อะไรเกิดก่อนกัน - ไก่กับไข่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้นิยามและวิวัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อตรวจสอบว่าไก่หรือไข่มาก่อน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "dying to know" - สำนวนและภาษาภาพพจน์: หมายถึงอยากรู้คำตอบอย่างมาก ไม่ใช่มีอันตรายถึงชีวิต และใช้แสดงความสงสัยใคร่รู้แบบไม่เป็นทางการ 2. "So where does this leave us?" - วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เปลี่ยนจากหลักฐานที่ขัดกันไปสู่ผลสรุป ใช้เชื่อมการวิเคราะห์กับการสังเคราะห์ ไม่ได้ถามสถานที่ 3. "regardless of whether it was a chicken egg or a proto-chicken egg," - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ข้อสรุปยังจริงในทั้งสองความเป็นไปได้ ใช้กล่าวผลที่ไม่ขึ้นกับตัวเลือก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
has perplexed humanity: ปริศนาที่สร้างความสงสัยให้มนุษยชาติมายาวนาน
ใน has perplexed humanity รูป present perfect อย่าง has perplexed นำเสนอคำถามนี้ว่าเป็นปริศนาที่ท้าทายความเข้าใจมาจนถึงปัจจุบัน perplex หมายถึงทำให้บางสิ่งเข้าใจได้ยาก ไม่ได้หมายถึงทำให้ใครโกรธหรือหมดกำลังใจ humanity เป็นคำนามรวมที่หมายถึงมนุษยชาติทั้งหมด วลีนี้จึงทำให้ปัญหามีขอบเขตกว้าง เป็นทางการ และแทบจะมีมิติทางประวัติศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่บอกว่าสิ่งหนึ่งยังคงยากที่มนุษยชาติจะเข้าใจ: For centuries, the origin of consciousness ____.
ดูคำตอบ
has perplexed humanity
from as early as ... all the way to ...: การเน้นช่วงเวลาที่ยาวนาน
กรอบคำคู่ from as early as ... all the way to ... ใช้กำหนดช่วงที่ยาวนาน as early as นำเสนอจุดเริ่มต้นว่าเร็วอย่างน่าประหลาดใจหรือเร็วอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน all the way to ทำให้รู้สึกว่าจุดสิ้นสุดอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นมาก ในประโยคนี้เป็นช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณจนถึงศตวรรษที่ 21 กรอบนี้เน้นความยาวและความต่อเนื่องของช่วงเวลา โดย all the way to ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง
แบบฝึกหัด
เติมกรอบคำคู่ที่เน้นช่วงเวลาอันยาวนานให้สมบูรณ์: The archive contains letters from ____ 1890 ____ the present day.
ดูคำตอบ
as early as · all the way to
dying to know: ความอยากรู้อย่างมากด้วยการพูดเกินจริง
ในประโยคนี้ dying to know เป็นคำพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อยากรู้มาก ๆ” คำนี้ช่วยเน้นความอยากรู้ของผู้พูดและสร้างความลุ้นระทึก โดยปกติไม่ได้เกี่ยวกับความตาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be dying to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I'm dying to see it, they're dying to hear the news. ในที่นี้ know เน้นการได้รับคำตอบหรือข้อมูลที่ยังขาดอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคไม่เป็นทางการด้วยสำนวนที่หมายถึง “อยากรู้คำตอบอย่างมาก”: I'm ____ who won the surprise contest.
ดูคำตอบ
dying to know
Which came first, A or B?: ถามว่าอะไรเกิดก่อน
Which came first, A or B? เป็นคำถามแบบให้เลือกที่ถามถึงลำดับเวลาหรือลำดับเหตุและผล Which ขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างสองตัวเลือกที่ระบุไว้ came เป็นอดีตกาลเพราะคำถามย้อนดูจุดกำเนิด และ or ใช้แนะนำตัวเลือกที่สอง เมื่อใช้กับไก่และไข่ รูปแบบนี้ยังหมายถึงปัญหาเหตุและผลแบบวนกลับที่มีชื่อเสียง เพราะแต่ละอย่างดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับอีกอย่างหนึ่ง โดยทั่วไปใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าเหตุการณ์ สิ่งประดิษฐ์ หรือเงื่อนไขใดในสองอย่างเกิดขึ้นก่อน ไม่ใช่ถามว่าชอบอย่างไหนมากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยรูปแบบสามคำจากบทเรียนที่ใช้ถามลำดับในอดีต: ____, the telephone or the radio?
ดูคำตอบ
Which came first
The question would be simple if we took it literally. ไวยากรณ์
0:10คำถามนี้คงตอบได้ง่าย หากเราตีความแบบตรงตัว
would be simple if we took it literally: ผลลัพธ์สมมุติ
โครงสร้าง would + กริยารูปพื้นฐาน ... if + รูปอดีต แสดงผลลัพธ์สมมุติภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ใช่มุมมองปกติของผู้พูด ในที่นี้ would be บอกผลลัพธ์ ส่วน if we took ตั้งเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้นมา คำว่า took ไม่ได้เล่าถึงการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้ว Take it literally หมายถึงตีความถ้อยคำตามความหมายตรงตัวและความหมายผิวเผินเท่านั้น ประโยคนี้บอกว่าคำถามจะง่ายภายใต้การอ่านตามตัวอักษรแบบสมมุติ พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าประเด็นที่แท้จริงไม่ควรถูกเข้าใจตรงตัวเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการตีความตามตัวอักษรเป็นเงื่อนไขสมมุติที่ไม่ใช่เงื่อนไขปกติ
- The question will be simple if we take it literally.
- The question was simple after we took it literally.
- The question would be simple if we took it literally.
ดูคำตอบ
The question would be simple if we took it literally.
