วิทยาศาสตร์ของการเสพติดสื่อลามกอนาจาร (SFW): บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายนี้เชื่อมโยงการสัมผัสสื่อลามกซ้ำ ๆ กับวงจรโดปามีนที่แข็งแรงขึ้น ความทนต่อสิ่งกระตุ้นที่สูงขึ้น และความต้องการที่เปลี่ยนไป แต่ยังชี้ว่าความยืดหยุ่นของสมองช่วยเปลี่ยนนิสัยได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. while it may seem to ... the truth is: วาทกรรมและวาทศิลป์ ยอมรับภาพที่เห็นในตอนแรกแล้วเปลี่ยนไปสู่ข้ออ้างที่มีหลักฐาน เพื่อเข้าใจหรือสร้างเหตุผลที่ยอมรับบางส่วนก่อนแก้ความเข้าใจ 2. whether it be: ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค รู้จักวิธีทางการที่เสนอ X หรือ Y พร้อมสื่อว่าข้อสรุปเดียวกันใช้ได้กับทั้งสองกรณี 3. use-it-or-lose-it system: สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่าการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่ใช้บ่อยจะแข็งแรงขึ้น ส่วนที่ถูกละเลยจะอ่อนลง ซึ่งรองรับข้อสรุปว่านิสัยเปลี่ยนได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
vary from person to person: แตกต่างกันไปในแต่ละคน
ในที่นี้ vary from person to person หมายถึง “แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล” การกล่าว person ซ้ำเน้นการเปรียบเทียบระหว่างบุคคล สำนวนนี้อธิบายความแตกต่างในหมู่คน ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เคลื่อนย้ายหรือแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X varies from person to person หรือ X can vary from person to person โดย X คือความชอบ ปฏิกิริยา ลักษณะ หรือความต้องการที่แตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายความว่าคนแต่ละคนอาจมีปฏิกิริยาแตกต่างกัน: The effects of caffeine can ____.
ดูคำตอบ
vary from person to person
one has to wonder how exactly this may affect our desires and perception of sexuality. ลำดับความ
0:05เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งนี้จะส่งผลต่อความปรารถนาและมุมมองเรื่องเพศของเราอย่างไรกันแน่
as some call it: อย่างที่บางคนเรียกกัน
As some call it เป็นวลีแทรกเพื่อบอกว่าเป็นถ้อยคำของผู้อื่น ในที่นี้ call หมายถึง “ตั้งชื่อหรืออธิบายว่าเป็น” และ it ย้อนกลับไปยังป้ายคำว่า pornography epidemic การระบุว่าคนบางกลุ่มเป็นผู้ใช้ป้ายคำนี้ทำให้ผู้พูดรายงานถ้อยคำนั้นโดยไม่ได้รับรองอย่างเต็มที่ วลีนี้อาจแสดงระยะห่างเล็กน้อยเพราะป้ายคำดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงหรือมีการประเมินค่า แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้พูดปฏิเสธป้ายคำนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแทรกที่ระบุว่าป้ายคำในเครื่องหมายคำพูดเป็นคำของผู้อื่น: The company has entered a 'meeting recession,' ____, although managers dispute that description.
ดูคำตอบ
as some call it
ใช้ one has to wonder เพื่อเปิดคำถามอย่างระมัดระวัง
one has to wonder หมายความว่าสถานการณ์นั้นทำให้เกิดคำถามขึ้นโดยธรรมชาติ ในที่นี้ has to เพิ่มความรู้สึกถึงความจำเป็นเชิงเหตุผล กล่าวคือ เมื่อพิจารณาข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่ตั้งคำถามนี้ ไม่ได้หมายถึงกฎหรือหน้าที่ที่ถูกบังคับจากภายนอก วลีนี้ช่วยจัดลำดับการให้เหตุผลโดยเปลี่ยนจากข้อมูลเบื้องหลังไปสู่คำถามหลัก อนุประโยค how exactly ที่ตามมาระบุว่าสิ่งใดต้องได้รับการพิจารณาอย่างเจาะจง การใช้ one แทน I ทำให้คำถามฟังดูเป็นเรื่องทั่วไปและเว้นระยะมากกว่า ไม่ใช่เพียงความสงสัยส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่ใช้เปิดคำถามอย่างระมัดระวังและไม่เน้นตัวบุคคล: After three unexplained delays, ____ whether the launch date is realistic.
