วิทยาศาสตร์แห่งแรงดึงดูด - Dawn Maslar: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
652 คำ 163 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโออธิบายวิทยาศาสตร์นี้ชี้ให้เห็นว่าแรงดึงดูดไม่ใช่แค่ความรู้สึกโรแมนติก แต่เป็นกระบวนการรวดเร็วทั่วร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น กลิ่น เสียง สัมผัส จูบ และสารเคมีในสมอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. vote for or veto — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจได้ว่าวิดีโอทำให้ประสาทสัมผัสเหมือนผู้ร่วมตัดสินใจ โดย “veto” หมายถึงการปฏิเสธอย่างหนักแน่นที่อาจหยุดแรงดึงดูดที่เพิ่งเริ่มก่อตัวได้ 2. is particularly attuned to MHC molecules, — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: คุณจะมองออกว่า “attuned to” หมายถึงไวเป็นพิเศษหรือถูกปรับให้รับสัญญาณทางชีวภาพบางอย่าง ซึ่งแม่นยำกว่าการพูดแค่ “sensitive to” 3. blocking out surrounding distractions, — กริยาวลี: คุณสามารถใช้ “block out” กับการกันเสียง แสง ความทรงจำ หรือสิ่งรบกวนออกไป และในบริบทนี้เข้าใจว่านอร์เอพิเนฟรินทำให้ความสนใจแคบลงเมื่อเกิดแรงดึงดูด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We like to think of romantic feelings ไวยากรณ์

0:07

เรามักชอบคิดว่าความรู้สึกโรแมนติก

as spontaneous and indescribable things

0:08

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและยากจะอธิบาย

that come from the heart, สำนวน

0:11

ซึ่งมาจากหัวใจ

ไวยากรณ์

think of romantic feelings as: มอง X ว่าเป็น Y

ในโครงสร้าง think of X as Y คำว่า as นำหน้าคำอธิบายหรือประเภทที่กำหนดให้ X ในประโยคนี้ X คือ romantic feelings และ Y คือ spontaneous and indescribable things ดังนั้น think of จึงหมายถึง “มองว่า” หรือ “ถือว่า” ไม่ใช่ “นึกถึง” หรือ “จำได้” We like to think ยังแสดงท่าทีของผู้พูดด้วยว่า นี่เป็นมุมมองที่คุ้นเคยหรือชวนให้ผู้คนอยากใช้ทำความเข้าใจความรู้สึกโรแมนติก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ขาดหายไปในโครงสร้าง think of X as Y: Many viewers think ____ documentaries ____ a fun way to learn science.

ดูคำตอบ

of · as

สำนวน

come from the heart: คำเปรียบเทียบถึงความรู้สึกจริงใจ

ในที่นี้ come from the heart เป็นคำเปรียบเทียบ heart แทนความรู้สึกส่วนลึกที่สุดของคน ดังนั้นความรู้สึกโรแมนติกที่ come from the heart จึงหมายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากอารมณ์จริงใจ ไม่ใช่สิ่งที่ออกมาจากอวัยวะในร่างกายจริง ๆ เมื่อใช้กับคำพูด คำขอโทษ คำขอบคุณ หรือการกระทำ สำนวนนี้มักหมายถึง “จริงใจ” หรือ “รู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ” แนวคิดสำคัญคือแหล่งที่มาทางอารมณ์ ไม่ใช่แหล่งที่มาทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ come from the heart หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งนั้นผ่านการคำนวณอย่างรอบคอบล่วงหน้า
  2. สิ่งนั้นจริงใจและมีรากมาจากอารมณ์ที่แท้จริง
  3. สิ่งนั้นผลิตขึ้นทางกายภาพโดยหัวใจ
  4. สิ่งนั้นลอกมาจากคนอื่น
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นจริงใจและมีรากมาจากอารมณ์ที่แท้จริง

but it's actually your brain

0:13

แต่ที่จริงแล้วเป็นสมองของคุณ

running a complex series of calculations สำนวน

0:14

ที่กำลังประมวลผลการคำนวณอันซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง

within a matter of seconds วลี

0:16

ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

that's responsible for determining attraction. วลี

0:18

ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดความดึงดูด

สำนวน

running a complex series of calculations ในฐานะอุปมาของการประมวลผลทางจิตใจ

ในประโยคนี้ running a complex series of calculations หมายถึงสมองกำลังประมวลสัญญาณจำนวนมากอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินความดึงดูดใจ นี่เป็นอุปมาเชิงเทคนิค ไม่ได้หมายความว่าคนกำลังคิดเลขอย่างมีสติ รูปแบบ run calculations นำเสนอกระบวนการราวกับว่าคอมพิวเตอร์หรือระบบกำลังดำเนินการต่าง ๆ คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้ถ้อยคำแบบนี้เพื่อทำให้กระบวนการทางจิตใจหรือชีวภาพที่มองไม่เห็นเข้าใจได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ running a complex series of calculations สื่อถึงอะไร

  1. สมองกำลังประมวลสัญญาณจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
  2. มีคนกำลังแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่เขียนไว้โดยตั้งใจ
  3. คอมพิวเตอร์กำลังควบคุมความรู้สึกทุกอย่างของมนุษย์
  4. ความดึงดูดใจกำลังถูกวัดด้วยตัวเลขที่แน่นอน
ดูคำตอบ

สมองกำลังประมวลสัญญาณจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

วลี

within a matter of seconds: การเน้นช่วงเวลาที่สั้นมาก

within a matter of seconds หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นก่อนที่เวลาจะผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที วลี a matter of เน้นว่าช่วงเวลานั้นสั้นมาก โดย matter ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ปัญหา” รูปแบบ within a matter of + หน่วยเวลา ยังใช้กับ minutes, hours หรือ days ได้เมื่อช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าสั้นในบริบทนั้น เมื่อเทียบกับ within seconds รูปแบบนี้เน้นมากกว่าว่าใช้เวลาเพียงน้อยนิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เพียงไม่กี่วินาที”: The confirmation message appeared within ____.

ดูคำตอบ

a matter of seconds

วลี

be responsible for determining: บอกหน้าที่หรือสาเหตุ

ใน that's responsible for determining attraction โครงสร้าง be responsible for ตามด้วย determining ซึ่งเป็นคำกริยารูป -ing ประโยคนี้บอกว่าการคำนวณอย่างรวดเร็วของสมองทำหน้าที่ตัดสินว่าอะไรทำให้รู้สึกดึงดูด responsible ในที่นี้หมายถึงหน้าที่ ไม่ใช่ความรับผิดชอบทางศีลธรรม โดยเชื่อมกระบวนการหรือกลไกเข้ากับผลลัพธ์ที่กระบวนการนั้นก่อให้เกิด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be responsible for + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างตายตัวให้สมบูรณ์: This filter is responsible ____ removing dust from the air.

ดูคำตอบ

for

Doesn't sound quite as poetic, does it? ไวยากรณ์

0:21

ฟังดูไม่ค่อยกวีเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ?

ไวยากรณ์

Doesn't sound ..., does it?: ใช้คำถามท้ายประโยคเพื่อชวนให้เห็นด้วย

Doesn't sound quite as poetic, does it? ประกอบด้วยข้อความปฏิเสธและคำถามท้ายประโยคแบบบอกเล่า ประธานที่ละไว้ตอนต้นเข้าใจได้จากบริบท ส่วน does it? ย้อนกลับไปยืนยันความคิดเห็นทั้งหมดก่อนหน้า ผู้พูดคิดอยู่แล้วว่าคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ฟังดูไม่เป็นบทกวีเท่าเดิม และชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย คำถามท้ายประโยคนี้เพิ่มอารมณ์ขันแบบแซวตัวเองเบา ๆ ไม่ใช่คำถามปลายเปิดที่ต้องการข้อมูลใหม่

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: This doesn't sound very fair, ____?

ดูคำตอบ

does it

But just because the calculations ไวยากรณ์

0:23

แต่เพียงเพราะการคำนวณเหล่านั้น

are happening in your brain,

0:25

กำลังเกิดขึ้นในสมองของคุณ

doesn't mean those warm fuzzy feelings การใช้คำ

0:26

ก็ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกอบอุ่นและซาบซ่านนั้น

are all in your head. สำนวน

0:28

เป็นแค่สิ่งที่คุณคิดไปเอง

ไวยากรณ์

But just because ... doesn't mean ...: การปฏิเสธข้อสรุปแบบด่วน

Just because A doesn't mean B ใช้ปฏิเสธการอนุมานแบบด่วนว่า A ต้องนำไปสู่ B โดย A อาจเป็นจริง แต่ A เพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะพิสูจน์ B ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับว่าการคำนวณเกิดขึ้นในสมอง แต่ปฏิเสธข้อสรุปที่ว่าความรู้สึกเหล่านั้นจึงเป็นเพียงจินตนาการหรือไม่ใช่ของจริง But เชื่อมการแก้ความเข้าใจนี้กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ (But) just because + อนุประโยค A + doesn't mean + อนุประโยค B หากไม่มีข้อความก่อนหน้าที่ต้องการแย้ง ให้เริ่มด้วย Just because

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง just because ... doesn't mean .... ____ the meeting is online ____ it is optional.

ดูคำตอบ

Just because · doesn't mean

การใช้คำ

warm fuzzy feelings: อารมณ์อบอุ่นและสบายใจ

Warm fuzzy feelings เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ให้ภาพชัด ใช้บอกอารมณ์เชิงบวกอย่างอ่อนโยน เช่น ความรักใคร่ ความสบายใจ ความอ่อนโยน หรือความสุขที่ชวนซาบซึ้ง Warm และ fuzzy ยืมแนวคิดทางกายภาพเรื่องความอุ่นและความนุ่มมาใช้เพื่อทำให้อารมณ์ที่เป็นนามธรรมดูจับต้องได้มากขึ้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายถึงอารมณ์ที่น่าพึงพอใจเหล่านั้นเอง Fuzzy ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงมีขนพร่ามัว หรือสับสน

แบบฝึกหัด

warm fuzzy feelings ในประโยคนี้มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ความรู้สึกทางกายเมื่อลูบสิ่งที่มีขน
  2. ความรู้สึกสบายใจและรักใคร่ที่น่าพึงพอใจ
  3. ความคิดที่ไม่ชัดเจนหรือสับสน
  4. ความกลัวและความประหม่าอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ความรู้สึกสบายใจและรักใคร่ที่น่าพึงพอใจ

สำนวน

all in your head: เป็นเพียงสิ่งที่คิดไปเอง ไม่ได้เกิดจากสาเหตุภายนอก

all in your head เป็นสำนวนที่หมายถึงบางสิ่งมีอยู่เพียงในจินตนาการของคนคนหนึ่ง หรือไม่มีสาเหตุภายนอกที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้กล่าวถึงตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ are all in your head อยู่ในอนุประโยคที่ถูกปฏิเสธด้วย doesn't mean ผู้พูดกำลังบอกว่าไม่ควรมองข้ามความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจเหล่านั้นว่าเป็นเพียงสิ่งที่คิดไปเอง โดยทั่วไป not all in your head ใช้ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างว่าประสบการณ์หนึ่งไม่ใช่เรื่องจริง

แบบฝึกหัด

wasn't all in your head หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The buzzing wasn't all in your head.

