บลูอี้ตอนโตกลับมาเยี่ยมบ้าน 👀💙 | คลิปใหม่ล่าสุด - เซอร์ไพรส์ 🎾 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
233 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในฉากเล่นสมมติของครอบครัว พ่อปลอบใจฟินูแคนเรื่องความแตกต่างของเขา บลูอี้เลือกที่จะดูแลเขา และการแวะมาที่บ้านในเวลาต่อมากลายเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเล็ก ๆ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. hold you back. — กริยาวลี: คุณจะเข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงขัดขวางไม่ให้ใครก้าวหน้าหรือเติบโต จึงตีความคำให้กำลังใจที่บอกว่าความยากลำบากจะไม่จำกัดอนาคตของคนคนหนึ่งได้ถูกต้อง 2. got your back. — สำนวนและการใช้เชิงเปรียบ: คุณจะรู้ว่านี่คือคำมั่นอย่างอบอุ่นว่าจะคอยสนับสนุนและปกป้อง ไม่ใช่การพูดถึงแผ่นหลังตามตัวอักษร 3. pop by. — กริยาวลี: คุณจะได้เรียนวิธีพูดแบบเป็นกันเองว่าแวะมาเยี่ยมสั้น ๆ เหมาะกับสถานการณ์ที่การมาเยือนไม่ได้ฟังดูจริงจังหรือวางแผนไว้นานล่วงหน้า

คำอธิบายในบทเรียนนี้

There you go, Finucan. น้ำเสียง/เจตนา

0:00

นี่จ้ะ ฟินูแคน

น้ำเสียง/เจตนา

There you go: สำนวนเป็นมิตรเมื่อยื่นของหรือทำบางอย่างเสร็จ

ในประโยคนี้ There you go เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้เมื่อผู้พูดเพิ่งยื่น วาง หรือจัดบางอย่างให้เรียบร้อย มีความหมายคล้าย “เอ้า นี่จ้ะ” หรือ “เรียบร้อยแล้ว” ไม่ได้หมายความว่า Finucan กำลังไปที่ไหน คำแปลที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการกระทำในตอนนั้น แต่สำนวนนี้ใช้บอกอย่างเป็นมิตรว่าการส่งของหรือการทำเรื่องเล็ก ๆ เสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

บาริสตาวางเครื่องดื่มของคุณบนเคาน์เตอร์แล้วพูดว่า “There you go.” สำนวนนี้หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. เครื่องดื่มของคุณถูกนำออกไปแล้ว
  2. ไปที่ตรงนั้น
  3. เครื่องดื่มของคุณพร้อมแล้ว รับไปได้เลย
ดูคำตอบ

เครื่องดื่มของคุณพร้อมแล้ว รับไปได้เลย

Uh can the hospital be in the TV room?

0:01

เอ้อ โรงพยาบาลไปอยู่ในห้องทีวีได้ไหม

No, it's under the tree.

0:04

ไม่ได้ มันอยู่ใต้ต้นไม้

Okay.

0:06

โอเค

Here you go.

0:08

เอ้านี่

Now,

0:09

เอาล่ะ

I'll be right here, little mate. โน้ต

0:11

ฉันจะอยู่ตรงนี้แหละ เจ้าหนู

น้ำเสียง/เจตนา

I'll be right here: คำมั่นเพื่อปลอบว่าจะอยู่ใกล้ ๆ

I'll be right here ใช้ I will เพื่อให้คำมั่นสั้น ๆ เกี่ยวกับช่วงเวลาต่อจากนี้ว่า ผู้พูดจะอยู่ใกล้ ๆ ในบริบทนี้ คำมั่นดังกล่าวช่วยปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจว่าจะไม่ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง right ใช้เน้น here ดังนั้น right here จึงหมายถึง “ตรงนี้เลย” หรือ “อยู่ใกล้มาก” ไม่ได้หมายถึง “ทางขวามือ”

แบบฝึกหัด

เด็กที่กำลังกังวลถามว่าคุณจะจากไประหว่างนัดตรวจหรือไม่ คำตอบใดช่วยยืนยันได้ชัดเจนที่สุดว่าคุณจะอยู่ใกล้ ๆ?

  1. I'll be right here with you.
  2. I'll wait somewhere outside.
  3. I'll see you another day.
ดูคำตอบ

I'll be right here with you.