Egg-laying animals existed far before chickens came about. กริยาวลี
0:12สัตว์ที่วางไข่มีอยู่มานานมากก่อนที่ไก่จะถือกำเนิด
came about: เกิดขึ้นหรือเริ่มมีอยู่
Come about เป็นกริยาวลีที่ไม่รับกรรม หมายถึงเกิดขึ้น ก่อตัวขึ้น หรือเริ่มมีอยู่ ในที่นี้ chickens came about หมายถึงไก่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสายพันธุ์ ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่เข้าหาใคร ในคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์นี้ came บอกถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นจริงในอดีต ส่วน about เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและไม่ได้หมายถึงโดยประมาณ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come about เพื่อสื่อว่าเกิดขึ้นหรือก่อตัวขึ้น: No one knows exactly how the custom ____.
ดูคำตอบ
came about
better worded as the chicken or the chicken egg, วลี
0:18ถ้าจะพูดให้ถูกกว่าคือ “ไก่กับไข่ไก่ อะไรเกิดก่อนกัน”
Better worded as: การนำถ้อยคำที่แม่นยำกว่า
ในประโยคนี้ better worded as หมายถึง “หากใช้ถ้อยคำให้แม่นยำขึ้นว่า” worded บอกว่าคำถามถูกเรียบเรียงถ้อยคำอย่างไร ส่วน as ใช้นำถ้อยคำใหม่ที่มาแทน: the chicken or the chicken egg วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดปรับคำถาม คำนิยาม หรือชื่อเรื่องได้โดยไม่เปลี่ยนประเด็นการอภิปรายทั้งหมด better ชี้ว่าถ้อยคำใหม่นั้นแม่นยำหรือมีประโยชน์กว่าแบบเดิม
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ใช้ถ้อยคำได้แม่นยำกว่า” ลงในประโยค: To remove the ambiguity, the question is ____ “Which route is the safest?”
ดูคำตอบ
better worded as
Focuses more on: แสดงการให้น้ำหนักมากกว่า
Focuses more on หมายถึง “ให้ความสนใจมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน” focuses on ใช้นำหัวข้อที่ได้รับความสนใจ ส่วน more แสดงว่ามีการเปรียบเทียบกับหัวข้อหรือมุมมองอื่น ไม่จำเป็นต้องมีวลี than อย่างชัดเจน หากบริบทได้บอกสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบแล้ว ผู้เขียนอาจพูดว่า the article focuses more on causes หากมีการกล่าวถึงจุดเน้นอื่น เช่น ผลลัพธ์ มาก่อนแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคเพื่อแสดงการให้น้ำหนักมากกว่า: The review mentions the acting, but it ____ the screenplay.
ดูคำตอบ
focuses more on
“That is,” ใช้เกริ่นคำอธิบายที่ชัดเจนขึ้นอย่างไร
“That is,” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะกล่าวความคิดก่อนหน้าใหม่อีกแบบหนึ่ง หรืออธิบายให้เฉพาะเจาะจงขึ้น ในที่นี้ อนุประโยค if เปลี่ยนแนวคิดนามธรรมเกี่ยวกับวงจรให้เป็นคำอธิบายที่เป็นรูปธรรมเรื่องไก่กับไข่ คำนี้เชื่อมย้อนกลับไปยังสิ่งที่เพิ่งพูด จึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการเริ่มข้อเสนอใหม่ มีความหมายใกล้เคียงกับ “that is to say”
แบบฝึกหัด
“That is,” ก่อนอนุประโยค if บอกอะไร?
- การแก้ไขว่าแนวคิดก่อนหน้านั้นผิด
- คำอธิบายแนวคิดก่อนหน้าให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงขึ้น
- หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ
คำอธิบายแนวคิดก่อนหน้าให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงขึ้น
must have come: การอนุมานอดีตอย่างมั่นใจ
ใน “must have come” คำว่า must ไม่ได้หมายถึงกฎหรือหน้าที่ แต่แสดงข้อสรุปที่มั่นใจมากเกี่ยวกับอดีต ผู้พูดจึงอนุมานว่าไก่ตัวก่อนก็มาจากไข่ คำว่า presumably ก็แสดงการคาดคะเน แต่ must have ทำให้ข้อสรุปนี้ฟังดูแน่นอนกว่า โครงสร้างคือ must have + กริยาช่อง 3 ตรงนี้ come เป็นกริยาช่อง 3 แม้จะเขียนเหมือนรูปพื้นฐาน: come–came–come ใช้โครงสร้างนี้เมื่อหลักฐานที่มีอยู่ทำให้เหตุการณ์ในอดีตดูเกือบแน่นอน
แบบฝึกหัด
ใช้ must have และรูปที่ถูกต้องของ run เพื่อเติมข้อสรุปให้สมบูรณ์: The grass is wet, and it did not rain. The sprinkler ____ during the night.
ดูคำตอบ
must have run
ใช้ On the one side เพื่อเกริ่นจุดยืนฝ่ายหนึ่ง
ในที่นี้ On the one side ใช้เกริ่นจุดยืนแรกจากสองฝ่ายที่ตรงข้ามกัน side หมายถึงฝ่ายหรือมุมมอง ไม่ใช่ด้านทางกายภาพของสิ่งของ ส่วน team chicken เป็นชื่อเรียกแบบสนุก ๆ ของฝ่ายที่เชื่อว่าไก่มาก่อน คำเชื่อมนี้แสดงให้เห็นว่าคำอธิบายถูกจัดลำดับอย่างไร คือฟังฝ่ายหนึ่งก่อน แล้วคาดว่าจะได้ฟังอีกฝ่ายที่ตรงข้ามกันต่อไป คุณใช้รูปแบบนี้เพื่อทำให้การอภิปรายและการเปรียบเทียบติดตามได้ง่ายขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ On the one side เพื่อเกริ่นจุดยืนแรกจากสองฝ่ายที่ตรงข้ามกัน
- On one side of the playground, there is a tall tree.
- On the one side, we have residents who want a playground; on the other side, we have neighbors worried about noise.
- One side of the paper is blue.
ดูคำตอบ
On the one side, we have residents who want a playground; on the other side, we have neighbors worried about noise.
called OV-17 is only found in chicken ovaries.