  1. เสียงหึ่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่จินตนาการขึ้น
  2. บุคคลนั้นจำเสียงหึ่งไม่ได้อีกต่อไป
  3. เสียงหึ่งนั้นอยู่ภายในศีรษะของบุคคลนั้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

เสียงหึ่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่จินตนาการขึ้น

In fact, all five of your senses play a role, วลี

0:29

ความจริงแล้ว ประสาทสัมผัสทั้งห้าของคุณล้วนมีบทบาท

each able to vote for or veto สำนวน

0:32

แต่ละอย่างสามารถลงคะแนนเห็นด้วยหรือคัดค้าน

a budding attraction. การใช้คำ

0:35

ความรู้สึกดึงดูดที่กำลังผลิบานได้

วลี

play a role: มีส่วนต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์

play a role หมายถึงมีส่วนช่วยหรือส่งผลต่อกระบวนการ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ประสาทสัมผัสทั้งห้าเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเริ่มเกิดความดึงดูดใจ ส่วน role หมายถึงหน้าที่หรืออิทธิพล ไม่ใช่ตัวละครในละคร ใช้ play a role in + คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุกระบวนการ เช่น play a role in learning หรือ play a role in making a decision คำคุณศัพท์อย่าง important, major หรือ small สามารถบอกขนาดของผลที่มีได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ play a role in Regular exercise ____ keeping your heart healthy.

ดูคำตอบ

plays a role in

สำนวน

vote for or veto: สนับสนุนหรือขัดขวางความดึงดูดใจที่เพิ่งก่อตัว

vote for or veto ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าดูเหมือนเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ร่วมตัดสินใจ การ vote for ความดึงดูดใจที่กำลังก่อตัวหมายถึงการสนับสนุน ส่วนการ veto หมายถึงการขัดขวางอย่างเด็ดขาด ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวถึงการเลือกตั้งจริง แต่หมายความว่าสัญญาณที่น่าพอใจจากประสาทสัมผัสหนึ่งอาจช่วยให้ความดึงดูดใจเพิ่มขึ้น ขณะที่สัญญาณเชิงลบที่รุนแรงอาจหยุดมันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ การที่ประสาทสัมผัสหนึ่ง veto ความดึงดูดใจหมายความว่าอย่างไร

  1. มันทำให้ความดึงดูดใจคงอยู่นานขึ้น
  2. มันจัดการเลือกตั้งทางการเมืองจริง ๆ
  3. มันรับรู้ถึงความดึงดูดใจแต่ยังคงเป็นกลาง
  4. มันขัดขวางไม่ให้ความดึงดูดใจพัฒนาต่อไปอย่างเด็ดขาด
ดูคำตอบ

มันขัดขวางไม่ให้ความดึงดูดใจพัฒนาต่อไปอย่างเด็ดขาด

การใช้คำ

a budding attraction: ความดึงดูดใจที่เพิ่งเริ่มก่อตัว

ใน a budding attraction คำว่า budding เป็นอุปมาจากพืชที่เริ่มเติบโต โดยหมายความว่าความดึงดูดใจเพิ่งเริ่มก่อตัวและยังอยู่ในระยะแรก จุดเน้นอยู่ที่ขั้นของการพัฒนา ไม่ใช่ความรุนแรงหรือระยะเวลา ความรู้สึกนี้อาจเติบโตต่อไปหรืออาจเลือนหายไปก็ได้

แบบฝึกหัด

วลีใดบรรยายความดึงดูดใจที่เพิ่งเริ่มก่อตัวโดยเฉพาะ

  1. a strong attraction
  2. a lasting attraction
  3. a budding attraction
ดูคำตอบ

a budding attraction

The eyes are the first components in attraction.

0:36

ดวงตาคือองค์ประกอบแรกในการดึงดูด

Many visual beauty standards

0:39

มาตรฐานความงามทางสายตามากมาย

vary between cultures and eras, วลี

0:40

แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมและยุคสมัย

วลี

vary between cultures and eras: แตกต่างกันตามวัฒนธรรมและยุคสมัย

ในประโยคนี้ vary between cultures and eras หมายถึง “แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมและช่วงเวลาในประวัติศาสตร์” มาตรฐานความงามไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งตายตัวหรือเป็นสากล ตรงนี้ between ใช้เปิดหมวดหมู่ที่พบความแตกต่าง และไม่ได้จำกัดว่าต้องเชื่อมสิ่งเฉพาะเพียงสองสิ่งเท่านั้น cultures และ eras เป็นมิติกว้าง ๆ สองด้านที่แยกกันชัดเจน โดยแต่ละด้านมีวัฒนธรรมหรือยุคสมัยอยู่มากมาย

แบบฝึกหัด

“vary between cultures and eras” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. มาตรฐานเหล่านี้สลับไปมาระหว่างวัฒนธรรมหนึ่งกับยุคหนึ่งเท่านั้น
  2. มาตรฐานเหล่านี้เปลี่ยนเพียงเพราะเวลาผ่านไป ไม่ใช่เพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม
  3. มาตรฐานเหล่านี้แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมและช่วงเวลาในประวัติศาสตร์
  4. มาตรฐานเหล่านี้เหมือนเดิมในทุกวัฒนธรรมและทุกช่วงเวลา
ดูคำตอบ

มาตรฐานเหล่านี้แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมและช่วงเวลาในประวัติศาสตร์

and signs of youth, fertility, and good health,

0:42

แต่สัญญาณของความเยาว์วัย ความเจริญพันธุ์ และสุขภาพที่ดี

such as long lustrous hair ลำดับความ

0:45

เช่น เส้นผมที่ยาวสลวยเงางาม

or smooth, scar-free skin,

0:47

หรือผิวพรรณที่เรียบเนียนไร้รอยแผลเป็น

are almost always in demand วลี

0:49

มักจะเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ

because they're associated with reproductive fitness. วลี

0:51

เพราะมันเชื่อมโยงกับความสมบูรณ์ในการสืบพันธุ์

ลำดับความ

such as: ใช้เปิดตัวอย่าง

Such as เปลี่ยนวลีที่กล่าวอย่างกว้าง ๆ ว่า signs of youth, fertility, and good health ให้เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ long lustrous hair และ smooth, scar-free skin วลีตัวอย่างนี้แทรกอยู่ภายในประธาน หลังจากนั้นอนุประโยคหลักจึงต่อด้วย are almost always in demand โดย Such as ไม่ได้เริ่มอนุประโยคหลักใหม่หรือบอกเหตุผล เหตุผลจะตามมาทีหลังด้วย because

แบบฝึกหัด

“such as long lustrous hair or smooth, scar-free skin” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงรายการสัญญาณของสุขภาพที่ดีทั้งหมดอย่างครบถ้วน
  2. ยกตัวอย่างสัญญาณที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
  3. บอกการกระทำหลักของประโยค
  4. อธิบายว่าเหตุใดสัญญาณเหล่านี้จึงเป็นที่ต้องการ
ดูคำตอบ

ยกตัวอย่างสัญญาณที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

วลี

are almost always in demand: แทบจะเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ

be in demand หมายถึงเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากต้องการหรือจำเป็นต้องมี ในประโยคนี้ประธานคือสัญญาณของความเยาว์วัย ภาวะเจริญพันธุ์ และสุขภาพที่ดี ดังนั้น are almost always in demand จึงหมายความว่าลักษณะเหล่านี้ได้รับการให้คุณค่าอย่างกว้างขวาง demand ในที่นี้เป็นคำนามที่อยู่หลังบุพบท in ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “เรียกร้อง” almost always ทำให้ข้อความสรุปนี้ไม่เด็ดขาดเกินไป โดยหมายถึงมักจะเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ไม่มีข้อยกเว้นเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เป็นที่ต้องการอย่างกว้างขวาง”: Skilled nurses are ____ in many regions.

ดูคำตอบ

in demand

วลี

associated with reproductive fitness: มีความสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่หลักฐานของเหตุและผล

be associated with หมายถึงมีความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์กับบางสิ่ง ในที่นี้ลักษณะทางรูปลักษณ์ถูกอธิบายว่าเชื่อมโยงกับ reproductive fitness ซึ่งเป็นคำทางวิวัฒนาการที่หมายถึงความสำเร็จของสิ่งมีชีวิตในการสืบพันธุ์และถ่ายทอดยีนไปยังรุ่นถัดไป วลีนี้ไม่ได้บอกว่าลักษณะเหล่านั้นเป็นสิ่งเดียวกับความสำเร็จในการสืบพันธุ์ และไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยตรง แต่เป็นวิธีระบุความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เราสรุปอะไรได้อย่างปลอดภัยจาก “The condition is associated with stress”?

  1. ทั้งสองอย่างมีความสัมพันธ์กัน แต่ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผลโดยตรง
  2. ความเครียดกับภาวะดังกล่าวเป็นสิ่งเดียวกันทุกประการ
  3. ความเครียดทำให้เกิดภาวะดังกล่าวอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ทั้งสองอย่างมีความสัมพันธ์กัน แต่ประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผลโดยตรง

And when the eyes spot something they like, สำนวน

0:54

และเมื่อดวงตาพบสิ่งที่พวกมันชอบ

our instinct is to move closer

0:56

สัญชาตญาณของเราคือการขยับเข้าไปใกล้ขึ้น

so the other senses can investigate. ไวยากรณ์

0:58

เพื่อให้ประสาทสัมผัสอื่นๆ สามารถตรวจสอบได้

สำนวน

when the eyes spot something they like: การทำให้ดวงตาเป็นบุคคล

ในอนุประโยคนี้ ดวงตาถูกนำเสนอให้เป็นผู้กระทำที่สามารถมองเห็นบางสิ่งและชอบสิ่งนั้นได้ นี่คือบุคลาธิษฐาน ซึ่งทำให้ระบบการมองเห็นดูราวกับว่าสังเกตและเลือกได้ด้วยตัวเอง พูดตรง ๆ คือคนคนหนึ่งเห็นสิ่งที่ดึงดูดสายตา spot ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึง “สังเกตเห็นหรือมองหาเจอ” โดยมักสื่อถึงการพบอย่างรวดเร็วหรือพบเป้าหมายท่ามกลางสิ่งอื่น ๆ ไม่ใช่คำนาม spot ที่หมายถึงจุด รอย หรือสถานที่

แบบฝึกหัด

“when the eyes spot something they like” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. หมายถึงรอยจุดบนดวงตาเริ่มเคลื่อนไหว
  2. หมายถึงคนคนหนึ่งสังเกตเห็นสิ่งที่ดึงดูดสายตา
  3. หมายถึงดวงตามีความคิดเห็นเป็นของตัวเองจริง ๆ
  4. หมายถึงคนคนหนึ่งเลือกสถานที่ที่เรียกว่า spot
ดูคำตอบ

หมายถึงคนคนหนึ่งสังเกตเห็นสิ่งที่ดึงดูดสายตา

ไวยากรณ์

so the other senses can investigate: so ที่ใช้บอกจุดประสงค์

อนุประโยค so the other senses can investigate บอกจุดประสงค์ของ move closer คือการเข้าไปใกล้ช่วยให้ประสาทสัมผัสอย่างการดมกลิ่นและการสัมผัสเก็บข้อมูลได้มากขึ้น so ในที่นี้หมายถึง “เพื่อให้” ไม่ได้หมายถึง “มาก” โครงสร้างคือ การกระทำ + so + ประธาน + can/could + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจากอนุประโยคบอกจุดประสงค์มีประธานของตัวเอง จึงสามารถระบุผู้กระทำที่ต่างจากผู้ทำการกระทำแรกได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so + อนุประโยคเพื่อแสดงว่าคนหนึ่งลงมือทำเพื่อจุดประสงค์ของอีกคนหนึ่ง

  1. I moved aside so the children could see the stage.
  2. I moved aside when the children entered the room.
  3. The children could not see the stage, so I moved aside.
  4. I moved aside to get a better view of the stage.
ดูคำตอบ

I moved aside so the children could see the stage.

