วันที่สมบูรณ์แบบ 🐷🐷 @PeppaPigOfficial: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
469 คำ 137 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปปาไปศูนย์การค้าเพื่อให้มามี้พิกทำสปา ส่วนเป๊ปปา จอร์จ แด๊ดดี้พิก และซูซี่ก็เปลี่ยนบันไดเลื่อน ลิฟต์ ตู้ถ่ายรูป และแอ่งโคลนให้กลายเป็นวันแสนสมบูรณ์แบบของพวกเขาเอง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. all under the same roof. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงร้านค้าหรือบริการหลายอย่างรวมอยู่ในที่เดียว ไม่ใช่แค่ความหมายตรงตัวว่าอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน และใช้พูดถึงห้าง ครอบครัว หรือองค์กรได้ 2. have a massage, / have a herbal face wash. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: คุณจะจำรูปแบบ have + บริการ/การดูแล ได้ว่าเป็นวิธีพูดตามธรรมชาติว่าไปรับบริการสปาหรือการดูแล ไม่ได้แปลว่า have คือ “มี” เท่านั้น 3. that's enough escalators for now. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: คุณจะเห็นวิธีที่ผู้ปกครองจบกิจกรรมอย่างนุ่มนวลโดยไม่ฟังดูห้วน เหมาะเมื่อต้องตั้งขอบเขตกับเด็ก เพื่อนร่วมชั้น หรือเพื่อน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The perfect day.

0:04

วันที่แสนวิเศษ

Peppa and her family are going to a shopping center today. ไวยากรณ์

0:06

เปปป้าและครอบครัวของเธอกำลังไปที่ศูนย์การค้าในวันนี้

ไวยากรณ์

are going to a shopping center today: การเดินทางที่วางแผนไว้

ในที่นี้ are going เป็นรูป present continuous ของ go และ to a shopping center บอกจุดหมาย เมื่อใช้ร่วมกับ today จึงหมายถึงการเดินทางที่วางแผนไว้สำหรับวันนี้ ไม่ได้หมายความว่ากำลังเดินทางอยู่ในขณะนี้พอดี รูปนี้ดูคล้าย be going to + คำกริยา แต่มีโครงสร้างต่างกัน เพราะ a shopping center เป็นกลุ่มคำนามที่บอกสถานที่ ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน ให้ดูคำที่ตามหลัง to เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้าง

แบบฝึกหัด

ส่วนที่เน้นในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ครอบครัวนี้วางแผนจะไปศูนย์การค้าวันนี้
  2. ครอบครัวนี้กำลังเดินไปทางศูนย์การค้าในขณะนี้
  3. ครอบครัวนี้วางแผนจะซื้อของ แต่ไม่ได้ระบุจุดหมาย
ดูคำตอบ

ครอบครัวนี้วางแผนจะไปศูนย์การค้าวันนี้

That's a big shop.

0:11

นั่นเป็นร้านที่ใหญ่มาก

It's not one shop, Peppa.

0:13

มันไม่ใช่แค่ร้านเดียวนะเปปป้า

It's lots of shops all under the same roof. สำนวน

0:15

มันคือร้านค้ามากมายที่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน

สำนวน

all under the same roof: ทั้งหมดอยู่ในที่เดียวกัน

all under the same roof หมายถึงร้านค้าทั้งหมดอยู่รวมกันในอาคารหรือสถานที่เดียวกัน คำว่า roof ทำให้นึกถึงอาคารหลังเดียว แต่ใจความสำคัญคือการอยู่ในสถานที่ร่วมกัน ไม่ใช่ตัวหลังคาเอง สำนวนนี้ยังใช้พูดถึงคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน หรือบริการหลายอย่างที่รวมอยู่ในอาคารเดียวได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึงบริการทั้งหมดอยู่ในอาคารเดียวกัน: The center has a library, a clinic, and a cafe ____.

ดูคำตอบ

all under the same roof

Wow.

0:19

ว้าว

But we're not shopping today.

0:21

แต่เราไม่ได้มาซื้อของกันในวันนี้

Not shopping at the shops? น้ำเสียง/เจตนา

0:22

ไม่ซื้อของที่ร้านค้าเหรอคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Not shopping at the shops? ในฐานะคำถามสะท้อนที่แสดงความประหลาดใจ

Not shopping at the shops? เป็นการพูดซ้ำเฉพาะส่วนที่น่าแปลกใจจากประโยคก่อนหน้าแทนที่จะใช้คำถามเต็มประโยค ความหมายโดยประมาณคือ “พูดจริง ๆ เหรอว่าเราจะไม่ซื้อของที่ร้าน?” นี่คือคำถามสะท้อนหรือ echo question ซึ่งเป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดเพื่อเช็กว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินหรือเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่ ในที่นี้ยังแสดงความประหลาดใจด้วย เพราะการไปร้านค้าแต่ไม่ซื้อของฟังดูผิดคาด

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ Not shopping at the shops? แสดงความหมายหลักว่าอะไร?

  1. ถามยืนยันสิ่งที่เพิ่งได้ยินด้วยความประหลาดใจ
  2. ประกาศอย่างเป็นทางการว่าร้านค้าปิดแล้ว
  3. สั่งให้เริ่มซื้อของทันที
ดูคำตอบ

ถามยืนยันสิ่งที่เพิ่งได้ยินด้วยความประหลาดใจ

No.

0:24

ไม่จ้ะ

Mummy's here for a perfect day experience. วลี

0:25

แม่มาที่นี่เพื่อรับประสบการณ์วันอันแสนวิเศษ

วลี

be here for + คำนาม: บอกจุดประสงค์ของการมา

ใน Mummy's here for a perfect day experience โครงสร้าง be here for + นามวลีใช้บอกว่าใครบางคนมาที่สถานที่นั้นเพราะเหตุใด โดย a perfect day experience คือจุดประสงค์ที่คุณแม่มา ในโครงสร้างนี้ for ใช้นำหน้าการนัดหมาย กิจกรรม บริการ หรือเหตุผลอื่นที่มาอยู่ ณ สถานที่นั้น ไม่ได้ใช้ระบุว่าใครเป็นผู้รับสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้บอกจุดประสงค์ของการมา: “Hello, I'm ____ my dentist appointment.”

ดูคำตอบ

here for

Ooh.