0:39ซึ่งเรียกว่า OV-17 พบได้เฉพาะในรังไข่ของไก่เท่านั้น
ใช้ Research suggests that เพื่อเกริ่นข้อสรุปอย่างระมัดระวัง
ในโครงสร้าง Research suggests that ... คำว่า suggests ใช้เกริ่นข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุน ไม่ได้หมายความว่างานวิจัยกำลังให้คำแนะนำ ส่วนอนุประโยคที่ตามหลัง that ระบุข้อสรุปที่หลักฐานชี้ไปถึง Suggests ยังช่วยให้ข้ออ้างมีความระมัดระวัง หลักฐานสนับสนุนแนวคิดนั้น แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้บอกว่าได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์แล้ว โครงสร้างนี้จึงเหมาะกับการสรุปงานวิจัยโดยไม่กล่าวถึงความแน่นอนเกินจริง
แบบฝึกหัด
งานวิจัยขนาดเล็กในระยะแรกพบประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ แต่ยังต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม ประโยคใดรายงานผลด้วยความระมัดระวังที่เหมาะสม
- Research proves that short breaks always help every child focus.
- Researchers recommend that every child take a break every ten minutes.
- Research suggests that short breaks may help children focus.
ดูคำตอบ
Research suggests that short breaks may help children focus.
essential for the formation of: จำเป็นต่อการก่อตัวของ
ใน “the protein essential for the formation of chicken eggs” กลุ่มคำคุณศัพท์ essential for the formation of chicken eggs อยู่หลังคำว่า protein และทำหน้าที่ขยายคำนั้น รูปเต็มคือ “the protein that is essential for the formation of chicken eggs” Essential for หมายถึงจำเป็นต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่มีประโยชน์หรือเกี่ยวข้อง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be essential for + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียน: This enzyme is ____ blood clots.
ดูคำตอบ
essential for the formation of
Without ... could not be formed: หากไม่มี...ก็ไม่อาจก่อตัวได้
Without it นำเสนอเงื่อนไขที่ขาดหายไป กล่าวคือ หากไม่มี OV-17 ผลลัพธ์นั้นก็เป็นไปไม่ได้ การใช้ Without + คำนามหรือคำสรรพนามร่วมกับ could not แสดงความสัมพันธ์แบบพึ่งพาเงื่อนไข โดย could not ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขาดความสามารถในอดีต Be formed เป็นรูปถูกกระทำ จึงคง egg shell ไว้เป็นจุดเน้น และนำเสนอการก่อตัวเป็นกระบวนการโดยไม่ระบุผู้กระทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Without + เงื่อนไข, ประธาน + could not be + กริยาช่องสาม
แบบฝึกหัด
ใส่ “Without” และ “could not” ลงในช่องว่างที่ถูกต้อง: ____ the safety valve, the pressure ____ be controlled.
ดูคำตอบ
Without · could not
in the first place: การย้อนกลับไปยังข้อตั้งต้นพื้นฐาน
ในประโยคนี้ in the first place หมายถึง “ในระดับพื้นฐานที่สุดที่ต้องตกลงให้ชัดก่อน” วลีนี้พาผู้ฟังย้อนกลับไปดูคำนิยามของไข่ไก่ เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับข้อตั้งต้นนั้น วลีนี้มักชี้ไปที่ข้อสันนิษฐานพื้นฐาน เงื่อนไขที่ต้องมีก่อน หรือเหตุผลดั้งเดิม โดยเฉพาะในคำถามที่ใช้ why วลีนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเหตุการณ์แรกตามลำดับเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ย้อนกลับไปหาเหตุผลพื้นฐานของแผน: We should decide whether we need the new app ____.
ดูคำตอบ
in the first place
After all: เริ่มเหตุผลสนับสนุน
After all เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่โยงคำถามกลับไปยังข้อกล่าวก่อนหน้า ข้อกล่าวนั้นคือคำตอบขึ้นอยู่กับนิยาม และ After all ส่งสัญญาณว่าคำถามต่อไปนี้จะสนับสนุนข้อกล่าวนั้นด้วยการนำเสนอนิยามที่เป็นไปได้สองแบบ หน้าที่ของมันใกล้เคียงกับ “อย่าลืมเหตุผลสำคัญข้อนี้” หรือ “เมื่อพิจารณาประเด็นนี้” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งเกิดขึ้นหลังจากทุกอย่างจบลง
แบบฝึกหัด
After all ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้
- แสดงว่าบางสิ่งเกิดขึ้นหลังจากทุกอย่างจบลง
- ใช้เริ่มเหตุผลที่สนับสนุนข้อกล่าวก่อนหน้า
- เริ่มรายการเหตุการณ์ที่เรียงตามเวลา
ดูคำตอบ
ใช้เริ่มเหตุผลที่สนับสนุนข้อกล่าวก่อนหน้า
one that simply contains a chicken: การใช้แทน egg
ในตัวเลือกที่สอง one ใช้แทนคำนามนับได้ egg ที่กล่าวถึงไปแล้ว โดยหมายถึง “ไข่หนึ่งฟอง” ไม่ใช่เลข 1 จึงไม่ต้องกล่าวคำนามนั้นซ้ำ That นำหน้าประโยคขยายแบบจำกัดความที่ขยาย one โดย one that simply contains a chicken ทั้งกลุ่มเป็นคำนิยามที่สองและนำไปเปรียบต่างกับ an egg laid by a chicken รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ one that + ข้อมูลที่ระบุว่าสิ่งนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติม one แล้วตามด้วย that เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าว helmet ซ้ำ: I want a helmet with a visor, not ____ leaves my eyes uncovered.
ดูคำตอบ
one that
the OV-17-bearing chicken had to come from somewhere.
