรยายอย่างมีชีวิตชีวา

ในวลีนี้ band หมายถึงคนกลุ่มเล็กที่รวมตัวกันด้วยเป้าหมายร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงวงดนตรี การเรียกนักวิชาการเหล่านี้ว่า a band ทำให้พวกเขาดูเหมือนทีมที่สนิทแน่นแฟ้นและร่วมมือกันในเรื่องเล่า rebellious สื่อว่าพวกเขาท้าทายแนวคิดหรือกฎที่คนทั่วไปยอมรับ เมื่อนำมารวมกัน this rebellious band of scholars จึงให้น้ำเสียงขี้เล่นและน่าตื่นเต้นมากกว่าจะเป็นคำเรียกที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

band เพิ่มความหมายแบบใดให้กับวลีนี้?

  1. ให้ตำแหน่งทางวิชาการอย่างเป็นทางการแก่นักวิชาการ
  2. ทำให้นักวิชาการดูเป็นกลุ่มเล็กที่สามัคคีและมีชีวิตชีวา
  3. บอกว่านักวิชาการเหล่านี้เล่นดนตรีด้วยกัน
ดูคำตอบ

ทำให้นักวิชาการดูเป็นกลุ่มเล็กที่สามัคคีและมีชีวิตชีวา

สำนวน

gleefully ignored conventional wisdom: ปฏิเสธมุมมองที่คนยอมรับกันอย่างยินดี

conventional wisdom หมายถึงความเชื่อหรือความคิดเห็นที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เพราะหลายคนคิดว่าเป็นความจริง ในที่นี้หมายถึงมุมมองกระแสหลักที่ถูกเมิน ไม่ใช่ภูมิปัญญาที่สืบทอดผ่านประเพณี gleefully เพิ่มท่าทีเข้าไป โดยสื่อว่านักวิชาการเมินมุมมองที่คนยอมรับกันด้วยความยินดีอย่างเห็นได้ชัดหรือด้วยความตื่นเต้นแบบขี้เล่น วลีนี้จึงทำให้การปฏิเสธของพวกเขาฟังดูกระตือรือร้น ไม่ใช่ฝืนใจหรือเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ความเชื่อที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง” ลงในประโยค: The new evidence challenged ____.

ดูคำตอบ

conventional wisdom

They were revolutionizing the field,

3:30

พวกเขากำลังปฏิวัติวงการ

and they wanted to mark the occasion with their biggest stunt yet. โน้ต

3:32

และต้องการเฉลิมฉลองโอกาสนี้ด้วยการแสดงผาดโผนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

วลี

wanted to mark the occasion: ระลึกถึงช่วงเวลาพิเศษ

ในที่นี้ mark the occasion หมายถึงการทำบางสิ่งเพื่อแสดงความสำคัญหรือระลึกถึงช่วงเวลาพิเศษ mark ไม่ได้หมายถึง “ทำเครื่องหมายเป็นลายลักษณ์อักษร” บนสิ่งใด แต่หมายถึงทำให้ช่วงเวลานั้นน่าจดจำด้วยการกระทำ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ mark the occasion with + คำนาม ในประโยคนี้พวกเขาต้องการใช้การแสดงที่สะดุดตาเพื่อฉลองช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ยังใช้ mark the occasion by + รูป -ing เพื่อบอกการกระทำที่ใช้เป็นการระลึกถึงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “แสดงความสำคัญของช่วงเวลานี้” ให้สมบูรณ์: After the team won its first trophy, everyone posed for a photo to ____.

ดูคำตอบ

mark the occasion

การใช้คำ

biggest stunt yet: การเรียกความสนใจครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงตอนนั้น

ในประโยคนี้ stunt หมายถึงการกระทำที่วางแผนมาให้โดดเด่นเพื่อเรียกความสนใจหรือสร้างผลกระทบ ไม่จำเป็นต้องเป็นการแสดงผาดโผนในภาพยนตร์หรือละครสัตว์ การเรียกว่า their biggest stunt ทำให้การกระทำนั้นมีน้ำเสียงขี้เล่นและชอบแสดงออก yet ที่ตามหลังคำขั้นสูงสุดอย่าง biggest หมายถึง “จนถึงตอนนั้น” ดังนั้น their biggest stunt yet จึงหมายถึงการกระทำเพื่อเรียกความสนใจที่ใหญ่หรือกล้าหาญที่สุดที่พวกเขาเคยทำจนถึงตอนนั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ their biggest stunt yet หมายความว่าอย่างไร

