วันที่สมบูรณ์แบบ 🐷🐷 @PeppaPigOfficial: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปปาไปศูนย์การค้าเพื่อให้มามี้พิกทำสปา ส่วนเป๊ปปา จอร์จ แด๊ดดี้พิก และซูซี่ก็เปลี่ยนบันไดเลื่อน ลิฟต์ ตู้ถ่ายรูป และแอ่งโคลนให้กลายเป็นวันแสนสมบูรณ์แบบของพวกเขาเอง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. all under the same roof. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงร้านค้าหรือบริการหลายอย่างรวมอยู่ในที่เดียว ไม่ใช่แค่ความหมายตรงตัวว่าอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน และใช้พูดถึงห้าง ครอบครัว หรือองค์กรได้ 2. have a massage, / have a herbal face wash. — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: คุณจะจำรูปแบบ have + บริการ/การดูแล ได้ว่าเป็นวิธีพูดตามธรรมชาติว่าไปรับบริการสปาหรือการดูแล ไม่ได้แปลว่า have คือ “มี” เท่านั้น 3. that's enough escalators for now. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: คุณจะเห็นวิธีที่ผู้ปกครองจบกิจกรรมอย่างนุ่มนวลโดยไม่ฟังดูห้วน เหมาะเมื่อต้องตั้งขอบเขตกับเด็ก เพื่อนร่วมชั้น หรือเพื่อน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Peppa and her family are going to a shopping center today. ไวยากรณ์
0:06เปปป้าและครอบครัวของเธอกำลังไปที่ศูนย์การค้าในวันนี้
are going to a shopping center today: การเดินทางที่วางแผนไว้
ในที่นี้ are going เป็นรูป present continuous ของ go และ to a shopping center บอกจุดหมาย เมื่อใช้ร่วมกับ today จึงหมายถึงการเดินทางที่วางแผนไว้สำหรับวันนี้ ไม่ได้หมายความว่ากำลังเดินทางอยู่ในขณะนี้พอดี รูปนี้ดูคล้าย be going to + คำกริยา แต่มีโครงสร้างต่างกัน เพราะ a shopping center เป็นกลุ่มคำนามที่บอกสถานที่ ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน ให้ดูคำที่ตามหลัง to เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้าง
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ครอบครัวนี้วางแผนจะไปศูนย์การค้าวันนี้
- ครอบครัวนี้กำลังเดินไปทางศูนย์การค้าในขณะนี้
- ครอบครัวนี้วางแผนจะซื้อของ แต่ไม่ได้ระบุจุดหมาย
ดูคำตอบ
ครอบครัวนี้วางแผนจะไปศูนย์การค้าวันนี้
It's lots of shops all under the same roof. สำนวน
0:15มันคือร้านค้ามากมายที่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน
all under the same roof: ทั้งหมดอยู่ในที่เดียวกัน
all under the same roof หมายถึงร้านค้าทั้งหมดอยู่รวมกันในอาคารหรือสถานที่เดียวกัน คำว่า roof ทำให้นึกถึงอาคารหลังเดียว แต่ใจความสำคัญคือการอยู่ในสถานที่ร่วมกัน ไม่ใช่ตัวหลังคาเอง สำนวนนี้ยังใช้พูดถึงคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน หรือบริการหลายอย่างที่รวมอยู่ในอาคารเดียวได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษห้าคำที่หมายถึงบริการทั้งหมดอยู่ในอาคารเดียวกัน: The center has a library, a clinic, and a cafe ____.
ดูคำตอบ
all under the same roof
Not shopping at the shops? ในฐานะคำถามสะท้อนที่แสดงความประหลาดใจ
Not shopping at the shops? เป็นการพูดซ้ำเฉพาะส่วนที่น่าแปลกใจจากประโยคก่อนหน้าแทนที่จะใช้คำถามเต็มประโยค ความหมายโดยประมาณคือ “พูดจริง ๆ เหรอว่าเราจะไม่ซื้อของที่ร้าน?” นี่คือคำถามสะท้อนหรือ echo question ซึ่งเป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดเพื่อเช็กว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินหรือเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่ ในที่นี้ยังแสดงความประหลาดใจด้วย เพราะการไปร้านค้าแต่ไม่ซื้อของฟังดูผิดคาด
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนานี้ Not shopping at the shops? แสดงความหมายหลักว่าอะไร?
- ถามยืนยันสิ่งที่เพิ่งได้ยินด้วยความประหลาดใจ
- ประกาศอย่างเป็นทางการว่าร้านค้าปิดแล้ว
- สั่งให้เริ่มซื้อของทันที
ดูคำตอบ
ถามยืนยันสิ่งที่เพิ่งได้ยินด้วยความประหลาดใจ
be here for + คำนาม: บอกจุดประสงค์ของการมา
ใน Mummy's here for a perfect day experience โครงสร้าง be here for + นามวลีใช้บอกว่าใครบางคนมาที่สถานที่นั้นเพราะเหตุใด โดย a perfect day experience คือจุดประสงค์ที่คุณแม่มา ในโครงสร้างนี้ for ใช้นำหน้าการนัดหมาย กิจกรรม บริการ หรือเหตุผลอื่นที่มาอยู่ ณ สถานที่นั้น ไม่ได้ใช้ระบุว่าใครเป็นผู้รับสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้บอกจุดประสงค์ของการมา: “Hello, I'm ____ my dentist appointment.”
