นิทานเป๊ปป้าพิก 🐷 เป๊ปป้าพิกและจอร์จขึ้นเครื่องบินท่องอวกาศ! 🐷 เป๊ปป้าพิก รวมตอนสนุก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
257 คำ 114 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปปาและจอร์จพยายามช่วยมาดามกาเซลล์ที่กลัวการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก และกิจกรรมระบายสีง่าย ๆ ก็ช่วยให้เธอผ่อนคลายจนเริ่มสนุกกับการบินได้ในที่สุด จุดเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. have never been on an aeroplane before. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: คุณจะได้เรียนวิธีใช้ present perfect เพื่อพูดถึงประสบการณ์จนถึงตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องอธิบายว่านี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก 2. keep my mind off things. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจสำนวนที่ใช้บอกว่ากิจกรรมบางอย่างช่วยเบี่ยงเบนความคิดจากความกังวลหรือความกลัว ไม่ใช่แปลทีละคำตามตัวอักษร 3. cannot wait to — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะรู้จักและใช้วลีนี้เพื่อแสดงว่าตื่นเต้นหรืออยากทำบางอย่างมาก ๆ ในเร็ว ๆ นี้ ไม่ได้หมายความตามตรงว่า “รอไม่ได้” จริง ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Peppa Pig Tales.

0:00

นิทานเปปป้าพิก

Peppa and her family are flying in an aeroplane. ไวยากรณ์

0:04

เปปป้าและครอบครัวกำลังนั่งเครื่องบิน

ไวยากรณ์

are flying: present continuous สำหรับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น

are flying เป็นรูป present continuous ซึ่งประกอบด้วย are + flying ที่เป็นรูป -ing ของคำกริยา ในประโยคนี้ รูปดังกล่าวบอกว่าการเดินทางโดยเครื่องบินของครอบครัวกำลังเกิดขึ้นในฉากปัจจุบัน ไม่ใช่นิสัยที่ทำเป็นประจำหรือข้อเท็จจริงถาวร ใช้ be + คำกริยา-ing เพื่อบอกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้หรือในช่วงเวลาปัจจุบัน ประธาน Peppa and her family เป็นพหูพจน์ จึงใช้ are

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present continuous ของ fly: Look! The birds ____ over the lake.

ดูคำตอบ

are flying

Woohoo!

0:08

วู้วฮู!

Yay!

0:09

เย้!

I love flying in aeroplanes.

0:10

หนูชอบนั่งเครื่องบินจังเลย

But not everyone loves flying in aeroplanes. ไวยากรณ์

0:16

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบนั่งเครื่องบิน

ไวยากรณ์

not everyone loves: การปฏิเสธบางส่วนว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบ”

not everyone loves เป็นการปฏิเสธบางส่วน หมายความว่าอย่างน้อยหนึ่งคนไม่ชอบนั่งเครื่องบิน แต่คนอื่นอาจยังชอบอยู่ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครชอบเลย รูป not everyone + คำกริยา ใช้เพื่อบอกว่าข้อความหนึ่งไม่เป็นจริงกับคนทั้งกลุ่ม everyone ถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้ loves ในที่นี้

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ Not everyone loves flying?

  1. ทุกคนชอบนั่งเครื่องบิน
  2. ไม่มีใครชอบนั่งเครื่องบิน
  3. อย่างน้อยหนึ่งคนไม่ชอบนั่งเครื่องบิน แต่คนอื่นอาจชอบ
ดูคำตอบ

อย่างน้อยหนึ่งคนไม่ชอบนั่งเครื่องบิน แต่คนอื่นอาจชอบ

Oh, hello, Madame Gazelle.

0:21

โอ้ สวัสดีค่ะคุณครูกาเซลล์

George and I love flying.

0:23

จอร์จกับหนูชอบบินมากๆ เลยค่ะ

Do you love it, too?

0:26

คุณครูชอบเหมือนกันไหมคะ?

