บาร์นิคัสกับบั๊มปี้ | บั๊มปี้ หมาป่าวูล์ฟฮาวนด์ผู้เฒ่าจอมปราชญ์ | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
230 คำ 141 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในเทพนิยายที่เด็ก ๆ แต่งและแสดงกันสด ๆ บาร์นิคัสอธิษฐานขอลูกสุนัขชื่อบัมปี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับมัน แล้วออกตามหาความช่วยเหลือเมื่อมันป่วย การเรียกชื่อผิด การแก้คำพูด และการถามคุณพ่อเผยให้เห็นว่าเด็ก ๆ กำลังแสดงและบันทึกเรื่องราวไปพร้อมกับการแต่งเรื่อง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. wish upon a star. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่านี่คือสำนวนแบบเทพนิยายที่หมายถึงการมองดาวแล้วอธิษฐานด้วยความหวัง ไม่ใช่การแปลตรงตัว ความรู้นี้ช่วยให้คุณจับน้ำเสียงที่มีมนตร์ขลังและความใฝ่ฝันแบบเด็ก ๆ ในเรื่องที่คำอธิษฐานกลายเป็นจริงได้ 2. woke up to discover that — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้ลำดับคำในการเล่าเรื่องที่บอกว่าตัวละครตื่นขึ้นมาแล้วพบสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด คุณจึงเล่าการค้นพบอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะข่าวที่น่าตกใจหรือน่ากังวล ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องนำคำกริยาที่แปลว่า “ตื่น” และ “พบ” มาต่อกันอย่างแข็งทื่อ 3. edit that bit out, — กริยาวลี: เข้าใจว่า edit out หมายถึงการลบเนื้อหาจากสิ่งที่บันทึกไว้ และสังเกตว่า that bit ซึ่งเป็นกรรมแทรกอยู่ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้เมื่อพูดถึงความผิดพลาด ฉากที่ไม่ต้องการ หรือช่วงเสียงและวิดีโอที่ควรถูกตัดออกระหว่างการตัดต่อ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bluey!

0:02

Bluey!

All day she would say the same thing. โน้ต

0:03

เธอพูดประโยคเดิมทั้งวันเลย

วลี

All day สำหรับช่วงเวลาตลอดทั้งวัน

all day หมายถึงตลอดทั้งวันหรือเกือบทั้งวัน ทำหน้าที่บอกช่วงเวลาของการกระทำ ไม่ใช่ชื่อของวันใดวันหนึ่ง ในประโยคนี้ การพูดเกิดซ้ำหลายครั้งตลอดช่วงเวลานั้น ดังนั้น all day จึงใช้ได้ทั้งกับสภาพที่ดำเนินต่อเนื่องและการกระทำที่เกิดซ้ำภายในวันเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Leo ตรวจโทรศัพท์ซ้ำ ๆ ตลอดวันเดียว?

  1. Leo checked his phone the next day.
  2. Leo checked his phone every day.
  3. Leo checked his phone all day.
ดูคำตอบ

Leo checked his phone all day.

ไวยากรณ์

would say สำหรับการกระทำที่เกิดซ้ำในอดีต

ในบริบทของเรื่องเล่าในอดีตนี้ would say หมายถึงพูดซ้ำ ๆ หรือพูดเป็นประจำ would ตรงนี้ไม่ได้บอกอนาคตและไม่ได้ใช้เปิดเงื่อนไข โครงสร้าง would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เล่าการกระทำที่เกิดซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาอดีตที่กำหนดไว้แล้ว โดยปกติเรื่องราวรอบข้างหรือวลีอย่าง every night จะช่วยสร้างกรอบเวลาในอดีตนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ would เติมโครงสร้างที่บอกการกระทำซ้ำในอดีตให้สมบูรณ์: When we were children, we ____ build forts in the garden every summer.

ดูคำตอบ

would

Here's your carrots, Barnicus. น้ำเสียง/เจตนา

0:06

นี่แครอทของเธอจ้ะ Barnicus

น้ำเสียง/เจตนา

Here's your ... เมื่อยื่นของให้ใคร

Here's your ... เป็นสำนวนธรรมชาติที่ใช้ขณะยื่นหรือมอบของให้ใคร ในประโยคนี้หมายถึง “แครอตพวกนี้เป็นของเธอ” หรือ “แครอตของเธอมาแล้ว” ไม่ได้เพียงบอกว่าแครอตอยู่ตรงนี้ สำนวนนี้ทำหน้าที่เป็นการส่งมอบของไปในตัว ผู้พูดจะพูดขณะที่อีกฝ่ายรับของหรือขณะยื่นของให้ดู

แบบฝึกหัด

คุณยื่นใบเสร็จหนึ่งใบให้ลูกค้า เติมสำนวนส่งมอบให้สมบูรณ์: ____ receipt.

