นั่งบอลลูน 🐷🎈 การ์ตูน Peppa Pig พร้อมซับไตเติ้ล: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
473 คำ 137 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปปาและครอบครัวชนะรางวัลได้นั่งบอลลูนลมร้อนในงานโรงเรียน บินผ่านก้อนเมฆ ช่วยเท็ดดี้จากต้นไม้ แล้วบอลลูนไปติดอยู่ในสวนของคุณปู่พิก ก่อนจบด้วยเค้กช็อกโกแลตโฮมเมด จุดเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. school fete. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทชีวิตจริง: เข้าใจคำนี้ว่าเป็นงานออกร้านหรือแฟร์ของโรงเรียนแบบอังกฤษ จึงช่วยให้ raffle, top prize และ ticket เชื่อมกับการจับรางวัล ของรางวัลใหญ่ และตั๋ว ไม่ใช่แค่คำเกี่ยวกับวันเทศกาลทั่วไป 2. Hold tight! — วลีสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: จำได้ว่านี่คือคำเตือนสั้น ๆ ให้ “จับให้แน่น” ก่อนมีการเคลื่อนไหวกะทันหัน ใช้ได้กับเครื่องเล่น การเดินทาง และฉากผจญภัย 3. so that Teddy can be rescued. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า so that บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ส่วน can be rescued เป็น “can + รูปถูกกระทำ” ช่วยให้พูดได้ว่าทำสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร และใครหรืออะไรเป็นฝ่ายถูกกระทำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The balloon ride.

0:00

นั่งบอลลูนเที่ยว

It is the day of the school fete. วัฒนธรรม

0:02

วันนี้เป็นวันงานโรงเรียน

วัฒนธรรม

school fete: งานแฟร์ของโรงเรียนแบบอังกฤษ

school fete คืองานแฟร์ที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช มักมีซุ้ม เกม อาหาร และกิจกรรมระดมทุนให้โรงเรียน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้ปูพื้นหลังของงาน จึงอธิบายได้ว่าทำไมต่อมาจึงมีการพูดถึง raffle, tickets และ prizes ส่วน fete ไม่ได้หมายถึงวันหยุดหรือเทศกาลทั่วไป

แบบฝึกหัด

school fete ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. งานแฟร์ของโรงเรียนที่มีซุ้ม เกม หรือการระดมทุน
  2. วันเรียนตามปกติ
  3. วันหยุดราชการที่โรงเรียนปิด
ดูคำตอบ

งานแฟร์ของโรงเรียนที่มีซุ้ม เกม หรือการระดมทุน

Miss Rabbit is running the raffle. วลี

0:04

คุณกระต่ายกำลังดูแลซุ้มจับสลาก

วลี

run a raffle: จัดการจับฉลาก

ใน running the raffle คำว่า run หมายถึงจัดการ บริหาร หรือรับผิดชอบกิจกรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ส่วน raffle คือการจับฉลากที่ผู้ถือตั๋วมีโอกาสได้รับรางวัล ความหมายด้านการจัดการแบบเดียวกันนี้พบได้ใน run a meeting, run a business และ run an event กรรมที่ตามหลัง run จะบอกว่าบุคคลนั้นรับผิดชอบกิจกรรมหรือองค์กรใด

แบบฝึกหัด

ใช้ run ในความหมายว่า “จัดและดูแล” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The charity needs someone to ____ the raffle.

ดูคำตอบ

run

Roll up, roll up. วลี

0:06

เร่เข้ามา เร่เข้ามา

วลี

Roll up, roll up. ในฐานะคำเรียกคนให้เข้ามาใกล้

Roll up, roll up. เป็นคำเรียกแบบดั้งเดิมที่ใช้ตามงานรื่นเริงแบบอังกฤษ คณะละครสัตว์ หรือซุ้มขายของเพื่อดึงดูดผู้คน หมายถึงให้เข้ามาใกล้ มาดู และมาร่วมสนุก ไม่ได้หมายถึงให้ม้วนสิ่งของ ในที่นี้ ผู้พูดใช้คำเรียกนี้เพื่อดึงคนมาที่กิจกรรมจับฉลากและชวนให้ซื้อบัตร การพูด roll up ซ้ำทำให้คำเรียกมีจังหวะคึกคักและดึงดูดความสนใจได้ดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ที่ซุ้มในงานรื่นเริง ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อร้องว่า Roll up, roll up!?

  1. บอกให้ผู้คนออกไปจากซุ้ม
  2. ชวนผู้คนให้เข้ามาใกล้และร่วมกิจกรรม
  3. ขอให้ใครสักคนม้วนโปสเตอร์เป็นทรงกระบอก
ดูคำตอบ

ชวนผู้คนให้เข้ามาใกล้และร่วมกิจกรรม

The top prize is a ride in my hot air balloon. วลี

0:07

รางวัลใหญ่คือการได้นั่งบอลลูนของฉัน

วลี

top prize: รางวัลสูงสุด

ใน top prize คำว่า top หมายถึงสูงที่สุดในด้านอันดับหรือมูลค่า วลีนี้ใช้เรียกรางวัลที่สำคัญที่สุดหรือมีค่ามากที่สุดในการจับฉลาก การแข่งขัน หรือเกม ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพของรางวัล ในประโยคนี้ รางวัลสูงสุดคือการได้นั่งบอลลูนลมร้อนของผู้พูด

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงรางวัลสูงสุดในการจับฉลากหรือการแข่งขัน?

  1. top prize
  2. top shelf
  3. top floor
ดูคำตอบ

top prize

วลี

a ride in my hot air balloon: การเดินทางหนึ่งครั้งในฐานะผู้โดยสาร

ใน a ride in my hot air balloon คำว่า ride เป็นคำนามนับได้ หมายถึงการเดินทางหรือประสบการณ์หนึ่งครั้งในฐานะผู้โดยสาร ไม่ใช่คำกริยา ride รางวัลนี้คือโอกาสได้นั่งบอลลูนหนึ่งครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a ride in + ยานพาหนะ ซึ่งหมายถึงการเดินทางหนึ่งครั้งภายในยานพาหนะ โดยเฉพาะรถยนต์ แท็กซี่ เฮลิคอปเตอร์ หรือบอลลูน

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงการเดินทางหนึ่งครั้งภายในยานพาหนะ: The winner gets ____ a helicopter.

ดูคำตอบ

a ride in

Wow, that sounds fun. น้ำเสียง/เจตนา

0:10

ว้าว ฟังดูน่าสนุกจัง

น้ำเสียง/เจตนา

that sounds fun: การตอบสนองเชิงบวกต่อแนวคิด

That sounds fun. เป็นคำตอบเชิงบวกที่เป็นธรรมชาติเมื่อเพิ่งได้ยินกิจกรรม แผน หรือแนวคิดบางอย่าง That หมายถึงแนวคิดทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน sounds หมายถึง “จากที่ได้ยินแล้วรู้สึกว่าเป็นแบบนั้น” ไม่ได้หมายถึง “ส่งเสียง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + sound + คำคุณศัพท์ ในที่นี้ fun เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกที่ได้รับจากแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้ไปปิกนิก เติมคำตอบเชิงบวกด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: That ____.

ดูคำตอบ

sounds fun

Can I have a ticket, please? น้ำเสียง/เจตนา

0:13

หนูขอตั๋วใบหนึ่งค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Can I have a ticket, please? สำหรับการขออย่างสุภาพ

Can I have a ticket, please? เป็นวิธีสุภาพในการขอให้อีกฝ่ายให้หรือขายตั๋วแก่คุณ ในที่นี้ have หมายถึงได้รับหรือเอามา ไม่ได้หมายถึงมีอยู่แล้ว ใช้รูปแบบ Can I have + สิ่งของ, please? ได้ในสถานการณ์บริการทั่วไป เช่น การซื้อตั๋วหรือสั่งอาหาร คำว่า please ทำให้คำขอฟังสุภาพขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยรูปแบบ Can I have...? ที่กำหนด: ____ a bottle of water, please?

