ทำไมเราถึงฝัน? - Amy Adkins: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
782 คำ 169 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าถึงการค้นหาคำอธิบายเรื่องความฝันมาอย่างยาวนาน และเปรียบเทียบทฤษฎีสำคัญที่เสนอว่า ความฝันอาจช่วยเติมเต็มความปรารถนา จัดระเบียบหรือลบความทรงจำ ทำให้สมองทำงานต่อไป ฝึกสัญชาตญาณ เยียวยาอารมณ์ หรือช่วยแก้ปัญหา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. listing over a hundred common dreams and their meanings. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่ากลุ่มคำ participle รูป -ing ที่วางหลังคำนามช่วยเสริมรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของคำนามนั้นอย่างกระชับได้อย่างไร คุณสามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้ในงานเขียนเชิงประวัติศาสตร์หรือเชิงอธิบาย เพื่อบรรยายหนังสือ รายงาน ฐานข้อมูล หรือสิ่งของ โดยไม่ต้องขึ้นประโยคสมบูรณ์ใหม่ 2. leading some researchers to theorize that — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าประโยคย่อยแบบ participle เชื่อมข้อสังเกตเรื่องกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเครียดซึ่งลดลงระหว่างการนอนหลับแบบ REM เข้ากับข้อสันนิษฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างระมัดระวังเกี่ยวกับการเยียวยาจิตใจอย่างไร โครงสร้างนี้ช่วยให้คุณเสนอหลักฐานก่อน แล้วจึงระบุว่าคำอธิบายที่เป็นไปได้นั้นเป็นความเห็นของนักวิจัย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว 3. to sleep on it. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสำนวนที่ใช้กันทั่วไปนี้หมายถึงการพักการตัดสินใจหรือปัญหาไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาคิดหลังจากได้พัก ไม่ได้หมายถึงการนอนทับสิ่งใดจริง ๆ คุณสามารถใช้สำนวนนี้เมื่อต้องการแนะนำให้ใครใช้เวลาก่อนตัดสินใจ และมองเห็นได้ด้วยว่าสำนวนนี้ช่วยปิดท้ายการอธิบายเรื่องความฝันกับการแก้ปัญหาให้น่าจดจำอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the third millennium BCE, วัฒนธรรม

0:06

ในสหัสวรรษที่สามก่อนคริสตกาล

Mesopotamian kings recorded and interpreted their dreams on wax tablets. วัฒนธรรม

0:08

กษัตริย์แห่งเมโสโปเตเมียได้บันทึกและตีความความฝันของพวกเขาลงบนแผ่นขี้ผึ้ง

วัฒนธรรม

third millennium BCE: การระบุช่วงเวลาในประวัติศาสตร์โบราณ

the third millennium BCE ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งพันปีลำดับที่สามก่อนสากลศักราช หรือประมาณ 3000 BCE ถึง 2001 BCE คำว่า millennium หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งพันปี ส่วน BCE ย่อมาจาก Before Common Era ซึ่งหมายถึงช่วงก่อนสากลศักราชหรือก่อนคริสต์ศักราช ตัวเลขปี BCE จะลดลงเมื่อเข้าใกล้จุดเริ่มต้นของสากลศักราช ดังนั้นปี BCE ที่มีตัวเลขมากกว่าจึงเก่ากว่า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นตัวบอกเวลาในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ชื่อสถานที่หรือองค์กร

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย the third millennium BCE ได้ถูกต้อง

  1. ประมาณ 2001 CE ถึง 3000 CE
  2. ประมาณ 300 BCE ถึง 201 BCE
  3. ประมาณ 3000 BCE ถึง 2001 BCE
ดูคำตอบ

ประมาณ 3000 BCE ถึง 2001 BCE

วัฒนธรรม

Mesopotamian kings: ผู้ปกครองจากภูมิภาคโบราณ

Mesopotamian kings หมายถึงผู้ปกครองจากเมโสโปเตเมียโบราณ ซึ่งเป็นภูมิภาคทางประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้บริเวณระหว่างและรอบแม่น้ำไทกริสกับยูเฟรทีส คำว่า Mesopotamian เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่ากษัตริย์เหล่านี้สังกัดภูมิภาคใด คำว่า kings เป็นพหูพจน์ จึงกล่าวถึงผู้ปกครองในบริบทโบราณนั้นโดยทั่วไป ไม่ใช่กษัตริย์ที่ระบุชื่อเพียงคนเดียว ข้อมูลนี้ทำให้เข้าใจว่าบันทึกเกี่ยวกับความฝันอยู่ในบริบทของอารยธรรมยุคแรก ไม่ใช่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Mesopotamian kings หมายถึงใคร

  1. ผู้ปกครองจากเมโสโปเตเมียโบราณ
  2. คนงานที่ทำแผ่นขี้ผึ้ง
  3. นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ศึกษาความฝัน
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองจากเมโสโปเตเมียโบราณ

วัฒนธรรม

on wax tablets: พื้นผิวสำหรับเขียนในสมัยโบราณ

ในประโยคนี้ on wax tablets บอกว่าบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรถูกทำไว้ที่ใด กล่าวคือ มีการขีดตัวอักษรลงบนผิวขี้ผึ้งของแผ่นเขียน wax tablet คือแผ่นเขียนโบราณที่เคลือบผิวด้วยขี้ผึ้ง ไม่ใช่แท็บเล็ตอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ตรงนี้ on แสดงว่าแผ่นขี้ผึ้งเป็นพื้นผิวที่รองรับตัวอักษร เช่นเดียวกับ on paper รายละเอียดนี้อธิบายวิธีบันทึกข้อมูลในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

on wax tablets บอกอะไรเราในประโยคนี้?

  1. แผ่นขี้ผึ้งเป็นพื้นผิวสำหรับเขียนที่ใช้บันทึกความฝัน
  2. กษัตริย์เพียงพูดถึงความฝันโดยไม่ได้บันทึกไว้
  3. ความฝันถูกซ่อนไว้ในภาชนะที่ทำจากขี้ผึ้ง
ดูคำตอบ

แผ่นขี้ผึ้งเป็นพื้นผิวสำหรับเขียนที่ใช้บันทึกความฝัน

A thousand years later, ลำดับความ

0:13

หนึ่งพันปีต่อมา

ลำดับความ

A thousand years later: การเลื่อนเส้นเวลาไปข้างหน้า

A thousand years later เลื่อนเวลาในเรื่องไปข้างหน้าหนึ่งพันปี โดย later นับจากช่วงเวลาก่อนหน้าที่เพิ่งกล่าวถึง ไม่ได้นับจากเวลาปัจจุบันของผู้พูด เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เปลี่ยนช่วงเวลา โดยบอกได้ทันทีว่าเส้นเวลาในเรื่องประวัติศาสตร์หรือคำอธิบายเข้าสู่ขั้นใหม่ และเครื่องหมายจุลภาคจะแยกวลีนี้ออกจากเหตุการณ์ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบการเปลี่ยนช่วงเวลาเดียวกันเพื่อเลื่อนเรื่องไปข้างหน้าหนึ่งพันปีพอดี: ____, the settlement had become a city.

ดูคำตอบ

A thousand years later

ancient Egyptians wrote a dream book listing over a hundred common dreams and their meanings. โน้ต

0:15

ชาวอียิปต์โบราณได้เขียนตำราทำนายฝันซึ่งรวบรวมความฝันทั่วไปกว่าร้อยเรื่องและความหมายของมัน

วัฒนธรรม

dream book: คู่มือทำนายฝันในสมัยโบราณ

ในที่นี้ dream book หมายถึงตำราที่บันทึกความฝันประเภทต่าง ๆ และบอกความหมายของความฝันเหล่านั้น หรือก็คือคู่มือทำนายฝันในสมัยโบราณ ไม่ได้หมายถึงหนังสือทุกเล่มที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความฝัน ข้อความที่ตามมาบอกว่าตำรานี้เป็นแบบใด โดยจับคู่ความฝันที่พบบ่อยกับความหมายที่ผู้คนเชื่อว่าความฝันนั้นสื่อถึง สิ่งนี้เป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมว่าชาวอียิปต์โบราณบันทึกและตีความความฝันอย่างไร ไม่ได้ทำให้คำทำนายเหล่านั้นกลายเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์นี้ a dream book หมายถึงอะไร

  1. ตำราที่รวบรวมความฝันและอธิบายความหมายที่เชื่อกันว่าความฝันนั้นสื่อถึง
  2. สมุดเปล่าสำหรับจดความฝันของตนเอง
  3. รายงานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการนอนหลับของสมอง
ดูคำตอบ

ตำราที่รวบรวมความฝันและอธิบายความหมายที่เชื่อกันว่าความฝันนั้นสื่อถึง

ไวยากรณ์

listing ... ในฐานะส่วนขยาย -ing หลังคำนาม

วลี -ing listing over a hundred common dreams and their meanings อยู่ถัดจาก a dream book ทันทีและทำหน้าที่ขยายคำนามนั้น วลีนี้บอกว่าหนังสือมีเนื้อหาอะไร กล่าวคือ หนังสือรวบรวมความฝันที่พบบ่อยกว่าหนึ่งร้อยแบบและความหมายที่เชื่อมโยงกับความฝันเหล่านั้น โครงสร้างนี้มักเรียกว่าอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ ในประโยคที่กล่าวถึงอดีตนี้ สามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า a dream book that listed over a hundred common dreams and their meanings โครงสร้าง “คำนาม + -ing” ที่สั้นกว่าช่วยเพิ่มข้อมูลโดยไม่ต้องสร้างอนุประโยคเต็มขึ้นมาใหม่ กริยาหลักคือ wrote ส่วน listing ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ list เพื่อขยาย guide: We found a guide ____ every free museum in the city.