ดูคำตอบ

Here's your

These carrots are nice,

0:09

แครอทพวกนี้ก็ดีนะ

but what I really want is my very own puppy. โน้ต

0:11

แต่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ คือลูกหมาของตัวเอง

ไวยากรณ์

what I really want is ... เพื่อเน้นความปรารถนาที่แท้จริง

What I really want is ... หมายถึง “สิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ คือ...” ในที่นี้ What I really want ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน และ is ใช้นำสิ่งที่ต้องการ รูปแบบนี้ย้ายจุดเน้นจากแนวคิดหรือตัวเลือกที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปยังความปรารถนาหรือความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด หลังรูปแบบนี้ใช้ได้ทั้งนามวลีและ to-infinitive: What I really want is to rest.

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเน้นจุดสำคัญให้สมบูรณ์: What ____ a quiet place to study.

ดูคำตอบ

I really want is

วลี

my very own puppy: เน้นว่าเป็นของตนเองอย่างแท้จริง

ใน my very own puppy คำว่า very ใช้เน้น own วลีนี้หมายถึงลูกสุนัขที่เป็นของผู้พูดจริง ๆ ไม่ใช่ลูกสุนัขที่ยืมมาหรือเลี้ยงร่วมกับคนอื่น โดย very ไม่ได้ใช้ขยายระดับของ puppy โครงสร้างคือ คำบอกความเป็นเจ้าของ + very own + คำนาม โครงสร้างนี้เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ให้กับการแสดงความเป็นเจ้าของ และมักสื่อถึงสิ่งที่อยากได้มานานหรือมีความหมายเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ชัดที่สุดว่าโต๊ะเป็นของ Lina เองและไม่ได้ใช้ร่วมกับผู้อื่น

  1. Lina finally has her very own desk.
  2. Lina finally borrows her sister's desk.
  3. Lina finally has a desk.
ดูคำตอบ

Lina finally has her very own desk.

Maybe you should wish upon a star. สำนวน

0:15

บางทีเธอควรจะอธิษฐานกับดวงดาวนะ

สำนวน

wish upon a star: การขอพรต่อดวงดาวแบบในนิทาน

wish upon a star ทั้งวลีหมายถึงการอธิษฐานขอพรขณะมองไปยังดวงดาวหรือฝากความหวังไว้กับดาว โดยหวังว่าคำขอนั้นจะเป็นจริง คำว่า upon เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนดั้งเดิม ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่บนดาว วลีนี้ทำให้คำอธิษฐานมีบรรยากาศมหัศจรรย์แบบนิทาน จึงมักสื่อถึงจินตนาการ ความไร้เดียงสา หรือความหวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบนิทานด้วยสำนวนที่หมายถึงการอธิษฐานขอพรต่อดวงดาว: Mia looked up at the night sky and ____.

ดูคำตอบ

wished upon a star

Okay.

0:17

ตกลง

Oh, twinkly star.

0:19

โอ้ ดวงดาวระยิบระยับ

Please may I have a puppy? น้ำเสียง/เจตนา

0:21

ฉันขอมีลูกหมาสักตัวได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Please may I have ...? สำหรับการขออย่างสุภาพ

Please may I have ...? ใช้ขอรับหรือขอมีสิ่งหนึ่งอย่างสุภาพ May I เป็นการขออนุญาต และ please ทำให้คำขอสุภาพขึ้น ในประโยคนี้ have หมายถึง “ได้รับหรือมีไว้เป็นของตน” ไม่ใช่ “กิน” หรือ “ดื่ม” ผู้พูดกำลังขอลูกสุนัข ไม่ได้เพียงบอกว่าตนอยากได้อะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นคำขอดินสอที่สมบูรณ์และสุภาพ?

  1. I want a pencil.
  2. Please may I have a pencil?
  3. Please may I having a pencil?
ดูคำตอบ

Please may I have a pencil?

