กฎการอนุรักษ์มวล - Todd Ramsey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนวิทยาศาสตร์แบบแอนิเมชันนี้พาย้อนเส้นทางของอะตอมในสสารรอบตัว จากปฏิกิริยาเคมีไปถึงบิกแบงและนิวเคลียร์ฟิวชันในดาวฤกษ์ พร้อมอธิบายว่ากฎอนุรักษ์มวลและความสมมูลระหว่างมวลกับพลังงานสนับสนุนข้อสรุปที่ว่าเราประกอบขึ้นจากธาตุซึ่งก่อกำเนิดในดาวฤกษ์อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what they're made of. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้การสังเกตอนุประโยคคำถามแฝงที่หมายถึงวัสดุหรือองค์ประกอบของสิ่งหนึ่ง โดยวางบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ และนำรูปแบบนี้ไปใช้บรรยายส่วนประกอบของวัตถุ สาร หรือสิ่งมีชีวิตได้ 2. Whatever matter and energy go into a chemical reaction are present and accounted for — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เข้าใจว่า Whatever สร้างประธานแบบครอบคลุมทุกสิ่งที่เข้าสู่ปฏิกิริยา ส่วน present and accounted for ยืนยันว่าสสารและพลังงานนั้นยังคงอยู่และตรวจสอบที่มาได้ จึงใช้โครงสร้างนี้สรุปหลักการอนุรักษ์ได้อย่างแม่นยำ 3. made of star stuff. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง เข้าใจถ้อยคำอันเป็นที่รู้จักของคาร์ล เซแกนว่าเป็นบทสรุปเชิงกวีของข้อเท็จจริงที่ว่าธาตุในร่างกายและวัตถุถือกำเนิดในดาวฤกษ์ และมองเห็นวิธีปิดท้ายคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยภาพพจน์ที่สร้างพลังทางอารมณ์
คำอธิบายในบทเรียนนี้
come from: ถามถึงแหล่งที่มา
ใน Where does ... come from? คำว่า come from หมายถึง “มีแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดจากสถานที่ วัสดุ บุคคล สาเหตุ หรือความคิด” ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนที่เข้าหาผู้พูดเท่านั้น คำถามนี้ใช้ does ดังนั้นกริยาหลักจึงคงรูปพื้นฐานเป็น come: Where does + กลุ่มคำนามเอกพจน์ + come from? ความหมายเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ด้วย เช่น ความคิดหรือปัญหา
แบบฝึกหัด
ใช้ come from เติมคำถามให้สมบูรณ์: Where does this family tradition ____?
ดูคำตอบ
come from
Not the things themselves, mind you, but what they're made of. โน้ต
0:12ไม่ใช่ตัวสิ่งของหรอกนะ แต่คือสิ่งที่พวกมันประกอบขึ้นมา
mind you: เพิ่มคำเตือนเพื่อแก้ความเข้าใจ
Mind you เป็นตัวบอกหน้าที่ของข้อความที่แทรกเข้ามาเพื่อให้ผู้ฟังสังเกตข้อจำกัดหรือการแก้ความเข้าใจ มักใช้เมื่อคำพูดก่อนหน้าอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ในที่นี้ mind you ชี้ให้เห็นความแตกต่างในโครงสร้าง not X, but Y: ผู้พูดหมายถึงวัสดุที่ใช้ทำสิ่งของ ไม่ใช่ตัวสิ่งของเอง คำนี้ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรเกี่ยวกับจิตใจของใคร
แบบฝึกหัด
mind you ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “The ticket is cheap, mind you, not free”?
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น
- ผู้พูดกำลังสั่งให้ใครคนหนึ่งคิดอย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น
what they're made of: ลำดับคำในอนุประโยค wh แบบฝัง
what they're made of เป็นอนุประโยค wh แบบฝัง อนุประโยคทั้งก้อนทำหน้าที่คล้ายวลีคำนาม และบอกว่าวัสดุหรือสารใดประกอบเป็นสิ่งที่ they อ้างถึง เมื่ออยู่หลัง but จึงนำส่วนประกอบนั้นมาเปรียบต่างกับตัวสิ่งของเอง อนุประโยค wh แบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ they are ซึ่งย่อเป็น they're ในที่นี้ สำนวน be made of ยังคง of ไว้ท้ายประโยค: what + they are + made of ใช้รูปแบบเดียวกันหลังคำกริยาอย่าง know, explain หรือ find out ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยค wh แบบฝังที่หมายถึง “วัสดุที่ประกอบเป็นถ้วย”: The label tells us ____.
ดูคำตอบ
what the cup is made of
the fabric of all things: fabric ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ
fabric ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงผ้าจริง ๆ เช่นเดียวกับที่เส้นด้ายประกอบกันเป็นผืนผ้า อะตอมถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ประกอบกันเป็นพื้นฐานทางวัตถุของทุกสิ่ง the fabric of X อาจหมายถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยึด X ไว้ด้วยกันหรือทำให้ X เป็นสิ่งนั้น ในประโยคนี้ the fabric of all things นำเสนอว่าอะตอมคือวัสดุพื้นฐานของโลกทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the fabric of all things หมายถึงอะไร
- โครงสร้างหรือวัสดุพื้นฐานของทุกสิ่ง
- ผ้าที่คลุมวัตถุทุกชิ้น
- พื้นผิวสัมผัสบนผิวของอะตอม
ดูคำตอบ
โครงสร้างหรือวัสดุพื้นฐานของทุกสิ่ง
To answer that question, we look to the law of conservation of mass. โน้ต
0:18เพื่อตอบคำถามนั้น เราต้องมองไปที่กฎทรงมวล
To answer that question: เชื่อมคำถามไปสู่คำอธิบาย
To answer that question เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์และวางไว้ต้นประโยค วลีนี้บอกผู้ฟังว่าใจความหลักต่อจากนั้นจะให้สิ่งที่จำเป็นต่อการตอบคำถามที่กล่าวถึงไปแล้ว ในฐานะคำเชื่อมความคิด วลีนี้เชื่อมคำถามก่อนหน้ากับคำอธิบาย วิธีการ หรือหลักฐานที่จะตามมา เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบที่บอกจุดประสงค์นี้ออกจากใจความหลัก
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งถามว่าทำไมต้นไม้ต้นหนึ่งจึงโตเร็วกว่า ประโยคขึ้นต้นข้อใดแสดงได้ดีที่สุดว่าขั้นต่อไปมีจุดประสงค์เพื่อตอบคำถามนั้น
- Before anyone asks that question, we will compare how much light each plant received.
- We answered that question, so we will compare how much light each plant received.
- Although that question is difficult, we will compare how much light each plant received.
- To answer that question, we will compare how much light each plant received.
ดูคำตอบ
To answer that question, we will compare how much light each plant received.
look to: ใช้แหล่งข้อมูลเพื่อหาแนวทางหรือคำตอบ
ในประโยคนี้ look to หมายถึงการหันไปพึ่งหรืออ้างอิงบางสิ่งในฐานะแหล่งความช่วยเหลือ แนวทาง หรือคำอธิบาย ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่มองไปที่สิ่งนั้น กฎดังกล่าวถูกใช้เป็นพื้นฐานของคำตอบ รูปแบบที่พบบ่อยคือ look to + บุคคล กฎ หลักฐาน หรือแหล่งข้อมูล และมักตามด้วย for + สิ่งที่ต้องการ เช่น look to the handbook for guidance
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ look to ในความหมายว่าอ้างอิงหรือพึ่งพาแหล่งข้อมูล
- We look to the manual for guidance when the instructions are unclear.
- We look at the manual's blue cover.
- We look through the manual to find the chart.
- We look for the manual on the shelf.
ดูคำตอบ
We look to the manual for guidance when the instructions are unclear.
law of conservation of mass: กฎการอนุรักษ์มวลทางวิทยาศาสตร์
law of conservation of mass เป็นชื่อของหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในประโยคนี้ การอาศัยกฎนี้หมายถึงการใช้กฎเพื่อตอบคำถาม law ในที่นี้หมายถึงกฎที่อธิบายว่าธรรมชาติทำงานอย่างไร ไม่ใช่กฎหมายที่รัฐบาลกำหนด หลักการนี้ระบุว่า ในระบบโดดเดี่ยว มวลจะไม่เกิดขึ้นใหม่หรือสูญหายไป แม้ว่าสสารจะเปลี่ยนรูปก็ตาม
แบบฝึกหัด
law of conservation of mass หมายถึงอะไรในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้?
- กฎของรัฐบาลเกี่ยวกับการวัดวัตถุ
- หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าในระบบโดดเดี่ยว มวลไม่เกิดขึ้นใหม่หรือสูญหายไป
- กฎที่ห้ามผู้คนครอบครองสสารปริมาณมาก
- วิธีทำให้น้ำหนักของวัตถุคงเดิม
ดูคำตอบ
หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าในระบบโดดเดี่ยว มวลไม่เกิดขึ้นใหม่หรือสูญหายไป
isolated system: ระบบโดดเดี่ยวในทางวิทยาศาสตร์
isolated system คือส่วนหนึ่งของโลกทางกายภาพที่ถือว่าไม่มีการแลกเปลี่ยนสสารหรือพลังงานกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ในประโยคนี้ defined by a boundary that matter and energy cannot cross อธิบายความหมายของ isolated โดยหมายถึงการแยกออกจากกันทางกายภาพ ไม่ใช่ความรู้สึกโดดเดี่ยว
แบบฝึกหัด
เติมคำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์: A system that exchanges neither matter nor energy with its surroundings is an ____.
ดูคำตอบ
isolated system
defined by a boundary that: ส่วนขยายซ้อนกันหลัง system
ในประโยคนี้ defined by a boundary เป็นวลี past participle ที่ขยาย an isolated system หมายความว่าระบบนั้นถูกกำหนดหรือจำกัดด้วยขอบเขต โดย defined ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค อนุประโยคสัมพันธ์ that matter and energy cannot cross ขยาย boundary โครงสร้างนี้รวบข้อมูลที่เกี่ยวข้องสองชั้นไว้หลังคำนามอย่างกระชับ: [ระบบหนึ่ง] [ที่กำหนดด้วยขอบเขต] [ซึ่งสสารและพลังงานไม่สามารถผ่านได้]
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The map shows a habitat defined by a fence that visitors cannot cross," ข้อความ "that visitors cannot cross" ขยายคำใด?
- a habitat
- visitors
- a fence
- the map
ดูคำตอบ
a fence
aka: ตัวย่อของ also known as
aka เป็นตัวย่อของ also known as โดยวางหลังบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือคำศัพท์ เพื่อแนะนำชื่ออื่น ชื่อเล่น ชื่อในวงการ หรือชื่อเรียกที่เป็นที่ยอมรับของสิ่งเดียวกัน ในข้อความนี้ aka บอกว่าผู้พูดกำลังเสนอ matter and energy เป็นอีกชื่อหนึ่งหรือเป็นการกล่าวใหม่อย่างสั้น ๆ ของ mass คำนี้เชื่อมชื่อเรียกสองแบบของสิ่งเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงเพียง and หรือ for example
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยตัวย่อของ "also known as": Lena Ortiz, ____ DJ Luma, is playing tonight.
ดูคำตอบ
aka
neither be created nor destroyed: การปฏิเสธการกระทำรูปถูกกระทำสองอย่างที่ขนานกัน
neither ... nor ... เชื่อมส่วนสองส่วนที่ขนานกันและปฏิเสธทั้งคู่ ในที่นี้การกระทำรูปถูกกระทำสองอย่างคือ be created และ be destroyed จึงหมายความว่าทั้งสองอย่างเกิดขึ้นไม่ได้ can ใช้กับการกระทำทั้งสองอย่าง และประโยคเดิมยังใช้ be ร่วมกันด้วย จึงเข้าใจได้ว่าเป็น can neither be created nor be destroyed โดยละ be ตัวที่สองไว้ โครงสร้างที่สมดุลนี้พบได้บ่อยในคำนิยามที่เป็นทางการและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมคู่คำตายตัว neither ... nor ให้สมบูรณ์: Under this rule, the file can ____ be copied ____ deleted.
ดูคำตอบ
neither · nor
to the best of our knowledge: จำกัดข้อสรุปไว้ตามข้อมูลที่มีในปัจจุบัน
to the best of our knowledge หมายถึงข้อความนั้นอิงจากทุกสิ่งที่เราทราบในขณะนี้ วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความทั้งประโยค กล่าวคือ ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนข้อสรุปนั้น แต่ไม่ได้เสนอว่าเป็นความจริงที่แน่นอนโดยสมบูรณ์ best หมายถึงความรู้ที่ครบถ้วนและน่าเชื่อถือที่สุดที่กลุ่มมีอยู่ ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มนั้นมีความรู้ที่ดีกว่าใคร วลีนี้บอกขอบเขตของหลักฐานและเปิดโอกาสให้มีข้อมูลใหม่
แบบฝึกหัด
วลีแสดงการจำกัดขอบเขตในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? To the best of our knowledge, the museum is closed today.
- ผู้พูดต้องการให้พิพิธภัณฑ์ปิด
- ข้อมูลที่มีอยู่บอกว่าวันนี้พิพิธภัณฑ์ปิด แต่ข้อมูลใหม่อาจทำให้ข้อสรุปนี้เปลี่ยนไป
- ผู้พูดแน่ใจอย่างสมบูรณ์ว่าพิพิธภัณฑ์จะปิดตลอดไป
- ผู้พูดเชื่อว่าความรู้ของตนดีกว่าความรู้ของคนอื่นทุกคน
ดูคำตอบ
ข้อมูลที่มีอยู่บอกว่าวันนี้พิพิธภัณฑ์ปิด แต่ข้อมูลใหม่อาจทำให้ข้อสรุปนี้เปลี่ยนไป
before we get to that: พักหัวข้อไว้เพื่อให้ข้อมูลพื้นฐานก่อน
ใน before we get to that คำว่า get to หมายถึง “เริ่มพูดถึงหรือจัดการกับ” ไม่ใช่ “ไปถึงสถานที่” ส่วน that ย้อนกลับไปหมายถึงหัวข้อที่กล่าวถึงแล้ว วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย ผู้พูดจะกลับมาที่หัวข้อนั้นภายหลัง แต่จะอธิบายสิ่งที่ง่ายกว่าหรือเป็นพื้นฐานกว่าก่อน วลีนี้จึงบอกว่าเป็นขั้นตอนที่วางแผนไว้ ไม่ใช่การเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
ครูเพิ่งพูดถึงคำถามที่ยาก ประโยคใดบอกชัดเจนว่าชั้นเรียนจะทบทวนพื้นฐานก่อน แล้วจึงค่อยพูดถึงคำถามนั้นภายหลัง
- We have already answered that question.
- That question has nothing to do with today's lesson.
- Let's walk over there before class.
- Before we get to that, let's review the basic idea.
ดูคำตอบ
Before we get to that, let's review the basic idea.
With a little energy: ใช้ with + คำนามเพื่อบอกเงื่อนไข
With a little energy หมายถึง “เมื่อมีหรือมีการเพิ่มพลังงานเล็กน้อย” ในที่นี้ with ใช้บอกเงื่อนไขหรือสิ่งที่จำเป็นที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ ไม่ได้หมายถึง “อยู่กับ” แบบใน with my friend เมื่อวาง with + คำนาม ไว้ต้นประโยค จะบอกเงื่อนไขก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงบอกผลลัพธ์ โครงสร้างสั้น ๆ นี้พบได้บ่อยในการอธิบายกระบวนการและการเปลี่ยนแปลงแบบเหตุและผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี with + คำนาม ที่หมายถึง “เมื่อได้ฝึกฝนเล็กน้อย”: ____, you can solve these puzzles faster.
ดูคำตอบ
With a little practice
get moving: เริ่มเคลื่อนที่หรือเริ่มลงมือ
ในประโยคนี้ get moving หมายถึง “เริ่มเคลื่อนที่” หรือ “เคลื่อนไหวมากขึ้น” โดยสื่อว่าโมเลกุลเข้าสู่การเคลื่อนที่ที่เห็นได้ชัดหรือมีพลังมากขึ้น moving ในที่นี้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ ไม่ใช่การย้ายบ้าน วลีนี้เน้นว่าการเคลื่อนที่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในภาษาพูดทั่วไปยังใช้ในความหมายว่า “เริ่มลงมือ” หรือ “ออกเดินทาง” ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย get และรูป -ing ของ move: Once the engine starts, the wheels ____.