1:00ไก่ที่มีโปรตีน OV-17 ต้องมาจากที่ไหนสักแห่ง
from which a lion hatched: อนุประโยคขยายคำนามที่ย้ายคำบุพบทมาไว้ข้างหน้า
From which เริ่มอนุประโยคขยายคำนามที่ขยาย an egg โดย which อ้างกลับไปถึงไข่ใบนั้น ส่วน a lion เป็นประธานของ hatched คำบุพบท from วางไว้หน้า which เพราะ hatch from แสดงแหล่งที่มา กล่าวคือสิงโตฟักออกมาจากไข่ใบนั้น โครงสร้างนี้ทำให้ความสัมพันธ์ด้านแหล่งที่มาชัดเจนโดยไม่ต้องกล่าว an egg ซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมแบบเป็นทางการสองคำที่วางคำบุพบทบอกแหล่งที่มาไว้หน้า which: They found an egg ____ a tiny bird had hatched.
ดูคำตอบ
from which
if an elephant laid ... would it be ...?: เงื่อนไขสมมติ
อนุประโยค if ใช้รูปอดีต laid ส่วนคำถามหลักใช้ would: if an elephant laid ..., would it be ...? Laid เป็นรูปอดีตของ lay โครงสร้างเงื่อนไขแบบที่สองนี้นำเสนอสถานการณ์ของช้างและสิงโตว่าเป็นเรื่องสมมติหรือขัดกับความจริง ไม่ใช่รายงานพฤติกรรมจริงของสัตว์ หลังจากตั้งเงื่อนไขสมมติแล้ว would ใช้ถามว่าภายในสถานการณ์ทดลองทางความคิดนั้นควรจัดประเภทอย่างไร รูปแบบคำถามที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + ประธาน + รูปอดีต ..., would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ...?
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ visit และ would เติมเงื่อนไขสมมติให้สมบูรณ์: If a penguin ____ a tropical island, ____ it survive the heat?
ดูคำตอบ
visited · would
This leads to the other side of the story: การเปลี่ยนประเด็นที่มีความเชื่อมโยง
This อ้างกลับไปถึงข้อโต้แย้งที่เพิ่งกล่าวไป Leads to นำเสนอหัวข้อถัดไปว่าเป็นผลหรือสิ่งที่ตามมาโดยธรรมชาติจากเหตุผลนั้น จึงทำหน้าที่มากกว่าเพียงประกาศว่าจะเริ่มส่วนใหม่ The other side of the story หมายถึงอีกมุมมองหนึ่งของประเด็นเดียวกัน ไม่ใช่นิยายอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้พาผู้ฟังจากจุดยืนหนึ่งไปสู่จุดยืนคู่แข่งที่เรียกอย่างขบขันว่า team egg
แบบฝึกหัด
คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าหลักฐานก่อนหน้านำผู้พูดไปสู่อีกมุมมองหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ?
- Next, I will read the second item on the list.
- This leads to the other side of the story.
- On the other hand, the two views differ.
ดูคำตอบ
This leads to the other side of the story.
Pass along: ส่งต่อบางสิ่งให้ผู้อื่น
Pass along เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงการมอบหรือสื่อสารบางสิ่งเพื่อให้ไปถึงบุคคล กลุ่ม หรือคนอีกรุ่นหนึ่ง ในประโยคนี้ สิ่งมีชีวิตส่งต่อข้อมูลทางพันธุกรรมไปยังลูกหลาน กรรมของประโยคบอกว่าสิ่งใดถูกส่งต่อ ในที่นี้ along เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและเพิ่มความหมายว่ามีการส่งต่อไปข้างหน้า ไม่ได้บอกถึงการเคลื่อนที่ไปตามทางหรือข้างทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียน: Could you ____ this note to Mia?
ดูคำตอบ
pass along
In the form of: บอกถึงรูปแบบหรือสื่อ
In the form of ใช้บอกถึงรูปแบบ สื่อ หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรมซึ่งบางสิ่งดำรงอยู่ ปรากฏ หรือถูกนำเสนอ ในที่นี้ข้อมูลทางพันธุกรรมถูกเข้ารหัสทางกายภาพเป็น DNA โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X exists, comes, or is given in the form of Y โดย Y ระบุรูปแบบหรือตัวกลางจริงของ X วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าโครงร่างของ X ดูคล้าย Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: The prize was given ____ a travel voucher.
ดูคำตอบ
in the form of
over thousands of generations: การเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
ใน over thousands of generations คำว่า over ใช้นำหน้าช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ จำนวนมากค่อย ๆ สะสม การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตลอดหลายชั่วรุ่นทางชีววิทยา ไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ใช้ over + ช่วงเวลา เพื่อบรรยายกระบวนการ แนวโน้ม หรือการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ พัฒนาไปตลอดช่วงนั้น ในที่นี้ generations หมายถึงชั่วรุ่นทางชีววิทยาที่ต่อเนื่องกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ over + ช่วงเวลา: The town expanded slowly ____ several decades.
