จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณหยุดกิน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
643 คำ 191 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เนื้อหาอธิบายว่าระหว่างการอดอาหาร ร่างกายเปลี่ยนพลังงานจากไกลโคเจนไปเป็นไขมัน คีโตน และโปรตีนอย่างไร แล้วเชื่อมความเสื่อมของร่างกายกับความหิวโหยทั่วโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ความหมายและระดับภาษา: hangry เป็นคำไม่เป็นทางการที่ผสม hungry กับ angry คุณจะรู้ว่าใช้กับความหงุดหงิดเพราะไม่ได้กินได้เมื่อใด และควรเลี่ยงในบริบทความอดอยากรุนแรงหรือทางคลินิก 2. ภาษาภาพพจน์: cannibalizing itself เปรียบร่างกายที่ใช้โปรตีนของตนเองเสมือนกินตัวเอง คุณจะไม่เข้าใจว่าเป็นการกินพวกเดียวกันจริง และจะมองออกเมื่อใช้กับระบบที่ทำทรัพยากรตนเองหมด 3. คำปรากฏร่วม: เรียนรู้การเรียกร้องให้รัฐบาลหรือองค์กรรับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญาสาธารณะ แทนการกล่าวโทษเพียงอย่างเดียว ด้วย hold them accountable.

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Food is a favorite pastime for many, ลำดับความ

0:00

สำหรับหลายคน การกินคือกิจกรรมยามว่างสุดโปรด

which is convenient because we need it to live.

0:02

ซึ่งก็ถือว่าเหมาะเจาะ เพราะเราต้องกินเพื่อมีชีวิตอยู่

ลำดับความ

การวางมุกเปรียบต่างใน Food is a favorite pastime ... which is convenient because ...

ประโยคนี้เริ่มด้วยการเรียกการกินว่า a favorite pastime ทั้งที่ปกติ pastime หมายถึงกิจกรรมยามว่างที่เลือกทำได้ การนำคำนี้มาใช้กับสิ่งที่จำเป็นต่อการอยู่รอดทำให้เกิดการประชดเบา ๆ นี่เป็นการเกริ่นอย่างมีอารมณ์ขัน ไม่ใช่การยืนยันอย่างจริงจังว่าทุกคนมองการกินเป็นงานอดิเรก จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which ก็เติมบทสรุปที่แกล้งทำให้ดูมีเหตุผลว่า การชอบอาหารนั้น “สะดวก” เพราะมนุษย์ต้องกินเพื่อมีชีวิตอยู่ การวางแนวคิดสองอย่างนี้ไว้ด้วยกันช่วยเปลี่ยนจากข้อสังเกตขำ ๆ ไปสู่หัวข้อจริงจัง และดึงความสนใจก่อนตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์หลัก

แบบฝึกหัด

ผลทางวาทกรรมหลักของประโยคที่เน้นคืออะไร?

  1. ประโยคนี้เตือนว่าการเพลิดเพลินกับอาหารเป็นอันตรายทางการแพทย์
  2. ประโยคนี้เชื่อมความเพลิดเพลินจากอาหารเข้ากับความจำเป็นทางชีวภาพที่จะต้องกินอย่างมีอารมณ์ขัน ทำให้เป็นการเปิดเรื่องแบบเบา ๆ
  3. ประโยคนี้รายงานผลสำรวจว่าคนส่วนใหญ่ยกให้การกินเป็นงานอดิเรกหลัก
  4. ประโยคนี้โต้แย้งว่าผู้คนควรแทนที่กิจกรรมยามว่างด้วยการกิน
ดูคำตอบ

ประโยคนี้เชื่อมความเพลิดเพลินจากอาหารเข้ากับความจำเป็นทางชีวภาพที่จะต้องกินอย่างมีอารมณ์ขัน ทำให้เป็นการเปิดเรื่องแบบเบา ๆ

But what would happen to you and your body if you were to completely stop eating food right now? ไวยากรณ์

0:05

แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณและร่างกายของคุณ หากคุณหยุดกินอาหารโดยสิ้นเชิงตั้งแต่ตอนนี้

ไวยากรณ์

กรอบสมมติ what would happen ... if you were to + กริยารูปพื้นฐาน

what would happen ใช้ถามถึงผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น ส่วน if you were to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เปิดเงื่อนไข เมื่อนำมารวมกันเป็น What would happen ... if you were to completely stop ... จะทำให้การหยุดกินอาหารถูกนำเสนอเป็นสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต การจับคู่ would ในคำถามถึงผลลัพธ์กับ were to ในอนุประโยค if ทำให้สถานการณ์ดูจงใจห่างจากความจริง มีความสุดโต่ง หรือเป็นเพียงจินตนาการ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ What would happen if + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งเหมาะสำหรับสำรวจการทดลองทางความคิด แม้จะใช้รูป were แต่ในที่นี้อนุประโยคไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้างที่แสดงสมมติฐานสุดโต่งอย่างชัดเจน: What would happen if the global power grid ____ fail for twenty-four hours?

ดูคำตอบ

were to

In the first 6 hours,

0:10

ในช่วง 6 ชั่วโมงแรก

all is fairly normal.

0:11

ทุกอย่างยังค่อนข้างปกติ

Your body begins to break down glycogen, กริยาวลี

0:12

ร่างกายของคุณเริ่มสลายไกลโคเจน

กริยาวลี

break down glycogen: สลายไกลโคเจน

ในที่นี้ break down หมายถึงการเปลี่ยนสารที่ซับซ้อนให้เป็นสารที่เรียบง่ายกว่า ผ่านกระบวนการทางเคมีหรือชีวภาพ ร่างกายสลายไกลโคเจนเป็นกลูโคสเพื่อให้พลังงานที่สะสมไว้พร้อมนำไปใช้ ในประโยคนี้เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม: break down + สาร ในบริบทอื่น break down อาจหมายถึง “หยุดทำงาน” หรือ “สูญเสียการควบคุมอารมณ์” แต่ทั้งสองความหมายไม่เข้ากันเมื่อ glycogen เป็นกรรม

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “Your body begins to break down glycogen,” คำว่า break down หมายถึงอะไร

  1. ทำให้ใครบางคนสูญเสียการควบคุมอารมณ์
  2. เปลี่ยนไกลโคเจนให้เป็นสารที่เรียบง่ายกว่า
  3. ทำให้ไกลโคเจนหยุดทำงานเหมือนเครื่องจักร
ดูคำตอบ

เปลี่ยนไกลโคเจนให้เป็นสารที่เรียบง่ายกว่า

which stores energy in your body,

0:14

ซึ่งทำหน้าที่สะสมพลังงานในร่างกาย

into glucose,

0:16

ให้กลายเป็นกลูโคส

which your cells use as fuel. วลี

0:17

ซึ่งเซลล์ต่าง ๆ ใช้เป็นเชื้อเพลิง

วลี

use A as fuel: ใช้ A เป็นเชื้อเพลิง

ในโครงสร้าง use A as B นั้น A คือสิ่งที่ถูกนำมาใช้ และ B บอกบทบาทหรือหน้าที่ที่ให้กับ A ในที่นี้ which อ้างถึง glucose โดย use glucose as fuel หมายถึงเซลล์ใช้กลูโคสเป็นเชื้อเพลิงหรือแหล่งพลังงาน as ในที่นี้หมายถึง “ในฐานะ” ไม่ใช่ “เพราะว่า” หรือ “ขณะที่” โครงสร้างนี้ใช้บอกบทบาทที่กำหนดให้วัสดุ สิ่งของ หรือทรัพยากรได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ประกอบเป็นโครงสร้าง use A as B ให้สมบูรณ์: During long hikes, the body can ____ stored fat ____ fuel.

