ใครเป็นคนคิดค้นอินเทอร์เน็ต? และทำไม?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
932 คำ 169 คำ/นาที

ภาพรวม: วิดีโอแยก internet ออกจาก World Wide Web และอธิบายการก่อรูปของการสื่อสารออนไลน์สมัยใหม่อย่างเป็นลำดับ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “There's the internet, ... and then there's the World Wide Web,” เป็นกรอบวาทกรรมและวาทศิลป์ที่แยกสองแนวคิดก่อนนิยาม ช่วยให้อธิบายศัพท์เทคนิคโดยไม่สับสน 2. “got off the ground” เป็นสำนวนว่าโครงการเริ่มดำเนินงานจริง รูปปฏิเสธแสดงว่าการขาดเงินทุนหยุดเครือข่ายอังกฤษไว้ 3. “didn't invent” และ “did invent” เป็นความต่างด้านไวยากรณ์และรูปประโยค โดย did เน้นย้ำแก้ความเข้าใจผิดว่า Tim Berners-Lee ประดิษฐ์เว็บ ไม่ใช่ internet

คำอธิบายในบทเรียนนี้

So, have you ever wondered who actually invented the internet? ไวยากรณ์

0:00

แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าใครเป็นคนคิดค้นอินเทอร์เน็ตกันแน่?

ไวยากรณ์

ใช้ Have you ever wondered ...? เพื่อเปิดหัวข้อ

Have you ever wondered ...? ใช้ชวนผู้ฟังให้นึกถึงคำถามที่พวกเขาอาจเคยสงสัยมาก่อนจนถึงตอนนี้ รูป present perfect อย่าง have ... wondered เชื่อมความสงสัยในอดีตเข้ากับปัจจุบัน จึงใช้เปิดการพูด บทความ หรือบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย who หลัง wondered บอกเนื้อหาของสิ่งที่สงสัย เนื่องจากเป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ who actually invented the internet ไม่ใช่ who did actually invent the internet

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have you ever wondered เพื่อเปิดหัวข้อได้ถูกต้อง?

  1. Have you ever wondered why do leaves change color?
  2. Have you ever wonder why leaves change color?
  3. Have you ever wondered why leaves change color?
ดูคำตอบ

Have you ever wondered why leaves change color?

Some people have become zillionaires thanks to the internet, วลี

0:05

บางคนกลายเป็นมหาเศรษฐีด้วยอินเทอร์เน็ต

วลี

ใช้ Thanks to เพื่อบอกสาเหตุที่เป็นประโยชน์

Thanks to ใช้บอกสาเหตุของผลลัพธ์ ในที่นี้หมายถึง “เนื่องจากอินเทอร์เน็ต” หรือ “ด้วยความช่วยเหลือของอินเทอร์เน็ต” ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังกล่าวขอบคุณอินเทอร์เน็ตจริง ๆ วลีนี้ยังแสดงมุมมองของผู้พูดด้วย โดยผู้พูดมองว่าสาเหตุนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือหรือทำให้โชคดี ไม่ใช่เพียงบอกสาเหตุอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ thanks to เพื่อบอกสาเหตุที่ช่วยเหลือจริง ๆ ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Thanks to the storm, the outdoor concert was canceled.
  2. Thanks to the map, we found the campsite before dark.
  3. Thanks the map, we found the campsite before dark.
ดูคำตอบ

Thanks to the map, we found the campsite before dark.

but all they did was invent clever ways of using the internet. ไวยากรณ์

0:08

แต่สิ่งที่พวกเขาทำก็แค่คิดค้นวิธีอันชาญฉลาดในการใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น

ไวยากรณ์

all they did was invent: นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นสิ่งเดียวที่ทำ

All they did was invent ... เป็นโครงสร้างเน้นข้อมูลที่ใช้ all โดยหมายถึง “สิ่งเดียวที่พวกเขาทำคือการคิดค้น...” คำว่า all แทนการกระทำทั้งหมดของพวกเขา ส่วนอนุประโยค they did วางกรอบการกระทำนั้น ก่อนที่ was จะนำเข้าสู่การกระทำที่ต้องการเน้น หลังโครงสร้างนี้ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน: All + ประธาน + did + was + invent ไม่ใช้รูปอดีต โครงสร้างนี้มักลดความสำเร็จที่ดูใหญ่ให้เหลือเพียงการกระทำเดียว ดังนั้นในประโยคนี้จึงทำให้ผลงานของพวกเขาดูจำกัดหรือไม่น่าประทับใจมากนัก

แบบฝึกหัด

ทีมเปลี่ยนเพียงโลโก้เท่านั้น ประโยคใดใช้โครงสร้างเน้นข้อมูลเป้าหมายเพื่อเสนอว่าการเปลี่ยนนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทีมทำ

  1. The team did change the logo.
  2. All the team did was change the logo.
  3. What the team did was change the logo.
ดูคำตอบ

All the team did was change the logo.

So, the person who invented the internet should be a gazillionaire equivalent to say God,

0:12

ดังนั้น คนที่คิดค้นอินเทอร์เน็ตน่าจะเป็นมหาเศรษฐีระดับพระเจ้าเลย

shouldn't they?

0:17

ว่าไหมล่ะ?

Who should get the credit then? วลี

0:19

แล้วความดีความชอบนี้ควรเป็นของใครกันล่ะ?

วลี

get the credit: ได้รับการยอมรับจากผลงาน

Get the credit หมายถึงได้รับการยอมรับหรือคำชมว่าเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ใน Who should get the credit? ผู้พูดกำลังถามว่าควรยอมรับผลงานของใคร the ใน the credit ชี้ถึงผลงานเฉพาะที่กำลังพูดถึงอยู่ ในที่นี้ credit หมายถึงการยอมรับผลงาน ไม่ใช่ความสามารถในการกู้เงิน เงิน หรือหน่วยกิตการศึกษา

แบบฝึกหัด

Leo เป็นผู้สร้างแผน แต่คนอื่นกลับได้รับคำชม ประโยคใดใช้ get the credit ในความหมายเป้าหมาย

  1. Leo should get a credit card because he created the plan.
  2. Leo should get the credit because he created the plan.
  3. Leo should get school credit because he created the plan.
ดูคำตอบ

Leo should get the credit because he created the plan.

Was it a British geek in a Swiss underground lab?

0:20

เป็นหนุ่มเนิร์ดชาวอังกฤษในห้องแล็บใต้ดินที่สวิตเซอร์แลนด์งั้นหรือ?

Maybe.

0:23

ก็อาจจะนะ

Clever Americans threatened with nuclear annihilation by the Russians?

0:24

หรือชาวอเมริกันหัวใสที่ถูกคุกคามด้วยการล้างผลาญจากนิวเคลียร์ของรัสเซีย?

Nice idea.

0:28

เป็นไอเดียที่ดี

French scientists who decided to call their computer network the Le Internet?

0:29

หรือนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ตัดสินใจเรียกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของพวกเขาว่า Le Internet?

Interesting.

0:35

น่าสนใจ

Or was it thanks to a myriad of smart scientists working on something they knew was useful, วลี

0:36

หรือเป็นเพราะนักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องจำนวนนับไม่ถ้วนที่ทำงานกับสิ่งที่พวกเขารู้ว่ามีประโยชน์

วลี

a myriad of: จำนวนมากมายมหาศาล

“A myriad of” หมายถึง “จำนวนที่มากมหาศาล” ในประโยคนี้สำนวนดังกล่าวเน้นว่าอาจมีนักวิทยาศาสตร์ผู้ฉลาดหลักแหลมจำนวนมากร่วมสร้างผลงาน ไม่ใช่เพียงคนเดียว รูปแบบคือ a myriad of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a myriad of scientists, ideas หรือ questions และเน้นจำนวนมากกว่า many

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย “a myriad of”: The library offers ____ books on science and history.

ดูคำตอบ

a myriad of

but didn't realize would be so big?

0:41

แต่ไม่รู้เลยว่ามันจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้?

