เกิดอะไรขึ้นกับโอดิปุสกันแน่? - สตีเฟน เอสโพซิโต (Stephen Esposito): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
695 คำ 134 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าตำนานอีดิปัส ตั้งแต่คำพยากรณ์ว่าเขาจะฆ่าพ่อและแต่งงานกับแม่ ไปจนถึงการสืบสวนในธีบส์ การรู้ความจริงอันน่าสะพรึง และภาคต่อของโซโฟคลีสว่าด้วยการถูกเนรเทศและความตายของเขา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. Though Oedipus would dodge death, vanquish the monstrous Sphinx, and weather wrathful plagues, the truth would prove his greatest challenger. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะเห็นว่าบทเปิดเรื่องใช้ Though เพื่อไล่เรียงชัยชนะแบบวีรบุรุษก่อน แล้วจึงหักไปสู่ความขัดแย้งที่แท้จริง ช่วยให้เข้าใจหรือสร้างบทนำที่มีความเปรียบต่างและความตึงเครียดได้ 2. divine plague would only relent if the killer of Thebes' previous king, Laius, was finally revealed, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: คุณจะจำได้ว่า only if ใช้บอกเงื่อนไขเดียวที่จำเป็น เหมาะสำหรับอ่านกฎ คำพยากรณ์ และจุดเปลี่ยนของเรื่องที่บางสิ่งต้องเกิดขึ้นก่อนสถานการณ์จึงจะเปลี่ยน 3. but it wouldn't be his final word on the tragic hero. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: คุณจะเข้าใจ final word on ว่าเป็นการเปลี่ยนจากเนื้อเรื่องไปสู่การที่ผู้เขียนกลับมาพูดถึงตัวละครนั้นในภายหลัง ส่วน tragic hero เป็นคำวรรณกรรมที่ระบุบทบาทของอีดิปัส

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Though Oedipus would dodge death, ลำดับความ

0:07

แม้ว่าอีดิปัสจะสามารถหลบหลีกความตาย

vanquish the monstrous Sphinx,

0:09

ปราบสฟิงซ์สัตว์ประหลาดร้าย

and weather wrathful plagues, การใช้คำ

0:11

และฝ่าฟันโรคระบาดอันน่าเกรงขามไปได้

การใช้คำ

weather wrathful plagues: weather ในความหมายว่า “ฝ่าฟัน”

ในที่นี้ weather เป็นคำกริยาที่รับกรรมตรง หมายถึงอดทนต่อสิ่งที่อันตรายหรือยากลำบากและผ่านพ้นมันไปได้ กรรมตรงคือ wrathful plagues ดังนั้นวลีนี้หมายความว่าอีดิปัสรอดพ้นจากภัยพิบัติเหล่านั้น ไม่ได้พูดถึงสภาพอากาศ การใช้แบบนี้มักเปรียบความยากลำบากเป็นเหมือนพายุที่คน กลุ่มคน หรือระบบหนึ่งสามารถต้านทานและผ่านพ้นไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้ weather ในรูปที่ถูกต้อง: The coastal town ____ the storm and reopened its harbor within a week.

ดูคำตอบ

weathered

the truth would prove his greatest challenger. การใช้คำ

0:13

แต่ความจริงกลับกลายเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

ลำดับความ

Though ... the truth would prove his greatest challenger: ยอมรับสิ่งหนึ่งก่อนเผยความท้าทายที่แท้จริง

Though ทำให้ชัยชนะต่าง ๆ ของอีดิปัสเป็นข้อมูลพื้นหลัง ไม่ใช่ใจความหลักของประโยค โดยวางข้อมูลเหล่านั้นไว้ในความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงก่อนว่า แม้เขาจะหนีความตาย เอาชนะสฟิงซ์ และรอดพ้นจากโรคระบาดได้ ความสำเร็จเหล่านั้นก็ยังไม่คลี่คลายความขัดแย้งหลัก อนุประโยคหลักย้ายจุดเน้นไปที่ the truth โครงสร้าง “Though + เนื้อหาที่ต้องยอมรับ ตามด้วยข้อสรุปหลัก” ช่วยให้ผู้พูดยอมรับความสามารถหรือความสำเร็จที่น่าประทับใจก่อนเปิดเผยอุปสรรคที่สำคัญกว่า

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Though ในประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. นำเสนอวีรกรรมต่าง ๆ เป็นข้อมูลที่ยอมรับก่อน แล้วให้อนุประโยคหลักระบุความท้าทายที่ลึกซึ้งกว่า
  2. ทำให้รายการวีรกรรมเป็นข้อสรุปสุดท้ายของประโยค
  3. แสดงว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

นำเสนอวีรกรรมต่าง ๆ เป็นข้อมูลที่ยอมรับก่อน แล้วให้อนุประโยคหลักระบุความท้าทายที่ลึกซึ้งกว่า

การใช้คำ

would prove his greatest challenger: prove + ส่วนเติมเต็ม

prove ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ปรากฏในภายหลังว่าเป็น” หรือ “ลงเอยด้วยการเป็น” ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์บางสิ่งด้วยหลักฐาน วลีคำนาม his greatest challenger เป็นส่วนเติมเต็มประธาน ซึ่งบอกว่าท้ายที่สุดแล้วความจริงมีบทบาทอย่างไรต่อเขา would prove แสดงอนาคตที่มองจากจุดหนึ่งในอดีต ผู้เล่ายืนอยู่ ณ ช่วงต้นของเรื่องแล้วชี้ไปยังผลลัพธ์ที่เพิ่งชัดเจนในภายหลัง โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + prove + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์หรือคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมกริยาเป้าหมายในโครงสร้าง would prove + complement ให้สมบูรณ์: The final mile would ____ the hardest part of the race.

ดูคำตอบ

prove

When Oedipus' mother, Queen Jocasta of Thebes,

0:17

เมื่อมารดาของอีดิปัส พระนางโจคาสตาแห่งธีบส์

gave birth to him,

0:20

ให้กำเนิดเขา

a grim air seized the occasion. สำนวน

0:22

บรรยากาศอันมืดมนก็ได้เข้าครอบงำเหตุการณ์ในครั้งนั้น

สำนวน

a grim air seized the occasion: บุคลาธิษฐานเชิงวรรณกรรม

air สามารถหมายถึงความรู้สึกหรือบรรยากาศที่ห้อมล้อมสถานที่หรือเหตุการณ์ได้ ดังนั้น a grim air จึงหมายถึงบรรยากาศที่มืดหม่น เคร่งเครียด และเป็นลางร้าย ไม่ใช่อากาศจริง ๆ seized เป็นการสร้างบุคลาธิษฐาน โดยนำเสนอบรรยากาศราวกับว่ามันเข้าควบคุมเหตุการณ์ได้ วลีทั้งหมดจึงหมายความว่าช่วงเวลานั้นถูกครอบงำด้วยบรรยากาศอันเป็นลางร้าย กลวิธีนี้ทำให้ลางสังหรณ์ในเรื่องเล่าเชิงวรรณกรรมดูเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและทรงพลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a grim air seized the occasion หมายความว่าอย่างไร?

  1. มีคนฉวยโอกาสจากงานนั้นเพื่อประกาศเรื่องบางอย่าง
  2. ช่วงเวลานั้นถูกครอบงำด้วยบรรยากาศที่มืดหม่นและเป็นลางร้าย
  3. อากาศจริง ๆ ในงานเย็นลงอย่างกะทันหัน
ดูคำตอบ

ช่วงเวลานั้นถูกครอบงำด้วยบรรยากาศที่มืดหม่นและเป็นลางร้าย

Her husband,

0:25

พระสวามีของพระนาง

King Laius,

0:26

กษัตริย์ไลอัส

had received a prophecy from Apollo's oracle

0:27

ทรงได้รับคำทำนายจากวิหารเทพอะพอลโล

foretelling that he would die at the hands of his own son. สำนวน

0:30

ซึ่งทำนายว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ด้วยน้ำมือของโอรสพระองค์เอง

สำนวน

at the hands of his own son: ระบุฝ่ายที่ก่ออันตราย

at the hands of someone ใช้ระบุบุคคลหรือกลุ่มที่เป็นต้นเหตุให้อีกคนเสียชีวิต ทุกข์ทรมาน ได้รับอันตราย หรือพ่ายแพ้ ในที่นี้คำพยากรณ์บอกว่าลูกชายของเขาเองจะเป็นผู้ทำให้เขาเสียชีวิต วลีนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อเทียบกับโครงสร้าง by ที่เป็นกลาง วลีนี้เน้นทั้งผู้ตกเป็นเหยื่อและผู้ก่ออันตรายมากกว่า จึงให้น้ำเสียงจริงจังและมักมีความเข้มข้นแบบเรื่องราวดราม่า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ die at the hands of his own son หมายความว่าอย่างไร

  1. ลูกชายของเขาเองจะเป็นสาเหตุให้เขาเสียชีวิต
  2. เขาจะเป็นสาเหตุให้ลูกชายของตนเสียชีวิต
  3. เขาจะเสียชีวิตขณะจับมือลูกชายอยู่จริง ๆ
ดูคำตอบ

ลูกชายของเขาเองจะเป็นสาเหตุให้เขาเสียชีวิต

Determined to escape this fate, ไวยากรณ์

0:34

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีชะตากรรมนี้

ไวยากรณ์

Determined to escape this fate: ส่วนขยายต้นประโยคที่บอกแรงจูงใจ

Determined to escape this fate เป็นวลีคำกริยาช่อง 3 ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้บอกสภาพจิตใจของประธานในประโยคหลักที่ตามมา และยังอธิบายว่าทำไมประธานนั้นจึงลงมือทำ วลีนี้ไม่ใช่ภาคแสดงที่สมบูรณ์ในตัวเอง ประโยคยังต้องมีประธานของประโยคหลักและกริยาที่ผันแล้ว โดยสามารถขยายความหมายเป็น Because he was determined to escape this fate, ...

แบบฝึกหัด

เติมวลีต้นประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: ____ to solve the problem, Maya tested a new approach.