Actually, I have never been on an aeroplane before. โน้ต

0:28

ที่จริงแล้ว ครูไม่เคยนั่งเครื่องบินมาก่อนเลยจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Actually: แก้ความเข้าใจเดิมอย่างนุ่มนวล

เมื่อวาง Actually ไว้ต้นคำตอบ คำนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะให้ข้อมูลที่ต่างจากสิ่งที่ผู้ฟังคาดหรือเข้าใจไว้ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวช่วยแก้ความคิดที่ว่าผู้พูดชอบขึ้นเครื่องบินอย่างนุ่มนวล แล้วบอกสถานการณ์จริง ในบทสนทนา คำเชื่อมความคิดนี้มักสื่อว่าความจริงต่างออกไปเล็กน้อย และช่วยเปลี่ยนทิศทางของคำตอบให้นุ่มนวลกว่าการพูด No ทันที

แบบฝึกหัด

เพื่อนคิดว่าคุณไม่ชอบกระเป๋าสีน้ำเงิน แต่จริง ๆ แล้วคุณชอบ คำตอบใดแก้ความเข้าใจนั้นอย่างนุ่มนวล?

  1. Actually, I like the blue bag.
  2. Finally, I like the blue bag.
  3. For example, I like the blue bag.
ดูคำตอบ

Actually, I like the blue bag.

ไวยากรณ์

have never been on ... before: ประสบการณ์ที่ยังไม่เคยมีจนถึงตอนนี้

Have never been on an aeroplane before ใช้ present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + never + คำกริยาช่องที่ 3 been เพื่อบอกว่าประสบการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยจนถึงตอนนี้ ส่วน before ชี้ถึงช่วงเวลาก่อนปัจจุบัน ในบริบทนี้ be on an aeroplane หมายถึงการเดินทางบนเครื่องบินในฐานะผู้โดยสาร ประโยคนี้พูดถึงประสบการณ์ชีวิต ไม่ใช่เพียงบอกว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหนในช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาช่องที่ 3 ของ be: I have never ____ on an aeroplane before.

ดูคำตอบ

been

And I am scared.

0:33

และครูก็กลัวด้วย

Huh?

0:35

หือ?

Hmm.

0:39

อืม

Oh, I know what to do. ไวยากรณ์

0:40

อ๋อ หนูรู้แล้วว่าต้องทำยังไง

ไวยากรณ์

what to do ในฐานะกรรมของ know

What to do เป็นอนุประโยคแบบคำคำถามร่วมกับ infinitive โดยมีโครงสร้าง what + to + กริยารูปพื้นฐาน และหมายถึง “ควรทำสิ่งใด” ใน I know what to do อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ know อนุประโยคนี้บอกเนื้อหาของสิ่งที่ผู้พูดรู้ ไม่ใช่คำถามตรง ในที่นี้ I know what to do มีความหมายใกล้กับ I know what I should do

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ควรทำสิ่งใด”:The recipe has pictures, so I know ____ next.

ดูคำตอบ

what to do

Miss Rabbit,

0:45

คุณกระต่ายคะ

please can you make the plane go really, really high? โน้ต

0:46

ช่วยขับเครื่องบินให้สูงมากๆ เลยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

please can you สำหรับการขอร้องอย่างสุภาพ

Please can you + กริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปในภาษาพูดเพื่อขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ในประโยคนี้ can you ใช้ขอให้ผู้ฟังทำให้เครื่องบินบินสูง ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามว่าผู้ฟังมีความสามารถหรือไม่ Please เพิ่มความสุภาพ ส่วน can you นำเสนอการกระทำในรูปคำถามแทนคำสั่ง แต่ผู้พูดยังคงกำลังขอให้ผู้ฟังทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นที่เน้นไว้เพื่อทำให้คำขอนี้สมบูรณ์:____ close the gate?

ดูคำตอบ

Please can you

ไวยากรณ์

make the plane go: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน make the plane go คำว่า make หมายถึงทำให้เครื่องบินเคลื่อนที่หรือบิน ส่วน the plane เป็นกรรมที่ได้รับผลจาก make และ go บอกการกระทำของเครื่องบิน โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคกรรตุวาจกไม่เติม to หน้ากริยาตัวสุดท้าย จึงใช้ make the plane go ไม่ใช่ make the plane to go

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปพื้นฐานของ dance: The music can make everyone ____.