0:29

โอ้

This is Miss Rabbit's spa.

0:31

นี่คือสปาของคุณกระต่าย

Hello, Mummy Pig.

0:33

สวัสดีจ้ะ แม่หมู

Are you ready for your perfect day experience? วลี

0:35

คุณพร้อมสำหรับประสบการณ์วันอันแสนวิเศษหรือยัง?

วลี

ready for + คำนาม ใน ready for your perfect day experience?

ready for + คำนาม หมายถึงพร้อมสำหรับเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ your perfect day experience เป็นวลีนามที่ใช้เรียกกิจกรรมซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้น ถ้าสิ่งที่ตามมาเป็นการกระทำ ให้ใช้ ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น ready to begin ดูว่าหลัง ready เป็นคำนามหรือการกระทำเพื่อเลือกโครงสร้างให้ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้เป็นโครงสร้าง ready + คำนาม: Are you ready ____ the school trip?

ดูคำตอบ

for

Yes, I think so.

0:38

พร้อมจ้ะ ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ

But what exactly is it? น้ำเสียง/เจตนา

0:39

แต่มันคืออะไรกันแน่คะ?

น้ำเสียง/เจตนา

what exactly is it?: การขอคำอธิบายที่เจาะจง

What exactly is it? ใช้ขอคำอธิบายที่ชัดเจนและเจาะจงขึ้น ไม่ใช่ถามเพียงชื่อเท่านั้น exactly ในที่นี้หมายถึง “โดยเฉพาะเจาะจง” ผู้พูดได้ยินชื่อของสิ่งนั้นแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นประกอบด้วยอะไรหรือทำอะไรบ้าง การวาง exactly หลัง what เปลี่ยนคำถามทั่วไปให้เป็นการขอรายละเอียด โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำแสดงคำถามอื่นได้ เช่น where exactly และ when exactly

แบบฝึกหัด

ในคำถาม What exactly is it? คำว่า exactly ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่าสิ่งนั้นถูกต้องทั้งหมด
  2. แสดงว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร
  3. ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายให้เจาะจงมากขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายให้เจาะจงมากขึ้น

Oh, lots of lovely things.

0:41

โอ้ ของน่ารักๆ มากมายเลย

You can have a massage, วลี

0:44

คุณสามารถนวดตัวได้

have your fingernails painted, ไวยากรณ์

0:47

ทำเล็บ

ไวยากรณ์

have your fingernails painted: ให้คนอื่นทาสีเล็บมือให้

Have your fingernails painted ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่สาม หมายถึงจัดให้คนอื่นทาสีเล็บมือให้ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นการรับบริการ Painted เป็นกริยาช่องที่สาม ไม่ใช่กริยาหลักในรูปอดีต โดยแสดงความสัมพันธ์แบบถูกกระทำ กล่าวคือ your fingernails เป็นสิ่งที่รับการกระทำ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อผู้ลงมือทำไม่สำคัญหรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้ have + กรรม + กริยาช่องที่สาม เพื่อบอกว่าช่างจะเป็นผู้ซ่อมรถ: We need to ____ before the trip.

ดูคำตอบ

have the car repaired

or have a herbal face wash.

0:50

หรือล้างหน้าด้วยสมุนไพร

วลี

have a massage ... have a herbal face wash: การรับบริการ

ใน have a massage และ have a herbal face wash คำว่า have หมายถึง “รับหรือเข้ารับบริการ” ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” โดยมีคนอื่นเป็นผู้ให้บริการนวดหรือดูแลผิวหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have + บริการหรือการดูแล คำนามหลัง have บอกว่าบุคคลนั้นรับบริการอะไร เช่น have a haircut หรือ have a check-up

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have ในความหมายว่ารับบริการ

  1. I have three cousins.
  2. I have a new bicycle.
  3. I'm going to have a massage after work.
ดูคำตอบ

I'm going to have a massage after work.

Oh, that all sounds lovely. ไวยากรณ์

0:54

โอ้ ทั้งหมดนั่นฟังดูน่ารักจัง

ไวยากรณ์

that all sounds lovely: sound + คำคุณศัพท์

ตรงนี้ sounds เป็นกริยาเชื่อมและตามด้วยคำคุณศัพท์ lovely โดยตรง วลีนี้หมายความว่าสิ่งทั้งหมดที่เพิ่งเล่ามาทำให้ผู้พูดรู้สึกประทับใจในทางที่ดี ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังส่งเสียงไพเราะ ใช้โครงสร้าง sound + คำคุณศัพท์เพื่อประเมินแผน ความคิด หรือข่าวจากสิ่งที่ได้ยินหรือได้รับการบอกมา ใน that all sounds lovely คำว่า that ย้อนถึงสิ่งที่เพิ่งอธิบาย และ all แสดงว่าความรู้สึกเชิงบวกครอบคลุมทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้ sound และ lovely ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมคำตอบให้สมบูรณ์ หลังจากฟังแผนทั้งหมด Nora พูดว่า "That all ____."

ดูคำตอบ

sounds lovely

Do we have to do it too, Daddy? ไวยากรณ์

0:56

เราต้องทำด้วยไหมคะพ่อ?

ไวยากรณ์

have to do it too: ถามว่าตนเองอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันด้วยหรือไม่

have to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็นที่มักเกิดจากกฎ สถานการณ์ หรือข้อกำหนดของผู้อื่น Do we have to do it? เป็นการถามว่าจำเป็นต้องทำกิจกรรมนั้นหรือไม่ ในที่นี้ have to ไม่ได้แปลว่า “มีไว้ครอบครอง” และไม่ได้ถามว่าพวกเขาอยากทำหรือไม่ too แปลว่า “ด้วย” เมื่ออยู่ช่วงท้ายของคำถามนี้ จะแสดงว่าผู้พูดกำลังถามว่าเรารวมอยู่กับคนที่คาดว่าจะต้องเข้าร่วมอยู่แล้วหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใช้ have to และ wear เพื่อถามว่ากฎเดียวกันนี้รวมถึงคุณด้วยหรือไม่: "Do I ____ a helmet too?"

ดูคำตอบ

have to wear

No, Peppa.