ดูคำตอบ

Determined

Laius had the newborn's ankles pierced, ไวยากรณ์

0:36

ไลอัสทรงรับสั่งให้เจาะข้อเท้าของทารกแรกเกิด

ไวยากรณ์

had the newborn's ankles pierced: have + กรรม + past participle

ใน had the newborn's ankles pierced คำว่า had เป็นรูปอดีตของ have ในโครงสร้าง have + กรรม + past participle หมายความว่าไลอัสทำให้หรือจัดการให้คนอื่นเจาะข้อเท้าของทารก คำว่า had ตรงนี้ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ และไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นผู้ลงมือเองเสมอไป กรรม the newborn's ankles เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วน pierced บอกผลที่เสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้างนี้มักเน้นผลที่เกิดจากการสั่งหรือจัดการ มากกว่าคนที่ลงมือทำจริง

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ have และ past participle ของ repair: Before the trip, Maya ____ her car ____ by a mechanic.

ดูคำตอบ

had · repaired

and Jocasta ordered a shepherd to abandon him on Mount Cithaeron to perish. ไวยากรณ์

0:39

และโจคาสตารับสั่งให้คนเลี้ยงแกะนำเขาไปทิ้งไว้บนยอดเขาซิเธียรอนเพื่อให้ตายไป

ไวยากรณ์

ordered a shepherd to abandon him: order + กรรม + to-infinitive

ใน ordered a shepherd to abandon him คำว่า ordered เป็นคำกริยาในโครงสร้าง order + กรรม + to-infinitive โดย a shepherd คือผู้รับคำสั่ง และ to abandon him คือการกระทำที่คนนั้นถูกสั่งให้ทำ Order แสดงคำสั่งที่หนักแน่นและมาจากผู้มีอำนาจ ไม่ใช่คำขอธรรมดา โครงสร้างนี้ระบุชัดเจนทั้งว่าใครต้องลงมือและต้องทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ order และเครื่องหมาย infinitive ที่จำเป็น: During the drill, the captain ____ the crew ____ leave the ship immediately.

ดูคำตอบ

ordered · to

But divine prophecies can be quite stubborn. สำนวน

0:45

แต่คำทำนายของเทพเจ้านั้นดื้อรั้นอย่างยิ่ง

สำนวน

divine prophecies can be quite stubborn: การทำให้คำพยากรณ์ดูดื้อรั้นและเปลี่ยนแปลงได้ยาก

ปกติ stubborn ใช้บรรยายคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แต่ในประโยคนี้ใช้บรรยาย divine prophecies การทำให้เป็นบุคคลเช่นนี้ทำให้คำพยากรณ์ดูราวกับมีเจตจำนงของตนเองและต่อต้านความพยายามของผู้คนที่จะเปลี่ยนแปลงมัน ใจความคือชะตากรรมที่คำพยากรณ์กล่าวไว้นั้นเปลี่ยนแปลงหรือหลีกหนีได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าคำพยากรณ์มีบุคลิกแบบมนุษย์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

การทำให้เป็นบุคคลใน divine prophecies can be quite stubborn สื่อถึงอะไร?

  1. ชะตากรรมที่คำพยากรณ์กล่าวไว้นั้นเปลี่ยนแปลงหรือหลีกหนีได้ยาก
  2. คำพยากรณ์กล่าวถึงคนที่มีบุคลิกเข้ากับยาก
  3. ถ้อยคำของคำพยากรณ์ผิดหลักไวยากรณ์
ดูคำตอบ

ชะตากรรมที่คำพยากรณ์กล่าวไว้นั้นเปลี่ยนแปลงหรือหลีกหนีได้ยาก

The shepherd took pity on the baby and gave him to another shepherd, วลี

0:50

คนเลี้ยงแกะเกิดความสงสารทารกจึงยกเขาให้กับคนเลี้ยงแกะอีกคนหนึ่ง

วลี

take pity on someone: รู้สึกสงสารและตอบสนองด้วยความเมตตา

Take pity on someone เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงรู้สึกสงสารคนหรือสัตว์ที่กำลังลำบาก Took เป็นรูปอดีตของ take และ on ใช้นำหน้าผู้ที่ได้รับความสงสาร ในที่นี้ took ไม่ได้หมายถึงนำสิ่งของออกไป ในเรื่องเล่า สำนวนนี้มักนำไปสู่การตอบสนองด้วยความเมตตาหรือการช่วยเหลือ ความสงสารเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะมีการลงมือทำ แต่บริบทต่อจากนั้นมักบอกว่าบุคคลนั้นทำอะไรเพราะความรู้สึกดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take pity on: Seeing the shivering dog, Maya ____ it and brought it inside.

ดูคำตอบ

took pity on

this one from Corinth.

0:54

ซึ่งมาจากเมืองโครินธ์

He decided to bring the baby to the childless Corinthian king and queen,

0:56

เขาตัดสินใจนำทารกไปถวายกษัตริย์และราชินีแห่งโครินธ์ที่ไร้ซึ่งทายาท

Polybus and Merope.

1:01

นามว่าโพลีบัสและเมโรพี

They called the boy Oedipus,

1:03

ทั้งสองเรียกเด็กชายคนนั้นว่าอีดิปัส

or swollen foot, วัฒนธรรม

1:05

หรือผู้มีเท้าบวม

วัฒนธรรม

or swollen foot: or ที่ใช้ขยายความและความหมายของชื่อ Oedipus

ใน Oedipus, or swollen foot คำว่า or ใช้นำคำอธิบายเพิ่มเติม โดย swollen foot บอกความหมายดั้งเดิมของชื่อ Oedipus ตรงนี้ or มีความหมายใกล้กับ that is หรือ in other words ไม่ได้ให้เลือกระหว่างสองชื่อ ชื่อนี้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ข้อเท้าของเขาได้รับบาดเจ็บตอนยังเป็นทารก ในตำนาน ชื่อนี้จึงเป็นเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนและอดีตของเขา ไม่ใช่ชื่อเล่นที่ตั้งขึ้นลอย ๆ

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้บรรยายจึงเติม or swollen foot ต่อจาก Oedipus?

  1. เพื่ออธิบายความหมายดั้งเดิมของชื่อและเชื่อมโยงกับบาดแผลที่ข้อเท้าก่อนหน้านี้
  2. เพื่อบอกว่าอาการบาดเจ็บของเด็กชายหายไปแล้ว
  3. เพื่อเสนอชื่อที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันให้ผู้ฟังเลือก
ดูคำตอบ

เพื่ออธิบายความหมายดั้งเดิมของชื่อและเชื่อมโยงกับบาดแผลที่ข้อเท้าก่อนหน้านี้

and raised him as their own, วลี

1:07

และเลี้ยงดูเขาดุจสายเลือดของตนเอง

วลี

raised him as their own: เลี้ยงเด็กเหมือนเป็นคนในครอบครัว

ใน raise someone as one's own คำว่า raise หมายถึงดูแล ชี้แนะ และเลี้ยงเด็กจนเติบโต ส่วน as one's own เติมความสัมพันธ์แบบครอบครัว กล่าวคือ บุคคลนั้นได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นลูกของตนเอง ไม่ใช่เพียงได้รับความช่วยเหลือชั่วคราว ตรงนี้ their own เป็นนามวลีที่ละคำว่า child ไว้ให้เข้าใจเอง สำนวนนี้บอกถึงการเลี้ยงดูและการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวมันเองว่ามีการรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ raise ... as one's own: After Nora's parents died, her aunt and uncle ____.

ดูคำตอบ

raised her as their own

never revealing his true origin.

1:09

โดยไม่เคยเปิดเผยชาติกำเนิดที่แท้จริงของเขาเลย

Years passed till one night a drunken reveler

1:13

วันเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งคืนหนึ่ง ชายขี้เมาในงานเลี้ยง

told Oedipus that he was not Polybus and Merope's son by birth, การใช้คำ

1:16

ได้บอกกับอีดิปัสว่าเขาไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของโพลีบัสและเมโรพี

การใช้คำ

son by birth: ลูกชายโดยสายเลือด

ใน son by birth คำว่า by birth หมายถึง “โดยการสืบสายทางชีวภาพ” ประโยคนี้บอกว่าอีดิปัสไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของโพลิบัสและเมโรพี แม้ทั้งสองอาจได้รับการยอมรับว่าเป็นพ่อแม่ของเขาในอีกความหมายหนึ่ง ในที่นี้ by birth อธิบายที่มาของสถานะในครอบครัว ไม่ได้หมายถึง “ในเวลาที่เกิด” โครงสร้างเดียวกันนี้ยังใช้จำแนกสัญชาติหรือสถานะตามวิธีที่ได้รับมาได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “โดยสายสัมพันธ์ทางชีวภาพ”: Nora is their daughter ____, not through adoption.

ดูคำตอบ

by birth

an allegation they staunchly denied. วลี

1:21

ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทั้งสองพระองค์ทรงปฏิเสธอย่างหนักแน่น

วลี

an allegation they staunchly denied: ข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่พิสูจน์และถูกปฏิเสธอย่างหนักแน่น

allegation คือข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และมักมีเนื้อหาร้ายแรงหรือเป็นลบ การเรียกบางสิ่งว่า allegation แสดงว่ายังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นความจริง ส่วน staunchly denied หมายถึงปฏิเสธอย่างหนักแน่นและไม่หวั่นไหว ในทางไวยากรณ์ they staunchly denied เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย allegation โดยละสรรพนามสัมพันธ์ that ไว้ รูปเต็มคือ an allegation that they staunchly denied โครงสร้างกระชับนี้พบบ่อยในการเล่าเรื่องแบบเป็นทางการและการรายงานข่าว

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของ an allegation they staunchly denied?