The nose's contribution to romance

1:00

ส่วนร่วมของจมูกในเรื่องโรแมนติก

is more than noticing perfume or cologne. ไวยากรณ์

1:02

เป็นมากกว่าการรับรู้กลิ่นน้ำหอมหรือโคโลญ

ไวยากรณ์

is more than noticing...: มากกว่าบทบาทที่เห็นได้ชัดเพียงอย่างเดียว

ใน “is more than noticing...” โครงสร้าง more than + รูป -ing หมายถึง “ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กิจกรรมนี้” การรับรู้กลิ่นน้ำหอมหรือโคโลญจน์ถูกนำเสนอว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดของบทบาทของจมูก โครงสร้าง X is more than Y เริ่มจากกล่าวถึงมุมมองที่แคบ แล้วส่งสัญญาณว่าจะมีการอธิบายบทบาทหรือความหมายที่กว้างกว่านั้นต่อไป ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวปูทางไปสู่คำอธิบายว่าจมูกตอบสนองต่อสัญญาณเคมีอย่างไร ไม่ใช่การเปรียบเทียบปริมาณ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กิจกรรมนี้” ลงในประโยค Good leadership is ____ giving orders.

ดูคำตอบ

more than

It's able to pick up on natural chemical กริยาวลี

1:05

มันสามารถรับรู้สารเคมีตามธรรมชาติ

signals known as pheromones. วัฒนธรรม

1:07

ที่เป็นสัญญาณซึ่งรู้จักกันในชื่อ ฟีโรโมน

กริยาวลี

pick up on: สังเกตเห็นสัญญาณที่ละเอียดอ่อน

Pick up on เป็นกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “สังเกตเห็นหรือตระหนักถึง” สิ่งที่ละเอียดอ่อน เป็นนัย หรือไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ ในประโยคนี้ สัญญาณเคมีตามธรรมชาติคือข้อมูลที่ไม่เด่นชัดซึ่งจมูกสามารถตรวจจับได้ ควรเรียน pick up on เป็นหนึ่งหน่วย กรรมของวลีนี้มักเป็นสัญญาณ คำใบ้ ความรู้สึก รูปแบบ การเปลี่ยนแปลง หรือนัยสำคัญ และวลีนี้เน้นความไวต่อเบาะแส ไม่ใช่การหยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “สังเกตเห็นเบาะแสที่ละเอียดอ่อน” Maya ____ the worry in his voice.

ดูคำตอบ

picked up on

วัฒนธรรม

known as pheromones: การตั้งชื่อคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์

ใน known as pheromones คำว่า known as หมายถึง “เรียกว่า” หรือ “ได้รับชื่อว่า” เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่ขยาย natural chemical signals โดยรูปเต็มคือ signals that are known as pheromones ไม่ได้หมายถึง “มีชื่อเสียงเพราะ” ฟีโรโมนคือสัญญาณเคมีที่อาจส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการตอบสนองของร่างกายในสมาชิกอื่นของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมประโยคจึงกล่าวถึงฟีโรโมนว่าเป็นสัญญาณธรรมชาติที่ร่างกายตรวจจับได้

แบบฝึกหัด

“natural chemical signals known as pheromones” หมายความว่าอย่างไร

  1. สัญญาณเหล่านี้รู้เรื่องฟีโรโมนอยู่แล้ว
  2. สัญญาณเหล่านี้มีชื่อเสียงเพราะฟีโรโมน
  3. สัญญาณเหล่านี้เรียกว่าฟีโรโมน
ดูคำตอบ

สัญญาณเหล่านี้เรียกว่าฟีโรโมน

These not only convey important physical or genetic information โน้ต

1:09

สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดข้อมูลสำคัญทางกายภาพหรือพันธุกรรม

about their source,

1:13

เกี่ยวกับแหล่งที่มาของพวกมันเท่านั้น

วลี

convey important physical or genetic information: ถ่ายทอดข้อมูลสำคัญด้านกายภาพหรือพันธุกรรม

ในที่นี้ convey หมายถึง “ถ่ายทอดหรือทำให้ผู้อื่นรับรู้” ไม่ได้หมายถึงการขนย้ายสิ่งของจริง ๆ วลีนี้บอกว่าข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพหรือพันธุกรรมของแหล่งที่มาถูกส่งต่อไปยังผู้ที่รับข้อมูลนั้น Convey information เป็นคำที่ใช้ร่วมกันแบบกระชับและค่อนข้างเป็นทางการ เมื่อสัญญาณ ภาพ แผนภูมิ น้ำเสียง หรือข้อความทำหน้าที่สื่อเนื้อหา ประธานของประโยคไม่จำเป็นต้องเป็นคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “ถ่ายทอดหรือทำให้ผู้อื่นรับรู้”: A clear diagram can ____ important information without many words.

ดูคำตอบ

convey

but are able to activate วลี

1:14

แต่ยังสามารถกระตุ้น

a physiological or behavioral response

1:15

การตอบสนองทางสรีรวิทยาหรือพฤติกรรม

in the recipient.

1:18

ในตัวผู้รับได้อีกด้วย

ไวยากรณ์

not only convey ... but are able to activate: เพิ่มหน้าที่ที่สองซึ่งเข้มข้นกว่า

โครงสร้าง not only A, but B เชื่อมข้อมูลสองอย่างที่เป็นจริงทั้งคู่ ในที่นี้ A คือ convey important physical or genetic information และ B คือ are able to activate a physiological or behavioral response หน้าที่ที่สองถูกนำเสนอว่าเป็นขั้นที่เพิ่มเติมและเข้มข้นกว่า ไม่ใช่ตัวเลือกอีกทางหนึ่ง คำว่า not ไม่ได้ปฏิเสธ convey แต่จำกัดคำว่า only กล่าวคือ การถ่ายทอดข้อมูลไม่ใช่หน้าที่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากทั้งสองส่วนใช้ประธาน These ร่วมกัน ประโยคจึงไม่กล่าวประธานซ้ำหลัง but

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not only ... but also ... เพื่อแสดงว่าทั้งสองการกระทำเกิดขึ้น และการกระทำที่สองเป็นข้อมูลที่เพิ่มขึ้น The sensor ____ detects smoke, ____ sends an alert.

ดูคำตอบ

not only · but also

วลี

activate a physiological or behavioral response: กระตุ้นการตอบสนองทางสรีรวิทยาหรือพฤติกรรม

ในที่นี้ activate หมายถึง “ทำให้เริ่มต้นหรือเริ่มทำงาน” Activate a response เป็นคำที่ใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการในทางวิทยาศาสตร์ หมายถึงสิ่งเร้าหรือสัญญาณทำให้เกิดปฏิกิริยาในผู้รับ Physiological ขยายการตอบสนองภายในที่เกี่ยวกับการทำงานของร่างกาย ส่วน behavioral ขยายการกระทำที่สังเกตเห็นได้ ในวลีนี้ response หมายถึง “ปฏิกิริยาตอบสนอง” ไม่ใช่คำตอบที่พูดหรือเขียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้การตอบสนองเริ่มขึ้น”: A threat can ____ the body's fight-or-flight response.

ดูคำตอบ

activate

In one study, a group of women

1:19

ในการศึกษาหนึ่ง ผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง

at different points in their ovulation cycles การใช้คำ

1:21

ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาต่างๆ ของรอบการตกไข่

wore the same T-shirts for three nights.

1:24

ได้สวมเสื้อยืดตัวเดียวกันเป็นเวลาสามคืน

การใช้คำ

at different points in their ovulation cycles: อยู่ในช่วงต่าง ๆ ของรอบการตกไข่

ใน at different points in their ovulation cycles คำว่า points หมายถึงตำแหน่งหรือช่วงต่าง ๆ ภายในกระบวนการที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงคะแนนหรือความคิดเห็น วลีนี้บอกว่าผู้หญิงอยู่ในช่วงที่แตกต่างกันของรอบดังกล่าว ความหมายเชิงนามธรรมของ point แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดถึงรอบ กระบวนการ และลำดับเวลา ตัวอย่างเช่น at this point in the process หมายถึง “ในขั้นตอนนี้ของกระบวนการ”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ at different points in their ovulation cycles หมายถึงอะไร

  1. อยู่ในช่วงต่าง ๆ ของรอบ
  2. มีความคิดเห็นเกี่ยวกับรอบแตกต่างกัน
  3. มีคะแนนของรอบแตกต่างกัน
ดูคำตอบ

อยู่ในช่วงต่าง ๆ ของรอบ

After male volunteers were randomly assigned การใช้คำ

1:26

หลังจากที่อาสาสมัครชายถูกสุ่มมอบหมาย

to smell either one of the worn shirts ไวยากรณ์

1:28

ให้ดมเสื้อตัวใดตัวหนึ่งที่ถูกใส่แล้ว

or a new, unworn one,

1:31

หรือเสื้อใหม่ที่ยังไม่เคยถูกใส่

การใช้คำ

were randomly assigned to smell: ถูกสุ่มให้ทำหน้าที่ดม

วลี were randomly assigned to smell เป็นโครงสร้างกรรมวาจก รูปประโยคแบบกรรตุวาจกคือ assign someone to do something และเมื่อเป็นกรรมวาจกจะเป็น someone is assigned to do something ในที่นี้อาสาสมัครได้รับมอบหมายให้ดมเสื้อตัวหนึ่งโดยเฉพาะ randomly ขยายวิธีการมอบหมายงาน ไม่ได้ขยายการดม กระบวนการที่อาศัยการสุ่มเป็นตัวกำหนดว่าแต่ละคนจะดมเสื้อตัวใด แทนที่จะให้อาสาสมัครเลือกเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนมาตรฐานในการวิจัยที่หมายถึงการใช้การสุ่มกำหนดงานของแต่ละคน Participants ____ evaluate one of the two designs.

ดูคำตอบ

were randomly assigned to

ไวยากรณ์

either one of the worn shirts or a new, unworn one: สองทางเลือกและการใช้ one แทนคำนาม

Either A or B ใช้เสนอทางเลือกสองทาง ในประโยคนี้ อาสาสมัครแต่ละคนถูกกำหนดให้ดมเสื้อหนึ่งตัวจากกลุ่มเสื้อที่สวมแล้ว หรือเสื้อใหม่ที่ยังไม่เคยสวมจากกลุ่มควบคุม ใน a new, unworn one คำว่า one ใช้แทน shirt เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ คำว่า unworn สำคัญมาก เพราะบอกว่าไม่มีใครเคยสวมเสื้อของกลุ่มควบคุม ซึ่งชัดเจนกว่าการใช้เพียง new

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางเลือกที่ใช้เป็นคู่จากบทเรียนนี้ Each visitor may choose ____ the morning tour ____ the afternoon one.

ดูคำตอบ

either · or

saliva samples showed an increase in testosterone วลี

1:33

ตัวอย่างน้ำลายแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

in those who had smelled a shirt ไวยากรณ์

1:36

ในผู้ที่ได้ดมเสื้อ

worn by an ovulating woman.

1:38

ที่ถูกสวมใส่โดยผู้หญิงที่กำลังตกไข่

วลี

showed an increase in testosterone: แสดงให้เห็นว่าระดับเทสโทสเตอโรนเพิ่มขึ้น

showed ในที่นี้หมายถึง แสดงให้เห็นหรือเป็นหลักฐานของผลบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงนำสิ่งของมาแสดงให้ใครดู ตัวอย่างดังกล่าวเผยว่ากลุ่มที่กล่าวถึงมีระดับเทสโทสเตอโรนสูงขึ้น โครงสร้าง show an increase in + ตัวชี้วัด เป็นวิธีรายงานผลที่เป็นธรรมชาติ คำนามหลัง in ระบุตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในที่นี้คือ testosterone

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิจัยด้วยวลีรายงานผลจากบทเรียนนี้ The survey ____ daily screen time.