การใช้คำ

little mate: คำเรียกที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ในประโยคนี้ little mate เป็นคำเรียกเด็กหรือเพื่อนตัวน้อยอย่างอบอุ่น แสดงความเอ็นดูและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ระหว่างอีกฝ่ายกับผู้พูดตามความหมายตรงตัว ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ mate ใช้เป็นคำเรียกอย่างเป็นมิตรได้ ส่วน little ในที่นี้ทำให้น้ำเสียงดูปกป้องและเหมือนพูดกับเด็ก ไม่ได้เพียงบอกว่าตัวเล็ก

แบบฝึกหัด

little mate ทำหน้าที่อย่างไรในประโยคนี้?

  1. ระบุอย่างเป็นทางการว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ
  2. บอกว่าอีกฝ่ายเป็นคู่ครองของใครคนหนึ่ง
  3. เรียกเด็กหรือเพื่อนตัวน้อยอย่างอบอุ่น
ดูคำตอบ

เรียกเด็กหรือเพื่อนตัวน้อยอย่างอบอุ่น

You have to talk to him. ไวยากรณ์

0:13

พ่อต้องคุยกับเขาสิ

ไวยากรณ์

have to talk to him: การบอกว่าจำเป็นต้องทำ

ใน have to talk to him คำว่า have to แสดงว่าการคุยกับเขาเป็นสิ่งจำเป็นเพราะกฎ หน้าที่ หรือสถานการณ์ มีน้ำหนักมากกว่าการเพียงอยากหรือเลือกที่จะคุย โครงสร้างคือ have to + กริยารูปพื้นฐาน: have to talk จากนั้น talk ใช้ to นำหน้าคนที่คุยด้วย: talk to him ส่วน have ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่บอกความจำเป็น ไม่ได้หมายถึง “มี” หรือ “ครอบครอง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย have to: Because the deadline is fixed, we ____ send the report by noon.

ดูคำตอบ

have to

Uh yep, will do. วลี

0:15

เอ่อ ใช่ พ่อจะทำ

วลี

Will do: คำรับปากสั้น ๆ ว่าจะทำตามคำขอ

Will do เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายถึง “ตกลง ฉันจะทำตามที่ขอ” โดยละประธาน I ไว้ และ do ใช้แทนงานที่กล่าวถึงไปแล้ว ใช้เพื่อตอบรับคำขอ คำเตือน หรือหน้าที่ที่ได้รับโดยไม่ต้องพูดซ้ำว่าจะทำอะไร เป็นการรับปากว่าจะทำต่อจากนี้ ไม่ได้หมายความว่างานเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนสั้น ๆ ที่เรียนในข้อนี้: "Please lock the door when you leave." — "____."

ดูคำตอบ

Will do

Um oh look, you've got your very own bed. วลี

0:17

อืม โอ้ดูสิ เธอมีเตียงเป็นของตัวเองแล้วนะ

วลี

your very own bed: เน้นอย่างมากว่าเตียงเป็นของคุณโดยเฉพาะ

ใน your very own bed คำว่า very ขยายเน้น own ไม่ใช่ bed วลีนี้หมายถึงเตียงที่เป็นของคุณโดยเฉพาะ ไม่ใช่เตียงที่ใช้ร่วมกับคนอื่นหรือเพียงแค่ได้ใช้งาน โครงสร้างคำแสดงความเป็นเจ้าของ + very own + คำนาม เพิ่มการเน้นที่อบอุ่นและมีอารมณ์ร่วม มักทำให้สิ่งของนั้นฟังดูพิเศษ น่าตื่นเต้น หรือควรค่าแก่การฉลอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เป็นของคุณอย่างเต็มที่”: After sharing a desk for months, you finally have your ____ desk.

ดูคำตอบ

very own

How good's that? น้ำเสียง/เจตนา

0:20

ดีแค่ไหนล่ะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

How good's that?: ปฏิกิริยาเชิงบวกอย่างกระตือรือร้น

How good's that? มีรูปเป็นคำถาม แต่ในที่นี้ใช้เพื่อชื่นชมอย่างกระตือรือร้นในความหมายว่า “นั่นยอดเยี่ยมจริง ๆ!” ผู้พูดกำลังแบ่งปันความดีใจและให้กำลังใจอีกฝ่าย ไม่ได้ขอให้ประเมินอย่างละเอียด ในการพูดแบบไม่เป็นทางการนี้ good's เป็นรูปย่อของ good is ดังนั้นรูปเต็มคือ How good is that? บริบทและน้ำเสียงที่ตื่นเต้นบอกให้รู้ว่าคำถามนี้ทำหน้าที่เหมือนคำอุทาน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า How good's that?