0:58

ไม่หรอกเปปป้า

We can go and find our own perfect day. การใช้คำ

0:59

เราไปหาดูวันอันแสนวิเศษของเราเองได้

การใช้คำ

our own perfect day: เน้นทางเลือกที่เป็นของเราเอง

ในวลี our own perfect day คำว่า own อยู่หลังคำบอกความเป็นเจ้าของ our และช่วยเน้นความหมาย วลีนี้หมายถึงวันที่สมบูรณ์แบบซึ่งเราเลือกหรือสร้างขึ้นเพื่อตัวเราเอง โดยแยกจากแผนของคนอื่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำบอกความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม” เช่น my own room, her own idea และ our own plan ในที่นี้ own ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “เป็นเจ้าของ” แต่ใช้เน้นความเป็นของใครหรือการเลือกอย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย “คำบอกความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม”: Leo did not copy anyone else's design. He made ____.

ดูคำตอบ

his own design

Oh, goody.

1:02

โอ้ เยี่ยมไปเลย

Bye, Mummy.

1:04

บ๊ายบายค่ะแม่

See you later. วลี

1:05

ไว้เจอกันนะ

วลี

See you later: คำกล่าวลาเมื่อแยกกันชั่วคราวในชีวิตประจำวัน

See you later. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กล่าวลาในชีวิตประจำวัน เมื่อคาดหวังหรือหวังว่าจะได้พบอีกฝ่ายอีกครั้ง คำว่า later หมายถึงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่นานมาก ควรเรียนทั้งประโยคเป็นคำกล่าวลาที่เป็นธรรมชาติหนึ่งสำนวน แทนที่จะประกอบความหมายทีละคำ

แบบฝึกหัด

เพื่อนสองคนจะพบกันอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ ประโยคใดเป็นคำกล่าวลาในชีวิตประจำวันที่เป็นธรรมชาติ?

  1. See you yesterday.
  2. Goodbye later.
  3. See you later.
ดูคำตอบ

See you later.

Where are we going to find our perfect day, Daddy?

1:08

เราจะไปหาช่วงเวลาแสนวิเศษของเราที่ไหนดีคะพ่อ?

Hmm, I don't know.

1:12

อืม พ่อก็ไม่รู้สิ

It's just shops and shops and... ลำดับความ

1:13

มีแต่ร้านค้า แล้วก็ร้านค้า แล้วก็...

ลำดับความ

shops and shops and...: การซ้ำและ and ที่ปล่อยประโยคค้างไว้

การพูด shops ซ้ำใน shops and shops ไม่ได้หมายความว่ามีร้านอยู่สองร้านพอดี แต่ทำให้รู้สึกว่ามีร้านหนึ่งแล้วก็อีกร้านเต็มไปหมด และอาจสื่อว่าภาพที่เห็นซ้ำซากด้วย and... ท้ายประโยคทำให้ทั้งรายการและความคิดยังไม่จบ ในที่นี้ผู้พูดหันไปสนใจสิ่งใหม่ก่อนจะพูดจบ การจบแบบค้างไว้นี้ช่วยจัดลำดับเรื่องในภาษาพูด ไม่ใช่ช่องว่างทางไวยากรณ์ที่มีวิธีเติมถูกต้องเพียงแบบเดียว

แบบฝึกหัด

shops and shops and... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าร้านค้าเหล่านั้นกำลังเคลื่อนที่
  2. ระบุว่ามีร้านสองร้านพอดีและจำเป็นต้องมีรายการที่สามตามมา
  3. ทำให้รู้สึกว่ามีร้านอยู่ทุกแห่งและทิ้งความคิดไว้แบบยังไม่จบ
ดูคำตอบ

ทำให้รู้สึกว่ามีร้านอยู่ทุกแห่งและทิ้งความคิดไว้แบบยังไม่จบ

Ooh,

1:16

โอ้

magic moving stairs. การใช้คำ

1:17

บันไดขยับได้วิเศษ

That, Peppa, is an escalator.

1:20

นั่นเขาเรียกว่าบันไดเลื่อนนะเปปป้า

การใช้คำ

magic moving stairs ... an escalator: คำบรรยายและชื่อที่ถูกต้อง

magic moving stairs เป็นคำบรรยายตามจินตนาการของเป๊ปป้าจากสิ่งที่เห็น คือบันไดที่เคลื่อนที่และดูเหมือนมีเวทมนตร์ ในฉากนี้ผู้ฟังเข้าใจได้ แต่ไม่ใช่ชื่อที่ใช้เรียกสิ่งนั้นตามปกติ an escalator ให้คำนามภาษาอังกฤษที่เป็นชื่อมาตรฐาน บทสนทนานี้แสดงวิธีเรียนคำศัพท์ที่มีประโยชน์ คือบรรยายสิ่งที่ไม่รู้จักด้วยคำที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงเชื่อมคำบรรยายนั้นกับชื่อที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

magic moving stairs และ an escalator ในตัวอย่างมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

  1. อย่างแรกเป็นคำบรรยายตามจินตนาการ อย่างที่สองเป็นชื่อมาตรฐาน
  2. อย่างแรกหมายถึงลิฟต์ อย่างที่สองหมายถึงบันไดธรรมดา
  3. ทั้งสองอย่างเป็นชื่อมาตรฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกชนิดเดียวกัน
ดูคำตอบ

อย่างแรกเป็นคำบรรยายตามจินตนาการ อย่างที่สองเป็นชื่อมาตรฐาน

Can we go on it? วลี

1:23

เราขึ้นไปบนนั้นได้ไหมคะ?

วลี

Can we go on it? สำหรับขออนุญาตขึ้นหรือใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ในประโยคนี้ go on it หมายถึงขึ้นไปบนสิ่งที่พูดถึงอยู่แล้วเพื่อใช้หรือนั่ง ที่นี่ it หมายถึงบันไดเลื่อน เด็กจึงกำลังขออนุญาตใช้บันไดเลื่อน เมื่อ go on มีเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นกรรม ก็อาจหมายถึงขึ้นไปใช้หรือนั่งได้ ที่นี่ไม่ได้หมายถึงทำต่อ ความหมายว่าทำต่อพบได้ในรูปแบบอย่าง Please go on.

