คนฉลาดมักจะเหงามากกว่าจริงหรือ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความนิยามความฉลาดทางอารมณ์ว่าเป็นการมองชีวิตภายในอย่างซื่อตรง อธิบายว่าความเปิดเผยนี้ทำให้โดดเดี่ยวได้อย่างไร และเสนอว่าศิลปะเชื่อมเรากับจิตใจที่บทสนทนาทั่วไปรองรับไม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. pass off / as a virtue. - กริยาวลี: เรียนรู้ pass off A as B เพื่อวิจารณ์การหลอกให้จุดอ่อนดูเป็นคุณสมบัติที่น่าชื่นชม 2. humanity's secret diary, - สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เข้าใจเหตุผลที่ศิลปะถูกเปรียบเป็นบันทึกลับของประสบการณ์ที่สังคมไม่พูดถึง 3. ever more prevalent / ever less necessary - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ ever กับขั้นกว่าเพื่อบอกแนวโน้มต่อเนื่อง และเข้าใจการพลิกจากการมีศิลปะมากขึ้นไปสู่การต้องพึ่งศิลปะน้อยลง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It sounds like a very mean and undemocratic thought,
0:01มันฟังดูเป็นความคิดที่ใจร้ายและไม่เป็นประชาธิปไตยเอาเสียเลย
trading off the peculiar glamour that isolation has in a romantic culture, กริยาวลี
0:04ในการแลกเอาเสน่ห์อันแปลกประหลาดที่ความโดดเดี่ยวมีอยู่ในวัฒนธรรมโรแมนติก
trading off ที่ใช้เป็นคำกริยา
ในประโยคนี้ trading off มองเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดาของความโดดเดี่ยวเป็นสิ่งที่นำไปแลกเพื่อให้ได้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือความรู้สึกว่าเหนือกว่าผู้อื่น โดยทั่วไป trade off หมายถึงการยอมเสีย ลด หรือใช้ข้อดีอย่างหนึ่งเป็นต้นทุนเพื่อให้ได้ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง ประเด็นสำคัญคือไม่สามารถรักษาข้อดีทั้งสองอย่างไว้ได้อย่างเต็มที่พร้อมกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีกริยาที่หมายถึง “ยอมเสียข้อดีอย่างหนึ่งเพื่อให้ได้ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง” ลงในประโยค: The app is ____ image quality for faster uploads.
ดูคำตอบ
trading off
and perhaps pass off an absence of social skills as a virtue. กริยาวลี
0:12และอาจรวมถึงการหลอกให้คนอื่นคิดว่าการขาดทักษะทางสังคมเป็นสิ่งที่ดีงาม
โครงสร้าง pass off A as B
ในโครงสร้าง pass off A as B นั้น A คือสิ่งที่เป็นอยู่จริง ส่วน B คือสถานะหรือคุณสมบัติที่ใครบางคนต้องการให้ผู้อื่นยอมรับ ในที่นี้ A คือ an absence of social skills และ B คือ a virtue วลีนี้มักสื่อถึงการนำเสนอที่ทำให้เข้าใจผิด ไม่ใช่เพียงการบรรยายทั่วไป ผู้พูดกำลังวิจารณ์ความพยายามที่จะทำให้จุดอ่อนดูเหมือนเป็นคุณสมบัติเชิงบวก
แบบฝึกหัด
เติมช่องว่างทั้งสองด้วยโครงสร้าง pass off A as B: The vendor tried to ____ a cheap copy ____ an original.
ดูคำตอบ
pass off · as
It's important, therefore, to be clear what is meant here by intelligence. ไวยากรณ์
0:17ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าความฉลาดในที่นี้หมายถึงอะไร
what is meant here by intelligence: นิยามในบริบทนี้
รูปแบบกรรมวาจก what is meant by X ใช้ถามว่า X มีนิยามที่ต้องการสื่อว่าอย่างไร ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวถามว่าผู้พูดใช้ intelligence ในความหมายใด ไม่ได้ถามว่าใครเป็นผู้กระทำ Here จำกัดนิยามให้อยู่ในบทสนทนานี้ รูปแบบนี้ช่วยแยกความหมายเฉพาะของคำในบริบทหนึ่งออกจากความหมายทั่วไปที่กว้างกว่า
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดถาม what is meant here by intelligence ผู้อ่านต้องระบุอะไรให้ได้
- แบบทดสอบที่มักใช้วัดความฉลาด
- นิยามของ intelligence ที่ต้องการใช้ในการอภิปรายนี้
- คนที่กำลังแสดงพฤติกรรมอย่างฉลาด
ดูคำตอบ
นิยามของ intelligence ที่ต้องการใช้ในการอภิปรายนี้
It has nothing to do with degrees or any of the criteria by which we ordinarily measure cleverness. วลี
0:22มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปริญญาหรือเกณฑ์ใดๆ ที่เรามักใช้ในการวัดความฉลาด
has nothing to do with: ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
วลีตายตัว has nothing to do with หมายถึง “ไม่เกี่ยวข้องกับ……เลย” ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อตัดความเชื่อมโยงทั้งหมดระหว่าง intelligence ในความหมายนี้กับวุฒิการศึกษาหรือเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้วัดความฉลาด รูปแบบเต็มคือ have/has nothing to do with + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ให้เลือก have หรือ has ให้สอดคล้องกับประธาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย have nothing to do with และเปลี่ยน have หากจำเป็น: The color of the box ____ what is inside.
ดูคำตอบ
has nothing to do with
which exists or not in every strata and nook of society. ไวยากรณ์
0:31ซึ่งมีหรือไม่มีอยู่ในทุกชนชั้นและทุกซอกมุมของสังคม
every strata: ความสอดคล้องของเอกพจน์และพหูพจน์ใน stratum กับ strata
Strata เป็นรูปพหูพจน์ของ stratum เนื่องจาก every ปกติใช้ขยายคำนามนับได้เอกพจน์ every strata ในคำบรรยายจึงไม่เป็นรูปมาตรฐาน วลีเอกพจน์ที่ถูกต้องคือ every stratum เมื่อต้องการกล่าวถึงทุกชนชั้นโดยรวม ให้ใช้ all strata รูปแบบที่นำไปใช้กับคำนามอื่นได้คือ every + คำนามเอกพจน์ แต่ all + คำนามพหูพจน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเอกพจน์ของ strata: The study looks at every ____ of the organization.
ดูคำตอบ
stratum
Emotional intelligence means a capacity for self-honesty and self-observation.
0:38ความฉลาดทางอารมณ์หมายถึงความสามารถในการซื่อสัตย์ต่อตนเองและเฝ้าสังเกตตนเอง
It means a knack for opening oneself up to the stranger, โน้ต
0:43มันหมายถึงเคล็ดลับในการเปิดใจรับแง่มุมที่แปลกประหลาดกว่า
a knack for opening: โครงสร้าง a knack for + รูป -ing
a knack for something หมายถึงความสามารถหรือแนวโน้มพิเศษที่มักดูเหมือนเป็นพรสวรรค์ตามธรรมชาติ ในที่นี้ a knack for opening oneself up หมายถึงการมีความสามารถเป็นพิเศษในการเปิดใจรับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยหรือยอมรับได้ยาก ในโครงสร้างนี้ for เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing: a knack for opening โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a knack for + คำนามหรือ gerund ไม่ใช่ a knack to open
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปคำกริยามาตรฐานหลัง a knack for
- Nina has a knack to solving tricky puzzles.
