โอกาสที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 มีมากแค่ไหน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
998 คำ 189 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอทบทวนจุดเริ่มของสงครามโลกและอธิบายว่าเหตุใดอาวุธนิวเคลียร์จึงทำให้สงครามครั้งที่สามต่างออกไป สองสถานการณ์ครอบคลุมความเสียหาย ระบบช่วยเหลือล้มเหลว ฤดูหนาวนิวเคลียร์ และความเสี่ยงของการยกระดับ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "can't help but think of" - วลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เข้าใจว่าความคิดหนึ่งทำให้นึกถึงอีกสิ่งแทบอัตโนมัติ และใช้วลีนี้บอกความเชื่อมโยงที่เลี่ยงยาก 2. "play out," - กริยาวลี: เข้าใจว่าเหตุการณ์สมมติดำเนินไปตามเวลาอย่างไร และใช้พูดถึงสถานการณ์ พัฒนาการ และผลลัพธ์ 3. "come to blows," - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นการยกระดับสู่ความขัดแย้งเปิดเผย ไม่จำเป็นต้องชกต่อยจริง ระหว่างคนหรือรัฐ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

At least 108 million people have been killed in wars in the 20th century. วลี

0:00

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 108 ล้านคนในสงครามช่วงศตวรรษที่ 20

วลี

At least: การระบุขอบเขตขั้นต่ำ

At least ใช้กำหนดขอบเขตขั้นต่ำที่ชัดเจนให้ตัวเลข ในประโยคนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิต 108 ล้านคนเป็นจำนวนขั้นต่ำที่มีข้อมูลประมาณการรองรับ แต่ยอดจริงอาจสูงกว่านี้ คำนี้ไม่ได้แปลว่า “ประมาณ” ตัวเลขหลัง at least ต้องเข้าใจว่าเป็น “จำนวนนี้หรือมากกว่า” ไม่ใช่ยอดรวมที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ระบุค่าต่ำสุดและเปิดโอกาสให้จำนวนจริงสูงกว่านั้น: The repair will take ____ three days.

ดูคำตอบ

at least

The First World War started in Europe and lasted more than 4 years from 1914 to 1918

0:04

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเริ่มต้นในยุโรปและกินเวลานานกว่า 4 ปี ตั้งแต่ปี 1914 ถึง 1918

with 7 million civilians and 10 million military personnel losing their lives.

0:09

ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือน 7 ล้านคนและบุคลากรทางทหาร 10 ล้านคนเสียชีวิต

The Second World War lasted for 6 years from 1939 to 1945

0:14

สงครามโลกครั้งที่สองกินเวลานาน 6 ปี ตั้งแต่ปี 1939 ถึง 1945

with deaths ranging from 50 million to more than 80 million. ไวยากรณ์

0:19

โดยมีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 50 ล้านคนไปจนถึงมากกว่า 80 ล้านคน

ไวยากรณ์

Ranging from A to B: การระบุช่วงของค่า

Range from A to B บอกปลายทั้งสองด้านของชุดค่าที่เป็นไปได้หรือค่าที่สังเกตพบ ในที่นี้ ค่าประมาณจำนวนผู้เสียชีวิตหลายค่าอยู่ระหว่าง 50 ล้านกับปลายด้านบนที่สูงกว่า 80 ล้าน เนื่องจากปลายด้านที่สองคือ more than 80 million ตัวเลข 80 ล้านจึงไม่ใช่ค่าสูงสุดแบบปิด โครงสร้างนี้อธิบายช่วงของตัวเลข ไม่ได้อธิบายว่าค่าเดียวเปลี่ยนจากค่าหนึ่งไปเป็นอีกค่าหนึ่งตามเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง range from A to B: Apartment rents ____ $900 ____ $2,500 a month.

ดูคำตอบ

range from · to

Both of these wars were catastrophic,

0:22

สงครามทั้งสองครั้งนี้ล้วนเป็นหายนะ

but could it happen again?

0:24

แต่มันจะเกิดขึ้นอีกได้หรือไม่?

That's what we'll find out in this episode of The Infographics Show.

0:25

นั่นคือสิ่งที่เราจะค้นหาในตอนของ The Infographics Show นี้

What are the chances of World War III?

0:29

โอกาสที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามมีมากแค่ไหน?

Wars can break out for a number of reasons. กริยาวลี

0:31

สงครามสามารถปะทุขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

กริยาวลี

break out: ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน

ในประโยคนี้ break out หมายถึง “เริ่มขึ้นอย่างฉับพลัน” หรือ “ปะทุขึ้น” เป็นกริยาวลีแบบไม่รับกรรมที่มักใช้เมื่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น สงคราม ไฟไหม้ การต่อสู้ หรือโรค เริ่มเกิดขึ้น ประธานคือเหตุการณ์นั้นเอง: Wars can break out สำนวนนี้แสดงว่าจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่การกระทำที่บุคคลตั้งใจทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ break out: Fighting ____ near the border overnight.

ดูคำตอบ

broke out

World War I arguably started when Archduke Franz Ferdinand of Austria

0:33

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นที่ถกเถียงกันว่าเริ่มต้นเมื่ออาร์คดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรีย

was assassinated on June 28th, 1914.

0:37

ถูกลอบปลงพระชนม์ในวันที่ 28 มิถุนายน 1914

This was the immediate cause, วลี

0:40

นี่คือสาเหตุโดยตรง

วลี

immediate cause: ตัวกระตุ้นโดยตรง

Immediate cause หมายถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่กระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์โดยตรง ในที่นี้ immediate ขยายคำว่า cause ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงสาเหตุที่อยู่ใกล้ผลลัพธ์ที่สุดในสายเหตุและผล ไม่ได้หมายถึงปฏิกิริยาที่ต้องเกิดขึ้นทันที Immediate cause แยกออกจาก underlying cause หรือสาเหตุระยะยาวได้ สาเหตุเหล่านั้นทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้หรือมีโอกาสเกิดมากขึ้น แต่ไม่ได้กระตุ้นผลลัพธ์โดยตรง

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด หากรายงานหมายถึงตัวกระตุ้นโดยตรง ไม่ใช่เงื่อนไขพื้นหลังที่ลึกกว่า? The spark was the ______ of the warehouse fire.

  1. final result
  2. immediate cause
  3. underlying cause
ดูคำตอบ

immediate cause

but there were a series of events which triggered the 4-year-long war. วลี

0:42

แต่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องหลายอย่างที่เป็นชนวนให้เกิดสงครามยาวนาน 4 ปี

วลี

a series of events: เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน

ใน a series of events คำว่า series ใช้รวบเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ให้เป็นกลุ่มหรือ ลำดับเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกัน วลีนี้มองเหตุการณ์เหล่านั้นว่าเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกันของพัฒนาการที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยวที่แยกออกมา ในประโยคนี้ a series of events เสนอให้เห็นว่าสงครามเป็นผลจากพัฒนาการหลายอย่าง โครงสร้าง a series of + คำนามพหูพจน์เป็นรูปแบบตายตัว ดังนั้น series จึงยังสะกดเหมือนเดิมแม้เหตุการณ์ที่รวมกันจะเป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a series of events เน้นอะไร

  1. เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ต้องมีสาเหตุที่แตกต่างกัน
  2. เกิดเหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว
  3. ถือว่าเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มเดียว
  4. เหตุการณ์เหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ถือว่าเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มเดียว

And though there were a number of incidents that led to World War II, วลี

0:45

และแม้ว่าจะมีเหตุการณ์หลายอย่างที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สอง

วลี

led to World War II: นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สอง

Led to เป็นรูปอดีตของ lead to หมายถึง ทำให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ ดังนั้นในที่นี้จึงเชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เข้ากับสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ได้หมายถึงการนำทางใครในความหมายทางกายภาพ ในประโยคนี้ led to อยู่ในอนุประโยคขยายที่บอกว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด รูปแบบคือ lead to + คำนาม หรือ lead to + รูป -ing โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงไม่ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ lead to: The power outage ____ the meeting starting late

ดูคำตอบ

led to

the European emergence of the conflict came about on September 1st, 1939, กริยาวลี

0:48

ความขัดแย้งในยุโรปเกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายน 1939

กริยาวลี

came about: สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือก่อตัวขึ้นได้อย่างไร

ในที่นี้ came about หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ก่อตัวขึ้น” อนุประโยคนี้ใช้เพื่อบอกว่าความขัดแย้งปรากฏขึ้นในยุโรปเมื่อใด ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ มักใช้ come about เมื่อสนใจสถานการณ์หรือกระบวนการที่ทำให้เหตุการณ์หรือสภาพหนึ่งเกิดขึ้น โดยเฉพาะในคำถามอย่าง How did this come about?