ดูคำตอบ
over
zygote or initial cell: คำศัพท์วิทยาศาสตร์และคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย
zygote คือเซลล์เดียวที่เกิดขึ้นเมื่ออสุจิกับเซลล์ไข่รวมกันขณะปฏิสนธิ เป็นเซลล์แรกที่สิ่งมีชีวิตใหม่เริ่มพัฒนาขึ้นมา ใน zygote or initial cell คำว่า or ใช้นำคำอธิบายใหม่ที่เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับผู้ฟัง ผู้พูดไม่ได้ระบุสองระยะที่แยกจากกัน แต่ใช้ initial cell เพื่อช่วยอธิบาย zygote ในบริบทนี้
แบบฝึกหัด
or initial cell ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ระบุระยะที่เกิดทีหลังและแยกจาก zygote
- ให้คำอธิบาย zygote ที่เข้าใจง่ายขึ้น
- แสดงว่า zygote หมายถึงเซลล์ไข่ที่ยังไม่ปฏิสนธิทุกชนิด
ดูคำตอบ
ให้คำอธิบาย zygote ที่เข้าใจง่ายขึ้น
which we could call a proto-chicken: การเพิ่มชื่อเรียกชั่วคราว
อนุประโยค which ที่คั่นด้วยจุลภาคเพิ่มข้อมูลเสริมที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับ a creature very similar to a chicken โดย which อ้างถึงนามวลีทั้งหมดนั้น หากตัดอนุประโยคนี้ออก โครงสร้างไวยากรณ์หลักของประโยคยังคงสมบูรณ์ ในโครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ คำว่า call หมายถึงการตั้งหรือใช้ชื่อเรียกสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ Could ทำให้ proto-chicken เป็นชื่อเรียกชั่วคราวที่สมเหตุสมผลแทนที่จะเป็นชื่อทางการ ผู้พูดจึงนิยามคำได้โดยไม่ขัดจังหวะแนวเหตุผลหลัก
แบบฝึกหัด
which we could call a proto-chicken ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เพิ่มชื่อที่เป็นไปได้ให้สิ่งมีชีวิตซึ่งระบุชัดอยู่แล้ว
- บอกว่ารวมเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่ได้รับชื่อทางการว่า proto-chicken เท่านั้น
- ระบุว่าสิ่งมีชีวิตตัวใดในหลายตัวเป็นผู้โทรศัพท์จริง ๆ
ดูคำตอบ
เพิ่มชื่อที่เป็นไปได้ให้สิ่งมีชีวิตซึ่งระบุชัดอยู่แล้ว
would have mated with: การสร้างสถานการณ์ในอดีตขึ้นใหม่
Would have mated เป็นรูป modal perfect ซึ่งประกอบด้วย would have + กริยาช่องสาม mated รูปนี้วางเหตุการณ์ผสมพันธุ์ไว้ในอดีต และนำเสนอว่าเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสถานการณ์วิวัฒนาการที่ตั้งสมมติฐานไว้ รูปนี้ต่างจาก simple past เพราะไม่ได้ยืนยันว่าผู้พูดรู้โดยตรงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง เงื่อนไขที่กล่าวชัดหรือแฝงอยู่จะกำหนดกรอบความหมายว่า ตามแบบจำลองนั้น นี่คือสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น ในบริบททางชีววิทยานี้ mate with หมายถึงสืบพันธุ์ร่วมกับ
แบบฝึกหัด
เติมผลในอดีตที่คาดไว้โดยใช้ would have และรูปที่ถูกต้องของ mate: If the two animal groups had met, they ____ with each other.
ดูคำตอบ
would have mated
team chicken might argue that: เกริ่นข้อโต้แย้งที่เป็นไปได้
วลีนี้ใช้เกริ่นข้อโต้แย้งที่เป็นไปได้จาก “team chicken” หรือฝ่ายที่สนับสนุนว่าไก่เกิดก่อน ในที่นี้ might แสดงว่าผู้พูดกำลังระมัดระวังในการบอกว่าข้อโต้แย้งนี้เป็นของฝ่ายนั้น ไม่ได้หมายถึงการอนุญาต ใช้ “X might argue that ...” เพื่อจัดข้อมูลอย่างเป็นธรรม โดยระบุคนหรือฝ่ายหนึ่ง เสนอสิ่งที่ฝ่ายนั้นอาจพูด และไม่ทำให้ความเห็นนั้นดูเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอมุมมองที่เป็นไปได้ของฝ่ายตรงข้ามอย่างระมัดระวัง?
- The other side might argue that the plan costs too much.
- The other side argues that the plan costs too much.
- The other side has proved that the plan costs too much.
ดูคำตอบ
The other side might argue that the plan costs too much.
constitute a new species: ตรงตามคำนิยาม
ในที่นี้ constitute หมายถึง “เพียงพอที่จะนับว่าเป็น” โครงสร้างคือ A constitutes B โดย B บอกประเภทหรือสถานะที่กำหนดให้ A ประโยคนี้บอกว่าการกลายพันธุ์เพียงครั้งเดียวไม่ถึงเกณฑ์ที่จะถือว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ โดยทั่วไป ความหมายนี้ใช้เมื่อต้องตัดสินว่าสิ่งหนึ่งตรงตามคำนิยามหรือถึงเกณฑ์ของอีกประเภทหนึ่งหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เพียงพอที่จะนับว่าเป็น”: One unusual event does not ____ a lasting pattern.
ดูคำตอบ
constitute
รูปแบบ classify A into B
Classify A into B หมายถึงแบ่งหรือจัดระเบียบ A เพื่อให้สมาชิกของ A เข้าไปอยู่ในหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่ B ระบุไว้ A คือชุดสิ่งของที่นำมาจำแนก ส่วน B คือชุดกลุ่มที่ได้จากการจำแนก ในประโยคนี้ all creatures คือ A ส่วน different groups and names อธิบายระบบการจำแนกที่มนุษย์สร้างขึ้น รูปแบบนี้เน้นการแบ่งชุดสิ่งของออกเป็นหลายกลุ่ม ไม่ใช่เพียงการระบุว่าสิ่งหนึ่งเป็นประเภทใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ classify และคำบุพบทที่แสดงกลุ่มผลลัพธ์: “The librarian ____ the books ____ three sections.”
ดูคำตอบ
classified · into
Even though สำหรับการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนแสดงความขัดแย้ง
Even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับใจความหลัก โดยยอมรับก่อนว่าสถานการณ์หนึ่งเป็นจริง แล้วจึงใช้ประโยคหลักบอกข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่ยังคงเป็นจริงแม้จะมีสถานการณ์นั้น ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับว่ามนุษย์ชอบแบ่งสิ่งมีชีวิตเป็นกลุ่มและตั้งชื่อให้พวกมัน ประเด็นสำคัญคือระบบนี้สะท้อนสภาพในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องสะท้อนอดีตอันไกลโพ้น
แบบฝึกหัด
เมื่อการที่ฝนตกถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริง คำเชื่อมใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? “_____ it was raining, the game continued.”
