วิธีสร้างความมั่นใจในตัวเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
757 คำ 172 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทความนี้เสนอว่า ความมั่นใจเกิดจากการยอมรับความอับอายและความล้มเหลวว่าเป็นประสบการณ์ปกติของมนุษย์ ไม่ใช่จากการพิสูจน์ศักดิ์ศรี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. hold back — กริยาวลี: บรรยายความกลัวหรือความประหม่าที่ขัดขวางการลงมือและทำให้หลีกเลี่ยงความท้าทายหรือโอกาส 2. however important and learned they might be, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างยอมรับข้อเท็จจริง however + คำคุณศัพท์ เพื่อยอมรับสถานะหรือความสามารถโดยไม่เปลี่ยนข้อสรุป 3. give things a go — สำนวนและภาษาภาพพจน์: พูดถึงการลองทำแม้ผลยังไม่แน่นอน และชวนให้ลงมือโดยไม่ปฏิเสธโอกาสล้มเหลว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In well-meaning attempts to boost our confidence วลี

0:00

ในความพยายามด้วยความหวังดีที่จะเพิ่มความมั่นใจของเรา

ahead of challenging moments,

0:02

ก่อนช่วงเวลาที่ท้าทาย

วลี

boost our confidence: เพิ่มความมั่นใจ

ในที่นี้ boost our confidence หมายถึง “ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าเรารับมือกับความท้าทายได้” boost มักใช้กับภาวะนามธรรม เช่น confidence, energy หรือ morale โดยหมายถึงการเพิ่มภาวะนั้น ไม่ใช่การผลักจริง ๆ โครงสร้างคือ boost + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + confidence: boost my confidence, boost your confidence, boost their confidence เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อบอกว่าความมั่นใจของใครเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่ใช้ boost จากบทเรียน โดยใช้ your: A little practice can ____ before a performance.

ดูคำตอบ

boost your confidence

people often try to draw our attention to our strengths, วลี

0:04

ผู้คนมักจะพยายามดึงความสนใจของเราไปที่จุดแข็ง

วลี

draw our attention to: ตั้งใจชี้นำความสนใจ

draw our attention to หมายถึง “ตั้งใจทำให้เราสังเกตหรือมุ่งความสนใจไปที่บางสิ่ง” ในที่นี้ our strengths คือสิ่งที่ถูกเน้น ส่วน draw ไม่ได้หมายถึงการวาดรูป โครงสร้างคือ draw + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + attention + to + คำนามหรือแนวคิด คำแสดงความเป็นเจ้าของหน้า attention บอกว่าความสนใจของใครกำลังถูกชี้นำ และ to ใช้นำหน้าสิ่งที่ต้องการให้สังเกต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย draw ... attention to โดยใช้ our: The guide used a red arrow to ____ the safety warning.

ดูคำตอบ

draw our attention to

our intelligence,

0:07

ความฉลาดของเรา

our competence,

0:08

ความสามารถของเรา

our experience.

0:10

ประสบการณ์ของเรา

But this can, curiously, have some awkward consequences.

0:11

แต่น่าแปลกที่สิ่งนี้สามารถนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าอึดอัดใจได้

There's a type of under-confidence

0:15

มีความไม่มั่นใจประเภทหนึ่ง

that arises specifically when we grow too attached to our own dignity วลี

0:17

ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเรายึดติดกับศักดิ์ศรีของตนเองมากเกินไป

and become anxious around any situation that might seem to threaten it.

0:22

และรู้สึกวิตกกังวลกับสถานการณ์ใดๆ ที่อาจดูเหมือนจะคุกคามมัน

วลี

grow too attached to: ค่อย ๆ ยึดติดมากเกินไป

ใน grow too attached to our own dignity คำว่า grow หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” ไม่ใช่ “โตขึ้นทางร่างกาย” ส่วน attached to หมายถึงความผูกพันทางอารมณ์หรือทางความคิดอย่างมากต่อบางสิ่ง Too ทำให้ความผูกพันนั้นมีความหมายว่ามากเกินไปและสื่อว่าอาจเกิดผลเสีย โครงสร้าง grow + คำคุณศัพท์แสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา และ attached ต้องตามด้วย to ก่อนสิ่งที่ผูกพันด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ยึดติดมากเกินไป”: Over time, Maya began to ____ her public image and worried about every comment.

ดูคำตอบ

grow too attached to

We hold back from challenges กริยาวลี

0:27

เราถอยห่างจากความท้าทาย

in which there's any risk of ending up looking ridiculous, กริยาวลี

0:29

ที่มีความเสี่ยงใดๆ ที่จะลงเอยด้วยการดูน่าขัน

กริยาวลี

hold back: ยับยั้งตัวเองไม่ให้ลงมือทำ

ในที่นี้ hold back หมายถึงการยับยั้งตัวเองไม่ให้ลงมือทำอย่างเต็มที่ เพราะความกลัวหรือความสงสัยทำให้ลังเล ไม่ได้หมายถึงการถอยหลังจริง ๆ แต่หมายถึงการหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการตอบสนองต่อความท้าทาย Hold back ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หรือใช้ตามด้วย from + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุการกระทำที่หลีกเลี่ยง เช่น hold back from speaking

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hold back ในความหมายว่า “ยับยั้งตัวเองไม่ให้ลงมือทำเพราะกลัวหรือสงสัย”?

  1. Fear of making a mistake made Nina hold back during the audition.
  2. Nina held back a laugh when the actor slipped.
  3. A rope held the curtain back during the rehearsal.
ดูคำตอบ

Fear of making a mistake made Nina hold back during the audition.

กริยาวลี

ending up looking ridiculous: ใช้ end up + -ing บอกผลลัพธ์สุดท้าย

end up + -ing ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากเหตุการณ์ดำเนินไป โดยเฉพาะผลที่ไม่ได้วางแผนหรือไม่ต้องการ ในที่นี้ ending up looking ridiculous หมายถึงการรับความท้าทายอาจทำให้สุดท้ายแล้วคนคนนั้นดูน่าขัน โครงสร้างพื้นฐานคือ end up + -ing เช่น end up looking เนื่องจากทั้งวลีตามหลัง risk of คำว่า end จึงอยู่ในรูป -ing ด้วย: risk of ending up... ในที่นี้ look + คำคุณศัพท์แปลว่า “ดูเหมือน” ไม่ใช่ “มอง”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ end up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Because of the delay, we ____ waiting for two hours.

ดูคำตอบ

ended up

which comprises, of course,

0:33

ซึ่งแน่นอนว่าประกอบไปด้วย

almost all the most interesting situations.

0:35

สถานการณ์ที่น่าสนใจที่สุดเกือบทั้งหมด

In a foreign city,

0:38

ในต่างเมือง

we might grow reluctant to ask anyone วลี

0:40

เราอาจรู้สึกลังเลที่จะถามใครก็ตาม

to guide us to the nice bars

0:41

ให้ช่วยนำทางเราไปยังบาร์ดีๆ

วลี

grow reluctant to: ความเต็มใจที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

grow + คำคุณศัพท์ สามารถหมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” ใน grow reluctant to คำว่า reluctant บอกว่าความเต็มใจลดลง ส่วน to นำหน้าการกระทำที่คนคนนั้นค่อย ๆ ไม่อยากทำ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นทำไม่ได้หรือปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่แสดงการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติ คือเมื่อเวลาผ่านไป คนคนนั้นรู้สึกอยากทำน้อยลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ค่อย ๆ ไม่อยากพูดในการประชุมมากขึ้น?

