อุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำของเพลโต - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายอุปมาถ้ำของเพลโต ตั้งแต่ภาพลวงตาของนักโทษ การกลับมาของนักโทษที่ถูกปล่อยตัว ไปจนถึงการเชื่อมเรื่องนี้กับความจริง ความรู้ ความเป็นจริง และราคาที่ต้องจ่ายเมื่อออกจากความเชื่อที่คุ้นเคย ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. allegory of the cave, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: คุณจะรู้ได้ว่านี่เป็นการอ้างอิงทางปรัชญาที่สำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าเกี่ยวกับนักโทษ แต่เป็นภาพอันโด่งดังของเพลโตเกี่ยวกับความไม่รู้ การศึกษา และการหันไปหาความจริงอย่างยากลำบาก 2. introduces this passage as an analogy of what it's like to be a philosopher — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะเห็นวิธีที่ผู้พูดเปลี่ยนจากการสรุปเหตุการณ์ไปสู่การตีความ โดยใช้ “as an analogy of” เพื่อบอกว่าเรื่องถ้ำนั้นแทนอะไร 3. may punch a hole in your most basic assumptions. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะเข้าใจอุปมาที่รุนแรงนี้ว่า หมายถึงความเข้าใจใหม่ที่อาจเจาะทำลายหรือสั่นคลอนความเชื่อพื้นฐานที่เคยคิดว่ามั่นคง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
What is reality, knowledge, the meaning of life? ในฐานะคำถามเปิดเพื่อวางกรอบหัวข้อ
คำเปิดนี้นำคำถามใหญ่ที่เป็นนามธรรมสามข้อมาเรียงไว้ด้วยกัน ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังให้คำนิยามแบบพจนานุกรมสามข้อทันที แต่รายการคำถามนี้บอกอย่างรวดเร็วว่าการสนทนาจะเกี่ยวกับแนวคิดทางปรัชญา ได้แก่ ความจริง ความรู้ และความหมายของชีวิต การถามต่อเนื่องกันหลายข้อช่วยจัดโครงสร้างบทนำ โดยให้ผู้ฟังมีแนวคิดหลายอย่างไว้คิดต่อ เนื้อหาหลังจากนั้นอาจใช้ตัวอย่างเดียวสำรวจหัวข้อร่วมของคำถามเหล่านี้ แทนที่จะตอบทีละข้อ
แบบฝึกหัด
จุดประสงค์หลักของชุดคำถามเปิดนี้คืออะไร
- เพื่อแสดงว่าผู้พูดไม่มีหัวข้อที่จะพูด
- เพื่อขอคำนิยามจากพจนานุกรมสามข้อทันที
- เพื่อวางกรอบหัวข้อทางปรัชญาที่จะกล่าวต่อไป
ดูคำตอบ
เพื่อวางกรอบหัวข้อทางปรัชญาที่จะกล่าวต่อไป
Big topics you might tackle figuratively, การใช้คำ
0:10หัวข้อใหญ่ๆ ที่คุณอาจจะใช้การเปรียบเปรยมาอธิบาย
tackle figuratively: กล่าวถึงหัวข้อผ่านการใช้อุปมา
ในประโยคนี้ tackle หมายถึงการลงมือจัดการ พูดถึง หรือรับมือกับสิ่งที่ยาก ไม่ได้หมายถึงการเข้าปะทะทางร่างกายในกีฬา เนื่องจากกรรมคือ big topics คำว่า tackle จึงทำให้หัวข้อเหล่านี้ฟังดูเป็นเรื่องจริงจังที่ต้องใช้ความพยายาม figuratively บอกว่าหัวข้อเหล่านี้อาจถูกนำเสนออย่างไร นั่นคือผ่านอุปมาหรือภาพเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่ด้วยคำนิยามตามตัวอักษรเท่านั้น วลีนี้ยังบอกล่วงหน้าถึงรูปแบบการอธิบายที่จะตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tackle และคำว่า figuratively: The poem ____ grief ____, using winter as a symbol.
ดูคำตอบ
tackles · figuratively
explaining existence as a journey down a road or across an ocean, สำนวน
0:13โดยอธิบายการมีอยู่เหมือนกับการเดินทางบนถนน หรือการข้ามมหาสมุทร
as a journey...: ใช้ as เพื่อวาง X ไว้ในกรอบอุปมา
ใน explaining existence as a journey... คำว่า as เชื่อมแนวคิดนามธรรมอย่าง existence เข้ากับภาพที่เป็นรูปธรรมของการเดินทาง ถนนและมหาสมุทรเป็นเส้นทางเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่สถานที่จริง รูปแบบ explain หรือ describe X as Y ที่นำไปใช้ต่อได้ ใช้ Y เป็นกรอบในการทำความเข้าใจ X ในที่นี้กรอบดังกล่าวทำให้การดำรงอยู่ดูเหมือนการเคลื่อนผ่านประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเปรียบเทียบ describe X as Y ให้สมบูรณ์: The guide described courage ____ a bridge between fear and action.
ดูคำตอบ
as
a window of opportunity: เวลาจำกัดสำหรับลงมือทำ
A window of opportunity เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงช่วงเวลาจำกัดซึ่งสามารถลงมือทำบางอย่างได้ หรือมีโอกาสสำเร็จสูงเป็นพิเศษ คำว่า window หมายถึงช่องเวลาที่เปิดอยู่ชั่วคราว ไม่ใช่หน้าต่างจริง สำนวนนี้สื่อว่าโอกาสอาจปิดลงได้ การลงมือทำในเวลาที่เหมาะสมจึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงเวลาจำกัดสำหรับลงมือทำ: We have a short window of ____ to submit the form.
ดูคำตอบ
opportunity
an all-too-short-lived flicker of flame: อุปมาถึงชีวิตที่แสนสั้น
ในที่นี้ a flicker of flame เป็นภาพเปรียบเทียบถึงชีวิตหรือการดำรงอยู่ที่ปรากฏเพียงชั่วครู่และอาจหายไปได้ทุกเมื่อ ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ all-too-short-lived หมายถึงคงอยู่สั้นกว่าที่ผู้พูดปรารถนามาก ส่วน all too เพิ่มความรู้สึกเสียดายหรือผิดหวัง ทำให้ภาพรวมมีอารมณ์มากกว่าการพูดเพียงว่า very brief
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ an all-too-short-lived flicker of flame สื่อถึงอะไร
- ช่วงเวลายาวนานที่รู้สึกสงบและปลอดภัย
- ไฟจริงที่กำลังลุกแรงขึ้น
- การดำรงอยู่ที่สั้นและเปราะบางซึ่งจบลงเร็วกว่าที่ปรารถนา
ดูคำตอบ
การดำรงอยู่ที่สั้นและเปราะบางซึ่งจบลงเร็วกว่าที่ปรารถนา
one of history's most famous thinkers said life is like being chained up in a cave, โน้ต
0:30หนึ่งในนักคิดที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์กล่าวว่า ชีวิตก็เหมือนกับการถูกล่ามโซ่อยู่ในถ้ำ
one of history's most famous thinkers: one of + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์
โครงสร้างนี้คือ one of + นามวลีขั้นสูงสุดที่ลงท้ายด้วยคำนามพหูพจน์ ใน one of history's most famous thinkers คำว่า one เลือกคนหนึ่งคน แต่ thinkers ยังคงเป็นพหูพจน์ เพราะกลุ่มที่ใหญ่กว่ามีหลายคน history's กำหนดขอบเขตการเปรียบเทียบว่าหมายถึงตลอดประวัติศาสตร์ วลีนี้ยกย่องบุคคลหนึ่งอย่างมาก แต่ไม่ได้อ้างว่าเขาเป็นนักคิดที่มีชื่อเสียงที่สุดเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปพหูพจน์ของ architect เติมประโยคให้สมบูรณ์: Lina is one of the most respected ____ in the city.
ดูคำตอบ
architects
life is like being chained up in a cave: อุปมาด้วย be like
ใน life is like... คำว่า be like หมายถึง “เหมือน” หรือ “เปรียบได้กับ” ประโยคนี้สร้างอุปมาโดยเปรียบ life กับสภาพ being chained up in a cave คำว่า like ตรงนี้ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” ในภาพถ้ำของเพลโต อุปมานี้เปลี่ยนแนวคิดนามธรรมเกี่ยวกับชีวิตและความเข้าใจที่จำกัดให้เป็นภาพที่เป็นรูปธรรมของการถูกกักขัง โครงสร้าง X is like Y สามารถนำไปใช้เพื่ออธิบายเรื่องที่ไม่คุ้นเคยหรือเป็นนามธรรมด้วยภาพที่ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
like ทำหน้าที่อะไรใน “life is like being chained up in a cave”?
- บอกว่าชีวิตชอบบางสิ่ง
- ใช้เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ
- บอกว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
ดูคำตอบ
ใช้เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ
forced to watch shadows flitting across a stone wall. โน้ต
0:36และถูกบังคับให้มองดูเงาที่ทาบผ่านกำแพงหิน
forced to watch: be forced to + กริยารูปพื้นฐาน
forced to watch หมายถึง “ถูกบังคับให้มอง” อำนาจหรือสถานการณ์ภายนอกทำให้บุคคลนั้นไม่มีทางเลือกจริง ๆ forced ไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นมองอย่างออกแรงมากเพียงใด ในวลีที่ยาวกว่า ทั้งสองส่วนใช้ being ที่มาก่อนร่วมกัน ได้แก่ being chained up in a cave และ being forced to watch โครงสร้างกรรมวาจกที่นำไปใช้ได้คือ be forced to + กริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้เน้นคนที่ได้รับแรงกดดัน ส่วนแหล่งที่มาของแรงกดดันอาจละไว้ได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง be forced to เติมประโยคให้สมบูรณ์: Because the bridge was closed, the hikers were ____ turn back.
