คุณไม่ควรดูวิดีโอนี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
แนะนำวิดีโอ: หมีขาว หนังสือต้องห้าม อายุที่กฎหมายอนุญาตให้ดื่ม พาดหัวล่อคลิก และโดพามีน แสดงว่าการจำกัดทางเลือกหรือข้อมูลที่ขาดหายกระตุ้นแรงต้าน ความอยากรู้ และการฝ่าฝืนกฎได้อย่างไร ก่อนจบด้วยจิตวิทยาย้อนกลับ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "freedom of choice" - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: วลีธรรมชาติสำหรับสิทธิในการเลือกอย่างเสรี ใช้อธิบายภัยต่อความเป็นอิสระ 2. "information gap theory" - ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: ศัพท์จิตวิทยาและสื่อที่เชื่อมข้อมูลที่ขาด ความอยากรู้ และการคลิก 3. "don't you dare" - วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: คำห้ามที่รุนแรง ใช้แยกคำเตือนจริงจากจิตวิทยาย้อนกลับแบบล้อเล่น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
As humans we have a strong need to feel like the masters of our own fate สำนวน
0:00ในฐานะมนุษย์ เรามีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะรู้สึกว่าเราคือผู้กุมชะตาชีวิตของตัวเอง
อุปลักษณ์: masters of our own fate
ในวลี masters of our own fate คำว่า master เป็นอุปลักษณ์ของบุคคลที่มีอำนาจและการควบคุม วลีนี้หมายถึงการรู้สึกว่าสามารถกำหนดทิศทางชีวิตด้วยการตัดสินใจของตนเอง ไม่ได้หมายถึงการปกครองหรือเป็นเจ้าของใครตามความหมายตรงตัว อุปลักษณ์นี้เชื่อมโยงความเป็นอิสระกับความรับผิดชอบ การเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตนเองหมายถึงการมองว่าตนเป็นผู้ตัดสินใจอย่างแข็งขัน ไม่ใช่คนที่ชีวิตถูกกำหนดโดยปัจจัยภายนอกทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ masters of our own fate หมายถึงอะไร?
- คนที่สามารถกำหนดทิศทางชีวิตของตนเองได้
- คนที่สามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้ทุกอย่าง
- คนที่จ้างผู้อื่นมาทำงานในบ้าน
ดูคำตอบ
คนที่สามารถกำหนดทิศทางชีวิตของตนเองได้
คำที่มักใช้ร่วมกัน: freedom of choice
Freedom of choice เป็นนามวลีที่หมายถึงสิทธิหรือความสามารถจริงในการตัดสินใจอย่างอิสระระหว่างแนวทางที่เป็นไปได้ ในประโยคนี้ สิ่งที่อาจถูกคุกคามคือความเป็นอิสระดังกล่าว วลีนี้เน้นว่าใครเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจ ไม่ใช่มีตัวเลือกอยู่กี่อย่าง คนคนหนึ่งอาจมีตัวเลือกมากแต่มีเสรีภาพน้อย หากแรงกดดันหรือกฎขัดขวางการตัดสินใจโดยสมัครใจอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึงสิทธิในการตัดสินใจอย่างอิสระ: The new rules give families more ____ when choosing a school.
ดูคำตอบ
freedom of choice
ultimately compelling you to do things you're told not to do ไวยากรณ์
0:09จนท้ายที่สุดผลักดันให้คุณทำสิ่งที่คนอื่นบอกว่าอย่าทำ
compel + ใครบางคน + to do something
Compelling you to do things หมายถึงการบังคับหรือผลักดันคุณอย่างรุนแรงให้ลงมือทำ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ compel + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยกรรมจะอยู่หน้า to-infinitive ในที่นี้ compelling เป็นรูป -ing ที่เสริมผลลัพธ์สุดท้ายของปฏิกิริยาที่กล่าวมาก่อนหน้า กล่าวคือปฏิกิริยานั้นอาจลงเอยด้วยการผลักดันให้คนนั้นลงมือทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ compel และเครื่องหมาย infinitive ที่จำเป็น: The evacuation order ____ everyone ____ leave the building.
ดูคำตอบ
compelled · to
การทดลองทางความคิด
Thought experiment คือสถานการณ์สมมติที่ใช้ทดสอบแนวคิด การคาดการณ์ หรือสัญชาตญาณ โดยใช้เหตุผลพิจารณาว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่จำเป็นต้องนำสถานการณ์นั้นไปทำจริงในชีวิตจริง ใน Let’s try a little thought experiment วลีนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะมอบโจทย์ทางความคิดแบบสมมติให้ผู้ชม แล้วขอให้สังเกตหรืออนุมานผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า thought experiment มากที่สุด
- คุณจินตนาการว่าทุกคนอ่านใจได้ แล้วใช้เหตุผลคิดว่าความเป็นส่วนตัวจะเปลี่ยนไปอย่างไร
- คุณวางต้นไม้สองต้นไว้ใต้แสงที่ต่างกันแล้ววัดการเติบโต
- คุณสำรวจเพื่อนร่วมชั้นว่าพวกเขาอ่านหนังสือบ่อยเพียงใด
ดูคำตอบ
คุณจินตนาการว่าทุกคนอ่านใจได้ แล้วใช้เหตุผลคิดว่าความเป็นส่วนตัวจะเปลี่ยนไปอย่างไร
don't think about a white bear: ผลสะท้อนกลับของความคิด
หมีขาวคือสิ่งที่ถูกห้ามไม่ให้คิดถึงโดยเจตนาในการสาธิตเรื่องการกดความคิดแบบคลาสสิก ไม่ใช่สำนวน และไม่ได้บอกว่าหัวข้อเกี่ยวกับสัตว์ ประโยคที่สองเผยจุดประสงค์ของประโยคแรกว่า การสั่งไม่ให้คิดถึงบางสิ่งอาจทำให้สิ่งนั้นผุดขึ้นมาในจิตสำนึกเสียเอง ปรากฏการณ์นี้มักเรียกว่า rebound effect หรือ white bear effect ดังนั้น Oops จึงเป็นคำพูดเชิงหยอกเล่น ไม่ใช่การยอมรับว่าผู้พูดทำผิดจริง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังแสดงอะไรผ่านคำสั่งและคำพูดที่ตามมา?