ดูคำตอบ

Can I have

The blue ticket wins a toy car. การใช้คำ

0:18

ตั๋วสีฟ้าได้รถของเล่น

การใช้คำ

ticket wins ในการประกาศผลการจับฉลาก

ในการประกาศผลการจับฉลาก ticket สามารถใช้แทนสลากที่เข้าร่วมการจับฉลากหรือคนที่ถือสลากนั้นอยู่ได้ ตัวกระดาษไม่ได้ชนะจริง ๆ โดย The blue ticket wins a toy car หมายถึง คนที่ถือตั๋วสีน้ำเงินจะได้รับรถของเล่น นี่เป็นรูปแบบประกาศผลแบบกระชับ: ticket or number + wins + prize ผู้ประกาศจึงระบุผู้ชนะด้วยสลากหรือหมายเลขแทนชื่อบุคคลได้

แบบฝึกหัด

ในการจับฉลาก The blue ticket wins a toy car หมายความว่าอะไร

  1. รถของเล่นได้รับตั๋วสีน้ำเงิน
  2. ตั๋วกระดาษเอาชนะรถของเล่นในการแข่งขัน
  3. คนที่ถือตั๋วสีน้ำเงินได้รับรถของเล่น
ดูคำตอบ

คนที่ถือตั๋วสีน้ำเงินได้รับรถของเล่น

Well done, Danny. น้ำเสียง/เจตนา

0:21

เก่งมาก แดนนี่

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: สำนวนตายตัวที่ใช้กล่าวชม

Well done เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ชมคนที่ทำสำเร็จหรือพยายามได้ดี ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแสดงความยินดีและชม Danny ไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไร สามารถวางชื่อคนไว้หลังสำนวนนี้ได้โดยตรง: Well done, Danny. เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า Danny คือคนที่ผู้พูดกำลังพูดด้วยโดยตรง

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งต่อปริศนาที่ยากเสร็จ ประโยคใดเป็นคำชมสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Well done!
  2. Do it well!
  3. Well doing!
ดูคำตอบ

Well done!

Can I have a ticket, please?

0:24

หนูขอตั๋วใบหนึ่งค่ะ

Thank you, Peppa.

0:25

ขอบใจจ้ะ เปปป้า

What are you hoping to win? ไวยากรณ์

0:27

หนูหวังว่าจะได้รางวัลอะไรจ๊ะ

ไวยากรณ์

hoping to win: โครงสร้าง hope to + คำกริยารูปพื้นฐาน

hope to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่ประธานหวังว่าจะทำหรือทำให้สำเร็จ ใน hoping to win คำว่า hoping เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง are ส่วน to win บอกการกระทำที่หวังไว้ เนื่องจากคำถามเริ่มด้วย what จึงเป็นการถามว่าคนนั้นหวังว่าจะชนะหรือได้สิ่งของหรือรางวัลอะไร ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน โดยพูดว่า hope to win ไม่ใช่ hope win

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อใช้โครงสร้าง hope to + คำกริยารูปพื้นฐาน: I am hoping ____ win the game.

ดูคำตอบ

to

The balloon ride.

0:28

นั่งบอลลูนค่ะ

Wouldn't it be nicer to win the homemade chocolate cake? โน้ต

0:30

จะดีกว่าไหมถ้าได้เค้กช็อกโกแลตโฮมเมด

น้ำเสียง/เจตนา

Wouldn't it be nicer to win: คำแนะนำที่สุภาพแต่ชี้นำ

Wouldn't it be nicer to win ...? มีรูปเป็นคำถามปฏิเสธ แต่ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อขอข้อมูล ผู้พูดกำลังเสนอว่าการชนะเค้กน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า และชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย โครงสร้าง Wouldn't it be + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + to...? ทำให้การแสดงความชอบฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง You should... แต่ก็ยังชี้นำไปยังคำตอบที่ผู้พูดต้องการ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อถามว่า "Wouldn't it be nicer to win the cake?"

  1. สั่งให้อีกฝ่ายเลือกเค้ก
  2. แนะนำอย่างนุ่มนวลว่าการชนะเค้กเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
  3. ถามอย่างเป็นกลางว่ามีเค้กอยู่หรือไม่
ดูคำตอบ

แนะนำอย่างนุ่มนวลว่าการชนะเค้กเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

การใช้คำ

homemade chocolate cake: เค้กช็อกโกแลตที่ทำเองที่บ้าน

ใน homemade chocolate cake คำว่า homemade หมายถึงทำที่บ้าน ไม่ใช่ผลิตจำนวนมากหรือซื้อแบบสำเร็จรูป มักวางหน้าคำนามที่เป็นอาหาร เช่น homemade soup หรือ homemade bread คำนี้ยังอาจให้ความรู้สึกถึงความใส่ใจ ความสดใหม่ หรือความอบอุ่นจากการทำด้วยตัวเอง แต่เป็นเพียงภาพที่ชวนให้นึกถึง ไม่ได้เป็นการรับประกันคุณภาพ

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์หนึ่งคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำที่บ้าน”:We served ____ soup for lunch.

ดูคำตอบ

homemade

Daddy Pig loves homemade chocolate cake.

0:33

พ่อหมูชอบเค้กช็อกโกแลตโฮมเมด

The red ticket wins the balloon ride.

0:38

ตั๋วสีแดงได้รางวัลนั่งบอลลูน

Hooray!

0:42

ไชโย!

All aboard for the balloon ride. วลี

0:44

ทุกคนขึ้นบอลลูนได้เลย

วลี

All aboard ในฐานะคำเรียกก่อนออกเดินทาง

All aboard! เป็นคำเรียกตายตัวที่ใช้บอกให้ทุกคนในกลุ่มขึ้นยานพาหนะหรือเครื่องเล่นเมื่อใกล้ถึงเวลาออกเดินทาง ในประโยคนี้ for the balloon ride ระบุว่าพวกเขากำลังจะขึ้นบอลลูนเพื่อเดินทาง aboard ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงอยู่บนหรือขึ้นยานพาหนะ คำเรียกนี้ทำหน้าที่เหมือน Everyone, get aboard! ไม่ใช่ประโยคที่บอกว่าทุกคนขึ้นมาแล้ว

แบบฝึกหัด

รถไฟกำลังจะออก และพนักงานเรียกคนทั้งกลุ่ม จงเติมคำเรียกตายตัวให้สมบูรณ์: '____!'

ดูคำตอบ

All aboard

How many passengers, please? น้ำเสียง/เจตนา

0:46

มีผู้โดยสารกี่ท่านคะ

น้ำเสียง/เจตนา

How many passengers, please? ในฐานะคำถามงานบริการ

How many passengers, please? เป็นคำถามสั้น ๆ ในงานบริการที่ใช้ถามจำนวนคนที่เดินทาง How many ตามด้วยคำนามนับได้รูปพหูพจน์ passengers ละคำกริยาไว้ได้เพราะบริบทการขายตั๋วหรือการขึ้นพาหนะทำให้เข้าใจความหมายชัดเจนอยู่แล้ว please ที่ท้ายประโยคช่วยให้คำถามสั้น ๆ นี้นุ่มนวลและสุภาพขึ้น

แบบฝึกหัด

ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วเรือเฟอร์รี จงเติมคำถามสั้น ๆ โดยใช้ How many และรูปที่ถูกต้องของ passenger: '____, please?'

ดูคำตอบ

How many passengers

Four, please.

0:48

สี่ท่านครับ

And Teddy. Dinosaur.

0:50

แล้วก็เท็ดดี้ ไดโนเสาร์

Oh, and a Teddy and a dinosaur.

0:52

อ้อ แล้วก็ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้กับไดโนเสาร์

That makes six. ไวยากรณ์

0:54

รวมเป็นหก

ไวยากรณ์

That makes six: การบอกยอดรวม

ใน That makes six คำว่า make หมายถึง “ทำให้ยอดรวมเป็น” หรือ “รวมแล้วได้” ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” ส่วน That หมายถึงคนหรือสิ่งของที่เพิ่งนับไป และ six คือยอดรวมที่ได้ ใช้ That makes + ตัวเลข เมื่อต้องการบวกหรือตรวจสอบยอดรวมในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้าง That makes + number จากบทเรียน: We had four guests, and two more arrived. ____ six.

ดูคำตอบ

That makes

All aboard.