- Even though
- Because
- Even if
ดูคำตอบ
Even though
is based on: ระบุพื้นฐานที่สนับสนุน
X is based on Y หมายความว่า Y เป็นหลักฐาน ข้อมูล หลักการ หรือเกณฑ์ที่ใช้สร้าง X ในประโยคนี้ สภาพปัจจุบันของสิ่งต่าง ๆ เป็นพื้นฐานของการจัดประเภทหรือการตัดสิน โครงสร้างนี้เป็นรูปถูกกระทำ: X + be + based on + พื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงฐานหรือสถานที่ทางกายภาพ แต่บอกว่าอะไรเป็นสิ่งสนับสนุนแนวคิดหรือการตัดสินใจนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ระบุหลักฐานซึ่งสนับสนุนค่าประมาณให้สมบูรณ์: The estimate ____ last year's sales data.
ดูคำตอบ
is based on
how things currently are and not how they were: เปรียบเทียบสภาพในช่วงเวลาต่าง ๆ
ในที่นี้ how things currently are หมายถึงสภาพหรือสถานการณ์ของสิ่งต่าง ๆ ในตอนนี้ how นำอนุประโยคที่อยู่ภายในประโยค ไม่ใช่คำถามตรง ๆ เกี่ยวกับวิธีทำบางอย่าง อนุประโยคทั้งหมดเป็นส่วนแรกของเนื้อหาที่ตามหลัง based on and not how they were เพิ่มอนุประโยค how ที่มีโครงสร้างขนานกันอีกส่วน และตัดสภาพในอดีตออกจากการเป็นพื้นฐานอย่างชัดเจน การใช้ are และ were แบบขนานกันทำให้ประธานและลักษณะคำอธิบายยังเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเวลาจากปัจจุบันเป็นอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปรียบเทียบสภาพของแนวชายฝั่งในสองช่วงเวลา แทนที่จะเปรียบเทียบตัวตนหรือตำแหน่ง?
- The documentary shows what the coastline is now, not what it was before the storms.
- The documentary shows how the coastline is now, not how it was before the storms.
- The documentary shows where the coastline is now, not where it was before the storms.
ดูคำตอบ
The documentary shows how the coastline is now, not how it was before the storms.
is so gradual that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + that เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่ตามมา ในประโยคนี้ so เพิ่มระดับของ gradual และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ว่า เพราะวิวัฒนาการเกิดขึ้นทีละขั้นเล็ก ๆ จึงไม่มีการเกิดครั้งใดครั้งหนึ่งที่ดูเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของสปีชีส์ใหม่ so ในที่นี้ไม่ได้เป็นคำแยกที่หมายถึง “ดังนั้น” ให้อ่าน is so gradual that เป็นโครงสร้างเดียวกัน คือบอกระดับก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ใช้ so ... that เติมประโยคที่บอกระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The box was ____ heavy ____ Mia could not lift it.
ดูคำตอบ
so · that
Much like how: การนำเสนอการเปรียบเทียบ
Much like how บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีการเปรียบเทียบ โดยเชื่อมแนวคิดก่อนหน้าเข้ากับตัวอย่างที่คุ้นเคยและคล้ายกัน คือวิธีที่สุนัขมีต้นกำเนิดมาจากหมาป่า much เพิ่มระดับความคล้าย แต่ทั้งวลียังคงหมายถึง “คล้ายกับวิธีที่……มาก” ไม่ได้หมายถึง “เหมือนกันทุกอย่าง” ในการสนทนา สามารถเติมวลีสั้น ๆ นี้หลังคำอธิบายเพื่อช่วยจัดลำดับแนวคิดถัดไปได้ ในงานเขียนที่รอบคอบ ให้เชื่อมวลีนี้เข้ากับประโยคสมบูรณ์ เช่น The plan developed much like how a sketch becomes a finished picture.
แบบฝึกหัด
Much like how ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The neighborhood changed gradually, much like how a small town grows into a city.
- วลีนี้นำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดจากระดับที่สูง
- วลีนี้บอกว่าสองกระบวนการเหมือนกันทุกอย่าง
- วลีนี้นำเสนอการเปรียบเทียบที่ชัดเจนระหว่างสองกระบวนการ
ดูคำตอบ
วลีนี้นำเสนอการเปรียบเทียบที่ชัดเจนระหว่างสองกระบวนการ
gave birth to + ลูกที่เกิดมา
ใน gave birth to a dog รูปแบบตายตัวคือ give birth to + ทารกหรือลูกที่เกิดมา ในที่นี้ gave แสดงอดีต และ to นำหน้า a dog ซึ่งเป็นผลของการให้กำเนิด ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ไปทางสุนัข ประโยคนี้บอกว่าการทำให้เชื่องเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีหมาป่าตัวใดให้กำเนิดสุนัขที่แตกต่างอย่างชัดเจนขึ้นมาทันที ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปให้ใช้ give birth to เมื่อผู้ให้กำเนิดเป็นประธาน และต้องใส่ to ก่อนทารกหรือลูกที่ระบุไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนอดีตกาลสามคำที่หมายถึง “ให้กำเนิดลูก”: During the night, the elephant ____ a calf.