  1. ขอให้ประเมินคุณภาพอย่างละเอียด
  2. บ่นว่าบางสิ่งน่าผิดหวัง
  3. พูดอย่างตื่นเต้นว่าบางสิ่งยอดเยี่ยมมาก
ดูคำตอบ

พูดอย่างตื่นเต้นว่าบางสิ่งยอดเยี่ยมมาก

Oh, Ee sorry, mate.

0:21

โอ้ เอ่อ โทษทีนะพวก

It's just you've got something going on with your head and your body. โน้ต

0:23

แค่หัวกับตัวของเธอมีอะไรแปลกๆ นิดหน่อยน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

It's just: การทำให้คำอธิบายที่ละเอียดอ่อนฟังนุ่มนวลขึ้น

It's just ใช้นำเหตุผลหรือคำอธิบายที่ตามมา โดยทำให้ฟังไม่ตรงหรือไม่น่าตกใจเกินไป ในที่นี้ผู้พูดกำลังอธิบายปัญหาทางร่างกายอย่างระมัดระวัง ดังนั้น just จึงนำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นเรื่องที่มีขอบเขตจำกัดและลดความหนักของข้อความ just ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่” รูปแบบไม่เป็นทางการที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's just + อนุประโยค ซึ่งมักใช้เติมคำอธิบาย ข้อแก้ตัว หรือคำแก้ไขอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นภาษาอังกฤษสองคำที่ช่วยลดความตรงตามบทเรียนนี้: ____ I don't want anyone to get hurt.

ดูคำตอบ

It's just

วลี

something going on with: พูดเป็นนัยว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ในโครงสร้าง something going on with + คนหรือสิ่งของ คำว่า something ทำให้สถานการณ์ยังไม่ถูกระบุชัด ส่วน going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” และมักสื่อว่ามีบางอย่างไม่ปกติ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกเป็นนัยว่าศีรษะและร่างกายมีอาการบางอย่างที่ยังไม่ทราบสาเหตุ โดยไม่ได้ระบุการวินิจฉัย สำนวนนี้นุ่มนวลและฟันธงน้อยกว่าการพูดตรง ๆ ว่า there is a problem ใช้ทำความเข้าใจหรือบรรยายความกังวลเมื่อเห็นสัญญาณบางอย่าง แต่ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “There's something going on with the heating,” วลี something going on with มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. ระบบทำความร้อนกำลังทำงานต่อไปตามแผนอย่างสมบูรณ์
  2. มีคนกำลังพาระบบทำความร้อนไปที่อื่น
  3. ระบบทำความร้อนดูเหมือนจะมีปัญหา แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
ดูคำตอบ

ระบบทำความร้อนดูเหมือนจะมีปัญหา แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

It's basically your head and your body.

0:28

หลักๆ ก็คือหัวกับตัวของเธอแหละ

But don't worry, น้ำเสียง/เจตนา

0:30

แต่ไม่ต้องห่วงนะ

น้ำเสียง/เจตนา

don't worry: ปลอบใจหลังจากกล่าวถึงเรื่องที่น่ากังวล

Don't worry มีรูปเป็นประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ทำหน้าที่ปลอบและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ ผู้พูดต้องการบอกว่าผู้ฟังไม่จำเป็นต้องวิตก ไม่ได้ตำหนิหรือสั่งให้ผู้ฟังควบคุมความรู้สึก หลังจากกล่าวถึงเรื่องที่น่ากังวล Don't worry สามารถเปลี่ยนบทสนทนาไปสู่การให้กำลังใจ การบอกเหตุผล หรือการเสนอทางแก้ได้ ในประโยคเต็ม But ก็ช่วยแสดงการเปลี่ยนทิศทางนี้

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: ใน “Don't worry, I'll help you,” วลี Don't worry ใช้ปลอบผู้ฟัง ไม่ได้ตำหนิผู้ฟังที่รู้สึกกังวล

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

this won't hold you back. กริยาวลี

0:31

เรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อเธอหรอก

กริยาวลี

hold you back: ขัดขวางไม่ให้คุณก้าวหน้า

ในประโยคนี้ hold you back หมายถึง “ขัดขวางไม่ให้คุณก้าวหน้าหรือทำสิ่งที่คุณมีความสามารถจะทำได้” อุปสรรคอาจเป็นสภาพการณ์ ความกลัว การขาดเงิน หรือปัญหาอื่น ๆ นี่เป็นข้อจำกัดในเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงมีคนดึงคุณไปข้างหลังจริง ๆ เมื่อ hold back มีคนเป็นกรรม กริยาวลีนี้สามารถแยกได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง hold กับ back เช่น hold you back หรือ hold me back

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: One bad result won't ____.