- Nina has a knack for solving tricky puzzles.
- Nina has a knack for solve tricky puzzles.
ดูคำตอบ
Nina has a knack for solving tricky puzzles.
opening oneself up to: เปิดใจเพื่อยอมรับบางสิ่ง
Opening oneself up to something หมายถึงการทำให้ตัวเองเต็มใจสัมผัส พิจารณา หรือยอมรับบางสิ่ง โดยมักมีนัยว่าเราลดการป้องกันทางอารมณ์หรือจิตใจลง ในประโยคนี้ 'the stranger' หมายถึงด้านที่ไม่คุ้นเคยในโลกภายในของตนเอง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงคนแปลกหน้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ open + สรรพนามสะท้อนกลับ + up to + คำนามหรือรูป -ing สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I open myself..., she opens herself..., people open themselves...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปที่ถูกต้องของคำในวงเล็บ: To learn from feedback, you need to ____ new ideas. (open / yourself / up to)
ดูคำตอบ
open yourself up to
more exciting, less easily admissible aspects of oneself.
0:46น่าตื่นเต้นกว่า และยากที่จะยอมรับได้ของตนเอง
for noticing the many beautiful, peculiar, and profound experiences and sensations passing through consciousness.
0:51ก็เพื่อสังเกตเห็นประสบการณ์และความรู้สึกที่งดงาม แปลกประหลาด และลึกซึ้งมากมายที่ผ่านเข้ามาในจิตสำนึก
be used to doing: คุ้นเคยกับการทำกิจกรรมหนึ่ง
Be used to doing หมายถึงคุ้นเคยกับการทำกิจกรรมหนึ่ง จนกิจกรรมนั้นรู้สึกเป็นเรื่องปกติหรือไม่แปลกใหม่ ในที่นี้ we're not really used to doing this หมายความว่าเรายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทำแบบนี้ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น used to noise, used to it, used to working ส่วนรูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปที่ถูกต้องของคำในวงเล็บ: After several weeks, Nina is ____ lunch at noon. (used to / eat)
ดูคำตอบ
used to eating
We cleave tightly to reassuring notions of what normal people are like, การใช้คำ
1:00เรายึดติดแน่นกับความคิดที่ทำให้สบายใจว่าคนปกติทั่วไปควรเป็นอย่างไร
cleave tightly to: ยึดมั่นในแนวคิดอย่างเหนียวแน่น
ในประโยคนี้ cleave tightly to หมายถึง “ยึดไว้แน่นมาก” หรือ “ยังคงผูกพันอย่างมาก” กรรมของวลีคือ reassuring notions ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการไม่ยอมปล่อยแนวคิดที่ช่วยให้สบายใจเกี่ยวกับสิ่งที่ถือว่าปกติ ไม่ได้หมายถึงการผ่าอะไรออกจากกัน รูปแบบคือ cleave to + แนวคิด ความเชื่อ ประเพณี หรือบุคคล คำว่า tightly เน้นความไม่ยอมปล่อยและทำให้ความผูกพันฟังดูหนักแน่นเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Even after the evidence changed, he continued to cleave to the old theory,” คำว่า cleave to หมายถึงอะไร
- แบ่งทฤษฎีเก่าออกเป็นสองส่วน
- ย่อทฤษฎีเก่าด้วยการแก้ไข
- ยังคงยึดมั่นในทฤษฎีเก่าอย่างเหนียวแน่น
ดูคำตอบ
ยังคงยึดมั่นในทฤษฎีเก่าอย่างเหนียวแน่น
We edit out our more generous, wilder, more impatient, more terrifying sides, กริยาวลี
1:13เราตัดด้านที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กว่า ดุดันกว่า ใจร้อนกว่า และน่าสะพรึงกลัวกว่าของเราออกไป
edit out: ตัดออกจากฉบับสุดท้าย
Edit out หมายถึงจงใจนำบางสิ่งออกเพื่อไม่ให้ปรากฏในฉบับสุดท้าย ในภาพยนตร์ เสียง หรือข้อความ ผู้ตัดต่อสามารถ edit out เนื้อหาที่ไม่ต้องการได้ตามความหมายตรงตัว ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือผู้คนซ่อนบางด้านของตนเองจากภาพที่แสดงให้ผู้อื่นเห็น วลีนี้หมายถึงการเลือกตัดบางส่วนออก ไม่ใช่เพียงปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงด้านเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปสองคำที่ถูกต้องของ edit ซึ่งหมายถึง “ถูกนำออกระหว่างการตัดต่อ”: The producer ____ the mistake before the episode was released.
ดูคำตอบ
edited out
leaving only the socially admissible husk that we artfully pretend is who we are. สำนวน
1:19เหลือเพียงเปลือกนอกที่สังคมยอมรับได้ ซึ่งเราเสแสร้งอย่างมีศิลปะว่านั่นคือตัวเรา
อุปลักษณ์ “the socially admissible husk”
วลีนี้ใช้ husk เป็นอุปลักษณ์ ตามความหมายตรงตัว husk คือเปลือกแห้งด้านนอกของเมล็ดหรือผลไม้ แต่ในประโยคนี้หมายถึงภาพภายนอกของคนที่เหลืออยู่ หลังจากซ่อนความคิดและความรู้สึกอันหลากหลายไว้แล้ว Socially admissible หมายถึงเป็นที่ยอมรับหรือได้รับอนุญาตตามความคาดหวังของสังคม ภาพเปรียบทั้งหมดนี้วิจารณ์การเซ็นเซอร์ตัวเอง สิ่งที่ผู้อื่นเห็นอาจเป็นที่ยอมรับได้ แต่เป็นเพียงชั้นนอกบาง ๆ ไม่ใช่ตัวตนที่ครบถ้วนหรือแท้จริงของคนนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค “His perfect public image was only a socially admissible husk,” วลี socially admissible husk หมายถึงอะไร
- ภาพภายนอกที่สังคมยอมรับได้ แต่ซ่อนตัวตนที่ครบถ้วนกว่าไว้
- เปลือกเมล็ดจริงที่ได้รับอนุญาตให้ขาย
- บุคลิกที่ครบถ้วนและซื่อสัตย์ของเขา
ดูคำตอบ
ภาพภายนอกที่สังคมยอมรับได้ แต่ซ่อนตัวตนที่ครบถ้วนกว่าไว้
we ensure that we're never far from something that can take us powerfully away from ourselves. สำนวน
1:26เราก็ทำให้แน่ใจว่าเราจะไม่มีวันอยู่ห่างจากบางสิ่งบางอย่างที่สามารถดึงเราออกไปจากตัวเองได้อย่างทรงพลัง
take us powerfully away from ourselves ในฐานะอุปลักษณ์ทางจิตใจ