Well,

0:51

เอาล่ะ

let's try and get some facts straight. สำนวน

0:51

เราลองมาทำความเข้าใจข้อเท็จจริงบางอย่างกันดีกว่า

สำนวน

get some facts straight: ทำข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

“Get some facts straight” หมายถึงทำให้ข้อมูลสำคัญชัดเจนและแก้ความเข้าใจที่ผิดหรือสับสน คำว่า straight เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือทำให้ข้อเท็จจริงชัดเจนและถูกต้อง ไม่ใช่ทำให้ “ตรง” ทางกายภาพ ในที่นี้ let’s ทำให้สิ่งนี้เป็นขั้นตอนที่ผู้พูดกับผู้ฟังทำร่วมกันก่อนอธิบายต่อ และเป็นสัญญาณว่าจะเปลี่ยนจากการคาดเดาหรือพูดเกินจริงไปสู่ข้อมูลที่เชื่อถือได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + กรรม + straight เช่น get the facts straight และ get the details straight หมายถึงทำให้ข้อมูลอยู่ในสภาพที่ชัดเจนและถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย “get some facts straight”: We have heard several rumors, so let's ____ before we decide.

ดูคำตอบ

get some facts straight

There's the internet, ลำดับความ

0:53

มันมีสิ่งที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต

a whole bunch of computer networks connected to each other, วลี

0:55

ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

วลี

a whole bunch of: ปริมาณมากในภาษาที่ไม่เป็นทางการ

a whole bunch of เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่มีความหมายว่า many หรือ a large number of ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้คำอธิบายเชิงเทคนิคฟังเป็นภาษาพูดและเข้าใจง่าย คำว่า whole เน้นความหมายของ bunch ให้สื่อถึงปริมาณที่มากเป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

พิจารณาระดับภาษาของประโยคในเครื่องหมายคำพูด: "The formal audit report identifies a whole bunch of security risks." a whole bunch of เหมาะที่จะใช้ในรายงานนี้หรือไม่

  1. ไม่ ควรใช้สำนวนบอกปริมาณที่เป็นทางการกว่านี้
  2. ใช่ เหมาะกับรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

ไม่ ควรใช้สำนวนบอกปริมาณที่เป็นทางการกว่านี้

and then there's the World Wide Web,

0:58

และก็ยังมี World Wide Web

a way of making it easier to share information using all those interconnected computers.

1:00

ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้การแชร์ข้อมูลง่ายขึ้นโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงถึงกันเหล่านั้น

ลำดับความ

There's X, and then there's Y: กรอบแบบขนานสำหรับแยกแนวคิดที่เกี่ยวข้องกัน

กรอบ There's X, and then there's Y วางสิ่งที่เกี่ยวข้องกันสองอย่างไว้คู่กัน เพื่อให้ผู้พูดอธิบายแต่ละอย่างแยกจากกันได้ ในที่นี้ X คืออินเทอร์เน็ต และ Y คือ World Wide Web การพูด there's ซ้ำทำให้ติดตามความแตกต่างได้ง่าย ในกรอบการจัดข้อมูลนี้ and then ใช้แนะนำรายการที่สองของคำอธิบาย ไม่ได้หมายความว่า Web เกิดขึ้นทีหลังตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

เติมกรอบแบบขนาน There's X, and then there's Y ให้ครบถ้วน: There's the hardware, ____ the software.

ดูคำตอบ

and then there's

The internet as we know it today was at least 40 years in the making. โน้ต

1:06

อินเทอร์เน็ตที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ ใช้เวลาสร้างอย่างน้อย 40 ปี

วลี

as we know it today: รูปแบบที่เรารู้จักในปัจจุบัน

ใน as we know it today คำว่า know หมายถึง “คุ้นเคยกับรูปแบบของสิ่งหนึ่ง” ไม่ใช่ “รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง” คำว่า it อ้างถึง the internet และวลีทั้งหมดหมายถึงรูปแบบของอินเทอร์เน็ตที่ผู้คนคุ้นเคยในปัจจุบัน โครงสร้าง คำนาม + as we know it today จำกัดข้อความให้พูดถึงสิ่งนั้นในรูปแบบสมัยใหม่ ใช้แยกรูปแบบปัจจุบันออกจากระยะก่อนหน้า โดยไม่สื่อว่าสิ่งนั้นไม่เคยเปลี่ยนตลอดประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า “รูปแบบสมัยใหม่ของเมืองอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันก่อตัวขึ้นหลังเหตุเพลิงไหม้”

  1. The city as we know it today took shape after the fire.
  2. We know today that the city took shape after the fire.
  3. As far as we know today, the city took shape after the fire.
ดูคำตอบ

The city as we know it today took shape after the fire.

สำนวน

40 years in the making: กระบวนการพัฒนาที่ยาวนาน

ใน was at least 40 years in the making ระยะเวลา 40 years เป็นของกระบวนการพัฒนาที่ยาวนาน วลีนี้มองย้อนกลับจากผลลัพธ์และบอกว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่สิบปีกว่าจะมาถึงรูปแบบนี้ ไม่ได้หมายถึงการผลิตเพียงอย่างเดียวที่ทำต่อเนื่องตลอดสี่สิบปี โครงสร้างที่นำไปใช้ได้อีกคือ be + ระยะเวลา + in the making โดย making ในที่นี้อาจรวมถึงการวางแผน การเปลี่ยนแปลง การทดสอบ และขั้นตอนอื่น ๆ ที่นำไปสู่ผลลัพธ์สุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายความว่าสวนที่เสร็จแล้วค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตลอดสิบปี: This community garden was ten years ____.

ดูคำตอบ

in the making

One popular but wrong story is that the internet was developed by the USA so they had a communication network that would survive a nuclear war.

1:10

เรื่องราวหนึ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ อินเทอร์เน็ตถูกพัฒนาโดยสหรัฐอเมริกาเพื่อจะได้มีเครือข่ายการสื่อสารที่อยู่รอดจากสงครามนิวเคลียร์ได้

According to one of the founders of the first network,

1:19

แต่จากคำบอกเล่าของหนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือข่ายแรก

the ARPANET in the 1960s, วัฒนธรรม

1:22

ซึ่งก็คือ ARPANET ในช่วงปี 1960

วัฒนธรรม

“the ARPANET in the 1960s” ในฐานะเครือข่ายยุคแรก

ARPANET เป็นชื่อของเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชิงทดลองในยุคแรกที่พัฒนาผ่านสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงของสหรัฐฯ การเชื่อมต่อครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1969 ดังนั้น “in the 1960s” จึงระบุว่าโครงการนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวิจัยด้านเครือข่าย ในประโยคนี้ ข้อความดังกล่าวให้บริบททางประวัติศาสตร์แก่ “the first network” ควรเข้าใจว่านี่เป็นการพูดแบบย่อ: ARPANET เป็นเครือข่ายต้นแบบสำคัญที่นำไปสู่อินเทอร์เน็ต ไม่ใช่อินเทอร์เน็ตสมัยใหม่ และอาจไม่ใช่เครือข่ายเพียงเครือข่ายเดียวที่เรียกว่า “แห่งแรก” ได้ภายใต้ทุกนิยาม

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย “the ARPANET in the 1960s” ในที่นี้ได้ดีที่สุด

  1. เป็นชื่อของเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชิงทดลองในยุคแรกที่ช่วยนำไปสู่การเกิดอินเทอร์เน็ตในภายหลัง
  2. หมายถึงตารางสำหรับแบ่งเวลาใช้คอมพิวเตอร์
  3. เป็นอีกชื่อหนึ่งของอินเทอร์เน็ตทั่วโลกในปัจจุบัน
ดูคำตอบ

เป็นชื่อของเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชิงทดลองในยุคแรกที่ช่วยนำไปสู่การเกิดอินเทอร์เน็ตในภายหลัง

this first network experiment wasn't about communication at all.