  1. ข้อเสนอแนะเบา ๆ ที่พวกเขาเห็นด้วยบางส่วน
  2. ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วและพวกเขายอมรับอย่างสงบ
  3. ข้อกล่าวอ้างที่ร้ายแรงหรือมีข้อโต้แย้งซึ่งพวกเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ

ข้อกล่าวอ้างที่ร้ายแรงหรือมีข้อโต้แย้งซึ่งพวกเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริง

But the seeds of doubt burrowed into Oedipus' mind. สำนวน

1:24

แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้ฝังรากลึกลงในใจของอีดิปัสแล้ว

สำนวน

เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยฝังลึกเข้าไปในใจของอีดิปัส

วลีนี้ใช้ภาพเปรียบเทียบ โดยทำให้ doubt ดูเหมือนเมล็ดพันธุ์ และคำว่า burrowed ทำให้ความสงสัยดูราวกับกำลังเจาะลึกเข้าไปในความคิดของอีดิปัส ไม่ได้หมายถึงเมล็ดพันธุ์จริง ๆ ภาพทั้งสองนี้สื่อมากกว่าคำถามที่เกิดขึ้นชั่วครู่ ความระแวงเริ่มหยั่งรากและน่าจะส่งผลต่อความคิดและการกระทำของเขาต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the seeds of doubt burrowed into Oedipus' mind หมายความว่าอย่างไร

  1. ความสงสัยของเขาเริ่มหยั่งรากและคงอยู่ในความคิด
  2. เมล็ดพันธุ์จริง ๆ เข้าไปอยู่ในศีรษะของเขา
  3. เขาค้นพบความจริงทั้งหมดทันที
ดูคำตอบ

ความสงสัยของเขาเริ่มหยั่งรากและคงอยู่ในความคิด

He left to seek counsel วลี

1:28

เขาออกเดินทางเพื่อแสวงหาคำปรึกษา

from Apollo's oracle at Delphi,

1:29

จากวิหารเทพอะพอลโลที่เมืองเดลฟี

วลี

ออกเดินทางไปขอคำชี้แนะจากสถานพยากรณ์ของเทพอะพอลโลที่เดลฟี

ใน left to seek ... โครงสร้าง to + คำกริยาใช้บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ เขาจากไปเพื่อขอคำชี้แนะ Seek counsel from หมายถึงขอคำแนะนำหรือแนวทางจากบุคคลหรือแหล่งที่มีอำนาจ โดย from ใช้นำหน้าแหล่งที่ให้คำแนะนำนั้น ในประโยคนี้ แหล่งดังกล่าวคือสถานพยากรณ์ของเทพอะพอลโลที่เดลฟี ซึ่งเป็นสถาบันทางศาสนาในกรีกโบราณที่ผู้คนไปแสวงหาคำตอบจากเทพเจ้า counsel ในที่นี้หมายถึงคำแนะนำหรือคำชี้แนะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ seek counsel from: Before accepting the offer, Maya ____ an experienced attorney.

ดูคำตอบ

sought counsel from

who instead delivered a deeply disturbing prophecy. วลี

1:32

ทว่ากลับได้รับคำทำนายที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่งแทน

วลี

deliver a deeply disturbing prophecy: กล่าวคำพยากรณ์ที่ชวนให้ไม่สบายใจอย่างยิ่งอย่างเป็นทางการ

ใน deliver a prophecy คำว่า deliver หมายถึง “สื่อสารหรือประกาศอย่างเป็นทางการ” ไม่ใช่ “นำสิ่งของไปส่งยังอีกสถานที่หนึ่ง” โดย prophecy คือเนื้อหาสำคัญที่ถูกกล่าวออกมา Deeply เพิ่มระดับความหมายของ disturbing จึงบอกว่าคำพยากรณ์นั้นชวนให้ไม่สบายใจอย่างมาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ deliver + เนื้อหาสำคัญที่พูดหรือประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น deliver a speech, verdict, message, warning หรือ prophecy

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ delivered a deeply disturbing prophecy หมายความว่าอะไร

  1. สื่อสารคำพยากรณ์ที่ชวนให้ไม่สบายใจอย่างยิ่งออกมาอย่างเป็นทางการ
  2. ขัดขวางไม่ให้มีการประกาศคำพยากรณ์ที่ชวนให้ไม่สบายใจ
  3. นำคำพยากรณ์ที่เขียนไว้ไปส่งยังอีกสถานที่หนึ่งจริง ๆ
ดูคำตอบ

สื่อสารคำพยากรณ์ที่ชวนให้ไม่สบายใจอย่างยิ่งออกมาอย่างเป็นทางการ

Oedipus would murder his father

1:36

ว่าอีดิปัสจะสังหารบิดาของตน

and have children with his mother.

1:38

และมีลูกกับมารดาของตนเอง

Horrified,

1:41

ด้วยความหวาดกลัว

Oedipus determined to stay far from Corinth

1:42

อีดิปัสตัดสินใจที่จะอยู่ให้ห่างจากเมืองโครินธ์

and the only parents he'd ever known. ไวยากรณ์

1:45

และพ่อแม่เพียงคู่เดียวที่เขาเคยรู้จัก

ไวยากรณ์

the only parents he'd ever known: พ่อแม่เพียงคู่เดียวที่เขาเคยรู้จักมาตลอดชีวิต

The only parents he'd ever known หมายถึงคนเพียงกลุ่มเดียวที่เขาเคยมีประสบการณ์ร่วมด้วยและยอมรับว่าเป็นพ่อแม่จนถึงเวลานั้น ในที่นี้ he'd ย่อมาจาก he had เพราะ known เป็นคำกริยาช่อง past participle ไม่ได้หมายถึง he would โครงสร้างเต็มคือ the only parents (that) he had ever known โดยละสรรพนามเชื่อมความที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ Past perfect มองย้อนจากจุดหนึ่งในอดีตไปยังช่วงก่อนหน้านั้น ส่วน ever ครอบคลุมประสบการณ์ทั้งหมดของเขาจนถึงเวลานั้น ในบริบทนี้ known มีความหมายมากกว่าเพียงเคยพบหรือรู้จักกันชั่วครู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค It was the only home she'd ever known. คำว่า she'd หมายถึงอะไร และ ever known ครอบคลุมช่วงเวลาใด

  1. she had; เหตุการณ์สั้น ๆ เพียงครั้งเดียว ณ จุดนั้น
  2. she had; ประสบการณ์ทั้งหมดของเธอจนถึงจุดนั้นในอดีต
  3. she would; ความเป็นไปได้ในอนาคตหลังจากจุดนั้น
ดูคำตอบ

she had; ประสบการณ์ทั้งหมดของเธอจนถึงจุดนั้นในอดีต

He ventured towards Thebes

1:48

เขาออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองธีบส์

and thus unwittingly towards the city ลำดับความ

1:50

และนั่นทำให้เขามุ่งหน้าไปยังเมือง

where his birth parents reigned.

1:53

ที่พ่อแม่ที่แท้จริงของเขาปกครองอยู่โดยไม่รู้ตัว

ลำดับความ

and thus unwittingly towards: มุ่งไปสู่ผลลัพธ์โดยไม่รู้ตัว

ในประโยคนี้ thus ทำให้ข้อความถัดมาเป็นผลจากการมุ่งหน้าไปยังธีบส์ กล่าวคือ การเดินทางนั้นยังพาเขาไปยังเมืองที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาปกครองอยู่ด้วย unwittingly หมายความว่าเขาไม่รู้ผลที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวนั้น ผู้เล่าเรื่องทำให้ผู้ชมเห็นผลลัพธ์ที่ตัวละครมองไม่เห็น จึงเกิดเป็นความย้อนแย้งเชิงโศกนาฏกรรม คำนี้ไม่ได้หมายความเพียงว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างประมาท

แบบฝึกหัด

and thus unwittingly towards ในประโยคนี้แสดงความหมายใด?

  1. ผลจากการเดินทางทำให้เขามุ่งหน้าไปยังเมืองนั้นโดยไม่รู้ว่าเมืองนั้นมีความสำคัญอย่างไร
  2. เขามุ่งหน้าไปยังเมืองนั้นอย่างไม่เต็มใจ ทั้งที่รู้แน่ชัดว่าใครปกครองเมืองอยู่
  3. เขารู้ทุกอย่างและเลือกเมืองนั้นเพราะต้องการพบพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
ดูคำตอบ

ผลจากการเดินทางทำให้เขามุ่งหน้าไปยังเมืองนั้นโดยไม่รู้ว่าเมืองนั้นมีความสำคัญอย่างไร

At a crossroads on the way,

1:55

ณ ทางแยกแห่งหนึ่งระหว่างทาง

a fancy carriage threatened to run Oedipus off the road, กริยาวลี

1:57

รถม้าคันหรูได้ขับเบียดจนเกือบทำให้อีดิปัสตกถนน

กริยาวลี

threatened to run Oedipus off the road: เกือบจะบังคับให้โอดิปุสออกนอกถนน

Run someone off the road หมายถึงการบังคับให้คนหรือยานพาหนะของคนนั้นออกนอกถนน เป็นโครงสร้างบอกผลลัพธ์แบบ run + กรรม + off the road โดย off the road ระบุตำแหน่งที่เกิดขึ้นหลังการกระทำ ในที่นี้ threatened to หมายความว่ารถม้าดูเหมือนกำลังจะก่อให้เกิดผลลัพธ์อันตรายดังกล่าว เป็นการบรรยายความเสี่ยงที่ใกล้จะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่ารถม้าพูดข่มขู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่ารถบรรทุกเกือบบังคับให้เราออกจากถนน: The truck nearly ran us ____ the road.

ดูคำตอบ

off

and a lethal fight ensued. การใช้คำ

2:01

และการต่อสู้ถึงตายก็เกิดขึ้นตามมา

การใช้คำ

a lethal fight ensued: การใช้ ensued ในการเล่าเรื่องแบบเป็นทางการ

ในที่นี้ ensued เป็นภาคแสดงรูปอดีต โดย a lethal fight คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถัดมา ensued ไม่ได้ขยาย fight แบบคำคุณศัพท์ Ensue หมายถึง “เกิดขึ้นเป็นผลตามมาหรือเกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น” คำนี้เชื่อมการต่อสู้กับเหตุการณ์ก่อนหน้าและช่วยดำเนินเรื่องในสำนวนที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ ensue: After the referee's decision, a heated argument ____.

ดูคำตอบ

ensued

Little did Oedipus know, ไวยากรณ์

2:04

อีดิปัสหารู้ไม่ว่า

ไวยากรณ์

Little did Oedipus know: little ขึ้นต้นประโยคและการสลับตำแหน่ง

ในที่นี้ Little ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคและมีความหมายเชิงปฏิเสธ คืออีดิปุสไม่รู้หรือแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับข้อเท็จจริงสำคัญนั้น เมื่อ little อยู่ข้างหน้า ประโยคจึงสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย: Little + did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน know ในการเล่าเรื่อง Little did X know ส่งสัญญาณว่าผู้ฟังกำลังจะได้รู้เรื่องสำคัญที่ตัวละครไม่รู้ ทำให้เกิดความลุ้นระทึกหรือความย้อนแย้งเชิงละคร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสลับตำแหน่งที่สร้างความลุ้นระทึกด้วย did + ประธาน + know: Little ____ that the message had already been sent.