0:56

ขึ้นมาเลย

Hurry up, Daddy Pig. กริยาวลี

0:59

เร็วเข้า พ่อหมู

กริยาวลี

Hurry up: บอกให้ใครสักคนเร็วขึ้น

Hurry up เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “เคลื่อนไหวหรือทำอะไรให้เร็วขึ้น” คำว่า Up เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน ในประโยคนี้เป็นคำสั่งโดยตรง ผู้พูดกำลังเร่งพ่อหมูไม่ให้ชักช้า วลีเดียวกันอาจฟังดูขี้เล่นหรือเร่งด่วนได้ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: พนักงานร้านค้าสามารถพูด Hurry up! โดยตรงกับลูกค้าคนใดก็ได้ และจะฟังดูสุภาพเสมอ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Hop aboard. วลี

1:01

กระโดดขึ้นมาเลย

วลี

Hop aboard: คำชวนให้ขึ้นรถอย่างร่าเริง

“Hop aboard” เป็นคำชวนแบบเป็นกันเองและร่าเริงให้ใครสักคนขึ้นยานพาหนะ โดยเฉพาะเรือ รถไฟ หรือพาหนะที่โดยสารร่วมกัน ในที่นี้ hop มักไม่ได้หมายความว่าต้องกระโดดจริง ๆ คำนี้ทำให้คำชวนฟังดูกระฉับกระเฉงและสนุก ส่วน aboard หมายถึงการขึ้นไปบนหรืออยู่บนยานพาหนะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำชวนที่ร่าเริงจากบทเรียนนี้: The ferry is ready to leave. “____!”

ดูคำตอบ

Hop aboard

Quick, Daddy.

1:02

เร็วเข้าค่ะ พ่อ

Splice the main brace. วัฒนธรรม

1:03

ดึงเชือกใบเรือหลัก

วัฒนธรรม

Splice the main brace: การเลียนคำสั่งเดินเรือแบบเก่าอย่างขำ ๆ

“Splice the main brace” เป็นวลีเดินเรือแบบดั้งเดิม ตามความหมายตรงตัว วลีนี้หมายถึงการต่อหรือซ่อมเชือกหลัก ซึ่งเป็นเชือกสำคัญในระบบใบเรือของเรือใบ ในฉากบอลลูนลมร้อนนี้ ผู้พูดนำเสียงของคำสั่งกะลาสีสมัยก่อนมาใช้เป็นคำสั่งแบบขำ ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศผจญภัยเหมือนกำลังสวมบทกัปตัน ไม่ใช่คำสั่งจริงสำหรับควบคุมหรือซ่อมบอลลูน และไม่ได้หมายถึงเพียงว่า “ออกเดินทางกันเถอะ”

แบบฝึกหัด

ในฉากบอลลูนลมร้อน “Splice the main brace.” สร้างผลหลักอย่างไร?

  1. เลียนแบบคำสั่งกะลาสีสมัยก่อนอย่างขำ ๆ
  2. สั่งให้ซ่อมเชือกของบอลลูนตามความหมายตรงตัว
  3. ขอให้ผู้โดยสารนั่งลงอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

เลียนแบบคำสั่งกะลาสีสมัยก่อนอย่างขำ ๆ

Chocks away. วัฒนธรรม

1:05

เอาไม้หนุนล้อออก

วัฒนธรรม

Chocks away: สัญญาณออกเดินทางแบบการบินอังกฤษที่ขบขัน

chocks คือที่หนุนล้อซึ่งวางชิดล้อเครื่องบินเพื่อไม่ให้เครื่องบินเคลื่อนที่ เดิมที Chocks away เป็นคำสั่งให้เอาที่หนุนล้อออกเพื่อให้เริ่มออกเดินทางได้ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเป็นสัญญาณแบบการบินอังกฤษที่มีน้ำเสียงขบขัน มีความหมายประมาณว่า “เตรียมออกเดินทาง!” การใช้กับการออกเดินทางของบอลลูนอากาศร้อนเป็นการเลียนแบบนักบินหรือเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน และทำให้ฉากออกเดินทางดูน่าตื่นเต้นขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Chocks away! สื่อความหมายอะไร?

  1. เป็นสัญญาณขบขันว่าถึงเวลาออกเดินทางแล้ว
  2. เป็นคำขอให้นำที่หนุนล้อมาเพิ่ม
  3. เป็นคำสั่งให้อยู่บนพื้นต่อไป
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณขบขันว่าถึงเวลาออกเดินทางแล้ว

Full steam ahead. สำนวน

1:06

เดินหน้าเต็มกำลัง

สำนวน

Full steam ahead: ความเร็วเต็มที่และการเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง

เดิมที Full steam ahead หมายถึงการใช้กำลังไอน้ำสูงสุดเพื่อขับเคลื่อนเรือหรือยานพาหนะที่ใช้ไอน้ำให้เดินหน้าเต็มความเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นสำนวนทั่วไปที่หมายถึงการเดินหน้าแผนงานหรือกิจกรรมอย่างเต็มกำลังและไม่ลังเล ในประโยคนี้ฟังเหมือนคำสั่งเกี่ยวกับการเดินทางที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้น โดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่องจักรไอน้ำจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เดินหน้าด้วยพลังสูงสุด”: The funding is confirmed, so it's ____ with the new library project.

ดูคำตอบ

full steam ahead

Very impressive, Miss Rabbit.

1:08

น่าประทับใจมาก คุณกระต่าย

You must be an expert pilot. ไวยากรณ์

1:10

คุณต้องเป็นนักบินผู้เชี่ยวชาญแน่ๆ

ไวยากรณ์

must be ที่ใช้แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจ

must be ในที่นี้แสดงว่าผู้พูดมั่นใจมากว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริงจากหลักฐานที่มีอยู่ ผู้พูดอนุมานว่าอีกฝ่ายเป็นนักบินผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ ใช้ must be หน้ากลุ่มคำนามหรือคำคุณศัพท์เพื่ออนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับตัวตนหรือสภาพในปัจจุบันได้ เช่น She must be the manager. You must be tired.

แบบฝึกหัด

ใน You must be an expert pilot คำว่า must be แสดงความหมายใด?

  1. คำสั่งให้อีกฝ่ายกลายเป็นนักบินผู้เชี่ยวชาญ
  2. คำสัญญาว่าอีกฝ่ายจะได้เรียนบิน
  3. การอนุมานอย่างมั่นใจจากสถานการณ์
ดูคำตอบ

การอนุมานอย่างมั่นใจจากสถานการณ์

Not really. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

ไม่เชิงหรอกค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Not really. สำหรับแก้ความเห็นอย่างนุ่มนวล

Not really. เป็นวิธีแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างนุ่มนวลหรือลดระดับคำพูดที่อีกฝ่ายเพิ่งกล่าว ในที่นี้หมายถึงผู้พูดไม่ยอมรับคำเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดไม่จริง คำตอบสั้น ๆ นี้มักเปิดไว้ว่าอาจมีส่วนจริงอยู่บ้าง ผู้พูดอาจมีทักษะอยู่บ้าง แต่คิดว่าคำบรรยายนั้นสูงเกินไป โดยทั่วไปจึงฟังนุ่มนวลกว่าการตอบ No. แบบตรง ๆ

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า You are an expert baker. คุณต้องการบอกอย่างถ่อมตัวว่าคำบรรยายนี้สูงเกินไป คำตอบใดเหมาะที่สุด?

  1. You must be.
  2. Not really.
  3. That is not real.
ดูคำตอบ

Not really.

This is the first time I've ever flown a balloon. ไวยากรณ์

1:13

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันขับบอลลูนเลยนะ

ไวยากรณ์

This is the first time I've ever + past participle: โครงสร้างบอกประสบการณ์ครั้งแรก

โครงสร้าง This is the first time + present perfect บอกว่าประสบการณ์หนึ่งกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนถึงขณะนี้ I've ever flown หมายถึง I have ever flown และ flown เป็นรูป past participle ของ fly เมื่อนำไปใช้กับสถานการณ์อื่น ให้ใช้ This is the first time + ประธาน + have/has (ever) + past participle คำว่า ever เน้นความหมายว่า “ในเวลาใดก็ตามก่อนตอนนี้” แม้จะไม่ใส่ ever ประโยคก็ยังสื่อว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างประสบการณ์ครั้งแรกแบบย่อ โดยใช้ I've, ever และรูปที่ถูกต้องของ try: This is the first time ____ sushi.

