วิธีรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำแนะนำวิดีโอ: บทความนี้แสดงให้เห็นว่าความคาดหวังที่ไม่สมจริง ความละอายใจ การไม่เข้าใจตนเอง และความกลัวที่จะบอกความต้องการเล็ก ๆ ทำให้ความสัมพันธ์ที่ดูมั่นคงเปราะบางได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. last the course: เรียนรู้สำนวนที่บอกว่าความสัมพันธ์ แผนงาน หรือกระบวนการที่ยากดำเนินไปจนจบ โดยไม่เข้าใจ course เพียงว่าเป็นชั้นเรียนหรือเส้นทาง 2. rather than: ดูว่าความเปรียบต่างสามชุดเปรียบการหลีกเลี่ยงกับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาอย่างไร แล้วใช้โครงสร้างนี้เทียบสิ่งที่เลือกทำกับทางเลือกที่ปฏิเสธ 3. in good time: เข้าใจว่าหมายถึงเร็วพอที่การลงมือยังเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เพียงมาตรงเวลานัด และใช้พูดถึงการพบความเสี่ยงหรือการเตรียมตัวล่วงหน้า
คำอธิบายในบทเรียนนี้
How can you tell whether a relationship is going to last the course or whether it's doomed to founder? โน้ต
0:05คุณจะบอกได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์จะยืนยาวไปจนตลอดรอดฝั่ง หรือว่ามันถูกกำหนดมาให้ต้องล้มเหลว?
How can you tell whether ...?: การแยกความเป็นไปได้
How can you tell whether ...? ใช้ถามว่าสัญญาณหรือหลักฐานอะไรช่วยให้ตัดสินระหว่างความเป็นไปได้ต่าง ๆ ได้ ในประโยคนี้ whether นำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ข้อแรก และ or whether นำเสนออีกทางเลือกหนึ่ง ในโครงสร้างนี้ tell หมายถึง “สังเกตออกหรือตัดสินได้” ไม่ใช่ “บอกบางอย่างกับใครสักคน” ใช้โครงสร้างนี้เพื่อถามหาวิธีตัดสินว่าความเป็นไปได้ใดเป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อถามวิธีแยกความเป็นไปได้สองแบบ: ____ the signal is genuine or fake?
ดูคำตอบ
How can you tell whether
last the course: ทนไปจนถึงที่สุด
Last the course เป็นสำนวนที่หมายถึงการดำเนินต่อไปจนจบกระบวนการที่ยาวนานหรือยากลำบาก ในประโยคนี้หมายถึงความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อและอยู่รอดได้เมื่อเวลาผ่านไป course ในที่นี้หมายถึงกระบวนการหรือช่วงเวลาทั้งหมดที่ต้องผ่านให้ได้ ไม่ใช่วิชาเรียน สำนวนนี้เน้นว่ามีกำลัง ความมั่นคง หรือทรัพยากรเพียงพอที่จะไปถึงจุดจบหรือไม่
แบบฝึกหัด
โครงการระยะเวลาสองปีอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดก่อนเสร็จสิ้น ประโยคใดระบุโดยเฉพาะว่าโครงการอาจอยู่ไม่ถึงตอนจบ?
- The managers may not stay the course.
- The project may change course.
- The project may not last the course.
ดูคำตอบ
The project may not last the course.
What's the difference between fragile and solid couples?
0:11คู่รักที่เปราะบางและคู่รักที่มั่นคงมีความแตกต่างกันอย่างไร?
Here are some of the things to look out for in couples that seem very fragile. กริยาวลี
0:15นี่คือสิ่งที่คุณควรสังเกตในคู่รักที่ดูเหมือนจะเปราะบางมากๆ
look out for: คอยระวังเพื่อสังเกตสัญญาณเฉพาะ
ในประโยคนี้ look out for หมายถึง “ใส่ใจเพื่อให้สังเกตเห็นหรือระบุบางสิ่งได้” ผู้พูดกำลังจะบอกสัญญาณต่าง ๆ ที่อาจแสดงว่าความสัมพันธ์นั้นเปราะบาง โครงสร้างคือ look out for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม มักใช้กล่าวถึงความเสี่ยง สัญญาณเตือน โอกาส หรือลักษณะสำคัญที่ควรสังเกต ไม่ได้หมายถึงการมองออกไปข้างนอกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
คู่มือความปลอดภัยเขียนว่า “Look out for loose wires near the plug.” คำแนะนำนี้หมายความว่าอย่างไร
- หันสายตาออกจากปลั๊ก
- ค้นหาสายไฟที่มีคนทำหาย
- คอยระวังเพื่อให้สังเกตเห็นสายไฟที่หลวม
ดูคำตอบ
คอยระวังเพื่อให้สังเกตเห็นสายไฟที่หลวม
Fragile couples tend paradoxically to be very hopeful about love.
0:25คู่รักที่เปราะบางมักจะมีความหวังในความรักสูงมากอย่างน่าขัดแย้ง
They associate happiness with conflict-free unions. วลี
0:30พวกเขาเชื่อมโยงความสุขเข้ากับการอยู่ร่วมกันโดยปราศจากความขัดแย้ง
associate A with B: เชื่อมโยงความสุขกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีความขัดแย้ง
Associate A with B หมายถึงการเชื่อมโยง A และ B ในความคิด เพื่อให้สิ่งหนึ่งทำให้นึกถึงอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้พวกเขาเชื่อมโยงความสุขกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีความขัดแย้ง และมองว่าลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเรื่องความสุข โครงสร้างนี้ต้องมีกรรมหลัง associate แล้วจึงตามด้วย with + แนวคิดที่สอง: associate happiness with conflict-free unions ในบริบทนี้ unions หมายถึงความสัมพันธ์แบบคู่รัก ไม่ใช่สหภาพแรงงาน ความเชื่อมโยงนี้เป็นแนวคิดหรือความเชื่อ ตัวกริยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่า B ทำให้เกิด A หรือว่า A กับ B เหมือนกันทุกประการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ associate A with B: Many people ____ success ____ money.
ดูคำตอบ
associate · with
once they have found the person they unwisely see as the one, สำนวน
0:35เมื่อได้พบกับคนที่พวกเขาถือว่าเป็นคนที่ใช่โดยขาดความยั้งคิด
the one: คู่ชีวิตในอุดมคติ
ในบริบทความรัก the one หมายถึงคนที่ใครสักคนเชื่อว่าเป็นคู่ชีวิตในอุดมคติของตน ไม่ได้หมายถึงเพียง “คนนั้น” ที่เลือกจากกลุ่มคนเท่านั้น ในประโยคนี้ see someone as the one หมายถึงมองว่าคนนั้นเป็นเพียงคนเดียวที่เหมาะกับตนอย่างแท้จริง คำว่า unwisely แสดงความกังขา กล่าวคือผู้พูดตั้งคำถามต่อความเชื่อที่ถูกทำให้ดูสมบูรณ์แบบนี้ ไม่ได้เห็นด้วยกับมัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ the one ในความหมายว่า “คู่ชีวิตในอุดมคติ”?