ดูคำตอบ

listing

And in the years since, วลี

0:20

และในช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่นั้น

we haven't paused in our quest to understand why we dream. วลี

0:22

เราไม่เคยหยุดการค้นหาเพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงฝัน

วลี

in the years since: จากเหตุการณ์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในประโยคนี้ in the years since หมายถึงตลอดหลายปีตั้งแต่เหตุการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้จนถึงปัจจุบัน หลัง since ไม่ได้ระบุจุดเริ่มต้นโดยตรง เพราะผู้ฟังเข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้า วลีนี้กำหนดกรอบเวลาให้ประโยคหลัก เนื่องจากช่วงเวลานั้นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน จึงมักตามด้วย present perfect เช่น haven't paused

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมบอกเวลาด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้: The library opened in 2016. ____, it has become a busy community center.

ดูคำตอบ

In the years since

วลี

haven't paused in our quest: เดินหน้าการแสวงหาอย่างจริงจัง

Haven't paused in our quest หมายถึงการแสวงหานั้นดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก Haven't paused อยู่ในรูป present perfect จึงครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Quest to understand นำเสนอเป้าหมายว่าเป็นการแสวงหาความรู้ที่จริงจังและต่อเนื่อง วลีนี้เป็นทางการและให้ภาพชัดกว่าเพียงพูดว่า we haven't stopped trying to understand

แบบฝึกหัด

ประโยค The team hasn't paused in its quest to solve the problem หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทีมยังคงทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ยาก
  2. ทีมเลิกล้มปัญหานั้นอย่างถาวรแล้ว
  3. ทีมถามคำถามสั้น ๆ หนึ่งข้อแล้วก็หยุด
ดูคำตอบ

ทีมยังคงทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ยาก

So, after a great deal of scientific research, วลี

0:25

ดังนั้น หลังจากผ่านการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างมากมาย

technological advancement and persistence,

0:28

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความพยายามอย่างไม่ลดละ

we still don't have any definite answers, ลำดับความ

0:31

เราก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนใดๆ

วลี

after a great deal of scientific research: สำนวนบอกปริมาณแบบเป็นทางการกับคำนามนับไม่ได้

ในประโยคนี้ after ใช้เกริ่นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนผลลัพธ์ในปัจจุบัน a great deal of scientific research หมายถึง “การวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมาก” โดย research ในที่นี้มองเป็นกิจกรรมโดยรวมที่นับไม่ได้ จึงใช้ a great deal of เพื่อบอกปริมาณ การวางความพยายามอันยาวนานไว้ก่อนทำให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีผลสำเร็จ แต่อนุประโยคถัดไปกลับบอกว่ายังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด จึงหักล้างความคาดหวังนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนบอกปริมาณได้ถูกต้อง

  1. After a great deal of experiments, the team changed its plan.
  2. After many research, the team changed its plan.
  3. After a great deal of research, the team changed its plan.
ดูคำตอบ

After a great deal of research, the team changed its plan.

but we have some interesting theories. ลำดับความ

0:33

แต่เรามีทฤษฎีที่น่าสนใจบางอย่าง

ลำดับความ

we still don't have any definite answers: แสดงว่าปัญหายังไม่คลี่คลาย

อนุประโยค we still don't have any definite answers อยู่หลังรายการความพยายามครั้งใหญ่ still แสดงว่าสภาพที่ยังไม่มีคำตอบดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นผลลัพธ์นี้จึงน่าประหลาดใจแม้จะทุ่มเทไปมากแล้ว การใช้ definite ขยายคำตอบที่ยังไม่มีเป็นการเปิดพื้นที่ให้คำอธิบายที่เป็นไปได้ โดยไม่ถือว่าคำอธิบายเหล่านั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว วิธีนี้ปูทางให้กับความขัดแย้งใน but we have some interesting theories และนำผู้ฟังจากคำถามที่ยังไม่คลี่คลายไปสู่แนวคิดที่อาจอธิบายได้

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้

  1. แสดงว่าปัญหายังไม่คลี่คลายแม้จะมีความพยายามก่อนหน้านี้
  2. บอกว่าการวิจัยก่อนหน้านี้ไม่ได้ให้แนวคิดที่มีประโยชน์เลย
  3. นำเสนอทฤษฎีต่อไปว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ

แสดงว่าปัญหายังไม่คลี่คลายแม้จะมีความพยายามก่อนหน้านี้

ลำดับความ

But we have some interesting theories: จากความไม่แน่นอนไปสู่คำอธิบายที่เป็นไปได้

ในที่นี้ but แสดงการเปลี่ยนจากการไม่มีคำตอบที่แน่ชัดไปสู่การมีแนวคิดที่ควรพิจารณา คำนี้บอกผู้ฟังว่ายังสามารถอภิปรายต่อได้ แม้ว่าคำถามจะยังไม่ได้รับคำตอบก็ตาม วลี some interesting theories นำเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว นี่เป็นวิธีจัดลำดับคำอธิบายที่พบบ่อย คือยอมรับสิ่งที่ยังไม่รู้ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปพูดถึงแนวคิดสำคัญ

แบบฝึกหัด

but ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ยุติหัวข้อเพราะไม่มีสิ่งใดที่เราจะรู้ได้
  2. เปลี่ยนจากความไม่แน่นอนไปสู่คำอธิบายที่เป็นไปได้
  3. แสดงว่าทฤษฎีทั้งหมดได้รับการพิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากความไม่แน่นอนไปสู่คำอธิบายที่เป็นไปได้

We dream to fulfill our wishes. วลี

0:36

เราฝันเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของเรา

วลี

To fulfill our wishes: การทำให้ความปรารถนาที่มีอยู่แล้วเป็นจริง

ใน fulfill our wishes คำว่า fulfill หมายถึงการทำให้ความปรารถนาที่มีอยู่แล้วได้รับการเติมเต็มหรือเป็นจริง fulfill a wish เป็นคำกริยากับคำนามที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ และมีน้ำเสียงเป็นทางการกว่า make a wish come true คำกริยารูป infinitive to fulfill ในประโยคนี้บอกจุดประสงค์ ตามทฤษฎีนี้ การเติมเต็มความปรารถนาคือเหตุผลที่เราฝัน ประโยคนี้เสนอทฤษฎี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้คู่กันด้วย fulfill + her wish: Maya practiced every day to ____ of playing in the school concert.

ดูคำตอบ

fulfill her wish

In the early 1900s,

0:41

ในช่วงต้นทศวรรษ 1900

Sigmund Freud proposed that while all of our dreams, ไวยากรณ์

0:42

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ เสนอว่า ในขณะที่ความฝันทั้งหมดของเรา

including our nightmares, วลี

0:45

รวมถึงฝันร้าย

are a collection of images from our daily conscious lives,

0:46

เป็นแหล่งรวมภาพจากชีวิตประจำวันที่เรามีสติสัมปชัญญะ

วลี

including our nightmares: การเพิ่มสมาชิกเข้าไปในกลุ่ม

Including our nightmares เพิ่ม nightmares เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ใหญ่กว่า คือ all of our dreams หมายความว่าฝันร้ายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ไม่ใช่ข้อยกเว้น คำเหล่านี้เป็นข้อมูลเสริมภายในประโยคที่ใหญ่กว่า หากตัด including our nightmares ออก โครงสร้างหลัก all of our dreams are... ก็ยังใช้ได้ วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดระบุตัวอย่างที่น่าสนใจได้โดยไม่เปลี่ยนไวยากรณ์หลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย including เพื่อแสดงว่าโค้ชเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม: Everyone on the team, ____ the coach, stayed to clean the field.