1:24

การทดลองเครือข่ายครั้งแรกนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการสื่อสารเลยแม้แต่น้อย

It was about optimizing processor usage or time-sharing, วัฒนธรรม

1:27

มันเป็นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โปรเซสเซอร์ หรือที่เรียกว่าการแบ่งเวลา (time-sharing)

วัฒนธรรม

“time-sharing” ในยุคแรกของคอมพิวเตอร์

ในยุคแรกของคอมพิวเตอร์ time-sharing หมายถึงการแบ่งเวลาของหน่วยประมวลผลเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อให้หลายโปรแกรมหรือผู้ใช้หลายคนใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันได้ ระบบสลับช่วงเหล่านี้อย่างรวดเร็ว จึงดูเหมือนว่าหลายคนใช้งานได้พร้อมกัน ในประโยคนี้ “optimizing processor usage” หมายถึงการทำให้พลังประมวลผลที่มีราคาแพงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องและคุ้มค่า ดังนั้น time-sharing จึงเป็นวิธีทางเทคนิคในการแบ่งใช้ทรัพยากร ไม่ใช่เพียงการที่คนแบ่งเวลาส่วนตัวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์คอมพิวเตอร์ยุคแรกที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ซึ่งหมายถึงการให้ผู้ใช้หลายคนผลัดกันใช้หน่วยประมวลผลเดียว: The university used ____ so several researchers could work on the same mainframe.

ดูคำตอบ

time-sharing

which basically meant that scientists could share computer power too.

1:31

ซึ่งหมายความว่านักวิทยาศาสตร์สามารถแบ่งปันพลังประมวลผลของคอมพิวเตอร์ได้ด้วย

That was because until the 1960s,

1:35

นั่นเป็นเพราะจนกระทั่งถึงช่วงปี 1960

there was basically no network.

1:37

ยังไม่มีเครือข่ายเกิดขึ้นเลย

You had big machines called mainframes,

1:39

คุณมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเมนเฟรม

which sat in the room and processed computing tasks one at a time. วลี

1:41

ซึ่งตั้งอยู่ในห้องและประมวลผลงานคอมพิวเตอร์ไปทีละงาน

วลี

one at a time: รอบละหนึ่งอย่าง

ใน one at a time วลี at a time หมายถึง “ในแต่ละรอบหรือแต่ละครั้ง” ประโยคนี้บอกว่าคอมพิวเตอร์ทำงานคำนวณเพียงหนึ่งงานก่อนจะไปทำงานถัดไป ไม่ได้ระบุช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ ใช้ “ตัวเลขหรือจำนวน + at a time” เพื่อบอกว่าสามารถจัดการได้กี่อย่างในแต่ละรอบ เช่น one at a time, two at a time หรือ several at a time

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยวลีที่หมายถึง “ทีละคน ไม่ใช่พร้อมกัน”: For safety, cross the narrow bridge ____.

ดูคำตอบ

one at a time

With time-sharing,

1:46

ด้วยการแบ่งเวลา

these behemoths could process several tasks at a time,

1:47

เจ้ายักษ์ใหญ่เหล่านี้สามารถประมวลผลได้หลายงานพร้อมกัน

which meant their power could be used by several scientists at once.

1:50

หมายความว่านักวิทยาศาสตร์หลายคนสามารถใช้พลังของมันได้ในเวลาเดียวกัน

And obviously,

1:54

และเห็นได้ชัดว่า

once you start connecting computers together, ไวยากรณ์

1:55

เมื่อคุณเริ่มเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน

you start to wonder about what you need to do to make communications between them easier.

1:58

คุณก็เริ่มสงสัยว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้พวกมันสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

Once you start ..., you start to ...: ตัวกระตุ้นและผลลัพธ์

ในที่นี้ once ใช้เปิดเงื่อนไขที่เป็นตัวกระตุ้น หมายถึง “ทันทีที่ถึงจุดนั้น” หรือ “เมื่อเริ่มแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” หรือ “เมื่อก่อน” อนุประโยค once you start connecting computers together เป็นตัวกำหนดเงื่อนไข ประโยคหลัก you start to wonder ... แสดงปฏิกิริยาใหม่ที่เกิดตามมา การใช้ start ซ้ำสร้างลำดับที่ชัดเจนว่า การเริ่มทำสิ่งหนึ่งนำไปสู่การเริ่มคิดหรือทำอีกสิ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Once you start + -ing, you start to + คำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบตัวกระตุ้นและผลลัพธ์แบบเดียวกันให้สมบูรณ์: ____ practicing every day, you ____ notice small improvements.

ดูคำตอบ

Once you start · start to

Scientists around the world were trying to solve this problem.

2:03

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามแก้ปัญหานี้

So, let's look at some of the other key concepts that were developed elsewhere. ลำดับความ

2:07

งั้นเรามาดูแนวคิดหลักๆ อย่างอื่นที่ถูกพัฒนาขึ้นจากที่อื่นกันบ้าง

ลำดับความ

let's look at ในฐานะคำเชื่อมที่พาไปยังหัวข้อถัดไป

ในที่นี้ “let's look at” หมายถึง “มาพิจารณาหรือพูดถึงกัน” ไม่ได้หมายถึงแค่ “หันสายตาไปดู” ผู้พูดชวนผู้ฟังให้พิจารณาเนื้อหาถัดไปไปด้วยกัน ในการอธิบายหรือนำเสนอ วลีนี้ยังใช้ส่งสัญญาณว่าเปลี่ยนหัวข้อ โดยพาผู้ฟังจากประเด็นปัจจุบันไปยังกลุ่มแนวคิดสำคัญถัดไป

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอต้องการชวนผู้ฟังให้พิจารณาหัวข้อถัดไปด้วยกัน ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Now, I looked at how plants store water.
  2. Now, you must look at how plants store water.
  3. Now, let's look at how plants store water.
ดูคำตอบ

Now, let's look at how plants store water.

Starting with packet switching. โน้ต

2:11

เริ่มจากการสลับแพ็กเก็ต (packet switching)

ลำดับความ

Starting with ในฐานะส่วนของประโยคสำหรับเปลี่ยนหัวข้อในการนำเสนอ

“Starting with packet switching.” ระบุรายการแรกที่ผู้พูดจะกล่าวถึงตามลำดับ หมายถึง “เราจะเริ่มจากการสลับแพ็กเก็ต” นี่เป็นส่วนของประโยคที่ตั้งใจใช้โดยไม่ทำให้เป็นประโยคเต็ม ในคำอธิบายแบบพูด หลังจากแนะนำรายการหรือกลุ่มหัวข้อแล้ว ผู้นำเสนอสามารถใช้ “Starting with + นามวลี” ได้ โดยผู้ฟังเข้าใจใจความหลักที่ละไว้จากคำพูดรอบข้าง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้เป็นส่วนของประโยคในการนำเสนอแบบพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อแนะนำรายการแรกในชุดข้อมูล

  1. Starting with the safety rules.
  2. Started with the safety rules.
  3. Starts with the safety rules.
ดูคำตอบ

Starting with the safety rules.

วัฒนธรรม

packet switching: การสลับแพ็กเก็ต

การสลับแพ็กเก็ตเป็นวิธีส่งข้อมูลดิจิทัล ผู้ส่งจะแบ่งข้อมูลออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่เรียกว่าแพ็กเก็ต เครือข่ายจะส่งแพ็กเก็ตเหล่านั้น แล้วผู้รับจะนำกลับมาประกอบตามลำดับที่ถูกต้อง ในที่นี้ packet หมายถึงแพ็กเก็ตข้อมูล ไม่ใช่พัสดุไปรษณีย์ ส่วน switching หมายถึงการกำหนดเส้นทางและส่งต่อแพ็กเก็ตผ่านการเชื่อมต่อในเครือข่าย แพ็กเก็ตแต่ละชิ้นอาจเดินทางคนละเส้นทางแทนที่จะใช้เส้นทางตายตัวเส้นเดียว

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย packet switching ได้ตรงที่สุด

  1. สวิตช์จริงเพียงตัวเดียวทำหน้าที่เปิดและปิดข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
  2. มีการเปิดเส้นทางเฉพาะจากต้นทางถึงปลายทางไว้ตลอดการสื่อสาร
  3. ข้อมูลถูกแบ่งเป็นแพ็กเก็ตที่สามารถกำหนดเส้นทางแยกกัน แล้วนำกลับมาประกอบที่ปลายทาง
ดูคำตอบ

ข้อมูลถูกแบ่งเป็นแพ็กเก็ตที่สามารถกำหนดเส้นทางแยกกัน แล้วนำกลับมาประกอบที่ปลายทาง

In Britain,

2:13

ในอังกฤษ

there was a commercial network developed by the National Physical Laboratory,

2:14

มีเครือข่ายเชิงพาณิชย์ที่พัฒนาโดยห้องปฏิบัติการทางกายภาพแห่งชาติ

but which never really got off the ground because it didn't get funding. สำนวน

2:17

แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นจริงเพราะไม่ได้รับเงินทุน

สำนวน

get off the ground: เริ่มดำเนินการได้สำเร็จ

Get off the ground เป็นสำนวนที่หมายถึงเริ่มต้นได้สำเร็จและเริ่มดำเนินงาน ในประโยคนี้ got เป็นรูปอดีตของ get และเครือข่ายดังกล่าวไม่ได้พัฒนาเป็นโครงการที่ใช้งานได้จริง เพราะไม่ได้รับเงินทุน สำนวนนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบเมื่อประธานเป็นแผน โครงการ หรือธุรกิจ ส่วน Never really บอกเป็นนัยว่าอาจมีแนวคิดหรือความพยายามในช่วงแรก แต่ไม่ได้เริ่มต้นสำเร็จอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนที่หมายถึง “เริ่มดำเนินงานได้สำเร็จ”: Without enough funding, the community radio project never ____.

ดูคำตอบ

got off the ground

But they did come up with the idea of packet switching, กริยาวลี

2:21

แต่พวกเขาคิดค้นแนวคิดเรื่องการสลับแพ็กเก็ตขึ้นมาได้

กริยาวลี

come up with: คิดแนวคิดขึ้นมา

Come up with หมายถึงคิดหรือพัฒนาแนวคิด แผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหาขึ้นมา เป็นกริยาวลี จึงไม่สามารถตีความจากความหมายด้านการเคลื่อนที่ของ come และ up แยกกันได้ ในที่นี้ did come up with หมายความว่าพวกเขาได้พัฒนาแนวคิดเรื่องการสลับแพ็กเก็ตขึ้นมาจริง ๆ โดย did ใช้เน้นย้ำ และกรรมของ with คือ the idea

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “คิดหรือพัฒนาขึ้นมา” ให้สมบูรณ์: The team needs to ____ a solution before Friday.

ดูคำตอบ

come up with

a way of avoiding congestion in busy networks by cutting up data at one end and putting it back together at the other. กริยาวลี

2:24

ซึ่งเป็นวิธีหลีกเลี่ยงความแออัดในเครือข่ายที่วุ่นวาย โดยการตัดข้อมูลที่ปลายด้านหนึ่งแล้วนำไปประกอบกลับเข้าด้วยกันที่ปลายอีกด้านหนึ่ง

กริยาวลี

putting it back together: ประกอบส่วนที่แยกกันกลับเข้าด้วยกัน

Put something back together หมายถึงนำส่วนที่แยกออกจากกันกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งเพื่อให้ทั้งชิ้นกลับมาสมบูรณ์ ในประโยคนี้ ข้อมูลถูกแบ่งที่ปลายด้านหนึ่งของเครือข่ายและประกอบใหม่ที่อีกด้านหนึ่ง โดย back หมายถึง “กลับไปสู่สภาพสมบูรณ์ก่อนหน้า” ไม่ใช่ “ข้างหลัง” เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้หลัง put เช่น put it back together อย่าวางคำสรรพนามไว้หลังวลีทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำที่หมายถึง “ประกอบมันกลับเข้าด้วยกัน” ให้สมบูรณ์: The toy came apart, so Mia had to ____.

ดูคำตอบ

put it back together

The French also played a role. วลี

2:31

ชาวฝรั่งเศสก็มีบทบาทเช่นกัน

วลี

played a role: มีส่วนต่อผลลัพธ์

ในที่นี้ played a role หมายถึง “มีส่วนทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น” หรือ “มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์อยู่บ้าง” ประโยคนี้มองว่าการมีส่วนร่วมของชาวฝรั่งเศสเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ใหญ่กว่า และไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ play a role in + คำนามหรือรูป -ing โดย in จะนำหน้ากระบวนการหรือผลลัพธ์ที่ได้รับอิทธิพล

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง played a role บอกอะไรเกี่ยวกับชาวฝรั่งเศส?

  1. พวกเขามีส่วนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
  2. พวกเขาเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของสิ่งที่เกิดขึ้น
  3. พวกเขาแสดงเป็นตัวละครในละครเวที
ดูคำตอบ

พวกเขามีส่วนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

They were working on a scientific network called Cyclades,

2:33

พวกเขาทำงานกับเครือข่ายวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Cyclades

but they didn't have a big budget so they decided to work on direct connections between computers as opposed to working with gateway computers. วลี

2:37

แต่มีงบไม่มาก จึงตัดสินใจใช้วิธีเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์โดยตรงแทนที่จะใช้คอมพิวเตอร์เกตเวย์

วลี

as opposed to: เปรียบเทียบสองทางเลือก

as opposed to ใช้สร้างความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองทางเลือก ในที่นี้ วิธีที่เลือกคือการพัฒนาการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างคอมพิวเตอร์ ส่วนอีกทางเลือกคือการใช้คอมพิวเตอร์เกตเวย์ วลีนี้หมายถึง “แทนที่จะ” หรือ “เมื่อเทียบกับ” ไม่ได้หมายถึง “ต่อต้านอย่างมาก” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวตามด้วยรูป -ing คือ working แนวคิดทั้งสองด้านควรขนานกันทางความหมาย โดย work on direct connections และ work with gateway computers ต่างก็อธิบายวิธีทำงานที่นำมาเปรียบเทียบกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าทีมเลือกการประชุมทางวิดีโอแทนการพบกันต่อหน้า?

  1. The team was opposed to every meeting.
  2. The team chose both a video call and an in-person meeting.
  3. The team chose a video call as opposed to meeting in person.
ดูคำตอบ

The team chose a video call as opposed to meeting in person.

Now, as an aside here, ลำดับความ

2:45

ทีนี้ นอกเรื่องนิดนึงนะ

ลำดับความ

ใช้ as an aside เพื่อบอกการแทรกนอกประเด็นสั้น ๆ

as an aside ใช้บอกว่าคำพูดถัดไปออกจากแนวหลักของคำอธิบายชั่วครู่ เป็นการส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่านี่คือข้อมูลเสริม ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หลังจากข้อมูลแทรกนี้ ผู้พูดมักจะกลับเข้าสู่หัวข้อหลัก ที่นี่วลีนี้ใช้จัดโครงสร้างคำพูด ไม่ใช่คำกำกับละครที่บอกให้นักแสดงพูดกับผู้ชมเป็นการส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่มี aside และใช้บอกการแทรกนอกประเด็นสั้น ๆ: "____, the museum cafe closes at five."

ดูคำตอบ

As an aside

this admittedly isn't very scientific,

2:47

เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร์สักเท่าไหร่

but according to one theory, ลำดับความ

2:49

แต่มีทฤษฎีหนึ่งบอกว่า

ลำดับความ

ใช้ according to one theory เพื่ออ้างแหล่งที่มาอย่างระมัดระวัง

according to one theory ใช้นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นแนวคิดจากคำอธิบายหนึ่งที่มีผู้เสนอไว้ ไม่ใช่คำยืนยันโดยตรงของผู้พูด วลีบุพบท according to ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ส่วน one theory บอกเป็นนัยว่าอาจมีคำอธิบายอื่นอีก ถ้อยคำนี้จำกัดระดับการยืนยันของผู้พูด ผู้พูดเพียงรายงานว่าทฤษฎีนั้นกล่าวไว้อย่างไร โดยไม่ได้รับรองว่าถูกต้อง จึงช่วยแยกคำอธิบายที่เป็นไปได้ออกจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอ้างคำอธิบายว่าเป็นแนวคิดจากทฤษฎีหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่ได้รับรองว่าเป็นข้อเท็จจริง?

  1. In theory, charged particles could cause the strange lights.
  2. Scientists agree that charged particles cause the strange lights.
  3. According to one theory, charged particles cause the strange lights.
ดูคำตอบ

According to one theory, charged particles cause the strange lights.

a spinoff of their research was the word internet.

2:51

ผลพลอยได้จากการวิจัยของพวกเขาคือคำว่า 'อินเทอร์เน็ต' (internet)

But you don't have to believe it if you don't want to. ไวยากรณ์

2:55

แต่ถ้าไม่อยากเชื่อ ก็ไม่ต้องเชื่อก็ได้

ไวยากรณ์

don't have to ... if you don't want to: ไม่เป็นข้อบังคับและให้สิทธิ์เลือก

don't have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่มีความจำเป็นหรือข้อผูกมัดที่จะทำบางอย่าง ในประโยคนี้ you don't have to believe it หมายความว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าห้ามเชื่อ อนุประโยค if มอบทางเลือกให้ผู้ฟังอย่างชัดเจน ใน if you don't want to คำว่า to ท้ายประโยคแทนการกระทำ believe it ที่ซ้ำกัน ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองส่วนเพื่อบอกว่าการเข้าร่วมเป็นทางเลือกและให้ผู้ฟังเป็นผู้ตัดสินใจ: You ____ join the game ____.

ดูคำตอบ

don't have to · if you don't want to

So, now it's the early 1970s.

2:58

เอาล่ะ ตอนนี้เข้าสู่ช่วงต้นปี 1970 แล้ว

There's quite a lot of computer infrastructure,

3:00

มีโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์อยู่ค่อนข้างมาก

but communication is awkward and patchy because different networks can't talk to each other. โน้ต

3:02

แต่การสื่อสารยังติดขัดและขาดตอน เพราะเครือข่ายแต่ละแห่งคุยกันไม่รู้เรื่อง

การใช้คำ

patchy สำหรับคุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่สมบูรณ์

ในที่นี้ patchy หมายถึงไม่สม่ำเสมอและไม่สมบูรณ์ การสื่อสารใช้ได้ในบางส่วนหรือบางเวลา แต่ไม่ได้ใช้ได้อย่างต่อเนื่องทุกแห่ง คำนี้อธิบายคุณภาพของการสื่อสาร ไม่ได้หมายถึงรอยปะจริง ๆ เมื่อใช้กับคำนามที่เป็นนามธรรม patchy สื่อถึงรูปแบบที่ปะปนกัน บางส่วนดีหรือมีอยู่ แต่อีกบางส่วนอ่อนหรือขาดหาย

แบบฝึกหัด

คำใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? Her knowledge of local history is ____: she knows some periods well but almost nothing about others.

  1. unstable
  2. intermittent
  3. patchy
ดูคำตอบ

patchy

สำนวน

เมื่อเครือข่าย talk to each other

ในที่นี้ talk to each other ใช้บรรยายเครื่องจักร ไม่ใช่คน หมายถึงเครือข่ายต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยใช้กฎและรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจ สำนวนเกี่ยวกับการสื่อสารในชีวิตประจำวันนี้ช่วยให้นึกภาพความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น หากเครือข่ายใช้โปรโตคอลที่เข้ากันไม่ได้ ข้อมูลก็ไม่สามารถส่งผ่านระหว่างกันได้อย่างถูกต้อง

แบบฝึกหัด

talk to each other หมายถึงอะไรในประโยคเกี่ยวกับเครือข่ายนี้?

  1. เครือข่ายพูดออกเสียงเหมือนคน
  2. เครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยใช้กฎที่เข้ากันได้
  3. เครือข่ายเป็นของบริษัทเดียวกัน
ดูคำตอบ

เครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยใช้กฎที่เข้ากันได้

TCP/IP solves this problem.

3:08

TCP/IP เข้ามาแก้ปัญหานี้

The TCP/IP protocols form the basic communication language of the internet, วัฒนธรรม

3:11

โปรโตคอล TCP/IP เป็นภาษาการสื่อสารพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต

วัฒนธรรม

โปรโตคอล TCP/IP ในฐานะภาษาสื่อสารของอินเทอร์เน็ต

คำว่า TCP/IP protocols หมายถึงชุดกฎทางเทคนิคที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันสามารถกำหนดที่อยู่ ส่ง กำหนดเส้นทาง รับ และประกอบข้อมูลกลับคืนได้ IP ทำหน้าที่เรื่องการกำหนดที่อยู่และเส้นทางของแพ็กเก็ต ส่วน TCP มักดูแลให้ข้อมูลส่งถึงอย่างเชื่อถือได้และตามลำดับ กฎที่ใช้ร่วมกันเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนภาษาสำหรับการสื่อสาร เครือข่ายที่แตกต่างกันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้เพราะทำตามข้อตกลงที่เข้ากันได้ ในที่นี้ protocols หมายถึงกฎทางเทคนิคที่ตกลงร่วมกัน ไม่ใช่มารยาททางสังคม

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ TCP/IP protocols คืออะไร?

  1. ชุดกฎทางเทคนิคที่ใช้ร่วมกันเพื่อส่งข้อมูลข้ามเครือข่าย
  2. เว็บไซต์ที่เก็บทุกหน้าในอินเทอร์เน็ต
  3. กฎมารยาทสำหรับการสนทนาออนไลน์
ดูคำตอบ

ชุดกฎทางเทคนิคที่ใช้ร่วมกันเพื่อส่งข้อมูลข้ามเครือข่าย

which labels the packets of data and makes sure that even though some pieces of the same data take a different route, ไวยากรณ์

3:15

มันจะติดป้ายกำกับแพ็กเก็ตข้อมูลและทำให้แน่ใจว่า ถึงแม้ชิ้นส่วนของข้อมูลเดียวกันจะใช้เส้นทางต่างกัน

they all arrive at their destination and can be reassembled.

3:21

ทุกชิ้นก็จะไปถึงปลายทางและสามารถนำกลับมาประกอบใหม่ได้

ไวยากรณ์

Even though: อุปสรรคจริงที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

Even though ใช้นำหน้าข้อความที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ ส่วนประโยคย่อยที่ตามหลังจะบอกสถานการณ์จริงที่อาจทำให้ผลลัพธ์ในประโยคหลักดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้คือข้อมูลบางส่วนใช้เส้นทางต่างกัน ประโยคหลักบอกผลที่ยังคงเกิดขึ้น คือทุกส่วนมาถึงและประกอบกลับได้ ใช้ even though + ประโยคย่อยที่สมบูรณ์เพื่อสื่อว่า “เรื่องนี้เป็นจริง แต่ไม่ได้ขัดขวางผลลัพธ์”

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่บอกว่าถนนเป็นน้ำแข็งคือข้อเท็จจริง: ____ the roads were icy, the bus arrived on time.

ดูคำตอบ

Even though

Networks really began communicating with each other in 1975.

3:25

เครือข่ายเริ่มสื่อสารกันได้จริงๆ ในปี 1975

So, you could argue that was the beginning of the internet. น้ำเสียง/เจตนา

3:30

คุณจะบอกว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

You could argue that: การเสนอความเห็นที่ยังถกเถียงได้

You could argue that ใช้นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นการตีความที่มีเหตุผล แต่คนอื่นยังสามารถโต้แย้งได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ฟังดูไม่เด็ดขาด แทนที่จะนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อสงสัย Could ทำให้ข้อสรุปมีน้ำหนักเบาลง ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต ส่วน That นำหน้าประโยคย่อยที่บอกเนื้อหาของข้อสรุป ใช้โครงสร้างนี้ก่อนแนวคิดที่มีเหตุผลรองรับ เมื่อคุณต้องการเปิดพื้นที่ให้มุมมองอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นการตีความที่มีเหตุผลรองรับ แต่ยังถกเถียงได้?

  1. Did the new schedule improve attendance?
  2. The new schedule definitely improved attendance.
  3. You could argue that the new schedule improved attendance.
ดูคำตอบ

You could argue that the new schedule improved attendance.

Email was also very important.

3:33

อีเมลก็มีความสำคัญมากเช่นกัน

It was developed for ARPANET in 1972.

3:35

มันถูกพัฒนาขึ้นสำหรับ ARPANET ในปี 1972

Most internet traffic in 1976 was email because academics thought electronic post-it notes were dead cool. การใช้คำ

3:38

การใช้งานอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ในปี 1976 คืออีเมล เพราะนักวิชาการคิดว่ากระดาษโน้ตอิเล็กทรอนิกส์มันเจ๋งสุดๆ ไปเลย

การใช้คำ

dead cool ในฐานะคำเน้นแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ใน dead cool คำว่า dead ไม่ได้หมายถึง “ตาย” แต่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ใช้เน้น cool ดังนั้น dead cool จึงหมายถึง “เจ๋งมาก” หรือ “น่าประทับใจอย่างยิ่ง” การใช้นี้เพิ่มน้ำเสียงเน้นที่มีชีวิตชีวาโดยไม่เกี่ยวกับความตาย รูปแบบเดียวกันพบได้ในสำนวนอย่าง dead easy และ dead serious

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new arcade looked dead cool.” คำว่า dead ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปลี่ยน cool ให้เป็นคำนาม
  2. ใช้เน้น cool ให้หมายถึง “เจ๋งมาก”
  3. บอกว่าสถานที่เล่นเกมนั้นเลิกเปิดให้บริการแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้เน้น cool ให้หมายถึง “เจ๋งมาก”

With networks that could talk to each other,

3:46

เมื่อเครือข่ายสื่อสารกันได้

communication was becoming easier.

3:48

การสื่อสารก็เริ่มง่ายขึ้น

But all this communication was just text-based and it was pretty ugly to look at. การใช้คำ

3:50

แต่การสื่อสารทั้งหมดนี้เป็นแค่ข้อความ และหน้าตาก็ดูไม่สวยงามเอาเสียเลย

การใช้คำ

pretty ใน pretty ugly หมายถึง “ค่อนข้าง”

ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย ugly โดยหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” ดังนั้น pretty ugly จึงบอกว่าสิ่งนั้นดูไม่สวยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้หมายความว่า pretty กำลังบอกว่าสิ่งนั้นสวย เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ pretty แบบไม่เป็นทางการมักทำหน้าที่เป็นตัวเลือกที่เบากว่า very โดยทั่วไปจะไม่เด็ดขาดเท่า very แต่น้ำเสียงของผู้พูดอาจทำให้ฟังดูหนักแน่นได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The old website was pretty ugly.” คำว่า pretty หมายถึงอะไร?

  1. สวยหรือมีเสน่ห์
  2. ค่อนข้างหรือพอสมควร
  3. อย่างละเอียดอ่อน
ดูคำตอบ

ค่อนข้างหรือพอสมควร

In the 1980s,

3:56

ในช่วงปี 1980

a Brit called Timothy Berners-Lee spent time with CERN, วัฒนธรรม

3:57

ชาวอังกฤษชื่อ ทิโมธี เบอร์เนิร์ส-ลี ได้ใช้เวลาร่วมกับ CERN

the European Organization for Nuclear Research,

4:00

หรือ องค์การวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป

วัฒนธรรม

CERN องค์การเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป

CERN เป็นศูนย์วิจัยฟิสิกส์ที่สำคัญใกล้กรุงเจนีวา ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคบอกชื่อเต็มในภาษาอังกฤษปัจจุบันว่า European Organization for Nuclear Research เพื่อให้ผู้อ่านรู้ว่าเป็นสถาบันใด ตัวย่อ CERN มาจากชื่อภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในอดีต ตัวอักษรจึงไม่ตรงกับชื่อภาษาอังกฤษปัจจุบัน ในประโยคนี้ CERN คือสภาพแวดล้อมการวิจัยที่ Berners-Lee เคยใช้เวลาอยู่ด้วย ไม่ได้หมายความว่า CERN เป็นผู้ประดิษฐ์อินเทอร์เน็ตทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ เหตุใด European Organization for Nuclear Research จึงวางไว้หลัง CERN?

  1. อธิบายว่าจักรวาลประกอบขึ้นจากอะไร
  2. ให้ชื่อเต็มภาษาอังกฤษของสถาบัน
  3. บอกว่า CERN เป็นผู้ประดิษฐ์อินเทอร์เน็ตทั้งหมด
ดูคำตอบ

ให้ชื่อเต็มภาษาอังกฤษของสถาบัน

where physicists are trying to work out what the universe is made of. กริยาวลี

4:03

ซึ่งนักฟิสิกส์กำลังพยายามหาคำตอบว่าจักรวาลนี้ประกอบด้วยอะไร

กริยาวลี

work out: หาคำตอบให้ได้

ในที่นี้ work out หมายถึงค้นหาหรือทำความเข้าใจคำตอบด้วยการคิด ศึกษา หรือสืบค้น นักฟิสิกส์กำลังพยายามเข้าใจว่าจักรวาลประกอบขึ้นจากอะไร ไม่ได้กำลังออกกำลังกาย กรรมอาจเป็นคำนาม เช่น work out the answer หรือเป็นคำถามทางอ้อมอย่างในประโยคนี้: work out what the universe is made of ภายในคำถามทางอ้อมให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what the universe is made of ไม่ใช่ what is the universe made of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย work out ในรูปที่ถูกต้อง: We need to ____ why the door will not lock.

ดูคำตอบ

work out

He wanted to manage the scientists' information and make it possible for them to share and interconnect their work easily, ไวยากรณ์

4:07

เขาต้องการจัดการข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์ และทำให้พวกเขาแชร์และเชื่อมโยงผลงานกันได้ง่ายๆ

ไวยากรณ์

make it possible for them to: ทำให้ใครบางคนสามารถทำบางสิ่งได้

ใน make it possible for them to share... คำว่า it เป็นกรรมที่วางไว้แทนตำแหน่งของเนื้อหาที่จะตามมาข้างหลัง ไม่ได้หมายถึง scientists' information เนื้อหาจริงอยู่ในวลี infinitive ที่มี to ซึ่งตามมาทีหลัง โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ make it possible for + person + to + verb ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย for บอกว่าใครสามารถทำสิ่งนั้นได้ ในที่นี้ them หมายถึง scientists และ share กับ interconnect ใช้ to ตัวเดียวร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ make it possible for + person + to + verb: The secure network will ____ work from home.

ดูคำตอบ

make it possible for the team to

making progress more likely.

4:13

เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างความก้าวหน้า

He did so by inventing an interface using HTTP, ไวยากรณ์

4:16

เขาทำได้โดยการประดิษฐ์อินเทอร์เฟซที่ใช้ HTTP,

ไวยากรณ์

did so by inventing: เชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับวิธีที่ใช้

Did so ใช้แทนการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง เพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ ในประโยคนี้ so ย้อนกลับไปหมายถึงการจัดการข้อมูลและทำให้การแบ่งปันเป็นไปได้ By inventing an interface อธิบายวิธีที่ใช้ทำสิ่งนั้น หลังคำบุพบท by ต้องใช้คำนามหรือกริยารูป -ing ดังนั้นรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ do so by + -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ did so by และรูป -ing ของ introduce: The cafe reduced its waste. It ____ reusable cups.

ดูคำตอบ

did so by introducing

HTML,

4:19

HTML,

and URLs that made internet browsers possible.

4:20

และ URL ซึ่งทำให้อินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์เกิดขึ้นได้

He called his browser the World Wide Web.

4:24

เขาเรียกเบราว์เซอร์ของเขาว่า World Wide Web

So, he didn't invent the internet, ไวยากรณ์

4:27

ดังนั้น เขาไม่ได้เป็นคนคิดค้นอินเทอร์เน็ต

but he did invent the web.

4:29

แต่เขาเป็นคนคิดค้นเว็บ

ไวยากรณ์

didn't invent ... did invent: การปฏิเสธแบบเปรียบต่างและ did ที่ใช้เน้นย้ำ

Didn't invent ปฏิเสธข้อความแรก ส่วน did invent ยืนยันข้อความที่สอง การเติมกริยาช่วย did ในอนุประโยคบอกเล่าทำให้เกิดการเน้น ผู้พูดกำลังแก้ไขข้อเท็จจริงว่าเขาไม่ได้ประดิษฐ์สิ่งแรก แต่ประดิษฐ์สิ่งที่สองจริง ๆ หลัง didn't หรือ did ที่ใช้เน้น คำว่า invent ต้องคงรูปกริยาพื้นฐานไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ didn't + กริยารูปพื้นฐาน ... but did + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้เปรียบต่างข้อความเกี่ยวกับอดีตสองข้อความอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ไขโดยใช้รูปปฏิเสธแบบย่อของ did และรูปบอกเล่าของ did ที่ใช้เน้น: Marie Curie ____ discover penicillin, but she ____ discover radium.

ดูคำตอบ

didn't · did

The first ever website, which he created,

4:32

เว็บไซต์แรกของโลกที่เขาสร้างขึ้น

was at CERN in France in August 1991.

4:34

อยู่ที่ CERN ในฝรั่งเศสเมื่อเดือนสิงหาคม 1991

So, once the initial infrastructure was in place, วลี

4:37

ดังนั้น พอโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นเข้าที่เข้าทาง

วลี

in place: จัดตั้งแล้วและพร้อมใช้งาน

ในที่นี้ in place หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นได้รับการจัดตั้งแล้วและพร้อมรองรับขั้นตอนถัดไป เป็นการบอกว่าเงื่อนไขที่จำเป็นมีพร้อม ไม่ใช่เพียงบอกตำแหน่งทางกายภาพของสิ่งของ โครงสร้าง be in place ที่ใช้ทั่วไปบอกว่าระบบ แผน กฎ หรือทรัพยากรได้รับการจัดเตรียมและใช้งานได้แล้ว Once ... was in place หมายความว่าขั้นตอนถัดไปเริ่มได้หลังจากเงื่อนไขนั้นสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Once the backup system was in place, we started the test," คำว่า in place หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตั้งอยู่ในสถานที่เฉพาะแห่งหนึ่ง
  2. ยังอยู่ระหว่างการวางแผน
  3. ได้รับการจัดตั้งและพร้อมใช้งาน
ดูคำตอบ

ได้รับการจัดตั้งและพร้อมใช้งาน

the key technologies had been invented,

4:40

เทคโนโลยีสำคัญๆ ถูกประดิษฐ์ขึ้น

internet message boards exploded in the 1980s,

4:42

เว็บบอร์ดบนอินเทอร์เน็ตก็บูมสุดๆ ในช่วงปี 1980

the phone companies saw the commercial potential of digital communication,

4:45

บริษัทโทรศัพท์เห็นศักยภาพเชิงพาณิชย์ของการสื่อสารแบบดิจิทัล

web browsers spread like wildfire in the early 1990s, สำนวน

4:49

เว็บเบราว์เซอร์แพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่งในช่วงต้นปี 1990

สำนวน

spread like wildfire: แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง

ใน spread like wildfire คำว่า wildfire สร้างภาพที่ชัดเจนของสิ่งที่ลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วพื้นที่กว้าง ในประโยคนี้หมายความว่าเว็บเบราว์เซอร์เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายและรวดเร็วมากในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ไม่ได้หมายถึงไฟไหม้จริง โครงสร้างคือ ประธาน + spread like wildfire ใช้บรรยายข่าว ข่าวลือ โรค กระแส ความคิด หรือความนิยมของสินค้าได้ เมื่อทั้งความเร็วและขอบเขตการแพร่กระจายมีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง”: The rumor ____ through the school.

ดูคำตอบ

spread like wildfire

and ordinary people discovered email.

4:52

และคนทั่วไปก็ค้นพบอีเมล

Then,

4:54

จากนั้น

the internet expanded rapidly and steadily and became workable for the masses from about 1995.

4:55

อินเทอร์เน็ตก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมั่นคง และเริ่มใช้งานได้สำหรับคนทั่วไปตั้งแต่ประมาณปี 1995

Hold on. น้ำเสียง/เจตนา

5:02

เดี๋ยวก่อนนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Hold on. เพื่อขัดจังหวะและตั้งคำถาม

ในที่นี้ Hold on. เป็นสัญญาณในบทสนทนา ผู้พูดหยุดลำดับการอธิบายเพราะต้องการตั้งคำถามหรือโต้แย้งสิ่งที่เพิ่งพูดไป ไม่ได้หมายถึงการบอกให้ใครจับสิ่งของ วลีเดียวกันยังอาจหมายถึง “รอก่อน” หรือ “อย่าเพิ่งวางสาย” ได้ จึงต้องดูคำพูดที่ตามมาและสถานการณ์เพื่อระบุหน้าที่ของวลี

แบบฝึกหัด

ในการอภิปราย มีคนพูดว่า "Everyone agrees with this plan." คุณตอบว่า "Hold on. Did we ask the people who will use it?" Hold on. ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. ขอให้คนที่คุยโทรศัพท์อยู่ยังไม่วางสาย
  2. ขัดจังหวะเพื่อตั้งคำถามกับข้อความนั้น
  3. บอกให้ใครบางคนจับสิ่งของ
ดูคำตอบ

ขัดจังหวะเพื่อตั้งคำถามกับข้อความนั้น

Didn't US Vice President Al Gore invent the internet?

5:02

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อัล กอร์ ไม่ได้เป็นคนคิดค้นอินเทอร์เน็ตหรอกหรือ?

Ugh,

5:06

เอ่อ

no.

5:06

ไม่ใช่นะ

And if you read what he said exactly, ไวยากรณ์

5:07

และถ้าคุณอ่านสิ่งที่เขาพูดมาเป๊ะๆ

you'd know he never claimed to have done.

5:09

คุณจะรู้ว่าเขาไม่เคยอ้างแบบนั้นเลย

ไวยากรณ์

if you read ..., you'd know: เงื่อนไขสมมติ

โครงสร้าง if + simple past, would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเงื่อนไขสมมติและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเงื่อนไขนั้น ในที่นี้ read เป็นรูปอดีตของ read และ you'd know หมายถึง you would know ผู้พูดเชื่อมการอ่านถ้อยคำต้นฉบับอย่างละเอียดเข้ากับการได้ข้อสรุปที่ต่างออกไป จึงเป็นการบอกเป็นนัยว่าการตีความอีกแบบเกิดจากการไม่ใส่ใจถ้อยคำที่ใช้จริง ๆ มากพอ วิธีนี้อ้อมกว่าการพูดว่า You did not read it แต่ยังคงมีน้ำเสียงทักท้วงความเข้าใจของผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับเงื่อนไขสมมติในตัวอย่างมากที่สุด

  1. ผู้พูดเพียงคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากการอ่านที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
  2. ผู้พูดบอกว่าคนนั้นอ่านถ้อยคำเหล่านั้นอย่างละเอียดแล้วอย่างแน่นอน
  3. การใส่ใจถ้อยคำที่ใช้จริง ๆ จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ต่างออกไป
ดูคำตอบ

การใส่ใจถ้อยคำที่ใช้จริง ๆ จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ต่างออกไป

But many people credit him with energetically pushing legislation that encouraged the spread of the internet. วลี

5:12

แต่หลายคนยกย่องเขาในฐานะผู้ผลักดันกฎหมายที่ช่วยส่งเสริมการแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตอย่างแข็งขัน

วลี

credit someone with pushing: ยกผลงานให้บุคคลหนึ่ง

Credit someone with doing something หมายถึงการยอมรับว่าบุคคลนั้นรับผิดชอบหรือมีส่วนสำคัญต่อการกระทำหรือความสำเร็จบางอย่าง ในที่นี้ผู้คนยกความดีความชอบให้เขาจากการทำงานอย่างแข็งขันเพื่อผลักดันกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นผู้คิดค้นอินเทอร์เน็ตหรือทำทุกอย่างสำเร็จเพียงคนเดียว โครงสร้างคือ credit + คน + with + วลี gerund ใน with energetically pushing คำว่า energetically ขยาย pushing ส่วน pushing ยังคงเป็นรูป -ing ตามที่โครงสร้างกำหนด

แบบฝึกหัด

ใช้ credit someone with doing something เติมประโยคให้สมบูรณ์: Her teammates ____ Lina ____ finding the bug before launch.

ดูคำตอบ

credit · with

The internet exists because we need to communicate and most of us like doing it.

5:18

อินเทอร์เน็ตมีอยู่เพราะเราต้องการสื่อสาร และพวกเราส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะทำแบบนั้น

That's why humans have become the dominant species on Earth.

5:24

นั่นเป็นเหตุผลที่มนุษย์กลายเป็นสายพันธุ์ที่ครอบครองโลกนี้

You could argue that the internet is a natural evolutionary step and a manifestation of that need.

5:28

คุณอาจโต้แย้งได้ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นก้าวสำคัญของวิวัฒนาการตามธรรมชาติ และเป็นสิ่งที่สะท้อนความต้องการนั้น

It wasn't invented by anyone in particular, วลี

5:36

มันไม่ได้ถูกคิดค้นโดยใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ

วลี

not anyone in particular: ไม่มีบุคคลใดเป็นพิเศษ

ในที่นี้ in particular จำกัดความหมายของ anyone ให้หมายถึงคนหนึ่งคนที่เฉพาะเจาะจงและระบุตัวได้ เนื่องจากประโยคเป็นปฏิเสธในรูป wasn't ... by anyone ทั้งวลีจึงหมายความว่าไม่สามารถระบุคนเพียงคนเดียวว่าเป็นผู้คิดค้นได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ not/no + คำไม่ชี้เฉพาะที่หมายถึงคนหรือสิ่งของ + in particular เช่น not anyone in particular, nobody in particular หรือ nothing in particular รูปแบบนี้ปฏิเสธว่ามีตัวเลือกหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าโดยทั่วไปอาจมีคนหรือสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวข้องอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าไม่ได้เลือกบุคคลใดเป็นพิเศษ?

  1. They didn't choose anyone in particular.
  2. They chose one person in particular.
  3. They chose someone in particular.
ดูคำตอบ

They didn't choose anyone in particular.

but when the building blocks were put together by all those cool scientists from all over the place, โน้ต

5:38

แต่เมื่อส่วนประกอบต่างๆ ถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์สุดเจ๋งจากทั่วทุกสารทิศ

สำนวน

building blocks: ส่วนพื้นฐานของระบบที่ใหญ่กว่า

building blocks ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงเทคโนโลยีและแนวคิดพื้นฐานที่สามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างระบบที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้น ไม่ได้หมายถึงบล็อกของเล่นจริง ๆ คำเปรียบเทียบนี้มองการพัฒนาเหมือนการก่อสร้าง แต่ละส่วนเป็นพื้นฐานหรือทำหน้าที่ที่มีประโยชน์ และระบบที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นเมื่อหลายส่วนทำงานร่วมกัน วลีนี้ยังใช้บอกองค์ประกอบพื้นฐานของทักษะ ทฤษฎี แผนงาน หรือองค์กรได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงส่วนประกอบพื้นฐาน: Regular practice and feedback are the ____ of learning a new skill.

ดูคำตอบ

building blocks

กริยาวลี

put together: รวมส่วนต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว

Put together หมายถึงการประกอบหรือรวมส่วนต่าง ๆ ที่แยกจากกันให้กลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์หรือใช้งานได้ ในที่นี้ ผลงานทางเทคนิคหลายอย่างรวมกันเป็นระบบที่ใหญ่ขึ้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการวางสิ่งเหล่านั้นไว้ข้างกัน รูปถูกกระทำ were put together ทำให้จุดสนใจอยู่ที่ส่วนประกอบและผลลัพธ์ ไม่ใช่คนที่นำมารวมกัน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของ แผนงาน ทีม หรือข้อมูลหลายส่วนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทนี้ที่หมายถึง “ถูกประกอบให้เป็นหนึ่งเดียว”: The science kit was ____ from parts made in three different countries.

ดูคำตอบ

put together

the internet became a communication tool,

5:43

อินเทอร์เน็ตก็กลายเป็นเครื่องมือสื่อสาร,

a retail tool,

5:46

เครื่องมือค้าปลีก,

a research tool,

5:47

เครื่องมือวิจัย,

a propaganda tool,

5:48

เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ,

a spying tool,

5:49

เครื่องมือสอดแนม,

a shopping tool,

5:50

เครื่องมือช้อปปิ้ง,

a dating tool,

5:51

เครื่องมือหาคู่,

an entertainment tool,

5:52

เครื่องมือเพื่อความบันเทิง,

and a way of skiving off work while making it look like you're working or studying, โน้ต

5:54

และวิธีอู้งานโดยทำให้ดูเหมือนว่าคุณกำลังทำงานหรือเรียนอยู่

กริยาวลี

skiving off work: สำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการหลีกเลี่ยงหน้าที่

To skive off work หมายถึงการหลีกเลี่ยงงานที่ควรทำ โดยมักจะแอบออกไปหรือแกล้งทำเป็นยุ่ง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววิจารณ์อย่างขบขันถึงการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อทำให้ดูเหมือนกำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่จริงไม่ได้ทำงาน Skive off เป็นกริยาวลี ส่วน work ระบุหน้าที่ที่กำลังหลีกเลี่ยง ดังนั้นสำนวนนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การหยุดพักจากงานชั่วคราว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะอธิบายด้วย skiving off work?

  1. ใครบางคนพักรับประทานอาหารกลางวันที่ได้รับอนุมัติ
  2. ใครบางคนแกล้งทำเป็นตอบอีเมล แต่ใช้เวลาทั้งบ่ายเล่นเกม
  3. ใครบางคนอยู่บ้านในช่วงวันลาพักร้อนประจำปีที่กำหนดไว้
ดูคำตอบ

ใครบางคนแกล้งทำเป็นตอบอีเมล แต่ใช้เวลาทั้งบ่ายเล่นเกม

ไวยากรณ์

Making it look like + อนุประโยค: สร้างภาพให้ดูเป็นอย่างหนึ่ง

ในโครงสร้าง make it look like + อนุประโยค คำว่า make หมายถึงทำให้เกิดผลบางอย่าง และ look หมายถึงดูเหมือน วลีนี้ใช้บอกการสร้างภาพให้คนอื่นเห็น ในประโยคนี้ การอู้งานถูกทำให้ดูราวกับว่าคนนั้นกำลังทำงานหรือเรียนอยู่จริง ๆ โครงสร้างคือ make + กรรม + look like + อนุประโยค มักใช้เปรียบต่างระหว่างภาพที่คนอื่นเห็นกับความจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ใช้สร้างภาพให้คนอื่นเห็น: He kept a report open to ____ he was busy.

ดูคำตอบ

make it look like

which is what you may be doing now.

5:58

ซึ่งคุณเองก็อาจกำลังทำแบบนั้นอยู่ตอนนี้ก็ได้

Ultimately, ลำดับความ

6:00

แต่ท้ายที่สุด

though,

6:00

แล้ว

you're communicating,

6:01

คุณกำลังสื่อสารอยู่

ลำดับความ

Ultimately, though,: ให้ข้อสรุปสำคัญพร้อมการเปรียบต่าง

Ultimately ใช้บอกข้อสรุปที่สำคัญที่สุดหลังจากพิจารณาทุกอย่างแล้ว ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสุดท้ายตามเวลา ส่วน though ยอมรับประเด็นก่อนหน้าที่ขัดกับข้อสรุปและบอกการเปลี่ยนทิศทางของเรื่อง เมื่อใช้ร่วมกัน Ultimately, though, บอกผู้ฟังว่า “แม้จะมีสิ่งที่เพิ่งพูดไป แต่นี่คือข้อสรุปสำคัญ” วลีนี้ปิดประเด็นย่อยและนำข้อสรุปหลักมาไว้ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

หลังจากยกข้อเสียหลายอย่าง ผู้พูดต้องการให้ข้อสรุปโดยรวมที่สำคัญที่สุดและยอมรับความขัดแย้งด้วย ประโยคเริ่มต้นใดทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง?

  1. Ultimately, though, the plan is still worth trying.
  2. However, the plan is still worth trying.
  3. Finally, the plan is still worth trying.
ดูคำตอบ

Ultimately, though, the plan is still worth trying.

especially if you leave a comment,

6:03

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณทิ้งคอมเมนต์เอาไว้

and that might make you a better human being.

6:04

และนั่นอาจทำให้คุณเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นได้