ดูคำตอบ
gave birth to
แรงกดดันทางการคัดเลือกในวิวัฒนาการ
แรงกดดันทางการคัดเลือกคือสภาพแวดล้อมหรือการเลือกของมนุษย์ที่ทำให้ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างมีโอกาสส่งต่อผ่านการสืบพันธุ์มากกว่าลักษณะอื่น pressure ในที่นี้หมายถึงอิทธิพลต่อความสำเร็จในการสืบพันธุ์ ไม่ใช่ความเครียดทางอารมณ์ที่สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวรู้สึก ในประโยคนี้ มนุษย์ชอบหมาป่าที่หวาดกลัวน้อยกว่าและก้าวร้าวน้อยกว่า เมื่อผ่านไปหลายชั่วรุ่น ความชอบเหล่านี้ทำให้ลักษณะดังกล่าวได้เปรียบและช่วยให้ประชากรหมาป่าเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แบบฝึกหัด
ในบทความชีววิทยา ความหมายใดตรงกับ selective pressures มากที่สุด
- ความรู้สึกวิตกกังวลที่สัตว์แต่ละตัวประสบ
- ช่วงเวลาเดียวที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกชนิดหนึ่งอย่างฉับพลัน
- ปัจจัยที่ทำให้ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างมีโอกาสถูกส่งต่อมากขึ้น
ดูคำตอบ
ปัจจัยที่ทำให้ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างมีโอกาสถูกส่งต่อมากขึ้น
So where does this leave us? เพื่อเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุป
ในที่นี้ So where does this leave us? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้สรุป โดยถามว่าจากสิ่งที่เพิ่งอภิปรายไปทั้งหมด ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ใด สรุปอะไรได้ หรือยังเหลือทางเลือกใดบ้าง คำว่า where ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง คำถามนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดย So ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากหลักฐานไปสู่การสังเคราะห์ และประโยคถัดไปสามารถตอบได้โดยตรงด้วยการระบุความเป็นไปได้ที่เหลืออยู่ โดยทั่วไป Where does this leave us? ใช้หยุดการวิเคราะห์ชั่วครู่เพื่อถามว่า “ตอนนี้เราสรุปหรือทำอะไรต่อได้บ้าง?”
แบบฝึกหัด
หลังจากอภิปรายหลักฐานแล้ว ผู้พูดถามว่า “So where does this leave us?” ผู้พูดหมายความว่าอย่างไร?
- ใครกำลังจะออกจากกลุ่ม?
- เราควรไปยังสถานที่จริงแห่งใด?
- ตอนนี้เรามีข้อสรุปหรือชุดทางเลือกใดบ้าง?
ดูคำตอบ
ตอนนี้เรามีข้อสรุปหรือชุดทางเลือกใดบ้าง?
gradually led to the creation of: กระบวนการที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์
ใน gradually led to the creation of คำว่า led to แสดงความสัมพันธ์จากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์ กล่าวคือ กระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้ก่อให้เกิดสิ่งใหม่ในที่สุด โครงสร้างคือ [cause or process] + led to + [result noun phrase] gradually ขยาย led to และแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละขั้นตามเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดในครั้งเดียว ส่วน the creation of เปลี่ยน create ให้เป็นวลีนาม จึงวางตามหลังบุพบท to ใน lead to ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายตามรูปเดิมทุกคำ: Many small engineering advances ____ a lightweight electric motor.
ดูคำตอบ
gradually led to the creation of
a mutation causing ...: อนุประโยค -ing แบบฝ่ายกระทำ
ใน a mutation causing a slight change and selective advantage คำว่า causing เริ่มอนุประโยค -ing ที่วางไว้หลัง mutation อนุประโยคนี้บอกว่าการกลายพันธุ์ก่อให้เกิดอะไร และสามารถขยายเป็น a mutation that/which caused a slight change and selective advantage ได้ A slight change และ selective advantage เป็นผลลัพธ์สองอย่างที่เชื่อมกันของ causing ความหมายในที่นี้เป็นฝ่ายกระทำ คือการกลายพันธุ์ทำให้เกิดผลเหล่านั้น ส่วน causing ไม่ได้หมายความว่าการกลายพันธุ์กำลังถูกทำให้เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ cause เพื่อแสดงว่าการกลายพันธุ์ทำให้เกิดผลลัพธ์: Scientists found a mutation ____ a small change in wing color.
ดูคำตอบ
causing
went on to lay: เปลี่ยนไปสู่ช่วงถัดไปที่แตกต่าง
Go on to do something หมายถึงการเปลี่ยนจากช่วงหรือการกระทำก่อนหน้าไปสู่การกระทำอื่นที่แตกต่างและเกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ went on to lay นำเสนอการวางไข่ว่าเป็นช่วงถัดไป หลังจากสิ่งมีชีวิตตัวนั้นได้กลายเป็นไก่ตัวแรกแล้ว Went เป็นรูปอดีตของ go และ then ทำให้ลำดับเหตุการณ์ชัดเจน โครงสร้างคือ go/went on to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น lay จึงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
หลังจากจบปริญญาด้านชีววิทยา Nina เริ่มเรียนหลักสูตรกฎหมาย ประโยคใดอธิบายช่วงใหม่ถัดไปได้ดีที่สุด
- Nina went on to studying law.
- Nina went on to study law.
- Nina went on studying biology.
ดูคำตอบ
Nina went on to study law.
what we would classify as a chicken egg: สิ่งที่เราจะจัดว่าเป็นไข่ไก่
ในที่นี้ what ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม โดย what we would classify as a chicken egg หมายถึง “สิ่งที่เราจะจัดว่าเป็นไข่ไก่” อนุประโยคทั้งส่วนทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นกรรมของ inside of รูปแบบคือ what + ประธาน + กริยา ใน classify something as a category คำที่ตามหลัง as คือหมวดหมู่ที่กำหนดให้สิ่งนั้น ส่วน would ทำให้การเรียกชื่อนี้เป็นการจัดประเภทที่คนมองจากมุมหนึ่งแล้วน่าจะทำ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่โต้แย้งไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำที่มีความหมายว่า “สิ่งที่…” และใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวม: The class examined ____ the teacher would classify as a mineral.
ดูคำตอบ
what
as such: นำไปสู่ผลจากการจัดประเภทที่กล่าวไว้
ในที่นี้ as such ย้อนกลับไปอ้างถึงการจัดประเภทที่เพิ่งกำหนดไว้ คือภาชนะนั้นนับว่าเป็น chicken egg จากนั้นจึงนำไปสู่ผลที่ตามมาจากการจัดประเภทนั้นว่าไข่มาก่อน วลีนี้ใช้เชื่อมข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่า “เมื่อมีบทบาท สถานะ หรือคำอธิบายนั้น ข้อสรุปต่อไปนี้จึงใช้ได้” ในประโยคนี้ทำหน้าที่คล้าย therefore แต่เหตุผลของมันมาจากป้ายกำกับเฉพาะที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ดีที่สุดโดยย้อนกลับไปอ้างถึงบทบาทของนอราและแสดงผลที่ตามมา? Nora is the club treasurer. ____, she keeps the financial records.