And then the next morning she woke up. ลำดับความ

0:24

และแล้วเช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็ตื่นมา

ลำดับความ

And then the next morning ในฐานะวลีเปลี่ยนเวลาในเรื่อง

And then บอกขั้นตอนถัดไปในลำดับเหตุการณ์ ส่วน the next morning ระบุช่วงเวลาใหม่ เมื่อวางทั้งวลีไว้หน้า she woke up ผู้ฟังจะทราบก่อนว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้นเมื่อใด The next morning ต้องตีความโดยอ้างอิงเหตุการณ์ก่อนหน้าในเรื่อง และหมายถึงเช้าวันถัดจากเหตุการณ์นั้น วลีนี้ทำให้เส้นเวลาเดินหน้า ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อเน้นคำว่า morning

แบบฝึกหัด

ประโยคใดพาเรื่องราวในอดีตจากวันหนึ่งไปสู่เช้าวันรุ่งขึ้นได้ชัดเจนที่สุด?

  1. Tomorrow morning, we will look for tracks by the tent.
  2. And then the next morning, we found fresh tracks by the tent.
  3. Every morning, we found fresh tracks by the tent.
ดูคำตอบ

And then the next morning, we found fresh tracks by the tent.

Oh, my wish came true. วลี

0:28

โอ้ คำอธิษฐานของฉันเป็นจริงแล้ว

วลี

my wish came true: สำนวนตายตัว come true

ใน my wish came true คำว่า come true หมายถึง “เป็นจริง” หรือ “สมหวัง” โดยคำนามนามธรรม wish เป็นประธาน และ came เป็นรูปอดีตของ come จึงสื่อว่าสิ่งที่ผู้พูดหวังไว้เกิดขึ้นแล้ว ใช้โครงสร้าง wish/dream/prediction + come true เมื่อสิ่งที่หวังหรือจินตนาการไว้เกิดขึ้นจริง ภาษาอังกฤษมักใช้คำที่เข้าคู่กันแบบตายตัวนี้ แทนการบอกตรง ๆ ว่าตัวความปรารถนา “กลายเป็นของจริง”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงความปรารถนาเป็นจริง: After years of saving, Maya's wish ____.

ดูคำตอบ

came true

My very own puppy.

0:31

ลูกหมาของฉันเอง

I will call you Bumpy. ไวยากรณ์

0:34

ฉันจะตั้งชื่อเธอว่า Bumpy

ไวยากรณ์

call you Bumpy: call + กรรม + ชื่อ

ใน call you Bumpy คำว่า call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือใช้ชื่อเรียกคนหรือสิ่งของ” ไม่ใช่ “โทรศัพท์หา” โครงสร้างคือ call + กรรม + ชื่อ โดย you เป็นกรรม และ Bumpy เป็นชื่อที่ใช้เรียกกรรมนั้น ชื่อที่อยู่ท้ายประโยคช่วยเติมความหมายของ call โดยบอกว่าจะเรียกกรรมนั้นว่าอะไร ในทางไวยากรณ์เรียกว่าส่วนเติมเต็มของกรรม โครงสร้างนี้ใช้ได้กับคน สัตว์ และสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ call ในความหมายเกี่ยวกับการตั้งชื่อหรือใช้ชื่อเรียกเหมือนกับ call you Bumpy?

  1. We call for our teacher at the front desk.
  2. We call our teacher every Friday.
  3. We call our teacher Ms. Lee.
ดูคำตอบ

We call our teacher Ms. Lee.

Bumpy.

0:37

Bumpy

Why is everyone wearing purple pants? ไวยากรณ์

0:37

ทำไมทุกคนถึงใส่กางเกงสีม่วงกันหมดเลย?

ไวยากรณ์

Why is everyone wearing ...? สำหรับถามถึงการแต่งกายที่มองเห็นอยู่ตอนนี้

Why ใช้ถามเหตุผล ใน is everyone wearing คำว่า everyone ถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ จึงใช้ is และ is wearing เป็นรูป present continuous ในที่นี้ wearing บอกว่าคนในฉากสวมเสื้อผ้านั้นอยู่ ไม่ได้หมายความว่ากำลังทำท่าสวมเสื้อผ้า Why is everyone wearing + เสื้อผ้า? ใช้ถามเหตุผลของการแต่งกายแบบเดียวกันที่สังเกตเห็นได้ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

คุณเดินเข้าไปในงานเลี้ยงและเห็นว่าแขกทุกคนกำลังใส่หมวกสีเขียวอยู่ คำถามใดเหมาะกับสถานการณ์นี้ที่สุด

  1. Why does everyone wear a green hat?
  2. Why is everyone wearing a green hat?
  3. Why are everyone wearing a green hat?
ดูคำตอบ

Why is everyone wearing a green hat?