  1. Maya refuses to speak in meetings.
  2. Maya grows reluctant to speak in meetings.
  3. Maya is reluctant to speak in meetings.
ดูคำตอบ

Maya grows reluctant to speak in meetings.

because they might think us

0:43

เพราะพวกเขาอาจคิดว่าเราเป็น

an ignorant,

0:44

นักท่องเที่ยวที่เพิกเฉย

pitiable,

0:45

น่าเวทนา

lost tourist.

0:46

และหลงทาง

We might long to kiss someone,

0:48

เราอาจจะอยากจูบใครสักคน

but never let on กริยาวลี

0:49

แต่ไม่เคยแสดงออก

out of a fear that they could dismiss us วลี

0:51

เพราะกลัวว่าพวกเขาจะปฏิเสธเรา

as a predatory loser.

0:52

ในฐานะผู้แพ้ที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ

กริยาวลี

never let on: ซ่อนสิ่งที่รู้สึกหรือรู้มา

ในประโยคนี้ never let on หมายถึง “ไม่แสดงหรือเปิดเผยความรู้สึกนั้นเลย” ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ซึ่งก็คือความอยากจูบใครสักคน เข้าใจได้จากข้อความก่อนหน้าอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีกรรม Let on เป็นกริยาวลี ไม่ใช่การนำ let มารวมกับ on ที่บอกตำแหน่งตามความหมายปกติ ใช้เมื่อใครบางคนทำให้คนอื่นรับรู้ความลับ ความรู้สึก หรือข้อเท็จจริง ซึ่งมักเป็นการเผยออกมาทางอ้อม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนั้น”: Mia knew about the surprise party, but she ____ until the guests arrived.

ดูคำตอบ

never let on

วลี

out of a fear that ...: บอกว่าความกลัวเป็นแรงจูงใจ

ในประโยคนี้ out of a fear that นำเสนอเหตุผลที่ไม่เคยเปิดเผยความรู้สึก กล่าวคือ บุคคลนั้นจินตนาการว่าตนอาจถูกปฏิเสธและจึงเงียบเพราะความกลัวนั้น โครงสร้างคือ การกระทำ + out of a fear that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ ในที่นี้ out of หมายถึง “ถูกผลักดันด้วย” ไม่ใช่การเคลื่อนออกมาจากข้างในสถานที่ วลีนี้แสดงว่าความกลัวเป็นแรงผลักดันทางจิตใจที่อยู่เบื้องหลังการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่แสดงว่าความกลัวเป็นแรงจูงใจ: Leo did not share his drawing ____ his friends might laugh at him.

ดูคำตอบ

out of a fear that

วลี

dismiss someone as + ป้ายเชิงลบ

รูปแบบ “dismiss someone as + label” หมายถึงการตัดสินว่าคนนั้นเป็นเพียงคนประเภทหนึ่งและจึงไม่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างจริงจัง ในประโยคนี้ “as a predatory loser” คือป้ายเชิงลบที่ถูกนำไปติดให้กับ “us” ตรงนี้ dismiss ไม่ได้หมายถึงการไล่คนออกจากงาน โครงสร้างนี้แสดงการตัดสินที่ลดทอนคนคนหนึ่งให้เหลือเพียงป้ายเดียว ซึ่งมักเป็นการตัดสินอย่างรวดเร็วหรือไม่ยุติธรรม

แบบฝึกหัด

เรียง “dismiss”, “the candidate” และ “as” ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: It would be unfair to ____ unqualified before the interview.

ดูคำตอบ

dismiss the candidate as

Or at work,

0:54

หรือที่ทำงาน

we don't apply for a promotion วลี

0:55

เราไม่ยื่นขอเลื่อนตำแหน่ง

in case the senior management deems us ไวยากรณ์

0:57

ในกรณีที่ผู้บริหารระดับสูงอาจมองว่าเรา

delusionally arrogant.

0:59

เย่อหยิ่งจนหลงผิด

วลี

apply for a promotion: ยื่นขอเลื่อนตำแหน่ง

“Apply for a promotion” หมายถึงการยื่นคำขออย่างเป็นทางการเพื่อให้ได้รับการพิจารณาสำหรับตำแหน่งที่สูงขึ้นในที่ทำงาน promotion ในที่นี้หมายถึงการเลื่อนไปสู่ระดับหรือตำแหน่งที่สูงขึ้น ไม่ใช่การโฆษณาสินค้า โครงสร้างคือ apply for + โอกาสหรือตำแหน่ง เช่น apply for a job, a scholarship หรือ a promotion บุพบท for ใช้นำสิ่งที่ต้องการได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย “apply for” และคำนามในบริบทการทำงานที่หมายถึงการเลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น: After three successful years on the team, Nina decided to ____.

ดูคำตอบ

apply for a promotion

ไวยากรณ์

in case: ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นซึ่งอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจอย่างระมัดระวัง

in case นำเข้าสู่ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและเป็นเหตุให้ผู้พูดใช้มาตรการป้องกันหรือตัดสินใจอย่างระมัดระวัง ในที่นี้ ความกังวลว่าผู้บริหารระดับสูงอาจมองว่าพวกเขาหยิ่งเป็นเหตุให้พวกเขาไม่สมัครขอเลื่อนตำแหน่ง ไม่ได้หมายความว่าการประเมินนั้นเกิดขึ้นจริง วลีนี้นำเสนอการประเมินดังกล่าวว่าเป็นความเสี่ยงที่พวกเขาต้องการหลีกเลี่ยง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเก็บสำเนาไว้ตอนนี้เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  1. I keep a copy in case the file disappears.
  2. I keep a copy because the file disappeared.
  3. I will keep a copy if the file disappears.
ดูคำตอบ

I keep a copy in case the file disappears.

ไวยากรณ์

deems us delusionally arrogant: deem + กรรม + คำคุณศัพท์

Deem เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึงตัดสินหรือมองว่า ในโครงสร้าง deem + กรรม + คำคุณศัพท์ คำคุณศัพท์จะอธิบายกรรม โดย us หมายถึงผู้ที่ถูกประเมิน และ arrogant คือคำประเมินที่มีต่อคนเหล่านั้น Delusionally ขยาย arrogant โดยบอกว่าความหยิ่งที่ถูกกล่าวหานั้นดูห่างไกลจากความเป็นจริงจนเหมือนเป็นความหลงผิด วลีนี้รายงานการประเมินที่ผู้บริหารระดับสูงอาจมี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ใช้ deem + กรรม + คำคุณศัพท์โดยไม่ใส่ as: ใช้ deems us arrogant ไม่ใช่ deems us as arrogant

แบบฝึกหัด

ใช้ deem ในรูปอดีตและโครงสร้างกรรม + คำคุณศัพท์แบบตรงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The inspectors ____. (กรรม: the route; คำคุณศัพท์: unsafe.)