ดูคำตอบ
one has to wonder
Pornography constitutes about 25% of all search engine requests การใช้คำ
0:12สื่อลามกคิดเป็นประมาณ 25% ของคำค้นหาทั้งหมดบนเสิร์ชเอนจิน
ใช้ constitutes about 25% of... เพื่ออธิบายสัดส่วน
ในประโยคสถิตินี้ constitutes หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “คิดเป็น” ประธาน pornography คือส่วนหนึ่ง ส่วน about 25% of all search engine requests ระบุสัดส่วนโดยประมาณของส่วนนั้นเมื่อเทียบกับทั้งหมด โครงสร้างคือ part + constitutes + percentage/share + of + whole คำว่า about บอกว่า 25% เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน constitutes มีความเป็นทางการและพบได้บ่อยในรายงาน บทสรุปงานวิจัย และการอธิบายข้อมูล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคข้อมูลแบบเป็นทางการด้วยคำกริยาจากบทเรียนที่หมายถึง “ประกอบเป็นสัดส่วนนี้ของทั้งหมด”: Renewable energy ____ about 30% of the country's electricity supply.
ดูคำตอบ
constitutes
and is the fourth most common reason people give for going on the internet.
0:16และเป็นเหตุผลที่พบบ่อยเป็นอันดับสี่ที่ผู้คนใช้อธิบายว่าทำไมจึงเข้าอินเทอร์เน็ต
the truth is pornography has dynamically changed over time,
0:25แต่ความจริงคือสื่อลามกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องตามกาลเวลา
ultimately molding our tastes and desires. สำนวน
0:29จนท้ายที่สุดได้หล่อหลอมรสนิยมและความปรารถนาของเรา
while it may seem to ... the truth is: ยอมรับก่อนแล้วจึงแก้ไข
ในประโยคนี้ while it may seem to ใช้เปิดคำอธิบายที่ตอนแรกดูสมเหตุสมผล while ตรงนี้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนจะหักมุม เทียบได้กับ although ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” จากนั้น the truth is ใช้ชี้ข้ออ้างหลักของผู้พูด ซึ่งเข้ามาแทนหรือแก้ไขความประทับใจแรก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ While X may seem to..., the truth is Y โดยยอมรับมุมมองที่เห็นภายนอกก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปสู่ข้อที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้องกว่า
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างการยอมรับก่อนแก้ไขด้วยวลีเดิมจากบทเรียน: ____ be a minor delay, ____ it will affect the whole schedule.
ดูคำตอบ
While it may seem to · the truth is
molding our tastes and desires: อุปมาเรื่องอิทธิพลที่ค่อย ๆ หล่อหลอม
molding ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ tastes and desires ถูกมองเหมือนเป็นวัสดุที่สามารถขึ้นรูปได้ กล่าวคือ อิทธิพลหนึ่งค่อย ๆ พัฒนาไปตามเวลาและช่วยกำหนดว่าผู้คนจะชอบและต้องการอะไร อนุประโยค -ing แสดงผลจากการที่สื่อลามกเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา โดยบรรยายอิทธิพลที่ดำเนินต่อเนื่องและมีส่วนสร้างรูปแบบ ไม่ใช่การใช้แม่พิมพ์จริงหรือการบังคับให้เปลี่ยนเพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Social media trends may be molding our tastes and desires,” molding our tastes and desires หมายถึงอะไร
- ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อสิ่งที่ผู้คนชอบและต้องการ
- นำความชอบใส่ลงในแม่พิมพ์จริง
- แจกแจงความชอบโดยไม่ส่งผลต่อความชอบนั้น
ดูคำตอบ
ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อสิ่งที่ผู้คนชอบและต้องการ
has profound consequences for: ก่อให้เกิดผลกระทบที่ลึกซึ้งและกว้างไกล
Has profound consequences for หมายถึง “ก่อให้เกิดผลกระทบที่ลึกซึ้งและสำคัญต่อ……” คำว่า profound เพิ่มน้ำหนักให้ consequences โดยเน้นว่าผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยหรือชั่วคราว ในที่นี้ใช้ has เพราะประธาน pornography เป็นเอกพจน์ คำนาม consequences ไม่ได้มีความหมายเชิงลบเสมอไป แต่บริบทที่เป็นการเตือนในประโยคนี้ทำให้ผลดังกล่าวมีนัยว่าเป็นอันตราย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำทางการสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่อให้เกิดผลกระทบที่ลึกซึ้งและสำคัญต่อ……”:This policy ____ rural communities.