แบบฝึกหัด

ในประโยค After several meetings, the new agreement finally ___. ให้เลือก phrasal verb ที่หมายถึง “ก่อตัวขึ้น”

  1. came about
  2. came across
  3. came around
ดูคำตอบ

came about

when Germany invaded Poland,

0:53

เมื่อเยอรมนีบุกโปแลนด์

which led Britain and France to declare war on Hitler's Nazi state in retaliation. โน้ต

0:55

ซึ่งนำไปสู่การที่อังกฤษและฝรั่งเศสประกาศสงครามกับรัฐนาซีของฮิตเลอร์เพื่อเป็นการตอบโต้

ไวยากรณ์

led Britain and France to declare: lead + กรรม + to-infinitive

ใน led Britain and France to declare คำว่า led ตามด้วยผู้ที่ลงมือทำ แล้วจึงตามด้วย to-infinitive ที่ระบุการกระทำ รูปแบบคือ lead + someone + to do something โครงสร้างนี้นำเสนอเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าเป็นสาเหตุหรือเหตุผลสำคัญของการกระทำที่ตามมา ในที่นี้ which ย้อนกลับไปกล่าวถึงการที่เยอรมนีบุกโปแลนด์ และเหตุการณ์นั้นกระตุ้นให้อังกฤษกับฝรั่งเศสประกาศสงคราม

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างอดีต lead + someone + to do something: The sudden storm ____ the hikers ____ turn back.

ดูคำตอบ

led · to

วลี

declare war on: ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ declare war on หมายถึงการประกาศอย่างเป็นทางการว่าประเทศหนึ่งเข้าสู่ภาวะสงครามกับอีกประเทศหรืออีกฝ่าย อังกฤษและฝรั่งเศสเป็นฝ่ายประกาศ ส่วน Hitler's Nazi state ที่ตามหลัง on คือฝ่ายที่ถูกประกาศสงคราม ให้จำ declare war on + ประเทศหรือกลุ่ม เป็นรูปแบบตายตัว ตรงนี้ on ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ แต่ใช้ชี้ฝ่ายที่ถูกประกาศสงคราม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสามคำจากบทเรียนนี้: After the attack, the government voted to ____ the neighboring country.

ดูคำตอบ

declare war on

A third World War could come about through a US-Russia dispute

1:00

สงครามโลกครั้งที่สามอาจเกิดขึ้นจากข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย

or possibly US-China.

1:03

หรืออาจจะเป็นสหรัฐอเมริกาและจีน

And of course, North Korea,

1:05

และแน่นอน เกาหลีเหนือ

which has been the hot topic in the press right now วลี

1:07

ซึ่งเป็นหัวข้อยอดฮิตในสื่อต่างๆ ตอนนี้

วลี

hot topic in the press: ประเด็นที่สื่อกำลังให้ความสนใจอย่างมาก

Hot topic หมายถึงประเด็นที่คนจำนวนมากกำลังสนใจและพูดคุยกันอยู่ คำว่า hot ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อถึงความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ไม่ใช่อุณหภูมิ In the press หมายถึงในการรายงานของสื่อข่าว เมื่อรวมกัน hot topic in the press จึงหมายถึงประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจและการพูดถึงอย่างมากจากสื่อมวลชน

แบบฝึกหัด

hot topic in the press ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. มีคนกำลังกดปุ่มขณะอ่านข่าว
  2. ภายในสำนักงานหนังสือพิมพ์มีอากาศร้อนจริง ๆ
  3. ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจและมีการพูดถึงอย่างมากในสื่อข่าว
ดูคำตอบ

ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจและมีการพูดถึงอย่างมากในสื่อข่าว

after President Trump's historic meeting with North Korean leader Kim Jong-un.

1:09

หลังจากการพบปะครั้งประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีทรัมป์กับคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

Hopefully,

1:13

หวังว่า

that's made it less likely that a war with North Korea will happen anytime soon. โน้ต

1:13

นั่นจะทำให้โอกาสที่จะเกิดสงครามกับเกาหลีเหนือในเร็วๆ นี้ลดลง

ไวยากรณ์

made it less likely that: แสดงว่าโอกาสลดลง

Made it less likely that ... หมายถึงเหตุการณ์หรือการกระทำก่อนหน้านี้ทำให้สิ่งที่อยู่หลัง that มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง Less likely เป็นรูปเปรียบเทียบ จึงหมายถึงโอกาสต่ำกว่าเดิม แต่ไม่ได้แปลว่าเหตุการณ์นั้นเป็นไปไม่ได้หรือโดยรวมแล้วไม่น่าจะเกิดขึ้นเสมอไป โครงสร้างคือ make + it + คำคุณศัพท์หรือรูปเปรียบเทียบ + อนุประโยค that โดย it เป็นกรรมแทนล่วงหน้า ส่วนอนุประโยค that ระบุเหตุการณ์ที่กำลังถูกประเมิน โครงสร้างนี้กล่าวถึงสาเหตุก่อน แล้วจึงบอกว่าโอกาสเปลี่ยนไปอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่ากฎใหม่ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ: “The new safety rule has ____ an accident will happen.”

ดูคำตอบ

made it less likely that

วลี

anytime soon: กล่าวถึงอนาคตอันใกล้

Anytime soon หมายถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดช่วงเวลาที่สงครามอาจเกิดขึ้น โดยบอกว่าการเกิดสงครามภายในอนาคตอันใกล้มีโอกาสน้อยลง คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเป็นวลีบอกเวลา Soon เป็นตัวจำกัดช่วงเวลาให้อยู่ในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น anytime soon จึงไม่ได้หมายถึงเวลาใดก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในอนาคตอันใกล้” หลังการคาดการณ์เชิงปฏิเสธ: “The housing shortage will not disappear ____.”

ดูคำตอบ

anytime soon

A recent New York Post article featured the words of Russian President Vladimir Putin,

1:17

บทความล่าสุดของ New York Post มีคำพูดของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

who said,

1:21

ผู้ซึ่งกล่าวว่า

"The understanding that a third World War could be the end of civilization

1:22

"ความเข้าใจที่ว่าสงครามโลกครั้งที่สามอาจเป็นจุดจบของอารยธรรม

should restrain us from taking extreme steps on the international arena โน้ต

1:26

ควรยับยั้งเราจากการใช้มาตรการขั้นรุนแรงในเวทีระดับนานาชาติ

วลี

taking extreme steps: ดำเนินมาตรการที่รุนแรง

ใน take steps คำว่า steps หมายถึงการกระทำหรือมาตรการ ไม่ใช่ก้าวเท้า ดังนั้น taking extreme steps จึงหมายถึงการดำเนินการที่รุนแรงเป็นพิเศษ สามารถใช้คำคุณศัพท์เพื่อประเมินการกระทำได้ เช่น take immediate steps, take practical steps หรือ take extreme steps วลีนี้มักตามด้วย to + กริยาเพื่อบอกเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ steps ในความหมายว่า “การกระทำหรือมาตรการ”?

  1. She counted the steps leading to the library.
  2. He is taking careful steps across the ice.
  3. The school is taking extra steps to keep the website secure.
ดูคำตอบ

The school is taking extra steps to keep the website secure.