ดูคำตอบ

deemed the route unsafe

In a concerted bid never to look foolish, วลี

1:01

ในความพยายามอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่จะไม่ดูโง่เขลา

we don't venture very far from our cocoon

1:04

เราจึงไม่ออกไปผจญภัยไกลจากพื้นที่ปลอดภัยของเรา

วลี

ความพยายามอย่างตั้งใจที่จะไม่ให้ดูโง่เลย

ในที่นี้ bid หมายถึง “ความพยายาม” ไม่ใช่การเสนอราคา in a bid to do something เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ด้วยความพยายามที่จะทำบางสิ่ง” ส่วน concerted บอกว่าความพยายามนั้นมีการวางแผนและมุ่งมั่น และในที่นี้อาจสื่อด้วยว่ากลุ่มที่เรียกว่า we พยายามร่วมกัน never ขยาย infinitive to look เป้าหมายจึงเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ดูโง่ในทุกเวลา ส่วนเปิดทั้งหมดจึงนำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นผลจากความพยายามอย่างตั้งใจที่จะปกป้องตนเองจากความอับอาย

แบบฝึกหัด

ส่วนเปิดที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ดูโง่ในทุกเวลา
  2. เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะดูโง่
  3. ขณะกำลังเสนอราคาที่จะไม่มีวันดูโง่
ดูคำตอบ

ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ดูโง่ในทุกเวลา

and thereby,

1:07

และด้วยเหตุนี้

from time to time at least,

1:08

อย่างน้อยก็ในบางครั้ง

miss out on the best opportunities of our lives. กริยาวลี

1:09

เราจึงพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตไป

กริยาวลี

miss out on: พลาดโอกาสหรือประสบการณ์

miss out on หมายถึงการไม่ได้รับ ไม่ได้เพลิดเพลิน หรือไม่ได้เข้าร่วมสิ่งที่มีคุณค่าหรือน่าพอใจ ซึ่งมักเกิดจากการไม่ลงมือทำหรือไม่เข้าร่วม ในที่นี้ การอยู่ใน “รังไหม” ที่ปลอดภัยนำไปสู่การสูญเสียโอกาสอันมีค่า โครงสร้างคือ miss out on + คำนามหรือรูป -ing เช่น miss out on an opportunity และ miss out on meeting new people คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของ phrasal verb นี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ miss out on อย่างถูกต้องในความหมายว่าเสียโอกาสที่จะเพลิดเพลินหรือได้รับประโยชน์จากบางสิ่ง

  1. I left late and missed out on the bus.
  2. If you skip the trip, you may miss out on a great experience.
  3. I miss out on my sister while she is away.
ดูคำตอบ

If you skip the trip, you may miss out on a great experience.

At the heart of our under-confidence ไวยากรณ์

1:13

หัวใจสำคัญของความไม่มั่นใจของเรา

is a skewed picture of how dignified

1:15

คือภาพที่บิดเบี้ยวว่าบุคคลหนึ่ง

it is normal for a person to be.

1:18

ควรจะมีศักดิ์ศรีมากเพียงใดจึงจะถือเป็นเรื่องปกติ

ไวยากรณ์

At the heart of ... is ...: “หัวใจสำคัญของ…คือ…”

At the heart of X is Y หมายความว่า Y คือสาเหตุหลักหรือความจริงที่สำคัญที่สุดภายใน X ในที่นี้ X คือ our under-confidence และ Y คือ a skewed picture ส่วน heart เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอวัยวะจริง ๆ ประโยคนี้วาง At the heart of our under-confidence ไว้ข้างหน้าเพื่อกำหนดหัวข้อ แล้วจึงเปิดเผยใจความหลักหลัง is ประธานทางไวยากรณ์อยู่หลังคำกริยา ดังนั้น is จึงสอดคล้องกับ a skewed picture ถ้าประธานที่ตามมาเป็นพหูพจน์ ให้ใช้ are: At the heart of the problem are two false assumptions.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง At the heart of ... is: ____ the team's repeated delays ____ a shortage of trained staff.

ดูคำตอบ

At the heart of · is

We imagine that it might be possible,

1:20

เราจินตนาการว่ามันอาจเป็นไปได้

after a certain age,

1:22

หลังจากผ่านช่วงอายุหนึ่ง

to place ourselves beyond mockery. สำนวน

1:24

ที่จะทำให้ตัวเราเองอยู่เหนือการเยาะเย้ย

สำนวน

place ourselves beyond mockery: ทำให้ตัวเองอยู่เหนือการถูกเยาะเย้ย

To place oneself beyond mockery หมายถึงการไปถึงสถานะที่คำเยาะเย้ยของผู้อื่นไม่สามารถแตะต้องหรือส่งผลต่อเราได้อีก Beyond แสดงถึงการอยู่นอกขอบเขตของพลังเชิงนามธรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการย้ายตำแหน่งจริง ในประโยคนี้ แนวคิดคือการมีอายุถึงจุดหนึ่งอาจทำให้คนไม่ต้องได้รับผลจากการถูกหัวเราะเยาะ ถ้อยคำนี้นำเสนอการพ้นจากคำเยาะเย้ยว่าเป็นสิ่งที่จินตนาการไว้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายประโยคนี้ได้ดีที่สุด: No amount of success can place a person beyond criticism?

  1. ความสำเร็จไม่สามารถทำให้ใครคนหนึ่งพ้นจากคำวิจารณ์ได้อย่างสมบูรณ์
  2. ความสำเร็จสอนให้คนคนหนึ่งรู้วิธีวิจารณ์ทุกคน
  3. ความสำเร็จย้ายคำวิจารณ์ไปยังสถานที่จริงที่อยู่ห่างไกล
ดูคำตอบ

ความสำเร็จไม่สามารถทำให้ใครคนหนึ่งพ้นจากคำวิจารณ์ได้อย่างสมบูรณ์

We trust that it's an option

1:27

เราเชื่อว่ามันเป็นทางเลือก

to lead a good life

1:28

ที่จะมีชีวิตที่ดี

without regularly making a complete idiot of ourselves. สำนวน

1:30

โดยไม่ต้องทำตัวเป็นคนงี่เง่าโดยสมบูรณ์อยู่เป็นประจำ

สำนวน

making a complete idiot of ourselves: ทำให้ตัวเราเองดูโง่อย่างสิ้นเชิง

Make an idiot of oneself หมายถึงการประพฤติตัวในแบบที่ทำให้ตนเองดูโง่มากและรู้สึกอับอาย โครงสร้างคือ make + an idiot + of + คำสรรพนามสะท้อนกลับ โดยคำสรรพนามจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I ... myself, she ... herself, we ... ourselves ในประโยคนี้ complete ทำให้คำวิจารณ์รุนแรงขึ้น ส่วน ourselves รวมทั้งผู้พูดและคนอื่น ๆ สำนวนนี้มองความผิดพลาดที่น่าอับอายว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิต ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนใครสักคนให้กลายเป็นคนโง่ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

Maya เล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมสามครั้งเพราะลืมว่าเล่าไปแล้ว ประโยคใดใช้สำนวนนี้ได้ถูกต้อง

  1. She made a complete idiot of ourselves.
  2. She made a complete idiot of herself.
  3. She made herself of a complete idiot.
  4. She made a complete idiot from herself.
ดูคำตอบ

She made a complete idiot of herself.

One of the most charming books

1:34

หนึ่งในหนังสือที่มีเสน่ห์ที่สุด

ever written in early modern Europe

1:36

ที่เคยเขียนขึ้นในยุโรปสมัยใหม่ตอนต้น

is called In Praise of Folly วัฒนธรรม

1:38

มีชื่อว่า In Praise of Folly

by the Dutch scholar and philosopher Erasmus.