- After years of dating, Nina believes Sam is the one.
- Choose the one with the red label.
- Please hand me the blue pen, not the black one.
ดูคำตอบ
After years of dating, Nina believes Sam is the one.
storm out of a room: ออกจากห้องอย่างกะทันหันด้วยความโกรธ
Storm out of a room หมายถึงออกจากห้องอย่างกะทันหันด้วยความโกรธ โดยมักแสดงอาการจนผู้อื่นเห็นความโกรธได้ชัดเจน ในที่นี้ storm เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงพายุหรือสภาพอากาศ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ storm out of + สถานที่ โดย storm เพิ่มน้ำหนักด้านอารมณ์ ส่วน out of แสดงการเคลื่อนจากภายในสถานที่ออกไปข้างนอก
แบบฝึกหัด
ใช้ storm ในรูปอดีตกาลเพื่อเติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ออกไปอย่างกะทันหันด้วยความโกรธ”: When the manager insulted her, Elena ____ the office.
ดูคำตอบ
stormed out of
they don't greet it as a sign that love is progressing as it should. ไวยากรณ์
0:48พวกเขาไม่ยอมรับว่ามันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าความรักกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็น
does ที่ใช้เน้นใน does emerge
ในอนุประโยคบอกเล่า trouble does emerge คำว่า does ใช้เพื่อเน้นความหมาย ประโยคพื้นฐานคือ trouble emerges แต่เมื่อเติม does ผู้พูดจะยืนยันอย่างหนักแน่นว่าปัญหาเกิดขึ้นจริง มักใช้เพื่อแก้หรือโต้ความคาดหมายว่าปัญหาจะไม่เกิดขึ้น Does ทำหน้าที่แสดงกาลและความสอดคล้องกับประธานเอกพจน์ trouble ดังนั้น emerge จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน does ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่งและไม่ได้เปลี่ยนอนุประโยคให้เป็นคำถาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดโต้แย้งความเชื่อที่ว่าในความสัมพันธ์ที่ดีจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นได้ชัดเจนที่สุด
- Trouble does emerge, even in healthy relationships.
- Does trouble emerge in healthy relationships?
- Trouble doesn't emerge in healthy relationships.
ดูคำตอบ
Trouble does emerge, even in healthy relationships.
วลีแทรก as it inevitably will
ในที่นี้ as it inevitably will เป็นข้อความแทรกที่แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ก่อนหน้า คือการที่ปัญหาเกิดขึ้น วลีนี้บอกผู้ฟังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ก่อนที่ประโยคหลักจะดำเนินต่อด้วย they don't greet it ... Will ใช้แทน will emerge โดยละ emerge เพราะเพิ่งกล่าวไป วลีแทรกนี้จัดลำดับเหตุผลด้วยการกล่าวถึงเหตุการณ์ ตัดสินสั้น ๆ ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วกลับสู่ประเด็นหลัก ในการใช้นี้ as มีความหมายใกล้เคียงกับ “ตามที่ย่อมจะเกิดขึ้น” ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่า “ในลักษณะเดียวกับ”
แบบฝึกหัด
วลีแทรก as it inevitably will ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- วลีนี้เปรียบเทียบวิธีที่ปัญหาเกิดขึ้นกับวิธีที่ความรักพัฒนา
- วลีนี้แสดงความเห็นว่าปัญหาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วจึงกลับไปยังประโยคหลัก
- วลีนี้ถามว่าปัญหาจะเกิดขึ้นหรือไม่
ดูคำตอบ
วลีนี้แสดงความเห็นว่าปัญหาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วจึงกลับไปยังประโยคหลัก
as it should: การดำเนินไปตามที่คาดและการละคำกริยา
ใน as it should คำว่า as หมายถึง “ในแบบที่” วลีนี้บอกว่าความรักกำลังดำเนินไปในแบบที่คาดหวังหรือควรจะเป็น เป็นการประเมินความคืบหน้า ไม่ใช่การให้คำแนะนำ Should เป็นกริยาช่วยที่อยู่เดี่ยว ๆ เพราะละคำกริยา progress ซึ่งจะซ้ำกับที่กล่าวไปแล้ว ความหมายเต็มคือ as it should progress ภาษาอังกฤษมักละวลีกริยาที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยเมื่อความหมายชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในแบบที่คาดหวัง”: After the repair, the machine is running ____.
ดูคำตอบ
as it should
Rather, they take it as alarming evidence that their relationship may be illegitimate and fundamentally flawed. วลี
0:52แต่กลับมองว่ามันเป็นหลักฐานที่น่าตกใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาอาจจะไม่ถูกต้องและมีจุดบกพร่องพื้นฐาน
take it as alarming evidence that: ตีความสิ่งที่สังเกตว่าเป็นหลักฐาน
take it as alarming evidence that ... หมายถึง “ตีความสิ่งนั้นว่าเป็นหลักฐานที่น่ากังวลซึ่งสนับสนุนข้อสรุปว่า...” ในที่นี้ take หมายถึง “ตีความหรือมองว่า” ไม่ใช่ “หยิบหรือเอาไป” it อ้างถึงปัญหาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และ alarming แสดงว่าการตีความนั้นน่ากังวล โครงสร้างคือ take + กรรม + as + นามวลี + อนุประโยค that กรรมคือสิ่งที่สังเกตและนำมาตีความ นามวลีกำหนดบทบาทของสิ่งนั้นว่าเป็นหลักฐาน และอนุประโยค that บอกข้อสรุปที่หลักฐานนั้นสนับสนุน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ take ... as evidence that เพื่อตีความสิ่งที่สังเกตว่าเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสรุป?
- We took the sudden silence as evidence that the call had ended.
- We took the evidence from the desk after the call ended.
- We took a quiet route so that the call could continue.
ดูคำตอบ
We took the sudden silence as evidence that the call had ended.
fundamentally flawed: มีข้อบกพร่องในระดับพื้นฐาน
fundamentally flawed หมายถึงข้อบกพร่องอยู่ในโครงสร้างพื้นฐาน สมมติฐาน หรือธรรมชาติของสิ่งนั้น ไม่ได้อยู่เพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ในประโยคนี้ fundamentally ขยายขอบเขตของคำวิจารณ์ คนที่กล่าวถึงกลัวว่าตัวความสัมพันธ์เองไม่มั่นคง ความขัดแย้งธรรมดาจึงดูเหมือนหลักฐานของปัญหาที่หยั่งลึก ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงว่าปัญหาฝังอยู่ในการออกแบบพื้นฐาน: The proposal is ____, so a few small edits will not fix it.