- ขอโทษเพราะเผลอออกคำสั่งที่ไม่ชัดเจน
- ให้คำแนะนำที่ใช้ได้จริงในการหลีกเลี่ยงสัตว์อันตราย
- แสดงให้เห็นว่าการพยายามกดความคิดอาจทำให้ความคิดนั้นผุดขึ้นมา
ดูคำตอบ
แสดงให้เห็นว่าการพยายามกดความคิดอาจทำให้ความคิดนั้นผุดขึ้นมา
Studies that give participants the same instructions
0:21งานวิจัยที่ให้คำสั่งแบบเดียวกันแก่ผู้เข้าร่วม
and have them think out loud for 5 minutes วลี
0:23และให้พวกเขาพูดสิ่งที่คิดออกมาดัง ๆ เป็นเวลา 5 นาที
think out loud: พูดกระบวนการคิดออกมา
think out loud หมายถึงการพูดความคิดออกมาตามที่ความคิดกำลังก่อตัว แทนที่จะเก็บกระบวนการใช้เหตุผลไว้ในใจ ในที่นี้ ผู้เข้าร่วมถูกขอให้พูดสิ่งที่ผ่านเข้ามาในใจเพื่อให้สามารถสังเกตหรือบันทึกได้ วลีนี้กล่าวถึงการทำให้ผู้อื่นเข้าถึงกระบวนการคิด ไม่ใช่การเพิ่มระดับเสียง คนเราสามารถ think out loud ด้วยเสียงปกติหรือแม้แต่เสียงเบาได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการพูดกระบวนการคิดออกมา: Let me ____ for a moment while I compare these two plans.
ดูคำตอบ
think out loud
find that on average the white bear appears in their thoughts
0:25พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว หมีขาวจะโผล่เข้ามาในความคิดของพวกเขา
การใช้ not only ... but เพื่อเพิ่มข้อมูลที่ขนานกัน
not only ... but ... เชื่อมข้อมูลสองส่วนที่เป็นจริงทั้งคู่ โดยนำเสนอข้อมูลแรกก่อน แล้วเพิ่มข้อมูลที่สองในฐานะประเด็นที่เด่นกว่าหรือน่าประหลาดใจกว่า ในที่นี้ หมีปรากฏขึ้นทั้งตอนเริ่มการทดลองและปรากฏซ้ำ ๆ หลังจากนั้น ทั้งสองส่วนควรทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน ในประโยคนี้ ทั้งสองส่วนเป็นวลีบอกเวลาหรือความถี่ ได้แก่ at the onset of the experiment และ once every minute คำว่า but ในที่นี้เป็นคำที่เข้าคู่กับ not only ไม่ได้บอกว่าข้อมูลแรกถูกหักล้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not only และคำที่เข้าคู่กันคือ but: The club meets ____ after school ____ on Saturday.
ดูคำตอบ
not only · but
This automatic compulsion manifests in more concrete ways as well วลี
0:32แรงกระตุ้นอัตโนมัตินี้ยังแสดงออกมาในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย
manifests in more concrete ways: ทำให้แนวคิดนามธรรมสังเกตเห็นได้
ในที่นี้ manifests เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เริ่มสังเกตเห็นหรือมองเห็นได้” แรงกระตุ้นเป็นสิ่งนามธรรม ส่วน in more concrete ways ชี้ไปยังพฤติกรรมหรือผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงซึ่งทำให้มันปรากฏออกมา concrete ในที่นี้หมายถึง “เฉพาะเจาะจงและสังเกตได้” ไม่ได้หมายถึงวัสดุก่อสร้าง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ภาวะหรือแนวโน้มที่เป็นนามธรรม + manifest(s) in + รูปแบบหรือผลกระทบที่สังเกตได้ manifests เติม -s เพราะประธาน This automatic compulsion เป็นเอกพจน์
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบภาษาอังกฤษสองคำที่เป็นทางการและหมายถึง “ปรากฏให้เห็นผ่านผลกระทบ”: Long-term stress can ____ headaches and poor sleep.
ดูคำตอบ
manifest in
where the attempted banning of books has often led to them being more successful. ไวยากรณ์
0:37ที่ความพยายามสั่งห้ามหนังสือมักกลับทำให้หนังสือเหล่านั้นประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
led to them being: lead to + สรรพนาม + -ing
ใน led to them being more successful คำว่า led to หมายถึง “ส่งผลให้” บุพบท to ตามด้วยอนุประโยค them being more successful ซึ่งบอกผลลัพธ์ โดย them หมายถึงหนังสือ และในรูปแบบนี้มักใช้รูปกรรมก่อน being to เป็นส่วนหนึ่งของ lead to จึงไม่ได้เป็นเครื่องหมายของ infinitive ในที่นี้ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ เหตุหรือเหตุการณ์ + lead to + คนหรือสิ่งของ + รูป -ing: The delay led to us missing the train.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lead to ตามด้วยสรรพนามและอนุประโยค -ing ที่กำหนด: The new safety checks ____ more careful at work.