  1. แผนที่เงียบและธรรมดาที่สุดของพวกเขา
  2. การกระทำเพื่อเรียกความสนใจที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาจนถึงตอนนั้น
  3. ฉากภาพยนตร์ที่ยากที่สุดของพวกเขาในอนาคต
ดูคำตอบ

การกระทำเพื่อเรียกความสนใจที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาจนถึงตอนนั้น

They decided to publish Éléments de mathématique

3:36

พวกเขาตัดสินใจตีพิมพ์ Éléments de mathématique

and all their subsequent work under a collective pseudonym, การใช้คำ

3:39

และผลงานในเวลาต่อมาทั้งหมด ภายใต้นามปากการ่วมกันว่า

Nicolas Bourbaki.

3:43

Nicolas Bourbaki

การใช้คำ

under a collective pseudonym: เผยแพร่ผลงานภายใต้นามแฝงร่วม

ใน under a collective pseudonym คำว่า under หมายถึงการใช้ชื่อหรือสถานะหนึ่งในการเผยแพร่ผลงาน ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ข้างใต้ collective pseudonym คือชื่อสมมติชื่อเดียวที่สมาชิกในกลุ่มใช้ร่วมกัน ในที่นี้ Nicolas Bourbaki คือชื่อที่ใช้ลงเครดิตผลงานช่วงหลังของกลุ่ม

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่มีความหมายว่า “ใช้ชื่อนี้ในการเผยแพร่”: The journalist published the report ____ a pseudonym.

ดูคำตอบ

under

Over the next two decades, ลำดับความ

3:45

ในช่วงสองทศวรรษต่อมา

Bourbaki's publications became standard references, วลี

3:47

สิ่งพิมพ์ของ Bourbaki กลายมาเป็นหนังสืออ้างอิงมาตรฐาน

ลำดับความ

Over the next two decades: การพาเรื่องเล่าเดินหน้าไปตามช่วงเวลา

Over the next two decades กำหนดกรอบเวลาที่เริ่มจากจุดปัจจุบันของเรื่องและครอบคลุมยี่สิบปีถัดไป คำว่า next อ้างอิงจากจุดนั้นในเรื่อง ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงจากวันนี้ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะพาเรื่องจากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่ช่วงเวลาที่ยาวขึ้นของการพัฒนา over ในที่นี้หมายถึง “ตลอดช่วง” และชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงนั้น ไม่ได้หมายถึง “มากกว่า”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ over the next + ช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการที่เกิดขึ้นตลอดช่วงนั้น

  1. After three seasons, the coach left.
  2. For the next three seasons, the stadium remained closed.
  3. Over the next three seasons, the young team became much stronger.
ดูคำตอบ

Over the next three seasons, the young team became much stronger.

วลี

became standard references: ได้รับสถานะเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ในประโยคนี้ became standard references หมายความว่าสิ่งพิมพ์เหล่านั้นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา และผู้คนในสาขานั้นใช้เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออยู่เป็นประจำ Became แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานะ ไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งพิมพ์เหล่านั้นเป็นอะไรตั้งแต่แรก standard reference คือแหล่งข้อมูลที่ผู้คนมักใช้ค้นคว้า Standard เน้นการยอมรับอย่างกว้างขวางและประโยชน์ในการใช้งาน แต่ไม่ได้รับประกันว่าแหล่งข้อมูลนั้นเป็นทางการหรือไม่มีข้อผิดพลาด

แบบฝึกหัด

became standard references ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. กลายเป็นบุคคลที่เขียนคำรับรอง
  2. กลายเป็นกฎทางการที่ไม่มีใครตั้งคำถามได้
  3. กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและผู้คนมักใช้ค้นคว้า
ดูคำตอบ

กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและผู้คนมักใช้ค้นคว้า

and the group's members took their prank as seriously as their work. ไวยากรณ์

3:51

และสมาชิกในกลุ่มก็จริงจังกับการเล่นพิเรนทร์นี้พอๆ กับงานของพวกเขา

ไวยากรณ์

took their prank as seriously as their work: แสดงระดับที่เท่ากันด้วย as ... as

Take something seriously หมายถึงการให้ความสนใจอย่างจริงจังและมองว่าสิ่งนั้นสำคัญ ใน took their prank as seriously as their work โครงสร้าง take A as seriously as B เปรียบเทียบวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อสองสิ่ง และบอกว่าระดับความจริงจังเท่ากัน การนำ prank มาเทียบกับ work ทำให้เกิดความขัดแย้งที่ชวนขำ เพราะปกติการแกล้งเป็นเรื่องเล่น ๆ แต่สมาชิกกลับทุ่มเทอย่างจริงจังเท่ากับงานจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take A as seriously as B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกระดับที่เท่ากันจากบทเรียน: Maya took the rehearsal ____ the live show.

ดูคำตอบ

as seriously as

Their invented mathematician claimed to be a reclusive Russian genius โน้ต

3:55

นักคณิตศาสตร์ที่พวกเขาแต่งขึ้นนี้ อ้างตนว่าเป็นอัจฉริยะชาวรัสเซียผู้เก็บตัว

วลี

claimed to be: การรายงานตัวตนที่ยังไม่ได้ยืนยัน

Claimed to be หมายถึง บุคคลหนึ่ง “อ้างว่าตนเป็น” คนบางคนหรือมีสถานะบางอย่าง โดยไม่ได้ยืนยันว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริง โครงสร้างคือ claim to be + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ ในประโยคนี้ a reclusive Russian genius คือ身份ที่บุคคลนั้นกล่าวอ้าง Claim ใช้รายงานคำกล่าวพร้อมทั้งเว้นระยะระหว่างผู้เล่ากับความจริงของคำกล่าวนั้น ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นโกหก แต่บริบทรอบข้างอาจแสดงให้เห็นว่าคำกล่าวนั้นเป็นเท็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: คนแปลกหน้าคนหนึ่งบอกว่าเขาเป็นหมอ แต่ยังไม่มีใครตรวจสอบ The stranger ____ a doctor.

ดูคำตอบ

claimed to be

การใช้คำ

reclusive Russian genius: ความหมายที่ reclusive เพิ่มเข้ามา

ใน reclusive Russian genius คำว่า genius ระบุว่าบุคคลนั้นเป็นอัจฉริยะ Russian บอกสัญชาติ และ reclusive อธิบายคนที่ใช้ชีวิตแยกจากผู้อื่นและหลีกเลี่ยงการติดต่อทางสังคมหรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ Reclusive มีความหมายแรงกว่าการเป็นคนเงียบหรือขี้อายเท่านั้น ในประโยคนี้คำดังกล่าวสร้างภาพของคนที่พบเจอได้ยาก และช่วยอธิบายว่าทำไมจึงแทบไม่มีใครเคยเห็นนักคณิตศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นคนนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ a reclusive scientist มากที่สุด

  1. พวกเขาหลีกเลี่ยงความสนใจจากสาธารณะและแทบไม่พบปะคนอื่น
  2. พวกเขาชอบพูดต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากทุกสุดสัปดาห์
  3. พวกเขาตีพิมพ์บทความใหม่ทุกเดือน
ดูคำตอบ

พวกเขาหลีกเลี่ยงความสนใจจากสาธารณะและแทบไม่พบปะคนอื่น

who would only meet with his selected collaborators. ไวยากรณ์

4:00

ซึ่งจะพบปะกับผู้ร่วมงานที่เขาเลือกไว้เท่านั้น

ไวยากรณ์

would only meet with: การกระทำที่เป็นนิสัยในเรื่องเล่า

ในประโยคนี้ would + meet บอกพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหรือเป็นลักษณะประจำของบุคคลในอดีตหรือในเรื่องเล่า กล่าวคือ เมื่อมีการนัดพบ บุคคลนี้จะพบเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์การพบกันในอนาคต Only จำกัดว่าเขาพบใครบ้าง ส่วน meet with หมายถึง “พบกับใครบางคน” ซึ่งมักเป็นการพบเพื่อพูดคุยหรือร่วมงานกัน เมื่อกรอบเวลาในอดีตหรือในเรื่องชัดเจนแล้ว would + กริยารูปพื้นฐานสามารถใช้บอกสิ่งที่คนคนหนึ่งทำเป็นประจำได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Years ago, during each expedition, the leader would only meet with two trusted guides,” คำว่า would บอกอะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. พฤติกรรมที่เกิดซ้ำหรือเป็นเรื่องปกติในสถานการณ์อดีตนั้น
  2. คำขอให้ผู้นำทางเข้าร่วม
  3. การพบกันที่กำหนดไว้ในอนาคต
ดูคำตอบ