ดูคำตอบ

including

they also have symbolic meanings, การใช้คำ

0:50

ความฝันเหล่านั้นยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ด้วย

which relate to the fulfillment of our subconscious wishes. การใช้คำ

0:52

ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มความปรารถนาในจิตใต้สำนึกของเรา

ไวยากรณ์

while all of our dreams ... they also have symbolic meanings: การยอมรับข้อหนึ่งก่อนและการเพิ่มข้อมูล

ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while นำเสนอข้อเท็จจริงที่ยอมรับก่อนว่า ความฝันประกอบจากภาพในชีวิตประจำวันที่เรามีสติรับรู้ ส่วนประโยคหลักเพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่างว่า ความฝันมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ while A, B also... ใช้จัดวางแนวคิดสองอย่างที่เป็นจริงพร้อมกัน โดยเฉพาะเมื่อแนวคิดที่สองเพิ่มประเด็นสำคัญซึ่งอาจถูกมองข้ามหลังจากได้ยินแนวคิดแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย while และ also: ____ the backpack looks small, it ____ holds everything I need.

ดูคำตอบ

While · also

การใช้คำ

symbolic meanings: ความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เกินกว่าความหมายตามตัวอักษร

ในประโยคนี้ symbolic meanings คือความหมายที่ภาพ วัตถุ หรือเหตุการณ์สื่อออกมานอกเหนือจากสิ่งที่แสดงตามตัวอักษร ภาพในความฝันอาจชี้ไปยังความคิด ความรู้สึก หรือความปรารถนาที่ลึกกว่านั้น แทนที่จะเป็นเพียงการบรรยายโดยตรง Symbolic ไม่ได้หมายถึงการสุ่มหรือไม่มีความหมาย แต่หมายถึงรายละเอียดที่มองเห็นทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ symbolic meanings สื่อถึงอะไร

  1. ภาพในความฝันอาจเป็นตัวแทนของความคิด ความรู้สึก หรือความปรารถนาที่ลึกกว่า
  2. เป็นเพียงความหมายโดยตรงและผิวเผินของภาพในความฝัน
  3. ภาพในความฝันไม่มีความหมายเลย
ดูคำตอบ

ภาพในความฝันอาจเป็นตัวแทนของความคิด ความรู้สึก หรือความปรารถนาที่ลึกกว่า

การใช้คำ

the fulfillment of our subconscious wishes: การเติมเต็มความปรารถนาที่ซ่อนอยู่

ในที่นี้ fulfillment หมายถึงการที่ความปรารถนาได้รับการเติมเต็มหรือเกิดขึ้นในจินตนาการ ส่วน subconscious wishes คือความปรารถนาที่อาจมีอิทธิพลต่อคนคนหนึ่ง แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ตระหนักถึงมันอย่างเต็มที่ นามวลีทั้งหมดหมายถึงการที่ความปรารถนาที่ซ่อนอยู่เหล่านั้นได้รับการเติมเต็ม ซึ่งในความฝันมักเกิดขึ้นในเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้หมายความว่าความปรารถนานั้นเกิดขึ้นจริงในชีวิตจริงแล้ว

แบบฝึกหัด

the fulfillment of our subconscious wishes ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. การเติมเต็มในจินตนาการหรือในเชิงสัญลักษณ์ของความปรารถนาที่เราอาจไม่ได้ตระหนักอย่างเต็มที่
  2. การที่ความปรารถนาหายไปหลังจากถูกลืม
  3. การประกาศเป้าหมายที่เราวางแผนไว้อย่างรอบคอบต่อสาธารณะ
ดูคำตอบ

การเติมเต็มในจินตนาการหรือในเชิงสัญลักษณ์ของความปรารถนาที่เราอาจไม่ได้ตระหนักอย่างเต็มที่

Freud theorized that everything we remember when we wake up from a dream

0:55

ฟรอยด์ตั้งทฤษฎีว่าทุกสิ่งที่เราจำได้เมื่อตื่นจากฝัน

is a symbolic representation of our unconscious primitive thoughts, วลี

0:59

คือตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของความคิดดั้งเดิมในจิตไร้สำนึก

urges, and desires.

1:03

แรงกระตุ้น และความปรารถนา

วลี

is a symbolic representation of...: การสื่อความหมายเชิงนามธรรม

A is a symbolic representation of B หมายความว่า A เป็นตัวแทนหรือสื่อถึง B ผ่านสัญลักษณ์ A กับ B ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกันตามตัวอักษร ในประโยคนี้ องค์ประกอบของความฝันที่จำได้ถูกอธิบายว่าเป็นสัญญาณของความคิด แรงกระตุ้น และความปรารถนาในจิตไร้สำนึก สามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้อธิบายว่าภาพ สิ่งของ การกระทำ หรือเรื่องราวสื่อความหมายเชิงนามธรรมอย่างไรได้

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? The broken chain is a symbolic representation of freedom.

  1. โซ่เป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่องเสรีภาพ แต่ตัวโซ่เองไม่ได้เป็นเสรีภาพตามตัวอักษร
  2. โซ่เป็นภาพถ่ายของเสรีภาพที่เหมือนจริงทุกอย่าง
  3. โซ่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องเสรีภาพเลย
ดูคำตอบ

โซ่เป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่องเสรีภาพ แต่ตัวโซ่เองไม่ได้เป็นเสรีภาพตามตัวอักษร

Freud believed that by analyzing those remembered elements, ไวยากรณ์

1:05

ฟรอยด์เชื่อว่าเมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่จำได้เหล่านั้น

the unconscious content would be revealed to our conscious mind, ไวยากรณ์

1:08

เนื้อหาในจิตไร้สำนึกจะถูกเปิดเผยต่อจิตสำนึกของเรา

ไวยากรณ์

by analyzing...: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

By analyzing those remembered elements ใช้โครงสร้าง by + กริยา-ing เพื่อบอกวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ตอบคำถามว่า “ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ by + กริยา-ing ในที่นี้ by ไม่ได้แปลว่า “อยู่ข้าง ๆ” และ analyzing คือวิธี ส่วนอนุประโยคหลังบอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน compare ให้เข้ากับรูปแบบบอกวิธี by + -ing: ____ the two maps, we found a shorter route.

ดูคำตอบ

By comparing

and psychological issues stemming from its repression could be addressed and resolved. วลี

1:12

และปัญหาทางจิตวิทยาที่เกิดจากการกดทับมันไว้ก็จะสามารถจัดการและแก้ไขได้

ไวยากรณ์

would be revealed to our conscious mind: เน้นผลลัพธ์ด้วยโครงสร้างกริยาช่วยรูปถูกกระทำ

วลี would be revealed เป็นโครงสร้างกริยาช่วยร่วมกับรูปถูกกระทำ: would + be + กริยาช่องสาม เนื้อหาในจิตไร้สำนึกเป็นสิ่งที่รับการกระทำ ประโยคจึงเน้นว่าสิ่งใดกลายเป็นที่รับรู้ ไม่ใช่ใครเป็นผู้เปิดเผย ในที่นี้ would แสดงว่าการเปิดเผยเป็นผลที่คาดไว้หรือเป็นสมมติฐานในคำอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว ผู้รับข้อมูลของ reveal เชื่อมด้วย to: revealed to our conscious mind

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ would และรูปถูกกระทำของ reveal: If the study were published, the findings ____ to the public.

ดูคำตอบ

would be revealed

วลี

stemming from its repression: บอกที่มาด้วยวลี participle

stemming from its repression เป็นวลี present participle ที่ขยาย psychological issues และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า psychological issues that stem from its repression stem from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดจาก” ในที่นี้ its ย้อนกลับไปอ้างถึง unconscious content และ its repression หมายถึงการกดเก็บเนื้อหานั้น ดังนั้นวลีนี้จึงระบุว่าการกดเก็บเป็นที่มาของปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมวลีขยายคำนามโดยใช้รูป -ing ของ stem from: Problems ____ poor planning can be costly to fix.

ดูคำตอบ

stemming from

วลี

could be addressed and resolved: จากการจัดการปัญหาสู่การแก้ปัญหา

could be addressed and resolved ใช้โครงสร้าง modal could + be + past participle จึงเป็นรูปกรรมวาจก โดยปัญหาทางจิตใจเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ส่วน could แสดงว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ในที่นี้ address an issue หมายถึงการยอมรับว่ามีปัญหาและลงมือจัดการ ส่วน resolve it หมายถึงการทำให้ปัญหาจบลงอย่างน่าพอใจ เมื่อใช้สองคำนี้ร่วมกัน จะแสดงลำดับตั้งแต่เริ่มจัดการปัญหาจนถึงแก้ปัญหาได้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองส่วนจากบทเรียนที่หมายถึงจัดการและแก้ไข: With a clear plan, the complaint could be ____ quickly.