ดูคำตอบ

use · as

Around 25% of energy generated this way is used for your brain alone, ไวยากรณ์

0:18

พลังงานที่ผลิตด้วยวิธีนี้ราว 25% ถูกใช้ไปกับสมองเพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

generated this way ในฐานะอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูป

ใน energy generated this way ส่วน generated this way เป็นอนุประโยค past participle ที่วางหลัง energy มีความหมายแบบถูกกระทำ และขยายเต็มได้เป็น energy that is generated this way ในที่นี้ this way หมายถึงกระบวนการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าในการเปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคส อนุประโยคสัมพันธ์ลดรูปนี้ยังอยู่ภายในนามวลี generated จึงไม่ใช่กริยาหลักของประโยค ภาคแสดงหลักคือ is used ดังใน Around 25% of that energy is used.

แบบฝึกหัด

generated this way ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นภาคแสดงหลักของประโยค
  2. หมายความว่า energy เป็นผู้ทำกริยา generate
  3. เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูปและขยาย energy
ดูคำตอบ

เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูปและขยาย energy

while the rest goes to muscle tissue and red blood cells.

0:23

ส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปยังเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและเซลล์เม็ดเลือดแดง

But after about 6 hours,

0:26

แต่หลังจากผ่านไปประมาณ 6 ชั่วโมง

this method of energy production halts as the glycogen stores deplete,

0:28

การผลิตพลังงานด้วยวิธีนี้จะหยุดลงเมื่อไกลโคเจนที่สะสมไว้หมดไป

which can lead to the notorious hangry or hungry and angry feeling การใช้คำ

0:31

ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการ “hangry” อันเลื่องชื่อ หรืออาการหิวจนโมโห

that many of us know too well. วลี

0:35

ที่พวกเราหลายคนคุ้นเคยกันดีเหลือเกิน

การใช้คำ

hangry: คำผสมระหว่าง hungry กับ angry

Hangry เป็นคำผสมระหว่าง hungry กับ angry หมายถึงหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียเพราะหิว ดังนั้นจึงเข้าใจว่าความหิวเป็นสาเหตุของอารมณ์นั้น ในประโยคนี้ hungry and angry อธิบายส่วนประกอบของคำผสมโดยตรง โดยทั่วไป hangry นำเสนอความรู้สึกนี้ว่าเป็นปฏิกิริยาในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยและเกิดขึ้นชั่วคราว ไม่ใช่การขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงหรือภาวะทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำผสมแบบไม่เป็นทางการของ hungry กับ angry: After skipping lunch, Nina felt ____.

ดูคำตอบ

hangry

วลี

know too well: คุ้นเคยกับประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์มากเกินไป

ในประโยคนี้ know too well หมายถึง “คุ้นเคยกับบางสิ่งอย่างมากเพราะเคยประสบซ้ำหลายครั้ง” สิ่งที่คุ้นเคยละไว้ให้เข้าใจจากบริบท ซึ่งก็คือความหงุดหงิดอันไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากความหิว Too well เพิ่มท่าทีเหนื่อยหน่ายหรือเสียดาย โดยสื่อว่าประสบการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่ผู้พูดต้องการ ไม่ใช่คำชมว่าผู้พูดมีความรู้อย่างยอดเยี่ยม

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงความคุ้นเคยแบบไม่พึงประสงค์ลงในประโยค: After years of handling canceled flights, I ____ how stressful they are.

ดูคำตอบ

know too well

At this point, ลำดับความ

0:37

ณ จุดนี้

your body enters a state called ketosis as it begins to fast or starve. การใช้คำ

0:38

ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่าคีโตซิส เมื่อเริ่มอดอาหารหรือหิวโหย

ลำดับความ

At this point: การเปลี่ยนผ่านระหว่างขั้นตอน

At this point ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายด้วยการพาผู้ฟังมาถึงขั้นที่เพิ่งเกิดขึ้นในลำดับ และเชื่อมขั้นตอนก่อนหน้ากับสภาวะใหม่ที่ตามมา ซึ่งในที่นี้คือร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซิส คำว่า point ในที่นี้หมายถึงขั้นหรือช่วงหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่ความคิดเห็นหรือตำแหน่งทางกายภาพ วลีนี้ใช้ส่งสัญญาณการเปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์ สภาวะ หรือการกระทำขั้นถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายกระบวนการด้วยวลีเปลี่ยนขั้นสามคำจากบทเรียน: The battery has cooled completely. ____, it is safe to remove it.

ดูคำตอบ

At this point

การใช้คำ

ketosis (ภาวะคีโตซิส)

ketosis หรือภาวะคีโตซิสเป็นภาวะทางเมแทบอลิซึมที่เกิดขึ้นเมื่อกลูโคสจากอาหารมีจำกัด ร่างกายจึงใช้ไขมันมากขึ้นและสร้างโมเลกุลที่เรียกว่าคีโตนเพื่อเป็นพลังงาน ในประโยคนี้ enters a state called ketosis เป็นการเรียกชื่อการตอบสนองทางเมแทบอลิซึมเมื่อหยุดรับอาหาร คำนี้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นใกล้เสียชีวิตเสมอไป เพราะการอดอาหาร การออกกำลังกายเป็นเวลานาน หรือการกินคาร์โบไฮเดรตต่ำมากก็ทำให้เกิดภาวะคีโตซิสได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ketosis หมายถึงอะไร

  1. ความรู้สึกหิวชั่วคราวก่อนมื้ออาหาร
  2. ช่วงเวลาที่วางแผนไว้ซึ่งบุคคลเลือกไม่กินอาหาร
  3. ภาวะทางเมแทบอลิซึมที่ร่างกายใช้ไขมันมากขึ้นและสร้างคีโตนเพื่อเป็นพลังงาน
  4. ภาวะอันตรายที่เหมือนกับภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนในผู้ป่วยเบาหวานทุกประการ
ดูคำตอบ

ภาวะทางเมแทบอลิซึมที่ร่างกายใช้ไขมันมากขึ้นและสร้างคีโตนเพื่อเป็นพลังงาน

การใช้คำ

ความต่างระหว่าง fast กับ starve

ในที่นี้ fast และ starve เป็นคำกริยาที่เชื่อมด้วย or หลัง begins to คำว่า to fast หมายถึงไม่กินอาหารเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยมักทำโดยตั้งใจและมีจุดประสงค์ชัดเจน ส่วน to starve หมายถึงทนทุกข์จากการขาดอาหารอย่างรุนแรงหรือเป็นเวลานาน คำทั้งคู่ครอบคลุมสองลักษณะที่การรับอาหารอาจหยุดลง แต่ไม่ได้มีความหมายเหมือนกัน fast มักสื่อถึงการเลือกและช่วงเวลาที่จำกัด ส่วน starve เน้นการขาดแคลน อันตราย หรือผลเสีย ในตำแหน่งคำกริยานี้ fast ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fast และ starve: She ____ for eight hours before her blood test, but the stranded hikers began to ____ after days without food.