พฤติกรรมที่เกิดซ้ำหรือเป็นเรื่องปกติในสถานการณ์อดีตนั้น

They sent telegrams in Bourbaki's name, วลี

4:04

พวกเขาส่งโทรเลขในชื่อของ Bourbaki

วลี

sent telegrams in Bourbaki's name: ใช้ชื่อเป็นผู้ส่ง

In Bourbaki's name หมายความว่าชื่อหรืออัตลักษณ์ของบูร์บากีถูกใช้เป็นแหล่งที่มาของโทรเลขตามที่ผู้รับเห็น รูปแบบ send something in someone's name หมายถึงส่งสิ่งหนึ่งโดยใช้ชื่อหรืออำนาจของบุคคลนั้น ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าการใช้ชื่อนั้นได้รับอนุญาตหรือไม่ ต้องดูบริบทว่าผู้กระทำเป็นตัวแทนอย่างถูกต้อง หรือใช้ชื่อของอีกฝ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ in someone's name เพื่อสื่อว่า “ใช้ชื่อของนายกเทศมนตรีเป็นผู้ส่งอย่างเป็นทางการ”: The message was sent ____.

ดูคำตอบ

in the mayor's name

announced his daughter's wedding,

4:06

ประกาศงานแต่งงานของลูกสาวเขา

and publicly insulted anyone who doubted his existence. น้ำเสียง/เจตนา

4:08

และด่าทอต่อหน้าสาธารณชนต่อใครก็ตามที่สงสัยในตัวตนของเขา

น้ำเสียง/เจตนา

publicly insulted anyone who doubted his existence: ดูหมิ่นต่อสาธารณะทุกคนที่สงสัยว่าเขามีตัวตนจริง

ในประโยคนี้ publicly insulted หมายถึงการใช้คำพูดโจมตีอย่างเปิดเผย ไม่ใช่เพียงการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อหน้าคนอื่น ส่วน anyone who doubted his existence หมายถึงทุกคนที่ตั้งคำถามว่าเขามีตัวตนจริงหรือไม่ การเล่าว่าผู้ที่สงสัยถูกโจมตีแทนที่จะได้รับคำตอบ ทำให้พฤติกรรมนี้ดูแข็งกร้าวและข่มขู่ โดยทั่วไป โครงสร้าง คำกริยา + anyone who + อนุประโยค ใช้แสดงว่าคนหนึ่งปฏิบัติต่อทุกคนที่ตรงตามเงื่อนไขอย่างไร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดรักษาน้ำหนักของ publicly insulted ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับพวกเขาอย่างสงบต่อสาธารณะ
  2. เขาใช้ถ้อยคำที่ก้าวร้าวโจมตีพวกเขาอย่างเปิดเผย
  3. เขาขอหลักฐานเพิ่มเติมจากพวกเขาเป็นการส่วนตัว
ดูคำตอบ

เขาใช้ถ้อยคำที่ก้าวร้าวโจมตีพวกเขาอย่างเปิดเผย

In 1968,

4:12

ในปี 1968

when they could no longer maintain the ruse, การใช้คำ

4:14

เมื่อพวกเขาไม่สามารถรักษาคำโกหกไว้ได้อีกต่อไป

การใช้คำ

could no longer maintain the ruse: ไม่สามารถรักษากลลวงไว้ได้อีกต่อไป

Could no longer หมายความว่าเมื่อถึงเวลานั้น ความสามารถหรือสถานการณ์เดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่วน maintain the ruse หมายถึงการทำให้การหลอกลวงโดยเจตนาหรือภาพลวงดำเนินต่อไป เพื่อให้คนอื่นยังคงเชื่อ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้บอกถึงช่วงเวลาที่ไม่สามารถดำเนินการหลอกลวงต่อได้อีก โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ could no longer + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเคยเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไปได้แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย maintain ให้ครบถ้วน: Once the evidence appeared, they could no longer ____.