ดูคำตอบ
fundamentally flawed
diplomatic negotiation ... routine maintenance: การเจรจาเชิงการทูตและการบำรุงรักษาตามปกติ
diplomatic negotiation และ routine maintenance เป็นอุปลักษณ์ที่ยืมมาจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและงานดูแลรักษา ในที่นี้ diplomatic หมายถึงการวางตัวอย่างมีชั้นเชิงและระมัดระวัง ส่วน negotiation สื่อถึงการหาทางจัดการความต้องการที่ขัดแย้งกัน ไม่ได้มีรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง routine maintenance เปรียบความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลเป็นประจำ ซึ่งมักไม่โรแมนติกนัก เมื่อนำสองอุปลักษณ์มารวมกัน ความมั่นคงจึงเกิดจากการประนีประนอมอย่างอดทนและการดูแลซ้ำ ๆ ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดำเนินต่อไปได้เอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Their partnership needs diplomatic negotiation and routine maintenance,' สองวลีนี้สื่อถึงอะไร
- ควรให้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ซ่อมแซม
- ต้องมีการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ
- ต้องมีการประนีประนอมอย่างมีชั้นเชิงและการดูแลอย่างมั่นคงต่อเนื่อง
ดูคำตอบ
ต้องมีการประนีประนอมอย่างมีชั้นเชิงและการดูแลอย่างมั่นคงต่อเนื่อง
Fragile couples tend not to be good detectives of their own sufferings. สำนวน
1:11คู่รักที่เปราะบางมักจะไม่เป็นนักสืบที่ดีในเรื่องความทุกข์ของตัวเอง
อุปมา “detectives of their own sufferings”
คำว่า detectives ในที่นี้เป็นอุปมา คู่รักไม่ได้เป็นนักสืบจริง ๆ แต่เป็นคนที่พยายามสังเกตเบาะแสและย้อนหาสาเหตุว่าทำไมตนจึงไม่มีความสุข วลีนี้เปรียบการเข้าใจตนเองเป็นการสืบสวน โดย sufferings คือปัญหาที่ต้องอธิบาย และการเป็น good detective หมายถึงการระบุได้ว่าทำไมความสัมพันธ์จึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แบบฝึกหัด
good detectives of their own sufferings ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ตำรวจที่สืบสวนอาชญากรรมต่อคู่รัก
- คนที่สามารถย้อนหาสาเหตุของความไม่มีความสุขของตนได้
- คนที่ซ่อนสัญญาณของความไม่มีความสุขทั้งหมด
ดูคำตอบ
คนที่สามารถย้อนหาสาเหตุของความไม่มีความสุขของตนได้
They may both be rather unhappy and yet unsure as to the actual causes of their dissatisfactions. การใช้คำ
1:16ทั้งคู่อาจจะค่อนข้างไม่มีความสุขแต่ก็ยังไม่แน่ใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของความไม่พอใจของตนเอง
การแสดงความไม่แน่ใจแบบเป็นทางการด้วย “unsure as to”
Unsure as to หมายถึง uncertain about หรือ “ไม่แน่ใจเกี่ยวกับบางเรื่อง” ในที่นี้ as to นำเข้าสู่เรื่องที่ไม่แน่ใจ ซึ่งก็คือสาเหตุที่แท้จริงของความไม่พอใจของทั้งคู่ รูปแบบนี้ตามด้วยนามวลีหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whether หรือคำแสดงคำถามได้ เช่น unsure as to the reason หรือ unsure as to whether it will work และไม่ใช่โครงสร้างเปรียบเทียบ as ... as
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบทางการ unsure as to ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- The panel is unsure than whether the evidence is complete.
- The panel is unsure as to whether the evidence is complete.
- The panel is unsure to whether the evidence is complete.
ดูคำตอบ
The panel is unsure as to whether the evidence is complete.
They can't see a ruin on the way that it was maybe a lack of trust in them around money that rankles with their partner,
1:29พวกเขาไม่เห็นเค้าลางความหายนะที่กำลังจะมาว่า อาจเป็นเพราะการขาดความไว้วางใจเรื่องเงินที่ทำให้คู่ของตนรำคาญ
or that it's been their behavior towards a demanding youngest child that's been hurting.
1:35หรือเป็นพฤติกรรมที่พวกเขาปฏิบัติต่อลูกคนเล็กที่เอาแต่ใจนั่นเองที่สร้างบาดแผล
So they lash out in vague or inaccurate directions. กริยาวลี
1:40ดังนั้นพวกเขาจึงตอบโต้ไปในทิศทางที่คลุมเครือหรือไม่ถูกต้อง
lash out: โจมตีอย่างฉับพลันเพราะความโกรธ
“Lash out” หมายถึงการตอบสนองต่อความโกรธ ความเจ็บปวด หรือแรงกดดันด้วยการโจมตีผู้อื่นอย่างฉับพลันผ่านคำพูดหรือการกระทำ ในประโยคนี้ การโจมตีเกิดจากอารมณ์และมุ่งผิดทาง ไม่ได้หมายถึงการใช้แส้ตามตัวอักษร กริยาวลีนี้เน้นปฏิกิริยาที่ควบคุมไม่ได้ โดยอารมณ์เกิดขึ้นก่อน แล้วบุคคลนั้นจึงระบายความก้าวร้าวออกไป ซึ่งบางครั้งอาจมุ่งไปยังเป้าหมายที่ผิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “lash out” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Leo lashed out to calmly organize his notes.
- Feeling blamed, Leo lashed out at his brother in anger.
- Leo lashed out the homework before dinner.
ดูคำตอบ
Feeling blamed, Leo lashed out at his brother in anger.
Their attacks are either unfairly general or unconvincingly specific.
1:44การโจมตีของพวกเขาอาจจะกว้างเกินไปอย่างไม่ยุติธรรม หรือเจาะจงจนไม่น่าเชื่อถือ
Someone who is shamed has fundamental doubts about their right to exist.
1:52คนที่มีความอับอายมักจะมีความสงสัยโดยพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิ์ในการมีอยู่ของตนเอง
they've probably been imbued with an impression that they don't matter very much, การใช้คำ
1:58พวกเขาคงถูกปลูกฝังความรู้สึกที่ว่าพวกเขาไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก
Been imbued with an impression that ...: ความเชื่อที่ถูกปลูกฝังอย่างลึกซึ้ง
“Have/has been imbued with an impression that ...” เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงอิทธิพลในอดีตค่อย ๆ ปลูกความเชื่อบางอย่างลงในใจของคนอย่างลึกซึ้ง ในประโยคนี้ ความเชื่อนั้นคือพวกเขาไม่ได้มีความสำคัญมากนัก ส่วน probably แสดงว่านี่เป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน been เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกรรมวาจกใน present perfect และ with นำเข้าสิ่งที่ถูกปลูกฝัง ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุเนื้อหาของความคิดนั้น เมื่อเทียบกับ simply think คำว่า imbued สื่อถึงอิทธิพลที่ลึกกว่าและยาวนานกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าอิทธิพลที่เกิดขึ้นหลายปีได้ปลูกฝังความเชื่ออย่างลึกซึ้ง
- After one unclear email, she got the impression that the meeting was canceled.
- After years of criticism, she had been imbued with the impression that every mistake was a failure.