ดูคำตอบ
led to them being
are some of the most frequently banned books in the world วัฒนธรรม
0:46เป็นหนังสือกลุ่มที่ถูกสั่งห้ามบ่อยที่สุดในโลก
banned books: หนังสือที่ถูกหน่วยงานผู้มีอำนาจจำกัดการเข้าถึง
banned books คือหนังสือที่ถูกหน่วยงานผู้มีอำนาจ เช่น โรงเรียน ห้องสมุด หรือหน่วยงานรัฐบาล นำออกหรือจำกัดการเข้าถึง ในการพูดคุยเรื่องเสรีภาพในการอ่านและการเซ็นเซอร์ คำนี้มักหมายถึงข้อจำกัดในสถาบันหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง คำนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าหนังสือเหล่านั้นผิดกฎหมายหรือหาไม่ได้ในทุกแห่ง หนังสือที่กล่าวถึงในประโยคเคยถูกจำกัดหรือนำออกในบางพื้นที่ จึงต้องพิจารณาว่าคำสั่งห้ามมีขอบเขตแค่ไหน
แบบฝึกหัด
คณะกรรมการโรงเรียนมีมติให้นำนิยายเรื่องหนึ่งออกจากห้องสมุดทุกแห่งในเขตอย่างเป็นทางการ ในเขตนั้น ควรเรียกนวนิยายเล่มนี้ว่าอะไรจึงจะตรงที่สุด
- a banned book in that district
- a book that is illegal everywhere
- a challenged book with no removal decision
ดูคำตอบ
a banned book in that district
yet some of the most successful: การเปรียบต่างและการละคำ
ในที่นี้ yet เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไปในทิศทางตรงข้ามกัน หนังสือเหล่านี้ถูกสั่งห้ามบ่อย แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างมาก yet มีความหมายว่า “แต่ถึงอย่างนั้น” ทำให้ข้อเท็จจริงหลังฟังดูน่าประหลาดใจ successful ในที่นี้หมายถึงมีผู้อ่านมากหรือได้รับการยอมรับ ส่วนหลังถูกย่อให้สั้นลง ถ้าเขียนเต็ม ประธานเดิมจะตามด้วย are some of the most successful books อีกครั้ง คำว่า are และ books ที่ซ้ำกันถูกละไว้ เพราะผู้อ่านเติมจากส่วนแรกได้ ทำให้การตัดกันของความหมายกระชับและมีพลัง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดให้ความหมายเต็มของ “yet some of the most successful” ในที่นี้ได้ดีที่สุด
- และหนังสือเหล่านั้นยังไม่ได้กลายเป็นหนังสือที่ประสบความสำเร็จ
- แต่หนังสือเหล่านั้นก็เป็นหนังสือบางเล่มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วย
- ดังนั้นหนังสือที่ประสบความสำเร็จทุกเล่มจึงถูกสั่งห้าม
ดูคำตอบ
แต่หนังสือเหล่านั้นก็เป็นหนังสือบางเล่มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วย
can't help ourselves: ห้ามใจตัวเองไม่ได้
ในคำถามนี้ can't help ourselves หมายถึงเราไม่สามารถควบคุมแรงกระตุ้นหรือห้ามตัวเองได้ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้ระบุว่ากำลังทำอะไร เพราะเข้าใจได้จากบริบท คำถามนี้ถามว่าทำไมคนเราจึงยังยอมทำตามแรงกระตุ้น ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “Why can't we help ourselves?” หมายความว่าอย่างไร
- ทำไมเราถึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้?
- ทำไมเราถึงต้านแรงกระตุ้นนั้นไม่ได้?
- ทำไมเราถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น?
ดูคำตอบ
ทำไมเราถึงต้านแรงกระตุ้นนั้นไม่ได้?
The impulse comes from the perception that we're losing our freedom
0:52แรงกระตุ้นนี้เกิดจากความรู้สึกว่าเรากำลังสูญเสียอิสรภาพ
and is a psychological behavior called reactance. การใช้คำ
0:55และเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาต่อต้านทางจิตวิทยา”
Reactance: แรงต้านเมื่ออิสรภาพถูกคุกคาม
Reactance เป็นศัพท์ทางจิตวิทยาที่หมายถึงแรงต้านหรือแรงกระตุ้นให้ขัดขืน ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อคนรู้สึกว่าอิสรภาพในการเลือกของตนถูกคุกคาม ในประโยคนี้ คำดังกล่าวใช้เรียกพฤติกรรมทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังแรงกระตุ้น ไม่ได้หมายถึงปฏิกิริยาทั่วไปทุกชนิด ดังนั้น ข้อจำกัดอาจให้ผลตรงข้ามกับที่ตั้งใจไว้ สิ่งที่ถูกห้ามอาจดูน่าดึงดูดยิ่งขึ้น เพราะคนนั้นต้องการฟื้นความรู้สึกว่าตนเองยังเลือกได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ reactance ทางจิตวิทยา
- วัยรุ่นคนหนึ่งยิ่งอยากเล่นเกมมากขึ้นหลังถูกห้ามไม่ให้เล่น
- นักเรียนหาวเพราะบทเรียนยาว
- คนคนหนึ่งยิ้มหลังได้รับข่าวดี
ดูคำตอบ
วัยรุ่นคนหนึ่งยิ่งอยากเล่นเกมมากขึ้นหลังถูกห้ามไม่ให้เล่น
Have you ever been told you couldn't have something ไวยากรณ์
0:58คุณเคยถูกบอกไหมว่าไม่สามารถมีบางอย่างได้
Have you ever been told: คำถามรูปถูกกระทำเกี่ยวกับประสบการณ์
Have you ever been told ผสม present perfect คือ have ... been กับรูปถูกกระทำของ tell คือ been told เพื่อถามว่าเคยมีประสบการณ์นี้ในเวลาใดก็ตามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันหรือไม่ โดยไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนบอก อนุประโยคที่ตามมาให้เนื้อหาของสิ่งที่บอก ในตัวอย่าง you couldn't have something คือสิ่งที่ผู้ฟังอาจเคยถูกบอก ใช้โครงสร้างนี้เพื่อชวนให้คนฟังเชื่อมโยงหัวข้อกับประสบการณ์ชีวิตของตน ไม่ใช่เพื่อถามถึงเหตุการณ์ในอดีตครั้งใดครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้าง present perfect รูปถูกกระทำสำหรับประสบการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้จนถึงปัจจุบัน: ____ that your accent is easy to understand?