สำนวน

on the international arena: คำเปรียบเทียบถึงกิจการระหว่างประเทศ

ในประโยคนี้ international arena เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงขอบเขตความสัมพันธ์และการดำเนินการระหว่างประเทศกับองค์การระหว่างประเทศ ไม่ได้หมายถึงสนามกีฬาในสถานที่จริง สำนวนนี้นำเสนอเรื่องระหว่างประเทศว่าเป็นพื้นที่ร่วมที่รัฐบาลต่าง ๆ แข่งขัน ร่วมมือ เจรจา และตัดสินใจเรื่องสำคัญ ในที่นี้ taking extreme steps on the international arena หมายถึงการดำเนินการอย่างสุดโต่งในกิจการระหว่างประเทศ

แบบฝึกหัด

ความหมายใดเหมาะกับ on the international arena ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ระหว่างความขัดแย้งส่วนตัวที่ไม่มีมิติระหว่างประเทศ
  2. ภายในกิจการระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ
  3. ภายในสนามกีฬาจริงที่ใช้แข่งขันกีฬานานาชาติ
ดูคำตอบ

ภายในกิจการระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่าง ๆ

that are highly dangerous for modern civilization."

1:30

ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่ออารยธรรมสมัยใหม่"

ไวยากรณ์

restrain someone from doing something: ยับยั้งใครบางคนไม่ให้ทำบางสิ่ง

Restrain someone from doing something หมายถึงการยับยั้งบุคคลหรือกลุ่มไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ us คือกลุ่มที่ถูกยับยั้ง และ taking extreme steps คือการกระทำที่ควรหลีกเลี่ยง โครงสร้างคือ restrain + กรรม + from + กริยารูป -ing หลังกรรมต้องใช้ from taking ไม่ใช่ to take

แบบฝึกหัด

ใช้คำบุพบทที่จำเป็นและรูป -ing ของ share: The court order restrains staff ____ customer data.

ดูคำตอบ

from sharing

This was during his annual televised call-in show

1:32

สิ่งนี้เกิดขึ้นระหว่างรายการตอบคำถามทางโทรทัศน์ประจำปีของเขา

where he fields questions from the public. การใช้คำ

1:35

ซึ่งเขาตอบคำถามจากสาธารณชน

การใช้คำ

field questions: รับและตอบคำถามแบบทันที

ในที่นี้ field เป็นคำกริยา field questions หมายถึงการรับคำถามและจัดการกับคำถามเหล่านั้น โดยปกติรวมถึงการตอบเมื่อมีคำถามเข้ามา สำนวนนี้มักสื่อว่ามีคำถามหลายข้อจากผู้ชม ผู้สื่อข่าว ลูกค้า หรือผู้โทรเข้ามา และผู้รับผิดชอบต้องจัดการแบบทันที ความหมายจึงมากกว่าการรวบรวมคำถามไว้เป็นรายการเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในการประชุมสาธารณะแบบสด ผู้ดำเนินรายการรับและตอบคำถามของผู้ชมเมื่อมีคำถามเข้ามา ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The host collects questions from the audience for next month's report.
  2. The host avoids questions from the audience.
  3. The host fields questions from the audience.
ดูคำตอบ

The host fields questions from the audience.

When you mention the words World War III,

1:37

เมื่อคุณเอ่ยคำว่าสงครามโลกครั้งที่สาม

you can't help but think of nuclear weapons, วลี

1:39

คุณคงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงอาวุธนิวเคลียร์

as it's likely a third World War would be a nuclear one.

1:41

เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สามมีแนวโน้มว่าจะเป็นสงครามนิวเคลียร์

วลี

can't help but think of: การเชื่อมโยงที่ผุดขึ้นมาเอง

Can't help but think of หมายถึงความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาแทบจะโดยอัตโนมัติและรู้สึกว่าห้ามได้ยาก ในประโยคนี้ การกล่าวถึงสงครามโลกครั้งที่สามทำให้นึกถึงอาวุธนิวเคลียร์ทันที โดย help ไม่ได้แปลว่า “ช่วย” โครงสร้างคือ can't help but + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นหลัง but จึงใช้ think ไม่ใช่ thinking และ think of ใช้นำหน้าสิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง can't help but + คำกริยารูปพื้นฐาน และกริยาวลี think of: Whenever I smell sunscreen, I ____ summer vacations.

ดูคำตอบ

can't help but think of

Before we explore how a nuclear war might play out, กริยาวลี

1:44

ก่อนที่เราจะไปสำรวจว่าสงครามนิวเคลียร์จะดำเนินไปอย่างไร

กริยาวลี

play out: สถานการณ์ค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างไร

ในที่นี้ play out ใช้แบบไม่รับกรรม หมายถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้นจนเกิดผลลัพธ์ในที่สุด วลี how a nuclear war might play out ถามว่าสงครามนิวเคลียร์อาจดำเนินไปในทิศทางใด ไม่ได้ถามว่าใครจะ “เล่น” สงครามนั้นอย่างไร การใช้แบบนี้มักพบร่วมกับ how, see, watch หรือ wait เพื่อเน้นกระบวนการที่กำลังคลี่คลาย เช่น how the situation plays out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “พัฒนาไปตามเวลาและเกิดผลลัพธ์”: No one knows how the negotiations will ____ over the next few weeks.

ดูคำตอบ

play out

let's first take a brief look back at the history of nuclear weapons development. วลี

1:47

เรามาดูประวัติศาสตร์การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างคร่าวๆ กันก่อน

วลี

take a brief look back at ในฐานะวลีเปลี่ยนเข้าสู่การทบทวน

ในประโยคนี้ take a brief look back at หมายถึง “ทบทวนเรื่องในอดีตแบบสั้น ๆ” ไม่ได้หมายถึงการหันตัวไปมองด้านหลังจริง ๆ กรรมที่ตามหลัง at ระบุหัวข้อในอดีตที่จะทบทวน ซึ่งในที่นี้คือประวัติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเปลี่ยนช่วง โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดจะพักการอภิปรายหลักไว้ชั่วคราว ให้ข้อมูลพื้นหลังเล็กน้อย แล้วจึงพูดต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนช่วงด้วยวลีที่ใช้ทบทวนอดีตแบบสั้น ๆ: Before we discuss today's policy, let's first ____ how the system began.

ดูคำตอบ

take a brief look back at

The world's first nuclear weapons explosion

1:51

การระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกของโลก

was on July 16th, 1945

1:53

เกิดขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม 1945

in New Mexico,

1:55

ในนิวเม็กซิโก

when the United States tested its first nuclear bomb.

1:56

เมื่อสหรัฐอเมริกาทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก

It was only 3 weeks later, ไวยากรณ์

1:59

เพียง 3 สัปดาห์ต่อมา

on August 6th, 1945,

2:01

ในวันที่ 6 สิงหาคม 1945

that the United States dropped an atomic bomb on the Japanese city of Hiroshima.

2:03

สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่าของญี่ปุ่น

ไวยากรณ์

It was only ... that: เน้นรายละเอียดด้านเวลา

รูปแบบ It was ... that เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งย้ายส่วนหนึ่งของข้อความพื้นฐานมาไว้ในจุดเน้น ในที่นี้ only 3 weeks later คือวลีหลักที่ถูกเน้น และมีการเพิ่มวันที่เฉพาะไว้ก่อน that ตัวปิด ประโยคนี้เน้นอย่างมากว่าเวลาที่ผ่านไปนั้นสั้นเพียงใด เมื่อนำกรอบประโยคเน้นออก จะได้ข้อความที่เป็นกลาง เช่น The United States dropped an atomic bomb ... only 3 weeks later เหตุการณ์พื้นฐานยังคงเดิม ดังนั้น that จึงนำเข้าสู่ส่วนที่เหลือของกรอบเน้น ไม่ได้ขยาย 1945 เหมือนอนุประโยคสัมพันธ์ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเน้นด้วยสองส่วนของกรอบเป้าหมาย: ____ on Friday ____ the package finally arrived.

ดูคำตอบ

It was only · that

It killed or wounded nearly 130,000 people,

2:07

คร่าชีวิตหรือทำให้บาดเจ็บเกือบ 130,000 คน

and 3 days later,

2:10

และ 3 วันต่อมา

the United States bombed Nagasaki,

2:11

สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดที่นางาซากิ

which killed 74,000 people

2:13

ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 74,000 คน

and injured another 75,000.