ดูคำตอบ

fasted · starve

Because there's very little glucose in your blood,

0:42

เนื่องจากในเลือดเหลือกลูโคสน้อยมาก

your body must begin to break down fat for energy.

0:44

ร่างกายจึงต้องเริ่มสลายไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน

This fat is in turn broken down into fatty acids. ลำดับความ

0:47

จากนั้นไขมันนี้จะถูกสลายต่อเป็นกรดไขมัน

ลำดับความ

in turn: ขั้นถัดไปในกระบวนการ

ในที่นี้ in turn เชื่อมเหตุการณ์นี้กับขั้นก่อนหน้า โดยการย่อยไขมันเป็นกรดไขมันถูกนำเสนอว่าเป็นขั้นถัดไป วลีนี้แสดงว่าขั้นหนึ่งเกิดตามมาจากอีกขั้นหนึ่ง ในคำอธิบาย รูปแบบ X happens, which in turn causes Y ทำให้ผลลัพธ์หนึ่งกลายเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ถัดไป การใช้แบบนี้ช่วยจัดลำดับกระบวนการ ไม่ได้หมายถึงคนหลายคนผลัดกันทำ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง in turn แสดงความหมายใด

  1. กระบวนการย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
  2. การย่อยเป็นกรดไขมันคือขั้นถัดไปในกระบวนการ
  3. ไขมันชนิดต่าง ๆ กำลังทำทีละชนิด
ดูคำตอบ

การย่อยเป็นกรดไขมันคือขั้นถัดไปในกระบวนการ

However,

0:50

อย่างไรก็ตาม

your brain can't use long-chain fatty acids,

0:51

สมองไม่สามารถใช้กรดไขมันสายยาวได้

which is a problem.

0:53

และนี่คือปัญหา

Because there's no more glucose and the fats are too large to cross the blood-brain barrier, การใช้คำ

0:55

เพราะไม่มีกลูโคสเหลืออยู่แล้ว และไขมันมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะผ่านแนวกั้นเลือด-สมองได้

การใช้คำ

blood-brain barrier: แนวกั้นแบบคัดเลือกที่ปกป้องสมอง

blood-brain barrier หรือแนวกั้นเลือด-สมอง คือขอบเขตทางสรีรวิทยาที่คัดเลือกการผ่านระหว่างกระแสเลือดกับเนื้อเยื่อสมอง โดยยอมให้สารบางชนิดผ่านและจำกัดสารชนิดอื่น แนวกั้นนี้ไม่ใช่กำแพงทึบ ในตัวอย่าง cross the blood-brain barrier หมายถึงผ่านจากเลือดเข้าสู่สมอง ประโยคระบุว่าโมเลกุลไขมันมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะผ่านได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย blood-brain barrier ได้ถูกต้อง

  1. Some medicines cannot cross the blood-brain barrier.
  2. The blood-brain barrier is a bone wall around the skull.
  3. The blood-brain barrier moves oxygen from the lungs into the blood.
ดูคำตอบ

Some medicines cannot cross the blood-brain barrier.

your brain changes modes and begins to use ketone bodies for energy,

0:59

สมองจึงเปลี่ยนโหมดและเริ่มใช้คีโตนบอดีเป็นพลังงาน

which are short-chain derivatives of fatty acids.

1:03

ซึ่งเป็นอนุพันธ์สายสั้นของกรดไขมัน

This works for the time being, วลี

1:06

วิธีนี้ใช้ได้ผลอยู่ระยะหนึ่ง

วลี

For the time being: สถานะปัจจุบันที่เป็นเพียงชั่วคราว

ในประโยคนี้ for the time being หมายถึง “ชั่วคราว” หรือ “ตอนนี้ไปก่อน” วิธีแก้ปัญหาปัจจุบันใช้ได้ในตอนนี้ แต่ภายหลังอาจใช้ไม่ได้หรือถูกแทนที่ด้วยวิธีอื่น วลีนี้ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอน ใช้เพื่อบอกว่าสถานการณ์หรือข้อตกลงเป็นเพียงชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนไป”: We will keep using the old entrance ____ while the main doors are repaired.

ดูคำตอบ

for the time being

but ultimately only 75% of the brain's energy requirements can come from ketones.

1:08

แต่ท้ายที่สุด พลังงานที่สมองต้องการมีเพียง 75% เท่านั้นที่มาจากคีโตนได้

It still needs glucose,

1:13

สมองยังคงต้องการกลูโคส

which means your cognitive functioning becomes impaired. โน้ต

1:15

ซึ่งหมายความว่าการทำงานด้านการรับรู้ของคุณจะบกพร่อง

ลำดับความ

Which means: เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลที่ตามมา

which means เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนเครื่องหมายจุลภาคเข้ากับผลที่ตามมาหลังจากนั้น ในที่นี้ which อ้างถึงแนวคิดทั้งหมดที่ว่าสมองยังต้องการกลูโคส ไม่ได้อ้างถึงเฉพาะคำว่า glucose โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็น ข้อเท็จจริง → ผลที่ตามมา: [statement], which means [result]. ผู้พูดจึงสามารถบอกหลักฐานก่อน แล้วอธิบายสิ่งที่ตามมาจากหลักฐานนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่อ้างถึงอนุประโยคแรกทั้งหมดและเกริ่นผลที่ตามมา: The road is flooded, ____ the school bus cannot get through.

ดูคำตอบ

which means

การใช้คำ

cognitive functioning becomes impaired: การทำงานด้านการรับรู้บกพร่องลง

ในประโยคนี้ cognitive functioning หมายถึงกระบวนการทางจิตที่ใช้ในการคิด จดจำ จดจ่อ และตัดสินใจ คำว่า becomes แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ส่วน impaired บอกว่ากระบวนการเหล่านี้เริ่มทำงานได้มีประสิทธิภาพน้อยลงหรือทำได้ยากขึ้น impaired หมายถึงการทำงานที่ลดลงหรือถูกจำกัด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสูญเสียทั้งหมดหรือความเสียหายของสมองอย่างถาวร วลีนี้เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการว่าความสามารถในการคิดอย่างชัดเจนของบุคคลนั้นแย่ลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After many hours without sleep, her cognitive functioning became impaired," คำว่า "became impaired" หมายถึงอะไร

  1. มีเพียงกำลังกายของเธอที่ดีขึ้น
  2. ความสามารถทางจิตของเธอหายไปอย่างถาวร
  3. ความสามารถทางจิตของเธอมีประสิทธิภาพลดลง
ดูคำตอบ

ความสามารถทางจิตของเธอมีประสิทธิภาพลดลง

Now,

1:18

ทีนี้

it's important to mention that you don't have to be starving to be in ketosis. โน้ต