1:40

โดยนักวิชาการและนักปรัชญาชาวดัตช์ชื่อ Erasmus

วัฒนธรรม

In Praise of Folly ผลงานของ Erasmus

In Praise of Folly เป็นหนังสือเสียดสีของ Erasmus นักวิชาการและนักปรัชญาชาวดัตช์ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ชื่อเรื่องทำให้ Folly ซึ่งหมายถึงความเขลาของมนุษย์ ดูเหมือนเป็นตัวละครที่พูดได้ ดังนั้น praise จึงมีความหมายเชิงประชด ไม่ใช่การเห็นชอบกับพฤติกรรมโง่เขลาอย่างตรงไปตรงมา การอ้างถึงผลงานนี้ช่วยสนับสนุนข้อโต้แย้งด้วยข้อมูลทางประวัติศาสตร์ นักคิดที่ได้รับความเคารพนำความเขลามาเป็นหัวข้อสำคัญเพราะมันพบได้ทั่วไปในชีวิตมนุษย์ Folly ในที่นี้เป็นหัวข้อและสิ่งที่ถูกทำให้มีลักษณะเหมือนบุคคล ไม่ใช่คำดูถูกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายชื่อหนังสือและผู้เขียนที่เน้นไว้ได้ดีที่สุด

  1. Erasmus เป็นตัวละครคนโง่ที่ผู้เขียนนิรนามกล่าวยกย่อง
  2. In Praise of Folly เป็นชื่อโรงเรียนในเนเธอร์แลนด์ที่ Erasmus ก่อตั้ง
  3. In Praise of Folly เป็นคำดูถูกโดยตรงที่นักเขียนคนอื่นใช้กับ Erasmus
  4. In Praise of Folly เป็นงานเสียดสีของ Erasmus นักวิชาการและนักปรัชญาชาวดัตช์
ดูคำตอบ

In Praise of Folly เป็นงานเสียดสีของ Erasmus นักวิชาการและนักปรัชญาชาวดัตช์

In its pages,

1:44

ในหน้ากระดาษเหล่านั้น

Erasmus advances a hugely liberating argument. วลี

1:45

Erasmus ได้เสนอข้อโต้แย้งที่ปลดแอกได้อย่างมหาศาล

วลี

advance an argument: เสนอและพัฒนาข้อโต้แย้ง

ในประโยคนี้ advances an argument หมายถึงการเสนอข้ออ้างแล้วพัฒนาต่อเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายอย่างมีเหตุผล advances เป็นคำกริยา และ a hugely liberating argument เป็นกรรมของคำกริยานั้น advance ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรม คือทำให้แนวคิดเดินหน้าเพื่อให้ผู้อื่นพิจารณา ไม่ได้หมายถึงคนเดินหน้าในพื้นที่ สำนวนทางการที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ advance an argument

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ advance an argument ในความหมายว่า “เสนอและพัฒนาข้ออ้าง”

  1. The article advances an argument for starting school later.
  2. The publisher pays the writer an advance before the book is finished.
  3. The hikers advance toward the shelter before dark.
ดูคำตอบ

The article advances an argument for starting school later.

In a warm tone,

1:48

ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

he reminds us that everyone,

1:49

เขาเตือนเราว่าทุกคน

however important and learned they might be, ไวยากรณ์

1:51

ไม่ว่าจะมีความสำคัญและมีความรู้มากเพียงใด

is a fool.

1:53

ล้วนเป็นคนโง่

ไวยากรณ์

however + คำคุณศัพท์ + ประธาน + might be: การยอมรับข้อเท็จจริงด้านระดับ

however ในที่นี้ใช้เปิดอนุประโยคยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระดับความมากน้อย However important and learned they might be หมายถึง “ไม่ว่าพวกเขาจะสำคัญและมีความรู้มากเพียงใด” โครงสร้างนี้ยอมรับว่าคนเราอาจมีสถานะหรือความรู้ต่างกันมาก แต่ความต่างนั้นไม่เปลี่ยนใจความหลัก รูปแบบคือ however + คำคุณศัพท์ + ประธาน + might be เนื่องจากอนุประโยคนี้แทรกอยู่หลัง everyone จึงใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นไว้ทั้งสองด้าน learned ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “มีความรู้มาก” ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ learn

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ however, busy และ he ตามรูปแบบแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงแบบเป็นทางการ: ____, Amir always makes time for his little sister.

ดูคำตอบ

However busy he might be

No one is spared,

1:55

ไม่มีใครได้รับการยกเว้น

not even the author.

1:56

แม้แต่ตัวผู้เขียนเอง

However well-schooled he himself was,

1:57

ไม่ว่าเขาเองจะได้รับการศึกษามาดีเพียงใด

Erasmus remained,

1:59

Erasmus ก็ยังคง

he insists,

2:00

เขายืนกรานว่า

as much of a nitwit as anyone else. ไวยากรณ์

2:01

เป็นคนโง่เง่าไม่แพ้ใคร

ไวยากรณ์

as much of a nitwit as anyone else: โง่พอ ๆ กับคนอื่น

โครงสร้าง as much of a + คำนามเอกพจน์ + as ใช้เปรียบเทียบว่าคนคนหนึ่งตรงกับคำเรียกหรือการประเมินนั้นมากเพียงใด ในที่นี้ อีราสมุสบอกว่าตนเป็น nitwit หรือคนที่โง่และผิดพลาดได้ พอ ๆ กับคนอื่น Much หมายถึงระดับของลักษณะที่คำนามสื่อ ไม่ใช่จำนวนคน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be as much of a/an + คำเรียกหรือคำนามประเมิน + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง as...as ที่ใช้คำนามและคำว่า beginner: Although Mia has practiced for months, she still feels ____ anyone else.

ดูคำตอบ

as much of a beginner as

His judgment is faulty,

2:03

การตัดสินใจของเขามีข้อบกพร่อง

his passions get the better of him. สำนวน

2:05

อารมณ์ของเขาเอาชนะเขาได้

สำนวน

get the better of him: เข้าครอบงำเขา

Get the better of someone หมายถึงเอาชนะ กดให้อีกฝ่ายเป็นรอง หรือเข้าควบคุมคนนั้น เมื่อประธานเป็นอารมณ์หรือแรงกระตุ้น จะหมายความว่าความรู้สึกนั้นรุนแรงกว่าวิจารณญาณหรือการควบคุมตนเองของบุคคล ในที่นี้ his passions get the better of him หมายถึงเขาปล่อยให้อารมณ์รุนแรงควบคุมการกระทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ อารมณ์ แรงกระตุ้น คู่ต่อสู้ หรือความยากลำบาก + get the better of + บุคคล

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงความโกรธกำลังเริ่มเอาชนะการควบคุมตนเองของลีโอ: When Leo felt his anger starting to ____, he took a slow breath.

ดูคำตอบ

get the better of him

He is prey to superstition สำนวน

2:07

เขาตกเป็นเหยื่อของความเชื่อโชคลาง

and irrational fear.

2:08

และความกลัวที่ไร้เหตุผล

สำนวน

be prey to superstition and irrational fear: ตกอยู่ใต้อิทธิพลของความงมงายและความกลัวที่ไร้เหตุผล

ในโครงสร้าง be prey to + คำนาม คำว่า prey ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคนที่อ่อนแอต่อหรือถูกสิ่งที่เป็นอันตรายควบคุม ไม่ได้หมายความว่าเป็นสัตว์ที่กำลังถูกล่า ในประโยคนี้ ความงมงายและความกลัวที่ไร้เหตุผลคือพลังที่เป็นอันตรายและควบคุมเขา สำนวนนี้เน้นว่าเขาควบคุมอิทธิพลเหล่านั้นไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ be prey to ลงในประโยค: During the emergency, with no reliable information, he ____ panic and wild rumors.

ดูคำตอบ

was prey to

He's shy whenever he has to meet new people.

2:09

เขาขี้อายทุกครั้งที่ต้องพบปะผู้คนใหม่ๆ

He drops things at elegant dinners.