2:15

และบาดเจ็บอีก 75,000 คน

These two events marked the end of World War II. วลี

2:17

สองเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง

วลี

marked the end of: เหตุการณ์ที่กำหนดจุดสิ้นสุด

ในที่นี้ marked the end of หมายถึง “เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบางสิ่งได้สิ้นสุดลงแล้ว” เหตุการณ์ทั้งสองถูกนำเสนอในฐานะเส้นแบ่งทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงการทำเครื่องหมายบนหน้ากระดาษหรือการให้คะแนน ต่างจากการใช้ ended เพียงอย่างเดียว สำนวนนี้เน้นบทบาทเชิงสัญลักษณ์หรือทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ โครงสร้าง X marked the end of Y ใช้อธิบายเหตุการณ์ที่กำหนดจุดสิ้นสุดของยุค กระบวนการ หรือช่วงหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เป็นสัญญาณชัดเจนว่าช่วงหนึ่งสิ้นสุดลงแล้ว”: The final approval ____ months of negotiations.

ดูคำตอบ

marked the end of

Because this was back at the beginning of nuclear weapons development,

2:20

เนื่องจากนี่เป็นช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

and with only one side having nuclear capability, ไวยากรณ์

2:23

และมีเพียงฝ่ายเดียวที่มีขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์

ไวยากรณ์

with + คำนาม + -ing สำหรับบอกสถานการณ์เบื้องหลัง

With only one side having nuclear capability เป็นอนุประโยค with ที่สร้างด้วย with + นามวลี (only one side) + present participle หรือรูป -ing (having) โดยนามวลีนี้เป็นประธานโดยนัยของ having เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้จะย่อสถานการณ์เบื้องหลังที่ช่วยอธิบายสิ่งที่ตามมา ในที่นี้สามารถขยายเป็น because only one side had nuclear capability หรือ given that only one side had nuclear capability ได้ โดย with ไม่ได้ระบุความสัมพันธ์อย่างชัดเจน แต่ให้บริบทเป็นตัวกำหนด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + คำนาม + -ing ได้ถูกต้องเพื่อให้ข้อมูลเบื้องหลังแก่การกระทำหลัก

  1. With waiting the guests outside, we prepared the room.
  2. With the guests waiting outside, we prepared the room.
  3. With the guests waited outside, we prepared the room.
ดูคำตอบ

With the guests waiting outside, we prepared the room.

there was no retaliation.

2:25

จึงไม่มีการตอบโต้

Following the Second World War,

2:27

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

the United States,

2:29

สหรัฐอเมริกา

the Soviet Union,

2:30

สหภาพโซเวียต

and Great Britain conducted more nuclear weapons tests,

2:31

และบริเตนใหญ่ได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มเติม

and in 1958,

2:34

และในปี 1958

nearly 10,000 scientists presented to United Nations Secretary General Dag Hammarskjöld

2:35

นักวิทยาศาสตร์เกือบ 10,000 คนยื่นเสนอต่อด๊าก ฮัมมาร์โชลด์ เลขาธิการสหประชาชาติ

a petition that begged,

2:40

คำร้องที่วิงวอนว่า

"We deem it imperative that immediate action be taken ไวยากรณ์

2:42

"เราถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการทันที

to effect an international agreement การใช้คำ

2:45

เพื่อให้เกิดข้อตกลงระหว่างประเทศ

การใช้คำ

effect an international agreement: ทำให้เกิดข้อตกลงระหว่างประเทศ

ในที่นี้ effect เป็นคำกริยาทางการที่หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้น” หรือ “ทำให้สำเร็จ” effect an international agreement หมายถึงทำให้ข้อตกลงระหว่างประเทศเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงมีอิทธิพลต่อข้อตกลงที่มีอยู่แล้ว effect + นามวลี เป็นรูปแบบที่กรรมคือผลลัพธ์ที่ทำให้เกิดขึ้น เช่น effect change, effect reform หรือ effect a settlement

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ effect เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้น”

  1. The weather may affect the talks.
  2. The talks aim to effect a peaceful settlement.
  3. The new rule had a positive effect.
ดูคำตอบ

The talks aim to effect a peaceful settlement.

to stop testing of all nuclear weapons."

2:47

เพื่อหยุดการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด"

ไวยากรณ์

deem it imperative that... action be taken: เห็นอย่างเป็นทางการว่าจำเป็นต้องดำเนินการ

ใน deem it imperative that... คำว่า deem หมายถึง “ตัดสินหรือเห็นว่า” ส่วน it เป็นกรรมสมมติที่ชี้ไปยังอนุประโยค that ที่ตามมา โครงสร้างนี้หมายถึง “เห็นอย่างเป็นทางการว่า...จำเป็นอย่างยิ่ง” และให้น้ำเสียงที่หนักแน่นเป็นทางการ ใน action be taken นั้น be taken เป็นรูปฐานแบบถูกกระทำ หลัง imperative ในโครงสร้างที่แสดงข้อเรียกร้องนี้ ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่เป็นทางการใช้ mandative subjunctive: that + ประธาน + กริยารูปฐาน จึงสื่อว่าต้องมีการดำเนินการ ไม่ใช่ว่าการนั้นกำลังเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำในข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย: The board ____ immediate action ____.

ดูคำตอบ

deems it imperative that · be taken

Throughout the 1960s and 70s,

2:50

ตลอดช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 70

as more development took place, กริยาวลี

2:51

เมื่อมีการพัฒนามากขึ้น

กริยาวลี

took place: เหตุการณ์หรือกระบวนการได้เกิดขึ้น

Take place หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “จัดขึ้น” took เป็นรูปอดีตของ take ในอนุประโยคนี้ development เป็นประธาน ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่ามีกระบวนการพัฒนาเกิดขึ้นมากขึ้น Take place เป็นสำนวนที่ไม่รับกรรม โดยเหตุการณ์หรือกระบวนการจะอยู่ข้างหน้าในตำแหน่งประธาน อย่าแปลตามตัวอักษรว่า “เอาสถานที่ไป” และอย่าใช้รูปถูกกระทำอย่าง was taken place

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take place: The school debate ____ in the library yesterday.

ดูคำตอบ

took place

treaties were signed to promote disarmament,

2:53

มีการลงนามในสนธิสัญญาเพื่อส่งเสริมการลดอาวุธ

but more and more countries developed nuclear weapons. ไวยากรณ์

2:55

แต่ก็มีหลายประเทศมากขึ้นที่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ไวยากรณ์

more and more + คำนามพหูพจน์: จำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

More and more + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ แสดงว่าจำนวนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเวลา ดังนั้น more and more countries จึงบอกถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงจำนวนที่มากกว่าในช่วงเวลาเดียว เมื่อใช้กับคำนามนับได้ ให้ใช้รูปพหูพจน์ เช่น more and more countries, jobs หรือ choices เมื่อใช้กับคำนามนับไม่ได้ ไม่ต้องเติมรูปพหูพจน์ เช่น more and more information

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนซ้ำที่แสดงแนวโน้ม: Every month, ____ people use the new bike path.

ดูคำตอบ

more and more

Today,

2:58

วันนี้

they are believed to be around 16,300 nuclear weapons ไวยากรณ์

2:58

เชื่อกันว่ามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 16,300 ชิ้น

ไวยากรณ์

ความแตกต่างระหว่าง they are believed to be กับ there are believed to be

ในประโยคนี้ they are believed to be ไม่ใช่รูปมาตรฐาน เพราะ they ต้องอ้างถึงคำนามพหูพจน์ที่กล่าวถึงไว้อย่างชัดเจนแล้ว จึงไม่สามารถใช้เพื่อเกริ่นว่ามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ได้ หากต้องการบอกว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ตามจำนวนที่ประมาณไว้ ให้ใช้โครงสร้างบอกการมีอยู่ there are believed to be + จำนวนหรือกลุ่มคำนาม: There are believed to be around 16,300 nuclear weapons. ในที่นี้ there เป็นองค์ประกอบทางไวยากรณ์ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ ให้เข้าใจ they ในคำบรรยายนี้ว่าเป็นการพูดผิดหรือความผิดพลาดในการถอดคำ ไม่ใช่รูปแบบที่ควรนำไปใช้ตาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าคาดว่ามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่จำนวนหนึ่ง

  1. There are believed to be around 16,300 nuclear weapons.
  2. They are believed to be around 16,300 nuclear weapons.
  3. They believe there are around 16,300 nuclear weapons.
ดูคำตอบ

There are believed to be around 16,300 nuclear weapons.

spread between nine countries.