ดูคำตอบ
get moving
bond together: สร้างพันธะเคมีต่อกัน
ในที่นี้ bond เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สร้างการเชื่อมต่อทางเคมี” together แสดงว่าอะตอมเชื่อมต่อกัน และ to form familiar molecules บอกผลที่เกิดจากการสร้างพันธะนั้น ในบริบทอื่น คนสามารถ bond together ได้โดยสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด แต่ประโยคนี้กล่าวถึงอะตอมที่สร้างพันธะเคมี bond ในที่นี้ไม่ใช่คำนามทางการเงินที่หมายถึง “พันธบัตร”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Under the right conditions, these atoms bond together to form a crystal,” คำว่า bond together หมายถึงอะไร
- ได้รับชื่อที่คุ้นเคย
- ซื้อพันธบัตรทางการเงิน
- สร้างการเชื่อมต่อทางเคมีต่อกัน
- เคลื่อนห่างออกจากกัน
ดูคำตอบ
สร้างการเชื่อมต่อทางเคมีต่อกัน
create or destroy mass: ความหมายทางวิทยาศาสตร์และกรรมร่วม
ในวลีทางวิทยาศาสตร์นี้ create mass หมายถึงทำให้มวลเกิดขึ้น และ destroy mass หมายถึงทำให้มวลหมดไป กริยาทั้งสองคำใช้กรรม mass ร่วมกัน และ or เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้สองแบบ เมื่ออยู่หลัง can't การกระทำทั้งสองอย่างจึงถูกปฏิเสธ กล่าวคือ สสารอาจจัดเรียงตัวใหม่และมวลอาจถ่ายโอนระหว่างส่วนต่าง ๆ ของระบบได้ แต่มวลรวมไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่าหรือถูกทำให้หายไป ที่นี่ mass คือปริมาณทางฟิสิกส์ที่แปลว่า “มวล” ไม่ใช่ความหมายทั่วไปว่า “จำนวนมาก”
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: A chemical reaction does not create or destroy mass. create or destroy mass หมายความว่าอย่างไร?
- วัตถุทุกชิ้นคงรูปร่างเดิมไว้
- mass หมายถึงฝูงชนจำนวนมาก
- ปฏิกิริยานี้ไม่ก่อให้เกิดสารชนิดใหม่
- มวลรวมไม่เกิดขึ้นหรือหายไป
ดูคำตอบ
มวลรวมไม่เกิดขึ้นหรือหายไป
stuck with what we've got: ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่า
Be stuck with something หมายถึงไม่มีทางเลือกที่ใช้ได้จริงนอกจากต้องเก็บ ใช้ หรือยอมรับสิ่งนั้น stuck ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าคนหรือสิ่งของติดอยู่จริง ๆ What we've got หมายถึง “สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้” เมื่อรวมกัน we're stuck with what we've got สื่อว่าไม่มีสิ่งอื่นที่ดีกว่ามาแทนได้ ผู้พูดจึงต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จำกัดอยู่เพียงของที่เรามีในปัจจุบัน”: The supply truck is delayed, so we're ____.
ดูคำตอบ
stuck with what we've got
have a mind of their own: ดูเหมือนทำอะไรตามใจตัวเอง
ในประโยคนี้ have a mind of their own เป็นการทำให้อะตอมดูเหมือนมีลักษณะของคน หมายถึงอะตอมดูเหมือนจะทำงานไปเองแทนที่จะอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่ามันคิดได้จริง ๆ รูปแบบคือ have a mind of one's own เมื่อประธานไม่ใช่มนุษย์ สำนวนนี้มักเพิ่มอารมณ์ขันหรือความรู้สึกขัดใจเล็กน้อย โดยพูดถึงสิ่งนั้นราวกับว่ามันเลือกเองว่าจะทำอะไร
แบบฝึกหัด
“The robot has a mind of its own.” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- หุ่นยนต์มีสมองมนุษย์จริง ๆ
- หุ่นยนต์ดูเหมือนจะทำงานเองและควบคุมได้ยาก
- หุ่นยนต์ไม่มีความสามารถทำอะไรได้เลย
- หุ่นยนต์เป็นของคนอื่น
ดูคำตอบ
หุ่นยนต์ดูเหมือนจะทำงานเองและควบคุมได้ยาก
six of each: สิ่งที่กล่าวถึงแต่ละชนิดมีหกชิ้น
Six of each หมายถึงสิ่งแต่ละชนิดที่เพิ่งกล่าวถึงมีหกชิ้น ในที่นี้ each ย้อนกลับไปหมายถึง carbon dioxide และ water ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่ามีคาร์บอนไดออกไซด์หกโมเลกุลและน้ำหกโมเลกุล โครงสร้าง number + of each ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำเมื่อรู้ชัดแล้วว่ามีประเภทใดบ้าง และไม่ได้บอกจำนวนรวมเพียงจำนวนเดียว
แบบฝึกหัด
“We bought apples and oranges, five of each.” หมายความว่าอย่างไร?
- เราซื้อผลไม้รวมทั้งหมดห้าผล
- แอปเปิลแต่ละผลมาพร้อมกับส้มห้าผล
- เราซื้อแอปเปิลห้าผลและส้มห้าผล
- เราซื้อแอปเปิลเพียงห้าผล
ดูคำตอบ
เราซื้อแอปเปิลห้าผลและส้มห้าผล
get them to reshuffle themselves: get + กรรม + to-infinitive
ในที่นี้ get + กรรม + to-infinitive หมายถึง “ทำให้กรรมทำบางอย่าง” หรือ “ทำให้เกิดการกระทำนั้นได้สำเร็จ” กรรม them หมายถึงอะตอม ส่วน to reshuffle บอกผลที่เกิดจากพลังงานที่เติมเข้าไป themselves ย้อนกลับไปหา them กล่าวคือ อะตอมชุดเดิมจัดเรียงตัวเองใหม่ ไม่ได้มีการเพิ่มอะตอมใหม่ ในการใช้นี้ get เป็นโครงสร้างแสดงการก่อให้เกิดผล ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ get + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง
- A little heat can let the molecules move faster.
- A little heat can make the molecules move faster.
- A little heat can get the molecules to move faster.
ดูคำตอบ
A little heat can get the molecules to move faster.
all accounted for: ตรวจนับแล้วไม่มีสิ่งใดหายไป
be accounted for หมายถึง “ถูกนับรวม ระบุตำแหน่ง หรืออธิบายได้จนไม่มีอะไรหายไป” all เน้นว่าการตรวจสอบครบถ้วน ในประโยควิทยาศาสตร์นี้ อะตอมทุกตัวก่อนการเปลี่ยนแปลงสามารถจับคู่กับอะตอมหลังการเปลี่ยนแปลงได้ วลีนี้เป็นโครงสร้างกรรมวาจก: the atoms are accounted for ไม่ได้เกี่ยวกับการทำบัญชี และไม่ได้หมายความว่าอะตอมอธิบายบางอย่างด้วยตัวเอง
แบบฝึกหัด
ครูตรวจสอบตำแหน่งของเด็กทุกคนหลังการอพยพ ประโยคใดบอกได้ดีที่สุดว่าไม่มีใครหายไป
- Every child has finished the drill.
- Every child is accounted for.
- Every child has explained the alarm.
ดูคำตอบ
Every child is accounted for.
now stored in the bonds between atoms: ตอนนี้ถูกเก็บไว้ในพันธะระหว่างอะตอม
วลีรูปถูกกระทำ is now stored in อธิบายว่าพลังงานถูกเก็บไว้ในสถานที่หรือรูปแบบหนึ่งหลังจากที่ใส่พลังงานเข้าไป คำว่า now ชี้ถึงสภาวะใหม่ที่เกิดขึ้น พลังงานไม่ได้หายไป แต่ยังคงอยู่ในอีกรูปแบบหนึ่ง ในบริบทวิทยาศาสตร์นี้ the bonds between atoms หมายถึงพันธะเคมีที่เชื่อมอะตอมเข้าด้วยกัน bonds ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพันธบัตรทางการเงินหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ในประโยควิทยาศาสตร์นี้ the bonds between atoms หมายถึงอะไร
- พันธะเคมีที่เชื่อมอะตอมเข้าด้วยกัน
- ความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้คน
- พันธบัตรทางการเงินที่องค์กรออกเมื่อต้องการกู้เงิน
ดูคำตอบ
พันธะเคมีที่เชื่อมอะตอมเข้าด้วยกัน
back into water and carbon dioxide: กลับเป็นน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์
into ใช้นำผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง ใน break that sugar back into water and carbon dioxide คำว่า back แสดงว่าผลลัพธ์คือการกลับไปเป็นสารที่มีอยู่ในช่วงก่อนหน้าของกระบวนการ back ในที่นี้อธิบายการเปลี่ยนกลับของสถานะหรือองค์ประกอบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปในทิศตรงข้าม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + กรรม + back into + ผลลัพธ์ เช่น turn the solid back into a liquid
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่แสดงการกลับไปเป็นรูปแบบเดิมให้ประโยคสมบูรณ์: The pond froze overnight, but the morning sun turned the ice ____ water.
ดูคำตอบ
back into
put ... aside: แยกหรือเก็บบางสิ่งไว้ชั่วคราว
ในที่นี้ put a few of our atoms aside หมายถึงแยกอะตอมบางส่วนออกจากกลุ่มที่กำลังใช้และเก็บไว้ใช้ภายหลัง ไม่ได้หมายถึงทิ้งอะตอมเหล่านั้น วลีนี้ใช้โครงสร้าง put + กรรม + aside โครงสร้างนี้นำไปใช้ได้ทั้งกับการย้ายสิ่งของไปไว้ด้านข้างและการพักการพิจารณาประเด็นหนึ่งไว้ชั่วคราว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวน put ... aside ให้สมบูรณ์ เพื่อให้ประโยคหมายถึงควรเก็บชิ้นส่วนที่เหลือไว้ใช้ทีหลัง: Put the extra pieces ____ for later.