ดูคำตอบ

did he know

one of the casualties was King Laius of Thebes,

2:05

หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือกษัตริย์ไลอัสแห่งธีบส์

his own birth father.

2:09

บิดาผู้ให้กำเนิดของเขาเอง

In killing him,

2:11

ในการสังหารพระองค์นั้น

Oedipus had fulfilled the first half of Apollo's prophecy. วลี

2:12

อีดิปัสได้ทำให้คำทำนายครึ่งแรกของเทพอพอลโลเป็นจริงแล้ว

วลี

had fulfilled the first half of Apollo's prophecy: ทำให้คำพยากรณ์ครึ่งแรกของอะพอลโลเป็นจริง

ใน fulfill a prophecy คำว่า fulfill หมายถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ทำให้สิ่งซึ่งถูกพยากรณ์ไว้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ การที่อีดิปัสฆ่าชายคนนั้นทำให้คำพยากรณ์ส่วนแรกของอะพอลโลเป็นจริง โดย fulfill ไม่ได้หมายถึงการทำให้ความปรารถนาได้รับการตอบสนอง past perfect ใน had fulfilled วางการเป็นจริงของคำพยากรณ์ไว้ก่อนอีกช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่เกิดทีหลังในเรื่อง โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เล่าแสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเสร็จสิ้นไปแล้วก่อนเหตุการณ์ในอดีตถัดไป

แบบฝึกหัด

ใช้วลี fulfill the prophecy ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The prince's return ____.

ดูคำตอบ

fulfilled the prophecy

When Oedipus reached the gates of Thebes,

2:16

เมื่ออีดิปัสเดินทางมาถึงประตูเมืองธีบส์

he was met by the treacherous Sphinx. วัฒนธรรม

2:19

เขาได้พบกับสฟิงซ์จอมเจ้าเล่ห์

วัฒนธรรม

the treacherous Sphinx: สฟิงซ์ผู้ร้ายกาจในตำนานกรีก

ในตำนานกรีกเรื่องนี้ Sphinx เป็นสัตว์ประหลาดที่อยู่ใกล้เมืองธีบส์ ไม่ใช่สัตว์ทั่วไปหรืออนุสรณ์สถาน มันทดสอบนักเดินทางด้วยปริศนาและฆ่าหรือกินผู้ที่ตอบไม่ได้ จึงก่อให้เกิดวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับเมืองธีบส์ ในที่นี้ treacherous หมายถึงอันตรายและไว้ใจไม่ได้ คำนี้ชี้ว่าการพบสฟิงซ์เป็นภัยคุกคามถึงชีวิต ไม่ใช่การพบกันตามปกติ

แบบฝึกหัด

ในบริบทของตำนานกรีกนี้ the treacherous Sphinx หมายถึงอะไร

  1. ผู้นำทางที่ไว้ใจได้ซึ่งคอยปกป้องอีดิปัส
  2. รูปปั้นหินธรรมดาสำหรับให้นักท่องเที่ยวชม
  3. สิ่งมีชีวิตในตำนานที่ท้าทายนักเดินทางด้วยปริศนาและฆ่าผู้ที่ตอบไม่ได้
ดูคำตอบ

สิ่งมีชีวิตในตำนานที่ท้าทายนักเดินทางด้วยปริศนาและฆ่าผู้ที่ตอบไม่ได้

She'd ravaged the city,

2:22

นางได้คุกคามเมืองนี้

posing a bewildering riddle to those she encountered, วลี

2:23

โดยการทายปริศนาอันน่าสับสนแก่ผู้ที่พบเห็น

วลี

posing a bewildering riddle to those she encountered: ตั้งปริศนาชวนสับสนให้ผู้คนที่เธอพบ

ใน pose a riddle to someone คำว่า pose หมายถึงเสนอหรือตั้งปริศนาให้อีกฝ่ายตอบ ในประโยคนี้ เธอตั้งปริศนาชวนสับสนให้ทุกคนที่พบ ไม่ได้หมายถึงการจัดท่าทางเพื่อถ่ายรูป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pose + a question/riddle/problem + to + บุคคลหรือกลุ่ม มักใช้เพื่อนำเสนอสิ่งที่ผู้ฟังต้องตอบ พิจารณา หรือแก้ไข

แบบฝึกหัด

ใน “The moderator posed a riddle to the panel,” ผู้ดำเนินรายการทำอะไร?

  1. จัดท่าทางเพื่อให้คณะผู้ร่วมรายการถ่ายรูป
  2. เสนอปริศนาให้คณะผู้ร่วมรายการแก้
  3. แก้ปริศนาที่คณะผู้ร่วมรายการเป็นฝ่ายเสนอ
ดูคำตอบ

เสนอปริศนาให้คณะผู้ร่วมรายการแก้

and mercilessly devouring all who answered incorrectly. ไวยากรณ์

2:26

และกลืนกินผู้ที่ตอบผิดอย่างเหี้ยมโหด

ไวยากรณ์

all who answered incorrectly: ทุกคนที่ตอบผิด

ใน all who answered incorrectly คำว่า all who มีความหมายเท่ากับ everyone who คือทุกคนที่ทำสิ่งหนึ่ง ส่วนอนุประโยค answered incorrectly ระบุว่ารวมคนกลุ่มใดไว้ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงทุกคนที่ตอบผิด รูปแบบ all who + อนุประโยคที่มีกริยา ทำหน้าที่เป็นนามวลีหนึ่งชุด ในภาษาเขียนที่เป็นทางการ รูปแบบนี้ช่วยกล่าวถึงคนทั้งกลุ่มที่กำหนดด้วยการกระทำหรือเงื่อนไขได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมคำสรรพนามเชื่อมความที่หายไปในโครงสร้างทางการ all who: All ____ register by Friday will receive a confirmation.

ดูคำตอบ

who

But when she fixed her keen expectant gaze on Oedipus, วลี

2:31

แต่เมื่อนางจ้องมองมาที่อีดิปัสด้วยสายตาอันเฉียบคมและคาดหวัง

วลี

จับจ้องใครบางคนด้วยสายตาคมกริบและเปี่ยมด้วยความคาดหวัง

fix one's gaze on someone/something หมายถึงหันสายตาไปยังเป้าหมายแล้วจ้องไว้อย่างมั่นคง ในที่นี้ fixed ไม่ได้แปลว่า “ซ่อม” แต่เป็นรูปอดีตของ fix ในความหมายว่าทำให้สิ่งหนึ่งอยู่ในตำแหน่งเดิม keen บอกว่าสายตาคมและตั้งใจมาก ส่วน expectant บอกว่ากำลังรอคำตอบหรือผลลัพธ์ เมื่อรวมกันจึงทำให้การมองนั้นดูจดจ่อและกดดัน ไม่ใช่มองแบบผ่าน ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fix one's gaze on: As the winner was announced, everyone ____ the screen.

ดูคำตอบ

fixed their gaze on

he gave the correct response.

2:35

เขากลับตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง

Thebes celebrated the Sphinx's defeat,

2:38

เมืองธีบส์เฉลิมฉลองความพ่ายแพ้ของสฟิงซ์

and Oedipus married the city's recently widowed queen, การใช้คำ

2:40

และอีดิปัสก็ได้อภิเษกสมรสกับราชินีม่ายของเมือง

Jocasta.

2:44

พระนางโจคาสตา

การใช้คำ

ราชินีของเมืองผู้เพิ่งเป็นม่าย

ใน recently widowed queen คำว่า widowed เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายความว่าคู่สมรสของบุคคลนั้นเสียชีวิตแล้ว ส่วน recently บอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นาน ไม่ได้หมายเพียงว่าไม่ได้แต่งงาน อยู่คนเดียว หรือหย่าร้าง recently ขยาย widowed ไม่ใช่ queen สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นคือการสูญเสียคู่สมรสและกลายเป็นม่าย คำว่า widowed วางหน้า queen เพื่อบอกสถานภาพสมรสของราชินี

แบบฝึกหัด

recently widowed ในวลี a recently widowed queen หมายความว่าอย่างไร

  1. คู่สมรสของเธอเสียชีวิตไม่นานมานี้
  2. เธอไม่เคยแต่งงาน
  3. การสมรสของเธอจบลงด้วยการหย่าไม่นานมานี้
ดูคำตอบ

คู่สมรสของเธอเสียชีวิตไม่นานมานี้

They had four children,

2:46

ทั้งสองมีบุตรธิดาด้วยกันสี่คน

neither realizing they were in fact mother and son, ไวยากรณ์

2:47

โดยต่างฝ่ายต่างไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วพวกเขาคือแม่และลูก

ไวยากรณ์

neither realizing ...: บอกว่าทั้งสองคนไม่ตระหนัก

ในที่นี้ neither อ้างถึงคนสองคนที่คำว่า They แทนอยู่ ใน neither realizing ... คำว่า neither ทำหน้าที่เป็นประธานของ realizing ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าไม่มีคนใดในสองคนนั้นตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่ตามมา อนุประโยค -ing นี้เพิ่มภาวะที่ทั้งคู่ไม่รู้ร่วมกันเป็นข้อมูลประกอบแบบกระชับข้างการกระทำหลัก และสามารถขยายเป็น and neither of them realized they were in fact mother and son ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ neither ร่วมกับรูป -ing ของ realize: The two managers approved the plan, ____ it depended on outdated data.

ดูคำตอบ

neither realizing

or that they'd completed the second half of Apollo's prophecy. ลำดับความ

2:51

หรือไม่รู้ว่าพวกเขาได้ทำให้คำทำนายครึ่งหลังของเทพอพอลโลสำเร็จลุล่วงแล้ว

ลำดับความ

that they'd completed the second half of Apollo's prophecy: การย้อนเชื่อมครึ่งแรกของเรื่อง

อนุประโยค that เพิ่มข้อเท็จจริงประการที่สองซึ่งอยู่ภายใต้ realizing ก่อนหน้า นั่นคือพวกเขาไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร และไม่รู้ว่าการกระทำของตนทำให้คำพยากรณ์ส่วนนั้นเป็นจริงแล้ว ในที่นี้ completed หมายถึง “ทำให้เป็นจริง” ไม่ใช่ “ทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ” The second half ย้อนกลับไปเชื่อมกับ first half ของคำพยากรณ์เดียวกันที่กล่าวไว้ก่อนหน้า การจับคู่ first half กับ second half เชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนละช่วงของเรื่อง และบอกว่าส่วนที่เหลือของคำพยากรณ์ได้เป็นจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

second half of Apollo's prophecy มีบทบาทหลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูล?