ดูคำตอบ

I've ever tried

Oh.

1:16

อ้อ

Hold tight! วลี

1:17

จับแน่นๆ นะ!

วลี

Hold tight! ในฐานะคำเตือนด้านความปลอดภัย

Hold tight! เป็นประโยคคำสั่งสั้น ๆ ที่บอกให้คนหนึ่งจับสิ่งยึดเหนี่ยวให้แน่นและทรงตัวให้มั่นคง ไม่มีการระบุกรรมหลัง hold เพราะสถานการณ์ทำให้รู้ชัดอยู่แล้วว่าต้องจับอะไร มักพูดก่อนเกิดการเคลื่อนที่ การสั่น หรือการเลี้ยวกะทันหัน ความหมายที่แท้จริงคือ “เตรียมตัวให้มั่นและอย่าปล่อยมือ” ไม่ใช่เพียง “เก็บสิ่งของไว้”

แบบฝึกหัด

เครื่องเล่นกำลังจะเคลื่อนที่อย่างกะทันหัน คำเตือนใดบอกให้ทุกคนจับให้แน่นและทรงตัวอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Keep this safe!
  2. Hold tight!
  3. Wait outside!
ดูคำตอบ

Hold tight!

Miss Rabbit heats up the air in the balloon กริยาวลี

1:19

คุณกระต่ายพ่นไฟใส่อากาศในบอลลูน

กริยาวลี

heats up: ทำให้บางสิ่งร้อนขึ้นหรือร้อนขึ้นเอง

ในประโยคนี้ heats up หมายถึง “ทำให้บางสิ่งร้อนขึ้น” คือมิสแรบบิตทำให้อุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น heat up เป็นกริยาวลี และ up เน้นการเปลี่ยนไปสู่อุณหภูมิที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งร้อนขึ้นเองได้ เช่น The engine heats up. เมื่อมีกรรม heat something up หมายถึงทำให้สิ่งนั้นร้อนขึ้น

แบบฝึกหัด

ซุปเย็นแล้ว ประโยคใดวางคำสรรพนาม it ในตำแหน่งที่ถูกต้อง?

  1. Let's heat up it.
  2. Let's heat it up.
  3. Let's hot it up.
ดูคำตอบ

Let's heat it up.

to make it rise into the sky. ไวยากรณ์

1:21

เพื่อให้มันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ไวยากรณ์

to make it rise: บอกจุดประสงค์ด้วย make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

to make it rise อธิบายจุดประสงค์ของการทำให้อากาศร้อนขึ้น คือทำเช่นนั้นเพื่อให้บอลลูนลอยขึ้น ในที่นี้ to เป็นส่วนหนึ่งของ infinitive บอกจุดประสงค์ to make หลัง make ให้ใช้กรรมตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน: make + it + rise ไม่ต้องเติม to อีกตัวหน้า rise

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to + make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานอย่างถูกต้องเพื่ออธิบายจุดประสงค์?

  1. We opened the window to make the room to feel cooler.
  2. We opened the window for make the room feeling cooler.
  3. We opened the window to make the room feel cooler.
ดูคำตอบ

We opened the window to make the room feel cooler.

Bye-bye.

1:23

บ๊ายบาย

Bye-bye.

1:24

บ๊ายบาย

Would anyone like to do the map reading? น้ำเสียง/เจตนา

1:27

มีใครอยากช่วยดูแผนที่ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Would anyone like to...? สำหรับขออาสาสมัครอย่างสุภาพ

Would anyone like to...? เป็นวิธีสุภาพในการชวนให้ใครสักคนในกลุ่มอาสาทำบางอย่าง ในประโยคนี้ do the map reading หมายถึงรับหน้าที่อ่านแผนที่และหาทางไป ส่วน like to ไม่ได้ใช้ถามถึงความชอบโดยทั่วไป Would ทำให้คำชวนไม่ตรงเกินไป และ anyone เปิดโอกาสให้ทุกคนในกลุ่มเลือกตอบได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Would anyone like to + คำกริยารูปพื้นฐาน...?

แบบฝึกหัด

ครูต้องการถามนักเรียนในชั้นอย่างสุภาพว่ามีใครอยากอาสาหรือไม่ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Everyone must read the next sentence.
  2. Would anyone like to read the next sentence?
  3. Does anyone enjoy reading every day?
ดูคำตอบ

Would anyone like to read the next sentence?

I will.

1:29

ผมเอง

Are you sure, Daddy Pig? น้ำเสียง/เจตนา

1:30

แน่ใจเหรอ พ่อหมู

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure? สำหรับยืนยันความมั่นใจหรือการตัดสินใจ

Are you sure? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายแน่ใจจริง ๆ หรือยังต้องการทำตามการตัดสินใจนั้นอยู่หรือไม่ ในที่นี้ คนอื่นยังไม่มั่นใจเต็มที่ในความสามารถอ่านแผนที่ของพ่อหมู คำถามจึงมีทั้งการขอคำยืนยันและความสงสัยเล็กน้อย คำเดียวกันอาจฟังต่างกันได้ตามน้ำเสียง น้ำเสียงอบอุ่นอาจแสดงความเป็นห่วง ส่วนน้ำเสียงกังขาอาจฟังเหมือนกำลังตั้งคำถามต่อความมั่นใจของอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: Are you sure? แสดงความเป็นห่วงเสมอและไม่เคยสื่อถึงความสงสัย

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

I'm very good at map reading. ไวยากรณ์

1:32

ผมเก่งเรื่องดูแผนที่มากนะ

ไวยากรณ์

good at map reading: ใช้ be good at + คำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกความถนัด

Be good at หมายถึงมีทักษะหรือทำกิจกรรมหรือวิชาใดวิชาหนึ่งได้ดี ในที่นี้ map reading เป็นนามวลีที่ระบุทักษะในการทำความเข้าใจและใช้แผนที่ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be good at + คำนาม คำสรรพนาม หรือคำกริยารูป -ing เช่น good at chess, good at it หรือ good at reading maps ห้ามใช้คำกริยารูปพื้นฐานต่อหลัง at โดยตรง ดังนั้น good at read maps จึงไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปในรูปแบบ be good at: Sam is good ____ finding lost toys.

ดูคำตอบ

at

Oh.

1:35

อ้อ

This map is a bit difficult. วลี

1:36

แผนที่นี้ดูยากนิดหน่อยแฮะ

วลี

a bit difficult: ใช้ a bit ทำให้การประเมินนุ่มนวลขึ้น

ใน a bit difficult คำว่า a bit หมายถึง “เล็กน้อย” และขยาย difficult ทำให้ปัญหาฟังดูมีระดับไม่มากและทำให้การประเมินนุ่มนวลกว่าการพูดเพียง difficult รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ a bit + คำคุณศัพท์ที่เปลี่ยนระดับได้ เช่น a bit cold หรือ a bit expensive นอกจากนี้ยังใช้ทำให้ความคิดเห็นที่น่าอึดอัดหรือเป็นลบฟังดูนุ่มนวลขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ใช้ a bit เพื่อทำให้การประเมินนุ่มนวลขึ้น: This box is ____ heavy for me.

ดูคำตอบ

a bit

Should we go higher? น้ำเสียง/เจตนา

1:40

เราควรขึ้นไปสูงกว่านี้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Should we go higher?: เสนอขั้นตอนต่อไปที่ทำร่วมกัน

Should we go higher? ใช้โครงสร้าง Should we + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อเสนอการกระทำที่อาจทำต่อไปและถามว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่ ในที่นี้ go higher หมายถึงเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้น ในการตัดสินใจร่วมกันแบบนี้ should ไม่ได้สื่อถึงหน้าที่หรือข้อบังคับเป็นหลัก คำถามนี้มีความหมายใกล้กับ “ถ้าเราขึ้นไปสูงกว่านี้จะดีไหม”

แบบฝึกหัด

คุณกับเพื่อนร่วมงานกำลังตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ ประโยคใดเป็นการเสนอสิ่งที่จะทำร่วมกัน

  1. Should we take a short break?
  2. Do we have to take a short break?
  3. Are we taking a short break?
ดูคำตอบ

Should we take a short break?

