วิธีเป็นคนอบอุ่น: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
685 คำ 172 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทความเปรียบเทียบความสุภาพที่เพียงทำตามกฎกับความอบอุ่นที่มองเห็นความเปราะบางและความต้องการการปลอบโยนใต้สถานะกับภาพลักษณ์สง่างาม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “miss the mark”——สำนวนและภาษาภาพพจน์: บอกว่าความคิด การกระทำ หรือคำพูดที่ดูเหมาะสมไม่ก่อผลตามที่ตั้งใจ 2. “irrespective of their status or outward dignity,”——วลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าข้อวินิจฉัยยังจริงโดยไม่ขึ้นกับสถานะหรือภาพลักษณ์ที่สง่างาม 3. “"Just because” + “it doesn't mean”——ไวยากรณ์และรูปประโยค: ปฏิเสธข้อสรุปที่ไม่มีเหตุผล พร้อมแยกข้อเท็จจริงที่ยอมรับออกจากข้ออนุมานที่คัดค้าน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

While politeness is of course always preferable to rudeness, ไวยากรณ์

0:00

แม้ว่าความสุภาพมักจะดีกว่าความหยาบคายเสมอ

ไวยากรณ์

While politeness is ... preferable: ยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนเสนอข้อแย้ง

while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคต้นประโยคยอมรับแนวคิดที่โดยทั่วไปเป็นจริงก่อนว่า ความสุภาพดีกว่าความหยาบคาย แนวคิดที่ยอมรับไว้นี้ปูทางไปสู่ข้อความที่ขัดกันในประโยคหลักที่ตามมา โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับประเด็นที่สมเหตุสมผลก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัด ปัญหา หรือข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ อนุประโยค while ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร? “While the idea sounds helpful, it may create new problems.”

  1. บอกเหตุผลที่แนวคิดนี้ทำให้เกิดปัญหา
  2. บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
  3. ยอมรับข้อดีหนึ่งอย่างก่อนเสนอข้อจำกัดที่ขัดกัน
ดูคำตอบ

ยอมรับข้อดีหนึ่งอย่างก่อนเสนอข้อจำกัดที่ขัดกัน

there are ways of being polite that badly miss the mark สำนวน

0:04

แต่ก็มีวิธีแสดงความสุภาพที่พลาดเป้าไปอย่างถนัดตา

สำนวน

miss the mark: ไม่บรรลุผลตามที่ตั้งใจไว้

Miss the mark เป็นสำนวนที่หมายถึง “ไม่บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้” หรือ “ไม่เหมาะกับสิ่งที่ต้องการ” ในประโยคนี้ พฤติกรรมสุภาพบางอย่างอาจดูถูกต้อง แต่ก็ยังไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าได้รับความเคารพหรือรู้สึกสบายใจ ภาพเปรียบเทียบนี้มาจากการยิงไม่โดนเป้า แต่ในที่นี้ไม่มีเป้าจริง สำนวนนี้ใช้ประเมินความพยายามจากว่ามันสร้างผลตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ไม่สร้างผลตามที่ตั้งใจไว้”:The advertisement looked polished, but its message ____.

ดูคำตอบ

missed the mark

and can leave us feeling oddly detached and dissatisfied. ไวยากรณ์

0:08

และอาจทำให้เรารู้สึกห่างเหินและไม่พึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก

ไวยากรณ์

leave us feeling: สภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์

ใน leave us feeling คำว่า leave เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิดผล กล่าวคือ เหตุการณ์หนึ่งทำให้เรายังคงอยู่ในสภาวะอารมณ์บางอย่างหลังจากเหตุการณ์นั้น us เป็นกรรม และ feeling oddly detached and dissatisfied อธิบายสภาวะที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ โครงสร้างคือ leave + คน + feeling + คำคุณศัพท์ เมื่อเทียบกับการบอกอารมณ์ที่เกิดขึ้นทันทีแบบทั่วไป โครงสร้างนี้มักเน้นผลทางอารมณ์ที่ยังคงอยู่หลังผ่านประสบการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง leave + คน + feeling เพื่ออธิบายผลทางอารมณ์ได้ถูกต้อง

  1. The long delay left us feeling frustrated.
  2. The long delay left us felt frustrated.
  3. The long delay left us feel frustrated.
ดูคำตอบ

The long delay left us feeling frustrated.

Picture the person who ends up,

0:12

ลองนึกภาพคนที่ลงเอยด้วยการ

despite their best efforts, วลี

0:13

แม้จะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว

วลี

despite their best efforts: ความขัดแย้งระหว่างความพยายามกับผลลัพธ์

Despite their best efforts เป็นวลีแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ หมายความว่าพวกเขาพยายามเต็มที่เท่าที่สมเหตุสมผลแล้ว แต่ผลลัพธ์ยังไม่สำเร็จหรือแตกต่างจากที่ต้องการ วลีนี้เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกันนั้น Despite เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ในตัวอย่างนี้ their best efforts เป็นนามวลี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่า Mia พยายามเต็มที่แล้ว แต่ยังแก้ปริศนาไม่ได้

  1. Despite she tried her best, Mia did not solve the puzzle.
  2. Despite her best efforts, Mia did not solve the puzzle.
  3. Despite of her best efforts, Mia did not solve the puzzle.
ดูคำตอบ

Despite her best efforts, Mia did not solve the puzzle.

seeming what we can call coldly polite. ลำดับความ

0:15

ดูเหมือนสิ่งที่เราเรียกว่า สุภาพแบบเย็นชา

ลำดับความ

what we can call: การเสนอชื่อแบบชั่วคราว

ในที่นี้ what we can call ใช้นำเสนอชื่อที่ผู้พูดเลือกให้แนวคิดหนึ่ง ซึ่งก็คือ coldly polite โดยทั้งส่วน what we can call coldly polite ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ seeming และไม่ใช่คำถามโดยตรง โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบาย โดยเริ่มจากบรรยายสิ่งหนึ่ง แล้วตั้งชื่อที่ใช้พูดถึงสิ่งนั้นได้สะดวกโดยไม่ยืนยันว่าชื่อนี้เป็นคำเรียกเดียวที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้เสนอชื่อแบบชั่วคราวได้ถูกต้อง? The team is entering ___ a rebuilding phase.

  1. what do we call
  2. how can we call
  3. what we can call
ดูคำตอบ

what we can call

They may be extremely keen to please those they're seeing. วลี

0:18

พวกเขาอาจกระตือรือร้นอย่างมากที่จะเอาใจคนที่พวกเขาพบ

วลี

keen to please: อยากทำให้คนอื่นพอใจอย่างมาก

Keen to please หมายถึงอยากทำให้คนอื่นมีความสุขหรือพอใจอย่างมาก โดยมักเป็นเพราะต้องการการยอมรับจากคนเหล่านั้น ในประโยคนี้ extremely ขยายระดับของ keen จึงแสดงว่าความต้องการนั้นแรงเป็นพิเศษ โครงสร้างคือ keen to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ keen หมายถึงกระตือรือร้นหรืออยากทำมาก ไม่ได้หมายถึงคมหรือมีประสาทสัมผัสที่เฉียบไว

แบบฝึกหัด

keen to please ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The new assistant is keen to please.

  1. เป็นคนที่คนอื่นทำให้พอใจได้ยาก
  2. อยากทำให้คนอื่นพอใจอย่างมาก
  3. มองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ได้เก่ง
ดูคำตอบ

อยากทำให้คนอื่นพอใจอย่างมาก

They obey all the rules of etiquette. การใช้คำ

0:21

พวกเขาปฏิบัติตามกฎมารยาททุกประการ

การใช้คำ

rules of etiquette: ธรรมเนียมทางสังคมที่เป็นที่ยอมรับ

ในประโยคนี้ rules of etiquette หมายถึงกฎที่สังคมยอมรับสำหรับการวางตัวอย่างเหมาะสมในสถานการณ์ทางสังคม Etiquette คือระบบของธรรมเนียม ส่วน rules of ชี้ถึงข้อปฏิบัติเฉพาะที่ผู้คนทำตามได้ สำนวนนี้เฉพาะเจาะจงและเป็นทางการกว่าการเป็นคนใจดีหรือเป็นมิตรเพียงอย่างเดียว คนหนึ่งอาจทำตามธรรมเนียมทุกข้อได้อย่างถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ประสบการณ์นั้นอบอุ่นหรือน่าจดจำเสมอไป

แบบฝึกหัด

สำนวนใดอธิบายชุดธรรมเนียมทางสังคมที่กำหนดไว้สำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการได้ดีที่สุด

  1. การต้อนรับอย่างอบอุ่น
  2. ความใจดีส่วนบุคคล
  3. rules of etiquette
ดูคำตอบ

rules of etiquette

They offer their guests drinks,

0:24

พวกเขาเสนอเครื่องดื่มให้แขก

ask them questions about their journey,

0:25

ถามไถ่เกี่ยวกับการเดินทางของแขก

suggest they might want a little more gravy,

0:27

แนะนำว่าแขกอาจต้องการน้ำเกรวี่เพิ่มอีกนิด

remark on the interest of a recent prize-winning novel.

0:29

พูดคุยถึงความน่าสนใจของนวนิยายที่เพิ่งได้รับรางวัล

And yet, ลำดับความ

0:32

และถึงกระนั้น

ลำดับความ

And yet: การนำเสนอความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย

And yet บอกว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนั้นน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้ สำนวนนี้เปลี่ยนจากการแจกแจงพฤติกรรมเชิงบวกไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความคาดหวังซึ่งพฤติกรรมเหล่านั้นสร้างขึ้น And เชื่อมข้อความใหม่กับประเด็นก่อนหน้า ส่วน yet เพิ่มความหมายว่า “ถึงอย่างนั้น” เมื่อวางไว้ต้นประโยค สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลและทำให้จุดพลิกผันเด่นชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงอย่างชัดเจนว่าข้อความที่สองขัดกับความคาดหวังที่เกิดจากข้อความแรก? The jacket looked warm. I was cold all afternoon.

  1. And
  2. And yet
  3. And so
ดูคำตอบ

And yet

they never manage to make their hospitality feel either engaging or memorable. ไวยากรณ์

0:33

พวกเขากลับไม่เคยทำให้การต้อนรับนั้นรู้สึกมีเสน่ห์หรือน่าจดจำได้เลย

ไวยากรณ์

ขอบเขตการปฏิเสธใน never ... either engaging or memorable

Either A or B เชื่อมตัวเลือกสองอย่างที่ทำหน้าที่ขนานกัน ในที่นี้ engaging และ memorable เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าการต้อนรับอาจให้ความรู้สึกอย่างไร เพราะ never ปฏิเสธส่วน manage to make ... feel ขอบเขตการปฏิเสธจึงครอบคลุมคู่ either-or ทั้งหมด ในรูปแบบ not/never ... either A or B ทั้ง A และ B ถูกปฏิเสธ ไม่ใช่การให้เลือกว่าอย่างใดอย่างหนึ่งต้องเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยค “The room never felt either warm or welcoming” หมายความว่าอย่างไร

  1. บางครั้งห้องนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ไม่เคยน่าต้อนรับ
  2. ห้องนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นหรือน่าต้อนรับอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง
  3. ห้องนั้นไม่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเลย และก็ไม่น่าต้อนรับด้วย
ดูคำตอบ

ห้องนั้นไม่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเลย และก็ไม่น่าต้อนรับด้วย

It may be a long time before another meeting with them is suggested. ไวยากรณ์

0:37

อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะมีการเสนอให้พบกันอีกครั้ง

ไวยากรณ์

โครงสร้าง It may be a long time before ...

โครงสร้าง It may be a long time before + อนุประโยค บอกว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง before อาจยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะผ่านไปอีกนาน ในที่นี้ It ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วน a long time ระบุช่วงเวลาที่อาจต้องรอ ในการใช้นี้ เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น ในตัวอย่าง อาจต้องผ่านไปอีกนานกว่าจะมีใครเสนอให้นัดพบกันอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่หมายความว่าการเปิดอีกครั้งอาจเกิดขึ้นในอีกนาน: The bridge needs major repairs. ____ it opens again.

ดูคำตอบ

It may be a long time before

By contrast, ลำดับความ

0:42

ในทางตรงกันข้าม

ลำดับความ

ใช้ By contrast, เพื่อเกริ่นกรณีที่ตรงกันข้าม

By contrast บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปแตกต่างจากแนวคิดก่อนหน้าอย่างชัดเจน ในที่นี้วลีนี้ปิดการอธิบายความสุภาพแบบที่ดูเย็นชากว่า แล้วนำเข้าสู่คนอีกแบบที่อบอุ่นกว่าและตรงกันข้าม วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนผ่านระหว่างข้อมูลสองส่วน คำว่า by เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” หรือ “โดยใช้วิธี”

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงความแตกต่างโดยตรง: Leo answered every question with one word. ___ Maya chatted warmly with everyone.

  1. For example,
  2. As a result,
  3. By contrast,
ดูคำตอบ

By contrast,

there is the person we recognize as warm,

0:43

มีคนประเภทที่เรารับรู้ได้ว่าอบอุ่น

who follows the cold person in the basic principles of politeness,

0:45

ผู้ซึ่งปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานของความสุภาพเหมือนคนเย็นชา

but manages to add a critical,

0:49

แต่สามารถเพิ่มองค์ประกอบที่สำคัญ

emotionally comforting ingredient to their manner.

0:51

และทำให้รู้สึกสบายใจทางอารมณ์เข้าไปในท่าทีของพวกเขา

They might,

0:54

พวกเขาอาจจะ

when we have an evening planned with them,

0:55

เมื่อเรามีแผนจะใช้เวลาช่วงเย็นกับพวกเขา

suggest making toasted cheese sandwiches at their place

0:56

เสนอให้ทำแซนด์วิชชีสอบที่บ้านของพวกเขา

rather than going out to a restaurant. ไวยากรณ์

0:59

แทนที่จะออกไปกินที่ร้านอาหาร

ไวยากรณ์

ใช้ rather than เพื่อตัดตัวเลือกขนานอีกอย่างออก

rather than นำตัวเลือกที่ไม่ได้เลือกหรือชอบน้อยกว่ามาเปรียบเทียบ ในที่นี้ going out to a restaurant คือตัวเลือกที่ถูกตัดออก ส่วนแผนที่ต้องการซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้าคือ making toasted cheese sandwiches at their place เมื่อ rather than เปรียบเทียบตัวเลือกที่อยู่ในระดับเดียวกัน ให้ใช้รูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน การกระทำก่อนหน้าใช้รูป -ing คือ making ดังนั้นวลีนี้จึงใช้ going

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่คงการกระทำทั้งสองไว้ในรูป -ing ที่ขนานกัน

  1. We talked about cooking at home rather than eat out.
  2. We talked about cooking at home rather than to eat out.
  3. We talked about cooking at home rather than eating out.
ดูคำตอบ

We talked about cooking at home rather than eating out.

They might chat to us through the bathroom door,

1:01

พวกเขาอาจพูดคุยกับเราผ่านประตูห้องน้ำ

put on the songs they loved dancing to when they were 14, กริยาวลี

1:03

เปิดเพลงที่พวกเขาชอบเต้นตอนอายุ 14

กริยาวลี

put on: เริ่มเปิดเพลง

ในที่นี้ put on หมายถึง “เริ่มเปิดหรือเล่น” กรรมของวลีนี้คือ the songs จึงหมายถึงการเปิดเพลง ไม่ใช่การสวมเสื้อผ้า เมื่อกรรมเป็นเพลงหรือสื่อ put on มักหมายถึงเริ่มเปิดให้คนฟังหรือดู เช่น put on a song, put on a playlist หรือ put on a video ให้ดูจากกรรมเพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Could you put on some music while we cook?” คำว่า put on หมายถึงอะไร

  1. เริ่มเปิดเพลง
  2. เลือกเสื้อผ้าขณะที่เพลงกำลังเล่น
  3. จดชื่อเพลง
ดูคำตอบ

เริ่มเปิดเพลง

plump up a cushion and slot it behind our back, กริยาวลี

1:07

ตบหมอนอิงให้ฟูแล้วสอดไว้หลังของเรา

กริยาวลี

plump up: ตบเบาะให้กลับมาเต็มฟู

Plump up หมายถึงเขย่า ตบเบา ๆ หรือจัดทรงสิ่งของที่นุ่ม เพื่อให้กลับมาเต็มฟูและยืดหยุ่นอีกครั้ง ในตัวอย่าง มีการทำให้เบาะนั่งสบายขึ้นก่อนนำไปวางไว้ด้านหลังของใครบางคน กริยาวลีทั้งหมดสื่อถึงการทำให้กลับสู่สภาพเดิม โดย up เพิ่มแนวคิดว่าทำให้สิ่งของที่นุ่มกลับมาเต็มฟูขึ้นอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ plump up ในความหมายเกี่ยวกับของใช้ในบ้านเช่นเดียวกับตัวอย่าง

  1. She covered the pillows with clean cases.
  2. She stacked the pillows in the cupboard.
  3. She plumped up the pillows before the guests arrived.
ดูคำตอบ

She plumped up the pillows before the guests arrived.

confess to feeling intimidated by a mutual acquaintance, โน้ต

1:09

สารภาพว่ารู้สึกประหม่าเมื่อเจอคนรู้จักของทั้งคู่

วลี

confess to feeling intimidated by: ยอมรับว่ารู้สึกเกร็งเพราะใครบางคน

confess to feeling intimidated by หมายถึงการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งมักพูดด้วยความลังเลหรือกระดากเล็กน้อย ว่าอีกคนทำให้เราประหม่า ไม่มั่นใจ หรือรู้สึกกดดัน ในที่นี้ confess คือการเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัว ไม่ใช่การสารภาพความผิดทางอาญา และ intimidated ก็ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าอีกฝ่ายข่มขู่ ในโครงสร้าง confess to + คำนามหรือคำกริยารูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงใช้ feeling ในรูป -ing ส่วน feel intimidated by + บุคคล ใช้บอกว่าใครเป็นต้นเหตุของความรู้สึกนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายได้ถูกต้องเพื่อยอมรับความรู้สึกส่วนตัว

  1. I confess to feeling intimidated by our debate coach.
  2. I confess feeling intimidated from our debate coach.
  3. I confess to feel intimidated by our debate coach.
ดูคำตอบ

I confess to feeling intimidated by our debate coach.

การใช้คำ

mutual acquaintance: คนรู้จักร่วมกัน

mutual acquaintance คือคนคนเดียวที่ทั้งผู้พูดและอีกคนหนึ่งรู้จัก คำว่า acquaintance สื่อว่ามีการติดต่อกันหรือรู้จักกันอยู่บ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนกัน ในที่นี้ mutual หมายถึงคนสองคนมีความเชื่อมโยงกับบุคคลที่สามคนเดียวกัน กล่าวคือ ทั้งสองต่างก็รู้จักบุคคลที่สามนั้น ไม่ได้หมายถึงคนรู้จักสองคนที่รู้จักกันเอง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ mutual acquaintance มากที่สุด

  1. คนสองคนที่รู้จักกันเอง แต่คุณไม่รู้จักพวกเขา
  2. เพื่อนสนิทของคุณทั้งสองคน
  3. คนที่คุณทั้งสองรู้จัก แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายกับคนนั้นไม่จำเป็นต้องสนิท
ดูคำตอบ

คนที่คุณทั้งสองรู้จัก แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายกับคนนั้นไม่จำเป็นต้องสนิท

bring us a posy of daisies or a card they made,

1:13

นำช่อดอกเดซี่เล็กๆ หรือการ์ดที่พวกเขาทำเองมาให้เรา

call us up when we're down with the flu โน้ต

1:16

โทรหาเราเวลาที่เรานอนซมเพราะไข้หวัดใหญ่

กริยาวลี

call us up: ตำแหน่งของคำสรรพนามใน call ... up

ในประโยคนี้ call us up หมายถึง “โทรหาเรา” call ... up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ และ us เป็นกรรมของกริยานี้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น us, me, him หรือ them ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง call กับ up จึงต้องพูดว่า call us up ไม่ใช่ call up us แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะใช้ call your friend up หรือ call up your friend ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย call ... up โดยวางคำสรรพนาม us ให้ถูกตำแหน่ง: If you need an update, ____.

ดูคำตอบ

call us up

วลี

down with the flu: สภาวะที่กำลังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่

ใน we're down with the flu โครงสร้าง be down with + illness หมายถึง “กำลังป่วยด้วยโรคนั้น” คำว่า down ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งที่ต่ำลง แต่วลีทั้งหมดบอกสภาวะสุขภาพ ใช้ be down with + illness เพื่อบอกว่ากำลังป่วยอยู่ มักใช้เมื่อต้องอธิบายการขาดเรียน ขาดงาน หรือเหตุผลที่ทำกิจกรรมตามปกติไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “กำลังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่”: Nina is ____, so she will miss school today.

ดูคำตอบ

down with the flu

and ask how our ears are feeling,

1:17

และถามว่าหูของเราเป็นอย่างไรบ้าง

mention they like our haircut,

1:19

เอ่ยปากว่าพวกเขาชอบทรงผมใหม่ของเรา

and then,

1:21

และจากนั้น

when we spill something or fart by mistake, วลี

1:21

เมื่อเราทำบางอย่างหกหรือเผลอตดออกมา

วลี

by mistake สำหรับการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ

by mistake เป็นวลีบุพบทตายตัวที่หมายถึง “โดยบังเอิญ” หรือ “โดยไม่ได้ตั้งใจ” ในประโยคนี้วลีทำหน้าที่เป็นส่วนขยายกริยาและขยายทั้ง spill something กับ fart จึงบอกว่าทั้งสองการกระทำเป็นเหตุไม่ตั้งใจ ใช้รูปตายตัว by mistake โดยไม่มีคำนำหน้านาม ไม่ใช้ by a mistake โดยทั่วไปสามารถวางไว้หลังการกระทำได้ เช่น I opened the wrong door by mistake.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำตามบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่า “โดยไม่ได้ตั้งใจ”: Leo picked up my backpack ____, then returned it.

ดูคำตอบ

by mistake

exclaim,

1:24

ก็ร้องอุทานว่า

"I'm so glad you did that. น้ำเสียง/เจตนา

1:24

"ฉันดีใจจังที่คุณทำแบบนั้น

It's usually me."

1:26

ปกติมักจะเป็นฉันเอง"

น้ำเสียง/เจตนา

“I'm so glad you did that. It's usually me.” ในฐานะคำปลอบแบบขำ ๆ

ในบริบทนี้ “I'm so glad you did that” ไม่ได้หมายถึงการดีใจจริง ๆ ที่อีกฝ่ายทำของหกหรือผายลม แต่เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ผู้พูดทำเหมือนโล่งใจที่ครั้งนี้คนอื่นเป็นคนทำเรื่องน่าอาย “It's usually me” เป็นการล้อตัวเอง ผู้พูดบอกว่าปกติตนเองเป็นคนที่มักเจอเหตุแบบนี้ จึงทำให้ความผิดพลาดของอีกฝ่ายดูเป็นเรื่องปกติ ช่วยแบ่งเบาความอาย และสื่อว่า “ไม่ต้องรู้สึกอับอายหรอก” เมื่อใช้สองประโยคนี้ร่วมกัน จะเป็นวิธีปลอบใจที่ช่วยรักษาหน้าของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งทำช้อนตกโดยไม่ตั้งใจระหว่างมื้อเย็น เพื่อนอีกคนพูดว่า “I'm so glad you did that. It's usually me.” เขาน่าจะต้องการสื่ออะไรมากที่สุด?

  1. ฉันโกรธและอยากให้เธอออกไป
  2. ฉันอยากให้เธอทำช้อนตกจริง ๆ
  3. เธอไม่ต้องรู้สึกอายหรอก เรื่องผิดพลาดเล็ก ๆ ก็เกิดกับฉันเหมือนกัน
ดูคำตอบ

เธอไม่ต้องรู้สึกอายหรอก เรื่องผิดพลาดเล็ก ๆ ก็เกิดกับฉันเหมือนกัน

Beneath the difference between the warm and the cold person ลำดับความ

1:27

ภายใต้ความแตกต่างระหว่างคนอบอุ่นกับคนเย็นชา

lies a contrasting vision of human nature.

1:31

มีมุมมองต่อธรรมชาติของมนุษย์ที่ตรงกันข้ามซ่อนอยู่

ลำดับความ

Beneath ... lies ...: วางแนวคิดที่ลึกกว่าไว้หลังคำกริยา

ประโยคนี้เริ่มด้วยวลีบอกตำแหน่งเชิงเปรียบเทียบ Beneath the difference between the warm and the cold person แล้ววาง lies ไว้หน้าประธานทางไวยากรณ์ a contrasting vision of human nature หากเรียงตามลำดับปกติจะเป็น A contrasting vision of human nature lies beneath the difference between the warm and the cold person ในที่นี้ Beneath หมายถึง “ในระดับคำอธิบายที่ลึกกว่า” ไม่ได้หมายถึงอยู่ข้างใต้จริง ๆ การนำวลีขึ้นต้นและใช้โครงสร้างกลับแบบนี้ทำให้เนื้อหาเคลื่อนจากความแตกต่างที่มองเห็นไปสู่แนวคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และเป็นสัญญาณว่าบทพูดกำลังเปลี่ยนจากพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรมไปสู่ข้อเสนอเชิงนามธรรม

แบบฝึกหัด

โครงสร้างของประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. นำเสนอคนที่อบอุ่นให้เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ lies
  2. เคลื่อนจากความแตกต่างที่สังเกตได้ไปสู่แนวคิดลึก ๆ ที่อธิบายความแตกต่างนั้น
  3. กล่าวว่าคนที่อบอุ่นและคนที่เย็นชาอยู่ใต้แนวคิดหนึ่งจริง ๆ ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

เคลื่อนจากความแตกต่างที่สังเกตได้ไปสู่แนวคิดลึก ๆ ที่อธิบายความแตกต่างนั้น

Broadly,

1:33

โดยกว้างๆ แล้ว

the cold person is operating with an implicit view วลี

1:34

คนเย็นชาจะดำเนินไปพร้อมกับมุมมองที่แฝงอยู่ว่า

วลี

operating with an implicit view: กระทำตามความเชื่อที่ไม่ได้กล่าวออกมา

ในที่นี้ operating with an implicit view หมายถึงการกระทำหรือตัดสินใจโดยมีความเชื่อที่ไม่ได้กล่าวออกมาอย่างเปิดเผยเป็นตัวชี้นำ Operating อธิบายว่าบุคคลนั้นดำเนินการอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการควบคุมเครื่องจักร ส่วน view หมายถึงความเชื่อหรือการตีความ ไม่ใช่สิ่งที่มองเห็น วลีนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการเปิดเผยข้อสันนิษฐานที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ซึ่งตามมาสามารถระบุเนื้อหาของมุมมองนั้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ operating with an implicit view เพื่อแสดงว่าความเชื่อที่ไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ กำลังชี้นำพฤติกรรม

  1. The coach is operating the scoreboard with an implicit view.
  2. The coach is viewing the field while operating.
  3. The coach is operating with an implicit view that strict rules always improve the team.
ดูคำตอบ

The coach is operating with an implicit view that strict rules always improve the team.

that those they're attempting to please

1:37

ผู้ที่พวกเขาพยายามจะเอาใจ

are creatures endowed only with the highest needs. วลี

1:39

เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการระดับสูงสุดเท่านั้น

วลี

การใช้ endowed only with เพื่อจำกัดสิ่งที่มีอยู่

Be endowed with หมายถึง “มีคุณลักษณะ ความสามารถ หรือทรัพยากรติดตัวมาโดยธรรมชาติ หรือได้รับสิ่งนั้นมา” ในที่นี้ endowed บอกว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกสมมติว่ามีอะไร ไม่ได้หมายถึงกองทุนบริจาคในทางการเงิน Only จำกัดขอบเขตของวลี with ที่ตามมา กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกมองว่ามีเพียงความต้องการระดับสูงสุดและไม่มีความต้องการอื่น คำกริยาวิเศษณ์นี้วางคั่นระหว่าง endowed กับ with ได้ โดยโครงสร้างใหญ่ be endowed with ยังอยู่ครบ ในบริบทนี้ถ้อยคำเป็นทางการช่วยสร้างน้ำเสียงเชิงประชด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางชีววิทยาที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป็นทางการสามคำจากบทเรียน ซึ่งหมายถึง “ไม่ได้รับคุณลักษณะอื่นนอกจากสิ่งเดียวนี้”: In the fable, the creature is ____ patience; it has no other special gift.

ดูคำตอบ

endowed only with

As a result, ลำดับความ

1:43

ผลก็คือ

ลำดับความ

การใช้ As a result, เพื่อบอกผลลัพธ์

As a result เป็นคำเชื่อมที่บอกผลลัพธ์ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปเป็นผลหรือผลที่ตามมาจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป จึงช่วยพาคำอธิบายจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์ เมื่ออยู่ต้นประโยคหรืออนุประโยค มักมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง คำนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อมูลอีกข้อ แต่สร้างความเชื่อมโยงแบบเหตุและผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำจากบทเรียน ซึ่งระบุว่าประโยคที่สองเป็นผลที่ตามมา: The road was flooded. ____, the school bus arrived late.

ดูคำตอบ

As a result

all kinds of assumptions are made about them,

1:43

เกิดการตั้งสมมติฐานต่างๆ นานาเกี่ยวกับแขกเหล่านั้น

that they're interested exclusively in so-called serious topics, การใช้คำ

1:46

ว่าพวกเขาสนใจเฉพาะเรื่องที่เรียกว่าเป็นเรื่องจริงจังเท่านั้น

การใช้คำ

so-called serious topics: สิ่งที่เรียกกันว่า “หัวข้อจริงจัง”

so-called ใช้นำเสนอป้ายชื่อหรือคำเรียกที่คนอื่นใช้หรือยอมรับ มักแสดงว่าผู้พูดเว้นระยะห่างจากคำเรียกนั้นอยู่บ้าง ในที่นี้ serious topics ไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นหมวดหมู่ที่ไม่มีข้อกังขา วลีนี้สื่อว่าผู้พูดสงสัยแนวคิดที่ว่าเฉพาะบางหัวข้อเท่านั้นที่สมควรถูกเรียกว่าจริงจัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ so-called น่าจะเพิ่มท่าทีแบบใดให้กับ serious topics มากที่สุด

  1. บอกว่าหัวข้อเหล่านั้นเพิ่งได้รับชื่ออย่างเป็นทางการ
  2. นำเสนอ serious topics เป็นคำเรียกที่ผู้พูดไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มที่
  3. หมายความว่าหัวข้อเหล่านั้นยากเกินกว่าจะอภิปราย
ดูคำตอบ

นำเสนอ serious topics เป็นคำเรียกที่ผู้พูดไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มที่

especially art and politics,

1:49

โดยเฉพาะศิลปะและการเมือง

that they will appreciate a degree of formality in dining and sitting, วลี

1:51

ว่าพวกเขาจะชื่นชมความเป็นทางการในระดับหนึ่งในการรับประทานอาหารและการนั่ง

วลี

a degree of formality: ความเป็นทางการในระดับหนึ่ง

ในโครงสร้าง a degree of + คำนามนามธรรม degree หมายถึงปริมาณหรือระดับ ไม่ได้หมายถึงวุฒิการศึกษา a degree of formality หมายถึงความเป็นทางการระดับหนึ่งโดยไม่ระบุระดับที่แน่นอน โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดกล่าวอย่างระมัดระวังและมีขอบเขต ในที่นี้หมายความว่าการรับประทานอาหารและการนั่งควรเป็นทางการอยู่บ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพิธีการเต็มรูปแบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่เรียนในบทนี้ซึ่งหมายถึง “ปริมาณหนึ่ง”: The event requires ____ formality, but guests do not need to wear suits.

ดูคำตอบ

a degree of

that they will be strong,

1:54

ว่าพวกเขาจะเข้มแข็ง

self-contained and mature enough ไวยากรณ์

1:56

พึ่งพาตัวเองได้ และเป็นผู้ใหญ่พอ

never to have any hunger for reassurance or coziness, สำนวน

1:58

ที่จะไม่โหยหาความอุ่นใจหรือความสบายใดๆ

ไวยากรณ์

mature enough never to have: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive

ใน mature enough never to have... คำว่า enough วางหลังคำคุณศัพท์ mature และบอกว่ามีระดับมากพอจนเกิดผลที่แสดงด้วย to-infinitive กล่าวคือ บุคคลนั้นถูกมองว่าเป็นผู้ใหญ่มากจนไม่มีความต้องการแบบนั้น Never ปฏิเสธความหมาย have any hunger... ในส่วน to-infinitive ไม่ได้ปฏิเสธ mature ทำให้ผลมีความหมายเด็ดขาดว่า บุคคลนั้นจะไม่รู้สึกถึงความต้องการนี้เลยไม่ว่าเมื่อใด ในที่นี้ถ้อยคำดังกล่าวเป็นการเล่าสมมติฐานของใครบางคนเกี่ยวกับบุคคลนั้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าสมมติฐานนั้นจริง

แบบฝึกหัด

นำ mature, enough และ never มาเติมในช่องว่างตามลำดับที่ถูกต้อง: Maya was ____ to blame others for her mistakes.

ดูคำตอบ

mature enough never

สำนวน

hunger for reassurance: ความต้องการทางอารมณ์อย่างแรงกล้า

ใน hunger for reassurance คำว่า hunger ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความต้องการทางอารมณ์หรือความโหยหาอย่างแรงกล้า ไม่ใช่ความหิวอาหารทางร่างกาย Reassurance คือคำปลอบใจหรือการยืนยันที่ช่วยให้ใครบางคนรู้สึกปลอดภัยหรือสงสัยน้อยลง ดังนั้น a hunger for reassurance จึงหมายถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้รับคำปลอบใจแบบนั้นจากผู้อื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย hunger และคำบุพบทที่ถูกต้อง: After years of being ignored, he felt a ____ recognition.

ดูคำตอบ

hunger for

and they will be,

2:01

และพวกเขาจะ

without urgent physical vulnerabilities and drives,

2:02

ปราศจากความอ่อนแอหรือแรงขับทางกายภาพที่เร่งด่วน

which might prove deeply offensive if they were mentioned. การใช้คำ

2:05

ซึ่งอาจถือเป็นการล่วงละเมิดอย่างร้ายแรงหากถูกเอ่ยถึง

การใช้คำ

prove deeply offensive: prove ในฐานะกริยาเชื่อม

ใน prove deeply offensive คำว่า prove เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “สุดท้ายปรากฏว่าเป็น” หรือ “ภายหลังพบว่าเป็น” โดยเชื่อมประธานกับวลีคุณศัพท์ deeply offensive ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังนำหลักฐานมาพิสูจน์ โครงสร้าง prove + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายผลหรือผลกระทบที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ในที่นี้ might แสดงความเป็นไปได้ว่า การกล่าวถึงเรื่องเหล่านั้นอาจลงเอยด้วยการสร้างความขุ่นเคืองอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาเชื่อมแบบเป็นทางการที่หมายถึง “สุดท้ายปรากฏว่าเป็น” ลงในประโยค: The shortcut may ____ dangerous after dark.

ดูคำตอบ

prove

These higher beings would,

2:08

สิ่งมีชีวิตชั้นสูงเหล่านี้

the cold host believes,

2:10

ผู้เป็นเจ้าบ้านที่เย็นชาเชื่อว่า

wince if someone suggested they curl up on the sofa with a blanket กริยาวลี

2:12

จะต้องทำหน้าแหยหากมีคนเสนอให้พวกเขานอนขดตัวบนโซฟาพร้อมผ้าห่ม

กริยาวลี

curl up: ขดตัวให้เล็กและสบาย

Curl up หมายถึงการงอและหดร่างกายให้อยู่ในท่าเล็กและโค้งมน มักทำขณะนั่งหรือนอน ในประโยคนี้ โซฟาและผ้าห่มสื่อถึงการพักผ่อน ความอบอุ่น และความสบาย Up ช่วยประกอบเป็นกริยาวลีที่สมบูรณ์ ดังนั้น curl up ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงเพียง curl ในความหมายว่าทำให้ผมหรือกระดาษโค้งงอ รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ curl up on the sofa, curl up in bed และ curl up with a book

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “หดร่างกายให้เล็กเพื่อความสบาย” ลงในประโยค: On rainy afternoons, I ____ by the window with a book.

ดูคำตอบ

curl up

or handed them a copy of a magazine about film stars

2:15

หรือยื่นนิตยสารเกี่ยวกับดาราภาพยนตร์ให้

when they headed for the bathroom. วลี

2:18

ตอนที่พวกเขากำลังเดินไปห้องน้ำ

วลี

headed for + จุดหมาย

ในประโยคนี้ headed เป็นรูปอดีตของคำกริยา head ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงอวัยวะ “ศีรษะ” โครงสร้าง “head for + จุดหมาย” หมายถึงเริ่มเคลื่อนไปยังสถานที่นั้นหรือออกเดินทางไปทางนั้น สำนวนนี้เน้นทิศทางและการเริ่มออกเดินทาง แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าไปถึงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปอดีตสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มเคลื่อนไปยัง”: After lunch, we ____ the train station.

ดูคำตอบ

headed for

Yet,

2:20

อย่างไรก็ตาม

the warmly polite person is always deeply aware

2:21

คนที่สุภาพแบบอบอุ่นจะตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งเสมอ

that the stranger,

2:24

ว่าคนแปลกหน้านั้น

irrespective of their status or outward dignity, วลี

2:25

ไม่ว่าพวกเขาจะมีสถานะหรือศักดิ์ศรีภายนอกอย่างไร

วลี

irrespective of + ปัจจัยหนึ่ง

“Irrespective of” หมายถึง “โดยไม่คำนึงถึง” หรือ “โดยไม่ได้รับผลจาก” และใช้กล่าวถึงปัจจัยที่ไม่ทำให้ข้อความหลักเปลี่ยนไป ในที่นี้ “their status or outward dignity” ระบุสองปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ สถานะทางสังคมและภาพลักษณ์ที่ดูสง่างาม คำว่า “Outward” จำกัดความหมายของ dignity ไว้ที่สิ่งที่มองเห็นได้ จึงไม่ได้ตัดสินคุณค่าภายในของใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนทางการที่หมายถึง “โดยไม่ได้รับผลจาก” ได้ถูกต้อง?

  1. The rule applies irrespective of age or experience.
  2. The rule applies irrespective to age or experience.
  3. The rule applies irregardless of age or experience.
ดูคำตอบ

The rule applies irrespective of age or experience.

is a highly needy,

2:28

ก็คือสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแล

fragile,

2:29

เปราะบาง

confused,

2:30

สับสน

appetitive and susceptible creature.

2:31

มีความอยาก และอ่อนไหวได้ง่าย

And they know this about the stranger

2:34

และพวกเขารู้เรื่องนี้เกี่ยวกับคนแปลกหน้า

because they never forget this about themselves.

2:36

เพราะพวกเขาไม่เคยลืมเรื่องนี้ในตัวเองเลย

Warmly polite people have much in common with the character Kanga, วลี

2:39

คนที่สุภาพแบบอบอุ่นมีหลายอย่างที่เหมือนกับตัวละคร Kanga

วลี

have much in common with: มีหลายอย่างเหมือนกับ

have much in common with หมายถึง “มีลักษณะ คุณสมบัติ ความสนใจ หรือแนวคิดสำคัญหลายอย่างร่วมกับคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ในประโยคนี้หมายความว่าคนที่อบอุ่นและสุภาพคล้ายกับ Kanga ในหลายด้านที่สำคัญ โดย common หมายถึง “ที่มีร่วมกัน” ไม่ใช่ “ธรรมดา” รูปแบบคือ ประธาน + have/has much in common with + คน กลุ่ม ผลงาน หรือแนวคิด ใช้ has เมื่อประธานเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ have much in common with: One novel ____ the other.

ดูคำตอบ

has much in common with

the tenderly maternal kangaroo

2:43

จิงโจ้แม่ผู้แสนอ่อนโยน

in A. A. Milne's Winnie-the-Pooh books. วัฒนธรรม

2:45

ในหนังสือ Winnie-the-Pooh ของ A. A. Milne

วัฒนธรรม

หนังสือต้นฉบับ Winnie-the-Pooh ของ A. A. Milne

รูปแสดงความเป็นเจ้าของ A. A. Milne's ระบุตัวผู้เขียนว่า A. A. Milne เป็นผู้เขียนหนังสือต้นฉบับ Winnie-the-Pooh คำว่า books ในที่นี้หมายถึงผลงานวรรณกรรมต้นฉบับ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ที่ดัดแปลงในภายหลัง ในเรื่องเหล่านั้น Kanga เป็นแม่จิงโจ้ Roo เป็นลูกของเธอ และ Tigger ปรากฏตัวเป็นตัวละครอีกตัวหนึ่ง ภูมิหลังพื้นฐานเพียงเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับทำความเข้าใจการเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับชื่อทั้งสาม

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย A. A. Milne's Winnie-the-Pooh books ในตัวอย่างได้ถูกต้อง?

  1. เป็นหนังสือที่ตัวละคร Kanga เขียนเกี่ยวกับ Roo และ Tigger
  2. เป็นหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดย A. A. Milne และมีตัวละครอย่าง Kanga, Roo และ Tigger
  3. เป็นเฉพาะภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ Winnie-the-Pooh ที่ดัดแปลงในภายหลัง
ดูคำตอบ

เป็นหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดย A. A. Milne และมีตัวละครอย่าง Kanga, Roo และ Tigger

In one of the stories,

2:48

ในเรื่องราวตอนหนึ่ง

the little animals are deeply disconcerted by the arrival in the Hundred Acre Wood

2:49

สัตว์ตัวเล็กๆ รู้สึกกังวลใจอย่างมากกับการมาเยือนป่าร้อยเอเคอร์

of Tigger,

2:53

ของ Tigger

who's very big,

2:54

ซึ่งตัวใหญ่มาก

very loud and bouncy and assertive.

2:55

เสียงดังมาก ชอบกระโดดเด้งดึ๋ง และมีความมั่นใจในตัวเองสูง

They treat him with caution วลี

2:57

พวกเขาปฏิบัติต่อเขาด้วยความระมัดระวัง

วลี

treat him with caution: ปฏิบัติต่อใครบางคนอย่างระมัดระวังเพราะอาจมีความเสี่ยง

ในที่นี้ treat หมายถึง “ปฏิบัติต่อ” หรือ “รับมือกับ” ไม่ใช่ “ให้การรักษาทางการแพทย์” treat him with caution หมายถึงคนอื่นมีปฏิสัมพันธ์กับเขาอย่างระมัดระวัง เพราะคิดว่าเขาอาจมีความเสี่ยงหรือคาดเดาได้ยาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ treat + คนหรือสิ่งของ + with + ท่าทีหรือคุณลักษณะ เช่น treat someone with respect, kindness, or caution ส่วน with caution บอกว่าปฏิบัติต่อคนหรือสิ่งนั้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ treat + คน + with caution: Until the visitor's identity is confirmed, staff should ____.

ดูคำตอบ

treat the visitor with caution

and are,

2:59

และแสดงออก

we might say, ลำดับความ

2:59

อย่างที่เราอาจพูดได้ว่า

ลำดับความ

we might say: เกริ่นคำบรรยายแบบไม่ฟันธง

We might say เป็นกรอบคำเกริ่นความคิดเห็นที่บอกผู้ฟังว่า คำที่ตามมาเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่อาจใช้บรรยายหรือตั้งชื่อสิ่งนั้นได้ ช่วยเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงไปสู่การตีความของผู้พูด ในที่นี้ might ทำให้คำบรรยายนั้นไม่ฟังดูตายตัวเกินไป สำนวนนี้มีความหมายประมาณว่า “คำบรรยายที่สมเหตุสมผลแบบหนึ่งคือ...” ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนอาจพูดคำเหล่านี้จริง ๆ ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอคำบรรยายว่าเป็นการตีความอย่างระมัดระวัง? The reply was, ___, more polite than friendly.

  1. we must say
  2. we can say
  3. we might say
ดูคำตอบ

we might say

coldly polite.

3:00

สุภาพแบบเย็นชา

But when Tigger finally meets Kanga,

3:02

แต่เมื่อ Tigger ได้พบกับ Kanga ในที่สุด

she is immediately warm with him.

3:04

เธอก็แสดงความอบอุ่นกับเขาทันที

She thinks of him in much the same terms วลี

3:06

เธอมองเขาในลักษณะเดียวกับ

as she does her own child Roo.

3:08

ที่เธอมอง Roo ลูกของเธอเอง

วลี

think of A in much the same terms as B: มอง A และ B ด้วยมุมมองที่เกือบเหมือนกัน

วลี think of him in much the same terms as she does her own child หมายความว่า เธอมองและเข้าใจเขาผ่านแนวคิดหรือมาตรฐานที่เกือบเหมือนกับที่เธอใช้มอง Roo คำว่า terms ในที่นี้หมายถึงวิธีมองหรืออธิบายคนคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเงื่อนไข กฎ หรือภาคการศึกษา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ think of A in the same terms as B คำว่า much ทำให้การเปรียบเทียบไม่ตายตัวเกินไป กล่าวคือมุมมองทั้งสองคล้ายกันมาก แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง ใน as she does her own child Roo คำว่า does ใช้แทน thinks of เพื่อไม่ให้พูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าโค้ชมองผู้เล่นสองคนด้วยกรอบความคิดที่เกือบเหมือนกัน

  1. The coach thinks the new player is like the team captain.
  2. The coach treats the new player the same as the team captain.
  3. The coach thinks of the new player in much the same terms as the team captain.
ดูคำตอบ

The coach thinks of the new player in much the same terms as the team captain.

"Just because an animal is large, ไวยากรณ์

3:10

"เพียงเพราะสัตว์ตัวใหญ่

it doesn't mean he doesn't want kindness.

3:13

ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องการความเมตตาหรอกนะ

ไวยากรณ์

Just because A, it doesn't mean B: เพียงเพราะ A ไม่ได้หมายความว่า B

รูปแบบ Just because A, it doesn't mean B ยอมรับ A เป็นข้อเท็จจริงในการสนทนา แต่ปฏิเสธว่า B เป็นข้อสรุปที่ต้องตามมาโดยอัตโนมัติ ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้ปฏิเสธว่าสัตว์ตัวใหญ่ แต่ปฏิเสธข้อสันนิษฐานว่าสัตว์ตัวใหญ่ไม่ต้องการหรือไม่ปรารถนาความเมตตา Just because นำเสนอข้อเท็จจริงที่บางคนใช้เป็นหลักฐาน จากนั้น it doesn't mean จะหยุดการสรุปโดยตรงจากข้อเท็จจริงนั้น รูปแบบที่สั้นและพบได้บ่อยคือ Just because A doesn't mean B ซึ่งอนุประโยค just because ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ doesn't mean

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธความคิดที่ว่าอายุน้อยหมายถึงไม่มีประสบการณ์โดยอัตโนมัติได้อย่างถูกต้อง

  1. Because Maya is young, it means she is inexperienced.
  2. Just because Maya is young, she is inexperienced.
  3. Just because Maya is young, it doesn't mean she is inexperienced.
ดูคำตอบ

Just because Maya is young, it doesn't mean she is inexperienced.

However big Tigger seems to be, ไวยากรณ์

3:15

ไม่ว่า Tigger จะดูตัวใหญ่แค่ไหน

ไวยากรณ์

However + คำคุณศัพท์: However big Tigger seems to be

however ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “แต่” หรือ “อย่างไรก็ตาม” โครงสร้าง however + คำคุณศัพท์ + ประธาน + คำกริยาใช้แสดงการยอมรับเงื่อนไขด้านระดับ โดย however big Tigger seems to be หมายถึง “ไม่ว่า Tigger จะดูตัวใหญ่แค่ไหนก็ตาม” อนุประโยคนี้บอกว่าระดับดังกล่าวไม่ทำให้ผลหลักเปลี่ยนไป ต่อให้ดูตัวใหญ่มากเพียงใด ข้อความที่ตามมาก็ยังเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ difficult และโครงสร้าง however + คำคุณศัพท์ เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the task seems, we will finish it.

ดูคำตอบ

However difficult

remember that he wants as much kindness as Roo," ไวยากรณ์

3:17

จำไว้ว่าเขาต้องการความเมตตามากเท่ากับ Roo นั่นแหละ"

ไวยากรณ์

as much + คำนามนับไม่ได้ + as: as much kindness as

โครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณที่เท่ากัน kindness เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ much โดย as much kindness as หมายถึง “ความเมตตาในปริมาณที่เท่ากัน” ในประโยคนี้มีการละคำหลัง as ตัวที่สอง as Roo ย่อมาจาก as Roo wants เพราะภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำกันในโครงสร้างเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้ patience และโครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia needs ____ Leo.

ดูคำตอบ

as much patience as

says Kanga,

3:20

Kanga กล่าว

in what might be a definition ลำดับความ

3:21

ซึ่งนั่นอาจเป็นคำนิยาม

ลำดับความ

in what might be a definition: การจัดประเภทอย่างระมัดระวัง

in what might be a definition เป็นวลีบุพบทที่นำเสนอแนวคิดซึ่งถูกยกมาหรือกล่าวไว้ว่าเป็นสิ่งที่อาจนับว่าเป็นคำนิยามได้ ในที่นี้ what เป็นคำสัมพันธ์ที่รวมความหมายแบบ the thing that หรือ a statement that และไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มคำถาม might ทำให้การจัดประเภทนี้ฟังดูระมัดระวัง ผู้เขียนเสนอว่าถ้อยคำดังกล่าวสรุปแนวคิดได้คล้ายคำนิยาม แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นคำนิยามเดียวหรือเป็นคำนิยามอย่างเป็นทางการ วลีนี้จึงจัดประเภทข้อมูลก่อนหน้าและยังเปิดพื้นที่ให้ตีความแบบอื่นได้

แบบฝึกหัด

in what might be a definition บอกอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. วลีนี้ยืนยันว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นคำนิยามทางการเพียงหนึ่งเดียว
  2. วลีนี้ขอให้ผู้อ่านเติมคำนิยามที่ขาดหายไป
  3. วลีนี้นำเสนอถ้อยคำใกล้เคียงอย่างระมัดระวังว่าอาจเป็นคำนิยามได้
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอถ้อยคำใกล้เคียงอย่างระมัดระวังว่าอาจเป็นคำนิยามได้

of the essence of the philosophy of warmth.

3:23

ของแก่นแท้แห่งปรัชญาความอบอุ่น

Sometimes it's deeply generous

3:26

บางครั้งมันก็เป็นเรื่องของความเอื้ออารีอย่างลึกซึ้ง

to think that another person may be more elevated than us.

3:27

ที่จะคิดว่าคนอื่นอาจจะสูงส่งกว่าเรา

Collectively,

3:31

โดยรวมแล้ว

we've taken this thought very much to heart. สำนวน

3:32

เราได้นำความคิดนี้มาใส่ใจอย่างมาก

สำนวน

taken this thought very much to heart: สำนวน take something to heart

take something to heart เป็นสำนวนที่หมายถึงการมองว่าแนวคิด คำแนะนำ หรือคำวิจารณ์เป็นเรื่องสำคัญ และปล่อยให้สิ่งนั้นมีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดหรือพฤติกรรมของตน ในประโยคนี้ this thought เป็นกรรมที่วางอยู่ระหว่าง taken กับ to heart ส่วน very much เน้นระดับของการยอมรับ สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะจริง ๆ present perfect ใน we've taken แสดงว่าการยอมรับที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังส่งผลถึงปัจจุบัน ในบริบทนี้ very much ยังอาจสื่อว่าผู้คนยอมรับความคิดนั้นอย่างเต็มที่จนเกือบมากเกินไป ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงวิจารณ์หรือประชดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Nora รับฟังข้อเสนอแนะของครูอย่างจริงจัง?

  1. Nora took her teacher's feedback to heart.
  2. Nora gave her teacher heartfelt feedback.
  3. Nora took heart before reading her teacher's feedback.
ดูคำตอบ

Nora took her teacher's feedback to heart.

We've internalized distance and learnt caution,

3:34

เราซึมซับการเว้นระยะห่างและเรียนรู้ที่จะระมัดระวัง

moving on from the naivety of the small child กริยาวลี

3:37

ก้าวผ่านความไร้เดียงสาของเด็กน้อย

กริยาวลี

moving on from: ทิ้งช่วงหนึ่งไว้ข้างหลัง

ในที่นี้ moving on from หมายถึงการทิ้งช่วงหนึ่งหรือสภาวะหนึ่งไว้ข้างหลังแล้วเติบโตไปไกลกว่านั้น วลีนี้บอกถึงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ โครงสร้างคือ move on from + ประสบการณ์ ความเชื่อ นิสัย หรือช่วงชีวิตที่กำลังทิ้งไว้ข้างหลัง ในประโยคนี้ สิ่งที่ตามหลัง from คือความไร้เดียงสาของเด็กเล็ก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ move on from ได้ถูกต้องเพื่อระบุประสบการณ์ที่กำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

  1. After the argument, Nina found it hard to move on what had happened.
  2. After the argument, Nina found it hard to move on to what had happened.
  3. After the argument, Nina found it hard to move on from what had happened.
ดูคำตอบ

After the argument, Nina found it hard to move on from what had happened.

who wonders sweetly,

3:40

ที่สงสัยอย่างน่ารักว่า

"When you're sad,

3:41

"เวลาที่คุณเศร้า

if you might like to sniff their grimy blanket?" น้ำเสียง/เจตนา

3:42

คุณอยากจะดมผ้าห่มมอมแมมของพวกเขาไหม"

น้ำเสียง/เจตนา

if you might like to: ข้อเสนอแบบไม่แน่ใจ

ในประโยคนี้ if you might like to เสนอการกระทำที่เป็นไปได้อย่างนุ่มนวลและไม่แน่ใจ เด็กกำลังแนะนำว่าผู้ฟังอาจดมผ้าห่มเพื่อปลอบใจตัวเองได้ นี่ไม่ใช่เงื่อนไขแบบ “ถ้า...แล้ว...” จริง ๆ If, might และ like to ซ้อนการเว้นระยะหลายชั้น ทำให้ผู้พูดไม่คิดแทนว่าผู้ฟังต้องการอะไร ประโยคนี้เป็นคำถามแบบละบางส่วนและมีลักษณะเหมือนเด็กพูด ส่วนกรอบประโยคมาตรฐานที่สมบูรณ์คือ I wondered if you might like to....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if you might like to เพื่อเชิญอย่างนุ่มนวลและไม่กดดัน

  1. I was wondering if you might like to join our table.
  2. If you like our table, you must join it.
  3. You might join our table now.
ดูคำตอบ

I was wondering if you might like to join our table.

But the warm person knows

3:45

แต่คนอบอุ่นรู้ดีว่า

that however solid and dignified someone appears on the outside, ไวยากรณ์

3:46

ไม่ว่าใครจะดูแข็งแกร่งและมีศักดิ์ศรีจากภายนอกเพียงใด

ไวยากรณ์

However + คำคุณศัพท์ + ประธาน + appears

ใน however solid and dignified someone appears คำว่า however หมายถึง “ไม่ว่า...เพียงใด” ไม่ได้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” โครงสร้างนี้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงบางอย่าง กล่าวคือ แม้คนคนหนึ่งจะดูมั่นคงและสง่างามมากเพียงใด ข้อความหลักที่ตามมาก็ยังเป็นจริง รูปแบบคือ however + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + ประธาน + คำกริยา ในที่นี้ solid and dignified ถูกวางไว้หน้า someone appears เพื่อแสดงว่าระดับของภาพลักษณ์ภายนอกไม่เปลี่ยนสิ่งที่กล่าวต่อมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ however ในความหมายว่า “ไม่ว่า...เพียงใด” เหมือนกับประโยคต้นฉบับ

  1. He is, however, much calmer today.
  2. He appears calm; however, he is still worried.
  3. However calm he appears, he is still worried.
ดูคำตอบ

However calm he appears, he is still worried.

behind the scenes, สำนวน

3:50

แต่เบื้องหลังแล้ว

สำนวน

Behind the scenes: สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง

Behind the scenes ตามความหมายตรงตัวหมายถึงพื้นที่หรือกิจกรรมที่อยู่ห่างจากสายตาผู้ชมในโรงละครหรือการผลิตสื่อ ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงความจริงส่วนตัว งาน การตัดสินใจ หรือความยากลำบากที่สาธารณชนมองไม่เห็น สำนวนนี้มักใช้เปรียบเทียบภาพลักษณ์ที่ดูดีต่อสาธารณะกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในจุดที่คนทั่วไปมองไม่เห็น สำนวนนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการหลอกลวงเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนคงที่ที่หมายถึง “ในจุดที่สาธารณชนมองไม่เห็น”: The concert looked effortless, but dozens of people were working ____ to make it happen.

ดูคำตอบ

behind the scenes

there will inevitably be a struggling self,

3:52

ย่อมมีตัวตนที่กำลังดิ้นรนซ่อนอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

potentially awkward,

3:55

ซึ่งอาจจะงุ่มง่าม

easily bemused,

3:56

สับสนได้ง่าย

beset by physical appetites, การใช้คำ

3:57

ถูกรุมเร้าด้วยความอยากทางร่างกาย

การใช้คำ

beset by physical appetites: ถูกรุมเร้าด้วยความต้องการทางกาย

Beset by หมายถึงการถูกรบกวนหรือกดดันอย่างหนักและต่อเนื่องจากบางสิ่ง ราวกับมีแรงกดดันเข้ามาจากหลายด้าน สำนวนนี้มีน้ำเสียงหนักแน่นและเป็นทางการกว่า bothered by โครงสร้างที่พบบ่อยคือ be + beset by + ปัญหาหรือแหล่งที่มาของแรงกดดัน ในที่นี้ beset by physical appetites เป็นวลี participle ที่ขยายบุคคลซึ่งกำลังถูกกล่าวถึง Physical appetites หมายถึงความต้องการและแรงกระตุ้นของร่างกายในความหมายกว้าง เช่น ความหิว การพักผ่อน และความสบาย ไม่ได้หมายถึงความอยากอาหารเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ beset by physical appetites ในบริบทนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. รู้สึกหิวเล็กน้อยชั่วครู่
  2. ถูกรบกวนซ้ำ ๆ ด้วยความต้องการและความจำเป็นของร่างกาย
  3. ยืนอยู่ข้างอาหารหลายมื้อ
ดูคำตอบ

ถูกรบกวนซ้ำ ๆ ด้วยความต้องการและความจำเป็นของร่างกาย

on the verge of loneliness, วลี

4:00

อยู่บนขอบเหวของความเหงา

วลี

on the verge of loneliness: จวนจะเข้าสู่ความโดดเดี่ยว

On the verge of หมายถึงการใกล้จะเข้าสู่สภาวะหนึ่งหรือใกล้จะเกิดเหตุการณ์บางอย่างมาก วลีนี้ให้ภาพของจุดก้ำกึ่ง คือการเปลี่ยนแปลงยังไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนว่าใกล้มากแล้ว โครงสร้างคือ on the verge of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ตามด้วยคำนาม loneliness จึงหมายถึงเกือบจะเข้าสู่ภาวะโดดเดี่ยว ไม่ใช่อยู่ในภาวะนั้นอย่างเต็มที่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำจากบทนี้ที่หมายถึงใกล้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมาก: After months of testing, the team is ____ launching the new app.

ดูคำตอบ

on the verge of

and frequently in need of nothing more subtle โน้ต

4:01

และบ่อยครั้งก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่ลึกซึ้ง

วลี

in need of + นามวลี

in need of หมายถึง “ต้องการสิ่งที่จำเป็นหรือเป็นประโยชน์” ในที่นี้ need เป็นคำนามในวลีตายตัว in need of และ of ใช้นำหน้าสิ่งที่ต้องการ ซึ่งในประโยคนี้คือ nothing more subtle รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be in need of + คำนามหรือนามวลี เช่น be in need of repairs วลีนี้นำเสนอความต้องการในฐานะสภาวะหนึ่ง ไม่ใช่ความปรารถนาส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “จำเป็นต้องซ่อมแซม” ให้สมบูรณ์: The old bridge is ____ repairs.

ดูคำตอบ

in need of

or elevated than a cheese sandwich,

4:04

หรือสูงส่งไปกว่าแซนด์วิชชีส

ไวยากรณ์

nothing more subtle or elevated than + คำนาม

nothing more subtle or elevated than กำหนดขอบเขตสูงสุดของสิ่งที่ต้องการ เมื่ออยู่หลัง in need of จะหมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีสิ่งที่ประณีตหรือสูงส่งกว่านั้น แค่แซนด์วิชชีสธรรมดาก็เพียงพอแล้ว อารมณ์ขันเกิดจากการใช้คำคุณศัพท์ที่ฟังดูใหญ่โตอย่าง subtle และ elevated กับสิ่งที่ธรรมดามาก วลีนี้ไม่ได้ชมว่าแซนด์วิชมีความละเอียดอ่อนหรือสูงส่ง แต่เน้นว่าความต้องการที่แท้จริงนั้นเรียบง่ายเพียงใด

แบบฝึกหัด

โครงสร้างนี้มีความหมายว่าอย่างไร? After the long hike, we wanted nothing more subtle or elevated than hot soup.

  1. สิ่งเดียวที่เราต้องการคือซุปร้อนธรรมดา
  2. ซุปร้อนดูประณีตกว่าอาหารอื่นทุกอย่าง
  3. เราต้องการสิ่งที่หรูหรากว่าซุปร้อน
ดูคำตอบ

สิ่งเดียวที่เราต้องการคือซุปร้อนธรรมดา

a glass of milk,

4:07

นมสักแก้ว

and a hug.

4:08

และอ้อมกอด