ดูคำตอบ
here for
Are you ready for your perfect day experience? วลี
0:35คุณพร้อมสำหรับประสบการณ์วันอันแสนวิเศษหรือยัง?
ready for + คำนาม ใน ready for your perfect day experience?
ready for + คำนาม หมายถึงพร้อมสำหรับเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ your perfect day experience เป็นวลีนามที่ใช้เรียกกิจกรรมซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้น ถ้าสิ่งที่ตามมาเป็นการกระทำ ให้ใช้ ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น ready to begin ดูว่าหลัง ready เป็นคำนามหรือการกระทำเพื่อเลือกโครงสร้างให้ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้เป็นโครงสร้าง ready + คำนาม: Are you ready ____ the school trip?
ดูคำตอบ
for
what exactly is it?: การขอคำอธิบายที่เจาะจง
What exactly is it? ใช้ขอคำอธิบายที่ชัดเจนและเจาะจงขึ้น ไม่ใช่ถามเพียงชื่อเท่านั้น exactly ในที่นี้หมายถึง “โดยเฉพาะเจาะจง” ผู้พูดได้ยินชื่อของสิ่งนั้นแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นประกอบด้วยอะไรหรือทำอะไรบ้าง การวาง exactly หลัง what เปลี่ยนคำถามทั่วไปให้เป็นการขอรายละเอียด โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำแสดงคำถามอื่นได้ เช่น where exactly และ when exactly
แบบฝึกหัด
ในคำถาม What exactly is it? คำว่า exactly ทำหน้าที่อะไร
- บอกว่าสิ่งนั้นถูกต้องทั้งหมด
- แสดงว่าผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร
- ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายให้เจาะจงมากขึ้น
ดูคำตอบ
ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายให้เจาะจงมากขึ้น
have your fingernails painted: ให้คนอื่นทาสีเล็บมือให้
Have your fingernails painted ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่สาม หมายถึงจัดให้คนอื่นทาสีเล็บมือให้ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นการรับบริการ Painted เป็นกริยาช่องที่สาม ไม่ใช่กริยาหลักในรูปอดีต โดยแสดงความสัมพันธ์แบบถูกกระทำ กล่าวคือ your fingernails เป็นสิ่งที่รับการกระทำ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อผู้ลงมือทำไม่สำคัญหรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้ have + กรรม + กริยาช่องที่สาม เพื่อบอกว่าช่างจะเป็นผู้ซ่อมรถ: We need to ____ before the trip.
ดูคำตอบ
have the car repaired
have a massage ... have a herbal face wash: การรับบริการ
ใน have a massage และ have a herbal face wash คำว่า have หมายถึง “รับหรือเข้ารับบริการ” ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” โดยมีคนอื่นเป็นผู้ให้บริการนวดหรือดูแลผิวหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have + บริการหรือการดูแล คำนามหลัง have บอกว่าบุคคลนั้นรับบริการอะไร เช่น have a haircut หรือ have a check-up
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have ในความหมายว่ารับบริการ
- I have three cousins.
- I have a new bicycle.
- I'm going to have a massage after work.
ดูคำตอบ
I'm going to have a massage after work.
that all sounds lovely: sound + คำคุณศัพท์
ตรงนี้ sounds เป็นกริยาเชื่อมและตามด้วยคำคุณศัพท์ lovely โดยตรง วลีนี้หมายความว่าสิ่งทั้งหมดที่เพิ่งเล่ามาทำให้ผู้พูดรู้สึกประทับใจในทางที่ดี ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังส่งเสียงไพเราะ ใช้โครงสร้าง sound + คำคุณศัพท์เพื่อประเมินแผน ความคิด หรือข่าวจากสิ่งที่ได้ยินหรือได้รับการบอกมา ใน that all sounds lovely คำว่า that ย้อนถึงสิ่งที่เพิ่งอธิบาย และ all แสดงว่าความรู้สึกเชิงบวกครอบคลุมทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใช้ sound และ lovely ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมคำตอบให้สมบูรณ์ หลังจากฟังแผนทั้งหมด Nora พูดว่า "That all ____."
ดูคำตอบ
sounds lovely
have to do it too: ถามว่าตนเองอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันด้วยหรือไม่
have to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็นที่มักเกิดจากกฎ สถานการณ์ หรือข้อกำหนดของผู้อื่น Do we have to do it? เป็นการถามว่าจำเป็นต้องทำกิจกรรมนั้นหรือไม่ ในที่นี้ have to ไม่ได้แปลว่า “มีไว้ครอบครอง” และไม่ได้ถามว่าพวกเขาอยากทำหรือไม่ too แปลว่า “ด้วย” เมื่ออยู่ช่วงท้ายของคำถามนี้ จะแสดงว่าผู้พูดกำลังถามว่าเรารวมอยู่กับคนที่คาดว่าจะต้องเข้าร่วมอยู่แล้วหรือไม่
แบบฝึกหัด
ใช้ have to และ wear เพื่อถามว่ากฎเดียวกันนี้รวมถึงคุณด้วยหรือไม่: "Do I ____ a helmet too?"