ดูคำตอบ
Have you ever been told
only to realize that it made you want it more ไวยากรณ์
1:00แล้วกลับพบว่านั่นยิ่งทำให้คุณอยากได้มันมากขึ้น
only to realize: ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
Only to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาเป็นเรื่องไม่คาดคิด และมักขัดกับความหวังหรือสิ่งที่คาดไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ สิ่งที่ตระหนักได้คือข้อห้ามกลับทำให้ความอยากเพิ่มขึ้น only ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “เพียงอย่างเดียว” แต่ทำให้เหตุการณ์ที่สองเป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด จึงสื่อความหมายมากกว่าแค่ and then
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ only to ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังอย่างไม่คาดคิด
- Sam opened the umbrella to stay dry.
- Sam opened the umbrella, and then the rain stopped.
- Sam opened the umbrella, only to discover that it was broken.
ดูคำตอบ
Sam opened the umbrella, only to discover that it was broken.
made you want it more: make + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน
Made เป็นรูปอดีตของ make ที่ใช้ในความหมายว่าเป็นเหตุให้เกิดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โครงสร้างคือ make + คน + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น made you want หมายความว่าสิ่งหนึ่งเป็นเหตุให้คนเกิดปฏิกิริยาหรือทำบางอย่าง ในประโยคนี้ ข้อห้ามทำให้ความอยากรุนแรงขึ้น More บอกว่าระดับความอยากเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจำนวนสิ่งของเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ want หลัง made: The trailer made us ____ to watch the movie.
ดูคำตอบ
want
when in the first place you never even really wanted it? วลี
1:02ทั้งที่ตอนแรกคุณไม่ได้อยากได้มันจริง ๆ ด้วยซ้ำ
in the first place: ย้อนกลับไปยังข้อสันนิษฐานเริ่มต้น
ในประโยคนี้ in the first place หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “ก่อนที่สถานการณ์ภายหลังจะเข้ามามีความสำคัญ” วลีนี้พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงเริ่มต้นว่า จริง ๆ แล้วคนนั้นไม่เคยอยากได้สิ่งนั้นเลย วลีนี้มักใช้ตั้งคำถามกับข้อสันนิษฐานเดิม กล่าวคือ ถ้าเงื่อนไขแรกไม่เคยเป็นจริง แล้วเหตุใดการกระทำ กฎ หรือปฏิกิริยาที่เกิดภายหลังจึงสำคัญ คำว่า place ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ตั้งแต่แรก ก่อนที่สถานการณ์ภายหลังจะมีความสำคัญ”: Why did you accept the invitation if you did not want to go ____?
ดูคำตอบ
in the first place
A classic example is the limitation of alcohol consumption.
1:05ตัวอย่างคลาสสิกคือการจำกัดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
In the late '80s when the US increased the legal drinking age to 21 วัฒนธรรม
1:08ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เมื่อสหรัฐฯ ปรับอายุขั้นต่ำตามกฎหมายสำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นเป็น 21 ปี
legal drinking age: อายุขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
Legal drinking age หมายถึงอายุขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ในประโยคนี้กล่าวว่าสหรัฐฯ เพิ่มเกณฑ์ดังกล่าวเป็น 21 ปีในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ข้อกำหนดที่แน่นอนอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่ กฎหมายอาจแยกควบคุมการซื้อ การครอบครอง และการดื่มแอลกอฮอล์ วลีนี้หมายถึงเกณฑ์อายุตามกฎหมาย ไม่ใช่อายุที่คนเริ่มดื่มจริง
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์เชิงนโยบายสามคำที่หมายถึงอายุขั้นต่ำที่กฎหมายอนุญาต: Before traveling, check the ____ because alcohol laws vary by country.
ดูคำตอบ
legal drinking age
a study of thousands of people found that those affected by the new law ไวยากรณ์
1:12งานวิจัยที่ศึกษาคนหลายพันคนพบว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายใหม่
อนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อใน “those affected by the new law”
วลีอดีตกริยาช่องสาม “affected by the new law” วางหลัง “those” เพื่อระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด วลีนี้เป็นอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อมาจาก “those who were affected by the new law” เนื่องจากวลีนี้เป็นรูปถูกกระทำ คนเหล่านั้นจึงเป็นฝ่ายได้รับผลจากกฎหมาย ไม่ใช่ฝ่ายที่ก่อให้เกิดผลดังกล่าว รูปแบบกระชับที่เป็นคำนามหรือคำสรรพนามตามด้วยวลีอดีตกริยาช่องสามนี้ใช้บ่อยเมื่อสามารถเข้าใจอนุประโยคขยายแบบเต็มได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยคขยายแบบถูกกระทำที่ย่อมาจาก “who were affected”: Residents ____ by the road closure can use the east entrance.