Yes, please.

1:41

ค่ะ ได้โปรด

Higher, higher.

1:42

สูงอีก สูงอีก

The balloon is rising high into the sky.

1:46

บอลลูนกำลังลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

Oh.

1:50

อ้าว

Where did the sky go?

1:51

ท้องฟ้าหายไปไหนแล้ว

Don't worry, Peppa. น้ำเสียง/เจตนา

1:53

ไม่ต้องห่วงนะเปปป้า

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry: ปลอบใจอีกฝ่าย

Don't worry เป็นคำพูดปลอบใจที่ใช้บ่อย หมายถึง “ไม่จำเป็นต้องรู้สึกกังวลเรื่องนี้” แม้ตามหลักไวยากรณ์จะเป็นประโยคคำสั่ง แต่หน้าที่ตามปกติในที่นี้คือปลอบใจผู้ฟัง ไม่ใช่สั่งให้ผู้ฟังควบคุมความรู้สึกของตน สำนวนนี้มักมาก่อนเหตุผล คำรับรอง หรือวิธีแก้ เช่น Don't worry. I can help.

แบบฝึกหัด

เติมคำปลอบใจสองคำจากบทเรียนให้สมบูรณ์: ____. I can help you.

ดูคำตอบ

Don't worry

We're just flying through a cloud.

1:55

เราแค่กำลังบินผ่านก้อนเมฆ

Ooh.

1:57

อู้ว

Wow, the sky is back again. วลี

2:01

ว้าว ท้องฟ้ากลับมาแล้ว

วลี

is back again: กลับมาหรือกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ในประโยคนี้ is back again หมายถึงกลับมามองเห็นท้องฟ้าอีกครั้งหลังจากที่ท้องฟ้าถูกบดบัง ท้องฟ้าไม่ได้หายไปจริง ๆ แต่ผู้พูดสังเกตว่าสภาพเดิมที่มองเห็นท้องฟ้าได้กลับมาแล้ว โครงสร้าง be back ใช้บอกว่าคนกลับมา สิ่งของกลับมาอยู่ที่เดิม หรือบริการกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ส่วน again เพิ่มความหมายว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ be back again เพื่อบอกว่าบริการกลับมาแล้ว: Now that the outage is over, the internet ____.

ดูคำตอบ

is back again

Hooray!

2:03

ไชโย!

Big balloon, big balloon,

2:06

บอลลูนยักษ์ บอลลูนยักษ์

bigger than the sun and moon. ไวยากรณ์

2:09

ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

ไวยากรณ์

bigger than: เปรียบเทียบขนาดด้วยรูปขั้นกว่า + than

bigger than หมายถึง “ใหญ่กว่า” โดย bigger เป็นรูปขั้นกว่าของ big และ than ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่เป็นอีกฝ่ายในการเปรียบเทียบ โครงสร้างคือ A is bigger than B ในการสะกดคำนี้ ให้เขียน g ท้ายคำซ้ำก่อนเติม -er จึงเปลี่ยน big เป็น bigger การเปรียบเทียบต้องใช้ than ส่วน then หมายถึง “จากนั้น” และใช้เติมโครงสร้างนี้ไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปขั้นกว่าของ big ตามด้วย than: A whale is ____ a dolphin.

ดูคำตอบ

bigger than

Flying high in the sky, flying, flying, and flying, flying.

2:12

บินสูงบนฟ้า บินไป บินไป และบินไป บินไป

Look, Teddy.

2:20

ดูสิ เท็ดดี้

We're flying really high.

2:22

เราบินสูงมากๆ เลย

Peppa, be careful you don't drop Teddy. น้ำเสียง/เจตนา

2:24

เปปป้า ระวังอย่าทำเท็ดดี้ตกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

be careful you don't drop: เตือนให้ป้องกันผลที่ไม่ต้องการ

Be careful you don't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เตือนให้อีกฝ่ายป้องกันผลที่ไม่ต้องการ ในประโยคนี้ be careful you don't drop Teddy หมายถึงให้ระวังเพื่อไม่ให้เท็ดดี้หลุดจากมือ อนุประโยคหลัง careful ระบุสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง สามารถใส่ that เป็น Be careful that you don't drop Teddy ได้ แต่ในรูปแบบนี้มักละ that

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ be careful you don't ...: Be careful ____ spill the paint.

ดูคำตอบ

you don't

I've dropped Teddy. ไวยากรณ์

2:27

หนูทำเท็ดดี้ตก

ไวยากรณ์

I've dropped: present perfect สำหรับการกระทำที่เพิ่งเกิดและมีผลในตอนนี้

I've dropped เป็นรูปย่อของ I have dropped โดย present perfect บอกการกระทำที่เสร็จแล้วพร้อมเน้นว่าผลยังสำคัญในตอนนี้ คือเท็ดดี้ไม่ได้อยู่ในมือของผู้พูดอย่างปลอดภัยแล้ว การใช้ที่เน้นผลในปัจจุบันแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นหรือเพิ่งก่อปัญหา เช่น I've lost my key หรือ I've broken the handle จุดสำคัญคือสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ใช่การเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งพบปัญหานี้ เติมประโยคด้วย I've และรูป past participle ของ lose: I can't open the door. ____ my key.

ดูคำตอบ

I've lost

Don't worry, Peppa.

2:29

ไม่ต้องห่วง เปปป้า

We'll rescue Teddy. ไวยากรณ์

2:31

เราจะไปช่วยเท็ดดี้กัน

ไวยากรณ์

We'll rescue: ใช้ will เพื่อให้คำมั่นทันที

We'll เป็นรูปย่อของ we will ในประโยค We'll rescue Teddy. คำว่า will แสดงการตัดสินใจและคำมั่นที่เกิดขึ้นในขณะพูด ผู้พูดให้คำมั่นในนามของกลุ่มว่าจะลงมือทำ การใช้ will แบบนี้ไม่ได้หมายถึงแผนที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ I'll/We'll + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อคุณตัดสินใจในตอนนั้นว่าจะช่วยหรือจัดการปัญหา

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I can't carry this box.” คำตอบใดเป็นการเสนอหรือให้คำมั่นว่าจะช่วยทันที

  1. I'll carry it for you.
  2. I carry it for you every Tuesday.
  3. I carried it for you yesterday.
ดูคำตอบ

I'll carry it for you.

Hold tight, everybody.

2:32

จับแน่นๆ นะทุกคน

We're going down.

2:34

เรากำลังจะลงไป

Miss Rabbit is making the balloon go down ไวยากรณ์

2:36

คุณกระต่ายกำลังบังคับบอลลูนลง

ไวยากรณ์

is making the balloon go down: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

is making the balloon go down หมายความว่ามิสแรบบิตกำลังทำให้บอลลูนลดระดับลง โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย the balloon เป็นกรรม และ go down เป็นการกระทำที่ถูกทำให้เกิดขึ้น เมื่อใช้ make ในโครงสร้างประธานกระทำ หลังกรรมต้องใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่เติม to ดังนั้น make the balloon go down จึงถูกต้อง ส่วน make the balloon to go down ไม่ถูกต้อง และ is making แสดงว่าการทำให้เกิดหรือการควบคุมนี้กำลังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ laugh: The joke made everyone ____.

ดูคำตอบ

laugh

so that Teddy can be rescued. ไวยากรณ์

2:39

เพื่อที่จะได้ช่วยเท็ดดี้

ไวยากรณ์

so that ... can be rescued: จุดประสงค์และรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย

อนุประโยคบอกจุดประสงค์ so that Teddy can be rescued อธิบายว่าทำไมมิสแรบบิตจึงทำให้บอลลูนลดระดับลง ในที่นี้ so that หมายถึง “เพื่อทำให้ผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นได้” ใน can be rescued โครงสร้าง can + be + กริยาช่องที่ 3 เป็นรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย เท็ดดี้เป็นผู้รับการกระทำ กล่าวคือมีคนช่วยเท็ดดี้ได้ ไม่ได้หมายความว่าเท็ดดี้ช่วยคนอื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ so that และรูปถูกกระทำที่มี can: Move the box ____ the door ____.