ดูคำตอบ

addressed and resolved

We dream to remember.

1:17

เราฝันเพื่อจดจำ

To increase performance on certain mental tasks, ไวยากรณ์

1:20

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองบางอย่าง

ไวยากรณ์

To increase...: infinitive บอกจุดประสงค์ที่ต้นประโยค

คำขึ้นต้น To increase performance on certain mental tasks เป็นวลี infinitive บอกจุดประสงค์ที่วางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้ตอบคำถามว่าเพื่อจุดประสงค์อะไร และหมายถึงเพื่อทำให้คนคนหนึ่งทำงานเหล่านั้นได้ดีขึ้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีขึ้นต้นนี้กำหนดเป้าหมายไว้ก่อน จากนั้นประโยคหลักควรบอกการกระทำ วิธีการ หรือข้อค้นพบที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายนั้น โครงสร้างคือ To + กริยารูปพื้นฐาน ..., + ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีขึ้นต้น To + กริยา โดยใช้ increase: ____ concentration during homework, Maya put her phone in another room.

ดูคำตอบ

To increase

sleep is good, ลำดับความ

1:23

การนอนหลับนั้นดี

but dreaming while sleeping is better.

1:24

แต่การฝันขณะนอนหลับนั้นดีกว่า

ลำดับความ

sleep is good, but dreaming while sleeping is better: จาก “ดี” ไปสู่ “ดีกว่า”

Sleep is good นำเสนอว่าความคิดแรกมีคุณค่าอยู่แล้ว จากนั้น but dreaming while sleeping is better ใช้ but และรูปขั้นกว่า better เพื่อขยับไปสู่ข้อเสนอที่หนักแน่นกว่า จึงทำให้ความคิดที่สองเป็นจุดเน้น โครงสร้าง X is good, but Y is better ไม่ได้บอกว่า X ไม่ดี แต่จัดให้ Y อยู่เหนือ X ตามเกณฑ์ทั่วไปเดียวกัน และช่วยให้ผู้พูดหรือผู้เขียนพัฒนาข้อโต้แย้งจากตัวเลือกที่ใช้ได้ไปสู่ตัวเลือกที่ต้องการมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง X is good, but Y is better ให้ถูกต้อง: Making a plan ____, ____ starting the work ____.

ดูคำตอบ

is good · but · is better

In 2010, researchers found that subjects were much better at getting through a complex 3D maze วลี

1:26

ในปี 2010 นักวิจัยพบว่าผู้ทดสอบสามารถผ่านเขาวงกต 3 มิติที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นมาก

วลี

were much better at getting through: โครงสร้าง be much better at + -ing

Were much better at getting through หมายความว่า ในการเปรียบเทียบนี้ ผลงานของพวกเขาในการผ่านเขาวงกตจนจบดีกว่ามาก โครงสร้าง be better at + คำนามหรือรูป -ing ใช้เปรียบเทียบทักษะหรือผลงาน และ much ที่อยู่หน้า better แสดงว่าความแตกต่างมีมาก ในที่นี้ get through a complex maze หมายถึงไปถึงจุดสิ้นสุดของเขาวงกตได้สำเร็จ เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท get จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ getting

แบบฝึกหัด

ใช้ much เพื่อเน้น be better at และเปลี่ยน get through เป็นรูป -ing ที่จำเป็น: After a few lessons, Ben was ____ the obstacle course.

ดูคำตอบ

much better at getting through

if they had napped and dreamed of the maze prior to their second attempt. วลี

1:33

หากพวกเขาได้งีบหลับและฝันถึงเขาวงกตนั้นก่อนจะลองทำในครั้งที่สอง

วลี

prior to their second attempt: วลีทางการที่หมายถึง “ก่อน”

prior to their second attempt หมายถึง “ก่อนการลองครั้งที่สองของพวกเขา” วลีบุพบท prior to ใช้ their second attempt เป็นจุดอ้างอิงด้านเวลา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการงีบและการฝันถึงเขาวงกตเกิดก่อนการลองนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ prior to + นามวลีหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่อน”: Please read the instructions ____ starting the machine.

ดูคำตอบ

prior to

In fact, they were up to 10 times better at it than those who only thought of the maze while awake between attempts, โน้ต

1:37

ในความเป็นจริง พวกเขาทำได้ดีกว่าผู้ที่แค่คิดถึงเขาวงกตตอนตื่นระหว่างการทดสอบถึง 10 เท่า

ไวยากรณ์

were up to 10 times better at it than: การเปรียบเทียบที่มีขีดจำกัดสูงสุด

ใน were up to 10 times better at it than โครงสร้าง better at ... than ใช้เปรียบเทียบว่าคนสองฝ่ายทำภารกิจได้ดีเพียงใด it หมายถึงภารกิจเขาวงกต และ than นำเข้าสู่กลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบ up to 10 times แสดงขีดจำกัดสูงสุด ผลงานของพวกเขาอาจสูงถึงสิบเท่าของอีกกลุ่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะเท่ากับสิบเท่าพอดี รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be up to + ตัวเลข + times better at + ภารกิจ + than + สิ่งที่เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าห้าเท่าเป็นค่าสูงสุด แต่ความแตกต่างจริงอาจน้อยกว่านั้น

  1. The new method was at least five times better at finding errors than the old method.
  2. The new method was up to five times better at finding errors than the old method.
  3. The new method was exactly five times better at finding errors than the old method.
ดูคำตอบ

The new method was up to five times better at finding errors than the old method.

and those who napped but did not dream about the maze.

1:44

รวมถึงดีกว่าผู้ที่งีบหลับแต่ไม่ได้ฝันถึงเขาวงกตด้วย

ลำดับความ

those who ...: ระบุกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบ

those who ... หมายถึง “คนที่...” และทั้งกลุ่มคำทำหน้าที่เป็นนามวลี ในประโยคนี้ อนุประโยคขยาย who only thought ... ระบุกลุ่มเปรียบเทียบหนึ่งกลุ่มด้วยการบอกเงื่อนไขการทดลองที่สมาชิกในกลุ่มทำตาม แทนที่จะกล่าวซ้ำว่า participants หรือ another group ผู้เขียนใช้โครงสร้าง those who + อนุประโยคเพื่อจัดลำดับผลการวิจัยและทำให้ชัดว่ากำลังเปรียบเทียบกับกลุ่มใด

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง กลุ่มคำที่เน้นไว้ those who ... ทำหน้าที่อะไร?

  1. ระบุกลุ่มเปรียบเทียบด้วยการบอกเงื่อนไขที่สมาชิกในกลุ่มทำตาม
  2. บอกว่าผู้เข้าร่วมทุกคนคิดถึงเขาวงกตขณะหลับ
  3. นำเข้าสู่คำอธิบายผลการทดลองของนักวิจัย
ดูคำตอบ

ระบุกลุ่มเปรียบเทียบด้วยการบอกเงื่อนไขที่สมาชิกในกลุ่มทำตาม

Researchers theorized that certain memory processes can happen only when we are asleep, ไวยากรณ์

1:48

นักวิจัยได้ตั้งทฤษฎีว่ากระบวนการความจำบางอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราหลับเท่านั้น

and our dreams are a signal that these processes are taking place. วลี

1:53

และความฝันของเราคือสัญญาณว่ากระบวนการเหล่านี้กำลังทำงานอยู่

ไวยากรณ์

can happen only when ...: บอกเงื่อนไขที่จำเป็น

โครงสร้าง can happen only when + อนุประโยค บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขที่จำเป็น ในที่นี้ การหลับถูกนำเสนอว่าเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับกระบวนการด้านความจำบางอย่าง ความหมายจึงจำกัดกว่าการบอกเพียงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่หลับ กระบวนการเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน โครงสร้างนี้เพียงตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดนอกเงื่อนไขดังกล่าว รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + กริยา + only when + เงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเงื่อนไขที่จำเป็นโดยใช้ when: The washing machine starts ____ the door is fully closed.

ดูคำตอบ

only when

วลี

be a signal that ... is taking place: บ่งชี้ว่าบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น

Be a signal that + อนุประโยค หมายถึงสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้เป็นหลักฐานว่าสถานการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง that เป็นจริงหรือกำลังเกิดขึ้น ในที่นี้ความฝันเป็นหลักฐานของกระบวนการเหล่านั้น ไม่ใช่ตัวกระบวนการเอง Take place หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ดำเนินไป” รูปกำลังกระทำ are taking place แสดงว่ากระบวนการเหล่านั้นกำลังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้แสดงความสัมพันธ์แบบใดระหว่างความฝันกับกระบวนการเหล่านั้น

  1. ความฝันเป็นสิ่งเดียวกันกับกระบวนการเหล่านั้นทุกประการ
  2. ความฝันขัดขวางไม่ให้กระบวนการเหล่านั้นเกิดขึ้น
  3. ความฝันเป็นหลักฐานว่ากระบวนการเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ความฝันเป็นหลักฐานว่ากระบวนการเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้น

We dream to forget.