ดูคำตอบ

maintain the ruse

the group ended their joke the only way they could. ไวยากรณ์

4:16

กลุ่มจึงยุติเรื่องตลกของพวกเขาด้วยวิธีเดียวที่ทำได้

ไวยากรณ์

the only way they could: การละวลีกริยาหลังคำกริยาช่วย modal

ใน the only way they could คำว่า could เป็นกริยาช่วย modal และมีการละวลีกริยาที่เข้าใจได้จากข้อความก่อนหน้าไว้ ความหมายเต็มคือ the only way they could end their joke จึงไม่จำเป็นต้องพูด end their joke ซ้ำ การละคำแบบนี้ทำให้ประโยคกระชับ เวลาตีความให้เติมการกระทำที่หายไปจากประโยคเดียวกันหรือบริบทใกล้เคียง และ the only way ยังบอกด้วยว่าไม่มีวิธีอื่นที่ใช้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการละคำที่หมายถึง “ใช้วิธีเดียวที่ฉันทำได้จริง”:I repaired the old chair ____.

ดูคำตอบ

the only way I could

They printed Bourbaki's obituary,

4:20

พวกเขาตีพิมพ์ข่าวมรณกรรมของ Bourbaki

complete with mathematical puns. วลี

4:22

ที่เต็มไปด้วยการเล่นคำทางคณิตศาสตร์

วลี

complete with mathematical puns: การเพิ่มรายละเอียดเสริม

Complete with + คำนาม หมายถึง “มีหรือมาพร้อมกับองค์ประกอบเสริมนั้น” ในที่นี้ complete เป็นคำคุณศัพท์ และวลีนี้เพิ่ม mathematical puns เป็นรายละเอียดเด่นของข่าวมรณกรรม ไม่ได้บรรยายการกระทำที่ทำให้ข่าวมรณกรรมเสร็จสมบูรณ์ เมื่ออยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้สามารถขยายสิ่งของหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึงได้ มักนำเสนอรายละเอียดเสริมเหมือนเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มภาพ และบางครั้งมีน้ำเสียงขำ ๆ ว่า “มีแม้กระทั่งสิ่งนี้”

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “มีคุณสมบัติเสริมนี้มาด้วย”:The toy castle had everything, ____ a working drawbridge.

ดูคำตอบ

complete with

Despite his apparent death, ไวยากรณ์

4:25

แม้ว่าเขาจะดูเหมือนตายไปแล้ว

ไวยากรณ์

Despite his apparent death: despite + นามวลี

Despite ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่อาจทำให้ผลลัพธ์หลังจากนั้นดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้คำนี้เป็นคำบุพบท ดังนั้น his apparent death จึงเป็นนามวลีที่หมายถึง “การที่เขาดูเหมือนจะเสียชีวิตแล้ว” ส่วนเปิดนี้สร้างความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อขัดแย้ง กล่าวคือ แม้จะมีอุปสรรคที่เห็นอยู่ สิ่งหนึ่งก็ยังเกิดขึ้นหรือยังคงเป็นจริงตามที่ประโยคหลักจะกล่าวต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้อง?

  1. Despite of the heavy rain, the game continued.
  2. Despite it was raining heavily, the game continued.
  3. Despite the heavy rain, the game continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the game continued.

the group bearing Bourbaki's name lives on today. โน้ต

4:27

กลุ่มที่ใช้ชื่อ Bourbaki ก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

ไวยากรณ์

group bearing Bourbaki's name: วลี participle หลังคำนาม

bearing Bourbaki's name เป็นวลี present participle ที่วางหลัง group เพื่อระบุว่าหมายถึงกลุ่มใด สามารถขยายเป็นอนุประโยคสัมพันธ์ that bears Bourbaki's name ได้ ในที่นี้ bear หมายถึง “มี ใช้ หรือแสดงชื่อ” ไม่ใช่ “ทน” วลีนี้บอกว่ากลุ่มดังกล่าวใช้หรือมีชื่อ Bourbaki

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present participle ของ bear เพื่อสื่อว่า “แสดงอยู่”: The folder ____ the school logo is on my desk.