ดูคำตอบ

so that · can be opened

I can't see Teddy anywhere. ไวยากรณ์

2:41

ฉันไม่เห็นเท็ดดี้เลย

ไวยากรณ์

can't ... anywhere: ปฏิเสธทุกสถานที่

กริยารูปปฏิเสธ can't see ใช้ร่วมกับ anywhere เพื่อปฏิเสธทุกสถานที่ I can't see Teddy anywhere หมายความว่าไม่มีที่ใดที่ผู้พูดมองเห็นเท็ดดี้ได้ anywhere ไม่ได้ทำให้ประโยคเป็นปฏิเสธด้วยตัวเอง ความหมายปฏิเสธมาจาก can't รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not, can't หรือ couldn't + กริยา + ... anywhere

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้หลังรูปปฏิเสธเพื่อปฏิเสธทุกสถานที่: After searching every room, I can't find my phone ____.

ดูคำตอบ

anywhere

There he is. วลี

2:43

เขาอยู่นั่น

วลี

There he is: ชี้ตัวคนที่เพิ่งหาเจอ

There he is. ใช้ในจังหวะที่เพิ่งมองเห็น พบ หรือจำผู้ชายหรือเด็กผู้ชายได้ แล้วชี้ให้อีกคนหันไปสนใจเขา ในที่นี้ there ช่วยชี้ตัวบุคคล ความหมายจึงใกล้กับ “ดูสิ เขาอยู่นั่น” หรือ “เจอเขาแล้ว” มากกว่าการบอกตำแหน่งแบบธรรมดา โครงสร้างคือ There + คำสรรพนามหรือคำนาม + be เปลี่ยนประธานตามสิ่งที่พบได้ เช่น There she is. และ There it is. ใช้ในลักษณะเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในที่สุดคุณก็มองเห็นเด็กผู้ชายที่ตามหาอยู่อีกฝั่งของสถานี ประโยคใดบอกว่าเจอแล้วพร้อมชี้ตัวเขาได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Here he is.
  2. There he is.
  3. He is there.
ดูคำตอบ

There he is.

Teddy's caught in a tree. การใช้คำ

2:44

เท็ดดี้ติดอยู่บนต้นไม้

การใช้คำ

'caught in a tree': ติดหรือถูกขังอยู่

ใน Teddy's caught in a tree คำย่อ 's หมายถึง is ส่วน caught ในที่นี้บอกสภาพของเท็ดดี้ว่าเขาติดหรือถูกขังอยู่ระหว่างกิ่งไม้ ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นฝ่ายจับต้นไม้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be/get caught in + สถานที่หรือสถานการณ์ หมายถึงคนหรือสิ่งของติด ถูกเกี่ยว ล่าช้า หรือหลุดออกมาไม่ได้ อาจเป็นการติดจริง ๆ เช่น caught in the branches หรือเป็นสถานการณ์ เช่น caught in traffic

แบบฝึกหัด

ว่าวลงมาไม่ได้เพราะสายว่าวพันอยู่ระหว่างกิ่งไม้ ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The kite is under the branches.
  2. The kite is caught in the branches.
  3. The kite caught a branch.
ดูคำตอบ

The kite is caught in the branches.

I can use this anchor to rescue Teddy. ไวยากรณ์

2:47

ฉันใช้สมอนี้ช่วยเท็ดดี้ได้

ไวยากรณ์

use this anchor to rescue: โครงสร้าง use X to do Y

ใน use this anchor to rescue Teddy คำว่า this anchor คือเครื่องมือ และ to rescue Teddy บอกจุดประสงค์ โครงสร้างคือ use + สิ่งของ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หรือ use X to do Y ใช้โครงสร้างนี้เมื่ออธิบายว่าเครื่องมือหรือสิ่งที่มีอยู่ช่วยให้ทำอะไรได้ ต้องคง to ไว้หน้าคำกริยาที่บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง use X to do Y: We can use this map ____ find the museum.

ดูคำตอบ

to

Slowly, slowly.

2:51

ช้าๆ ช้าๆ

There.

2:54

นั่นไง

Daddy Pig has rescued Teddy.

2:55

พ่อหมูช่วยเท็ดดี้ได้แล้ว

Teddy!

2:58

เท็ดดี้!

Hooray!

2:59

ไชโย!

Oh dear. น้ำเสียง/เจตนา

3:01

ตายจริง

น้ำเสียง/เจตนา

Oh dear: ปฏิกิริยาเบา ๆ ต่อความกังวลหรือปัญหาเล็กน้อย

Oh dear. เป็นคำอุทานตายตัวที่มีน้ำเสียงไม่รุนแรง ในประโยคนี้ใช้แสดงความกังวลหรือความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเกิดปัญหา คำว่า dear ไม่ได้แปลว่า “ที่รัก” และไม่ได้ใช้เรียกใคร ให้เข้าใจ Oh dear เป็นปฏิกิริยาหนึ่งชุด ความหมายอาจใกล้กับ Oh no แต่โดยทั่วไปฟังนุ่มนวลกว่าและเร่งด่วนน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด การตอบว่า Oh dear! เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. คุณต้องตะโกนเตือนอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับอันตรายที่กำลังเกิดขึ้น
  2. คุณกำลังกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นทางการ
  3. เด็กทำน้ำผลไม้หกเล็กน้อยบนโต๊ะ
ดูคำตอบ

เด็กทำน้ำผลไม้หกเล็กน้อยบนโต๊ะ

No one is looking where they are going. ไวยากรณ์

3:02

ไม่มีใครดูทางข้างหน้าเลย

ไวยากรณ์

where they are going: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค wh แทรก

ในที่นี้ where they are going เป็นอนุประโยค wh ที่แทรกอยู่หลัง looking โดยบอกทิศทางหรือจุดหมายที่ไม่มีใครกำลังใส่ใจ และไม่ใช่คำถามโดยตรง เนื่องจากอนุประโยคนี้แทรกอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าไว้ คือ where + ประธาน + กลุ่มคำกริยา เช่น where they are going ส่วนคำถามตรงจะย้ายกริยาช่วยมาไว้หน้าประธาน: Where are they going?

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำคำถามตรง “Where are they going?” ไปแทรกหลัง “I don't know” ได้ถูกต้อง

  1. I don't know where they going are.
  2. I don't know where are they going.
  3. I don't know where they are going.
ดูคำตอบ

I don't know where they are going.

Look out! น้ำเสียง/เจตนา

3:04

ระวัง!

น้ำเสียง/เจตนา

Look out!: คำเตือนอันตรายที่อยู่ตรงหน้า

Look out! เป็นคำเตือนตายตัวที่หมายถึง “ระวัง—มีอันตรายอยู่ตรงหน้า” ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสังเกตเห็นอันตรายและตอบสนองทันที คำนี้ไม่ใช่คำสั่งทั่วไปที่ให้หันสายตาออกไปข้างนอก หากต้องการสื่อความหมายตามตัวอักษรนั้น ให้พูดว่า Look outside หรือ Look out of the window

แบบฝึกหัด

เมื่อคนขี่จักรยานกำลังจะชนเพื่อนของคุณ คำเตือนใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Look after it!
  2. Look out!
  3. Look outside!
ดูคำตอบ

Look out!

Tree straight ahead. วลี

3:05

ต้นไม้อยู่ข้างหน้า

วลี

straight ahead: อยู่ตรงหน้าหรือตรงไปโดยไม่เลี้ยว

straight ahead หมายถึง “อยู่ตรงหน้า” หรือ “ตรงไปข้างหน้าโดยไม่เลี้ยวซ้ายหรือขวา” ในที่นี้ straight บอกว่าทิศทางไม่เบี่ยงหรือเลี้ยว ไม่ได้หมายถึง “ซื่อสัตย์” “Tree straight ahead.” เป็นคำเตือนสั้น ๆ ถ้าพูดเป็นประโยคเต็มจะเป็น “There is a tree straight ahead.”

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกทิศทางที่ตรงกับความหมายว่า “อยู่ตรงหน้า”: The exit is ____.

ดูคำตอบ

straight ahead

Hold tight.