1:58

เราฝันเพื่อลืม

There are about 10,000 trillion neural connections within the architecture of your brain. สำนวน

2:02

มีจุดเชื่อมต่อประสาทประมาณ 10,000 ล้านล้านจุดในโครงสร้างสมองของคุณ

สำนวน

within the architecture of your brain: ภายในโครงสร้างโดยรวมของสมอง

ในที่นี้ architecture ใช้เป็นอุปมา ไม่ได้หมายถึงอาคาร แต่หมายถึงการออกแบบและการจัดระเบียบโดยรวมของส่วนต่าง ๆ และจุดเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมอง Within ระบุว่าจุดเชื่อมต่อเหล่านั้นอยู่ภายในระบบที่จัดระเบียบนี้ ถ้อยคำนี้นำเสนอสมองว่าเป็นโครงสร้างซับซ้อนที่ส่วนต่าง ๆ ประกอบเข้าด้วยกันและทำงานร่วมกัน

แบบฝึกหัด

within the architecture of your brain ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ภายในอาคารที่ตั้งอยู่ในสมอง
  2. ภายนอกชั้นปกป้องสมอง
  3. ภายในโครงสร้างสมองที่จัดระเบียบไว้
ดูคำตอบ

ภายในโครงสร้างสมองที่จัดระเบียบไว้

They are created by everything you think and everything you do.

2:07

มันถูกสร้างขึ้นจากทุกสิ่งที่คุณคิดและทุกสิ่งที่คุณทำ

A 1983 neurobiological theory of dreaming,

2:11

ทฤษฎีทางประสาทชีววิทยาเกี่ยวกับความฝันในปี 1983

called reverse learning, การใช้คำ

2:14

เรียกว่าการเรียนรู้แบบย้อนกลับ

การใช้คำ

called reverse learning: การบอกชื่อของทฤษฎีที่อยู่ข้างหน้า

วลี called reverse learning บอกชื่อของ theory ที่อยู่ก่อนหน้าทันที ในที่นี้ called หมายถึง “มีชื่อว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อ” ดังนั้น reverse learning จึงเป็นชื่อของทฤษฎี โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคขยายคำนามรูปถูกกระทำแบบย่อ และสามารถเขียนเต็มได้เป็น which is called reverse learning เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าชื่อนี้เป็นข้อมูลเสริม ส่วนใจความหลักของประโยคจะดำเนินต่อหลังวลีนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ called + ชื่อ เพื่อระบุชื่อของคำนามที่อยู่ข้างหน้าได้ถูกต้อง

  1. An after-school club call Bright Start meets on Tuesdays.
  2. An after-school club called Bright Start meets on Tuesdays.
  3. An after-school club calling Bright Start meets on Tuesdays.
ดูคำตอบ

An after-school club called Bright Start meets on Tuesdays.

holds that while sleeping, วลี

2:15

เชื่อว่าในขณะที่คุณหลับ

and mainly during REM sleep cycles, การใช้คำ

2:17

และโดยหลักๆ คือช่วงวงจรการนอนหลับแบบ REM (การกลอกตาอย่างรวดเร็ว)

วลี

holds that: การนำเสนอข้ออ้างอย่างเป็นทางการ

holds that เป็นสำนวนทางการที่หมายถึง “มีความเห็นว่า” หรือ “ยืนยันในฐานะจุดยืนว่า” ในที่นี้ประธานคือทฤษฎีเกี่ยวกับความฝัน และอนุประโยคหลัง that บอกข้ออ้างของทฤษฎีนั้น ในโครงสร้างนี้ hold ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของ เพราะ theory เป็นเอกพจน์ กริยาจึงเป็น holds ส่วน that ใช้นำเข้าสู่เนื้อหาของความเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียน: The theory ____ small changes can produce large effects.

ดูคำตอบ

holds that

your neocortex reviews these neural connections and dumps the unnecessary ones. สำนวน

2:19

สมองส่วนนีโอคอร์เทกซ์ของคุณจะทบทวนจุดเชื่อมต่อประสาทเหล่านี้และทิ้งส่วนที่ไม่จำเป็นไป

การใช้คำ

during REM sleep cycles: กรอบเวลา

REM ย่อมาจาก rapid eye movement หรือ “การกลอกตาอย่างรวดเร็ว” การนอนหลับช่วง REM เป็นระยะการนอนที่มีลักษณะเด่นด้านการเคลื่อนไหวของดวงตาและการทำงานของสมอง และมักเกี่ยวข้องกับความฝันที่ชัดเจน บุพบทวลี during REM sleep cycles กำหนดกรอบเวลาของกระบวนการที่นีโอคอร์เทกซ์ทบทวนการเชื่อมต่อ วลีนี้หมายความว่ากระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงการนอนหลับ REM และเน้นว่าเกิดขึ้นเป็นหลักในระยะนั้น ไม่ใช่ชื่อของกระบวนการ

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ during REM sleep cycles บอกอะไรเรา?

  1. บอกว่าบุคคลนั้นตื่นเต็มที่ขณะที่กระบวนการเกิดขึ้น
  2. บอกว่ากระบวนการในสมองเกิดขึ้นเป็นหลักเมื่อใด คือในช่วงการนอนหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว
  3. เป็นชื่อเครื่องมือที่ใช้วัดการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท
ดูคำตอบ

บอกว่ากระบวนการในสมองเกิดขึ้นเป็นหลักเมื่อใด คือในช่วงการนอนหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว

สำนวน

dumps the unnecessary ones: การนำออกแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ dumps หมายถึง “กำจัด” หรือ “เอาออก” ไม่ได้กล่าวถึงการเทขยะออกมาตามความหมายตรง คำกริยาในชีวิตประจำวันนี้ทำให้กระบวนการอันซับซ้อนของสมองดูเหมือนการเก็บกวาดง่าย ๆ คือเก็บการเชื่อมต่อที่มีประโยชน์ไว้และทิ้งส่วนที่ไม่จำเป็น Ones ใช้แทนวลีนามพหูพจน์ neural connections ดังนั้น the unnecessary ones จึงหมายถึง “การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่ไม่จำเป็น”

แบบฝึกหัด

ในประโยค The program checks old files and dumps the unnecessary ones. วลี dumps the unnecessary ones หมายความว่าอย่างไร?

  1. โปรแกรมลบไฟล์เก่าที่ไม่จำเป็นออก
  2. โปรแกรมเทไฟล์ทุกไฟล์ลงในภาชนะจริง
  3. โปรแกรมตรวจสอบเฉพาะไฟล์ที่ชื่อ ones
ดูคำตอบ

โปรแกรมลบไฟล์เก่าที่ไม่จำเป็นออก

Without this unlearning process, ไวยากรณ์

2:25

หากปราศจากกระบวนการลบการเรียนรู้นี้

which results in your dreams,

2:27

ซึ่งนำไปสู่การเกิดความฝันของคุณ

your brain could be overrun by useless connections, สำนวน

2:28

สมองของคุณก็อาจเต็มไปด้วยจุดเชื่อมต่อที่ไร้ประโยชน์

ไวยากรณ์

Without this unlearning process: การบอกเงื่อนไขที่ขาดไป

Without + กลุ่มคำนาม ใช้บอกเงื่อนไขของสิ่งที่ไม่มีอยู่ ในที่นี้ Without this unlearning process หมายถึง “หากกระบวนการลบสิ่งที่เรียนรู้นี้ไม่เกิดขึ้น” และส่วนที่เหลือของประโยคจะบอกผลที่อาจเกิดขึ้น โครงสร้างนี้เป็นทางเลือกที่กระชับกว่าประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if โดยวางเงื่อนไขที่ขาดไปไว้ก่อน เพื่อให้ผู้อ่านเชื่อมโยงเงื่อนไขนั้นกับผลลัพธ์ได้โดยตรง

แบบฝึกหัด

วาง Without ไว้หน้ากลุ่มคำนาม “a clear map” โดยตรงเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, we could get lost in the forest.

ดูคำตอบ

Without a clear map

สำนวน

overrun by useless connections: ถูกสิ่งที่มากเกินไปเข้าครอบงำ

Be overrun by หมายถึง “ถูกสิ่งที่ไม่ต้องการจำนวนมากเข้าครอบงำหรือทำให้รับมือไม่ไหว” ในประโยคนี้ สมองถูกเปรียบเป็นสถานที่ที่การเชื่อมต่อไร้ประโยชน์สามารถเข้ายึดครองได้ รูปถูกกระทำ could be overrun by ทำให้สมองอยู่ในตำแหน่งของสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อว่าการเชื่อมต่ออาจเพิ่มขึ้นจนควบคุมไม่ได้และรบกวนระบบ ไม่ได้หมายความเพียงว่าสมองมีการเชื่อมต่ออยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำอธิบาย “The inbox was overrun by spam” มากที่สุด?

  1. กล่องจดหมายเต็มไปด้วยอีเมลที่ไม่ต้องการมากจนเจ้าหน้าที่จัดการไม่ไหว
  2. กล่องจดหมายได้รับข้อความปกติหนึ่งข้อความ
  3. กล่องจดหมายมีพื้นที่จัดเก็บว่างอยู่มาก
ดูคำตอบ

กล่องจดหมายเต็มไปด้วยอีเมลที่ไม่ต้องการมากจนเจ้าหน้าที่จัดการไม่ไหว

and parasitic thoughts could disrupt the necessary thinking you need to do while you're awake. โน้ต

2:31

และความคิดที่เป็นเสมือนปรสิตอาจขัดขวางการคิดที่จำเป็นที่คุณต้องทำในขณะที่คุณตื่น

สำนวน

อุปมาเรื่องปรสิตใน parasitic thoughts

ใน parasitic thoughts คำว่า parasitic ใช้เชิงอุปมา เช่นเดียวกับที่ปรสิตอาศัยทรัพยากรจากเจ้าบ้าน ความคิดเหล่านี้ถูกวาดภาพว่าใช้พลังความสนใจไปโดยไม่ช่วยให้สมองคิดได้ดีขึ้น ภาพนี้ทำให้ความคิดดังกล่าวมีบทบาทเชิงลบอย่างชัดเจน คือไม่ได้เพียงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ แต่ยังรบกวนการคิดที่เป็นประโยชน์และจำเป็นด้วย

แบบฝึกหัด

parasitic thoughts เน้นความหมายใดในประโยคนี้?

  1. ความคิดเหล่านั้นทำให้ความคิดทั่วไปฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น
  2. ความคิดเหล่านั้นกินพลังความสนใจและรบกวนการคิดที่เป็นประโยชน์
  3. ความคิดเหล่านั้นช่วยให้สมองจัดระเบียบงานที่จำเป็น
ดูคำตอบ

ความคิดเหล่านั้นกินพลังความสนใจและรบกวนการคิดที่เป็นประโยชน์

วลี

could disrupt the necessary thinking: ความเป็นไปได้และการรบกวนกระบวนการ

Could disrupt หมายถึง “อาจรบกวนหรือทำให้การดำเนินไปตามปกติสะดุด” ในที่นี้ could แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความสามารถในอดีต และหลัง disrupt จะตามด้วยสิ่งหรือกระบวนการที่ได้รับผลกระทบ The necessary thinking หมายถึงการคิดที่จำเป็นสำหรับจุดประสงค์หนึ่ง เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าปัจจัยที่ไม่พึงประสงค์อาจรบกวนกระบวนการคิดที่สำคัญ ไม่ใช่เพียงทำให้คนรู้สึกรำคาญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “รบกวนกระบวนการปกติ”: Too many alerts can ____ careful thinking.

ดูคำตอบ

disrupt

We dream to keep our brains working.

2:38

เราฝันเพื่อให้สมองของเรายังคงทำงาน

The continual activation theory proposes that your dreams result from your brain's need to constantly consolidate and create long-term memories โน้ต

2:42

ทฤษฎีการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเสนอว่าความฝันของคุณเป็นผลมาจากความต้องการของสมองในการรวบรวมและสร้างความทรงจำระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

in order to function properly. ไวยากรณ์

2:51

เพื่อที่จะทำงานได้อย่างถูกต้อง

การใช้คำ

The continual activation theory ในฐานะชื่อทฤษฎี

The continual activation theory เป็นนามวลีที่ใช้เรียกทฤษฎีเฉพาะ โดย continual activation ขยายคำว่า theory และทั้งวลีเป็นประธานของ proposes ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อเสนอของทฤษฎีนี้ ในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์ รูปแบบ The + ชื่อทฤษฎี + proposes/explains... เป็นสัญญาณว่ากำลังนำเสนอกรอบคำอธิบายใหม่ การมองออกว่าส่วนใดเป็นชื่อทฤษฎีจะช่วยแยกชื่อออกจากข้อเสนอของทฤษฎีได้

แบบฝึกหัด

The continual activation theory ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. อธิบายการกระทำทั่วไปที่บุคคลหนึ่งทำ
  2. บอกผลลัพธ์สุดท้ายของทฤษฎี
  3. ระบุชื่อทฤษฎีเฉพาะซึ่งมีข้อเสนอตามมา
ดูคำตอบ

ระบุชื่อทฤษฎีเฉพาะซึ่งมีข้อเสนอตามมา

วลี

result from ... need to consolidate and create long-term memories: บอกที่มาของผลลัพธ์

ในโครงสร้าง result from X ประธานบอกผลลัพธ์ ส่วน X บอกสาเหตุหรือที่มา ในที่นี้ your dreams คือผลลัพธ์ และ your brain's need to constantly consolidate and create long-term memories ถูกนำเสนอเป็นที่มา ภายในวลีที่บอกที่มา need to ตามด้วยคำกริยาที่เชื่อมกันคือ consolidate และ create ซึ่งใช้ to ร่วมกันเพียงตัวเดียว constantly ขยายกระบวนการต่อเนื่องที่คำกริยาทั้งสองบอก Consolidate memories หมายถึงทำให้ความทรงจำมั่นคงและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ส่วน create long-term memories หมายถึงสร้างความทรงจำที่เก็บไว้ได้นาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ความจำเป็นที่สมองต้องทำให้ความทรงจำใหม่มั่นคงอาจทำให้การนอนเปลี่ยนแปลง

  1. A change in sleep may result in the brain's need to consolidate new memories.
  2. A change in sleep may result from the brain's need to consolidate new memories.
  3. The brain's need to consolidate new memories may result from a change in sleep.
ดูคำตอบ

A change in sleep may result from the brain's need to consolidate new memories.

ไวยากรณ์

in order to function properly: บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน

in order to ใช้บอกจุดประสงค์และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ in order to function properly อธิบายว่าการกระทำนั้นมีเป้าหมายเพื่อให้สิ่งหนึ่งทำงานได้อย่างถูกต้อง function properly หมายถึงทำงานอย่างถูกต้องหรือเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ หลายครั้งสามารถใช้ to เพียงคำเดียวเพื่อบอกจุดประสงค์เดียวกันอย่างสั้นกว่าได้ แต่ in order to ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน: The device needs power ____ function properly.

ดูคำตอบ

in order to

So, when external input falls below a certain level, วลี

2:53

ดังนั้น เมื่อสิ่งเร้าจากภายนอกลดลงต่ำกว่าระดับหนึ่ง

วลี

when external input falls below a certain level: กำหนดเงื่อนไขด้วยเกณฑ์

when ใช้นำหน้าเงื่อนไข โดยเหตุการณ์ในอนุประโยคหลักจะเกิดขึ้นเมื่อค่าผ่านเกณฑ์ที่กล่าวถึงลงไปด้านล่าง external input หมายถึงข้อมูลหรือสิ่งกระตุ้นที่มาจากภายนอก falls below a certain level หมายถึงปริมาณหรือความเข้มลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่ไม่ได้ระบุตัวเลขไว้ ในที่นี้ a certain ชี้ถึงระดับหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงแต่ผู้พูดไม่ได้บอกอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงอุณหภูมิลดลงต่ำกว่าเกณฑ์หนึ่งที่ไม่ได้ระบุค่าไว้

  1. The temperature stays below a certain level.
  2. The temperature falls below a certain level.
  3. The temperature falls to a certain level.
ดูคำตอบ

The temperature falls below a certain level.

like when you're asleep,

2:56

เช่นตอนที่คุณกำลังหลับ

your brain automatically triggers the generation of data from its memory storages, วลี

2:57

สมองของคุณจะกระตุ้นการสร้างข้อมูลจากแหล่งเก็บความจำของมันโดยอัตโนมัติ

วลี

trigger the generation of data: กระตุ้นให้เกิดการสร้างข้อมูล

ในอนุประโยคนี้ triggers the generation of data หมายถึงทำให้กระบวนการที่สร้างข้อมูลเริ่มทำงาน คำว่า trigger อธิบายว่าสมองเป็นตัวเริ่มกลไก ส่วน automatically แสดงว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นโดยไม่ได้ควบคุมอย่างจงใจ โครงสร้าง trigger + นามวลีที่เรียกชื่อกระบวนการพบได้บ่อยในการอธิบายเหตุและผล the generation of data เป็นรูปนามที่เป็นทางการของ generate data ส่วน from its memory storages ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายเชิงเทคนิคด้วยวลีเป้าหมาย trigger the generation of: A sudden voltage change can ____ an electrical signal.

ดูคำตอบ

trigger the generation of

which appear to you in the form of the thoughts and feelings you experience in your dreams. วลี

3:01

ซึ่งปรากฏให้คุณเห็นในรูปแบบของความคิดและความรู้สึกที่คุณประสบในความฝัน

วลี

which appear to you in the form of: อธิบายรูปแบบที่สิ่งหนึ่งปรากฏ

which เริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์และอ้างกลับไปถึง data ในอนุประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ data ถูกใช้เป็นพหูพจน์ กริยาจึงเป็น appear อนุประโยคนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเพิ่มข้อมูลว่าบุคคลรับรู้ข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างไร appear to you ในที่นี้หมายถึงปรากฏอยู่ในประสบการณ์หรือการรับรู้ของคุณ ส่วน in the form of ใช้นำเข้าสู่รูปแบบที่สิ่งหนึ่งปรากฏ ดังนั้นข้อมูลจึงถูกรับรู้เป็นความคิดและความรู้สึก ไม่ได้มองเห็นเป็นไฟล์จริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something appears to someone in the form of something else

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึงถูกนำเสนอในรูปของ: The warning appeared ____ a short message.

ดูคำตอบ

in the form of

In other words, your dreams might be a random screen saver your brain turns on so it doesn't completely shut down. โน้ต

3:06

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความฝันของคุณอาจเป็นสกรีนเซฟเวอร์แบบสุ่มที่สมองของคุณเปิดขึ้นมาเพื่อไม่ให้ตัวมันเองปิดการทำงานลงอย่างสมบูรณ์

ลำดับความ

In other words: กล่าวแนวคิดเดิมด้วยถ้อยคำใหม่

In other words เป็นสัญญาณว่าสิ่งที่ตามมาจะกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนหรือคุ้นเคยมากขึ้น ในที่นี้ใช้การเปรียบเทียบกับภาพพักหน้าจอเพื่อให้คำอธิบายก่อนหน้าเกี่ยวกับความฝันเข้าใจง่ายขึ้น หัวข้อและใจความสำคัญยังคงเดิม เปลี่ยนเพียงวิธีนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มหัวข้อย่อยที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด: The museum has no admission fee. ___ you can enter for free.

  1. For example,
  2. In other words,
  3. By the way,
ดูคำตอบ

In other words,

สำนวน

a random screen saver: ภาพเปรียบเทียบสำหรับความฝัน

a random screen saver เป็นการเปรียบความฝันกับภาพพักหน้าจอของคอมพิวเตอร์ ภาพพักหน้าจอจะแสดงภาพโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งานอุปกรณ์ ส่วน random บอกว่าภาพในความฝันอาจไม่ได้ถูกวางแผนไว้และอาจไม่ได้สื่อสารข้อความตายตัวเพียงอย่างเดียว ประโยคนี้เปรียบสมองกับคอมพิวเตอร์ โดยกล่าวในเชิงเปรียบเทียบว่าสมองเปิดความฝันแทนที่จะปิดตัวลง คำว่า might แสดงว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่โปรแกรมจริงหรือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

คำเปรียบ a random screen saver ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. ความฝันคือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จริงที่ติดตั้งอยู่ในสมอง
  2. ความฝันอาจเป็นภาพแบบสุ่มที่สมองสร้างขึ้นเพื่อรักษากิจกรรมบางส่วนไว้
  3. ความฝันทุกครั้งมีข้อความชัดเจนหนึ่งอย่างที่สามารถถอดความได้
ดูคำตอบ

ความฝันอาจเป็นภาพแบบสุ่มที่สมองสร้างขึ้นเพื่อรักษากิจกรรมบางส่วนไว้

สำนวน

turns on ... shut down ในฐานะอุปมาเกี่ยวกับเครื่องจักร

ในที่นี้ turns on รับวลีที่อยู่ก่อนหน้าอย่าง a random screen saver เป็นกรรม โดยเปรียบว่าสมองกำลังเปิดภาพพักหน้าจอ ส่วน so it doesn't completely shut down บอกจุดประสงค์ในภาพเปรียบเทียบ คือเพื่อไม่ให้สมองหยุดทำงานเหมือนเครื่องจักร turn on และ shut down ร่วมกันสร้างอุปมาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่ออธิบายการทำงานของสมอง ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าสมองมีปุ่มเปิดปิดจริง ๆ หรือหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ turn on และ shut down ทำหน้าที่ร่วมกันอย่างไร

  1. ทั้งสองคำให้คำแนะนำตรงตัวเกี่ยวกับการปิดคอมพิวเตอร์
  2. ทั้งสองคำอธิบายการทำงานของสมองด้วยอุปมาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
  3. ทั้งสองคำอ้างว่าสมองมีปุ่มเปิดปิดจริง ๆ
ดูคำตอบ

ทั้งสองคำอธิบายการทำงานของสมองด้วยอุปมาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

We dream to rehearse.

3:14

เราฝันเพื่อซ้อม

Dreams involving dangerous and threatening situations are very common,

3:17

ความฝันที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์อันตรายและคุกคามเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก

and the primitive instinct rehearsal theory holds that the content of a dream is significant to its purpose. โน้ต

3:21

และทฤษฎีการซ้อมสัญชาตญาณดั้งเดิมเชื่อว่าเนื้อหาของความฝันนั้นมีความสำคัญต่อจุดประสงค์ของมัน

การใช้คำ

primitive instinct rehearsal theory: ทฤษฎีการซ้อมสัญชาตญาณดั้งเดิม

ชื่อนี้แยกได้เป็น primitive instinct + rehearsal + theory โดย primitive instincts คือการตอบสนองพื้นฐานเพื่อเอาชีวิตรอดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของวิวัฒนาการ ส่วน rehearsal คือการฝึกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ในภายหลัง ในประโยคนี้ ทฤษฎีมองว่าเนื้อหาของความฝันที่อันตรายมีความหมาย เพราะความฝันอาจจำลองภัยคุกคามและให้เราซ้อมการตอบสนองตามสัญชาตญาณ แนวคิดนี้ถูกเสนอเป็นทฤษฎี ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วเกี่ยวกับความฝันทุกเรื่อง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดสรุป primitive instinct rehearsal theory ในบริบทนี้ได้ดีที่สุด

  1. ความฝันอันตรายบางอย่างอาจเป็นการซ้อมการตอบสนองตามสัญชาตญาณต่อภัยคุกคาม
  2. ความฝันทำนายอันตรายที่บุคคลจะเผชิญได้อย่างแม่นยำเสมอ
  3. ความฝันเป็นเพียงภาพที่ไร้ความหมายและไม่มีจุดประสงค์ใดที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ

ความฝันอันตรายบางอย่างอาจเป็นการซ้อมการตอบสนองตามสัญชาตญาณต่อภัยคุกคาม

วลี

be significant to: สำคัญหรือมีความหมายต่อ...

ในประโยคนี้ be significant to หมายถึง “สำคัญหรือมีความหมายต่อ...” ข้อความนี้เสนอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันมีความสำคัญต่อหน้าที่ที่เชื่อว่าความฝันทำหน้าที่นั้น โครงสร้างคือ be + significant + to + คำนาม ตรงนี้ its อ้างถึง dream และ purpose หมายถึงหน้าที่ของความฝันที่ทฤษฎีเสนอไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของวลีทางการ be significant to: In this report, the order of the questions ____ the purpose of the test.

ดูคำตอบ

is significant to

Whether it's an anxiety-filled night of being chased through the woods by a bear ไวยากรณ์

3:27

ไม่ว่าจะเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลจากการถูกหมีวิ่งไล่ตามในป่า

or fighting off a ninja in a dark alley, กริยาวลี

3:31

หรือการต่อสู้กับนินจาในตรอกมืด

ไวยากรณ์

Whether it's A or B: ไม่ว่าจะเป็น A หรือ B

Whether it's A or B ใช้ยกตัวอย่างความเป็นไปได้สองแบบ และส่งสัญญาณว่าข้อความเดียวกันที่ตามมานั้นใช้ได้กับทั้งสองกรณี ในที่นี้ ตัวเลือกคือสถานการณ์ในฝันที่น่ากลัวสองแบบ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นอนุประโยคเปิด ไม่ใช่คำถามที่สมบูรณ์ จึงต้องมีประโยคหลักตามมาเพื่อบอกว่าสิ่งใดเป็นจริงในทั้งสองกรณี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างรูปย่อที่ตรงตามแบบ Whether it's A or B: ____ a group project ____ a solo assignment, planning ahead saves time.