Barnicus and Bumpy went everywhere together. วลี

0:40

Barnicus กับ Bumpy ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด

วลี

went everywhere together ไปหลายแห่งด้วยกันเสมอ

Went เป็นรูปอดีตของ go ส่วน went everywhere together หมายความว่าตัวละครทั้งสองไปด้วยกันไม่ว่าจะไปที่ไหน และเป็นการสรุปว่าพวกเขาไปสถานที่ต่าง ๆ ด้วยกันอยู่เสมอ Everywhere ในที่นี้เป็นการกล่าวแบบกว้าง ๆ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าพวกเขาไปเยือนทุกสถานที่ที่เป็นไปได้ วลีนี้ยังสื่อได้ว่าทั้งคู่สนิทกัน เพราะโดยปกติแล้วพวกเขามักอยู่ด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด: Maya and Leo went everywhere together?

  1. พวกเขาไปเยือนทุกสถานที่ที่เป็นไปได้ในโลก
  2. พวกเขาไปหลายสถานที่ด้วยกันเป็นประจำ
  3. พวกเขาไปสถานที่ที่ไม่ได้ระบุเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ

พวกเขาไปหลายสถานที่ด้วยกันเป็นประจำ

I'll have some carrots, น้ำเสียง/เจตนา

0:43

ขอแครอทหน่อยค่ะ

please, shopkeeper.

0:44

คุณเจ้าของร้าน

น้ำเสียง/เจตนา

I'll have some carrots, please: การสั่งและซื้อของอย่างสุภาพ

โครงสร้าง I'll have + สิ่งของ, please เป็นรูปแบบทั่วไปที่ใช้บอกว่าเลือกอะไรเมื่อต้องการสั่งอาหารหรือซื้อของ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังขอแคร์รอตจากเจ้าของร้าน ตรงนี้ 'll (will) ไม่ได้เน้นแผนในอนาคต แต่ทั้งวลีใช้เลือกหรือสั่งสิ่งที่ต้องการอย่างสุภาพในขณะนั้น และ please ช่วยทำให้คำขอนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งอาหารในคาเฟ่โดยใช้ I'll have: ____ a cup of tea, please.

ดูคำตอบ

I'll have

Bumpy loves carrots.

0:45

Bumpy ชอบแครอท

Oh, yes.

0:47

โอ้ ใช่แล้ว

What a lovely puppy. ไวยากรณ์

0:48

ช่างเป็นลูกหมาที่น่ารักจริงๆ

ไวยากรณ์

What a lovely puppy: ประโยคอุทาน What a/an + คำคุณศัพท์ + คำนาม

'What a lovely puppy.' เป็นประโยคอุทาน ไม่ใช่คำถาม โดยใช้โครงสร้าง What + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ เพื่อแสดงความรู้สึกที่ชัดเจน เช่น การชื่นชมหรือความประหลาดใจ กลุ่มคำนามยังคงเรียงตามลำดับปกติคือ a lovely puppy ใช้ an หน้าคำที่เริ่มด้วยเสียงสระ เช่น What an amazing idea! ส่วนคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ไม่ใช้ a/an เช่น What lovely flowers! และ What lovely weather!

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอุทานด้วยโครงสร้าง What a/an: ____ beautiful picture!

ดูคำตอบ

What a

Ow!

0:49

โอ๊ย!

So gentle and mild. การใช้คำ

0:50

ช่างอ่อนโยนและว่านอนสอนง่าย

การใช้คำ

gentle and mild: บรรยายอุปนิสัยที่สงบอ่อนโยน

ในประโยคนี้ gentle and mild ใช้บรรยายอุปนิสัยของลูกสุนัข gentle หมายถึงอ่อนโยนและไม่ปฏิบัติอย่างรุนแรง ส่วน mild หมายถึงใจเย็น นิสัยมั่นคง และไม่ดุ คำคุณศัพท์สองคำนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกแบบเดียวกัน ในที่นี้ mild กล่าวถึงนิสัย ไม่ได้หมายถึงรสอ่อน อากาศอบอุ่นสบาย หรืออาการป่วยเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใน “So gentle and mild.” คำว่า mild หมายถึงอะไร

  1. มีรสอ่อน
  2. ไม่ได้ป่วยหนัก
  3. ใจเย็นและไม่ดุ
ดูคำตอบ

ใจเย็นและไม่ดุ

Barnicus was finally happy.

0:56

ในที่สุด Barnicus ก็มีความสุข

Then one day Barnicus woke up to discover that Bumpy was very sick. วลี

1:01

แล้ววันหนึ่ง Barnicus ก็ตื่นขึ้นมาพบว่า Bumpy ป่วยหนักมาก

วลี

woke up to discover that ...: ตื่นขึ้นมาแล้วพบสิ่งที่ไม่คาดคิด

รูปแบบ woke up to discover that ... หมายถึง “ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า...” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกสถานการณ์ที่เพิ่งค้นพบ ในที่นี้ to discover นำเสนอการค้นพบว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นหลังจากตื่น ซึ่งมักมีความรู้สึกประหลาดใจ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการตื่น รูปแบบนี้มีประโยชน์ในเรื่องเล่าเมื่อข้อเท็จจริงใหม่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า”: Mia ____ the kitchen floor was covered in water.