  1. ย้อนเชื่อมไปยัง first half ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และแสดงว่าส่วนที่เหลือของคำพยากรณ์เดียวกันได้เป็นจริงแล้ว
  2. นำเสนอคำพยากรณ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้า
  3. อธิบายขั้นที่สองของงานทั่วไปที่พวกเขาวางแผนจะทำให้เสร็จ
ดูคำตอบ

ย้อนเชื่อมไปยัง first half ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และแสดงว่าส่วนที่เหลือของคำพยากรณ์เดียวกันได้เป็นจริงแล้ว

Eventually,

2:55

ในท้ายที่สุด

a devastating plague descended on Thebes. สำนวน

2:56

โรคระบาดอันร้ายแรงก็ได้แพร่กระจายลงมาสู่เมืองธีบส์

สำนวน

a devastating plague descended on Thebes: ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ descend on

ในประโยคนี้ descended on ไม่ได้หมายความว่าโรคระบาดเคลื่อนลงมาจากที่สูงจริง ๆ แต่หมายถึงโรคระบาดร้ายแรงได้จู่โจมธีบส์อย่างกะทันหัน ราวกับแผ่ปกคลุมทั้งเมือง โครงสร้าง สิ่งหนึ่ง + descend on + สถานที่ ใช้บรรยายภัยพิบัติ ความมืด ความเงียบ หรือฝูงชนว่าถาโถมเข้ามาด้วยแรงอย่างฉับพลัน จึงให้ภาพที่ชัดเจนและน่าตื่นเต้นกว่าการบอกเพียงว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่นั่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "a devastating plague descended on Thebes," คำว่า "descended on Thebes" หมายความว่าอย่างไร

  1. โรคนั้นเคลื่อนลงด้านล่างจากธีบส์จริง ๆ
  2. ชาวธีบส์เดินทางลงไปยังอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ต่ำกว่า
  3. โรคร้ายที่สร้างความเสียหายได้จู่โจมและครอบงำธีบส์อย่างกะทันหัน
ดูคำตอบ

โรคร้ายที่สร้างความเสียหายได้จู่โจมและครอบงำธีบส์อย่างกะทันหัน

To save the city,

2:59

เพื่อปกป้องเมืองนี้

Oedipus sent his brother-in-law to consult Apollo's oracle. วลี

3:00

อีดิปัสได้ส่งน้องเขยของเขาไปขอคำปรึกษาจากวิหารเทพอะพอลโล

วลี

to consult Apollo's oracle: ขอคำชี้แนะจากแหล่งที่มีอำนาจน่าเชื่อถือ

วลี infinitive to consult Apollo's oracle บอกจุดประสงค์ของภารกิจ คือการขอคำชี้แนะจากเทพพยากรณ์ของอะพอลโล ในบริบทตำนานนี้ oracle ถือเป็นแหล่งคำชี้แนะจากเทพเจ้าที่มีอำนาจน่าเชื่อถือ Consult หมายถึงการตั้งใจขอคำแนะนำหรือข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหรือแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยปกติจะรับบุคคลหรือแหล่งข้อมูลนั้นเป็นกรรมโดยตรง เช่น consult a doctor, consult an expert หรือ consult the manual

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ consult โดยไม่เติมคำบุพบท: Before signing the contract, you should ____ a lawyer.

ดูคำตอบ

consult

She declared that the divine plague would only relent ไวยากรณ์

3:05

คำพยากรณ์ประกาศว่าโรคระบาดจากเทพเจ้าจะทุเลาลง

if the killer of Thebes' previous king,

3:08

ก็ต่อเมื่อฆาตกรที่สังหารกษัตริย์องค์ก่อนของธีบส์

Laius,

3:11

กษัตริย์ไลอัส

was finally revealed,

3:12

ถูกเปิดเผยตัวตนในที่สุด

ไวยากรณ์

would only relent if ...: only if ที่แสดงเงื่อนไขจำเป็น

ใน would only relent if... คำว่า only if นำเข้าสู่เงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการที่โรคระบาดจะบรรเทาลง นั่นคือฆาตกรต้องถูกเปิดเผย only ขยายขอบเขตไปที่อนุประโยค if ไม่ได้จำกัดวิธีหรือระดับที่โรคระบาดบรรเทาลง โครงสร้าง A only if B หมายถึง A จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ B เป็นจริง ในประโยคนี้ A คือโรคระบาดบรรเทาลง และ B คือฆาตกรถูกเปิดเผย B เป็นเงื่อนไขจำเป็นของ A แต่ประโยคไม่ได้บอกว่า B เพียงอย่างเดียวรับประกันว่า A จะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ถูกต้องเพื่อทำให้การมีบัตรที่ยังใช้ได้เป็นเงื่อนไขจำเป็น: You may enter the lab ____ you have a valid badge.

ดูคำตอบ

only if

then driven out or avenged with blood. การใช้คำ

3:13

จากนั้นจึงถูกเนรเทศหรือชดใช้ด้วยเลือด

การใช้คำ

driven out or avenged with blood: การขับไล่และการล้างแค้นด้วยเลือด

อนุประโยคนี้เสนอการลงโทษที่รุนแรงสองแบบหลังจากระบุตัวฆาตกรได้แล้ว then บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นขั้นตอนต่อไป driven out หมายถึงถูกบังคับให้พ้นจากเมืองหรือชุมชน ส่วน avenged with blood หมายถึงตอบโต้การสังหารไลอัสด้วยการนองเลือด ซึ่งอาจรวมถึงการตายของฆาตกร ถ้อยคำนี้อยู่ในภาษาระดับสูงของโศกนาฏกรรมเชิงตำนาน with blood ทำให้ avenge รุนแรงกว่าการตอบโต้ทั่วไปมาก โดยนำเสนอความรุนแรงว่าเป็นสิ่งที่ใช้ชดใช้ความตาย

แบบฝึกหัด

ในบริบทตำนานนี้ driven out or avenged with blood สื่อถึงอะไร?

  1. คนร้ายถูกขับไล่ หรือการสังหารไลอัสถูกตอบโต้ด้วยการนองเลือด
  2. คนร้ายถูกสอบถาม แล้วได้รับการให้อภัยหลังจากขอโทษ
  3. คนร้ายจากไปโดยสมัครใจ หรือจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน
ดูคำตอบ

คนร้ายถูกขับไล่ หรือการสังหารไลอัสถูกตอบโต้ด้วยการนองเลือด

Oedipus hastily opened an investigation. วลี

3:17

อีดิปัสเร่งเปิดการสอบสวนโดยทันที

วลี

opened an investigation: เริ่มการสืบสวนอย่างเป็นทางการ

ใน opened an investigation คำว่า open หมายถึง “เริ่มหรือดำเนินการอย่างเป็นทางการ” ไม่ใช่เปิดสิ่งของทางกายภาพ โดยมอง investigation ว่าเป็นกระบวนการที่จัดเป็นระบบและสามารถเริ่มต้นได้ วลีที่มีคำนามเป็นแกนนี้ฟังเป็นทางการและเน้นขั้นตอนมากกว่า began to investigate สามารถใช้รูป open an investigation into + เรื่อง เพื่อบอกประเด็นที่ถูกสอบสวน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของวลีทางการ open an investigation: After receiving the complaint, the agency ____.

ดูคำตอบ

opened an investigation

He interrogated Tiresias,

3:20

เขาทำการสอบสวนไทเรเซียส

a blind prophet,

3:21

ผู้พยากรณ์ตาบอด

who stayed silent before suggesting that Oedipus himself was the killer. ไวยากรณ์

3:23

ซึ่งนิ่งเงียบไปก่อนจะพูดเป็นนัยว่าตัวอีดิปัสเองนั่นแหละคือฆาตกร

ไวยากรณ์

stayed silent before suggesting that...: เรียงลำดับการกระทำสองอย่าง

Stayed silent before suggesting that... เรียงการกระทำสองอย่างตามเวลา คือบุคคลนั้นนิ่งเงียบก่อน แล้วจึงเสนอความคิด ในโครงสร้าง before + -ing ประธานที่ละไว้ของ suggesting คือคนเดียวกับประธานของ stayed silent ในที่นี้ suggest that + อนุประโยค หมายถึง “เสนอหรือบอกเป็นนัยถึงความคิด” ไม่ใช่ “แนะนำให้ทำสิ่งใด” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของความคิดนั้นว่า Oedipus himself was the killer.

แบบฝึกหัด

เติมด้วย before + รูป -ing ของ suggest + that: Lena stayed quiet ____ the deadline should move.

ดูคำตอบ

before suggesting that

Oedipus denied and deflected the accusation, วลี

3:28

อีดิปัสปฏิเสธและปัดป้องข้อกล่าวหานั้น

วลี

deny and deflect an accusation: ปฏิเสธข้อกล่าวหาและเบี่ยงประเด็น

To deny an accusation หมายถึงการบอกว่าข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง ส่วน to deflect an accusation หมายถึงการเบี่ยงความสนใจ ความรับผิดชอบ หรือคำถามไปทางอื่น แทนที่จะรับมือกับข้อกล่าวหาโดยตรง ในบริบทนี้ ข้อกล่าวหาคือคำอ้างว่าอีดิปัสเป็นฆาตกร การวางคำกริยารูปอดีตสองคำคู่กันแสดงการตอบโต้เชิงป้องกันสองขั้น คือเขาปฏิเสธคำอ้างและพยายามผลักแรงกดดันจากข้อกล่าวหาออกจากตัวเองด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าคนคนหนึ่งปฏิเสธก่อนว่าคำกล่าวอ้างไม่เป็นจริง แล้วจึงเบี่ยงคำถามที่ตามมา

  1. The candidate investigated the accusation and asked for more evidence.
  2. The candidate denied the accusation and deflected further questions.
  3. The candidate admitted that the charge was true and answered every question directly.
ดูคำตอบ

The candidate denied the accusation and deflected further questions.

but it stuck with him. กริยาวลี

3:31

แต่มันกลับติดค้างอยู่ในใจของเขา

กริยาวลี

it stuck with him: มันยังคงติดอยู่ในใจเขา

ในที่นี้ it stuck with him หมายถึงข้อกล่าวหานั้นยังคงอยู่ในความคิดและส่งผลต่อเขาต่อไป เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดติดอยู่กับตัวเขาจริง ๆ เมื่อประธานเป็นความคิด คำเตือน ภาพ บทเรียน หรือประสบการณ์ stick with someone หมายถึง “ยังคงอยู่ในความทรงจำหรือมีอิทธิพลต่อไป” ผลนั้นอาจเป็นเชิงบวก เชิงลบ หรือเพียงทำให้คิดต่อก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ stick with ที่หมายถึง “ยังคงอยู่ในความทรงจำของฉัน”: The coach's advice ____ long after the season ended.