1:18

สิ่งสำคัญที่ต้องบอกคือ คุณไม่จำเป็นต้องอดอยากก็เข้าสู่ภาวะคีโตซิสได้

ลำดับความ

it's important to mention that: สิ่งสำคัญที่ต้องกล่าวคือ

ในที่นี้ it's important to mention that เป็นคำส่งสัญญาณในการเรียบเรียงคำพูด โดยบอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปเป็นคำชี้แจงสำคัญ วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการหยุดการสรุปกว้างเกินไปที่อาจเกิดขึ้น และดึงความสนใจไปยังข้อยกเว้นหรือข้อจำกัด วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลดังกล่าวเคยถูกกล่าวถึงแล้ว mention คือการนำเสนอประเด็นนั้นในตอนนี้ ส่วน important บอกผู้ฟังให้ให้น้ำหนักกับประเด็นนั้นมากเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าข้อมูลถัดไปเป็นคำชี้แจงสำคัญ

  1. That reminds me
  2. As I mentioned earlier
  3. It's important to mention that
ดูคำตอบ

It's important to mention that

ไวยากรณ์

don't have to: ไม่จำเป็น ไม่ใช่การห้าม

ในโครงสร้าง don't have to + กริยารูปพื้นฐาน สิ่งที่ถูกปฏิเสธคือความจำเป็น ไม่ใช่ตัวการกระทำ โครงสร้างนี้หมายความว่าการกระทำหรือเงื่อนไขนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ยังคงเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ คนเราไม่จำเป็นต้องอดอาหารเพื่อให้อยู่ในภาวะคีโตซิส ประโยคไม่ได้บอกว่าการอดอาหารเป็นสิ่งต้องห้าม

แบบฝึกหัด

พิพิธภัณฑ์อนุญาตให้นำกระเป๋าเป้เข้าไปได้ แต่คุณจะฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ก็ได้ ประโยคใดหมายความว่าการฝากไว้เป็นเพียงทางเลือก?

  1. You mustn't leave your backpack at the desk.
  2. You don't have to leave your backpack at the desk.
  3. You have to leave your backpack at the desk.
ดูคำตอบ

You don't have to leave your backpack at the desk.

Many people enter this phase if they're on a low-carb diet วลี

1:22

หลายคนเข้าสู่ภาวะนี้เมื่อกินอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ

วลี

on a low-carb diet: คำที่ใช้ร่วมกัน be on a diet

Be on a diet เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าคนหนึ่งกำลังทำตามแผนการกินแบบใดแบบหนึ่ง ใน on a low-carb diet คำว่า on เชื่อมคนเข้ากับแผนการกินที่กำลังทำตามอยู่ Low-carb เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า diet จึงเขียนโดยใช้เครื่องหมายยัติภังค์ตามมาตรฐาน หมายถึงแผนการกินที่มีคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างต่ำ Diet ในที่นี้หมายถึงรูปแบบหรือแผนการกิน ไม่ได้หมายถึงการกินให้น้อยลงเพื่อลดน้ำหนักเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทหนึ่งคำที่เป็นธรรมชาติ เพื่อสื่อว่า Lena กำลังทำตามแผนการกินนี้: Lena is ____ a low-carb diet this month.

ดูคำตอบ

on

or professional athletes who use all their carbs for an extended period of time, วลี

1:25

ส่วนนักกีฬาอาชีพที่เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตจนหมดระหว่างออกแรงเป็นเวลานาน

like marathon runners,

1:29

อย่างเช่นนักวิ่งมาราธอน

will be in this state as well.

1:31

ก็จะอยู่ในภาวะนี้เช่นกัน

วลี

for an extended period of time: ระยะเวลานานในภาษาแบบเป็นทางการ

ในประโยคนี้ for an extended period of time หมายถึง “เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน” วลีนี้นำเสนอการใช้คาร์โบไฮเดรตสะสมของนักกีฬาว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนาน จึงช่วยอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงเข้าสู่ภาวะคีโตซิสที่กล่าวถึงได้ extended บอกความยาวของ period ไม่ได้หมายความว่ามีการเลื่อนกำหนดอย่างเป็นทางการ วลีนี้เป็นทางการและมีน้ำเสียงรอบคอบกว่า for a long time

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เป็นเวลานาน”: The researchers observed the rare birds ____ before publishing their results.

ดูคำตอบ

for an extended period of time

However,

1:32

อย่างไรก็ตาม

beyond 72 hours,

1:33

เมื่อผ่านไปเกิน 72 ชั่วโมง

not only will your mood and energy suffer, ไวยากรณ์

1:34

ไม่เพียงแต่อารมณ์และพลังงานของคุณจะย่ำแย่ลง

but your brain will start to break down your body's own protein.

1:36

แต่สมองยังเริ่มสลายโปรตีนในร่างกายของคุณเองด้วย

ไวยากรณ์

Not only will ... but ...: การสลับตำแหน่งหลัง not only ที่อยู่ต้นประโยค

เมื่อย้าย not only ไปไว้ต้นอนุประโยค จะต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดย will อยู่หน้า your mood and energy ลำดับพื้นฐานเดิมคือ your mood and energy will suffer มีเพียงอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย not only เท่านั้นที่สลับตำแหน่ง ส่วนอนุประโยคหลัง but ยังคงใช้ลำดับปกติ โครงสร้างนี้เชื่อมผลลัพธ์สองข้อและเพิ่มน้ำหนักเชิงวาทศิลป์ให้ข้อที่สอง ในที่นี้ เนื้อหาไล่จากอารมณ์และพลังงานที่แย่ลงไปสู่การที่ร่างกายสลายโปรตีนของตนเอง จึงเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรง ไม่ใช่เพียงรายการที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมส่วนขึ้นต้นด้วย not only และกริยาช่วยบอกอนาคต will: ____ the new policy reduce costs, but it will also shorten waiting times.

ดูคำตอบ

Not only will

The proteins release amino acids,

1:40

โปรตีนจะปล่อยกรดอะมิโนออกมา

which can be converted into glucose, วลี

1:41

ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นกลูโคสได้

วลี

โครงสร้างกรรมวาจก be converted into glucose

convert A into B หมายถึงเปลี่ยน A เพื่อให้ B เป็นผลลัพธ์ ในโครงสร้างกรรมวาจก A is converted into B นั้น A คือสิ่งที่เปลี่ยนไป และคำนามหลัง into ระบุรูปแบบหรือสารที่เป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่สถานที่ ในที่นี้ which อ้างถึง amino acids ซึ่งสามารถผ่านการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็น glucose ดังนั้น be converted into glucose จึงเป็นรูปกรรมวาจก เพราะ amino acids เป็นสิ่งที่ถูกเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ convert ... into ...: During digestion, some nutrients can ____ glucose to supply energy.

ดูคำตอบ

be converted into

which is great news for your brain, ลำดับความ

1:43

นี่เป็นข่าวดีมากสำหรับสมอง

but bad news for your body.