ดูคำตอบ

showed an increase in

ไวยากรณ์

a shirt worn by an ovulating woman: อนุประโยคสัมพันธ์แบบกรรมวาจกที่ลดรูป

ใน a shirt worn by an ovulating woman ส่วน worn by an ovulating woman เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง shirt วลีนี้ระบุว่าเป็นเสื้อตัวไหนและแสดงความสัมพันธ์แบบกรรมวาจก กล่าวคือ ผู้หญิงเป็นผู้สวมเสื้อ ดังนั้นเสื้อจึงเป็นสิ่งที่รับการกระทำ วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบกรรมวาจกที่ลดรูป A shirt that was worn by an ovulating woman สามารถย่อเป็น a shirt worn by an ovulating woman ได้ Worn ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ โครงสร้างแบบสั้น “คำนาม + past participle” นี้พบได้บ่อยในงานเขียนเชิงข้อเท็จจริงและงานวิจัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี past participle หลังคำนามได้ถูกต้องเพื่อสื่อความหมายว่า the samples that were collected this morning?

  1. The samples collecting this morning are ready for testing.
  2. The samples were collected this morning are ready for testing.
  3. The samples collected this morning are ready for testing.
ดูคำตอบ

The samples collected this morning are ready for testing.

Such a testosterone boost may give a man the nudge สำนวน

1:40

การเพิ่มขึ้นของเทสโทสเตอโรนเช่นนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้ผู้ชาย

to pursue a woman he might not have otherwise noticed. ไวยากรณ์

1:43

ตามจีบผู้หญิงที่เขาอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นมาก่อน

สำนวน

give a man the nudge: กระตุ้นให้ลงมือทำอย่างอ่อนโยน

ในที่นี้ nudge ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ Give a man the nudge หมายถึงการให้อิทธิพลเล็กน้อยที่กระตุ้นให้ใครสักคนลงมือทำ ส่วนวลี to pursue a woman ที่ตามมาระบุการกระทำที่ได้รับการส่งเสริม Nudge ทำให้การกระทำมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น แต่ไม่ได้บังคับ สำนวนนี้สื่อว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวอาจเป็นแรงกระตุ้นเพิ่มเติมที่ทำให้เริ่มลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ give someone the nudge Her encouragement ____ I needed to apply.

ดูคำตอบ

gave me the nudge

ไวยากรณ์

might not have otherwise noticed: หากไม่เป็นเช่นนั้นก็อาจไม่ได้สังเกตเห็น

ในประโยคนี้ otherwise หมายถึง “ถ้าไม่มีสาเหตุหรือแรงผลักดันที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้” อนุประโยคนี้บอกว่า หากไม่มีปัจจัยนั้น เขาอาจไม่ได้สังเกตเห็นผู้หญิงคนนั้น โครงสร้าง might not have + คำกริยาช่อง 3 ใช้บรรยายผลลัพธ์อีกแบบหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในอดีต otherwise ทำหน้าที่แทนเงื่อนไขที่ไม่ได้พูดออกมา จึงไม่ได้หมายถึงเพียง “มิฉะนั้น” ที่ใช้เป็นคำเตือน

แบบฝึกหัด

เติม otherwise เพื่อแสดงว่าอาจเกิดอะไรขึ้นหากไม่มีคำเตือนนั้น: The reminder helped me catch a mistake I might not have ____ noticed.

ดูคำตอบ

otherwise

A woman's nose is particularly attuned to MHC molecules, การใช้คำ

1:47

จมูกของผู้หญิงนั้นไวต่อโมเลกุล MHC เป็นพิเศษ

which are used to fight disease. ไวยากรณ์

1:51

ซึ่งถูกใช้ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ

การใช้คำ

be particularly attuned to MHC molecules: ไวเป็นพิเศษต่อโมเลกุล MHC

be attuned to หมายถึง “สามารถสังเกตหรือตอบสนองต่อสิ่งหนึ่งได้เป็นพิเศษ” ในประโยคนี้ is particularly attuned to บอกว่าจมูกไวเป็นพิเศษต่อสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับโมเลกุล MHC ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากการปรับบางสิ่งให้รับสัญญาณเฉพาะได้ ในการใช้เชิงนามธรรมนี้ คำนี้สื่อถึงการปรับให้เข้ากันหรือการปรับตัวอย่างละเอียด ไม่ใช่การปรับจูนโมเลกุลจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ be attuned to เติมประโยคให้สมบูรณ์: Experienced nurses are ____ subtle changes in a patient's breathing.

ดูคำตอบ

attuned to

ไวยากรณ์

are used to fight disease: be used to + กริยารูปพื้นฐาน

ใน are used to fight disease โครงสร้าง be used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์หรือหน้าที่ กล่าวคือ ร่างกายใช้โมเลกุลเหล่านี้เพื่อต่อสู้กับโรค คำว่า fight หลัง to อยู่ในรูปพื้นฐาน คำว่า are ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ที่อยู่หน้า used บอกว่านี่เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หากไม่มีรูปของ be แบบนี้ used to + กริยารูปพื้นฐาน มักบอกนิสัยหรือสภาวะในอดีต ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าโมเลกุลเหล่านี้เคยต่อสู้กับโรคในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกที่บอกจุดประสงค์ be used to + กริยารูปพื้นฐาน Safety goggles ____ protect your eyes in the lab.

ดูคำตอบ

are used to

In this case, opposites attract. สำนวน

1:53

ในกรณีนี้ สิ่งที่ตรงข้ามกันจะดึงดูดกัน

สำนวน

opposites attract: สิ่งที่ตรงข้ามกันย่อมดึงดูดกัน

Opposites attract เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่า คนหรือสิ่งของที่มีลักษณะตรงข้ามกันอาจดึงดูดกันได้ ในที่นี้ สำนวนนี้สรุปแนวคิดอย่างกระชับว่า ความแตกต่างของ MHC ที่มากขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับแรงดึงดูดหรือความชอบที่มากขึ้น นี่เป็นข้อสรุปกว้าง ๆ ที่จำง่าย ไม่ใช่กฎสากล คำว่า In this case จำกัดความหมายไว้เฉพาะสถานการณ์ที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความ In this case, opposites attract ต่อไปนี้: สำนวนนี้อธิบายแรงดึงดูดที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่กำลังกล่าวถึง ไม่ใช่กฎว่าสิ่งที่ตรงข้ามกันทั้งหมดต้องดึงดูดกันเสมอ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

When a study asked women to smell T-shirts

1:55

เมื่อการศึกษาหนึ่งขอให้ผู้หญิงดมเสื้อยืด

that had been worn by different men, ไวยากรณ์

1:58

ที่ถูกสวมใส่โดยผู้ชายหลายๆ คน

ไวยากรณ์

that had been worn by different men: past perfect รูป passive

อนุประโยคสัมพันธ์ that had been worn by different men ขยาย T-shirts ส่วน had been worn เป็น past perfect รูป passive โดยมีโครงสร้าง had + been + past participle worn รูป passive แสดงว่า T-shirts เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วน past perfect วางเหตุการณ์ที่ผู้ชายสวมเสื้อไว้ก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่งานวิจัยขอให้ผู้หญิงดมเสื้อ ใช้ had been + past participle เมื่อต้องการบอกว่าการกระทำแบบ passive เสร็จสิ้นแล้วก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect แบบ passive ของ wear: Before the fabric was tested, the shirts ____ by volunteers.

ดูคำตอบ

had been worn

they preferred the odors of those

2:00

พวกเธอชอบกลิ่นของคน

whose MHC molecules differed from theirs. ไวยากรณ์

2:01

ที่มีโมเลกุล MHC แตกต่างจากของพวกเธอ

ไวยากรณ์

whose ... differed from theirs: แสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่กล่าวซ้ำ

อนุประโยคสัมพันธ์ whose MHC molecules differed from theirs ขยาย those ซึ่งในที่นี้หมายถึงผู้ชายเหล่านั้น ส่วน whose เชื่อมผู้ชายเหล่านั้นเข้ากับ MHC molecules ของพวกเขา theirs เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้ได้โดยลำพัง และแทน the women's MHC molecules ดังนั้นประโยคจึงเปรียบเทียบโมเลกุลของคนกลุ่มหนึ่งกับโมเลกุลของผู้หญิงโดยไม่ต้องกล่าวนามวลีซ้ำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ people whose X differs from ours, theirs, or yours

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมแสดงความเป็นเจ้าของให้สมบูรณ์: The sisters chose roommates ____ routines differed from theirs.

ดูคำตอบ

whose

This makes sense.

2:04

ซึ่งก็สมเหตุสมผล

Genes that result in a greater variety of immunities วลี

2:06

ยีนที่ส่งผลให้เกิดความหลากหลายของภูมิคุ้มกันที่มากกว่า

may give offspring a major survival advantage. วลี

2:09

อาจทำให้ลูกหลานได้เปรียบอย่างมากในการเอาชีวิตรอด

วลี

result in a greater variety of immunities: ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ในโครงสร้าง result in ประธานจะระบุสาเหตุ และนามวลีที่อยู่หลัง in จะระบุผลลัพธ์ ในที่นี้ genes คือสาเหตุ และ a greater variety of immunities คือผลลัพธ์ A greater variety หมายถึงการมีประเภทที่หลากหลายกว่าเดิม ประโยคนี้กล่าวถึงการมีการป้องกันทางภูมิคุ้มกันหลายชนิดมากขึ้น ไม่ใช่เพียงทำให้ภูมิคุ้มกันชนิดเดียวแข็งแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการเตรียมตัวอย่างรอบคอบทำให้เกิดปัญหาน้อยลง

  1. Careful preparation can result from fewer problems.
  2. Careful preparation can result in fewer problems.
  3. Fewer problems can result in careful preparation.
ดูคำตอบ

Careful preparation can result in fewer problems.

วลี

may give offspring a major survival advantage: อาจทำให้ลูกหลานมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการอยู่รอด

วลีนี้ใช้โครงสร้างกรรมสองตัว give + recipient + thing โดย offspring คือผู้รับ และ a major survival advantage คือสิ่งที่อาจได้รับ Offspring หมายถึงลูกหรือผู้สืบเชื้อสายที่เกิดจากคน สัตว์ หรือพืช และมีรูปเหมือนกันทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ A survival advantage คือคุณลักษณะที่เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด ส่วน may ทำให้ข้อกล่าวอ้างทางวิทยาศาสตร์มีความระมัดระวัง กล่าวคือ ยีนเหล่านี้อาจให้ประโยชน์นี้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นเสมอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง give + recipient + advantage ได้ถูกต้อง

  1. Clear instructions can give new employees an advantage.
  2. Clear instructions can give an advantage new employees.
  3. Clear instructions can give to new employees an advantage.
ดูคำตอบ

Clear instructions can give new employees an advantage.

Our ears also determine attraction.

2:12

หูของเรายังทำหน้าที่กำหนดความดึงดูดอีกด้วย

Men prefer females with high-pitched breathy voices การใช้คำ

2:15

ผู้ชายชอบผู้หญิงที่มีเสียงแหลมสูงและมีเสียงลมแทรก

and wide formant spacing, วัฒนธรรม

2:18

และมีระยะห่างของฟอร์แมนต์ที่กว้าง

การใช้คำ

high-pitched breathy voices: เสียงแหลมสูงที่มีลมหายใจปน

high-pitched และ breathy เป็นคำคุณศัพท์สองคำที่ขยาย voices คำว่า high-pitched หมายถึงมีระดับเสียงสูง ส่วน breathy หมายถึงมีลักษณะเสียงโปร่งและได้ยินลมปนอยู่ในเสียง breathy ใช้อธิบายคุณภาพเสียง ไม่ได้หมายถึงการหายใจหรือเสียงหายใจที่แยกออกมาต่างหาก เมื่อมีคำคุณศัพท์หลายคำบรรยายเสียงพร้อมกัน ให้ดูว่าแต่ละคำบรรยายคุณสมบัติใด ในที่นี้คำหนึ่งบรรยายระดับเสียง อีกคำบรรยายคุณภาพเสียง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ high-pitched breathy voices มากที่สุด

  1. เสียงดังที่พูดอย่างรวดเร็วมาก
  2. เสียงต่ำและหยาบที่ไม่มีลมปน
  3. เสียงที่มีระดับสูงและมีลมปน
ดูคำตอบ

เสียงที่มีระดับสูงและมีลมปน

correlated with smaller body size, วลี

2:20

ซึ่งสัมพันธ์กับขนาดร่างกายที่เล็กกว่า

วลี

correlated with smaller body size: ความสัมพันธ์ ไม่ใช่สาเหตุ

correlated with smaller body size หมายความว่า ในข้อมูลที่กำลังกล่าวถึง ระยะห่างของฟอร์แมนต์ที่กว้างมีแนวโน้มปรากฏร่วมกับขนาดร่างกายที่เล็กกว่า correlated with บอกความสัมพันธ์ ไม่ได้บอกเหตุและผล ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าระยะห่างดังกล่าวทำให้ร่างกายเล็กลง หรือขนาดร่างกายที่เล็กกว่าเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของระยะห่างนั้น

แบบฝึกหัด

correlated with smaller body size ในที่นี้หมายความว่าอะไร

  1. ขนาดร่างกายที่เล็กกว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของลักษณะเสียงนี้
  2. ลักษณะเสียงนี้พิสูจน์ขนาดร่างกายที่แน่นอนของบุคคลได้
  3. ลักษณะเสียงนี้สัมพันธ์กับขนาดร่างกายที่เล็กกว่า แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล
ดูคำตอบ

ลักษณะเสียงนี้สัมพันธ์กับขนาดร่างกายที่เล็กกว่า แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล

while women prefer low-pitched voices

2:22

ในขณะที่ผู้หญิงชอบเสียงทุ้มต่ำ

with a narrow formant spacing

2:25

ที่มีระยะห่างของฟอร์แมนต์แคบ

วัฒนธรรม

wide formant spacing ... narrow formant spacing: ระยะห่างของฟอร์แมนต์ที่กว้างและแคบ

ฟอร์แมนต์คือบริเวณความถี่กำทอนที่เกิดจากรูปร่างของช่องเสียง formant spacing คือระยะห่างด้านความถี่ระหว่างฟอร์แมนต์ที่อยู่ติดกัน ดังนั้น wide spacing จึงหมายถึงช่องว่างที่มากกว่า ส่วน narrow spacing หมายถึงช่องว่างที่น้อยกว่า ในการเปรียบเทียบนี้ ระยะห่างที่กว้างกว่าสัมพันธ์กับขนาดร่างกายที่เล็กกว่า ส่วนระยะห่างที่แคบกว่าสัมพันธ์กับรูปแบบตรงข้าม คือขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่า correlated with บอกเพียงว่ามีความสัมพันธ์กัน ไม่ได้หมายความว่าสามารถวัดขนาดร่างกายของบุคคลได้อย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในคำว่า formant spacing คำว่า wide และ narrow บรรยายอะไร

  1. ช่องว่างด้านความถี่ระหว่างการกำทอนของช่องเสียงที่อยู่ติดกัน
  2. ความยาวของช่วงหยุดระหว่างคำที่พูด
  3. ความกว้างของช่องว่างในข้อความที่เขียน
ดูคำตอบ

ช่องว่างด้านความถี่ระหว่างการกำทอนของช่องเสียงที่อยู่ติดกัน

that suggests a larger body size. ไวยากรณ์

2:27

ซึ่งบ่งบอกถึงขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่า

ไวยากรณ์

that suggests a larger body size: suggest ในความหมายว่า “บ่งชี้”

ใน that suggests a larger body size คำว่า that ย้อนกลับไปอ้างถึงรูปแบบเสียงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และทำหน้าที่เป็นประธานของ suggests อนุประโยคขยายนี้อธิบายว่ารูปแบบดังกล่าวอาจสื่อข้อมูลอะไร suggests ในที่นี้หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “เป็นหลักฐานสนับสนุน” ไม่ได้หมายถึง “ให้คำแนะนำ” ขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่าถูกนำเสนอเป็นข้อสรุปจากเบาะแส ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ใน "The dark clouds suggest a storm is coming," คำว่า suggest หมายความว่าอะไร

  1. เมฆแนะนำให้พายุเข้ามา
  2. เมฆบ่งชี้ว่าน่าจะมีพายุ
  3. เมฆพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าพายุจะมาถึงเมื่อไร
ดูคำตอบ

เมฆบ่งชี้ว่าน่าจะมีพายุ

And not surprisingly, ลำดับความ

2:29

และไม่น่าแปลกใจเลย

touch turns out to be crucial for romance. วลี

2:30

ที่การสัมผัสถูกพิสูจน์ว่ามีความสำคัญต่อความรัก

ลำดับความ

And not surprisingly: บอกข้อสรุปที่เป็นไปตามคาด

And not surprisingly เป็นคำแสดงความเห็นที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปเป็นข้อสรุปที่ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติจากสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ หลังจากพูดถึงประสาทสัมผัสอื่นแล้ว วลีนี้นำเสนอความสำคัญของการสัมผัสเป็นข้อสรุปถัดไปที่คาดไว้ได้ And เชื่อมข้อสรุปนี้กับคำอธิบายก่อนหน้า วลีทั้งหมดทำหน้าที่จัดลำดับเนื้อหา ไม่ใช่คำอุทานที่ใช้โดด ๆ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการเริ่มข้อสรุปด้วย And not surprisingly?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ข้อเท็จจริงก่อนหน้าทำให้คาดเดาข้อสรุปได้ง่าย
  3. ข้อสรุปขัดแย้งอย่างชัดเจนกับทุกสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงก่อนหน้าทำให้คาดเดาข้อสรุปได้ง่าย

วลี

turns out to be crucial: บอกผลที่ค้นพบภายหลังว่าสำคัญอย่างยิ่ง

Turns out to be crucial หมายถึงหลักฐาน ประสบการณ์ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังแสดงให้เห็นว่าบางสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในที่นี้ ผู้พูดนำเสนอความสำคัญของการสัมผัสเป็นสิ่งที่ค้นพบ ไม่ใช่เพียงการบอกข้อเท็จจริงตรง ๆ โครงสร้างคือ ประธาน + turn out to be + ส่วนเติมเต็ม โดย crucial เป็นส่วนเติมเต็มและหมายถึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์หรือผลลัพธ์ ไม่ใช่เพียงมีประโยชน์ ส่วน turn out ในที่นี้หมายถึงสุดท้ายแล้วพบหรือพิสูจน์ได้ ไม่ได้หมายถึงการหมุนตัวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของวลีเป้าหมาย During the storm, the backup generator ____ for keeping the hospital open.

ดูคำตอบ

turned out to be crucial

In this experiment,

2:33

ในการทดลองนี้

not realizing the study had begun, ไวยากรณ์

2:34

โดยไม่รู้ตัวว่าการศึกษาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

participants were asked to briefly hold the coffee, ไวยากรณ์

2:37

ผู้เข้าร่วมถูกขอให้ถือแก้วกาแฟไว้ครู่หนึ่ง

either hot or iced.

2:40

ไม่ว่าจะเป็นกาแฟร้อนหรือเย็น

ไวยากรณ์

not realizing the study had begun: วลี -ing ต้นประโยคที่ให้ข้อมูลเบื้องหลัง

not realizing the study had begun เป็นวลี present participle ที่วางไว้ต้นประโยค ใช้บอกสภาวะทางความคิดที่เป็นข้อมูลเบื้องหลังของผู้เข้าร่วมว่า พวกเขาไม่รู้ว่าการศึกษาได้เริ่มดำเนินการแล้ว วลีนี้ไม่ใช่อนุประโยคที่อยู่ได้อย่างอิสระ ประธานที่เข้าใจโดยนัยคือประธานของประโยคหลัก participants จึงเป็นการย่อความคิดที่ว่าผู้เข้าร่วมไม่รู้ว่าการศึกษาเริ่มขึ้นแล้ว ส่วน past perfect had begun แสดงว่าการเริ่มต้นเกิดก่อนเหตุการณ์ในอดีตของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ต้นประโยคได้ถูกต้องเพื่อบอกสภาวะเบื้องหลังของประธานในประโยคหลัก?

  1. Not realizing the meeting had started.
  2. Not realizing the meeting had started, the door remained closed.
  3. Not realizing the meeting had started, Maya waited outside.
ดูคำตอบ

Not realizing the meeting had started, Maya waited outside.

ไวยากรณ์

participants were asked to briefly hold: โครงสร้างกรรมวาจก be asked to do

participants were asked to briefly hold ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be asked to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ asked หมายถึงได้รับคำขอหรือคำสั่ง ไม่ใช่ถูกถามคำถาม กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมได้รับคำสั่งให้ถือกาแฟไว้ช่วงสั้น ๆ กรรมวาจกไม่ระบุผู้วิจัยและทำให้ความสนใจอยู่ที่ผู้เข้าร่วมกับขั้นตอนการทดลอง Briefly ขยาย hold จึงบอกว่าการถือกินเวลาเพียงสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานของการทดลองที่เสร็จสิ้นแล้วให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างกรรมวาจก be asked to do: During the trial, the volunteers ____ to hold a warm cup for ten seconds.

ดูคำตอบ

were asked

Later, the participants read a story

2:42

ต่อมา ผู้เข้าร่วมได้อ่านเรื่องราว

about a hypothetical person การใช้คำ

2:44

เกี่ยวกับบุคคลสมมติคนหนึ่ง

and were asked to rate their personality. วลี

2:46

และถูกขอให้ประเมินบุคลิกภาพของพวกเขา

การใช้คำ

a hypothetical person: บุคคลที่สร้างขึ้นสำหรับสถานการณ์หนึ่ง

ในประโยคนี้ a hypothetical person หมายถึงบุคคลที่สร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์สมมติในการศึกษา ไม่ได้หมายถึงผู้เข้าร่วมจริงหรือบุคคลที่เพียงแค่ไม่ทราบตัวตน hypothetical บอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกสมมติขึ้นเพื่อการอภิปราย การทดสอบ หรือการใช้เหตุผล คำนี้พบได้บ่อยในบริบทเชิงวิชาการและเชิงวิเคราะห์ เช่น a hypothetical case, question หรือ situation

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายงานวิจัย a hypothetical person น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ผู้เข้าร่วมจริงที่ไม่ทราบชื่อ
  2. นักวิจัยที่ดำเนินการศึกษา
  3. บุคคลที่สร้างขึ้นสำหรับสถานการณ์ในการศึกษา
ดูคำตอบ

บุคคลที่สร้างขึ้นสำหรับสถานการณ์ในการศึกษา

วลี

were asked to rate their personality: คำขอแบบกรรมวาจกและการให้คะแนน

were asked to rate their personality ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be asked to + คำกริยา ซึ่งหมายความว่ามีคนขอให้ผู้เข้าร่วมทำงานอย่างหนึ่ง ในที่นี้ rate เป็นคำกริยาที่หมายถึงตัดสินหรือให้คะแนนลักษณะบุคลิกภาพของบุคคลนั้น โดยมักใช้มาตรวัด Their ย้อนกลับไปหมายถึง hypothetical person เพียงคนเดียวที่กล่าวไว้ก่อนหน้า นี่คือการใช้ they/their แบบเอกพจน์ เมื่อไม่ทราบเพศของบุคคลหรือเพศไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมรายงานการวิจัยโดยใช้โครงสร้างกรรมวาจก be asked to + คำกริยา และคำกริยา rate The volunteers ____ each design from one to five.