ดูคำตอบ

bearing

กริยาวลี

lives on today: ยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ในประโยคนี้ lives on หมายถึง “ยังคงดำรงอยู่หรือยังคงมีอิทธิพล” ประธานคือกลุ่มที่ใช้ชื่อของบูร์บากี วลีนี้จึงบอกว่ากลุ่มหรือสิ่งที่กลุ่มทิ้งไว้ยังคงสืบต่อมาแทนที่จะหายไป today ระบุจุดเวลาที่การสืบต่อนั้นมาถึง กล่าวคือดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน การใช้ live on ในความหมายนี้มักกล่าวถึงประเพณี ความทรงจำ องค์กร เรื่องราว หรืออิทธิพลที่ยังคงอยู่เมื่อเวลาผ่านไป

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ยังคงดำรงอยู่”: The founder is gone, but her vision ____ in the company.

ดูคำตอบ

lives on

Though he's not associated with any single major discovery, ไวยากรณ์

4:30

แม้เขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ใดๆ เพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

Though he's not associated with...: เปิดการยอมรับข้อจำกัดอย่างสมดุล

Though ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่อาจดูเหมือนทำให้ข้อความถัดไปมีน้ำหนักลดลง ส่วนที่เน้นจบด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงเตรียมผู้ฟังให้รอใจความหลักที่จะตามมา He's not associated with any single major discovery หมายความว่าไม่มีการค้นพบครั้งสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ผู้คนเชื่อมโยงกับเขาอย่างชัดเจน any single จำกัดขอบเขตของข้อจำกัดนี้ โดยไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีอิทธิพลหรือไม่ได้สร้างผลงานเลย ถ้อยคำทั้งหมดจึงเป็นการประเมินอย่างสมดุล โดยกล่าวถึงข้อจำกัดก่อน แล้วจึงนำเสนอประเด็นที่สำคัญกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคแสดงการยอมรับข้อจำกัดตอนต้นได้ถูกต้อง ก่อนเสนอประเด็นเชิงบวกหลัก?

  1. Though the library is small, it offers many useful services.
  2. Though the library is small, but it offers many useful services.
  3. Despite the library is small, it offers many useful services.
ดูคำตอบ

Though the library is small, it offers many useful services.

Bourbaki's influence informs much current research, การใช้คำ

4:34

แต่อิทธิพลของ Bourbaki ก็ให้ข้อมูลแก่งานวิจัยในปัจจุบันมากมาย

การใช้คำ

informs much current research: inform ในความหมายว่า “มีอิทธิพลหรือหล่อหลอม”

ในประโยคนี้ informs หมายถึง “มีอิทธิพลต่อหรือช่วยหล่อหลอม” ไม่ใช่ “แจ้งให้ทราบ” วลีนี้บอกว่าอิทธิพลของ Bourbaki ยังคงชี้นำงานวิจัยในปัจจุบันจำนวนมาก เมื่อใช้ในความหมายนี้ ประธานมักเป็นแหล่งที่เป็นนามธรรม เช่น ประสบการณ์ หลักฐาน ประเพณี หรืออิทธิพล ส่วนกรรมอาจเป็นงานวิจัย นโยบาย ความคิด หรือศิลปะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The data informed the team's decision,” คำว่า informed หมายถึงอะไร

  1. แทนที่การตัดสินใจนั้นทั้งหมด
  2. ช่วยหล่อหลอมหรือชี้นำการตัดสินใจนั้น
  3. ส่งข้อความให้การตัดสินใจนั้น
ดูคำตอบ

ช่วยหล่อหลอมหรือชี้นำการตัดสินใจนั้น

and the modern emphasis on formal proofs owes a great deal to his rigorous methods. วลี

4:37

และการให้ความสำคัญกับการพิสูจน์เชิงรูปนัยในยุคสมัยใหม่นั้น เป็นหนี้บุญคุณวิธีการอันเข้มงวดของเขาอย่างมาก

วลี

owes a great deal to his rigorous methods: การระบุแหล่งสำคัญของผลลัพธ์

โครงสร้าง A owes a great deal to B หมายความว่า B เป็นแหล่งสำคัญของความสำเร็จ พัฒนาการ หรือลักษณะของ A ในประโยคนี้ การที่ปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพิสูจน์เชิงรูปแบบได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวิธีการอันเคร่งครัดของเขา a great deal เน้นว่าการมีส่วนร่วมหรืออิทธิพลนั้นมีมาก ส่วน owe ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อระบุอิทธิพลหรือสาเหตุ ไม่ได้หมายถึงหนี้สินทางการเงิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก”: The museum's success ____ its dedicated volunteers.