1:45

แต่เป็นข่าวร้ายสำหรับร่างกาย

ลำดับความ

กรอบ great news for A, but bad news for B

กรอบ great news for A, but bad news for B นำการประเมินสองด้านของสถานการณ์เดียวกันมาวางคู่กัน วลี for ทั้งสองระบุว่าใครหรืออะไรได้รับผลกระทบ และ but แสดงว่าการประเมินทั้งสองตรงกันข้ามกัน ในประโยคนี้ news หมายถึงผลลัพธ์หรือพัฒนาการที่ถูกประเมินว่าดีหรือไม่ดี ไม่ได้หมายถึงรายงานข่าว Which เชื่อมการประเมินนี้กับกระบวนการก่อนหน้า กล่าวคือกระบวนการนั้นช่วยสมองแต่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้กรอบการประเมินแบบคู่จากบทเรียน: The new bus route shortens trips for commuters but increases traffic on this street. It is ____ commuters, but ____ local residents.

ดูคำตอบ

great news for · bad news for

Basically,

1:47

พูดง่าย ๆ ก็คือ

your body is cannibalizing itself by destroying your muscle mass. โน้ต

1:48

ร่างกายกำลังกินตัวเองด้วยการทำลายมวลกล้ามเนื้อ

สำนวน

cannibalizing itself: อุปมาของการใช้ทรัพยากรของตนเอง

ในประโยคนี้ cannibalizing itself เป็นอุปมาที่เห็นภาพชัด หมายถึงร่างกายกำลังสลายเนื้อเยื่อของตนเอง โดยเฉพาะโปรตีนในกล้ามเนื้อ เพื่อสร้างกลูโคสที่สมองยังคงต้องการ ไม่ได้หมายถึงการกินเนื้อพวกเดียวกันตามตัวอักษร ในความหมายที่กว้างขึ้น cannibalize ใช้บรรยายคน องค์กร เครื่องจักร หรือระบบที่ใช้จนหมด รื้อถอน หรือสละทรัพยากรของตนเองเพื่อให้ยังทำงานต่อไปได้ ถ้อยคำนี้เน้นว่าการอยู่รอดหรือผลงานระยะสั้นต้องแลกมาด้วยต้นทุนภายในที่สร้างความเสียหาย

แบบฝึกหัด

cannibalizing itself ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. ร่างกายกำลังสลายเนื้อเยื่อของตนเองเพื่อให้ยังมีเชื้อเพลิงที่จำเป็น
  2. ร่างกายกำลังสร้างกล้ามเนื้อเพิ่มโดยเจตนา
  3. ร่างกายกำลังถูกสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งกิน
ดูคำตอบ

ร่างกายกำลังสลายเนื้อเยื่อของตนเองเพื่อให้ยังมีเชื้อเพลิงที่จำเป็น

ไวยากรณ์

by destroying: การบอกวิธีด้วย by + -ing

by destroying บอกวิธีหรือกลไกที่ร่างกายใช้ในการกัดกินตัวเอง ในที่นี้ by หมายถึง “ผ่านการกระทำของ” และ destroying เป็น gerund หรือรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ by + คำกริยา-ing โดยกล่าวถึงผลลัพธ์หรือการกระทำก่อน แล้วจึงอธิบายว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยปกติผู้ทำการกระทำในรูป -ing จะเข้าใจได้จากประโยคหลัก เว้นแต่จะระบุประธานอื่นไว้

แบบฝึกหัด

ใช้ by + รูป -ing ของ review เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: You can improve recall ____ your notes regularly.

ดูคำตอบ

by reviewing

In women,

1:51

สำหรับผู้หญิง

undernutrition often shuts down the menstrual cycle กริยาวลี

1:52

ภาวะขาดสารอาหารมักทำให้รอบเดือนหยุดลง

กริยาวลี

shuts down: ทำให้กระบวนการหยุดทำงาน

ในที่นี้ shuts down หมายถึงทำให้กระบวนการของร่างกายหยุดทำงาน มีความหมายแรงกว่า slows down และไม่ได้จำกัดเฉพาะการปิดอุปกรณ์เท่านั้น Undernutrition เป็นประธานเอกพจน์ ดังนั้น shut จึงเติม -s สำหรับบุรุษที่สามเอกพจน์เป็น shuts ส่วน often แสดงว่านี่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อย ไม่ใช่ผลที่เกิดกับทุกคนอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shut down ในความหมายว่ากระบวนการหนึ่งหยุดทำงาน

  1. The update turned down the screen brightness to save battery.
  2. The update slowed down background tasks to save battery.
  3. The update shut down background tasks to save battery.
ดูคำตอบ

The update shut down background tasks to save battery.

as the body tries to reduce energy expenditure. วลี

1:54

เพราะร่างกายพยายามลดการใช้พลังงาน

วลี

reduce energy expenditure: กลุ่มคำทางสรีรวิทยาที่เป็นทางการ

Reduce energy expenditure หมายถึงลดปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้ ในงานเขียนทางสุขภาพและสรีรวิทยาที่เป็นทางการ expenditure หมายถึงปริมาณพลังงานที่ถูกใช้ ไม่ใช่ความรู้สึกว่าออกแรงมากหรือเหนื่อยล้า Reduce รับ energy expenditure เป็นกรรมตรง กลุ่มคำนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายว่าร่างกายสงวนพลังงานที่มีจำกัดอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำทางการสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “ลดปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้”: In extreme cold, an insulated shelter can help climbers ____.

ดูคำตอบ

reduce energy expenditure

Bone density diminishes,

1:57

ความหนาแน่นของกระดูกลดลง

and both men and women may experience loss of libido. การใช้คำ

1:59

และทั้งผู้ชายและผู้หญิงอาจมีความต้องการทางเพศลดลง

การใช้คำ

loss of libido: คำทางคลินิกสำหรับความต้องการทางเพศที่ลดลง

ในประโยคนี้ loss of libido หมายถึงความต้องการทางเพศที่ลดลงหรือหายไป libido หมายถึงความต้องการทำกิจกรรมทางเพศโดยเฉพาะ ส่วน loss of libido เป็นชื่ออาการที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ โครงสร้าง loss of + คำนาม นำเสนอว่าสิ่งหนึ่งลดลง ขาดหาย หรือไม่มีอยู่อีกต่อไป ในงานเขียนด้านสุขภาพ loss of libido เป็นนามวลีที่เป็นกลางและมีลักษณะทางคลินิก ไม่ได้กล่าวถึงพลังงานโดยทั่วไป อารมณ์ ภาวะเจริญพันธุ์ หรือสมรรถภาพทางเพศทางกาย

แบบฝึกหัด

ในข้อมูลด้านสุขภาพ loss of libido หมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะที่สุด

  1. ความต้องการทางเพศลดลง
  2. กำลังทางกายลดลง
  3. ไม่สามารถมีบุตรได้
  4. มีอารมณ์ซึมเศร้าโดยทั่วไป
ดูคำตอบ

ความต้องการทางเพศลดลง

Within a few weeks,

2:01

ภายในไม่กี่สัปดาห์

the body's immune system will be so weakened without any vitamins or minerals that many will die from disease. ไวยากรณ์

2:03

เมื่อไม่ได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุใด ๆ ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลงมากจนหลายคนเสียชีวิตจากโรค

ไวยากรณ์

so weakened ... that: การแสดงระดับและผลลัพธ์

ในประโยคนี้ so เน้นระดับของคำกริยาช่องสาม weakened และ that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ กล่าวคือ ระบบภูมิคุ้มกันเข้าสู่ภาวะอ่อนแออย่างรุนแรงจนมีการเสียชีวิตจากโรคเป็นผลที่ระบุไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ be + so + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาช่องสาม + that + อนุประโยคผลลัพธ์ ในที่นี้ that เป็นคำสันธานที่เชื่อมระดับกับผลที่ตามมา ไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความที่ขยาย immune system

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบผลลัพธ์ so ... that: The battery was ____ depleted ____ the phone shut down.