ดูคำตอบ

were asked to rate

Those who had held the hot cup of coffee

2:48

ผู้ที่ได้ถือแก้วกาแฟร้อน

perceived the person in the story วลี

2:50

มองเห็นว่าบุคคลในเรื่อง

as happier, more social,

2:52

มีความสุขกว่า เข้าสังคมเก่งกว่า

more generous, and better-natured

2:55

ใจกว้างกว่า และมีอารมณ์ดีกว่า

วลี

perceive X as Y ใน “perceived the person ... as happier”

โครงสร้าง perceive X as Y หมายถึงการเกิดความรู้สึกหรือการตัดสินว่า X มีลักษณะ Y ในที่นี้ X คือ “the person in the story” และ Y เริ่มจาก “happier” perceive ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองเห็นด้วยตา ประโยคกำลังรายงานการประเมินเชิงอัตวิสัยของผู้เข้าร่วม และ as ใช้นำลักษณะที่พวกเขามองว่าบุคคลนั้นมี

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ทำให้เป็นโครงสร้าง perceive X as Y: In the survey, readers perceived the ending ____ hopeful.

ดูคำตอบ

as

than those who had held the cup of iced coffee, ไวยากรณ์

2:57

เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้ถือแก้วกาแฟเย็น

ไวยากรณ์

than those who... สำหรับเปรียบเทียบกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง

ใน than those who had held the cup of iced coffee คำว่า those หมายถึง “คนเหล่านั้น” ส่วนอนุประโยคขยาย who had held... ระบุว่าเป็นคนกลุ่มใด ซึ่งก็คือผู้เข้าร่วมในกลุ่มกาแฟเย็น วลีนี้นำคนกลุ่มที่สองเข้ามาในการเปรียบเทียบ และช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามอย่าง participants ซ้ำ เนื้อหาส่วนที่เหลือของการเปรียบเทียบเข้าใจได้จากข้อความก่อนหน้า คือกลุ่มถ้วยร้อนประเมินตัวละครในแง่บวกมากกว่ากลุ่มถ้วยเย็น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “those who had held the cup of iced coffee” หมายถึงใคร?

  1. ตัวละครในเรื่อง
  2. ผู้เข้าร่วมที่ถือถ้วยกาแฟเย็น
  3. ถ้วยที่ใช้ใส่กาแฟเย็น
ดูคำตอบ

ผู้เข้าร่วมที่ถือถ้วยกาแฟเย็น

who rated the person as cold, stoic, โน้ต

3:00

ซึ่งประเมินว่าบุคคลนั้นเย็นชา ไม่แสดงอารมณ์

and unaffectionate.

3:02

และไม่แสดงความรัก

วลี

rate X as Y: ประเมินว่าบุคคลนั้นเย็นชาและเก็บอารมณ์

Rated the person as cold, stoic ใช้โครงสร้าง rate X as Y ซึ่งหมายถึงการประเมินหรือตัดสินว่า X มีคุณลักษณะ Y ในที่นี้ ผู้เข้าร่วมกำลังประเมินบุคลิกของบุคคลนั้น ไม่ได้ให้คะแนนเป็นตัวเลข สิ่งที่ถูกประเมินจะอยู่หลัง rate และ as จะนำเข้าสู่ผลการประเมิน ในประโยคนี้ cold, stoic และ unaffectionate คือคุณลักษณะที่ถูกกำหนดให้กับบุคคลนั้น โดย as ไม่ได้บอกเหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกผลการประเมินในโครงสร้าง rate X as Y: The reviewers rated the proposal ____ too risky to approve.

ดูคำตอบ

as

การใช้คำ

cold, stoic, and unaffectionate: การประเมินบุคลิกสามด้าน

ในที่นี้ cold, stoic และ unaffectionate เป็นการประเมินบุคลิกและพฤติกรรมทางอารมณ์สามด้าน cold ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงห่างเหินทางอารมณ์หรือไม่เป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ stoic หมายถึงไม่แสดงความเจ็บปวดหรืออารมณ์รุนแรง ส่วน unaffectionate หมายถึงไม่ค่อยแสดงความรักหรือความอบอุ่น คำทั้งสามสร้างภาพรวมที่กว้างขึ้นด้วยการรวมความห่างเหินระหว่างบุคคล การควบคุมอารมณ์ และการแสดงความรักที่มีน้อย บริบทเรื่องอุณหภูมิก่อนหน้านี้ทำให้ cold เด่นเป็นพิเศษ แต่คำนี้ยังคงบรรยายความรู้สึกทางสังคม ไม่ใช่อุณหภูมิทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ cold, stoic, and unaffectionate บรรยายอะไร

  1. บุคคลนั้นห่างเหินทางอารมณ์ เก็บอารมณ์ และไม่ค่อยแสดงความรัก
  2. บุคคลนั้นกระตือรือร้นและเป็นมิตร
  3. อุณหภูมิร่างกายของบุคคลนั้นต่ำ
ดูคำตอบ

บุคคลนั้นห่างเหินทางอารมณ์ เก็บอารมณ์ และไม่ค่อยแสดงความรัก

If a potential mate has managed to pass all these tests, โน้ต

3:04

หากว่าที่คู่ครองสามารถผ่านการทดสอบทั้งหมดนี้มาได้

การใช้คำ

potential mate: คู่ครองที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่แค่เพื่อน

potential mate หมายถึงคนหรือสัตว์ที่อาจกลายเป็นคู่รักหรือคู่สืบพันธุ์ potential แสดงถึงความเป็นไปได้ จึงไม่ได้บอกว่าความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว ในที่นี้ mate หมายถึงคู่ครองในบริบทของแรงดึงดูดและการเลือกคู่ ไม่ใช่ “เพื่อน” ในภาษาพูด

แบบฝึกหัด

ในการพูดถึงการเลือกคู่อย่างเป็นกลาง potential mate หมายถึงอะไร?

  1. คนหรือสัตว์ที่อาจกลายเป็นคู่รักหรือคู่สืบพันธุ์
  2. เพื่อนสนิทที่ไม่มีความเป็นไปได้ด้านความรัก
  3. คนที่เป็นคู่สมรสอย่างแน่นอนแล้ว
ดูคำตอบ

คนหรือสัตว์ที่อาจกลายเป็นคู่รักหรือคู่สืบพันธุ์

there's still one more,

3:07

ก็ยังคงเหลืออีกหนึ่งด่าน

ไวยากรณ์

If ... has managed to pass ...: ความสำเร็จก่อนขั้นตอนถัดไป

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if กำหนดเงื่อนไขว่า เมื่อถึงเวลาที่กล่าวถึง คู่ครองที่อาจเป็นไปได้ต้องผ่านการทดสอบก่อนหน้านี้สำเร็จแล้ว has managed เป็นรูป present perfect จึงมองย้อนกลับไปยังผลที่ทำสำเร็จและมีผลต่อขั้นตอนถัดไป manage to + คำกริยา หมายถึงทำบางอย่างสำเร็จ โดยทั่วไปสื่อว่าต้องใช้ความพยายามหรือความสำเร็จไม่ได้แน่นอน ในโครงสร้างนี้ manage ไม่ได้หมายถึง “จัดการ” หรือ “บริหาร”

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “ประสบความสำเร็จแม้จะยาก” ลงในประโยค: After two failed attempts, she has ____ to pass the safety test.

ดูคำตอบ

managed

the infamous first kiss, การใช้คำ

3:09

จูบแรกที่เลื่องลือ

สำนวน

pass all these tests: เปรียบการผ่านแต่ละข้อกำหนดกับการผ่านบททดสอบ

ใน pass all these tests คำว่า pass หมายถึงการผ่านข้อกำหนดหรือการประเมิน ไม่ใช่การเข้าสอบในโรงเรียน ส่วน all these tests ย้อนกลับไปกล่าวถึงการประเมินคนที่อาจเป็นคู่ครองผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ อุปมาเรื่องบททดสอบช่วยจัดกระบวนการเกิดแรงดึงดูดให้เป็นขั้นตอนการคัดกรองหลายด่าน การผ่านด่านหนึ่งไม่ได้แปลว่าจะไม่มีการประเมินขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

pass all these tests ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. คนที่อาจเป็นคู่ครองผ่านเกณฑ์การประเมินทางประสาทสัมผัสทั้งหมดก่อนหน้านี้
  2. คนที่อาจเป็นคู่ครองสอบผ่านข้อสอบในโรงเรียนหลายวิชา
  3. คนที่อาจเป็นคู่ครองสร้างแบบทดสอบให้คนอื่น
ดูคำตอบ

คนที่อาจเป็นคู่ครองผ่านเกณฑ์การประเมินทางประสาทสัมผัสทั้งหมดก่อนหน้านี้

a rich and complex exchange การใช้คำ

3:11

ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่เข้มข้นและซับซ้อน

of tactile and chemical cues,

3:14

ของสัญญาณทางสัมผัสและทางเคมี

การใช้คำ

a rich and complex exchange of tactile and chemical cues: การแลกเปลี่ยนสัญญาณสัมผัสและสารเคมีที่หลากหลายและซับซ้อน

วลีคำนามนี้บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการจูบด้วยภาษาที่เป็นทางการและเป็นวิทยาศาสตร์ rich หมายถึงมีหลายชนิดและมีข้อมูลมาก complex หมายถึงมีหลายปัจจัยทำงานร่วมกัน ส่วน exchange แสดงว่ากระบวนการนี้เป็นการแลกเปลี่ยนสองทาง tactile cues คือสัญญาณที่ได้รับผ่านการสัมผัส chemical cues รวมถึงข้อมูลที่รับรู้ผ่านกลิ่นและรสชาติ ในที่นี้ cues หมายถึงเบาะแสหรือสัญญาณที่ช่วยให้คนหนึ่งสร้างความประทับใจ ไม่ใช่สัญญาณบอกบทสำหรับนักแสดง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a rich and complex exchange of tactile and chemical cues หมายถึงอะไร?

  1. ชุดสัญญาณบนเวทีที่บอกคนสองคนว่าควรพูดเมื่อใด
  2. การซื้อขายสารเคมีราคาแพงที่ควบคุมด้วยการสัมผัส
  3. การไหลเวียนสองทางของสัญญาณที่หลากหลายจากการสัมผัส กลิ่น และรสชาติ
ดูคำตอบ

การไหลเวียนสองทางของสัญญาณที่หลากหลายจากการสัมผัส กลิ่น และรสชาติ

such as the smell of one's breath

3:16

เช่น กลิ่นลมหายใจของคนๆ หนึ่ง

and the taste of their mouth.