2:12

เขาทำของตกในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่หรูหรา

This is deeply cheering,

2:14

นี่เป็นสิ่งที่น่าให้กำลังใจอย่างยิ่ง

for it means that our own repeated idiocies

2:16

เพราะมันหมายความว่าความโง่เขลาซ้ำๆ ของเราเอง

don't have to exclude us from the best company.

2:19

ไม่จำเป็นต้องกันเราออกจากกลุ่มคนที่ดีที่สุด

Looking like a prick,

2:22

การดูเหมือนคนงี่เง่า

making blunders,

2:23

การทำผิดพลาดครั้งใหญ่

and doing bizarre things in the night

2:24

และการทำเรื่องแปลกประหลาดในตอนกลางคืน

doesn't render us unfit for society. ไวยากรณ์

2:26

ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่ไม่เหมาะสมกับสังคม

ไวยากรณ์

render + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์

ในโครงสร้าง render + กรรม + คำคุณศัพท์ คำว่า render หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของกลายเป็นหรือคงอยู่ในสภาวะหนึ่ง ในที่นี้ us เป็นกรรม และ unfit เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บอกผลการตัดสิน ข้อความนี้บอกว่าการกระทำเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ผู้พูดไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในสังคม render ในความหมายนี้ใช้บอกการทำให้เกิดสภาวะ ไม่ได้หมายถึงการแปล การวาด หรือการผลิตสิ่งใดด้วยวิธีดิจิทัล

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตที่ถูกต้องของ render ลงในประโยค: The power cut ____ the security system useless.

ดูคำตอบ

rendered

It just makes us a bit more like

2:29

มันแค่ทำให้เรามีความคล้ายคลึงขึ้นอีกนิด

the greatest scholar

2:31

กับนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด

of the Northern European Renaissance.

2:32

แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในยุโรปเหนือ

There's a similarly uplifting message

2:35

มีข้อความที่ให้กำลังใจในทำนองเดียวกัน

to be pulled from the work of Pieter Bruegel. วัฒนธรรม

2:37

ที่สามารถดึงออกมาจากผลงานของ Pieter Bruegel

His central work,

2:39

ผลงานชิ้นเอกของเขา

The Dutch Proverbs,

2:40

The Dutch Proverbs

presents a comically disenchanted view

2:42

นำเสนอมุมมองที่หมดความลุ่มหลงอย่างตลกขบขัน

of human nature.

2:44

เกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์

วัฒนธรรม

ปีเตอร์ บรูเกล และ สุภาษิตเนเธอร์แลนด์

ปีเตอร์ บรูเกลเป็นจิตรกรจากดินแดนเนเธอร์แลนด์ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 The Dutch Proverbs เป็นชื่อภาพวาด ไม่ใช่หนังสือรวบรวมสุภาษิต ภาพวาดนี้เต็มไปด้วยผู้คนในหมู่บ้านที่แสดงสุภาษิตออกมาเป็นการกระทำ ดังนั้นการกระทำประหลาดที่กล่าวถึงต่อมาจึงไม่ใช่มุกที่ใส่มาแบบสุ่ม แต่เป็นมุกเชิงภาพเกี่ยวกับความเขลาของมนุษย์ที่เกิดซ้ำอยู่เสมอ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายชื่อที่อ้างถึงในประโยคได้ดีที่สุด

  1. The Dutch Proverbs คือภาพยนตร์ตลกสมัยใหม่ และ Pieter Bruegel คือนักแสดงนำ
  2. Pieter Bruegel คือตัวละครสมมติที่รวบรวมคำกล่าวไว้ในหนังสือชื่อ The Dutch Proverbs
  3. Pieter Bruegel คือจิตรกร และ The Dutch Proverbs คือภาพวาดที่เปลี่ยนสุภาษิตให้เป็นฉากชวนขำเกี่ยวกับความเขลาของมนุษย์
ดูคำตอบ

Pieter Bruegel คือจิตรกร และ The Dutch Proverbs คือภาพวาดที่เปลี่ยนสุภาษิตให้เป็นฉากชวนขำเกี่ยวกับความเขลาของมนุษย์

Everyone,

2:45

ทุกคน

he suggests,

2:46

เขาชี้แนะว่า

is pretty much deranged.

2:47

ค่อนข้างจะเสียสติกันทั้งนั้น

Here's a man throwing his money into the river.

2:49

นี่คือชายคนหนึ่งกำลังโยนเงินของเขาลงไปในแม่น้ำ

There's a soldier squatting on the fire

2:51

ตรงนั้นมีทหารนั่งยองๆ อยู่บนกองไฟ

and burning his trousers.

2:53

และเผากางเกงของตัวเอง

Someone is intently bashing his head against a brick wall. สำนวน

2:54

บางคนกำลังตั้งใจเอาหัวโขกกำแพงอิฐ

สำนวน

ความหมายตามตัวอักษรและเชิงเปรียบเทียบของ bashing his head against a brick wall

bash your head against a brick wall สามารถบรรยายการเอาศีรษะโขกกำแพงอย่างรุนแรงจริง ๆ ซึ่งเป็นการกระทำที่อันตราย นอกจากนี้ยังชวนให้นึกถึงสำนวน bang or beat your head against a brick wall ซึ่งหมายถึงการพยายามทำสิ่งที่ไม่ได้ผลซ้ำ ๆ จนรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นและแทบไม่มีโอกาสก้าวหน้า ในที่นี้ ตัวละครในภาพกำลังทำเช่นนั้นจริง ๆ อารมณ์ขันเกิดจากการทำให้เราเห็นภาพทางกายภาพที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดคุ้นเคยเรื่องความพยายามที่สูญเปล่า

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: "In the painting, someone is bashing his head against a brick wall." เหตุใดภาพนี้จึงอาจดูตลก

  1. ภาพนี้แสดงคนที่กำลังซ่อมกำแพงที่เสียหายอย่างระมัดระวัง
  2. ภาพนี้แสดงการกระทำตามตัวอักษรที่อยู่เบื้องหลังสำนวนเกี่ยวกับความพยายามซ้ำ ๆ ที่ไร้ผล
  3. ภาพนี้สื่อว่างานยากทุกอย่างจะประสบความสำเร็จในที่สุด
ดูคำตอบ

ภาพนี้แสดงการกระทำตามตัวอักษรที่อยู่เบื้องหลังสำนวนเกี่ยวกับความพยายามซ้ำ ๆ ที่ไร้ผล

Someone else is biting a pillar.

2:57

อีกคนหนึ่งกำลังกัดเสา

Importantly, ลำดับความ

3:00

สิ่งสำคัญคือ

the painting is not an attack

3:00

ภาพวาดนี้ไม่ใช่การโจมตี

on just a few unusually awful people.

3:02

คนที่เลวร้ายอย่างผิดปกติเพียงไม่กี่คน

It's a picture of parts of all of us.