ดูคำตอบ

stuck with me

Jocasta likewise insisted that Laius' killer couldn't have been Oedipus, ไวยากรณ์

3:32

พระนางโจคาสตาก็ทรงยืนกรานเช่นกันว่าผู้ที่สังหารไลอัสไม่มีทางเป็นอีดิปัสไปได้

ไวยากรณ์

couldn't have been Oedipus: การอนุมานเชิงปฏิเสธอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับอดีต

ใน couldn't have been Oedipus โครงสร้าง couldn't have + กริยาช่องที่ 3 ใช้สรุปอย่างหนักแน่นว่าสถานการณ์หนึ่งในอดีตไม่น่าจะเป็นไปได้ been เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ be ดังนั้นประโยคนี้จึงตัดความเป็นไปได้ที่อีดิปัสจะเป็นฆาตกร ตรงนี้ไม่ได้พูดถึงความสามารถของอีดิปัส ผู้พูดใช้ข้อมูลที่ตนเชื่อว่าเป็นหลักฐานเพื่อตัดความเป็นไปได้หนึ่งในอดีต โครงสร้าง modal perfect แบบเดียวกันยังใช้ประเมินการกระทำในอดีตได้ เช่น couldn't have left หรือ couldn't have known

แบบฝึกหัด

ใช้ couldn't have been เติมการอนุมานเชิงปฏิเสธอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับตัวบุคคลในอดีตให้สมบูรณ์: The caller ____ Mia; she was sitting beside me.

ดูคำตอบ

couldn't have been

for she'd heard that Laius was killed at a crossroads by robbers. การใช้คำ

3:37

เพราะพระนางทรงได้ยินมาว่าไลอัสถูกสังหารที่ทางแยกโดยกลุ่มโจร

การใช้คำ

for she'd heard that: for แบบวรรณกรรมที่หมายถึง because

for ในที่นี้เป็นคำสันธานเชื่อมความแบบประสานที่มีความหมายว่า because อนุประโยค she'd heard that ... บอกเหตุผลของข้อความก่อนหน้า for ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์” และไม่ได้ใช้ระบุผู้รับ for ที่บอกเหตุผลมักอยู่หลังข้อความที่มันอธิบายและเพิ่มเหตุผลสนับสนุน การจำโครงสร้างนี้ได้จะช่วยให้อ่านงานเขียนที่เป็นทางการ เชิงวรรณกรรม หรือการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิมได้ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสันธานเชื่อมความแบบประสานหนึ่งคำที่หมายถึง because และมักใช้หลังข้อความหลัก: The path must be wet, ____ it rained all night.

ดูคำตอบ

for

Yet,

3:42

กระนั้น

through conversations with a messenger from Corinth,

3:42

ผ่านการสนทนากับผู้ส่งสารจากโครินธ์

and finally the shepherd who'd rescued him as an infant,

3:45

และสุดท้ายกับคนเลี้ยงแกะที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อครั้งยังเป็นทารก

the truth came bearing down upon Oedipus. สำนวน

3:49

ความจริงก็ถาโถมเข้าใส่อีดิปัส

สำนวน

the truth came bearing down upon Oedipus: แรงกดดันที่หลีกไม่พ้น

วลีนี้ทำให้ความจริงมีลักษณะเหมือนพลังที่กำลังเคลื่อนเข้าหาโอดิปุสและกดดันเขา ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ตกลงมาจากด้านบนจริง ๆ เมื่อหลักฐานสะสมมากขึ้น เขาก็ไม่อาจหลีกหนีความจริงได้อีกต่อไป bear down on/upon ใช้บรรยายสิ่งที่น่ากลัวหรือเร่งด่วนซึ่งกำลังเข้าใกล้และสร้างแรงกดดันมากขึ้นได้ ในที่นี้ came bearing down ทำให้การเปิดเผยความจริงดูเหมือนหายนะที่กำลังคืบเข้ามา จึงเพิ่มความตึงเครียดของเรื่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the truth came bearing down upon Oedipus สื่อความหมายใด?

  1. โอดิปุสบังคับให้คนอื่นยอมรับความจริง
  2. ความจริงตกลงมาจากด้านบนใส่เขาจริง ๆ
  3. ความจริงที่สะสมขึ้นคืบเข้ามากดดันเขาจนไม่อาจหลีกหนี
ดูคำตอบ

ความจริงที่สะสมขึ้นคืบเข้ามากดดันเขาจนไม่อาจหลีกหนี

In searching for Laius' murderer, ลำดับความ

3:52

ในการตามหาตัวฆาตกรที่สังหารไลอัส

he'd been looking for himself,

3:54

แท้จริงแล้วเขากำลังตามหาตัวเอง

ลำดับความ

In searching for Laius' murderer ... looking for himself: การค้นหากลับชี้มาที่โอดิปุสเอง

วลีเปิดเรื่องนำเสนอการค้นหาบุคคลภายนอก โอดิปุสเชื่อว่าฆาตกรของไลอัสคือคนอื่นที่เขาต้องระบุตัวให้ได้ แต่ประโยคหลักกลับหันทิศทางการค้นหามายังโอดิปุสเอง คนที่เขาตามหามาตลอดก็คือตัวเขา การเลื่อนข้อมูลแก้ความเข้าใจนี้ไปไว้ภายหลังทำให้ประโยคจัดข้อมูลเป็นการพลิกผันของเรื่อง looking for himself ในที่นี้มีความหมายตามตัวอักษรภายในบริบทของการสืบสวน ไม่ได้หมายถึงการสำรวจตัวตนหรือเป้าหมายชีวิต โอดิปุสเป็นทั้งผู้สืบสวนและเป็นเป้าหมายของการสืบสวนโดยที่ตนเองไม่รู้ He'd been looking หมายถึง he had been looking และวางการค้นหาที่ดำเนินต่อเนื่องไว้ก่อนการเปิดเผยความจริงในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการจัดข้อมูลแบบเดียวกัน คือเริ่มจากเป้าหมายภายนอกแล้วเปิดเผยว่าการค้นหากลับชี้มาที่ผู้ค้นหาเอง?

  1. He looked at his reflection while waiting for the investigation to end.
  2. He stopped tracking the stranger because he wanted time to think about his identity.
  3. He thought he was tracking a stranger, but the evidence finally showed that he had been tracking himself.
ดูคำตอบ

He thought he was tracking a stranger, but the evidence finally showed that he had been tracking himself.

and Apollo's prophecy had come to pass in all its dreadful detail. โน้ต

3:56

และคำทำนายของเทพอพอลโลก็ได้ปรากฏเป็นจริงในทุกรายละเอียดอันน่าสยดสยอง

สำนวน

Apollo's prophecy had come to pass: คำพยากรณ์ของอะพอลโลได้เป็นจริงแล้ว

come to pass เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงเกิดขึ้นหรือกลายเป็นจริง เมื่อมี prophecy เป็นประธาน จึงหมายความว่าสิ่งที่เคยพยากรณ์ไว้ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ had come to pass เป็นรูป past perfect แสดงว่าคำพยากรณ์เป็นจริงก่อนจุดเวลาในอดีตที่เรื่องกำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงกลายเป็นจริงให้สมบูรณ์: The prediction finally came to ____.

ดูคำตอบ

pass

วลี

in all its dreadful detail: ในรายละเอียดอันน่าสะพรึงกลัวทุกประการ

in all its dreadful detail หมายความว่าคำพยากรณ์เป็นจริงอย่างครบถ้วน รวมถึงรายละเอียดที่น่าสะพรึงกลัวทุกประการ all เน้นความครบถ้วน ส่วน dreadful แสดงการประเมินเชิงลบของผู้บรรยาย its อ้างถึง Apollo's prophecy ส่วน detail ใช้รูปเอกพจน์เพราะมองรายละเอียดทั้งหมดรวมกันเป็นภาพเดียวที่ครบถ้วน ไม่ได้นับเป็นรายละเอียดแยกกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อนำเสนอภาพที่ครบถ้วนและมีการประเมินเชิงลบ?

  1. The report described the collapse in all its painful detail.
  2. The report described the collapse in all its painfully details.
  3. The report described the collapse in all their painful detail.
ดูคำตอบ

The report described the collapse in all its painful detail.

Full of fury, resentment, and shame, ไวยากรณ์

4:01

ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความขุ่นเคือง และความอับอาย

ไวยากรณ์

Full of fury, resentment, and shame: วลีบอกสภาวะที่วางไว้ข้างหน้า

Full of fury, resentment, and shame เป็นวลีคุณศัพท์ที่วางไว้ก่อนอนุประโยคหลัก วลีนี้บอกสภาพอารมณ์ของประธานในอนุประโยคที่ตามมาในขณะที่เขาลงมือทำ ซึ่งในบริบทเต็มประธานนั้นคือ Oedipus ส่วนนี้ไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ และ full ก็ไม่ใช่กริยาหลัก การวางสภาวะไว้ก่อนช่วยให้ผู้เล่านำเสนออารมณ์ก่อนการกระทำ ทำให้แรงจูงใจดูชัดเจนทันทีและช่วยให้การเล่าเรื่องเชิงวรรณกรรมกระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “Full of doubt, Nina opened the results email.” ใครเป็นคนที่เต็มไปด้วยความสงสัย?