3:18

และรสชาติจากปากของพวกเขา

การใช้คำ

infamous first kiss: ความมีชื่อเสียงที่แฝงการประเมินเชิงลบ

ใน infamous first kiss คำว่า infamous เพิ่มการประเมินในทางลบหรือสื่อถึงความยุ่งยาก วลีนี้นำเสนอจูบแรกว่าเป็นช่วงเวลาที่คนทั่วไปมองว่าอาจน่าอึดอัด เสี่ยง หรือชี้ขาดผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่เป็นสิ่งที่มีชื่อเสียง การเลือกคำนี้เป็นการพูดเกินจริงอย่างขบขัน โดยทำให้จูบแรกดูเป็นบททดสอบสุดท้ายอันเลื่องชื่อในทางชวนหวั่นใจที่อาจส่งผลต่อแรงดึงดูด ไม่ได้หมายความว่าจูบครั้งใดครั้งหนึ่งมีชื่อเสียงต่อสาธารณะจริง ๆ

แบบฝึกหัด

infamous ใน infamous first kiss สื่อความหมายอย่างไร

  1. เป็นที่รู้จักเพราะน่าอึดอัดหรือยุ่งยาก
  2. คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักเลย
  3. มีชื่อเสียงในทางบวกเท่านั้น
ดูคำตอบ

เป็นที่รู้จักเพราะน่าอึดอัดหรือยุ่งยาก

This magical moment is so critical ไวยากรณ์

3:20

ช่วงเวลามหัศจรรย์นี้สำคัญมาก

that a majority of men and women

3:22

จนกระทั่งชายและหญิงส่วนใหญ่

have reported losing their attraction to someone วลี

3:24

รายงานว่าพวกเขาหมดความรู้สึกดึงดูดต่อใครบางคน

after a bad first kiss.

3:26

หลังจากจูบแรกที่แย่

ไวยากรณ์

so + คำคุณศัพท์ + that: is so critical that

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่ตามมา ในที่นี้ so เน้นระดับของ critical และ critical หมายถึงสำคัญอย่างยิ่ง that ใช้นำอนุประโยคบอกผล และในที่นี้ไม่ใช่คำสรรพนาม ประโยคนี้บอกว่าช่วงเวลาดังกล่าวสำคัญมากพอที่จะก่อให้เกิดผลที่กล่าวไว้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผลด้วย so ... that: The instructions were ____ unclear ____ several people made the same mistake.

ดูคำตอบ

so · that

วลี

have reported losing their attraction to someone: รายงานว่าหมดความดึงดูดใจต่อใครบางคน

ในที่นี้ have reported losing their attraction to someone หมายถึงผู้คนได้กล่าวไว้ ซึ่งมักอยู่ในแบบสำรวจหรืองานวิจัย ว่าตนเคยรู้สึกหมดความดึงดูดใจ รูปแบบคือ report + -ing: เมื่อประธานรายงานประสบการณ์ของตนเอง ให้ใช้ report losing ไม่ใช่ report to lose ส่วน Have reported แสดงว่ามีรายงานเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังพูดถึง Lose one's attraction to someone หมายถึงความดึงดูดใจเชิงโรแมนติกหรือทางกายที่มีต่อใครคนหนึ่งลดลงหรือหายไป lose ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำสิ่งของหาย และ to ใช้นำหน้าคนที่เคยเป็นเป้าหมายของความดึงดูดใจนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตธรรมดาของรูปแบบที่เน้นไว้ In the survey, several participants ____ the person after one unpleasant date.

ดูคำตอบ

reported losing their attraction to

Once attraction is confirmed, ไวยากรณ์

3:28

เมื่อความรู้สึกดึงดูดได้รับการยืนยันแล้ว

your bloodstream is flooded with norepinephrine, สำนวน

3:30

กระแสเลือดของคุณจะเต็มไปด้วยนอร์เอพิเนฟริน

สำนวน

is flooded with norepinephrine: ปริมาณมหาศาลที่เกิดขึ้นฉับพลัน

ในประโยคนี้ is flooded with ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงกระแสเลือดมีนอร์เอพิเนฟรินปริมาณมากอย่างฉับพลัน ไม่ได้หมายความว่ามีน้ำท่วมหรือน้ำจริง ๆ โครงสร้าง be flooded with + คำนาม แสดงว่าบางสิ่งหลั่งไหลเข้ามาหรือปรากฏขึ้นในปริมาณมหาศาล มักเน้นทั้งความรวดเร็วและความรุนแรง ไม่ใช่แค่การเต็มเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคในรูป simple past โดยใช้ be flooded with: After the product launch, our support team ____ customer emails.

ดูคำตอบ

was flooded with

activating your fight or flight system. วัฒนธรรม

3:33

ซึ่งกระตุ้นระบบสู้หรือหนีของคุณ

ไวยากรณ์

Once attraction is confirmed: ใช้ once บอกเงื่อนไขที่กระตุ้นขั้นต่อไป

Once attraction is confirmed เป็นอนุประโยคบอกเวลาและเงื่อนไข หมายถึงความดึงดูดใจได้รับการยืนยันหรือแน่ชัดแล้ว once แสดงว่าการยืนยันนี้เป็นตัวกระตุ้นสิ่งที่ตามมา ดังนั้นข้อมูลในประโยคจึงเคลื่อนจากเงื่อนไขที่เสร็จสมบูรณ์ไปสู่การตอบสนองของร่างกาย Is confirmed เป็นรูปถูกกระทำ จุดเน้นอยู่ที่ภาวะที่ได้รับการยืนยัน ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้ยืนยัน ในคำอธิบายกระบวนการ once + อนุประโยค มักแสดงว่าเมื่อเงื่อนไขหนึ่งเสร็จสมบูรณ์ ขั้นต่อไปก็เริ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ once + อนุประโยครูปถูกกระทำได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าการยืนยันเป็นตัวกระตุ้นขั้นต่อไป

  1. Once the payment will be confirmed, we will ship the order.
  2. Once the payment is confirmed, we will ship the order.
  3. Once the payment confirmed, we will ship the order.
ดูคำตอบ

Once the payment is confirmed, we will ship the order.

วัฒนธรรม

your fight or flight system: การตอบสนองต่อความเครียดโดยอัตโนมัติ

fight or flight system คือระบบตอบสนองต่อความเครียดโดยอัตโนมัติของร่างกาย เมื่อสมองรับรู้ถึงอันตรายหรือความท้าทายรุนแรง ระบบนี้จะเตรียมร่างกายให้เผชิญหน้ากับภัยหรือหลบหนีจากมัน ในที่นี้ activating หมายถึงการเริ่มการตอบสนองดังกล่าว ชื่อนี้ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้หรือบินจริง ๆ แต่ใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลง เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น รูม่านตาขยาย และการปล่อยพลังงานอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

your fight or flight system หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. ระบบที่ควบคุมตัวเลือกการเดินทางทั่วไป
  2. การตอบสนองอัตโนมัติของร่างกายที่เตรียมคุณให้เผชิญหรือหลบหนีจากภัยคุกคาม
  3. ชุดทักษะการต่อสู้และการบินที่เรียนรู้มา
ดูคำตอบ

การตอบสนองอัตโนมัติของร่างกายที่เตรียมคุณให้เผชิญหรือหลบหนีจากภัยคุกคาม

Your heart beats faster,

3:35

หัวใจของคุณจะเต้นเร็วขึ้น

your pupils dilate, การใช้คำ

3:36

รูม่านตาของคุณจะขยายกว้าง

and your body releases glucose for additional energy,

3:38

และร่างกายของคุณจะปล่อยกลูโคสออกมาเป็นพลังงานเพิ่มเติม

การใช้คำ

your pupils dilate: รูม่านตาขยาย

ในประโยคนี้ pupils หมายถึงช่องสีเข้มตรงกลางดวงตา หรือ “รูม่านตา” ไม่ได้หมายถึงนักเรียน Your pupils dilate หมายความว่าช่องเหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้น dilate เป็นคำกริยาทางสรีรวิทยาที่ใช้ระบุอย่างแม่นยำว่าช่องหรือท่อกว้างขึ้น วลีนี้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงขนาดของรูม่านตา ไม่ใช่การเปิดของเปลือกตา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางสรีรวิทยาที่แม่นยำจากบทเรียนนี้: In dim light, your ____ to let in more light.

ดูคำตอบ

pupils dilate

not because you're in danger, ไวยากรณ์

3:41

ไม่ใช่เพราะว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย

but because your body is telling you สำนวน

3:42

แต่เป็นเพราะร่างกายของคุณกำลังบอกคุณ

that something important is happening.

3:44

ว่ามีบางสิ่งที่สำคัญกำลังเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

not because ..., but because ...: แก้ไขเหตุผลที่แท้จริง

รูปแบบ not because A, but because B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบาย แล้วเสนอ B เป็นเหตุผลที่แท้จริง ในประโยคนี้ ผู้พูดตัดเรื่องอันตรายออก และอธิบายว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่ามีบางสิ่งสำคัญเกิดขึ้น ให้อ่านสองส่วนร่วมกัน โดย not because นำเสนอเหตุผลที่ต้องการแก้ไข ส่วน but because นำเสนอเหตุผลที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนที่ปฏิเสธเหตุผลแรกแล้วให้เหตุผลที่แท้จริง: Nora chose the course ____ it was easy, ____ it challenged her.

ดูคำตอบ

not because · but because

สำนวน

your body is telling you: ปฏิกิริยาทางกายในฐานะสัญญาณ

“Your body is telling you” เป็นการทำให้ร่างกายมีลักษณะเหมือนมนุษย์ ร่างกายไม่ได้พูดจริง ๆ แต่ความรู้สึกและปฏิกิริยาทางกายถูกนำเสนอเหมือนเป็นข้อความที่คุณสังเกตได้ ในประโยคนี้ ปฏิกิริยาเหล่านั้นเป็นสัญญาณว่ามีบางสิ่งสำคัญกำลังเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง “your body is telling you that ...” และ “your body is telling you to ...” หมายถึงปฏิกิริยาทางกายกำลังให้ข้อมูลหรือแนะนำให้คุณทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใน “A racing heart may be your body telling you that you're nervous,” คำว่า “your body telling you” หมายความว่าอย่างไร

  1. ปฏิกิริยาทางกายอาจกำลังส่งสัญญาณว่าคุณรู้สึกประหม่า
  2. ร่างกายของคุณกำลังพูดออกมาจริง ๆ
  3. คนอื่นกำลังบรรยายร่างกายของคุณ
ดูคำตอบ

ปฏิกิริยาทางกายอาจกำลังส่งสัญญาณว่าคุณรู้สึกประหม่า

To help you focus, ไวยากรณ์

3:46

เพื่อช่วยให้คุณมีสมาธิ

ไวยากรณ์

To help you focus: infinitive บอกจุดประสงค์ที่ต้นประโยค

“To help you focus” เป็นวลี infinitive ที่อยู่ต้นประโยค โดยตอบคำถามว่า “เพื่อจุดประสงค์อะไร” ประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าสิ่งใดถูกทำหรือเกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์หรือหน้าที่เพื่อช่วยให้คุณมีสมาธิ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “To + กริยารูปพื้นฐาน, ประโยคหลัก” ในที่นี้ to เป็นเครื่องหมาย infinitive และ help เป็นกริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช่คำนามที่ตามหลังบุพบท to โดยปกติจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นวลีต้นประโยคนี้ออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์ต้นประโยคจำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ ____, turn off unnecessary notifications.

