เซลล์อมตะของ เฮนเรียตตา แล็คส์ - โรบิน บุลเลอรี (Robin Bulleri): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
576 คำ 160 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าเซลล์ HeLa ของเฮนเรียตตา แล็กส์กลายเป็นสายพันธุ์เซลล์มนุษย์อมตะสายแรกได้อย่างไร เปลี่ยนงานวิจัยชีวการแพทย์อย่างไร และเหตุใดการใช้เซลล์เหล่านี้จึงยังคงก่อคำถามด้านจริยธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. just kept dividing and dividing, and dividing. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: คุณจะเข้าใจว่า keep + -ing เมื่อเสริมด้วยการพูดซ้ำ แสดงการกระทำที่ดำเนินต่อไปเกินปกติหรือเกินความคาดหมาย จึงช่วยให้เห็นความผิดปกติของการแบ่งตัวของเซลล์ HeLa 2. without her or her family's consent — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: คุณจะรู้ว่า consent เป็นคำสำคัญในจริยธรรมการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเนื้อเยื่อมนุษย์ไปใช้วิจัยโดยไม่มีความยินยอมจากผู้ป่วยหรือครอบครัว 3. all made thanks to Henrietta Lacks. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะเห็นว่าประโยคปิดท้ายสามารถโยงรายการความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ยาว ๆ กลับมาหาบุคคลคนเดียว ทำให้ตอนจบมีทั้งข้อมูลข้อเท็จจริงและน้ำหนักให้คิดต่อ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Imagine something small enough to float on a particle of dust ไวยากรณ์

0:06

ลองจินตนาการถึงสิ่งที่มีขนาดเล็กพอที่จะล่องลอยไปกับฝุ่น

ไวยากรณ์

small enough to float: adjective + enough + to do

small enough to float ใช้โครงสร้าง adjective + enough + to do โดยคำคุณศัพท์บอกลักษณะ enough แสดงว่าระดับนั้นถึงเกณฑ์ที่จำเป็น และ to-infinitive บอกผลที่เป็นไปได้ ในที่นี้ enough อยู่หลัง small หมายความว่าสิ่งนั้นเล็กมากจนสามารถลอยอยู่บนอนุภาคฝุ่นได้ ใช้โครงสร้างเดียวกันนี้เพื่อเชื่อมระดับของลักษณะเข้ากับความสามารถหรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง adjective + enough + to do โดยใช้ small และ fit: The sensor is ____ inside a watch.

ดูคำตอบ

small enough to fit

that holds the keys to understanding cancer, สำนวน

0:10

ที่ถือกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจโรคมะเร็ง

virology, and genetics.

0:13

ไวรัสวิทยา และพันธุศาสตร์

สำนวน

holds the keys to understanding: คำเปรียบเทียบเรื่องกุญแจสำคัญ

holds the keys to understanding เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่าสิ่งหนึ่งให้เบาะแส วิธีการ หรือข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจเรื่องหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงกุญแจจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ hold the key/keys to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงใช้ understanding ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน keys ที่เป็นพหูพจน์อาจสื่อว่ามีปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ไม่ใช่คำตอบเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเปรียบเทียบอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าการค้นพบนี้อาจสำคัญต่อการทำความเข้าใจโรค

  1. This discovery may hold the key to understand the disease.
  2. This discovery may hold the key to understanding the disease.
  3. This discovery may hold the lock to understanding the disease.
ดูคำตอบ

This discovery may hold the key to understanding the disease.

Luckily for us,

0:15

โชคดีสำหรับพวกเรา

such a thing exists in the form of trillions upon trillions วลี

0:16

สิ่งนั้นมีอยู่จริงในรูปของเซลล์นับล้านล้านเซลล์

วลี

in the form of: ระบุว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่หรือปรากฏในรูปแบบใด

in the form of ใช้นำหน้ารูปแบบ ประเภท หรือสื่อที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นลักษณะที่บางสิ่งมีอยู่ ปรากฏ มาถึง หรือถูกนำเสนอ ในที่นี้ exists in the form of เชื่อมจากแนวคิดกว้าง ๆ อย่าง such a thing ไปสู่รูปแบบที่เป็นรูปธรรมซึ่งจะกล่าวต่อไป โครงสร้างคือ in the form of + คำนามหรือวลีคำนาม ไม่ได้หมายถึงรูปร่างทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังใช้บอกได้ว่าข้อมูล เงิน ความช่วยเหลือ หรือหลักฐานมาในรูปแบบใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้: The information came ____ a short video.

ดูคำตอบ

in the form of

วลี

trillions upon trillions: เน้นปริมาณที่มหาศาล

trillions upon trillions ใช้คำบอกจำนวนรูปพหูพจน์ซ้ำทั้งสองข้างของ upon เพื่อสร้างความรู้สึกว่าปริมาณเพิ่มพูนและทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ในที่นี้ upon ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ทั้งวลีหมายถึงจำนวนสิ่งของที่มากจนแทบจินตนาการไม่ออก โดยทั่วไปใช้เน้นขนาดของปริมาณมากกว่าจะให้ตัวเลขที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ในวลีนี้ trillions upon trillions สื่อความหมายใด?

  1. ปริมาณมหาศาลจนแทบจินตนาการไม่ออก
  2. จำนวนหลายล้านล้านที่วางซ้อนกันจริง ๆ
  3. สองล้านล้านพอดี
ดูคำตอบ

ปริมาณมหาศาลจนแทบจินตนาการไม่ออก

of human lab-grown cells called HeLa. การใช้คำ

0:20

ซึ่งเป็นเซลล์ของมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเรียกว่า HeLa

การใช้คำ

human lab-grown cells: ส่วนขยายหลายชั้นหน้า cells

คำนามหลักคือ cells คำว่า human บอกว่าเซลล์เหล่านี้มาจากมนุษย์ ส่วน lab-grown บอกว่าเซลล์ถูกเพาะในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้เก็บมาจากร่างกายโดยตรง lab-grown เป็นคำคุณศัพท์ประสมจาก lab กับคำกริยาช่องสาม grown เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อมสองคำให้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายเดียวหน้า cells และย่อข้อมูลใน cells grown in a lab ให้เป็นนามวลีที่กระชับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งสร้างจาก lab และ grown: The medicine was tested on ____ skin cells.

ดูคำตอบ

lab-grown

Let's take a step back for a second. ลำดับความ

0:24

ลองมองย้อนกลับไปสักครู่

ลำดับความ

Let's take a step back: คำเชื่อมเพื่อย้อนกลับไปให้ข้อมูลพื้นหลัง

Let's take a step back เป็นสำนวนที่ใช้จัดลำดับการพูด ในที่นี้ไม่ได้ขอให้ใครเดินถอยหลังจริง ๆ แต่เป็นการหยุดรายละเอียดที่กำลังพูดชั่วคราว และส่งสัญญาณว่าผู้พูดจะย้อนกลับไปอธิบายข้อมูลพื้นหลังหรือมองจากมุมที่กว้างขึ้น Let's ชวนผู้ฟังให้เปลี่ยนมุมมองไปพร้อมกับผู้พูด ส่วน for a second บอกว่าการออกจากประเด็นนี้จะเกิดขึ้นเพียงสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ในการอธิบาย Let's take a step back มักส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ผู้พูดจะพักรายละเอียดไว้ก่อน แล้วให้ข้อมูลพื้นหลังหรือมุมมองที่กว้างขึ้น
  2. ผู้พูดกำลังจะจบคำอธิบาย
  3. ผู้พูดกำลังขอให้ทุกคนเดินถอยหลัง
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะพักรายละเอียดไว้ก่อน แล้วให้ข้อมูลพื้นหลังหรือมุมมองที่กว้างขึ้น

Scientists grow human cells in the lab to study how they function, ไวยากรณ์

0:26

นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงเซลล์มนุษย์ในห้องปฏิบัติการเพื่อศึกษาว่าพวกมันทำงานอย่างไร

understand how diseases develop,

0:30

ทำความเข้าใจว่าโรคพัฒนาขึ้นได้อย่างไร

and test new treatments without endangering patients. ไวยากรณ์

0:32

และทดสอบการรักษาใหม่ ๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

ไวยากรณ์

to study..., understand..., and test...: ใช้ to หนึ่งตัวกับหลายจุดประสงค์

วลี infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย to อธิบายว่าเหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงเพาะเลี้ยงเซลล์มนุษย์ โดยระบุจุดประสงค์สามอย่าง ได้แก่ ศึกษาว่าเซลล์ทำงานอย่างไร ทำความเข้าใจว่าโรคพัฒนาขึ้นอย่างไร และทดสอบวิธีการรักษาใหม่ ใช้ to ที่เขียนเพียงครั้งเดียวกับคำกริยารูปพื้นฐานที่เรียงขนานกันทั้งสามคำ ได้แก่ to study..., (to) understand... และ (to) test.... สามารถใส่ to ซ้ำได้ แต่การละไว้หน้าคำกริยาคำที่สองและสามทำให้รายการแบบขนานกระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to เพียงตัวเดียวเพื่อนำจุดประสงค์สามอย่างที่เรียงขนานกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We built the tool to save time, reduce errors, and share results.
  2. We built the tool to save time, reduce errors, and sharing results.
  3. We built the tool to save time, reducing errors, and share results.
ดูคำตอบ

We built the tool to save time, reduce errors, and share results.

ไวยากรณ์

without endangering patients: โครงสร้าง without + -ing

without endangering patients หมายถึงการทดสอบวิธีการรักษาใหม่โดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ในอันตราย วลีนี้เสริมเงื่อนไขที่ใช้ในการทดสอบ without เป็นคำบุพบท เมื่อมีการกระทำตามหลัง ภาษาอังกฤษจะใช้รูป -ing: without endangering โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do A without doing B ไม่ใช่ do A without do B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ use หลัง without: They tested the software without ____ customer data.