ดูคำตอบ
has profound consequences for
acts in many ways like: การเปรียบเทียบอย่างมีขอบเขต
Acts in many ways like ใช้เสนอการเปรียบเทียบที่มีขอบเขต โดยบอกว่าประธานมีพฤติกรรมหรือก่อให้เกิดผลคล้ายยาเสพติดในหลายด้าน วลี in many ways จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าสื่อลามกเป็นยาเสพติดอย่างแท้จริงหรือเหมือนยาเสพติดทุกประการ ในฐานะกรอบจัดระเบียบข้อมูล สำนวนนี้เสนอการเปรียบเทียบก่อน แล้วเปิดให้หลักฐานที่ตามมาระบุว่าคล้ายกันในด้านใด วิธีนี้ทำให้ผู้พูดเปรียบเทียบได้อย่างหนักแน่นพร้อมกับรักษาขอบเขตที่ชัดเจนไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบอย่างมีขอบเขตโดยไม่ได้กล่าวว่าสองสิ่งเหมือนกันทุกประการ
- The recommendation system acts in many ways like a personal shopper.
- The recommendation system is a personal shopper.
- The recommendation system works in exactly the same way as every personal shopper.
ดูคำตอบ
The recommendation system acts in many ways like a personal shopper.
your tolerance is increased and many often find themselves addicted. ไวยากรณ์
0:39ความทนต่อสิ่งเร้าจะเพิ่มขึ้น และหลายคนก็พบว่าตัวเองเสพติด
find themselves addicted: find oneself + ส่วนเติมเต็ม
ในประโยคนี้ find themselves addicted หมายถึง พวกเขามารู้ตัวในภายหลังว่าตนเองเสพติดอยู่ find ไม่ได้หมายถึง “ค้นหา” สรรพนามสะท้อน themselves อ้างกลับไปที่ many ซึ่งหมายถึงคนจำนวนมาก และ addicted เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกสภาพของพวกเขา รูปแบบ find oneself + ส่วนเติมเต็ม ใช้เสนอว่าสิ่งหนึ่งเป็นสภาพหรือสถานการณ์ที่บุคคลมารู้ตัวว่าตนเองกำลังเผชิญอยู่ โดยมักเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด จุดสำคัญคือการตระหนักถึงสภาพของตนเองในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself + addicted: After months of betting online, Omar ____ to gambling.
ดูคำตอบ
found himself addicted
it leads to the same general loss of control, วลี
0:44แต่มันก็นำไปสู่การสูญเสียการควบคุมในลักษณะเดียวกัน
loss of control: นามวลี
Loss of control เป็นนามวลีแบบตายตัวที่หมายถึงการไม่สามารถกำกับหรือควบคุมพฤติกรรม อารมณ์ การเคลื่อนไหว หรือระบบได้ ในที่นี้หมายถึงการที่บุคคลไม่สามารถเลือกหยุดหรือจัดการพฤติกรรมที่ทำให้เสพติดได้อีกต่อไป คำหลักคือ loss ส่วน of control ระบุว่าสิ่งที่สูญเสียไปคืออะไร เนื่องจากทั้งวลีเป็นนามวลี จึงวางหลังคำกำหนดหรือคำคุณศัพท์ได้ เช่น a loss of control หรือ sudden loss of control
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยนามวลีเป้าหมาย: The driver recovered quickly after a brief ____.
ดูคำตอบ
loss of control
the compulsiveness to seek out the activity despite negative consequences, กริยาวลี
0:46เกิดความหมกมุ่นจนต้องแสวงหากิจกรรมนั้น แม้จะมีผลเสียตามมา
seek out: พยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหาหรือแสวงหา
seek out หมายถึงการพยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหาบุคคลหรือสิ่งของ หรือเพื่อให้ได้โอกาสหรือประสบการณ์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าผู้พูดยังคงแสวงหากิจกรรมนั้นอย่างแข็งขันแม้จะมีผลเสียตามมา ส่วน out ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอกจริง ๆ กรรมเป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีทั้งหมด: seek out the activity รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ seek out + บุคคล ข้อมูล โอกาส หรือประสบการณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหา”: If the problem continues, you should ____ a qualified specialist.