แบบฝึกหัด

ในสวนสนุก ถ้า it หมายถึงเครื่องเล่น Can we go on it? หมายความว่าอย่างไร

  1. เราสามารถพูดเรื่องนั้นต่อได้ไหม
  2. เราสามารถเปิดมันได้ไหม
  3. เราสามารถขึ้นไปนั่งหรือใช้มันได้ไหม
ดูคำตอบ

เราสามารถขึ้นไปนั่งหรือใช้มันได้ไหม

Yes.

1:24

ได้สิ

Hold my hand. วลี

1:25

จับมือพ่อไว้นะ

วลี

Hold my hand. ในฐานะคำสั่งเพื่อความปลอดภัย

Hold my hand. เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ โดยเข้าใจได้จากรูปประโยค ในที่นี้ hold หมายถึงจับมือของผู้พูดและจับไว้ต่อเนื่อง ประโยคนี้จึงเป็นคำขอหรือคำสั่งโดยตรงให้จับมือกันไว้ ผู้ดูแลเด็กมักใช้ประโยคสั้น ๆ นี้เพื่อความปลอดภัย เช่น ตอนข้ามถนน ใช้บันไดเลื่อน หรือเดินผ่านฝูงชน

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งสามคำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการจับมือที่เรียนในบทนี้ให้ครบ: ____ while we cross the road.

ดูคำตอบ

Hold my hand

Here is Suzy Sheep.

1:28

นี่ซูซี่แกะนี่นา

It's Suzy.

1:31

ซูซี่นี่

Hello.

1:32

สวัสดี

Hello, Peppa.

1:34

สวัสดีเปปป้า

Where are you going?

1:35

พวกเธอจะไปไหนกัน?

We're going to the top.

1:36

พวกเรากำลังจะขึ้นไปข้างบนสุด

Where are you going?

1:38

แล้วพวกเธอจะไปไหนกัน?

We're going to the bottom.

1:39

พวกเรากำลังจะลงไปข้างล่างสุด

Peppa has reached the top. วลี

1:43

เปปป้ามาถึงข้างบนแล้ว

วลี

has reached the top: ไปถึงจุดสูงสุดแล้ว

has reached the top หมายถึง “ไปถึงจุดที่สูงที่สุดหรือจุดสิ้นสุดแล้ว” ในที่นี้ reach หมายถึงการไปถึงสถานที่ ไม่ใช่การยื่นมือไปแตะสิ่งของ เมื่อ reach มีความหมายนี้ จะตามด้วยจุดหมายได้โดยตรง: reach the top ไม่ใช้ reach at the top หรือ reach to the top ส่วน has reached เป็น present perfect ซึ่งมองว่าการไปถึงเสร็จสิ้นแล้วและผลยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ reach ได้ถูกต้องในความหมายว่า “ไปถึงจุดสูงสุด”

  1. Maya has reached to the top.
  2. Maya has reached at the top.
  3. Maya has reached the top.
ดูคำตอบ

Maya has reached the top.

Quick, Daddy.

1:45

เร็วเข้าค่ะพ่อ

I need to go down to find Suzy. วลี

1:46

หนูต้องลงไปหาซูซี่

วลี

go down: เคลื่อนไปยังที่ที่ต่ำกว่า

go down หมายถึงเคลื่อนจากที่สูงกว่าไปยังที่ต่ำกว่า คำว่า down บอกทิศทางลงในพื้นที่ จึงใช้ได้เป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงชั้นของอาคาร บันได เนินเขา และเส้นทางคล้ายกัน ใน I need to go down to find Suzy ส่วน to find Suzy บอกจุดประสงค์ของการลงไป หลัง go down คำว่า to สามารถนำหน้าจุดหมายหรือการกระทำที่เป็นจุดประสงค์ได้ เช่น go down to the lobby และ go down to collect a package

แบบฝึกหัด

คุณอยู่ชั้นสามและร้านกาแฟอยู่ชั้นล่าง ประโยคใดบอกทิศทางได้ถูกต้อง

  1. Let's go across to the café.
  2. Let's go down to the café.
  3. Let's go up to the café.
ดูคำตอบ

Let's go down to the café.

I'm coming to find you, Peppa. ไวยากรณ์

1:49

พ่อกำลังไปหาลูกนะ เปปป้า

ไวยากรณ์

I'm coming to find you: เคลื่อนที่ไปหาใครสักคนพร้อมบอกจุดประสงค์

I'm coming นำเสนอว่าการเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้นหรือจะเริ่มทันที คำว่า come เลือกโดยอิงจากมุมมองของผู้ฟังหรือจุดหมาย จึงใช้บอกการเคลื่อนที่ไปหาคนที่อยู่คนละจุดกับผู้พูดได้ To find you เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ว่าเหตุใดผู้พูดจึงกำลังไปหา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be coming to + คำกริยา เมื่อใครบางคนกำลังเคลื่อนที่ไปหาผู้ฟังหรือจุดหมายร่วมเพื่อทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังรอคุณอยู่ที่ประตูสวน และตอนนี้คุณกำลังเคลื่อนที่ไปหาเพื่อน ประโยคใดตรงกับสถานการณ์มากที่สุด

  1. I'm coming to find you now.
  2. I'm going to find you someday.
  3. I'm waiting for you to find me.
ดูคำตอบ

I'm coming to find you now.

I'm coming to find you, Suzy.

1:51

ฉันกำลังไปหาเธอนะ ซูซี่

Ah,

1:54

อ้าว

you're going the wrong way. วลี

1:54

พวกหนูไปผิดทางกันแล้ว

วลี

you're going the wrong way: กำลังเคลื่อนที่ไปผิดทิศทาง

Go the wrong way หมายถึงเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องหรือใช้เส้นทางผิด รูป present progressive ใน you're going บอกว่าการเคลื่อนที่ผิดทางกำลังเกิดขึ้น จึงใช้ประโยคนี้เพื่อเตือนหรือแก้ไขทิศทางได้ way ในที่นี้หมายถึงเส้นทางหรือทิศทาง ไม่ใช่วิธีทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนเรื่องเส้นทางด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไปในทิศทางที่ผิด”: Turn around—you're going ____.