3:05

แต่มันเป็นภาพสะท้อนชิ้นส่วนของพวกเราทุกคน

ลำดับความ

Importantly: ไม่ใช่การโจมตีคนเพียงไม่กี่คน แต่เป็นภาพสะท้อนของเราทุกคน

Importantly ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าผู้เขียนกำลังจะแก้ความเข้าใจผิดที่สำคัญ ประโยคแรกปฏิเสธการตีความที่แคบ กล่าวคือ ภาพวาดนี้ไม่ได้วิจารณ์เฉพาะคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่เลวร้ายเป็นพิเศษเท่านั้น ประโยคถัดมาให้การตีความที่ผู้เขียนต้องการ A picture of parts of all of us หมายถึงทั้งภาพวาดจริงและภาพแทนเชิงเปรียบเทียบของแนวโน้มที่โง่เขลาซึ่งทุกคนอาจมีร่วมกัน การเรียบเรียงข้อมูลจึงเปลี่ยนจาก “ไม่ใช่ข้ออ้างที่จำกัดนี้” ไปเป็น “แต่เป็นข้ออ้างที่กว้างกว่านี้”

แบบฝึกหัด

หลังจากประโยคแรก “It's a picture of parts of all of us” ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าภาพวาดเป็นเพียงภาพที่เป็นกลางและไม่มีการวิจารณ์ใด ๆ
  2. ขยายสารจากคนเลวร้ายเพียงไม่กี่คนไปสู่แนวโน้มที่ทุกคนมีร่วมกัน
  3. ระบุว่าคนเลวร้ายแต่ละคนในภาพคือใคร
ดูคำตอบ

ขยายสารจากคนเลวร้ายเพียงไม่กี่คนไปสู่แนวโน้มที่ทุกคนมีร่วมกัน

Bruegel and Erasmus's work proposes

3:07

ผลงานของ Bruegel และ Erasmus นำเสนอว่า

that the way to greater confidence ลำดับความ

3:10

หนทางสู่ความมั่นใจที่มากขึ้น

isn't to reassure ourselves of our own dignity.

3:12

ไม่ใช่การพยายามยืนยันกับตัวเองถึงศักดิ์ศรีของเราเอง

It's to grow at peace

3:15

แต่เป็นการเติบโตอย่างสงบสุข

with the inevitable nature of our ridiculousness.

3:16

ไปพร้อมกับธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของความน่าขันของเรา

ลำดับความ

the way to greater confidence isn't X. It's Y.: ปฏิเสธ X แล้วเสนอ Y

โครงสร้าง the way to A isn't X. It's Y. ปฏิเสธวิธีแก้ปัญหาที่คนอาจคาดไว้ก่อน แล้วจึงแทนที่ด้วยข้อเสนอที่แท้จริงของผู้เขียน การแก้ความเข้าใจอย่างชัดเจนนี้ทำให้ติดตามความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดได้ง่าย ในที่นี้ X คือการย้ำให้ตัวเองมั่นใจว่าเรามีศักดิ์ศรี ส่วน Y คือการค่อย ๆ ยอมรับอย่างสงบว่าทุกคนอาจดูน่าขันในบางครั้ง at peace with หมายถึงการยอมรับเรื่องนี้โดยไม่รู้สึกอับอายอยู่ตลอด ไม่ได้หมายถึงการเกลียดหรือดูถูกตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแก้ความเข้าใจ isn't X. It's Y. ให้ครบถ้วน: The way to handle criticism ____ to deny every mistake. ____ to listen and improve.

ดูคำตอบ

isn't · It's

We are idiots now. ลำดับความ

3:19

ตอนนี้เราคือคนงี่เง่า

We've been idiots in the past,

3:21

เราเคยเป็นคนงี่เง่าในอดีต

and we will be idiots again in the future.

3:23

และเราก็จะเป็นคนงี่เง่าอีกในอนาคต

ลำดับความ

ตอนนี้เป็น… ... ในอดีตเคยเป็น… ... ในอนาคตจะเป็น…

ประโยคนี้เรียงกรอบเวลาสามช่วงในโครงสร้างที่ขนานกัน โดย are ... now กล่าวถึงปัจจุบัน have been ... in the past ย้อนมองประสบการณ์ก่อนหน้าที่เชื่อมโยงกับประเด็นปัจจุบันของผู้พูด และ will be ... in the future มุ่งไปยังอนาคต ผู้พูดเริ่มจากตอนนี้ ย้อนกลับไปมองอดีต แล้วจึงเคลื่อนไปสู่อนาคต ทำให้คำกล่าวดูกว้างและหนักแน่น การกล่าวซ้ำว่า idiots เป็นการวิจารณ์ตนเองแบบรวมกลุ่มอย่างมีอารมณ์ขัน หมายความว่าคนเราอาจทำเรื่องโง่ ๆ ได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่การตัดสินสติปัญญาอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ การเปลี่ยนจาก are ไปเป็น have been แล้วเป็น will be มีผลหลักอย่างไร

  1. ประโยคนี้แก้ไขวันที่ของเหตุการณ์เดียวที่จบไปแล้ว
  2. ประโยคนี้ให้ความหมายของ idiots สามความหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. ประโยคนี้นำเสนอความโง่ในปัจจุบัน อดีต และอนาคตเพื่อเน้นย้ำ
ดูคำตอบ

ประโยคนี้นำเสนอความโง่ในปัจจุบัน อดีต และอนาคตเพื่อเน้นย้ำ

And that's okay.

3:25

และนั่นก็ไม่เป็นไร

There aren't any other available options

3:26

ไม่มีตัวเลือกอื่นใดอีก

for human beings to be.

3:29

สำหรับความเป็นมนุษย์

Once we learn to see ourselves ไวยากรณ์

3:31

เมื่อเราเรียนรู้ที่จะมองตัวเอง

as already and by nature foolish,

3:32

ว่าเป็นคนโง่เขลามาตั้งแต่ต้นและโดยธรรมชาติแล้ว

ไวยากรณ์

มองว่าตัวเราเองโง่อยู่แล้วโดยธรรมชาติ

ในโครงสร้าง see + object + as + complement คำว่า see หมายถึงมองว่าเป็นหรือเข้าใจว่าเป็น ไม่ใช่มองด้วยตา ในที่นี้ ourselves เป็นกรรมสะท้อนกลับ เพราะคนที่กำลังเรียนรู้กับคนที่ถูกประเมินคือคนกลุ่มเดียวกัน ส่วน foolish เป็นส่วนเติมเต็มที่บรรยายคนเหล่านั้น คำว่า already และ by nature ทำให้การตัดสินนี้หนักแน่นขึ้น โดยนำเสนอว่าความโง่มีอยู่ก่อนแล้วและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดครั้งใหม่เพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้ see + object + as + complement เติมประโยคให้สมบูรณ์: At first, Leo felt out of place, but soon he began to ____ a real member of the team.

ดูคำตอบ

see himself as

it really doesn't matter so much

3:35

มันก็จะไม่สำคัญอะไรมากนัก

if we do one more thing

3:36

หากเราจะทำอีกสักสิ่งหนึ่ง

that might make us look a bit stupid. ไวยากรณ์

3:37

ที่อาจทำให้เราดูโง่ไปบ้าง

ไวยากรณ์

make us look a bit stupid: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to

ในที่นี้ make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to คือ make us look ในโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำ look ที่ตามหลัง make ไม่ต้องมี to ส่วน us คือผู้ที่รูปลักษณ์หรือภาพลักษณ์ได้รับผล look ในที่นี้หมายถึง “ดูเหมือน” ไม่ใช่แค่ “มองด้วยตา” make us look a bit stupid หมายถึง “ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเราดูโง่นิดหน่อย” a bit ช่วยลดความแรงของคำตัดสิน แต่ไม่ได้ลบความหมายเชิงลบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to โดยใช้ him เป็นกรรม: “That careless comment could ____ rude to the new client.”

ดูคำตอบ

make him look

The person we try to kiss

3:39

คนที่เราพยายามจะจูบ

could indeed think us ridiculous.