ดูคำตอบ

hold you back

You know why? ลำดับความ

0:33

รู้ไหมทำไม

ลำดับความ

You know why?: คำถามเกริ่นเข้าสู่เหตุผล

ในที่นี้ You know why? เป็นคำถามสั้น ๆ ที่ช่วยจัดลำดับสิ่งที่จะพูดต่อไป จุดประสงค์หลักของผู้พูดไม่ใช่การตรวจว่าผู้ฟังรู้หรือไม่ แต่ผู้พูดกำลังจะบอกเหตุผลเองทันที คำถามนี้ทำให้เกิดช่วงหยุดสั้น ๆ และดึงความสนใจไปยังคำอธิบาย ในบทสนทนา รูปแบบถามแล้วตอบเองนี้ช่วยทำให้เหตุผลฟังดูสำคัญขึ้นหรือให้กำลังใจมากขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “We will be fine. You know why? We prepared carefully.” ในที่นี้ You know why? ทำหน้าที่อะไร

  1. จบหัวข้อโดยไม่อธิบาย
  2. ทดสอบว่าผู้ฟังจำคำตอบได้หรือไม่
  3. เกริ่นเข้าสู่เหตุผลที่ผู้พูดกำลังจะบอก
ดูคำตอบ

เกริ่นเข้าสู่เหตุผลที่ผู้พูดกำลังจะบอก

You've got a whole bunch of brothers and sisters who've got your back. โน้ต

0:34

เธอมีพี่น้องตั้งมากมายที่คอยหนุนหลังเธออยู่

วลี

a whole bunch of: จำนวนมากในภาษาที่ไม่เป็นทางการ

a whole bunch of เป็นวลีบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงมีจำนวนหรือปริมาณมาก ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย brothers and sisters จึงเน้นว่ามีพี่น้องหลายคนโดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน whole ช่วยเน้นความหมายของ a bunch of ให้แรงขึ้น ส่วน bunch ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว และไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นถูกมัดรวมกันเป็นมัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการสี่คำจากบทเรียน: There are ____ bicycles outside the library.

ดูคำตอบ

a whole bunch of

สำนวน

got your back: สนับสนุนและปกป้องใครสักคน

have got someone's back เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงสนับสนุน ปกป้อง หรือคอยช่วยใครสักคน โดยเฉพาะเมื่อคนนั้นเผชิญเรื่องยาก ใน who've got your back พี่น้องถูกอธิบายว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้และจะอยู่ข้างคุณ who've เป็นรูปย่อของ who have และ have got ในที่นี้บอกสภาวะปัจจุบันคล้ายกับ have การมี got ไม่ได้ทำให้วลีนี้เป็นอดีตกาลแบบธรรมดา และ back ก็เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายถึงอวัยวะตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมคำให้ประโยคที่ให้ความมั่นใจนี้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: Go ahead and present our plan. I've ____.

ดูคำตอบ

got your back

And your mum and I are behind you all the way สำนวน

0:38

และแม่ของเธอและฉันก็อยู่เคียงข้างเธอเสมอ

'cause we're a family. การใช้คำ

0:41

เพราะเราคือครอบครัว

สำนวน

behind you all the way: สนับสนุนคุณจนถึงที่สุด

ในที่นี้ be behind someone หมายถึงสนับสนุนคนนั้น ไม่ได้หมายถึงยืนอยู่ข้างหลังจริง ๆ ประโยค Your mum and I are behind you บอกว่าพ่อแม่อยู่ข้างผู้ฟังและพร้อมช่วยเหลือหรือให้กำลังใจ all the way ทำให้คำมั่นหนักแน่นขึ้น โดยหมายความว่าจะสนับสนุนตลอดทั้งกระบวนการ แม้จะเจอความยากลำบากก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “สนับสนุนคุณตลอดทั้งกระบวนการ”: Whatever happens during the competition, we're ____.

ดูคำตอบ

behind you all the way

การใช้คำ

'cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because

'Cause เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because ใช้เพื่อบอกเหตุผล ในประโยคนี้ 'cause we're a family บอกเหตุผลของคำมั่นว่าจะให้การสนับสนุน เครื่องหมายอะพอสทรอฟีที่อยู่ข้างหน้าแสดงว่ามีการละเสียงช่วงต้นของ because เมื่ออ่านบทสนทนาหรือคำบรรยาย ให้ขยาย 'cause เป็น because ในใจเพื่อให้ตามความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปไม่เป็นทางการของ because ที่เน้นไว้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I wore a jacket ____ it was cold outside.