3:07

จับแน่นๆ

First Teddy was stuck in a tree, ลำดับความ

3:12

ตอนแรกเท็ดดี้ติดอยู่บนต้นไม้

and now we are stuck in a tree. การใช้คำ

3:14

แล้วตอนนี้เราก็มาติดอยู่บนต้นไม้

ลำดับความ

First ... and now ...: เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับปัจจุบัน

First ใช้เปิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน ส่วน and now ย้ายความสนใจของผู้ฟังมายังสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองคำทำงานร่วมกันเพื่อเชื่อมสองช่วงของเรื่อง ไม่ใช่เป็นคำบอกเวลาสองคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ในประโยคนี้ การกล่าวซ้ำถึงการติดอยู่บนต้นไม้ทำให้ช่วงที่สองดูเหมือนเป็นปัญหาใหม่ที่เพิ่มจากปัญหาแรก ใช้ First ..., and now ... เพื่อแสดงว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปหรือแย่ลงอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองส่วนที่เรียนมา: ____ the printer jammed, ____ the computer has frozen.

ดูคำตอบ

First · and now

การใช้คำ

stuck in a tree: ติดอยู่และออกมาไม่ได้

ในประโยคนี้ are stuck in a tree หมายถึงพวกเขาติดอยู่บนต้นไม้และลงมาหรือออกไปไม่ได้ stuck บอกสภาพที่กำลังติดอยู่ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังใช้กาวติดอะไร โครงสร้าง be stuck in + สถานที่หรือสถานการณ์ ใช้เมื่อออกจากที่นั้นหรือไปต่อไม่ได้ เช่น stuck in a lift หรือ stuck in traffic

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย stuck และคำบุพบทที่ถูกต้อง: The lift has stopped, and we're ____ the lift.

ดูคำตอบ

stuck in

Daddy Pig, do you know where we are? ไวยากรณ์

3:16

พ่อหมู รู้ไหมว่าเราอยู่ที่ไหน

ไวยากรณ์

where we are: ลำดับคำในคำถามซ้อน

where we are เป็นคำถามซ้อนหลัง know ส่วนนี้ให้ข้อมูลที่ยังไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน แต่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธาน we อยู่หน้าคำกริยา are ทั้งประโยคเป็นคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ในรูป Do you know ...? มีเพียงคำถามชั้นนอกนี้ที่ใช้ลำดับคำแบบคำถาม ถ้าถามตรง ๆ เป็นประโยคเดี่ยวให้พูดว่า Where are we? แต่หลัง Do you know ไม่ใช้ where are we

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องหลัง Do you know?

  1. Do you know where we are?
  2. Do you know where are we?
  3. Do you know we are where?
ดูคำตอบ

Do you know where we are?

We're lost, aren't we? น้ำเสียง/เจตนา

3:20

เราหลงทางใช่ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

We're lost, aren't we? — การใช้คำถามท้ายประโยคเพื่อยืนยันข้อสรุป

We're lost บอกข้อสรุปของผู้พูดว่าพวกเขาหลงทาง ส่วน aren't we? ใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยัน ผู้พูดเชื่ออยู่แล้วว่าข้อความข้างหน้าน่าจะจริง ไม่ได้ถามแบบที่ยังไม่มีข้อสรุปเลย โครงสร้างนี้คือประโยคบอกเล่าแบบบวกตามด้วยคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธ เนื่องจากส่วนแรกใช้ we are คำถามท้ายประโยคจึงเป็น aren't we

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: We are ready, ____?

ดูคำตอบ

aren't we

Yes.

3:22

ใช่

Oh.

3:23

อ้อ

Look, everyone.

3:25

ดูสิทุกคน

That's Granny and Grandpa's house.

3:26

นั่นบ้านคุณตาคุณยาย

Yes.

3:29

ใช่

We must be in Grandpa Pig's garden.

3:30

เราต้องอยู่ในสวนของคุณตาหมูแน่ๆ

As I thought. วลี

3:33

อย่างที่คิดไว้เลย

วลี

As I thought — ผลลัพธ์ตรงกับความคิดที่มีอยู่ก่อนแล้ว

As I thought หมายความว่าผลที่เห็นตรงกับสิ่งที่ผู้พูดเคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ thought ย้อนกลับไปถึงข้อสรุปเดิม ไม่ได้หมายถึงการกำลังคิดอยู่ในขณะนี้ เมื่อพูดเดี่ยว ๆ หลังจากพบผลบางอย่าง ประโยคนี้อาจฟังดูมั่นใจคล้ายกับว่า “รู้อยู่แล้ว” ในฉากนี้ยังช่วยให้ผู้พูดรักษาหน้า เพราะพูดราวกับว่าตนคาดเดาผลไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

หลังจากตรวจสอบผลแล้ว As I thought. หมายความว่าอะไร

  1. ฉันกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ตอนนี้
  2. ผลลัพธ์เกินความคาดหมายโดยสิ้นเชิง
  3. ผลลัพธ์ตรงกับความเชื่อก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ตรงกับความเชื่อก่อนหน้า

Ahoy there, วัฒนธรรม

3:34

สวัสดีครับที่นั่น

Granny Pig and Grandpa Pig.

3:35

คุณยายหมูกับคุณตาหมู

วัฒนธรรม

Ahoy there คำทักทายแบบชาวเรือ

Ahoy there เป็นคำเรียกทักแบบชาวเรือ มีความหมายคร่าว ๆ ว่า “สวัสดี คนที่อยู่ตรงนั้น!” ในประโยคนี้ คำนี้ทำให้ผู้พูดฟังเหมือนกัปตันเรือกำลังทักทายคนอื่น คำนี้ไม่ใช่คำทักทายในชีวิตประจำวันที่เป็นกลาง หน้าที่หลักในที่นี้คือสร้างบรรยากาศสนุก ๆ แบบเล่นเป็นกะลาสีหรือโจรสลัด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการพูด Ahoy there มากที่สุด?

  1. ตอนถามแพทย์เกี่ยวกับอาการปวดศีรษะ
  2. ตอนเริ่มการสัมภาษณ์งานแบบเป็นทางการ
  3. ตอนทักเพื่อนโดยแกล้งทำเป็นกัปตันเรือ
ดูคำตอบ

ตอนทักเพื่อนโดยแกล้งทำเป็นกัปตันเรือ

Goodness me. น้ำเสียง/เจตนา

3:39

คุณพระช่วย

น้ำเสียง/เจตนา

Goodness me คำอุทานแสดงความประหลาดใจแบบนุ่มนวล

Goodness me เป็นคำอุทานตายตัวที่ใช้แสดงความประหลาดใจ ความกังวล หรือความทึ่งแบบไม่รุนแรง ในที่นี้เป็นปฏิกิริยาที่นุ่มนวล คล้ายกับ “คุณพระ!” ให้เข้าใจคำทั้งสองเป็นสำนวนเดียว goodness ไม่ได้ชมว่าผู้พูดเป็นคนดี ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึง “ตัวฉันที่ดี” ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

Goodness me ในที่นี้สื่อความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. ความประหลาดใจเล็กน้อยอย่างสุภาพ
  2. ความภูมิใจที่ตนเป็นคนดี
  3. คำสั่งให้เงียบ
ดูคำตอบ

ความประหลาดใจเล็กน้อยอย่างสุภาพ

Ahoy there, Miss Rabbit.

3:40

สวัสดี คุณกระต่าย

Uh,

3:43

เอ่อ

help, please.

3:44

ช่วยด้วยครับ

Grandpa, we can't get down. กริยาวลี

3:46

คุณตาคะ เราลงไม่ได้

กริยาวลี

can't get down: ไม่สามารถลงจากที่สูงได้

ในที่นี้ can't get down หมายถึงไม่สามารถเคลื่อนจากที่สูงลงไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่าได้ คำว่า get และ down ทำงานร่วมกันเพื่อบอกการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง ส่วน can't บอกว่าทำสิ่งนั้นไม่ได้ สถานการณ์ทางกายภาพช่วยให้รู้ว่าหมายถึงอะไร ในที่นี้พูดถึงการลงจากที่สูง ไม่ได้พูดถึงอารมณ์หรือการหมอบลง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “เคลื่อนจากที่สูงลงไปยังที่ต่ำกว่า” ให้สมบูรณ์: The kitten is on the shed roof and can't ____.

ดูคำตอบ

get down

Don't worry.

3:50

ไม่ต้องห่วง

I've got a ladder. การใช้คำ

3:51

ตามีบันได

การใช้คำ

I've got: บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ในปัจจุบัน

ในประโยค I've got a ladder คำว่า I've got เป็นรูปย่อของ I have got ในที่นี้ใช้บอกการมีอยู่ในปัจจุบัน คือผู้พูดมีบันไดที่พร้อมใช้อยู่ตอนนี้ คำว่า got ไม่ได้บอกเหตุการณ์ที่ได้รับสิ่งของเสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อบอกว่ามีสิ่งของอยู่ในปัจจุบัน I've got a ladder และ I have a ladder มีความหมายแทบเหมือนกัน I've got พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป have got ที่ใช้กันทั่วไปในการสนทนา: ____ a spare key if you need one.

ดูคำตอบ

I've got

Hooray!

3:53

ไชโย!

Everyone climbs down from the big balloon.

3:55

ทุกคนปีนลงมาจากบอลลูนยักษ์

Granny, Grandpa,

3:57

คุณยาย คุณตา

Miss Rabbit took us for a ride in her big balloon. วลี

3:59

คุณกระต่ายพาเราไปนั่งบอลลูนยักษ์ของเขามาค่ะ

วลี

took us for a ride: ในบริบทนี้หมายถึงการพาไปเที่ยวจริง ๆ

ในที่นี้ took us for a ride เป็นรูปอดีตของ take someone for a ride หมายถึงคุณกระต่ายพาทุกคนไปเที่ยวอย่างสนุกสนานด้วยบอลลูนของเธอ วลีเดียวกันนี้อาจหมายถึง “หลอกลวงใครบางคน” ได้ด้วย แต่เมื่อมีพาหนะและการเดินทางจริงอย่างบอลลูนลูกใหญ่ในประโยคนี้ จึงหมายถึงการพาไปเที่ยวตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The guide took us for a ride in a horse-drawn carriage,” คำว่า took us for a ride หมายความว่าอะไร

  1. เขาหลอกพวกเราในการทำข้อตกลงทางธุรกิจ
  2. เขาพาพวกเราไปเที่ยวระยะสั้น ๆ
  3. เขาขอให้พวกเราขับรถ
ดูคำตอบ

เขาพาพวกเราไปเที่ยวระยะสั้น ๆ

How very exciting. น้ำเสียง/เจตนา

4:04

น่าตื่นเต้นจังเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

How very exciting: ประโยคอุทานที่เน้นย้ำ

How very exciting. เป็นประโยคอุทาน ในที่นี้ how ไม่ได้ใช้ถามถึงวิธี แต่ใช้เน้นคำคุณศัพท์ exciting โดยมีความหมายประมาณว่า “เรื่องนี้น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” และ very ช่วยเน้นระดับให้มากขึ้น โครงสร้าง How + adjective! ใช้แสดงปฏิกิริยาของผู้พูดในรูปประโยคอุทาน เช่น How wonderful! หรือ How strange! และใช้ตอบรับข่าวหรือประสบการณ์อย่างอบอุ่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ how เพื่อสร้างประโยคอุทานแทนที่จะใช้ถามคำถาม

  1. How far is the station?
  2. How wonderful!
  3. How did you open the door?
ดูคำตอบ

How wonderful!

I'm afraid the most exciting thing we can offer โน้ต

4:06

ยายเกรงว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เราจะให้ได้

is a piece of my homemade chocolate cake. วลี

4:08

ก็คือเค้กช็อกโกแลตโฮมเมดของยายจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid: คำเกริ่นอย่างสุภาพก่อนข่าวที่ไม่น่าพอใจ

ในประโยคนี้ I'm afraid ไม่ได้บอกว่าผู้พูดกลัว แต่ใช้เกริ่นข่าวที่อาจทำให้ผู้ฟังผิดหวังอย่างสุภาพว่า ตัวเลือกที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่มีอยู่คือเค้กทำเอง ใช้ I'm afraid + อนุประโยคสมบูรณ์เพื่อทำให้ข่าวร้าย การปฏิเสธ หรือข้อจำกัดฟังนุ่มนวลขึ้น ความหมายคือ เสียใจที่ต้องบอกเรื่องนี้ ไม่ใช่ ฉันรู้สึกกลัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นข่าวไม่น่าพอใจอย่างสุภาพ: ____ the last train has already left.

ดูคำตอบ

I'm afraid

ไวยากรณ์

the most exciting thing we can offer is: ประธานยาวที่เชื่อมกับเนื้อหาด้วย is

โครงสร้างคือ the most + คำคุณศัพท์ + thing + ประธาน + can + คำกริยา + is + เนื้อหา โดย thing เป็นคำหลักของประธานที่ยาว และ we can offer ขยาย thing ส่วนกริยาเชื่อม is อยู่หลังประธานทั้งหมดและนำเข้าสู่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร รูปขั้นสูงสุดนำเสนอตัวเลือกหนึ่งว่าอยู่สูงสุดตามเกณฑ์นั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งเดียวที่มีอยู่ ในที่นี้ การใช้ถ้อยคำใหญ่โตทำให้เค้กธรรมดาหนึ่งชิ้นดูสำคัญอย่างขบขัน เมื่อตีความประโยค ให้รักษาโครงหลักไว้ด้วยกันว่า the most exciting thing ... is a piece of cake อย่าแยก we can offer ออกจากนามวลีที่มันขยาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาเชื่อมรูปปัจจุบันที่เชื่อมประธานยาวเข้ากับเนื้อหา: The best thing we can do ____ wait for more information.

ดูคำตอบ

is

วลี

a piece of: หนึ่งส่วนหรือหนึ่งหน่วย

โครงสร้าง a piece of + คำนาม ใช้เรียกหนึ่งส่วนจากสิ่งที่ใหญ่กว่าทั้งชิ้น หรือทำให้สิ่งที่ปกตินับไม่ได้กลายเป็นหนึ่งหน่วยที่นับได้ ในประโยคนี้หมายถึงเค้กหนึ่งชิ้นที่แบ่งมาจากเค้กช็อกโกแลตโฮมเมดทั้งก้อน piece เป็นคำบอกหน่วย และ of นำหน้าสิ่งที่ถูกแบ่งหรือนับ โครงสร้างเดียวกันนี้ทำให้คำนามอย่าง paper และ advice กล่าวเป็นหนึ่งหน่วยได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย a piece of: Before the interview, she gave me ____ advice.

ดูคำตอบ

a piece of

Homemade chocolate cake?

4:11

เค้กช็อกโกแลตโฮมเมดเหรอ

That is exciting.

4:13

นั่นแหละน่าตื่นเต้น

That was the best balloon ride ever. ไวยากรณ์

4:16

นั่นเป็นการนั่งบอลลูนที่ดีที่สุดเลย

ไวยากรณ์

the best ... ever: คำชมขั้นสูงสุดที่เน้นอย่างมาก

รูปแบบ the best + คำนาม + ever หมายถึงสิ่งที่ดีที่สุดจนถึงตอนนี้ หรือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้พูดเคยมีประสบการณ์ ในประโยคนี้ ever ช่วยเน้นคำขั้นสูงสุด best ไม่ได้เป็นคำบอกเวลาทั่วไปที่แยกออกมาและหมายเพียงว่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง คำกล่าวนี้มักเป็นการประเมินที่กระตือรือร้นและเป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่ใช่การจัดอันดับทั่วโลกตามตัวอักษร การวาง ever หลังกลุ่มคำนามขั้นสูงสุดเพิ่มน้ำหนักว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่วงเวลาจนถึงตอนนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ the best ... ever ตามลำดับคำที่เป็นธรรมชาติเพื่อแสดงคำชมอย่างมาก?

  1. That was the best concert ever.
  2. That was ever the best concert.
  3. That was the ever best concert.
ดูคำตอบ

That was the best concert ever.

And that was the best chocolate cake ever.

4:20

และนั่นก็เป็นเค้กช็อกโกแลตที่ดีที่สุดเลย