ดูคำตอบ

so · that

Otherwise,

2:09

หากไม่เป็นเช่นนั้น

it will continue to use up all energy sources กริยาวลี

2:09

ร่างกายก็จะใช้แหล่งพลังงานทั้งหมดต่อไป

กริยาวลี

use up: ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดจนหมด

ในประโยคนี้ use up หมายถึง “ใช้จนหมดอย่างสิ้นเชิง” ไม่ใช่เพียง “ใช้” เท่านั้น คำว่า up เพิ่มความหมายของจุดสิ้นสุด กล่าวคือเมื่อกระบวนการจบลง แหล่งพลังงานที่มีอยู่ก็หมดแล้ว โครงสร้างคือ use up + คำนาม หรือ use + คำสรรพนาม + up เช่น use up the fuel แต่ต้องพูดว่า use it up สำนวนนี้เป็นธรรมชาติมากเมื่อใช้กับทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น เวลา เงิน อาหาร เชื้อเพลิง และเสบียง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ใช้ปริมาณที่มีจำกัดจนหมด” ลงในประโยค: The backup generator will ____ the remaining fuel by morning.

ดูคำตอบ

use up

until there is no glucose, fat tissue, or muscle mass left. ไวยากรณ์

2:11

จนไม่เหลือทั้งกลูโคส เนื้อเยื่อไขมัน หรือมวลกล้ามเนื้อ

ไวยากรณ์

until ... no ... left: ดำเนินต่อไปจนไม่เหลืออะไร

until นำเข้าสู่จุดสิ้นสุดของกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง กล่าวคือร่างกายยังคงใช้แหล่งพลังงานไปจนถึงเงื่อนไขที่ระบุในอนุประโยคที่มี until อนุประโยคนั้นกำหนดขอบเขตที่กระบวนการสิ้นสุดลง ใน there is no glucose, fat tissue, or muscle mass left คำว่า left หมายถึง “ที่เหลืออยู่” โครงสร้าง there is no + คำนาม + left บอกว่าไม่เหลือทรัพยากรนั้นเลย เมื่อนำสองโครงสร้างมารวมกัน จึงแยกกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องออกจากเงื่อนไขที่ทำให้กระบวนการหยุด

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมที่ระบุจุดสิ้นสุดและคำที่หมายถึง “ที่เหลืออยู่”: We will keep reviewing files ____ there are no applications ____.

ดูคำตอบ

until · left

One of the more common causes of death is cardiac arrhythmia or heart attack ไวยากรณ์

2:15

สาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจวาย

ไวยากรณ์

One of the more common causes of death is ...: หนึ่งในสาเหตุที่พบได้ค่อนข้างบ่อย

One of the more common causes of death is ... จัดให้ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจวายอยู่ในกลุ่มสาเหตุที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ไม่ได้บอกว่านี่เป็นสาเหตุเดียวหรือเป็นสาเหตุหนึ่งเดียวที่พบบ่อยที่สุด โครงสร้างคือ one of + the more common + คำนามพหูพจน์ + กริยาเอกพจน์ causes เป็นพหูพจน์เพราะใช้เรียกกลุ่มของสาเหตุ แต่คำหลักของประธานคือ one กริยาจึงเป็น is

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนเพื่อสร้างโครงสร้าง one of + คำนามพหูพจน์ + กริยาเอกพจน์: One ____ the more common reasons for a delayed launch ____ incomplete testing.

ดูคำตอบ

of · is

due to the tissue degradation in the heart,

2:19

เนื่องจากเนื้อเยื่อในหัวใจเสื่อมสลาย

diaphragm, and body.

2:21

รวมถึงเนื้อเยื่อในกะบังลมและทั่วร่างกาย

This is fairly common in those suffering from anorexia. วลี

2:23

ภาวะนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้ที่เป็นโรคอะนอเร็กเซีย

วลี

suffering from anorexia: suffer from ในส่วนขยายรูปย่อ

ใน suffering from anorexia นั้น suffer from หมายถึงการได้รับผลกระทบเชิงลบจากโรคหรือปัญหาที่เกิดอย่างต่อเนื่อง โดย from เป็นส่วนที่ต้องมีในกลุ่มคำนี้ และวลีนี้ไม่ได้เป็นคำพ้องที่เป็นกลางของ experience ในทุกบริบท ใน those suffering from anorexia คำว่า suffering เป็น present participle ที่ขยาย those โดยเป็นรูปย่อของ those who are suffering from anorexia และใช้ระบุกลุ่มคนที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ทั้งกลุ่มคำ suffer from และส่วนขยายรูปย่อหลัง those ได้ถูกต้อง?

  1. The program supports those suffering chronic pain.
  2. The program supports those are suffering from chronic pain.
  3. The program supports those suffering from chronic pain.
ดูคำตอบ

The program supports those suffering from chronic pain.

Of course,

2:26

แน่นอนว่า

the body experiences severe organ failure all around.

2:26

อวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายจะล้มเหลวอย่างรุนแรง

Starvation can lead to death in as short as 3 weeks or up to 70 days ไวยากรณ์

2:29

ความอดอยากอาจทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ หรืออาจยืดไปถึง 70 วัน

ไวยากรณ์

in as short as ... or up to ...: ช่วงเวลาจากค่าต่ำสุดถึงค่าสูงสุด

ในช่วงนี้ in as short as 3 weeks แสดงด้านที่สั้นจนน่าประหลาดใจ คืออาจเสียชีวิตหลังผ่านไปเพียงสามสัปดาห์ ส่วน or up to 70 days แสดงขีดจำกัดสูงสุด คือในบางกรณีที่มีบันทึกไว้ ระยะเวลาอาจยาวถึงเจ็ดสิบวัน รูปแบบ in as short as X ... or up to Y ใช้แสดงช่วงหนึ่งพร้อมเน้นว่าสามารถถึงด้านที่สั้นกว่าได้รวดเร็วเพียงใด up to หมายถึงค่าสูงสุด ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พบเป็นปกติหรือรับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายช่วงใน "in as short as 3 weeks or up to 70 days" ได้ถูกต้อง

  1. คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่ได้เจ็ดสิบวัน แต่บางคนมีชีวิตอยู่ได้เพียงสามสัปดาห์
  2. ทุกคนจะเสียชีวิตในช่วงระหว่างสามถึงเจ็ดสิบวันพอดีเสมอ
  3. อาจเสียชีวิตได้หลังจากเพียงสามสัปดาห์ ส่วนเจ็ดสิบวันคือระยะเวลาสูงสุดที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

อาจเสียชีวิตได้หลังจากเพียงสามสัปดาห์ ส่วนเจ็ดสิบวันคือระยะเวลาสูงสุดที่เป็นไปได้

as documented during the Irish hunger strikes in 1981. โน้ต

2:34

ดังที่มีการบันทึกไว้ในการประท้วงด้วยการอดอาหารของชาวไอริชเมื่อปี 1981

ลำดับความ

as documented during: เชื่อมข้อความกับหลักฐานจากช่วงเวลาหนึ่ง

ในที่นี้ as documented during ใช้เพิ่มหลักฐานที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “ดังที่บันทึกจากช่วงเวลานั้นแสดงไว้” และ during the Irish hunger strikes in 1981 ระบุว่าหลักฐานนั้นถูกบันทึกเมื่อใด นี่คืออนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ as documented during ... ไม่ได้บอกว่าใครหรือสถาบันใดเป็นผู้บันทึก โดยเชื่อมข้อความเข้ากับบันทึกที่สนับสนุนข้อความนั้นโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

“as documented during the summer survey” ทำหน้าที่อะไรในประโยค “The lake's water level fell sharply, as documented during the summer survey.”