ดูคำตอบ

'cause

And you mean the world to us. สำนวน

0:43

และเธอคือโลกทั้งใบของเรา

สำนวน

mean the world to us: สำคัญกับเรามาก

mean the world to someone เป็นสำนวนที่หมายถึงการเป็นคนหรือสิ่งที่สำคัญมากและเป็นที่รักหรือมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับใครคนหนึ่ง ในประโยคนี้ us บอกว่าใครเป็นผู้รู้สึกเช่นนั้นต่อ you ส่วน world ไม่ได้หมายถึงโลกในเชิงภูมิศาสตร์หรือตามตัวอักษร โครงสร้างคือ A means the world to B สามารถเปลี่ยน B เป็น me, him, her หรือ them เพื่อบอกว่าใครรู้สึกว่า A สำคัญมาก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ You mean the world to us หมายความว่าอย่างไร?

  1. คุณสำคัญกับเรามาก
  2. คุณสอนเราเกี่ยวกับโลกใบนี้
  3. คุณเดินทางไปทั่วโลก
ดูคำตอบ

คุณสำคัญกับเรามาก

Um hey Bingo, what's this kid's name?

0:45

อืม นี่บิงโก เด็กคนนี้ชื่ออะไรนะ

Finucan.

0:48

ฟินูแคน

Finucan.

0:49

ฟินูแคน

Ah,

0:51

อ๊ะ

no!

0:51

ไม่นะ!

It's okay, Dad.

0:52

ไม่เป็นไรค่ะพ่อ

I'm Finucan's sister.

0:54

หนูเป็นพี่สาวของฟินูแคน

I'll look after him. กริยาวลี

0:55

หนูจะดูแลเขาเอง

กริยาวลี

look after him: ดูแลใครบางคน

look after someone หมายถึงดูแลคนนั้นและช่วยให้เขาปลอดภัยหรือมีความเป็นอยู่ที่ดี ใน I'll look after him ผู้พูดสัญญาว่าจะรับผิดชอบดูแลเขา ให้เข้าใจ look after เป็นหน่วยเดียวกัน กรรมจะอยู่หลังสำนวนทั้งชุด เช่น look after him, look after the baby, look after a pet

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ look กับคำที่ทำให้สำนวนมีความหมายว่า “ดูแล”: Can you ____ my cat while I'm away?

ดูคำตอบ

look after

You take the others to daycare. วลี

0:56

พ่อพาคนอื่นๆ ไปศูนย์รับเลี้ยงเด็กเถอะ

วลี

take the others to daycare: พาใครสักคนไปยังสถานที่หนึ่ง

ใน take the others to daycare คำว่า take หมายถึงพาหรือไปส่งคนให้ถึงจุดหมาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take + person + to + place ในที่นี้ the others หมายถึงเด็กคนอื่น ๆ และ daycare คือสถานที่ที่เด็กเหล่านั้นจะไป take ในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงถือหรือขนสิ่งของ แต่ใช้ได้กับการเดินพาไป ขับรถไปส่ง หรือใช้วิธีอื่นเพื่อให้คนเหล่านั้นไปถึงสถานที่นั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง take + person + to + place ให้สมบูรณ์: Please ____ Leo ____ school before eight.

ดูคำตอบ

take · to

Really?

0:58

จริงเหรอ

You sure? น้ำเสียง/เจตนา

0:59

แน่ใจเหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

You sure?: รูปพูดแบบย่อและไม่เป็นทางการของ Are you sure?

You sure? เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ Are you sure? ในภาษาพูด โดยละกริยา are ที่ต้นประโยค แต่เสียงคำถามและบริบทยังทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นคำถามเพื่อยืนยัน ใช้ถามว่าอีกฝ่ายแน่ใจกับการเลือก คำพูด หรือข้อเสนอหรือไม่ น้ำเสียงอาจสื่อถึงความเป็นห่วง ความแปลกใจ หรือความสงสัยเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นรูปเต็มของ You sure?

  1. Have you sure?
  2. Are you sure?
  3. Do you sure?
ดูคำตอบ

Are you sure?