ดูคำตอบ
have to wear
our own perfect day: เน้นทางเลือกที่เป็นของเราเอง
ในวลี our own perfect day คำว่า own อยู่หลังคำบอกความเป็นเจ้าของ our และช่วยเน้นความหมาย วลีนี้หมายถึงวันที่สมบูรณ์แบบซึ่งเราเลือกหรือสร้างขึ้นเพื่อตัวเราเอง โดยแยกจากแผนของคนอื่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำบอกความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม” เช่น my own room, her own idea และ our own plan ในที่นี้ own ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “เป็นเจ้าของ” แต่ใช้เน้นความเป็นของใครหรือการเลือกอย่างอิสระ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย “คำบอกความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม”: Leo did not copy anyone else's design. He made ____.
ดูคำตอบ
his own design
See you later: คำกล่าวลาเมื่อแยกกันชั่วคราวในชีวิตประจำวัน
See you later. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กล่าวลาในชีวิตประจำวัน เมื่อคาดหวังหรือหวังว่าจะได้พบอีกฝ่ายอีกครั้ง คำว่า later หมายถึงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่นานมาก ควรเรียนทั้งประโยคเป็นคำกล่าวลาที่เป็นธรรมชาติหนึ่งสำนวน แทนที่จะประกอบความหมายทีละคำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนสองคนจะพบกันอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ ประโยคใดเป็นคำกล่าวลาในชีวิตประจำวันที่เป็นธรรมชาติ?
- See you yesterday.
- Goodbye later.
- See you later.
ดูคำตอบ
See you later.
Where are we going to find our perfect day, Daddy?
1:08เราจะไปหาช่วงเวลาแสนวิเศษของเราที่ไหนดีคะพ่อ?
shops and shops and...: การซ้ำและ and ที่ปล่อยประโยคค้างไว้
การพูด shops ซ้ำใน shops and shops ไม่ได้หมายความว่ามีร้านอยู่สองร้านพอดี แต่ทำให้รู้สึกว่ามีร้านหนึ่งแล้วก็อีกร้านเต็มไปหมด และอาจสื่อว่าภาพที่เห็นซ้ำซากด้วย and... ท้ายประโยคทำให้ทั้งรายการและความคิดยังไม่จบ ในที่นี้ผู้พูดหันไปสนใจสิ่งใหม่ก่อนจะพูดจบ การจบแบบค้างไว้นี้ช่วยจัดลำดับเรื่องในภาษาพูด ไม่ใช่ช่องว่างทางไวยากรณ์ที่มีวิธีเติมถูกต้องเพียงแบบเดียว
แบบฝึกหัด
shops and shops and... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าร้านค้าเหล่านั้นกำลังเคลื่อนที่
- ระบุว่ามีร้านสองร้านพอดีและจำเป็นต้องมีรายการที่สามตามมา
- ทำให้รู้สึกว่ามีร้านอยู่ทุกแห่งและทิ้งความคิดไว้แบบยังไม่จบ
ดูคำตอบ
ทำให้รู้สึกว่ามีร้านอยู่ทุกแห่งและทิ้งความคิดไว้แบบยังไม่จบ
magic moving stairs ... an escalator: คำบรรยายและชื่อที่ถูกต้อง
magic moving stairs เป็นคำบรรยายตามจินตนาการของเป๊ปป้าจากสิ่งที่เห็น คือบันไดที่เคลื่อนที่และดูเหมือนมีเวทมนตร์ ในฉากนี้ผู้ฟังเข้าใจได้ แต่ไม่ใช่ชื่อที่ใช้เรียกสิ่งนั้นตามปกติ an escalator ให้คำนามภาษาอังกฤษที่เป็นชื่อมาตรฐาน บทสนทนานี้แสดงวิธีเรียนคำศัพท์ที่มีประโยชน์ คือบรรยายสิ่งที่ไม่รู้จักด้วยคำที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงเชื่อมคำบรรยายนั้นกับชื่อที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
magic moving stairs และ an escalator ในตัวอย่างมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
- อย่างแรกเป็นคำบรรยายตามจินตนาการ อย่างที่สองเป็นชื่อมาตรฐาน
- อย่างแรกหมายถึงลิฟต์ อย่างที่สองหมายถึงบันไดธรรมดา
- ทั้งสองอย่างเป็นชื่อมาตรฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกชนิดเดียวกัน
ดูคำตอบ
อย่างแรกเป็นคำบรรยายตามจินตนาการ อย่างที่สองเป็นชื่อมาตรฐาน
Can we go on it? สำหรับขออนุญาตขึ้นหรือใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ในประโยคนี้ go on it หมายถึงขึ้นไปบนสิ่งที่พูดถึงอยู่แล้วเพื่อใช้หรือนั่ง ที่นี่ it หมายถึงบันไดเลื่อน เด็กจึงกำลังขออนุญาตใช้บันไดเลื่อน เมื่อ go on มีเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นกรรม ก็อาจหมายถึงขึ้นไปใช้หรือนั่งได้ ที่นี่ไม่ได้หมายถึงทำต่อ ความหมายว่าทำต่อพบได้ในรูปแบบอย่าง Please go on.