ดูคำตอบ

the wrong way

Peppa and George are back at the bottom. วลี

1:58

เปปป้ากับจอร์จกลับมาที่ข้างล่าง

วลี

are back at the bottom: be back at + สถานที่

Be back at + สถานที่ หมายถึงคนหรือสิ่งของกลับมายังสถานที่หนึ่งและอยู่ที่นั่นอีกครั้ง ในประโยคนี้ Peppa กับ George เคยออกจากด้านล่างไป แล้วตอนนี้กลับมาอยู่ที่นั่นอีกครั้ง ตรงนี้ back สื่อถึงการกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงอวัยวะส่วนหลังของร่างกาย ส่วน at the bottom ระบุตำแหน่งปัจจุบันของพวกเขา

แบบฝึกหัด

ใช้ be back at + สถานที่ เพื่อบอกว่ากลุ่มของคุณกลับมาที่ทางเข้าแล้ว: We ____ the entrance.

ดูคำตอบ

are back at

But Suzy is at the top.

2:00

แต่ซูซี่อยู่ที่ข้างบน

I think that's enough escalators for now. น้ำเสียง/เจตนา

2:04

พ่อคิดว่าพอแค่นี้ก่อนสำหรับบันไดเลื่อน

น้ำเสียง/เจตนา

that's enough escalators for now: การกำหนดขอบเขตชั่วคราวอย่างนุ่มนวล

That's enough + คำนามหรือกิจกรรม + for now เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าปริมาณหรือเวลานั้นเพียงพอแล้ว และควรหยุดกิจกรรมนั้นไว้ตอนนี้ ในที่นี้ escalators หมายถึงการขึ้นบันไดเลื่อนซ้ำหลายครั้ง ไม่ได้หมายถึงจำนวนเครื่องที่ต้องการ For now หมายถึง “ตอนนี้” หรือ “ชั่วคราว” จึงยังเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมนั้นอีกในภายหลังได้ ส่วน I think ช่วยให้การกำหนดขอบเขตนุ่มนวลขึ้น เพราะนำเสนอว่าเป็นความเห็นของผู้พูด

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อกำหนดขอบเขตชั่วคราวให้เวลาใช้หน้าจอ: That's ____ for now.

ดูคำตอบ

enough screen time

But I need to see Suzy.

2:07

แต่หนูต้องเจอซูซี่นะ

Then we can use the lift.

2:09

งั้นเราใช้ลิฟต์ก็ได้

Ooh.

2:12

โอ้

I need to find Peppa.

2:17

หนูต้องหาเปปป้า

Then let's take the lift. วลี

2:18

งั้นเราขึ้นลิฟต์กันเถอะ

วลี

let's take the lift: การชวนขึ้นลิฟต์ในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ใน let's take the lift คำว่า take หมายถึงใช้หรือโดยสาร ส่วน lift เป็นคำนามในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงเครื่องที่พาคนขึ้นลงระหว่างชั้น วลีทั้งหมดหมายถึง “ไปด้วยลิฟต์กันเถอะ” ไม่ใช่ “มายกบางอย่างกันเถอะ” โครงสร้าง Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน และนำไปใช้กับข้อเสนออย่าง Let's take the bus. ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชเพื่อเสนอให้ขึ้นไปด้วยลิฟต์

  1. Let's lift the next floor.
  2. Let's take the lift to the next floor.
  3. Let's take the elevator to the next floor.
ดูคำตอบ

Let's take the lift to the next floor.

It's not working. การใช้คำ

2:21

มันไม่ทำงาน

การใช้คำ

not working: การบอกว่าอุปกรณ์ไม่ทำงาน

เมื่ออุปกรณ์หรือเครื่องจักร is not working หมายความว่ามันไม่ทำงานตามที่ควรหรือไม่สามารถใช้งานได้ ใน It's not working คำว่า working อธิบายการทำงานของอุปกรณ์ ไม่ใช่งานหรืออาชีพของคน วลีนี้บอกเพียงว่าขณะนี้มีปัญหา โดยไม่ได้ระบุสาเหตุหรือยืนยันว่าอุปกรณ์เสียหายถาวร

แบบฝึกหัด

เครื่องขายตั๋วไม่ตอบสนอง แต่คุณไม่ทราบว่ามันเสียหายหรือไม่ ประโยคใดเป็นคำอธิบายที่รอบคอบที่สุด

  1. The ticket machine is working.
  2. The ticket machine is not working.
  3. The ticket machine is broken.
ดูคำตอบ

The ticket machine is not working.

Someone else is using it.

2:23

มีคนอื่นกำลังใช้อยู่จ้ะ

We just have to wait. น้ำเสียง/เจตนา

2:24

เราต้องรอหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

just have to wait: ยอมรับทางเลือกเดียวที่ทำได้จริง

ในโครงสร้าง just have to + คำกริยา คำว่า just จำกัดตัวเลือกให้เหลือเพียงหนึ่งเดียว คือสิ่งเดียวที่ทำได้จริงในสถานการณ์นี้คือรอ ในที่นี้ just ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่” วลีนี้มักสื่อถึงการยอมรับสถานการณ์ที่ยังเปลี่ยนไม่ได้อย่างสงบ หรืออย่างจำใจเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค The road is closed, so we just have to take a different route. คำว่า just have to แสดงอะไร?

  1. มีทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงทางเดียว
  2. การกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อสักครู่
  3. ใครบางคนชอบตัดสินใจเลือกสิ่งนั้น
ดูคำตอบ

มีทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงทางเดียว

But I need to find Peppa.

2:26

แต่หนูต้องหาเปปป้า

Suzy.

2:29

ซูซี่

Peppa and Suzy are best friends.

2:32

เปปป้ากับซูซี่เป็นเพื่อนรักกัน

Peppa, look what I've got. น้ำเสียง/เจตนา

2:35

เปปป้า ดูสิว่าฉันมีอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

look what I've got: ดึงความสนใจก่อนนำบางอย่างมาให้ดู

Look what I've got เป็นวิธีพูดที่มีชีวิตชีวาเพื่อดึงความสนใจของอีกฝ่ายก่อนจะให้ดูบางอย่าง คำว่า look ขอให้อีกฝ่ายสนใจ ส่วน what I've got หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดมีอยู่กับตัวในตอนนี้ I've got ในที่นี้หมายถึง I have ดังนั้นจุดสำคัญคือการมีสิ่งนั้นอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่การได้สิ่งนั้นมาในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ I have got: Look what ____!

