ทำไม Elon Musk ถึงเปิดโรงเรียนในบ้านของตัวเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Newsthink

ความยากในการเรียน
1,063 คำ 175 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: สารคดีนี้อธิบายว่าโรงเรียนทดลองของ Elon Musk ใช้การคิดจากหลักการพื้นฐาน โจทย์วิศวกรรม การทำงานเป็นทีม และสถานการณ์อนาคต เพื่อฝึกให้เด็กใช้เหตุผลแทนการเดาคำตอบที่กำหนดไว้เพียงข้อเดียว ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. boiling them down to the basics - กริยาวลี: เข้าใจว่าโครงสร้างนี้หมายถึงการลดระบบที่ซับซ้อนให้เหลือข้อเท็จจริงพื้นฐาน จึงติดตามคำอธิบายการวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้โดยไม่ตีความว่าเป็นการต้มจริง ๆ 2. go back to the drawing board - สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่าผู้พูดหมายถึงการทิ้งแบบที่ยังไม่ดีพอแล้วเริ่มวางแผนใหม่ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กลับไปที่กระดานเขียนแบบจริง ๆ 3. whether you're studying or if you're already working. - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าภาษาพูดอาจเชื่อมสองทางเลือกด้วยรูปที่ไม่ขนานกันทั้งหมด และใช้ whether ... or ... ที่สมดุลกว่าในงานเขียนทางการได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is exclusive video of Elon giving a lecture at the home he used to own in Bel Air. ไวยากรณ์

0:00

นี่คือวิดีโอสุดพิเศษของอีลอนขณะกำลังสอนหนังสือที่บ้านซึ่งเขาเคยเป็นเจ้าของในย่านเบลแอร์

ไวยากรณ์

used to own: สภาพในอดีตที่เปลี่ยนไปแล้ว

used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีตที่ตอนนี้ไม่เป็นจริงหรือไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ในที่นี้ used to own หมายความว่า Elon เคยเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว the home he used to own มี the home เป็นกรรมของ own ความสัมพันธ์แบบเต็มสามารถเข้าใจได้ว่าเป็น the home that he used to own

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Nora เคยเป็นเจ้าของร้านในอดีต แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว

  1. The shop is used to store supplies.
  2. Nora is used to owning the shop.
  3. Nora used to own the shop.
ดูคำตอบ

Nora used to own the shop.

Is everybody listening?

0:05

ทุกคนกำลังฟังอยู่หรือเปล่า?

He didn't think regular schools were doing a good enough job of preparing kids. วลี

0:08

เขาไม่คิดว่าโรงเรียนทั่วไปทำได้ดีพอในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ

วลี

doing a good enough job of preparing: ประเมินว่าผลงานดีเพียงพอหรือไม่

do a good enough job of + -ing ใช้ประเมินว่าคนหรือสิ่งหนึ่งทำกิจกรรมได้ดีเพียงใด ในที่นี้ job หมายถึงผลงาน ไม่ใช่อาชีพ และ good enough หมายถึงผลงานนั้นถึงมาตรฐานที่จำเป็น gานที่ถูกประเมินจะอยู่หลัง of ในรูป -ing จึงเป็น of preparing ประโยคนี้บอกว่าโรงเรียนทั่วไปเตรียมเด็ก ๆ ได้ไม่ถึงระดับที่เพียงพอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าเครื่องมือทำงานได้ในระดับที่เพียงพอ

  1. The filter does enough good job of removing smoke.
  2. The filter does a good enough job to removing smoke.
  3. The filter does a good enough job of removing smoke.
ดูคำตอบ

The filter does a good enough job of removing smoke.

Does anybody have any experience with first principles analysis? วัฒนธรรม

0:13

มีใครเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการวิเคราะห์หลักการพื้นฐานแรก (first principles) บ้างไหม?

วัฒนธรรม

first principles analysis: สร้างเหตุผลใหม่จากข้อเท็จจริงพื้นฐาน

first principles analysis หมายถึงการแยกปัญหาออกจนเหลือข้อเท็จจริงพื้นฐานที่สุดที่ไม่สามารถแยกย่อยได้อีก แล้วสร้างข้อสรุปขึ้นใหม่จากข้อเท็จจริงเหล่านั้น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวหมายถึงวิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่การวิเคราะห์หลักยึดส่วนตัวหรือกฎระเบียบ คำถามนี้ถามว่ามีใครเคยใช้หรือเข้าใจวิธีดังกล่าวหรือไม่

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งไม่ใช้แบบเดิม แต่เริ่มจากคุณสมบัติของวัสดุ ข้อจำกัดด้านความปลอดภัย และหน้าที่ที่ต้องการ ทีมนี้ใช้วิธีใด?

  1. a personal code of principles
  2. reasoning by analogy
  3. first principles analysis
ดูคำตอบ

first principles analysis

Do you know what it means?

0:15

คุณรู้ไหมว่ามันแปลว่าอะไร?

Did you read about it or anything?

0:17

คุณเคยอ่านหรืออะไรเกี่ยวกับมันบ้างไหม?

He's a big proponent of teaching people to think based on first principles, วลี

0:18

เขาเป็นผู้สนับสนุนตัวยงในการสอนให้คนคิดโดยอิงจากหลักการพื้นฐานแรก

วลี

a big proponent of: การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งและจริงจัง

a big proponent of X หมายถึงคนที่สนับสนุนหรือผลักดัน X อย่างจริงจังและเปิดเผย big เป็นคำเน้นแบบภาษาสนทนา ส่วน proponent เป็นคำนามหลักที่ค่อนข้างเป็นทางการ ต้องมี of เสมอ โดยตามด้วยคำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing ได้ ในประโยคนี้ of teaching people... ระบุแนวทางที่เขาสนับสนุน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง 'ผู้สนับสนุนอย่างเข้มแข็งและจริงจัง': Maya is ____ reusable packaging at her company.