3:01

กระจายอยู่ระหว่างเก้าประเทศ

They are the United States, Russia, the UK, France, China,

3:03

ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน

North Korea, India, Pakistan, and Israel.

3:06

เกาหลีเหนือ อินเดีย ปากีสถาน และอิสราเอล

Russia and the US share 93% of all nuclear warheads out there,

3:09

รัสเซียและสหรัฐอเมริกาครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ถึง 93% ของทั้งหมดที่มีอยู่

but they have been asked to reduce the number of weapons under the START Treaty,

3:13

แต่พวกเขาถูกขอร้องให้ลดจำนวนอาวุธลงภายใต้สนธิสัญญา START

which stands for Strategic Arms Reduction Treaty. วลี

3:17

ซึ่งย่อมาจากสนธิสัญญาลดอาวุธยุทธศาสตร์

วลี

stands for สำหรับบอกคำเต็มของคำย่อ

ในที่นี้ stands for หมายถึง “แทนความหมายของ” หรือ “มีชื่อเต็มว่า” START เป็นคำย่อ และ Strategic Arms Reduction Treaty คือชื่อเต็มที่คำย่อนี้แทน รูปแบบคือ X stands for Y ใช้อธิบายคำย่อ อักษรย่อ ตัวอักษร และสัญลักษณ์ได้ ในบริบทอื่น stand for อาจหมายถึงการสนับสนุนหลักการบางอย่าง แต่ชื่อเต็มที่ตามหลังมาทำให้ชัดเจนว่าในประโยคนี้กำลังอธิบายคำย่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่ถูกต้องของ stand และคำบุพบทที่จำเป็น: WHO ____ World Health Organization.

ดูคำตอบ

stands for

All these weapons make the prospect of a third World War

3:19

อาวุธทั้งหมดเหล่านี้ทำให้ภาพของสงครามโลกครั้งที่สาม

very different to the first and second World Wars. การใช้คำ

3:22

แตกต่างไปจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองอย่างมาก

การใช้คำ

different to: รูปแบบการเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ในประโยคนี้ different to หมายถึง “ไม่เหมือนกับ” หรือ “แตกต่างจาก” และใช้ชี้ว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง different to เป็นรูปแบบมาตรฐานในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ different from ในความหมายเดียวกัน ดังนั้นการใช้บุพบท to จึงเป็นความแตกต่างตามภูมิภาค ไม่ใช่ข้อผิดพลาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่เป็นทางการ

  1. The new plan is different to the old one.
  2. The new plan is different from the old one.
  3. The new plan is different than the old one.
ดูคำตอบ

The new plan is different from the old one.

So assuming World War III did kick off, โน้ต

3:24

ดังนั้น หากสมมติว่าสงครามโลกครั้งที่สามเปิดฉากขึ้น

ไวยากรณ์

assuming ... did kick off: สมมติฐานที่มีการเน้น

assuming ใช้เปิดเงื่อนไขสมมติสำหรับการวิเคราะห์ โดยผู้พูดมองว่าสงครามโลกครั้งที่สามเป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราว เพื่อพิจารณาว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ยืนยันว่าสงครามจะเกิดขึ้นจริง ใน did kick off คำว่า did เป็น do ที่ใช้เน้น ในประโยคบอกเล่าอดีตกาล did สามารถเพิ่มน้ำหนักให้เหตุการณ์ได้ และกริยาหลักต้องคงรูปพื้นฐานไว้ จึงใช้ did kick ไม่ใช่ did kicked การเน้นในที่นี้ยังอยู่ภายในกรอบสมมติ จึงไม่ได้หมายความว่าสงครามเริ่มขึ้นจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ assuming และ do ที่ใช้เน้นในรูปอดีต: ____ the backup generator ____, how would we keep the lab running?

ดูคำตอบ

Assuming · did fail

กริยาวลี

kick off ในความหมายว่าเริ่มต้น

ในที่นี้ kick off หมายถึง “เริ่มต้น” เนื่องจากประธานคือสงครามโลกครั้งที่สาม จึงหมายถึงสงครามเริ่มขึ้น ไม่ใช่การเตะลูกบอลตามความหมายตรงตัว กริยาวลีนี้มักใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเริ่มดำเนินไปแล้ว มีน้ำเสียงเป็นภาษาสนทนามากกว่า begin และเป็นทางการน้อยกว่า commence มาก

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มต้น” ให้สมบูรณ์: The online workshop will ____ at noon.

ดูคำตอบ

kick off

and it was nuclear,

3:27

และมันเป็นสงครามนิวเคลียร์

what would it look like?

3:28

มันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

HuffPost has launched HuffPost Apocalypse,

3:29

HuffPost ได้เปิดตัว HuffPost Apocalypse

a project that aims to investigate what an apocalypse would mean for humanity, ไวยากรณ์

3:32

ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจว่าวันสิ้นโลกจะมีความหมายต่อมนุษยชาติอย่างไร

ไวยากรณ์

โครงสร้าง aims to investigate what ... would mean for ...

Aims to investigate ใช้บอกจุดประสงค์ของโครงการว่าโครงการตั้งใจจะศึกษาคำถามหนึ่งอย่างละเอียด หลัง aim ต้องตามด้วย to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นรูปที่ถูกต้องคือ aims to investigate What an apocalypse would mean for humanity เป็นคำถามแฝงและทำหน้าที่เป็นกรรมของ investigate โดยถามถึงผลกระทบหรือความสำคัญที่เหตุการณ์สมมตินั้นจะมีต่อมนุษยชาติ ภายในคำถามแฝงให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + would + กริยา จึงใช้ what an apocalypse would mean ไม่ใช่ what would an apocalypse mean

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ aims to investigate ตามด้วยคำถามแฝงได้ถูกต้อง

  1. The study aims to investigate what would rising sea levels mean for coastal towns.
  2. The study aims to investigate what rising sea levels would mean for coastal towns.
  3. The study aims to investigating what rising sea levels would mean for coastal towns.
ดูคำตอบ

The study aims to investigate what rising sea levels would mean for coastal towns.

and to support this,

3:36

และเพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการนี้

have been doing their own research and analysis

3:37

พวกเขาได้ทำการวิจัยและวิเคราะห์ด้วยตนเอง

into what the effects of a nuclear war might be.

3:39

ว่าผลกระทบของสงครามนิวเคลียร์อาจเป็นอย่างไร

In a recent article,

3:41

ในบทความล่าสุด

they propose two scenarios.

3:42

พวกเขาเสนอสองสถานการณ์สมมติ

The first,

3:44

อันดับแรก

a global nuclear war centered on a US and Russia conflict. วลี

3:44

สงครามนิวเคลียร์ระดับโลกที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย

วลี

centered on: การระบุจุดเน้นหลัก

ในที่นี้ centered on หมายถึง “จัดโดยมีสิ่งหนึ่งเป็นแกนหลัก” หรือ “เน้นสิ่งหนึ่งเป็นสำคัญ” ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียถูกนำเสนอว่าเป็นจุดสนใจหลักของสงครามโลกตามสถานการณ์สมมติ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางทางกายภาพ โครงสร้าง be centered on + คำนามหรือวลีนาม ใช้ระบุหัวข้อ ปัญหา กิจกรรม หรือความสัมพันธ์ที่เป็นศูนย์กลาง จึงใช้สรุปได้ว่าการอภิปราย โครงการ เรื่องราว หรือสถานการณ์หนึ่งเน้นเรื่องใดเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้คู่กับ centered ให้ถูกต้อง: The exhibition is centered ____ the history of space travel.