แบบฝึกหัด
ในสวนสนุก ถ้า it หมายถึงเครื่องเล่น Can we go on it? หมายความว่าอย่างไร
- เราสามารถพูดเรื่องนั้นต่อได้ไหม
- เราสามารถเปิดมันได้ไหม
- เราสามารถขึ้นไปนั่งหรือใช้มันได้ไหม
ดูคำตอบ
เราสามารถขึ้นไปนั่งหรือใช้มันได้ไหม
Hold my hand. ในฐานะคำสั่งเพื่อความปลอดภัย
Hold my hand. เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ โดยเข้าใจได้จากรูปประโยค ในที่นี้ hold หมายถึงจับมือของผู้พูดและจับไว้ต่อเนื่อง ประโยคนี้จึงเป็นคำขอหรือคำสั่งโดยตรงให้จับมือกันไว้ ผู้ดูแลเด็กมักใช้ประโยคสั้น ๆ นี้เพื่อความปลอดภัย เช่น ตอนข้ามถนน ใช้บันไดเลื่อน หรือเดินผ่านฝูงชน
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งสามคำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการจับมือที่เรียนในบทนี้ให้ครบ: ____ while we cross the road.
ดูคำตอบ
Hold my hand
has reached the top: ไปถึงจุดสูงสุดแล้ว
has reached the top หมายถึง “ไปถึงจุดที่สูงที่สุดหรือจุดสิ้นสุดแล้ว” ในที่นี้ reach หมายถึงการไปถึงสถานที่ ไม่ใช่การยื่นมือไปแตะสิ่งของ เมื่อ reach มีความหมายนี้ จะตามด้วยจุดหมายได้โดยตรง: reach the top ไม่ใช้ reach at the top หรือ reach to the top ส่วน has reached เป็น present perfect ซึ่งมองว่าการไปถึงเสร็จสิ้นแล้วและผลยังเกี่ยวข้องกับตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ reach ได้ถูกต้องในความหมายว่า “ไปถึงจุดสูงสุด”
- Maya has reached to the top.
- Maya has reached at the top.
- Maya has reached the top.
ดูคำตอบ
Maya has reached the top.
go down: เคลื่อนไปยังที่ที่ต่ำกว่า
go down หมายถึงเคลื่อนจากที่สูงกว่าไปยังที่ต่ำกว่า คำว่า down บอกทิศทางลงในพื้นที่ จึงใช้ได้เป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงชั้นของอาคาร บันได เนินเขา และเส้นทางคล้ายกัน ใน I need to go down to find Suzy ส่วน to find Suzy บอกจุดประสงค์ของการลงไป หลัง go down คำว่า to สามารถนำหน้าจุดหมายหรือการกระทำที่เป็นจุดประสงค์ได้ เช่น go down to the lobby และ go down to collect a package
แบบฝึกหัด
คุณอยู่ชั้นสามและร้านกาแฟอยู่ชั้นล่าง ประโยคใดบอกทิศทางได้ถูกต้อง
- Let's go across to the café.
- Let's go down to the café.
- Let's go up to the café.
ดูคำตอบ
Let's go down to the café.
I'm coming to find you: เคลื่อนที่ไปหาใครสักคนพร้อมบอกจุดประสงค์
I'm coming นำเสนอว่าการเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้นหรือจะเริ่มทันที คำว่า come เลือกโดยอิงจากมุมมองของผู้ฟังหรือจุดหมาย จึงใช้บอกการเคลื่อนที่ไปหาคนที่อยู่คนละจุดกับผู้พูดได้ To find you เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ว่าเหตุใดผู้พูดจึงกำลังไปหา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be coming to + คำกริยา เมื่อใครบางคนกำลังเคลื่อนที่ไปหาผู้ฟังหรือจุดหมายร่วมเพื่อทำบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังรอคุณอยู่ที่ประตูสวน และตอนนี้คุณกำลังเคลื่อนที่ไปหาเพื่อน ประโยคใดตรงกับสถานการณ์มากที่สุด
- I'm coming to find you now.
- I'm going to find you someday.
- I'm waiting for you to find me.
ดูคำตอบ
I'm coming to find you now.
you're going the wrong way: กำลังเคลื่อนที่ไปผิดทิศทาง
Go the wrong way หมายถึงเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องหรือใช้เส้นทางผิด รูป present progressive ใน you're going บอกว่าการเคลื่อนที่ผิดทางกำลังเกิดขึ้น จึงใช้ประโยคนี้เพื่อเตือนหรือแก้ไขทิศทางได้ way ในที่นี้หมายถึงเส้นทางหรือทิศทาง ไม่ใช่วิธีทำบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนเรื่องเส้นทางด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไปในทิศทางที่ผิด”: Turn around—you're going ____.
