ปัง! วิธีใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
506 คำ 165 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดใช้เรื่องเล่าที่มีชีวิตชีวาเกี่ยวกับการไปชมการแสดงของรีมา คชีช นักร้องชาวเลบานอน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคำเลียนเสียงสามารถถ่ายทอดการเคลื่อนไหว เสียง บรรยากาศ เสียงหัวเราะ และความเหนื่อยล้าได้อย่างไร จากนั้นจึงอธิบายว่าคำเกี่ยวกับเสียงหลายคำเปลี่ยนไปมีความหมายเชิงเปรียบเทียบที่ชัดเจนตามบริบทได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. bring your stories to life. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงทำให้เรื่องราวสดใส มีภาพ และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้หมายถึงการมอบชีวิตให้เรื่องราวตามตัวอักษร ใช้พูดถึงการที่รายละเอียดทางประสาทสัมผัส การเลือกคำ หรือวิธีเล่าช่วยให้งานเขียนและคำพูดน่าติดตามขึ้นได้ 2. a hush fell over — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: จดจำกลุ่มคำเชิงบรรยายนี้ว่าเป็นวิธีที่เห็นภาพในการบอกว่าผู้ชม ฝูงชน หรือทั้งห้องเงียบลงอย่างฉับพลัน และนำไปใช้บรรยายจังหวะที่บรรยากาศเปลี่ยนจากความคึกคักและเสียงดังไปสู่ความเงียบสงัดได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. I've been traveling all day / I haven't slept. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เปรียบเทียบ present perfect continuous ที่เน้นกิจกรรมซึ่งดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาหนึ่ง กับ present perfect ที่ชี้ถึงสถานการณ์หรือผลซึ่งยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ใช้สองรูปนี้ร่วมกันเพื่ออธิบายอย่างชัดเจนว่าเหตุใดตอนนี้จึงรู้สึกเหนื่อยมาก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bang,

0:00

Bang (ปัง),

buzz,

0:00

buzz (หึ่ง),

splash,

0:01

splash (ตู้ม),

screech,

0:02

screech (เอี๊ยด),

belch,

0:03

belch (เอิ๊ก),

chatter,

0:03

chatter (จ้อกแจ้ก),

gulp.

0:04

gulp (เอื๊อก).

What do all these words have in common? วลี

0:05

คำเหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกัน?

วลี

What do ... have in common?:การถามถึงสิ่งที่เหมือนกัน

Have ... in common หมายถึง “มีลักษณะ คุณสมบัติ ความสนใจ หรือประสบการณ์เดียวกัน” ในคำถามนี้ what ขอให้ผู้ฟังระบุลักษณะที่คำทั้งหมดมีร่วมกัน รูปแบบคำถามที่นำไปใช้ได้ในสถานการณ์อื่นคือ What do A and B have in common? เมื่อตอบถึงสิ่งที่เหมือนกัน สามารถพูดว่า They have X in common หรือเริ่มคำตอบด้วย They both หรือ They all

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนสามคำที่ใช้ถามถึงลักษณะที่มีร่วมกัน: What do these two songs ____?

ดูคำตอบ

have in common

Well,

0:07

อืม,

they all sound like the thing they're referring to. วลี

0:08

พวกมันล้วนออกเสียงเหมือนกับสิ่งที่พวกมันอ้างถึงนั่นเอง

วลี

sound like the thing they're referring to:มีเสียงเหมือนสิ่งที่กล่าวถึง

Sound like + กลุ่มคำนาม หมายถึง “ส่งเสียงคล้ายกับบางสิ่ง” ในที่นี้ คำเหล่านั้นมีเสียงคล้ายกับวัตถุหรือเสียงที่มันเรียกชื่อ ดังนั้นรูปเสียงของคำจึงสอดคล้องกับความหมาย The thing they're referring to หมายถึง “สิ่งที่คำเหล่านั้นหมายถึงหรือชี้ไปถึง” They're เป็นรูปย่อของ they are และละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ไว้: the thing (that) they are referring to

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสองคำที่แสดงความคล้ายทางเสียง พร้อมรูปกริยาที่ถูกต้อง: The kitten ____ a tiny engine when it purrs.

ดูคำตอบ

sounds like

Welcome to the wonderful world of onomatopoeia. ลำดับความ

0:11

ยินดีต้อนรับสู่โลกมหัศจรรย์ของคำเลียนเสียงธรรมชาติ

ลำดับความ

Welcome to the wonderful world of... เพื่อเปิดหัวข้ออย่างน่าสนใจ

ประโยคเปิดนี้ไม่ได้มีไว้เพียงกล่าวต้อนรับ แต่ยังนำเสนอคำเลียนเสียงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและกำลังจะได้สำรวจ แทนที่จะเริ่มด้วยคำนิยามทันที โครงสร้าง Welcome to the wonderful world of + หัวข้อ เปรียบหัวข้อหนึ่งเป็นเสมือนโลก จึงช่วยบอกหัวข้อใหม่และเริ่มบทเรียนด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรเมื่ออยู่ตอนเริ่มบทเรียน

  1. ต้อนรับผู้ฟังเข้าสู่สถานที่จริง
  2. แนะนำหัวข้อว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าสำรวจ
  3. ให้คำนิยามคำเลียนเสียงอย่างเป็นทางการจากพจนานุกรม
ดูคำตอบ

แนะนำหัวข้อว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าสำรวจ

Onomatopoeia

0:21

คำเลียนเสียงธรรมชาติ

can really bring your stories to life. สำนวน

0:22

สามารถทำให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้จริงๆ

สำนวน

bring your stories to life: ทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา

Bring something to life เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งดูมีชีวิตชีวา น่าสนใจ หรือจินตนาการได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ คำเลียนเสียงเพิ่มเสียงและการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเรื่องราวมีชีวิตชีวามากขึ้น โครงสร้างคือ bring + กรรม + to life โดยกรรมคือสิ่งที่ถูกทำให้มีชีวิตชีวา เช่น bring a story, character, picture หรือ presentation to life

แบบฝึกหัด

ใช้ bring ... to life เติมประโยคให้สมบูรณ์: The actor's voice can ____ the character ____.