- She briefly wondered whether the meeting was canceled.
ดูคำตอบ
After years of criticism, she had been imbued with the impression that every mistake was a failure.
words don't count: count ในความหมายว่า “มีความสำคัญ”
ในที่นี้ count หมายถึง “มีความสำคัญ” “มีน้ำหนัก” หรือ “ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง” ไม่ได้หมายถึง “นับจำนวน” วลีนี้สื่อว่าสิ่งที่คนเหล่านี้พูดถูกมองว่าแทบไม่มีน้ำหนักหรืออิทธิพล ความหมายนี้ใช้กับความคิดเห็น คะแนนเสียง ความพยายาม และความรู้สึกได้เช่นกัน หากสิ่งใด counts สิ่งนั้นก็มีผลต่อความคิด การตัดสินใจ หรือการตอบสนองของผู้คน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “During the discussion, I felt that my words didn't count,” คำว่า “didn't count” หมายถึงอะไร?
- ไม่ได้รับการมองว่าสำคัญ
- ไม่ได้พูดอย่างชัดเจน
- ไม่สามารถนับจำนวนได้
ดูคำตอบ
ไม่ได้รับการมองว่าสำคัญ
turn their hurt into something another person can understand: โครงสร้าง turn A into B
Turn A into B หมายถึงทำให้ A เปลี่ยนรูปแบบหรือหน้าที่จนกลายเป็น B โดย A อยู่หลัง turn และผลลัพธ์ใหม่อยู่หลัง into ในที่นี้ their hurt คือความเจ็บปวดภายใน ส่วน something another person can understand คือผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือการถ่ายทอดความเจ็บปวดให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้อื่นรับรู้และเข้าใจได้ โครงสร้างนี้ยังใช้บรรยายการเปลี่ยนวัสดุ ความคิด ความรู้สึก หรือปัญหาให้เป็นรูปแบบใหม่ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ turn A into B: Yesterday, the editor ____ a difficult idea ____ a short explanation for new readers.
ดูคำตอบ
turned · into
hide away ในความหมายว่าถอยหนีและหลีกเลี่ยงการติดต่อ
ในที่นี้ hide away หมายถึงการถอยห่างจากคนอื่นและหลีกเลี่ยงการติดต่อหรือการถูกมองเห็น มีความหมายหนักกว่า hide เพียงอย่างเดียว เพราะ away เพิ่มความหมายของการแยกตัวหรือถอยหนี การนำไปเทียบกับ share แสดงว่าการหลบซ่อนนี้อาจเป็นทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และสังคม กล่าวคือ บุคคลนั้นเก็บความรู้สึกไว้กับตัวแทนที่จะพูดออกมา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After the argument, Lina hid away in her room and ignored every message,” คำว่า hid away สื่อความหมายใด?
- เธอถอยหนีและหลีกเลี่ยงการติดต่อ
- เธอบอกทุกคนอย่างเปิดเผยว่ารู้สึกอย่างไร
- เธอนำสิ่งของไปไว้ในที่ลับ
ดูคำตอบ
เธอถอยหนีและหลีกเลี่ยงการติดต่อ
การใช้ rather than ซ้ำเพื่อสร้างการเปรียบเทียบแบบขนาน
ในแต่ละอนุประโยค rather than เชื่อมการกระทำหรือสภาวะสองอย่างที่ตรงข้ามกัน โดยปฏิกิริยาที่คนรู้สึกอับอายน่าจะมีจะมาก่อน แล้วตามด้วยทางเลือกที่เปิดเผยกว่า วลีนี้หมายถึง “แทนที่จะ” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น” การใช้คำเชื่อมเดิมซ้ำทำให้เกิดรูปแบบขนาน ได้แก่ sulk rather than explain, hide away rather than share และ feel secretly wretched rather than complaining honestly การซ้ำเช่นนี้ช่วยจัดหลายคู่ของทางเลือกหรือพฤติกรรมที่แตกต่างกันให้เข้าใจได้ง่าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่า Mia เลือกที่จะเงียบแทนที่จะอธิบาย: Mia chose to stay silent ____ explain what happened.
ดูคำตอบ
rather than
by the time shamed people finally let their lovers know more about the nature of what's driving them to despair. โน้ต
2:37เมื่อคนที่มีความอับอายยอมให้คนรักรู้ถึงธรรมชาติของสิ่งที่ผลักดันพวกเขาไปสู่ความสิ้นหวังในที่สุด
by the time: เวลาที่เกิดทีหลังกับผลที่เกิดขึ้นแล้ว
by the time ใช้เกริ่นเหตุการณ์ที่เกิดทีหลังให้เป็นขอบเขตเวลา ส่วนประโยคหลักบอกว่าสิ่งใดเป็นจริงอยู่แล้วเมื่อถึงขอบเขตนั้น ในประโยคนี้ เมื่อคนเหล่านั้นยอมอธิบายความทุกข์ของตนในที่สุด เวลาก็สายมากแล้ว โครงสร้างนี้มักนำเสนอผลที่เกิดขึ้นก่อนหรือสถานการณ์ที่สะสมมาก่อน แล้วจึงระบุเหตุการณ์ที่เกิดทีหลังซึ่งทำให้เห็นว่าเวลาผ่านไปมากเพียงใด ประโยคหลักมักใช้ already รูป perfect หรือสภาวะอย่าง be late แต่ไม่ได้จำเป็นทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เน้นว่าผลในประโยคหลักเป็นจริงอยู่แล้วเมื่อเหตุการณ์ทีหลังเกิดขึ้น: “_____ Maya reached the station, the last train had left.”
- Until
- When
- By the time
ดูคำตอบ
By the time
drive someone to despair: ผลักใครบางคนไปสู่ความสิ้นหวัง
Driving them to despair ใช้โครงสร้าง drive + person + to + คำนามที่บอกสภาวะหรือผลลัพธ์ ในที่นี้ drive หมายถึงทำให้หรือบีบบังคับผ่านแรงกดดันที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงขับรถ ต้นเหตุของความทุกข์กำลังผลักพวกเขาไปสู่ความสิ้นหวังอย่างรุนแรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ drive someone to + noun ซึ่งบอกว่าสาเหตุที่รุนแรงนำไปสู่ผลทางอารมณ์หรือพฤติกรรม เช่น drive someone to tears หรือ drive someone to desperation โดยทั่วไปสื่อถึงแรงกดดันที่ต่อเนื่องหรือรุนแรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ drive someone to despair โดยใช้คำสรรพนาม her: “Months of unanswered messages were ____.”