ในที่นี้ take us away from ourselves อธิบายสภาพจิตใจ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางร่างกาย หมายถึงการดึงความสนใจของเราออกไปภายนอกอย่างรุนแรง จนเราไม่สังเกตหรือไม่เผชิญหน้ากับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง Powerfully เน้นว่าการเบี่ยงเบนความสนใจหรือการหลีกหนีนั้นรุนแรงเพียงใด ในบริบทอื่น something takes someone away from themselves อาจหมายถึงการเพลิดเพลินจนจดจ่ออย่างเต็มที่ แต่ที่นี่มีน้ำเสียงวิจารณ์ เพราะสิ่งรบกวนจากภายนอกช่วยให้ผู้คนหลีกเลี่ยงโลกภายในของตน
แบบฝึกหัด
ในการพูดถึงการหลีกหนีทางอารมณ์ “The music took Lena away from herself for a while” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- มันพาลีนาไปยังสถานที่อื่นจริง ๆ
- มันช่วยให้ลีนาหยุดจดจ่อกับความคิดและความรู้สึกของตัวเองชั่วขณะ
- มันทำให้ลีนาเข้าใจตัวเองชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ
มันช่วยให้ลีนาหยุดจดจ่อกับความคิดและความรู้สึกของตัวเองชั่วขณะ
And so we miss out on the troubling wonders that streak across the mental horizon at every instant. โน้ต
1:31ดังนั้นเราจึงพลาดความมหัศจรรย์อันน่าปั่นป่วนที่พาดผ่านขอบฟ้าแห่งจิตใจในทุกๆ วินาที
miss out on: พลาดโอกาสหรือประสบการณ์
ในประโยคนี้ miss out on หมายถึง “ไม่ได้สัมผัสหรือไม่ได้รับสิ่งที่มีโอกาสเข้าถึงหรือเป็นไปได้” ผู้พูดกำลังบอกว่าเราไม่ได้สังเกตหรือสัมผัสประสบการณ์ภายในที่ชวนกังวลแต่มีคุณค่า ซึ่งผ่านเข้ามาในจิตใจ รูปแบบคือ miss out on + คำนามหรือรูป -ing จุดเน้นอยู่ที่สิ่งที่คนหนึ่งไม่ได้มีโอกาสสัมผัส ไม่ใช่เพียงการสังเกตว่าบางสิ่งหายไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “ไม่ได้สัมผัสประสบการณ์” Mia left the festival early, so she ____ the fireworks.
ดูคำตอบ
missed out on
ความมหัศจรรย์อันชวนกังวลที่พาดผ่านขอบฟ้าแห่งจิตใจ
ประโยคนี้สร้างภาพหนึ่งขึ้นมา โดยเปรียบจิตใจกับท้องฟ้า และให้ “ขอบฟ้าแห่งจิตใจ” เป็นขอบเขตของการรับรู้ ส่วน “ความมหัศจรรย์อันชวนกังวล” คือความคิดหรือความรู้สึกที่ยากจะรับมือแต่ก็น่าทึ่ง ไม่ใช่วัตถุในท้องฟ้าจริง Streak across ทำให้สิ่งเหล่านั้นดูรวดเร็วและสั้นเหมือนแสงที่วาบผ่าน ภาพนี้สื่อว่าประสบการณ์ภายในอาจปรากฏและหายไปก่อนที่เราจะสังเกตเห็นอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัด
ภาพ “troubling wonders that streak across the mental horizon” ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?
- ประสบการณ์ภายในที่สั้นและซับซ้อนเคลื่อนผ่านการรับรู้อย่างรวดเร็ว
- แสงจริงเคลื่อนผ่านท้องฟ้าเหนือผู้พูด
- ผู้พูดพิจารณาความคิดหนึ่งอย่างสงบเป็นเวลานาน
ดูคำตอบ
ประสบการณ์ภายในที่สั้นและซับซ้อนเคลื่อนผ่านการรับรู้อย่างรวดเร็ว
Most of what is in our minds remains unfelt and unseen,
1:38สิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่ในความคิดของเรายังคงไม่ถูกรับรู้และไม่ถูกมองเห็น
in the small hours: ช่วงหลังเที่ยงคืนก่อนรุ่งสาง
in the small hours เป็นสำนวนที่หมายถึงช่วงดึกมากหลังเที่ยงคืนและก่อนรุ่งสาง โดยกล่าวถึงช่วงเวลาคร่าว ๆ ของกลางคืน ไม่ได้หมายถึงจำนวนชั่วโมงที่น้อย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววางความคิดที่รบกวนใจไว้ในช่วงเงียบสงัดก่อนรุ่งสาง เมื่อความคิดที่ถูกผลักออกไปในตอนกลางวันกลับมาอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง ‘หลังเที่ยงคืนแต่ก่อนรุ่งสาง’: I woke up ____ and heard rain against the window.
ดูคำตอบ
in the small hours
Insomnia is the revenge for all that we tried so hard not to notice in the daylight. สำนวน
1:45โรคนอนไม่หลับคือการแก้แค้นสำหรับทุกสิ่งที่เราพยายามอย่างหนักที่จะไม่สนใจในช่วงเวลากลางวัน
Insomnia is the revenge for all that... ในฐานะอุปลักษณ์
ประโยคนี้ใช้อุปลักษณ์ โดยวาดภาพให้อาการนอนไม่หลับเป็นเหมือนการแก้แค้นของความคิดและความรู้สึกที่ถูกผลักออกจากการรับรู้ในตอนกลางวัน revenge ไม่ได้หมายถึงการแก้แค้นจริง ๆ และไม่ใช่คำอธิบายทางการแพทย์ แต่ทำให้การกลับมาของประสบการณ์เหล่านั้นดูรุนแรงและหลีกเลี่ยงไม่ได้ all that หมายถึงทุกสิ่งที่ผู้พูดพยายามอย่างหนักที่จะไม่รับรู้ในตอนกลางวัน โครงสร้าง X is the revenge for Y นำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังว่าเป็นผลลัพธ์อันรุนแรงจากการหลีกเลี่ยงก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับอุปลักษณ์นี้มากที่สุด
- อาการนอนไม่หลับจงใจลงโทษเฉพาะคนที่ต้องการแก้แค้น
- แสงกลางวันทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับโดยตรงทางร่างกาย
- ความรู้สึกที่ถูกเพิกเฉยในตอนกลางวันอาจกลับมาในตอนกลางคืนและทำให้เราตื่นอยู่
ดูคำตอบ
ความรู้สึกที่ถูกเพิกเฉยในตอนกลางวันอาจกลับมาในตอนกลางคืนและทำให้เราตื่นอยู่
emotional intelligence emerges as a species of courage directed at vanquishing not an external enemy, โน้ต
1:53ความฉลาดทางอารมณ์ปรากฏขึ้นในฐานะความกล้าหาญประเภทหนึ่งที่ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การเอาชนะศัตรูภายนอก
a species of courage: species ในความหมายการจัดหมวดหมู่เชิงนามธรรม
ใน a species of courage คำว่า species หมายถึง “ชนิดหรือรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ” ไม่ได้หมายถึงกลุ่มสิ่งมีชีวิตทางชีววิทยา วลีนี้จัดให้ความฉลาดทางอารมณ์เป็นความกล้ารูปแบบหนึ่ง โครงสร้างทางการ a species of + คำนามนามธรรม ใช้วางแนวคิดหนึ่งไว้ในหมวดหมู่ที่กว้างกว่า ในที่นี้ ความฉลาดทางอารมณ์ถูกนำเสนอเป็นความกล้าที่มุ่งเข้าหาจิตใจภายใน ไม่ใช่ศัตรูภายนอก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Her willingness to ask for help was a species of courage,” คำว่า a species of หมายถึงอะไร?
- ประชากรทางชีววิทยา
- ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
- การไม่มี
ดูคำตอบ
ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
but a fear of being weird or of going mad.
2:00แต่เป็นการเอาชนะความกลัวที่จะกลายเป็นคนแปลกประหลาดหรือกลายเป็นบ้า
not an external enemy, but a fear: โครงสร้างแก้ความเข้าใจ not X, but Y
โครงสร้าง not X, but Y ปฏิเสธการตีความ X ที่ผู้ฟังคาดไว้ก่อน แล้วแทนที่ด้วย Y ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการสื่อจริง ๆ ในที่นี้ X คือ “an external enemy” ส่วน Y คือ “a fear of being weird or of going mad.” Vanquishing ใช้กับทั้งสองส่วน ความกล้านี้มุ่งเอาชนะความกลัว ไม่ใช่เอาชนะคน การวาง Y หลัง but ทำให้ความกลัวภายในเป็นจุดเน้นหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคแก้ความเข้าใจให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง not X, but Y: The problem is ____ the price, ____ the delivery time.
ดูคำตอบ
not · but
A certain sort of intelligent person is above all else a superior and more committed reporter of their inner states. โน้ต
2:03คนฉลาดประเภทหนึ่งคือผู้ที่เหนือกว่าใครและมุ่งมั่นที่จะรายงานสภาวะภายในจิตใจของพวกเขาเหนือสิ่งอื่นใด
above all else: การจัดให้เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
above all else หมายถึง “สำคัญกว่าสิ่งอื่นทั้งหมด” วลีนี้จัดให้คำบรรยายที่ตามมา ซึ่งคือการเป็นผู้รายงานสภาวะภายในที่เก่งกว่าและทุ่มเทกว่า อยู่ในอันดับสูงสุด ในที่นี้วลีนี้แสดงลำดับความสำคัญ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ สามารถใช้เพื่อเกริ่นถึงคุณสมบัติ เป้าหมาย หรือคุณค่าที่ควรถือว่าสำคัญที่สุด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Safety matters above all else,” วลี above all else หมายถึงอะไร?
- อยู่ในตำแหน่งทางกายภาพที่สูงกว่า
- มากกว่าสิ่งอื่นทั้งหมด
- เฉพาะในเวลาส่วนใหญ่เท่านั้น
- ด้วยเหตุผลเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อ
ดูคำตอบ
มากกว่าสิ่งอื่นทั้งหมด
reporter of their inner states ในฐานะคำเปรียบเทียบ
reporter ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งงาน บุคคลนั้นสังเกตความคิดและความรู้สึกของตนเอง แล้วเล่าออกมาอย่างรอบคอบและซื่อตรง เหมือนผู้สื่อข่าวที่ดีรวบรวมและนำเสนอข้อมูล คำขยาย superior และ more committed ทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น ความสามารถที่สำคัญไม่ใช่เพียงการมีสภาวะภายใน แต่คือการสังเกตมันอย่างแม่นยำและอธิบายมันอย่างซื่อตรงต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายคำเปรียบเทียบ “a reporter of their inner states” ได้ดีที่สุด?
- พวกเขาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวที่รายงานเฉพาะข่าวส่วนตัว
- พวกเขาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือพูดถึงความคิดและความรู้สึกของตน
- พวกเขาสังเกตและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตนเองอย่างรอบคอบและแม่นยำ
- ความคิดและความรู้สึกของพวกเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
พวกเขาสังเกตและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตนเองอย่างรอบคอบและแม่นยำ
as Emerson once put it: การเกริ่นถ้อยคำของผู้อื่น
“As Emerson once put it” บอกผู้ฟังว่าถ้อยคำที่ตามมาเป็นคำพูดของเอเมอร์สัน ในที่นี้ put it หมายถึง “ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วางสิ่งของบางอย่าง” วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมจากการอธิบายของผู้พูดไปสู่คำอ้างหรือถ้อยคำที่น่าจดจำของผู้อื่น Once หมายถึง “ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นพูดเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นคำพูดตรงของโค้ช: ____, “Small steps still move us forward.”
ดูคำตอบ
As our coach once put it
we find once more our own neglected thoughts."
2:15เรามักจะค้นพบความคิดของเราเองที่เคยถูกละเลยไปอีกครั้งหนึ่ง"
It's almost certain that people who have devoted themselves to self-honesty and self-observation วลี
2:20เกือบจะแน่นอนว่าคนที่อุทิศตนเพื่อความซื่อสัตย์ต่อตนเองและการเฝ้าสังเกตตนเอง
devoted themselves to + คำนามหรือรูป -ing
Devoted themselves to หมายถึงทุ่มเทให้กับบางสิ่งอย่างจริงจังและต่อเนื่อง คำสรรพนามสะท้อนกลับอ้างกลับไปที่ people ดังนั้น people ซึ่งเป็นพหูพจน์จึงใช้ themselves ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท และต้องตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น devote oneself to a cause และ devote oneself to learning ในคำบรรยาย self-honesty and self-observation คือแนวปฏิบัติที่คนเหล่านั้นทุ่มเทให้
แบบฝึกหัด
ใช้ devote oneself to ในรูปอดีตและทำให้คำสรรพนามสะท้อนกลับสอดคล้องกับ Lena: After receiving the scholarship, Lena ____ studying public health.
ดูคำตอบ
devoted herself to
have an above-average chance of meeting with incomprehension, วลี
2:25มีโอกาสสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จะพบกับความไม่เข้าใจ
chance of meeting with incomprehension: การได้รับปฏิกิริยา
ในประโยคนี้ meet with ไม่ได้หมายถึงการนัดพบใคร เมื่อคำพูด ข้อเสนอ หรือการกระทำ meets with ปฏิกิริยาบางอย่าง หมายความว่าสิ่งนั้นได้รับหรือเผชิญกับปฏิกิริยานั้น ดังนั้น meeting with incomprehension จึงหมายถึงการพบว่าผู้คนไม่เข้าใจสิ่งที่พูด หลัง chance of ต้องใช้ meeting ในรูป -ing เพราะ of เป็นคำบุพบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสองคำที่หมายถึง “ได้รับปฏิกิริยานี้”: The safety proposal was clear, but it ____ strong resistance from the committee.
ดูคำตอบ
met with
when they attempt to share the data from their own minds frankly in company. การใช้คำ
2:33เมื่อพวกเขาพยายามแบ่งปันข้อมูลจากจิตใจของพวกเขาอย่างตรงไปตรงมาต่อหน้าผู้คน
frankly in company: พูดอย่างตรงไปตรงมาต่อหน้าผู้อื่น
Frankly บอกลักษณะการแบ่งปันว่าเปิดเผยและซื่อสัตย์ โดยไม่ปิดบังสิ่งที่คิด ส่วน in company หมายถึงขณะที่มีคนอื่นอยู่ด้วยหรืออยู่ในสถานการณ์ทางสังคม Company ในที่นี้หมายถึงการมีคนอื่นอยู่ด้วย ไม่ใช่บริษัท เมื่อนำ frankly in company มารวมกัน จึงเน้นความเสี่ยงของการพูดอย่างเปิดเผยมากต่อหน้าผู้อื่น
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “เมื่อมีคนอื่นอยู่ด้วย”: Leo sings freely at home but becomes shy ____.
ดูคำตอบ
in company
it might be on politics or architecture, family life or sexuality,
2:39ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องการเมืองหรือสถาปัตยกรรม ชีวิตครอบครัวหรือเรื่องเพศ
will sound more threatening, more intense, oblique, or tender than is allowed. ไวยากรณ์
2:43จะฟังดูคุกคามมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น อ้อมค้อม หรืออ่อนโยนมากกว่าที่อนุญาตให้แสดงออก
more ... than is allowed: เกินขอบเขตทางสังคมที่ยอมรับ
คำบรรยาย more threatening, more intense, oblique และ tender เชื่อมกันเป็นรายการเดียว และอนุประโยค than is allowed ที่อยู่ท้ายสุดใช้กับคำบรรยายทั้งหมด ความหมายคือความคิดเหล่านั้นฟังดูมีระดับที่รุนแรงกว่าในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน เมื่อเทียบกับสิ่งที่บรรทัดฐานรอบตัวจะยอมรับ Allowed อยู่ในรูปกรรมวาจกและไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสิน ในที่นี้ตามธรรมชาติแล้วหมายถึงขอบเขตทางสังคมที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นกฎหมายหรือกฎทางการ โครงสร้าง more + คำคุณศัพท์ + than is allowed ใช้แสดงว่ากลุ่มหนึ่งจำกัดระดับของทัศนคติ อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่ยอมรับได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
อ่าน: At the ceremony, his joke was more personal than is allowed. ประโยคนี้น่าจะหมายถึงอะไร
- มุกของเขาเกินขอบเขตทางสังคมที่พิธียอมรับสำหรับความคิดเห็นส่วนตัว
- มีกฎหมายห้ามมุกของเขาโดยเฉพาะ
- มุกของเขามีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าที่ผู้คนคาดไว้
ดูคำตอบ
มุกของเขาเกินขอบเขตทางสังคมที่พิธียอมรับสำหรับความคิดเห็นส่วนตัว
That feels lonely if one's in the mood to frame things like this. การใช้คำ
2:49นั่นให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวหากมีใครอยู่ในอารมณ์ที่จะวางกรอบเรื่องต่างๆ แบบนี้
frame things like this: ตีความผ่านมุมมองที่เลือก
ในที่นี้ frame things หมายถึงการเลือกมุมมองเพื่อจัดระเบียบว่าเราจะเข้าใจเหตุการณ์อย่างไร ส่วน Like this ชี้กลับไปยังการตีความเฉพาะที่เพิ่งกล่าวไป ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังบอกว่าสถานการณ์นั้นให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว หากใครมองมันผ่านกรอบดังกล่าว การ frame บางสิ่งไม่ได้หมายถึงการแต่งเรื่องหรือบิดเบือนโดยอัตโนมัติ การวางกรอบเป็นการเลือกว่าจะเน้นอะไรและจะเชื่อมโยงข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งอาจชี้นำข้อสรุปของผู้ฟังได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายจากบทเรียนนี้: The coach tried to ____ the loss as a useful lesson.
ดูคำตอบ
frame
There are simply fewer people at large committed to self-honesty and self-observation การใช้คำ
2:53พูดง่ายๆ คือมีคนจำนวนน้อยมากที่มุ่งมั่นในความซื่อสัตย์ต่อตนเองและการสังเกตตนเอง
at large ในความหมายว่าสังคมโดยทั่วไป
ในประโยคนี้ at large หมายถึง “ทั่วทั้งสังคม” หรือ “ในหมู่ผู้คนทั่วไป” วลีนี้ขยายขอบเขตของ people ให้ครอบคลุมผู้คนในสังคม ไม่ใช่ชุมชนหรือกลุ่มเฉพาะที่ระบุไว้ คำนามที่อยู่ใกล้เป็นตัวกำหนดความหมาย เมื่ออยู่หลังคำนามที่หมายถึงกลุ่ม เช่น people, the public หรือ society คำว่า at large มักหมายถึง “โดยรวม” โดยเฉพาะในบทวิจารณ์ที่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
at large หมายถึงอะไรในประโยคนี้: “There are fewer people at large committed to careful self-observation”?
- ท่ามกลางฝูงชนขนาดใหญ่มาก
- ในหมู่คนที่หลบหนี
- ในหมู่ผู้คนในสังคมโดยทั่วไป
ดูคำตอบ
ในหมู่ผู้คนในสังคมโดยทั่วไป
and therefore up for exchanging notes on what it's truly like to be alive. โน้ต
2:58และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นกันว่าการมีชีวิตอยู่จริงๆ นั้นเป็นอย่างไร
be up for + คำนามหรือรูป -ing
Be up for something หมายถึงเต็มใจหรือสนใจที่จะเข้าร่วม ในที่นี้ up for exchanging notes หมายถึงเต็มใจแบ่งปันและเปรียบเทียบความคิดเกี่ยวกับความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ โครงสร้างคือ be up for + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคเต็ม are ที่อยู่ก่อนหน้ามีผลกับคำบรรยายที่เชื่อมกันนี้ด้วย จึงไม่มีรูป be อีกคำอยู่หน้า up for
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เต็มใจ”: Are you ____ helping us after school?
ดูคำตอบ
up for
exchanging notes on: แบ่งปันและเปรียบเทียบประสบการณ์
ในประโยคนี้ exchanging notes on หมายถึงการแบ่งปันและเปรียบเทียบข้อสังเกตส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง notes ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงสิ่งที่แต่ละคนสังเกตเห็นหรือเคยพบเจอ ไม่จำเป็นต้องเป็นบันทึกที่เขียนไว้จริง ๆ วลีนี้ทำให้การสนทนาดูเป็นการแลกเปลี่ยนแบบสองฝ่ายและร่วมมือกัน แต่ละฝ่ายมีบางอย่างมาแบ่งปันและได้เรียนรู้จากอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
ใช้ exchange notes on เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the conference, the researchers met to ____ their latest fieldwork.
ดูคำตอบ
exchange notes on
there is one resource that is exceptionally well suited to addressing the feelings of disconnection วลี
3:04มีทรัพยากรหนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการจัดการกับความรู้สึกแปลกแยก
well suited to addressing: โครงสร้าง suited to + -ing
Well suited to addressing หมายถึงเหมาะมากสำหรับจุดประสงค์ในการจัดการกับบางสิ่ง well ช่วยเน้น suited ส่วน addressing เป็นชื่อกิจกรรมที่ทรัพยากรนั้นเหมาะจะนำไปใช้ ในการใช้ be suited to แบบนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive ถ้ามีกริยาตามหลัง ต้องใช้รูป -ing เช่น suited to addressing, suited to teaching และ suited to working โครงสร้างนี้ใช้ประเมินว่าคน เครื่องมือ หรือวิธีการเหมาะกับงานมากเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ process: This software is well suited to ____ large files.