ดูคำตอบ

owes a great deal to

Nicolas Bourbaki may have been imaginary, ไวยากรณ์

4:43

Nicolas Bourbaki อาจเป็นเพียงจินตนาการ

but his legacy is very real.

4:46

แต่มรดกที่เขาทิ้งไว้นั้นมีอยู่จริงอย่างยิ่ง

ไวยากรณ์

may have been ... but ...: ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนเน้นความแตกต่าง

ในประโยคนี้ may have been imaginary ทำหน้าที่เป็นการยอมรับข้อหนึ่งก่อน กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับว่า Nicolas Bourbaki ไม่ใช่บุคคลที่มีตัวตนจริง รูป perfect อย่าง may have been มองย้อนกลับไปยังสภาพที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้เขาอาจกลายเป็นบุคคลในจินตนาการ but เปลี่ยนจุดเน้นไปยังประเด็นที่ตรงข้ามและสำคัญกว่า นั่นคือมรดกของชื่อนี้ส่งผลจริง โครงสร้าง may have been A, but B ที่นำไปใช้ต่อได้จะยอมรับ A ก่อน แล้วจึงเน้น B

แบบฝึกหัด

เลือกตัวเลือกที่ยอมรับลักษณะในอดีตก่อน แล้วจึงเน้นข้อสรุปที่ตรงข้าม: The story ___ the lesson is useful.

  1. must have been strange, because
  2. may have been strange, but
  3. may be strange, so
ดูคำตอบ

may have been strange, but

For more stories of infamous imposters, การใช้คำ

4:49

หากต้องการฟังเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักต้มตุ๋นชื่อกระฉ่อน

การใช้คำ

infamous imposters: นักแอบอ้างที่เป็นที่รู้จักจากเรื่องไม่ดี

ใน stories of infamous imposters คำว่า infamous ขยายคำว่า imposters โดยหมายความว่าคนเหล่านี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะการกระทำที่ไม่ดีหรือชื่อเสียงที่เลวร้าย ตัวคำนี้มีการประเมินเชิงลบอย่างชัดเจนอยู่แล้ว Imposter คือคนที่แสร้งเป็นบุคคลอื่น หรือแสร้งว่าตนมีตัวตนหรือบทบาทที่จริง ๆ แล้วไม่มี ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับนักแอบอ้างที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการหลอกลวง

แบบฝึกหัด

นักต้มตุ๋นคนหนึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะหลอกคนหลายร้อยคน เลือกคำที่เหมาะสมที่สุด: He was ___ for running a massive scam.

  1. popular
  2. infamous
  3. famous
ดูคำตอบ

infamous

check out this video on one of history's most notorious art forgers,

4:52

ลองชมวิดีโอนี้เกี่ยวกับนักปลอมแปลงงานศิลปะที่อื้อฉาวที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

or this video on Prester John, วัฒนธรรม

4:57

หรือวิดีโอนี้เกี่ยวกับ Prester John

วัฒนธรรม

Prester John: กษัตริย์คริสเตียนในตำนาน

Prester John คือกษัตริย์คริสเตียนในตำนานจากเรื่องเล่าของยุโรปยุคกลาง ไม่ใช่กษัตริย์ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือยืนยันว่ามีตัวตนจริง ในวลีนี้ Prester John เป็นหัวข้อของวิดีโอที่แนะนำไว้ช่วงท้าย แค่รู้ว่าเขาเป็นบุคคลในตำนานที่มีชื่อเสียง ก็เพียงพอที่จะเข้าใจว่าทำไมเขาจึงเข้ากับหัวข้อเกี่ยวกับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่ได้มีตัวตนจริง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกได้ถูกต้องที่สุดว่า Prester John ในคำแนะนำนี้คือใคร

  1. กษัตริย์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเคยปกครองประเทศหนึ่งในยุโรปยุคกลาง
  2. นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ทำวิดีโอเกี่ยวกับผู้ปกครองยุคกลาง
  3. กษัตริย์คริสเตียนในตำนานจากเรื่องเล่าของยุโรปยุคกลาง
ดูคำตอบ

กษัตริย์คริสเตียนในตำนานจากเรื่องเล่าของยุโรปยุคกลาง

the influential king who never actually existed.

5:00

กษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลซึ่งแท้จริงแล้วไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง