สาวิตรีกับสัตยวัน: ตำนานเจ้าหญิงผู้เอาชนะความตาย - Iseult Gillespie: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
710 คำ 142 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าตำนานของสาวิตรีและสัตยาวันอีกครั้ง โดยสาวิตรีไม่ยอมรับความตายที่ถูกทำนายไว้ เดินตามยมราช ได้พรจากความมุ่งมั่น และใช้คำถามเชิงเหตุผลครั้งสุดท้ายเพื่อพาสามีกลับมา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. only to find — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้างเล่าเรื่องนี้สื่อว่า “คาดว่าจะเจออย่างหนึ่ง แต่กลับพบอีกอย่างหนึ่ง” จึงช่วยให้ตามการหักมุมของเรื่องได้ชัดขึ้น 2. How could she bear many children if Yamraj would not return her husband? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้ if เปิดโปงความขัดแย้งทางตรรกะ และทำให้ตัวละครชนะการโต้แย้งโดยไม่ต้องพูดคำตอบตรง ๆ 3. united in a love that not even death could destroy. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าประโยคปิดท้ายใช้ not even death เพื่อยกระดับแก่นเรื่อง และทำให้เรื่องรักแบบตำนานจบอย่างทรงพลัง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Princess Savitri of the Madra kingdom was as benevolent, ไวยากรณ์

0:07

เจ้าหญิงสาวิตรีแห่งอาณาจักรมัทระทรงมีพระทัยเมตตา

brilliant, and bright as the sun god she was named for.

0:11

ปราดเปรื่อง และสว่างไสวเจิดจ้าดั่งเทพแห่งดวงอาทิตย์อันเป็นที่มาของพระนาม

ไวยากรณ์

as benevolent, brilliant, and bright as the sun god: การเปรียบเทียบระดับเท่ากันด้วย as ... as

คำว่า as สองคำประกอบกันเป็นโครงสร้างเปรียบเทียบระดับเท่ากัน คือ as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ benevolent, brilliant และ bright อยู่ในกรอบเดียวกันทั้งหมด ส่วน the sun god คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ประโยคนี้ใช้โครงสร้างดังกล่าวเป็นอุปมาที่เห็นภาพชัด โดยบรรยายว่าสาวิตรีมีคุณสมบัติเหล่านั้นทัดเทียมกับสุริยเทพ as ตัวที่สองไม่ได้แปลว่า “เพราะ” แต่ใช้แนะนำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำเพื่อทำให้การเปรียบเทียบระดับเท่ากันสมบูรณ์: The lake was ____ still ____ glass.

ดูคำตอบ

as · as

Her grace was known throughout the land

0:15

ความสง่างามของพระองค์เป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน

and many powerful princes and wealthy merchants flocked to her family's palace to seek her hand in marriage. สำนวน

0:18

และมีเจ้าชายผู้ทรงอำนาจรวมถึงพ่อค้าผู้มั่งคั่งมากมายหลั่งไหลมายังพระราชวังเพื่อขออภิเษกสมรสด้วย

สำนวน

seek her hand in marriage: สำนวนขอแต่งงานแบบดั้งเดิม

seek someone's hand in marriage เป็นสำนวนดั้งเดิมที่หมายถึงการต้องการแต่งงานกับคนนั้น โดยมักเป็นการขอแต่งงานหรือขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ในประโยคนี้ เหล่าเจ้าชายและพ่อค้ามาโดยหวังว่าจะได้แต่งงานกับสาวิตรี hand ในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของการยินยอมหรือคำมั่นที่จะแต่งงาน ไม่ได้หมายถึงการตามหาอวัยวะของร่างกาย ควรเข้าใจ seek someone's hand in marriage เป็นสำนวนเกี่ยวกับการแต่งงานทั้งชุด ไม่ใช่แปลแยกทีละคำ

แบบฝึกหัด

ในเรื่องนี้ seek her hand in marriage หมายความว่าอย่างไร?

  1. จับมือพระนาง
  2. ขอพระนางแต่งงาน
  3. ขอให้พระนางช่วย
  4. ตามหาครอบครัวของพระนาง
ดูคำตอบ

ขอพระนางแต่งงาน

But upon witnessing her blinding splendor in person,

0:26

แต่เมื่อได้ประจักษ์ถึงความงดงามอันเจิดจ้าของพระองค์ด้วยตาตนเอง

the men lost their nerve. สำนวน

0:30

ชายเหล่านั้นก็พากันสูญเสียความกล้าไปจนหมดสิ้น

สำนวน

lost their nerve: หมดความกล้าในช่วงเวลาสำคัญ

lose one's nerve หมายถึงกลัวหรือไม่มั่นใจมากจนไม่กล้าทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ต่อในช่วงเวลาสำคัญ ในประโยคนี้ ชายเหล่านั้นอาจตั้งใจมาสู่ขอเธอ แต่เมื่อเห็นความเจิดจ้าของเธอก็ถอยหนี คำว่า nerve ในที่นี้หมายถึงความกล้าหรือความมั่นใจ ไม่ใช่เส้นประสาทในร่างกาย คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน: I lost my nerve; she lost her nerve; they lost their nerve.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lose one's nerve: Just before the speech, Omar ____ and stepped away from the microphone.

ดูคำตอบ

lost his nerve

Unimpressed with these suitors,

0:33

เมื่อไม่ประทับใจในตัวผู้มาขอความรักเหล่านี้

the princess determined to find a husband herself.

0:35

เจ้าหญิงจึงทรงตัดสินพระทัยที่จะออกตามหาพระสวามีด้วยพระองค์เอง

Mounting her golden chariot, ไวยากรณ์

0:39

พระองค์เสด็จขึ้นประทับบนราชรถทองคำ

she traveled through rolling deserts,

0:41

เดินทางรอนแรมผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่

glittering cities,

0:43

เมืองที่เจริญรุ่งเรือง

and snow-capped mountains,

0:45

และภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ

rejecting many men along the way.

0:47

โดยทรงปฏิเสธชายมากมายระหว่างทาง

ไวยากรณ์

Mounting her golden chariot: อนุประโยค -ing ขึ้นต้นประโยค

Mounting her golden chariot เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่วางไว้ต้นประโยค ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวบอกการกระทำก่อนประโยคหลักอย่างกระชับ คือเธอขึ้นรถศึกแล้วจึงออกเดินทาง ประโยคหลักที่สมบูรณ์เริ่มจาก she traveled ประธานที่เข้าใจได้ของ mounting คือประธานของประโยคหลัก นั่นคือ she โครงสร้างนี้ช่วยให้ภาษาอังกฤษเชิงเล่าเรื่องเชื่อมการกระทำที่เกี่ยวข้องกันของคนเดียวกันได้ โดยไม่ต้องเขียนซ้ำว่า She mounted ... and then she traveled....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ขึ้นต้นได้ถูกต้อง โดยคนคนเดียวกันเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ

  1. Opening the gate, a warm breeze greeted Maya.
  2. Opening the gate, Maya walked into the garden.
  3. Opening the gate, the garden looked peaceful to Maya.
ดูคำตอบ

Opening the gate, Maya walked into the garden.

Eventually,

0:50

ในที่สุด

Savitri ventured deep into the jungle, วลี

0:51

สาวิตรีก็เสด็จเข้าไปในป่าลึก

where she met a young man chopping wood.

0:54

ที่นั่นพระองค์ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังผ่าฟืนอยู่

วลี

ventured deep into the jungle: บุกลึกเข้าไปในป่า

ในประโยคนี้ ventured deep into หมายถึงการเข้าไปลึกในสถานที่แห่งหนึ่งอย่างกล้าหาญ แม้จะมีความไม่แน่นอนหรืออาจมีอันตราย คำว่า venture ให้ความรู้สึกถึงความเสี่ยงหรือการสำรวจ ซึ่งคำว่า go ธรรมดาไม่มี โครงสร้างคือ venture deep into + สถานที่ โดย ventured แสดงว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีต และ deep บอกว่าเข้าไปข้างในลึกเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ venture deep into: Despite the warning signs, the explorers ____ the cave.

ดูคำตอบ

ventured deep into

His name was Satyavan,

0:58

เขามีนามว่าสัตยวาน

and like her,

1:00

และเขาก็เหมือนกับพระองค์

he loved the tranquil forest.