ดูคำตอบ
processing
liable to be felt by the emotionally intelligent. การใช้คำ
3:10ที่ผู้มีความฉลาดทางอารมณ์มักจะรู้สึก
liable to be felt: ความเป็นไปได้ในโครงสร้างรูปถูกกระทำ
ใน liable to be felt คำว่า liable to หมายถึง “มีแนวโน้มที่จะ” หรือ “มีโอกาสที่จะ” วลีนี้บอกว่าผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์มีโอกาสสัมผัสความรู้สึกนั้นจริง ๆ ไม่ได้กล่าวโทษว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ โครงสร้างคือ be liable to + infinitive ในที่นี้ infinitive เป็นรูปถูกกระทำ คือ be felt จึงเน้นว่าความรู้สึกนั้นถูกรับรู้ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น
แบบฝึกหัด
ใน “Unprotected files are liable to be deleted during an update.” คำว่า “liable to be deleted” หมายความว่าอย่างไร
- จำเป็นต้องลบไฟล์อื่น
- มีแนวโน้มที่จะถูกลบ
- ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อการอัปเดต
ดูคำตอบ
มีแนวโน้มที่จะถูกลบ
Art. การเปิดเผยคำตอบด้วยคำเพียงคำเดียว
Art. เป็นประโยคคำเดียวที่ผู้เขียนตั้งใจแยกออกมา คำนี้ระบุว่า “ทรัพยากรหนึ่งอย่าง” ที่กล่าวนำไว้ก่อนหน้าคืออะไร และวางคำตอบไว้ตามลำพัง ทำให้ผู้อ่านหยุดและให้ความสนใจกับคำนี้เป็นพิเศษ นี่เป็นวิธีจัดโครงสร้างข้อมูล กล่าวคือ ช่วงเกริ่นที่ยาวกว่าสร้างความคาดหวัง ประโยคที่สั้นมากเปิดเผยคำตอบสำคัญ แล้วส่วนถัดไปจึงอธิบายคำตอบนั้น รูปแบบเดียวกันนี้สามารถใช้เน้นทางออก ชื่อ ตัวเลือก หรือแนวคิดเพียงหนึ่งอย่างในข้อความอื่นได้
แบบฝึกหัด
ย่อหน้าหนึ่งเขียนว่า “Only one tool could solve the problem. Patience.” ประโยคคำเดียวที่แยกออกมาอย่าง “Patience.” ทำหน้าที่หลักอะไร
- เปิดเผยและเน้นคำตอบสำคัญอย่างชัดเจน
- ให้หลักฐานโดยละเอียดว่าปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างไร
- แสดงว่าความอดทนเป็นรายการหนึ่งในบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ
เปิดเผยและเน้นคำตอบสำคัญอย่างชัดเจน
อุปลักษณ์ "humanity's secret diary"
ในประโยคนี้ "humanity's secret diary" เป็นอุปลักษณ์ ผลงานศิลปะถูกเปรียบเป็นไดอารีส่วนตัวที่มนุษยชาติเป็นเจ้าของร่วมกัน เพราะศิลปะเก็บรักษาความรู้สึก ความกลัว ความหวัง และประสบการณ์ที่ผู้คนอาจไม่พูดออกมาอย่างเปิดเผยในชีวิตประจำวัน สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่ามีไดอารีจริงอยู่หนึ่งเล่ม หรือผลงานศิลปะทุกชิ้นบันทึกข้อเท็จจริง แต่แสดงให้เห็นว่าศิลปะเป็นพื้นที่ซึ่งด้านที่ซ่อนอยู่ของชีวิตมนุษย์สามารถถูกถ่ายทอดและรับรู้ได้
แบบฝึกหัด
ใน "Works of art are humanity's secret diary," อุปลักษณ์นี้สื่อถึงอะไรเป็นหลัก?
- ศิลปะเก็บรักษาความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัวของมนุษย์ที่อาจพูดอย่างเปิดเผยได้ยาก
- ศิลปินเก็บไดอารีลับไว้หนึ่งเล่มและไม่อนุญาตให้ใครอ่าน
- ผลงานศิลปะทุกชิ้นเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตามข้อเท็จจริง
ดูคำตอบ
ศิลปะเก็บรักษาความรู้สึกและประสบการณ์ส่วนตัวของมนุษย์ที่อาจพูดอย่างเปิดเผยได้ยาก
records of all that could not be said in regular social contexts,
3:19เป็นบันทึกของทุกสิ่งที่ไม่สามารถพูดได้ในบริบททางสังคมปกติ
but which have found a home in the more intimate, สำนวน
3:23แต่กลับได้พบกับบ้านในรูปแบบของการสื่อสารที่ลึกซึ้งและจริงใจยิ่งขึ้น
ความหมายเชิงอุปลักษณ์ของ "found a home"
ในที่นี้ "found a home" ใช้เป็นอุปลักษณ์ สิ่งที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ถูกจินตนาการว่าเป็นสิ่งที่กำลังมองหาที่ที่ตนเองควรอยู่ และในที่สุดก็ได้พื้นที่ที่เหมาะสมในรูปแบบการแสดงออกที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ find a home in + สถานที่ สื่อ กลุ่ม หรือระบบ เมื่อประธานเป็นแนวคิด เรื่องราว โครงการ หรือผลงานศิลปะ สำนวนนี้หมายถึง “ได้รับการยอมรับหรือได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” ไม่ใช่ “หาตำแหน่งของบ้านเจอ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ได้รับการยอมรับในสถานที่ที่เหมาะสม”: After several rejections, the story finally ____ in a children's magazine.
ดูคำตอบ
found a home
honest communication that can take place between an art work and its audience.
3:25ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างผลงานศิลปะกับผู้ชม
of the world are repositories for all the sensations สำนวน
3:33ทั่วโลกคือคลังเก็บบันทึกความรู้สึกทั้งหมด
Repositories for all the sensations: คลังที่เก็บรักษาประสบการณ์
repositories ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงห้องเก็บของจริง ๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซึ่งจับต้องได้ แต่เปรียบห้องสมุด โรงภาพยนตร์ และหอศิลป์เป็นสถานที่ที่ศิลปะบันทึกและเก็บรักษาความรู้สึกกับประสบการณ์ซึ่งอาจแสดงออกได้ยากในการปฏิสัมพันธ์ทั่วไป นี่คืออุปลักษณ์แบบภาชนะในเชิงนามธรรม โดย repository อาจเป็นสถานที่ ระบบ หรือชุดสะสมที่เก็บความรู้ ความทรงจำ หรือวัฒนธรรมอันมีค่าไว้ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นในภายหลัง
แบบฝึกหัด
repositories for all the sensations ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- อาคารที่เก็บอารมณ์ซึ่งเป็นวัตถุไว้บนชั้น
- สถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ผู้คนรู้สึกอะไรเลย
- สถานที่ที่ศิลปะเก็บรักษาและส่งต่อความรู้สึกกับประสบการณ์
ดูคำตอบ
สถานที่ที่ศิลปะเก็บรักษาและส่งต่อความรู้สึกกับประสบการณ์
that didn't easily make it into standard interactions กริยาวลี
3:36ที่ไม่สามารถเข้ามาอยู่ในปฏิสัมพันธ์มาตรฐานทั่วไปได้อย่างง่ายดาย
Make it into: เข้าไปหรือได้รับการรวมไว้สำเร็จ
ใน make it into standard interactions วลี make it into หมายถึง ‘เข้าไปหรือกลายเป็นส่วนหนึ่งได้สำเร็จ’ กล่าวคือ ความรู้สึกเหล่านั้นไม่สามารถหาที่ทางอย่างเป็นธรรมชาติในการสื่อสารทั่วไปได้ คำว่า it ในรูปแบบนี้เป็นส่วนตายตัวของ make it ไม่ได้ย้อนกลับไปแทน sensation หนึ่งอย่าง จุดหมายจะตามหลัง into เช่น make it into the final round, make it into the industry หรือ make it into the report
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง ‘ได้รับการรวมไว้สำเร็จ’: The article was excellent, but it didn't ____ the final issue.
ดูคำตอบ
make it into
and that contain what we need to state and crave to hear as audiences
3:40และมีสิ่งที่เราจำเป็นต้องกล่าวและปรารถนาที่จะได้ยินในฐานะผู้ชม
they have an unusually easy time finding company with people who are not in the room, สำนวน
3:53พวกเขาจะมีความง่ายดายอย่างผิดปกติในการหาเพื่อนกับคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น
การเปรียบต่าง an uncommonly hard time not being lonely ... an unusually easy time finding company
While ในที่นี้สร้างการเปรียบต่างแบบยอมรับข้อหนึ่งก่อน กล่าวคือ คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์อาจลำบากในสถานการณ์ทางสังคมแบบหนึ่ง แต่ประโยคส่วนหลังแสดงข้อได้เปรียบที่ตรงกันข้าม โครงสร้างคู่ขนาน have an uncommonly hard time + กริยา-ing และ have an unusually easy time + กริยา-ing ใช้เปรียบเทียบความยากกับความง่าย ใน hard time not being lonely คำว่า not ขยาย being lonely จึงหมายความว่าพวกเขาหลีกเลี่ยงความรู้สึกเหงาได้ยาก แม้จะอยู่กับอีกคนหนึ่งก็ตาม
แบบฝึกหัด
เอวากังวลก่อนสอบ แต่ผ่อนคลายได้ง่ายเมื่อการสอบเริ่มขึ้น เติมด้วย has a hard time และ has an easy time: Eva ____ not worrying before a test, but she ____ relaxing once it begins.
ดูคำตอบ
has a hard time · has an easy time
finding company with people who are not in the room: พบความรู้สึกว่ามีเพื่อนจากคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น
ในที่นี้ finding company หมายถึงการรู้สึกว่ามีใครอยู่เป็นเพื่อน ไม่ใช่การพบบริษัทหรือเพียงแค่หาคนที่อยู่ใกล้ ๆ คนเหล่านั้นไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริง ๆ แต่ผู้พูดยังรู้สึกเชื่อมโยงกับพวกเขาผ่านผลงานที่พวกเขาสร้างไว้ได้ วลีนี้เปลี่ยนการอ่าน การดู หรือการฟังให้เป็นเหมือนการพบกันข้ามระยะทางหรือกาลเวลา จึงอธิบายได้ว่าศิลปะช่วยให้คนที่โดดเดี่ยวรู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่ด้วยได้อย่างไร แม้ผู้สร้างจะไม่อยู่ตรงนั้นหรือเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในประโยค Through her favorite novels, Lena finds company with writers who lived centuries ago คำว่า finds company หมายถึงอะไร
- เธอรู้สึกว่ามีคนอยู่เป็นเพื่อนผ่านถ้อยคำของนักเขียน
- เธอก่อตั้งบริษัทร่วมกับนักเขียน
- เธอพบว่านักเขียนยืนอยู่ข้างตัวเธอจริง ๆ
ดูคำตอบ
เธอรู้สึกว่ามีคนอยู่เป็นเพื่อนผ่านถ้อยคำของนักเขียน
We've perhaps over-privileged certain standard notions of friendship. การใช้คำ
4:03เราอาจให้ความสำคัญมากเกินไปกับแนวคิดมาตรฐานบางอย่างเกี่ยวกับมิตรภาพ
over-privileged: ให้อำนาจแก่แนวคิดหนึ่งมากเกินไป
ในที่นี้ over-privileged เป็นรูป past participle ของคำกริยา over-privilege หมายถึงการให้อำนาจ ความสนใจ หรือลำดับความสำคัญแก่แนวคิดหนึ่งมากเกินกว่าที่ควร ใน we've perhaps over-privileged คำนี้เป็นส่วนหนึ่งของ present perfect และบอกถึงแนวโน้มที่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพนั้นมีสิทธิพิเศษทางวัตถุ คำนำหน้า over- เพิ่มความหมายเชิงวิจารณ์ว่า “มากเกินไป” ประโยคนี้ตั้งคำถามว่าเราได้ถือว่ามาตรฐานมิตรภาพที่คุ้นเคยเป็นมาตรฐานเดียวหรือดีที่สุดหรือไม่
แบบฝึกหัด
over-privileged ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ศึกษาแนวคิดเหล่านั้นเป็นเวลานานมาก
- ตัดแนวคิดเหล่านั้นออกจากการอภิปรายอย่างจริงจัง
- ให้อำนาจหรือลำดับความสำคัญแก่แนวคิดมาตรฐานเหล่านั้นมากเกินไป
- ทำให้มิตรภาพเหล่านั้นมีไว้สำหรับผู้มีอภิสิทธิ์เท่านั้นตามกฎหมาย
ดูคำตอบ
ให้อำนาจหรือลำดับความสำคัญแก่แนวคิดมาตรฐานเหล่านั้นมากเกินไป
and be chatting to us via dabs of paint or within rhyming pentameters.