You don't want to play your game? น้ำเสียง/เจตนา

1:00

ลูกไม่อยากเล่นเกมของลูกแล้วเหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

คำถามปฏิเสธ You don't want to ...? ที่ใช้ตรวจสอบความคาดหวัง

นี่เป็นคำถามปฏิเสธ คำถามแบบเป็นกลางจะเพียงถามว่าอีกฝ่ายอยากทำอะไร แต่ในประโยคนี้ ผู้พูดคิดไว้ก่อนแล้วว่าอีกฝ่ายน่าจะอยากเล่น และกำลังตรวจสอบว่าความคาดหมายนั้นผิดหรือไม่ ในฉากนี้ คำถามแสดงความแปลกใจเล็กน้อยและความเป็นห่วง ไม่ใช่การตำหนิ คำถามปฏิเสธมักเผยให้เห็นว่าผู้พูดคาดหวังคำตอบแบบใดไว้

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ You don't want to play your game? สื่อท่าทีใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ผู้พูดกำลังสั่งอย่างหนักแน่นให้อีกฝ่ายหยุดเล่น
  2. ผู้พูดกำลังถามอย่างเป็นกลางว่าอีกฝ่ายมีเกมหรือไม่
  3. ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะอยากเล่น และกำลังตรวจสอบการเปลี่ยนใจที่น่าแปลกใจ
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะอยากเล่น และกำลังตรวจสอบการเปลี่ยนใจที่น่าแปลกใจ

No, I'm okay. น้ำเสียง/เจตนา

1:01

ไม่ค่ะ หนูโอเค

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ No, I'm okay. เพื่อปฏิเสธอย่างสุภาพ

ในคำตอบนี้ No ยืนยันว่าผู้พูดไม่ต้องการทำกิจกรรมที่ถูกเสนอ ส่วน I'm okay หมายถึงผู้พูดไม่จำเป็นต้องทำ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ก็โอเคอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการรายงานเรื่องสุขภาพเป็นหลัก I'm okay ทำให้การปฏิเสธนุ่มนวลขึ้นและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ความหมายของมันขึ้นอยู่กับข้อเสนอหรือคำถามที่มาก่อน

แบบฝึกหัด

มีคนเสนอชาให้คุณอีกหนึ่งถ้วย No, I'm okay, thanks มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร

  1. ไม่ล่ะ ขอบคุณ ฉันไม่ต้องการชาเพิ่มแล้ว
  2. ไม่ ฉันกำลังบอกว่าสุขภาพของฉันดี
  3. ไม่ ฉันไม่ได้ยินคำถาม
ดูคำตอบ

ไม่ล่ะ ขอบคุณ ฉันไม่ต้องการชาเพิ่มแล้ว

That's the thing about kids, Finucan. ลำดับความ

1:05

เด็กๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ฟินูแคน

They're always surprising you. ไวยากรณ์

1:07

พวกเขามักจะทำให้เราประหลาดใจเสมอ

ลำดับความ

That's the thing about kids: การเกริ่นข้อสังเกตทั่วไป

โครงสร้าง That's the thing about + คนหรือหัวข้อ ใช้เกริ่นถึงลักษณะที่เด่นหรือลักษณะทั่วไปของคนหรือหัวข้อนั้น ในที่นี้ประโยคแรกตั้ง kids เป็นหัวข้อ แล้วประโยคถัดไปบอกลักษณะนั้นว่าเด็ก ๆ ทำให้ผู้คนประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่ข้อสังเกตที่กว้างขึ้น thing ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรมว่า “ลักษณะ” หรือ “ประเด็นสำคัญ” ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียน: ____ old houses: every room has a surprise.

ดูคำตอบ

That's the thing about

ไวยากรณ์

They're always surprising you: always + present progressive

always + present progressive สามารถบอกว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นซ้ำ ๆ พร้อมทั้งแสดงปฏิกิริยาของผู้พูดต่อรูปแบบนั้นได้ ใน They're always surprising you ความประหลาดใจที่เกิดขึ้นหลายครั้งถูกมองด้วยความรู้สึกอบอุ่นและชื่นชม รูป progressive ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เท่านั้น เมื่อเทียบกับ They always surprise you รูปนี้ทำให้พฤติกรรมที่เกิดซ้ำดูชัดและมีชีวิตชีวามากขึ้น รวมทั้งแสดงการประเมินส่วนตัวของผู้พูดมากกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการกระทำที่เกิดซ้ำพร้อมความชื่นชมแบบขบขันของผู้พูดได้ดีที่สุด แทนที่จะเป็นเพียงนิสัยที่กล่าวอย่างเป็นกลาง?

  1. Leo came up with a clever solution.
  2. Leo's always coming up with clever solutions.
  3. Leo always thinks of clever solutions.
ดูคำตอบ

Leo's always coming up with clever solutions.

Oop.

1:08

อุ๊บ

Hi, Mum.