ดูคำตอบ
seek out
much like that of ...: ทำให้การเปรียบเทียบเอกพจน์ขนานกัน
much like หมายถึง “คล้ายกับอย่างมาก” ใน much like that of gambling or running คำว่า that ทำหน้าที่แทนคำนาม โดยแทนคำนามเอกพจน์ withdrawal ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน of gambling or running ระบุแหล่งของการเปรียบเทียบ การใช้ that of ทำให้สิ่งที่เปรียบเทียบกันมีรูปแบบขนานกัน กล่าวคือ เปรียบเทียบอาการถอนกับอาการถอนที่เกี่ยวข้องกับการพนันหรือการวิ่ง ไม่ได้เปรียบเทียบอาการถอนกับกิจกรรมเหล่านั้นโดยตรง หากคำนามที่ละไว้เป็นพหูพจน์ ปกติจะใช้ those of
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบด้วยวลีแทนคำนามที่ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าว response ซ้ำ: The response from the first group was much like ____ the second group.
ดูคำตอบ
that of
การเพิ่มระดับด้วย long-term or even lifelong
ใน long-term or even lifelong คำว่า or นำเสนอระยะเวลาที่เป็นไปได้สองแบบ แต่ even ทำให้แบบที่สองเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรง ไม่ใช่ตัวเลือกที่เท่าเทียมกัน long-term เป็นจุดตั้งต้นที่ร้ายแรงอยู่แล้ว ส่วน lifelong ถูกนำเสนอว่าเป็นความเป็นไปได้ที่รุนแรงกว่า รูปแบบ A or even B จัดข้อมูลจากข้อกล่าวอ้างที่อ่อนกว่าหรือมีขอบเขตแคบกว่า ไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่แรงกว่าหรือน่าประหลาดใจกว่า คำบอกระยะเวลาทั้งสองขยายคำนามหลัก neuroplastic change
แบบฝึกหัด
long-term or even lifelong ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ข้อความนี้เพิ่มจากระยะเวลาที่ร้ายแรงอยู่แล้วไปสู่ระยะเวลาที่อาจรุนแรงยิ่งกว่า
- ข้อความนี้แก้คำว่า long-term และบอกว่ามีเพียง lifelong เท่านั้นที่เป็นไปได้
- ข้อความนี้เสนอระยะเวลาสองแบบที่เท่าเทียมกันโดยไม่มีความแตกต่างด้านการเน้น
ดูคำตอบ
ข้อความนี้เพิ่มจากระยะเวลาที่ร้ายแรงอยู่แล้วไปสู่ระยะเวลาที่อาจรุนแรงยิ่งกว่า
Dopamine is released as a reward whenever we accomplish something,
1:00โดพามีนจะหลั่งออกมาเป็นรางวัลทุกครั้งที่เราทำบางสิ่งสำเร็จ
โครงสร้างทางการ whether it be ... or ...
whether it be ใช้นำเสนอตัวอย่างที่อยู่ภายใต้ข้อความทั่วไปเดียวกัน กล่าวคือ โดพามีนจะถูกหลั่งออกมาไม่ว่าสิ่งที่ทำสำเร็จนั้นจะเป็นการกินเพื่อดำรงชีวิตหรือกิจกรรมทางเพศ ตัวอย่างแตกต่างกัน แต่ใจความหลักเป็นจริงสำหรับทั้งสองกรณี be เป็นรูปพื้นฐานของ subjunctive ไม่ใช่ความผิดพลาดด้านกาล ในรูปแบบทางการนี้ be จะไม่เปลี่ยนรูป หากใช้ is จะกลายเป็นรูปบอกเล่าที่เป็นกลางกว่า คือ whether it is A or B โครงสร้างนี้แสดงว่าผลลัพธ์หลักไม่เปลี่ยน ไม่ว่ากรณีจะเป็น A หรือ B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ whether + it + รูป subjunctive ของ be: The rule applies in every case, ____ a minor delay or a complete cancellation.