3:41

อาจคิดว่าเราน่าขันจริงๆ

The individual we asked directions from

3:42

บุคคลที่เราไปถามทาง

in a foreign city

3:44

ในต่างเมือง

might regard us with contempt. วลี

3:45

อาจมองเราด้วยความดูถูก

วลี

regard us with contempt: โครงสร้างแบบเป็นทางการสำหรับบอกท่าที

Regard someone with contempt หมายถึง “มองคนคนนั้นด้วยความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าเขาไม่ควรได้รับความเคารพ” regard เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “มอง” หรือ “ถือว่า” ส่วน with contempt บอกท่าทีที่อยู่เบื้องหลังการมองนั้น might ในประโยคนี้แสดงว่าปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่ผู้พูดจินตนาการขึ้น ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ได้รับการยืนยันจากคนที่ถูกถามทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ regard ... with contempt ได้ถูกต้องเพื่อบอกท่าทีดูถูกอย่างรุนแรง

  1. The editor regarded the dishonest writer as unreliable.
  2. The editor wrote a report regarding the dishonest writer.
  3. The editor regarded the dishonest writer with contempt.
ดูคำตอบ

The editor regarded the dishonest writer with contempt.

But if these people did so, ไวยากรณ์

3:47

แต่ถึงแม้คนเหล่านี้จะทำเช่นนั้น

it wouldn't be news to us. สำนวน

3:49

มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเรา

ไวยากรณ์

did so ที่ใช้แทนการกระทำก่อนหน้า

ใน did so คำว่า did ทำหน้าที่เป็นรูปกริยาที่ประโยค if ต้องใช้ ส่วน so ใช้แทนการกระทำทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้หมายถึงการคิดว่าผู้พูดดูน่าขันหรือมองพวกเขาด้วยความดูถูก หากไม่มีการกระทำในบริบทก่อนหน้า so ก็ไม่มีความหมายที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง รูปแบบ do so ช่วยไม่ให้ต้องกล่าววลีกริยาทั้งหมดซ้ำ และเชื่อมประโยคเข้ากับข้อความก่อนหน้า รูปของ do เปลี่ยนได้เป็น do so, did so หรือ will do so แต่ so ยังคงชี้กลับไปยังการกระทำเดิมที่ระบุได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของโครงสร้าง do + so เพื่อไม่ต้องกล่าว turn off the power ซ้ำ: The safety guide told us to turn off the power, and we immediately ____.

ดูคำตอบ

did so

สำนวน

wouldn't be news to us: รู้อยู่แล้วจึงไม่น่าประหลาดใจ

ใน wouldn't be news to us คำว่า news หมายถึงข้อมูลใหม่ ไม่ใช่หนังสือพิมพ์หรือข่าวจากสื่อ วลีนี้บอกว่าความเป็นไปได้ในสถานการณ์สมมตินั้นจะไม่ทำให้ผู้พูดประหลาดใจ เพราะพวกเขารู้อยู่แล้วหรือคาดไว้แล้ว รูปแบบ be news to someone ใช้บอกว่าข้อมูลนั้นใหม่สำหรับบุคคลนั้นหรือไม่ รูปปฏิเสธ เช่น That's not news to me มักสื่อข้อความด้วยน้ำเสียงสงบ เรียบเฉย หรือประชดเล็กน้อยว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมรูปปฏิเสธแบบย่อในอดีตของ be news to someone เพื่อแสดงว่าฉันรู้ข้อเท็จจริงนั้นอยู่แล้ว: Leo said the shop closed at six, but it ____.

ดูคำตอบ

wasn't news to me

They'd only be confirming

3:50

พวกเขาเพียงแค่มาช่วยยืนยัน

what we'd already gracefully accepted

3:52

สิ่งที่เราได้ยอมรับอย่างสง่างาม

in our hearts long ago,

3:53

ในใจของเรามานานแล้ว

that we,

3:55

ว่าเรา

like them

3:56

ก็เหมือนกับพวกเขา

and every other person on the earth,

3:56

และทุกคนบนโลกใบนี้

are a nitwit.

3:58

เป็นคนงี่เง่า

The risk of trying and failing

4:00

ความเสี่ยงที่จะลองและล้มเหลว

would have its sting substantially removed. สำนวน

4:02

จะถูกถอดความเจ็บปวดออกไปอย่างมาก

สำนวน

would have its sting substantially removed: ลดความเจ็บปวดทางอารมณ์ลงอย่างมาก

ในที่นี้ sting เป็นคำเปรียบ หมายถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่รุนแรงจากการลองแล้วล้มเหลว ความเสี่ยงไม่ได้หายไป แต่ผลกระทบที่ทำให้เจ็บปวดลดลงมาก โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่สาม แสดงว่ากรรมนั้นได้รับหรือผ่านการกระทำบางอย่าง ใน would have its sting removed สิ่งที่ถูกเอาออกคือ its sting ส่วน substantially หมายถึงในระดับมาก

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นบอกอะไรเกี่ยวกับความเสี่ยงของความล้มเหลว?

  1. ความเสี่ยงทำให้แมลงจริง ๆ ต่อยใครบางคน
  2. ความเสี่ยงหายไปโดยสิ้นเชิงและไม่มีวันกลับมา
  3. ความเสี่ยงยังคงอยู่ แต่ความเจ็บปวดทางอารมณ์จากมันลดลงมาก
ดูคำตอบ

ความเสี่ยงยังคงอยู่ แต่ความเจ็บปวดทางอารมณ์จากมันลดลงมาก

The fear of humiliation

4:04

ความกลัวที่จะถูกทำให้อับอาย

would no longer stalk us in the shadows สำนวน

4:06

จะไม่สะกดรอยตามเราในเงามืด

of our minds.

4:07

ของจิตใจเราอีกต่อไป

สำนวน

stalk us in the shadows of our minds: ความกลัวที่ซ่อนอยู่และเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ตามความหมายตรงตัว stalk หมายถึงการแอบติดตามหรือเข้าใกล้ใครบางคน โดยมักมีลักษณะคุกคาม ในที่นี้ประโยคทำให้ความกลัวการถูกทำให้อับอายดูเหมือนผู้ไล่ตามที่ซ่อนตัวอยู่และคอยติดตามรบกวนเรา the shadows of our minds ก็เป็นคำเปรียบ หมายถึงส่วนที่ซ่อนอยู่และสังเกตได้ยากในความคิดของเรา คำว่า no longer ก่อน stalk บอกว่าแรงกดดันภายในนี้จะหยุดลง ไม่ได้กล่าวถึงการไล่ตามจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ stalk us in the shadows of our minds หมายถึงอะไร?

  1. จิตใจของเราหยุดจำทุกสิ่งที่น่ากลัว
  2. ความกลัวที่ซ่อนอยู่คอยติดตามและรบกวนความคิดของเรา
  3. มีคนแอบตามเราผ่านห้องมืด
ดูคำตอบ

ความกลัวที่ซ่อนอยู่คอยติดตามและรบกวนความคิดของเรา

We would grow free to give things a go สำนวน

4:08

เราจะมีอิสระที่จะลองทำสิ่งต่างๆ

by accepting that failure

4:10

โดยการยอมรับว่าความล้มเหลว

was the acceptable norm.