ดูคำตอบ
driving her to despair
Complaining well requires an impression that not everything depends on the complaint being heard perfectly right now. ไวยากรณ์
2:48การบ่นที่ดีต้องมีความรู้สึกว่าไม่ใช่ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการที่คำบ่นนั้นต้องถูกรับฟังอย่างสมบูรณ์แบบในตอนนี้
not everything depends on: การปฏิเสธแบบบางส่วน
Not everything depends on X เป็นการปฏิเสธแบบบางส่วน โดยปฏิเสธแนวคิดที่ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับ X แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรขึ้นอยู่กับ X เลย ในประโยคนี้ ผู้พูดลดความสำคัญของการที่คำบ่นต้องได้รับการเข้าใจอย่างสมบูรณ์ในทันที ความสำเร็จบางส่วนอาจขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั้น แต่ผลลัพธ์ทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่กับมัน โครงสร้างนี้ช่วยให้เรากล่าวอย่างมีขอบเขตและสมจริง แทนที่จะกล่าวแบบเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
ใน Not everything depends on one decision วลีตอนต้นหมายความว่าอย่างไร
- บางอย่างอาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนั้น แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง
- ไม่มีอะไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนั้น
- ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนั้น
ดูคำตอบ
บางอย่างอาจขึ้นอยู่กับการตัดสินใจนั้น แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง
one could survive and maybe even take one's love elsewhere.
3:00เราก็สามารถเอาตัวรอดได้และอาจจะนำความรักของตัวเองไปที่อื่นได้
Were the points to go ...: การสลับตำแหน่งในประโยคเงื่อนไข
Were + ประธาน + to-infinitive ที่อยู่ต้นประโยคเป็นรูปแบบเงื่อนไขทางการที่ละ if ไว้ Were the points to go ... มีความหมายเท่ากับ If the points were to go ... โดยเสนอเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว ประโยคหลัก one could survive แสดงผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น เมื่อมองออกว่าเป็นการสลับตำแหน่ง ให้อ่านอนุประโยคแรกเป็นเงื่อนไข และอ่านอนุประโยคถัดมาเป็นผลที่อาจเกิดจากเงื่อนไขนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การสลับตำแหน่งในประโยคเงื่อนไขแบบทางการได้ถูกต้อง เพื่อสื่อความหมาย If the plan were to fail, we could try again?
- Were the plan to fail, we could try again.
- Was the plan to fail, we could try again.
- Were to the plan fail, we could try again.
ดูคำตอบ
Were the plan to fail, we could try again.
Prove a bit intransigent: prove ในฐานะกริยาเชื่อม
ในที่นี้ prove เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ปรากฏในภายหลังว่าเป็น” หรือ “สุดท้ายแสดงให้เห็นว่าเป็น” โดยตามด้วยคำคุณศัพท์ intransigent จึงหมายความว่าคู่รักดูเหมือนไม่ยอมเปลี่ยนจุดยืนหรือประนีประนอมในท้ายที่สุด ไม่ได้หมายถึงว่ามีใครนำหลักฐานมาพิสูจน์ข้อความหนึ่ง A bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + prove + คำคุณศัพท์ ซึ่งมักใช้ในการบรรยายแบบเป็นทางการเพื่อบอกว่าท้ายที่สุดแล้วคนหรือสิ่งหนึ่งมีลักษณะอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prove เป็นกริยาเชื่อมในความหมายเดียวกับตัวอย่าง
- She proved that the number was correct.
- The new schedule proved impractical after a week.
- The lawyer proved the claim with new evidence.
ดูคำตอบ
The new schedule proved impractical after a week.
Not everything is at stake in every argument. สำนวน
3:05ไม่ใช่ทุกอย่างที่ถูกเดิมพันไว้ในการทะเลาะกันทุกครั้ง
At stake: สิ่งที่อาจสูญเสียหรือได้รับผลกระทบ
At stake หมายถึงบางสิ่งมีความเสี่ยงที่จะสูญเสีย เสียหาย หรือถูกชี้ขาดโดยสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าการโต้เถียงเพียงครั้งเดียวไม่ได้ทำให้ทุกส่วนที่สำคัญของความสัมพันธ์ตกอยู่ในความเสี่ยง วลีนี้มักตามหลัง be และใช้ระบุผลลัพธ์หรือผลประโยชน์ที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ การแข่งขัน หรือความขัดแย้งที่ผลยังไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
สภาแห่งหนึ่งกำลังตัดสินใจว่าจะปิดคลินิกเพียงแห่งเดียวในพื้นที่หรือไม่ ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าสิ่งใดอาจสูญเสียไปเพราะการตัดสินใจนี้
- Access to medical care is beside the point.
- Access to medical care is at stake.
- Access to medical care is in place.
ดูคำตอบ
Access to medical care is at stake.
One therefore doesn't need to scream, hector, insist, or nag.
3:11ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องตะโกน ข่มขู่ ยืนกราน หรือจู้จี้
deliver a complaint: การสื่อสารข้อความเชิงนามธรรม
ในที่นี้ deliver หมายถึงสื่อสารหรือนำเสนอบางสิ่งต่อผู้อื่น ไม่ใช่ขนส่งสิ่งของไปยังสถานที่หนึ่ง วลี deliver a complaint เน้นการกล่าวคำร้องเรียนอย่างชัดเจน รวมถึงวิธีที่ผู้พูดถ่ายทอดคำร้องเรียนนั้น คำกริยาเดียวกันนี้ใช้ข้อความเชิงนามธรรมอื่นเป็นกรรมได้ เช่น deliver a speech, deliver a warning และ deliver a verdict คำนามจะระบุเนื้อหาที่ถูกสื่อสาร
แบบฝึกหัด
ใน “The customer delivered her complaint calmly,” คำว่า delivered หมายถึงอะไร
- เธอนำเอกสารร้องเรียนไปยังอาคารอีกหลังหนึ่ง
- เธอห้ามตัวเองไม่ให้บ่น
- เธอสื่อสารคำร้องเรียนกับอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
เธอสื่อสารคำร้องเรียนกับอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
if they don't: การละวลีกริยาหลัง don't
ใน if they don't คำว่า don't ใช้แทน don't learn ประธาน they หมายถึง audience และละวลีกริยา learn ไว้เพราะเพิ่งกล่าวถึงไป นี่คือการละวลีกริยา โดยคำกริยาช่วยอย่าง do ยังคงแสดงกาลและการปฏิเสธ ส่วนวลีกริยาหลักที่ซ้ำกันถูกละไว้ ผู้ฟังเติมเนื้อหานั้นได้จากบริบท ดังนั้นเงื่อนไขนี้จึงสมบูรณ์ ไม่ใช่ประโยคที่พูดไม่จบ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Maya hopes the group will listen, but she can continue if they don't,” คำใดถูกละไว้หลัง don't
- listen
- hope
- continue
ดูคำตอบ
listen
One could always say what was on one's mind tomorrow or the next day, สำนวน
3:24เราสามารถพูดสิ่งที่อยู่ในใจในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ได้เสมอ
on one's mind: เรื่องที่ยังค้างอยู่ในใจ
วลี on one's mind หมายถึงบางสิ่งยังคงครองความสนใจของคนคนหนึ่ง มักเป็นเพราะเรื่องนั้นสำคัญหรือน่ากังวล ในที่นี้ what was on one's mind หมายถึงความคิด ความรู้สึก หรือข้อไม่พอใจที่คนนั้นต้องการพูดออกมา คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น on my mind, on your mind, on her mind หรือ on their minds ใน say what is on your mind วลีนี้มักใช้เกริ่นก่อนเปิดเผยความคิดหรือความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาและเป็นเรื่องส่วนตัว
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ครองความคิดของเขา” ให้สมบูรณ์: The upcoming interview has been ____ all day.