ดูคำตอบ
whether it be
And this dopamine consolidates neural connections
1:08และโดพามีนนี้จะทำให้การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทมั่นคงขึ้น
in order to drive us to perform the same activity in the future. วลี
1:11เพื่อผลักดันให้เราทำกิจกรรมเดิมอีกในอนาคต
drive us to perform: กระตุ้นให้ใครบางคนลงมือทำ
ในที่นี้ drive us to perform หมายถึง “ทำให้หรือกระตุ้นเราอย่างมากให้ลงมือทำ” โดพามีนถูกนำเสนอว่าเป็นกลไกที่ผลักดันพฤติกรรม โดย drive ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะ โครงสร้างคือ drive + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน เหมาะสำหรับคำอธิบายเชิงเหตุและผลเกี่ยวกับแรงจูงใจ แรงกดดัน ความต้องการ หรือกลไกทางชีววิทยาและสังคม ระดับความเข้มขึ้นอยู่กับบริบท โดยประโยคนี้กล่าวถึงกลไก ไม่ใช่การบังคับตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเหตุและการกระทำที่เน้นไว้: The fear of missing the deadline may ____ work through the weekend.
ดูคำตอบ
drive the team to
In other words: ส่งสัญญาณการกล่าวใหม่
In other words เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่บอกผู้ฟังว่าอนุประโยคถัดไปจะกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนหรือง่ายขึ้น ในที่นี้ใช้กล่าวคำอธิบายเรื่องโดพามีนเสริมการเชื่อมต่อทางประสาทใหม่ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเซลล์สมองเพื่อกระตุ้นการกระทำ หน้าที่ของมันคือจัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่เพิ่มสาเหตุ ตัวอย่าง หรือข้อสรุปอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อได้ยินคำนี้ ให้เชื่อมสิ่งที่ตามมากับข้อกล่าวอ้างหลักเดียวกับสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยเครื่องหมายการกล่าวใหม่ที่เน้นไว้: The policy lets employees choose when to begin. ____, it allows flexible start times.
ดูคำตอบ
In other words
rewires your brain ในฐานะอุปมาเรื่องการเปลี่ยนแปลง
ใน rewires your brain คำว่า rewire ใช้ในเชิงอุปมา โดยมองสมองเป็นระบบที่สามารถจัดการเชื่อมต่อใหม่ได้ ในที่นี้หมายถึงกลไกการเสริมแรงที่อาศัยโดพามีนค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบการเชื่อมต่อหรือการตอบสนองของระบบประสาทที่ก่อตัวไว้ ไม่ได้หมายถึงการติดตั้งสายไฟจริงในสมอง อุปมานี้นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ โดย rewire สามารถสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของรูปแบบความคิด นิสัย หรือระบบที่มีอยู่เดิม
แบบฝึกหัด
rewires your brain ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- กลไกนี้ติดตั้งสายไฟจริงไว้ในสมอง
- กลไกนี้เปลี่ยนสมองเป็นสมองอีกอันทันที
- กลไกนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบที่ก่อตัวไว้แล้วในสมอง
ดูคำตอบ
กลไกนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบที่ก่อตัวไว้แล้วในสมอง
measure X by doing Y: ใช้ by เพื่อระบุวิธีการ
ในโครงสร้าง measure X by doing Y ส่วน X ระบุสิ่งที่ถูกประเมิน และ by + รูป -ing ระบุวิธีการ ในประโยคนี้ drug addictiveness คือ X และ testing rats คือวิธีการ by ในโครงสร้างนี้หมายถึง “โดย” หรือ “ด้วยวิธี” ไม่ได้หมายถึง “ข้าง ๆ” และคำกริยาหลัง by ต้องอยู่ในรูป -ing จึงใช้ by testing ไม่ใช่ by test หรือ by to test
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้แนะนำวิธีการให้ประโยคสมบูรณ์: We measured customer satisfaction ____ asking three short questions.
ดูคำตอบ
by
It turns out that: ใช้นำผลที่เพิ่งค้นพบ
It turns out that ใช้นำอนุประโยคที่บอกผลซึ่งทราบจากการสังเกต การตรวจสอบ หรือประสบการณ์ในภายหลัง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดความสัมพันธ์ระหว่างระดับการเสพติดกับการหลั่งโดพามีนให้เป็นผลการทดลอง และอาจสื่อด้วยว่าผลนี้ไม่ได้ชัดเจนมาก่อน it เป็นประธานที่ทำหน้าที่เติมตำแหน่ง ส่วนข้อมูลจริงอยู่ในอนุประโยค that คำว่า turn out ในที่นี้ไม่ใช่การหมุนหรือเคลื่อนสิ่งใดจริง ๆ แต่โครงสร้างทั้งหมดหมายถึงหลักฐานหรือเหตุการณ์ได้เผยให้เห็นว่าบางสิ่งเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่ใช้เสนอผลซึ่งค้นพบจากหลักฐาน: After reviewing the records, ____ the error affected only one account.
