วิธีการใช้ Third Conditional - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนใช้เรื่องราวของการสอบที่เกือบไม่ได้รับการยอมรับเพราะหาหนังสือเดินทางไม่พบ เพื่ออธิบายสามวิธีในการจินตนาการถึงอดีตที่ต่างจากความจริงและแสดงความเสียดาย ได้แก่ third conditional, if only และ wish ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "If I hadn't woken up late, I wouldn't have had to rush in the morning." — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจและใช้ third conditional โดย if + past perfect แสดงเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง ส่วน would have + past participle แสดงผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ จึงเชื่อมความเสียดายในอดีตกับสิ่งที่น่าจะเกิดต่างออกไปได้อย่างชัดเจน 2. "If only I had checked my bag properly, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า if only + past perfect เน้นความเสียดายได้หนักแน่นกว่าประโยค if ทั่วไป และนำไปใช้ถ่ายทอดความหงุดหงิดหรือเสียใจต่อการกระทำที่ไม่ได้ทำในอดีต 3. wish I had taken — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ wish + past perfect เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเสียดายทางเลือกในอดีต พร้อมเติมผลที่สมมุติขึ้นเพื่ออธิบายว่าหากเลือกอีกทางหนึ่ง ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
you would already have known how to use the third conditional.
0:02คุณก็คงจะรู้วิธีใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ไปแล้ว
If only you had watched ..., you would already have known ...: การจินตนาการถึงอดีตที่แตกต่างออกไป
ประโยคนี้จินตนาการถึงสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต คือผู้ฟังไม่ได้ดูวิดีโอนี้ให้เร็วกว่านั้น If only + past perfect อย่าง had watched ใช้ตั้งเงื่อนไขในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และเพิ่มความรู้สึกเสียดายหรือปรารถนาอย่างมาก ส่วนผลลัพธ์ would already have known ใช้ would have + กริยาช่องที่สามเพื่อจินตนาการผลที่ตามมา ทั้งสองส่วนรวมกันเป็นประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม เพราะการกระทำก่อนหน้าไม่ได้เกิดขึ้น ผลที่จินตนาการไว้จึงไม่ได้เกิดขึ้นเช่นกัน already แสดงว่าความรู้นั้นน่าจะมีอยู่แล้วภายในตอนนี้หรือช่วงเวลาถัดมาที่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่สามให้สมบูรณ์ ใช้ leave ในอนุประโยค if และใช้ would + catch ในส่วนผลลัพธ์: If only Mia ____ earlier, she ____ the bus.
ดูคำตอบ
had left · would have caught
ใช้ Let's talk about ... เพื่อแนะนำหัวข้อ
Let's talk about ... เป็นวิธีที่เป็นกันเองในการแนะนำหัวข้อถัดไป ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนบทเรียนไปสู่ประโยคเงื่อนไขแบบที่สามและนำความสนใจของผู้ฟังไปยังหัวข้อนั้น Let's เป็นรูปย่อของ let us แต่ในที่นี้ไม่ได้ใช้ขออนุญาต แต่เป็นคำชวนที่รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง โดยนำเสนอว่าการพูดคุยเป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายจะทำร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแนะนำเรื่องตารางเวลาเป็นหัวข้อถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Let's wait for the schedule.
- Let's look for the schedule.
- Let's talk about the schedule.
ดูคำตอบ
Let's talk about the schedule.
The third conditional is used to describe an imaginary past event. โน้ต
0:11ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ในอดีตที่สมมติขึ้น
is used to describe: การบอกจุดประสงค์
วลี is used to describe หมายถึงบางสิ่ง “ใช้เพื่ออธิบาย” ในที่นี้ is + used เป็นรูปถูกกระทำของ use และ infinitive to describe บอกหน้าที่ของประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม โครงสร้างคือ be used to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่าสิ่งของ เครื่องมือ หรือรูปแบบภาษามีไว้ทำอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างรูปถูกกระทำที่บอกจุดประสงค์ be used to และคำกริยา open: This key ____ the storage room.
ดูคำตอบ
is used to open
an imaginary past event: อดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
an imaginary past event คือสถานการณ์ในอดีตที่นำมาคิดเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่รายงานว่าเป็นข้อเท็จจริง ในประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม เหตุการณ์นี้เป็นอดีตอีกแบบหนึ่งที่ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง imaginary ในที่นี้บอกว่าเหตุการณ์นั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในความคิด วลีนี้แสดงว่าประโยคกำลังพิจารณาอดีตในอีกรูปแบบหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The sentence describes an ___ past event that never really happened.