ดูคำตอบ

woke up to discover that

Oh, no.

1:07

โอ้ ไม่นะ

Bumpy's sick.

1:07

Bumpy ป่วย

Lots of days and nights went by, ลำดับความ

1:10

วันและคืนผ่านไปหลายวัน

ลำดับความ

Lots of days and nights went by: การบอกว่าเวลาผ่านไปในเรื่อง

Lots of days and nights went by หมายความว่าเวลาช่วงยาวนานได้ผ่านไป เมื่อคำบอกเวลาอย่าง days and nights เป็นประธาน went by จะบอกว่าเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายถึงใครเดินผ่านสถานที่หนึ่ง ในเรื่องเล่า ประโยคนี้ข้ามช่วงเวลาที่ยาวนานแล้วพาผู้ฟังไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา การวาง days and nights คู่กันทำให้รู้สึกว่าต้องรอนานเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ go by ในรูปอดีตธรรมดา: Several quiet weeks ____ before we heard any news.

ดูคำตอบ

went by

but Bumpy wasn't getting better. ไวยากรณ์

1:12

แต่ Bumpy ก็ไม่ดีขึ้นเลย

ไวยากรณ์

wasn't getting better: ไม่มีการดีขึ้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Get better หมายถึงดีขึ้นหรืออาการดีขึ้น ในประโยคนี้กล่าวถึงสุขภาพของ Bumpy ไม่ได้หมายถึงการเป็นคนใจดีขึ้นหรือดีขึ้นในทางศีลธรรม Wasn't getting better เป็น past progressive รูปปฏิเสธ ซึ่งแสดงว่าตลอดช่วงเวลาที่เฝ้าดู กระบวนการดีขึ้นตามที่คาดไว้ไม่ได้กำลังเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธแบบย่อของ past progressive ของ get better: After a week of rest, Mia still ____.

ดูคำตอบ

wasn't getting better

It's not fair. น้ำเสียง/เจตนา

1:15

มันไม่ยุติธรรมเลย

น้ำเสียง/เจตนา

It's not fair: แสดงความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมและน้อยใจ

It's not fair หมายความว่าผู้พูดรู้สึกว่าสถานการณ์ กฎ ผลลัพธ์ หรือการปฏิบัติบางอย่างไม่ยุติธรรม ในที่นี้ fair เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ยุติธรรมหรือเท่าเทียม” ในประโยคนี้ยังเป็นการตอบสนองทางอารมณ์ด้วย ผู้พูดรู้สึกเสียใจและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ประโยคนี้ใช้แสดงความน้อยใจได้แม้ไม่มีใครตั้งใจทำให้เกิดสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เมื่อพูด “It's not fair.” หลังจากเกิดผลลัพธ์ที่ทำให้เสียใจ ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก?

  1. ผู้พูดรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ยุติธรรมและเสียใจกับเรื่องนั้น
  2. ผู้พูดกำลังบรรยายอากาศที่แจ่มใสและสบาย
  3. ผู้พูดอยากไปตลาดสาธารณะ
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ยุติธรรมและเสียใจกับเรื่องนั้น

Barnicus wandered around looking for help, โน้ต

1:17

Barnicus เดินเตร่ไปทั่วเพื่อขอความช่วยเหลือ

กริยาวลี

wandered around: เดินไปทั่วโดยไม่มีเส้นทางชัดเจน

Wandered around เป็นรูปอดีตของ wander around หมายถึงเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยไม่มีเส้นทางชัดเจน Wander ทำให้การเคลื่อนที่ดูไม่มีทิศทางมากกว่า walk ทั่วไป ส่วน around ในที่นี้หมายถึง “ตามที่ต่าง ๆ” ไม่จำเป็นต้องเดินเป็นวงรอบสิ่งของหนึ่งชิ้น วลี -ing อย่าง looking for help บอกว่าบาร์นิคัสกำลังทำอะไรระหว่างเดิน เป้าหมายโดยรวมคือการหาความช่วยเหลือ แต่เส้นทางที่ใช้ยังไม่แน่นอนและไม่ตรง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ wander around เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the tour ended, we ____ the old town until sunset.