1:01

คือเป็นผู้ที่รักความสงบของผืนป่า

But the princess saw he was not at peace. การใช้คำ

1:04

แต่เจ้าหญิงทรงสังเกตเห็นว่าเขาไม่มีความสุข

การใช้คำ

not at peace: ไม่มีความสงบในใจ

ในที่นี้ he was not at peace หมายความว่าเขาไม่มีความสงบหรือความมั่นคงภายในใจ เขายังมีความกังวล ความเศร้า หรือความขัดแย้งที่ยังไม่ได้คลี่คลาย โครงสร้าง be at peace บรรยายภาวะสงบภายในใจหรือการยอมรับ ในประโยคนี้ peace มีความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีสงคราม

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ "he was not at peace" มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. เขากำลังต่อสู้อยู่ในสงคราม
  2. เขารู้สึกทุกข์ใจและไม่พบความสงบภายใน
  3. เขากำลังส่งเสียงดังมาก
  4. เขาไม่ชอบสถานที่เงียบสงบ
ดูคำตอบ

เขารู้สึกทุกข์ใจและไม่พบความสงบภายใน

After talking for hours,

1:08

หลังจากได้พูดคุยกันหลายชั่วโมง

Satyavan told her of his plight. การใช้คำ

1:09

สัตยวานก็เล่าถึงความทุกข์ยากของเขาให้พระองค์ฟัง

การใช้คำ

told her of his plight: เล่าถึงความทุกข์ยากร้ายแรงอย่างเป็นทางการ

Tell someone of something เป็นวิธีพูดว่าเล่าเรื่องหนึ่งให้ใครฟังด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเป็นทางการและคล้ายการเล่าเรื่อง ในประโยคนี้ told her of นำเข้าสู่สถานการณ์ยากลำบากที่สัตยวานอธิบายให้เธอฟัง Plight หมายถึงสถานการณ์ที่ร้ายแรง เจ็บปวด หรืออันตราย และมักทำให้ผู้อื่นรู้สึกเห็นใจ คำนี้มีน้ำหนักมากกว่า problem ทั่วไป จึงสื่อว่าเขาเผชิญความทุกข์ยากร้ายแรง ไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ “Satyavan told her of his plight.” มากที่สุด

  1. เขาขอให้เธอแสดงเส้นทางเดินทางให้ดู
  2. เขาเล่าถึงความยากลำบากร้ายแรงของตนให้เธอฟังด้วยสำนวนเป็นทางการแบบการเล่าเรื่อง
  3. เขาพูดถึงปัญหาเล็กน้อยในชีวิตประจำวันกับเธออย่างสบาย ๆ
  4. เขาบอกข่าวที่น่ายินดีแก่เธอ
ดูคำตอบ

เขาเล่าถึงความยากลำบากร้ายแรงของตนให้เธอฟังด้วยสำนวนเป็นทางการแบบการเล่าเรื่อง

His parents had once been wealthy rulers ไวยากรณ์

1:12

บิดามารดาของเขาเคยเป็นผู้ปกครองที่มั่งคั่ง

until his father was blinded and overthrown in a violent coup. วัฒนธรรม

1:15

จนกระทั่งบิดาของเขาถูกทำให้ตาบอดและถูกโค่นล้มอำนาจในการรัฐประหารอันโหดร้าย

ไวยากรณ์

had once been ... until ...: สถานะก่อนหน้าและจุดสิ้นสุด

Had once been วางสถานะเดิมของพ่อแม่ไว้ก่อนเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต กล่าวคือ พวกเขาเป็นผู้ปกครองที่มั่งคั่งก่อนเกิดรัฐประหาร once หมายถึง “ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น” และ past perfect อย่าง had been มองย้อนกลับจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดภายหลัง Until นำเข้าสู่เหตุการณ์ที่ทำให้สถานะก่อนหน้านั้นสิ้นสุดหรือเปลี่ยนไป รูปแบบ had once been ... until ... ช่วยให้เรื่องดำเนินจากสภาพเดิมไปสู่จุดเปลี่ยนในอดีตที่เข้ามาแทนที่

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมายให้สมบูรณ์ ใช้ past perfect ที่มี once ก่อน แล้วตามด้วยคำที่นำเข้าสู่จุดสิ้นสุด: The historian explained that the castle ____ empty ____ the new king arrived.

ดูคำตอบ

had once been · until

วัฒนธรรม

ถูกโค่นอำนาจในการรัฐประหารที่รุนแรง

overthrown in a violent coup หมายถึงถูกปลดจากอำนาจเมื่อกลุ่มหนึ่งใช้กำลังยึดการควบคุมทางการเมือง coup คือการยึดอำนาจรัฐบาลอย่างฉับพลัน ซึ่งมักกระทำโดยคนกลุ่มเล็ก ในที่นี้วลีดังกล่าวอธิบายว่าทำไมพ่อจึงไม่ได้เป็นผู้ปกครองอีกต่อไป กล่าวคืออำนาจของเขาถูก夺ไปในการยึดอำนาจทางการเมือง ไม่ได้สูญเสียไปจากการเปลี่ยนผู้นำตามปกติ

แบบฝึกหัด

coup ในวลี a violent coup หมายถึงอะไร?

  1. งานเฉลิมฉลองสาธารณะที่สงบ
  2. การทะเลาะทั่วไประหว่างบุคคล
  3. การเลือกตั้งตามปกติ
  4. การยึดอำนาจทางการเมืองอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ

การยึดอำนาจทางการเมืองอย่างฉับพลัน

Now,

1:19

บัดนี้

Satyavan worked tirelessly to support their meager new life.

1:19

สัตยวานต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อประคับประคองชีวิตใหม่ที่แร้นแค้นของพวกเขา

His determination and devotion moved the princess. การใช้คำ

1:25

ความมุ่งมั่นและความกตัญญูของเขาทำให้เจ้าหญิงทรงซาบซึ้งพระทัย

การใช้คำ

moved the princess: ทำให้เจ้าหญิงซาบซึ้งใจ

ในที่นี้ moved หมายถึงทำให้เจ้าหญิงเกิดความรู้สึกลึกซึ้ง His determination and devotion คือสาเหตุ ส่วน the princess คือผู้ที่ได้รับผลทางอารมณ์ เมื่อเรื่องราว การกระทำ หรือคุณลักษณะของบุคคล moves someone คำว่า move จะมีความหมายด้านอารมณ์ ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพที่ว่าทำให้เปลี่ยนตำแหน่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The ending moved the audience,' คำว่า moved หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้า
  2. ขอให้ผู้ชมออกไป
  3. ทำให้ผู้ชมเปลี่ยนที่นั่ง
  4. ทำให้ผู้ชมพูด
ดูคำตอบ

ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้า

As they gazed into each other's eyes,

1:29

ขณะที่ทั้งสองสบตากัน

she knew she'd finally found an equal. การใช้คำ

1:32

พระองค์ก็ทรงทราบว่าในที่สุดพระองค์ก็ทรงพบผู้ที่คู่ควรแล้ว

การใช้คำ

she'd finally found an equal: ในที่สุดก็พบคนที่ทัดเทียมกัน

ในวลี find an equal คำว่า equal เป็นคำนามนับได้ หมายถึงคนที่ทัดเทียมกับอีกคนในด้านคุณสมบัติสำคัญ ความสามารถ หรือสถานะ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงค่าที่เท่ากันทางคณิตศาสตร์ วลีนี้นำเสนอคนที่เธอพบว่าเป็นคนที่ทัดเทียมและยืนเคียงข้างเธอได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงคนที่อาจเป็นสามีหรือคู่รักเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใน “she'd finally found an equal” คำว่า an equal หมายถึงอะไร

  1. คนที่มีหน้าตาเหมือนเธอทุกอย่าง
  2. ใครก็ตามที่เธอเพิ่งพบ
  3. คนที่ทัดเทียมกับเธอในด้านคุณสมบัติสำคัญ
  4. สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่แสดงความเท่ากัน
ดูคำตอบ

คนที่ทัดเทียมกับเธอในด้านคุณสมบัติสำคัญ

Savitri rushed home to tell her father the good news,

1:36

สาวิตรีรีบเสด็จกลับบ้านเพื่อแจ้งข่าวดีนี้แก่พระบิดา

only to find him conversing with Narada, โน้ต

1:39

แต่กลับพบว่าพระบิดากำลังสนทนาอยู่กับนารท

a traveling sage and wisest messenger of the gods.

1:42

ฤาษีพเนจรผู้เป็นทูตสวรรค์ที่ชาญฉลาดที่สุด

ไวยากรณ์

only to find: ผลที่ไม่คาดคิด

Only to + คำกริยา ใช้นำเสนอผลที่เกิดหลังจากการกระทำก่อนหน้าและเป็นผลที่ไม่คาดคิดหรือตรงข้ามกับความหวัง ในที่นี้ only to find หมายถึง “แต่แล้วกลับพบว่า” ไม่ใช่ “เพื่อที่จะค้นหา” โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องราว โดยช่วงแรกสร้างความคาดหวัง แล้ว only ส่งสัญญาณถึงจุดพลิกผัน ผลลัพธ์มักน่าผิดหวัง แต่บางครั้งอาจเพียงแค่น่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่บอกผลที่ไม่คาดคิด: Maya hurried to the store before closing, ____ the doors already locked.

ดูคำตอบ

only to find

วัฒนธรรม

Narada, a traveling sage and wisest messenger of the gods: การบอกตัวตนด้วยวลีซ้อน

Narada เป็นชื่อบุคคล ส่วนกลุ่มคำนามหลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นวลีซ้อนที่ให้ข้อมูลเสริม โดยระบุว่าบุคคลคนเดียวกันนี้เป็นนักปราชญ์พเนจรและผู้ส่งสารที่เปี่ยมปัญญาที่สุดของเหล่าเทพ วลีนี้ไม่ได้แนะนำบุคคลคนที่สองหรือการกระทำใหม่ คำว่า sage ในที่นี้หมายถึงผู้ที่ได้รับความเคารพเพราะมีปัญญา มักอยู่ในบริบททางศาสนาหรือตำนาน ไม่ได้หมายถึงเพียงนักเดินทาง การบรรยายว่า Narada เป็นผู้ส่งสารของเทพยังทำให้ข่าวสารหรือคำพยากรณ์ที่เขากล่าวในภายหลังมีอำนาจน่าเชื่อถือในโลกของตำนาน

แบบฝึกหัด

ใน “Narada, a traveling sage and wisest messenger of the gods,” วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคทำหน้าที่อะไร?

  1. แนะนำบุคคลคนที่สองที่เดินทางร่วมกับ Narada
  2. ระบุตัวตนของ Narada และเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของเขา
  3. บอกว่า Narada กำลังส่งสารอยู่ในขณะนั้น
  4. อธิบายว่า Narada วางแผนจะเดินทางไปที่ใด
ดูคำตอบ

ระบุตัวตนของ Narada และเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของเขา

At first,

1:47

ในตอนแรก

her father was thrilled to learn of Satyavan.

1:48

พระบิดาของพระองค์ทรงยินดีที่ได้ทราบเรื่องของสัตยวาน

But Narada revealed a tragic prophecy.

1:51

แต่นารทได้เปิดเผยคำทำนายอันน่าสลดใจ

Her betrothed had only a year to live. โน้ต

1:55

คู่หมั้นของพระองค์จะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้น

การใช้คำ

Her betrothed: คำนามทางการและเชิงวรรณกรรมสำหรับคู่หมั้น

betrothed เป็นคำนามในประโยคนี้ Her betrothed หมายถึงผู้ที่เธอหมั้นหมายอย่างเป็นทางการและจะแต่งงานด้วย เนื่องจากบุคคลนั้นเป็นผู้ชายในเรื่อง จึงเข้าใจได้ว่าเป็น “คู่หมั้นชายของเธอ” หรือ her fiancé คำนี้มีความหมายเรื่องคำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงาน ไม่ได้หมายถึงเพียง boyfriend, girlfriend หรือคนรักทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมคำนามที่เป็นทางการและเชิงวรรณกรรมซึ่งหมายถึง “ผู้ที่เธอหมั้นหมายและจะแต่งงานด้วย” ลงในประโยค: In the legend, the princess had promised to marry Arun. He was her ____.

ดูคำตอบ

betrothed

วลี

had only a year to live: อายุขัยที่เหลือ

วลี had only a year to live หมายความว่า คู่หมั้นของเธอถูกคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกเพียงหนึ่งปี โครงสร้าง have + ระยะเวลา + to live ใช้บอกว่าคาดว่าคนหนึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใด ใช้ had เพราะเรื่องเล่าอยู่ในอดีต only เน้นว่าเวลาที่เหลือนั้นสั้น ส่วน to live ทำให้ชัดว่าเป็นเวลาชีวิตที่เหลือ ไม่ได้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “เหลือเวลาใช้ชีวิตเพียงหนึ่งปี”: The explorer had ____.

ดูคำตอบ

only a year to live

Savitri's blood ran cold. สำนวน

1:59

สาวิตรีถึงกับรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว

สำนวน

Savitri's blood ran cold: ความกลัวรุนแรงที่เกิดขึ้นทันที

Savitri's blood ran cold เป็นสำนวนที่หมายความว่าเธอรู้สึกหวาดกลัวหรือตกใจอย่างรุนแรงในทันที สำนวนนี้บรรยายความรู้สึกเย็นวาบในร่างกายหลังได้รับข่าวที่น่ากลัว ไม่ได้หมายความว่าเลือดของเธอเย็นลงจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone's blood runs cold ในปัจจุบัน และ someone's blood ran cold ในอดีต สำนวนนี้ทำให้การเล่าเรื่องเห็นภาพและมีอารมณ์เข้มข้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงความกลัวอย่างรุนแรงและฉับพลัน: When Leo heard someone unlock the door downstairs, his ____.

ดูคำตอบ

blood ran cold

She'd waited so long to find her partner.

2:02

พระองค์ทรงรอคอยมาแสนนานกว่าจะได้พบกับคู่ชีวิต

Was she already doomed to lose him? การใช้คำ

2:05

พระองค์ทรงถูกลิขิตให้ต้องสูญเสียเขาไปแล้วอย่างนั้นหรือ?

การใช้คำ

already doomed to lose him: ถูกกำหนดให้ต้องสูญเสียเขาไปแล้ว

ในโครงสร้าง be doomed to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า doomed หมายถึงถูกกำหนดให้พบผลลัพธ์ที่เลวร้ายซึ่งดูเหมือนหลีกหนีไม่ได้ วลี doomed to lose him จึงหนักกว่าการบอกว่าอาจเกิดขึ้นมาก เพราะเธอกลัวว่าการสูญเสียเขาจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ already ชี้ว่าชะตากรรมนี้อาจถูกกำหนดไว้แล้วก่อนที่เธอจะเปลี่ยนแปลงได้ ในคำถามนี้ คำดังกล่าวเพิ่มความตกใจและความหวาดกลัว ไม่ใช่เพียงถามว่าอะไรมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย doomed to: Without urgent repairs, the bridge is ____ collapse.

ดูคำตอบ

doomed to

The princess would not accept these terms. น้ำเสียง/เจตนา

2:08

เจ้าหญิงไม่ทรงยอมรับเงื่อนไขนี้

น้ำเสียง/เจตนา

would not accept these terms: ไม่ยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้

ในการเล่าเรื่องในอดีต would not + กริยารูปพื้นฐาน สามารถแสดงการปฏิเสธอย่างหนักแน่นหรือความไม่เต็มใจของบุคคลได้ ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ในอนาคต ดังนั้น The princess would not accept จึงหมายความว่าเจ้าหญิงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมตกลง terms ในที่นี้หมายถึงเงื่อนไขหรือข้อตกลงที่ถูกเสนอหรือบังคับให้ยอมรับ accept these terms หมายถึงยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้น ส่วน terms ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงศัพท์เฉพาะทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการไม่ยอมรับว่าเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นในการเล่าเรื่องในอดีตได้ชัดเจนที่สุด?

  1. Lena would not accept the conditions.
  2. Lena planned to accept the conditions.
  3. Lena was not offered the conditions.
  4. Lena did not accept the conditions.
ดูคำตอบ

Lena would not accept the conditions.

She swore before Narada, น้ำเสียง/เจตนา

2:11

พระองค์ทรงปฏิญาณต่อหน้านารท

her family,

2:13

ครอบครัวของพระองค์

and Satyavan himself that she would never marry another.

2:13

และตัวสัตยวานเองว่า พระองค์จะไม่ทรงอภิเษกสมรสกับชายอื่นอีก

น้ำเสียง/เจตนา

swore before ... that ...: สาบานอย่างจริงจังต่อหน้าพยาน

Swore เป็นรูปอดีตของ swear ในโครงสร้าง swear before + พยาน + อนุประโยค that คำว่า before ระบุคนหรือผู้มีอำนาจที่รับฟังคำสาบาน ส่วนอนุประโยค that บอกเนื้อหาที่สาบานไว้อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ เธอสาบานต่อหน้าทุกคนว่าจะไม่แต่งงานกับคนอื่น before ในที่นี้หมายถึง “ต่อหน้า” ไม่ใช่ “ก่อน” โครงสร้างนี้ทำให้คำมั่นฟังดูจริงจัง เป็นสาธารณะ และเคร่งขรึมกว่าคำสัญญาทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคำสาบานอันจริงจัง swear before + พยาน + อนุประโยค that ให้สมบูรณ์: At the ceremony, Maya ____ her community ____ she would protect the forest.

ดูคำตอบ

swore before · that

Satyavan was her one true love, วลี

2:18

สัตยวานคือรักแท้เพียงหนึ่งเดียวของพระองค์

and their fates were entwined forever. สำนวน

2:21

และชะตากรรมของทั้งสองได้ผูกพันกันตลอดไป

วลี

one true love: คนรักเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครแทนได้

One true love หมายถึงคนเพียงคนเดียวที่ใครคนหนึ่งมองว่าเป็นความรักเชิงโรแมนติกที่ลึกซึ้งที่สุดและไม่มีใครแทนได้ one เน้นว่าคนนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ได้หมายถึงแค่ “คนหนึ่งคน” ส่วน true แสดงว่าความรักนั้นจริงใจและยั่งยืน วลีนี้สื่อถึงความรักในอุดมคติ จึงมีน้ำหนักที่แรงและเด็ดขาดกว่าการพูดเพียงว่าคุณรักใครคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในนวนิยาย Elena เชื่อว่า Marco คือคนเพียงคนเดียวที่เธอจะรักอย่างแท้จริง วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? In the novel, Elena calls Marco her ___.

  1. one true love
  2. close friend
  3. favorite actor
  4. first boyfriend
ดูคำตอบ

one true love

สำนวน

their fates were entwined forever: อุปลักษณ์ของชะตากรรมร่วมกัน

ในประโยคนี้ their fates were entwined forever ใช้ภาพของเส้นด้ายหลายเส้นที่พันกันเพื่อบรรยายชะตากรรมของคนสองคน อนาคตของทั้งคู่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นจนสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่งส่งผลต่ออีกคนหนึ่ง คำว่า entwined ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ ไม่มีใครถูกมัดไว้จริง ๆ วลีนี้ทำให้ความสัมพันธ์มีความรู้สึกถึงชะตากรรมร่วมกันที่ยั่งยืนและคล้ายเรื่องเล่า

แบบฝึกหัด

their fates were entwined forever หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ชะตากรรมของทั้งคู่เชื่อมโยงกันอย่างถาวร
  2. ทั้งคู่ถูกมัดเข้าด้วยกันด้วยเชือก
  3. ทั้งคู่จะไม่ได้พบกันอีกเลย
ดูคำตอบ

ชะตากรรมของทั้งคู่เชื่อมโยงกันอย่างถาวร

Moved by her powerful words, ไวยากรณ์

2:24

เมื่อได้ฟังคำกล่าวอันหนักแน่นของพระองค์

the sage told the princess to follow an ancient spiritual regimen. วัฒนธรรม

2:26

ฤาษีจึงบอกให้เจ้าหญิงปฏิบัติตามแนวทางจิตวิญญาณแต่โบราณ

ไวยากรณ์

Moved by her powerful words: วลี past participle ที่บอกเหตุผล

Moved by her powerful words เป็นวลี past participle ที่บอกเหตุผลของการกระทำหลัก หากเขียนเต็มจะมีความหมายว่า Because the sage was moved by her powerful words ส่วนประโยคหลักคือ the sage told the princess... ดังนั้น told จึงเป็นกริยาหลักที่ผันตามกาล ไม่ใช่ moved บุคคลที่เข้าใจโดยนัยหลัง Moved by ต้องเป็นประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ the sage เป็นทั้งผู้ที่รู้สึกซาบซึ้งและผู้ทำกริยา told โครงสร้างย่อจึงชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้ move ในรูปที่ถูกต้องพร้อมคำบุพบท: ____ the student's honest apology, the principal offered another chance.

ดูคำตอบ

Moved by

วัฒนธรรม

follow an ancient spiritual regimen: ปฏิบัติตามแบบแผนการฝึกทางจิตวิญญาณโบราณ

ในที่นี้ follow an ancient spiritual regimen หมายถึงการปฏิบัติตามชุดแนวทางทางจิตวิญญาณแบบโบราณที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ regimen คือแผนที่วางไว้เพื่อจุดประสงค์หนึ่งและต้องทำตามอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงนิสัยทั่วไป ในบริบทของตำนานนี้ วลีดังกล่าวช่วยให้เข้าใจว่าการสวดมนต์ การอดอาหาร และการเตรียมสมุนไพรเป็นส่วนต่าง ๆ ของการปฏิบัติชุดเดียวกันที่ดำเนินต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ an ancient spiritual regimen หมายถึงอะไร

  1. กิจกรรมสบาย ๆ ที่เลือกทำเพียงบ่ายเดียว
  2. สถานที่ที่อาจารย์ในสมัยโบราณอาศัยอยู่
  3. ชุดการปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่วางแผนไว้และทำตามเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง
ดูคำตอบ

ชุดการปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่วางแผนไว้และทำตามเพื่อจุดประสงค์หนึ่ง

With regular prayer, ไวยากรณ์

2:31

ด้วยการสวดมนต์อย่างสม่ำเสมอ

periods of fasting,

2:32

การอดอาหารเป็นช่วงๆ

and preparation of special herbs and plants,

2:34

และการเตรียมสมุนไพรและพืชพรรณพิเศษ

she might be able to prolong Satyavan's life. ไวยากรณ์

2:37

พระองค์อาจจะสามารถยืดอายุขัยของสัตยวานออกไปได้

ไวยากรณ์

With regular prayer ...: ใช้ with เพื่อเกริ่นวิธีการและเงื่อนไข

with ที่ต้นประโยคนี้ใช้เกริ่นวิธีการหรือเงื่อนไขสนับสนุนที่อาจช่วยให้เกิดผลลัพธ์ โดยเข้าใจได้ว่าเป็นการใช้สิ่งเหล่านี้หรืออาศัยความช่วยเหลือจากสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงการอยู่กับใครบางคน นามวลีที่เชื่อมกันสามส่วน ได้แก่ regular prayer, periods of fasting และ preparation of special herbs and plants ถูกจัดไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้ทำให้ประโยคนำเสนอแนวทางที่เสนอไว้ก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น คือ she might be able to prolong Satyavan's life

แบบฝึกหัด

วลี with ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร

  1. วลีนี้บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
  2. วลีนี้แสดงรายการวิธีการหรือเงื่อนไขที่อาจช่วยให้เกิดผลลัพธ์
  3. วลีนี้ระบุผู้ที่เดินทางไปกับเจ้าหญิง
ดูคำตอบ

วลีนี้แสดงรายการวิธีการหรือเงื่อนไขที่อาจช่วยให้เกิดผลลัพธ์

ไวยากรณ์

might be able to prolong someone's life: กล่าวอย่างระมัดระวังว่าอาจยืดชีวิตของใครบางคนได้

ในประโยคนี้ might be able to หมายความว่าเธออาจมีความสามารถหรือมีเงื่อนไขที่จะทำสิ่งนั้นได้ might ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ส่วน be able to ชี้ถึงความสามารถหรือเงื่อนไขที่จำเป็นต่อความสำเร็จ โครงสร้างนี้บอกเพียงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าทำสำเร็จแล้วหรือรับประกันว่าจะสำเร็จ prolong someone's life หมายถึงทำให้คนนั้นมีชีวิตอยู่นานขึ้น prolong เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการที่มักใช้ในบริบททางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ หรือเรื่องราวที่จริงจัง ไม่ได้หมายถึงทำให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้วฟื้นคืนชีพ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายที่แสดงความเป็นไปได้ของความสำเร็จแบบยังไม่แน่นอนลงในประโยค: With more practice, Maya ____ win the regional match.

ดูคำตอบ

might be able to

After a simple wedding,

2:41

หลังจากพิธีวิวาห์อันเรียบง่าย

the couple returned to the jungle to live in keeping with the sage's instructions. วลี

2:42

ทั้งคู่ก็กลับไปใช้ชีวิตในป่าตามคำแนะนำของฤาษี

วลี

live in keeping with someone's instructions: ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับคำแนะนำของใครบางคน

ในที่นี้ live in keeping with the sage's instructions หมายถึงการจัดวิถีชีวิตของตนให้สอดคล้องกับและปฏิบัติตามคำแนะนำของฤๅษี in keeping with ทำหน้าที่เป็นวลีทั้งชุดที่หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “เข้ากันกับ” keeping ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเก็บรักษาหรือครอบครองสิ่งของ วลีนี้เน้นความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรม รูปแบบ หรือการตัดสินใจกับมาตรฐาน หลักการ หรือความคาดหวัง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “สอดคล้องกับ” ลงในประโยค: The new library was designed ____ the town's historic style.

ดูคำตอบ

in keeping with

This modest existence was a far cry from her lavish upbringing, สำนวน

2:47

ความเป็นอยู่อันสมถะนี้ช่างห่างไกลจากชีวิตที่สุขสบายในวัยเยาว์ของพระองค์

สำนวน

a far cry from her lavish upbringing: แตกต่างอย่างมากจากชีวิตหรูหราที่เธอเติบโตมา

ในที่นี้ a far cry from หมายถึง “แตกต่างจาก...อย่างมาก” ชีวิตเรียบง่ายที่กล่าวถึงตัดกันอย่างชัดเจนกับชีวิตหรูหราที่เธอเติบโตมา ให้เข้าใจ a far cry from เป็นสำนวนทั้งชุด โดย cry ไม่ได้หมายถึงการร้องไห้หรือเสียงร้อง ใช้โครงสร้าง A is/was a far cry from B เพื่อเปรียบเทียบสองสถานการณ์ที่ต่างกันมาก

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่มีคำว่า cry และหมายถึง “แตกต่างจาก...อย่างมาก” ให้สมบูรณ์: The noisy hotel was ____ the peaceful place shown in the brochure.

ดูคำตอบ

a far cry from

but they were happy in each other's company. วลี

2:51

แต่ทั้งสองก็มีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างกัน

วลี

happy in each other's ... company: มีความสุขที่ได้อยู่เป็นเพื่อนกัน

ส่วนที่เน้นต้องอ่านต่อกับคำถัดไปคือ company โดย be happy in each other's company หมายถึงคนสองคนมีความสุขเพียงเพราะได้อยู่ด้วยกัน company ในที่นี้หมายถึงการอยู่เป็นเพื่อน ไม่ใช่บริษัท each other's แสดงความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างอยู่เป็นเพื่อนให้อีกฝ่าย รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกความรู้สึกอื่นได้ เช่น comfortable in each other's company

แบบฝึกหัด

“they were happy in each other's company” หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาอยากให้มีคนกลุ่มใหญ่กว่าอยู่รอบตัว
  2. พวกเขาชอบที่ได้อยู่ด้วยกัน
  3. พวกเขาพอใจกับบริษัทของตน
ดูคำตอบ

พวกเขาชอบที่ได้อยู่ด้วยกัน

A year passed,

2:54

หนึ่งปีผ่านไป

and the fated day arrived.

2:55

และแล้ววันแห่งโชคชะตาก็มาถึง

On their first anniversary,

2:58

ในวันครบรอบแต่งงานปีแรก

the sun grew horribly hot,

3:00

แสงแดดทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างน่ากลัว

and Satyavan's brow began to burn.

3:02

และหน้าผากของสัตยวานก็เริ่มร้อนผ่าว

Savitri barely had time to drag him into the shade ไวยากรณ์

3:06

สาวิตรีแทบจะไม่มีเวลาประคองเขาเข้าไปในร่มเงา

before he grew still and cold.

3:09

ก่อนที่ร่างของเขาจะนิ่งสงบและเย็นเฉียบ

ไวยากรณ์

barely had time to ... before ...: แทบไม่มีเวลาก่อนเหตุการณ์ถัดไป

barely had time to do A before B หมายความว่าแทบไม่มีเวลาสำหรับ A โดย A เพิ่งเสร็จอย่างหวุดหวิด แล้ว B ก็เกิดขึ้นทันทีหลังจากนั้น ในประโยคนี้ การลากเขาเข้าไปในร่มคือ A และการที่เขาแน่นิ่งและตัวเย็นลงคือ B คำว่า barely มีความหมายเกือบเป็นปฏิเสธ โครงสร้างนี้จึงสร้างความรู้สึกเร่งด่วน ไม่ได้หมายความว่าการกระทำแรกทำได้ง่าย แต่หมายความว่าเวลาที่มีอยู่นั้นสั้นมาก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นต่อกันแทบจะทันที: We ____ grab our bags before the train doors closed.

ดูคำตอบ

barely had time to

Through her tears,

3:12

ผ่านม่านน้ำตา

the princess saw an immense figure on the horizon.

3:14

เจ้าหญิงทอดพระเนตรเห็นร่างอันใหญ่โตปรากฏขึ้นที่ปลายเส้นขอบฟ้า

This was Yamraj, วัฒนธรรม

3:18

นั่นคือยมราช

the god of death,

3:20

เทพแห่งความตาย

come to escort Satyavan's soul to the afterlife. ไวยากรณ์

3:22

ผู้มาเพื่อพาดวงวิญญาณของสัตยวานไปยังปรโลก

วัฒนธรรม

Yamraj, the god of death: ตัวตนของยมราชในฐานะเทพแห่งความตาย

คำว่า the god of death ระบุว่า Yamraj คือใคร ในคติฮินดู Yamraj ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า Yama เป็นเทพผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องกับความตายและดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ตัวตนนี้อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงสามารถมานำดวงวิญญาณของ Satyavan ไปสู่โลกหลังความตายได้ เครื่องหมายจุลภาคแยกวลีบอกตัวตนนี้ออกมาเป็นข้อมูลเสริมเกี่ยวกับชื่อ Yamraj

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลี the god of death ให้ข้อมูลสำคัญอะไร?

  1. บอกว่า Yamraj เป็นชื่อสถานที่ที่ Satyavan เสียชีวิต
  2. ระบุว่า Satyavan เป็นเทพที่ปกครอง Yamraj
  3. ระบุว่า Yamraj เป็นเทพที่เกี่ยวข้องกับความตายและดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต
ดูคำตอบ

ระบุว่า Yamraj เป็นเทพที่เกี่ยวข้องกับความตายและดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต

ไวยากรณ์

come to escort ...: รูปย่อของ who had come

วลี come to escort ... เพิ่มข้อมูลว่าเหตุใดยมราชจึงอยู่ที่นั่น นั่นคือเขามาเพื่อนำดวงวิญญาณของสัตยวานไป วลีนี้สามารถเขียนเต็มได้ว่า who had come to escort Satyavan's soul to the afterlife ประโยคหลักคือ This was Yamraj ส่วน come ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัว แต่เป็น past participle ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ ขณะที่ to escort ... บอกจุดประสงค์ของการมา การเล่าเรื่องมักใช้โครงสร้างกระชับนี้เพื่อแนะนำตัวละครและบอกทันทีว่าตัวละครนั้นมาทำไม

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นเพิ่มข้อมูลหลักใดให้แก่ประโยคนี้

  1. ดวงวิญญาณของสัตยวานเคยอยู่ที่ไหน
  2. เหตุใดยมราชจึงปรากฏตัว
  3. สาวิตรีปฏิเสธที่จะทำอะไร
ดูคำตอบ

เหตุใดยมราชจึงปรากฏตัว

But Savitri was not giving up yet. กริยาวลี

3:26

แต่สาวิตรียังไม่ยอมแพ้

กริยาวลี

was not giving up: ยังคงพยายามต่อไป

Give up เป็น phrasal verb ที่หมายถึงหยุดพยายามหรือละทิ้งความพยายาม ส่วน was not giving up เป็นรูป past progressive แบบปฏิเสธ ซึ่งแสดงว่าในช่วงเวลานั้นของเรื่อง สาวิตรียังคงไม่ยอมหยุด Yet ที่อยู่ต่อจากคำที่เน้นเพิ่มความหมายว่า จนถึงตอนนั้น เมื่อรวมกัน was not giving up yet จึงหมายความว่าเธอยังคงตั้งใจจะพยายามต่อไปและสถานการณ์ยังไม่จบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำภาษาอังกฤษสามคำ โดยใช้รูป past progressive แบบปฏิเสธของ give up: The climb was difficult, but Noah ____ yet.

ดูคำตอบ

was not giving up

She followed the god for hours in the beating sun.

3:29

พระองค์ทรงเดินตามเทพเจ้าไปเป็นเวลาหลายชั่วโมงภายใต้แสงแดดที่แผดเผา

Yama thundered at the princess to leave him in peace, น้ำเสียง/เจตนา

3:33

พระยมตวาดลั่นสั่งให้เจ้าหญิงปล่อยพระองค์ไปตามทาง

น้ำเสียง/เจตนา

thundered at the princess to leave him in peace: ตวาดสั่งเจ้าหญิงให้เลิกรบกวนเขา

ในที่นี้ thundered เป็นคำกริยาที่บอกลักษณะการพูด พระยมพูดด้วยเสียงดังมาก โกรธ และเป็นเชิงออกคำสั่ง เป็นการเปรียบเสียงพูดกับพลังของเสียงฟ้าร้อง ไม่ได้หมายถึงสภาพอากาศ โครงสร้าง thunder at someone to do something รวมวิธีพูดเข้ากับคำสั่ง ส่วน leave him in peace หมายถึงให้หยุดตามหรือรบกวนเขา จึงทำให้คำสั่งนี้ฟังแข็งกร้าวและคุกคาม ไม่ใช่คำพูดที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ thundered at the princess to leave him in peace หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาสั่งเจ้าหญิงด้วยเสียงดังและโกรธให้เลิกรบกวนเขา
  2. เขาขอเจ้าหญิงเบา ๆ ให้รออยู่ข้างเขา
  3. เขาเตือนเจ้าหญิงว่าพายุกำลังมา
ดูคำตอบ

เขาสั่งเจ้าหญิงด้วยเสียงดังและโกรธให้เลิกรบกวนเขา

but even as her feet bled and throat burned, ลำดับความ

3:37

แต่แม้พระบาทจะหลั่งเลือดและลำคอจะแห้งผาก

Savitri would not turn back.

3:41

สาวิตรีก็ไม่ยอมหันหลังกลับ

ลำดับความ

even as ... Savitri would not turn back: เน้นความมุ่งมั่นท่ามกลางความลำบากที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

Even as นำเข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำหลัก คือเท้าของสาวิตรีกำลังมีเลือดออกและลำคอกำลังแสบร้อน คำว่า even เพิ่มความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง จึงทำให้ความเจ็บปวดนี้สร้างความคาดหมายว่านางอาจหยุด ใจความหลัก Savitri would not turn back ทำลายความคาดหมายนั้น โครงสร้างนี้จัดข้อมูลในความหมายว่า “แม้สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้น นางก็ยังไม่ยอมหยุดหรือถอยกลับ” จึงเน้นความมุ่งมั่นของนาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเชื่อมเพื่อแสดงว่าความลำบากกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่การกระทำยังคงดำเนินต่อ

  1. Even as the room grew noisier, Maya stayed focused on her book.
  2. As soon as the room grew noisier, Maya stayed focused on her book.
  3. Because the room grew noisier, Maya stayed focused on her book.
ดูคำตอบ

Even as the room grew noisier, Maya stayed focused on her book.

Eventually, Yamraj paused.

3:44

ในที่สุด ยมราชก็หยุดเดิน

He would grant her one wish as a reward for her persistence, วลี

3:47

เขาจะให้พรหนึ่งประการเพื่อเป็นรางวัลแห่งความมุมานะของพระองค์

วลี

grant someone one wish as a reward for...: ให้พรหนึ่งข้อเป็นรางวัลสำหรับ...

grant someone a wish หมายถึงยอมทำให้ความปรารถนาหนึ่งข้อของคนนั้นเป็นจริง ในโครงสร้างกรรมคู่ grant + คน + wish คำว่า her คือผู้รับ และ one wish คือสิ่งที่ได้รับอนุญาต ตรงนี้ grant ไม่ได้หมายถึงยอมรับหรือรับรองว่าบางอย่างเป็นความจริง as a reward for + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกการกระทำหรือคุณสมบัติที่ทำให้ได้รับรางวัล โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ grant someone something as a reward for something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย grant และ as a reward for: The king would ____ her one wish ____ her bravery.

ดูคำตอบ

grant · as a reward for

but she couldn't ask for her husband's life.

3:51

แต่พระองค์ไม่สามารถขอชีวิตสวามีคืนได้

Without hesitating,

3:54

โดยไม่ลังเล

Savitri asked the god to restore her father-in-law's sight. วลี

3:55

สาวิตรีทรงขอให้เทพเจ้าช่วยรักษาดวงตาของพระสัสสุระ (พ่อตา) ให้กลับมามองเห็น

วลี

restore someone's sight: ทำให้คนหนึ่งกลับมามองเห็นอีกครั้ง

restore someone's sight หมายถึงทำให้บุคคลนั้นกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหลังจากสูญเสียการมองเห็นหรือสายตาได้รับความเสียหาย restore เพิ่มความหมายว่ากลับคืนสู่สภาพเดิม ส่วน sight ตรงนี้หมายถึงความสามารถในการมองเห็น ไม่ใช่วิวหรือภาพที่เห็น วลีแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าสายตาของใครกลับคืนมา: her father-in-law's sight โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ restore + รูปแสดงความเป็นเจ้าของของบุคคล + sight

แบบฝึกหัด

ผลลัพธ์ใดตรงกับความหมายของ restore someone's sight?