4:12และกำลังพูดคุยกับเราผ่านรอยพู่กันหรือบทกวีห้าคณะที่มีสัมผัส
could have died ... be chatting to us: ศิลปะในฐานะบทสนทนาข้ามกาลเวลา
ประโยคนี้ใช้อุปลักษณ์ต่อเนื่อง โดยจินตนาการว่าผู้สร้างภาพวาดหรือบทกวีเก่าเป็นเพื่อนที่ยังพูดคุยกับเราได้ dabs of paint ใช้แทนภาพวาด และ rhyming pentameters ใช้แทนบทกวีที่เขียนเป็นวรรคคล้องจองซึ่งมีห้าหน่วยจังหวะ could have died 250 years ago วางผู้สร้างไว้ในอดีตอันไกลโพ้น ส่วน be chatting ทำให้ผลงานของพวกเขาดูเหมือนการสนทนาในปัจจุบัน ข้อความนี้ไม่ได้มีความหมายตรงตัว แต่สื่อว่าศิลปะนำความคิดและความรู้สึกของผู้สร้างข้ามกาลเวลา ทำให้เกิดมิตรภาพรูปแบบหนึ่งกับคนที่เราไม่เคยพบ
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความภาพของเพื่อนในอดีตที่พูดคุยผ่านสีหรือบทกวีได้ดีที่สุด
- ภาพวาดและบทกวีสามารถนำโลกภายในของผู้สร้างไปถึงผู้คนในอีกหลายศตวรรษต่อมาได้
- ผู้สร้างซ่อนข้อความเสียงจริงไว้ในผลงานทุกชิ้น
- ศิลปินที่เสียชีวิตไปนานแล้วสามารถสนทนาสดผ่านวัสดุที่ใช้สร้างผลงานได้
- ผู้พูดนับเป็นเพื่อนเฉพาะคนที่วาดภาพหรือใช้คำคล้องจองเท่านั้น
ดูคำตอบ
ภาพวาดและบทกวีสามารถนำโลกภายในของผู้สร้างไปถึงผู้คนในอีกหลายศตวรรษต่อมาได้
That said, เพื่อยอมรับประเด็นก่อนแล้วจึงเปลี่ยนทิศทาง
That said เป็นวลีเชื่อมความคิดที่มีรูปแบบตายตัว วลีนี้ยอมรับประเด็นก่อนหน้าอย่างสั้น ๆ แล้วส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มข้อจำกัด แก้ไขความคิด หรือเปลี่ยนไปในอีกทิศทางหนึ่ง ในที่นี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากการเห็นคุณค่าของความช่วยเหลือที่ศิลปะมอบให้ ไปสู่การตั้งคำถามว่าสังคมควรต้องการศิลปะมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ ให้เข้าใจว่าแปลว่า “ถึงอย่างนั้น” หรือ “เมื่อยอมรับประเด็นนั้นแล้ว” ไม่ใช่ประโยคถูกกระทำที่แปลว่า “สิ่งนั้นถูกพูดออกมา” วลีนี้ช่วยไม่ให้ผู้เขียนกล่าวอย่างเด็ดขาดเกินไป และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับข้อสรุปที่มีเงื่อนไขหรือข้อสงวนไว้
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดเริ่มประเด็นใหม่ด้วย That said ผู้ฟังควรคาดว่าจะได้ยินอะไรต่อไป?
- ฉันยอมรับประเด็นก่อนหน้า แต่กำลังจะเพิ่มข้อจำกัดหรือเปลี่ยนทิศทาง
- ฉันกำลังพูดประเด็นก่อนหน้าซ้ำโดยไม่เปลี่ยนทิศทาง
- ฉันกำลังรายงานว่ามีคนพูดถ้อยคำนั้นออกมาตรง ๆ
ดูคำตอบ
ฉันยอมรับประเด็นก่อนหน้า แต่กำลังจะเพิ่มข้อจำกัดหรือเปลี่ยนทิศทาง
When loneliness strikes: เมื่อความเหงาถาโถมเข้ามา
ในวลี when loneliness strikes คำกริยา strikes ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว แต่แสดงภาพว่าความเหงาเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและส่งผลกระทบรุนแรง ไม่ใช่ผู้ที่เข้ามาทำร้ายร่างกาย อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when บอกสถานการณ์ที่ทำให้บางสิ่งจำเป็นหรือมีประโยชน์ โครงสร้าง when + ความรู้สึกหรือภาวะที่ยากลำบาก + strikes ทำให้ประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดฟังดูชัดเจนและเร่งด่วน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่แสดงภาพว่าความเหงาเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน: Keep a friend's number nearby ____.
ดูคำตอบ
when loneliness strikes
ever more ... ever less สำหรับแนวโน้มที่ต่อเนื่อง
ever ที่อยู่หน้าคำเปรียบเทียบขั้นกว่า แสดงการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาหรือสถานการณ์เปลี่ยนไป ever more prevalent หมายถึง “แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ” ส่วน ever less necessary หมายถึง “จำเป็นน้อยลงเรื่อย ๆ” วลีคู่ขนาน ever more ... ever less สร้างการกลับทิศทางอย่างตั้งใจ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าศิลปะไม่ดี แต่เปรียบต่างระหว่างการทำให้ศิลปะเข้าถึงได้มากขึ้นเรื่อย ๆ กับความหวังว่าสภาพสังคมจะทำให้ศิลปะจำเป็นน้อยลงเรื่อย ๆ ในฐานะสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเหงา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Remote work became ever more common over the decade” คำว่า ever more common หมายความว่าอย่างไร?
- สิ่งนี้แพร่หลายกว่าเฉพาะในช่วงเวลาเดียว โดยไม่มีความหมายว่าเป็นแนวโน้ม
- สิ่งนี้เคยแพร่หลายในอดีตอันไกลโพ้นเพียงครั้งหนึ่ง
- สิ่งนี้แพร่หลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสิบปีนั้น
ดูคำตอบ
สิ่งนี้แพร่หลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสิบปีนั้น
because we have grown better at knowing how to share
4:29เพราะเราเติบโตขึ้นและรู้วิธีที่จะแบ่งปันสิ่งต่างๆ
more of who we are in the ordinary moments of our lives,
4:32ในตัวตนของเราได้มากขึ้นในช่วงเวลาธรรมดาๆ ของชีวิต
where we have found a more direct and reliable path out from our loneliness. สำนวน
4:36ซึ่งเป็นที่ที่เราได้พบเส้นทางที่ตรงและเชื่อถือได้มากขึ้นเพื่อก้าวออกจากความเหงา
หนทางที่ตรงกว่าและเชื่อถือได้กว่าในการออกจากความเหงา
วลี a path out from our loneliness ใช้อุปลักษณ์เกี่ยวกับการเดินทาง path ในที่นี้ไม่ใช่ทางเดินจริง แต่หมายถึงวิธีหรือแนวทางในการเปลี่ยนจากความเหงาไปสู่ภาวะที่ดีขึ้น more direct and reliable ใช้ประเมินวิธีนั้น โดย direct สื่อว่ามีอุปสรรคหรือขั้นตอนระหว่างทางน้อยกว่า ส่วน reliable สื่อว่าสามารถเชื่อมั่นได้ว่าจะใช้ได้ผลอย่างสม่ำเสมอ วลีโดยรวมจึงนำเสนอการเปลี่ยนแปลงเหมือนการเคลื่อนออกจากภาวะที่ยากลำบาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The support group gave him a reliable path out of isolation,' คำว่า 'path' หมายถึงอะไร
- วิธีที่เชื่อถือได้ในการทำให้สถานการณ์ของเขาดีขึ้น
- ถนนที่นำออกจากสถานที่ประชุม
- ตารางเวลาสำหรับหลีกเลี่ยงคนอื่นทั้งหมด
ดูคำตอบ
วิธีที่เชื่อถือได้ในการทำให้สถานการณ์ของเขาดีขึ้น
please subscribe to our channel and click the bell icon to turn on notifications.
4:45โปรดสมัครสมาชิกช่องของเราและคลิกที่ไอคอนกระดิ่งเพื่อเปิดการแจ้งเตือน
Most books that want to change us seek to make us richer or thinner.
4:50หนังสือส่วนใหญ่ที่ต้องการเปลี่ยนเรา มักมุ่งหวังให้เรารวยขึ้นหรือผอมลง