ดูคำตอบ

bring · to life

It puts the reader or the listener

0:24

มันนำพาให้ผู้อ่านหรือผู้ฟัง

right into the heart of the action. สำนวน

0:27

เข้าไปอยู่ใจกลางของเหตุการณ์นั้นเลย

สำนวน

right into the heart of the action: เข้าไปอยู่ใจกลางเหตุการณ์โดยตรง

ในวลี the heart of the action คำว่า heart ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงส่วนที่เป็นศูนย์กลาง คึกคักที่สุด หรือน่าตื่นเต้นที่สุดของเหตุการณ์ ไม่ได้หมายถึงอวัยวะหัวใจ right into เน้นความรู้สึกว่าเข้าไปตรงจุดนั้นทันที ส่วน put the reader or listener there บรรยายผลด้านความรู้สึกร่วม คือภาษาที่มีชีวิตชีวาทำให้ผู้รับสารรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้เหตุการณ์ขณะที่กำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงศูนย์กลางของเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ให้สมบูรณ์: The reporter's camera took us right into the ____ of the action.

ดูคำตอบ

heart

And it makes everything more exciting.

0:29

และมันทำให้ทุกอย่างน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

So,

0:31

เอาล่ะ,

listen to my story and see if you can hear น้ำเสียง/เจตนา

0:32

ลองฟังเรื่องราวของฉัน และดูว่าคุณจะได้ยิน

all of the onomatopoeic words that I use.

0:34

คำเลียนเสียงธรรมชาติที่ฉันใช้ทั้งหมดไหม

น้ำเสียง/เจตนา

see if you can hear: ชวนให้ลองฟังอย่างนุ่มนวล

see if you can + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ชวนให้ใครสักคนลองทำและดูว่าตนทำสิ่งนั้นได้หรือไม่ ใน see if you can hear คำว่า see หมายถึงลองตรวจสอบหรือหาคำตอบ ไม่ได้หมายถึงมองด้วยตา และ hear ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง can เมื่อใช้เป็นคำสั่ง รูปแบบนี้ทำให้งานฟังดูเหมือนความท้าทายที่เป็นมิตร จึงให้กำลังใจมากกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Find all the words

แบบฝึกหัด

เติมความท้าทายด้านการฟังอย่างนุ่มนวลด้วยวลีเป้าหมาย: Listen carefully and ____ the owl in the trees.

ดูคำตอบ

see if you can hear

I'll never forget the day ลำดับความ

0:36

ฉันจะไม่มีวันลืมวันนั้นเลย

my old friend Freya called me

0:38

วันที่ Freya เพื่อนเก่าโทรมาหาฉัน

and told me that Rima Khcheich,

0:39

และบอกว่า Rima Khcheich,

world-famous Lebanese singer,

0:42

นักร้องชาวเลบานอนชื่อดังระดับโลก,

was in town. การใช้คำ

0:43

เดินทางมาที่เมืองนี้

ลำดับความ

I'll never forget the day... สำหรับเริ่มเล่าความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

I'll never forget the day... เป็นคำขึ้นต้นเรื่องที่บอกว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้สำคัญหรือน่าจดจำเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ ส่วนที่เหลือบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น การวางกรอบคำพูดนี้ไว้ข้างหน้าช่วยดึงความสนใจของผู้ฟังและทำให้อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีน้ำหนักทางอารมณ์มากกว่าการเริ่มเพียงว่า One day...

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่ขึ้นต้นด้วย never เพื่อทำให้คำเปิดเรื่องที่มีอารมณ์สมบูรณ์: I'll ____ the day I learned to swim.

ดูคำตอบ

never forget

การใช้คำ

was in town: ตอนนั้นอยู่ในพื้นที่เดียวกับผู้พูด

ในประโยคนี้ was in town หมายถึงตอนนั้นนักร้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับผู้พูด โดยอาจมาเยี่ยมหรือมาร่วมงานบางอย่าง town ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเมืองเล็ก รูปแบบ be in town มักบอกว่าขณะนั้นบุคคลหนึ่งอยู่ในพื้นที่นี้และอาจอยู่เพียงชั่วคราว จึงทำให้รู้สึกว่าน่าจะพบกันหรือเข้าร่วมกิจกรรมในท้องถิ่นได้ เปลี่ยนกาลเป็น is in town สำหรับปัจจุบัน และ was in town สำหรับอดีต

แบบฝึกหัด

ลูกพี่ลูกน้องของคุณมาเยี่ยมพื้นที่ที่คุณอยู่เป็นเวลาสองวัน ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. My cousin lives in another city.
  2. My cousin is in town for two days.
  3. My cousin is in the town shown on this map.
ดูคำตอบ

My cousin is in town for two days.

Freya was at the club.

0:45

Freya อยู่ที่คลับ

She was there.

0:46

เธออยู่ที่นั่น

Well,

0:47

อืม,

I was shattered, การใช้คำ

0:48

ตอนนั้นฉันเหนื่อยล้ามาก,

jet-lagged.

0:49

เมาเวลา (jet-lagged) สุดๆ

การใช้คำ

shattered, jet-lagged: ความเหนื่อยล้าอย่างหนักจากการเดินทาง

ในประโยคนี้ shattered ใช้บอกว่าคนคนหนึ่งเหนื่อยมาก ไม่ได้หมายความว่าร่างกายแตกเป็นชิ้น ๆ ความหมายแบบไม่เป็นทางการนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช Jet-lagged หมายถึงเหนื่อยหรือจังหวะชีวิตรวนหลังเดินทางข้ามเขตเวลา คำคุณศัพท์สองคำวางเรียงกันหลัง was เพื่อสรุปสภาพของผู้พูดอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I was shattered, jet-lagged,” ผู้พูดกำลังบรรยายสภาพใด?

  1. เหนื่อยอย่างมากและได้รับผลจากการเดินทางข้ามเขตเวลา
  2. ร่างกายแตกเป็นชิ้น ๆ ระหว่างการเดินทาง
  3. ผ่อนคลายและปรับตัวเข้ากับเวลาท้องถิ่นได้สมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ

เหนื่อยอย่างมากและได้รับผลจากการเดินทางข้ามเขตเวลา

But I zipped over anyway. กริยาวลี

0:50

แต่ฉันก็ยังพุ่งไปที่นั่น (zipped over) อยู่ดี

กริยาวลี

zipped over: รีบไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ zip เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว” Zipped over เป็นรูปอดีตของ zip over โดย over เพิ่มความหมายของการเคลื่อนไปยังอีกสถานที่หนึ่งหรือไปยังจุดที่อีกคนอยู่ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว” วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการรูดซิป ถ้อยคำนี้ทำให้การเคลื่อนไหวดูรวดเร็วและคล่องแคล่ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ zip over: When Lena called for help, I ____ straight away.

ดูคำตอบ

zipped over

And when I got to the club, วลี

0:52

และเมื่อฉันไปถึงคลับ,

วลี

get to + สถานที่: got to the club

get to + สถานที่ หมายถึง “ไปถึงสถานที่นั้น” ในประโยคนี้ got เป็นรูปอดีตของ get ดังนั้น got to the club จึงหมายความว่าผู้พูดไปถึงคลับแล้ว โครงสร้างนี้เน้นการไปถึงจุดหมาย ไม่ได้เน้นการเดินทางระหว่างทาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get to: We ____ the station just before six.

ดูคำตอบ

got to

the place was buzzing. การใช้คำ

0:54

สถานที่นั้นก็คึกคักสุดๆ (buzzing)

การใช้คำ

buzzing: สถานที่ที่คึกคักและเต็มไปด้วยพลัง

เมื่อใช้ buzzing บรรยายสถานที่ จะหมายถึงสถานที่นั้นเต็มไปด้วยผู้คน เสียง กิจกรรม และพลังแห่งความตื่นเต้น ในที่นี้ buzzing เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือสถานที่ดูมีชีวิตชีวา ไม่ได้หมายความว่าจะมีเสียงหึ่งเหมือนแมลงจริง ๆ เสมอไป ภาพนี้มาจากเสียงครวญต่อเนื่อง จึงทำให้คำนี้ช่วยสร้างภาพของบรรยากาศทางสังคมที่คึกคักและวุ่นวาย

แบบฝึกหัด

buzzing ในที่นี้หมายถึงอะไร? The café was buzzing after the concert.

  1. สถานที่นั้นมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยกิจกรรม
  2. สถานที่นั้นว่างเปล่าและเงียบสนิท
  3. สถานที่นั้นมีเพียงเสียงของแมลง
ดูคำตอบ

สถานที่นั้นมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยกิจกรรม

And then when Rima stepped onto the stage, วลี

0:56

และเมื่อ Rima ก้าวขึ้นมาบนเวที,

วลี

stepped onto the stage: เคลื่อนจากนอกเวทีขึ้นไปบนเวที

ในที่นี้ stepped onto the stage หมายถึงเคลื่อนจากนอกเวทีไปอยู่บนเวที onto แสดงการเคลื่อนไปยังพื้นผิว จึงเป็นวลีที่เป็นธรรมชาติในการบรรยายการขึ้นเวทีเพื่อแสดง พูด หรือเข้าร่วมพิธี โครงสร้าง step onto + สถานที่หรือพื้นผิว นำไปใช้ได้เมื่อใครบางคนก้าวขึ้นหรือข้ามไปอยู่บนสิ่งนั้น ในประโยคนี้ stepped เป็นรูปอดีต เพราะการขึ้นเวทีเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชัดเจนว่าผู้พูดเคลื่อนจากข้างเวทีขึ้นไปยืนบนเวที

  1. The speaker walked to the stage and waited beside it.
  2. The speaker stepped onto the stage and began the talk.
  3. The speaker stepped on the stage to test whether it was solid.
ดูคำตอบ

The speaker stepped onto the stage and began the talk.

a hush fell over the audience. วลี

0:58

ความเงียบสงบ (hush) ก็เข้าปกคลุมผู้ชม

วลี

a hush fell over: ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งกลุ่มอย่างฉับพลัน

โครงสร้าง a hush fell over + กลุ่มคนหรือสถานที่ หมายถึงทุกคนที่นั่นเงียบลงอย่างฉับพลัน hush คือความเงียบนั้น ส่วน fell over วาดภาพว่าความเงียบแผ่ไปทั่วผู้ชม นี่เป็นการบรรยาย ไม่ใช่ความหมายตรงตัว เพราะไม่มีสิ่งใดตกลงมาจริง ๆ วลีนี้มีประโยชน์ในการแสดงการเปลี่ยนบรรยากาศอย่างรวดเร็วในเรื่องเล่าหรือรายงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเชิงเล่าเรื่องที่เห็นภาพ a hush fell over + สถานที่

  1. The presenter asked the hall to be quiet as the final score appeared.
  2. The audience went quiet as the final score appeared.
  3. A hush fell over the hall as the final score appeared.
ดูคำตอบ

A hush fell over the hall as the final score appeared.

The air crackled. สำนวน

1:01

อากาศแทบจะปะทุ (crackled) ออกมา

สำนวน

The air crackled: ใช้ภาพพจน์ด้านเสียงบรรยายบรรยากาศเข้มข้น

ใน The air crackled คำว่า crackled ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยยืมภาพเสียงสั้นและแหลมที่ดังเปรี๊ยะจากไฟหรือกระแสไฟฟ้า ทำให้บรรยากาศเหมือนมีเสียงให้ได้ยิน ไม่ได้หมายความว่าอากาศแตกหรือเกิดประกายไฟจริง ๆ ภาพนี้สื่อถึงความตึงเครียด ความตื่นเต้น หรือการเฝ้ารออย่างแรงกล้าในเหตุการณ์นั้น โดยทั่วไป ผู้เขียนสามารถทำให้อากาศมีเสียงหรือการเคลื่อนไหว เพื่อทำให้อารมณ์ที่มองไม่เห็นชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ 'The air crackled as the winner was announced,' ภาพนี้น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด?

  1. บรรยากาศให้ความรู้สึกตึงเครียดและน่าตื่นเต้น
  2. อุณหภูมิลดลงจนหนาวอย่างฉับพลัน
  3. อากาศแตกออกเป็นชิ้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

บรรยากาศให้ความรู้สึกตึงเครียดและน่าตื่นเต้น

The atmosphere was electric. สำนวน

1:02

บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยพลังงาน

สำนวน

The atmosphere was electric: ใช้ electric บรรยายความตื่นเต้นร่วมกัน

เมื่อใช้ electric บรรยาย atmosphere คำว่า electric เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น การเฝ้ารอ และพลังงานอย่างเข้มข้น ซึ่งมักเป็นความรู้สึกที่ผู้คนทั้งกลุ่มมีร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าในอากาศมีกระแสไฟฟ้าที่อันตราย โครงสร้าง be + electric ใช้บรรยายอารมณ์ของคอนเสิร์ต การแข่งขัน การกล่าวสุนทรพจน์ หรือกิจกรรมอื่นที่เต็มไปด้วยพลังได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายสนามกีฬาที่เต็มไปด้วยแฟน ๆ ผู้ตื่นเต้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The atmosphere in the stadium was electrically.
  2. The atmosphere in the stadium was electric.
  3. The atmosphere in the stadium was electrical.
ดูคำตอบ

The atmosphere in the stadium was electric.