ดูคำตอบ

on

In this scenario,

3:48

ในสถานการณ์นี้

at between 1,800 and 3,000 large warheads

3:49

หัวรบขนาดใหญ่จำนวน 1,800 ถึง 3,000 หัว

would be fired at nuclear weapon launch sites,

3:52

จะถูกยิงไปที่ไซต์ปล่อยอาวุธนิวเคลียร์

ports, major industry command centers,

3:54

ท่าเรือ ศูนย์บัญชาการอุตสาหกรรมหลัก

power stations, and densely populated areas.

3:56

สถานีไฟฟ้า และพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น

The other potential area of tension that could spark a conflict is between India and Pakistan. สำนวน

3:58

อีกพื้นที่หนึ่งที่มีความตึงเครียดและอาจจุดชนวนความขัดแย้งได้คือระหว่างอินเดียและปากีสถาน

สำนวน

spark a conflict: จุดชนวนให้ความขัดแย้งเริ่มขึ้น

ในประโยคนี้ spark a conflict หมายถึง “ทำให้ความขัดแย้งเริ่มขึ้น” โดยใช้ spark เป็นคำกริยาเชิงอุปมา เปรียบเหมือนประกายไฟเล็ก ๆ ที่จุดไฟได้ เหตุการณ์หนึ่งก็อาจจุดชนวนการปะทะที่ใหญ่ขึ้นได้เช่นกัน สำนวนนี้นำเสนอความตึงเครียดว่าเป็นตัวกระตุ้นที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน could spark แสดงว่าความขัดแย้งอาจเริ่มขึ้นหากสถานการณ์แย่ลง

แบบฝึกหัด

หากเหตุการณ์บริเวณชายแดนอาจทำให้การสู้รบเริ่มขึ้น วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? A minor border incident could ____.

  1. escalate a conflict
  2. spark a conflict
  3. fuel a conflict
ดูคำตอบ

spark a conflict

This scenario would be on a much smaller scale วลี

4:03

สถานการณ์นี้จะมีขนาดเล็กกว่ามาก

วลี

on a much smaller scale: ในระดับที่เล็กกว่ามาก

วลี on a ... scale ใช้บอกขนาดหรือขอบเขตที่บางสิ่งเกิดขึ้น ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์โดยรวมยังเป็นประเภทเดียวกัน แต่มีขอบเขตหรือความรุนแรงน้อยกว่ามาก smaller เป็นรูปเปรียบเทียบ และ much ช่วยเน้นความแตกต่าง ดังนั้น much smaller จึงหมายถึง “เล็กกว่ามาก” ไม่ใช่แค่เล็กกว่าเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าใช้กระบวนการเดียวกัน แต่มีขนาดหรือขอบเขตเล็กกว่ามาก

  1. The pilot uses the same process on a much smaller scale.
  2. The pilot uses the same process in a much smaller scale.
  3. The pilot uses the same process on a smaller much scale.
ดูคำตอบ

The pilot uses the same process on a much smaller scale.

with around 100 smaller nuclear weapons being used

4:05

โดยจะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กประมาณ 100 ชิ้น

out of stockpiles of around 200,

4:08

จากคลังอาวุธที่มีอยู่ราวๆ 200 ชิ้น

with strikes on densely populated supercities

4:10

โดยพุ่งเป้าโจมตีเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น

such as Delhi and Karachi.

4:13

เช่น เดลี และการาจี

But it's possible that it could lead to a larger conflict

4:14

แต่มันก็เป็นไปได้ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่ขึ้น

with other countries becoming involved. ไวยากรณ์

4:17

โดยมีประเทศอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ไวยากรณ์

with other countries becoming involved: ประเทศอื่น ๆ เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง

โครงสร้าง with + นามวลี + รูป -ing ใช้เพิ่มสถานการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมกับสถานการณ์หลักหรือค่อย ๆ พัฒนามาจากสถานการณ์หลัก ในที่นี้ other countries เป็นประธานโดยนัยของ becoming และวลีนี้นำเสนอการเข้ามาเกี่ยวข้องของประเทศเหล่านั้นว่าเป็นผลลัพธ์ที่อาจกำลังก่อตัวขึ้น become involved หมายถึงเริ่มมีส่วนร่วมหรือถูกดึงเข้าไปในเหตุการณ์หนึ่ง ในบริบทนี้ involved ไม่ได้หมายถึง “ซับซ้อน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ become involved เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่กำลังก่อตัว: The local dispute could spread, with neighboring towns ____.

ดูคำตอบ

becoming involved

What would the fallout be? การใช้คำ

4:19

ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?

การใช้คำ

fallout ในบริบทนิวเคลียร์

ในคำถามนี้ fallout หมายถึงผลเสียที่จะตามมาหลังเหตุการณ์นั้น เนื่องจากหัวข้อคือสงครามนิวเคลียร์ คำนี้จึงอาจสื่อทั้งความหมายตรงในบริบทนิวเคลียร์ คือสารกัมมันตรังสีที่ตกลงและสะสมหลังการระเบิด และผลกระทบในวงกว้างต่อสังคม การแพทย์ สิ่งแวดล้อม และภูมิอากาศ ดังนั้น fallout ในที่นี้จึงกว้างกว่าผลทันทีจากแรงระเบิด โดยหมายถึงผลเสียร้ายแรงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายเรื่องสงครามนิวเคลียร์ ข้อใดตีความ "What would the fallout be?" ได้เหมาะสมที่สุด

  1. ผลเสียที่ตามมา ซึ่งอาจรวมถึงสารกัมมันตรังสีตกค้าง
  2. ผู้คนล้มลงกับพื้นจริง ๆ
  3. เสียงที่เกิดขึ้นในขณะระเบิด
ดูคำตอบ

ผลเสียที่ตามมา ซึ่งอาจรวมถึงสารกัมมันตรังสีตกค้าง

When these bombs are dropped,

4:20

เมื่อระเบิดเหล่านี้ถูกทิ้งลงมา

there would be intense nuclear radiation

4:21

จะเกิดรังสีนิวเคลียร์ที่รุนแรง

and a blinding flash brighter than the sun,

4:23

และแสงวาบที่เจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์

a fierce fireball,

4:25

ลูกไฟที่ดุเดือด

and a massive blast wave that would kill thousands.

4:27

และคลื่นระเบิดขนาดมหึมาที่จะคร่าชีวิตผู้คนหลายพันคน

With so many casualties, ไวยากรณ์

4:29

ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่มากมายขนาดนี้

aid organizations would be overwhelmed and unable to help all of the injured,

4:31

องค์กรบรรเทาทุกข์จะต้องรับมือหนักและไม่สามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้

ไวยากรณ์

ใช้ With so many casualties, เพื่อเกริ่นสาเหตุ

ในที่นี้ With so many casualties นำเสนอสภาพที่มีอยู่แล้วและใช้อธิบายผลในประโยคหลัก กล่าวคือ จำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่สูงมากเป็นสาเหตุให้องค์กรช่วยเหลือรับมือไม่ไหว ในโครงสร้างนี้ With ไม่ได้หมายถึง “ร่วมกับ” รูปแบบ With + นามวลี, + อนุประโยค ใช้วางสถานการณ์หนึ่งเป็นภูมิหลังก่อนกล่าวถึงผลที่ตามมา ส่วน So many เน้นว่าจำนวนนั้นสูงผิดปกติ

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างด้วยวลีสมบูรณ์ที่สร้างจาก With so many และ injured patients: ____, the clinic could not treat everyone.

ดูคำตอบ

With so many injured patients

meaning many would be left to fend for themselves โน้ต

4:35

ซึ่งหมายความว่าหลายคนจะถูกทิ้งให้ดูแลตัวเอง

ลำดับความ

meaning: การนำเสนอผลจากข้อความก่อนหน้า

ในที่นี้ meaning นำอนุประโยคเสริมรูป -ing ที่ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด สามารถขยายเป็น which means that many would be left ... ได้ โครงสร้างนี้นำเสนอสถานการณ์ก่อน แล้วจึงเติมผลที่ตามมา meaning ไม่ได้ขยาย many เพราะ many เป็นประธานของอนุประโยคที่ตามหลัง meaning

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meaning เพื่อนำเสนอผลที่ตามมาจากอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด?