ดูคำตอบ
it turns out that
And while there is unfortunately no rat porn that we can give to them,
1:35แม้น่าเสียดายที่เราไม่มีสื่อลามกสำหรับหนูให้พวกมันดู
we do know that dopamine is also released during sexual excitement, ไวยากรณ์
1:39แต่เรารู้ว่าโดพามีนก็หลั่งออกมาระหว่างที่เกิดความตื่นตัวทางเพศเช่นกัน
we do know that: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
do ใน we do know that เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า ไม่ได้เพิ่มการกระทำอีกอย่าง แต่ทำให้ know มีน้ำหนักมากขึ้น โดยมีความหมายประมาณว่าเรารู้เรื่องนั้นจริง ๆ หรือรู้อย่างแน่นอน การเน้นนี้สำคัญเพราะอนุประโยค while ก่อนหน้าได้ยอมรับข้อจำกัดของการวิจัย ผู้พูดกำลังเปรียบสิ่งที่ไม่สามารถทดสอบโดยตรงกับข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างที่ยังกล่าวได้อย่างมั่นใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ know เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงแม้จะมีความไม่แน่นอน: We cannot explain every detail, but we ____ the treatment is safe.
ดูคำตอบ
do know
play right into: สอดคล้องและเสริมสถานการณ์ที่มีอยู่
ในประโยคนี้ play right into หมายถึง “สอดคล้องอย่างพอดีกับกลไกที่มีอยู่ แล้วเสริมหรือใช้ประโยชน์จากกลไกนั้น” สื่อลามกสอดคล้องกับการตอบสนองของโดพามีนที่เกี่ยวข้องกับความตื่นตัวทางเพศ ส่วน right เน้นวลีนี้ให้มีความหมายว่า “พอดี” หรือ “โดยตรง” กรรมของ into คือ which ซึ่งอ้างถึงสถานการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือการหลั่งโดพามีนระหว่างความตื่นตัวทางเพศ เนื่องจากย้ายสรรพนามเชื่อมความไปไว้หน้าประโยคย่อย จึงวาง into ไว้ท้ายได้: which pornography plays right into รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + play(s) right into + สถานการณ์ แนวโน้ม ความกลัว ความคาดหวัง หรือแผน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ play right into: “The false headline ____ the group's strategy of spreading fear.”
ดูคำตอบ
plays right into
The more time you spend doing it, the more dopamine gets released, ไวยากรณ์
1:44ยิ่งคุณใช้เวลาทำสิ่งนี้มากเท่าไร โดพามีนก็ยิ่งหลั่งมากขึ้นเท่านั้น
The more ..., the more ... สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน
The more ..., the more ... เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน หมายความว่าเมื่อปริมาณหรือระดับในอนุประโยคแรกเพิ่มขึ้น ปริมาณหรือระดับในอนุประโยคที่สองก็เพิ่มขึ้นด้วย ในที่นี้ การใช้เวลากับกิจกรรมนานขึ้นสัมพันธ์กับการหลั่งโดพามีนในปริมาณที่มากขึ้น the แต่ละคำเป็นตัวบ่งชี้เชิงกริยาวิเศษณ์ตายตัวของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะ กรอบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the + อนุประโยคเปรียบเทียบ, the + อนุประโยคเปรียบเทียบ โดยอาจใช้ more หรือ less กับคำนามหรือคำคุณศัพท์ หรือใช้รูปอย่าง better, harder และ fewer โครงสร้างนี้นำเสนอความสัมพันธ์เชิงสัดส่วน แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผลทางวิทยาศาสตร์ด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมส่วนเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กันทั้งสองส่วนให้สมบูรณ์: “____ you practice speaking, ____ confident you become.”