ดูคำตอบ
affected
การใช้ “higher than expected” เปรียบเทียบกับระดับที่คาดไว้
ใน “higher than expected” คำว่า higher เปรียบเทียบปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์จริงกับระดับที่คาดไว้ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท ผลจริงสูงกว่าระดับนั้น ไม่ได้หมายความว่าความคาดหวังเองสูงกว่า Expected เป็นส่วนหนึ่งของส่วนเติมเต็มในการเปรียบเทียบที่ถูกย่อ ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำกันในตำแหน่งนี้ ดังนั้น “higher than expected” จึงหมายถึง “higher than was expected” หรือ “higher than the expected amount”
แบบฝึกหัด
เติมรายงานด้วยรูปเปรียบเทียบที่มีความหมายตรงกับ “สูงกว่าระดับที่คาดการณ์ไว้”: Demand was ____.
ดูคำตอบ
higher than expected
Studies have even found that there is an increased interest in entertainment programming
1:20งานวิจัยยังพบด้วยว่า ผู้คนสนใจรายการบันเทิงมากขึ้น
viewer discretion is advised ในฐานะคำเตือนเนื้อหา
“Viewer discretion is advised” เป็นคำเตือนแบบเป็นทางการที่แสดงก่อนสื่อซึ่งอาจมีเนื้อหาที่กระทบจิตใจหรืออ่อนไหว เช่น ความรุนแรง เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ หรือภาษาหยาบคาย คำเตือนนี้บอกให้ผู้ชมใช้วิจารณญาณของตนเองว่าจะรับชมต่อหรือไม่ ในที่นี้ “discretion” หมายถึงการใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลอย่างรอบคอบ และรูปประโยคแบบถูกกระทำ “is advised” ทำให้คำแนะนำมีน้ำเสียงเป็นทางการและไม่เจาะจงบุคคล ไม่ได้หมายความว่าผู้ชมคนใดคนหนึ่งเคยได้รับคำแนะนำเป็นการส่วนตัวแล้ว
แบบฝึกหัด
วิดีโอแสดงข้อความ “Viewer discretion is advised” ก่อนฉากรุนแรง คำเตือนนี้ขอให้ผู้ชมทำอะไร
- ใช้วิจารณญาณของตนเองตัดสินใจว่าจะดูหรือไม่
- รอคำแนะนำส่วนตัวจากผู้ดำเนินรายการ
- คิดว่าฉากนั้นเหมาะกับทุกคน
ดูคำตอบ
ใช้วิจารณญาณของตนเองตัดสินใจว่าจะดูหรือไม่
which has led to the successful rise of clickbait on the internet.
1:29ซึ่งผลักดันให้คลิกเบตเฟื่องฟูบนอินเทอร์เน็ต
Titles like a wealthy person lost all their money
1:33พาดหัวอย่าง “คนรวยคนหนึ่งสูญเสียเงินทั้งหมดไป
ช่องว่างของข้อมูลใน you won't believe what happened next
“You won't believe what happened next” พูดกับผู้อ่านโดยตรงแต่ยังไม่บอกว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น สำนวนนี้ให้การประเมินก่อนว่าเรื่องต่อไปไม่น่าเชื่อ แล้วจึงเลื่อนข้อมูลจริงออกไป ทำให้เกิดช่องว่างของข้อมูล ในพาดหัวออนไลน์ “won't believe” มักเป็นคำสัญญาที่กล่าวเกินจริง ไม่ใช่การคาดการณ์อย่างน่าเชื่อถือว่าผู้อ่านจะเชื่ออะไร รูปแบบนี้สร้างความสงสัยเพื่อให้ผู้อ่านคลิกหรือรับชมต่อ
แบบฝึกหัด
พาดหัวใดสร้างช่องว่างของข้อมูลด้วยการสัญญาถึงผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจโดยยังไม่เปิดเผยผลลัพธ์
- The local team won the final 3-1
- The museum opens at 9 a.m.
- you won't believe what happened next
ดูคำตอบ
you won't believe what happened next
information gap theory: เหตุใดข้อมูลที่ขาดไปจึงสร้างความอยากรู้
information gap theory เป็นทฤษฎีที่อธิบายความอยากรู้ว่า เมื่อคนเราสังเกตเห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่รู้กับสิ่งที่อยากรู้ เราจะอยากค้นหาข้อมูลที่ขาดไป ในประโยคนี้ คำตอบที่ถูกซ่อนไว้สร้างช่องว่างดังกล่าว จึงทำให้คนอยาก fill in the blanks Known as ในภาษาพูดเชื่อมแบบหลวม ๆ กับกลไกที่กล่าวถึงก่อนหน้า หมายความว่ากลไกนั้นเรียกว่า information gap theory ไม่ได้หมายความว่า we ถูกเรียกด้วยชื่อนี้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดง information gap theory ได้ดีที่สุด
- เด็กคนหนึ่งพูดซ้ำข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วโดยไม่ได้ค้นหาข้อมูลเพิ่ม
- พาดหัวระบุว่า “นักวิทยาศาสตร์พบสัตว์ที่น่าประหลาดใจ—คลิกเพื่อดูว่าเป็นสัตว์อะไร” ทำให้ผู้อ่านอยากรู้คำตอบที่หายไป
- รายงานอากาศที่สมบูรณ์ให้รายละเอียดการพยากรณ์ทั้งหมด
ดูคำตอบ
พาดหัวระบุว่า “นักวิทยาศาสตร์พบสัตว์ที่น่าประหลาดใจ—คลิกเพื่อดูว่าเป็นสัตว์อะไร” ทำให้ผู้อ่านอยากรู้คำตอบที่หายไป
be primed to + กริยา: ถูกกระตุ้นให้มีแนวโน้มตอบสนองมากขึ้น
be primed to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการถูกทำให้อยู่ในสภาวะที่มีแนวโน้มจะตอบสนองในภายหลังมากขึ้น การเตรียมนี้อาจเกิดขึ้นโดยที่บุคคลนั้นไม่รู้ตัว ในประโยคนี้ ช่องว่างข้อมูลทำให้คนมีแนวโน้มอยากรู้คำตอบที่หายไป ไม่ได้หมายถึง “เป็นคนที่ดีที่สุด” และไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเคยฝึกไว้ล่วงหน้า หลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น primed to notice และ primed to choose
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “ได้รับอิทธิพลอย่างละเอียดอ่อนจนมีแนวโน้มตอบสนองมากขึ้น”: After seeing several road-safety posters, the drivers were ____ notice warning signs.