ดูคำตอบ
the wrong way
are back at the bottom: be back at + สถานที่
Be back at + สถานที่ หมายถึงคนหรือสิ่งของกลับมายังสถานที่หนึ่งและอยู่ที่นั่นอีกครั้ง ในประโยคนี้ Peppa กับ George เคยออกจากด้านล่างไป แล้วตอนนี้กลับมาอยู่ที่นั่นอีกครั้ง ตรงนี้ back สื่อถึงการกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงอวัยวะส่วนหลังของร่างกาย ส่วน at the bottom ระบุตำแหน่งปัจจุบันของพวกเขา
แบบฝึกหัด
ใช้ be back at + สถานที่ เพื่อบอกว่ากลุ่มของคุณกลับมาที่ทางเข้าแล้ว: We ____ the entrance.
ดูคำตอบ
are back at
I think that's enough escalators for now. น้ำเสียง/เจตนา
2:04พ่อคิดว่าพอแค่นี้ก่อนสำหรับบันไดเลื่อน
that's enough escalators for now: การกำหนดขอบเขตชั่วคราวอย่างนุ่มนวล
That's enough + คำนามหรือกิจกรรม + for now เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าปริมาณหรือเวลานั้นเพียงพอแล้ว และควรหยุดกิจกรรมนั้นไว้ตอนนี้ ในที่นี้ escalators หมายถึงการขึ้นบันไดเลื่อนซ้ำหลายครั้ง ไม่ได้หมายถึงจำนวนเครื่องที่ต้องการ For now หมายถึง “ตอนนี้” หรือ “ชั่วคราว” จึงยังเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมนั้นอีกในภายหลังได้ ส่วน I think ช่วยให้การกำหนดขอบเขตนุ่มนวลขึ้น เพราะนำเสนอว่าเป็นความเห็นของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อกำหนดขอบเขตชั่วคราวให้เวลาใช้หน้าจอ: That's ____ for now.
ดูคำตอบ
enough screen time
let's take the lift: การชวนขึ้นลิฟต์ในภาษาอังกฤษแบบบริติช
ใน let's take the lift คำว่า take หมายถึงใช้หรือโดยสาร ส่วน lift เป็นคำนามในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงเครื่องที่พาคนขึ้นลงระหว่างชั้น วลีทั้งหมดหมายถึง “ไปด้วยลิฟต์กันเถอะ” ไม่ใช่ “มายกบางอย่างกันเถอะ” โครงสร้าง Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน และนำไปใช้กับข้อเสนออย่าง Let's take the bus. ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชเพื่อเสนอให้ขึ้นไปด้วยลิฟต์
- Let's lift the next floor.
- Let's take the lift to the next floor.
- Let's take the elevator to the next floor.
ดูคำตอบ
Let's take the lift to the next floor.
not working: การบอกว่าอุปกรณ์ไม่ทำงาน
เมื่ออุปกรณ์หรือเครื่องจักร is not working หมายความว่ามันไม่ทำงานตามที่ควรหรือไม่สามารถใช้งานได้ ใน It's not working คำว่า working อธิบายการทำงานของอุปกรณ์ ไม่ใช่งานหรืออาชีพของคน วลีนี้บอกเพียงว่าขณะนี้มีปัญหา โดยไม่ได้ระบุสาเหตุหรือยืนยันว่าอุปกรณ์เสียหายถาวร
แบบฝึกหัด
เครื่องขายตั๋วไม่ตอบสนอง แต่คุณไม่ทราบว่ามันเสียหายหรือไม่ ประโยคใดเป็นคำอธิบายที่รอบคอบที่สุด
- The ticket machine is working.
- The ticket machine is not working.
- The ticket machine is broken.
ดูคำตอบ
The ticket machine is not working.
just have to wait: ยอมรับทางเลือกเดียวที่ทำได้จริง
ในโครงสร้าง just have to + คำกริยา คำว่า just จำกัดตัวเลือกให้เหลือเพียงหนึ่งเดียว คือสิ่งเดียวที่ทำได้จริงในสถานการณ์นี้คือรอ ในที่นี้ just ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่” วลีนี้มักสื่อถึงการยอมรับสถานการณ์ที่ยังเปลี่ยนไม่ได้อย่างสงบ หรืออย่างจำใจเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ในประโยค The road is closed, so we just have to take a different route. คำว่า just have to แสดงอะไร?
- มีทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงทางเดียว
- การกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อสักครู่
- ใครบางคนชอบตัดสินใจเลือกสิ่งนั้น
ดูคำตอบ
มีทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงทางเดียว
look what I've got: ดึงความสนใจก่อนนำบางอย่างมาให้ดู
Look what I've got เป็นวิธีพูดที่มีชีวิตชีวาเพื่อดึงความสนใจของอีกฝ่ายก่อนจะให้ดูบางอย่าง คำว่า look ขอให้อีกฝ่ายสนใจ ส่วน what I've got หมายถึงสิ่งที่ผู้พูดมีอยู่กับตัวในตอนนี้ I've got ในที่นี้หมายถึง I have ดังนั้นจุดสำคัญคือการมีสิ่งนั้นอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่การได้สิ่งนั้นมาในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ I have got: Look what ____!
ดูคำตอบ
I've got
Suzys: การทำชื่อให้เป็นพหูพจน์ชั่วคราว
ในประโยคนี้ Suzys คือการนำชื่อ Suzy มาใช้ชั่วคราวเหมือนคำนามที่นับได้ หมายถึงภาพหรือรูปลักษณ์ของ Suzy หลายภาพที่เห็นอยู่ในช่อง ไม่ได้หมายถึงมีคนจริง ๆ หลายคนยืนอยู่ตรงนั้น ภาษาอังกฤษสามารถเติม -s ให้ชื่อเป็นพหูพจน์ได้ เมื่อบริบททำให้เรานับคนที่มีชื่อเดียวกัน สำเนา รูปแบบต่าง ๆ หรือภาพแทนบุคคลนั้นได้ ในที่นี้บริบทของภาพทำให้เกิดความหมายดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ในบริบทของภาพถ่าย Suzys หมายถึงอะไร
- คนจริง ๆ หลายคนที่ทุกคนชื่อ Suzy
- ภาพของ Suzy หลายภาพ
- สิ่งของบางอย่างที่เป็นของ Suzy
ดูคำตอบ
ภาพของ Suzy หลายภาพ
How did you do that?: การถามถึงวิธี
How did you do that? ใช้ถามถึงวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ซึ่งเพิ่งเห็นหรือเพิ่งกล่าวถึง That ย้อนกลับไปอ้างถึงผลลัพธ์หรือการกระทำที่อยู่ในบทสนทนาแล้ว ไม่ได้หมายถึง “What did you do?” โครงสร้างคือ How + did + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน Did แสดงอดีตแล้ว ดังนั้น do ตัวที่สองจึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยรูปที่ถูกต้องของ do หลังจากเห็นผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว: How ____ you ____ that?
ดูคำตอบ
did · do
photo booth: พื้นที่บริการตนเองขนาดเล็กสำหรับถ่ายรูป
photo booth คือพื้นที่ปิดขนาดเล็กหรือเครื่องที่ให้คนถ่ายรูปด้วยตนเอง โดยทั่วไปต้องจ่ายเงินและทำตามคำแนะนำของเครื่อง ในที่นี้ booth หมายถึงคูหาหรือช่องเล็ก ๆ ไม่ใช่ห้องทั่วไป ความหมายนี้จึงอธิบายได้ว่าทำไมคนจึงเข้าไปนั่งข้างในขณะที่เครื่องถ่ายรูป
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ photo booth มากที่สุด
- ร้านที่ขายเฉพาะกล้องถ่ายรูป
- ห้องขนาดใหญ่ที่คนใช้นอน
- พื้นที่หรือเครื่องบริการตนเองขนาดเล็กสำหรับถ่ายรูป
ดูคำตอบ
พื้นที่หรือเครื่องบริการตนเองขนาดเล็กสำหรับถ่ายรูป
You sit ... put ... and then ...: อธิบายขั้นตอนตามลำดับ
ประโยคนี้เรียงเหตุการณ์สามอย่างตามลำดับที่เกิดขึ้น คือ คนนั่งข้างใน ใส่เงิน แล้วเครื่องยิงแฟลช รูป present simple แสดงว่าอุปกรณ์ทำงานตามปกติอย่างไร ส่วน and then ใช้นำไปสู่เหตุการณ์หรือผลลัพธ์ถัดไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ การกระทำ การกระทำ และ and then ตามด้วยผลลัพธ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ฟังตามขั้นตอนสั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมขั้นตอนให้สมบูรณ์ด้วยคำเชื่อมเป้าหมายสองคำ: You press the green button, ____ the door opens.