ดูคำตอบ
on his mind
whenever everybody's had ...: เสร็จสิ้นก่อนการกระทำในอนาคต
ในที่นี้ whenever นำหน้าเงื่อนไขด้านเวลาในอนาคต กล่าวคือ การกระทำถัดไปจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกคนได้พักกันแล้ว ในอนุประโยคบอกเวลาอนาคตที่ตามหลัง whenever ภาษาอังกฤษมักใช้รูป present แทน will everybody's had ย่อมาจาก everybody has had รูป present perfect อย่าง has had แสดงว่าการพักเสร็จสิ้นก่อนการกระทำที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เลือกรูปกริยาที่เป็นธรรมชาติสำหรับอนุประโยคบอกเวลาอนาคต: We'll make a decision whenever everyone ___ enough time to think.
- will have had
- had
- has had
ดูคำตอบ
has had
It takes an inner dignity not to mind too much about having to level complaints โน้ต
3:33มันต้องใช้ศักดิ์ศรีในใจเพื่อที่จะไม่ใส่ใจมากเกินไปกับการต้องบ่น
It takes an inner dignity not to mind too much: บอกสิ่งที่จำเป็น
ในโครงสร้าง It takes + นามวลี + to + กริยา คำว่า it เป็นประธานที่ไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือสิ่งของใดโดยเฉพาะ นามวลีระบุคุณสมบัติ ความพยายาม เวลา หรือทรัพยากรที่จำเป็นต่อการทำกริยาในรูป infinitive ในที่นี้ an inner dignity คือคุณสมบัติที่จำเป็น หมายถึงความเคารพตนเองจากภายในมากพอที่จะยอมรับว่าแม้แต่ความต้องการเล็ก ๆ ก็สำคัญ ส่วน not to mind too much คือการกระทำที่ถูกประเมิน เนื่องจาก not อยู่หน้า to mind ประโยคจึงสื่อว่าการไม่ใส่ใจมากเกินไปต้องอาศัยคุณสมบัติภายในนี้
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนที่ทำให้เป็นโครงสร้าง It takes + นาม + to + กริยา: It ____ patience ____ listen carefully when someone is upset.
ดูคำตอบ
takes · to
small or that leave one open to being described as petty or needy. วลี
3:40หรือเรื่องที่ทำให้ตัวเองถูกมองว่าเป็นคนจู้จี้หรือเรียกร้องความสนใจ
level complaints: คำวิจารณ์อย่างเป็นทางการที่มุ่งไปยังเป้าหมาย
ใน level complaints คำว่า level เป็นคำกริยาที่หมายถึงการมุ่งข้อร้องเรียนไปยังเป้าหมาย หรือเสนอข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นหนึ่งอย่างเป็นทางการ ส่วน complaints เป็นกรรมของคำกริยา และ level ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำให้แบนราบ คำที่ใช้ร่วมกันนี้ทำให้การกระทำฟังดูตั้งใจและค่อนข้างเป็นทางการ ในประโยคนี้ ข้อร้องเรียนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่อาจฟังดูเล็กน้อยจนน่าขัน แต่สำนวนนี้ยังคงนำเสนอว่าเป็นคำวิจารณ์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา
แบบฝึกหัด
level complaints หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The residents leveled complaints against the developer.
- ลดข้อร้องเรียนให้อยู่ในระดับที่ต่ำลง
- ทำให้ข้อร้องเรียนแบนราบทางกายภาพ
- มุ่งหรือเสนอข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ
มุ่งหรือเสนอข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
leave one open to being described as ...: ทำให้คนหนึ่งเสี่ยงถูกมองว่า…
ใน leave one open to being described as petty or needy คำว่า leave หมายถึง “ทำให้ใครอยู่ในสภาพหนึ่ง” ส่วน open หมายถึงเสี่ยงหรือเปิดช่องให้ได้รับผลกระทบ การร้องเรียนทำให้เกิดความเสี่ยงที่คนอื่นอาจใช้คำเหล่านั้นเรียกบุคคลนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกมองเช่นนั้นอย่างแน่นอน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ leave + คน + open to + คำนามหรือรูป -ing ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย being described ซึ่งเป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ บุคคลนั้นเป็นฝ่ายถูกบรรยาย ไม่ใช่ฝ่ายบรรยายผู้อื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง leave + คน + open to + -ing: “Posting the claim without evidence could leave her ____ being described as careless.”
ดูคำตอบ
open to
one's been upset since lunchtime: รู้สึกไม่สบายใจมาตั้งแต่มื้อกลางวัน
ใน one's been upset คำว่า one's เป็นรูปย่อของ one has ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของของ one คำกริยาช่องสาม been ที่ตามมาทำให้เห็นโครงสร้างชัดเจนว่าเป็น one has been upset Has been upset เป็น present perfect ที่บอกสภาวะต่อเนื่อง Since lunchtime ระบุจุดเริ่มต้นของสภาวะนั้นในอดีต และเข้าใจว่าสภาวะยังต่อเนื่องมาถึงเวลาปัจจุบันที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ one has และคำว่า been: “____ upset since lunchtime.”
ดูคำตอบ
One's been
or that one wishes so much that they would be readier to hug one last thing at night. ไวยากรณ์
3:54หรือการที่อยากให้พวกเขาพร้อมจะกอดตัวเองอีกสักครั้งก่อนนอน
wish so much that they would...: ปรารถนาอย่างมากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง
ใน one wishes so much that they would be readier to hug คำว่า wish แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง would ในที่นี้ไม่ได้บอกนิสัยในอดีต เมื่ออยู่หลัง wish คำนี้ชี้ถึงพฤติกรรมหรือความเต็มใจที่ยังไม่เปลี่ยนหรือเกิดขึ้นไม่บ่อยพอ readier หมายถึง “เต็มใจมากขึ้น” หรือ “พร้อมมากขึ้น” so much ทำให้ความปรารถนาเข้มข้นขึ้นและแสดงว่าเรื่องนี้สำคัญทางอารมณ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ wish + ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้กับความปรารถนาที่ยังไม่สมหวังเกี่ยวกับพฤติกรรมในอนาคตหรือพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ ในที่นี้ one หมายถึงผู้ที่มีความปรารถนาแบบทั่ว ๆ ไป และ they หมายถึงคู่ของคนนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าแต่ยังไม่สมหวังให้อีกคนเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคตหรือพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ
- They were readier to hug me when we were younger.
- I wish so much that they would be readier to hug me.
- I hope they will be ready to hug me tonight.
ดูคำตอบ
I wish so much that they would be readier to hug me.
not to be offended by one's own more childlike appetites for reassurance and comfort.