  1. บุคคลนั้นกลับมามองเห็นได้หลังจากสูญเสียการมองเห็นหรือสายตาได้รับความเสียหาย
  2. บุคคลนั้นไปเยี่ยมสถานที่หนึ่งช่วงสั้น ๆ
  3. มีคนพาบุคคลนั้นไปดูวิวสวย ๆ
ดูคำตอบ

บุคคลนั้นกลับมามองเห็นได้หลังจากสูญเสียการมองเห็นหรือสายตาได้รับความเสียหาย

The wish was granted, ไวยากรณ์

4:00

คำขอถูกทำให้เป็นจริง

ไวยากรณ์

The wish was granted: รูป passive ที่เน้นผลลัพธ์

The wish เป็นสิ่งที่รับการกระทำ และ was granted เป็นรูป passive ของ grant ในที่นี้ grant a wish หมายถึงอนุมัติคำขอหรือทำให้ความปรารถนาเป็นจริง รูป passive เน้นผลที่คำขอได้รับการตอบรับ และไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ตอบรับ รูปประโยคสั้นแบบนี้พบได้บ่อยในตำนานและเทพนิยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ใน simple past ของ grant: At last, her wish ____.

ดูคำตอบ

was granted

and Yamraj rode on.

4:02

และยมราชก็เดินทางต่อไป

But still,

4:04

แต่กระนั้น

Savitri's footsteps echoed behind him.

4:05

เสียงฝีเท้าของสาวิตรีก็ยังคงดังก้องอยู่เบื้องหลัง

Exasperated,

4:08

ด้วยความรำคาญใจ

the god granted her a second wish.

4:09

เทพเจ้าจึงให้พรประการที่สอง

This time,

4:13

คราวนี้

she asked for Satyavan's kingdom to be restored.

4:13

พระองค์ทรงขอให้อาณาจักรของสัตยวานได้รับการฟื้นฟู

Again,

4:17

อีกครั้ง

the wish was granted,

4:18

คำขอถูกทำให้เป็นจริง

and Yamraj began his descent into his subterranean kingdom. วัฒนธรรม

4:19

และยมราชก็เริ่มมุ่งหน้าลงสู่อาณาจักรบาดาล

วัฒนธรรม

began his descent into his subterranean kingdom: การลงสู่โลกใต้พิภพ

Descent หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง และ subterranean หมายถึงอยู่ใต้พื้นผิวโลก ดังนั้น began his descent into his subterranean kingdom จึงหมายความว่ายมราชเริ่มลงไปสู่อาณาจักรใต้ดินของตน ถ้อยคำนี้สร้างภาพตามตำนานของเทพแห่งความตายที่กลับสู่โลกใต้พิภพ และให้ภาพที่ชัดเจนและมีระดับทางวรรณศิลป์มากกว่าการพูดเพียงว่าเขากลับบ้าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ began his descent into his subterranean kingdom ได้ดีที่สุด

  1. เขาเริ่มลงไปสู่อาณาจักรใต้ดินของตน
  2. เขาเริ่มข้ามทะเลไปสู่อาณาจักรที่ห่างไกล
  3. เขาเริ่มปีนขึ้นไปสู่อาณาจักรบนท้องฟ้า
ดูคำตอบ

เขาเริ่มลงไปสู่อาณาจักรใต้ดินของตน

But when he glanced back,

4:24

แต่เมื่อเขาหันกลับไปมอง

he was astounded to see the bedraggled princess stumbling along. ไวยากรณ์

4:25

เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเจ้าหญิงในสภาพสะบักสะบอมยังคงเดินโซเซตามมา

ไวยากรณ์

be astounded to see ...: สิ่งที่พบโดยไม่คาดคิดทำให้ประหลาดใจอย่างมาก

ใน be astounded to see... คำว่า astounded หมายถึง “ประหลาดใจอย่างมาก” ส่วน to-infinitive นำเสนอสิ่งที่ผู้พูดพบและทำให้เกิดปฏิกิริยานั้น ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการมอง ในประโยคนี้ เขาเห็นเจ้าหญิงในสภาพมอมแมมเดินโซเซ และภาพนั้นทำให้เขาตกตะลึง ในงานเล่าเรื่องยังพบรูปแบบคล้ายกัน เช่น be astounded to hear... และ be astounded to find....

แบบฝึกหัด

ใน “He was astounded to see the result,” ส่วน “to see the result” แสดงถึงอะไร?

  1. คำสั่งให้คนอื่นมอง
  2. จุดประสงค์ของการเดินทาง
  3. สิ่งที่พบซึ่งทำให้เขาประหลาดใจ
ดูคำตอบ

สิ่งที่พบซึ่งทำให้เขาประหลาดใจ

He'd never seen such devotion to the dead, การใช้คำ

4:29

เขาไม่เคยเห็นความทุ่มเทเพื่อคนตายถึงเพียงนี้มาก่อน

and he honored her dedication with one final wish. วลี

4:32

และเขาได้ให้เกียรติในความอุทิศตนของพระองค์ด้วยพรประการสุดท้าย

การใช้คำ

such devotion to the dead: ความภักดีอย่างลึกซึ้งต่อผู้ที่เสียชีวิต

Devotion หมายถึงความรัก ความภักดี หรือความทุ่มเทที่ลึกซึ้งและมั่นคง โครงสร้าง such + คำนามเน้นระดับที่โดดเด่นมาก ดังนั้น such devotion จึงหมายถึงความทุ่มเทที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ The dead คือการใช้ the + คำคุณศัพท์แบบรวมกลุ่มเพื่อหมายถึงผู้ที่เสียชีวิต แม้เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับคนรักที่เสียชีวิตเพียงคนเดียว แต่ถ้อยคำนี้จัดให้เขาเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ตาย และทำให้ความภักดีของเธอฟังดูจริงจังและพิเศษยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

“the dead” ใน “They gathered to honor the dead” หมายถึงอะไร?

  1. คนหนึ่งที่ชื่อ Dead
  2. คนที่เสียชีวิตแล้ว
  3. คนที่กำลังนอนหลับ
ดูคำตอบ

คนที่เสียชีวิตแล้ว

วลี

honored her dedication with one final wish: แสดงการยอมรับผ่านการกระทำ

ในที่นี้ honored her dedication with one final wish หมายถึง เขาแสดงการยอมรับความมุ่งมั่นของเธอด้วยการให้พรข้อสุดท้ายแก่เธอ honor ในที่นี้กล่าวถึงการลงมือแสดงการยอมรับ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกเคารพในใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ honor + บุคคลหรือผลงาน + with + รูปแบบการยกย่องหรือรางวัลที่เป็นรูปธรรม ส่วนที่ตามหลัง with อธิบายว่าแสดงการยอมรับด้วยวิธีใด

แบบฝึกหัด

“honored her dedication with one final wish” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาทำให้ความอุทิศตนของเธอต่อผู้ตายสิ้นสุดลง
  2. การกระทำของเขาแสดงการยอมรับความมุ่งมั่นของเธอด้วยการให้พรข้อสุดท้าย
  3. เขาเคารพเธออยู่ในใจแต่ไม่ได้ทำอะไร
  4. เขาขอให้เธออุทิศพรอีกหนึ่งข้อ
ดูคำตอบ

การกระทำของเขาแสดงการยอมรับความมุ่งมั่นของเธอด้วยการให้พรข้อสุดท้าย

Savitri wished to be the mother of many children. ไวยากรณ์

4:37

สาวิตรีทรงขอให้ได้เป็นมารดาของบุตรจำนวนมาก

ไวยากรณ์

wished to be the mother of many children: คำปรารถนาอย่างเป็นทางการที่มีเงื่อนไข

Wish to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีพูดอย่างเป็นทางการว่าบุคคลหนึ่งต้องการทำบางอย่างหรือมีบทบาทใดในอนาคต ในที่นี้ wished to be ทำให้ถ้อยคำของสาวิตรีเป็นคำปรารถนาที่จริงจัง ส่วน be the mother of many children ระบุบทบาทในอนาคตที่เธอขอ ตามเหตุผลของเรื่อง อนาคตนั้นต้องอาศัยให้สามีของเธอยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นประโยคนี้จึงตั้งเงื่อนไขที่เธอจะนำไปใช้ในการให้เหตุผลภายหลัง ไม่ได้เป็นเพียงการบอกความต้องการทั่วไป

แบบฝึกหัด

ทำไม “wished to be the mother of many children” จึงเป็นมากกว่าความต้องการทั่ว ๆ ไป

  1. ประโยคนี้หมายความว่าเธอเสียใจที่มีลูก
  2. ประโยคนี้บอกว่าเธอเป็นแม่ของลูกหลายคนอยู่แล้ว
  3. ประโยคนี้ขอให้แม่ของเธอเองมีลูกเพิ่ม
  4. ประโยคนี้ระบุบทบาทในอนาคตอย่างเป็นทางการ ซึ่งในเรื่องต้องอาศัยให้สามีของเธอยังมีชีวิตอยู่
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ระบุบทบาทในอนาคตอย่างเป็นทางการ ซึ่งในเรื่องต้องอาศัยให้สามีของเธอยังมีชีวิตอยู่

The god agreed and waved to dismiss her. น้ำเสียง/เจตนา

4:41

เทพเจ้าตกลงและโบกมือไล่พระองค์ไป

น้ำเสียง/เจตนา

wave to dismiss someone: โบกมือเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายออกไป

ในที่นี้ waved to dismiss her หมายถึงเขาใช้ท่าทางมือเพื่อบอกให้เธอออกไป ส่วน dismiss ในฉากนี้หมายถึง “ให้หรือสั่งให้ใครออกไป” ไม่ใช่ “ไล่ออกจากงาน” ท่าทางนี้ยุติการสนทนาได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเพิ่ม เพราะเขาคิดว่าตนมีอำนาจจบการพูดคุย ท่าทางจึงดูเป็นคำสั่งและเย็นชากว่าการโบกมือลาอย่างเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

“waved to dismiss her” ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขาใช้ท่าทางมือบอกให้เธอออกไป
  2. เขาโบกมือลาเธออย่างเป็นมิตร
  3. เขาไล่เธอออกจากงาน
  4. เขาบอกให้เธอเข้ามาใกล้
ดูคำตอบ

เขาใช้ท่าทางมือบอกให้เธอออกไป

But the princess only repeated the vow she'd made one year earlier. วลี

4:45

แต่เจ้าหญิงทรงทวนคำปฏิญาณที่ทรงให้ไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน

วลี

repeated the vow she'd made earlier: กล่าวคำปฏิญาณที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้ง

Repeated the vow she'd made one year earlier หมายถึงเธอกล่าวหรือยืนยันคำปฏิญาณอันจริงจังที่เคยให้ไว้เมื่อหนึ่งปีก่อนอีกครั้ง repeat ในที่นี้อาจหมายถึงการยืนยันคำปฏิญาณเดิม ไม่ใช่แค่พูดเสียงเดิมซ้ำทุกคำอย่างตายตัว ในรูปแบบ make a vow คำว่า make หมายถึง “ให้หรือสร้างคำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง” she'd made เป็นรูปย่อของ she had made และ past perfect แสดงว่าการให้คำปฏิญาณเกิดขึ้นก่อนการนำมากล่าวซ้ำในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ make a vow และ repeat the vow ให้ครบทั้งสองวลี: At the ceremony, she ____ to protect the forest. Years later, she ____ in public.

ดูคำตอบ

made a vow · repeated the vow

Her fate was forever entwined with Satyavan.

4:51

ชะตากรรมของพระองค์ผูกพันกับสัตยวานตลอดไป

How could she bear many children if Yamraj would not return her husband? ลำดับความ

4:55

พระองค์จะมีบุตรมากมายได้อย่างไร หากยมราชไม่ยอมคืนพระสวามีให้?

ลำดับความ

How could she ... if ...?: การโต้แย้งด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

How could she ... if ...? ในที่นี้ไม่ได้ถามหาวิธี ส่วนแรกกล่าวถึงผลลัพธ์ที่ได้รับคำสัญญาไว้ ขณะที่อนุประโยค if ระบุเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์นั้นเป็นไปไม่ได้ การเปลี่ยนข้อขัดแย้งให้เป็นคำถามทำให้ผู้พูดกดดันผู้ฟังให้ยอมรับข้อสรุปว่า คำสัญญาจะเป็นจริงไม่ได้หากยังไม่เปลี่ยนคำปฏิเสธ นี่คือคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้โต้แย้งด้วยเหตุผล

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ How could she ... if ...? เพื่อทำอะไร

  1. ชี้ว่าคำสัญญากับการปฏิเสธไม่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้
  2. เปลี่ยนเรื่องไปเป็นคำขอใหม่
  3. ถามวิธีการมีลูก
  4. เสนอว่าจะยอมสละคำสัญญา
ดูคำตอบ

ชี้ว่าคำสัญญากับการปฏิเสธไม่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้

Hearing this clever question,

4:59

เมื่อได้ยินคำถามอันชาญฉลาดนี้

the god relented, การใช้คำ

5:01

เทพเจ้าก็ยอมจำนน

การใช้คำ

the god relented: เทพเจ้ายอมอ่อนข้อหลังจากยืนกราน

Relented เป็นรูปอดีตของ relent หมายถึงคนคนหนึ่งลดความแข็งกร้าวและยอมอ่อนข้อ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยต่อต้าน ปฏิเสธ หรือยืนกรานในท่าทีที่เข้มงวด ในที่นี้ เทพเจ้าเปลี่ยนจุดยืนหลังจากได้ฟังข้อโต้แย้ง คำกริยานี้รวมความเปลี่ยนแปลงระหว่างก่อนและหลังไว้ด้วย จึงมีความหมายมากกว่าเพียง replied หรือ agreed

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ relented ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The coach relented the team a new rule before anyone objected.
  2. After refusing twice, the coach finally relented and gave the team five more minutes.
  3. The coach relented by making the punishment even harsher.
ดูคำตอบ

After refusing twice, the coach finally relented and gave the team five more minutes.

knowing he'd been beaten. สำนวน

5:03

โดยรู้ตัวว่าพ่ายแพ้เข้าแล้ว

สำนวน

knowing he'd been beaten: ตระหนักว่าตนแพ้ในการประลองความคิด

ในที่นี้ knowing หมายถึงการตระหนักรู้ และทำหน้าที่ให้ความคิดนั้นเป็นข้อมูลพื้นหลังของการกระทำโดยรอบ he'd ย่อมาจาก he had เพราะตามด้วย been ดังนั้น he'd been beaten จึงเป็นโครงสร้าง passive แบบ past perfect คำว่า beaten ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เขาตระหนักว่า Savitri ใช้ไหวพริบเอาชนะเขาในการโต้ตอบครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงการถูกทำร้ายร่างกาย โดยทั่วไป be beaten ใช้บอกการแพ้การแข่งขัน การโต้แย้ง การเจรจา หรือการประลองไหวพริบได้

แบบฝึกหัด

ใน “knowing he'd been beaten” เขาตระหนักถึงอะไร?

  1. เขาทำให้ Savitri บาดเจ็บทางร่างกาย
  2. เขาลืมสิ่งที่ได้สัญญาไว้
  3. เขาชนะการโต้แย้งแล้ว
  4. เขาแพ้ในการประลองความคิดแล้ว
ดูคำตอบ

เขาแพ้ในการประลองความคิดแล้ว

With Yamraj's blessing and respect, วลี

5:05

ด้วยพรและความเคารพจากยมราช

Satyavan was returned to Savitri,

5:08

สัตยวานจึงได้กลับคืนสู่สาวิตรี

วลี

With Yamraj's blessing and respect: ได้รับอนุญาตและความเคารพ

วลีที่ขึ้นต้นด้วย with ตรงต้นประโยคทำหน้าที่บอกสภาพแวดล้อมของผลลัพธ์ที่ตามมา โดยบอกว่าการส่งกลับเกิดขึ้นพร้อมกับการยอมรับของ Yamraj และความเคารพที่เขามีต่อ Savitri ไม่ใช่เพียงหลังจากกล่าวคำอวยพรตามมารยาท ในที่นี้ blessing หมายถึงการอนุญาต การยอมรับ และการสนับสนุนด้วยความปรารถนาดีจากผู้มีอำนาจ ส่วน respect เพิ่มอีกความหมายหนึ่ง คือ Yamraj ยอมรับคุณลักษณะและสิ่งที่ Savitri ทำสำเร็จ

แบบฝึกหัด

“With Yamraj's blessing and respect” เพิ่มข้อมูลอะไรให้ประโยค?

  1. Yamraj เพียงกล่าวคำอวยพรให้โชคดีสั้น ๆ
  2. Yamraj ขอให้ Savitri อวยพรให้เขา
  3. ผลลัพธ์นี้ได้รับการยอมรับจาก Yamraj และเขายังเคารพ Savitri ด้วย
  4. Savitri ลงมือโดยที่ Yamraj ไม่รู้
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์นี้ได้รับการยอมรับจาก Yamraj และเขายังเคารพ Savitri ด้วย

and the two walked back to the land of the living, สำนวน

5:11

และทั้งสองก็เดินกลับไปยังดินแดนของคนเป็น

united in a love that not even death could destroy. ลำดับความ

5:15

หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยความรักที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจทำลายได้

สำนวน

walked back to the land of the living: เดินกลับไปยังโลกของผู้มีชีวิต

the land of the living เป็นสำนวนเชิงวรรณกรรมที่หมายถึงโลกซึ่งผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ดำรงอยู่ โดยเฉพาะเมื่อใช้เปรียบต่างกับความตาย โลกใต้พิภพ หรือดินแดนของคนตาย ในที่นี้ walked back to แสดงให้เห็นว่าตัวละครข้ามเขตแดนนั้นและกลับสู่ชีวิตมนุษย์ตามปกติ land จึงหมายถึงดินแดนหรือโลก ไม่ใช่ประเทศหรืออาณาเขตใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงวรรณกรรมที่หมายถึงโลกของผู้มีชีวิต: In the legend, the hero escaped the underworld and returned to ____.