ดูคำตอบ

I've got

Look at Suzys in boxes. การใช้คำ

2:38

ดูรูปซูซี่ในกล่องพวกนี้สิ

การใช้คำ

Suzys: การทำชื่อให้เป็นพหูพจน์ชั่วคราว

ในประโยคนี้ Suzys คือการนำชื่อ Suzy มาใช้ชั่วคราวเหมือนคำนามที่นับได้ หมายถึงภาพหรือรูปลักษณ์ของ Suzy หลายภาพที่เห็นอยู่ในช่อง ไม่ได้หมายถึงมีคนจริง ๆ หลายคนยืนอยู่ตรงนั้น ภาษาอังกฤษสามารถเติม -s ให้ชื่อเป็นพหูพจน์ได้ เมื่อบริบททำให้เรานับคนที่มีชื่อเดียวกัน สำเนา รูปแบบต่าง ๆ หรือภาพแทนบุคคลนั้นได้ ในที่นี้บริบทของภาพทำให้เกิดความหมายดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ในบริบทของภาพถ่าย Suzys หมายถึงอะไร

  1. คนจริง ๆ หลายคนที่ทุกคนชื่อ Suzy
  2. ภาพของ Suzy หลายภาพ
  3. สิ่งของบางอย่างที่เป็นของ Suzy
ดูคำตอบ

ภาพของ Suzy หลายภาพ

How did you do that? วลี

2:41

เธอทำได้ยังไงน่ะ?

วลี

How did you do that?: การถามถึงวิธี

How did you do that? ใช้ถามถึงวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ซึ่งเพิ่งเห็นหรือเพิ่งกล่าวถึง That ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์หรือการกระทำที่อยู่ในบทสนทนาแล้ว ไม่ได้หมายถึง “What did you do?” โครงสร้างคือ How + did + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน Did แสดงอดีตแล้ว ดังนั้น do ตัวที่สองจึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูปที่ถูกต้องของ do หลังจากเห็นผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว: How ____ you ____ that?

ดูคำตอบ

did · do

In the photo booth. วัฒนธรรม

2:43

ในตู้ถ่ายรูปไง

I'll show you.

2:44

ฉันจะทำให้ดู

This is the photo booth.

2:46

นี่คือตู้ถ่ายรูป

วัฒนธรรม

photo booth: พื้นที่บริการตนเองขนาดเล็กสำหรับถ่ายรูป

photo booth คือพื้นที่ปิดขนาดเล็กหรือเครื่องที่ให้คนถ่ายรูปด้วยตนเอง โดยทั่วไปต้องจ่ายเงินและทำตามคำแนะนำของเครื่อง ในที่นี้ booth หมายถึงคูหาหรือช่องเล็ก ๆ ไม่ใช่ห้องทั่วไป ความหมายนี้จึงอธิบายได้ว่าทำไมคนจึงเข้าไปนั่งข้างในขณะที่เครื่องถ่ายรูป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ photo booth มากที่สุด

  1. ร้านที่ขายเฉพาะกล้องถ่ายรูป
  2. ห้องขนาดใหญ่ที่คนใช้นอน
  3. พื้นที่หรือเครื่องบริการตนเองขนาดเล็กสำหรับถ่ายรูป
ดูคำตอบ

พื้นที่หรือเครื่องบริการตนเองขนาดเล็กสำหรับถ่ายรูป

You sit in here, ลำดับความ

2:48

เธอนั่งตรงนี้

put the money in there,

2:50

ใส่เงินเข้าไปตรงนั้น

and then it flashes.

2:52

แล้วมันก็จะแฟลช

ลำดับความ

You sit ... put ... and then ...: อธิบายขั้นตอนตามลำดับ

ประโยคนี้เรียงเหตุการณ์สามอย่างตามลำดับที่เกิดขึ้น คือ คนนั่งข้างใน ใส่เงิน แล้วเครื่องยิงแฟลช รูป present simple แสดงว่าอุปกรณ์ทำงานตามปกติอย่างไร ส่วน and then ใช้นำไปสู่เหตุการณ์หรือผลลัพธ์ถัดไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ การกระทำ การกระทำ และ and then ตามด้วยผลลัพธ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ฟังตามขั้นตอนสั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมขั้นตอนให้สมบูรณ์ด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองคำ: You press the green button, ____ the door opens.

ดูคำตอบ

and then

It's not flashing.

2:56

มันไม่แฟลชเลย

I think it's broken.

2:57

ฉันคิดว่ามันพังนะ

Oh, I missed it. การใช้คำ

3:00

โอ้ ฉันพลาดไปแล้ว

การใช้คำ

I missed it: พลาดจังหวะนั้น

รูปอดีต missed หมายความว่าผู้พูดไม่ทันคว้าหรือพบเจอบางอย่างในเวลาที่เหมาะสม ในที่นี้ it หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ถ่ายรูปหรือแสงแฟลช ดังนั้น I missed it จึงหมายถึงผู้พูดช้าเกินไปสำหรับจังหวะนั้น เมื่อใช้ในความหมายนี้ miss สามารถใช้กับรถโดยสาร สายโทรศัพท์ โอกาส หรือบางช่วงของเหตุการณ์ได้ กรรมและสถานการณ์แสดงให้เห็นว่าคำนี้หมายถึงการไม่ทันบางอย่าง ไม่ใช่การคิดถึงคนหรือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

แบบฝึกหัด

กล้องเปิดแฟลชก่อนที่มายาจะพร้อม ในสถานการณ์นี้ "I missed it" หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอหารูปถ่ายไม่พบ
  2. เธออยากให้กล้องอยู่กับเธอ
  3. เธอยังไม่พร้อมทันเวลาถ่ายรูป
ดูคำตอบ

เธอยังไม่พร้อมทันเวลาถ่ายรูป

There's more.

3:02

ยังมีอีกนะ

Smile.

3:04

ยิ้มสิ

When does it flash?

3:07

มันจะแฟลชเมื่อไหร่?

Ah,

3:08

อ๊ะ

I missed it again.