ดูคำตอบ

To help you focus

norepinephrine creates a sort of tunnel vision, สำนวน

3:47

นอร์เอพิเนฟรินจะสร้างการมองเห็นแบบอุโมงค์ขึ้นมา

สำนวน

a sort of tunnel vision: ขอบเขตความสนใจที่แคบลง

ในประโยคนี้ tunnel vision เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงขอบเขตความสนใจแคบลงมาก เป้าหมายหนึ่งเด่นชัดขึ้น ขณะที่ข้อมูลรอบข้างค่อย ๆ หลุดจากความสนใจ ไม่ได้หมายความว่าใครอยู่ในอุโมงค์จริง ๆ a sort of หมายถึง “บางอย่างที่คล้ายกับ” หรือ “ประเภทหนึ่งของ” วลีนี้ช่วยลดความเด็ดขาดของคำกล่าว ผู้พูดจึงกำลังอธิบายผลที่คล้าย tunnel vision ไม่ได้กำลังวินิจฉัยอย่างเคร่งครัด

แบบฝึกหัด

a sort of tunnel vision ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การสูญเสียการมองเห็นโดยสิ้นเชิง
  2. การเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์จริง ๆ
  3. ความสนใจแคบลงโดยประมาณ
ดูคำตอบ

ความสนใจแคบลงโดยประมาณ

blocking out surrounding distractions, กริยาวลี

3:50

ปิดกั้นสิ่งรบกวนรอบข้าง

กริยาวลี

blocking out surrounding distractions: ปิดกั้นสิ่งรบกวนรอบข้าง

block out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำให้บางสิ่งไม่ถูกมองเห็น ไม่ได้ยิน ไม่ถูกสังเกต หรือไม่ได้รับความสนใจ blocking out เป็นรูป -ing ของกริยาวลีนี้ ส่วน surrounding distractions คือเสียง ภาพ หรือเหตุการณ์ใกล้ตัวที่ดึงความสนใจออกไป ในที่นี้ วลีดังกล่าวอธิบายผลของความสนใจที่แคบลง นั่นคือสิ่งรบกวนภายนอกถูกกันออกจากการรับรู้ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี และ block ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงก้อนวัตถุหรือช่วงตึก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้ไม่ได้ยินเสียงรบกวน” Noise-canceling headphones help ____ background noise while I study.

ดูคำตอบ

block out

possibly even warping your sense of time สำนวน

3:52

และอาจถึงขั้นบิดเบือนการรับรู้เรื่องเวลา

สำนวน

warping your sense of time: บิดเบือนการรับรู้เวลาในมุมมองส่วนตัว

ใน warping your sense of time คำว่า warping ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เดิมที to warp หมายถึงการทำให้บางสิ่งโค้งงอและผิดไปจากรูปทรงปกติ แต่ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนหรือบิดเบือนความรู้สึกว่าเวลากำลังผ่านไปอย่างไร Your sense of time คือการรับรู้ระยะเวลาและความเร็วของเวลาในมุมมองส่วนตัว ไม่ใช่ตัวเวลาจริง ๆ วลีนี้อาจใช้บรรยายช่วงเวลาที่รู้สึกว่าช้า เร็ว ยาวนาน หรือสั้นกว่าปกติ

แบบฝึกหัด

ในวลี warping your sense of time สิ่งใดถูกบิดเบือน

  1. ตัวเวลาที่เป็นจริง
  2. ความรู้สึกส่วนตัวของคนคนหนึ่งว่าเวลาผ่านไปอย่างไร
  3. รูปร่างทางกายภาพของนาฬิกา
ดูคำตอบ

ความรู้สึกส่วนตัวของคนคนหนึ่งว่าเวลาผ่านไปอย่างไร

and enhancing your memory.

3:54

รวมถึงเพิ่มความจำของคุณ

This might explain why people ลำดับความ

3:57

สิ่งนี้อาจอธิบายได้ว่าทำไมผู้คน

never forget their first kiss.

3:58

ถึงไม่เคยลืมจูบแรกของพวกเขา

ลำดับความ

This might explain why people...: เชื่อมสาเหตุก่อนหน้ากับผลลัพธ์

ในที่นี้ This ย้อนกลับไปกล่าวถึงผลต่อสมาธิ การรับรู้เวลา และความทรงจำที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงจูบแรก โครงสร้าง This might explain why... เชื่อมกลไกก่อนหน้านั้นเข้ากับปรากฏการณ์ที่ตามหลัง why might ทำให้คำกล่าวไม่เป็นการยืนยันอย่างเด็ดขาด ผู้พูดกำลังเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ได้นำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ในประโยคนี้ people never forget their first kiss คือปรากฏการณ์ที่ต้องการคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความอังกฤษนี้: The alarm made Maya focus sharply, and the moment felt unusually slow. This might explain why she remembers every detail. คำว่า This หมายถึงอะไร

  1. รายละเอียดที่เธอจำได้
  2. ตัว Maya เอง
  3. สมาธิที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้เวลาที่เปลี่ยนไปซึ่งเพิ่งกล่าวถึง
ดูคำตอบ

สมาธิที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้เวลาที่เปลี่ยนไปซึ่งเพิ่งกล่าวถึง

The idea of so much of our attraction ไวยากรณ์

4:00

แนวคิดที่ว่าความรู้สึกดึงดูดส่วนใหญ่ของเรา

being influenced by chemicals

4:02

ได้รับอิทธิพลมาจากสารเคมี

and evolutionary biology

4:04

และชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการ

may seem cold and scientific ไวยากรณ์

4:06

อาจดูเย็นชาและเป็นวิทยาศาสตร์

rather than romantic,

4:07

มากกว่าที่จะเป็นเรื่องโรแมนติก

ไวยากรณ์

The idea of ... being influenced by ... ในฐานะประธานของประโยค

วลีทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย The idea of เป็นประธานของ may seem ภายในวลีนี้ our attraction being influenced by chemicals and evolutionary biology ระบุสถานการณ์ที่ “แนวคิด” นั้นกล่าวถึง Being influenced เป็นอนุประโยค -ing รูปถูกกระทำที่อยู่ภายในวลี of ไม่ใช่กริยาหลัก รูปแบบนี้ช่วยรวบข้อความที่ซับซ้อนให้เป็นนามวลี เพื่อให้ประโยคสามารถประเมินข้อความนั้นทั้งชุดได้: The idea of X being affected by Y may seem ...

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: “The idea of our choices being shaped by habit can feel uncomfortable.” คำใดประกอบกันเป็นภาคแสดงหลัก?

  1. can feel uncomfortable
  2. The idea of our choices
  3. being shaped by habit
ดูคำตอบ

can feel uncomfortable

ไวยากรณ์

may seem cold and scientific rather than romantic: การเปรียบเทียบสองความรู้สึก

May seem นำเสนอความรู้สึกที่มีต่อสิ่งหนึ่งว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน ในที่นี้ cold หมายถึงห่างเหินทางอารมณ์ ส่วน scientific ให้ความรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวและเน้นการวิเคราะห์ Rather than เปรียบความรู้สึกนี้กับ romantic กล่าวคือ สิ่งนั้นอาจดูเย็นชาและเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่โรแมนติก โครงสร้าง may seem X rather than Y ใช้ประเมินว่าสิ่งหนึ่งดูเป็นอย่างไร พร้อมกับเปรียบเทียบคำบรรยายสองแบบ

แบบฝึกหัด

“The explanation may seem cold and scientific rather than romantic” หมายความว่าอย่างไร?

  1. คำอธิบายนั้นอาจดูโรแมนติกเพราะเป็นวิทยาศาสตร์
  2. คำอธิบายนั้นเย็นชา เป็นวิทยาศาสตร์ และโรแมนติกพร้อมกันอย่างแน่นอน
  3. คำอธิบายนั้นอาจให้ความรู้สึกเย็นชาและเป็นวิทยาศาสตร์แทนที่จะโรแมนติก
ดูคำตอบ

คำอธิบายนั้นอาจให้ความรู้สึกเย็นชาและเป็นวิทยาศาสตร์แทนที่จะโรแมนติก

but the next time you see someone you like, ไวยากรณ์

4:09

แต่ในครั้งต่อไปที่คุณพบคนที่คุณถูกใจ

try to appreciate how your entire body โน้ต

4:11

ลองชื่นชมดูว่าร่างกายทั้งหมดของคุณ

is playing matchmaker

4:13

กำลังรับบทเป็นแม่สื่อแม่ชัก

วลี

try to appreciate: คำชวนอย่างนุ่มนวลให้มองเห็นคุณค่า

Try to + กริยา หมายถึงพยายามทำบางสิ่ง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวทำให้ appreciate เป็นคำแนะนำที่ค่อนข้างนุ่มนวลแทนที่จะเป็นคำสั่งตรง ๆ Appreciate ตามด้วยอนุประโยค how ดังนั้นจึงหมายถึงการมองเห็นและเข้าใจคุณค่าหรือความสำคัญของวิธีที่ร่างกายทำงาน ไม่ได้หมายถึง “ราคาเพิ่มขึ้น” ในที่นี้

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเพื่อชวนอย่างนุ่มนวลให้มองเห็นความพยายาม: ____ how much work Maya put into the project.

ดูคำตอบ

Try to appreciate

to decide if that beautiful stranger

4:15

เพื่อตัดสินใจว่าคนแปลกหน้าแสนสวยคนนั้น

is right for you. วลี

4:17

ใช่สำหรับคุณหรือไม่

ไวยากรณ์

the next time you see someone you like: อนุประโยคเวลาที่หมายถึงโอกาสถัดไป

The next time + ประธาน + กริยา หมายถึง “ในโอกาสถัดไปที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น” ในที่นี้ the next time you see someone you like เป็นส่วนบอกเวลา ซึ่งกำหนดสถานการณ์ให้กับคำแนะนำหลักที่ตามมา หลัง The next time สามารถตามด้วยประธานและกริยาได้โดยตรง จึงไม่ต้องเติม when ส่วน but ที่ขึ้นต้นประโยคเพียงเชื่อมคำแนะนำนี้กับแนวคิดก่อนหน้า และไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในโอกาสถัดไป”: ____ you see an unfamiliar word, guess from context first.

ดูคำตอบ

The next time

สำนวน

your entire body is playing matchmaker: อุปมาแบบบุคลาธิษฐาน

วลีนี้ทำให้ your entire body มีลักษณะเหมือนคน matchmaker คือคนที่ช่วยให้คนสองคนได้เป็นคู่รักกัน ดังนั้น การบอกว่าร่างกาย is playing matchmaker จึงหมายความว่าการตอบสนองทางประสาทสัมผัสและทางกายหลายอย่างกำลังช่วยประเมินว่าคนแปลกหน้าคนนั้นเป็นคู่ที่เหมาะสมหรือไม่ ร่างกายไม่ได้ประกอบอาชีพพ่อสื่อแม่สื่อจริง ๆ อุปมานี้เปลี่ยนชุดปฏิกิริยาที่ซับซ้อนให้เป็นภาพเดียวที่ชัดเจนว่า ร่างกายกำลังช่วยคุณตัดสินใจอย่างแข็งขัน

แบบฝึกหัด

your entire body is playing matchmaker ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. การตอบสนองทั้งหมดของร่างกายกำลังช่วยประเมินว่าคนสองคนอาจเข้ากันได้หรือไม่
  2. ร่างกายของคุณได้งานจัดหาคู่จริง ๆ
  3. มีเพียงเพื่อนของคุณเท่านั้นที่ตัดสินได้ว่าคุณควรคบกับใคร
ดูคำตอบ

การตอบสนองทั้งหมดของร่างกายกำลังช่วยประเมินว่าคนสองคนอาจเข้ากันได้หรือไม่

วลี

is right for you: การบอกว่าเหมาะสม

Be right for someone หมายถึงเหมาะกับความต้องการ บุคลิก เป้าหมาย หรือสถานการณ์ของคนนั้น ในประโยคนี้กำลังพิจารณาว่าคนแปลกหน้าคนนั้นจะเป็นคู่รักที่เหมาะกับคุณหรือไม่ right ในที่นี้บอกความเหมาะสมหรือความเข้ากันได้ ไม่ได้หมายถึงทิศทางตรงข้ามกับ left และไม่ได้เพียงบอกว่าคนนั้นถูกต้องตามข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย right for และคำสรรพนามรูปกรรมที่ถูกต้อง เพื่อให้มีความหมายว่า “ไม่เหมาะกับผู้พูด”: The early-morning schedule isn't ____.

ดูคำตอบ

right for me