ดูคำตอบ

a big proponent of

which is figuring out how things work by boiling them down to the basics. กริยาวลี

0:23

ซึ่งก็คือการทำความเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ ทำงานอย่างไรโดยการย่อยมันลงไปสู่พื้นฐานจริงๆ

กริยาวลี

Boil something down to something: ลดความซับซ้อนให้เหลือแก่นสำคัญ

ในที่นี้ boil them down หมายถึงการลดทอนสิ่งซับซ้อนที่กำลังวิเคราะห์ให้เหลือส่วนที่เรียบง่ายและสำคัญที่สุด เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการนำอะไรไปให้ความร้อนหรือต้มจริง ๆ รูปแบบคือ boil + กรรม + down + to + ผลลัพธ์ เช่น boil something down to the basics หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง boil กับ down โดยใช้ boil them down ไม่ใช่ boil down them

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Priya ลดทอนข้อเสนอที่ยาวให้เหลือประเด็นสำคัญ?

  1. Priya read the full proposal aloud to the group.
  2. Priya broke the proposal down into three sections.
  3. Priya boiled the proposal down to three key points.
ดูคำตอบ

Priya boiled the proposal down to three key points.

For example,

0:28

ตัวอย่างเช่น

it used to be that people thought a radical improvement in rocketry was impossible. ไวยากรณ์

0:29

เมื่อก่อนคนเคยคิดว่าการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในวิศวกรรมจรวดนั้นเป็นไปไม่ได้

ไวยากรณ์

It used to be that + อนุประโยค: สถานการณ์ทั่วไปในอดีต

ในโครงสร้าง it used to be that + อนุประโยค คำว่า it เป็นส่วนที่ใช้เปิดเข้าสู่สถานการณ์หรือความเชื่อทั้งหมดในอดีต ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าแต่ก่อนผู้คนโดยทั่วไปเชื่อว่าการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดอย่างก้าวกระโดดเป็นไปไม่ได้ และยังสื่อด้วยว่าภายหลังมุมมองนี้เปลี่ยนไป ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบรรยายบรรทัดฐานทางสังคม ความเชื่อร่วม หรือสภาพทั่วไปในอดีต ไม่ใช่เพียงนิสัยที่คนคนหนึ่งเคยทำซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย It และใช้เปิดสถานการณ์ทั่วไปในอดีต: ____ most employees worked in the office every day.

ดูคำตอบ

It used to be that

Space agencies and private companies tried to build reusable rockets,

0:34

หน่วยงานอวกาศและบริษัทเอกชนพยายามสร้างจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้

but failed.

0:38

แต่ก็ล้มเหลว

The only one that kind of worked was NASA's space shuttle, น้ำเสียง/เจตนา

0:39

สิ่งเดียวที่พอจะใช้ได้ก็คือกระสวยอวกาศของนาซ่า

น้ำเสียง/เจตนา

Kind of worked: สำเร็จเพียงบางส่วน

ใน kind of worked คำว่า kind of ทำให้น้ำหนักการยืนยันของ worked อ่อนลง หมายความว่าความพยายามนั้นได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้สำเร็จทั้งหมด หรือยังไม่ดีพอที่จะเรียกว่าเป็นความสำเร็จอย่างชัดเจน คำลดน้ำหนักนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับผลสำเร็จที่มีอยู่อย่างจำกัด พร้อมกับยังคงแสดงข้อสงวนไว้ เมื่อได้ยิน kind of อยู่หน้าคำประเมิน อย่าเข้าใจว่าผู้พูดกำลังตอบรับอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

'The backup plan kind of worked' น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด

  1. แผนนั้นประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ
  2. แผนนั้นล้มเหลวโดยไม่ก่อให้เกิดผลที่เป็นประโยชน์เลย
  3. แผนนั้นได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ไม่สมบูรณ์
ดูคำตอบ

แผนนั้นได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ไม่สมบูรณ์

but the cost of refurbishing the boosters by fishing them out of the ocean was so great ไวยากรณ์

0:43

แต่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบูสเตอร์โดยการกู้พวกมันขึ้นมาจากมหาสมุทรนั้นสูงมาก

that it didn't make sense.

0:48

จนทำให้มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ไวยากรณ์

So great that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ในโครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค that คำว่า so เพิ่มระดับที่คำคุณศัพท์สื่อออกมา ส่วนอนุประโยค that บอกผลที่เกิดจากระดับอันรุนแรงนั้น ในที่นี้ so great หมายถึงค่าใช้จ่ายสูงมากจนการนำจรวดขับดันกลับมาใช้ใหม่ไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป เมื่อใช้กับสิ่งที่วัดได้อย่างค่าใช้จ่าย great อาจหมายถึงใหญ่หรือสูง ไม่ได้หมายถึงยอดเยี่ยม เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างนี้ ให้ถามว่าเกิดผลอะไรขึ้นเพราะระดับนั้นรุนแรงมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผลแบบคู่ so ... that: The wind was ____ strong ____ the game was canceled.

ดูคำตอบ

so · that

You look at what others are doing,

0:49

คุณมองดูสิ่งที่คนอื่นทำ

say well others didn't make it work,

0:51

แล้วบอกว่า 'ก็คนอื่นยังทำไม่สำเร็จเลย

therefore it doesn't work.

0:54

ดังนั้นมันเลยใช้ไม่ได้ไง'

But that has no basis in reality. วลี

0:55

แต่นั่นไม่มีความจริงเป็นพื้นฐานเลย

วลี

has no basis in reality: ไม่มีมูลความจริง

ในประโยคนี้ has no basis in reality หมายความว่าข้อสรุปนั้นไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานจากโลกจริงรองรับ ประธานของ has คือแนวคิดที่กำลังถูกโต้แย้ง ส่วน basis หมายถึงเหตุผลหรือหลักรองรับ ไม่ใช่ฐานที่เป็นวัตถุ ใช้ have/has no basis in reality เพื่อปฏิเสธรากฐานของคำกล่าว สมมติฐาน หรือข้อสรุป สำนวนนี้เจาะจงกว่าการพูดเพียงว่าบางอย่างผิด เพราะชี้ว่าขาดสิ่งรองรับในความเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปฏิเสธคำกล่าวได้ตรงที่สุดเพราะคำกล่าวนั้นไม่มีข้อเท็จจริงจากโลกจริงรองรับ?

  1. The claim does not interest me.
  2. The claim has no basis in reality.
  3. The claim is difficult to explain.
ดูคำตอบ

The claim has no basis in reality.