ดูคำตอบ
primed to
fill in the blanks: เติมข้อมูลที่ขาดหายไป
ในประโยคนี้ fill in the blanks ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย blanks หมายถึงช่องว่างในความรู้ของเรา และการเติมช่องว่างก็คือการใช้เบาะแสเพื่อหาข้อเท็จจริงที่ขาดไป สำนวนเดียวกันนี้ใช้ตามความหมายตรงตัวในแบบฝึกหัดได้ด้วย คือเขียนคำที่หายไปลงในช่องว่าง บริบทจะบอกว่าช่องว่างนั้นอยู่บนหน้ากระดาษหรืออยู่ในความรู้ของเรา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “อนุมานข้อมูลที่ขาดหายไป”: The report gives us enough clues to ____.
ดูคำตอบ
fill in the blanks
This taps into our psychological and physiological response. กริยาวลี
1:46กลไกนี้กระตุ้นการตอบสนองทั้งทางจิตใจและทางสรีรวิทยาของเรา
taps into: เข้าถึงทรัพยากรหรือการตอบสนองที่มีอยู่แล้ว
ในที่นี้ taps into หมายถึงการเข้าถึงและใช้การตอบสนองที่ผู้คนมีอยู่แล้ว ประธาน This หมายถึงสิ่งที่กระตุ้นหรือดึงเอาทั้งปฏิกิริยาทางจิตใจและทางร่างกายมาใช้ โครงสร้างคือ tap into + ทรัพยากร ความสามารถ ความรู้สึก กลุ่มคน หรือความต้องการที่มีอยู่แล้ว โดยมักสื่อถึงการเข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ใต้พื้นผิว ไม่ใช่สร้างขึ้นมาจากศูนย์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ใช้ความรู้สึกที่มีอยู่แล้ว”: The story ____ our fear of the dark.
ดูคำตอบ
taps into
ถ้าคุณถูกกระตุ้นทางอารมณ์มากขึ้น … คุณก็มีแนวโน้มที่จะ…มากขึ้น
อนุประโยค if ตั้งเงื่อนไขที่มีระดับสูงขึ้น คือ ถูกกระตุ้นทางอารมณ์มากขึ้น ส่วนประโยคหลักใช้ be more likely to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าโอกาสที่จะคลิกสูงขึ้น รูปแบบนี้บอกแนวโน้ม ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแน่นอน ในที่นี้งานวิจัยรายงานความสัมพันธ์ระหว่างการถูกกระตุ้นมากขึ้นกับการคลิก แต่ไวยากรณ์รูปแบบนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบให้สมบูรณ์ด้วย If และรูปที่ถูกต้องของ be more likely to: ____ people feel more curious, they ____ open the link.
ดูคำตอบ
If · are more likely to
and we put up with clickbait because well sometimes it works. กริยาวลี
1:56และเรายอมทนกับคลิกเบต เพราะเอาเข้าจริง บางครั้งมันก็ได้ผล
put up with: ทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ
Put up with เป็นกริยาวลีสามคำที่หมายถึงทนต่อคนหรือสิ่งที่ไม่น่าพอใจหรือน่ารำคาญ มักสื่อว่าคุณไม่ชอบสถานการณ์นั้น แต่ยังคงยอมรับมันต่อไป กรรมวางหลัง with: put up with clickbait ในประโยคนี้ ผู้คนยอมรับพาดหัวล่อให้คลิกแม้จะไม่ชอบ เพราะบางครั้งมันก็ได้ผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึงทน: I won't ____ that rude behavior anymore.
ดูคำตอบ
put up with
Sometimes we get the satisfaction and release of dopamine we wanted
1:59บางครั้งเราได้รับความพึงพอใจและการหลั่งโดพามีนอย่างที่ต้องการ
by satiating our desire to fill in the information gap วลี
2:03ด้วยการสนองความอยากเติมช่องว่างของข้อมูล
satiating our desire: เติมเต็มความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างสมบูรณ์
ในประโยคนี้ satiating our desire หมายถึงการตอบสนองแรงปรารถนาอย่างเต็มที่เพื่อปิดช่องว่างของข้อมูล คำว่า satiate มักสื่อว่าความปรารถนานั้นได้รับการเติมเต็มจนไม่รู้สึกเร่งเร้าอีกต่อไป รูป -ing อยู่หลัง by เพื่อบอกวิธีการ กล่าวคือ ความพึงพอใจเกิดจากการเติมเต็มความปรารถนานั้น กรรมที่อยู่หลัง satiating ระบุว่าสิ่งใดได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาแบบเป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตอบสนองอย่างเต็มที่”: The detailed answer helped ____ her desire to understand the puzzle.
ดูคำตอบ
satiate
which makes your desire to click next time even stronger.