  1. นำบันทึกจากการสำรวจมาเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อความ
  2. บอกว่าการสำรวจทำให้ระดับน้ำลดลง
  3. เปรียบเทียบระดับน้ำกับการสำรวจ
ดูคำตอบ

นำบันทึกจากการสำรวจมาเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อความ

วัฒนธรรม

the Irish hunger strikes in 1981: การประท้วงอดอาหารของชาวไอริชในปี 1981

ในประโยคนี้ the Irish hunger strikes in 1981 หมายถึงการประท้วงชุดหนึ่งโดยนักโทษฝ่ายสาธารณรัฐไอริชในไอร์แลนด์เหนือ พวกเขาปฏิเสธอาหารเพื่อเรียกร้องการยอมรับสถานะนักโทษการเมืองและการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วมเสียชีวิตสิบคน ประโยคนี้อ้างถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพียงเพื่อเป็นหลักฐานที่มีการบันทึกว่า การประท้วงอดอาหารอาจกินเวลานานกว่าสามสัปดาห์มาก ไม่ได้หมายถึงทุพภิกขภัยหรือความหิวโหยของชาวไอริชโดยทั่วไป และไม่ได้มุ่งอธิบายความขัดแย้งทางการเมืองทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เหตุใดประโยคนี้จึงกล่าวถึงการประท้วงอดอาหารของชาวไอริชในปี 1981

  1. เพื่อยกตัวอย่างจริงที่มีการบันทึกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ยาวนานมากโดยไม่มีอาหาร
  2. เพื่ออ้างว่าชาวไอริชทุกคนเผชิญความอดอยากแบบเดียวกัน
  3. เพื่ออธิบายประวัติศาสตร์การเมืองทั้งหมดของไอร์แลนด์เหนือ
ดูคำตอบ

เพื่อยกตัวอย่างจริงที่มีการบันทึกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ยาวนานมากโดยไม่มีอาหาร

Though,

2:37

อย่างไรก็ตาม

the duration of survival is greatly influenced by how hydrated you are ไวยากรณ์

2:38

ระยะเวลาที่จะมีชีวิตรอดนั้นขึ้นอยู่เป็นอย่างมากว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอแค่ไหน

ไวยากรณ์

how hydrated you are: ลำดับคำในอนุประโยค how แบบแทรก

โครงสร้าง how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + be สร้างอนุประโยคแทรกที่บอกระดับ ในที่นี้ how hydrated you are หมายถึงระดับที่ร่างกายมีน้ำเพียงพอ และอนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของบุพบท by เพื่อบอกปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการอยู่รอด อนุประโยคแทรกใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you are ไม่ใช่ are you การสลับตำแหน่งใช้เมื่ออนุประโยคนั้นเป็นคำถามตรงเท่านั้น: How hydrated are you?

แบบฝึกหัด

เรียงคำให้ถูกต้องเพื่อเติมอนุประโยคแทรก: how / cold / the water / is. The guide checks ____ before the swim.

ดูคำตอบ

how cold the water is

and the amount of fat reserves your body has,

2:42

รวมถึงปริมาณไขมันสำรองที่ร่างกายมี

ไวยากรณ์

is greatly influenced by: ได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก

Is greatly influenced by เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำ โดยประธานคือผลลัพธ์ที่ได้รับอิทธิพล และนามวลีหลัง by ระบุปัจจัยหนึ่งหรือหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์นั้น ในที่นี้ survival duration คือผลลัพธ์ ส่วน hydration และ body-fat reserves คือปัจจัยที่มีอิทธิพล Greatly แสดงว่าอิทธิพลนั้นมาก ส่วน influenced ไม่ได้หมายความว่า “ถูกกำหนดอย่างสมบูรณ์” จึงยังเปิดโอกาสให้มีสาเหตุหรือเงื่อนไขอื่น โครงสร้างนี้จึงเหมาะกับการอธิบายความสัมพันธ์ที่มีหลายปัจจัย

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่แสดงถึงอิทธิพลที่มากแต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวลงในประโยค: A learner's confidence ____ the feedback they receive.

ดูคำตอบ

is greatly influenced by

which in some ways is incredible that the body can sustain for so long with no food.

2:44

ซึ่งน่าทึ่งไม่น้อยที่ร่างกายสามารถอยู่ได้นานขนาดนั้นโดยไม่มีอาหาร

And yet, ลำดับความ

2:49

ถึงอย่างนั้น

approximately 795 million people around the world have to deal with this reality. วลี

2:50

ผู้คนทั่วโลกประมาณ 795 ล้านคนต้องเผชิญกับความจริงนี้

ลำดับความ

And yet: การเปลี่ยนเข้าสู่ความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมายอย่างเน้นย้ำ

เมื่ออยู่ต้นประโยคใหม่ And yet จะเชื่อมกลับไปยังแนวคิดก่อนหน้า แล้วนำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับความคาดหมายที่แนวคิดนั้นสร้างขึ้น And ทำหน้าที่เชื่อมแนวคิด ส่วน yet บอกความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย ทั้งสองคำจึงสร้างการเปลี่ยนประเด็นที่เน้นย้ำ ในที่นี้ ข้อเท็จจริงก่อนหน้าทำให้ความสามารถในการอยู่รอดของร่างกายมนุษย์ฟังดูน่าทึ่ง จากนั้น And yet เปลี่ยนไปสู่ความจริงอันโหดร้ายที่ผู้คนนับล้านถูกบังคับให้ทนอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น yet ในที่นี้แสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับ ไม่ใช่ความหมายด้านเวลาแบบ not yet

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย? The forecast promised clear skies. _____, the match was canceled because of a sudden storm.