3:09

ฉันพลาดอีกแล้ว

Do a funny face. วลี

3:11

ทำหน้าตลกๆ สิ

วลี

Do a funny face: คำสั่งให้ทำสีหน้าแบบสนุก ๆ

ในประโยคสนุก ๆ ที่พูดกับเด็กนี้ Do a funny face หมายถึง “ทำให้หน้าของตัวเองดูตลกหรือน่าขำ” โดยทั่วไปใช้ตอนถ่ายรูปหรือเล่นกัน a funny face คือสีหน้าที่ตั้งใจเปลี่ยน ไม่ใช่คนประเภทหนึ่งหรือการหันหน้าไปทางบางสิ่ง ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยมีประธาน you ที่ละไว้ และ do ใช้บอกให้ผู้ฟังทำท่าทางสนุก ๆ ที่กล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองหันกล้องไปที่เด็กแล้วพูดว่า "Do a funny face." เด็กถูกขอให้ทำอะไร

  1. ทำสีหน้าตลก
  2. วาดหน้าลงบนกล้อง
  3. หันไปหาคนที่ตลก
ดูคำตอบ

ทำสีหน้าตลก

And the last one.

3:16

และรูปสุดท้าย

Has it finished yet? ไวยากรณ์

3:17

มันเสร็จหรือยัง?

ไวยากรณ์

Has it finished yet?: ถามว่าจนถึงตอนนี้เสร็จแล้วหรือยัง

Has it finished yet? ใช้โครงสร้างคำถาม present perfect คือ has + ประธาน + กริยาช่องที่ 3 เพื่อถามว่ากระบวนการหนึ่งเสร็จสิ้นแล้วหรือยังนับตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ yet ที่ท้ายคำถามนี้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “หรือยัง” แสดงว่าผู้พูดยังรอหรือกำลังตรวจสอบอยู่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แต่”

แบบฝึกหัด

เติมคำในคำถามที่ใช้ถามว่าเครื่องทำงานเสร็จแล้วหรือยัง: Has the machine finished ____?

ดูคำตอบ

yet

I think I might be in that one. ไวยากรณ์

3:20

พ่อคิดว่าพ่ออาจจะอยู่ในรูปนั้นนะ

ไวยากรณ์

might be in that one: การคาดเดาอย่างไม่แน่ใจ

ใน I might be in that one คำว่า might be แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ผู้พูดคิดว่าภาพของตนอาจปรากฏอยู่ในรูปนั้น แต่ยังไม่แน่ใจ in that one หมายถึง “อยู่ในรูปใบนั้น” โดย one ใช้แทนคำนามนับได้ photo ที่เข้าใจกันแล้วจากบริบท และใช้ in เพราะบุคคลนั้นปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณไม่แน่ใจว่าภาพของคุณปรากฏอยู่ในรูปถ่ายใดรูปหนึ่งหรือไม่?

  1. I might be in that one.
  2. I might be on that one.
  3. I am certainly in that one.
ดูคำตอบ

I might be in that one.

Here are the pictures.

3:25

รูปออกมาแล้ว

Look at all of those funny faces.

3:26

ดูหน้าตลกๆ พวกนั้นสิ

Again, again.

3:31

เอาอีก เอาอีก

I think it's time we pick up Mummy Pig. โน้ต

3:33

พ่อคิดว่าได้เวลาไปรับแม่หมูแล้วล่ะ

ไวยากรณ์

it's time we pick up Mummy Pig: it's time + ประธาน + กริยา

ในประโยคนี้ it's time we pick up... หมายถึงตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องทำสิ่งนั้นแล้ว นั่นคือพวกเขาควรไปรับมัมมี่พิก ส่วนอนุประโยค we pick up Mummy Pig บอกว่าใครต้องทำอะไร it's time ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามว่าตอนนี้กี่โมง สามารถใช้ it's time + อนุประโยคที่มีประธานและกริยาเพื่อพาบทสนทนาไปสู่การกระทำถัดไปได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงตอนนี้ถึงเวลาทำสิ่งนั้นแล้ว: The film starts in five minutes, so ____ take our seats.

ดูคำตอบ

it's time we

กริยาวลี

pick up Mummy Pig: pick up + คน

ในที่นี้ pick up Mummy Pig หมายถึงไปยังที่ที่มัมมี่พิกอยู่เพื่อรับเธอ แล้วออกไปด้วยกัน เมื่อกรรมเป็นคน pick up มักมีความหมายว่าเดินทางไปพบและรับคนนั้น บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงยกมัมมี่พิกขึ้นทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติม phrasal verb ที่หมายถึงไปรับคน: I'll ____ Leo after football practice.

ดูคำตอบ

pick up

Mummy, did you have a perfect day?

3:37

แม่คะ แม่มีวันที่แสนวิเศษไหม?

Yes, thank you, I did, Peppa. ไวยากรณ์

3:41

มีจ้ะ ขอบใจนะ เปปป้า

ไวยากรณ์

I did ในฐานะคำตอบรับสั้น ๆ

ในที่นี้ I did เป็นคำตอบรับสั้น ๆ ของคำถามก่อนหน้า Did you have a perfect day? โดย did แทนความหมายทั้งหมดของ have a perfect day จึงไม่ต้องพูดซ้ำ นี่คือการละคำในคำตอบ โดยยังคงประธานและกริยาช่วยไว้ แต่ละการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจแล้วออกไป did แสดงอดีตเพราะคำถามใช้ did และในที่นี้หน้าที่หลักไม่ได้มีไว้เพื่อเน้นย้ำ

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นคำตอบรับสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติสำหรับ Did you enjoy the trip?

  1. Yes, I was.
  2. Yes, I do.
  3. Yes, I did.
ดูคำตอบ

Yes, I did.

Did you?

3:43

ลูกล่ะ?

Yes. We went up and down the magic stairs, วลี

3:44

มีค่ะ เราขึ้นๆ ลงๆ บันไดวิเศษ

วลี

went up and down สำหรับการเคลื่อนขึ้นลงไปมา

ใน went up and down คำว่า went เป็นรูปอดีตของ go ส่วน up and down ทำหน้าที่เป็นวลีบอกทิศทางที่จับคู่กันเป็นชุดเดียว หมายถึงการเคลื่อนขึ้นแล้วลง หรือเคลื่อนซ้ำ ๆ ระหว่างตำแหน่งที่สูงกว่าและต่ำกว่า วลีนี้บอกแบบแผนการเคลื่อนไหวโดยรวมหนึ่งแบบ ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน บริบทจะบอกว่าเป็นการไปกลับหนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง และในที่นี้กลุ่มคนเคลื่อนไปทั้งสองทิศทางบนบันได

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกทิศทางที่เป็นคู่ตายตัว ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนขึ้นและลงซ้ำ ๆ: The lift went ____ all morning.