ดูคำตอบ

the land of the living

ลำดับความ

united in a love that not even death could destroy: เป็นหนึ่งเดียวด้วยความรักที่แม้แต่ความตายก็ทำลายไม่ได้

united in a love แสดงสภาพสุดท้ายของตัวละคร คือความรักทำให้ทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกัน จากนั้นคำว่า that not even death could destroy บรรยายความรักนั้นและเก็บข้อความที่หนักแน่นที่สุดไว้ตอนท้าย not even วาง death ไว้ในจุดที่รุนแรงที่สุดของอุปสรรคทั้งหมดที่เป็นไปได้ แล้วบอกว่าแม้แต่สิ่งนั้นก็ยังล้มเหลว เมื่อใช้เป็นประโยคปิด โครงสร้างนี้จะพาเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปสู่แก่นเรื่องที่กว้างขึ้นว่า ความรักของทั้งสองแข็งแกร่งกว่าความตาย

แบบฝึกหัด

not even death เพิ่มความหมายอะไรให้กับการบรรยายความรักนี้

  1. สื่อว่าความตายไม่เกี่ยวข้องกับความรักนั้น
  2. บอกว่าความตายได้ทำลายความรักนั้นไปแล้ว
  3. บอกว่าความตายเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำลายความรักนั้นได้
  4. นำเสนอความตายว่าเป็นอุปสรรคที่รุนแรงมาก แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายความรักนั้นได้
ดูคำตอบ

นำเสนอความตายว่าเป็นอุปสรรคที่รุนแรงมาก แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายความรักนั้นได้

Not all negotiations with death end quite so well. ลำดับความ

5:20

ไม่ใช่ว่าการเจรจากับความตายทุกครั้งจะจบลงด้วยดีเสมอไป

ลำดับความ

Not all ... end quite so well เพื่อสร้างความต่างและความลุ้น

Not all ... หมายถึง “ไม่ใช่ทุก...” เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน ประโยคนี้ยังเปิดโอกาสให้การเจรจาบางครั้งจบลงด้วยดี แต่อีกบางครั้งไม่เป็นเช่นนั้น ใน quite so well คำว่า so หมายถึง “ในระดับเดียวกับผลสำเร็จที่เพิ่งกล่าวถึง” ในฐานะประโยคเปลี่ยนเรื่อง ผู้บรรยายเริ่มจากรวมเรื่องต่าง ๆ ไว้เป็นกลุ่มเดียว แล้วปฏิเสธว่าไม่ใช่ทุกเรื่องจะมีจุดจบที่ดีแบบเดียวกัน วิธีนี้ทำให้เรื่องที่เพิ่งจบอย่างสำเร็จตัดกับเรื่องถัดไปและสร้างความลุ้น

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายเพิ่งเล่ากรณีหนึ่งที่สำเร็จ แล้วพูดว่า “Not all negotiations with death end quite so well.” ข้อใดอธิบายการเปลี่ยนเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

  1. การเจรจาเหล่านั้นยังไม่จบ
  2. การเจรจาแบบนี้บางครั้งอาจจบลงด้วยดี แต่อีกบางครั้งไม่เป็นเช่นนั้น และประโยคนี้ยังเตรียมให้เกิดความต่างกับเรื่องถัดไป
  3. ทุกเรื่องมีตอนจบที่สำเร็จเหมือนกัน
  4. การเจรจาทุกครั้งล้มเหลว จึงไม่มีความแตกต่างระหว่างเรื่องต่าง ๆ
ดูคำตอบ

การเจรจาแบบนี้บางครั้งอาจจบลงด้วยดี แต่อีกบางครั้งไม่เป็นเช่นนั้น และประโยคนี้ยังเตรียมให้เกิดความต่างกับเรื่องถัดไป

But then again, ลำดับความ

5:24

แต่ก็นั่นแหละ

not everyone makes one fatal mistake. การใช้คำ

5:25

ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง

ลำดับความ

But then again เพื่อกลับมาพิจารณาข้อความก่อนหน้า

But then again เป็นคำเชื่อมในภาษาสนทนาที่หมายถึง “แต่ถ้าลองคิดดูอีกที” หรือ “แต่อีกมุมหนึ่ง” ใช้เพิ่มข้อพิจารณาอีกอย่างเพื่อจำกัด ถ่วงดุล หรือแก้ความเห็นก่อนหน้าบางส่วน ในที่นี้ หลังจากพูดถึงผลของการเจรจา ผู้บรรยายก็เพิ่มมุมมองใหม่ โดยชวนให้เรามองความผิดพลาดของผู้คนเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง Then again ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาหลังจากนั้น และไม่ได้แปลว่า “อีกครั้ง”

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมการเปลี่ยนมุมมองนี้? The campsite is farther away. _____, it is much quieter.

  1. For example
  2. As a result
  3. But then again
  4. In the meantime
ดูคำตอบ

But then again

การใช้คำ

one fatal mistake: ความผิดพลาดที่ทำให้เสียชีวิตหรือพังพินาศ

ใน fatal mistake คำว่า fatal อาจมีความหมายตรงตัว คือความผิดพลาดนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต และอาจมีความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงจนทำให้แผน โอกาส หรือผลลัพธ์ที่ต้องการพังลง บริบทเกี่ยวกับความตายทำให้ทั้งสองความหมายทำงานพร้อมกันในประโยคนี้ ส่วน one เน้นว่านี่คือการกระทำเพียงครั้งเดียวที่เป็นจุดชี้ขาดและนำไปสู่ความล้มเหลวอันน่าเศร้า

แบบฝึกหัด

one fatal mistake ในบริบทนี้น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ความผิดพลาดที่ทำให้เสียชีวิตหรือนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างร้ายแรง
  2. ความผิดพลาดเล็กน้อยที่แก้ได้ง่าย
  3. ทางเลือกที่ประสบความสำเร็จและให้ประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง
ดูคำตอบ

ความผิดพลาดที่ทำให้เสียชีวิตหรือนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างร้ายแรง

Find out what Orpheus should have done differently to save his love, วัฒนธรรม

5:28

ค้นหาว่าออร์ฟัสควรทำอย่างไรให้แตกต่างออกไปเพื่อช่วยคนรักของเขา

Eurydice,

5:32

ยูริดิซ

with this video.

5:33

ได้ในวิดีโอนี้

วัฒนธรรม

Orpheus ... Eurydice: ตำนานการช่วยคนรักจากโลกใต้พิภพ

Orpheus และ Eurydice เป็นคู่รักในเทพปกรณัมกรีก หลังจาก Eurydice เสียชีวิต Orpheus เข้าไปในโลกใต้พิภพและพยายามพาเธอกลับมายังโลกของคนเป็น เขาได้รับอนุญาตให้นำเธอออกมาโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามหันกลับไปมองเร็วเกินไป แต่เขากลับหันไปและสูญเสียเธออีกครั้ง ภูมิหลังนี้อธิบายว่าทำไมประโยคจึงถามว่าเขาควรทำอะไรให้ต่างออกไป ชื่อทั้งสองนำเข้าสู่เรื่องราวอันโด่งดังของความพยายามที่ล้มเหลวในการช่วยคนรักจากความตาย

แบบฝึกหัด

ข้อมูลพื้นหลังข้อใดอธิบายส่วนที่เน้นไว้ได้ดีที่สุด

  1. เขาเข้าไปในโลกใต้พิภพเพื่อพยายามพา Eurydice กลับมา
  2. เขาเป็นแพทย์ที่รักษา Eurydice
  3. เขาเป็นอีกชื่อหนึ่งของเทพแห่งความตาย
ดูคำตอบ

เขาเข้าไปในโลกใต้พิภพเพื่อพยายามพา Eurydice กลับมา

Or keep the winning streak going with the tale of the doctor who defied death. สำนวน

5:34

หรือสานต่อสถิติความสำเร็จด้วยเรื่องราวของหมอผู้ท้าทายความตาย

สำนวน

keep the winning streak going: รักษาช่วงชนะต่อเนื่องไว้

winning streak คือการชนะหรือประสบความสำเร็จต่อเนื่องกัน keep the winning streak going หมายถึงทำให้ช่วงต่อเนื่องนั้นดำเนินต่อไปโดยไม่ขาด และ keep ... going หมายถึงทำให้บางสิ่งดำเนินต่อไป ตรงนี้ผู้บรรยายยืมภาษาจากกีฬาและเกมมาใช้ เพื่อให้การเลือกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องอีกเรื่องฟังดูเหมือนความสำเร็จครั้งถัดไปในช่วงที่กำลังไปได้ดีอย่างสนุกสนาน วลีนี้ยังใช้พูดถึงความสำเร็จต่อเนื่องนอกการแข่งขันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: The chess club has won six matches, and it hopes to ____.

ดูคำตอบ

keep the winning streak going

สำนวน

a doctor who defied death: หมอผู้ท้าทายความตาย

defied death ทำให้ความตายดูเหมือนคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังซึ่งคนคนหนึ่งท้าทายหรือไม่ยอมจำนนต่อมัน ในเรื่องเล่า วลีนี้มักสื่อว่าคนนั้นรอดจากอันตรายร้ายแรงหรือต่อสู้กับโรคร้ายที่คุกคามชีวิต ไม่ได้หมายความว่าเอาชนะความตายได้ตลอดไปจริง ๆ อนุประโยคขยาย who defied death ระบุว่าหมายถึงหมอคนใด พร้อมทั้งทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงแบบวีรบุรุษและน่าตื่นเต้น เมื่อเทียบกับคำกลาง ๆ อย่าง survived แล้ว defied death เน้นการต่อสู้และการต่อต้านอย่างกล้าหาญมากกว่า

แบบฝึกหัด

ในวลี a doctor who defied death คำว่า defied death สื่อถึงอะไร

  1. หมอปฏิเสธคำขอของหมออีกคนอย่างสุภาพ
  2. หมอหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกเล็กน้อย
  3. หมอท้าทายหรือรอดพ้นจากความตายอย่างน่าตื่นเต้น
  4. หมอลืมว่าความตายมีอยู่
ดูคำตอบ

หมอท้าทายหรือรอดพ้นจากความตายอย่างน่าตื่นเต้น