  1. อีเมลแจ้งผล
  2. Nina
  3. ผู้เล่าที่ไม่ได้ระบุถึง
ดูคำตอบ

Nina

Oedipus rushed to kill Jocasta,

4:03

อีดิปัสรีบพุ่งเข้าไปเพื่อจะสังหารโจคาสตา

but she too had realized the truth and taken her own life. สำนวน

4:06

ทว่าพระนางก็ทรงตระหนักถึงความจริงและได้ปลิดชีพพระองค์เองไปแล้ว

สำนวน

taken her own life: คำเลี่ยงสำหรับการกล่าวถึงการฆ่าตัวตาย

Take one's own life เป็นสำนวนเลี่ยงแบบตายตัวที่หมายถึงเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ในประโยคนี้ taken her own life กล่าวโดยอ้อมว่าเธอตั้งใจจบชีวิตของตนเอง ไม่ได้หมายถึงการยึดเอาชีวิตมาเป็นของตนตามตัวอักษร รูปแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนไปตามประธาน เช่น take his own life, take her own life, take their own life หรือ take my own life ตรงนี้ taken เป็นกริยาช่องสามและใช้ had ร่วมกับ had realized: she had realized ... and [had] taken ....

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “The report said that he had taken his own life.” taken his own life หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขาเอาสิ่งที่เป็นของตนกลับคืนมา
  2. เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย
  3. เขารอดชีวิตจากสถานการณ์อันตราย
ดูคำตอบ

เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย

Using brooches from her dress,

4:11

โดยการใช้เข็มกลัดจากชุดของพระนาง

Oedipus blinded himself in anguish,

4:13

อีดิปัสทิ่มแทงดวงตาของตนเองให้บอดสนิทด้วยความรวดร้าว

expunging his deceitful sense of sight, การใช้คำ

4:16

ทำลายการมองเห็นอันหลอกลวงของเขา

which had kept him from truly seeing so much. สำนวน

4:19

ซึ่งกีดกันไม่ให้เขามองเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงมาตลอด

การใช้คำ

expunging his deceitful sense of sight: การลบล้างโดยสิ้นเชิง

Expunging หมายถึงการกำจัดบางสิ่งอย่างหมดจดจนถือได้ว่าสิ่งนั้นถูกลบออกไปแล้ว ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับ his deceitful sense of sight กล่าวคือ เมื่อโอดิปุสทำให้ตนเองตาบอด เขาก็ทำลายความสามารถที่ทำให้เขามองได้ แต่ไม่อาจเผยความจริงแก่เขา อนุประโยค -ing เพิ่มผลลัพธ์และความหมายเชิงสัญลักษณ์ให้กับ blinded himself คำกริยาแบบเป็นทางการ expunge ทำให้การกระทำนี้ฟังเหมือนการลบล้างโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่การทำความสะอาดหรือการเอาออกธรรมดา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ expunge ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Please expunge the dishes after dinner.
  2. The court agreed to expunge the old charge from her record.
  3. Could you expunge the chair into the hallway?
ดูคำตอบ

The court agreed to expunge the old charge from her record.

สำนวน

which had kept him from truly seeing: การมองเห็นทางกายและความเข้าใจ

Which อ้างถึง his deceitful sense of sight ที่อยู่ก่อนหน้า โครงสร้าง keep someone from doing something หมายถึงการขัดขวางไม่ให้ใครทำบางสิ่ง ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าการมองเห็นทางกายกลับทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นได้อย่างแท้จริง ในที่นี้ see ยังหมายถึงการเข้าใจหรือรับรู้ความจริง เช่นใน I see what you mean ความหมายทั้งสองทำงานพร้อมกัน โอดิปุสมองเห็นได้ด้วยตา แต่ไม่สามารถมองเห็นความจริง จึงเป็นการเล่นคำเชิงโศกนาฏกรรม ไม่ใช่เพียงการกล่าวถึงสายตาเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ truly seeing เพิ่มความหมายใดเป็นหลักนอกเหนือจากการมองเห็นทางกาย

  1. การรับรู้และเข้าใจความจริง
  2. การเฝ้าดูบางสิ่งเป็นเวลานาน
  3. การมองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลได้ชัดขึ้น
ดูคำตอบ

การรับรู้และเข้าใจความจริง

Oedipus begged for exile,

4:23

อีดิปัสอ้อนวอนขอถูกเนรเทศ

but was led back into the castle to await word from Apollo's oracle. วลี

4:24

แต่กลับถูกนำตัวกลับเข้าไปในปราสาทเพื่อรอรับคำสั่งจากวิหารเทพอพอลโล

วลี

await word from: รอข่าวหรือคำตอบอย่างเป็นทางการ

ใน await word from Apollo's oracle คำว่า word หมายถึงข่าว คำตอบ หรือคำสั่ง ไม่ได้หมายถึงคำศัพท์หนึ่งคำ ส่วน from ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น await เป็นกริยาสกรรมที่มีระดับภาษาค่อนข้างเป็นทางการ จึงตามด้วยกรรมโดยตรงเป็น await word วลี infinitive to await ... บอกจุดประสงค์ของการถูกพากลับเข้าไปในปราสาท ในบริบทอื่น await word from X ใช้บอกการรอประกาศหรือคำตัดสินอย่างเป็นทางการจาก X ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสามคำที่หมายถึง “รอข่าวจาก”: After the interview, Maya will ____ the hiring committee.

ดูคำตอบ

await word from

Thus ends Sophocles' first play centering Oedipus, ลำดับความ

4:30

และนี่คือจุดจบของบทละครเรื่องแรกของซอโฟคลีสที่มีอีดิปัสเป็นศูนย์กลาง

ลำดับความ

Thus ends ...: ปิดการเล่าเรื่องอย่างเป็นทางการด้วยการสลับตำแหน่ง

Thus ends ... เป็นรูปแบบปิดการเล่าเรื่องอย่างเป็นทางการ มีความหมายว่า “นี่คือวิธีที่ ... จบลง” หรือ “และแล้ว ... ก็สิ้นสุดลง” thus ย้อนอ้างถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเล่ามาและสรุปเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นตอนจบ พร้อมส่งสัญญาณว่าเรื่องเล่ากำลังจะดำเนินต่อไปยังส่วนอื่น ประโยคนี้ใช้การสลับตำแหน่งประธานกับกริยาแบบวรรณกรรม โดยกริยา ends มาก่อนประธานที่เป็นนามวลีเต็ม Sophocles' first play centering Oedipus ถ้าใช้ลำดับแบบเป็นกลางที่วางประธานก่อน จะได้ Sophocles' first play ... ends this way แต่ให้อารมณ์ปิดเรื่องอย่างตั้งใจน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ในการเล่าเรื่องอย่างเป็นทางการ โครงสร้างที่ย้ายมาไว้ข้างหน้าและสลับตำแหน่งใน “Thus ends the first chapter” ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. บอกอย่างเป็นทางการว่าส่วนที่เล่าก่อนหน้านี้จบแล้ว
  2. บอกว่าบทนั้นจบลงเพราะมีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้น
  3. ถามว่าบทแรกจะจบอย่างไร
ดูคำตอบ

บอกอย่างเป็นทางการว่าส่วนที่เล่าก่อนหน้านี้จบแล้ว

but it wouldn't be his final word on the tragic hero. วัฒนธรรม

4:34

แต่มันไม่ใช่ผลงานชิ้นสุดท้ายของเขาเกี่ยวกับวีรบุรุษผู้มีชะตากรรมแสนรันทดนี้

วัฒนธรรม

final word on the tragic hero: การกล่าวถึงวีรบุรุษโศกนาฏกรรมเป็นครั้งสุดท้าย

ในประโยคนี้ someone's final word on a subject หมายถึงถ้อยแถลงสำคัญครั้งสุดท้ายหรือการนำหัวข้อนั้นไปสร้างสรรค์เป็นผลงานครั้งสุดท้ายของใครคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงคำสุดท้ายที่เขาพูดตามตัวอักษร รูปปฏิเสธ wouldn't be his final word บอกว่าเขาจะกลับมานำเสนอตัวละครโศกนาฏกรรมนี้อีกในผลงานภายหลัง A tragic hero คือตัวละครศูนย์กลางของโศกนาฏกรรม ซึ่งการตัดสินใจ ข้อบกพร่องร้ายแรง หรือชะตากรรมนำไปสู่ความทุกข์อย่างหนักหรือความพินาศ ที่นี่คำนี้ระบุบทบาททางวรรณกรรมของ Oedipus และช่วยเปลี่ยนประเด็นจากบทละครเรื่องหนึ่งไปสู่การที่ผู้ประพันธ์นำตัวละครเดิมมาสร้างสรรค์อีกในภายหลัง

แบบฝึกหัด

'it wouldn't be his final word on the tragic hero' ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. วีรบุรุษโศกนาฏกรรมจะพูดบทสุดท้าย
  2. เขาลืมคำสุดท้ายของบทละคร
  3. เขาจะกลับมานำเสนอวีรบุรุษโศกนาฏกรรมนี้อีกในผลงานภายหลัง
ดูคำตอบ

เขาจะกลับมานำเสนอวีรบุรุษโศกนาฏกรรมนี้อีกในผลงานภายหลัง

Decades later,

4:38

หลายทศวรรษต่อมา

a roughly 89-year-old Sophocles wrote its sequel ไวยากรณ์

4:39

ซอโฟคลีสในวัยราว 89 ปีได้เขียนภาคต่อของเรื่องนี้

set in Colonus,

4:43

โดยดำเนินเรื่องที่เมืองโคโลนัส

his own birthplace.

4:44

ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเอง

ไวยากรณ์

sequel set in Colonus: set in + สถานที่

ใน sequel set in Colonus นั้น set in Colonus เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาช่องสามและวางไว้หลัง sequel โดยเป็นรูปย่อของ a sequel that is set in Colonus และบอกว่าเรื่องราวของภาคต่อเกิดขึ้นที่ใด เมื่อกล่าวถึงหนังสือ บทละคร ภาพยนตร์ หรือเกม โครงสร้าง be set in + สถานที่หรือช่วงเวลาใช้บอกฉากหลังของเรื่อง ที่นี่ set ไม่ได้หมายถึงการที่ใครนำสิ่งของไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำเพื่อให้ 'a remote mountain village' เป็นฉากหลังของเรื่อง: They recommended a mystery novel ____ a remote mountain village.