When she got to the end,

1:04

เมื่อเธอร้องเพลงจบ,

we clapped for 5 minutes straight. วลี

1:05

เราตบมือกันรวดเดียว 5 นาทีเต็ม

วลี

for 5 minutes straight: เวลาที่ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง

ใน clapped for 5 minutes straight คำว่า straight อยู่หลังระยะเวลาและหมายถึง “ต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก” คำนี้เน้นความหมายของ for 5 minutes ให้ชัดว่าการกระทำนั้นไม่ขาดช่วง รูปแบบคือ การกระทำ + for + ระยะเวลา + straight ในที่นี้ straight เป็นคำวิเศษณ์ที่บอกว่าเวลาต่อเนื่องกัน ไม่ได้หมายถึงทิศทางหรือรูปร่างที่ตรง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่เรียนในบทนี้เพื่อเน้นว่าไม่มีการหยุดพัก: They worked for three hours ____.

ดูคำตอบ

straight

People were cheering and whooping. การใช้คำ

1:08

ผู้คนต่างส่งเสียงเชียร์และร้องโห่ฮิ้ว

การใช้คำ

cheering and whooping: เสียงฝูงชนที่ดังและตื่นเต้น

ใน cheering and whooping คำรูป -ing ทั้งสองคำบรรยายเสียงของฝูงชนที่ตื่นเต้นซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน cheering เป็นความหมายกว้าง ๆ ของการแสดงความเห็นชอบหรือการสนับสนุน ส่วน whooping เพิ่มเสียงร้องดัง แหลม และตื่นเต้น เช่น Woo! การใช้สองคำนี้ร่วมกันทำให้บรรยากาศเข้มข้นขึ้น ผู้คนไม่ได้เพียงแสดงความเห็นชอบอย่างเงียบ ๆ แต่แสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างดังและเต็มไปด้วยพลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยค People were cheering and whooping คำว่า whooping เพิ่มความหมายอะไร?

  1. พวกเขากำลังปรบมือโดยไม่ส่งเสียงร้องเลย
  2. พวกเขากำลังส่งเสียงร้องดังด้วยความตื่นเต้น
  3. พวกเขากำลังพูดคุยกันเบา ๆ
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังส่งเสียงร้องดังด้วยความตื่นเต้น

And we stayed afterwards

1:10

และเราก็อยู่ต่อหลังจากนั้น

and we had a great time. วลี

1:11

และพวกเราก็มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก

วลี

had a great time: การเล่าถึงประสบการณ์ที่สนุกในอดีต

Have a great time เป็นสำนวนตายตัวที่แปลว่า “สนุกมาก” ใน had a great time คำว่า had เป็นรูปอดีต ผู้พูดจึงกำลังเล่าย้อนถึงประสบการณ์ที่สนุก ให้เข้าใจวลีนี้เป็นคำชุดเดียวกัน ในที่นี้ have ไม่ได้แปลว่า “มีไว้ครอบครอง” และในสำนวนนี้ time มักใช้เป็นเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ have a great time: After the school fair, we ____.

ดูคำตอบ

had a great time

Freya's an absolute hoot. สำนวน

1:12

Freya เป็นคนที่ตลกมากๆ (hoot)

สำนวน

an absolute hoot: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ตลกและสนุกมาก”

A hoot เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ ใช้พูดถึงคน งาน หรือประสบการณ์ที่ตลกและสนุกมาก คำว่า absolute ช่วยเน้นคำชม ดังนั้น Freya's an absolute hoot จึงหมายความว่า Freya เป็นคนตลกมากและอยู่ด้วยแล้วสนุก hoot ในที่นี้เป็นความหมายแบบสำนวน ไม่ได้หมายความว่า Freya เป็นนกฮูกหรือกำลังส่งเสียงร้องแบบนกฮูก

แบบฝึกหัด

ประโยค Maya is an absolute hoot หมายความว่าอย่างไร?

  1. Maya ตลกมากและอยู่ด้วยแล้วสนุก
  2. Maya โกรธมาก
  3. Maya ส่งเสียงร้องแบบนกฮูก
ดูคำตอบ

Maya ตลกมากและอยู่ด้วยแล้วสนุก

And she had everyone howling with laughter. ไวยากรณ์

1:14

และเธอทำให้ทุกคนหัวเราะกันท้องแข็ง

ไวยากรณ์

had everyone howling with laughter: ทำให้ทุกคนหัวเราะลั่น

ใน had everyone howling ใช้โครงสร้าง have + กรรม + คำกริยาเติม -ing โดย had เป็นรูปอดีตและสื่อว่าเธอเป็นสาเหตุให้ทุกคนกำลังหัวเราะอยู่ โครงสร้างนี้แสดงปฏิกิริยาเป็นภาพเหตุการณ์ที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่เพียงการกระทำที่จบไปแล้วครั้งหนึ่ง howling with laughter หมายถึงหัวเราะดังและหนักมาก เป็นสำนวนที่เห็นภาพและไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว ไม่มีใครกำลังหอนเหมือนสัตว์จริง ๆ โครงสร้างนี้ใช้กับปฏิกิริยาอื่นได้ เช่น had the crowd cheering

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างอดีต have + กรรม + คำกริยาเติม -ing พร้อมคำว่า everyone และ cheer เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The surprise ending ____.

ดูคำตอบ

had everyone cheering

But by the end of the evening,

1:17

แต่พอถึงช่วงท้ายของคืนนั้น,

I was absolutely zapped. การใช้คำ

1:18

ฉันก็หมดเรี่ยวแรงสุดๆ (zapped)

การใช้คำ

was absolutely zapped: หมดแรงไปเลย

ในที่นี้ zapped เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงเหนื่อยมากและหมดแรง Was บอกว่าผู้พูดอยู่ในสภาพนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดถูกไฟฟ้าช็อตจริง ๆ Absolutely ช่วยเน้น zapped ซึ่งเป็นคำที่มีระดับความหมายแรงอยู่แล้ว ดังนั้น was absolutely zapped จึงฟังรุนแรงและเห็นภาพกว่า was tired

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงหมดแรงโดยสิ้นเชิง: After the all-day tournament, I was absolutely ____.

ดูคำตอบ

zapped

So,

1:21

ดังนั้น,

I just went home and crashed. การใช้คำ

1:21

ฉันก็เลยกลับบ้านและล้มตัวลงนอนทันที (crashed)

การใช้คำ

went home and crashed: crash ในความหมายว่า “หลับอย่างรวดเร็ว”

ใน went home and crashed คำว่า crashed เป็นการใช้คำว่า crash แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “หลับอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งมักเป็นเพราะเหนื่อยจัด” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดชนอะไรหรือประสบอุบัติเหตุ คำกริยาสองคำแสดงลำดับของเหตุการณ์ คือผู้พูดกลับบ้านก่อน แล้วจึงหลับแทบจะทันที สามารถใช้ crash ในความหมายนี้ได้เมื่อบริบทเรื่องความเหนื่อยและการนอนชัดเจน

แบบฝึกหัด

crashed หมายถึงอะไรในประโยคนี้? “After the overnight journey, Mia got home and crashed.”

  1. เธอหลับอย่างรวดเร็วมากเพราะเหนื่อย
  2. คอมพิวเตอร์ของเธอหยุดทำงานกะทันหัน
  3. เธอชนรถอีกคันระหว่างทางกลับบ้าน
ดูคำตอบ

เธอหลับอย่างรวดเร็วมากเพราะเหนื่อย

All in all, ลำดับความ

1:23

สรุปแล้ว,

ลำดับความ

All in all: การเกริ่นสรุปภาพรวม

All in all เป็นคำเชื่อมเพื่อสรุป หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว” หรือ “โดยรวมแล้ว” วลีนี้รวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้ว และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะให้ความเห็นสุดท้ายเกี่ยวกับภาพรวม โดยทั่วไปวลีนี้อยู่ต้นประโยคสรุปและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค มีหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้ใช้เพิ่มตัวอย่างใหม่หรือเพียงระบุเหตุการณ์สุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสรุปด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้: The weather was wet, but the walks were beautiful. ____, it was a lovely trip.

ดูคำตอบ

All in all

an unforgettable evening.

1:24

เป็นค่ำคืนที่ยากจะลืมเลือน

Did you hear all of the onomatopoeic words? ลำดับความ

1:26

คุณได้ยินคำเลียนเสียงธรรมชาติทั้งหมดไหม?

ลำดับความ

Did you hear all of...?: คำถามตรวจสอบงานฟัง

ตรงนี้คำถามดึงความสนใจของผู้ชมกลับไปยังงานฟังก่อนหน้า ซึ่งก็คือการสังเกตคำเลียนเสียงธรรมชาติ คำถามเชื่อมกิจกรรมก่อนหน้ากับประเด็นการเรียนรู้แทนที่จะเปิดหัวข้อใหม่ รูปแบบ Did you hear all of the ...? ขอให้ผู้ฟังทบทวนสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ส่วน all of ใช้ตรวจว่าผู้ฟังสังเกตได้ครบทั้งกลุ่มหรือไม่ ไม่ใช่เพียงตัวอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

หลังจากกิจกรรมฟัง คำถามนี้มีหน้าที่หลักอะไร

  1. ดึงความสนใจกลับไปที่งานและตรวจว่าผู้ฟังพบคำเป้าหมายครบทุกคำหรือไม่
  2. ขอให้ผู้ฟังพูดคำเหล่านั้นให้ดังขึ้น
  3. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจกลับไปที่งานและตรวจว่าผู้ฟังพบคำเป้าหมายครบทุกคำหรือไม่

Zip.

1:29

Zip.

I zipped over.

1:30

I zipped over (ฉันพุ่งไปทันที)

This is a verb.

1:33

นี่คือคำกริยา

We use it to describe things วลี

1:34

เราใช้มันอธิบายสิ่งต่างๆ

that move really quickly.

1:36

ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมากๆ

วลี

We use it to describe things...: อธิบายว่าคำหนึ่งใช้บรรยายอะไร

We use it to describe things เป็นกรอบประโยคที่ใช้บ่อยเพื่ออธิบายว่าคำหรือสำนวนหนึ่งใช้ทำอะไร it หมายถึงคำหรือสำนวนที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ to describe บอกหน้าที่ของมัน คำนามหลัง describe ระบุประเภทของสิ่งที่คำนั้นใช้บรรยาย ในประโยคนี้ that move really quickly จำกัดความหมายของ things ให้แคบลง จึงหมายถึงสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วมาก

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำที่หายไปจากรูปแบบ We use it to describe...: We use it ____ fast movement.

ดูคำตอบ

to describe

Notice how it sounds ลำดับความ

1:37

สังเกตไหมว่าเสียงของมัน

quick and speedy.

1:38

ฟังดูเร็วและว่องไว

ลำดับความ

Notice how ...: ชี้นำให้สังเกตลักษณะบางอย่าง

Notice how ... เป็นคำสั่งที่ชวนให้ผู้ฟังสังเกตลักษณะเฉพาะบางอย่าง อนุประโยคที่มี how จะบอกว่าต้องสังเกตอะไร ไม่ได้ใช้ถามคำถาม ในประโยคนี้ it sounds quick and speedy เปลี่ยนจุดสนใจจากความหมายของสำนวนไปเป็นความรู้สึกที่เกิดจากเสียงของมัน โครงสร้างนี้ยังใช้ชี้ให้เห็นเสียง รูปแบบ การเปลี่ยนแปลง หรือผลที่เกิดขึ้นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชี้นำให้ผู้ฟังสังเกตการเปลี่ยนแปลงของจังหวะได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Notice how the rhythm changes at the end.
  2. Notice how does the rhythm change at the end.
  3. Notice what the rhythm changes at the end.
ดูคำตอบ

Notice how the rhythm changes at the end.

Also,

1:40

นอกจากนี้,

here it's used as a phrasal verb. ไวยากรณ์

1:40

ในที่นี้มันถูกใช้เป็นกริยาวลี (phrasal verb)

ไวยากรณ์

be used as + คำนาม: อธิบายบทบาท

Be used as + คำนาม หมายถึงสิ่งหนึ่งมีหรือได้รับบทบาท ประเภท หรือหน้าที่เฉพาะ โครงสร้างนี้เป็นรูปถูกกระทำ โดย is เป็นรูปหนึ่งของ be และ used เป็น past participle ใน it's used as a phrasal verb คำว่า it หมายถึงสำนวนที่กำลังอธิบาย ส่วน as a phrasal verb ระบุประเภททางไวยากรณ์ของสำนวนนั้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้อธิบายบทบาทอื่นได้ เช่น is used as a noun หรือ is used as a warning

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายด้วยโครงสร้าง be used as: In this sentence, light is ____ a noun.

ดูคำตอบ

used as

I zipped over.

1:43

I zipped over.

Zip is the verb,

1:44

Zip คือคำกริยา

and over is an intransitive preposition.

1:46

และ over คือบุพบทอกรรม (intransitive preposition)

Buzzing.

1:49

Buzzing.

The place was buzzing.

1:49

The place was buzzing (สถานที่นั้นคึกคักมาก)

This is an adjective.

1:51

นี่คือคำคุณศัพท์

Normally, ลำดับความ

1:52

โดยปกติแล้ว,

it's used to describe the sound

1:53

มันถูกใช้เพื่ออธิบายเสียง

that insects make.

1:54

ที่แมลงทำขึ้น

But here,

1:58

แต่ในที่นี้,

it's being used to describe the energy ไวยากรณ์

1:58

มันถูกนำมาใช้อธิบายพลังงาน

and the excitement that you can hear

2:01

และความตื่นเต้นที่คุณสามารถได้ยิน

and sense in the room.

2:03

และสัมผัสได้ในห้องนั้น

ลำดับความ

Normally, ... But here, ... สำหรับเปรียบเทียบความหมาย

Normally, ใช้เกริ่นความหมายหรือการใช้ตามปกติ ส่วน But here, ใช้เปลี่ยนไปสู่ความหมายที่ตรงกับตัวอย่างปัจจุบัน ในประโยคนี้ ส่วนแรกทำให้คาดถึงเสียงแมลง แล้วส่วนที่สองเปลี่ยนความเข้าใจนั้นไปเป็นพลังและความตื่นเต้น กรอบนี้ช่วยแก้หรือปรับความเข้าใจแรกเริ่มได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบโดยใช้กรอบ Normally ... But here ...: ____, "cold" describes temperature. ____, it describes an unfriendly tone.

ดูคำตอบ

Normally · But here

ไวยากรณ์

is being used to describe: รูปถูกกระทำสำหรับการใช้เฉพาะบริบท

Is being used เป็นรูปถูกกระทำของ present progressive ซึ่งมีโครงสร้าง is + being + กริยาช่องที่สาม โดยเน้นว่าคำนี้กำลังถูกใช้อย่างไรในการอธิบายตัวอย่างนี้ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ใช้ To describe the energy บอกว่าคำนี้ถูกใช้เพื่ออะไร รูป progressive เน้นการใช้ที่เฉพาะกับบริบทนี้ ไม่ได้หมายความว่าคำนี้มีความหมายนี้เสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำของ present progressive เพื่อบอกการใช้คำในประโยคเฉพาะ: In this sentence, "storm" is ____ describe emotional conflict.

ดูคำตอบ

being used to

Crackled.

2:05

Crackled.

This is a verb.

2:06

นี่คือคำกริยา

Normally,

2:07

โดยปกติแล้ว,

it's used to describe something

2:08

มันถูกใช้อธิบายบางสิ่ง

that makes lots of short, วลี

2:09

ที่สร้างเสียงสั้นๆ เยอะๆ,

sharp little noises,

2:11

เป็นเสียงเล็กๆ ที่แหลมคม,

like hot oil in a pan or fire. ลำดับความ

2:12

อย่างเช่นน้ำมันร้อนๆ ในกระทะหรือไฟ

วลี

lots of short, sharp little noises: การซ้อนรายละเอียดของเสียง

ในวลีนี้ noises เป็นคำนามหลัก lots of บอกว่ามีเสียงจำนวนมาก short บอกว่าแต่ละเสียงเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ sharp บอกว่าเสียงเกิดขึ้นฉับพลันและชัดเจน ส่วน little ทำให้นึกถึงเสียงเล็ก ๆ ที่แยกออกเป็นแต่ละครั้ง การวางคำคุณศัพท์หลายคำไว้หน้าคำนามเดียวช่วยสร้างภาพของเสียงที่ชัดเจนขึ้นทีละขั้น little บอกว่าเสียงแต่ละครั้งมีขนาดเล็ก ไม่ได้หมายความว่าเสียงนั้นเบาเสมอไป

แบบฝึกหัด

วลีใดให้รายละเอียดหลายด้านเกี่ยวกับเสียงเหล่านี้?

  1. lots of short, sharp little noises
  2. some noises
  3. one long sound
ดูคำตอบ

lots of short, sharp little noises

ลำดับความ

like hot oil in a pan or fire: การยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

ในประโยคนี้ like ใช้ยกแหล่งกำเนิดเสียงที่เป็นรูปธรรมสองอย่าง ได้แก่ น้ำมันร้อนในกระทะและไฟ ตัวอย่างที่คุ้นเคยเหล่านี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจคำบรรยายกว้าง ๆ ก่อนหน้านี้อย่าง short, sharp little noises ข้อมูลเคลื่อนจากคำบรรยายทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม: คำบรรยายทั่วไป + like + ตัวอย่างที่คุ้นเคย รูปแบบเดียวกันนี้ช่วยให้จินตนาการถึงเสียง พื้นผิว กลิ่น หรือความรู้สึกได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้เริ่มการเปรียบเทียบอย่างเป็นรูปธรรมให้สมบูรณ์: The blanket felt rough, ____ sandpaper.

ดูคำตอบ

like

But here,

2:14

แต่ในที่นี้,

it's being used to describe the energy,

2:16

มันถูกนำมาใช้อธิบายพลังงาน,

the excitement in the room.

2:19

ความตื่นเต้นที่อยู่ในห้องนั้น

Hush.

2:20

Hush.

This is a noun.

2:23

นี่คือคำนาม

It means that everyone went silent. วลี

2:24

มันหมายความว่าทุกคนเงียบเสียงลง

วลี

everyone went silent: go + คำคุณศัพท์เพื่อแสดงการเปลี่ยนสภาพ

Everyone went silent หมายถึงทุกคนเปลี่ยนจากการพูดหรือส่งเสียงมาอยู่ในสภาพเงียบ ตรงนี้ went เป็นรูปอดีตของ go แต่ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ โครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ใช้แสดงการเปลี่ยนสภาพได้ เช่น go quiet, go dark และ go wrong ส่วน went silent มักทำให้รู้สึกว่าการเปลี่ยนนั้นชัดเจนหรือเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตของ go เพื่อแสดงการเปลี่ยนสภาพ: When the host raised her hand, everyone ____ silent.

ดูคำตอบ

went

We often use it with the collocation

2:27

เรามักจะใช้ร่วมกับคำปรากฏร่วม (collocation)

a hush fell over.

2:29

a hush fell over (ความเงียบปกคลุม)

For example,

2:31

ตัวอย่างเช่น,

a hush fell over the audience,

2:31

a hush fell over the audience,

or a hush fell over the room.

2:33

หรือ a hush fell over the room.

It can also be used as a verb. ไวยากรณ์

2:35

มันสามารถใช้เป็นคำกริยาได้เช่นกัน

Hush now. น้ำเสียง/เจตนา

2:37

Hush now (เงียบซะ)

น้ำเสียง/เจตนา

Hush now: คำขอให้เงียบทันที

Hush now เป็นประโยคคำสั่งสั้น ๆ ที่ใช้บอกหรือปลอบให้ใครสักคนเงียบลง ประธาน you ถูกละไว้แต่เข้าใจได้ จึงเป็นการขอให้เงียบโดยตรง ไม่ใช่การบอกว่าสถานที่นั้นเงียบอยู่แล้ว คำว่า now ทำให้คำขอดูว่าต้องทำทันที คำพูดเดียวกันอาจใช้ปลอบให้สงบหรือควบคุมไม่ให้ส่งเสียงอย่างหนักแน่นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ในการประชุมอย่างเป็นทางการ Hush now เป็นวิธีที่เป็นกลางและสุภาพในการบอกให้ผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักเงียบหรือไม่?

  1. เหมาะ เพราะเป็นคำพูดที่เป็นกลางและเป็นทางการ
  2. ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังดูวางตัวเหนือกว่าหรือไม่สุภาพ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังดูวางตัวเหนือกว่าหรือไม่สุภาพ

You can say that

2:39

คุณสามารถพูดแบบนั้น

when you want someone to be quiet.

2:40

เมื่อคุณต้องการให้ใครสักคนเงียบ

ไวยากรณ์

It can also be used as a verb: การอธิบายชนิดคำอีกแบบหนึ่ง

It can also be used as a verb หมายความว่าคำเดียวกันนี้ทำหน้าที่เป็นคำกริยาได้ด้วย นอกเหนือจากหน้าที่ที่อธิบายไปแล้ว คำว่า also เป็นสัญญาณว่านี่คือการใช้เพิ่มเติม can be used as + ชนิดคำ เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้ในการอธิบายไวยากรณ์ เช่น คำหนึ่งอาจใช้เป็นคำนาม คำกริยา หรือคำคุณศัพท์ได้ ในที่นี้ it หมายถึงคำว่า hush และ Hush now แสดงการใช้คำนี้เป็นคำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายไวยากรณ์ด้วยโครงสร้าง be used as: The word email can also ____ a verb.

ดูคำตอบ

be used as

Hoot.

2:42

Hoot.

Freya's an absolute hoot.

2:43

Freya's an absolute hoot (Freya ตลกมากๆ)

This is a noun.

2:45

นี่คือคำนาม

We use it to describe people

2:46

เราใช้มันเพื่ออธิบายผู้คน

who are really,

2:48

ที่จริงๆ แล้ว,

really funny.

2:49

เป็นคนตลกมากๆ

Notice that it sounds like the noise

2:50

สังเกตว่ามันฟังดูเหมือนเสียง

that owls make.

2:52

ที่นกฮูกร้องเลย

Hoot.

2:54

Hoot.

Hoot.

2:55

Hoot.

Crashed.

2:55

Crashed.

I was so tired,

2:57

ฉันเหนื่อยมากๆ,

I just crashed.

2:58

I just crashed (ฉันล้มตัวลงนอนทันที)

Crash sounds like a heavy impact.

3:00

Crash ฟังดูเหมือนผลกระทบที่หนักหน่วง

We use it when we're so tired

3:02

เราใช้มันเมื่อเรารู้สึกเหนื่อยมากๆ

that we just want to throw ourselves into bed. สำนวน

3:04

จนแค่อยากจะทิ้งตัวลงบนเตียงเลย

สำนวน

throw ourselves into bed: ภาพชัดเจนของความเหนื่อยล้า

throw ourselves into bed เป็นสำนวนเชิงภาพและเกินจริงที่หมายความว่าเราเหนื่อยมากจนอยากทิ้งตัวลงบนเตียงทันที คำว่า throw ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขว้างจริง ๆ แต่เพิ่มความรู้สึกของการเคลื่อนไหวที่ฉับพลันและหนัก ซึ่ง go to bed ที่เป็นกลางไม่มี สรรพนามสะท้อนต้องสอดคล้องกับประธาน: we ใช้ throw ourselves แต่ I ใช้ throw myself รูปแบบนี้ช่วยให้ปรับภาพตามผู้ที่ทำกริยาได้

แบบฝึกหัด

ใช้ throw และสรรพนามสะท้อนที่สอดคล้องกับ we เพื่อเติมสำนวนเชิงภาพให้สมบูรณ์: After the overnight flight, we were exhausted and wanted to ____.

ดูคำตอบ

throw ourselves into bed

So,

3:07

เอาล่ะ,

now over to you. ลำดับความ

3:07

ตอนนี้ตาคุณแล้ว

ลำดับความ

Now over to you: ส่งต่อรอบให้ผู้ฟัง

Now over to you เป็นสัญญาณของการส่งต่อหน้าที่ ผู้พูดได้พูดส่วนของตนจบแล้ว และกำลังเชิญผู้ฟังหรือผู้ชมให้พูด ตอบ สาธิต หรือทำสิ่งต่อไป สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปหาใคร เมื่อใช้เป็นคำเปลี่ยนช่วง จะบอกผู้ฟังว่าจุดสนใจและความรับผิดชอบต่อไปได้เปลี่ยนจากผู้พูดมาเป็นพวกเขาแล้ว

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดจบแล้วและต้องการให้เพื่อนพูดต่อ 'Now over to you' หมายความว่าอะไร?

  1. คุณอาจตัดสินใจว่าทุกคนจะทำอะไร
  2. ฉันกำลังขยับเข้าใกล้คุณ
  3. ถึงตาคุณพูดหรือลงมือทำแล้ว
ดูคำตอบ

ถึงตาคุณพูดหรือลงมือทำแล้ว

Share your stories in the chat. น้ำเสียง/เจตนา

3:09

แชร์เรื่องราวของคุณในแชทเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Share your stories in the chat: คำเชิญให้มีส่วนร่วมทางออนไลน์

Share your stories in the chat เป็นประโยคคำสั่ง โดยประธาน you เป็นที่เข้าใจและถูกละไว้ ส่วนคำกริยารูปพื้นฐาน Share อยู่ต้นประโยค In the chat บอกผู้ชมว่าควรตอบที่ไหน ในที่นี้ stories มักหมายถึงประสบการณ์ส่วนตัวหรือเรื่องเล่าสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงเรื่องแต่งเท่านั้น รูปประโยคตรง ๆ นี้ใช้เป็นคำเชิญที่เป็นมิตรให้มีส่วนร่วมในวิดีโอ ไลฟ์สด หรือชั้นเรียนออนไลน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชิญผู้เรียนในชั้นเรียนออนไลน์ให้โพสต์ความคิดในพื้นที่ข้อความได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Share the chat in your ideas.
  2. Share your ideas in the chat.
  3. Keep your ideas away from the chat.
ดูคำตอบ

Share your ideas in the chat.

When was the last time you felt zapped? ไวยากรณ์

3:10

ครั้งสุดท้ายที่คุณรู้สึก 'zapped' คือเมื่อไหร่?

ไวยากรณ์

When was the last time you ...? สำหรับถามถึงประสบการณ์ล่าสุด

When was the last time + ประธาน + กริยารูปอดีต ...? ใช้ถามว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อใด ในประโยคนี้ you felt zapped คือประสบการณ์ที่ชวนให้นึกย้อนกลับไป โดย zapped หมายถึงหมดแรงกะทันหันหรือเหนื่อยมาก time หลัง time ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you felt ไม่ใช่ did you feel สามารถเปลี่ยนอนุประโยคนี้เป็นประสบการณ์อื่นในอดีตเพื่อสร้างคำถามใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ล่าสุดให้สมบูรณ์: When was ____ you tried something new?

ดูคำตอบ

the last time

Do you have any friends ไวยากรณ์

3:13

คุณมีเพื่อน

who are an absolute hoot?

3:14

ที่เป็น 'hoot' สุดๆ บ้างไหม?

ไวยากรณ์

friends who are an absolute hoot: การใช้ who เพื่อบรรยายบุคคล

who are an absolute hoot เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย friends โดย who อ้างกลับไปถึง friends และทำหน้าที่เป็นประธานของ are จึงใส่คำบรรยายบุคคลไว้ในคำถาม Do you have any friends ...? ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจาก friends เป็นพหูพจน์ อนุประโยคจึงใช้ are แต่ถ้าเป็น a friend ให้ใช้ who is ส่วน an absolute hoot เป็นคำชมแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงคนที่ตลกมากและอยู่ด้วยแล้วสนุก

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ถามได้ถูกต้องว่าใครคนหนึ่งมีเพื่อนที่ตลกมากหนึ่งคนหรือไม่

  1. Do you have a friend who is an absolute hoot?
  2. Do you have a friend which is an absolute hoot?
  3. Do you have a friend who are an absolute hoot?
ดูคำตอบ

Do you have a friend who is an absolute hoot?

And when was the last time

3:16

และครั้งสุดท้าย

you were in a place that was buzzing?

3:17

ที่คุณไปอยู่ในสถานที่ที่กำลัง 'buzzing' คือเมื่อไหร่?

I've been traveling all day ไวยากรณ์

3:21

ฉันเดินทางมาทั้งวันเลย

and I haven't slept.

3:22

และฉันยังไม่ได้นอน

ไวยากรณ์

I've been traveling all day ... I haven't slept: กิจกรรมต่อเนื่องและผลในปัจจุบัน

I've been traveling all day ใช้ present perfect continuous: have/has been + คำกริยา-ing โดยมองว่าการเดินทางดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ หรือเพิ่งจบลงแต่ผลยังเห็นได้ชัดในปัจจุบัน I haven't slept ใช้ present perfect รูปปฏิเสธ: have/has not + past participle หมายถึงยังไม่ได้นอนจนถึงตอนนี้ เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน จะเป็นการอธิบายสภาพปัจจุบัน เช่น ความเหนื่อยมาก ด้วยกิจกรรมก่อนหน้าและผลที่ยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

คุณเริ่มวาดภาพหลังอาหารเช้า ตอนนี้ยังทำอยู่ และยังไม่ได้พักเลย ประโยคใดเชื่อมข้อเท็จจริงทั้งสองกับปัจจุบันได้ดีที่สุด

  1. I painted all morning yesterday, and I didn't take a break.
  2. I've been painting all morning, and I haven't taken a break.
  3. I'll paint all morning tomorrow, and I won't take a break.
ดูคำตอบ

I've been painting all morning, and I haven't taken a break.

I am absolutely zapped.

3:24

ฉันรู้สึก 'zapped' สุดๆ

So,

3:25

ดังนั้น,

I'm going to go and crash. ไวยากรณ์

3:27

ฉันจะไป 'crash' แล้ว

ไวยากรณ์

I'm going to go and crash: แผนที่จะไปนอนทันที

I'm going to แสดงแผนหรือความตั้งใจที่ผู้พูดคาดว่าจะทำในเร็ว ๆ นี้ ใน go and crash คำว่า and เชื่อม go กับคำกริยารูปพื้นฐาน crash และให้ความรู้สึกแบบภาษาพูดว่าออกไปเพื่อทำสิ่งนั้น ในที่นี้ crash เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการ หมายถึงหลับอย่างรวดเร็วเพราะเหนื่อยมาก ทั้งประโยคหมายถึงผู้พูดวางแผนจะออกไปนอนทันที ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิ่งใดชนหรือพัง

แบบฝึกหัด

คุณเหนื่อยมากและบอกเพื่อนสนิทว่าตั้งใจจะนอนทันที ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. I'm going to get some rest tomorrow afternoon.
  2. I'm going to go for a run before bed.
  3. I'm going to go and crash.
ดูคำตอบ

I'm going to go and crash.

Bye.

3:29

บ๊ายบาย