2:06ซึ่งยิ่งทำให้ครั้งต่อไปคุณอยากคลิกมากขึ้นไปอีก
we can also find pleasure and a surge of dopamine วลี
2:11เราก็อาจรู้สึกเพลิดเพลินและมีระดับโดพามีนพุ่งสูงขึ้น
In the same way: แสดงกลไกที่คล้ายกัน
In the same way เป็นตัวเชื่อมความคิดที่บอกผู้ฟังให้เชื่อมแนวคิดถัดไปเข้ากับรูปแบบคล้ายกันที่อธิบายไว้แล้ว ในที่นี้ วลีนี้บอกว่าการฝ่าฝืนกฎอาจทำให้เกิดการตอบสนองแบบได้รับรางวัล เช่นเดียวกับการปิดช่องว่างของข้อมูล วลีนี้เปรียบเทียบกลไก ไม่ได้บอกว่ารายละเอียดทั้งหมดของทั้งสองสถานการณ์เหมือนกัน เมื่อได้ยินวลีนี้ ให้ย้อนดูว่ารูปแบบใดจากก่อนหน้ากำลังถูกนำมาใช้อีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ผู้เขียนอธิบายก่อนว่าการฝึกทุกวันช่วยพัฒนาทักษะเปียโน จากนั้นบอกว่าการฝึกทุกวันช่วยพัฒนาการออกเสียงด้วย ตัวเชื่อมใดบอกได้ชัดที่สุดว่ารูปแบบเดียวกันกำลังถูกนำมาใช้?
- On the other hand
- For example
- In the same way
ดูคำตอบ
In the same way
a surge of dopamine: โดพามีนที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก
ในประโยคนี้ a surge of dopamine หมายถึงปริมาณโดพามีนที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก โครงสร้าง a surge of + คำนาม บรรยายสิ่งที่เพิ่มขึ้นเหมือนคลื่นหรือการพุ่งออกมา จึงให้ความรู้สึกเร็วและชัดเจนกว่าการเพิ่มขึ้นทั่วไป การเพิ่มขึ้นนี้เป็นเพียงชั่วคราว วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าระดับโดพามีนจะสูงอยู่ตลอดไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและมาก”: After the final whistle, the fans felt ____ excitement.
ดูคำตอบ
a surge of
positive reinforcement: ทำให้พฤติกรรมมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีกมากขึ้น
ในประโยคนี้ positive reinforcement หมายถึงผลลัพธ์ที่ให้ความรู้สึกเป็นรางวัลเกิดขึ้นหลังพฤติกรรมหนึ่ง และทำให้พฤติกรรมนั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีกมากขึ้น ในที่นี้ ความพึงพอใจและโดพามีนที่พุ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นผลลัพธ์ที่ให้รางวัลนั้น positive เป็นคำเชิงเทคนิคในที่นี้ หมายถึงมีการเพิ่มบางสิ่ง ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมนั้นดี พฤติกรรมที่ถูกเสริมแรงอาจมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ก็ได้
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเก็บของเล่น ทุกครั้งที่ทำ พ่อจะให้สติกเกอร์ แล้วเด็กก็เริ่มเก็บของเล่นบ่อยขึ้น คำใดอธิบายผลของสติกเกอร์ได้ดีที่สุด?
- positive reinforcement
- negative reinforcement
- punishment
ดูคำตอบ
positive reinforcement
You may also be a genetically predisposed rule breaker. การใช้คำ
2:15คุณอาจมีแนวโน้มจะแหกกฎมาตั้งแต่กำเนิดเพราะพันธุกรรมด้วยก็ได้
genetically predisposed: แนวโน้มทางพันธุกรรม ไม่ใช่ความแน่นอน
ในประโยคนี้ genetically predisposed ขยาย rule breaker โดยสื่อว่าปัจจัยทางชีวภาพที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมอาจทำให้คนหนึ่งมีแนวโน้มฝ่าฝืนกฎมากขึ้น Genetically ระบุที่มาของแนวโน้ม ส่วน predisposed หมายถึงมีแนวโน้มหรือมีโอกาสมากกว่า สำนวนนี้บอกว่าโอกาสเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นแน่นอน สภาพแวดล้อม ประสบการณ์ และการเลือกของแต่ละคนยังมีผลต่อการเกิดพฤติกรรมนั้นจริงหรือไม่
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: “A child who is genetically predisposed to impulsive behavior will definitely behave impulsively.”
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ผิด
Studies on twins and adopted children have shown
2:19งานวิจัยเกี่ยวกับฝาแฝดและเด็กที่เป็นบุตรบุญธรรมแสดงให้เห็นว่า
how your genes play a large role in how impulsive you are. วลี
2:21ยีนของคุณมีบทบาทอย่างมากต่อระดับความหุนหันพลันแล่น
play a large role in: การแสดงอิทธิพลที่สำคัญ
Play a large role in หมายถึง “มีอิทธิพลหรือมีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์หรือกระบวนการหนึ่ง” ในที่นี้สื่อว่ายีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อระดับความหุนหันพลันแล่นของคนคนหนึ่ง วลีนี้ยังเปิดโอกาสให้มีสาเหตุอื่น จึงระมัดระวังกว่าการบอกว่ายีน cause ความหุนหันพลันแล่น หลัง in ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น play a large role in development และ play a large role in shaping behavior
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีอิทธิพลสำคัญต่อ”: Regular practice can ____ improving your confidence.