4:01ที่จะไม่ขุ่นเคืองกับความต้องการความอุ่นใจและการปลอบโยนที่เป็นเหมือนเด็กๆ ของตัวเอง
grown up inside ... childlike appetites: ความเป็นผู้ใหญ่ภายในกับความต้องการแบบเด็ก
grown up inside เป็นคำเปรียบเปรยถึงความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์ ไม่ใช่อายุทางร่างกาย ใน childlike appetites for reassurance and comfort คำว่า appetite ก็ใช้เชิงเปรียบเปรย หมายถึงความต้องการหรือความปรารถนาอย่างแรงกล้า สิ่งที่ต้องการคือความปลอดภัยทางอารมณ์ ไม่ใช่อาหาร การนำภาพทั้งสองมาไว้ด้วยกันสร้างความแตกต่างอย่างจงใจ ความเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริงรวมถึงการสังเกตและยอมรับความต้องการอันเปราะบางที่ให้ความรู้สึกเหมือนเด็ก childlike ในที่นี้บรรยายลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยไม่ได้วิจารณ์โดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
การตีความใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง grown up inside กับ childlike appetites ได้ดีที่สุด
- ประโยคนี้อธิบายความหิวจริง ๆ ที่เกิดจากการเป็นผู้ใหญ่
- ผู้ใหญ่ควรเลิกต้องการการยืนยันความมั่นใจและการปลอบโยน
- ความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์สามารถอยู่ร่วมกับความต้องการการยืนยันความมั่นใจและการปลอบโยนอย่างแรงกล้าได้
ดูคำตอบ
ความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์สามารถอยู่ร่วมกับความต้องการการยืนยันความมั่นใจและการปลอบโยนอย่างแรงกล้าได้
It is an achievement to know how to be strong about one's vulnerability. ลำดับความ
4:08มันเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งที่รู้ว่าจะเข้มแข็งต่อความเปราะบางของตนเองได้อย่างไร
strong about one's vulnerability: ความเข้มแข็งจากการเปิดใจ
ในที่นี้ strong ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความเปราะบางเลย วลีนี้บอกว่าความเข้มแข็งอาจรวมถึงการมองเห็น ยอมรับ และพูดถึงความรู้สึกเปราะบางของตนอย่างซื่อตรง การวาง strong ไว้คู่กับ vulnerability ทำให้เกิดความย้อนแย้งโดยตั้งใจ แนวคิดสองอย่างที่ดูเหมือนตรงข้ามกันถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อให้นิยามใหม่แก่ความเข้มแข็ง จึงควรเข้าใจว่าเป็นการพลิกมุมมองที่ชวนคิด ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางตรรกะ
แบบฝึกหัด
strong about one's vulnerability ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- แสร้งทำเป็นว่าไม่ต้องการการปลอบโยน
- มีความกล้าที่จะยอมรับและแสดงความเปราะบางของตน
- ทำให้ความเปราะบางหายไปอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
มีความกล้าที่จะยอมรับและแสดงความเปราะบางของตน
One may have said rather too many times from behind a slammed door,
4:14เราอาจจะพูดมาหลายครั้งแล้วจากหลังประตูที่ปิดดังปัง
การเน้นด้วย whatsoever ใน nothing is wrong whatsoever
ในประโยคปฏิเสธนี้ whatsoever หมายถึง “เลยแม้แต่น้อย” หรือ “ไม่ว่าในแง่ใด” คำนี้วางหลัง nothing is wrong และทำให้การปฏิเสธเด็ดขาด คือผู้พูดยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น คำนี้ไม่ได้เพิ่มสิ่งอื่นเข้ามาในประโยค หน้าที่ของมันคือขยายและเน้นขอบเขตของคำปฏิเสธ nothing
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เติมการปฏิเสธอย่างหนักแน่นนี้ได้ถูกต้อง: Nothing is wrong ___.
- whatever
- somewhat
- whatsoever
ดูคำตอบ
whatsoever
when secretly we're longing to be comforted and understood
4:22ทั้งที่ในใจลึกๆ เราอยากได้รับการปลอบโยนและเข้าใจ
Fragile couples often come together with few positive childhood memories of conversations that have worked out. กริยาวลี
4:31คู่รักที่เปราะบางมักจะมาพบกันโดยมีความทรงจำวัยเด็กเชิงบวกเกี่ยวกับการสนทนาที่ราบรื่นน้อยมาก
come together: เริ่มเป็นคู่รัก
ในประโยคนี้ come together หมายถึงคนสองคนเริ่มต้นความสัมพันธ์และกลายเป็นคู่รัก ประธาน couples ทำให้ชัดเจนว่าเป็นความหมายด้านความสัมพันธ์ ในบริบทอื่น come together อาจหมายถึงมารวมตัวกัน ร่วมมือกัน หรือมาบรรจบกันที่จุดหนึ่ง ให้ดูคำนามรอบข้างและสถานการณ์เพื่อเลือกความหมาย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การขยับมาอยู่ใกล้กันทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ come together ในความหมายด้านความสัมพันธ์เหมือนกับตัวอย่าง?
- The neighbors came together to clean the park.
- The two paths come together near the bridge.
- Nora and Sam came together during college and built a lasting relationship.
ดูคำตอบ
Nora and Sam came together during college and built a lasting relationship.
worked out: ลงเอยด้วยดี
ในที่นี้ worked out หมายถึงบทสนทนาเหล่านั้นจบลงด้วยดี ผู้คนยังคงสื่อสารกันแม้มีความยากลำบาก และได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์หรือเป็นบวก วลีนี้อธิบายผลลัพธ์ ไม่ใช่ตัวกิจกรรม work out ยังมีความหมายอื่น เช่น ออกกำลังกายและคำนวณ เมื่อประธานเป็นแผน ความสัมพันธ์ ข้อตกลง หรือบทสนทนา มักหมายถึงประสบความสำเร็จหรือดำเนินไปได้ดี บริบทในที่นี้จึงเลือกความหมายด้านผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ work out ในความหมายว่า “จบลงด้วยดี”: After a few changes, the travel plan ____.
ดูคำตอบ
worked out
Early role models may simply have screamed at each other and then despaired. ไวยากรณ์
4:39ต้นแบบในวัยเด็กอาจจะแค่ตะโกนใส่กันและจบลงด้วยความสิ้นหวัง
may simply have screamed: การคาดคะเนที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับอดีต
ใน may simply have screamed โครงสร้าง may have + past participle นำเสนอการตะโกนว่าเป็นคำอธิบายหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ตรงนี้ may หมายถึง “อาจจะ” ไม่ได้ใช้เพื่อขอหรือให้อนุญาต Simply ทำให้ความเป็นไปได้แคบลง กล่าวคือ บุคคลต้นแบบในช่วงแรกอาจไม่ได้ทำอะไรนอกจากตะโกนใส่กันก่อนจะสิ้นหวัง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ subject + may have + past participle สำหรับข้อสรุปที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ may, simply และรูป past participle ของ scream: The neighbors ____ when they saw the smoke.