  1. The bridge is closed, meaning drivers must take another route.
  2. The meaning of the sign was unclear.
  3. She was explaining the meaning of the word.
ดูคำตอบ

The bridge is closed, meaning drivers must take another route.

สำนวน

left to fend for themselves: ถูกบังคับให้รับมือโดยไม่มีความช่วยเหลือ

Be left to fend for oneself หมายถึงการไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงต้องเอาตัวรอดหรือจัดการชีวิตด้วยตัวเอง ในประโยคนี้ รูปถูกกระทำ be left to ... ยังสื่อว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เลือกสถานการณ์นี้เอง Fend for oneself มีความหมายกว้างกว่าการป้องกันตัวทางกาย อาจหมายถึงการหาอาหาร ที่พัก เงิน การดูแล หรือวิธีอื่นเพื่อรับมือโดยไม่มีความช่วยเหลือ คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับบุคคลหรือกลุ่ม เช่น myself, yourself, himself, herself, ourselves, yourselves หรือ themselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จัดการชีวิตโดยไม่มีความช่วยเหลือ”: After the support center closed, the residents were left to ____.

ดูคำตอบ

fend for themselves

with severe injuries including burns, broken bones, and deep cuts from flying debris.

4:37

ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสทั้งแผลไหม้ กระดูกหัก และบาดแผลลึกจากเศษซากปรักหักพังที่ปลิวว่อน

And the long-term results would be even more catastrophic.

4:41

และผลลัพธ์ในระยะยาวจะยิ่งเป็นหายนะมากกว่าเดิม

With so many fires burning,

4:44

ด้วยไฟที่ลุกไหม้มากมาย

the skies would be filled with smoke clouds

4:46

ท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยกลุ่มควัน

similar to a large volcanic eruption.

4:48

คล้ายกับการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่

These would block out the sun, กริยาวลี

4:50

ควันเหล่านี้จะบดบังแสงอาทิตย์

กริยาวลี

block out: กั้นไม่ให้แสงผ่าน

ในประโยคนี้ block out หมายถึง “กั้นไม่ให้แสงส่องถึงหรือผ่านเข้ามา” กลุ่มควันจะปกคลุมท้องฟ้าจนมิด ทำให้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ กริยาวลีนี้เน้นว่าการกีดขวางได้ผลหรือสมบูรณ์ กรรมวางหลังวลีได้ (block out the sun) และเมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางระหว่างคำกริยากับ out (block it out)

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ block out ในความหมายว่ากั้นไม่ให้แสงผ่าน?

  1. The shade blocks out the afternoon sun.
  2. The fence blocks off the construction area.
  3. The calendar blocks out two hours for practice.
ดูคำตอบ

The shade blocks out the afternoon sun.

which would cause the atmosphere and Earth to cool,

4:52

ซึ่งจะทำให้ชั้นบรรยากาศและโลกเย็นลง

resulting in what's known as a nuclear winter. โน้ต

4:54

ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าฤดูหนาวนิวเคลียร์

ลำดับความ

resulting in: เชื่อมการกระทำกับผลที่ตามมา

Resulting in ใช้เกริ่นผลที่ตามมาจากกระบวนการซึ่งอธิบายไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ การเย็นตัวลงที่กล่าวมาก่อนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่าฤดูหนาวนิวเคลียร์ อนุประโยค -ing อาศัยอนุประโยคก่อนหน้า ไม่ได้สร้างกริยาหลักตัวใหม่ ในงานเขียนอธิบาย มักวางไว้หลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อเดินข้อมูลจากเหตุไปสู่ผล: เหตุ, resulting in + นามวลี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ resulting in ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเป็นผลที่ตามมา?

  1. A software bug shut down the server, resulting from several missed orders.
  2. A software bug shut down the server, result in several missed orders.
  3. A software bug shut down the server, resulting in several missed orders.
ดูคำตอบ

A software bug shut down the server, resulting in several missed orders.

วลี

what's known as: การแนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับ

ในประโยคนี้ what's known as ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับว่า nuclear winter มีความหมายว่า “สิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า” หรือ “สิ่งที่โดยทั่วไปเป็นที่รู้จักในชื่อนี้” what ในที่นี้เริ่มอนุประโยคที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ไม่ได้ใช้ถามคำถามโดยตรง ส่วนทั้งหมด what's known as a nuclear winter สามารถตามหลังคำบุพบทอย่าง in และทำหน้าที่คล้ายวลีนามได้

แบบฝึกหัด

what's known as ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. ใช้ขอให้ผู้ฟังเดาความหมายของ winter
  2. ใช้แนะนำ nuclear winter ว่าเป็นชื่อที่ยอมรับกันของปรากฏการณ์นี้
  3. ใช้บอกว่าปรากฏการณ์นี้มีชื่อเสียงเพราะเกิดขึ้นทุกฤดูหนาว
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำ nuclear winter ว่าเป็นชื่อที่ยอมรับกันของปรากฏการณ์นี้

วัฒนธรรม

nuclear winter: สถานการณ์สมมุติของการเย็นลงทั่วโลก

คำว่า nuclear winter หรือ “ฤดูหนาวนิวเคลียร์” หมายถึงช่วงเวลาสมมุติที่เกิดความหนาวเย็นรุนแรงและเป็นวงกว้างหลังความขัดแย้งนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ควันและเขม่าจากไฟไหม้อาจลอยขึ้นไปสูงในบรรยากาศ บดบังแสงอาทิตย์ และทำให้อุณหภูมิลดลงเป็นเวลาหลายเดือนหรือนานกว่านั้น winter ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงฤดูปกติหรือความเย็นชั่วครู่ใกล้สถานที่นิวเคลียร์ คำนี้เรียกผลกระทบต่อภูมิอากาศโลกที่อาจเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ nuclear winter มากที่สุด?

  1. อุณหภูมิที่ลดลงไม่กี่วินาทีทันทีหลังการระเบิดนิวเคลียร์
  2. ช่วงเวลาสมมุติที่เกิดความหนาวเย็นเป็นวงกว้าง เมื่อควันและเขม่าจากไฟไหม้นิวเคลียร์ขนาดใหญ่บดบังแสงอาทิตย์
  3. ฤดูหนาวตามปกติในบริเวณรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาสมมุติที่เกิดความหนาวเย็นเป็นวงกว้าง เมื่อควันและเขม่าจากไฟไหม้นิวเคลียร์ขนาดใหญ่บดบังแสงอาทิตย์

The latest climate model suggests

4:56

แบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดชี้ให้เห็นว่า

that the use of a few tens to a hundred of the smaller nuclear weapons ไวยากรณ์

4:58

การใช้อาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กจำนวนไม่กี่สิบถึงร้อยชิ้น

ไวยากรณ์

a few tens to a hundred: ช่วงจำนวนโดยประมาณ

“A few tens” บอกจำนวนโดยประมาณเป็นกลุ่มละสิบ เช่น ยี่สิบ สามสิบ หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่นอนเพียงค่าเดียว รูปแบบ X to Y ใช้บอกช่วง ในที่นี้ค่าประมาณเริ่มจากหลายสิบและไปถึงขอบบนที่ 100 ไม่ได้หมายถึง 10 พอดีหรือ 100 พอดี

แบบฝึกหัด

ในวลี “a few tens to a hundred devices” ผู้พูดหมายถึงจำนวนแบบใด

  1. อย่างน้อย 100
  2. ช่วงโดยประมาณจากหลายสิบถึง 100
  3. 10 พอดี
  4. สิ่งของไม่กี่ชิ้นพอดี
ดูคำตอบ

ช่วงโดยประมาณจากหลายสิบถึง 100

in the India-Pakistan scenario

5:02

ในสถานการณ์จำลองของอินเดีย-ปากีสถาน

would cause severe frosts, drought, and famine,

5:03

จะทำให้เกิดน้ำค้างแข็งรุนแรง ความแห้งแล้ง และความอดอยาก

which would last up to 10 years and stretch across the entire Northern Hemisphere. วลี

5:06

ซึ่งจะกินเวลานานถึง 10 ปีและครอบคลุมทั่วทั้งซีกโลกเหนือ

วลี

last up to 10 years: ระยะเวลาสูงสุด

Last ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในประโยคนี้คำดังกล่าวอธิบายว่าผลกระทบจะดำเนินต่อไปนานเพียงใด Up to 10 years บอกระยะเวลาสูงสุดที่เป็นไปได้ ผลกระทบอาจสิ้นสุดเร็วกว่านั้น วลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะยาวนานครบ 10 ปีพอดี และไม่ได้หมายถึงอย่างน้อย 10 ปี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าระยะเวลาสูงสุดที่เป็นไปได้คือ 10 ปี แต่ก็อาจสั้นกว่านั้นได้

  1. The effects may last up to 10 years.
  2. The effects ended within 10 years.
  3. The effects will last at least 10 years.
  4. The effects will last exactly 10 years.
ดูคำตอบ

The effects may last up to 10 years.