ดูคำตอบ
and then
I missed it: พลาดจังหวะนั้น
รูปอดีต missed หมายความว่าผู้พูดไม่ทันคว้าหรือพบเจอบางอย่างในเวลาที่เหมาะสม ในที่นี้ it หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ถ่ายรูปหรือแสงแฟลช ดังนั้น I missed it จึงหมายถึงผู้พูดช้าเกินไปสำหรับจังหวะนั้น เมื่อใช้ในความหมายนี้ miss สามารถใช้กับรถโดยสาร สายโทรศัพท์ โอกาส หรือบางช่วงของเหตุการณ์ได้ กรรมและสถานการณ์แสดงให้เห็นว่าคำนี้หมายถึงการไม่ทันบางอย่าง ไม่ใช่การคิดถึงคนหรือสิ่งที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น
แบบฝึกหัด
กล้องเปิดแฟลชก่อนที่มายาจะพร้อม ในสถานการณ์นี้ "I missed it" หมายความว่าอย่างไร
- เธอหารูปถ่ายไม่พบ
- เธออยากให้กล้องอยู่กับเธอ
- เธอยังไม่พร้อมทันเวลาถ่ายรูป
ดูคำตอบ
เธอยังไม่พร้อมทันเวลาถ่ายรูป
Do a funny face: คำสั่งให้ทำสีหน้าแบบสนุก ๆ
ในประโยคสนุก ๆ ที่พูดกับเด็กนี้ Do a funny face หมายถึง “ทำให้หน้าของตัวเองดูตลกหรือน่าขำ” โดยทั่วไปใช้ตอนถ่ายรูปหรือเล่นกัน a funny face คือสีหน้าที่ตั้งใจเปลี่ยน ไม่ใช่คนประเภทหนึ่งหรือการหันหน้าไปทางบางสิ่ง ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยมีประธาน you ที่ละไว้ และ do ใช้บอกให้ผู้ฟังทำท่าทางสนุก ๆ ที่กล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ผู้ปกครองหันกล้องไปที่เด็กแล้วพูดว่า "Do a funny face." เด็กถูกขอให้ทำอะไร
- ทำสีหน้าตลก
- วาดหน้าลงบนกล้อง
- หันไปหาคนที่ตลก
ดูคำตอบ
ทำสีหน้าตลก
Has it finished yet?: ถามว่าจนถึงตอนนี้เสร็จแล้วหรือยัง
Has it finished yet? ใช้โครงสร้างคำถาม present perfect คือ has + ประธาน + กริยาช่องที่ 3 เพื่อถามว่ากระบวนการหนึ่งเสร็จสิ้นแล้วหรือยังนับตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ yet ที่ท้ายคำถามนี้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “หรือยัง” แสดงว่าผู้พูดยังรอหรือกำลังตรวจสอบอยู่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แต่”
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำถามที่ใช้ถามว่าเครื่องทำงานเสร็จแล้วหรือยัง: Has the machine finished ____?
ดูคำตอบ
yet
might be in that one: การคาดเดาอย่างไม่แน่ใจ
ใน I might be in that one คำว่า might be แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ผู้พูดคิดว่าภาพของตนอาจปรากฏอยู่ในรูปนั้น แต่ยังไม่แน่ใจ in that one หมายถึง “อยู่ในรูปใบนั้น” โดย one ใช้แทนคำนามนับได้ photo ที่เข้าใจกันแล้วจากบริบท และใช้ in เพราะบุคคลนั้นปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณไม่แน่ใจว่าภาพของคุณปรากฏอยู่ในรูปถ่ายใดรูปหนึ่งหรือไม่?
- I might be in that one.
- I might be on that one.
- I am certainly in that one.
ดูคำตอบ
I might be in that one.
it's time we pick up Mummy Pig: it's time + ประธาน + กริยา
ในประโยคนี้ it's time we pick up... หมายถึงตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องทำสิ่งนั้นแล้ว นั่นคือพวกเขาควรไปรับมัมมี่พิก ส่วนอนุประโยค we pick up Mummy Pig บอกว่าใครต้องทำอะไร it's time ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามว่าตอนนี้กี่โมง สามารถใช้ it's time + อนุประโยคที่มีประธานและกริยาเพื่อพาบทสนทนาไปสู่การกระทำถัดไปได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงตอนนี้ถึงเวลาทำสิ่งนั้นแล้ว: The film starts in five minutes, so ____ take our seats.
ดูคำตอบ
it's time we
pick up Mummy Pig: pick up + คน
ในที่นี้ pick up Mummy Pig หมายถึงไปยังที่ที่มัมมี่พิกอยู่เพื่อรับเธอ แล้วออกไปด้วยกัน เมื่อกรรมเป็นคน pick up มักมีความหมายว่าเดินทางไปพบและรับคนนั้น บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงยกมัมมี่พิกขึ้นทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb ที่หมายถึงไปรับคน: I'll ____ Leo after football practice.
ดูคำตอบ
pick up
I did ในฐานะคำตอบรับสั้น ๆ
ในที่นี้ I did เป็นคำตอบรับสั้น ๆ ของคำถามก่อนหน้า Did you have a perfect day? โดย did แทนความหมายทั้งหมดของ have a perfect day จึงไม่ต้องพูดซ้ำ นี่คือการละคำในคำตอบ โดยยังคงประธานและกริยาช่วยไว้ แต่ละการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจแล้วออกไป did แสดงอดีตเพราะคำถามใช้ did และในที่นี้หน้าที่หลักไม่ได้มีไว้เพื่อเน้นย้ำ
แบบฝึกหัด
ข้อใดเป็นคำตอบรับสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติสำหรับ Did you enjoy the trip?
- Yes, I was.
- Yes, I do.
- Yes, I did.
ดูคำตอบ
Yes, I did.
went up and down สำหรับการเคลื่อนขึ้นลงไปมา
ใน went up and down คำว่า went เป็นรูปอดีตของ go ส่วน up and down ทำหน้าที่เป็นวลีบอกทิศทางที่จับคู่กันเป็นชุดเดียว หมายถึงการเคลื่อนขึ้นแล้วลง หรือเคลื่อนซ้ำ ๆ ระหว่างตำแหน่งที่สูงกว่าและต่ำกว่า วลีนี้บอกแบบแผนการเคลื่อนไหวโดยรวมหนึ่งแบบ ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน บริบทจะบอกว่าเป็นการไปกลับหนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง และในที่นี้กลุ่มคนเคลื่อนไปทั้งสองทิศทางบนบันได
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกทิศทางที่เป็นคู่ตายตัว ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนขึ้นและลงซ้ำ ๆ: The lift went ____ all morning.