- imaginary
- imagination
- imaginative
ดูคำตอบ
imaginary
We often use it for regrets or wishes in the past. วลี
0:15เรามักใช้มันเพื่อแสดงความเสียดายหรือความปรารถนาในอดีต
for regrets or wishes in the past: ใช้ for บอกจุดประสงค์
ในโครงสร้าง use something for ... คำว่า for ใช้บอกจุดประสงค์หรือหน้าที่ ในที่นี้ it หมายถึง third conditional และ for regrets or wishes in the past อธิบายว่ารูปแบบไวยากรณ์นี้ใช้สื่ออะไร คำว่า in the past เชื่อมกับ regrets or wishes หมายความว่าความเสียดายหรือความปรารถนานั้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต ไม่ได้หมายความว่า for เป็นวลีบอกเวลาที่แปลว่า “เพื่ออดีต”
แบบฝึกหัด
ใน “We use this form for polite requests,” วลี for polite requests ทำหน้าที่อะไร?
- บอกจุดประสงค์ของรูปแบบนี้
- บอกราคาของรูปแบบนี้
- บอกว่ารูปแบบนี้ถูกคิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ
บอกจุดประสงค์ของรูปแบบนี้
So, I'm going to tell you a story about something that happened to me recently. ลำดับความ
0:18ดังนั้น ฉันจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับฉันให้พวกคุณฟัง
I'm going to tell you a story: บอกล่วงหน้าว่าจะพูดอะไรต่อไป
“I'm going to tell you a story” เป็นวลีส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าเนื้อหาต่อไปคืออะไร และช่วยเตรียมผู้ฟังให้พร้อมฟังเรื่องราว ในที่นี้ be going to แสดงการกระทำที่ผู้พูดตั้งใจจะทำต่อไป โครงสร้างคือ tell + คน + a story เช่น tell you a story ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังเดินทางไปยังสถานที่อื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเนื้อหาต่อไปจะเป็นเรื่องเล่า?
- I'm going to tell you a story about my first day at school.
- I'm telling you to a story about my first day at school.
- I'm going to a story about my first day at school.
ดูคำตอบ
I'm going to tell you a story about my first day at school.
I'll show you how we can use the third conditional to talk about it.
0:23ฉันจะแสดงให้ดูว่าเราจะใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 พูดถึงมันได้อย่างไร
I woke up a little bit late on the day of a very important exam. กริยาวลี
0:26ฉันตื่นสายไปนิดหน่อยในวันสอบที่สำคัญมาก
woke up: รูปอดีตของ wake up
Wake up หมายถึงหยุดหลับและตื่นขึ้น ในประโยคนี้ woke up เป็นรูปอดีตแบบไม่เป็นไปตามกฎของ wake up จึงบอกว่าผู้พูดตื่นเมื่อใดในวันสอบ ตรงนี้ให้มอง wake up เป็นวลีกริยาหนึ่งชุด โดย up ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน ใน woke up a little bit late คำว่า late บอกว่าเวลาที่ตื่นนั้นสายไปเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ wake up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia ____ when her alarm rang.
ดูคำตอบ
woke up
had to rush: ความจำเป็นต้องรีบในอดีต
Had to rush หมายถึงสถานการณ์ในอดีตทำให้จำเป็นต้องรีบ had to เป็นรูปอดีตของ have to และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน rush โดยตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง Rush หมายถึงเคลื่อนไหวหรือทำบางอย่างอย่างรวดเร็วเพราะมีเวลาน้อย ในประโยคนี้ just ทำให้การรีบดูเป็นการตอบสนองที่ตรงไปตรงมาและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วน a bit ทำให้ระดับความรีบฟังดูไม่มาก
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ have to และกริยา rush เติมประโยคให้สมบูรณ์: The boarding gate was about to close, so we ____ to get there in time.
ดูคำตอบ
had to rush
and in the end, I managed to leave the house on time. โน้ต
0:33และในที่สุด ฉันก็ออกจากบ้านได้ตรงเวลา
in the end: ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้าย
in the end เป็นคำเชื่อมที่พาเรื่องราวจากเหตุการณ์หรือความยากลำบากก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์สุดท้าย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความรีบเร่งทั้งหมด วลีนี้ตอบคำถามว่า “ผลสุดท้ายเป็นอย่างไร” ไม่ได้หมายถึงปลายของสิ่งของหรือเวลาที่กิจกรรมหนึ่งสิ้นสุดลงอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีที่บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น?
- Maya waited at the end of the line.
- In the end, Maya solved the puzzle.
- At the end of the film, everyone clapped.
ดูคำตอบ
In the end, Maya solved the puzzle.
managed to leave: ออกไปได้สำเร็จแม้จะยาก
managed to leave หมายถึง สามารถออกไปได้สำเร็จแม้ว่าจะยากหรือไม่แน่ใจว่าจะทำได้ รูปอดีต managed แสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง โครงสร้างคือ manage to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น manage to leave, managed to finish หรือ manages to arrive คำว่า manage ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการบริหารหรือควบคุมดูแลคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ manage to และกริยา open: The door was stuck, but after a few tries, she ____ it.
ดูคำตอบ
managed to open
got to + สถานที่: ไปถึงที่ใดที่หนึ่ง
ในประโยคนี้ got to หมายถึง “ไปถึงแล้ว” เป็นรูปอดีตของ get to เมื่อมีจุดหมายตามหลัง เช่น the school get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” ในการเล่าเรื่องทั่วไป get to + สถานที่ เป็นวิธีที่ใช้บ่อยเพื่อบอกว่าใครคนหนึ่งไปถึงจุดหมาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ get to เติมประโยคให้สมบูรณ์: We ____ the museum before noon.
ดูคำตอบ
got to
took my seat: ไปยังที่ของตัวเองแล้วนั่งลง
ในประโยคนี้ took my seat หมายถึง “ไปที่ของตัวเองแล้วนั่งลง” เป็นรูปอดีตของ take one's seat โดยเปลี่ยน one's ให้ตรงกับคน เช่น my, your, his, her, our หรือ their take ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยกเก้าอี้ออกไป วลีนี้มองการนั่งลงว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งของกิจกรรมที่มีการจัดลำดับ เช่น การสอบ การประชุม พิธี หรือการแสดง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take my seat: Before the ceremony began, I ____.
ดูคำตอบ
took my seat
and the examiner asked to see my passport for ID. น้ำเสียง/เจตนา
0:39และผู้คุมสอบขอพาสปอร์ตของฉันเพื่อใช้เป็นบัตรประชาชน
asked to see my passport for ID: ขอให้แสดงเอกสารอย่างสุภาพเพื่อตรวจตัวตน
Asked to see my passport หมายถึงขอตรวจดูหนังสือเดินทางของฉันอย่างสุภาพ ในที่นี้ see หมายถึงดูและตรวจสอบ ไม่ใช่แค่มองเห็นด้วยตา และ asked แสดงถึงคำขอ ไม่ใช่คำถาม For ID บอกจุดประสงค์ของการตรวจ คือใช้หนังสือเดินทางเป็นหลักฐานยืนยันตัวตน รูปแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อเจ้าหน้าที่ต้องยืนยันว่าใครเป็นใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงขอตรวจดูอย่างสุภาพ: At the security desk, the officer ____ my ID.
ดูคำตอบ
asked to see
I checked in my bag and the passport wasn't there.
0:42ฉันค้นในกระเป๋าแล้วพาสปอร์ตก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น
could take the exam anyway: ได้รับอนุญาตให้สอบแม้มีปัญหา
Could take the exam ในที่นี้แสดงการอนุญาต คือพวกเขาบอกว่าผู้พูดได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับกฎเช่นนี้ could ไม่ได้หมายถึงการมีทักษะหรือความสามารถทางร่างกายที่จะทำข้อสอบ Anyway หมายถึงผลลัพธ์ยังเหมือนเดิมแม้ก่อนหน้านี้จะมีปัญหา การไม่มีหนังสือเดินทางอาจทำให้เข้าสอบไม่ได้ แต่การอนุญาตยังคงมีผล
แบบฝึกหัด
could และ anyway แสดงอะไรในประโยคนี้? Maya had missed registration, but the coach said she could join the team anyway.
- Maya เข้าร่วมทีมก่อนที่โค้ชจะตัดสินใจใด ๆ
- โค้ชอนุญาตให้ Maya เข้าร่วมทีม แม้เธอจะพลาดการลงทะเบียน
- Could หมายถึงความสามารถของ Maya เท่านั้น และ anyway หมายถึงทำอย่างไม่ระวัง
ดูคำตอบ
โค้ชอนุญาตให้ Maya เข้าร่วมทีม แม้เธอจะพลาดการลงทะเบียน
with my driving license as ID: ใช้ใบขับขี่เป็นหลักฐานยืนยันตัวตน
ใน with my driving license as ID คำว่า with บอกเอกสารที่นำมาใช้ ส่วน as ID บอกหน้าที่ของเอกสารนั้น คือใช้ใบขับขี่เป็นหลักฐานยืนยันตัวตน ตรงนี้ as หมายถึง “ในฐานะ” หรือ “ทำหน้าที่เป็น” ไม่ใช่ “คล้ายกับ” วลีนี้อธิบายวิธีอื่นในการยืนยันตัวตนเมื่อไม่มีเอกสารที่ปกติต้องใช้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ use something as + บทบาทหรือจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
อ่านประโยค "I used my student card as ID." แล้ว as ID บอกอะไร?
- บัตรนั้นดูคล้ายเอกสารประจำตัว
- บัตรนั้นถูกเก็บไว้ข้างเอกสารประจำตัว
- บัตรนั้นถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนจริง ๆ
ดูคำตอบ
บัตรนั้นถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนจริง ๆ
at the end of the exam: ตอนท้ายของการสอบ
at the end of the exam ระบุว่าบางสิ่งเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายหรือจุดที่เหตุการณ์เฉพาะอย่างหนึ่งสิ้นสุดลง โครงสร้างคือ at the end of + เหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ระบุชื่อ วลีนี้ตอบคำถามว่า “เมื่อไร” ไม่ได้บอกว่าผลสุดท้ายเป็นอย่างไร ในส่วนของประโยคนี้ วลีดังกล่าวเตรียมผู้ฟังให้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตอนการสอบสิ้นสุดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อคอนเสิร์ตมาถึงจุดสิ้นสุด”: ____ the concert, everyone clapped.
ดูคำตอบ
At the end of
the big boss: คำเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจ
ในประโยคนี้ the big boss หมายถึงผู้ที่มีตำแหน่งหรืออำนาจสูง หรือผู้ที่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้ คำว่า big บอกถึงตำแหน่งหรืออำนาจ ไม่ใช่ขนาดตัว ผู้พูดไม่ได้บอกชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สำนวนนี้จึงทำให้เรื่องที่เล่าฟังดูเป็นกันเองและติดตลกเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: ในอีเมลทางการถึงผู้บริหารระดับสูง "Hi, big boss" มักเป็นคำทักทายที่เหมาะสม
- ไม่จริง
- จริง
ดูคำตอบ
ไม่จริง
if I gave them my passport on the same day.
1:01ฉันเอาพาสปอร์ตมาให้พวกเขาภายในวันเดียวกันนั้นเท่านั้น
could only accept ... if: การบอกเงื่อนไขที่จำเป็น
ใน they could only accept my exam if... อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเงื่อนไขที่จำเป็น ต้องมอบหนังสือเดินทางในวันเดียวกันก่อนจึงจะรับรองการสอบได้ ถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่สามารถรับรองได้ โครงสร้าง result + only if + condition หมายความว่าต้องทำตามเงื่อนไขจึงจะเกิดผลลัพธ์ได้ ในที่นี้ only จำกัดว่าการยอมรับจะเกิดขึ้นได้เมื่อใด ไม่ได้หมายเพียงว่า “รับเฉพาะการสอบของฉัน”
แบบฝึกหัด
เติมกฎด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกเงื่อนไขที่จำเป็น: You may borrow the bike ____ you wear a helmet.
ดูคำตอบ
only if
had no choice but to: ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำ
Had no choice but to หมายถึงสถานการณ์ไม่ได้เหลือทางเลือกอื่นที่สมเหตุสมผลให้ผู้พูด ในประโยคนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือปั่นจักรยานกลับไปเอาหนังสือเดินทาง วลีนี้จึงเน้นแรงกดดันจากสถานการณ์ ไม่ใช่ความชอบหรือการเลือกอย่างอิสระ โครงสร้างคือ have no choice but to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ had แสดงอดีต และ but to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตายตัว โดย but ไม่ได้แสดงความขัดแย้งในความหมายว่า “แต่”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่มีทางเลือกอื่น” ให้สมบูรณ์: The shop was closed, so we ____ come back the next day.
ดูคำตอบ
had no choice but to
all the way back: ย้อนกลับไปตลอดทาง
All the way back หมายถึงการย้อนกลับไปยังสถานที่เดิมตลอดระยะทางทั้งหมด back บอกทิศทางว่ากลับไป ส่วน all the way เน้นว่าเดินทางครบทั้งเส้นทาง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้การปั่นจักรยานกลับไปอะพาร์ตเมนต์ดูไกลหรือยุ่งยาก วลีนี้เน้นระยะทางหรือความพยายามได้ แม้จะไม่ได้บอกระยะทางที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Nora เดินย้อนกลับไปห้องสมุดตลอดระยะทางและเน้นเส้นทางนั้น?
- Nora walked straight past the library.
- Nora found a coin on the way back from the library.
- Nora walked all the way back to the library.
ดูคำตอบ
Nora walked all the way back to the library.
look for the passport: พยายามหาหนังสือเดินทางให้เจอ
look for the passport หมายถึง “พยายามหาหนังสือเดินทางให้เจอ” ในโครงสร้าง look for + คนหรือสิ่งของ คำว่า for นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการค้นหา ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มองไปที่สิ่งนั้น ในที่นี้ to look for the passport เป็นวลีบอกจุดประสงค์ ซึ่งอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงปั่นจักรยานกลับไปที่อะพาร์ตเมนต์
แบบฝึกหัด
Ben cannot find his hat. เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ look for: He is ____ his hat.
ดูคำตอบ
looking for
thought of something: มีความคิดผุดขึ้นมาในใจ
thought of something เป็นรูปอดีตของ think of something ในที่นี้หมายถึงมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของผู้พูดอย่างกะทันหัน ในเรื่องเล่า And then I thought of something ใช้เกริ่นความคิดใหม่หรือทางแก้ที่เป็นไปได้ โดยเน้นว่าความคิดนั้นผุดขึ้นมา ไม่ได้เน้นกระบวนการคิดอย่างรอบคอบเป็นเวลานาน
แบบฝึกหัด
Lena suddenly got an idea. เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ think of: She ____ a new game.
ดูคำตอบ
thought of
had been there the whole time: อยู่ตรงนั้นมาตลอดก่อนที่จะถูกพบ
Had been there เป็น past perfect โดยวางสภาพที่หนังสือเดินทางอยู่ตรงนั้นไว้ก่อนจุดเวลาในอดีตที่มีคนพบมันภายหลัง ในที่นี้ been บอกสภาพที่ต่อเนื่อง ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่นั้น The whole time หมายถึงตลอดช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง เมื่อนำมารวมเป็น had been there the whole time จะให้ความรู้สึกว่าเพิ่งมารู้ทีหลัง หนังสือเดินทางดูเหมือนหายไป แต่ที่จริงอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก
แบบฝึกหัด
หลังจากค้นหาที่ชาร์จ ประโยคใดหมายความว่าที่จริงมันอยู่บนโต๊ะอยู่แล้วตลอดเวลาที่ค้นหา
- The charger had been on my desk the whole time.
- The charger was on my desk for one minute.
- The charger will be on my desk later.
ดูคำตอบ
The charger had been on my desk the whole time.
So, then I just had to cycle all the way back to school
1:20ดังนั้น ฉันเลยต้องปั่นจักรยานกลับไปที่โรงเรียนอีกรอบ
so that finally they would accept the exam. ไวยากรณ์
1:26เพื่อที่ในที่สุดพวกเขาจะได้ยอมรับข้อสอบของฉัน
so that ... would accept: จุดประสงค์เมื่อมองจากอดีต
So that ใช้นำจุดประสงค์หรือผลที่ตั้งใจไว้ของการกระทำก่อนหน้า ในบริบทนี้ มีการทำสิ่งหนึ่งเพื่อให้พวกเขายอมรับว่าการสอบนั้นใช้ได้ ส่วน finally บอกว่าคาดหวังให้ผลนี้เกิดขึ้นหลังจากความล่าช้าหรือความยากลำบาก Would accept คืออนาคตเมื่อมองจากอดีต กล่าวคือ ณ จุดเวลาในอดีตก่อนหน้านั้น คาดว่าการยอมรับจะเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายอมรับไปแล้ว และไม่ใช่ผลของประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการได้รับอนุญาตให้เข้าไปว่าเป็นจุดประสงค์ที่คาดหวังเมื่อมองจากอดีต
- She showed her ID so that they would let her enter.
- She showed her ID because they had already let her enter.
- She showed her ID after they let her enter.
ดูคำตอบ
She showed her ID so that they would let her enter.
and I can use the third conditional to talk about it.
1:31และฉันสามารถใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 เพื่อพูดถึงมันได้
If I hadn't ..., I wouldn't have ...: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3
นี่คือประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ซึ่งใช้จินตนาการถึงอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ผู้พูดตื่นสายจริง จึงต้องรีบในตอนเช้า โครงสร้างคือ If + past perfect และในอนุประโยคผลลัพธ์ใช้ would have + past participle ในที่นี้ hadn't woken คือเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริง ส่วน wouldn't have had to rush คือผลลัพธ์ที่จินตนาการขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ด้วยรูปปฏิเสธแบบเต็มของ miss และ arrive: If Leo ____ the bus, he ____ late.
ดูคำตอบ
had not missed · would not have arrived
I wouldn't have had to: ไม่จำเป็นในอดีตที่ไม่เป็นจริง
I wouldn't have had to หมายความว่า ในผลลัพธ์ของอดีตที่จินตนาการขึ้น “ฉันคงไม่จำเป็นต้องทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องรีบจริง แต่จินตนาการว่าถ้าไม่ได้ตื่นสายก็คงไม่จำเป็นต้องรีบ โครงสร้างคือ would not + have + had to + คำกริยารูปพื้นฐาน have ตัวแรกใช้สร้าง modal perfect ส่วน had เป็น past participle ของ have ใน have to การมีรูปที่คล้ายกันซ้ำกันเป็นสิ่งจำเป็นตามไวยากรณ์ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด
แบบฝึกหัด
ใช้วลีรูปย่อจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: If the library had been open, we ____ travel across town.
ดูคำตอบ
wouldn't have had to
But I can also use it for positive things that happened,
1:41แต่ฉันยังสามารถใช้มันกับเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วย
wouldn't have been allowed to do: ผลลัพธ์สมมุติในอดีตแบบถูกกระทำ
ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 นี้ I wouldn't have been allowed to do แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่สมมุติขึ้นว่า หากเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงนั้นเกิดขึ้น ผู้พูดก็คงไม่ได้รับอนุญาต ความจริงเกิดขึ้นตรงกันข้าม คือกรรมการคุมสอบจำผู้พูดได้ ผู้พูดจึงได้รับอนุญาตให้ทำข้อสอบ ประโยคย่อยบอกผลเป็นรูปถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง would not have been + กริยาช่องที่ 3 allowed + to + กริยารูปพื้นฐาน หลัง be allowed ต้องใช้ to do ไม่ใช่ doing
แบบฝึกหัด
ใช้ wouldn't, allow และ enter เติมผลลัพธ์สมมุติในรูปถูกกระทำให้สมบูรณ์: If I had lost my ticket, I ____ the theatre.
ดูคำตอบ
wouldn't have been allowed to enter
if ... past perfect ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3
ในที่นี้ and then บอกว่าอะไรตามหลัง if ในโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ประโยคย่อย if ใช้ past perfect ซึ่งมีรูป if + had + กริยาช่องที่ 3 เช่น if she had left หรือ if they hadn't called past perfect วางเงื่อนไขไว้ในอดีตที่ไม่เป็นจริง จึงไม่ใช่ simple past ในโครงสร้างนี้ต้องใช้ had recognized ไม่ใช่เพียง recognized
แบบฝึกหัด
ใช้ past perfect ของ leave: If she ____ earlier, she would have caught the bus.
ดูคำตอบ
had left
ประธาน + had + กริยาช่อง 3
ผู้พูดกำลังบอกโครงสร้างพื้นฐานของ past perfect: ประธาน + had + กริยาช่อง 3 ใน I had finished คำว่า I เป็นประธาน had เป็นกริยาช่วย และ finished เป็นกริยาช่อง 3 ในที่นี้ had ช่วยสร้างรูปของ tense ไม่ได้แปลว่า “มีหรือครอบครอง” โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งเกิดก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต รูปปฏิเสธวาง not หลัง had: I had not finished หรือ I hadn't finished
แบบฝึกหัด
ใช้ finish เติมประโยค past perfect ให้สมบูรณ์: By the time the bell rang, Maya ____ her lunch.
ดูคำตอบ
had finished
would have + กริยาช่อง 3 สำหรับผลลัพธ์สมมติในอดีต
ในคำอธิบายนี้ conditional clause หมายถึงส่วนผลลัพธ์ของประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ would have + กริยาช่อง 3 ตัวอย่างเช่น would have caught แสดงผลลัพธ์สมมติในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเงื่อนไขไม่เป็นจริง ส่วน if-clause มักใช้ had + กริยาช่อง 3 ขณะที่ส่วนผลลัพธ์ใช้ would have + กริยาช่อง 3 หลัง would have ต้องใช้กริยาช่อง 3 เช่น caught หรือ gone ไม่ใช้กริยารูปปกติอย่าง catch หรือ go
แบบฝึกหัด
ใช้ would และ catch เติมผลลัพธ์ของประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ให้สมบูรณ์: If we had left earlier, we ____ the bus.
ดูคำตอบ
would have caught
switch these two clauses round: สลับลำดับอนุประโยคสองส่วน
switch these two clauses round หมายถึง “เปลี่ยนลำดับของอนุประโยคสองส่วนนี้” ในที่นี้คืออนุประโยคเงื่อนไขที่มี if และอนุประโยคผลลัพธ์ที่มี would have ส่วน round หมายถึง “สลับไปเป็นลำดับตรงข้าม” ไม่ได้หมายถึง “เป็นวงกลม” ในประโยคเงื่อนไขแบบที่สาม อนุประโยคส่วนใดจะมาก่อนก็ได้ การสลับลำดับไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ แต่ส่วนที่อยู่ก่อนจะถูกได้ยินก่อนและอาจได้รับความสนใจมากกว่า
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ switch these two clauses round หมายความว่าอย่างไร
- ลบอนุประโยคทั้งสองส่วน
- วาดวงกลมรอบอนุประโยคทั้งสองส่วน
- เปลี่ยนลำดับของอนุประโยคสองส่วน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนลำดับของอนุประโยคสองส่วน
I wouldn't have ... if ...: วางอนุประโยคผลลัพธ์ไว้ก่อน
ประโยคนี้วางอนุประโยคผลลัพธ์ไว้ก่อน คือ I wouldn't have been allowed to do the exam ส่วนอนุประโยค if คือ if the examiner hadn't recognized me อยู่ข้างหลัง ประโยคนี้บรรยายทางเลือกสมมติในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง กล่าวคือ หากผู้คุมสอบจำไม่ได้ ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ ลำดับนี้ไม่เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์จากรูปที่ขึ้นต้นด้วย if แต่การเริ่มด้วยผลลัพธ์ทำให้ผู้ฟังสนใจผลลัพธ์นั้นก่อน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวางอนุประโยคผลลัพธ์ไว้ก่อนและใช้เครื่องหมายวรรคตอนตามปกติ
- I would have called you, if I had known.
- I would have called you if I had known.
- If I had known, I would have called you.
ดูคำตอบ
I would have called you if I had known.
เติม only หลัง if เพื่อสร้าง if only
ใน add the word only after if คำว่า after บอกลำดับคำ คือวาง only ต่อจาก if ทันทีเพื่อสร้าง if only คำทั้งสองทำหน้าที่ร่วมกันเป็นวลีเปิดแบบตายตัว ไม่ใช่การใช้ only ขยายกริยาหรือผลลัพธ์แยกต่างหาก If only ใช้เกริ่นความปรารถนาหรือความเสียดายอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ในอดีตที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ If only + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3
แบบฝึกหัด
ข้อความขึ้นต้นข้อใดสร้างสำนวนแสดงความเสียดายแบบตายตัวโดยวาง only ต่อจาก if ทันที
- If I had only applied earlier.
- If only I had applied earlier.
- Only if I had applied earlier.
ดูคำตอบ
If only I had applied earlier.
ใช้ If only I had checked ... เพื่อแสดงความเสียดายอย่างมากต่ออดีต
ใน If only I had checked my bag properly คำว่า if only ทำให้ความเสียดายหนักแน่นขึ้น และ had checked เป็น past perfect ทั้งสองส่วนร่วมกันชี้ถึงอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง นั่นคือผู้พูดไม่ได้ตรวจดูกระเป๋าให้ดี อนุประโยคผลลัพธ์ I would have found my passport บอกผลที่จินตนาการไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If only + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3 สำหรับการกระทำในอดีตที่ตอนนี้อยากให้เกิดขึ้นต่างไปจากเดิม
แบบฝึกหัด
ใช้ check เติมประโยคแสดงความเสียดายอย่างมากต่ออดีตให้สมบูรณ์: If only Maya ____ the map before leaving.
ดูคำตอบ
had checked
If only เป็นสัญญาณของความเสียใจอย่างมาก
ในประโยคนี้ If only คือชื่อของสำนวนที่กำลังอธิบายอยู่ สำนวนนี้แสดงว่าผู้พูดอยากให้ความจริงแตกต่างออกไปอย่างมาก เมื่อกล่าวย้อนถึงการกระทำในอดีต สำนวนนี้สื่อถึงความเสียใจ ไม่ใช่แค่เงื่อนไขที่เป็นกลาง เวลาได้ยิน if only ให้ลองเข้าใจก่อนว่าเป็นความรู้สึกประมาณว่า “ฉันอยากให้เรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่เหมือนเดิมจริง ๆ” แล้วจึงดูกาลและบริบทว่าความปรารถนานั้นเกี่ยวกับปัจจุบันหรืออดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ if only เพื่อแสดงความเสียใจอย่างมากต่อการกระทำในอดีต
- If the file is open, close it.
- If only I had saved the file.
- Only save the final file.
ดูคำตอบ
If only I had saved the file.
A similar structure that we can use to talk about regrets
2:29โครงสร้างที่คล้ายกันซึ่งเราสามารถใช้พูดถึงความเสียดายได้
wish + past perfect เพื่อแสดงความเสียใจเกี่ยวกับอดีต
Wish + past perfect ใช้แสดงความเสียใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตที่ตอนนี้เปลี่ยนไม่ได้แล้ว โครงสร้างคือ wish + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3: I wish I had called. อนุประโยคที่ตาม wish นำเสนอสิ่งตรงข้ามกับที่เกิดขึ้นจริง I wish I had called โดยทั่วไปหมายความว่าฉันไม่ได้โทร ต่างจาก third conditional โครงสร้างนี้สามารถบอกความเสียใจได้โดยไม่ต้องเพิ่มผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ wish + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3 โดยไม่ใช้รูปย่อ เพื่อแสดงความเสียใจเกี่ยวกับอดีต เติมประโยคด้วย bring: I ____ my umbrella.
ดูคำตอบ
wish I had brought
wish I had taken: ความเสียดายต่อการกระทำในอดีต
โครงสร้าง wish + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3 ใช้แสดงความเสียดายต่อเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว ในที่นี้ had taken ชี้ไปยังการเลือกวิธีเดินทางก่อนหน้านั้น โครงสร้างนี้ยังบอกเป็นนัยว่าความจริงตรงกันข้าม คือผู้พูดไม่ได้ขึ้นรถบัส เราสามารถเปลี่ยนกริยาช่องที่ 3 เพื่อพูดถึงการกระทำอื่นในอดีตได้ เช่น wish I had called
แบบฝึกหัด
ใช้ check เติมโครงสร้างแสดงความเสียดายในอดีตให้สมบูรณ์: I wish I ____ the map before we got lost.
ดูคำตอบ
had checked
because then I wouldn't have been so tired at the end of the day." ไวยากรณ์
2:42เพราะถ้าทำอย่างนั้นฉันก็คงไม่เหนื่อยขนาดนี้ในตอนสิ้นวัน"
because then I wouldn't have been: ผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติไว้
because then ย้อนกลับไปยังตัวเลือกที่สมมติไว้ โดย then ในที่นี้หมายถึง “ในสถานการณ์นั้น” หรือ “ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ต่อจากนั้น” wouldn't have been + คำคุณศัพท์ แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติขึ้น และบอกว่าผลลัพธ์จริงต่างออกไป คือผู้พูดเหนื่อยมาก โครงสร้างนี้เชื่อมความเสียดายในอดีตกับผลที่ผู้พูดคิดว่าน่าจะตามมา
แบบฝึกหัด
เติมผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติไว้โดยใช้ wouldn't และกริยาช่องที่ 3 ของ be: I wish I had worn a coat because then I ____ so cold.
ดูคำตอบ
wouldn't have been
you would already have known how to use the third conditional.
2:55คุณก็คงจะรู้วิธีใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ไปแล้ว