ดูคำตอบ
play a large role in
baseline serotonin ในฐานะระดับอ้างอิงก่อนการแทรกแซง
ในประโยคงานวิจัยนี้ baseline serotonin หมายถึงระดับเซโรโทนินที่ใช้เป็นค่าอ้างอิงก่อนเงื่อนไข สิ่งกระตุ้น หรือการแทรกแซงที่กำลังศึกษา คำว่า baseline ขยาย serotonin และไม่ได้หมายถึงระดับเซโรโทนินที่ต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ วลีนี้ช่วยให้ผู้อ่านเปรียบเทียบค่าที่วัดภายหลังหรือค่าที่ต่างกันกับค่าอ้างอิงเริ่มต้น ในที่นี้ประโยครายงานความสัมพันธ์กับพฤติกรรม ไม่ได้บอกวิธีวัด วินิจฉัยบุคคล หรือพิสูจน์ว่าเซโรโทนินเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุของพฤติกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้ศัพท์งานวิจัยที่หมายถึงค่าที่วัดเป็นจุดอ้างอิงก่อนการแทรกแซงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the exercise program began, researchers recorded each participant's ____ heart rate.
ดูคำตอบ
baseline
were seen to have ในฐานะโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ
Were seen to have เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ มีรูปแบบคือ ประธาน + be seen + to have + นามวลี ในที่นี้หมายความว่ามีการรายงานหรือสังเกตว่าคนเหล่านั้นมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นเพิ่มขึ้น รูปถูกกระทำไม่ระบุชื่อนักวิจัยหรือผู้สังเกต และทำให้ข้อความฟังดูเป็นกลางและอิงหลักฐาน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีคนมองเห็นคนเหล่านั้น “ครอบครอง” พฤติกรรม และเป็นการกล่าวที่อ้อมกว่าการพูดเพียงว่า they had it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรายงานแบบถูกกระทำที่หมายถึง “มีการรายงานหรือสังเกตว่ามี”: In the study, children who took regular breaks ____ longer attention spans.
ดูคำตอบ
were seen to have
With all that said, ในฐานะวลีเปลี่ยนผ่าน
With all that said เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่รวบรวมและรับรู้สิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าทั้งหมดเป็นก้อนเดียว วลีนี้บอกผู้ฟังว่าการอภิปรายก่อนหน้าเสร็จสมบูรณ์เพียงพอแล้ว และผู้พูดพร้อมจะไปต่อ สิ่งที่ตามมาอาจเป็นข้อสรุป ข้อสงวน การเปลี่ยนจุดเน้น หรือการหักมุมเชิงขบขัน ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่าผู้พูดปฏิเสธประเด็นก่อนหน้า ต้องดูอนุประโยคถัดไปเพื่อทราบความสัมพันธ์ที่แน่ชัด
แบบฝึกหัด
หลังจากผู้พูดทบทวนทั้งประโยชน์และความเสี่ยงแล้ว “With all that said” ส่งสัญญาณอะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้พูดกำลังรวบการอภิปรายก่อนหน้าและเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุป ข้อสงวน การตัดสินใจ หรือน้ำเสียงใหม่
- ผู้พูดกำลังสัญญาว่าจะสรุปเฉพาะรายละเอียดก่อนหน้าเท่านั้น
- ผู้พูดกำลังนำเสนอด้านตรงข้ามของการเปรียบเทียบสองด้าน
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังรวบการอภิปรายก่อนหน้าและเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุป ข้อสงวน การตัดสินใจ หรือน้ำเสียงใหม่
don't you dare go watching more AsapSCIENCE videos. น้ำเสียง/เจตนา
2:33อย่าได้ไปดูวิดีโอ AsapSCIENCE เพิ่มเชียวนะ
Don't you dare ในฐานะคำห้ามที่หนักแน่น
Don't you dare + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นโครงสร้างห้ามที่หนักแน่น ใช้เตือนหรือท้าทายผู้ฟังไม่ให้ทำบางอย่าง dare เพิ่มความรุนแรงให้ถ้อยคำ จึงหนักกว่าอันเชิญชวนธรรมดาที่ใช้ please don't มาก ในประโยคนี้ คำสั่งที่เกินจริงเป็นการใช้จิตวิทยาย้อนกลับแบบขบขัน กล่าวคือ การห้ามที่เห็นภายนอกมีจุดประสงค์ให้ผู้ชมยิ่งอยากดูต่อ ในบริบทอื่น คำเดียวกันอาจแสดงความโกรธจริงได้ ดังนั้นต้องพิจารณาเจตนาจากน้ำเสียงและความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ลูกค้าพูดกับพนักงานว่า “Don't you dare close the register yet.” นี่เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติและให้เกียรติในการขอเรื่องธรรมดา
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
and you better not subscribe for more weekly videos every Thursday. ไวยากรณ์
2:40และอย่าได้กดติดตามเพื่อดูวิดีโอใหม่ทุกวันพฤหัสบดีเชียว
“You better not …”: การละ had ในคำเตือนที่หนักแน่น
You better not subscribe เป็นรูปภาษาพูดของ You had better not subscribe ที่ละ had ออก โครงสร้าง had better not + กริยารูปพื้นฐานใช้เตือนอย่างหนักแน่น และสื่อเป็นนัยว่าหากทำสิ่งนั้นอาจเกิดผลที่ไม่น่าพอใจ better ตรงนี้ไม่ใช่รูปเปรียบเทียบขั้นกว่า และข้อความนี้แรงกว่าคำแนะนำแบบนุ่มนวล โดยปกติ ประโยคนี้บอกให้อีกฝ่ายอย่ากดติดตาม แต่ในช่วงจบนี้ ผู้พูดจงใจพูดตรงข้ามกับสิ่งที่ต้องการ โดยใช้จิตวิทยาย้อนกลับเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมกดติดตาม ในสถานการณ์อื่นต้องดูบริบทว่าคำเตือนนั้นจริงจัง เป็นการล้อเล่น หรือเป็นการประชด
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยรูปภาษาพูดของ had better not ที่ละ had ออก: You ____ touch that switch.
ดูคำตอบ
better not