4:12

เป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้

สำนวน

give things a go: ลองทำโดยไม่รับประกันว่าจะสำเร็จ

ใน give things a go สำนวน give something a go หมายถึง “ลองทำบางอย่าง” ในที่นี้ things เป็นกรรมแบบกว้าง ๆ ที่ครอบคลุมแนวคิดหรือกิจกรรมต่าง ๆ ส่วน go ไม่ได้หมายถึง “ไป” หรือ “เคลื่อนที่” สำนวนนี้มักทำให้การลองฟังดูไม่กดดันมาก กล่าวคือไม่ได้รับประกันความสำเร็จ แต่ให้ลงมือทำแล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวสื่อถึงการเต็มใจทดลองมากขึ้นเพราะมองว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง give + กรรม + a go โดยใช้ it แทนเกม: The new board game looks confusing, but let's ____ before we decide whether we like it.

ดูคำตอบ

give it a go

And every so often, วลี

4:14

และบ่อยครั้ง

amidst the endless rebuffs

4:16

ท่ามกลางการปฏิเสธอย่างไม่รู้จบ

we'd have factored in from the outset, กริยาวลี

4:17

ที่เราได้เผื่อใจไว้ตั้งแต่ต้น

วลี

every so often: เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวโดยไม่มีช่วงเวลาตายตัว

Every so often หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” ใช้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้เกิดบ่อยและไม่มีตารางเวลาตายตัว เมื่อวางไว้ต้นข้อความเช่นนี้ จะกำหนดความถี่ของเหตุการณ์ที่ตามมาและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อยกเว้นที่พบได้ไม่บ่อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและไม่มีตารางเวลาตายตัว

  1. We often take a different route home.
  2. Every so often, we take a different route home.
  3. We take a different route home every Friday.
ดูคำตอบ

Every so often, we take a different route home.

กริยาวลี

factor in: นำปัจจัยหนึ่งมารวมในการวางแผนหรือการตัดสิน

ในประโยคนี้ factored in หมายถึง “นำมารวมเป็นสิ่งที่คาดไว้ขณะวางแผนหรือประเมิน” การถูกปฏิเสธไม่รู้จบไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะถูกนับรวมไว้ในความคาดหมายตั้งแต่แรกแล้ว Factor in เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ใช้ได้ทั้ง factor in the delay และ factor the delay in แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: factor it in

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: Before we choose a delivery date, we need to ____ possible weather delays.

ดูคำตอบ

factor in

it would work.

4:19

มันก็จะสำเร็จ

We'd get a kiss.

4:20

เราจะได้รับจูบ

We'd make a friend.

4:21

เราจะได้เพื่อน

We'd get a raise. วลี

4:22

เราจะได้ขึ้นเงินเดือน

วลี

get a raise: ได้รับการขึ้นเงินเดือน

Get a raise หมายถึงได้รับการขึ้นเงินเดือนจากนายจ้าง ในวลีนี้ raise เป็นคำนามนับได้รูปเอกพจน์ ส่วน get แสดงว่าพนักงานเป็นผู้ได้รับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Priya ได้รับค่าจ้างสูงขึ้นจากนายจ้าง

  1. Priya raised an issue about pay after the review.
  2. Priya gave Omar a raise after the review.
  3. Priya got a raise after her review.
ดูคำตอบ

Priya got a raise after her review.

The road to greater confidence สำนวน

4:23

เส้นทางสู่ความมั่นใจที่มากขึ้น

begins with a ritual of telling oneself solemnly

4:25

เริ่มต้นด้วยพิธีกรรมในการบอกกับตัวเองอย่างจริงจัง

สำนวน

The road to greater confidence begins with ...: เส้นทางสู่ความมั่นใจที่มากขึ้นเริ่มต้นด้วย...

'The road to greater confidence' เปรียบการสร้างความมั่นใจเป็นการเดินทาง ไม่ได้หมายถึงการเดินทางบนถนนจริง ๆ ส่วน 'begins with' ใช้บอกก้าวแรกของกระบวนการที่ยาวกว่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ 'The road to + เป้าหมาย + begins with + ก้าวแรก' ซึ่งแสดงว่าความก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายที่เป็นนามธรรมสามารถเริ่มจากการกระทำที่ชัดเจนหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคำติชมที่จริงใจเป็นก้าวแรกของกระบวนการระยะยาวเพื่อพัฒนาการทำงานเป็นทีม

  1. The road to better teamwork ends with honest feedback.
  2. The road to better teamwork begins with honest feedback.
  3. The way to better teamwork is honest feedback.
ดูคำตอบ

The road to better teamwork begins with honest feedback.

every morning before heading out for the day กริยาวลี

4:27

ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านไปใช้ชีวิต

กริยาวลี

heading out: ออกไปหรือออกเดินทาง

'Head out' เป็นกริยาวลีอกรรมกริยา หมายถึงออกจากสถานที่ที่อยู่แล้วเริ่มเดินทางไปที่อื่น ในที่นี้ 'before heading out for the day' หมายถึงก่อนออกไปเริ่มกิจกรรมของวัน โดย 'head' เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงอวัยวะศีรษะ เมื่อไม่ได้ระบุประธาน หลัง 'before' จะใช้ 'heading' รูป -ing ได้อย่างเป็นธรรมชาติ: 'before heading out.'

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานกำลังจะออกจากสำนักงาน ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเขากำลังออกเดินทางตอนนี้

  1. They're heading out now.
  2. They're heading out the office now.
  3. They're heading the office out now.
ดูคำตอบ

They're heading out now.

that one is a mutton-head, การใช้คำ

4:30

ว่าตัวเรานั้นเป็นไอ้ทึ่ม

a cretin,

4:31

คนปัญญาอ่อน

a dumbbell,

4:32

คนโง่

and an imbecile.

4:33

และคนบ้าบอ

การใช้คำ

mutton-head, cretin, dumbbell และ imbecile: การเรียงซ้อนคำดูหมิ่น

คำนามทั้งสี่คำเป็นคำดูหมิ่นที่บอกว่าคนหนึ่งไม่ฉลาดหรือโง่ ในที่นี้ผู้พูดนำคำเหล่านี้มาเรียงซ้อนกันเพื่อเน้นการตัดสินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้บรรยายลักษณะสี่อย่างที่ต่างกัน ในบริบทนี้ การเรียงคำถี่ ๆ ทำให้เกิดการล้อเลียนตัวเองแบบเกินจริงและเป็นภาษาเชิงวรรณศิลป์ ไม่ใช่การจัดประเภทตามความหมายตรงตัว เมื่อเห็นคำเรียกที่มีความหมายใกล้กันหลายคำเรียงต่อกัน ให้เข้าใจว่าการซ้อนคำนั้นใช้เพื่อเน้นและสร้างน้ำเสียง ทำให้คำดูหมิ่นฟังดูเป็นละครมากขึ้น ไม่ได้ทำให้ความหมายแม่นยำขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายชุดคำเรียกในประโยคต้นฉบับได้ดีที่สุด

  1. ประโยคนี้เรียงคำดูหมิ่นแบบเก่าหลายคำเพื่อพูดเกินจริงว่าโง่ และคำเหล่านี้ไม่เป็นกลาง
  2. ประโยคนี้ให้การวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำสี่อย่าง
  3. ประโยคนี้เสนอวิธีพูดถึงสติปัญญาอย่างให้เกียรติสี่แบบ
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เรียงคำดูหมิ่นแบบเก่าหลายคำเพื่อพูดเกินจริงว่าโง่ และคำเหล่านี้ไม่เป็นกลาง

One or two more acts of folly

4:35

การทำเรื่องโง่ๆ อีกสักครั้งหรือสองครั้ง

should thereafter not matter very much

4:37

หลังจากนั้นก็ไม่น่าจะสำคัญอะไรมากนัก

at all.

4:39

อีกเลย