ดูคำตอบ
up and down
does sound nice: การเน้นด้วย does + กริยารูปพื้นฐาน
ในประโยคบอกเล่า does + กริยารูปพื้นฐานใช้เพิ่มน้ำหนักให้กับการประเมิน That does sound nice ไม่ได้เพียงบอกว่าบางอย่างฟังดูดี แต่ยังเป็นการยืนยันหรือเห็นด้วยอย่างชัดเจนขึ้นว่ามันฟังดูดีจริง ๆ does แสดงรูปประธานเอกพจน์บุรุษที่สามอยู่แล้ว กริยาหลักจึงต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน sound
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบที่มีการเน้นด้วยรูปที่ถูกต้องของ sound: Your plan ____ practical.
ดูคำตอบ
does sound
Home time: สัญญาณสั้น ๆ ว่าได้เวลากลับบ้าน
Home time เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้บอกว่าได้เวลากลับบ้านแล้ว เมื่อทุกคนเข้าใจสถานการณ์ร่วมกัน คำสองคำนี้ก็ทำหน้าที่เป็นสัญญาณที่สมบูรณ์ได้ ไม่ใช่ประโยคที่พูดขาดเพราะความผิดพลาด รูปแบบคำนาม + time สามารถบอกช่วงถัดไปของกิจวัตรได้ เช่น lunch time หรือ story time ในที่นี้ home บอกจุดหมาย คือกิจกรรมกำลังจบลงและทุกคนกำลังจะออกเดินทางกลับบ้าน
แบบฝึกหัด
กิจกรรมเพิ่งจบลง Home time. ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- ได้เวลากลับบ้านแล้ว
- ได้เวลาอธิบายเกี่ยวกับบ้านของคุณแล้ว
- ได้เวลาอยู่บ้านแล้ว
ดูคำตอบ
ได้เวลากลับบ้านแล้ว
starts when we get home: ใช้ when ระบุเวลาเริ่มต้น
รูปแบบ starts when + อนุประโยค บอกว่าสิ่งหนึ่งเริ่มขึ้นในเวลาที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายความว่าส่วนที่สนุกของวันที่สมบูรณ์แบบของเขาเริ่มเมื่อกลับถึงบ้าน ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when และกล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple: when we get home ไม่ใช่ when we will get home ใจความหลักของประโยคยังคงหมายถึงอนาคตได้
แบบฝึกหัด
ใช้ starts when เติมประโยคให้สมบูรณ์: The film ____ everyone is seated.
ดูคำตอบ
starts when
Come and see: ชวนให้อีกฝ่ายเข้ามาดูด้วยตัวเอง
Come and see เป็นคำชวนสั้น ๆ ที่หมายถึง “มาทางนี้แล้วดูด้วยตัวเอง” and เชื่อมการกระทำสองอย่างตามลำดับ คือมาก่อนแล้วจึงดู ผู้พูดมักใช้สำนวนนี้แทนการอธิบาย โดยเฉพาะเมื่อต้องการแสดงผลลัพธ์ สิ่งของ หรือเรื่องน่าประหลาดใจ ในสถานการณ์สบาย ๆ สำนวนนี้ฟังตรงไปตรงมา เป็นมิตร และชวนให้อีกฝ่ายมีส่วนร่วม
แบบฝึกหัด
ใช้ Come and see เติมคำชวนให้สมบูรณ์: I finished the model. ____.
ดูคำตอบ
Come and see
jumping up and down: กระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ
Jump up and down หมายถึงกระโดดซ้ำ ๆ โดยร่างกายเคลื่อนขึ้นแล้วกลับลงมา ในประโยคนี้ is jumping แสดงว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้น ตรงนี้ up and down บอกการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ ภายในท่ากระโดด ไม่ได้บอกเส้นทางที่คุณพ่อพิกกำลังเดินทางไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีการเคลื่อนไหวที่หมายถึงการกระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ: The children are jumping ____ with excitement.
ดูคำตอบ
up and down
the perfect end to a perfect day: การปิดท้ายที่สมบูรณ์แบบของวันที่สมบูรณ์แบบ
นามวลี the perfect end to a perfect day ประเมินว่าเหตุการณ์สุดท้ายเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดในการจบวันนั้น ในโครงสร้าง an end to + เหตุการณ์หรือประสบการณ์ คำว่า to เชื่อม end เข้ากับสิ่งที่กำลังถูกทำให้สิ้นสุด ไม่ได้แสดงจุดประสงค์ การใช้ perfect ซ้ำเชื่อมความยอดเยี่ยมของตอนจบเข้ากับความยอดเยี่ยมของทั้งวัน ทำให้ประโยคมีความรู้สึกอบอุ่นและจบลงอย่างน่าพอใจ
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่บอกว่าเหตุการณ์สุดท้ายเป็นการปิดท้ายที่เหมาะที่สุด: The fireworks were ____ the festival.
ดูคำตอบ
the perfect end to