ดูคำตอบ
aside
This here is: ชี้และแสดงให้ดูแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ This here is มีความหมายพื้นฐานเหมือน This is แต่ here เพิ่มน้ำหนักของการชี้ว่า “สิ่งนี้ที่อยู่ตรงนี้” ผู้พูดดึงความสนใจไปยังสิ่งที่กำลังแสดง แล้วจึงบอกชื่อของสิ่งนั้น here ที่เพิ่มมาไม่ได้จำเป็นต่อการบอกตำแหน่ง แต่ทำให้สำนวนมีลีลาแบบภาษาพูดและการนำเสนอที่ไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ในรายงานการทดลองที่เป็นทางการ "This here is methane." เป็นวิธีระบุสารที่เหมาะสมโดยทั่วไป
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
commonly associated with cow flatulence: มักเชื่อมโยงกับการผายลมของวัว
commonly associated with หมายถึงผู้คนมักเชื่อมโยงสองสิ่งเข้าด้วยกันในความคิด หรือมักกล่าวถึงสองสิ่งนั้นพร้อมกัน ในที่นี้ หัวข้อของประโยคมักถูกเชื่อมโยงกับการผายลมของวัว associated with บอกถึงความเชื่อมโยง ไม่ใช่สาเหตุ ตัววลีเองไม่ได้หมายถึง caused by, produced by หรือหมายความว่าสองสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวกัน
แบบฝึกหัด
commonly associated with cow flatulence บอกอะไรเรา?
- ผู้คนมักเชื่อมโยงสิ่งนั้นกับการผายลมของวัว
- สิ่งนั้นเป็นอีกชื่อหนึ่งของการผายลมของวัว
- ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการผายลมของวัวเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ
ผู้คนมักเชื่อมโยงสิ่งนั้นกับการผายลมของวัว
used for rocket fuel: ใช้สำหรับเชื้อเพลิงจรวด
used for rocket fuel เป็นส่วนต่อของโครงสร้างกรรมวาจก be used for + จุดประสงค์หรือกิจกรรม โดยประธานและรูปหนึ่งของ be ปรากฏอยู่ก่อนหน้าในประโยคเต็ม ส่วน used เป็นคำกริยาช่อง past participle for บอกว่าสิ่งนั้นใช้เพื่ออะไร ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ใช้ ในที่นี้ rocket fuel ระบุการใช้งาน หากสิ่งนั้นทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงโดยตรง รูปเต็ม be used as rocket fuel มักแม่นยำกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be used for: These gloves are ____ handling hot dishes.
ดูคำตอบ
used for
like you might get from a lit match: การยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
ในที่นี้ like ใช้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของวลี a little bit of energy ที่อยู่ข้างหน้า อนุประโยค you might get from a lit match แสดงให้เห็นว่าผู้พูดหมายถึงพลังงานปริมาณเล็กน้อยแบบใด นี่คือรูปแบบการอธิบายที่พบได้บ่อย คือกล่าวถึงแนวคิดกว้าง ๆ หรือนามธรรมก่อน แล้วจึงเติม like + ตัวอย่างหรือสถานการณ์ที่คุ้นเคย ในที่นี้ like หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” หรือ “ชนิดที่” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ”
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- อธิบายว่าพลังงานทั้งหมดมาจากที่ใด
- ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่อแสดงชนิดของพลังงานที่หมายถึง
- บอกว่าผู้พูดชอบใช้ไม้ขีดไฟ
ดูคำตอบ
ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่อแสดงชนิดของพลังงานที่หมายถึง
combusts into carbon dioxide: การบอกผลลัพธ์ของการเผาไหม้
ในประโยคนี้ combusts หมายถึง “เผาไหม้” ส่วน into carbon dioxide แสดงว่า carbon dioxide เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการ วลีนี้เน้นว่าสิ่งใดเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ ไม่ใช่การเผาไหม้เกิดขึ้นที่ไหน โดยทั่วไป into + คำนามที่เป็นผลลัพธ์สามารถบอกผลิตภัณฑ์สุดท้ายหรือสภาพที่เปลี่ยนไปได้ เมื่อใช้กับคำกริยาเกี่ยวกับการเผาไหม้ โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่าวัสดุกลายเป็นหรือสร้างอะไรขณะเผาไหม้
แบบฝึกหัด
ใน combusts into carbon dioxide วลี into carbon dioxide แสดงถึงอะไร
- ผลลัพธ์ของการเผาไหม้
- แหล่งของพลังงานที่เติมเข้าไป
- สถานที่ที่เกิดการเผาไหม้
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ของการเผาไหม้
Notice, our methane started with four hydrogen, วลี
2:00สังเกตไหมว่า มีเทนของเราเริ่มต้นด้วยไฮโดรเจน 4 ตัว
started with four hydrogen: การบอกจำนวนเริ่มต้น
ในประโยคนี้ started with + นามวลี หมายถึง “มีหรือประกอบด้วยจำนวนดังกล่าวในตอนเริ่มต้น” ผู้พูดกำลังบอกจำนวนไฮโดรเจนเริ่มต้นของมีเทน ซึ่งก็คืออะตอมไฮโดรเจนสี่อะตอม โครงสร้างนี้บอกสภาพตอนเริ่มต้น ไม่ใช่การกระทำแรกในลำดับขั้นตอน นอกจากนี้ยังใช้บอกวัสดุ เงิน คน หรือความคิดที่มีอยู่ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ start with เพื่อบอกขนาดเริ่มต้นของชมรม: The club ____ just six members.
ดูคำตอบ
started with
at the end: การบอกจุดสิ้นสุดของกระบวนการ
at the end บอกจุดสิ้นสุดของกระบวนการที่กำลังพูดถึง ในที่นี้วลีนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากสภาพเริ่มต้นของมีเทนไปยังสภาพเมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลง วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลให้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุด สิ่งที่ the end หมายถึงขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้หมายถึงจุดสิ้นสุดของปฏิกิริยา ไม่ใช่ตอนจบของวิดีโอ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุจุดสิ้นสุดของการทดลองหนึ่งอย่างได้ถูกต้อง?
- At the end of the experiment, we recorded the temperature.
- At end of the experiment, we recorded the temperature.
- In the end of the experiment, we recorded the temperature.
ดูคำตอบ
At the end of the experiment, we recorded the temperature.
captured in two water molecules: ถูกรวมไว้ในโมเลกุลน้ำ
ในที่นี้ captured in หมายถึง “ถูกรวมและคงอยู่ภายใน” สสารที่กล่าวถึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของโมเลกุลน้ำสองโมเลกุลในที่สุด คำกริยานี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าโมเลกุลกำลัง “จับกุม” อะไรจริง ๆ captured เป็นคำกริยารูป past participle ซึ่งแสดงว่าสสารนั้นเป็นฝ่ายรับการกระทำ โครงสร้าง be captured in + โครงสร้างหรือวัสดุ ใช้บอกได้ว่าสิ่งใดถูกเก็บหรือรวมไว้ที่ใด
แบบฝึกหัด
captured in ใน captured in two water molecules หมายถึงอะไร
- ถูกโมเลกุลน้ำจับกุม
- ถูกรวมและเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของโมเลกุลน้ำ
- ถูกโมเลกุลน้ำถ่ายภาพ
ดูคำตอบ
ถูกรวมและเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของโมเลกุลน้ำ
For a grand finale: แนะนำช่วงปิดท้ายอันยิ่งใหญ่
For a grand finale เป็นคำเชื่อมที่ใช้แนะนำช่วงสุดท้ายว่าเป็นช่วงที่ยิ่งใหญ่ ตื่นเต้น หรือมีความเป็นการแสดงมากที่สุด grand finale มาจากภาษาที่ใช้กับการแสดง จึงสร้างความคาดหวังได้มากกว่าการพูดเพียง finally ในที่นี้ วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยผู้พูดส่งสัญญาณว่าโพรเพนเป็นตัวอย่างสุดท้ายที่โดดเด่นที่สุด ไม่ได้หมายความว่ากำลังมีการแสดงบนเวทีจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่หมายถึง “ในฐานะช่วงปิดท้ายอันน่าตื่นตา”: ____, the magician made the whole stage glow.
ดูคำตอบ
For a grand finale
combustible gas: คำทางการสำหรับก๊าซที่เผาไหม้ได้
combustible gas คือก๊าซที่สามารถเผาไหม้ได้เมื่อมีสภาวะเหมาะสม คำว่า combustible บอกคุณสมบัติ ไม่ได้หมายความว่าก๊าซกำลังไหม้อยู่ในขณะนี้ ในวลีนี้ combustible ขยายคำว่า gas สำนวนนี้พบได้บ่อยในบริบทวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยที่เป็นทางการ และใช้ช่วยจัดประเภทวัสดุตามความสามารถในการเผาไหม้
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายด้านความปลอดภัย combustible gas หมายถึงอะไร?
- ก๊าซที่สามารถเผาไหม้ได้
- ก๊าซที่กำลังไหม้อยู่ตอนนี้
- ก๊าซที่ไม่สามารถเผาไหม้ได้
ดูคำตอบ
ก๊าซที่สามารถเผาไหม้ได้
light it up ในความหมายว่า “จุดให้มันติดไฟ”
ในประโยคนี้ light it up หมายถึง “จุดให้มันติดไฟ” หรือ “ทำให้มันเริ่มไหม้” โดย it หมายถึงเชื้อเพลิง และการกล่าวถึงออกซิเจนใกล้ ๆ ทำให้ชัดเจนว่าหมายถึงการจุดไฟ ความหมายของ light up เปลี่ยนไปตามบริบท คนเราสามารถ light up a room ด้วยการทำให้ห้องสว่าง และ a face can light up หมายถึงสีหน้าดูมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในที่นี้สิ่งที่พูดถึงคือเชื้อเพลิง วลีนี้จึงหมายถึงทำให้มันเริ่มไหม้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่ใช้ light และหมายถึง “จุดให้มันติดไฟ”: The bonfire is ready, so let's ____.
ดูคำตอบ
light it up
This time: การเปลี่ยนไปสู่รอบใหม่
ในที่นี้ This time เปลี่ยนการอธิบายจากตัวอย่างก่อนหน้ามาเป็นตัวอย่างปัจจุบัน และส่งสัญญาณให้ผู้ฟังเปรียบเทียบรอบนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า วลีนี้อาจใช้บอกช่วงเวลาได้ แต่หน้าที่สำคัญในที่นี้คือจัดระเบียบข้อมูล โดยกรณีก่อนหน้าคือกรณีเดิม ส่วน This time ใช้เกริ่นกรณีใหม่ซึ่งมักมีเงื่อนไขหรือผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
ในการอธิบายที่นำเสนอการทดลองหลายครั้ง This time มักส่งสัญญาณถึงอะไร
- ใช้บอกเวลาที่แน่นอนบนหน้าปัดนาฬิกา
- ใช้เกริ่นการทดลองปัจจุบันและชวนให้เปรียบเทียบกับการทดลองก่อนหน้า
- ใช้บอกว่าไม่เคยมีการทดลองที่คล้ายกันมาก่อน
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นการทดลองปัจจุบันและชวนให้เปรียบเทียบกับการทดลองก่อนหน้า
have nowhere else to go: ไม่มีจุดหมายอื่นที่เป็นไปได้
รูปแบบ have nowhere else to go หมายถึง “ไม่มีที่อื่นให้ไป” เมื่อใช้กับคนอาจมีความหมายตรงตัว แต่ในความหมายที่กว้างขึ้น อาจหมายถึงไม่มีจุดหมาย ทางเลือก หรือผลลัพธ์อื่น ในประโยคนี้ อะตอมของคาร์บอนถูกทำให้เหมือนคนที่เลือกได้ว่าจะไปไหน ความหมายจริงคือ ในปฏิกิริยาที่กำลังอธิบาย อะตอมเหล่านี้ไม่มีจุดหมายหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่เป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าอะตอมเดินหรือคิดตัดสินใจจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ they have nowhere else to go หมายถึงอะไร
- อะตอมออกจากปฏิกิริยาไปทั้งหมดแล้ว
- อะตอมกำลังเดินไปมาและมองหาห้อง
- อะตอมไม่มีจุดหมายหรือผลลัพธ์อื่นที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ
อะตอมไม่มีจุดหมายหรือผลลัพธ์อื่นที่เป็นไปได้
we can model with this small set of atoms. การใช้คำ
2:27ที่เราสามารถสร้างแบบจำลองด้วยกลุ่มอะตอมเล็กๆ ชุดนี้ได้
model ... with this small set of atoms: จำลองด้วยอะตอมกลุ่มเล็ก ๆ นี้
ในที่นี้ model เป็นคำกริยา หมายถึง “แสดงหรือจำลองการทำงานของสิ่งหนึ่งโดยใช้แบบจำลอง” คำนี้อยู่หลัง can จึงใช้รูปพื้นฐานว่า can model โครงสร้าง model something with something จะบอกสิ่งที่ถูกนำมาจำลองก่อน แล้วจึงบอกวัสดุ เครื่องมือ หรือวิธีที่ใช้ ในประโยคนี้ many other reactions คือสิ่งที่จำลอง และ this small set of atoms คือสิ่งที่ใช้จำลอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Scientists model the climate with computer data.” คำว่า model ทำหน้าที่อะไร?
- หมายถึงถือสภาพภูมิอากาศไว้จริง ๆ
- เป็นคำกริยาที่หมายถึงแสดงหรือจำลองสภาพภูมิอากาศ
- เป็นคำนามที่หมายถึงคนที่สวมเสื้อผ้าเพื่อจัดแสดง
ดูคำตอบ
เป็นคำกริยาที่หมายถึงแสดงหรือจำลองสภาพภูมิอากาศ
always holds true: เป็นจริงเสมอ
hold true หมายถึง “ยังคงถูกต้อง มีผล หรือใช้ได้” ประธานของวลีนี้มักเป็นข้อความ กฎ ความสัมพันธ์ หลักการ หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่วัตถุที่มีคนถืออยู่ ในที่นี้ always บอกว่ากฎนี้ใช้ได้กับทุกกรณีที่กำลังพูดถึง วลีนี้สรุปว่าหลักการทั่วไปยังคงมีผล ไม่ได้บรรยายการใช้มือจับสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hold true: The same principle ____ for both experiments.
ดูคำตอบ
holds true
Whatever ... are present and accounted for: ประธานที่ไม่จำกัดชนิด
ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย Whatever ทำหน้าที่เป็นประธานทั้งหมดของประโยค หมายถึงสสารและพลังงานทุกอย่างที่เข้าสู่ปฏิกิริยา ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม ตรงนี้ Whatever ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม Are present and accounted for หมายความว่าไม่มีส่วนใดของสิ่งที่ป้อนเข้าไปตกหล่นจากคำอธิบาย สสารอาจถูกจัดเรียงใหม่และพลังงานอาจเปลี่ยนรูป แต่ทั้งสองอย่างต้องยังปรากฏอยู่ในผลลัพธ์ โดยทั่วไป whatever สามารถนำกลุ่มที่ไม่จำกัดว่าเป็นสิ่งใดมาเป็นประธาน แล้วข้อความที่ตามมาจึงกล่าวถึงทั้งกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้กำลังทำหน้าที่อะไร
- ประโยคนี้ขอให้ผู้ฟังระบุว่าสสารและพลังงานใดเข้าสู่ปฏิกิริยา
- ประโยคนี้บอกว่าต้องนับเฉพาะพลังงานที่หายไปเท่านั้น
- ประโยคนี้บอกข้อสรุปทั่วไปเกี่ยวกับสสารและพลังงานทั้งหมดที่เข้าสู่ปฏิกิริยา
ดูคำตอบ
ประโยคนี้บอกข้อสรุปทั่วไปเกี่ยวกับสสารและพลังงานทั้งหมดที่เข้าสู่ปฏิกิริยา
in the first place: ถามย้อนถึงต้นกำเนิด
In the first place เป็นสำนวนที่หมายถึงแต่แรกหรือที่จุดเริ่มต้นของลำดับเหตุการณ์ ตรงนี้สำนวนดังกล่าวพาคำถามย้อนจากสถานการณ์ปัจจุบันของอะตอมกลับไปหาต้นกำเนิดเดิม โดย place ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง ในประโยคคำถาม สำนวนนี้มักใช้ถามถึงเหตุผล แหล่งที่มา หรือการตัดสินใจแรกเริ่มที่อยู่เบื้องหลังบางสิ่ง คำถามนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ Where did these atoms originally come from?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามถึงเหตุผลแรกเริ่มที่เริ่มโครงการ
- First of all, let's name the project.
- Why did we start the project in the first place?
- At first, the project was small.
ดูคำตอบ
Why did we start the project in the first place?
turn back the clock: ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้า
ในประโยคนี้ turn back the clock หมายถึงการจินตนาการว่าย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้าเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ไม่ได้หมายถึงการปรับนาฬิกาจริง ๆ สำนวนนี้มักพาผู้ฟังจากปัจจุบันเข้าสู่คำอธิบายทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิด หรือการย้อนดูว่าสิ่งหนึ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึงการย้อนกลับไปยังช่วงเวลาก่อนหน้า: To discover how the festival started, let's ____ two hundred years.
ดูคำตอบ
turn back the clock
The Big Bang: ช่วงแรกที่ร้อนจัดและหนาแน่นสูงของเอกภพ
The Big Bang เป็นชื่อของการขยายตัวของเอกภพจากสภาวะเริ่มแรกที่ร้อนจัดและมีความหนาแน่นสูงมาก ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ คำนี้ระบุช่วงแรกสุดของเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของสสาร Big Bang ในที่นี้เป็นชื่อเฉพาะ ไม่ใช่เพียงคำว่า bang ที่หมายถึงเสียงดัง และไม่ได้หมายถึงวัตถุธรรมดาชิ้นหนึ่งระเบิดขึ้นภายในอวกาศที่มีอยู่ก่อนแล้ว
แบบฝึกหัด
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ The Big Bang หมายถึงอะไร?
- การที่เอกภพขยายตัวจากสภาวะเริ่มแรกที่ร้อนจัดและมีความหนาแน่นสูงมาก
- ดาวฤกษ์ระเบิดเมื่อสิ้นอายุขัย
- เสียงฉับพลันใด ๆ ที่เกิดจากการระเบิด
ดูคำตอบ
การที่เอกภพขยายตัวจากสภาวะเริ่มแรกที่ร้อนจัดและมีความหนาแน่นสูงมาก
formed from a high-energy soup: ใช้ soup เปรียบเทียบกับสภาพผสม
formed from บอกแหล่งกำเนิดหรือสภาพก่อนหน้าที่สิ่งหนึ่งพัฒนามาจาก ในที่นี้ soup เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่อาหาร โดย a high-energy soup หมายถึงสภาพพลังงานสูงที่สสารและอนุภาคผสมกันอยู่ คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้ soup เพื่อสื่อถึงส่วนผสมที่ซับซ้อนซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ยังไม่ได้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ภาพจากสิ่งใกล้ตัวนี้ช่วยให้จินตนาการถึงสภาพนามธรรมของเอกภพยุคแรกได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
a high-energy soup ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ส่วนผสมพลังงานสูงของสสารและอนุภาค
- อาหารหนึ่งชามที่ถูกทำให้ร้อนจนมีอุณหภูมิสูง
- พลังงานที่ปล่อยออกมาจากไฮโดรเจนซึ่งก่อตัวเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ
ส่วนผสมพลังงานสูงของสสารและอนุภาค
the birth of our universe: ใช้ birth เปรียบเทียบกับจุดเริ่มต้นของจักรวาล
the birth of our universe ใช้ birth ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงจุดเริ่มต้นของจักรวาล เมื่อจักรวาลเริ่มมีอยู่ ไม่ใช่การเกิดในความหมายทางชีววิทยา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงด้านเวลา โดยสภาพพลังงานสูงที่กล่าวถึงเกิดขึ้นหลังจากจุดเริ่มต้นนั้น โดยทั่วไปแล้ว the birth of X สามารถใช้เรียกช่วงที่สิ่งสำคัญเริ่มต้นหรือปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the birth of our universe หมายถึงอะไร?
- จุดเริ่มต้นของจักรวาล
- การก่อตัวของดาวเคราะห์ดวงแรก
- การเกิดทางชีววิทยาที่ใดสักแห่งในอวกาศ
ดูคำตอบ
จุดเริ่มต้นของจักรวาล
clusters of atoms: กลุ่มอะตอม
clusters of atoms หมายถึงอะตอมหลายกลุ่มที่อยู่ใกล้กัน คำพหูพจน์ clusters บอกว่ามีมากกว่าหนึ่งกลุ่ม และแต่ละกลุ่มมีอะตอมหลายอะตอม ไม่ใช่อะตอมเพียงอะตอมเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a cluster of + คำนามพหูพจน์ สำหรับหนึ่งกลุ่ม และ clusters of + คำนามพหูพจน์ สำหรับหลายกลุ่ม มักใช้บรรยายสิ่งที่รวมตัวกันหรืออยู่ใกล้กัน เช่น ดาว บ้าน หรือจุดข้อมูล
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อสื่อความหมายว่าเป็นกลุ่มหนาแน่น? The map shows ___ houses near the river.
- clusters of
- rows of
- isolated
ดูคำตอบ
clusters of
fused light elements ... to form heavier elements: ธาตุเบาหลอมรวมเพื่อก่อให้เกิดธาตุที่หนักกว่า
ในความหมายทางวิทยาศาสตร์ fused หมายถึงทำให้นิวเคลียสของอะตอมที่เบากว่ารวมกันผ่านปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน โครงสร้าง fuse A to form B แสดงว่า A คือสิ่งที่รวมกัน และ B คือผลที่เกิดขึ้น ส่วน such as hydrogen and helium ยกตัวอย่างของ A ในที่นี้ light และ heavier เปรียบเทียบมวลอะตอม ไม่ใช่ความสว่าง ประโยคนี้บอกว่าธาตุที่มีมวลน้อยกว่ารวมกันแล้วทำให้เกิดธาตุที่มีมวลมากกว่า
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดอธิบาย “Light nuclei fuse to form heavier nuclei” ได้ถูกต้อง?
- นิวเคลียสที่สว่างเย็นลงและหยุดเปล่งแสง
- นิวเคลียสของธาตุที่เบากว่ารวมกัน ทำให้เกิดนิวเคลียสของธาตุที่หนักกว่า
- นิวเคลียสที่แยกจากกันถูกนำมาวางไว้ข้างกันเท่านั้น
ดูคำตอบ
นิวเคลียสของธาตุที่เบากว่ารวมกัน ทำให้เกิดนิวเคลียสของธาตุที่หนักกว่า
At first glance: เกริ่นถึงความประทับใจแรก
At first glance หมายถึง “เมื่อมองสิ่งหนึ่งอย่างรวดเร็วเป็นครั้งแรก ก่อนจะพิจารณาอย่างละเอียด” คำนาม glance หมายถึงการมองเพียงชั่วครู่ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะบอกว่าแนวคิดที่ตามมาเป็นเพียงความประทับใจแรก ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย และมักเตรียมผู้อ่านหรือผู้ฟังให้พร้อมสำหรับการแก้ความเข้าใจ การเปรียบต่าง หรือคำอธิบายที่ลึกขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อมองอย่างรวดเร็วในครั้งแรก” ลงในประโยค: ____, the two bags seem identical, but one is much heavier.
ดูคำตอบ
At first glance
may look like: บอกลักษณะที่ดูเหมือนแต่ยังไม่แน่นอน
May look like หมายถึง “อาจมีลักษณะหรือให้ความรู้สึกว่าเป็นบางสิ่ง” may บอกความเป็นไปได้ ส่วน look like บอกลักษณะภายนอกหรือความรู้สึกที่เห็น เมื่อนำมารวมกันจึงไม่ได้ยืนยันว่าความรู้สึกนั้นเป็นความจริง หลัง look like สามารถตามด้วยกลุ่มคำนาม เช่น may look like smoke หรืออนุประโยค เช่น may look like they break the rule ในส่วนย่อยของคำบรรยายนี้ คำที่ตามมาจะเติมให้สมบูรณ์ว่าสิ่งนั้นดูเหมือนอะไร
แบบฝึกหัด
may look like สื่อความหมายอะไรในประโยค The plastic gem may look like a diamond?
- มีการพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นเพชร
- มันอาจดูเหมือนเพชร แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
- ใครบางคนอาจมองตรงไปที่เพชร
ดูคำตอบ
มันอาจดูเหมือนเพชร แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
breaking the law ในฐานะคำเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์
โดยทั่วไป break the law หมายถึงฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ในที่นี้ law หมายถึงกฎทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกฎที่อธิบายว่าธรรมชาติทำงานอย่างไร วลีนี้เป็นการเปรียบเทียบว่า พวกมันดูเหมือนกำลังฝ่าฝืนกฎธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่ากำลังก่ออาชญากรรม ถ้อยคำนี้ทำให้สิ่งที่ they กล่าวถึงดูเหมือนเป็นคนที่เลือกฝ่าฝืนกฎได้ จึงทำให้ข้อสงสัยทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรมเห็นภาพได้ชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
ใน they're breaking the law วลี breaking the law หมายถึงอะไร?
- พวกมันกำลังก่ออาชญากรรม
- พวกมันดูเหมือนฝ่าฝืนกฎทางวิทยาศาสตร์
- พวกมันกำลังทำลายหนังสือกฎหมาย
ดูคำตอบ
พวกมันดูเหมือนฝ่าฝืนกฎทางวิทยาศาสตร์
because they release an astounding amount of energy วลี
3:21เพราะพวกมันปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาล
an astounding amount of energy: ปริมาณพลังงานที่มากจนน่าทึ่ง
An astounding amount of energy หมายถึงปริมาณพลังงานที่มากจนทำให้รู้สึกประหลาดใจ astounding มีน้ำหนักมากกว่าแค่ large เพราะสื่อว่าปริมาณนั้นน่าทึ่งอย่างมาก เมื่อ energy หมายถึงปริมาณทางฟิสิกส์ คำนี้มักเป็นคำนามนับไม่ได้ ภาษาอังกฤษจึงใช้ amount of energy ไม่ใช่ number of energy โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + คำคุณศัพท์ + amount of + คำนามนับไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ปริมาณพลังงานที่มากจนน่าทึ่ง” ให้สมบูรณ์: The supernova released ____.
ดูคำตอบ
an astounding amount of energy
seemingly out of nowhere: ดูเหมือนไม่มีที่มาชัดเจน
seemingly หมายถึง “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด” คำนี้ขยาย out of nowhere ซึ่งเป็นสำนวนที่หมายถึง “เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยไม่เห็นที่มาหรือคำอธิบายที่ชัดเจน” seemingly out of nowhere หมายถึงบางสิ่งดูเหมือนจะปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันโดยไม่มีที่มาชัดเจน แต่ยังเปิดโอกาสให้มีคำอธิบายที่แท้จริงอยู่ สำนวนนี้ช่วยสร้างความสงสัยก่อนเฉลยสาเหตุได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่ตรงกับความหมายว่า “ดูเหมือนว่าไม่มีที่มาชัดเจน”: During the meeting, a useful idea came ____.
ดูคำตอบ
seemingly out of nowhere
However, thanks to Einstein's famous equation, วลี
3:25อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณสมการอันโด่งดังของไอน์สไตน์
Thanks to Einstein's famous equation: นำเสนอพื้นฐานที่ช่วยให้เข้าใจ
ในประโยคนี้ thanks to + กลุ่มคำนาม หมายถึง “เนื่องจาก” หรือ “ด้วยความช่วยเหลือจาก” ไม่ได้หมายถึง “กล่าวขอบคุณ” สมการอันโด่งดังของไอน์สไตน์ถูกนำเสนอเป็นพื้นฐานที่มีประโยชน์ ซึ่งทำให้คำอธิบายต่อไปเป็นไปได้ Einstein's famous equation ในที่นี้หมายถึงสมการมวล-พลังงาน E = mc² คำว่า thanks to ทำให้สมการนี้ถูกมองเป็นหลักฐานหรือเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจ
แบบฝึกหัด
thanks to ทำหน้าที่อะไรใน “Thanks to the map, we found the cabin before dark”?
- แสดงว่าแผนที่ขัดขวางผลลัพธ์
- กล่าวขอบคุณแผนที่โดยตรง
- นำเสนอแผนที่ว่าเป็นสาเหตุที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์
ดูคำตอบ
นำเสนอแผนที่ว่าเป็นสาเหตุที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์
be equivalent to: มีค่าเท่ากัน แต่ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
ในที่นี้ is equivalent to mass หมายความว่า พลังงานและมวลสอดคล้องกันภายใต้ความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ ปริมาณมวลหนึ่งสามารถแสดงเป็นปริมาณพลังงานได้ โครงสร้างคือ be equivalent to + คำนาม equivalent ใช้บอกว่ามีค่า หน้าที่ ผล หรือความหมายเท่ากันภายใต้ระบบหรือมาตรฐานหนึ่ง โดยปกติไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งเหมือนกันทุกลักษณะ
แบบฝึกหัด
เติม equivalent พร้อมบุพบทที่ต้องใช้ให้สมบูรณ์: In this game, one gold token is ____ five silver tokens.
ดูคำตอบ
equivalent to
It turns out that: เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งค้นพบ
It turns out that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ชัดเจนขึ้นหลังจากตรวจสอบ คิดทบทวน หรือได้รับข้อมูลเพิ่มเติม มักหมายถึง “ต่อมาจึงพบว่า” หรือ “ที่จริงแล้ว” ในด้านไวยากรณ์ วลีนี้เป็นกรอบเกริ่นนำที่ตามด้วยอนุประโยค that ที่สมบูรณ์ ในการอธิบาย วลีนี้พาผู้ฟังจากคำถาม ข้อสันนิษฐาน หรือความประหลาดใจไปสู่คำตอบที่แท้จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเกริ่นข้อเท็จจริงที่ค้นพบหลังจากตรวจสอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- It seems that the library closes early on Fridays.
- It turns the library out that it closes early on Fridays.
- It turns out that the library closes early on Fridays.
ดูคำตอบ
It turns out that the library closes early on Fridays.
very slightly more than: ความแตกต่างที่เล็กมาก
ในโครงสร้าง A is very slightly more than B คำว่า more than ทำหน้าที่เปรียบเทียบ ส่วน slightly บอกว่าความแตกต่างมีเพียงเล็กน้อย และ very ขยาย slightly เพื่อเน้นว่าความแตกต่างนั้นเล็กมาก ดังนั้น very slightly more than จึงหมายถึง “มากกว่าเพียงนิดเดียวมาก ๆ” ไม่ได้หมายถึง “มากกว่ามาก” เหมาะสำหรับอธิบายความแตกต่างเล็ก ๆ ระหว่างค่าที่วัดได้อย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
“very slightly more than” บอกว่าความแตกต่างมีขนาดเท่าใด
- ปริมาณแรกมากกว่าเพียงนิดเดียว
- ปริมาณแรกมากกว่ามาก
- ปริมาณทั้งสองเท่ากันพอดี
ดูคำตอบ
ปริมาณแรกมากกว่าเพียงนิดเดียว
loss of mass corresponds to the gain in energy: การสูญเสียมวลสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของพลังงาน
ในโครงสร้าง A corresponds to B นั้น A ตรงหรือมีความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบกับ B ในที่นี้ A คือการสูญเสียมวล และ B คือการเพิ่มขึ้นของพลังงาน perfectly เน้นว่าปริมาณทั้งสองตรงกันอย่างพอดีในคำอธิบาย ส่วน corresponds to ใช้บรรยายความสัมพันธ์นี้ ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนั้นสื่อสารกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง A corresponds to B: Each symbol ____ one value in the table.
ดูคำตอบ
corresponds to
radiates out from the star: ทิศทางออกด้านนอกและแหล่งกำเนิด
Radiates หมายถึงการปล่อยพลังงาน เช่น แสงหรือความร้อนออกมา out แสดงทิศทางที่เคลื่อนออกห่างจากแหล่งกำเนิด ส่วน from the star ระบุว่าแหล่งกำเนิดนั้นคือดาวฤกษ์ เมื่อรวมกัน radiates out from the star จึงบอกทั้งทิศทางและจุดกำเนิดอย่างชัดเจนว่า พลังงานเริ่มจากดาวฤกษ์แล้วเคลื่อนออกไปด้านนอก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย radiates out from: Heat ____ the metal surface.
ดูคำตอบ
radiates out from
went supernova: การเปลี่ยนสภาพ ไม่ใช่การเคลื่อนที่
Go supernova เป็นสำนวนทางดาราศาสตร์ที่หมายถึงดาวฤกษ์ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา went เป็นรูปอดีตของ go ดังนั้น went supernova จึงบอกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอดีต ในที่นี้ go แสดงการเปลี่ยนสภาพ ไม่ใช่การเดินทางไปที่ใด โครงสร้างนี้คล้ายกับ go dark หรือ go silent แต่ supernova เป็นชื่อเหตุการณ์เฉพาะที่เกิดกับดาวฤกษ์
แบบฝึกหัด
went supernova ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The distant star went supernova long ago.
- ดาวฤกษ์เคลื่อนที่ไปหาซูเปอร์โนวา
- ดาวฤกษ์เงียบลงโดยไม่ระเบิด
- ดาวฤกษ์ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา
ดูคำตอบ
ดาวฤกษ์ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา
scatter ... across ...: กระจายไปทั่วบริเวณ
ในที่นี้ scattered its elements across space หมายถึง ทำให้ธาตุต่าง ๆ ของมันกระจายออกไปในบริเวณกว้างของอวกาศ its elements คือสิ่งที่ถูกกระจาย ส่วน across space บอกขอบเขตกว้างที่ธาตุเหล่านั้นไปกระจายอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ scatter A across B: A ไม่ได้รวมอยู่ในที่เดียว แต่กระจายไปตามหลายจุดใน B ตรงนี้ across เน้นการกระจายในพื้นที่กว้าง ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนผ่านห้องหรือพื้นที่เล็ก ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ scatter A across B ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The wind ____ the field.
ดูคำตอบ
scattered the seeds across
Long story short: ข้ามรายละเอียดแล้วบอกผลลัพธ์
Long story short เป็นสัญญาณบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังข้ามลำดับเหตุการณ์ที่ยาวกว่าและจะไปสู่ผลลัพธ์ทันที เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดข้อมูล โดยย่อกระบวนการที่ซับซ้อน และนำเสนอ they found each other เป็นผลลัพธ์ วลีนี้ไม่ได้ใช้ประเมินตามตัวอักษรว่าว่าเรื่องยาวแค่ไหน
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวสามคำที่มีคำว่า story และบอกว่าผู้พูดกำลังข้ามรายละเอียด: ____, we solved the problem before lunch.
ดูคำตอบ
Long story short
4.6 billion years later: 4.6 พันล้านปีต่อมา
4.6 billion years later หมายความว่าเวลาผ่านไป 4.6 พันล้านปีนับจากจุดอ้างอิงก่อนหน้า ในระบบตัวเลขแบบ short scale ของภาษาอังกฤษสมัยใหม่ one billion คือ 1,000,000,000 ดังนั้น 4.6 billion years จึงเท่ากับ 4,600,000,000 ปี รูปแบบ ระยะเวลา + later เลื่อนเส้นเวลาไปข้างหน้าตามระยะเวลานั้น และช่วยให้เข้าใจช่วงเวลามหาศาลระหว่างเหตุการณ์ต่าง ๆ
แบบฝึกหัด
4.6 billion years later หมายความว่าอย่างไร
- 4,600,000,000 ปีหลังจากจุดเวลาก่อนหน้า
- 4,600 ปีหลังจากจุดเวลาก่อนหน้า
- 4,600,000 ปีหลังจากจุดเวลาก่อนหน้า
ดูคำตอบ
4,600,000,000 ปีหลังจากจุดเวลาก่อนหน้า
got scooped up: ถูกกวาดรวบอย่างรวดเร็ว
Got scooped up เป็นรูปถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการที่สร้างด้วย get + past participle คำว่า scoop up อาจหมายถึงการตัก ยก หรือรวบสิ่งของอย่างรวดเร็วตามความหมายตรงตัว แต่ในที่นี้ใช้สร้างภาพว่าวัตถุถูกรวบเข้าไปอยู่ในระบบที่ใหญ่กว่า โดยไม่จำเป็นต้องมีการใช้ช้อนหรือพลั่วจริง ๆ ประธานเป็นฝ่ายรับการกระทำ การใช้ get ทำให้รูปถูกกระทำนี้เป็นภาษาสนทนาและเน้นการเกิดเหตุการณ์มากกว่า was scooped up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ scoop up: The loose leaves got ____ by the cleaning machine.
ดูคำตอบ
scooped up
play their parts: ต่างฝ่ายต่างมีส่วนช่วย
ในประโยคนี้ to play their parts หมายถึง “แต่ละฝ่ายทำหน้าที่หรือมีส่วนช่วยในแบบของตน” สิ่งที่กล่าวถึงถูกเปรียบเหมือนนักแสดง แต่เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าแต่ละสิ่งช่วยให้กระบวนการหรือผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าสำเร็จขึ้น คำพหูพจน์ parts เน้นว่าแต่ละฝ่ายมีบทบาทต่างกัน ทุกฝ่ายไม่จำเป็นต้องทำสิ่งเดียวกัน แต่ต่างฝ่ายต่างช่วยในแบบของตน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนที่หมายถึง “แต่ละฝ่ายมีส่วนช่วย”: The students, teachers, and families all ____ in making the fair a success.
ดูคำตอบ
played their parts
not nearly as interesting as: เน้นความแตกต่างที่มาก
โครงสร้าง not nearly as + คำคุณศัพท์ + as หมายความว่าคนหรือสิ่งแรกมีคุณสมบัตินั้นน้อยกว่าสิ่งที่สองมาก ในที่นี้ กลุ่มแรกถูกบอกว่าน่าสนใจน้อยกว่าอะตอมที่ประกอบเป็นตัวคุณอยู่มาก ในประโยคบอกเล่า nearly as หมายถึง “เกือบจะอยู่ในระดับเดียวกัน” เมื่อเติม not เป็น not nearly as จะหมายถึง “ยังห่างไกลจากระดับเดียวกัน” จึงเน้นว่ามีความแตกต่างมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าโจทย์สำหรับผู้เริ่มต้นง่ายกว่าโจทย์สำหรับผู้เชี่ยวชาญอยู่มาก
- The beginner puzzle is not nearly as difficult as the expert puzzle.
- The beginner puzzle is nearly as difficult as the expert puzzle.
- The beginner puzzle is not as difficult as the expert puzzle.
ดูคำตอบ
The beginner puzzle is not nearly as difficult as the expert puzzle.
came together to form you: หลายส่วนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
came together to form หมายถึงส่วนต่าง ๆ ที่เดิมแยกจากกันมารวมกันและก่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่เป็นหนึ่งเดียว came แสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต ส่วน to form บอกว่าการรวมกันนั้นทำให้เกิดอะไรขึ้น ในประโยคนี้ atoms คือส่วนประกอบแต่ละส่วน และ you คือสิ่งที่ส่วนเหล่านั้นประกอบขึ้นมา Come together ใช้อธิบายการรวมกันของวัสดุ เซลล์ ความคิด หรือความพยายามได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคนที่มาพบกันเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน come together to form เป็นรูปอดีตแล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: Tiny pieces of ice ____ a solid ball.
ดูคำตอบ
came together to form
that is why: จากเหตุไปสู่ผล
that is why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือสถานการณ์ที่อธิบายไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลที่ตามมา ในวลีนี้ that หมายถึงคำอธิบายก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นหนึ่ง วลีนี้เป็นสัญญาณของข้อสรุป โดยอนุประโยคหลัง that is why จะบอกว่าอะไรเกิดขึ้นจากข้อมูลก่อนหน้า เมื่อได้ยิน And that is why ให้คาดว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่ข้อสรุป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกสาเหตุก่อน แล้วใช้ That is why เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์?
- The sidewalks were icy. That is why the school opened late.
- The sidewalks were icy. That is because the school opened late.
- The school opened late. That is why the sidewalks were icy.
ดูคำตอบ
The sidewalks were icy. That is why the school opened late.
as Carl Sagan famously told us, วัฒนธรรม
4:14ตามที่คาร์ล เซแกน ได้เคยกล่าวประโยคอันโด่งดังกับเราไว้
as Carl Sagan famously told us: การเกริ่นแหล่งที่มาของคำกล่าวที่มีชื่อเสียง
ใน as Carl Sagan famously told us คำว่า as หมายถึง “ดังที่” ไม่ใช่ “ในฐานะ” อนุประโยคนี้ระบุว่าเซแกนเป็นแหล่งที่มาของข้อความถัดไป famously บอกว่าคำกล่าวนั้นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ส่วน told us อาจหมายถึงสิ่งที่เขาสื่อสารต่อสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าเขาพูดคุยกับผู้ฟังกลุ่มนี้เป็นการส่วนตัว คาร์ล เซแกนเป็นนักดาราศาสตร์และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ การเอ่ยชื่อเขาทำให้แนวคิดถัดไปมีน้ำหนักและน้ำเสียงเหมือนคำกล่าวทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้คนคุ้นเคย
แบบฝึกหัด
as ทำหน้าที่อะไรใน “as Carl Sagan famously told us”?
- หมายถึง “ดังที่” และเกริ่นแหล่งที่มาของข้อความถัดไป
- หมายถึง “ในฐานะ” และบอกอาชีพของผู้พูด
- หมายถึง “เพราะว่า” และบอกเหตุผลของข้อความถัดไป
ดูคำตอบ
หมายถึง “ดังที่” และเกริ่นแหล่งที่มาของข้อความถัดไป
made of star stuff: ภาพทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นบทกวี
Made of star stuff หมายความว่าร่างกายของเรามีธาตุหลายชนิดที่ก่อตัวขึ้นผ่านกระบวนการในดวงดาว star stuff เป็นชื่อเรียกสสารเหล่านั้นแบบง่ายและเห็นภาพชัด ไม่ได้หมายถึงเศษดาวที่มองเห็นได้ วลีนี้ผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับภาพที่เป็นบทกวี ทำให้ต้นกำเนิดจากจักรวาลของเรารู้สึกใกล้ตัวและน่าจดจำ จึงเพิ่มพลังทางอารมณ์ให้ประโยค
แบบฝึกหัด
“we are all made of star stuff” ในที่นี้หมายความว่าอะไร?
- กล่าวว่ามนุษย์สามารถกลายเป็นดาวที่ส่องแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืนได้
- กล่าวตามตัวอักษรว่ามีดวงดาวขนาดเล็กแต่สมบูรณ์ซ่อนอยู่ในร่างกายของเรา
- กล่าวอย่างเป็นบทกวีว่าร่างกายของเรามีธาตุที่ก่อตัวขึ้นผ่านกระบวนการในดวงดาว
ดูคำตอบ
กล่าวอย่างเป็นบทกวีว่าร่างกายของเรามีธาตุที่ก่อตัวขึ้นผ่านกระบวนการในดวงดาว