1:29

หวัดดีค่ะแม่

Bluey,

1:30

บลูอี้

what a lovely surprise. ไวยากรณ์

1:31

เป็นเซอร์ไพรส์ที่น่ารักจังเลย

ไวยากรณ์

ประโยคอุทาน What a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์

What ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่ใช้ขึ้นต้นโครงสร้างประโยคอุทาน What a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ เพื่อแสดงการประเมินคำนามนั้นอย่างหนักแน่น ในประโยคนี้ ผู้พูดตอบรับการมาเยือนที่ไม่คาดคิดอย่างอบอุ่น ประโยคบอกเล่ากลาง ๆ เช่น It is a lovely surprise ให้ข้อมูลพื้นฐานเหมือนกัน แต่ What a... จะเน้นความรู้สึกขึ้นมาก่อน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง What a + adjective + singular noun เติมประโยคอุทานให้สมบูรณ์: ____ clever idea!

ดูคำตอบ

What a

Bandit.

1:33

แบนดิท

I just thought I'd pop by. โน้ต

1:34

หนูแค่คิดว่าจะแวะมาหาน่ะค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I just thought I'd... สำหรับเกริ่นเจตนาอย่างนุ่มนวล

I just thought I'd... นำเสนอการกระทำว่าเป็นความคิดเล็ก ๆ แบบสบาย ๆ ไม่ใช่แผนที่หนักแน่นหรือคำเรียกร้อง ในประโยคนี้ทำให้การมาเยือนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าฟังดูเป็นกันเองและไม่เป็นภาระ I'd ในที่นี้ย่อมาจาก I would และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน: I just thought I'd pop by ในการใช้นี้ just มีหน้าที่หลักคือลดน้ำหนักของการกระทำ ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “เมื่อสักครู่”

แบบฝึกหัด

ใช้คำขึ้นต้นแบบลดน้ำหนัก I just thought I'd... เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ bring over the book you lent me.

ดูคำตอบ

I just thought I'd

กริยาวลี

pop by: แวะเยี่ยมสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ pop by หมายถึง “แวะมาหาสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ” เป็น phrasal verb ดังนั้น pop จึงไม่ได้ใช้ความหมายตรงตัวว่าเคลื่อนที่อย่างฉับพลันหรือระเบิด วลีนี้ทำให้การมาเยือนฟังดูสบาย ๆ และไม่สร้างแรงกดดัน มักสื่อว่าจะอยู่เพียงไม่นานหรือไม่ได้มีการนัดหมายอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่เน้นไว้เพื่อบอกการแวะเยี่ยมสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ: I have your charger. I'll ____ after lunch and give it back.

ดูคำตอบ

pop by

It's so good to see you. วลี

1:36

ดีใจจังที่ได้เจอลูก

วลี

It's so good to see you: คำทักทายอบอุ่นเมื่อกลับมาเจอกัน

It's so good to see you เป็นคำทักทายที่อบอุ่น ใช้เมื่อรู้สึกดีใจที่ได้เจอคนที่รู้จักอยู่แล้ว good ขยายความรู้สึกต่อการได้เจอคนนั้น ไม่ได้หมายความว่า “คุณเป็นคนดี” so ช่วยเพิ่มความรู้สึกให้ชัดขึ้น ทั้งประโยคจึงอบอุ่นและแสดงอารมณ์มากกว่า Nice to see you โดยเฉพาะเมื่อต้องกลับมาเจอกันหรือมีคนมาเยี่ยมโดยไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

คุณพบเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาสองปี ประโยคใดแสดงความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Nice to meet you.
  2. It's so good to see you.
  3. You look good.
ดูคำตอบ

It's so good to see you.

Come in.

1:38

เข้ามาสิ

Bandit.

1:39

แบนดิท

I hear you. น้ำเสียง/เจตนา

1:39

ได้ยินแล้วน่า

น้ำเสียง/เจตนา

I hear you: แสดงว่าเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

ในการสนทนา I hear you มักหมายถึง “ฉันเข้าใจสิ่งที่คุณพูดหรือความรู้สึกของคุณ” เป็นการรับรู้ถึงความคิดเห็น ความกังวล คำขอ หรือคำบ่น ไม่ใช่แค่บอกว่าได้ยินเสียง ในประโยคนี้ คำตอบสั้น ๆ แสดงว่าได้รับสารของอีกฝ่ายแล้ว แต่ตัวคำพูดนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยหรือสัญญาว่าจะทำตาม

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “This plan feels unfair.” คำตอบใดแสดงว่าเข้าใจความกังวลโดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย?

  1. I hear you.
  2. I can hear you.
  3. I agree with you.
ดูคำตอบ

I hear you.

Hey, Bluey.

1:41

ว่าไง บลูอี้

Hey, Dad.