- Such as
- As such
- Even so
ดูคำตอบ
As such
brings us back to: พากลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า
ในประโยคนี้ brings us back to หมายถึงการพาบทสนทนาและความสนใจของเรากลับไปยังประเด็นก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่กลับไปยังสถานที่จริง ประธาน Which อ้างถึงสถานการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้า และ us รวมทั้งผู้พูดกับผู้ฟัง วลีนี้ใช้ปิดเรื่องที่แยกออกไประหว่างการอธิบาย แล้วทำให้ทุกคนกลับมาสนใจหัวข้อเดิมอีกครั้ง ในที่นี้คือคำถามว่าควรเรียกและนิยามไข่ไก่อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย brings us back to ให้ตรงตามรูปเดิม: This new evidence ____ our original question.
ดูคำตอบ
brings us back to
nomenclature: ระบบสำหรับตั้งชื่อสิ่งต่าง ๆ
Nomenclature เป็นคำทางการที่หมายถึงระบบหรือชุดกฎสำหรับตั้งชื่อสิ่งต่าง ๆ ในสาขาใดสาขาหนึ่ง จึงมีความหมายกว้างกว่าชื่อเพียงชื่อเดียว ในที่นี้ คำนี้หมายถึงกฎที่อยู่เบื้องหลังชื่อ chicken egg ว่าไข่ควรถูกตั้งชื่อตามนกที่ออกไข่ หรือตามสัตว์ที่กำลังเติบโตอยู่ข้างใน คำนี้แสดงให้เห็นว่าส่วนหนึ่งของข้อถกเถียงขึ้นอยู่กับวิธีกำหนดความหมายของชื่อเรียก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ nomenclature หมายถึงอะไร? The team agreed on a nomenclature for the new species.
- ระบบหรือชุดกฎสำหรับตั้งชื่อสิ่งต่าง ๆ
- วิธีแยกสิ่งต่าง ๆ ตามขนาดเท่านั้น
- ชื่อเล่นพิเศษของสัตว์เพียงตัวเดียว
ดูคำตอบ
ระบบหรือชุดกฎสำหรับตั้งชื่อสิ่งต่าง ๆ
At the end of the day สำหรับสรุปประเด็นหลัก
ในที่นี้ at the end of the day ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาในตอนเย็น แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังวางรายละเอียดของข้อถกเถียงไว้ก่อน แล้วบอกข้อสรุปหลัก ใช้สำนวนนี้เมื่อต้องการเปลี่ยนจากความเห็นต่างหรือเรื่องซับซ้อนไปสู่ประเด็นที่สำคัญที่สุด
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่วางรายละเอียดของข้อถกเถียงไว้ก่อนแล้วบอกประเด็นหลัก: The team may disagree about colors and fonts. ______, the website must be easy to use.
- At the start of the day
- By the end of the day
- At the end of the day
ดูคำตอบ
At the end of the day
โครงสร้างเน้นข้อมูล What we can all agree on is that ...
อนุประโยค what คือ what we can all agree on ทำหน้าที่เป็นประธาน มีความหมายว่า “ประเด็นที่ทุกคนยอมรับได้” what ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่ใช้เปิดประเด็นที่ทุกคนเห็นร่วมกัน จากนั้น is that จะนำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกเนื้อหาของความเห็นพ้อง โครงสร้างเน้นข้อมูลนี้วางจุดร่วมไว้ก่อน แล้วเพิ่มน้ำหนักให้กับแนวคิดที่ทุกคนยอมรับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้นข้อมูลเพื่อเปิดจุดร่วม แล้วจึงบอกเนื้อหาของจุดร่วมนั้น?
- What we all agreed on was the meeting time.
- What we can all agree on is that the park needs more shade.
- What can we all agree on about the park?
ดูคำตอบ
What we can all agree on is that the park needs more shade.
regardless of whether A or B: ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม
regardless of whether A or B ใช้เปิดสองเงื่อนไขที่เป็นไปได้ และบอกว่าผลหลักไม่เปลี่ยน ในประโยคนี้ ไข่อาจเรียกได้สองแบบ แต่ข้อสรุปเหมือนเดิม คือไก่ที่แท้จริงตัวแรกมาจากไข่ ใช้โครงสร้าง regardless of whether + A + or + B ไว้หน้าข้อสรุปที่ยังเป็นจริงในทั้งสองกรณี โครงสร้างนี้ช่วยยอมรับว่ายังไม่แน่ใจ โดยไม่ทำให้ประเด็นหลักอ่อนลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายความว่าทั้งสองตัวเลือกนำไปสู่ผลเดียวกัน: ____ we travel by bus or by train, we will arrive before dinner.
ดูคำตอบ
Regardless of whether
burning question: คำถามที่อยากได้คำตอบมาก
A burning question คือคำถามสำคัญที่ใครบางคนอยากได้คำตอบมาก คำว่า burning ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อเพิ่มความรู้สึกเร่งด่วนหรือความอยากรู้อย่างมาก ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ ใน Got a burning question...? ผู้พูดกำลังชวนผู้ชมแบบเป็นกันเองให้ถามสิ่งที่พวกเขาอยากรู้มากที่สุด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Mia has a burning question about dinosaurs,” คำว่า “a burning question” หมายถึงอะไร
- คำถามที่ยากเกินกว่าจะถาม
- คำถามเกี่ยวกับไฟ
- คำถามสำคัญที่เธออยากได้คำตอบมาก
ดูคำตอบ
คำถามสำคัญที่เธออยากได้คำตอบมาก
And subscribe for more weekly science videos.
3:23และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์