ดูคำตอบ

wandered around

วลี

looking for help: มองหาความช่วยเหลือ

looking for help หมายถึงการพยายามหาความช่วยเหลือ คนที่ช่วยได้ หรือวิธีแก้ปัญหา looking เป็นรูป -ing ของ look for และ help ในที่นี้เป็นคำนาม สำนวนนี้เน้นกระบวนการค้นหาความช่วยเหลือ look for เป็นกริยาวลีที่แปลว่า “มองหา” ไม่ได้หมายถึงเพียงหันสายตาไปทาง “ความช่วยเหลือ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย looking for help: After his car broke down, Leo walked toward the nearest house ____.

ดูคำตอบ

looking for help

but no one knew how to fix Socks. ไวยากรณ์

1:20

แต่ไม่มีใครรู้วิธีรักษา Socks เลย

ไวยากรณ์

no one knew how to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ไม่มีใครรู้วิธีทำ

no one knew how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงไม่มีใครสักคนรู้วิธีทำสิ่งนั้น knew เป็นรูปอดีตของ know และหลัง how to ต้องตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น how to open หรือ how to start โครงสร้างนี้บอกว่าขาดความรู้หรือไม่รู้วิธี ไม่ได้แปลว่าทุกคนไม่มีความสามารถทางร่างกายที่จะทำสิ่งนั้นเสมอไป ในบริบทนิทานเด็กนี้ fix หมายถึงทำให้ตัวละครที่ป่วยดีขึ้น ไม่ใช่ซ่อมเครื่องจักร ในการเล่าเรื่องมีการพูดชื่อ Socks ผิดแทน Bumpy แต่ไม่กระทบไวยากรณ์ของโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึงไม่มีใครรู้วิธีทำ: The gate was locked, and no one ____ open it.

ดูคำตอบ

knew how to

Oh, I mean Bumpy. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

โอ้ ฉันหมายถึง Bumpy น่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

การแก้คำพูดของตัวเองทันทีด้วย I mean Bumpy.

ในที่นี้ I mean Bumpy ใช้แทนชื่อที่ผู้พูดเพิ่งพูดผิดทันที โดย I mean นำหน้าคำที่แก้ให้ถูกต้อง ซึ่งชื่อที่ผู้พูดตั้งใจจะพูดคือ Bumpy เมื่อรู้ตัวว่าพูดผิด ให้ใช้ I mean + คำหรือวลีที่ถูกต้องเพื่อแก้คำพูดของตัวเอง การใช้แบบนี้เป็นการแก้คำพูด ไม่ใช่การอธิบายความคิดเห็นให้ยาวขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีแก้คำพูดจากตัวอย่างเพื่อแก้วันให้ถูกต้อง: The appointment is on Monday—sorry, ____ Tuesday.

ดูคำตอบ

I mean

Shopkeeper, please can you help Bumpy? น้ำเสียง/เจตนา

1:24

คุณเจ้าของร้าน ช่วย Bumpy หน่อยได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

การขออย่างสุภาพด้วย please can you help Bumpy?

please can you help Bumpy? เป็นการขอให้อีกฝ่ายลงมือทำบางอย่าง ในที่นี้ can you + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ขอให้เจ้าของร้านช่วย ไม่ได้เพียงถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถหรือไม่ รูปแบบ Please can you + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้สร้างคำขอที่ชัดเจนในชีวิตประจำวัน และ please ช่วยเพิ่มความสุภาพโดยยังบอกตรง ๆ ว่าผู้พูดต้องการอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบคำขอจากตัวอย่าง: ____ carry this box for me?

ดูคำตอบ

Please can you

Sorry, I only know how to sell carrots. ไวยากรณ์

1:27

ขอโทษนะ ฉันรู้แค่วิธีขายแครอทน่ะ

ไวยากรณ์

only know how to: จำกัดขอบเขตสิ่งที่ทำได้

only know how to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าความรู้เชิงปฏิบัติหรือความสามารถของคนหนึ่งจำกัดอยู่ที่การกระทำซึ่งตามหลังมา ในที่นี้ only จำกัดความหมายของ know how to sell carrots คือผู้พูดบอกว่าทักษะเดียวที่ตนมีคือการขายแครอต ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นคนเดียวที่ทำสิ่งนี้ได้ เมื่อวางหลัง Sorry ข้อจำกัดนี้จะเป็นเหตุผลที่สุภาพว่าทำไมจึงช่วยทำงานอื่นไม่ได้ และสามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้บอกขอบเขตของสิ่งที่ตนทำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย only know how to เพื่อบอกว่านี่เป็นงานซ่อมเพียงอย่างเดียวที่ผู้พูดทำได้: I ____ fix loose buttons, not broken zippers.

ดูคำตอบ

only know how to

Finally, she asked the baker.

1:31

ในที่สุด เธอจึงไปถามคนทำขนมปัง

Oh, no, Muffin.

1:33

โอ้ ไม่นะ Muffin

That's my good vase. การใช้คำ

1:34

นั่นแจกันใบโปรดของฉัน

การใช้คำ

my good vase: แจกันที่มีคุณค่าหรือเป็นพิเศษ

ใน my good vase คำว่า good ระบุแจกันของผู้พูดที่ดีกว่า พิเศษกว่า หรือมีคุณค่าทางใจมากกว่า ซึ่งเป็นใบที่ผู้พูดไม่อยากให้เสียหาย คำนี้ไม่ได้บอกคุณสมบัติทางศีลธรรม และไม่จำเป็นต้องหมายความว่าแจกันมีราคาแพง เมื่อใช้ good ร่วมกับคำแสดงความเป็นเจ้าของและสิ่งของในบ้าน คำนี้อาจเลือกชี้สิ่งของที่เก็บไว้ใช้ในโอกาสพิเศษหรือดูแลเป็นพิเศษ ใน That's my good vase การเลือกคำนี้จึงเพิ่มความรู้สึกเป็นห่วงหรืออยากปกป้อง คล้ายกับพูดว่า “นั่นคือแจกันที่ฉันหวง”

แบบฝึกหัด

ใน That's my good vase คำว่า my good vase น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. แจกันที่มีนิสัยดีทางศีลธรรม
  2. แจกันใบใดก็ได้ที่แค่พอใช้ได้
  3. แจกันที่ดีกว่าหรือมีคุณค่ามากกว่าซึ่งผู้พูดอยากปกป้อง
ดูคำตอบ

แจกันที่ดีกว่าหรือมีคุณค่ามากกว่าซึ่งผู้พูดอยากปกป้อง

Hi, Bluey.

1:35

ไง Bluey

Did you want pancakes? น้ำเสียง/เจตนา

1:37

เธออยากกินแพนเค้กไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Did you want...?: การถามเรื่องปัจจุบันให้นุ่มนวลขึ้น

ในที่นี้ Did you want pancakes? ถามถึงตัวเลือกของผู้ฟังในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความต้องการในอดีต ผู้พูดกำลังเสนออาหารอยู่ในขณะนั้น รูปอดีต did ช่วยสร้างระยะห่างและทำให้คำถามไม่ตรงเกินไป ในบริบทการบริการ การต้อนรับ หรือการดูแล Did you want...? จึงใช้เป็นรูปที่นุ่มนวลกว่าของ Do you want...? ได้ บริบทจะบอกว่า did ใช้เพื่อเพิ่มความสุภาพหรือพูดถึงอดีตจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: พนักงานที่กำลังเสนอเครื่องดื่มสามารถถามว่า "Did you want some water?" เพื่อให้คำถามฟังไม่ตรงเกินไปได้

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

Muffin, her name is Barnicus.

1:39

Muffin เธอชื่อ Barnicus ต่างหาก

Why don't... um...

1:42

ทำไมไม่... เอ่อ...

Why don't you try the wise old wolfhound, Barnicus? โน้ต

1:44

ทำไมเธอไม่ไปหาสุนัขวูล์ฟฮาวนด์เฒ่าผู้ปราดเปรื่องล่ะ Barnicus?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you try...?: ใช้เสนอแนะ

Why don't you try...? เป็นวิธีทั่วไปในการเสนอแนะให้ทำบางอย่าง ในที่นี้ผู้พูดแนะนำให้ Barnicus ไปขอความช่วยเหลือจากวูล์ฟฮาวนด์เฒ่าผู้ชาญฉลาด ไม่ได้ขอให้ Barnicus อธิบายเหตุผล หลัง try สามารถใช้กลุ่มคำนามเพื่อระบุคน สถานที่ หรือตัวเลือกที่อาจช่วยได้ เช่น try the help desk และใช้รูป -ing เพื่อระบุวิธีหรือการกระทำได้ เช่น try restarting the computer

แบบฝึกหัด

ใช้ Why don't you try...? เพื่อเสนอแนะ: The app will not open. ____ restarting it?

ดูคำตอบ

Why don't you try

วัฒนธรรม

the wise old wolfhound ในบทบาทผู้ให้คำแนะนำในนิทาน

wolfhound เป็นสุนัขขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ในที่นี้ the wise old wolfhound ไม่ได้บอกเพียงว่าสุนัขตัวนี้แก่และฉลาดเท่านั้น ในนิทาน ตัวละครที่แก่และมีปัญญามักทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำหรือผู้นำทาง บทบาทนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมบาร์นิคัสจึงถูกแนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือจากมัน เพราะมันอาจรู้วิธีแก้ปัญหาที่ตัวละครอื่นไม่รู้

แบบฝึกหัด

ในนิทาน คำบรรยาย the wise old wolfhound บอกเป็นนัยถึงลักษณะใดของตัวละครมากที่สุด?

  1. มันต้องเป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุดในเรื่อง
  2. คำเหล่านี้เพียงบอกอายุและความฉลาดของมันเท่านั้น
  3. มันน่าจะให้ความรู้หรือคำแนะนำได้
ดูคำตอบ

มันน่าจะให้ความรู้หรือคำแนะนำได้

Why don't you try the wise old wolfhound, Bluey?

1:47

ทำไมเธอไม่ไปหาสุนัขวูล์ฟฮาวนด์เฒ่าผู้ปราดเปรื่องล่ะ Bluey?

Barnicus.

1:51

Barnicus

I mean, Barnicus...?

1:52

หมายถึง Barnicus...?

Oh, yes, of course.

1:54

อ้อ ใช่ แน่นอน

Thanks, baker lady.

1:55

ขอบคุณค่ะ คุณน้าคนทำขนมปัง

Was that all right, Dad? น้ำเสียง/เจตนา

1:56

เมื่อกี้โอเคไหมคะพ่อ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Was that all right? ถามถึงสิ่งที่เพิ่งทำเสร็จ

Was that all right? ใช้ถามว่าสิ่งที่ผู้พูดเพิ่งพูดหรือทำไปนั้นใช้ได้หรือดีพอหรือไม่ ในที่นี้ that หมายถึงการแสดงที่เพิ่งจบ และ was แสดงว่าคำถามเกิดขึ้นหลังจากทำสิ่งนั้นแล้ว ในความหมายนี้ all right แปลว่า “ใช้ได้” หรือ “โอเค” คำถามนี้ใช้ขอคำยืนยันหรือการประเมิน ไม่ได้ถามว่าพ่อรู้สึกสบายดีหรือไม่

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งแสดงสั้น ๆ จบและต้องการให้โค้ชบอกว่าการแสดงนั้นใช้ได้หรือไม่ คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Did I get that right?
  2. Was that all right?
  3. Are you all right?
ดูคำตอบ

Was that all right?

Good luck, Bluey!

1:58

โชคดีนะ Bluey!

Oh, Muffin.

2:00

โอ้ Muffin

We can edit that bit out, right? โน้ต

2:03

เราตัดฉากนั้นออกได้ใช่ไหม?

กริยาวลี

edit that bit out: ตัดส่วนหนึ่งออก

edit that bit out หมายถึงนำส่วนนั้นออกระหว่างการตัดต่อ เพื่อไม่ให้ปรากฏในวิดีโอ ไฟล์เสียง หรือข้อความฉบับสุดท้าย that bit เป็นกรรม ส่วน out แสดงผลว่าเนื้อหาถูกนำออก ไม่ได้บอกทิศทาง edit out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้ตรงกลางได้ เช่น edit that bit out หรือวางหลัง out ได้ เช่น edit out that bit แต่กรรมที่เป็นคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลางเสมอ จึงใช้ edit it out ไม่ใช้ edit out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย edit out และวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: My phone number appears in the clip, so please ____ before you post it.

ดูคำตอบ

edit it out

น้ำเสียง/เจตนา

right? ท้ายประโยคเพื่อขอคำยืนยัน

เมื่อวาง right? ไว้ท้ายประโยคบอกเล่า จะเป็นคำขอคำยืนยันแบบสั้น ๆ ใกล้เคียงกับ is that correct? หรือ do you agree? ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้ผู้ฟังยืนยันว่าการตัดส่วนนั้นออกสามารถทำได้หรือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ประโยคบอกเล่าข้างหน้าสื่อสารใจความหลัก ส่วน right? เชิญให้อีกฝ่ายตอบ และมักแสดงว่าผู้พูดคาดหวังคำตอบว่าใช่ right ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทิศทางหรือสิทธิทางกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ right? ท้ายประโยคเพื่อทำอะไรใน: We can leave now, right?

  1. บอกว่าบางคนมีสิทธิทางกฎหมาย
  2. บอกให้ผู้ฟังเคลื่อนไปทางขวา
  3. ตรวจสอบว่าผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วย
ดูคำตอบ

ตรวจสอบว่าผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วย