1:42

หวัดดีค่ะพ่อ

Come on, Bingo's out the back. การใช้คำ

1:43

มาสิ บิงโกอยู่หลังบ้าน

การใช้คำ

out the back: ข้างนอกด้านหลังอาคาร

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ out the back หมายถึงอยู่ข้างนอกบริเวณด้านหลังบ้านหรืออาคารอื่น ซึ่งมักเป็นสวนหรือสนามหลังบ้าน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าบิงโก้อยู่ที่ไหน the back หมายถึงพื้นที่กลางแจ้งด้านหลัง ดังนั้น out the back จึงเป็นวลีบอกสถานที่แบบภูมิภาคที่สมบูรณ์แล้วและไม่ต้องเติมคำบุพบทอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The dog is out the back near the shed,” วลี out the back หมายถึงอะไร?

  1. กำลังออกไปทางประตูหลัง
  2. อยู่ภายในส่วนด้านหลังของบ้าน
  3. ข้างนอกด้านหลังบ้านหรืออาคาร
ดูคำตอบ

ข้างนอกด้านหลังบ้านหรืออาคาร

Wow, the house is looking good. วลี

1:45

ว้าว บ้านดูดีจังเลยค่ะ

วลี

is looking good: ความประทับใจในทางบวกตอนนี้

ใน is looking good คำว่า look เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ดูเหมือน” หรือ “ดูแล้วเป็นอย่างนั้น” ไม่ใช่การหันสายตาไปมอง ส่วน good ใช้บรรยายรูปลักษณ์ของบ้าน รูปกำลังกระทำ is looking นำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นความประทับใจในทางบวกของผู้พูดในขณะนี้ รูปแบบ be looking good ยังใช้บอกได้ว่าคน แผนงาน หรือสถานการณ์ดูเป็นอย่างไรในตอนนี้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันกำลังกระทำที่มี look และ good เพื่อชมรูปลักษณ์ของห้องตอนนี้: After the fresh paint, the room ____.

ดูคำตอบ

is looking good

Thanks.

1:47

ขอบใจ

Can you believe Dad almost sold it? ลำดับความ

1:47

เชื่อไหมว่าพ่อเกือบจะขายมันไปแล้ว

ลำดับความ

Can you believe ...?: ใช้เกริ่นข้อมูลที่น่าประหลาดใจ

Can you believe ...? นำข้อมูลที่น่าประหลาดใจมาใส่ในกรอบคำถาม อนุประโยคหลัง believe เป็นส่วนที่บอกข่าว โดยในที่นี้จุดที่น่าประหลาดใจคือ Dad almost sold it ในการสนทนา ผู้พูดมักไม่ได้ทดสอบว่าผู้ฟังมีความสามารถที่จะเชื่อหรือไม่ คำขึ้นต้นนี้แสดงความประหลาดใจของผู้พูดและเชิญให้ผู้ฟังตอบสนองหรือรู้สึกแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบสามคำที่มี believe และใช้ชวนให้อีกฝ่ายร่วมรู้สึกประหลาดใจ: ____ Nina built this table by herself?

ดูคำตอบ

Can you believe

Are you ever going to let that go? น้ำเสียง/เจตนา

1:50

ลูกจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปเลยใช่ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Are you ever going to let that go? — เลิกยึดติดกับเรื่องเดิม

ในที่นี้ let that go หมายถึง “เลิกยึดติดกับเรื่องเก่านั้น หรือเลิกหยิบมาพูดซ้ำ” คำว่า that หมายถึงเรื่องที่พูดถึงไปแล้ว ไม่ใช่สิ่งของที่ต้องปล่อยจากมือ Are you ever going to...? มีรูปเหมือนคำถามเกี่ยวกับอนาคต แต่ ever เพิ่มน้ำเสียงท้าทายแบบหมดความอดทน ผู้พูดรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้มานานเกินไปแล้ว ประโยคนี้อาจเป็นการบ่นจริงจังหรือการแซวเล่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “Are you ever going to let that go?”

  1. ผู้พูดถามว่าอีกฝ่ายจะปล่อยสิ่งของจากมือเมื่อใด
  2. ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายเลิกยึดติดหรือเลิกพูดถึงเรื่องเก่า
  3. ผู้พูดถามอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับแผนในอนาคตของอีกฝ่าย
ดูคำตอบ

ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายเลิกยึดติดหรือเลิกพูดถึงเรื่องเก่า

Huh?

1:54

หืม?

Hello?

1:56

มีใครอยู่ไหม

Huh,

1:57

เอ๊ะ

no one.

1:58

ไม่มีใคร

That's weird.

1:59

แปลกจัง

Oh no.

2:02

โอ้ ไม่นะ