ดูคำตอบ

up and down

and we saw Suzy,

3:48

และเราก็เจอซูซี่

and did some funny pictures.

3:50

และถ่ายรูปตลกๆ ด้วย

That does sound nice. ไวยากรณ์

3:53

ฟังดูดีจังเลยนะ

ไวยากรณ์

does sound nice: การเน้นด้วย does + กริยารูปพื้นฐาน

ในประโยคบอกเล่า does + กริยารูปพื้นฐานใช้เพิ่มน้ำหนักให้กับการประเมิน That does sound nice ไม่ได้เพียงบอกว่าบางอย่างฟังดูดี แต่ยังเป็นการยืนยันหรือเห็นด้วยอย่างชัดเจนขึ้นว่ามันฟังดูดีจริง ๆ does แสดงรูปประธานเอกพจน์บุรุษที่สามอยู่แล้ว กริยาหลักจึงต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน sound

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบที่มีการเน้นด้วยรูปที่ถูกต้องของ sound: Your plan ____ practical.

ดูคำตอบ

does sound

Home time. วลี

3:56

ได้เวลากลับบ้าน

วลี

Home time: สัญญาณสั้น ๆ ว่าได้เวลากลับบ้าน

Home time เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้บอกว่าได้เวลากลับบ้านแล้ว เมื่อทุกคนเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน คำสองคำนี้ก็ทำหน้าที่เป็นสัญญาณที่สมบูรณ์ได้ ไม่ใช่ประโยคที่พูดขาดเพราะความผิดพลาด รูปแบบคำนาม + time สามารถบอกช่วงถัดไปของกิจวัตรได้ เช่น lunch time หรือ story time ในที่นี้ home บอกจุดหมาย คือกิจกรรมกำลังจบลงและทุกคนกำลังจะออกเดินทางกลับบ้าน

แบบฝึกหัด

กิจกรรมเพิ่งจบลง Home time. ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ได้เวลากลับบ้านแล้ว
  2. ได้เวลาอธิบายเกี่ยวกับบ้านของคุณแล้ว
  3. ได้เวลาอยู่บ้านแล้ว
ดูคำตอบ

ได้เวลากลับบ้านแล้ว

Daddy Pig, did you have a perfect day?

4:02

พ่อหมู คุณมีวันที่แสนวิเศษไหม?

My perfect day starts when we get home. ไวยากรณ์

4:05

วันอันแสนวิเศษของผมเริ่มเมื่อเราถึงบ้าน

ไวยากรณ์

starts when we get home: ใช้ when ระบุเวลาเริ่มต้น

รูปแบบ starts when + อนุประโยค บอกว่าสิ่งหนึ่งเริ่มขึ้นในเวลาที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายความว่าส่วนที่สนุกของวันที่สมบูรณ์แบบของเขาเริ่มเมื่อกลับถึงบ้าน ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when และกล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple: when we get home ไม่ใช่ when we will get home ใจความหลักของประโยคยังคงหมายถึงอนาคตได้

แบบฝึกหัด

ใช้ starts when เติมประโยคให้สมบูรณ์: The film ____ everyone is seated.

ดูคำตอบ

starts when

Daddy, what's your perfect day?

4:08

พ่อคะ วันที่แสนวิเศษของพ่อคืออะไร?

Come and see. น้ำเสียง/เจตนา

4:12

มาดูสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Come and see: ชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาดูด้วยตัวเอง

Come and see เป็นคำชวนสั้น ๆ ที่หมายถึง “มาทางนี้แล้วดูด้วยตัวเอง” and เชื่อมการกระทำสองอย่างตามลำดับ คือมาก่อนแล้วจึงดู ผู้พูดมักใช้สำนวนนี้แทนการอธิบาย โดยเฉพาะเมื่อต้องการแสดงผลลัพธ์ สิ่งของ หรือเรื่องน่าประหลาดใจ ในสถานการณ์สบาย ๆ สำนวนนี้ฟังตรงไปตรงมา เป็นมิตร และชวนให้อีกฝ่ายมีส่วนร่วม

แบบฝึกหัด

ใช้ Come and see เติมคำชวนให้สมบูรณ์: I finished the model. ____.

ดูคำตอบ

Come and see

Wee.

4:16

วี้

Daddy Pig is jumping up and down in muddy puddles. วลี

4:18

พ่อหมูกำลังกระโดดขึ้นลงในบ่อโคลน

วลี

jumping up and down: กระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ

Jump up and down หมายถึงกระโดดซ้ำ ๆ โดยร่างกายเคลื่อนขึ้นแล้วกลับลงมา ในประโยคนี้ is jumping แสดงว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้น ตรงนี้ up and down บอกการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ ภายในท่ากระโดด ไม่ได้บอกเส้นทางที่คุณพ่อพิกกำลังเดินทางไป

แบบฝึกหัด

เติมวลีการเคลื่อนไหวที่หมายถึงการกระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ: The children are jumping ____ with excitement.

ดูคำตอบ

up and down

Everyone is jumping up and down in muddy puddles.

4:22

ทุกคนกำลังกระโดดขึ้นลงในบ่อโคลน

It's the perfect end to a perfect day. วลี

4:26

มันเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันที่แสนวิเศษ

วลี

the perfect end to a perfect day: การปิดท้ายที่สมบูรณ์แบบของวันที่สมบูรณ์แบบ

นามวลี the perfect end to a perfect day ประเมินว่าเหตุการณ์สุดท้ายเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการจบวันนั้น ในโครงสร้าง an end to + เหตุการณ์หรือประสบการณ์ คำว่า to เชื่อม end เข้ากับสิ่งที่กำลังถูกทำให้สิ้นสุด ไม่ได้แสดงจุดประสงค์ การใช้ perfect ซ้ำเชื่อมความยอดเยี่ยมของตอนจบเข้ากับความยอดเยี่ยมของทั้งวัน ทำให้ประโยคมีความรู้สึกอบอุ่นและจบลงอย่างน่าพอใจ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกว่าเหตุการณ์สุดท้ายเป็นการปิดท้ายที่เหมาะที่สุด: The fireworks were ____ the festival.

ดูคำตอบ

the perfect end to