ดูคำตอบ
The more · the more
not only desire it ... but require it: การไล่ระดับด้วยโครงสร้างขนาน
โครงสร้างคู่ not only X but Y เชื่อมองค์ประกอบสองส่วนที่ขนานกัน ในประโยคนี้ X คือ desire it และ Y คือ require it โดยทั้งสองเป็นวลีกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง makes you ส่วนที่สองเพิ่มระดับจากการอยากได้เป็นการจำเป็นต้องมี ดังนั้น but จึงแสดงการเน้นและการไล่ระดับ ไม่ใช่ความขัดแย้งทั่วไป วลีที่แทรกอยู่ เช่น in the future อาจเป็นส่วนหนึ่งของประโยคโดยไม่ใช่แกนของโครงสร้างคู่นี้ เมื่อนำรูปแบบไปใช้ในบริบทอื่น ให้ X และ Y มีรูปไวยากรณ์ขนานกัน: not only + วลีกริยา, but + วลีกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not only ... but เพื่อให้วลีกริยาสองส่วนขนานกัน: The safety system will ____ warn the operator ____ shut the machine down automatically.
ดูคำตอบ
not only · but
And as you begin to imagine these images away from the computer
1:53และเมื่อคุณเริ่มจินตนาการถึงภาพเหล่านี้ตอนที่ไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์
or while having sex, they become reinforced.
1:55หรือระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ภาพเหล่านี้ก็จะยิ่งฝังแน่น
each orgasm releases even more dopamine,
1:59การถึงจุดสุดยอดแต่ละครั้งจะยิ่งทำให้หลั่งโดพามีนมากขึ้น
which consolidates the connections made during the session.
2:02ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นมั่นคงยิ่งขึ้น
It's a feedback loop that becomes harder to escape. การใช้คำ
2:05มันเป็นวงจรป้อนกลับที่หลุดพ้นได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
a feedback loop: ผลลัพธ์ที่ย้อนกลับไปเสริมกระบวนการ
ในบริบทของระบบ a feedback loop คือกระบวนการที่ผลลัพธ์ย้อนกลับเข้าสู่ระบบและส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในที่นี้พฤติกรรมสร้างสัญญาณรางวัล สัญญาณนั้นตอกย้ำพฤติกรรม และพฤติกรรมที่ถูกตอกย้ำก็มีแนวโน้มเกิดซ้ำมากขึ้น ดังนั้น feedback จึงไม่ได้หมายถึงเพียงความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากบุคคลอื่น วลีนี้เรียกกลไกที่เสริมแรงตัวเอง ซึ่งอาจให้ผลดี ผลเสีย หรือเป็นกลางก็ได้ แม้ว่าในประโยคนี้จะกล่าวถึงวงจรที่ยิ่งหลุดออกมาได้ยากขึ้นก็ตาม
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ a feedback loop ในบริบทของระบบมากที่สุด
- กระบวนการเกิดซ้ำตามกำหนด แต่แต่ละรอบไม่ได้รับผลจากรอบก่อนหน้า
- ผลลัพธ์ย้อนกลับไปมีอิทธิพลต่อขั้นถัดไปของกระบวนการเดียวกัน
- มีคนให้คำแนะนำส่วนตัวหลังจากกระบวนการสิ้นสุดลง
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ย้อนกลับไปมีอิทธิพลต่อขั้นถัดไปของกระบวนการเดียวกัน
your tolerance for visual stimulation has now compounded,
2:09ตอนนี้ความทนต่อสิ่งเร้าทางสายตาของคุณได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
making it more difficult to be turned on by reality. กริยาวลี
2:13ทำให้รู้สึกตื่นตัวทางเพศกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ยากขึ้น
turned on by: ถูกกระตุ้นทางเพศโดยบางสิ่ง
ในที่นี้ be turned on by หมายถึงเกิดความตื่นตัวทางเพศเพราะใครบางคนหรือบางสิ่ง รูป passive ทำให้ผู้ที่เกิดความรู้สึกเป็นประธาน ส่วน by บอกแหล่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น นี่เป็นความหมายเชิงสำนวนของ turn on ในบริบทผู้ใหญ่ ไม่ใช่การเปิดอุปกรณ์ตามความหมายตรงตัว ในประโยคนี้ reality ถูกนำเสนอว่าอาจไม่สามารถกระตุ้นความตื่นตัวทางเพศได้เพียงพออีกต่อไป
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ turned on by: ในการสนทนาส่วนตัวกับคู่รักที่เป็นผู้ใหญ่ Alex พูดว่า “I'm turned on by confidence.”
- ไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่เหมาะสมในบริบทนี้
- เป็นธรรมชาติและเหมาะสมในบริบทนี้
ดูคำตอบ
เป็นธรรมชาติและเหมาะสมในบริบทนี้
Pornography addiction can often lead to finding your mate less attractive.
2:16การเสพติดสื่อลามกมักทำให้คุณรู้สึกว่าคู่ของตัวเองน่าดึงดูดน้อยลง
doesn't have to be permanent: ไม่จำเป็นต้องถาวร
Doesn't have to be permanent หมายความว่า การคงอยู่อย่างถาวรไม่ใช่สิ่งจำเป็นหรือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบอาจดำเนินต่อไป แต่ก็อาจเกิดผลลัพธ์อื่นได้ ประโยคนี้ไม่ได้รับประกันว่าผลกระทบนั้นจะจบลงแน่นอน โครงสร้าง doesn't have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ตัดความหมายเรื่องความจำเป็น ในที่นี้คำกริยารูปพื้นฐานคือ be และตามด้วยคำคุณศัพท์ permanent
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าร่างแรกไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ?
- The first draft doesn't have to be perfect.
- The first draft mustn't be perfect.
- The first draft won't be perfect.
ดูคำตอบ
The first draft doesn't have to be perfect.
when people understand the mechanism and realize it's affecting their relationships,
2:23เมื่อผู้คนเข้าใจกลไกและตระหนักว่ามันกำลังส่งผลต่อความสัมพันธ์ของตน
because the neural connections you stimulate grow stronger
2:31เพราะการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่คุณกระตุ้นจะแข็งแรงขึ้น
use-it-or-lose-it system: การคงไว้ด้วยการใช้งาน
ในประโยคนี้ use-it-or-lose-it system หมายถึงระบบที่การกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอช่วยคงไว้หรือเสริมความแข็งแรงให้บางสิ่ง ส่วนการละเลยทำให้สิ่งนั้นอ่อนแอลงได้ สำนวนนี้สรุปคำอธิบายเชิงเหตุและผลที่ตามมา กล่าวคือ การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่ถูกกระตุ้นจะแข็งแรงขึ้น ส่วนที่ถูกละเลยจะอ่อนแอลง lose it ในที่นี้หมายถึงการสูญเสียความสามารถหรือการเชื่อมต่อที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้หมายถึงการควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ รูปแบบนี้สามารถนำไปใช้กับทักษะ ความจำ สมรรถภาพทางกาย และนิสัยได้ เมื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องถูกมองว่าจำเป็นต่อการรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนมาตรฐานที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายความว่าต้องใช้งานอย่างสม่ำเสมอจึงจะรักษาไว้ได้: Memory can behave like a ____: neglected pathways may weaken.
ดูคำตอบ
use-it-or-lose-it system
itch for activity: ความปรารถนาอย่างแรงกล้าในเชิงเปรียบเทียบ
ใน itch for activity คำว่า itch ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้กล้ามเนื้อดูเสมือนมีความกระวนกระวายและความต้องการเร่งด่วนที่จะเคลื่อนไหว วลีนี้ไม่ได้บรรยายอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ itch for + คำนาม ซึ่งหมายถึงการต้องการหรือโหยหาสิ่งของหรือประสบการณ์นั้นอย่างมาก ในที่นี้ activity คือคำนามที่เป็นสิ่งที่ต้องการ และภาพเปรียบเทียบนี้ทำให้การไม่เคลื่อนไหวดูเหมือนสร้างความไม่สบายทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงเปรียบเทียบสองคำที่สร้างจาก itch ใช้หน้าคำนาม และหมายถึง “ต้องการอย่างมาก”: After a quiet winter, we began to ____ adventure.
ดูคำตอบ
itch for
the same neuroplastic system that proliferates these habits
2:48กลไกความยืดหยุ่นของระบบประสาทแบบเดียวกับที่ทำให้นิสัยเหล่านี้เพิ่มพูน
can also be used to acquire healthier ones.
2:51ก็สามารถนำมาใช้สร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นได้เช่นกัน
Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.
2:56ถามได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter
and subscribe for more weekly science videos.
2:59และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์รายสัปดาห์เพิ่มเติม