Um A first principles of a foundational approach would be to say,

0:58

เอ่อ แนวทางพื้นฐานของหลักการแรกจะบอกว่า

let's look at the physics and economics um of a rocket

1:03

เรามาดูฟิสิกส์และเศรษฐศาสตร์ เอ่อ ของจรวดกัน

and say,

1:08

แล้วบอกว่า

if we analyze the physics um of the rocket,

1:09

ถ้าเราวิเคราะห์ฟิสิกส์ เอ่อ ของจรวด

is it physically possible?

1:14

มันเป็นไปได้ทางฟิสิกส์ไหม?

First principles thinking would break down the cost of the rocket's materials กริยาวลี

1:16

การคิดแบบหลักการแรกจะแจกแจงต้นทุนวัสดุของจรวด

กริยาวลี

break down: แยกต้นทุนออกเป็นส่วนย่อย

ในที่นี้ break down หมายถึงการแบ่งสิ่งที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เพื่อให้ตรวจดูแต่ละส่วนได้ เป็นวลีกริยาที่แยกคำได้ กรรมคือ the cost of the rocket's materials ดังนั้นผู้พูดหมายถึงการแยกดูต้นทุนวัสดุแต่ละรายการ ไม่ใช่การทำให้บางอย่างเสียหาย ความหมายด้านการวิเคราะห์นี้ใช้กับต้นทุน ปัญหา งาน กระบวนการ และข้อมูลได้ เช่น break down the budget หรือ break a task down into steps สำนวนนี้มักใช้กับ by เพื่อระบุหมวดหมู่ หรือ into เพื่อระบุส่วนที่แบ่งออกมา

แบบฝึกหัด

เติมวลีกริยาเป้าหมายที่หมายถึงแบ่งออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เพื่อวิเคราะห์: To understand the bill, let's ____ the charges by category.

ดูคำตอบ

break down

and figure out how to reassemble the materials to produce a more affordable rocket,

1:21

และหาวิธีประกอบวัสดุเหล่านั้นขึ้นมาใหม่เพื่อผลิตจรวดในราคาที่ถูกลง

which is SpaceX's mission.

1:26

ซึ่งนั่นคือภารกิจของ SpaceX

Ad Astra school originally began at SpaceX's rocket factory in Hawthorne, California,

1:28

โรงเรียน Ad Astra เริ่มต้นขึ้นที่โรงงานจรวดของ SpaceX ในเมืองฮอว์ทอร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย

to teach Elon's children and the kids of some employees.

1:34

เพื่อสอนลูกๆ ของอีลอนและลูกๆ ของพนักงานบางคน

Then it moved to his house for a couple of years,

1:38

จากนั้นมันก็ถูกย้ายไปที่บ้านของเขาสองสามปี

the one that formerly belonged to Gene Wilder.

1:40

ซึ่งเป็นบ้านที่เคยเป็นของยีน ไวลเดอร์ (Gene Wilder)

Elon was a guest lecturer.

1:43

อีลอนมาเป็นอาจารย์รับเชิญ

The teacher who helped create the curriculum was Josh Dahn.

1:45

ครูที่ช่วยสร้างหลักสูตรคือ จอช ดาห์น (Josh Dahn)

Hey Josh.

1:48

ไง จอช

Hey Cindy.

1:49

ไง ซินดี้

Dahn taught one of Elon's sons at a private school for gifted children in LA.

1:50

ดาห์นเคยสอนลูกชายคนหนึ่งของอีลอนที่โรงเรียนเอกชนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษในแอลเอ

The SpaceX CEO then approached him to start an experimental school at his rocket factory.

1:55

ซีอีโอของ SpaceX จึงได้ทาบทามเขาให้มาเริ่มโรงเรียนทดลองที่โรงงานจรวดของเขา

So if Elon's directive was to make it great,

2:01

ดังนั้น หากคำสั่งของอีลอนคือการทำให้มันยอดเยี่ยม

then okay, well what does great look like? น้ำเสียง/เจตนา

2:03

โอเค แล้วความยอดเยี่ยมนั้นหน้าตาเป็นอย่างไรล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What does great look like?: การกำหนดความยอดเยี่ยมให้ชัดเจน

ในที่นี้ what does great look like? ไม่ได้ถามถึงรูปลักษณ์ของคน รูปแบบ what does + เป้าหมายที่เป็นนามธรรม + look like? ใช้ถามว่าเป้าหมายนั้นจะมีลักษณะอย่างไรในทางปฏิบัติ และมาตรฐาน ลักษณะ หรือผลลัพธ์ใดจะแสดงว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว รูปแบบนี้เปลี่ยนคำสั่งกว้าง ๆ อย่างทำให้มันยอดเยี่ยม ให้เป็นคำถามที่ขอคำจำกัดความอย่างเป็นรูปธรรม ผู้พูดต้องการสร้างภาพความสำเร็จร่วมกันก่อนตัดสินใจว่าจะทำอะไร

แบบฝึกหัด

ในคำถาม what does great look like? ผู้พูดกำลังขอทราบอะไร

  1. รูปลักษณ์ภายนอกของสิ่งของ
  2. แผนทีละขั้นตอนสำหรับปรับปรุงสิ่งของ
  3. มาตรฐานหรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมซึ่งจะถือว่ายอดเยี่ยม
ดูคำตอบ

มาตรฐานหรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมซึ่งจะถือว่ายอดเยี่ยม

It looked like a totally different experience than a typical school.

2:06

มันดูเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากโรงเรียนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

Instead of classes in languages, music, or sports,

2:11

แทนที่จะเรียนวิชาภาษา ดนตรี หรือกีฬา

kids focused on critical thinking,

2:15

เด็กๆ จะมุ่งเน้นไปที่การคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking)

solving the types of problems SpaceX employees tackle.

2:17

แก้ปัญหาในแบบที่พนักงาน SpaceX ต้องรับมือ

Like imagine how the grid fin can be redesigned. วัฒนธรรม

2:21

อย่างเช่น ลองจินตนาการดูว่าครีบตาราง (grid fin) สามารถออกแบบใหม่ได้อย่างไร

วัฒนธรรม

grid fin: พื้นผิวควบคุมอากาศพลศาสตร์แบบตะแกรง

grid fin คือพื้นผิวควบคุมการบินที่มีโครงสร้างเป็นตะแกรงและมีช่องเปิดเล็ก ๆ จำนวนมาก มันไม่ใช่ครีบตันเรียบ ๆ แต่ทำจากแท่งที่ตัดกัน อากาศจึงไหลผ่านตะแกรงได้ ขณะที่พื้นผิวนี้ช่วยบังคับทิศทางของจรวดหรือยานอวกาศอื่น ๆ ในประโยคนี้ grid fin เป็นชื่อชิ้นส่วนเฉพาะทางด้านอวกาศ ไม่ใช่ครีบปลา คำนี้สำคัญเพราะสามารถนำรูปร่าง ขนาด และวัสดุของมันมาออกแบบใหม่เป็นโจทย์ทางวิศวกรรมได้

แบบฝึกหัด

grid fin คืออะไร

  1. ครีบปลาที่มีลวดลายเป็นตารางหมากรุก
  2. ปีกเรียบที่มีหน้าที่หลักในการสร้างแรงยก
  3. พื้นผิวควบคุมอากาศพลศาสตร์รูปตะแกรงที่ใช้กับยานอวกาศ
ดูคำตอบ

พื้นผิวควบคุมอากาศพลศาสตร์รูปตะแกรงที่ใช้กับยานอวกาศ

He's referring to the fins that come down when the Falcon 9 lands.

2:25

เขาหมายถึงครีบที่กางออกลงมาตอนที่ Falcon 9 ลงจอด

could you imagine other designs?

2:29

พวกคุณจินตนาการถึงดีไซน์อื่นออกไหม?

And how would you have known if those designs would be more efficacious than a design that's currently being used? การใช้คำ

2:30

และคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าดีไซน์เหล่านั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าดีไซน์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน?

การใช้คำ

more efficacious than: การเปรียบเทียบประสิทธิผลจริง

more efficacious than หมายถึง “สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ได้มากกว่า” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบว่าการออกแบบที่เสนอมาจะใช้งานได้ผลจริงเพียงใดเมื่อเทียบกับการออกแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน efficacious เป็นคำคุณศัพท์ และโครงสร้าง more + คำคุณศัพท์ + than ใช้สร้างการเปรียบเทียบ วลีนี้เน้นการบรรลุผลที่ตั้งใจไว้ ไม่ได้เน้นการประหยัดเวลา เงิน หรือแรง

แบบฝึกหัด

หากงานวิจัยกำลังเปรียบเทียบความสำเร็จในการก่อให้เกิดผลที่ตั้งใจไว้ วลีใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด? The revised treatment proved ___ the previous one in preventing infection.

  1. more expensive than
  2. more efficacious than
  3. more efficient than
ดูคำตอบ

more efficacious than

The lesson of first principles is to not be bound by what's already been done. วลี

2:36

บทเรียนของหลักการแรกคือต้องไม่ถูกผูกมัดด้วยสิ่งที่เคยทำมาแล้ว

วลี

be bound by: ถูกจำกัดโดยกฎหรือบรรทัดฐาน

be bound by หมายถึง “ถูกกำหนด ถูกจำกัด หรือถูกควบคุมโดยบางสิ่ง” ในที่นี้ not be bound by what's already been done หมายความว่าตัวเลือกในอดีตไม่ควรเป็นสิ่งที่กำหนดขอบเขตของแนวคิดใหม่ โครงสร้างคือ be + bound + by + กฎ ข้อตกลง เงื่อนไข หรือบรรทัดฐาน โดยสิ่งที่ตามหลัง by คือที่มาของข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดในความหมายว่า “ถูกจำกัดโดย”? When making the decision, even the director must ___ the safety rules.

  1. be bound for
  2. be bound to
  3. be bound by
ดูคำตอบ

be bound by

You don't have to create grid fins of the same design, size, or material.

2:41

คุณไม่จำเป็นต้องสร้างครีบตารางให้มีดีไซน์ ขนาด หรือวัสดุแบบเดียวกัน

You can even go back to the drawing board completely and imagine something totally different that could direct a descending rocket. สำนวน

2:46

คุณสามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่จากศูนย์และจินตนาการถึงบางสิ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงซึ่งสามารถควบคุมทิศทางของจรวดที่กำลังร่อนลงได้

สำนวน

Go back to the drawing board: กลับไปเริ่มวางแผนใหม่

Go back to the drawing board หมายถึงหยุดใช้แผนปัจจุบัน แล้วเริ่มวางแผนหรือออกแบบใหม่ เพราะแนวทางเดิมใช้ไม่ได้ผล โดยทั่วไปสำนวนนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าต้องกลับไปที่กระดานเขียนแบบจริง ๆ แต่สื่อว่าต้องทบทวนแนวคิดพื้นฐานใหม่ ไม่ใช่แค่แก้รายละเอียดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เริ่มวางแผนใหม่” ให้สมบูรณ์: The prototype failed every safety test, so we need to ____.

ดูคำตอบ

go back to the drawing board

Can something other than grid fins be better for the successor to the Falcon 9, Starship? วลี

2:53

มีอย่างอื่นนอกเหนือจากครีบตารางไหมที่จะดีกว่าสำหรับผู้สืบทอดของ Falcon 9 อย่าง Starship?

วลี

Successor to the Falcon 9: รุ่นต่อจาก Falcon 9

ใน successor to the Falcon 9 คำว่า successor หมายถึงผลิตภัณฑ์หรือระบบที่ตามมาทีหลังและเข้ามารับช่วงต่อจากของเดิม บุพบทที่ใช้ตามปกติคือ to: X is the successor to Y. Starship ที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นชื่อของสิ่งที่เป็นรุ่นต่อในข้อความนี้ โครงสร้างนี้เป็นคำวางเคียงเพื่อระบุว่า successor ในคำถามหมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทมาตรฐานที่ตามหลัง successor ให้สมบูรณ์: The new battery system is the successor ____ the previous model.

ดูคำตอบ

to

There were also questions related to Tesla,

2:59

นอกจากนี้ยังมีคำถามที่เกี่ยวข้องกับ Tesla ด้วย

as students had exposure to Tesla's design studio within SpaceX's Hawthorne factory. วลี

3:02

เนื่องจากนักเรียนมีโอกาสได้สัมผัสกับสตูดิโอออกแบบของ Tesla ภายในโรงงานฮอว์ทอร์นของ SpaceX

วลี

had exposure to: เคยสัมผัสแต่ไม่ได้หมายถึงเชี่ยวชาญ

ในที่นี้ had exposure to หมายถึงนักเรียนมีโอกาสได้เห็น สัมผัส หรือเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมด้านการออกแบบของ Tesla เป็นการพูดถึงการได้สัมผัสและค่อย ๆ คุ้นเคย ไม่ใช่การสัมผัสสิ่งอันตราย วลีนี้ไม่ได้หมายความว่านักเรียนได้ทำงานที่นั่นอย่างลึกซึ้งหรือกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว ใช้ have exposure to เมื่อใครบางคนเคยสัมผัสสาขา เครื่องมือ วัฒนธรรม หรือสถานที่ทำงานบางอย่าง แต่ไม่ต้องการกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับระดับประสบการณ์ของคนนั้น

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ had exposure to ในที่นี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. พวกเขาได้กลายเป็นนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญในสตูดิโอนั้นแล้ว
  2. พวกเขาสัมผัสอันตรายทางร่างกายในโรงงาน
  3. พวกเขามีโอกาสทำความคุ้นเคยกับสตูดิโอ แต่เพียงเท่านี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ดูคำตอบ

พวกเขามีโอกาสทำความคุ้นเคยกับสตูดิโอ แต่เพียงเท่านี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ

For example, Like what could the Supercharger network look like in a country where it doesn't yet exist?

3:07

ตัวอย่างเช่น เครือข่ายสถานีชาร์จ (Supercharger) จะหน้าตาเป็นอย่างไรในประเทศที่ยังไม่มีสิ่งนี้?

So, what if you created the Supercharger network in Argentina? ไวยากรณ์

3:12

แล้วถ้าคุณต้องสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จในอาร์เจนตินาล่ะ?

ไวยากรณ์

what if you created: เสนอแนวคิดสมมติด้วยรูปอดีต

What if ใช้เปิดสถานการณ์สมมติและชวนให้ผู้ฟังคิดถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ใน what if you created คำว่า created อยู่ในรูปอดีตธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นในอดีต รูปอดีตช่วยเพิ่มระยะห่างเชิงสมมติ กล่าวคือ เครือข่ายนั้นยังไม่มีอยู่ที่นั่น ผู้พูดจึงขอให้ผู้ฟังลองจินตนาการว่ากำลังสร้างมัน รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการระดมความคิด สำรวจความเสี่ยง และพิจารณาทางเลือก

แบบฝึกหัด

เติมคำถามโดยใช้ what if, you และรูปอดีตของ create เพื่อทำให้แผนฟังเป็นการสมมติ: ____ a reading club at school?

ดูคำตอบ

What if you created

There are many different ways to answer this question.

3:15

มีหลากหลายวิธีในการตอบคำถามนี้

What Josh was looking for was the ability to reason. ไวยากรณ์

3:18

สิ่งที่จอชกำลังมองหาคือความสามารถในการให้เหตุผล

ไวยากรณ์

What ... was ...: ประโยค pseudo-cleft ที่ใช้ What

ในประโยคนี้ What Josh was looking for เป็นอนุประโยคคำนาม หมายถึงสิ่งที่จอชต้องการค้นหา และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ดังนั้น What จึงไม่ได้ใช้ถามคำถาม รูปแบบ What + อนุประโยค + be + จุดเน้น เป็นประโยค pseudo-cleft รูปแบบนี้เลื่อนข้อมูลสำคัญอย่าง the ability to reason ไปไว้ท้ายประโยค ทำให้ข้อมูลนั้นเด่นขึ้นและช่วยให้ผู้พูดชี้ชัดว่าเกณฑ์ที่แท้จริงคืออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง pseudo-cleft ที่ขึ้นต้นด้วย What เพื่อเน้นสิ่งที่นักเดินป่าต้องการจริง ๆ ไว้ท้ายประโยค

  1. The hikers needed a reliable map.
  2. What did the hikers need on the trail?
  3. What the hikers needed was a reliable map.
ดูคำตอบ

What the hikers needed was a reliable map.

Centering Superchargers around dense populations is a start.

3:22

การตั้งสถานีชาร์จไว้รอบๆ แหล่งที่มีประชากรหนาแน่นถือเป็นจุดเริ่มต้น

And then the next question is like, well where do we go next?

3:26

และคำถามต่อไปก็คือ แล้วเราจะไปไหนต่อ?

And the way that they have reasoned through that is really interesting because then they're seeing these like multiple pathways that they could approach. กริยาวลี

3:28

และวิธีที่พวกเขาใช้เหตุผลผ่านเรื่องนี้น่าสนใจมากเพราะพวกเขาจะได้เห็นแนวทางมากมายที่สามารถนำมาใช้ได้

กริยาวลี

reasoned through: คิดวิเคราะห์ปัญหาทีละขั้น

ในประโยคนี้ reasoned through that หมายถึงใช้เหตุผลวิเคราะห์ปัญหาทั้งหมดทีละขั้น และดูว่าวิธีแก้ต่าง ๆ อาจใช้ได้อย่างไร คำว่า through แสดงว่าการคิดเป็นกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ ใช้ reason through + ปัญหา ตัวเลือก หรือสถานการณ์ เมื่อกระบวนการไปสู่คำตอบมีความสำคัญ วลีนี้เน้นว่าคนคนหนึ่งทำความเข้าใจหรือตัดสินใจได้อย่างไร ไม่ได้เน้นเพียงผลลัพธ์สุดท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงให้เห็นชัดที่สุดว่าคนคนหนึ่งกำลังวิเคราะห์ปัญหาด้วยเหตุผลทีละขั้น

  1. We reasoned through each option before choosing a route.
  2. We glanced at the options and picked one immediately.
  3. We walked through the park to reach the station.
ดูคำตอบ

We reasoned through each option before choosing a route.

And one of the ways that you can help them is to limit the number of Superchargers that they can build. ไวยากรณ์

3:35

และวิธีหนึ่งที่คุณสามารถช่วยพวกเขาได้คือการจำกัดจำนวนสถานีชาร์จที่พวกเขาสามารถสร้างได้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง one of the ways that ... is to ...

โครงสร้าง one of the ways that ... is to ... ใช้เกริ่นถึงวิธีที่เจาะจงหนึ่งวิธีจากหลายวิธีที่เป็นไปได้ ในประโยคนี้ วิธีดังกล่าวอยู่หลัง is to คือ limit the number of Superchargers คำหลักของประธานที่ใช้กับ is คือ one ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ ways ที่อยู่ใกล้กัน จึงต้องใช้ is รูปเอกพจน์ สามารถนำรูปแบบ one of the ways that + ประธาน + can + คำกริยา + is to + คำกริยา ไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่สอดคล้องกับ one ในรูปเอกพจน์และใช้เกริ่นถึงวิธีนั้น: One of the ways that you can save water ____ take shorter showers.

ดูคำตอบ

is to

So if you can only build,

3:39

ดังนั้น ถ้าคุณสามารถสร้างได้

you know, 50 Superchargers in the country of Argentina for that first year,

3:40

คุณรู้ไหม แค่ 50 สถานีชาร์จในประเทศอาร์เจนตินาสำหรับปีแรกนั้น

where would those 50 be?

3:44

50 แห่งนั้นจะอยู่ที่ไหน?

And this is high-level thinking at a really young age.

3:46

และนี่คือการคิดขั้นสูงในวัยที่ยังเด็กมากๆ

It's remarkable what kids are capable of when you give them opportunities where they have decisions to make. ไวยากรณ์

3:48

มันน่าทึ่งมากที่เด็กๆ สามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อคุณให้โอกาสพวกเขาได้ตัดสินใจ

ไวยากรณ์

what kids are capable of: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยคซ้อน

ในประโยคนี้ what kids are capable of หมายถึง “สิ่งที่เด็ก ๆ สามารถทำได้” อนุประโยคทั้งหมดบอกว่าสิ่งใดเป็นเรื่องน่าทึ่ง ส่วนนี้เป็นอนุประโยคนามที่ซ้อนอยู่ในประโยคใหญ่ ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า kids are ไม่ใช่ are kids ส่วน what ทำหน้าที่เติมส่วนที่ขาดไปในเชิงความหมายหลัง of ใน capable of

แบบฝึกหัด

เลือกอนุประโยคที่เติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง: The coach was surprised by ____.

  1. what were the players capable of
  2. what the players capable of were
  3. what the players were capable of
ดูคำตอบ

what the players were capable of

Josh now runs Synthesis,

3:54

ปัจจุบันจอชบริหาร Synthesis

an online program applying the same type of thinking at Elon's school.

3:57

ซึ่งเป็นโปรแกรมออนไลน์ที่ประยุกต์ใช้ความคิดแบบเดียวกับที่โรงเรียนของอีลอน

Oh my gosh, this is the best place for

4:01

โอ้พระเจ้า นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับ...

Oh, we're going really fast.

4:03

โอ้ เรากำลังไปกันเร็วมากเลย

Yes.

4:04

ใช่

Students from around the world strategize in teams as a way to mirror collaboration in real life. การใช้คำ

4:05

นักเรียนจากทั่วโลกวางกลยุทธ์ร่วมกันเป็นทีมเพื่อสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันในชีวิตจริง

การใช้คำ

mirror collaboration in real life: จำลองการทำงานร่วมกันในชีวิตจริง

ในประโยคนี้ mirror เป็นคำกริยาที่หมายถึง “แสดงรูปแบบหรือโครงสร้างที่คล้ายกับบางสิ่งในโลกจริง” กิจกรรมแบบทีมถูกออกแบบให้วิธีการทำงานคล้ายกับการร่วมมือกันในชีวิตจริง Mirror เน้นความคล้ายกันในส่วนสำคัญ ไม่ได้หมายถึงการคัดลอกทุกรายละเอียดอย่างเหมือนกันทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “X mirrors Y” ซึ่งหมายความว่า X และ Y มีลักษณะสำคัญร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ mirror ในความหมายว่า “มีโครงสร้างหรือผลสำคัญเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง”

  1. The practice interview mirrors the pressure of a real job interview.
  2. The mirror has a silver frame.
  3. She checked her hair in the mirror.
ดูคำตอบ

The practice interview mirrors the pressure of a real job interview.

Have fun.

4:11

ขอให้สนุกนะ

We'll start the first game in about 5 minutes.

4:12

เราจะเริ่มเกมแรกในอีกประมาณ 5 นาที

Although the students are as young as eight, ไวยากรณ์

4:14

แม้ว่านักเรียนจะอายุน้อยแค่ 8 ขวบ

the problems they have to answer are difficult even for adults.

4:16

แต่ปัญหาที่พวกเขาต้องตอบนั้นยากแม้กระทั่งสำหรับผู้ใหญ่

ไวยากรณ์

as young as eight: อายุเพียงแปดขวบ

“As young as eight” หมายถึง “มีอายุน้อยถึงแปดขวบ ซึ่งน้อยอย่างน่าประหลาดใจ” ในที่นี้สำนวนนี้เน้นว่านักเรียนบางคนยังอายุน้อยมาก คำว่า although ที่ต้นประโยคนำข้อเท็จจริงนี้ไปตัดกับความยากของปัญหา ซึ่งยากแม้กระทั่งสำหรับผู้ใหญ่ ในรูปแบบ “as young as + อายุ” ตัวเลขใช้บอกอายุ ไม่ใช่อีกฝ่ายหนึ่งที่นำมาเปรียบเทียบกับ young รูปแบบนี้ใช้บอกอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม หรือเน้นว่าอายุนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ “as young as + อายุ” โดยใช้ eight: The science camp accepts children ____, and some are still in elementary school.

ดูคำตอบ

as young as eight

For example, imagine that rocket travel is as normal as plane travel.

4:20

ตัวอย่างเช่น ลองจินตนาการว่าการเดินทางด้วยจรวดกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนการเดินทางด้วยเครื่องบิน

If you had to choose one future, ไวยากรณ์

4:25

หากคุณต้องเลือกอนาคตมาหนึ่งอย่าง

which would it be?

4:27

มันจะเป็นแบบไหน?

ไวยากรณ์

การเลือกแบบสมมติด้วย “ถ้าต้องเลือก... จะเป็นอันไหน?”

รูปอดีต had ใน If you had to choose ทำให้ข้อบังคับนั้นเป็นสถานการณ์สมมติ ไม่ได้เล่าว่าเคยมีหน้าที่ในอดีต ประโยคนี้ชวนผู้ฟังให้นึกภาพว่าจำเป็นต้องเลือกหนึ่งตัวเลือก Which would it be? ทำให้กรอบสมมติสมบูรณ์และถามให้ระบุหนึ่งตัวเลือก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If you had to choose ..., which would it be?

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ have to และคำกริยาช่วยแสดงการสมมติที่เข้าคู่กันเพื่อเติมรูปแบบให้สมบูรณ์: Imagine you can keep only one hobby. If you ____ choose, which ____ it be?

ดูคำตอบ

had to · would

Traveling to anywhere on Earth within an hour,

4:29

เดินทางไปที่ไหนก็ได้บนโลกภายในหนึ่งชั่วโมง

going sightseeing on the moon,

4:32

ไปท่องเที่ยวบนดวงจันทร์

or three, starting a city on Mars.

4:34

หรือสาม เริ่มสร้างเมืองบนดาวอังคาร

Again, there's no right or wrong answer. วลี

4:38

ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด

วลี

“ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด” ในคำถามปลายเปิด

ในที่นี้ no right or wrong answer หมายถึงคำถามปลายเปิด กล่าวคือ ไม่มีคำตอบเดียวที่ตัดสินแบบง่าย ๆ ได้ว่าถูกหรือผิด วลีนี้ช่วยให้ผู้ตอบสบายใจว่าทุกคนสามารถมีตัวเลือกหรือความคิดเห็นต่างกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคำตอบจะชัดเจนหรือมีเหตุผลรองรับเท่ากัน ผู้พูดยังคงคาดหวังคำอธิบายที่ตรงกับคำถามได้

แบบฝึกหัด

ครูถามว่า “Which park design do you prefer, and why?” ในกรณีนี้ การพูดว่า “There's no right or wrong answer” เหมาะสมหรือไม่

  1. ไม่เหมาะสม เพราะทุกคำถามที่ครูถามต้องมีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวอย่างเป็นกลาง
  2. เหมาะสม เพราะเป็นคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับความชอบ แต่เหตุผลยังควรสอดคล้องกับตัวเลือก
ดูคำตอบ

เหมาะสม เพราะเป็นคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับความชอบ แต่เหตุผลยังควรสอดคล้องกับตัวเลือก

But the idea is to start wondering like, well, which will come first and which one will change human life here on Earth most?

4:40

แต่แนวคิดนี้ก็คือการเริ่มตั้งคำถามว่า อะไรจะเกิดขึ้นก่อนและสิ่งไหนจะเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์บนโลกใบนี้ได้มากที่สุด?

It's about figuring out what the future will look like and then building that future. กริยาวลี

4:48

มันคือการค้นหาว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรแล้วจึงสร้างอนาคตนั้นขึ้นมา

กริยาวลี

figure out what the future will look like: ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

Figure out หมายถึง “เข้าใจหรือค้นพบด้วยการคิด การสืบค้น หรือการแก้ปัญหา” ในประโยคนี้ คำนี้นำเข้าสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ คือ what the future will look like อนุประโยค what นี้เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + the future + will look like หลัง figure out ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามตรง

แบบฝึกหัด

ใช้คำในวงเล็บเติมคำถามทางอ้อมหลัง figure out ให้สมบูรณ์: We need to figure out ____ before we choose the equipment. (what / the new lab / will look like)

ดูคำตอบ

what the new lab will look like

In the way that Tesla is looking to disrupt transportation and SpaceX the rocket industry,

4:53

ในแบบเดียวกับที่ Tesla มุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการคมนาคมและ SpaceX ที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมจรวด

Elon is reimagining the future of education.

4:59

อีลอนกำลังจินตนาการถึงอนาคตของการศึกษาเสียใหม่

Although his original private school is no longer running,

5:03

แม้ว่าโรงเรียนเอกชนแห่งแรกของเขาจะไม่ได้เปิดดำเนินการแล้ว

he's opened up another Ad Astra school at SpaceX's Starbase in Texas with a few dozen students. กริยาวลี

5:06

แต่เขาได้เปิดโรงเรียน Ad Astra อีกแห่งที่ Starbase ของ SpaceX ในรัฐเท็กซัส โดยมีนักเรียนไม่กี่สิบคน

กริยาวลี

opened up: การเปิดโรงเรียนใหม่

ในที่นี้ opened up หมายถึง “เริ่มก่อตั้งหรือจัดตั้ง” เพราะกรรมคือ another school วลีนี้กล่าวถึงการสร้างโรงเรียนและเริ่มดำเนินงาน ไม่ใช่การเปิดวัตถุจริง ๆ เมื่อกรรมเป็นธุรกิจหรือสถาบัน open up สามารถหมายถึงการทำให้สถานที่หรือองค์กรใหม่เริ่มดำเนินงานได้ กรรมและบริบทช่วยบอกว่ากำลังใช้ความหมายนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ opened up ในความหมายว่า “เริ่มก่อตั้งหรือจัดตั้งกิจการใหม่”?

  1. They opened up a community center near the library.
  2. He opened up about why he felt nervous.
  3. She opened up the package at the kitchen table.
ดูคำตอบ

They opened up a community center near the library.

Will this type of education produce the next great entrepreneur?

5:13

การศึกษาประเภทนี้จะสร้างผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่คนต่อไปได้หรือไม่?

There are many ways to learn that can be more effective than sitting in a classroom.

5:17

มีวิธีเรียนรู้มากมายที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแค่การนั่งในห้องเรียน

My sponsor Brilliant is a website and app where you can improve your science, math, and computer science skills by learning interactively.

5:22

ผู้สนับสนุนของฉัน Brilliant เป็นเว็บไซต์และแอปที่คุณสามารถพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ผ่านการเรียนรู้แบบโต้ตอบ

Their puzzles are for people of all ages and experiences,

5:30

ปริศนาของพวกเขาเหมาะสำหรับผู้คนทุกวัยและทุกประสบการณ์

whether you're studying or if you're already working. ไวยากรณ์

5:33

ไม่ว่าคุณจะกำลังเรียนอยู่หรือทำงานแล้วก็ตาม

ไวยากรณ์

สองทางเลือกใน whether you're studying or if you're already working

ในที่นี้ whether ใช้เปิดทางเลือกสองสถานการณ์: ผู้ฟังอาจกำลังเรียนอยู่ หรืออาจทำงานอยู่แล้ว อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if คือทางเลือกที่สอง ไม่ได้สร้างเงื่อนไขแบบ if–then ในการพูดแบบเป็นธรรมชาติ ผู้พูดอาจผสมโครงสร้าง whether ... or if ... ได้บ้าง แต่ในการเขียนที่รอบคอบ ควรรักษาโครงสร้างให้ขนานกันเป็น whether you're studying or you're already working หรือแบบสั้นกว่า whether you're studying or already working

แบบฝึกหัด

ข้อใดคงความหมายเดิมและใช้โครงสร้างขนานที่เหมาะที่สุดสำหรับงานเขียนที่รอบคอบ

  1. If you're studying, this course can help you start working.
  2. Whether you're studying or already working, this course can help.
  3. Because you're already working, this course can help with your studies.
ดูคำตอบ

Whether you're studying or already working, this course can help.

I use Brilliant to improve my critical thinking skills by going through their logic courses. กริยาวลี

5:36

ฉันใช้ Brilliant เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์โดยเรียนผ่านหลักสูตรตรรกะของพวกเขา

กริยาวลี

Going through their logic courses: เรียนเนื้อหาตามลำดับ

ในที่นี้ going through their logic courses หมายถึงการเรียนเนื้อหาในคอร์สตามลำดับและศึกษาทีละส่วนขณะเรียนต่อไป ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสถานที่จริง และสื่อถึงการศึกษามากกว่าการมองผ่านอย่างรวดเร็ว วลี by going through บอกวิธีที่ใช้พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ เมื่อใช้ go through กับรายการตรวจสอบ คู่มือ หรือชุดคำแนะนำ ก็หมายถึงการจัดการเนื้อหาทีละข้อหรือทีละขั้นเช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตรวจแต่ละข้อตามลำดับ”: Before the trip, let's ____ the safety checklist together.

ดูคำตอบ

go through

Brilliant has sponsored my videos since I started Newsthink in 2020, ไวยากรณ์

5:41

Brilliant เป็นผู้สนับสนุนวิดีโอของฉันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มทำช่อง Newsthink ในปี 2020

ไวยากรณ์

has sponsored ... since I started ...: สถานการณ์ที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

ประโยคหลักใช้ present perfect คือ has sponsored เพื่อบอกว่าการสนับสนุนเริ่มขึ้นในอดีตและยังดำเนินต่ออยู่ในขณะที่พูด อนุประโยคที่มี since ใช้ simple past คือ started เพื่อระบุจุดเริ่มต้น ในที่นี้ since หมายถึง “ตั้งแต่เวลานั้นในอดีตจนถึงตอนนี้” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ volunteer และ simple past ของ move เพื่อแสดงว่ากิจกรรมเริ่มในปี 2021 และยังดำเนินอยู่ตอนนี้: Mia ____ at the library since she ____ to town in 2021.

ดูคำตอบ

has volunteered · moved

and I've noticed my viewers especially love their computer science fundamentals course,

5:45

และฉันสังเกตว่าผู้ชมของฉันชื่นชอบหลักสูตรพื้นฐานวิทยาการคอมพิวเตอร์ของพวกเขาเป็นพิเศษ

where you can wrap your mind around computational thinking and no coding is required. สำนวน

5:49

ซึ่งคุณจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณและไม่ต้องมีการเขียนโค้ดเลย

สำนวน

wrap your mind around: เข้าใจสิ่งที่ยาก

Wrap your mind around something หมายถึงพยายามจนเข้าใจแนวคิดที่ซับซ้อน ไม่คุ้นเคย หรือน่าประหลาดใจ ในประโยคนี้ สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ computational thinking ภาพที่สื่อนั้นเป็นเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีการห่ออะไรจริง ๆ สำนวนนี้มักสื่อว่าการทำความเข้าใจต้องใช้ความพยายามหรือเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้าใจสิ่งที่ยาก”: I still can't ____ why the stars look different in winter.

ดูคำตอบ

wrap my mind around

Their scientific thinking course is also really popular with my viewers.

5:54

หลักสูตรการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ของพวกเขาก็เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชมของฉันมากเช่นกัน

You can explore the laws of physics and principles of engineering and learn the rules as you play.

5:59

คุณสามารถสำรวจกฎทางฟิสิกส์และหลักการทางวิศวกรรมพร้อมกับเรียนรู้กฎต่างๆ ในขณะที่คุณเล่นเกม

If you're ever stuck,

6:04

ถ้าหากคุณติดขัดตรงไหน

you can view the explanation to understand where you went wrong. วลี

6:05

คุณก็สามารถดูคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจว่าคุณทำผิดพลาดตรงไหน

วลี

where you went wrong: ระบุขั้นตอนที่เกิดข้อผิดพลาด

ในประโยคนี้ where you went wrong หมายถึงจุดหรือขั้นตอนที่คำตอบหรือการให้เหตุผลเริ่มผิดพลาด where ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งเชิงนามธรรมในกระบวนการ ไม่ใช่สถานที่จริง ส่วน went wrong หมายถึงดำเนินไปอย่างผิดพลาดหรือทำให้เกิดข้อผิดพลาด ไม่ได้หมายถึงเดินไปผิดทางตามตัวอักษร โครงสร้าง where + อนุประโยค ช่วยระบุตำแหน่งของปัญหาในลำดับการกระทำหรือการตัดสินใจ โดยให้ย้อนดูกระบวนการและหาจุดที่ต้องแก้ไขอย่างเจาะจง

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมข้อเสนอแนะนี้ เมื่อต้องการให้ผู้เรียนหาขั้นตอนที่ทำผิดอย่างเจาะจง? Check each line of your calculation to see ____.

  1. where you went wrong
  2. why you were wrong
  3. what went wrong
ดูคำตอบ

where you went wrong

Brilliant is free for you to try out by going to the custom link in my description,

6:09

คุณสามารถทดลองใช้ Brilliant ได้ฟรีโดยไปที่ลิงก์ที่กำหนดเองในคำอธิบายของฉัน

brilliant.org/newsthink.

6:14

brilliant.org/newsthink

And the first 200 people to sign up with my link will get 20% off the annual premium subscription,

6:17

และ 200 คนแรกที่ลงทะเบียนผ่านลิงก์ของฉันจะได้รับส่วนลด 20% สำหรับการสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมรายปี

which unlocks all of the courses on Brilliant.

6:23

ซึ่งสามารถปลดล็อกหลักสูตรทั้งหมดบน Brilliant ได้