ดูคำตอบ

set in

It finds Oedipus,

4:46

เรื่องราวกล่าวถึงอีดิปัส

now aged and exiled,

4:47

ซึ่งในขณะนี้ชราภาพและถูกเนรเทศ

confronted with accusations of incest and patricide. การใช้คำ

4:49

กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการร่วมประเวณีกับสายเลือดเดียวกันและการปิตุฆาต

การใช้คำ

confronted with accusations of incest and patricide: เผชิญข้อกล่าวหาร้ายแรง

Confronted with accusations of ... หมายถึงการตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหรือตอบโต้ข้อกล่าวหา ในที่นี้เป็นวลี participle แบบ passive ที่บรรยายสภาพของเอดิปัส ไม่ใช่การกระทำที่เขาเป็นผู้เริ่มเอง Accusations of ตามด้วยการกระทำที่ถูกกล่าวหา incest หมายถึงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างญาติใกล้ชิด ส่วน patricide หมายถึงการฆ่าพ่อของตนเองโดยเฉพาะ คำว่า accusations เพียงบอกว่ามีการกล่าวหา ไม่ได้หมายความว่าพิสูจน์ความผิดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยวลีทางการที่หมายถึง “ต้องเผชิญข้อกล่าวหาเรื่อง”: At the hearing, the director was ____ fraud.

ดูคำตอบ

confronted with accusations of

Oedipus,

4:54

อีดิปัส

having accepted the truth and released himself from its shame, ไวยากรณ์

4:54

หลังจากยอมรับความจริงและปลดปล่อยตนเองจากความอับอายแล้ว

ไวยากรณ์

having accepted ... and released ...: การกระทำที่เสร็จก่อนประโยคหลัก

Having accepted the truth and released himself from its shame เป็นอนุประโยค participle แบบ perfect โครงสร้าง having + past participle แสดงว่าการกระทำทั้งสองเสร็จสิ้นแล้วก่อนการกระทำในประโยคหลัก having เพียงคำเดียวใช้ร่วมกับ past participle ที่เชื่อมกันคือ accepted และ released อนุประโยคนี้ขยาย Oedipus ดังนั้น Oedipus จึงเป็นประธานโดยนัยของการกระทำทั้งสอง อนุประโยคนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังที่เกิดก่อนหน้า ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักของประโยค ส่วน released himself from its shame หมายถึงเขาไม่ถูกความละอายนั้นควบคุมทางจิตใจอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป perfect participle ของ review เพื่อแสดงว่าการตรวจสอบเกิดขึ้นก่อน: ____ the contract, Nina signed it.

ดูคำตอบ

Having reviewed

proclaims his innocence วลี

4:58

ก็ได้ประกาศความบริสุทธิ์ของตน

and maintains that he committed these deeds unwittingly and unwillingly. การใช้คำ

5:00

และยืนยันว่าเขากระทำสิ่งเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัวและไม่เต็มใจ

วลี

proclaims his innocence and maintains that ...: การยืนยันอย่างเป็นทางการ

proclaims his innocence เป็นการประกาศต่อสาธารณะอย่างหนักแน่นว่าตนไม่มีความผิด ส่วน maintains that ใช้นำเข้าสู่คำอธิบายที่เขายังคงยืนยันว่าเป็นความจริง โดยเฉพาะเมื่อคำอธิบายนั้นถูกโต้แย้ง ในที่นี้ maintain หมายถึง “ยังคงยืนยัน” ไม่ใช่ “ซ่อมแซม” หรือ “รักษาให้อยู่ในสภาพดี” เมื่อใช้สองคำนี้ร่วมกัน คำแก้ต่างจะฟังเป็นทางการและมีเจตนาชัดเจน ไม่ใช่คำอธิบายแบบสบาย ๆ โครงสร้างนี้ช่วยให้มองออกว่าเป็นจุดยืนอย่างเป็นทางการหรือต่อสาธารณะ โดยใช้ proclaim + นามวลี แล้วตามด้วย maintain that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “proclaims his innocence and maintains that ...” สื่อความหมายใด?

  1. เขาประกาศอย่างเป็นทางการว่าตนไม่มีความผิดและยังคงยืนยันว่าคำอธิบายของตนเป็นความจริง
  2. เขาซ่อมแซมบางสิ่งและรักษาให้ยังใช้งานได้ดี
  3. เขายอมรับแบบไม่เป็นทางการว่าตนมีความผิดและเปลี่ยนคำอธิบาย
ดูคำตอบ

เขาประกาศอย่างเป็นทางการว่าตนไม่มีความผิดและยังคงยืนยันว่าคำอธิบายของตนเป็นความจริง

การใช้คำ

unwittingly and unwillingly: ไม่รู้กับไม่เต็มใจ

unwittingly หมายถึง “โดยไม่รู้หรือไม่ตระหนักว่าตนกำลังทำอะไร หรือสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร” ส่วน unwillingly หมายถึง “โดยไม่อยากทำ” หรือ “อย่างไม่เต็มใจ” การใช้ทั้งสองคำช่วยแยกคำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบออกเป็นสองข้อ คือ เขารู้หรือไม่ และเขาเลือกทำอย่างอิสระหรือไม่ ประโยคนี้ตอบว่าไม่ทั้งสองข้อ จึงไม่ควรรวมความหมายของสองคำนี้อย่างคลุมเครือว่าเป็นเพียงการทำสิ่งใด “โดยบังเอิญ”

แบบฝึกหัด

เติม unwittingly หรือ unwillingly โดยใช้แต่ละคำหนึ่งครั้ง: Leo revealed the password ____ because he did not know the camera was recording, and Nora resigned ____ under intense pressure.

ดูคำตอบ

unwittingly · unwillingly

Finally,

5:06

ในที่สุด

Oedipus knows it's time to go, น้ำเสียง/เจตนา

5:06

อีดิปัสก็รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

It's time to go: คำเลี่ยงถึงความตายที่ต้องตีความจากบริบท

ในประโยคนี้ it's time to go สื่อโดยอ้อมว่าชีวิตของอีดิปุสกำลังจะสิ้นสุดลง คำว่า go ยังคงมีแนวคิดเรื่องการจากไป แต่ข้อความแวดล้อมที่กล่าวถึงความตายทำให้คำนี้หมายถึงการจากชีวิตไปในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่เพียงการออกจากสถานที่หนึ่ง ความหมายนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ไม่ใช่ความหมายตายตัว โดยปกติวลีเดียวกันหมายถึงถึงเวลาต้องไปแล้ว แต่เบาะแสเกี่ยวกับวาระสุดท้าย การอำลาครั้งสุดท้าย หรือความตาย สามารถทำให้วลีนี้เป็นคำเลี่ยงที่นุ่มนวลสำหรับการเสียชีวิตได้

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า ราชินีที่กำลังจะเสียชีวิตหลับตาแล้วพูดว่า “It's time to go.” วลีนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. เธอต้องออกจากห้องเพื่อไปประชุม
  2. เธอรู้ว่าชีวิตของตนกำลังจะสิ้นสุดลง
  3. เธอกำลังบอกให้อีกคนหนึ่งออกไป
ดูคำตอบ

เธอรู้ว่าชีวิตของตนกำลังจะสิ้นสุดลง

and a divine voice urges him on. กริยาวลี

5:09

และมีเสียงแห่งเทพเจ้าคอยเร่งเร้าเขาอยู่

กริยาวลี

Urge someone on: กระตุ้นให้ใครพยายามต่อไป

Urge someone on หมายถึงการให้กำลังใจหรือผลักดันใครบางคนอย่างมากให้เดินหน้าหรือพยายามต่อไป ในประโยคนี้ a divine voice เป็นที่มาของแรงกระตุ้น ส่วน him คือผู้ที่ถูกกระตุ้นให้เดินหน้าต่อ ในกริยาวลีนี้ กรรมจะอยู่ระหว่าง urge กับ on คือ urge him on คำว่า on เพิ่มแนวคิดของการทำต่อไป ไม่ใช่คำบุพบทที่บอกตำแหน่งในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ urge someone on โดยใช้ her: The runner was slowing down, so the crowd ____.

ดูคำตอบ

urged her on

Having said his loving farewells,

5:11

หลังจากกล่าวคำอำลาด้วยความรัก

Oedipus then transcends peacefully and marvelously into death. การใช้คำ

5:14

อีดิปัสก็ก้าวข้ามสู่ความตายอย่างสงบและน่าอัศจรรย์

การใช้คำ

transcends peacefully and marvelously into death: การพรรณนาความตายด้วยภาษาสูงส่ง

ในประโยคนี้ transcends ... into death ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง คำว่า transcend หมายถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดตามปกติ ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงนำเสนอความตายในเชิงเปรียบเทียบว่าเป็นการผ่านพ้นชีวิตทางโลก มากกว่าจะเพียงบอกว่าอีดิปัสตาย คำวิเศษณ์ peacefully และ marvelously ทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้ดูสงบและน่าอัศจรรย์ เมื่อรวมกัน ถ้อยคำเหล่านี้สร้างน้ำเสียงเคร่งขรึมแบบตำนาน และวางกรอบความตายว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ธรรมดา

แบบฝึกหัด

ถ้อยคำที่เน้นไว้ทำหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าอีดิปัสเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ที่ชื่อว่า “ความตาย” จริง ๆ
  2. ให้ข้อมูลทางการแพทย์อย่างเป็นกลางว่าอีดิปัสเสียชีวิต
  3. นำเสนอความตายว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านอันสงบและน่าอัศจรรย์ซึ่งก้าวพ้นชีวิตทางโลกทั่วไป
ดูคำตอบ

นำเสนอความตายว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านอันสงบและน่าอัศจรรย์ซึ่งก้าวพ้นชีวิตทางโลกทั่วไป

Follow another more ancient king

5:22

ติดตามเรื่องราวของกษัตริย์ยุคโบราณอีกพระองค์หนึ่ง

as he struggles against his fate with this video,

5:24

ขณะที่พระองค์ต่อสู้กับชะตากรรมของตนเองได้ในวิดีโอนี้

or delve into a dark tale of fickle realities,

5:28

หรือดำดิ่งสู่เรื่องราวอันดำมืดของความเป็นจริงที่แปรปรวน

familial strife,

5:31

ความขัดแย้งในครอบครัว

and tragic misfortune with this one.

5:33

และความโชคร้ายอันน่าสลดใจไปกับวิดีโอนี้