ดูคำตอบ

using

To make sure that they can repeat these experiments over and over โน้ต

0:36

เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถทำซ้ำการทดลองเหล่านี้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

วลี

over and ... over: การกระทำที่เกิดซ้ำ

ในประโยคนี้ over and ตามด้วย over อีกคำหนึ่ง จึงรวมเป็นวลีตายตัว over and over วลีเต็มนี้หมายถึง “ซ้ำ ๆ” หรือ “หลายครั้ง” และขยายคำว่า repeat เมื่อนำไปใช้ ต้องใช้วลีเต็ม over and over คำที่เน้นไว้สองคำคือ over and ไม่สามารถสื่อความหมายว่าการกระทำเกิดซ้ำได้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “ซ้ำ ๆ” ให้สมบูรณ์: The alarm rang over and ____ until someone turned it off.

ดูคำตอบ

over

and compare the results with other scientists, วลี

0:39

และเปรียบเทียบผลลัพธ์กับนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ

ไวยากรณ์

To make sure that: การบอกจุดประสงค์

เมื่ออยู่ต้นประโยค To make sure that หมายถึง “เพื่อให้แน่ใจว่า…” โดย that นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์ซึ่งบอกถึงสิ่งที่ผู้พูดต้องการทำให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน วลีที่ขึ้นต้นด้วย to ทั้งหมดทำหน้าที่บอกจุดประสงค์ที่ต้นประโยค และอธิบายว่าเหตุใดจึงทำการกระทำในประโยคหลัก ดังนั้นจึงสื่อถึงเป้าหมาย ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ To make sure that ได้ถูกต้องเพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำ?

  1. To make sure that everyone receives the update, we will send the message twice.
  2. Make sure that everyone receives the update, we will send the message twice.
  3. To make sure that everyone receiving the update, we will send the message twice.
ดูคำตอบ

To make sure that everyone receives the update, we will send the message twice.

วลี

compare the results with other scientists: เปรียบเทียบผลลัพธ์กับนักวิทยาศาสตร์คนอื่น

compare หมายถึงการนำสิ่งสองสิ่งหรือข้อมูลสองชุดมาตรวจสอบเทียบกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ compare A with B โดยใช้ with หน้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบเป็นลำดับที่สอง ในถ้อยคำนี้ other scientists หมายถึงบุคคล ไม่ใช่ผลลัพธ์อีกชุดหนึ่ง ใจความคือเหล่านักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบผลลัพธ์ร่วมกัน หากสิ่งที่สองหมายถึงผลลัพธ์ของนักวิทยาศาสตร์คนอื่นโดยเฉพาะ ควรเขียนให้ชัดเจนว่า compare the results with those of other scientists

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่โครงสร้าง compare A with B ต้องใช้ให้ประโยคสมบูรณ์: To check the forecast, Maya compared today's temperatures ____ the usual May averages.

ดูคำตอบ

with

they need huge populations of identical cells

0:41

พวกเขาต้องการประชากรเซลล์ที่เหมือนกันจำนวนมหาศาล

that can duplicate themselves faithfully for years. การใช้คำ

0:44

ที่สามารถจำลองตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นเวลาหลายปี

การใช้คำ

duplicate themselves faithfully: จำลองตัวเองได้อย่างแม่นยำ

ใน duplicate themselves คำว่า themselves อ้างกลับไปยังประธานพหูพจน์ หมายความว่าสิ่งที่กำลังกล่าวถึงสร้างสำเนาของตัวเอง ส่วน faithfully บอกว่าการทำสำเนานั้นรักษาลักษณะของต้นฉบับได้ดีเพียงใด ในที่นี้ faithfully หมายถึงอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ โดยยังคงลักษณะสำคัญไว้เมื่อต้องทำสำเนาซ้ำ ๆ ความหมายนี้ขยายจากแนวคิดเรื่องการคงความตรงต่อต้นฉบับ ไม่ได้หมายถึงความภักดีระหว่างบุคคล

แบบฝึกหัด

ในประโยค These cells duplicate themselves faithfully คำว่า faithfully หมายความว่าอย่างไร

  1. อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ โดยยังคงใกล้เคียงกับต้นฉบับ
  2. อย่างรวดเร็วโดยไม่หยุดเป็นเวลาหลายปี
  3. ด้วยความภักดีส่วนบุคคลต่อคนอีกคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ โดยยังคงใกล้เคียงกับต้นฉบับ

But until 1951, ไวยากรณ์

0:47

แต่จนกระทั่งปี 1951

all human cell lines that researchers tried to grow การใช้คำ

0:49

สายพันธุ์เซลล์มนุษย์ทั้งหมดที่นักวิจัยพยายามเพาะเลี้ยง

การใช้คำ

all human cell lines: ศัพท์ชีววิทยา cell line

ในทางชีววิทยา cell line คือประชากรของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งสืบมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกันและถูกเพาะเลี้ยงต่อเนื่องในห้องปฏิบัติการ human ระบุแหล่งกำเนิดของเซลล์ว่าเป็นมนุษย์ ส่วน all ครอบคลุมเซลล์ไลน์มนุษย์ทุกสายที่กำลังกล่าวถึง ในที่นี้ line หมายถึงสายสืบต่อที่ดำเนินต่อไป ไม่ใช่แถวตรง วลีนี้หมายถึงประชากรเซลล์ในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่เซลล์เดี่ยวหรือเซลล์ที่เรียงเป็นแถว

แบบฝึกหัด

ในบทความชีววิทยา human cell line หมายถึงอะไร?

  1. เซลล์มนุษย์ที่เรียงเป็นแถวตรง
  2. เซลล์มนุษย์เพียงเซลล์เดียวที่ดูผ่านกล้องจุลทรรศน์
  3. ประชากรเซลล์มนุษย์ที่เกี่ยวข้องกันและเพาะเลี้ยงไว้เพื่อการวิจัยในห้องปฏิบัติการ
ดูคำตอบ

ประชากรเซลล์มนุษย์ที่เกี่ยวข้องกันและเพาะเลี้ยงไว้เพื่อการวิจัยในห้องปฏิบัติการ

had died after a few days.

0:51

ล้วนตายลงหลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่วัน

ไวยากรณ์

But until 1951, ... had died: ขอบเขตเวลาในอดีต

But until 1951 กำหนดปี 1951 ให้เป็นขอบเขตเวลาในการเล่าเรื่องในอดีต โดยบอกว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นจริงก่อนถึงจุดนั้น ส่วน but ส่งสัญญาณว่าภูมิหลังนี้จะถูกนำไปเปรียบต่างกับส่วนถัดไปของเรื่อง had died เป็นรูป past perfect ซึ่งมองย้อนกลับจากขอบเขตเวลาในอดีตนั้น และนำเสนอการตายแต่ละครั้งว่าเป็นผลที่เกิดเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน ลำดับเวลาจึงเป็นดังนี้ ก่อนปี 1951 เซลล์ไลน์ทุกสายที่มีการลองเพาะเลี้ยงตายภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect ของ die เพื่อเติมลำดับเวลาให้สมบูรณ์: Until 1951, every cell culture ____ after a few days.

ดูคำตอบ

had died

Then a Johns Hopkins scientist named George Gey ไวยากรณ์

0:54

จากนั้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ชื่อ จอร์จ เกย์

ไวยากรณ์

named George Gey: การระบุชื่อหลังคำนาม

ในวลี a Johns Hopkins scientist named George Gey ส่วน named George Gey อยู่หลัง scientist และบอกชื่อของนักวิทยาศาสตร์คนนั้น named เป็นรูป past participle ที่ขยาย scientist ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคที่สมบูรณ์ รูปนี้เป็นแบบย่อของอนุประโยคขยาย เช่น a scientist who was named George Gey โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + named + ชื่อ ซึ่งใช้แนะนำชื่อของคน สถานที่ สัตว์ หรือสิ่งของได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีคำนามด้วยรูป past participle ของ name: We interviewed a scientist ____ Dr. Patel.

ดูคำตอบ

named

received a sample of a strange looking tumor,

0:57

ได้รับตัวอย่างเนื้องอกที่มีลักษณะแปลกประหลาด

dark purple, shiny, jelly-like.

1:00

มีสีม่วงเข้ม เป็นมันเงาคล้ายเยลลี่

The sample was special.

1:04

ตัวอย่างนี้มีความพิเศษ

Some of its cells just kept dividing and dividing, ไวยากรณ์

1:05

เซลล์บางส่วนของมันยังคงแบ่งตัวแล้วแบ่งตัวเล่า

and dividing.

1:08

และแบ่งตัวต่อไปเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

just kept dividing and dividing: การกระทำต่อเนื่องที่เน้นด้วยการพูดซ้ำ

kept dividing ใช้โครงสร้าง keep + -ing เพื่อแสดงว่าการกระทำดำเนินต่อไป ในที่นี้ kept หมายถึง “ดำเนินต่อ” ไม่ใช่ “เก็บไว้” ส่วน just เน้นข้อเท็จจริงว่าเซลล์ยังคงทำเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” การพูด dividing ซ้ำสามครั้งทำให้เกิดจังหวะและให้ความรู้สึกว่าการกระทำนั้นไม่ยอมหยุด การพูดเพียง kept dividing ก็สื่อความหมายพื้นฐานว่าดำเนินต่อเช่นกัน แต่การพูดซ้ำทำให้ภาพชัดและเน้นย้ำมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างทั้งสองด้วยรูป -ing ของ ring: The doorbell kept ____ and ____ until someone answered.

ดูคำตอบ

ringing · ringing

When individual cells died,

1:10

เมื่อเซลล์แต่ละเซลล์ตายลง

generations of copies took their place and thrived. วลี

1:12

เซลล์ที่ถูกทำสำเนารุ่นแล้วรุ่นเล่าก็เข้ามาแทนที่และเติบโต

วลี

took their place: เข้ามาแทนที่สิ่งที่มีอยู่ก่อน

ในประโยคนี้ took their place หมายถึง “เข้ามาแทนที่พวกมัน” หรือ “รับช่วงต่อจากพวกมัน” ประธาน generations of copies คือกลุ่มใหม่ ส่วน their อ้างถึงเซลล์รุ่นก่อนที่ถูกกลุ่มใหม่นี้เข้ามารับบทบาทหรือตำแหน่งแทน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ take + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + place โดยให้ผู้หรือสิ่งที่เข้ามาแทนเป็นประธาน: X took Y's place หมายถึง “X เข้ามาแทนที่ Y”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของของ it เพื่อเติมสำนวน take ... place ให้สมบูรณ์: When the old sensor failed, a new one took ____.

ดูคำตอบ

its place

The result was an endless source of identical cells ลำดับความ

1:16

ผลลัพธ์ที่ได้คือแหล่งเซลล์ที่เหมือนกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ลำดับความ

The result was: ใช้นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้น

The result was บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากกระบวนการหรือสาเหตุที่กล่าวไปก่อนหน้าไปสู่ผลที่เกิดขึ้น และบอกผู้ฟังว่าข้อมูลหลัง was คือสิ่งที่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก่อให้เกิด ในที่นี้ was ตามด้วยนามวลี an endless source of identical cells รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ The result was + นามวลี

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้นำหน้านามวลีซึ่งระบุผลลัพธ์ได้ถูกต้อง: The team simplified the form. ____ a shorter checkout process.

  1. The result was
  2. As a result,
  3. Because
ดูคำตอบ

The result was

that's still around today, วลี

1:19

ซึ่งยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

วลี

still around today: ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้

ในประโยคนี้ still around today หมายถึง “ยังคงมีอยู่หรือยังคงถูกใช้อยู่ในปัจจุบัน” โดยสื่อว่าสิ่งที่เริ่มต้นในอดีตยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน around ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งว่า “อยู่รอบ ๆ” ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ be around อาจหมายถึง “มีอยู่” “ยังหาได้หรือใช้ได้” หรือ “ยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่” ส่วน still และ today ทำให้ความหมายเรื่องความต่อเนื่องชัดเจนยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

“The old tradition is still around today” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ธรรมเนียมนั้นอยู่ล้อมรอบตัวเราทางกายภาพในวันนี้
  2. ธรรมเนียมนั้นสิ้นสุดไปนานแล้ว
  3. ธรรมเนียมนั้นยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้
ดูคำตอบ

ธรรมเนียมนั้นยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้

the very first immortal human cell line. การใช้คำ

1:21

และเป็นสายพันธุ์เซลล์มนุษย์อมตะสายพันธุ์แรก

การใช้คำ

very first immortal human cell line: เซลล์ไลน์มนุษย์ชนิดแบ่งตัวได้ต่อเนื่องสายแรกสุด

ในที่นี้ an immortal human cell line หมายถึงกลุ่มเซลล์ที่มีต้นกำเนิดจากมนุษย์และสามารถแบ่งตัวต่อไปได้เป็นเวลานานมากภายใต้สภาวะห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม immortal อธิบายความสามารถของเซลล์ไลน์ในการเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์หรือเซลล์แต่ละเซลล์จะไม่มีวันตาย The very first เน้นคำว่า first อย่างมาก โดยระบุว่าเซลล์ไลน์นี้เป็นตัวอย่างแรกของประเภทเดียวกัน คำนามหลักคือ cell line ส่วน very first, immortal และ human ล้วนเป็นคำขยาย

แบบฝึกหัด

ในวลี “an immortal human cell line” คำว่า immortal หมายถึงอะไร?

  1. มันสามารถแบ่งตัวต่อไปได้นานมากภายใต้สภาวะห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม
  2. มันมาจากมนุษย์ที่ไม่มีวันตาย
  3. เซลล์แต่ละเซลล์ไม่สามารถถูกทำลายหรือทำให้ตายได้
ดูคำตอบ

มันสามารถแบ่งตัวต่อไปได้นานมากภายใต้สภาวะห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม

Gey labeled it HeLa, การใช้คำ

1:24

เกย์ตั้งชื่อมันว่า HeLa

after the patient with the unusual tumor,

1:26

ตามชื่อของผู้ป่วยที่มีเนื้องอกผิดปกตินี้

การใช้คำ

label it HeLa ... after the patient: ที่มาของชื่อ

ในประโยคนี้ after the patient บอกที่มาของชื่อ HeLa เกย์ตั้งชื่อสายเซลล์ว่า HeLa โดยนำมาจากชื่อของผู้ป่วย คำว่า after ไม่ได้หมายความว่าการตั้งชื่อเกิดขึ้นในเวลาหลังจากนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ name something after someone or something ซึ่งหมายถึงตั้งชื่อสิ่งหนึ่งตามบุคคลหรือสิ่งอื่น ในที่นี้ HeLa สร้างมาจากชื่อ Henrietta Lacks

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ after the patient บอกอะไร

  1. ผู้ป่วยถูกขอให้ติดป้ายให้เซลล์เหล่านั้น
  2. การตั้งชื่อเกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยมาเยี่ยม
  3. ป้ายถูกวางไว้ด้านหลังผู้ป่วยจริง ๆ
  4. ผู้ป่วยเป็นที่มาของชื่อ HeLa
ดูคำตอบ

ผู้ป่วยเป็นที่มาของชื่อ HeLa

Henrietta Lacks.

1:28

เฮนเรียตตา แล็กส์

Born on a tobacco farm in Virginia, ไวยากรณ์

1:30

เธอเกิดในฟาร์มยาสูบที่เวอร์จิเนีย

she lived in Baltimore with her husband and five children.

1:32

และอาศัยอยู่ที่บัลติมอร์กับสามีและลูก ๆ ห้าคน

ไวยากรณ์

Born on a tobacco farm in Virginia: อนุประโยคย่อที่ให้ข้อมูลพื้นหลัง

Born on a tobacco farm in Virginia เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วยกริยาช่องสาม และเป็นรูปย่อของ She was born on a tobacco farm in Virginia วลีนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับ she ก่อนเข้าสู่ประโยคหลัก Born ไม่ใช่กริยาหลักที่แสดงกาลของประโยค ประโยคหลักคือ she lived in Baltimore... และกริยาที่แสดงกาลคือ lived

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคย่อที่บอกสถานที่เกิดของ Maya ให้สมบูรณ์: ____ in Chicago, Maya moved to New York after college.

ดูคำตอบ

Born

She died of aggressive cervical cancer a few months after her tumor cells were harvested, โน้ต

1:35

เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกชนิดรุนแรงไม่กี่เดือนหลังจากเซลล์เนื้องอกของเธอถูกเก็บไป

วลี

died of aggressive cervical cancer: เสียชีวิตด้วยมะเร็งปากมดลูกชนิดลุกลามเร็ว

ในประโยคนี้ died of ใช้ระบุโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต โครงสร้าง die of + โรคหรือสาเหตุทางการแพทย์ภายในร่างกาย พบได้ทั่วไปในรายงานทางการแพทย์ ข่าว และชีวประวัติ คำว่า aggressive ในที่นี้อธิบายลักษณะของมะเร็ง ไม่ใช่พฤติกรรมของบุคคล ในภาษาอังกฤษทางการแพทย์ aggressive cancer หมายถึงมะเร็งที่โตหรือแพร่กระจายเร็วและอาจควบคุมได้ยาก ดังนั้น aggressive cervical cancer จึงหมายถึงมะเร็งปากมดลูกที่ดำเนินโรคอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกที่โตเร็วและควบคุมได้ยาก
  2. เธอเสียชีวิตเพราะมีคนทำร้ายร่างกายเธอ
  3. เธอโกรธหลังจากได้รับการรักษามะเร็งปากมดลูก
  4. เธอฟื้นตัวจากมะเร็งปากมดลูกชนิดไม่รุนแรง
ดูคำตอบ

เธอเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกที่โตเร็วและควบคุมได้ยาก

การใช้คำ

cells were harvested: การเก็บเซลล์ในภาษาอังกฤษชีวการแพทย์

ในภาษาอังกฤษด้านชีวการแพทย์และห้องปฏิบัติการ harvest cells หมายถึงการเก็บหรือแยกเซลล์จากเนื้อเยื่อ เลือด หรือสิ่งเพาะเลี้ยง เพื่อนำไปศึกษา เก็บรักษา หรือใช้งาน เป็นความหมายเชิงเทคนิคที่ขยายมาจากคำทางการเกษตร harvest ไม่ได้หมายถึงการเก็บเกี่ยวพืชผลตามตัวอักษร Were harvested เป็นรูปประโยคกรรมวาจก โดยเน้นที่เซลล์และขั้นตอนการเก็บที่เสร็จแล้ว และไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เก็บ

แบบฝึกหัด

were harvested หมายความว่าอย่างไรในบริบทของห้องปฏิบัติการนี้

  1. ถูกปลูกเพื่อให้เติบโตในดิน
  2. ถูกทำลายโดยเนื้องอก
  3. ถูกเก็บเป็นตัวอย่างชีวภาพ
  4. ถูกขายหลังการเก็บเกี่ยวพืชผล
ดูคำตอบ

ถูกเก็บเป็นตัวอย่างชีวภาพ

and she never knew about them. วัฒนธรรม

1:40

และเธอไม่เคยรู้เรื่องเซลล์เหล่านั้นเลย

วัฒนธรรม

never knew about them: ไม่รู้เรื่องเซลล์และการนำไปใช้

ในประโยคนี้ them หมายถึงเซลล์เนื้องอกของ Henrietta Lacks และเมื่อดูจากบริบท ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเซลล์เหล่านั้นในภายหลังด้วย She never knew about them หมายความว่าเธอไม่รู้ว่าเซลล์เหล่านั้นกำลังถูกนำไปใช้ ข้อมูลนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าใจประเด็นทางจริยธรรม ประโยคนี้บอกว่าเธอไม่ได้รับรู้ข้อมูล ไม่ได้บอกว่าเธอยินยอมหรือมีส่วนร่วมในการวิจัยภายหลังโดยรู้ข้อเท็จจริงอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ she never knew about them หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอเข้าใจเซลล์ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ชอบการทดลอง
  2. เธออนุมัติและควบคุมการวิจัยในภายหลังด้วยตนเอง
  3. เธอไม่รู้ว่าเซลล์ของตนกำลังถูกนำไปใช้
ดูคำตอบ

เธอไม่รู้ว่าเซลล์ของตนกำลังถูกนำไปใช้

So what's so special about the cells from Henrietta Lacks ไวยากรณ์

1:43

แล้วเซลล์จากเฮนเรียตตา แล็กส์ มีความพิเศษอย่างไร

that lets them survive when other cell lines die?

1:46

ที่ทำให้พวกมันสามารถอยู่รอดได้ในขณะที่สายพันธุ์เซลล์อื่นตายไป?

ไวยากรณ์

what's so special about X that ...?: เชื่อมลักษณะเข้ากับผลลัพธ์

รูปแบบคำถาม What's so special about X that ...? ใช้ถามว่าลักษณะใดของ X ที่ผิดปกติหรือมีพลังมากพอจะอธิบายผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ ในที่นี้ผลลัพธ์คือเซลล์ของ Henrietta Lacks อยู่รอดได้ในขณะที่เซลล์สายพันธุ์อื่นตายไป คำว่า that lets them survive ไม่ได้จำกัด cells ให้เหลือกลุ่มย่อย แต่บอกผลที่ต้องการคำอธิบาย Lets them survive ใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน คือ lets + them + survive หมายถึง “ทำให้พวกมันสามารถอยู่รอดได้”

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบคำถามที่เชื่อมลักษณะกับผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: What is ____ special about this battery ____ lets it last twice as long?

ดูคำตอบ

so · that

The short answer is, ลำดับความ

1:49

คำตอบสั้น ๆ คือ

we don't entirely know. น้ำเสียง/เจตนา

1:50

เรายังไม่รู้แน่ชัด

ลำดับความ

The short answer is: บอกข้อสรุปหลักก่อน

วลี The short answer is เป็นคำบอกทางว่ากำลังจะให้คำตอบแบบย่อสำหรับคำถามที่ซับซ้อน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกผู้ฟังว่าข้อสรุปหลักจะมาก่อนคำอธิบายฉบับเต็ม นอกจากนี้ยังบอกเป็นนัยว่าอาจมีรายละเอียด ข้อจำกัด หรือข้อยกเว้นตามมา คำว่า short หมายถึงรูปแบบคำตอบที่ย่อ ไม่ได้หมายความว่าคำตอบนั้นไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

The short answer is ทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย?

  1. รับรองว่าคำอธิบายฉบับเต็มจะเข้าใจง่าย
  2. เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ให้ข้อสรุปหลักก่อน พร้อมเปิดทางไว้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม
  4. แสดงว่าผู้พูดคิดว่าคำถามนั้นไม่สำคัญ
ดูคำตอบ

ให้ข้อสรุปหลักก่อน พร้อมเปิดทางไว้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

น้ำเสียง/เจตนา

don't entirely know: รู้คำตอบเพียงบางส่วน

ใน don't entirely know คำว่า entirely ระบุระดับของการรู้ ส่วน don't ปฏิเสธว่ารู้ถึงระดับที่ครบทั้งหมด ผลคือการปฏิเสธเพียงบางส่วน กล่าวคือ ผู้พูดไม่ได้รู้ทุกอย่าง แต่อาจรู้อยู่บ้าง ถ้อยคำนี้เหมาะกับการกล่าวอย่างระมัดระวัง เพราะยอมรับความไม่แน่นอนโดยไม่ลบล้างสิ่งที่รู้อยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำว่า We don't entirely know the cause มากที่สุด?

  1. เรารู้รายละเอียดทุกอย่างของสาเหตุ
  2. เราตัดสินใจว่าจะไม่ตรวจสอบสาเหตุ
  3. เราไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับสาเหตุเลย
  4. เรามีหลักฐานอยู่บ้าง แต่สาเหตุบางส่วนยังไม่แน่นอน
ดูคำตอบ

เรามีหลักฐานอยู่บ้าง แต่สาเหตุบางส่วนยังไม่แน่นอน

Normal human cells have built-in control mechanisms. การใช้คำ

1:53

เซลล์มนุษย์ปกติจะมีกลไกการควบคุมในตัว

การใช้คำ

built-in control mechanisms: กลไกควบคุมที่มีอยู่ในตัว

built-in เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ หมายถึงสิ่งที่รวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุหรือระบบ ไม่ได้จัดหาเพิ่มแยกต่างหาก ในประโยคนี้ built-in ขยาย control mechanisms จึงสื่อว่าเซลล์ปกติมีกลไกภายในที่ควบคุมการทำงานของตน เพราะวางอยู่หน้าคำนาม built-in จึงทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หนึ่งคำ ไม่ใช่กริยาหลัก built ที่ตามด้วยคำบุพบท in

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึง “มีอยู่เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์” ให้สมบูรณ์: This camera has a ____ flash.

ดูคำตอบ

built-in

They can divide about 50 times before they self-destruct in a process called apoptosis. การใช้คำ

1:56

พวกมันสามารถแบ่งตัวได้ประมาณ 50 ครั้งก่อนที่จะทำลายตัวเองในกระบวนการที่เรียกว่า อะพอพโทซิส

การใช้คำ

self-destruct ... called apoptosis: คำอธิบายทั่วไปตามด้วยศัพท์วิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ self-destruct เป็นคำอธิบายเชิงเปรียบเทียบที่เห็นภาพ หมายถึงเซลล์เริ่มกระบวนการตายของตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าเซลล์ระเบิด วลี in a process called apoptosis จึงบอกชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกระบวนการนั้นต่อจากคำอธิบาย รูปแบบ “คำอธิบายภาษาทั่วไป + called + ศัพท์เฉพาะ” ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเหตุการณ์ก่อนพบคำศัพท์เฉพาะ apoptosis คือการตายของเซลล์แบบมีการกำหนดไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายกระบวนการด้วยภาษาทั่วไปก่อน แล้วจึงใช้ called บอกชื่อของกระบวนการนั้น?

  1. The researcher called after the experiment.
  2. Liquid water changes into gas in a process called evaporation.
  3. Evaporation is a word with several syllables.
ดูคำตอบ

Liquid water changes into gas in a process called evaporation.

This prevents the propagation of genetic errors การใช้คำ

2:02

สิ่งนี้ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของความผิดปกติทางพันธุกรรม

การใช้คำ

prevent the propagation of genetic errors: ป้องกันการส่งต่อข้อผิดพลาดทางพันธุกรรม

ในประโยคนี้ prevents the propagation of genetic errors หมายถึงการหยุดไม่ให้ข้อผิดพลาดทางพันธุกรรมถูกส่งต่อหรือดำเนินต่อไปในการแบ่งเซลล์รอบหลัง ๆ Propagation หมายถึงกระบวนการที่บางสิ่งแพร่หรือดำเนินต่อไปผ่านระบบ ไม่ได้หมายถึงการประชาสัมพันธ์หรือ propaganda ในที่นี้ โครงสร้าง prevent the propagation of + คำนาม เป็นวิธีแบบเป็นทางการในการอธิบายการหยุดกระบวนการนั้น โดยเน้นการไม่ให้ข้อผิดพลาดดำเนินต่อไป ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกำจัดข้อผิดพลาดที่มีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ propagation of genetic errors หมายถึงอะไร

  1. การประชาสัมพันธ์งานวิจัยทางพันธุศาสตร์
  2. การแก้ไขข้อผิดพลาดทางพันธุกรรมทันที
  3. การส่งต่อหรือการดำเนินต่อไปของข้อผิดพลาดทางพันธุกรรม
  4. การเคลื่อนไหวทางร่างกายของบุคคล
ดูคำตอบ

การส่งต่อหรือการดำเนินต่อไปของข้อผิดพลาดทางพันธุกรรม

that creep in after repeated rounds of division. โน้ต

2:04

ที่แทรกซึมเข้ามาหลังจากรอบการแบ่งตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กริยาวลี

creep in: ค่อย ๆ ปรากฏโดยไม่ทันสังเกต

Creep in เป็นกริยาวลี ในที่นี้หมายถึงข้อผิดพลาดค่อย ๆ ปรากฏหรือเข้ามาโดยไม่มีใครสังเกต ไม่ได้หมายถึงการคลานเข้ามาจริง ๆ สำนวนนี้มักทำให้สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ข้อผิดพลาด ความสงสัย หรือนิสัยที่ไม่ดี มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในประโยคนี้ การแบ่งตัวซ้ำหลายรอบเปิดโอกาสให้ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นโดยไม่ทันสังเกต

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เหมาะที่สุดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Even with careful proofreading, a few small errors can ____.

  1. clear up
  2. speed up
  3. stand out
  4. creep in
ดูคำตอบ

creep in

วลี

repeated rounds of division: ใช้ rounds of เพื่อบอกขั้นตอนที่เกิดซ้ำ

ใน repeated rounds of division คำว่า round หมายถึงหนึ่งวงรอบหรือหนึ่งขั้นตอนที่สมบูรณ์ในกระบวนการที่เกิดซ้ำ วลีนี้หมายความว่าการแบ่งเซลล์เกิดขึ้นซ้ำเป็นรอบ ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว โครงสร้าง rounds of + คำนามที่เป็นกระบวนการหรือกิจกรรม ใช้จัดเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำให้เป็นขั้นตอนแยกกัน การเติม repeated ทำให้ความหมายเรื่องการเกิดซ้ำชัดเจนยิ่งขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงวงรอบที่เกิดซ้ำลงในประโยค: The lab ran repeated ____ testing before approval.

ดูคำตอบ

rounds of

But cancer cells ignore these signals,

2:07

แต่เซลล์มะเร็งเพิกเฉยต่อสัญญาณเหล่านี้

dividing indefinitely and crowding out normal cells. โน้ต

2:09

โดยแบ่งตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและเบียดบังเซลล์ปกติ

การใช้คำ

dividing indefinitely: แบ่งตัวโดยไม่มีจุดหยุดที่กำหนด

Dividing indefinitely หมายถึงการแบ่งตัวต่อไปโดยไม่มีจุดหยุดที่กำหนดไว้หรือคาดการณ์ได้ indefinitely บอกว่าการแบ่งตัวดำเนินต่อไปนานเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าแบ่งตัวด้วยวิธีที่คลุมเครือหรือไม่ชัดเจน ในที่นี้ วลี -ing เพิ่มข้อมูลว่าเซลล์มะเร็งยังคงทำอะไรหลังจากเพิกเฉยต่อสัญญาณ และทำหน้าที่ขนานกับ crowding out normal cells

แบบฝึกหัด

ยังไม่มีการกำหนดวันที่จะเปิดอีกครั้ง และผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าจะปิดตลอดไป ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The museum will remain closed indefinitely.
  2. The museum will remain closed forever.
  3. The museum will remain closed until 6 p.m.
ดูคำตอบ

The museum will remain closed indefinitely.

กริยาวลี

crowding out normal cells: เบียดเซลล์ปกติออกไปด้วยการแข่งขัน

ในประโยคนี้ crowding out หมายถึงการที่เซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนต่อไปจนทำให้เซลล์ปกติสูญเสียพื้นที่และทรัพยากร normal cells เป็นกรรมของกริยาวลีนี้ จึงบอกว่าสิ่งใดกำลังถูกเบียดออกไป โครงสร้าง A crowds out B ใช้อธิบายการแข่งขัน โดย A มีอิทธิพลมากจน B ลดลง ถูกเบียดออกไป หรือเหลือสิ่งที่ใช้ได้น้อยลง ไม่ได้หมายความเพียงว่า A มารวมกันเป็นฝูง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทเรียนนี้ในรูปที่ถูกต้อง: In a small garden, fast-growing weeds can ____ young vegetables.

ดูคำตอบ

crowd out

Still, most cell lines eventually die off, กริยาวลี

2:13

ถึงกระนั้น สายพันธุ์เซลล์ส่วนใหญ่ก็จะตายไปในที่สุด

กริยาวลี

die off: สมาชิกในกลุ่มค่อย ๆ ตายลง

die off หมายถึงสมาชิกจำนวนมากในกลุ่มค่อย ๆ ตายลง ทำให้กลุ่มมีขนาดเล็กลงมากและอาจหายไป ในประโยคนี้ most cell lines กล่าวถึงกลุ่มที่มีหลายสายเซลล์ และ eventually แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เมื่อเทียบกับ die คำว่า die off เน้นการลดจำนวนของทั้งกลุ่ม ไม่ใช่เพียงบอกว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวตาย

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่เติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและเน้นว่าจำนวนสัตว์ค่อย ๆ ลดลง: During the harsh winter, many deer began to ____.

  1. pass away
  2. die out
  3. die off
  4. die
ดูคำตอบ

die off

especially outside the human body.

2:16

โดยเฉพาะเมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์

Not HeLa, though, ลำดับความ

2:19

แต่ไม่ใช่กับเซลล์ HeLa

ลำดับความ

Not HeLa, though: เน้นข้อยกเว้นด้วยการเปรียบต่างสั้น ๆ

Not HeLa, though เป็นข้อความเปรียบต่างแบบละคำ โดยตัดคำที่ผู้ฟังเติมได้จากข้อความก่อนหน้าออก ในที่นี้มีความหมายเต็มว่า HeLa does not die off like most cell lines คือ HeLa ไม่ตายไปเหมือนเซลล์ไลน์ส่วนใหญ่ การวางข้อยกเว้นสั้น ๆ นี้หลังแนวโน้มทั่วไปทำให้ HeLa เด่นขึ้น ส่วน though ที่ท้ายประโยคมีความหมายว่า “อย่างไรก็ตาม” และส่งสัญญาณว่ากรณีนี้ต่างจากสิ่งที่เพิ่งกล่าว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ประโยคสั้น ๆ Not HeLa, though ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุว่า HeLa เป็นข้อยกเว้นจากแนวโน้มทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึง
  2. แนะนำ HeLa ว่าเป็นสถานที่
  3. ถามว่า HeLa จะตายเมื่อใด
  4. บอกว่า HeLa เป็นไปตามแนวโน้มทั่วไป
ดูคำตอบ

ระบุว่า HeLa เป็นข้อยกเว้นจากแนวโน้มทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึง

and that's the part we can't yet explain. น้ำเสียง/เจตนา

2:20

และนั่นคือส่วนที่เรายังอธิบายไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

can't yet explain: ข้อจำกัดในปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อจำกัดถาวร

can't yet explain หมายถึงยังไม่มีคำอธิบายในขั้นปัจจุบัน ในที่นี้ yet มีความหมายด้านเวลาว่า “จนถึงตอนนี้” จึงนำเสนอข้อจำกัดว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อจำกัดถาวร คำพูดนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับช่องว่างของความรู้ พร้อมเปิดความเป็นไปได้ว่าอาจมีคำอธิบายในอนาคต แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะพบคำตอบอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค We can't yet explain the result คำว่า yet เพิ่มความหมายอะไร?

  1. เรื่องนี้กำลังได้รับการอธิบายอยู่ในขณะนี้
  2. เรื่องนี้ไม่มีทางอธิบายได้ไม่ว่าในกรณีใด
  3. ตอนนี้ยังอธิบายไม่ได้ แต่ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะอธิบายได้ในอนาคต
  4. เรื่องนี้ได้รับการอธิบายอย่างครบถ้วนแล้วในอดีต
ดูคำตอบ

ตอนนี้ยังอธิบายไม่ได้ แต่ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะอธิบายได้ในอนาคต

Regardless, ลำดับความ

2:23

อย่างไรก็ตาม

ลำดับความ

Regardless, ในฐานะเครื่องหมายเชื่อมวาทกรรม

ในที่นี้ Regardless, เป็นเครื่องหมายเชื่อมวาทกรรมที่อยู่ต้นประโยค มีความหมายว่า “แม้ประเด็นนั้นยังไม่คลี่คลาย” หรือ “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” คำนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังไม่ติดอยู่กับความไม่แน่นอนก่อนหน้า จากนั้นจึงดึงความสนใจกลับไปยังเหตุการณ์ถัดไปหรือประเด็นหลัก รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่ออุปสรรค ข้อโต้แย้ง หรือรายละเอียดที่ยังไม่รู้ ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางของคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เครื่องหมาย Regardless, ที่ใช้เดี่ยว ๆ มักทำหน้าที่อะไรในเรื่องเล่า?

  1. เกริ่นหัวข้อที่ระบุทันทีหลังคำนี้
  2. แสดงว่าข้อมูลก่อนหน้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผิด
  3. วางอุปสรรคหรือความไม่แน่นอนก่อนหน้าไว้ชั่วคราว แล้วกลับสู่ประเด็นหลัก
ดูคำตอบ

วางอุปสรรคหรือความไม่แน่นอนก่อนหน้าไว้ชั่วคราว แล้วกลับสู่ประเด็นหลัก

when Dr. Gey realized he had the first immortal line of human cells,

2:24

เมื่อ ดร. เกย์ ตระหนักว่าเขามีสายพันธุ์เซลล์มนุษย์ที่เป็นอมตะสายพันธุ์แรก

he sent samples to labs all over the world. วลี

2:28

เขาได้ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการทั่วโลก

วลี

all over the world: การกระจายตัวอย่างกว้างขวางทั่วโลก

all over the world หมายถึง “ในหลายแห่งทั่วโลก” ในประโยคนี้วลีดังกล่าวอยู่หลัง labs และบอกว่าห้องปฏิบัติการเหล่านั้นกระจายอยู่กว้างขวางในหลายประเทศและภูมิภาค ภายในวลี all over สื่อถึงการกระจายไปตามหลายส่วนของพื้นที่ ส่วน the world กำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ในหลายแห่งทั่วโลก”: The app is used ____.

ดูคำตอบ

all over the world

Soon the world's first cell production facility was churning out 6 trillion HeLa cells a week. กริยาวลี

2:31

ในไม่ช้า โรงงานผลิตเซลล์แห่งแรกของโลกก็สามารถผลิตเซลล์ HeLa ได้ 6 ล้านล้านเซลล์ต่อสัปดาห์

กริยาวลี

was churning out: กำลังผลิตอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และในปริมาณมาก

ในที่นี้ churn out หมายถึงผลิตอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และในปริมาณมาก เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสถานที่แห่งนี้กำลังกวนหรือคนอะไรอยู่จริง ๆ was churning out เป็นรูป past progressive ซึ่งมองการผลิตจำนวนมหาศาลในแต่ละสัปดาห์ว่าเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานั้น และให้ภาพของการผลิตแบบโรงงานที่มีกำลังสูง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past progressive ของ churn out เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the shortage, the factory ____ thousands of masks a week.

ดูคำตอบ

was churning out

And scientists put them to work วลี

2:37

และนักวิทยาศาสตร์ได้นำพวกมันไปใช้งาน

วลี

put them to work: เริ่มนำทรัพยากรมาใช้จริง

put them to work หมายถึงเริ่มนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นรูปธรรม them หมายถึงเซลล์ ดังนั้นประโยคนี้จึงทำให้เซลล์ดูเหมือนคนเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงการส่งเซลล์ไปทำงานจริง ๆ โครงสร้างคือ put + object + to work โดย object อาจเป็นคนก็ได้ แต่เมื่อเป็นเครื่องมือ ทรัพยากร ข้อมูล เงิน หรือแนวคิด วลีนี้หมายถึงการนำสิ่งนั้นมาใช้งานหรือทำให้เกิดประโยชน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงการนำข้อมูลมาใช้เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นรูปธรรม?

  1. We put the information to work in planning the new schedule.
  2. We asked an employee to plan the new schedule.
  3. We stored the information in a folder for later.
ดูคำตอบ

We put the information to work in planning the new schedule.

in an ethically problematic way, การใช้คำ

2:39

ด้วยวิธีที่มีปัญหาทางจริยธรรม

การใช้คำ

an ethically problematic way: การตัดสินวิธีปฏิบัติในเชิงจริยธรรม

an ethically problematic way หมายถึงวิธีปฏิบัติที่ก่อให้เกิดข้อกังวลว่าสิ่งนั้นถูกต้องทางศีลธรรม เป็นธรรม หรือมีความรับผิดชอบหรือไม่ ethically ขยาย problematic ดังนั้นปัญหาในที่นี้จึงเป็นปัญหาด้านจริยธรรม ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเทคนิคหรือทางปฏิบัติ โครงสร้าง in an ... way ใช้อธิบายว่าการกระทำหนึ่งดำเนินไปอย่างไร ผู้พูดจึงสามารถประเมินวิธีการหรือพฤติกรรมได้โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าผลลัพธ์ทุกอย่างของการกระทำนั้นไม่ดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ethically problematic เพื่อกล่าวถึงข้อกังวลทางจริยธรรมจริง ๆ แทนที่จะเป็นปัญหาทางปฏิบัติ?

  1. The printer ran out of paper, which was ethically problematic.
  2. The puzzle took an hour to solve, which was ethically problematic.
  3. The clinic shared patient records without permission, which was ethically problematic.
ดูคำตอบ

The clinic shared patient records without permission, which was ethically problematic.

building careers and fortunes off of Henrietta's cells การใช้คำ

2:41

โดยการสร้างอาชีพและความร่ำรวยจากเซลล์ของเฮนเรียตตา

การใช้คำ

building careers and fortunes off of: ได้ความสำเร็จและความมั่งคั่งจากแหล่งหนึ่ง

Building careers and fortunes off of something หมายถึงการใช้สิ่งหนึ่งเป็นพื้นฐานหรือแหล่งที่มาของความสำเร็จในอาชีพและความมั่งคั่ง build a career หมายถึงการค่อย ๆ สร้างความสำเร็จในอาชีพ ส่วน build a fortune หมายถึงการสะสมทรัพย์สินจำนวนมาก off of ในที่นี้ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ทางกายภาพ แต่ชี้ถึงแหล่งที่ผู้คนได้รับประโยชน์ ในประโยคนี้ การเชื่อม careers and fortunes เข้ากับเซลล์ของ Henrietta ทำให้เห็นว่าความสำเร็จของผู้อื่นพึ่งพาวัสดุทางชีวภาพของเธอ จึงเกิดน้ำเสียงเชิงวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยค They built their careers off of the leaked data. คำว่า off of หมายถึงอะไร?

  1. เคลื่อนตัวออกห่างจากข้อมูลที่รั่วไหลทางกายภาพ
  2. ใช้ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นแหล่งที่มาของความสำเร็จของพวกเขา
  3. นำข้อมูลที่รั่วไหลออกจากพื้นผิว
ดูคำตอบ

ใช้ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นแหล่งที่มาของความสำเร็จของพวกเขา

without her or her family's consent วัฒนธรรม

2:44

โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเธอหรือครอบครัวของเธอ

วัฒนธรรม

without her or her family's consent: โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากเธอหรือครอบครัว

ในวลีนี้ consent หมายถึงการยินยอมอย่างชัดเจนและสมัครใจจากบุคคลที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก without ครอบคลุมทั้ง her และ her family วลีนี้จึงหมายความว่าทั้ง Henrietta และครอบครัวของเธอไม่ได้ยินยอมให้มีการใช้งานดังกล่าว ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องเท่านั้น ในบริบททางการแพทย์หรือการวิจัย consent ปกป้องสิทธิของบุคคลในการตัดสินใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายหรือตัวอย่างของตน ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ถึงปัญหาทางจริยธรรมที่ร้ายแรง ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดในการสื่อสาร

แบบฝึกหัด

ในบริบททางการแพทย์ “without the patient's consent” หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้ป่วยไม่ได้ยินยอมอย่างชัดเจน
  2. ผู้ป่วยไม่ได้รู้รายละเอียดทางเทคนิคทุกอย่าง
  3. ผู้ป่วยไม่ชอบผลลัพธ์
ดูคำตอบ

ผู้ป่วยไม่ได้ยินยอมอย่างชัดเจน

or even knowledge until decades later. ลำดับความ

2:46

หรือแม้กระทั่งพวกเขาไม่เคยรับรู้จนกระทั่งหลายทศวรรษต่อมา

ลำดับความ

even knowledge ... until decades later: การไล่ระดับและความล่าช้า

ในที่นี้ or even เพิ่มข้อมูลที่หนักแน่นและน่าประหลาดใจกว่าเดิมต่อจาก without consent กล่าวคือ Henrietta และครอบครัวไม่เพียงไม่ได้ให้ความยินยอม แต่พวกเขายังไม่รู้เรื่องนี้ด้วย knowledge ในที่นี้หมายถึงการรับรู้เหตุการณ์ ไม่ใช่ความรู้ทั่วไปที่ได้จากการเรียน until decades later ระบุจุดสิ้นสุดของการไม่รู้เรื่องนั้น พวกเขาไม่รู้เรื่องอยู่นานหลายสิบปีและเพิ่งมารู้ภายหลัง ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงแสดงทั้งการไล่ระดับข้อมูลให้หนักขึ้นและความล่าช้าที่ยาวนาน

แบบฝึกหัด

even ทำหน้าที่อะไรใน “without consent or even knowledge”

  1. บอกว่าพวกเขารู้เรื่องนี้ทันที
  2. เพิ่มข้อมูลที่หนักแน่นกว่าเดิมว่า พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ
  3. แสดงว่าการรู้เรื่องเท่ากับการยินยอม
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อมูลที่หนักแน่นกว่าเดิมว่า พวกเขาไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

The polio epidemic was at its peak in the early '50s. วลี

2:50

การระบาดของโรคโปลิโอถึงจุดสูงสุดในช่วงต้นทศวรรษ 50

วลี

at its peak: อยู่ในช่วงสูงสุดหรือรุนแรงที่สุด

at its peak หมายถึง “อยู่ในช่วงที่สูงที่สุด รุนแรงที่สุด หรือหนักที่สุด” ในประโยคนี้ การระบาดของโรคโปลิโอเข้าสู่ช่วงที่ส่งผลกระทบมากที่สุดแล้ว โครงสร้างคือ be + at + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + peak เช่น it is at its peak ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ at their peak ได้ สำนวนนี้ใช้บรรยายตัวเลข กิจกรรม ความรุนแรง ความนิยม หรือผลงานที่ถึงจุดสูงสุดได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเรื่องเชิงลบ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “อยู่ในระดับสูงสุด”: Demand is ____ during the holiday season.

ดูคำตอบ

at its peak

HeLa cells, which easily took up and replicated the virus, การใช้คำ

2:53

เซลล์ HeLa ซึ่งสามารถรับและเพิ่มจำนวนไวรัสได้อย่างง่ายดาย

การใช้คำ

took up and replicated the virus: รับไวรัสเข้าเซลล์และสร้างสำเนา

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ took up หมายถึง “ดูดซึม” หรือ “รับเข้าไปในเซลล์” ส่วน replicated the virus หมายถึงสร้างสำเนาของไวรัสหรือทำให้ไวรัสเพิ่มจำนวนได้ คำว่า took up และ replicated เป็นกริยารูปอดีตที่เชื่อมกันและใช้กรรมร่วมกันคือ the virus กล่าวคือ เซลล์รับไวรัสเข้าไปและเพิ่มจำนวนไวรัส ในที่นี้ take up ไม่ได้หมายถึง “เริ่มทำกิจกรรม”

แบบฝึกหัด

ในรายงานการทดลอง “The bacteria took up and replicated the plasmid” หมายความว่าอย่างไร?

  1. แบคทีเรียเริ่มกิจกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้องกับพลาสมิด
  2. แบคทีเรียรับพลาสมิดเข้าไปและสร้างสำเนาของมัน
  3. แบคทีเรียใช้พลาสมิดเพื่อกินพื้นที่มากขึ้น
ดูคำตอบ

แบคทีเรียรับพลาสมิดเข้าไปและสร้างสำเนาของมัน

allowed Jonas Salk to test his vaccine. ไวยากรณ์

2:57

ทำให้ โจนาส ซอล์ก สามารถทดสอบวัคซีนของเขาได้

ไวยากรณ์

allowed Jonas Salk to test his vaccine: allow + กรรม + to-infinitive

ใน allowed Jonas Salk to test his vaccine คำว่า allowed ตามด้วยผู้ที่ได้รับผลคือ Jonas Salk แล้วจึงตามด้วย to-infinitive คือ to test โครงสร้างคือ allow + object + to do something ในที่นี้ allow หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “อนุญาตอย่างเป็นทางการ” เงื่อนไข การค้นพบ หรือทรัพยากรก็เป็นประธานได้ และทำให้บุคคลหนึ่งสามารถลงมือทำได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า allowed, doctors และ detect เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive: The new scanner ____ tiny tumors.

ดูคำตอบ

allowed doctors to detect

They've been used to study diseases,

3:00

เซลล์เหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อศึกษาโรคต่าง ๆ

including measles, mumps, HIV, and Ebola.

3:02

รวมถึงโรคหัด คางทูม เอชไอวี และอีโบลา

We know that human cells have 46 chromosomes ลำดับความ

3:07

เรารู้ว่าเซลล์มนุษย์มีโครโมโซม 46 แท่ง

because a scientist working with HeLa discovered a chemical that makes chromosomes visible. ไวยากรณ์

3:10

เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับเซลล์ HeLa ค้นพบสารเคมีที่ทำให้มองเห็นโครโมโซมได้

ลำดับความ

We know that ... because ...: ข้อสรุปตามด้วยหลักฐาน

We know that ใช้เกริ่นข้อสรุปหรือข้อความที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งในที่นี้คือเซลล์มนุษย์มีโครโมโซม 46 แท่ง จากนั้น because จะเกริ่นเหตุผลหรือหลักฐานที่สนับสนุนว่าเรารู้ข้อสรุปนั้นได้อย่างไร โครงสร้างนี้จัดข้อมูลโดยเสนอข้อสรุปก่อน แล้วจึงให้หลักฐานสนับสนุน: We know that X because Y เมื่อฟังหรืออ่าน ให้เข้าใจว่า Y เป็นพื้นฐานของ X ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถัดมาตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

ในโครงสร้าง “We know that X because Y” โดยทั่วไป Y ทำหน้าที่อะไร?

  1. เสนอข้อสรุปใหม่ที่มาแทน X
  2. บอกเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งเกิดขึ้นหลัง X
  3. ให้เหตุผลหรือหลักฐานที่สนับสนุน X
ดูคำตอบ

ให้เหตุผลหรือหลักฐานที่สนับสนุน X

ไวยากรณ์

that makes chromosomes visible: make + กรรม + คำคุณศัพท์

อนุประโยคสัมพันธ์ that makes chromosomes visible ขยาย a chemical โดยอธิบายผลของสารนั้น ภายในอนุประโยค makes ตามด้วยกรรม chromosomes และคำคุณศัพท์ visible โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมเปลี่ยนเป็นหรืออยู่ในสภาพนั้น โครงสร้างนี้ใช้บอกผลของเครื่องมือ วิธีการ หรือการเปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ และคำว่า small details กับ visible: The filter ____.

ดูคำตอบ

makes small details visible

HeLa cells themselves actually have around 80 highly mutated chromosomes.

3:15

จริง ๆ แล้ว ตัวเซลล์ HeLa เองมีโครโมโซมที่กลายพันธุ์สูงประมาณ 80 แท่ง

HeLa cells were the first to be cloned. ไวยากรณ์

3:21

เซลล์ HeLa เป็นเซลล์แรกที่ถูกโคลน

ไวยากรณ์

were the first to be cloned: the first + infinitive แบบถูกกระทำ

ในประโยคนี้ the first ระบุว่าเซลล์ HeLa เป็นเซลล์กลุ่มแรกสุดในประเภทที่กล่าวถึง และ to be cloned ระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเซลล์ ใช้รูป infinitive แบบถูกกระทำเพราะเซลล์เป็นผู้รับการโคลน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the first + to be + กริยาช่องที่สาม ใช้บอกว่าบุคคลหรือสิ่งหนึ่งเป็นกรณีแรกสุดที่ได้รับการกระทำ และมักใช้กล่าวถึงสิ่งแรกในประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง the first + infinitive แบบถูกกระทำ โดยใช้ tested: This sample was ____ under the new protocol.

ดูคำตอบ

the first to be tested

They've traveled to outer space.

3:24

พวกมันได้เดินทางไปสู่อวกาศ

Telomerase,

3:27

เทโลเมอเรส

an enzyme that helps cancer cells evade destruction โน้ต

3:28

เอนไซม์ที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งหลบหลีกการถูกทำลาย

by repairing their DNA, ไวยากรณ์

3:31

ด้วยการซ่อมแซมดีเอ็นเอของพวกมัน

การใช้คำ

evade destruction: หลบหนีภัยคุกคามที่ทำลายล้าง

ใน evade destruction คำว่า evade หมายถึงการหลบหนีหรือผ่านพ้นภัยคุกคาม ส่วน destruction หมายถึงการถูกทำลาย ในที่นี้ วลีดังกล่าวบอกว่าเซลล์มะเร็งหลีกเลี่ยงความเสียหายหรือการตายของเซลล์ด้วยการผ่านพ้นกระบวนการทำลาย ถ้อยคำนี้นำเสนอราวกับว่าเซลล์สามารถหลบหนีภัยคุกคามได้สำเร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่าเซลล์วางแผนอย่างมีสติจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ evade destruction หมายถึงอะไร?

  1. สร้างความเสียหายเล็กน้อย
  2. รอดจากการถูกทำลาย
  3. ซ่อมแซมสิ่งหนึ่งหลังจากถูกทำลายแล้ว
ดูคำตอบ

รอดจากการถูกทำลาย

ไวยากรณ์

by repairing their DNA: การใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

โครงสร้าง by + กริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by repairing their DNA ตอบคำถามว่า “อย่างไร” และเชื่อมกระบวนการซ่อมแซมเข้ากับผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้าส่วนนี้ หลังบุพบท by ต้องใช้กริยารูป -ing ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐานหรือ to + กริยา โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายกลไก ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทหนึ่งคำที่หายไปเพื่อให้โครงสร้างเป้าหมาย by + -ing สมบูรณ์: The lab reduced contamination ____ wearing fresh gloves for each sample.

ดูคำตอบ

by

was discovered first in HeLa cells.

3:32

ก็ถูกค้นพบครั้งแรกในเซลล์ HeLa

ไวยากรณ์

an enzyme that helps ...: คำนิยามแบบนามซ้อนที่แทรกเข้ามา

นามวลี an enzyme that helps cancer cells evade destruction by repairing their DNA เรียก Telomerase ซ้ำในอีกรูปแบบหนึ่งและอธิบายว่ามันคืออะไร An enzyme ระบุประเภท ส่วน that helps ... เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายหน้าที่ของเอนไซม์ เนื่องจากคำอธิบายนี้ถูกคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงเป็นข้อมูลเสริมที่แทรกอยู่ในประโยคใหญ่ เมื่อตัดออก ประโยคหลักคือ Telomerase was discovered first in HeLa cells โดย helps เป็นคำกริยาในอนุประโยคสัมพันธ์ ส่วน was discovered เป็นคำกริยาของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

an enzyme that helps ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคเดิม?

  1. บอกว่า Telomerase เป็นผู้ค้นพบเซลล์ HeLa
  2. ให้คำนิยามของ Telomerase แบบแทรกกลางประโยค
  3. ทำหน้าที่เป็นคำกริยาหลักของทั้งประโยค
ดูคำตอบ

ให้คำนิยามของ Telomerase แบบแทรกกลางประโยค

In an interesting turn of fate, สำนวน

3:34

จากจุดพลิกผันที่น่าสนใจของโชคชะตา

สำนวน

In an interesting turn of fate: การส่งสัญญาณถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

a turn of fate หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดในทิศทางของเหตุการณ์ โดยเฉพาะเมื่อดูเหมือนเกิดจากความบังเอิญหรือโชคชะตา ไม่ใช่จากแผนที่วางไว้ และไม่ได้หมายถึงการเลี้ยวทางกายภาพ เมื่อวาง In an interesting turn of fate ไว้ต้นประโยค วลีนี้ส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์ถัดไปจะน่าประหลาดใจและเชื่อมโยงอย่างมีความหมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า มักผ่านความขัดแย้ง ความบังเอิญ หรือความย้อนแย้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงโดยไม่คาดคิดอันเกิดจากความบังเอิญ: In a surprising ____, the lost letter brought the two families together.

ดูคำตอบ

turn of fate

thanks to HeLa, วลี

3:36

ต้องขอบคุณเซลล์ HeLa

we know that cervical cancer can be caused by a virus called HPV. ไวยากรณ์

3:37

เราจึงรู้ว่ามะเร็งปากมดลูกสามารถเกิดจากไวรัสที่เรียกว่า HPV

วลี

thanks to: ยกความดีความชอบของผลลัพธ์ให้บุคคลหรือสิ่งหนึ่ง

ใน thanks to HeLa คำว่า thanks to ใช้บอกเหตุของผลลัพธ์ที่ตามมา และยกความดีความชอบให้ HeLa ว่าทำให้ความรู้นั้นเกิดขึ้นได้ ต่างจากวลีบอกเหตุที่เป็นกลางอย่างสิ้นเชิง thanks to มักแสดงว่าผู้พูดมองเหตุนั้นในทางบวก แต่ในบริบทอื่นก็อาจใช้เชิงประชดหน้าผลลัพธ์ที่ไม่ดีได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนเพื่อยกความดีความชอบของผลลัพธ์ที่ดีให้ผู้นำทาง: We found the trail ____ our guide's clear directions.

ดูคำตอบ

thanks to

ไวยากรณ์

can be caused by ... called ...: สาเหตุที่เป็นไปได้และชื่อของสาเหตุ

Can be caused by ใช้โครงสร้าง can + be + กริยาช่องที่ 3 เพื่อสร้างรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย โครงสร้างนี้เสนอว่า HPV เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้หรือเป็นสาเหตุที่ทราบแล้วของมะเร็งปากมดลูก แต่ไม่ได้บอกว่าทุกกรณีต้องมีสาเหตุนี้เท่านั้น ใน a virus called HPV ส่วน called HPV เป็นอนุประโยคขยายที่ย่อมาจาก that is called HPV ใช้บอกชื่อไวรัสโดยยังคงเน้นที่มะเร็งและสาเหตุของมัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยจากบทเรียน และใช้ called เพื่อแนะนำชื่อแบคทีเรีย: Lyme disease ____ a bacterium ____ Borrelia burgdorferi.

ดูคำตอบ

can be caused by · called

And now there's a vaccine.

3:42

และตอนนี้เราก็มีวัคซีนแล้ว

HeLa-fueled discoveries have filled thousands of scientific papers, โน้ต

3:44

การค้นพบที่ขับเคลื่อนด้วย HeLa ได้เติมเต็มในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายพันฉบับ

การใช้คำ

HeLa-fueled discoveries: คำคุณศัพท์ประสมรูป X-fueled

HeLa-fueled ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า discoveries หมายถึง “ถูกขับเคลื่อนหรือทำให้เกิดขึ้นได้ด้วย HeLa” กล่าวคือ HeLa เป็นแรงสำคัญเบื้องหลังการค้นพบเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงเชื้อเพลิงจริง ๆ เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม HeLa กับ fueled ให้เป็นส่วนขยายเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X-fueled + คำนาม โดย X ระบุปัจจัยที่ขับเคลื่อนหรือเร่งให้สิ่งนั้นรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำประสมที่ลงท้ายด้วย -fueled และหมายถึง “การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยว” ให้สมบูรณ์: The town saw ____ growth.

ดูคำตอบ

tourism-fueled

สำนวน

have filled thousands of scientific papers: ใช้ fill เน้นขนาดอย่างเห็นภาพ

filled ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ที่สร้างภาพชัดเจน หมายถึงการค้นพบเหล่านี้เป็นเนื้อหาหรือปรากฏอยู่ในบทความวิทยาศาสตร์หลายพันชิ้น จึงเน้นว่าการค้นพบดังกล่าวก่อให้เกิดงานวิจัยจำนวนมหาศาล ไม่ได้มีการเทสิ่งใดลงบนกระดาษจริง ๆ Have filled เป็น present perfect ซึ่งนำเสนอผลงานเขียนจำนวนมากนี้ว่าเป็นผลที่สะสมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใน “Stories about the rescue have filled newspaper pages for days,” คำว่า filled หมายความว่าอย่างไร?

  1. ข้อความทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ถูกลบออก
  2. มีการเทกระดาษลงไปในหนังสือพิมพ์จริง ๆ
  3. มีการเขียนเรื่องการช่วยเหลือครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก
ดูคำตอบ

มีการเขียนเรื่องการช่วยเหลือครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก

and that number is probably even higher than anyone knows. น้ำเสียง/เจตนา

3:49

และตัวเลขนั้นอาจสูงกว่าที่ใคร ๆ รู้

น้ำเสียง/เจตนา

probably even higher than anyone knows: การคาดการณ์อย่างระมัดระวัง

Probably แสดงว่าข้อความนี้เป็นการคาดการณ์ที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ส่วน even higher เน้นการเปรียบเทียบให้ชัดขึ้นว่า ตัวเลขจริงอาจสูงกว่าตัวเลขที่กำลังกล่าวถึง Than anyone knows กำหนดขอบเขตไว้ที่ความรู้ของผู้คนในปัจจุบัน เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เน้นว่าตัวเลขจริงอาจสูงมาก พร้อมกับยอมรับว่าไม่มีใครมีข้อมูลที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยค The true number is probably even higher than anyone knows สื่อความหมายใด

  1. ผู้พูดคิดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่า แต่ยอมรับว่ายังไม่มีใครทราบตัวเลขที่แน่นอน
  2. ผู้พูดยืนยันตัวเลขที่แน่นอนแล้ว
  3. ผู้พูดมั่นใจว่าตัวเลขปัจจุบันถูกกล่าวเกินจริง
ดูคำตอบ

ผู้พูดคิดว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่า แต่ยอมรับว่ายังไม่มีใครทราบตัวเลขที่แน่นอน

HeLa cells are so resilient that they can travel on almost any surface, ไวยากรณ์

3:52

เซลล์ HeLa มีความแข็งแกร่งมากจนสามารถเดินทางไปบนพื้นผิวแทบจะทุกชนิด

ไวยากรณ์

so resilient that they can travel: ระดับและผลลัพธ์

So + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so ขยาย resilient และ that they can travel บอกผลที่เกิดขึ้นได้เพราะความทนทานนั้น That เป็นคำเชื่อมที่นำเข้าสู่อนุประโยคบอกผล ไม่ใช่คำสรรพนามที่หมายถึงสิ่งนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + that + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบบอกระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The box was ____ heavy ____ I could not lift it.

ดูคำตอบ

so · that

a lab worker's hand,

3:57

บนมือของพนักงานในห้องปฏิบัติการ

a piece of dust,

3:59

บนเศษฝุ่น

invading cultures of other cells and taking over like weeds. โน้ต

4:01

รุกรานเข้าไปในวัฒนธรรมการเพาะเลี้ยงเซลล์อื่นและเข้ายึดครองราวกับวัชพืช

การใช้คำ

'cultures of other cells': culture ในฐานะศัพท์ห้องปฏิบัติการ

ในบริบทชีววิทยาและงานห้องปฏิบัติการ cultures หมายถึงเซลล์หรือจุลินทรีย์ที่เลี้ยงภายใต้สภาวะควบคุม หรือหมายถึงตัวอย่างที่ได้จากการเพาะเลี้ยงนั้น รูปพหูพจน์ cultures บอกว่ามีตัวอย่างลักษณะนี้มากกว่าหนึ่งชุด ในที่นี้ of other cells ระบุว่าในชุดเพาะเลี้ยงเหล่านั้นมีเซลล์อะไรอยู่ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงชุดเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการที่มีเซลล์อื่น ไม่ได้หมายถึงขนบธรรมเนียมหรือค่านิยมทางสังคมของกลุ่มอื่น

แบบฝึกหัด

ใน 'cultures of other cells' คำว่า cultures หมายถึงอะไร?

  1. กิจกรรมด้านศิลปะและการศึกษา
  2. ขนบธรรมเนียมและค่านิยมที่สังคมมีร่วมกัน
  3. ตัวอย่างหรือกลุ่มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ
ดูคำตอบ

ตัวอย่างหรือกลุ่มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ

สำนวน

'taking over like weeds': อุปมาเรื่องการแพร่กระจายที่ควบคุมไม่ได้

ในที่นี้ taking over หมายถึงการขึ้นมามีอำนาจเหนือกว่าและเบียดสิ่งที่มีอยู่เดิมออกไป ส่วน like weeds เป็นการเปรียบเทียบตรง ๆ วัชพืชแพร่กระจายเร็ว ยึดพื้นที่ และควบคุมได้ยาก เมื่อนำมารวมกัน คำเหล่านี้บรรยายว่าเซลล์ที่รุกล้ำแพร่เข้าไปในชุดเพาะเลี้ยงอื่นจนเอาชนะเซลล์ที่อยู่เดิม วัชพืชเป็นเพียงภาพเปรียบเทียบ ไม่ได้มีพืชจริงเติบโตอยู่ในชุดเพาะเลี้ยง

แบบฝึกหัด

'taking over like weeds' ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. เซลล์กำลังรับผิดชอบดูแลห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ
  2. นักวิจัยกำลังใส่วัชพืชลงในชุดเพาะเลี้ยง
  3. เซลล์กำลังแพร่กระจายอย่างควบคุมไม่ได้และเบียดเซลล์อื่นออกไป
ดูคำตอบ

เซลล์กำลังแพร่กระจายอย่างควบคุมไม่ได้และเบียดเซลล์อื่นออกไป

Countless cures, patents, and discoveries,

4:05

วิธีการรักษา สิทธิบัตร และการค้นพบมากมายนับไม่ถ้วน

all made thanks to Henrietta Lacks. ลำดับความ

4:08

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความขอบคุณเฮนเรียตตา แล็กส์

ลำดับความ

all made thanks to Henrietta Lacks: รวบรายการและยกความดีความชอบ

All ย้อนกลับไปหมายถึงรายการทั้งหมดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ได้แก่ cures, patents และ discoveries ส่วนวลีแบบย่อ all made ... ทำหน้าที่เสริมความเห็นปิดท้ายเกี่ยวกับผลสำเร็จเหล่านั้น และรวบรวมหลายรายการให้เป็นกลุ่มเดียว แทนที่จะเริ่มประเด็นใหม่ ในที่นี้ thanks to หมายถึง “เกิดขึ้นได้เพราะคุณูปการของ” ไม่ใช่การกล่าวขอบคุณใครโดยตรง การวาง Henrietta Lacks ไว้ท้ายประโยคทำให้จุดสนใจเปลี่ยนจากผลสำเร็จกลับไปยังบุคคลผู้มอบเซลล์ที่ทำให้ผลสำเร็จเหล่านั้นเป็นไปได้ และเป็นการยอมรับคุณูปการทางประวัติศาสตร์ของเธอ

แบบฝึกหัด

ส่วนท้าย “all made thanks to Henrietta Lacks” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้บอกว่า Henrietta Lacks เป็นผู้สร้างวิธีรักษา สิทธิบัตร และการค้นพบทุกอย่างด้วยตนเอง
  2. วลีนี้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรายการก่อนหน้า
  3. วลีนี้รวบผลสำเร็จที่แจกแจงไว้และยกความดีความชอบให้ Henrietta Lacks ที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นไปได้
ดูคำตอบ

วลีนี้รวบผลสำเร็จที่แจกแจงไว้และยกความดีความชอบให้ Henrietta Lacks ที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นไปได้