ดูคำตอบ

dance

I don't see why not. น้ำเสียง/เจตนา

0:53

ได้สิ ไม่มีปัญหา

น้ำเสียง/เจตนา

I don't see why not: เห็นด้วยเพราะไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

ประโยคนี้หมายความว่าผู้พูดคิดหาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้ จึงทำหน้าที่เป็นการเห็นด้วยหรืออนุญาต กล่าวคือ น่าจะได้และไม่น่ามีปัญหา see ในที่นี้หมายถึงเข้าใจหรือมองเห็นเหตุผล ไม่ใช่การมองด้วยตา ผู้พูดตอบตกลงโดยบอกว่าไม่มีเหตุผลชัดเจนที่จะคัดค้านคำขอ แทนที่จะตอบ yes อย่างกระตือรือร้น

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า Can we try it? คำตอบ I don't see why not น่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. หมายความว่าผู้พูดมองไม่เห็นบางสิ่ง
  2. หมายความว่าผู้พูดต้องการคำอธิบายก่อนตัดสินใจ
  3. หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยเพราะไม่มีเหตุผลชัดเจนที่จะปฏิเสธ
ดูคำตอบ

หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วยเพราะไม่มีเหตุผลชัดเจนที่จะปฏิเสธ

It's really fun when the plane goes high, Madame Gazelle. ไวยากรณ์

0:58

มันสนุกจริงๆ นะคะเวลาเครื่องบินบินสูงๆ คุณครูกาเซลล์

ไวยากรณ์

“It's really fun when ...”: การเชื่อมความรู้สึกกับสถานการณ์

“It's really fun when ...” จะบอกความรู้สึกหรือการประเมินก่อน แล้วใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when เพื่อระบุสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น ในประโยคนี้ การที่เครื่องบินบินสูงทำให้ประสบการณ์นี้สนุก ในรูปแบบนี้ when ไม่ได้เพียงบอกช่วงเวลา แต่เชื่อมสถานการณ์เข้ากับความรู้สึกที่เกิดขึ้น สามารถใช้รูป It's + adjective + when + clause เพื่ออธิบายว่าสถานการณ์แบบใดทำให้เกิดความรู้สึกหนึ่ง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “It's really fun when the plane goes high,” อนุประโยค when ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าเครื่องบินอยู่สูงตลอดเวลา
  2. ระบุสถานการณ์ที่ทำให้ประสบการณ์นั้นรู้สึกสนุก
  3. ถามว่าเครื่องบินจะขึ้นบินเมื่อไร
ดูคำตอบ

ระบุสถานการณ์ที่ทำให้ประสบการณ์นั้นรู้สึกสนุก

Look, we're nearly in space.

1:03

ดูสิคะ เราเกือบจะอยู่ในอวกาศแล้ว

Too high.

1:10

สูงไป

Too high.

1:12

สูงไป

Oh.

1:13

โอ้

Can we go lower instead, น้ำเสียง/เจตนา

1:16

เราบินต่ำลงแทนได้ไหมคะ

Miss Rabbit?

1:18

คุณกระต่าย?

น้ำเสียง/เจตนา

“Can we ... instead?”: การเสนอแผนอื่น

“Can we go lower instead?” ใช้เสนออย่างสุภาพให้เปลี่ยนจากแผนปัจจุบันไปเป็นอีกแผนหนึ่ง Can we ...? ทำให้ประโยคเป็นคำขอเพื่อตัดสินใจร่วมกันแทนที่จะเป็นคำสั่ง และ instead แสดงว่า go lower เป็นทางเลือกแทน go high instead มักย้อนกลับไปถึงตัวเลือกที่พูดถึงแล้วหรือเห็นได้ชัดจากสถานการณ์ ในประโยคนี้หมายถึง “เลือกทางเลือกนี้แทน” ไม่ได้หมายถึง “ด้วย”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่มีความหมายว่า “เป็นทางเลือกแทน” ให้สมบูรณ์: The red path is closed. Can we take the blue path ____?

ดูคำตอบ

instead

Certainly.

1:19

ได้แน่นอนจ้ะ

Yay!

1:21

เย้!

Too low.

1:26

ต่ำไป

Far too low. การใช้คำ

1:28

ต่ำเกินไปมาก

การใช้คำ

far too low: ต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมมาก

ใน far too low คำว่า far ใช้เน้น too ให้แรงขึ้น วลีนี้หมายถึงต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้หรือปลอดภัยอย่างมาก far ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงระยะทางที่ไกล รูปแบบ far too + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์บอกว่าระดับของสิ่งนั้นเกินขอบเขตที่เหมาะสมอย่างชัดเจน และมักมีน้ำเสียงเชิงลบ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตรงกับความหมายของ far too low มากที่สุด

  1. หมายถึงต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้มาก
  2. หมายถึงอยู่ไกลและอยู่ต่ำ
  3. หมายถึงต่ำมาก แต่ยังยอมรับได้
ดูคำตอบ

หมายถึงต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้มาก

Hmm.

1:31

อืม

Let's do a loop-de-loop. วลี

1:32

มาตีลังกากันเถอะ

วลี

do a loop-de-loop: เคลื่อนที่เป็นวงครบหนึ่งรอบ

do a loop-de-loop เป็นวลีการกระทำที่เป็นธรรมชาติ หมายถึงการเคลื่อนที่เป็นวงครบหนึ่งรอบ เช่น เครื่องบินบินเป็นวงกลมในแนวตั้ง do เป็นคำกริยา ส่วน a loop-de-loop เป็นชื่อของการเคลื่อนไหวนี้ loop-de-loop เป็นชื่อการกระทำหนึ่งคำที่เชื่อมด้วยยัติภังค์ ไม่ได้เป็นคำสั่งให้พูดหรือทำคำว่า loop ธรรมดาซ้ำสองครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เรียนซึ่งหมายถึง “ทำลูปกลางอากาศครบหนึ่งรอบ”: The small plane is going to ____.

ดูคำตอบ

do a loop-de-loop

I don't think that worked either, George. น้ำเสียง/เจตนา

1:40

พี่ไม่คิดว่านั่นช่วยได้นะจอร์จ

น้ำเสียง/เจตนา

I don't think ... worked either: ความพยายามอีกครั้งที่ไม่สำเร็จ

I don't think that worked เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าความพยายามล่าสุดไม่สำเร็จ ในที่นี้ work หมายถึงให้ผลตามที่ต้องการ either ที่ท้ายประโยคมีความหมายว่า ด้วย หรือ เหมือนกัน ในข้อความปฏิเสธ โดยเชื่อมความล้มเหลวครั้งนี้กับความพยายามก่อนหน้าที่ล้มเหลวเช่นกัน ไม่ได้หมายถึงหนึ่งในสองตัวเลือก

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า I don't think that worked either?

  1. ผู้พูดกำลังเลือกหนึ่งอย่างจากความพยายามสองครั้ง
  2. ความพยายามล่าสุดดูเหมือนจะไม่สำเร็จเช่นกัน
  3. ความพยายามล่าสุดดูเหมือนจะสำเร็จเช่นกัน
ดูคำตอบ

ความพยายามล่าสุดดูเหมือนจะไม่สำเร็จเช่นกัน

Look, Madame Gazelle.

1:45

ดูสิคะ คุณครูกาเซลล์

That cloud is shaped like a bird. วลี

1:47

เมฆก้อนนั้นรูปร่างเหมือนนกเลย

วลี

is shaped like: บรรยายว่ามีรูปร่างเหมือนสิ่งอื่น

is shaped like หมายถึงมีรูปร่างเหมือนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการบรรยายเส้นรอบนอกของก้อนเมฆที่มองเห็นได้ โดยเน้นรูปร่างในปัจจุบัน ไม่ใช่การกระทำของคนที่ปั้นหรือสร้างรูปร่างนั้น ใช้โครงสร้าง be + shaped like + คำนาม และเปลี่ยน be ให้เข้ากับประธานและเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be shaped like: The swimming pool ____ a guitar.

ดูคำตอบ

is shaped like

Do you see?

1:50

เห็นไหมคะ?

Yes, I see.

1:51

จ้ะ ครูเห็นแล้ว

And that one is shaped like a relaxing desert island.

1:55

และก้อนนั้นก็รูปร่างเหมือนเกาะร้างที่น่าพักผ่อน

Dinosaur.

2:01

ไดโนเสาร์

It's no good. วลี

2:07

มันไม่ได้ผลหรอก

วลี

It's no good: บอกว่าวิธีหนึ่งใช้ไม่ได้ผล

ในที่นี้ It's no good หมายถึง “วิธีนี้ไม่ได้ผล” หรือ “สิ่งนี้ไม่ช่วย” ผู้พูดกำลังตัดสินว่าวิธีแก้ที่ลองแล้วจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้กำลังวิจารณ์คุณภาพของสิ่งของ ใช้เป็นข้อสรุปสั้น ๆ ได้เมื่อบทสนทนาทำให้รู้ชัดอยู่แล้วว่าวิธีที่ลองนั้นล้มเหลว

แบบฝึกหัด

ลองใช้กุญแจดอกหนึ่งหลายครั้งแล้ว แต่ยังเปิดล็อกไม่ได้ It's no good ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. กุญแจมีคุณภาพดีเยี่ยม
  2. วิธีนี้ไม่ได้ผล
  3. กุญแจอยู่เหนือแม่กุญแจ
ดูคำตอบ

วิธีนี้ไม่ได้ผล

I will just close my eyes and wait for this to be over. วลี

2:09

ครูจะหลับตาและรอให้มันจบๆ ไปซะ

วลี

wait for this to be over: รอจนกว่าประสบการณ์หนึ่งจะจบลง

Wait for this to be over หมายถึง “รอจนกว่าประสบการณ์นี้จะจบลง” โครงสร้างคือ wait for + สิ่งหรือเหตุการณ์ + to be over โดย be over หมายถึง “จบแล้ว” เมื่อใช้ร่วมกับ just และ close my eyes วลีนี้แสดงว่าผู้พูดตั้งใจอดทนกับประสบการณ์ตรงหน้า แทนที่จะมีส่วนร่วมกับมัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง wait for + เหตุการณ์ + to be over ได้ถูกต้อง เพื่อหมายถึงการรอจนกว่าเหตุการณ์ที่ไม่น่าพอใจจะจบลง?

  1. We'll wait for the storm to be above before we leave.
  2. We'll wait for the storm to be over before we leave.
  3. We'll wait the storm for be over before we leave.
ดูคำตอบ

We'll wait for the storm to be over before we leave.

Oh, dear.

2:14

โธ่เอ๊ย

Hello.

2:16

สวัสดีจ้ะ

Would you two like an activity book? น้ำเสียง/เจตนา

2:17

หนูสองคนอยากได้สมุดกิจกรรมไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you two like ...?: การเสนออย่างสุภาพแก่คนสองคน

Would you two like ...? เป็นวิธีสุภาพในการเสนอสิ่งของหรือชวนคนสองคน โดย you two ชี้ชัดว่าคำถามนี้พูดกับคนสองคนพอดี would ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงอดีต แต่ช่วยให้คำถามฟังนุ่มนวลขึ้น: Would you like + คำนาม? ใช้เสนอสิ่งของ ส่วน Would you like to + คำกริยา? ใช้ชวนใครให้ทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอเครื่องดื่มให้คนสองคนพอดีอย่างสุภาพ

  1. You two must have some juice.
  2. Did you two like some juice?
  3. Would you two like some juice?
ดูคำตอบ

Would you two like some juice?

They're lots of fun.

2:19

มันสนุกมากเลยนะ

Ooh.

2:20

โอ้

Oh, yes, please. น้ำเสียง/เจตนา

2:22

โอ้ เอาค่ะ ขอบคุณค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

yes, please.: การตอบรับข้อเสนออย่างสุภาพ

Yes, please. เป็นคำตอบมาตรฐานที่สุภาพเมื่อต้องการรับสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอ เช่น สิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม ความช่วยเหลือ หรือบริการ โดย yes เป็นคำตอบรับ และ please ทำให้การตอบรับฟังเป็นมิตรและสุภาพขึ้น please ในที่นี้ไม่ได้เริ่มคำขอใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตอบรับอย่างสุภาพ การพูดเพียง Yes อาจฟังสั้นหรือตรงเกินไปในงานบริการและบทสนทนาประจำวัน

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า “Would you like some cake?” คำตอบใดเป็นการตอบรับอย่างสุภาพ

  1. Yes, please.
  2. Yes, I did.
  3. No, thank you.
ดูคำตอบ

Yes, please.

Would you like to do some coloring in with us, Madame Gazelle? วลี

2:25

คุณครูอยากระบายสีกับพวกเราไหมคะ คุณครูกาเซลล์?

วลี

do some coloring in: มองการระบายสีเป็นกิจกรรมหนึ่ง

Do some coloring in กล่าวถึงการระบายสีภาพเป็นกิจกรรมทั่วไป แทนที่จะระบุภาพใดภาพหนึ่งโดยเฉพาะ โครงสร้าง do some + คำที่เป็นชื่อกิจกรรม หมายถึงใช้เวลาสักพักทำกิจกรรมนั้นโดยไม่ระบุปริมาณแน่นอน ในที่นี้ in เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนกิจกรรม coloring in ไม่ใช่คำบอกสถานที่ ประโยคนี้เป็นการชวนอีกฝ่ายมาร่วมระบายสีกับคนอื่นสักพัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนผู้อื่นเข้าร่วมกิจกรรมระบายสีทั่วไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ระบุภาพใดภาพหนึ่ง

  1. Would you like to do some coloring in with us?
  2. Would you like to color this picture in with us?
  3. Would you like to do some drawing with us?
ดูคำตอบ

Would you like to do some coloring in with us?

Well, I suppose that might keep my mind off things. โน้ต

2:29

ก็ดีนะ ครูว่ามันคงช่วยให้ครูเลิกคิดมากได้

น้ำเสียง/เจตนา

I suppose that might: ยอมรับความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ I suppose ใช้เกริ่นความคิดเห็นที่ยังไม่แน่ใจ ไม่ใช่การตั้งสมมติฐานอย่างเป็นทางการ ผู้พูดกำลังพิจารณาข้อเสนอและดูเหมือนพร้อมจะยอมรับ แต่ยังไม่ได้เชื่อมั่นเต็มที่ that ย้อนกลับไปหมายถึงกิจกรรมที่เสนอไว้ กิจกรรมนั้นคือสิ่งที่อาจช่วยให้เธอไม่คิดถึงเรื่องอื่น ๆ ส่วน might แสดงความเป็นไปได้ ดังนั้น I suppose that might ... จึงมีความหมายประมาณว่า “ฉันคิดว่านั่นอาจจะ...” โดยจงใจลดระดับความมั่นใจลง

แบบฝึกหัด

ใน “I suppose that might help” ผู้พูดแสดงท่าทีแบบใด

  1. ผู้พูดยังไม่แน่ใจ แต่คิดว่าเป็นไปได้และพร้อมจะพิจารณา
  2. ผู้พูดมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าวิธีนี้จะได้ผล
  3. ผู้พูดปฏิเสธที่จะพิจารณาความคิดนี้
ดูคำตอบ

ผู้พูดยังไม่แน่ใจ แต่คิดว่าเป็นไปได้และพร้อมจะพิจารณา

สำนวน

keep my mind off things: เบี่ยงความสนใจจากเรื่องกังวลชั่วคราว

ในประโยคนี้ keep my mind off things หมายถึง “ช่วยให้ฉันไม่คิดถึงเรื่องที่กำลังกังวล” โดย things ในที่นี้หมายถึงความกลัวหรือความกังวลของผู้พูดเกี่ยวกับการนั่งเครื่องบิน รูปแบบ keep + someone’s mind + off + something ใช้บอกว่ากิจกรรมหรือสถานการณ์หนึ่งช่วยดึงความสนใจออกจากความกังวล ความเจ็บปวด หรือความคิดที่ไม่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการย้าย mind ไปที่อื่นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I played music to keep my mind off the storm.” วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอย่างไร

  1. ดนตรีทำให้ฉันออกไปข้างนอกเพื่อตามหาพายุ
  2. ดนตรีช่วยให้ฉันจำรายละเอียดทุกอย่างของพายุได้
  3. ดนตรีช่วยให้ฉันไม่คิดถึงพายุ
ดูคำตอบ

ดนตรีช่วยให้ฉันไม่คิดถึงพายุ

And so Peppa, George, and Madame Gazelle ลำดับความ

2:37

แล้วเปปป้า จอร์จ และคุณครูกาเซลล์

did some relaxing coloring for the rest of the flight. วลี

2:40

ก็ระบายสีกันอย่างผ่อนคลายตลอดเที่ยวบินที่เหลือ

ลำดับความ

And so: นำเข้าสู่ผลลัพธ์ในเรื่องเล่า

ในประโยคนี้ And so เชื่อมกลับไปยังข้อเสนอแนะก่อนหน้าและนำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา นั่นคือทุกคนทำกิจกรรมระบายสีที่ช่วยให้ผ่อนคลาย สำนวนนี้พาเรื่องจากการลองแก้ปัญหาไปสู่ผลของการลองนั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค And so มักทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมในการเล่าเรื่อง โดยมีความหมายว่า “ผลก็คือ ต่อมาก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น” And ให้ความรู้สึกว่าเรื่องราวดำเนินต่อ ส่วน so บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผล

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่สองเป็นผลจากเหตุการณ์แรก: The rain stopped. _____ we continued the game.

  1. And so
  2. And then
  3. But
ดูคำตอบ

And so

วลี

for the rest of the flight: ตลอดเวลาทั้งหมดที่เหลือของเที่ยวบิน

ใน for the rest of the flight คำว่า the rest of หมายถึง “ส่วนที่เหลือ” ไม่ใช่ “การพัก” วลีทั้งวลีบอกว่ากิจกรรมระบายสีเพื่อผ่อนคลายดำเนินต่อไปตลอดเวลาที่เหลือทั้งหมดของเที่ยวบิน สามารถนำรูปแบบ for the rest of + ช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ไปใช้กับบริบทอื่นได้ เช่น for the rest of the day หรือ for the rest of the trip

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้: After lunch, Maya stayed in the library ____ the school day.

ดูคำตอบ

for the rest of

Look at these.

2:43

ดูนี่สิ

The line work, the attention to detail. วลี

2:46

ลายเส้น และความใส่ใจในรายละเอียด

วลี

attention to detail: การจัดการจุดเล็ก ๆ อย่างรอบคอบ

Attention to detail เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงการสังเกตจุดเล็ก ๆ และจัดการจุดเหล่านั้นอย่างรอบคอบ ในประโยคนี้ใช้ชมคุณภาพของงานระบายสีว่าแม้แต่ส่วนเล็ก ๆ ก็ทำอย่างใส่ใจ วลีนี้มักใช้บรรยายคุณภาพที่เห็นได้จากชิ้นงานหรือนิสัยการทำงานอย่างรอบคอบของบุคคล ในคำที่ใช้ร่วมกันนี้ detail มักเป็นเอกพจน์ เพราะหมายถึงคุณสมบัติโดยรวมของการใส่ใจรายละเอียด

แบบฝึกหัด

เติมคำในวลีตายตัวให้สมบูรณ์: Her careful model shows great attention ____ detail.

ดูคำตอบ

to

Incredible.

2:49

เหลือเชื่อจริงๆ

A star plus!

2:51

เอาไปเลยเอพลัส!

Hooray!

2:57

ไชโย!

We've landed. ไวยากรณ์

2:58

เราลงจอดแล้ว

ไวยากรณ์

We've landed: การกระทำที่เสร็จแล้วและผลในปัจจุบัน

We've landed เป็นรูปย่อของ We have landed โดยมีโครงสร้าง have + คำกริยาช่องที่ 3 รูป present perfect แสดงว่าการลงจอดเสร็จสิ้นแล้วและเชื่อมโยงกับสถานการณ์ตอนนี้ คือเครื่องบินอยู่บนพื้นแล้ว We landed ใช้ simple past และโดยทั่วไปเป็นการเล่าเหตุการณ์ในอดีต ที่นี่ใช้ present perfect ได้เป็นธรรมชาติเพราะผู้พูดกำลังประกาศผลใหม่ที่เป็นจริงในตอนนี้ ไม่ได้ระบุว่าการลงจอดเกิดขึ้นในช่วงเวลาอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect แบบย่อของ land เพื่อเติมประกาศให้สมบูรณ์: ตอนนี้เครื่องบินอยู่บนรันเวย์แล้ว ____.

ดูคำตอบ

We've landed

Already? น้ำเสียง/เจตนา

3:01

แล้วเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Already?: คำตอบสนองคำเดียวที่แสดงความประหลาดใจ

Already? สามารถใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำตอบสนองสั้น ๆ ในภาษาพูดได้ มีความหมายเหมือนการถามว่า Has that happened already? และแสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ผู้พูดคาดไว้ ในฉากนี้ ผู้พูดประหลาดใจที่เครื่องบินลงจอดเร็วมาก คำนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อความกลาง ๆ ที่หมายถึง “เกิดขึ้นแล้วจนถึงตอนนี้” แต่รูปคำถามยังเพิ่มความหมายว่า “เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า The game is over. แต่คุณคิดว่าเกมจะนานกว่านี้ ปฏิกิริยาใดหมายถึง “เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

  1. Already?
  2. Still?
  3. Not yet?
ดูคำตอบ

Already?

But I was having fun. ไวยากรณ์

3:02

แต่ครูกำลังสนุกอยู่เลย

ไวยากรณ์

was having fun: ความสนุกที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต

Was having เป็นรูป past continuous ที่ประกอบด้วย was + having ใช้แสดงว่าประสบการณ์ที่สนุกกำลังดำเนินอยู่ในช่วงหนึ่งของอดีต ไม่ได้เล่าเพียงว่าเป็นเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว Have fun เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “สนุก” หรือ “มีช่วงเวลาที่ดี” ไม่ได้หมายถึง “ครอบครองความสนุก” ตามตัวอักษร ในประโยคนี้ผู้พูดบอกว่าตนกำลังสนุกขณะที่กิจกรรมนั้นดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมรูป past continuous ของ have fun ให้สมบูรณ์: The game ended just as I ____.

ดูคำตอบ

was having fun

That wasn't scary at all. วลี

3:04

ไม่เห็นน่ากลัวเลยสักนิด

วลี

wasn't scary at all: เน้นการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

At all ช่วยเน้นคำปฏิเสธใน wasn't scary ดังนั้น That wasn't scary at all จึงหมายถึง “นั่นไม่น่ากลัวเลย” หรือ “ไม่น่ากลัวแม้แต่นิดเดียว” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not + คำบรรยายหรือการกระทำ + at all โดย at all ขยายใจความปฏิเสธทั้งหมด และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด” เมื่อแยกออกมา

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “ไม่แม้แต่นิดเดียว”: The puppy looked fierce, but it wasn't dangerous ____.

ดูคำตอบ

at all

I told you, flying is really fun. น้ำเสียง/เจตนา

3:08

หนูบอกแล้วไงคะ ว่าการบินสนุกจริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

I told you เพื่อย้ำว่า “เห็นไหม ฉันพูดถูก”

ในประโยคนี้ I told you ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ผู้พูดเคยพูดไว้ก่อนหน้า ตอนนี้อีกฝ่ายได้รู้แล้วว่าการบินสนุกจริง ๆ จึงไม่ได้เป็นเพียงการรายงานว่าเคยพูดอะไร แต่สื่อว่า “เห็นไหม ฉันพูดถูก” การใช้นี้เชื่อมผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้กับสิ่งที่เคยพูดไว้ น้ำเสียงและความสัมพันธ์อาจทำให้ฟังดูเป็นการหยอกอย่างพอใจ หรือฟังดูโอ้อวดและตำหนิเล็กน้อยก็ได้

แบบฝึกหัด

ทางลัดที่คุณแนะนำเร็วกว่าจริง ๆ และเพื่อนสนิทก็พอใจหลังจากลองใช้ คุณยิ้มแล้วพูดว่า “I told you!” การใช้นี้เหมาะสมหรือไม่?

  1. ไม่เหมาะสม: I told you ใช้ได้เฉพาะเมื่อต้องการบอกข้อมูลใหม่เท่านั้น
  2. เหมาะสม: ระหว่างเพื่อนสนิท I told you สามารถใช้เชิงหยอกว่า “เห็นไหม ฉันพูดถูก” ได้
ดูคำตอบ

เหมาะสม: ระหว่างเพื่อนสนิท I told you สามารถใช้เชิงหยอกว่า “เห็นไหม ฉันพูดถูก” ได้

Thank you for helping me, Peppa and George. วลี

3:12

ขอบคุณที่ช่วยครูนะจ๊ะ เปปป้าและจอร์จ

วลี

Thank you for helping me: Thank you for + คำกริยารูป -ing

Thank you for helping me ใช้โครงสร้าง Thank you for + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกให้ชัดว่าขอบคุณสำหรับการกระทำใด Helping คือการกระทำที่ผู้พูดต้องการขอบคุณเป๊ปป้ากับจอร์จ ในที่นี้ for เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยา ต้องใช้รูป -ing เช่น Thank you for calling ไม่ใช้ Thank you for help me หากสิ่งที่ตามหลัง for เป็นสิ่งของหรือเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่การกระทำ ก็ใช้กลุ่มคำนามได้ เช่น Thank you for your help

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ help เพื่อเติมโครงสร้างการขอบคุณให้สมบูรณ์: Thank you for ____ me with the boxes.

ดูคำตอบ

helping

Now, I cannot wait to fly home. สำนวน

3:15

ตอนนี้ครูอดใจรอที่จะบินกลับบ้านไม่ไหวแล้วล่ะ

สำนวน

cannot wait to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ตื่นเต้นมากที่จะทำบางอย่าง

cannot wait to หมายถึง “ตื่นเต้นและอยากทำบางอย่างมากจนแทบรอไม่ไหว” ในประโยคนี้ ผู้พูดตั้งตารอที่จะนั่งเครื่องบินกลับบ้าน คำว่า cannot เป็นการเน้นความหมายแบบไม่ตรงตัวเพื่อแสดงความคาดหวังอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถรอได้จริง ๆ โครงสร้างคือ cannot wait to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น cannot wait to fly, cannot wait to see หรือ cannot wait to begin

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสามคำที่มีความหมายว่า “ตื่นเต้นมากที่จะทำ” โดยใช้ cannot รูปเต็ม: I ____ see my cousin this weekend.

ดูคำตอบ

cannot wait to