วลี

stretch across the entire Northern Hemisphere: แผ่ขยายไปทั่วซีกโลกเหนือ

ในที่นี้ stretch across หมายถึงทอดยาวหรือแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่กว้าง โดยบอกขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของเหตุการณ์ว่า ผลกระทบจะครอบคลุมซีกโลกเหนือทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการยืดร่างกายหรือวัตถุจริง ๆ ใช้ stretch across + พื้นที่ เพื่อเน้นขอบเขตที่กว้าง เช่น ขอบเขตของพายุ ถนน เทือกเขา หรือผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ stretch across: The mountain range ____ three countries.

ดูคำตอบ

stretches across

In the bigger America-Russia scenario,

5:10

ในสถานการณ์สมมติที่ใหญ่ขึ้นระหว่างอเมริกาและรัสเซีย

there would be a long-lasting cold period with a global reach.

5:13

จะมีช่วงเวลาที่หนาวเย็นยาวนานซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก

It would go on for a decade or more and could be likened to a mini Ice Age. โน้ต

5:16

มันจะดำเนินต่อไปเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษหรือนานกว่านั้น และอาจเปรียบได้กับยุคน้ำแข็งขนาดเล็ก

กริยาวลี

go on for a decade or more: ดำเนินต่อไปหนึ่งทศวรรษหรือนานกว่า

ในที่นี้ go on for หมายถึงดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง A decade or more ระบุระยะเวลา จึงหมายความว่าช่วงอากาศหนาวจะกินเวลาอย่างน้อยสิบปี โครงสร้างคือ เหตุการณ์หรือสภาวะ + go on + for + ระยะเวลา เปลี่ยน go ตามกาลและประธาน เช่น goes on for, went on for หรือ has gone on for สำนวนนี้พบได้ทั่วไปในการสนทนาและงานเขียนทั่วไป และอาจทำให้ระยะเวลาที่ยาวนานดูเด่นชัดเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go on for: The meeting ____ three hours, much longer than planned.

ดูคำตอบ

went on for

การใช้คำ

be likened to: การเปรียบเทียบแบบเป็นทางการ

be likened to เป็นรูปถูกกระทำของ liken A to B ประธานคือสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ ส่วนวลีคำนามหลัง to คือสิ่งที่ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ เช่น something could be likened to a mini Ice Age. ในที่นี้ could be likened to หมายถึงสิ่งหนึ่งสามารถนำไปเปรียบกับอีกสิ่งหนึ่งได้อย่างสมเหตุสมผล เป็นการใช้อุปมาเพื่อช่วยอธิบายเหตุการณ์ ไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนั้นเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนเพื่อทำให้การเปรียบเทียบแบบถูกกระทำที่เป็นทางการสมบูรณ์: The spread of the rumor could ____ a wildfire.

ดูคำตอบ

be likened to

Talk of a third World War has been going on for years. ไวยากรณ์

5:20

การพูดถึงสงครามโลกครั้งที่สามมีมานานหลายปีแล้ว

ไวยากรณ์

Talk of ... has been going on for years: การพูดคุยที่ต่อเนื่องมาหลายปี

ใน Talk of ... คำว่า talk เป็นคำนามนับไม่ได้ หมายถึงการพูดคุยหรือการคาดเดาเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ในที่นี้หมายถึงการพูดคุยในสังคมเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สาม ไม่ใช่บทสนทนาครั้งเดียวและไม่ใช่ตัวสงครามเอง has been going on เป็น present perfect continuous แสดงว่าการพูดคุยเริ่มขึ้นในอดีตและยังคงดำเนินต่อหรือเกิดขึ้นซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน ส่วน for years บอกระยะเวลา

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ Talk of a third World War has been going on for years? ได้ตรงที่สุด

  1. ผู้คนพูดคุยหรือคาดเดาเรื่องสงครามโลกครั้งที่สามมาเป็นเวลานาน และการพูดคุยนั้นยังดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำอยู่
  2. การพูดคุยเกิดขึ้นเฉพาะในอดีตและตอนนี้จบลงแล้ว
  3. สงครามโลกครั้งที่สามเริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อนและยังดำเนินอยู่
  4. บทสนทนาเรื่องสงครามโลกครั้งที่สามเพียงครั้งเดียวดำเนินต่อโดยไม่หยุดมาหลายปี
ดูคำตอบ

ผู้คนพูดคุยหรือคาดเดาเรื่องสงครามโลกครั้งที่สามมาเป็นเวลานาน และการพูดคุยนั้นยังดำเนินต่อหรือเกิดซ้ำอยู่

Much of the fear driven by the Cold War tensions between Russia and America,

5:23

ความหวาดกลัวส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยความตึงเครียดจากสงครามเย็นระหว่างรัสเซียและอเมริกา

which lasted from 1947 to 1991.

5:27

ซึ่งกินเวลาตั้งแต่ปี 1947 ถึง 1991

These days, there are still concerns that these two nations could come to blows, สำนวน

5:30

ในปัจจุบันนี้ ยังคงมีความกังวลว่าทั้งสองประเทศอาจจะเข้าปะทะกัน

สำนวน

come to blows: รุนแรงขึ้นจนเป็นความขัดแย้งอย่างเปิดเผย

ในประโยคนี้ come to blows หมายถึงสองประเทศอาจเปลี่ยนจากภาวะตึงเครียดไปสู่ความขัดแย้งอย่างเปิดเผย เมื่อใช้กับประเทศ สำนวนนี้มักเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยอาจหมายถึงความขัดแย้งทางทหารหรือการเผชิญหน้าโดยตรงแบบอื่น ไม่ได้หมายถึงการชกต่อยกันจริง ๆ รูปแบบที่ใช้คือ come to blows (with someone/over something) สำนวนนี้แสดงว่าความขัดแย้งรุนแรงขึ้นจากการเห็นต่างไปสู่การปะทะกันจริง

แบบฝึกหัด

come to blows ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ประเทศทั้งสองจะใช้หมัดชกกันจริง ๆ
  2. ความตึงเครียดอาจรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความขัดแย้งอย่างเปิดเผย
  3. ทั้งสองฝ่ายอาจเพียงแค่มีความคิดเห็นต่างกัน
ดูคำตอบ

ความตึงเครียดอาจรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความขัดแย้งอย่างเปิดเผย

but the rise in power of China and also the nuclear development program in North Korea วลี

5:33

แต่การเรืองอำนาจของจีนและโครงการพัฒนานิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ

วลี

rise in power: ความแข็งแกร่งและอิทธิพลที่เพิ่มขึ้น

ในที่นี้ rise เป็นคำนาม A rise in power หมายถึงความแข็งแกร่ง อิทธิพล หรือความสามารถของประเทศในการกำหนดทิศทางของเหตุการณ์ที่เพิ่มขึ้น วลีนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของดุลอำนาจ ไม่ใช่เพียงการเลื่อนตำแหน่งงาน โครงสร้างคือ a/the rise in + คำนาม เช่น a rise in power หรือ a rise in influence ในคำบรรยาย of China ระบุว่าอำนาจของฝ่ายใดกำลังเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่มีความหมายว่าอิทธิพลหรือความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น: Over the next decade, the group's ____ changed the region's politics.

ดูคำตอบ

rise in power

has meant new danger areas are present.

5:38

หมายความว่ามีพื้นที่อันตรายใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้ว