ดูคำตอบ
may simply have screamed
eventually evolving into mutual understanding and sympathy.
4:46คลี่คลายไปสู่ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันในที่สุด
witnessed disagreements eventually evolving: กรรม + -ing เพื่อแสดงกระบวนการที่สังเกตเห็น
ใน witnessed disagreements eventually evolving คำว่า disagreements เป็นกรรมของ witnessed และ evolving เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing ที่บอกว่าสังเกตเห็นความขัดแย้งเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่เปลี่ยนไปเป็นความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันคือ disagreements ไม่ใช่คนเหล่านั้น โครงสร้าง กรรม + -ing เน้นกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตามเวลา ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว Eventually บอกว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ grow ที่แสดงกระบวนการซึ่งกำลังดำเนินอยู่: We witnessed the neighborhood garden ____ into a busy community space.
ดูคำตอบ
growing
but they can bring so few resources to the task of making themselves so. ไวยากรณ์
4:53แต่พวกเขามีทรัพยากรน้อยมากที่จะทำให้ตัวเองได้รับการเข้าใจ
so ใน making themselves so
ใน making themselves so คำว่า so ใช้แทนส่วนเติมเต็ม understood ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้จึงเท่ากับ making themselves understood หมายถึง “ทำให้คนอื่นเข้าใจตนเอง” so ตรงนี้เป็นรูปคำที่ใช้แทนสภาพหรือคำบรรยายที่กล่าวแล้วเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ ต้องย้อนดูความหมายจากอนุประโยคก่อนหน้า ไม่ใช่ so ที่แปลว่า “ดังนั้น” หรือใช้เน้นระดับ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The plan should be simpler, but it is difficult to make it so,” คำว่า so ใช้แทนอะไร?
- simpler
- the plan
- difficult
ดูคำตอบ
simpler
None of these factors mean a couple will have to split up, กริยาวลี
4:59ไม่มีปัจจัยเหล่านี้ข้อใดที่หมายความว่าคู่รักจะต้องเลิกรากัน
split up ในความหมายว่าเลิกคบกัน
ในที่นี้ split up หมายถึง “ยุติความสัมพันธ์แบบคนรัก” หรือ “เลิกเป็นคู่กัน” ประโยคนี้บอกว่าปัจจัยที่กล่าวมาไม่ได้บังคับให้คู่รักต้องยุติความสัมพันธ์เสมอไป ในความหมายนี้ split up เป็น phrasal verb ที่ไม่ต้องมีกรรม คู่รักสามารถ split up ได้ หรือคนหนึ่งสามารถ split up with อีกคนได้ คำว่า couple ชี้ว่าหมายถึงความสัมพันธ์ ไม่ใช่การแบ่งสิ่งของออกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ยุติความสัมพันธ์แบบคนรักของพวกเขา”: After months of arguing, Lena and Sam decided to ____.
ดูคำตอบ
split up
but they are generators of the states of the kind of emotional disconnection
5:02แต่พวกมันเป็นตัวสร้างสภาวะของการขาดการเชื่อมต่อทางอารมณ์
but a careful analysis will reveal a high degree of risk.
5:17แต่การวิเคราะห์อย่างรอบคอบจะเผยให้เห็นระดับความเสี่ยงที่สูง
Outwardly, ... but a careful analysis will reveal: ภาพภายนอกกับหลักฐานเชิงลึก
Outwardly กำหนดมุมมองไว้ที่สิ่งที่เห็นจากภายนอก สัญญาณที่คนอื่นมองเห็นอาจทำให้คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่คำนี้ไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์จริงเป็นเช่นนั้น จากนั้นประโยคหักมุมด้วย but a careful analysis will reveal โดยเปลี่ยนจากหลักฐานผิวเผินไปสู่ข้อสรุปที่ลึกกว่า และบอกว่าการตรวจสอบอย่างละเอียดอาจล้มล้างความประทับใจแรกได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กล่าวถึงภาพที่ดูเหมือนเป็นจริงก่อน แล้วจึงตามด้วยข้อค้นพบเชิงลึกที่ขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
“Outwardly” และ “but a careful analysis will reveal” สร้างรูปแบบการจัดข้อมูลแบบใดในตัวอย่าง?
- บอกคำอธิบายสองแบบที่น่าเชื่อถือเท่ากันเกี่ยวกับสถานการณ์เดียวกัน
- บอกข้อสรุปสุดท้ายก่อน แล้วจึงเพิ่มตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้อง
- นำเสนอภาพภายนอกที่ดูดี แล้วเปรียบต่างกับข้อค้นพบที่ลึกกว่า
ดูคำตอบ
นำเสนอภาพภายนอกที่ดูดี แล้วเปรียบต่างกับข้อค้นพบที่ลึกกว่า
The good news is that knowing a little about the risk factors can help us to identify them in good time โน้ต
5:22ข่าวดีก็คือการรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงบ้างจะช่วยให้เราสามารถระบุสิ่งเหล่านั้นได้ทันท่วงที
The good news is that: การนำเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงบวก
The good news is that ใช้นำเสนอข้อมูลที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังมองว่าเป็นเรื่องน่าโล่งใจหรือให้ความหวัง news ในที่นี้หมายถึงข้อมูลหรือข่าวสาร ไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวจากสื่อ ในฐานะเครื่องหมายเชื่อมความคิด กรอบนี้เปลี่ยนการอภิปรายจากปัญหาหรือความเสี่ยงไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวก โอกาส หรือทางแก้ โดยอนุประโยคที่มี that จะบอกอย่างชัดเจนว่าประเด็นเชิงบวกคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบภาษาอังกฤษห้าคำที่ใช้เกริ่นประเด็นน่าโล่งใจ: ____ we can still fix the problem before launch.
ดูคำตอบ
The good news is that
in good time: เร็วพอที่จะยังมีเวลาลงมือแก้ไข
ในที่นี้ in good time ขยาย identify them หมายถึงการระบุปัจจัยเสี่ยงได้เร็วพอที่จะลงมือแก้ไขอย่างได้ผล โดยยังมีเวลาแก้หรือลดปัญหา วลีนี้เน้นว่ามีเวลาเผื่อเพียงพอก่อนเกิดผลเสียหรือถึงเส้นตาย good ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “สนุก” และไม่ได้หมายถึงเพียงการมาถึงตรงตามเวลาที่กำหนด
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งพบปัญหาด้านความปลอดภัยตั้งแต่เนิ่น ๆ และมีเวลาเหลือมากพอที่จะแก้ไขก่อนมีใครได้รับอันตราย วลีใดเน้นเวลาเผื่อที่เป็นประโยชน์นี้ได้ดีที่สุด
- in time
- on time
- in good time
ดูคำตอบ
in good time
and take a look at our shop for more from The School of Life.
5:39และแวะชมร้านค้าของเราเพื่อรับชมเนื้อหาเพิ่มเติมจาก The School of Life