ดูคำตอบ
forced to
flitting across: เคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็วและเบา
ในประโยคนี้ flitting across บรรยายเงาที่เคลื่อนผ่านกำแพงหินอย่างรวดเร็วและเบา คำว่า flit สื่อถึงการเคลื่อนไหวสั้น ๆ ที่ไม่อยู่นิ่ง มากกว่าการเคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ภาพดูมีชีวิตและจับให้อยู่นิ่งได้ยาก across ทำให้กำแพงเป็นพื้นผิวที่เงาเคลื่อนผ่านจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง วลีนี้ยังใช้บรรยายสัตว์ตัวเล็ก แสง หรือสายตาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ฉากใดเหมาะจะบรรยายด้วย flitting across มากที่สุด
- รูปปั้นที่อยู่กับที่
- ผีเสื้อที่บินผ่านสวนอย่างรวดเร็วและเบา
- รถบรรทุกที่วิ่งอย่างสม่ำเสมอบนทางหลวง
ดูคำตอบ
ผีเสื้อที่บินผ่านสวนอย่างรวดเร็วและเบา
Pretty cheery, right? ในฐานะคำพูดประชด
ตามความหมายตรงตัว Pretty cheery, right? หมายถึงประมาณว่า “ค่อนข้างร่าเริงดีใช่ไหม?” แต่สถานการณ์ที่เพิ่งบรรยายนั้นมืดมนและน่าเศร้า คำเชิงบวกอย่าง cheery จึงขัดกับความเป็นจริง ผู้พูดกำลังพูดประชดและความหมายจริงคือสถานการณ์นี้ไม่ได้ร่าเริงเลย pretty เป็นคำบอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” ส่วน right? ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย ในการใช้แบบประชด คำถามท้ายประโยคช่วยเปลี่ยนความขัดแย้งที่เห็นได้ชัดให้เป็นการเหน็บแนมเบา ๆ หรืออารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: หลังจากผู้พูดบรรยายสถานการณ์ที่มืดมนและน่าเศร้า Pretty cheery, right? น่าจะเป็นคำชมที่จริงใจ
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
That's actually what Plato suggested in his allegory of the cave, วัฒนธรรม
0:41นั่นคือสิ่งที่เพลโตได้เสนอไว้ในอุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำของเขา
อุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำของเพลโต
อุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำเป็นเรื่องเล่าเชิงปรัชญาที่เพลโตใช้สำรวจความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ปรากฏกับความเป็นจริง นักโทษที่เคยเห็นเพียงเงาจึงเข้าใจผิดว่าเงาเหล่านั้นคือความจริงทั้งหมด ในที่นี้ ชื่อนี้อ้างถึงข้อเสนอทางปรัชญาที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่แค่เรื่องที่เกิดขึ้นในถ้ำ การรู้จักการอ้างอิงนี้ช่วยให้เข้าใจว่าแนวคิดต่อจากนี้เกี่ยวข้องกับวิธีที่มนุษย์เข้าใจความเป็นจริง ได้รับความรู้ และเรียนรู้ที่จะมองให้ไกลกว่าประสบการณ์อันจำกัดของตน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Plato's allegory of the cave หมายถึงอะไร
- คู่มือภูมิศาสตร์ของถ้ำโบราณ
- เรื่องเล่าเชิงปรัชญาที่ใช้ฉากถ้ำเพื่อพิจารณาสิ่งที่ปรากฏกับความเป็นจริง
- บันทึกเรื่องเพลโตสำรวจถ้ำจริง
ดูคำตอบ
เรื่องเล่าเชิงปรัชญาที่ใช้ฉากถ้ำเพื่อพิจารณาสิ่งที่ปรากฏกับความเป็นจริง
found in book seven of the Republic, วัฒนธรรม
0:45ซึ่งพบในหนังสือเล่มที่เจ็ดของเดอะรีพับลิก (The Republic)
found in book seven of the Republic: “อยู่ในเล่มที่ 7 ของ The Republic”
ในที่นี้ found in หมายถึง “อยู่หรือปรากฏใน” วลีนี้บอกว่าอุปมานิทัศน์อยู่ตรงส่วนใดของข้อความ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงที่ใครบางคนไปค้นพบมัน book seven of the Republic หมายถึงส่วนหลักลำดับที่ 7 ภายในผลงาน The Republic ของเพลโต เมื่ออ้างถึงงานคลาสสิกหรืองานขนาดยาวหลายเรื่อง book อาจหมายถึงส่วนภายในหรือการแบ่งคล้ายเล่ม ไม่ใช่หนังสืออีกเล่มหนึ่งที่แยกตีพิมพ์ต่างหาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค "An account of the trial is found in book four of the historical work," book four หมายถึงอะไร
- หนังสือเล่มที่ 4 ซึ่งแยกต่างหากและมีชื่อเดียวกัน
- ส่วนหลักลำดับที่ 4 ภายในงานประวัติศาสตร์นั้น
- หน้าที่ 4 ของงานประวัติศาสตร์นั้น
ดูคำตอบ
ส่วนหลักลำดับที่ 4 ภายในงานประวัติศาสตร์นั้น
in which the Greek philosopher envisioned the ideal society ไวยากรณ์
0:47โดยที่นักปรัชญาชาวกรีกผู้นี้ได้จินตนาการถึงสังคมอุดมคติ
in which: การย้อนอ้างถึงข้อความหรือบริบทก่อนหน้า
ในประโยคเต็ม in which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Republic โดย which ย้อนกลับไปแทน The Republic และ in แสดงความสัมพันธ์ที่ความหมายต้องการ คือ นักปรัชญาผู้นั้นจินตนาการถึงสังคมในอุดมคติภายในผลงานชิ้นนั้น โครงสร้าง “คำบุพบท + which” ช่วยให้ภาษาเขียนแบบเป็นทางการอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในข้อความ สถานการณ์ ช่วงเวลา หรือบริบทอื่นได้โดยไม่ต้องกล่าวคำนามเดิมซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมรูป “คำบุพบท + คำสรรพนามสัมพันธ์” ที่หมายถึง “ในระบบนั้น”: The school introduced a system ____ every student gets a turn.
ดูคำตอบ
in which
by examining concepts like ...: การบอกวิธีและยกตัวอย่าง
by + รูปกริยา -ing ใช้อธิบายวิธีที่ใช้ทำบางสิ่ง ในที่นี้ by examining ตอบคำถามว่านักปรัชญาพัฒนาแนวคิดของตนอย่างไร นั่นคือทำโดยศึกษาความคิดต่าง ๆ อย่างรอบคอบ จากนั้น concepts like justice, truth, and beauty ยกตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของสิ่งที่ถูกพิจารณา like ในที่นี้หมายถึง “เช่น” ดังนั้นรายการนี้ไม่จำเป็นต้องรวมทุกแนวคิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการตรวจสอบเบาะแสที่เป็นตัวอย่างคือวิธีที่ใช้ไขปริศนา?
- The class solved the mystery before examining clues like footprints and notes.
- The class solved the mystery by examining clues like footprints and notes.
- The class solved the mystery without examining clues like footprints and notes.
ดูคำตอบ
The class solved the mystery by examining clues like footprints and notes.
a group of prisoners have been confined in a cavern since birth, ไวยากรณ์
0:57มีนักโทษกลุ่มหนึ่งถูกขังอยู่ในถ้ำมาตั้งแต่เกิด
have been confined ... since birth: สภาพในรูป passive ที่ดำเนินมาตั้งแต่เกิด
have been confined ใช้ present perfect แบบ passive ในรูป have been + past participle ประธานเป็นฝ่ายได้รับการกระทำที่กักขัง และประโยคเน้นสภาพที่ถูกกักไว้ซึ่งเป็นผลจากการกระทำนั้น since birth ระบุว่าจุดเริ่มต้นคือเวลาที่เกิด ในที่นี้ present perfect เชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตกับเวลาปัจจุบันของเรื่อง และแสดงว่าสภาพที่ถูกกักยังคงดำเนินอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect แบบ passive ของ confine: The animals ____ in this enclosure since birth.
ดูคำตอบ
have been confined
with no knowledge of ...: เพิ่มสภาวะพื้นหลัง
with no knowledge of the outside world เป็นวลี with + นามวลีที่เพิ่มสภาวะซึ่งเกิดควบคู่ไปกับอนุประโยคก่อนหน้า วลีนี้บอกว่าคนเหล่านั้นถูกกักขังโดยไม่เข้าใจเลยว่ามีอะไรอยู่นอกถ้ำ ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึงการอยู่กับใครบางคน no knowledge of + คำนาม หมายถึงไม่มีข้อมูลหรือความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น วลีสั้น ๆ นี้ใช้แทนอนุประโยคที่สมบูรณ์กว่าได้ เช่น while they knew nothing about the outside world
แบบฝึกหัด
ใช้คำว่า with, no, knowledge และ of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Omar joined the game ____ the rules.
ดูคำตอบ
with no knowledge of
chained facing a wall: เพิ่มข้อมูลทิศทางด้วยวลี -ing
ใน are chained คำว่า chained บอกสภาพที่พวกเขาถูกบังคับให้อยู่ ส่วนวลี -ing ที่ตามมา คือ facing a wall บอกว่าพวกเขาหันไปทางใดขณะอยู่ในสภาพนั้น Facing ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่ง รูปแบบที่กระชับนี้ช่วยให้ผู้เล่าบอกทั้งสภาพหลักและท่าทาง ทิศทาง หรือการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ในอนุประโยคเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The bicycles were parked facing the street,” วลี facing the street ทำหน้าที่อะไร?
- เพิ่มข้อมูลว่าจักรยานหันไปทางใดขณะที่จอดอยู่
- บอกจุดประสงค์ของการจอดจักรยาน
- บอกการกระทำในอดีตอีกอย่างหนึ่งที่จักรยานเป็นผู้ทำ
ดูคำตอบ
เพิ่มข้อมูลว่าจักรยานหันไปทางใดขณะที่จอดอยู่
unable to turn their heads: unable to + กริยารูปพื้นฐาน
Unable to turn their heads หมายถึงพวกเขาไม่สามารถหันศีรษะได้ Unable เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน to turn เป็น to-infinitive ที่ทำให้ความหมายสมบูรณ์ โดยมีโครงสร้าง unable + to + กริยารูปพื้นฐาน วลีนี้ช่วยเพิ่มข้อมูลเรื่องข้อจำกัดทางร่างกาย ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ หรือข้อจำกัดจากสถานการณ์ลงในคำบรรยายได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง unable to: After the injury, Mia was ____ lift her arm.
ดูคำตอบ
unable to
while a fire behind them gives off a faint light. กริยาวลี
1:07ในขณะที่มีกองไฟอยู่ด้านหลังซึ่งส่องแสงริบหรี่
give off a faint light: ปล่อยแสงสลัวออกมา
Give off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงปล่อยหรือทำให้สิ่งหนึ่งแผ่ออกจากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะแสง ความร้อน กลิ่น ควัน หรือก๊าซ ในที่นี้ gives off บอกว่ากองไฟทำให้เกิดแสง ส่วน off ไม่ได้หมายความว่ากองไฟถูกปิด A faint light คือแสงที่อ่อนและสลัว ดังนั้นทั้งวลีจึงบรรยายแสงปริมาณเล็กน้อยที่แผ่ออกจากกองไฟ
แบบฝึกหัด
ใช้ give off ในรูปที่ถูกต้อง: A small lamp ____ a warm light.
ดูคำตอบ
gives off
pass by: เคลื่อนผ่านด้านข้างของคนหรือสถานที่
Pass by หมายถึงเคลื่อนผ่านด้านข้างของคนหรือสถานที่ โดยปกติจะไม่หยุดอยู่ตรงนั้น ใน people pass by the fire ผู้คนเดินข้างกองไฟแล้วผ่านเลยไป ในที่นี้ pass บรรยายการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึง “สอบผ่าน” คำที่ตามหลัง pass ช่วยบอกว่ากำลังใช้ความหมายใด
แบบฝึกหัด
ใช้ pass by ในรูปปัจจุบัน: Every morning, we ____ the bakery on our way to school.
ดูคำตอบ
pass by
carrying figures of animals and other objects ไวยากรณ์
1:13พร้อมกับถือหุ่นจำลองรูปสัตว์และวัตถุอื่นๆ
carrying figures of animals and other objects: การเพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
วลี carrying figures of animals and other objects เป็นวลี present participle โดยเติมข้อมูลว่าคนเหล่านั้นกำลังทำอะไรขณะเดินผ่าน ประธานที่ละไว้ยังเป็น people กลุ่มเดิม ดังนั้น carrying จึงไม่ใช่กริยาหลักของประโยคอิสระอีกประโยคหนึ่ง โครงสร้างนี้ย่อการกระทำสองอย่างที่เกิดพร้อมกัน คือคนเหล่านั้นเดินผ่านไปพร้อมกับถือรูปจำลองและสิ่งของ ภาษาอังกฤษมักวางวลี -ing ไว้หลังอนุประโยคเพื่อเพิ่มการกระทำที่เป็นฉากหลัง
แบบฝึกหัด
ใช้ present participle ของ carry เพื่อเพิ่มการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน: The hikers crossed the bridge ____ heavy backpacks.
ดูคำตอบ
carrying
cast shadows on the wall: กลุ่มคำธรรมชาติเมื่อพูดถึงแสงและเงา
ใน cast shadows คำว่า cast เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้เกิดเงาโดยกั้นแสง” ส่วน shadows เป็นกรรม และ on the wall ระบุพื้นผิวที่เงาปรากฏ that ในที่นี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงรูปจำลองสัตว์และสิ่งของอื่น ๆ ที่อยู่ก่อนหน้า ในบริบทนี้ cast ไม่ได้หมายถึง “ลงคะแนนเสียง” และไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ทีมนักแสดง”
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำมาตรฐานเกี่ยวกับแสงและเงาด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน: Even a small lamp can ____ sharp shadows on the wall.
ดูคำตอบ
cast
The prisoners name and classify these illusions, วลี
1:18นักโทษเหล่านั้นตั้งชื่อและจัดประเภทภาพลวงตาเหล่านี้
ตั้งชื่อและจัดหมวดหมู่ภาพลวงตาเหล่านี้
name และ classify เป็นคำกริยาที่เชื่อมคู่กัน โดยใช้ประธาน The prisoners และกรรม these illusions ร่วมกัน ในที่นี้ name เป็นคำกริยา หมายถึง “ตั้งชื่อหรือติดป้ายชื่อ” ส่วน classify หมายถึง “จัดเข้าเป็นหมวดหมู่” คำกริยาคู่นี้แสดงสองขั้นตอนของการจัดระเบียบความรู้ คือการตั้งชื่อและการนำสิ่งต่าง ๆ ไปจัดเป็นกลุ่ม
แบบฝึกหัด
เติมคู่คำกริยาจากบทเรียนนี้ให้ถูกต้อง: Researchers name and ____ the newly found insects.
ดูคำตอบ
classify
believing they're perceiving actual entities. ไวยากรณ์
1:21โดยเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขารับรู้คือสิ่งที่มีอยู่จริง
เชื่อว่าพวกเขากำลังรับรู้สิ่งที่มีอยู่จริง
Believing they're perceiving actual entities เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่ขึ้นอยู่กับประโยคหลักก่อนหน้า โดยเพิ่มข้อมูลว่านักโทษคิดอะไรขณะตั้งชื่อและจัดหมวดหมู่ ไม่ได้เริ่มการกระทำหลักหรือกาลใหม่อีกชุดหนึ่ง อนุประโยคหลัง believing บอกเนื้อหาที่พวกเขาเชื่อ นั่นคือพวกเขาคิดว่ากำลังรับรู้สิ่งที่มีอยู่จริง โครงสร้าง การกระทำหลัก + believing... เป็นวิธีสั้น ๆ ในการเพิ่มความเชื่อของประธาน ซึ่งมักเป็นความเชื่อที่ผิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ believing... เพื่อเพิ่มสภาพความคิดของประธานให้กับการกระทำหลัก
- Nina packed an umbrella after it rained.
- Nina packed an umbrella, believing it would rain.
- Nina packed an umbrella because it rained.
ดูคำตอบ
Nina packed an umbrella, believing it would rain.
one prisoner is freed and brought outside for the first time. ไวยากรณ์
1:25นักโทษคนหนึ่งถูกปล่อยตัวและถูกพาออกไปข้างนอกเป็นครั้งแรก
is freed and brought outside: การกระทำแบบกรรมวาจกสองรายการที่เชื่อมกัน
ใน is freed and brought outside คำว่า is ใช้ร่วมกับกริยาช่องสามสองคำ คือ freed และ brought หากเขียนเต็มจะเป็น is freed and is brought outside แต่ภาษาอังกฤษมักไม่กล่าว is ซ้ำ โครงสร้างกรรมวาจกที่เชื่อมกันนี้เน้นตัวนักโทษและสิ่งที่เขาได้รับ คนอื่นเป็นผู้ปล่อยตัวและพาเขาออกไปข้างนอก ไม่ได้หมายความว่าเขาปล่อยตัวเองหรือออกไปด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมรูปกรรมวาจกใน simple past ของ examine และ vaccinate โดยใช้รูปของ be ร่วมกันเพียงคำเดียว: At the clinic, the puppy ____ before going home.
ดูคำตอบ
was examined and vaccinated
and he finds the new environment disorienting. ไวยากรณ์
1:30และเขาพบว่าสภาพแวดล้อมใหม่ทำให้เขาสับสน
finds the new environment disorienting: find + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน finds the new environment disorienting คำว่า find ไม่ได้หมายถึงค้นพบ แต่หมายถึงการมีประสบการณ์กับบางสิ่งแล้วรู้สึกหรือประเมินว่าสิ่งนั้นมีลักษณะอย่างหนึ่ง the new environment เป็นกรรม และ disorienting เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าสภาพแวดล้อมนั้นให้ความรู้สึกอย่างไรแก่เขา รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ find + กรรม + คำคุณศัพท์: I found the test difficult. รูปแบบนี้ใช้บอกความคิดเห็นจากประสบการณ์ของใครคนหนึ่งได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ในประโยค She found the schedule exhausting คำว่า found หมายถึงอะไร?
- เธอค้นพบว่าตารางนั้นอยู่ที่ไหน
- เธอทำให้ตารางนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เหนื่อย
- เธอคิดว่าตารางนั้นทำให้เหนื่อยมาก
ดูคำตอบ
เธอคิดว่าตารางนั้นทำให้เหนื่อยมาก
mere reflections: เป็นเพียงภาพสะท้อนเท่านั้น
ใน mere reflections คำว่า mere หมายถึง “เพียง” หรือ “ไม่มีอะไรมากไปกว่า” คำนี้จำกัดว่าเงาเหล่านั้นเป็นอะไร และทำให้เงาดูจริงหรือสำคัญน้อยกว่าที่เห็นในตอนแรก โดยปกติ mere จะวางไว้หน้าคำนามโดยตรง มักส่งสัญญาณว่าไม่ควรให้สถานะ ผลกระทบ หรือความสำคัญแก่สิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึงมากเกินไป
แบบฝึกหัด
mere ใน “The document was a mere draft” หมายความว่าอะไร?
- มันเป็นฉบับร่างที่สะอาดเป็นพิเศษ
- มันเป็นเพียงฉบับร่าง ไม่ใช่เอกสารฉบับสุดท้าย
- มันเป็นฉบับร่างที่ทำจากวัสดุเพียงชนิดเดียวทั้งหมด
ดูคำตอบ
มันเป็นเพียงฉบับร่าง ไม่ใช่เอกสารฉบับสุดท้าย
When told: รูปย่อของ when he is told
When told เป็นรูปย่อของอนุประโยคเวลาที่มีความหมายแบบถูกกระทำ ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ when he is told โดย told เป็นกริยาช่องสามที่มีความหมายแบบถูกกระทำ ไม่ใช่กริยาอดีตที่หมายว่าเขาไปบอกใครบางคน ประธาน he และรูปของ be ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ถูกละไว้ เพราะผู้ที่เข้าใจได้ในอนุประโยคนั้นคือ he คนเดียวกับในประโยคหลัก รูป when + กริยาช่องสาม ช่วยบอกเวลาหรือสถานการณ์เบื้องหลังอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ใน “When told that the road is closed, he cannot believe it,” อนุประโยคเต็มข้อใดมีความหมายเหมือน When told?
- When someone is told by him
- When he tells someone
- When he is told
ดูคำตอบ
When he is told
appeared much clearer to him: การบอกความรู้สึกที่มองเห็นแบบเฉพาะบุคคล
ในโครงสร้าง appear + คำคุณศัพท์ + to someone คำว่า appear หมายถึง “ดูเหมือน” และ to someone บอกว่าเป็นความรู้สึกของใคร ในที่นี้ much ขยายคำขั้นกว่า clearer จึงหมายความว่า จากมุมมองของเขา เงาเหล่านั้นดูชัดกว่ามาก โครงสร้างนี้บอกสิ่งที่เห็นหรือการตัดสิน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าเป็นความจริง สิ่งหนึ่งอาจดูชัด ปลอดภัย หรือง่ายสำหรับใครบางคน ทั้งที่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
“The route appeared safer to Maya” หมายความว่าอย่างไร
- มายาปรากฏตัวบนเส้นทางนั้นอย่างกะทันหัน
- มายาคิดว่าเส้นทางนั้นดูปลอดภัยกว่า
- เส้นทางนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน
ดูคำตอบ
มายาคิดว่าเส้นทางนั้นดูปลอดภัยกว่า
until he can look at reflections in the water, ไวยากรณ์
1:45จนกระทั่งเขาสามารถมองเห็นเงาสะท้อนในน้ำ
until he can look: ไปถึงความสามารถใหม่
ในประโยคนี้ until นำเข้าสู่จุดที่ไปถึงหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดวงตาของเขาปรับตัวต่อเนื่อง และกระบวนการนี้ไปถึงขั้นที่เขาสามารถมองดูเงาสะท้อนในน้ำได้ ดังนั้น ความสามารถหลัง until จึงเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำได้ตั้งแต่แรก โครงสร้างนี้ใช้บรรยายการฝึก การฟื้นตัว หรือการปรับตัวที่ดำเนินต่อไปจนเกิดความสามารถใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่บอกจุดสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป: Her eyes slowly adjusted ____ she could read the sign clearly.
ดูคำตอบ
until
whose light is the ultimate source of everything he has seen. ไวยากรณ์
1:51ซึ่งแสงของมันคือแหล่งกำเนิดสูงสุดของทุกสิ่งที่เขาเคยเห็นมา
whose light ...: การใช้ whose เชื่อมกับสิ่งของ
ในที่นี้ whose นำอนุประโยคขยายความที่อธิบาย the sun โดย whose light หมายถึง “the sun's light” หรือ “แสงของดวงอาทิตย์” ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าแสงนั้นเป็นต้นกำเนิดสูงสุดของทุกสิ่งที่นักโทษได้เห็น ในโครงสร้างนี้ whose วางหน้าคำนามเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหรือความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคำนามนั้นกับคำนามหลักที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ใช้กับสิ่งของได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะคน และตรงนี้ทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลเชิงบรรยาย ไม่ใช่ตั้งคำถาม
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมแสดงความเป็นเจ้าของเพียงคำเดียวเพื่อเชื่อม planet กับ surface: The team studied a planet ____ surface was covered in ice.
ดูคำตอบ
whose
The prisoner returns to the cave to share his discovery. ไวยากรณ์
1:55นักโทษผู้นั้นกลับเข้าไปในถ้ำเพื่อแบ่งปันสิ่งที่เขาค้นพบ
returns ... to share ...: infinitive บอกจุดประสงค์
ใน returns to the cave to share his discovery วลี to share his discovery เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยตอบคำถามว่าเขากลับไปทำไม กล่าวคือ จุดประสงค์ของการกลับไปคือการแบ่งปันสิ่งที่เขาค้นพบ โครงสร้าง to + คำกริยารูปพื้นฐาน ที่วางหลังการกระทำสามารถอธิบายจุดประสงค์ของการกระทำนั้นได้ ตรงนี้ to share ไม่ได้บอกเวลาในอนาคต แต่เชื่อมการกลับไปเข้ากับจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อให้การแบ่งปันข่าวเป็นจุดประสงค์ของการกลับไป: He returned to the office ____ share the news.
ดูคำตอบ
to
no longer used to the darkness: be used to + คำนาม
วลี no longer used to the darkness หมายความว่า เมื่อก่อนเขาคุ้นเคยกับความมืด แต่ตอนนี้ไม่คุ้นเคยแล้ว no longer บอกว่าสภาวะเดิมได้สิ้นสุดลง ในที่นี้ is used to อยู่ในโครงสร้าง be used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงคุ้นเคยกับบางสิ่ง คำว่า to เป็นคำบุพบท และ the darkness เป็นนามวลีที่เป็นกรรมของคำบุพบทนี้ ไม่ใช่โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐานที่บอกนิสัยหรือสภาวะในอดีต
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ is no longer used to the darkness หมายความว่าอย่างไร
- เขากำลังค่อย ๆ ชินกับความมืด
- เมื่อก่อนเขาคุ้นเคยกับความมืด แต่ตอนนี้ไม่คุ้นเคยแล้ว
- ในอดีตเขาอาศัยอยู่ในความมืดเป็นประจำ
ดูคำตอบ
เมื่อก่อนเขาคุ้นเคยกับความมืด แต่ตอนนี้ไม่คุ้นเคยแล้ว
has a hard time seeing: have a hard time + รูป -ing
has a hard time seeing หมายความว่าการมองเห็นเงาเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ในโครงสร้าง have a hard time doing something วลี -ing จะบอกกิจกรรมที่ทำได้ลำบาก a hard time ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาที่วัดได้ แต่หมายถึงประสบการณ์ที่ต้องพยายามอย่างมากในการทำกิจกรรมหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ remember: I have a hard time ____ people's names.
ดูคำตอบ
remembering
The other prisoners think the journey has made him stupid and blind, ไวยากรณ์
2:05นักโทษคนอื่นๆ คิดว่าการเดินทางนั้นทำให้เขากลายเป็นคนโง่และตาบอด
the journey has made him stupid and blind: make + กรรม + คำคุณศัพท์
โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงบางสิ่งทำให้คนหรือสิ่งของเข้าสู่สภาพหนึ่ง ในประโยคนี้ the journey คือสาเหตุ him คือกรรม และ stupid and blind คือส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์สองคำ ซึ่งบอกผลลัพธ์ตามที่มีผู้กล่าวอ้าง เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่หลัง think จึงเป็นการรายงานความเห็นของนักโทษคนอื่น ผู้บรรยายไม่ได้ยืนยันว่าการเดินทางทำให้เขาโง่หรือตาบอดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make: The long delay ____ everyone impatient.
ดูคำตอบ
made
and violently resist any attempts to free them. วลี
2:09และต่อต้านอย่างรุนแรงต่อความพยายามใดๆ ที่จะปลดปล่อยพวกเขา
resist any attempts to free them: resist + คำนาม + to-infinitive
โครงสร้าง resist attempts to do something หมายถึงต่อต้านการกระทำที่มุ่งให้บางสิ่งเกิดขึ้น ในที่นี้ resist เป็นคำกริยาที่ต้องการกรรม ดังนั้น any attempts จึงเป็นกรรมตรง attempts เป็นคำนามพหูพจน์ และ to free them อธิบายว่าความพยายามเหล่านั้นมุ่งจะทำอะไร any ขยายความหมายให้ครอบคลุมความพยายามทุกอย่างในลักษณะนี้ ตามบริบท นักโทษกำลังต่อต้านความพยายามของคนอื่นที่จะปลดปล่อยพวกเขา ไม่ใช่นักโทษเองที่เป็นผู้พยายาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง resist attempts to: Last year, the group ____ remove the old rule.
ดูคำตอบ
resisted attempts to
นำเสนอข้อความตอนนี้ว่าเป็นอุปมาเกี่ยวกับการเป็นนักปรัชญา
โครงสร้าง introduce A as B บอกผู้ฟังว่าควรเข้าใจ A อย่างไร ในที่นี้ เพลโตวางกรอบให้ passage ซึ่งหมายถึงข้อความตอนหนึ่ง ไม่ใช่ทางเดินจริง เป็น analogy ผู้ฟังจึงเปลี่ยนจากการติดตามเรื่องราวไปสู่การตีความแนวคิดที่เรื่องราวนั้นสื่อถึง อนุประโยค what it's like to be a philosopher ระบุว่าอุปมานี้อธิบายอะไร นั่นคือประสบการณ์หรือสถานการณ์ของนักปรัชญาที่พยายามให้ความรู้แก่สาธารณชน ในที่นี้ what it's like หมายถึง “การอยู่ในสถานการณ์นั้นเป็นอย่างไร” ไม่ได้หมายถึงใครชอบสิ่งนั้นหรือไม่
แบบฝึกหัด
ถ้อยคำที่เน้นบอกให้ผู้ฟังทำความเข้าใจข้อความตอนนี้อย่างไร?
- เข้าใจคำว่า passage ว่าเป็นทางเดินจริง
- มองว่าเป็นการเปรียบเทียบที่อธิบายสถานการณ์ของนักปรัชญา
- อ่านเป็นเพียงลำดับเหตุการณ์ตามตัวอักษร
ดูคำตอบ
มองว่าเป็นการเปรียบเทียบที่อธิบายสถานการณ์ของนักปรัชญา
Most people are not just comfortable in their ignorance, โน้ต
2:21คนส่วนใหญ่ไม่เพียงแค่พอใจในความไม่รู้ของตนเอง
comfortable in their ignorance: พอใจกับความไม่รู้ของตน
ในที่นี้ comfortable หมายถึงความสบายใจ ไม่ใช่ความสบายทางร่างกาย Comfortable in their ignorance หมายถึงผู้คนยอมรับว่าตนไม่รู้และไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องตั้งคำถามหรือเปลี่ยนแปลงสภาวะนั้น คำบุพบท in ทำให้ ignorance ดูเหมือนเป็นสภาวะที่พวกเขาปักหลักอยู่อย่างสบายใจ วลีนี้มีน้ำเสียงเชิงวิจารณ์ คือไม่ได้หมายถึงแค่ไม่รู้ แต่หมายถึงพอใจที่จะไม่รู้ต่อไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ comfortable in their ignorance หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขารู้สึกผ่อนคลายทางร่างกายเพราะรู้น้อยมาก
- พวกเขาอับอายกับสิ่งที่ตนไม่รู้
- พวกเขาพอใจที่จะไม่รับรู้ข้อมูลต่อไปและไม่อยากตั้งคำถามกับสภาวะนั้น
ดูคำตอบ
พวกเขาพอใจที่จะไม่รับรู้ข้อมูลต่อไปและไม่อยากตั้งคำถามกับสภาวะนั้น
but hostile to anyone who points it out. กริยาวลี
2:24แต่ยังเป็นศัตรูกับใครก็ตามที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่รู้นั้น
not just comfortable in their ignorance, but hostile: จากการยอมรับแบบเฉย ๆ ไปสู่ความเป็นปฏิปักษ์
not just A, but B เสนอ A ก่อน แล้วจึงเพิ่ม B ซึ่งเป็นประเด็นที่แรงหรือร้ายแรงกว่า ในที่นี้ comfortable in their ignorance แสดงถึงการยอมรับแบบไม่ต่อต้าน ส่วน hostile to anyone who points it out แสดงถึงการต่อต้านอย่างแข็งขัน ดังนั้นส่วนหลังจึงทำให้ข้อกล่าวอ้างหนักแน่นขึ้น วลีคุณศัพท์ทั้งสองใช้กริยา are ร่วมกัน: people are comfortable ... but are hostile .... โครงสร้างนี้ช่วยให้ข้อโต้แย้งเลื่อนจากการตัดสินที่เบากว่าไปสู่การตัดสินที่แรงกว่า แทนที่จะเพียงเรียงข้อเท็จจริงสองข้อที่มีน้ำหนักเท่ากัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วน not just A, but B: The warning was ____ unclear, ____ misleading.
ดูคำตอบ
not just · but
who points it out: กริยาวลี point out
Point out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการทำให้คนสนใจหรือกล่าวถึงข้อเท็จจริง ปัญหา ข้อผิดพลาด หรือรายละเอียดอย่างชัดเจน ใน who points it out คำว่า who เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย anyone และ it หมายถึง ignorance ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า Point out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางคำสรรพนามไว้ระหว่าง point กับ out จึงพูดว่า point it out ไม่ใช่ point out it
แบบฝึกหัด
ใช้ point out กับคำสรรพนาม it เติมประโยคให้สมบูรณ์: If you notice an error in my report, please ____.
ดูคำตอบ
point it out
In fact, เพื่อเปลี่ยนไปสู่หลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริง
ในที่นี้ In fact ส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะให้ข้อเท็จจริงจากโลกจริงเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างก่อนหน้า จึงพาการให้เหตุผลจากคำอธิบายทั่วไปไปสู่หลักฐาน นี่เป็นการใช้เพื่อจัดลำดับเนื้อหา ไม่ใช่เพียงเพิ่มน้ำหนัก เมื่อเห็น In fact ในตำแหน่งนี้ ให้คาดว่าจะมีข้อเท็จจริง ตัวอย่าง หรือรายละเอียดที่แม่นยำขึ้นตามมา เพื่อยืนยันหรือแก้ไขสิ่งที่กล่าวก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ In fact เพื่อเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างไปสู่หลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริง
- People often think the bridge is new. In fact, records show that it was built in 1892.
- The room is cold. In fact, could you close the window?
- She enjoys music. In fact, where did you put the tickets?
ดูคำตอบ
People often think the bridge is new. In fact, records show that it was built in 1892.
the real life Socrates was sentenced to death by the Athenian government วลี
2:29โสกราตีสในชีวิตจริงถูกรัฐบาลเอเธนส์ตัดสินประหารชีวิต
was sentenced to death: สำนวนกฎหมายรูปกรรมวาจก
Was sentenced to death หมายความว่าศาลหรือหน่วยงานทางกฎหมายอื่นได้กำหนดโทษประหารอย่างเป็นทางการ sentence ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ตัดสินโทษของบุคคลอย่างเป็นทางการ” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงประโยค โครงสร้างคือ person + be + sentenced to + punishment รูปประโยคกรรมวาจกเน้นที่โสเครตีสและโทษที่เขาได้รับ ส่วนรูปประโยคกรรตุวาจกคือ A court sentenced Socrates to death.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนกฎหมายรูปกรรมวาจกที่มีความหมายว่า “ถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างเป็นทางการ”: After the trial, the captured ruler ____.
ดูคำตอบ
was sentenced to death
for disrupting the social order: การบอกเหตุผลแบบเป็นทางการ
ในวลีนี้ for + รูป -ing ใช้บอกเหตุผลของการกล่าวหา การลงโทษ หรือการดำเนินการอย่างเป็นทางการอื่น ๆ ในที่นี้หมายถึง “เพราะมีผู้รบกวนระเบียบของสังคม” disrupt หมายถึงการรบกวนอย่างรุนแรงจนระบบไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ส่วน the social order หมายถึงการจัดระเบียบและการทำงานอย่างมั่นคงของสังคม โดย order ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคำสั่งหรือการสั่งอาหาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคทางการด้วยวลีที่หมายถึง “รบกวนการทำงานตามปกติของสังคมอย่างรุนแรง”: The report said that several people had been arrested ____.
ดูคำตอบ
for disrupting the social order
and his student Plato spends much of the Republic disparaging Athenian democracy ไวยากรณ์
2:35และเพลโตลูกศิษย์ของเขาก็ใช้เนื้อหาส่วนใหญ่ในเดอะรีพับลิก เพื่อวิจารณ์ระบอบประชาธิปไตยของเอเธนส์
spends much of ... disparaging ...: ใช้พื้นที่ส่วนใหญ่กับการกระทำหนึ่ง
spend ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการใช้เงินเท่านั้น ในโครงสร้าง spend + ปริมาณเวลาหรือส่วนหนึ่งของผลงาน + -ing อนุประโยค -ing จะบอกว่าเวลาหรือพื้นที่นั้นถูกใช้ไปกับอะไร ในที่นี้ much of the Republic หมายถึงส่วนใหญ่ของผลงาน The Republic ของเพลโต disparaging Athenian democracy บอกว่าเพลโตทำอะไรในส่วนใหญ่นั้น นั่นคือกล่าวถึงประชาธิปไตยของเอเธนส์ด้วยท่าทีดูหมิ่นหรือเหยียดหยาม disparage มีความหมายเชิงลบมากกว่าการพูดถึงหรือวิจารณ์ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ explain เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The author spends much of the first chapter ____ how the machine works.
ดูคำตอบ
explaining
promoting rule by philosopher kings: สนับสนุนการปกครองโดยกษัตริย์นักปรัชญา
ใน promoting rule by philosopher kings คำว่า rule เป็นคำนามที่หมายถึง “การปกครอง” หรือ “อำนาจควบคุม” ส่วน by บอกว่าใครเป็นผู้ถืออำนาจ วลีนี้จึงหมายถึงการสนับสนุนระบบการเมืองที่ปกครองโดยกษัตริย์นักปรัชญา ในแนวคิดทางการเมืองของเพลโต philosopher kings คือผู้ปกครองในอุดมคติที่ถือว่ามีความเหมาะสมในการปกครองเพราะมีปัญญาทางปรัชญา คำนี้เป็นชื่อแนวคิดเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงกษัตริย์ทั่วไปที่บังเอิญชอบปรัชญาเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในวลี promoting rule by philosopher kings คำว่า rule by philosopher kings หมายถึงอะไร
- ระบบการเมืองที่ปกครองโดยกษัตริย์นักปรัชญา
- กฎที่กษัตริย์นักปรัชญาต้องปฏิบัติตาม
- ความพยายามสอนปรัชญาให้กษัตริย์ที่มีอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
ระบบการเมืองที่ปกครองโดยกษัตริย์นักปรัชญา
that the masses are too stubborn and ignorant to govern themselves. โน้ต
2:47มวลชนนั้นดื้อรั้นและไม่รู้เรื่องรู้ราวเกินกว่าจะปกครองตนเองได้
Plato may be arguing: การตีความอย่างระมัดระวัง
ในที่นี้ may แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงความสามารถหรือการอนุญาต ส่วน be arguing หมายถึง “กำลังเสนอความเห็นว่า” ดังนั้น Plato may be arguing จึงใช้เกริ่นข้ออ้างที่ผู้บรรยายคิดว่าเพลโตอาจกำลังเสนออยู่ ถ้อยคำที่ลดความหนักแน่นนี้ช่วยจัดระเบียบคำอธิบายโดยแยกการตีความออกจากข้อเท็จจริงที่แน่นอน เป็นการเสนอแนวอ่านที่สมเหตุสมผลและยังเปิดพื้นที่ให้การตีความแบบอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอข้ออ้างในฐานะการตีความอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอนหรือคำกล่าวเกี่ยวกับความสามารถ
- Plato may be arguing that public opinion can be unreliable.
- Plato can argue that public opinion can be unreliable.
- Plato is definitely arguing that public opinion can be unreliable.
ดูคำตอบ
Plato may be arguing that public opinion can be unreliable.
the masses: คนทั่วไปที่ถูกมองเป็นกลุ่มเดียว
ในประโยคนี้ the masses หมายถึงคนทั่วไปที่ถูกมองรวมเป็นกลุ่มสังคมขนาดใหญ่ โดยเน้นประชาชนในฐานะส่วนรวมมากกว่าแต่ละบุคคล และในที่นี้ใช้เพื่อเหมารวมในเชิงลบว่าใครเหมาะจะปกครอง masses ตรงนี้เป็นความหมายพหูพจน์ที่ใช้เรียกคน ไม่ใช่ mass ในความหมายทางวิทยาศาสตร์ว่า “มวล”
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้คำ: ในข้อความอบอุ่นถึงอาสาสมัครท้องถิ่น ผู้ประสานงานเขียนว่า "Thanks to the masses who helped today!" การใช้ the masses ตรงนี้เป็นธรรมชาติและเป็นกันเองหรือไม่?
- ไม่ใช่ ฟังดูห่างเหินและอาจดูเป็นการวางตัวเหนือผู้อื่น
- ใช่ ฟังดูอบอุ่นและเป็นกันเอง
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ ฟังดูห่างเหินและอาจดูเป็นการวางตัวเหนือผู้อื่น
too stubborn and ignorant to govern: โครงสร้างบอกผล too ... to ...
วลีนี้ใช้โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา เพื่อบอกว่าลักษณะนั้นมีมากเกินไปจนไม่สามารถทำการกระทำข้างหลังได้ ในความหมายเต็ม ความดื้อรั้นและความไร้ความรู้ถูกนำเสนอว่าเป็นเหตุที่ทำให้คนเหล่านั้นไม่สามารถปกครองตนเองได้ ตรงนี้ to govern บอกผล ไม่ได้บอกจุดประสงค์ stubborn และ ignorant เชื่อมด้วย and และทั้งสองคำอยู่ในโครงสร้าง too ... to ...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผล too ... to ...: Maya was ____ tired ____ finish the report before midnight.
ดูคำตอบ
too · to
But the allegory has captured imaginations for 2400 years สำนวน
2:52แต่อุปมานิทัศน์นี้ดึงดูดจินตนาการของผู้คนมาถึง 2,400 ปี
has captured imaginations: จุดประกายจินตนาการและความหลงใหลอย่างต่อเนื่อง
ในที่นี้ has captured imaginations หมายถึงบางสิ่งดึงดูดผู้คนอย่างมากและกระตุ้นให้พวกเขาคิด รู้สึกอัศจรรย์ใจ หรือจินตนาการถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ คำว่า capture ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือเรื่องอุปมาดึงความสนใจของผู้คนไว้ ไม่ได้จับสิ่งใดจริง ๆ has captured เป็นรูป present perfect และใช้ร่วมกับ for 2400 years เพื่อแสดงว่าอิทธิพลนี้เริ่มขึ้นในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย has captured imaginations: For decades, the space saga ____ around the world.
ดูคำตอบ
has captured imaginations
can be read in far more ways: การตีความด้วยโครงสร้างถูกกระทำ
ในประโยคนี้ can be read in far more ways หมายถึงบางสิ่งสามารถตีความได้อีกหลายแบบมาก read กล่าวถึงวิธีที่ผู้คนเข้าใจความหมายของเรื่องอุปมา ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองคำที่เขียนไว้หรืออ่านออกเสียงเท่านั้น รูปแบบ can + be + กริยาช่องที่สามเป็นโครงสร้างถูกกระทำ โดยเรื่องอุปมาเป็นสิ่งที่ได้รับการตีความ in ... ways บอกวิธีที่สามารถตีความได้ และ far ใช้เน้นคำเปรียบเทียบ more ให้หมายถึงมากกว่ามาก ไม่ได้หมายถึงระยะทาง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบการตีความในโครงสร้างถูกกระทำด้วยคำที่เน้นไว้: The symbol can be ____ several different ways.
ดูคำตอบ
read in
the allegory is connected to the theory of forms วัฒนธรรม
3:00อุปมานิทัศน์นี้เชื่อมโยงกับทฤษฎีแบบ (Theory of Forms)
connected to the theory of forms: เชื่อมโยงกับทฤษฎีแบบ
ในประโยคนี้ be connected to หมายถึง “เชื่อมโยงกับ” หรือ “เกี่ยวข้องกับ” โดยบอกว่าอุปมานิทัศน์นี้มีความสัมพันธ์สำคัญกับทฤษฎีแบบของเพลโต ในทฤษฎีนี้ Forms คือความจริงหรือต้นแบบเชิงนามธรรมที่สมบูรณ์และไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนสิ่งที่เราเห็นในโลกกายภาพเป็นเพียงตัวอย่างหรือภาพสะท้อนที่ไม่สมบูรณ์ของสิ่งเหล่านั้น ในที่นี้ forms เป็นศัพท์ปรัชญา ไม่ได้หมายถึงแบบฟอร์มที่ต้องกรอกหรือเพียงรูปร่างที่มองเห็นได้
แบบฝึกหัด
ในบริบททางปรัชญานี้ forms ใน the theory of forms หมายถึงอะไร
- เฉพาะรูปร่างภายนอกที่มองเห็นได้ของวัตถุ
- เอกสารที่ผู้คนต้องกรอก
- ความจริงหรือต้นแบบที่สมบูรณ์และไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งอยู่เบื้องหลังตัวอย่างทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ความจริงหรือต้นแบบที่สมบูรณ์และไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งอยู่เบื้องหลังตัวอย่างทางกายภาพ
which holds that like the shadows on the wall, ลำดับความ
3:05โดยถือว่าสิ่งต่างๆ ในโลกกายภาพก็เหมือนกับเงาบนกำแพง
which holds that: เพิ่มข้อเสนอของทฤษฎี
Which ย้อนกลับไปอ้างถึง the theory of forms และเริ่มอนุประโยคขยายที่เพิ่มข้อมูลว่าทฤษฎีนี้กล่าวอะไร วิธีนี้ทำให้ผู้พูดบอกชื่อทฤษฎีก่อน แล้วจึงอธิบายข้อเสนอของทฤษฎี ในที่นี้ holds that หมายถึง “เห็นว่า” หรือ “เสนอว่า” ไม่ใช่ “ถือสิ่งนั้นไว้” เนื้อหาหลัง that คือสิ่งที่ทฤษฎีเสนอ
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ hold เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์: This theory ____ that regular sleep supports memory.
ดูคำตอบ
holds
are flawed reflections of ideal forms: การเป็นตัวแทนที่ไม่สมบูรณ์
วลีนี้บอกว่าสิ่งต่าง ๆ ในโลกทางกายภาพเป็นตัวแทนของรูปแบบอุดมคติ แต่เป็นตัวแทนได้อย่างไม่สมบูรณ์ flawed หมายถึงมีข้อบกพร่อง และ reflections เป็นคำเปรียบเทียบในที่นี้ สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ภาพในกระจก ภาพเปรียบเทียบนี้ตัดกันระหว่างสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเราเห็นได้ เปลี่ยนแปลงได้ และไม่สมบูรณ์ กับรูปแบบนามธรรมที่สมบูรณ์ เช่น ความกลมหรือความงาม โดยทั่วไป a flawed reflection of something หมายถึงสิ่งที่แสดงอีกสิ่งหนึ่งออกมาอย่างไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
are flawed reflections of ideal forms ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- สิ่งทางกายภาพปรากฏเป็นภาพในกระจกจริง ๆ
- สิ่งทางกายภาพเป็นตัวแทนของรูปแบบนามธรรมที่สมบูรณ์อย่างไม่สมบูรณ์
- รูปแบบอุดมคติเป็นสำเนาที่ไม่สมบูรณ์ของสิ่งทางกายภาพ
ดูคำตอบ
สิ่งทางกายภาพเป็นตัวแทนของรูปแบบนามธรรมที่สมบูรณ์อย่างไม่สมบูรณ์
In this way: เชื่อมคำอธิบายกับผลลัพธ์
In this way เป็นวลีเชื่อมโยงเนื้อหา this ย้อนกลับไปถึงวิธีการ ความสัมพันธ์ หรือกระบวนการที่เพิ่งอธิบาย ส่วน way หมายถึงวิธีทำบางอย่าง ไม่ใช่ถนน วลีนี้ทำให้ข้อมูลก่อนหน้ากลายเป็นวิธีที่ทำให้ผลลัพธ์ถัดไปเกิดขึ้น จึงช่วยให้ผู้อ่านติดตามคำอธิบายก่อนหน้าแล้วเชื่อมไปยังผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดเชื่อมความคิดต่อไปนี้ได้ถูกต้อง? We sort the files by date. ___, we can find them quickly.
- On the way
- By the way
- In this way
ดูคำตอบ
In this way
leads to many fundamental questions: นำไปสู่คำถามพื้นฐานมากมาย
ในประโยคนี้ leads to หมายถึง “ทำให้เกิด ก่อให้เกิด หรือพาการอภิปรายไปสู่” ไม่ได้หมายถึง “นำทางใครไปยังสถานที่หนึ่ง” “ถ้ำ” ในที่นี้แทนอุปมาเรื่องถ้ำ ซึ่งแนวคิดในเรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามที่ลึกซึ้งมากมาย many fundamental questions หมายถึงคำถามพื้นฐานจำนวนมากที่อยู่ตรงรากของหัวข้อหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X leads to Y โดย X เป็นสาเหตุ จุดเริ่มต้น หรือแนวความคิด และ Y เป็นผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present tense ที่ถูกต้องของ lead to: One unanswered question ____ another.
ดูคำตอบ
leads to
the origin of knowledge: ต้นกำเนิดของความรู้
the origin of knowledge หมายถึงความรู้มาจากไหน หรือความรู้เกิดขึ้นได้เป็นครั้งแรกอย่างไร ในที่นี้ origin หมายถึง “แหล่งที่มา” หรือ “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่ส่วนเปิดของเรื่องราว ในทางปรัชญา วลีนี้ใช้เรียกคำถามกว้าง ๆ ว่าความรู้เริ่มจากประสบการณ์ การใช้เหตุผล หรือพื้นฐานอื่น โครงสร้าง the origin of + คำนาม สามารถนำไปใช้ถามถึงแหล่งที่มาหรือพื้นฐานแรกเริ่มของสิ่งนั้นได้
แบบฝึกหัด
คำถามใดตรงกับความหมายของ the origin of knowledge มากที่สุด
- ความรู้มาจากไหน
- หนังสือเล่มใดมีความรู้อยู่ในหน้าแรก
- ข้อเท็จจริงถูกเก็บไว้ที่ใดในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ความรู้มาจากไหน
the problem of representation: ปัญหาของการแทนความจริง
the problem of representation คือคำถามเชิงทฤษฎีว่า ภาพ สัญลักษณ์ คำ หรือสิ่งแทนรูปแบบอื่นสามารถใช้แทนความเป็นจริงได้อย่างไร ในบริบทนี้ เงาเป็นตัวอย่างของสิ่งแทน เพราะมันแสดงสิ่งที่มีอยู่จริง แต่ไม่ใช่สิ่งนั้นเอง ในที่นี้ problem หมายถึงประเด็นที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่แค่ปัญหาทั่วไปในชีวิตประจำวัน ส่วน representation หมายถึงการถ่ายทอดหรือการนำเสนอเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่การทำหน้าที่หรือพูดแทนผู้อื่น
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายเรื่องเงากับความเป็นจริง the problem of representation หมายถึงอะไร?
- นักแสดงจำบทพูดได้อย่างไร
- ภาพหรือสัญลักษณ์สามารถใช้แทนความเป็นจริงได้อย่างไร
- ผู้แทนเข้าร่วมประชุมแทนผู้อื่นอย่างไร
ดูคำตอบ
ภาพหรือสัญลักษณ์สามารถใช้แทนความเป็นจริงได้อย่างไร
the nature of reality itself: แก่นแท้ของความเป็นจริงเอง
the nature of reality itself หมายถึงแก่นแท้หรือลักษณะพื้นฐานของความเป็นจริง หรือก็คือความเป็นจริงโดยพื้นฐานแล้วคืออะไร ในการอภิปรายเชิงนามธรรม nature อาจหมายถึงคุณสมบัติพื้นฐานของสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่โลกธรรมชาติ itself เพิ่มการเน้นและจำกัดจุดสนใจไว้ที่ความเป็นจริงนั้นเอง วลีนี้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นจริงในระดับที่ลึกที่สุด ไม่ใช่เพียงถามว่าวัตถุหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเป็นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
nature ในวลี the nature of reality itself หมายถึงอะไร?
- ทิวทัศน์ที่วาดอย่างสมจริง
- สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
- แก่นแท้ของความเป็นจริง
ดูคำตอบ
แก่นแท้ของความเป็นจริง
For theologians: การวางกรอบมุมมองของกลุ่ม
For theologians ในที่นี้หมายถึง “จากมุมมองของนักเทววิทยา” ไม่ใช่ “เพื่อประโยชน์ของนักเทววิทยา” เมื่อ For + บุคคลหรือกลุ่มอยู่ต้นประโยค จะช่วยวางกรอบให้ข้อความที่ตามมาเป็นมุมมองของบุคคลหรือกลุ่มนั้น ตามมุมมองทางเทววิทยานี้ รูปแบบอุดมคติถูกมองว่ามีอยู่ในจิตของผู้สร้าง โดย a creator ในที่นี้หมายถึงเทพผู้สร้าง เช่น พระเจ้า และประโยคนี้นำเสนอการตีความทางเทววิทยาแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง For theologians ทำหน้าที่อะไร
- หมายความว่ามีคนกำลังทำหน้าที่แทนนักเทววิทยา
- หมายความว่าข้อความนี้มีไว้สำหรับนักเทววิทยาเท่านั้น
- เป็นการนำเสนอมุมมองของนักเทววิทยา
ดูคำตอบ
เป็นการนำเสนอมุมมองของนักเทววิทยา
For philosophers of language viewing the forms as linguistic concepts, โน้ต
3:31สำหรับนักปรัชญาภาษาที่มองรูปแบบเป็นแนวคิดทางภาษา
philosophers of language: สาขาปรัชญา ไม่ใช่ทักษะทางภาษา
Philosophers of language หมายถึงนักปรัชญาที่ศึกษาคำถามเกี่ยวกับภาษา เช่น ความหมาย การอ้างอิง ความจริง และวิธีที่คำใช้แทนสิ่งต่าง ๆ ส่วน of language ระบุสาขาการค้นคว้าทางปรัชญาของพวกเขา วลีนี้ไม่ได้หมายถึงคนที่เพียงแค่รู้หลายภาษา ในส่วนของประโยคนี้ viewing the forms as linguistic concepts อธิบายการตีความที่นักปรัชญากลุ่มนี้ยึดถือ
แบบฝึกหัด
philosophers of language โดยธรรมชาติแล้วหมายถึงคนกลุ่มใด
- นักปรัชญาที่ศึกษาความหมาย การอ้างอิง และวิธีที่ภาษาใช้แทนสิ่งต่าง ๆ
- ครูที่มีหน้าที่หลักในการช่วยผู้เริ่มต้นพูดภาษาต่างประเทศ
- ผู้ที่มีลักษณะเด่นคือสามารถพูดได้หลายภาษา
ดูคำตอบ
นักปรัชญาที่ศึกษาความหมาย การอ้างอิง และวิธีที่ภาษาใช้แทนสิ่งต่าง ๆ
viewing the forms as linguistic concepts: โครงสร้าง view A as B
ในโครงสร้าง view A as B นั้น A คือสิ่งที่ถูกตีความ และ B คือสถานะ บทบาท หรือกรอบความคิดที่นำมาใช้มอง A ในที่นี้ the forms คือ A และ linguistic concepts คือ B ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการเข้าใจรูปแบบเหล่านั้นว่าเป็นมโนทัศน์ทางภาษา คำว่า viewing ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตา โครงสร้างนี้ใช้เสนอกรอบการวิเคราะห์ และนำไปใช้ในการอธิบาย บทวิจารณ์ และการเปรียบเทียบมุมมองได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ view A as B และผัน view ให้ถูกต้อง: The museum ____ the old map ____ an important historical record.
ดูคำตอบ
views · as
of grouping concrete things under abstract terms. การใช้คำ
3:37ของการจัดกลุ่มสิ่งที่เป็นรูปธรรมภายใต้คำศัพท์ที่เป็นนามธรรม
grouping concrete things under abstract terms: จัดสิ่งที่เป็นรูปธรรมไว้ภายใต้คำศัพท์เชิงนามธรรม
Grouping A under B หมายถึงการนำ A ไปอยู่ในหมวดหมู่ที่ B เรียกชื่อไว้ โดย under แสดงความสัมพันธ์ด้านการจัดประเภท ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ในที่นี้ สิ่งที่เป็นรูปธรรมแต่ละอย่างถูกจัดประเภทด้วยคำศัพท์เชิงนามธรรมที่กว้างกว่า ในบริบทนี้ concrete หมายถึงสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหรือระบุได้ชัด ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ทำจากคอนกรีต ส่วน abstract terms คือคำที่เรียกแนวคิดหรือหมวดหมู่ทั่วไป ไม่ใช่วัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในวลี "grouping concrete things under abstract terms" คำว่า under แสดงความสัมพันธ์แบบใด
- ความสัมพันธ์ด้านการจัดประเภท: นำสิ่งที่เฉพาะเจาะจงไปอยู่ในหมวดหมู่ที่เรียกด้วยคำทั่วไป
- การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ: แนวคิดเชิงนามธรรมกลายเป็นวัตถุที่เป็นรูปธรรม
- ตำแหน่งทางกายภาพ: นำวัตถุเนื้อแข็งไปวางไว้ใต้บทสรุปที่เขียนไว้
ดูคำตอบ
ความสัมพันธ์ด้านการจัดประเภท: นำสิ่งที่เฉพาะเจาะจงไปอยู่ในหมวดหมู่ที่เรียกด้วยคำทั่วไป
whether we can really know ... any more real than ...: การตั้งคำถามเรื่องระดับความเป็นจริง
หลัง wonder คำว่า whether ใช้นำคำถามอ้อมแบบตอบใช่หรือไม่ใช่ เช่น Can we really know ...? ภายในอนุประโยค whether ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we can ไม่ใช่ can we ส่วนอนุประโยค that ที่ตามมาระบุแนวคิดที่อาจรู้ได้ ใน any more real than the shadows คำว่า more real เปรียบเทียบระดับของความเป็นจริง ในคำถามที่แสดงความสงสัยนี้ any หมายถึง “แม้ในระดับใดก็ตาม” ผู้พูดกำลังตั้งคำถามว่าสิ่งที่อยู่ข้างนอกจริงกว่าเงาหรือไม่ ไม่ได้หมายถึง “สิ่งที่เป็นจริงจำนวนมากกว่า”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำคำถามไปไว้หลัง wonder ได้ถูกต้อง และแสดงความสงสัยว่าแหล่งข้อมูลหนึ่งน่าเชื่อถือกว่าอีกแหล่งหรือไม่
- I wonder whether this source is any more reliable than the other one.
- I wonder whether this source is many more reliable than the other one.
- I wonder whether is this source any more reliable than the other one.
ดูคำตอบ
I wonder whether this source is any more reliable than the other one.
go about our lives: ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ
go about our lives หมายถึงทำกิจกรรมธรรมดาในชีวิตประจำวันต่อไป ใน As we go about our lives คำว่า as หมายถึง “ขณะที่” ดังนั้นวลีนี้จึงให้ฉากหลังเป็นชีวิตประจำวันสำหรับเนื้อหาที่ตามมา go about ในที่นี้หมายถึงทำกิจกรรมหรือกิจวัตรต่อไป ไม่ได้หมายถึงเดินจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง รูปแบบที่พบบ่อยคือ go about + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life/day/business เช่น go about your day และ go about their business
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go about their lives: After the meeting ended, the neighbors ____ as usual.
ดูคำตอบ
went about their lives
can we be confident in what we think we know? ไวยากรณ์
3:50เราจะมั่นใจในสิ่งที่เราคิดว่ารู้ได้อย่างไร?
be confident in what we think we know: มั่นใจในสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้
be confident in หมายถึง “มั่นใจหรือเชื่อถือบางสิ่ง” ในที่นี้ in รับ what-clause ทั้งก้อนคือ what we think we know มาเป็นส่วนเติมเต็ม ซึ่งหมายถึง “สิ่งที่เราคิดว่าเรารู้” think ทำให้ความหมายห่างจาก know ไปอีกชั้น ผู้พูดไม่ได้บอกว่าความรู้นั้นได้รับการพิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ แต่กำลังถามว่าความเชื่อของเราเองเชื่อถือได้จริงหรือไม่ เราใช้ be confident in + คำนามหรือ what-clause เพื่อระบุให้ชัดว่ามั่นใจในอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ be confident in หน้าส่วนขยายแบบ what-clause ได้ถูกต้อง
- I am not confident in that what I remember from the lesson.
- I am not confidence in what I remember from the lesson.
- I am not confident in what I remember from the lesson.
ดูคำตอบ
I am not confident in what I remember from the lesson.
a glimmer of light: แสงริบหรี่ที่เป็นสัญญาณของความกระจ่าง
a glimmer คือแสงเล็ก ๆ ที่ริบหรี่ ดังนั้น a glimmer of light จึงสร้างภาพของสิ่งที่แทบมองไม่เห็นเป็นอันดับแรก ในบริบทเชิงไตร่ตรองนี้ light แทนความจริงหรือความเข้าใจ วลีนี้จึงสื่อว่าอาจเริ่มมีสัญญาณเล็ก ๆ ของความกระจ่าง ไม่ใช่คำตอบที่ครบถ้วนหรือแน่นอน ภาพแบบเดียวกันยังใช้บอกถึงความหวังเล็กน้อย เบาะแส หรือความเข้าใจที่กำลังเพิ่มขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ในการพูดไตร่ตรองเรื่องความจริง a glimmer of light น่าจะสื่อถึงสิ่งใดมากที่สุด
- โคมไฟสว่างที่อธิบายทุกอย่างได้
- คำตอบที่สมบูรณ์และแน่นอน
- จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความจริงหรือความเข้าใจ
ดูคำตอบ
จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความจริงหรือความเข้าใจ
may punch a hole in your most basic assumptions. สำนวน
3:55อาจเจาะทะลุสมมติฐานพื้นฐานที่สุดของคุณได้
Punch a hole in your most basic assumptions: สั่นคลอนความเชื่อพื้นฐานที่สุด
punch a hole in your most basic assumptions เป็นอุปมาที่ชัดเจนและทรงพลัง โดยเปรียบความเชื่อส่วนลึกที่คุณเคยมองว่าเป็นเรื่องจริงอยู่แล้วกับพื้นผิวแข็งที่สามารถถูกทำลายได้ ในที่นี้หมายถึงการเปิดเผยจุดอ่อนร้ายแรงของความเชื่อเหล่านั้นหรือทำให้ยอมรับต่อไปได้ยากขึ้นมาก ไม่ได้หมายถึงการเจาะรูจริง ๆ may แสดงว่านี่เป็นผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ punch a hole in + ความคิด ข้ออ้าง หรือทฤษฎี ซึ่งหมายถึงทำให้สิ่งนั้นอ่อนลงอย่างมากด้วยการเปิดเผยข้อบกพร่อง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ may punch a hole in your most basic assumptions หมายความว่าอย่างไร
- อาจช่วยให้คุณสร้างความเชื่อที่มั่นคงขึ้นโดยไม่ต้องตั้งคำถาม
- อาจทำให้เกิดช่องเปิดจริง ๆ ในสิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของ
- อาจทำให้ความเชื่อที่ปกติคุณมองว่าเป็นเรื่องจริงอยู่แล้วอ่อนลงอย่างมาก
ดูคำตอบ
อาจทำให้ความเชื่อที่ปกติคุณมองว่าเป็นเรื่องจริงอยู่แล้วอ่อนลงอย่างมาก
Will you break free to struggle towards the light, โน้ต
3:58คุณจะดิ้นรนหลุดพ้นเพื่อไขว่คว้าหาแสงสว่างหรือไม่
Will you break free: หลุดพ้นจากพันธนาการ
break free หมายถึงหลุดพ้นจากการควบคุม ข้อจำกัด หรือสิ่งที่ทำให้คุณติดอยู่กับที่ free อธิบายสภาพที่เกิดขึ้นตามมา คือไม่ถูกเหนี่ยวรั้งอีกต่อไป ในประโยคนี้ ผู้ฟังเข้าใจได้จากบริบทว่าสิ่งที่เป็นพันธนาการคืออะไร จึงไม่ได้ระบุออกมาตรง ๆ คำถาม Will you break free? ไม่ได้เพียงถามเรื่องอนาคต แต่ยังท้าทายให้ผู้ฟังเลือกว่าจะออกจากพันธนาการนั้นหรือไม่ เมื่อต้องการบอกแหล่งของพันธนาการ ให้ใช้ break free from + คำนาม เช่น break free from fear
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break free from: After years of fear, Maya finally ____ it.
ดูคำตอบ
broke free from
to struggle towards the light ในฐานะอุปมาของการแสวงหาความจริง
ในประโยคนี้ to struggle towards the light เปรียบการแสวงหาความจริงและความรู้เป็นการเคลื่อนไปหาแสงอย่างยากลำบาก คำว่า light ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแสงจริง ๆ เท่านั้น แต่แทนความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น คำกริยา struggle เพิ่มความหมายของความพยายาม ความเจ็บปวด และแรงต้าน คำถามนี้ถามว่าคนคนหนึ่งจะหลุดพ้นและเดินหน้าสู่ความจริงต่อไปหรือไม่ แม้การทำเช่นนั้นจะยาก
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ to struggle towards the light มีความหมายหลักว่าอะไร
- ก้าวไปสู่ความจริงและความเข้าใจอย่างยากลำบาก
- พยายามหลีกเลี่ยงแนวคิดที่ยากทั้งหมด
- เดินไปยังห้องที่สว่างกว่าอย่างสบาย ๆ
ดูคำตอบ
ก้าวไปสู่ความจริงและความเข้าใจอย่างยากลำบาก
even if it costs you your friends and family, ไวยากรณ์
4:01แม้ว่ามันอาจทำให้คุณต้องสูญเสียเพื่อนและครอบครัวไป
even if it costs you your friends and family: การเสียสละที่อาจเกิดขึ้น
Even if นำเสนอเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่เปลี่ยนการตัดสินใจหลัก กล่าวคือคนคนนั้นอาจยังคงลงมือทำแม้จะมีผลตามมานี้ การสูญเสียถูกนำเสนอเป็นราคาที่อาจต้องจ่าย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วเสมอไป ในโครงสร้าง cost someone something คำว่า cost หมายถึงทำให้ใครบางคนสูญเสียหรือเสียสละบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึงต้องใช้เงินเท่านั้น ที่นี่ it costs you your friends and family หมายความว่าการเลือกนั้นอาจทำลายหรือยุติความสัมพันธ์เหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย even if และรูปที่ถูกต้องของ cost someone something: I will defend my teammate ____ it ____ my place on the team.
ดูคำตอบ
even if · costs me
or stick with comfortable and familiar illusions? กริยาวลี
4:03หรือคุณจะจมอยู่กับภาพลวงตาที่สะดวกสบายและคุ้นเคยต่อไป?
stick with: เลือกยึดอยู่กับภาพลวงตาที่สบายใจและคุ้นเคยต่อไป
ในประโยคนี้ stick with หมายถึง “ยังคงเลือกหรือยอมรับ” บางสิ่งต่อไปแทนที่จะเปลี่ยนไปเลือกอย่างอื่น คำว่า stick ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการติดกันทางกายภาพ ส่วน with นำหน้าสิ่งที่ผู้พูดยังคงเลือกอยู่ comfortable and familiar illusions หมายถึงความคิดที่ไม่จริงแต่ทำให้รู้สึกปลอดภัยเพราะคุ้นเคย คำถามนี้จึงเสนอทางเลือกระหว่างการเผชิญความจริงกับการอยู่กับความเชื่อที่ทำให้สบายใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “คงทางเลือกเดิมไว้ต่อไป”: After testing both apps, I decided to ____ the one I already knew.
ดูคำตอบ
stick with
Truth or habit? Light or shadow?: ปิดเรื่องอย่างทรงพลังด้วยคู่เปรียบต่างแบบขนาน
คำถามสั้นสองคำถามนี้ใช้รูปแบบ A or B? แบบเดียวกันสองครั้ง เป็นประโยคละคำบางส่วน โดยหากเขียนเต็มจะเป็น “Will you choose truth or habit? Will you choose light or shadow?” การใช้กรอบเดิมซ้ำช่วยจัดคำสำคัญสี่คำให้เป็นคู่เปรียบต่างที่สมดุลสองคู่ truth และ light อยู่ในฝ่ายเดียวกัน ส่วน habit และ shadow อยู่ในอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้พูดไม่ได้ต้องการคำตอบข้อเท็จจริงง่าย ๆ สองข้อ แต่ใช้คำถามสั้นที่มีโครงสร้างขนานกันเพื่อเปลี่ยนตอนจบให้เป็นการเลือกระหว่างคุณค่าครั้งใหญ่และปิดเรื่องอย่างทรงพลัง
แบบฝึกหัด
“Truth or habit? Light or shadow?” ที่อยู่ท้ายเรื่องมีผลหลักต่อการจัดเนื้อหาอย่างไร?
- ให้คำนิยามแบบพจนานุกรมของคำนามสี่คำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- สรุปแก่นเรื่องให้เป็นคู่เปรียบต่างด้านคุณค่าสองคู่ที่มีโครงสร้างขนานกัน
- ถามข้อเท็จจริงสองข้อเกี่ยวกับนิสัยประจำวันและแสงสว่าง
ดูคำตอบ
สรุปแก่นเรื่องให้เป็นคู่เปรียบต่างด้านคุณค่าสองคู่ที่มีโครงสร้างขนานกัน
If it's any consolation: การให้คำปลอบใจเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง
If it's any consolation ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่อาจช่วยให้ใครบางคนรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้รับข่าวร้ายหรือเจอสถานการณ์ยากลำบาก ในประโยคนี้ but เปลี่ยนจากเรื่องยากที่กล่าวไปแล้วไปสู่ข้อมูลปลอบใจที่จะตามมา any ทำให้การปลอบใจฟังดูพอประมาณ ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว วลีนี้มีความหมายประมาณว่า “ถ้าสิ่งนี้จะช่วยปลอบใจได้แม้เพียงเล็กน้อย” และโดยปกติจะตามด้วยข้อเท็จจริงที่ตั้งใจใช้ปลอบใจผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่ใช้เสนอคำปลอบใจเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง: ____, everyone found the test difficult.
ดูคำตอบ
If it's any consolation
You're not alone: การให้กำลังใจและสื่อว่ามีประสบการณ์ร่วมกัน
You're not alone อาจหมายถึงตามตัวอักษรว่ามีใครบางคนอยู่ข้างคุณ แต่ในที่นี้เป็นการให้กำลังใจทางอารมณ์ โดยบอกผู้ฟังว่าคนอื่นก็เผชิญกับทางเลือก ความรู้สึก หรือความยากลำบากที่คล้ายกัน วลีนี้สร้างความรู้สึกว่ามีประสบการณ์ร่วมกัน แต่ไม่ได้สัญญาว่าความยากลำบากจะหายไป โดยปกติบริบทจะบอกชัดว่ากำลังพูดถึงประสบการณ์ใดที่มีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “I thought I was the only person struggling with this.” คำตอบใดสื่อโดยตรงที่สุดว่าคนอื่นก็มีประสบการณ์แบบเดียวกัน?
- You're out of time.
- You're not alone.
- You're on your own.
ดูคำตอบ
You're not alone.
There are lots of us down here: ปิดท้ายด้วยอุปมาถ้ำที่ทุกคนมีส่วนร่วม
ตามความหมายตรง There are lots of us down here เป็นประโยคบอกตำแหน่งแบบไม่เป็นทางการว่า มีคนจำนวนมากรวมทั้งผู้พูดอยู่ตรงนี้ข้างล่าง แต่เมื่อใช้เป็นประโยคจบ down here จะย้อนกลับไปหาภาพของถ้ำ จึงสื่อถึงภาวะร่วมที่ทุกคนอาจยังถูกภาพลวงตาจำกัดอยู่ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งจริง ประโยคนี้ปิดการพูดด้วยการนำหัวข้อใหญ่และเป็นนามธรรมกลับมาหาผู้พูดกับผู้ฟัง lots of us วางทั้งสองฝ่ายไว้ในสถานการณ์เดียวกัน ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันและมีการหยอกตัวเองเล็กน้อย แทนที่จะบอกว่าผู้พูดหลุดพ้นแล้วเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
There are lots of us down here ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคจบนี้?
- ประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดหลุดพ้นจากปัญหาอย่างสมบูรณ์แล้ว
- ประโยคนี้บอกจำนวนคนที่แน่นอนในห้องใต้ดินจริง ๆ
- ประโยคนี้ย้อนกลับไปหาภาพของถ้ำ และรวมผู้พูดกับผู้ฟังไว้ในภาวะเดียวกัน
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ย้อนกลับไปหาภาพของถ้ำ และรวมผู้พูดกับผู้ฟังไว้ในภาวะเดียวกัน