  1. And yet
  2. As a result
  3. For example
ดูคำตอบ

And yet

วลี

deal with this reality: เผชิญหน้า ไม่ได้หมายความว่าแก้ไขได้เสมอไป

ในประโยคนี้ deal with this reality หมายถึงการเผชิญและใช้ชีวิตอยู่กับสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงผลที่ตามมา คนเหล่านี้ไม่มีทางเลือกที่จะเพิกเฉยต่อสถานการณ์นั้น deal with อาจหมายถึงการลงมือจัดการบางสิ่ง แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้หมายความว่าแก้ไขหรือเอาชนะได้สำเร็จ เมื่อใช้กับ have to จะเน้นความจำเป็นมากกว่าความสามารถหรือความสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง deal with this reality บอกอะไรเกี่ยวกับผู้คน 795 ล้านคนนี้

  1. พวกเขาแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุได้แล้ว
  2. พวกเขาต้องเผชิญและทนอยู่กับสถานการณ์นั้น ไม่ว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่
  3. พวกเขาเลือกสถานการณ์นั้นเพราะรู้วิธีจัดการ
ดูคำตอบ

พวกเขาต้องเผชิญและทนอยู่กับสถานการณ์นั้น ไม่ว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่

The good news is that the seven richest countries have pledged to lift 500 million people out of hunger and malnutrition by 2030, โน้ต

2:55

ข่าวดีก็คือ ประเทศที่ร่ำรวยที่สุด 7 ประเทศให้คำมั่นว่าจะช่วยประชากร 500 ล้านคนให้พ้นจากความหิวโหยและภาวะทุพโภชนาการภายในปี 2030

วลี

have pledged to: คำมั่นอย่างเป็นทางการที่ให้ไว้แล้วและยังมีความเกี่ยวข้อง

Have pledged to หมายถึงได้ให้คำมั่นอย่างเป็นทางการและมักประกาศต่อสาธารณะว่าจะทำสิ่งที่ระบุด้วยคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามมา ในที่นี้ have pledged แสดงว่าคำมั่นนั้นได้ให้ไว้แล้วและยังมีความเกี่ยวข้องในปัจจุบัน การกระทำที่ให้คำมั่นไว้เป็นเป้าหมายในอนาคต ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ทำสำเร็จแล้ว โครงสร้างคือ have/has pledged to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ pledge ตามด้วยเครื่องหมาย infinitive: The charity ____ provide clean water to every village by 2030.

ดูคำตอบ

has pledged to

สำนวน

lift people out of hunger and malnutrition: ช่วยผู้คนให้หลุดพ้นจากความหิวโหยและภาวะทุพโภชนาการ

ในที่นี้ lift 500 million people out of hunger and malnutrition หมายถึงการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของคนห้าร้อยล้านคน เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องทนทุกข์จากปัญหาเหล่านั้นอีก คำว่า lift ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมองความยากลำบากว่าเป็นตำแหน่งที่ต่ำหรือติดอยู่ และมองการปรับปรุงว่าเป็นการเคลื่อนขึ้นและออกมา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ lift + บุคคลหรือกลุ่ม + out of + สภาวะที่ยากลำบาก รูปแบบนี้สื่อว่าโครงการหรือนโยบายสร้างการปรับปรุงที่ยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงการยกตัวบุคคลขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ lift ... out of: The job program aims to ____ thousands of families ____ poverty.

ดูคำตอบ

lift · out of

but we need to hold them accountable. วลี

3:03

แต่เราต้องเรียกร้องให้พวกเขารับผิดชอบต่อคำมั่นนี้

วลี

hold someone accountable: เรียกร้องให้ใครบางคนรับผิดชอบ

Hold them accountable หมายถึงการกำหนดให้ประเทศที่ให้คำมั่นไว้ต้องอธิบายความคืบหน้า ปฏิบัติตามคำมั่น และเผชิญกับการตรวจสอบหรือผลที่ตามมาหากไม่ทำเช่นนั้น ความหมายจึงมากกว่าเพียงการคิดว่าประเทศเหล่านั้นเป็นฝ่ายผิด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ hold + บุคคลหรือองค์กร + accountable โดยมักตามด้วย for + การกระทำหรือผลลัพธ์ หรือ to + มาตรฐานหรือคำมั่น ประธานของประโยคคือบุคคลหรือกลุ่มที่เรียกร้องความรับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการต้องการสื่อว่าทุกทีมต้องอธิบายเหตุผลที่พลาดกำหนดส่งและแก้ไขปัญหา ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. Each team will hold the deadline accountable.
  2. We will hold each team accountable for missed deadlines.
  3. We will blame each team for missed deadlines.
ดูคำตอบ

We will hold each team accountable for missed deadlines.

We're working with an organization called Global Citizen to do just that,

3:05

เรากำลังร่วมมือกับองค์กรที่ชื่อว่า Global Citizen เพื่อทำสิ่งนั้น

and here's a really easy way that you can help out too.

3:09

และยังมีวิธีง่าย ๆ ที่คุณเองก็ช่วยได้เช่นกัน

By sharing this video and then heading to the Global Citizen website form here,

3:12

เพียงแชร์วิดีโอนี้ แล้วไปที่เว็บไซต์ Global Citizen จากตรงนี้

you'll be adding your voice to an important educational movement towards ending hunger worldwide. สำนวน

3:16

คุณก็จะได้ร่วมส่งเสียงสนับสนุนการรณรงค์ให้ความรู้ครั้งสำคัญที่มุ่งยุติความหิวโหยทั่วโลก

สำนวน

ร่วมส่งเสียงสนับสนุนขบวนการด้านการศึกษาที่สำคัญ

ในที่นี้ add your voice to หมายถึงการสนับสนุนหรือเข้าร่วมเป้าหมายร่วมกันอย่างเปิดเผย เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ คุณไม่จำเป็นต้องพูดออกเสียงหรือบันทึกเสียงจริง ๆ โครงสร้างคือ add your voice to + เป้าหมาย การรณรงค์ การอภิปราย หรือความพยายามร่วมกัน โดยเปรียบการสนับสนุนของคนหนึ่งคนว่าไปรวมกับเสียงของคนอื่น ๆ ทำให้รู้สึกว่าเป็นการสนับสนุนร่วมกันและแสดงออกต่อสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการเข้าร่วมสนับสนุนเป้าหมายร่วมกันอย่างเปิดเผย: You can ____ the clean-water campaign by signing the petition.

ดูคำตอบ

add your voice to

You can click the screen or use the links in the description.

3:21

คุณสามารถคลิกที่หน้าจอหรือใช้ลิงก์ในคำอธิบาย

It really only takes a few moments. น้ำเสียง/เจตนา

3:23

ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้เวลาเพียงครู่เดียวจริง ๆ

ในคำเชิญชวนให้ลงมือทำนี้ It หมายถึงงานที่ขอให้ทำ really only เน้นย้ำว่างานนั้นง่ายและมีภาระน้อย ส่วน a few moments หมายถึงช่วงเวลาที่สั้นมาก ไม่ใช่จำนวนวินาทีที่แน่นอน การใช้ถ้อยคำแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจและลดความลังเล โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ It only takes + ระยะเวลา ซึ่งทำให้เวลาที่ต้องใช้ดูน้อยลง และการเติม really ทำให้น้ำเสียงที่ช่วยให้สบายใจมีการเน้นย้ำและเป็นภาษาสนทนามากขึ้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนลังเลที่จะกรอกแบบฟอร์มออนไลน์สั้น ๆ ประโยคใดทำให้เพื่อนสบายใจโดยตรงที่สุดว่างานนี้ใช้เวลาน้อยมาก?

  1. It took a few moments after the page finally loaded.
  2. It takes about forty minutes, so plan ahead.
  3. It really only takes a few moments.
  4. The form asks for only a few details.
ดูคำตอบ

It really only takes a few moments.

And subscribe for more weekly science videos.

3:26

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมทุกสัปดาห์