คำศัพท์ใจกลางเมืองในนิวยอร์ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Ariannita la Gringa

ความยากในการเรียน
1,403 คำ 172 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เดินชมนิวยอร์กพร้อมเรียนอังกฤษที่ใช้จริงเกี่ยวกับ downtown ลานสาธารณะ เลนจักรยาน ศูนย์การค้า และรถไฟใต้ดิน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. downtown ความหมายและระดับภาษา: แยกย่านศูนย์กลางธุรกิจหรือกิจกรรมออกจาก city center ที่กว้างกว่า แล้วใช้บอกจุดที่ชีวิตในเมืองกระจุกตัว 2. hang out กริยาวลี: เข้าใจสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการใช้เวลาสบาย ๆ ร่วมกัน และใช้ hang out with someone เมื่อพูดถึงเพื่อนหรือครอบครัว 3. waiting for my train to arrive ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ wait for + คนหรือสิ่งของ + to-infinitive เพื่อบอกว่ารอเหตุการณ์หนึ่งก่อนทำสิ่งถัดไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey guys, it's Ariannita la Gringa and welcome back to my YouTube channel.

0:00

สวัสดีค่ะทุกคน ฉัน Ariannita la Gringa และยินดีต้อนรับกลับสู่ช่อง YouTube ของฉันนะคะ

If you guys don't know anything about me,

0:05

ถ้าใครยังไม่รู้จักฉันเลย

I am a native English teacher from the United States teaching you guys English at different places.

0:07

ฉันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเจ้าของภาษาจากสหรัฐอเมริกา ที่จะมาสอนภาษาอังกฤษให้ทุกคนตามสถานที่ต่างๆ ค่ะ

Can you guys guess where I'm at today just by looking at the beautiful buildings around me? ไวยากรณ์

0:13

ทุกคนทายได้ไหมคะว่าวันนี้ฉันอยู่ที่ไหน โดยดูจากตึกสวยๆ รอบตัวฉัน?

ไวยากรณ์

just by looking at: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

โครงสร้าง by + คำกริยารูป -ing บอกวิธีที่คนคนหนึ่งทำบางสิ่งหรือหาคำตอบ ในประโยคนี้ วลี by looking at the buildings บอกวิธีที่ใช้เดาสถานที่ คำว่า just ในที่นี้หมายถึง “เพียงแค่” ผู้พูดกำลังถามว่าอาคารเหล่านี้เพียงอย่างเดียวเป็นเบาะแสที่มากพอให้เดาสถานที่ได้หรือไม่ โดยไม่ต้องมีข้อมูลอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ just by + รูป -ing ของ look: Mia recognized the school ____ its front gate.

ดูคำตอบ

just by looking at

I am in downtown New York City, การใช้คำ

0:21

ฉันอยู่ที่ใจกลางเมืองนิวยอร์กค่ะ

but specifically Manhattan.

0:23

แต่ถ้าจะระบุให้ชัดก็คือแมนฮัตตันค่ะ

การใช้คำ

downtown: ย่านธุรกิจและกิจกรรมใจกลางเมือง

ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน downtown มักหมายถึงส่วนของเมืองที่มีสำนักงาน ร้านค้า อาคารสาธารณะ และกิจกรรมต่าง ๆ กระจุกตัวอยู่มาก ในประโยคนี้ downtown ขยาย New York City และจำกัดตำแหน่งให้เป็นบริเวณใจกลางเมืองนั้น Downtown เป็นคำเรียกพื้นที่เมืองที่ใช้ในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายความว่าจะมีขอบเขตบนแผนที่ที่แน่นอน และในบางเมืองพื้นที่นี้อาจไม่ใช่จุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยค Our hotel is downtown คำว่า downtown หมายถึงอะไร

  1. โรงแรมอยู่ในย่านธุรกิจและกิจกรรมใจกลางเมือง
  2. โรงแรมอยู่นอกเมือง
  3. โรงแรมอยู่ที่ชั้นล่าง
ดูคำตอบ

โรงแรมอยู่ในย่านธุรกิจและกิจกรรมใจกลางเมือง

And in today's video,

0:25

และในวิดีโอวันนี้

I am going to teach all of you downtown vocabulary.

0:27

ฉันจะมาสอนคำศัพท์เกี่ยวกับใจกลางเมือง (downtown) ให้ทุกคนกันค่ะ

And New York City is the best city,

0:30

เมืองนิวยอร์กเป็นเมืองที่ดีที่สุด

the city that never sleeps, วัฒนธรรม

0:32

เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล

to teach you guys downtown vocab.

0:33

เหมาะมากสำหรับการสอนคำศัพท์ใจกลางเมืองค่ะ

วัฒนธรรม

the city that never sleeps: ฉายาของนิวยอร์ก

the city that never sleeps เป็นฉายาที่มีชื่อเสียงของนครนิวยอร์ก คำว่า never sleeps เป็นการกล่าวเกินจริง หมายถึงเมืองนี้คึกคักและมีกิจกรรมทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนตื่นอยู่ตลอดเวลา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอยู่หลัง New York City และคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมือง ผู้อ่านจึงเชื่อมโยงฉายานี้กับนิวยอร์กโดยตรง ไม่ได้เข้าใจว่าเป็นอีกเมืองหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the city that never sleeps บอกอะไรเกี่ยวกับนิวยอร์ก?

  1. นิวยอร์กมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่คึกคักตลอดเวลา
  2. ทุกคนในนิวยอร์กตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน
  3. นิวยอร์กไม่มีสถานที่ให้ผู้คนนอนหลับ
ดูคำตอบ

นิวยอร์กมีชื่อเสียงว่าเป็นเมืองที่คึกคักตลอดเวลา

But before starting this video and teaching you guys some downtown vocab,

0:35

แต่ก่อนที่จะเริ่มวิดีโอนี้และสอนคำศัพท์เกี่ยวกับใจกลางเมืองให้ทุกคน

what does the word downtown mean?

0:40

คำว่า downtown หมายถึงอะไรคะ?

Downtown is a part of a city or a town

0:43

Downtown คือส่วนหนึ่งของเมืองหรือตัวเมือง

where there are a lot of tall buildings,

0:46

ที่มีตึกสูงๆ อยู่มากมาย

stores, and offices,

0:49

มีร้านค้า และสำนักงาน

or it's just the center of the city.

0:51

หรือก็คือศูนย์กลางของเมืองนั่นเองค่ะ

Now,

0:53

ตอนนี้

let's learn some English vocab in New York.

0:53

เรามาเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษในนิวยอร์กกันเถอะค่ะ

One of the main characteristics of a downtown area

0:59

ลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของย่านใจกลางเมือง

are the tall buildings like the ones behind me.

1:03

ก็คือตึกสูงๆ อย่างที่อยู่ข้างหลังฉันค่ะ

But what is a very tall building called like the one right next to me?

1:06

แล้วตึกที่สูงมากๆ อย่างตึกที่อยู่ข้างๆ ฉันนี้เรียกว่าอะไรคะ?

This very tall building located in the center of downtown New York

1:16

ตึกที่สูงมากๆ แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของดาวน์ทาวน์นิวยอร์ก

is called One World Trade Center.

1:21

มีชื่อว่า วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (One World Trade Center) ค่ะ

This building is called a skyscraper. ไวยากรณ์

1:23

ตึกแบบนี้เรียกว่า ตึกระฟ้า (skyscraper) ค่ะ

ไวยากรณ์

is called + ชื่อหรือประเภท

ใน is called คำว่า is เป็นรูปหนึ่งของ be และ called เป็นคำกริยาช่องที่สาม ทั้งสองคำรวมกันเป็นโครงสร้างถูกกระทำ be called + ชื่อหรือประเภท ในที่นี้ใช้แนะนำประเภท a skyscraper โครงสร้างนี้หมายถึง “มีชื่อนี้” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อนี้” ไม่ได้หมายความว่ามีใครโทรศัพท์หาอาคาร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่ใช้บอกชื่อประเภท: This small boat ____ a kayak.

ดูคำตอบ

is called

Skyscraper.

1:26

Skyscraper

And why is it called skyscraper?

1:28

และทำไมถึงเรียกว่าตึกระฟ้า (skyscraper)?

Well,

1:30

ก็เพราะว่า

it's called skyscraper because the building is scraping the sky. สำนวน

1:30

มันถูกเรียกว่า skyscraper เพราะตึกนี้มันสูงจนขูด (scraping) ท้องฟ้า (sky) เลยล่ะค่ะ

สำนวน

scraping the sky: ภาพของความสูงในคำว่า skyscraper

ในที่นี้ scraping the sky ทำให้เห็นภาพว่าตึกสูงมากจนดูเหมือนแตะท้องฟ้า การขูดนี้เป็นเพียงภาพในจินตนาการ ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ภาพนี้ยังช่วยให้เข้าใจคำประสม skyscraper ด้วย โดย sky หมายถึงท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ส่วน scraper ชวนให้นึกถึงสิ่งที่ยื่นขึ้นไปและเฉียดท้องฟ้า นี่เป็นคำอธิบายด้วยภาพที่จำง่าย

แบบฝึกหัด

scraping the sky สื่อถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าผนังของตึกกำลังทำความเสียหายต่อท้องฟ้า
  2. ทำให้เห็นภาพตึกที่สูงตระหง่านขึ้นไปในท้องฟ้า
  3. หมายความว่าตึกกำลังถูกทำความสะอาดจากบนลงล่าง
ดูคำตอบ

ทำให้เห็นภาพตึกที่สูงตระหง่านขึ้นไปในท้องฟ้า

And this skyscraper has many levels or floors.

1:34

และตึกระฟ้านี้ก็มีระดับหรือชั้นเยอะมากๆ

This skyscraper is so tall ไวยากรณ์

1:41

ตึกระฟ้าแห่งนี้สูงมาก

that I couldn't even fit it in this video.

1:44

จนฉันไม่สามารถเก็บภาพทั้งหมดให้อยู่ในวิดีโอนี้ได้เลย

ไวยากรณ์

so tall that: ระดับที่มากตามด้วยผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that เชื่อมระดับที่มากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น so tall บอกระดับความสูง ส่วน that I couldn't even fit it in this video บอกสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะความสูงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยคบอกผล ให้เข้าใจว่า that เป็นตัวเชื่อมไปสู่ผล ไม่ใช่ความคิดอีกเรื่องที่เพียงเติมเข้ามาทีหลัง

แบบฝึกหัด

ใช้ so + คำคุณศัพท์ + that เติมประโยคให้สมบูรณ์: The joke was ____ funny ____ everyone laughed.

ดูคำตอบ

so · that

This skyscraper is the tallest building ไวยากรณ์

1:46

ตึกระฟ้านี้เป็นตึกที่สูงที่สุด

in the entire United States of America at 1,776 ft.

1:49

ในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด ด้วยความสูง 1,776 ฟุตค่ะ

ไวยากรณ์

the tallest building: the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนาม

“the tallest building” ระบุอาคารหนึ่งแห่งที่สูงกว่าอาคารอื่นทุกแห่งในกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างคือ the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนาม: the tallest building วลีที่ขึ้นต้นด้วย in บอกขอบเขตที่ใช้เปรียบเทียบ: in the entire United States of America ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย at บอกความสูงที่วัดได้เพิ่มเติม ไม่ได้ใช้กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้ tall ในโครงสร้างขั้นสูงสุดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Mount Everest is ____ in the world.

ดูคำตอบ

the tallest mountain

Now,

1:55

เอาล่ะ

what do you think is inside of a huge skyscraper?

1:55

ทุกคนคิดว่าข้างในตึกระฟ้าขนาดใหญ่นี้มีอะไรบ้างคะ?

Are there apartments, hotels, offices, businesses.

1:59

มีอพาร์ทเมนต์ โรงแรม สำนักงาน หรือธุรกิจต่างๆ ไหม?

Actually, there's everything.

2:04

ความจริงคือมีทุกอย่างเลยค่ะ

Some skyscrapers have hotels,

2:06

ตึกระฟ้าบางแห่งมีโรงแรม

apartments,

2:08

อพาร์ทเมนต์

offices,

2:09

สำนักงาน

businesses, and more things.

2:10

ธุรกิจต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย

Overall,

2:12

โดยรวมแล้ว

a skyscraper can be used in a variety of ways วลี

2:13

ตึกระฟ้าสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายวิธี

and produce a lot of money with the businesses they have inside.

2:16

และสร้างรายได้มหาศาลจากธุรกิจที่อยู่ข้างในค่ะ

วลี

a variety of ways: a variety of + คำนามพหูพจน์

“a variety of ways” หมายถึงหลายวิธีที่แตกต่างกัน variety เน้นความหลากหลาย ไม่ใช่แค่จำนวนที่มาก โครงสร้างที่นำไปใช้กับบริบทอื่นได้คือ a variety of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a variety of ways หรือ a variety of choices ในประโยคนี้วลีดังกล่าวตามหลัง in: in a variety of ways

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย a variety of และคำนามพหูพจน์ที่ถูกต้อง: The app can be used in ____, from planning trips to learning languages.

ดูคำตอบ

a variety of ways

Go ahead and tell me น้ำเสียง/เจตนา

2:20

ลองคอมเมนต์บอกฉันสิคะว่า

น้ำเสียง/เจตนา

Go ahead and tell me: การเชิญให้อีกฝ่ายพูดต่ออย่างเป็นมิตร

Go ahead and + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เพื่ออนุญาตหรือให้กำลังใจใครสักคนให้ทำสิ่งนั้น ในที่นี้ tell me หมายถึง “บอกคำตอบของคุณให้ฉันรู้” ผู้พูดจึงกำลังเชิญให้อีกฝ่ายตอบอย่างเป็นมิตร ในประโยคนี้ go ahead ไม่ได้หมายถึงการเดินไปข้างหน้า แต่เป็นสัญญาณในการสนทนาที่หมายถึง “ทำได้เลยตอนนี้” หรือ “เชิญพูดต่อได้”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่ให้อนุญาตอย่างเป็นมิตรเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์: If you're ready, ____ tell me your idea.

ดูคำตอบ

go ahead and

what is the tallest building or skyscraper

2:21

ตึกหรือตึกระฟ้าที่สูงที่สุด

in your city where you are from.

2:24

ในเมืองที่ทุกคนอาศัยอยู่คือตึกอะไร

When you exit a building like this one,

2:26

เวลาที่คุณเดินออกจากตึกแบบนี้

the first thing you see is this right here.

2:28

สิ่งแรกที่คุณจะเห็นก็คือตรงนี้เลยค่ะ

This is called a sidewalk, การใช้คำ

2:31

สิ่งนี้เรียกว่า ทางเท้า (sidewalk)

and you walk on the sidewalk.

2:34

และคุณก็เดินบนทางเท้านี้ค่ะ

การใช้คำ

sidewalk: คำภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่หมายถึงทางเดินเท้า

Sidewalk คือทางที่ปูพื้นไว้ข้างถนนสำหรับให้คนเดิน ในตัวอย่าง ทางนี้แยกจาก street ซึ่งเป็นบริเวณที่ยานพาหนะวิ่ง Sidewalk เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ส่วนภาษาอังกฤษแบบบริติชมักใช้คำว่า pavement เรียกส่วนเดียวกันของถนน

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่หมายถึงทางเดินเท้าข้างถนนเพื่อให้ประโยคคำแนะนำด้านความปลอดภัยสมบูรณ์: Pedestrians should stay on the ____ while cars use the street.

ดูคำตอบ

sidewalk

Also,

2:36

นอกจากนี้

this sidewalk is huge

2:36

ทางเท้าที่นี่ก็กว้างมากๆ

because we are in New York City

2:38

เพราะเราอยู่ในเมืองนิวยอร์ก

and there are over 8.8 million people living in New York.

2:40

และมีผู้คนอาศัยอยู่ในนิวยอร์กมากกว่า 8.8 ล้านคนเลยค่ะ

Can you believe it?

2:44

เชื่อไหมคะ?

Its population is huge.

2:45

ประชากรที่นี่เยอะมากๆ ค่ะ

This right here that I'm tapping my toe on

2:47

ตรงนี้ที่ฉันกำลังใช้ปลายเท้าเคาะอยู่

is called the curb.

2:50

เรียกว่า ขอบทางเท้า (curb) ค่ะ

This is the curb การใช้คำ

2:52

นี่คือขอบทางเท้า

and it separates the sidewalk from the street.

2:53

และมันทำหน้าที่แยกทางเท้าออกจากถนนค่ะ

การใช้คำ

the curb: ขอบยกสูงข้างถนน

ในประโยคนี้ curb คือขอบที่ยกสูงตรงจุดที่ทางเท้ามาบรรจบกับถนน เป็นเส้นแบ่งระหว่างบริเวณที่คนเดินกับถนนที่รถวิ่ง ในที่นี้ curb เป็นคำนามที่อยู่หลัง the ในบริบทอื่น curb ยังใช้เป็นคำกริยาที่แปลว่า “จำกัด” หรือ “ควบคุม” ได้ด้วย แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

curb ในตัวอย่างคืออะไร

  1. ขอบที่ยกสูงตรงจุดที่ทางเท้ามาบรรจบกับถนน
  2. กลางถนนที่รถยนต์วิ่ง
  3. ทางเดินที่อยู่ไกลจากถนนทุกสาย
ดูคำตอบ

ขอบที่ยกสูงตรงจุดที่ทางเท้ามาบรรจบกับถนน

Another important part of a city are the streets.

2:57

ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเมืองก็คือ ถนน (streets) ค่ะ

This is a street.

3:01

นี่คือถนน (street) ค่ะ

And as I said before,

3:02

และอย่างที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้

New York City has a large population

3:04

เมืองนิวยอร์กมีประชากรหนาแน่นมาก

and a bunch of tourists. การใช้คำ

3:06

และมีนักท่องเที่ยวเยอะแยะเลย

การใช้คำ

a bunch of tourists: นักท่องเที่ยวจำนวนมากในภาษาพูดแบบสบาย ๆ

ในประโยคนี้ a bunch of tourists หมายถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตามความหมายตรงตัว bunch อาจหมายถึงสิ่งของที่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่ a bunch of + คำนามพหูพจน์มักเป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการเพื่อบอกว่ามีจำนวนค่อนข้างมากโดยไม่ระบุตัวเลขที่แน่นอน วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องอยู่ในกรุ๊ปทัวร์เดียวกัน ในที่นี้มีน้ำเสียงเป็นกันเองมากกว่า a large number of tourists

แบบฝึกหัด

a bunch of tourists ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. กรุ๊ปทัวร์ที่จัดอย่างเป็นทางการหนึ่งกลุ่ม
  2. นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งพูดแบบไม่เป็นทางการ
  3. นักท่องเที่ยวที่ถือช่อดอกไม้
ดูคำตอบ

นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งพูดแบบไม่เป็นทางการ

As you guys can see behind me,

3:08

อย่างที่ทุกคนเห็นข้างหลังฉัน

there are so many people walking around and tourists.

3:10

มีผู้คนและนักท่องเที่ยวเดินไปมาเต็มไปหมด

These streets are where cars will drive on

3:12

ถนนพวกนี้คือที่ที่รถยนต์ใช้ขับเคลื่อนไป

to get to places like going to work,

3:15

เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ไปทำงาน

traveling,

3:17

ท่องเที่ยว

or running errands. วลี

3:18

หรือไปทำธุระต่างๆ ค่ะ

วลี

running errands: ออกไปทำธุระ

ใน running errands คำว่า run ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง วลีทั้งหมดหมายถึงการออกไปจัดการธุระในชีวิตประจำวัน เช่น ซื้อหรือไปรับของ หรือไปธนาคาร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่ผู้คนขับรถออกไปข้างนอก รูป running ที่ลงท้ายด้วย -ing มีรูปแบบเดียวกับ going to work และ traveling

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงการออกไปจัดการธุระหลายอย่าง: “The bank and pharmacy close soon, so I need to ____ before lunch.”

ดูคำตอบ

run errands

You may think that New York City is full of skyscrapers and tall buildings

3:19

คุณอาจคิดว่าเมืองนิวยอร์กมีแต่ตึกระฟ้าและตึกสูงๆ

because its nickname is the Concrete Jungle. สำนวน

3:24

เพราะที่นี่มีฉายาว่า ป่าคอนกรีต (Concrete Jungle)

สำนวน

The Concrete Jungle ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงเมือง

The Concrete Jungle เป็นฉายาเชิงเปรียบเทียบของนครนิวยอร์ก concrete สื่อถึงพื้นผิวแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นจำนวนมากในเมือง ส่วน jungle ทำให้นึกถึงสถานที่ที่หนาแน่น แออัด และเคลื่อนผ่านได้ยาก คำนี้ไม่ได้หมายถึงป่าจริง ๆ และไม่ใช่ชื่อสถานที่อย่างเป็นทางการ ภาพเปรียบนี้อาจให้ความรู้สึกเชิงลบว่าเมืองหม่น แข็งกระด้าง หรือน่าอึดอัด หรืออาจเน้นพลังและความคึกคักของเมืองก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยค “From her apartment, Nia saw a concrete jungle of towers and busy roads,” concrete jungle หมายถึงอะไร

  1. เขตเมืองที่แออัดและมีอาคารกับพื้นผิวที่ปูแข็งจำนวนมาก
  2. ส่วนจัดแสดงในสวนสัตว์ที่ทำจากคอนกรีต
  3. ชื่ออย่างเป็นทางการของย่านหนึ่งในเมือง
  4. ป่าเขตร้อนที่เติบโตอยู่ภายในเมือง
ดูคำตอบ

เขตเมืองที่แออัดและมีอาคารกับพื้นผิวที่ปูแข็งจำนวนมาก

Well,

3:27

ก็ใช่ค่ะ

that's all true,

3:27

นั่นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

but they also have a plaza right behind me

3:28

แต่พวกเขาจะมีลานกว้าง (plaza) อยู่ข้างหลังฉันด้วย

full of trees,

3:31

ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้

grass,

3:32

สนามหญ้า

and green areas.

3:33

และพื้นที่สีเขียวค่ะ

A plaza is a public square การใช้คำ

3:34

พลาซ่าหรือลานกว้างเป็นพื้นที่สาธารณะ

where people can walk around and enjoy the city.

3:36

ที่คนสามารถมาเดินเล่นและเพลิดเพลินกับเมืองได้

การใช้คำ

plaza: ลานสาธารณะในเมือง

ในที่นี้ plaza หมายถึงพื้นที่สาธารณะแบบเปิดในเมือง ซึ่งมักมีอาคารล้อมรอบ ผู้คนสามารถเดินผ่าน พบปะ นั่งพัก หรือร่วมกิจกรรมสาธารณะได้ ประโยคนี้อธิบาย plaza ด้วยคำที่กว้างกว่าว่า public square คำว่า Plaza อาจเป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่หรืออาคารได้ด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือดูเหมือนลานแบบดั้งเดิมเสมอไป

แบบฝึกหัด

สถานที่ใดตรงกับคำอธิบายของ plaza มากที่สุด

  1. พื้นที่สนามหญ้าที่มีสนามเด็กเล่นและทางเดิน
  2. ลานสาธารณะแบบเปิดระหว่างอาคารในเมือง
  3. ถนนที่รถยนต์และรถโดยสารใช้
ดูคำตอบ

ลานสาธารณะแบบเปิดระหว่างอาคารในเมือง

And they can get a breath of fresh air from working all day. วลี

3:39

และพวกเขาสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากทำงานมาทั้งวันได้ค่ะ

วลี

get a breath of fresh air: ออกไปพักข้างนอกสั้น ๆ

ในที่นี้ get a breath of fresh air หมายถึงออกไปข้างนอกและหายใจรับอากาศภายนอก Get สื่อถึงการมีโอกาสได้ทำเช่นนั้น โดยสำนวนนี้ไม่ได้เน้นการนับลมหายใจเพียงครั้งเดียว ในประโยคนี้ยังสื่อถึงการพักสั้น ๆ เพื่อให้สดชื่นจากการอยู่ในอาคารหรือการทำงานด้วย A breath of fresh air อาจใช้เชิงเปรียบเทียบถึงคนหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้รู้สึกสดชื่นได้ แต่ฉากนี้ใช้ความหมายตรงตัวเกี่ยวกับการออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

หลังจากทำงานในอาคารมาตลอดช่วงเช้า ประโยคใดชวนให้ออกไปพักข้างนอกสั้น ๆ ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's go outside and get a breath of fresh air.
  2. Let's stay inside and finish the work without a break.
  3. Let's go outside and hold our breath.
ดูคำตอบ

Let's go outside and get a breath of fresh air.

They can walk their dogs and hang out with their family. กริยาวลี

3:43

พวกเขาสามารถพาหมามาเดินเล่นและใช้เวลากับครอบครัวได้ด้วย

กริยาวลี

hang out: ใช้เวลาร่วมกันแบบสบาย ๆ

ในประโยคนี้ hang out หมายถึงใช้เวลาว่างร่วมกันแบบสบาย ๆ เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้พูดถึงการเข้าสังคมในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่กิจกรรมพิเศษ เมื่อต้องการบอกว่าใช้เวลากับใคร ให้ใช้ hang out with + คนหรือกลุ่ม เช่น hang out with their family ในที่นี้ hang ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่า “แขวนอยู่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ใช้เวลาร่วมกันแบบสบาย ๆ”: On Saturdays, Leo likes to ____ with his cousins at the park.

ดูคำตอบ

hang out

This plaza is called the 9/11 Memorial. วัฒนธรรม

3:46

ลานนี้เรียกว่า อนุสรณ์สถาน 9/11 (9/11 Memorial) ค่ะ

วัฒนธรรม

the 9/11 Memorial: อนุสรณ์สถาน 9/11

the 9/11 Memorial เป็นชื่อของสถานที่รำลึกในนครนิวยอร์ก สถานที่นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 ในบริบทของสหรัฐฯ 9/11 มักหมายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ไม่ใช่เพียงวันที่ในปฏิทินหรือหมายเลขฉุกเฉิน 911 ในที่นี้ memorial หมายถึงสถานที่ที่ช่วยให้ผู้คนจดจำและให้เกียรติผู้เสียชีวิต

แบบฝึกหัด

the 9/11 Memorial ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สถานที่ในนครนิวยอร์กที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001
  2. ลานที่ตั้งชื่อตามวันที่ 11 กันยายนเท่านั้น
  3. ศูนย์รับสายฉุกเฉินที่ติดต่อได้ด้วยการโทร 911
ดูคำตอบ

สถานที่ในนครนิวยอร์กที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001

And as you can see behind me,

3:51

และอย่างที่เห็นด้านหลังฉัน

it was constructed in memory of the victims from 9/11 วลี

3:52

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์ 9/11

and the events of that.

3:56

และเหตุการณ์ในครั้งนั้นค่ะ

วลี

in memory of: เพื่อรำลึกถึง

“in memory of” หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกสร้าง จัดขึ้น หรืออุทิศเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิต หรือเพื่อไม่ให้เหตุการณ์สำคัญในอดีตถูกลืม ในประโยคนี้ วลีนี้อธิบายจุดประสงค์ของอนุสรณ์สถานว่า สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11 ต่อไป ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างในความทรงจำ” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายในคำอุทิศให้สมบูรณ์: The garden was planted ____ the neighbors who lost their lives in the flood.

ดูคำตอบ

in memory of

But this memorial has a fountain inside of it.

3:57

แต่อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีน้ำพุอยู่ข้างในด้วยนะคะ

Normally,

4:01

โดยปกติแล้ว

plazas can have fountains

4:01

ลานกว้างอาจมีน้ำพุ

or they can have public figures

4:03

หรืออาจมีรูปปั้นบุคคลสาธารณะ

like statues in the middle of the plaza.

4:05

ตั้งอยู่ตรงกลางลานค่ะ

This is a squirrel.

4:08

นี่คือกระรอกตัวหนึ่งค่ะ

The squirrel is climbing a tree in the plaza.

4:09

กระรอกกำลังปีนต้นไม้อยู่ในลานกว้างค่ะ

These are two pigeons.

4:12

ส่วนนี่คือนกพิราบสองตัวค่ะ

The pigeons are walking on the sidewalk.

4:14

นกพิราบกำลังเดินอยู่บนทางเท้า

Some downtowns,

4:17

ใจกลางเมืองบางแห่ง

like the one in New York,

4:18

อย่างเช่นในนิวยอร์ก

have a lane just for bicyclists.

4:19

จะมีเลนสำหรับคนปั่นจักรยานโดยเฉพาะค่ะ

So,

4:22

ดังนั้น

this is called a bicycle lane. การใช้คำ

4:22

ตรงนี้จึงเรียกว่า เลนจักรยาน (bicycle lane) ค่ะ

การใช้คำ

a bicycle lane: เลนจักรยาน

“a bicycle lane” คือส่วนหนึ่งของถนนที่ทำเครื่องหมายไว้และสงวนให้ผู้ขี่จักรยาน ที่นี่ “lane” หมายถึงช่องทางหนึ่งที่กำหนดไว้ ไม่ใช่ถนนทั้งสาย ในภาษาอังกฤษที่ใช้ทั่วไป มักเรียกว่า “bike lane” เช่นกัน เลนจักรยานอาจทำเครื่องหมายด้วยเส้นหรือสัญลักษณ์ที่ทาสีบนถนน และไม่จำเป็นต้องมีสิ่งกั้นแยกจากรถยนต์เสมอไป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “a bicycle lane”?

  1. ช่องทางและทางแยกทั้งหมดบนถนนทั้งสายในเมือง
  2. ทางข้างถนนที่มีไว้สำหรับคนเดินเท้าเท่านั้น
  3. ช่องทางบนถนนที่ทำเครื่องหมายและสงวนไว้สำหรับผู้ขี่จักรยาน
ดูคำตอบ

ช่องทางบนถนนที่ทำเครื่องหมายและสงวนไว้สำหรับผู้ขี่จักรยาน

Right next to me is the sidewalk, วลี

4:25

ทางขวาถัดจากฉันก็คือทางเท้า

and on the other side, วลี

4:27

และอีกฝั่งหนึ่ง

this is the street.

4:28

ก็คือถนนค่ะ

วลี

right next to: อยู่ติดกันทันที

right next to หมายถึง “อยู่ติดกันทันที” หรือ “อยู่ใกล้มาก” ในที่นี้ me เป็นจุดอ้างอิงสำหรับบอกตำแหน่งของทางเท้า ซึ่งอยู่ติดกับผู้พูดโดยตรง right ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงทิศทางด้านขวา แต่ใช้เน้น next to ให้ใกล้มากขึ้น ใช้โครงสร้าง X is right next to Y เมื่อ X กับ Y อยู่ติดกันและแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ right เพื่อเน้น next to: The water bottle is ____ the lunch box.

ดูคำตอบ

right next to

วลี

on the other side: อีกด้านของจุดอ้างอิงที่เข้าใจกัน

on the other side ชี้ไปยังด้านที่อยู่ตรงข้ามกับด้านหรือตำแหน่งที่รู้อยู่แล้ว ในที่นี้เลนจักรยานเป็นจุดอ้างอิงที่เข้าใจกันจากบริบท โดยทางเท้าอยู่ติดขอบด้านหนึ่ง ส่วนถนนอยู่ติดขอบอีกด้าน ไม่ต้องพูดจุดอ้างอิงออกมาก็ได้ หากทุกคนมองเห็นหรือเข้าใจตรงกัน เมื่อต้องการระบุให้ชัดเจน ให้ใช้ on the other side of + คำนาม เช่น on the other side of the fence

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่มี other เพื่อบอกว่ากระท่อมอยู่เลยแม่น้ำไป: The cabin is ____ of the river.

ดูคำตอบ

on the other side

So,

4:30

ดังนั้น

the bicyclists can easily ride their bikes in this lane

4:30

คนปั่นจักรยานก็สามารถปั่นจักรยานบนเลนนี้ได้อย่างง่ายดาย

without trying to ride their bike on the street

4:34

โดยไม่ต้องพยายามไปปั่นบนถนนใหญ่

or in between people walking on the sidewalk.

4:36

หรือปั่นแทรกระหว่างคนที่กำลังเดินบนทางเท้าเลยค่ะ

Let me know down below if you guys have a bike.

4:39

บอกฉันที่คอมเมนต์ด้านล่างนะคะถ้าคุณมีจักรยานด้วย

After visiting a big city like New York,

4:41

หลังจากมาเยือนเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กแล้ว

you realize how big the world really is

4:44

คุณจะตระหนักได้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่แค่ไหน

and how important it is to speak different languages ไวยากรณ์

4:47

และมันสำคัญมากแค่ไหนที่ต้องพูดได้หลายภาษา

to communicate properly with others.

4:50

เพื่อใช้สื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง

ไวยากรณ์

how important it is to ... ที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า

ในประโยคนี้ how important it is to speak different languages เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผู้พูดตระหนักจาก realize โครงสร้าง how + adjective + it is + to-infinitive เน้นระดับของคำคุณศัพท์ กล่าวคือ การพูดภาษาต่าง ๆ มีความสำคัญมาก เนื่องจากอนุประโยคนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า it is ไม่ใช่ is it คำว่า how ในที่นี้แสดงระดับที่สูงมาก ไม่ได้ใช้ถามคำถามที่รอคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้าง how แบบฝังที่เน้นระดับความสำคัญ: Now Mia understands ____ be patient.

ดูคำตอบ

how important it is to

And the best tool to learn a new language is from the sponsor of today's video,

4:53

และเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาษาใหม่มาจากผู้สนับสนุนวิดีโอวันนี้ของเราค่ะ

Preply.

4:58

Preply นั่นเอง

I've been studying Spanish with Preply ไวยากรณ์

4:58

ฉันเรียนภาษาสเปนกับ Preply มาตลอดเลยค่ะ

and have felt so comfortable talking with native Spanish speakers. วลี

5:00

และรู้สึกสบายใจมากเวลาที่ได้คุยกับเจ้าของภาษาสเปนตัวจริง

ไวยากรณ์

I've been studying: กิจกรรมที่ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

I've been studying เป็นรูปย่อของ I have been studying โดยใช้โครงสร้าง have been + กริยา-ing ซึ่งเป็น present perfect continuous ในที่นี้ รูปดังกล่าวแสดงว่าการเรียนภาษาสเปนเริ่มขึ้นในอดีตและดำเนินต่อมาเป็นระยะเวลาหนึ่งจนถึงปัจจุบัน จุดเน้นอยู่ที่กระบวนการที่ต่อเนื่องและความเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูป present perfect continuous ของ work: I ____ on this science project all week, and I am still working on it.

ดูคำตอบ

have been working

วลี

felt so comfortable talking: รูปแบบ feel comfortable + -ing

feel comfortable + -ing หมายถึงรู้สึกผ่อนคลาย มั่นใจ หรือไม่อึดอัดขณะทำกิจกรรมหนึ่ง ในประโยคนี้ talking คือกิจกรรมที่ผู้พูดรู้สึกว่าง่ายและเป็นธรรมชาติ รูปแบบคือ feel + so + comfortable + -ing โดย so ช่วยเน้นระดับของ comfortable และหลัง comfortable ใช้รูป -ing ได้โดยตรง ไม่ต้องเติม to หน้า talking ส่วน with ใช้บอกคนที่เราพูดคุยด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ feel comfortable + -ing ได้ถูกต้อง

  1. I feel comfortably asking my teacher for help.
  2. I feel comfortable asking my teacher for help.
  3. I feel comfortable to ask my teacher for help.
ดูคำตอบ

I feel comfortable asking my teacher for help.

You can do the same thing

5:04

ทุกคนก็สามารถทำแบบเดียวกันได้นะคะ

and learn over 50 languages with Preply.

5:06

และเรียนรู้ได้มากกว่า 50 ภาษาด้วย Preply ค่ะ

You will have access to over 32,000 expert tutors วลี

5:09

คุณจะสามารถเข้าถึงติวเตอร์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 32,000 คน

วลี

have access to: สามารถใช้หรือเข้าถึงทรัพยากร

have access to หมายถึงมีโอกาส ได้รับอนุญาต หรือมีความสามารถในทางปฏิบัติที่จะใช้หรือเข้าถึงทรัพยากรหนึ่ง ในที่นี้ทรัพยากรนั้นคือกลุ่มผู้สอนผู้เชี่ยวชาญกว่า 32,000 คน ในรูปแบบนี้ access เป็นคำนามและ to เป็นคำบุพบท หลัง to ใช้คำนามหรือกลุ่มคำนาม เช่น have access to expert tutors หากส่วนเติมเต็มกล่าวถึงกิจกรรม ให้ใช้คำนามหรือรูป -ing แทนการใช้คำกริยารูปพื้นฐานหลัง to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบคำนาม have access to ได้ถูกต้อง

  1. All members have access the digital archive.
  2. All members can access to the digital archive.
  3. All members have access to the digital archive.
ดูคำตอบ

All members have access to the digital archive.

to help you achieve fluency in a language. วลี

5:12

ที่จะช่วยให้คุณใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว

วลี

Achieve fluency in a language: ใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว

achieve fluency หมายถึงการไปถึงระดับที่คุณใช้ภาษาได้อย่างลื่นไหลและง่ายดาย คำว่า achieve ทำให้ fluency เป็นเป้าหมายที่ได้มาจากความพยายาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ achieve fluency in + ภาษา โดย fluency เป็นคำนามที่เรียกระดับความสามารถนี้

แบบฝึกหัด

ใช้ achieve + คำนามนับไม่ได้เพื่อสื่อว่าไปถึงระดับที่คล่อง: After years of practice, Maya hopes to ____ in Spanish.

ดูคำตอบ

achieve fluency

And the cool thing about this is

5:14

และสิ่งที่เจ๋งมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ

you can choose a native teacher from any part of the world.

5:16

คุณสามารถเลือกครูเจ้าของภาษาจากที่ไหนก็ได้ในโลกเลยค่ะ

For example,

5:20

ตัวอย่างเช่น

I can take a one-on-one class with a native Spanish teacher วลี

5:21

ฉันสามารถเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูสอนภาษาสเปนเจ้าของภาษา

from Mexico,

5:24

จากประเทศเม็กซิโก

Peru,

5:25

เปรู

or Argentina,

5:26

หรืออาร์เจนตินาได้เลย

and I can learn the way that they speak

5:27

และฉันก็ได้เรียนรู้วิธีการพูดของพวกเขา

and learn new vocabulary.

5:29

พร้อมกับเรียนคำศัพท์ใหม่ๆ ด้วยค่ะ

วลี

Take a one-on-one class with a teacher: เรียนแบบตัวต่อตัวกับครู

take a class with a teacher หมายถึงเข้าเรียนในชั้นที่ครูคนนั้นสอน ในที่นี้ take บอกบทบาทของผู้เรียน และ with ใช้เชื่อมกับครูผู้สอน one-on-one บอกว่าชั้นเรียนมีครูหนึ่งคนกับผู้เรียนหนึ่งคน ไม่ใช่กลุ่ม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take a one-on-one class with + teacher, tutor หรือ coach

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงการเข้าเรียนในชั้นส่วนตัว โดยต้องมีรูปแบบชั้นเรียนและคำที่ใช้เชื่อมกับบุคคล: Next week, I'll ____ an English coach to practice interviews.

ดูคำตอบ

take a one-on-one class with

If you want to learn English or a new language,

5:31

ถ้าคุณอยากเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาใหม่ๆ

take advantage and use my code ARIANNITA50 วลี

5:34

ใช้โอกาสนี้และใช้โค้ดของฉัน ARIANNITA50

for a 50% discount on your first trial.

5:37

เพื่อรับส่วนลด 50% สำหรับการทดลองเรียนครั้งแรกนะคะ

วลี

take advantage: ใช้โอกาสที่ชัดเจนให้คุ้มค่า

ในประโยคนี้ take advantage หมายถึง “ใช้โอกาสที่มีอยู่ตอนนี้ให้คุ้มค่า” โอกาสนั้นคือส่วนลด 50% และส่วน and use my code... ระบุว่าต้องทำอะไร เมื่อบริบทบอกชัดอยู่แล้วว่าเป็นโอกาสอะไร สามารถใช้ take advantage โดยไม่ต้องมีส่วนเติมเต็มได้ นอกจากนี้ยังใช้รูป take advantage of + โอกาส ข้อเสนอ ทรัพยากร หรือสิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า” ลงในคำแนะนำ: Free tutoring is available today, so ____ while you can.

ดูคำตอบ

take advantage

Thanks to Preply for sponsoring this part of my video.

5:39

ขอบคุณ Preply ที่สนับสนุนเนื้อหาส่วนนี้ในวิดีโอของฉันค่ะ

Now,

5:42

เอาล่ะ

let's get back to learning more downtown vocab. กริยาวลี

5:43

กลับมาเรียนคำศัพท์ใจกลางเมืองกันต่อดีกว่าค่ะ

กริยาวลี

get back to + คำนามหรือรูป -ing

Get back to หมายถึง “กลับมาทำหรือทำบางสิ่งต่อหลังจากหยุดชั่วคราว” ในประโยคนี้ ผู้พูดจบช่วงเนื้อหาที่แทรกเข้ามาแล้วกลับมาเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับย่านใจกลางเมืองต่อ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางกลับไปยังสถานที่หนึ่ง ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น get back to the lesson และ get back to learning

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get back to และรูปที่ถูกต้องของ review: After the short break, let's ____ the safety rules.

ดูคำตอบ

get back to reviewing

Moving on from talking about skyscrapers, ลำดับความ

5:45

หลังจากพูดถึงตึกระฟ้าไปแล้ว

ลำดับความ

“Moving on from” ในฐานะสัญญาณเปลี่ยนหัวข้อ

“Moving on from” บอกผู้ฟังว่าหัวข้อหนึ่งกำลังจะจบลงและกำลังจะเริ่มหัวข้อใหม่ ในที่นี้สิ่งที่กำลังทิ้งไว้คือหัวข้อ “skyscrapers” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ ใช้รูปแบบ “moving on from + คำนามหรือรูป -ing” เพื่อระบุหัวข้อเดิม คำหรือประโยคที่ตามมาจะบอกหัวข้อใหม่ ทำให้ผู้ฟังตามลำดับความคิดได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนเติมประโยคเปลี่ยนหัวข้อนี้ให้สมบูรณ์: ____ the budget, let's discuss the schedule.

ดูคำตอบ

Moving on from

plazas,

5:48

รวมถึงลานกว้าง

this huge building right behind me is a shopping mall

5:49

ตึกใหญ่ๆ ที่อยู่ข้างหลังฉันนี้คือศูนย์การค้า (shopping mall)

or it's called a mall.

5:53

หรือเรียกสั้นๆ ว่า มอลล์ (mall) ค่ะ

Usually,

5:55

โดยปกติแล้ว

a downtown area will have a mall,

5:56

ย่านใจกลางเมืองก็มักจะมีห้างสรรพสินค้า

but some may not.

5:58

แต่บางที่ก็อาจจะไม่มีค่ะ

Also,

6:00

นอกจากนี้

this is one of my favorite shopping malls in New York City

6:00

นี่คือหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ฉันชอบที่สุดในนิวยอร์กเลยนะคะ

because it's huge

6:03

เพราะมันใหญ่มาก

and below it is a subway station.

6:05

และข้างใต้ห้างก็มีสถานีรถไฟใต้ดินด้วยค่ะ

Let's go find out and see

6:07

เราเข้าไปดูกันเถอะว่า

what the shopping mall has to offer for their customers. วลี

6:09

ศูนย์การค้าแห่งนี้มีอะไรให้ลูกค้าบ้าง

วลี

“what the shopping mall has to offer”: สิ่งที่มีให้ ไม่ใช่หน้าที่บังคับ

ใน “what the shopping mall has to offer” ผู้พูดต้องการดูว่าศูนย์การค้ามีร้านค้า บริการ หรือสิ่งดี ๆ อะไรให้บ้าง วลีนี้มองสถานที่โดยรวมและถามว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์หรือน่าสนใจ “has to offer” ในที่นี้หมายถึง “มีสิ่งที่พร้อมจะให้หรือมอบให้” ไม่ได้หมายถึง “ถูกกำหนดว่าต้องเสนอ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “what + คน/สถานที่/สิ่งของ + has/have to offer”

แบบฝึกหัด

ใน “Let's see what the hotel has to offer” วลี “what the hotel has to offer” หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งที่เป็นประโยชน์หรือน่าสนใจซึ่งมีอยู่ในโรงแรม
  2. สิ่งที่โรงแรมถูกกฎกำหนดให้ต้องจัดหา
  3. สิ่งที่โรงแรมต้องการให้แขกนำมา
ดูคำตอบ

สิ่งที่เป็นประโยชน์หรือน่าสนใจซึ่งมีอยู่ในโรงแรม

Now,

6:12

ตอนนี้

you can see why it's one of my favorite malls in the city

6:12

ทุกคนคงเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมถึงเป็นห้างที่ฉันชอบที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง

because this mall is huge

6:15

เพราะว่าห้างนี้ใหญ่โตมาก

and it's a very touristic part of the city. การใช้คำ

6:18

และอยู่ในย่านที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมากๆ ของเมืองด้วยค่ะ

การใช้คำ

touristic, touristy และ popular with tourists

ในที่นี้ touristic ตั้งใจใช้บรรยายส่วนหนึ่งของเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และมีสถานที่หรือกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว Touristic เป็นคำคุณศัพท์ที่มีอยู่จริงในภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงเข้าใจประโยคนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ใช้ในชีวิตประจำวัน touristy หรือ popular with tourists ฟังเป็นธรรมชาติกว่าในบริบทนี้ นี่เป็นเรื่องความเป็นธรรมชาติของการเลือกคำ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

ย่านริมน้ำแห่งหนึ่งมีรถทัวร์และร้านขายของที่ระลึกจำนวนมาก และผู้พูดรู้สึกว่าย่านนี้เป็นเชิงพาณิชย์ไปเล็กน้อย ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

  1. The waterfront district is very popular with tourists.
  2. The waterfront district is very touristic.
  3. The waterfront district is very touristy.
ดูคำตอบ

The waterfront district is very touristy.

There are stores inside on the first level.

6:21

ข้างในมีร้านค้าอยู่ที่ชั้นแรกเพียบเลย

Also,

6:24

นอกจากนี้

below the shopping mall is the subway station.

6:24

ข้างใต้ศูนย์การค้าก็คือสถานีรถไฟใต้ดินค่ะ

Now,

6:27

เอาล่ะ

let's move to another part of downtown New York.

6:27

เราย้ายไปที่ย่านใจกลางเมืองนิวยอร์กจุดอื่นกันบ้างค่ะ

But one of the fastest ways to get there

6:31

แต่วิธีที่เร็วที่สุดวิธีหนึ่งในการไปที่นั่น

is using the subway,

6:33

ก็คือการใช้รถไฟใต้ดิน (subway) ค่ะ

which there's one behind me.

6:35

ซึ่งข้างหลังฉันนี้ก็มีอยู่หนึ่งสถานี

We're going to use this crosswalk.

6:36

เราจะใช้ทางม้าลาย (crosswalk) นี้ค่ะ

I'm a pedestrian, การใช้คำ

6:38

ฉันเป็นคนเดินเท้า (pedestrian)

so I'm going to walk across the crosswalk

6:40

ฉันก็เลยจะเดินข้ามทางม้าลาย

and enter the subway.

6:42

เพื่อเข้าไปในสถานีรถไฟใต้ดินค่ะ

การใช้คำ

pedestrian ในฐานะคำนามทางการจราจร

ในประโยคนี้ a pedestrian หมายถึงคนที่เดินเท้าแทนที่จะขับรถหรือโดยสารสิ่งที่ตนกำลังขี่อยู่ ผู้พูดใช้คำนี้เป็นคำนามนับได้หลัง a: I'm a pedestrian. Pedestrian เป็นคำศัพท์ทางการมาตรฐานด้านการจราจรที่ใช้ในกฎจราจร ป้าย คำแนะนำด้านความปลอดภัย และข่าว คำนี้ระบุบทบาทของบุคคลในการจราจร คนที่กำลังขี่จักรยานโดยปกติเรียกว่า cyclist ไม่ใช่ pedestrian

แบบฝึกหัด

เติมประกาศความปลอดภัยด้วยคำนามทางการจราจรที่หมายถึงคนหนึ่งคนที่เดินเท้า: Every ____ must wait for the WALK signal.

ดูคำตอบ

pedestrian

Let's take the subway. วลี

6:46

ไปขึ้นรถไฟใต้ดินกันเถอะ

วลี

take the subway: เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน

ในประโยคนี้ take หมายถึง “เดินทางโดย” หรือ “นั่ง” ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” หรือ “ถือ” รูปแบบ take + วิธีการเดินทาง ใช้บอกว่าใครบางคนจะเดินทางอย่างไร the subway หมายถึงระบบรถไฟใต้ดินของเมืองนั้น ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน take the subway เป็นวิธีพูดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องการเลือกเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่ากลุ่มนี้จะเดินทางด้วยระบบรถไฟใต้ดินของเมือง

  1. We'll drive the subway.
  2. We'll take subway.
  3. We'll carry the subway.
  4. We'll take the subway.
ดูคำตอบ

We'll take the subway.

I'm walking down the stairs,

6:48

ฉันกำลังเดินลงบันได

and when you enter the subway,

6:49

และเมื่อคุณเข้ามาในสถานีรถไฟใต้ดิน

you first need a MetroCard.

6:51

อันดับแรกคุณต้องมีบัตร MetroCard ก่อนค่ะ

This is the card that will let you enter the subway.

6:54

นี่คือบัตรที่จะทำให้คุณเข้าไปใช้บริการรถไฟใต้ดินได้

You can buy a card right here at this MetroCard vending machine, วัฒนธรรม

6:58

คุณสามารถซื้อบัตรได้ที่ตู้ขายบัตร MetroCard ตรงนี้เลยค่ะ

and this costs around $3.

7:02

และบัตรนี้ราคาประมาณ 3 ดอลลาร์

วัฒนธรรม

MetroCard vending machine: เครื่องจำหน่ายบัตรรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก

MetroCard เป็นชื่อบัตรโดยสารในระบบขนส่งของนครนิวยอร์ก vending machine คือเครื่องอัตโนมัติที่จำหน่ายสิ่งของ ดังนั้น MetroCard vending machine จึงเป็นเครื่องที่ผู้โดยสารใช้ซื้อ MetroCard และบางเครื่องอาจใช้เติมเงินลงในบัตรได้ด้วย MetroCard บอกว่าเป็น vending machine ชนิดใด ชื่อนี้ใช้เฉพาะกับนิวยอร์ก ไม่ใช่ชื่อทั่วไปของบัตรรถไฟใต้ดินทุกแห่ง ระบบชำระค่าโดยสารและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา

แบบฝึกหัด

MetroCard vending machine ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เครื่องที่ใช้ขับรถไฟใต้ดิน
  2. เครื่องใด ๆ ที่ขายขนมภายในสถานีรถไฟใต้ดิน
  3. เครื่องอัตโนมัติสำหรับรับ MetroCard ของนิวยอร์กหรือเติมเงินลงในบัตร
  4. ชื่อทั่วไปของบัตรรถไฟใต้ดินทุกชนิดทั่วโลก
ดูคำตอบ

เครื่องอัตโนมัติสำหรับรับ MetroCard ของนิวยอร์กหรือเติมเงินลงในบัตร

You can enter the subway by paying with Apple Pay,

7:04

คุณสามารถจ่ายผ่าน Apple Pay เพื่อเข้าไปในสถานีได้ด้วยนะคะ

but I already have a MetroCard,

7:08

แต่ฉันมีบัตร MetroCard อยู่แล้ว

so I'm just going to swipe through. กริยาวลี

7:10

ฉันก็เลยแค่รูดบัตรเข้าไปเลยค่ะ

กริยาวลี

Swipe through ที่ประตูกั้นรถไฟใต้ดิน

ในที่นี้ swipe through หมายถึงการใช้แถบแม่เหล็กของ MetroCard ที่ประตูกั้น แล้วเดินผ่านประตูเข้าไป swipe บอกถึงการเลื่อนบัตรผ่านเครื่องอ่าน ส่วน through แสดงว่าการกระทำนั้นทำให้ผู้พูดผ่านทางเข้าและเดินต่อไปได้ ไม่ได้ระบุบัตรและประตูกั้น เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้ชัดเจนอยู่แล้ว ในบริบทใหม่ควรระบุทั้งสองอย่าง เช่น swipe your MetroCard at the turnstile and go through

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง “I'm just going to swipe through” หมายถึงอะไร

  1. ปัดหน้าจอโทรศัพท์ขณะยืนอยู่บนชานชาลา
  2. ใช้ MetroCard ที่ประตูกั้นแล้วผ่านประตูเข้าไป
  3. ซื้อ MetroCard ใบใหม่หลังจากเข้าไปในสถานีแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้ MetroCard ที่ประตูกั้นแล้วผ่านประตูเข้าไป

Right now,

7:13

ตอนนี้

I'm on the subway platform การใช้คำ

7:14

ฉันยืนอยู่บนชานชาลารถไฟใต้ดิน

and I'm waiting for my train to arrive ไวยากรณ์

7:16

และกำลังรอให้รถไฟมาถึง

because I am going to take you guys to a special place.

7:19

เพราะฉันจะพาทุกคนไปสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งค่ะ

การใช้คำ

The subway platform: พื้นที่รอรถไฟ

the subway platform คือพื้นที่ข้างรางที่ผู้โดยสารใช้รอ ขึ้น และลงจากรถไฟ ในตัวอย่าง วลีนี้บอกว่าผู้พูดเข้าไปอยู่ในสถานีแล้ว และกำลังรอตรงจุดที่รถไฟจะมาถึง ภาษาอังกฤษมักใช้ on the platform เพื่อบอกว่าคนอยู่ในพื้นที่รอแห่งนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่ตรงกับพื้นที่รอข้างราง: We are waiting on ____ for the next train.

ดูคำตอบ

the subway platform

ไวยากรณ์

wait for + คำนาม + to + คำกริยา: waiting for my train to arrive

โครงสร้าง wait for + คำนาม + to + คำกริยา หมายถึงรอจนกว่าคนหรือสิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึงจะทำกริยาที่ตามมา ใน waiting for my train to arrive สิ่งที่คาดว่าจะมาถึงคือ my train ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการบอกทั้งสิ่งที่กำลังรอและสิ่งที่คาดว่าสิ่งนั้นจะทำ ต้องมีคำบุพบท for อยู่หน้าคำนาม

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำให้ประโยคสมบูรณ์: We are waiting ____ the bus ____ arrive before we leave.

ดูคำตอบ

for · to

Now,

7:22

เอาล่ะ

I'm going to enter the train.

7:22

ฉันจะเข้าไปในขบวนรถไฟแล้วนะคะ

The next stop is the...

7:27

สถานีต่อไปคือ...

I'm exiting the train.

7:28

ฉันกำลังลงจากรถไฟค่ะ

I just made it to my stop. สำนวน

7:30

ฉันมาถึงสถานีจุดหมายปลายทางแล้ว

สำนวน

make it to + สถานที่: made it to my stop

make it to + สถานที่ หมายถึงไปถึงสถานที่นั้นได้สำเร็จ ใน I just made it to my stop คำว่า made เป็นรูปอดีตของ make และ it เป็นส่วนที่ต้องมีในสำนวนนี้ ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ สำนวนนี้มักสื่อว่าการเดินทางใช้เวลาหรือความพยายาม หรือเคยไม่แน่ใจว่าจะไปถึงหรือไม่ แต่ก็ใช้บอกแบบสบาย ๆ ว่ามาถึงแล้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผ่านความลำบากมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่าผู้พูดไปถึงสถานที่หนึ่งได้สำเร็จ แม้อาจมีอุปสรรค

  1. We waited at the station until the doors closed.
  2. We left the station before the doors closed.
  3. We heard about the station before the doors closed.
  4. We made it to the station before the doors closed.
ดูคำตอบ

We made it to the station before the doors closed.

Now,

7:32

ตอนนี้

let's go upstairs and go to the street.

7:32

เราขึ้นไปข้างบนและออกไปที่ถนนกันเถอะ

I am finally on the street

7:35

ในที่สุดฉันก็ขึ้นมาถึงถนนแล้ว

and the subway is definitely one of the fastest

7:37

และรถไฟใต้ดินก็เป็นวิธีที่

ways to move around New York City. กริยาวลี

7:40

เร็วที่สุดวิธีหนึ่งในการเดินทางรอบเมืองนิวยอร์กอย่างแน่นอน

กริยาวลี

move around: เดินทางภายในพื้นที่หนึ่ง

ในประโยคนี้ move around หมายถึงการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งภายในนครนิวยอร์ก จุดสำคัญคือการไปยังส่วนต่าง ๆ ของพื้นที่เดียวกัน ไม่ใช่การมุ่งไปยังจุดหมายเพียงแห่งเดียว สามารถระบุพื้นที่ต่อท้าย around ได้ เช่น move around New York City หรือไม่ระบุก็ได้เมื่อบริบทชัดเจน ในที่นี้ move หมายถึงการเดินทาง ไม่ได้หมายถึงการขยับร่างกายอยู่กับที่หรือการย้ายบ้าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ move around ในความหมายว่าเดินทางระหว่างสถานที่ต่าง ๆ ภายในเมืองเดียวกัน

  1. We moved to the city last year.
  2. Please move the chair around.
  3. The subway helps us move around the city quickly.
ดูคำตอบ

The subway helps us move around the city quickly.

Let me know if you guys have a subway in your city

7:42

บอกฉันหน่อยนะคะว่าเมืองที่คุณอยู่มีรถไฟใต้ดินหรือเปล่า

and let me know where you're from.

7:45

และบอกด้วยนะคะว่าคุณมาจากที่ไหน

Can you guys guess where the subway took me?

7:47

ทุกคนเดาได้ไหมคะว่ารถไฟใต้ดินพาฉันมาที่ไหน?

Right now,

7:50

ตอนนี้

I'm in the middle of Times Square. วัฒนธรรม

7:51

ฉันอยู่ตรงกลางของไทม์สแควร์ (Times Square) แล้วค่ะ

วัฒนธรรม

Times Square: ชื่อสถานที่ในนครนิวยอร์ก

Times Square เป็นชื่อเฉพาะของย่านการค้าและความบันเทิงที่คึกคักในแมนแฮตตัน นครนิวยอร์ก สถานที่นี้มีชื่อเสียงจากป้ายโฆษณาและจอขนาดใหญ่ที่สว่างไสว Square เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่เต็ม คำนี้ไม่ได้หมายถึงพื้นที่สาธารณะที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมทั่วไป การจำชื่อเต็มนี้ได้ช่วยให้ระบุสถานที่ในเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทาง ข่าว และวัฒนธรรมสมัยนิยมได้

แบบฝึกหัด

Times Square ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. รถไฟใต้ดินขบวนหนึ่งที่วิ่งข้ามนครนิวยอร์ก
  2. ย่านการค้าและความบันเทิงที่มีชื่อเสียงในแมนแฮตตัน
  3. พื้นที่สาธารณะใด ๆ ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม
ดูคำตอบ

ย่านการค้าและความบันเทิงที่มีชื่อเสียงในแมนแฮตตัน

There are so many billboards

7:53

มีป้ายโฆษณา (billboards) เยอะแยะไปหมด

and huge screens

7:55

รวมถึงหน้าจอขนาดใหญ่

that are displaying ads of different companies and businesses.

7:56

ที่กำลังฉายโฆษณาของบริษัทและธุรกิจต่างๆ ด้วย

Almost every downtown has a coffee shop.

8:00

ใจกลางเมืองเกือบทุกแห่งต้องมีร้านกาแฟ (coffee shop) ค่ะ

Behind me is a Starbucks coffee shop.

8:03

ข้างหลังฉันนี้คือร้านกาแฟสตาร์บัคส์ (Starbucks) ค่ะ

If you're a coffee lover,

8:06

ถ้าคุณเป็นคนรักกาแฟ

a coffee shop is something you cannot miss สำนวน

8:07

ร้านกาแฟเป็นสิ่งที่คุณพลาดไม่ได้เลย

if you're downtown or in the city.

8:09

หากคุณมาแถวใจกลางเมืองหรือในเมืองค่ะ

สำนวน

cannot miss ในความหมายว่าแนะนำอย่างยิ่ง

ในประโยคนี้ cannot miss หมายถึง “คุ้มค่ามากที่จะไป” หรือ “ไม่ควรข้ามไป” ผู้พูดกำลังแนะนำร้านกาแฟอย่างมากให้คนรักกาแฟ ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้จริง ๆ ที่จะหลีกเลี่ยงร้านนั้น ใช้ something you cannot miss เพื่อนำเสนอประสบการณ์ สถานที่ หรือกิจกรรมว่าเป็นจุดเด่นที่ควรไปลอง สำนวนนี้แสดงความกระตือรือร้น แต่ยังฟังเป็นคำแนะนำมากกว่าคำสั่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “This little bakery is something you cannot miss when you visit.” เขาหมายความว่าอย่างไร?

  1. ร้านเบเกอรี่นี้ได้รับการแนะนำอย่างมาก
  2. ร้านเบเกอรี่ปิดไม่ให้ผู้มาเยือนเข้า
  3. เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นร้านเบเกอรี่
ดูคำตอบ

ร้านเบเกอรี่นี้ได้รับการแนะนำอย่างมาก

Also,

8:12

นอกจากนี้

if you want to learn how to order a coffee at a coffee shop, ไวยากรณ์

8:12

ถ้าทุกคนอยากเรียนรู้วิธีสั่งกาแฟที่ร้านกาแฟ

I just recorded a brand new video ordering coffee

8:16

ฉันเพิ่งถ่ายวิดีโอใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับการสั่งกาแฟเอาไว้

and teaching you guys English on how to order coffee at the coffee shop.

8:19

และจะสอนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับวิธีสั่งกาแฟที่ร้านกาแฟด้วยค่ะ

ไวยากรณ์

how to order: how to + คำกริยารูปพื้นฐาน

How to order เป็นโครงสร้าง how แบบอ้อมที่หมายถึง “วิธีสั่ง” โดยทำหน้าที่เป็นกรรมของ learn ใน learn how to order และไม่ใช่คำถามโดยตรง สร้างรูปแบบนี้ด้วย how to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น how to cook, how to pay, how to start ใช้ลำดับคำตามปกติของวลี ไม่เติม do/does และไม่เปลี่ยนเป็นลำดับคำของประโยคคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ how to และคำกริยารูปพื้นฐาน buy: This guide explains ____ a train ticket online.

ดูคำตอบ

how to buy

I just got to the final part of this video.

8:22

ฉันมาถึงช่วงสุดท้ายของวิดีโอนี้แล้วค่ะ

Right now,

8:25

ตอนนี้

I am in Central Park.

8:26

ฉันอยู่ที่เซ็นทรัลพาร์ก (Central Park) ค่ะ

This park is in the middle of downtown New York City.

8:28

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของใจกลางเมืองนิวยอร์กเลย

Behind me,

8:31

ส่วนด้านหลังฉัน

you can see the skyline of the beautiful skyscrapers. การใช้คำ

8:32

ทุกคนสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าของตึกระฟ้าที่สวยงามได้ค่ะ

การใช้คำ

skyline: เค้าโครงของเมืองที่ตัดกับท้องฟ้า

ในที่นี้ skyline หมายถึงแนวเส้นรอบนอกที่อาคารต่าง ๆ ของเมืองสร้างขึ้นเมื่อตัดกับท้องฟ้า คำนี้มองอาคารทั้งหมดเป็นรูปร่างเดียวที่มองเห็นได้ ไม่ได้หมายถึงตึกระฟ้าเพียงตึกเดียวหรือเส้นจริง ๆ บนท้องฟ้า ใช้ skyline เมื่อเน้นรูปร่างหรือเค้าโครงที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง โดยเฉพาะในการบรรยายวิว ภาพถ่าย และการท่องเที่ยว

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์แล้วเลือกคำตอบที่ดีที่สุด: From the rooftop, we admired the whole outline of the city's buildings against the evening sky. What did we admire?

  1. the horizon
  2. the skyline
  3. one skyscraper
ดูคำตอบ

the skyline

Also,

8:35

นอกจากนี้

I just got my hot dog,

8:36

ฉันเพิ่งได้ฮอตด็อกมาค่ะ

and this hot dog costs $4.50.

8:37

ฮอตด็อกชิ้นนี้ราคา 4.50 ดอลลาร์

Normally,

8:40

โดยปกติแล้ว

where I'm from,

8:41

ที่ที่ฉันจากมา

Cincinnati,

8:42

ซินซินนาติ

Ohio,

8:42

รัฐโอไฮโอ

these hot dogs would normally cost on the street around $2.50.

8:43

ฮอตด็อกแบบนี้ที่ขายตามข้างถนนปกติจะราคาประมาณ 2.50 ดอลลาร์ค่ะ

This is the hot dog bun.

8:48

นี่คือขนมปังฮอตด็อก (bun) ค่ะ

I have the hot dog

8:49

ฉันมีไส้กรอกฮอตด็อก

and ketchup and mustard.

8:50

ซอสมะเขือเทศ และมัสตาร์ดด้วย

If you guys made it to the end of this video,

8:52

ถ้าทุกคนดูมาถึงตอนจบของวิดีโอนี้แล้ว

thank you for following along.

8:54

ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามรับชมนะคะ

I'm really hungry,

8:56

ฉันหิวมากๆ เลย

so I'm gonna finish eating my hot dog. การใช้คำ

8:57

ฉันขอตัวไปกินฮอตด็อกให้หมดก่อนนะ

การใช้คำ

I'm gonna + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกแผนแบบกันเอง

I'm gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบกันเองของ I am going to เมื่อใช้บอกแผนในอนาคตหรือสิ่งที่คาดว่าจะทำ ในประโยคนี้มีคำกริยารูปพื้นฐาน finish ตามหลัง และบอกว่าผู้พูดตั้งใจจะทำอะไรต่อไป โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ ประธาน + be + gonna + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I'm gonna eat และ she's gonna call

แบบฝึกหัด

เติมแผนแบบเป็นกันเองให้สมบูรณ์ด้วยรูปไม่เป็นทางการของ I am going to: After this game, ____ clean my room.

ดูคำตอบ

I'm gonna

Don't forget to like,

8:59

อย่าลืมกดไลก์

subscribe,

9:00

กดติดตาม

and give me a Super Thanks if you enjoy my videos.

9:01

และส่ง Super Thanks ให้ฉันถ้าคุณชอบวิดีโอของฉันนะคะ

Bye.

9:04

บ๊ายบาย