ดูคำตอบ

Whether it's · or

กริยาวลี

fighting off a: ใช้ fight off เพื่อขัดขืนและขับไล่ภัยคุกคาม

ใน fighting off a ninja คำว่า fight off เป็นกริยาวลี หมายถึงการต้านการโจมตีและพยายามขับไล่ผู้โจมตีออกไป คำว่า off เพิ่มความหมายของการกันภัยคุกคามให้อยู่ห่างออกไป ไม่ได้บอกเพียงว่ากำลังมีการต่อสู้เกิดขึ้น โครงสร้างคือ fight off + สิ่งที่เป็นภัยคุกคาม สิ่งนั้นอาจเป็นคนหรือการโจมตี หรืออาจเป็นสิ่งที่ไม่เป็นรูปธรรมมากนัก เช่น การติดเชื้อ ความง่วง หรือสิ่งล่อใจ รูปกำลังกระทำ fighting off แสดงว่าการต่อต้านกำลังดำเนินอยู่ ดังนั้นประโยคนี้เพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จในท้ายที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมอนุภาคที่ทำให้ fight หมายถึง “ต้านและขับไล่”: The guard managed to fight ____ the attacker.

ดูคำตอบ

off

these dreams allow you to practice your fight or flight instincts สำนวน

3:34

ความฝันเหล่านี้ทำให้คุณได้ฝึกฝนสัญชาตญาณในการต่อสู้หรือหนี

and keep them sharp and dependable in case you'll need them in real life. โน้ต

3:37

และรักษามันให้เฉียบคมและพึ่งพาได้ในกรณีที่คุณต้องการใช้มันในชีวิตจริง

สำนวน

practice your fight or flight instincts: ซ้อมการตอบสนองอัตโนมัติต่ออันตราย

Fight or flight เป็นชื่อของการตอบสนองต่ออันตรายโดยอัตโนมัติ ซึ่งเตรียมคนให้พร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามหรือหนีจากมัน ในที่นี้ flight หมายถึงการหนี ไม่ใช่การเดินทางทางอากาศ Practice your fight or flight instincts กล่าวถึงการตอบสนองอัตโนมัตินี้เหมือนเป็นสิ่งที่ฝึกซ้อมได้ในสถานการณ์จำลอง ประโยคนี้บอกว่าความฝันอาจช่วยฝึกปฏิกิริยาเหล่านั้นและทำให้พร้อมใช้งาน ไม่ได้หมายถึงการฝึกการต่อสู้จริงหรือการเดินทางจริง

แบบฝึกหัด

practice your fight or flight instincts ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฝึกเลือกระหว่างแผนการเดินทางสองแผน
  2. ฝึกซ้อมปฏิกิริยาอัตโนมัติเพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายหรือหนีจากมัน
  3. ฝึกสำหรับการแข่งขันชกมวยก่อนขึ้นเครื่องบิน
ดูคำตอบ

ฝึกซ้อมปฏิกิริยาอัตโนมัติเพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายหรือหนีจากมัน

สำนวน

keep them sharp and dependable: keep + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน keep them sharp and dependable คำว่า them หมายถึง fight-or-flight instincts ที่กล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้หรือช่วยให้กรรมนั้นคงอยู่ในสภาพหนึ่ง sharp ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือสัญชาตญาณยังคงตื่นตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ แทนที่จะทื่อเพราะไม่ได้ใช้ ส่วน dependable เพิ่มความหมายว่าสามารถพึ่งพาได้เมื่อจำเป็น ทั้งวลีจึงมองสัญชาตญาณเป็นความสามารถที่รักษาไว้ได้ด้วยการฝึก

แบบฝึกหัด

keep the team's reactions sharp and dependable หมายความว่าอย่างไร

  1. ทำให้ปฏิกิริยายังคงรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไว้ใจได้
  2. ซ่อนปฏิกิริยาไว้เพื่อไม่ให้ใครนำไปใช้ได้
  3. ทำให้ปฏิกิริยาแหลมคมจนใช้ตัดสิ่งของได้จริง
ดูคำตอบ

ทำให้ปฏิกิริยายังคงรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไว้ใจได้

ไวยากรณ์

in case you'll need them: เตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในอนาคต

in case นำเข้าสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเป็นเหตุผลให้ป้องกันไว้ล่วงหน้า ในประโยคนี้ สัญชาตญาณถูกทำให้พร้อมใช้ในตอนนี้ เพราะอาจต้องใช้ในชีวิตจริงภายหลัง in real life เปรียบต่างประสบการณ์จริงกับสถานการณ์ในความฝัน คำบรรยายใช้ you'll need สำหรับความเป็นไปได้ในอนาคตนี้ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้แบบระมัดระวัง รวมถึงภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมาตรฐาน ปกติจะใช้ present simple หลัง in case: in case you need them in real life ความหมายในอนาคตแสดงอยู่แล้วด้วย in case และบริบท

แบบฝึกหัด

คุณนำที่ชาร์จไปตอนนี้เพื่อป้องกันไว้ก่อน เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น”: Take a charger ____ your phone runs out of power.

ดูคำตอบ

in case

But it doesn't always have to be unpleasant. ไวยากรณ์

3:42

แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์เสมอไป

ไวยากรณ์

doesn't always have to be unpleasant: ไม่จำเป็นต้องไม่น่าพอใจเสมอไป

ใน doesn't always have to be unpleasant คำปฏิเสธจำกัดความหมายของ always ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะไม่น่าพอใจออกทั้งหมด บางกรณียังอาจไม่น่าพอใจ แต่ไม่จำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะต้องเป็นแบบนั้นทุกครั้ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ doesn't always have to be + คำคุณศัพท์ ซึ่งช่วยลดความเด็ดขาดของคำกล่าว โดยบอกว่าอย่างน้อยในบางสถานการณ์ สิ่งนั้นอาจแตกต่างออกไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อสื่อว่า “ความท้าทายไม่จำเป็นต้องไม่น่าพอใจทุกครั้ง”: A challenge ____ unpleasant.

ดูคำตอบ

doesn't always have to be

For instance, dreams about your attractive neighbor could actually give your reproductive instinct some practice too. วลี

3:44

ตัวอย่างเช่น การฝันถึงเพื่อนบ้านที่มีเสน่ห์ของคุณอาจทำให้สัญชาตญาณการสืบพันธุ์ของคุณได้รับการฝึกฝนบ้างเช่นกัน

วลี

give your reproductive instinct some practice: ให้สัญชาตญาณการสืบพันธุ์ได้ฝึกฝน

วลีนี้ใช้โครงสร้าง give + ผู้รับ + สิ่งที่ได้รับ โดย your reproductive instinct เป็นผู้รับ และ some practice เป็นสิ่งที่ได้รับ หมายความว่าความฝันเหล่านั้นอาจเปิดโอกาสให้สัญชาตญาณนี้ได้ถูกใช้งานและฝึกฝน ในที่นี้ reproductive instinct หมายถึงแรงขับตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับความดึงดูดและการสืบพันธุ์ การพูดถึงสัญชาตญาณราวกับเป็นสิ่งที่รับการฝึกได้เป็นการทำให้สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์มีลักษณะเหมือนมนุษย์เล็กน้อย ส่วนโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give someone or something some practice

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง give + ผู้รับ + some practice ได้ถูกต้อง

  1. The rehearsal gave some practice the actors before the show.
  2. The rehearsal gave the actors some practice before the show.
  3. The rehearsal gave the actors with some practice before the show.
ดูคำตอบ

The rehearsal gave the actors some practice before the show.

We dream to heal.

3:51

เราฝันเพื่อเยียวยา

Stress neurotransmitters in the brain are much less active during the REM stage of sleep, การใช้คำ

3:54

สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียดในสมองจะทำงานน้อยลงมากในช่วงที่นอนหลับแบบ REM

การใช้คำ

Stress neurotransmitters: สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียด

Stress neurotransmitters หมายถึงสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย สารสื่อประสาทคือสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณในระบบประสาท ในนามวลีนี้ neurotransmitters เป็นคำนามหลัก ส่วน stress บอกว่าสารเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการตอบสนองแบบใด วลีนี้เป็นคำอธิบายแบบกว้าง ๆ ไม่ใช่ชื่อทางการของสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Stress neurotransmitters หมายถึงอะไร?

  1. สารเคมีทุกชนิดที่พบในสมอง
  2. สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียด
  3. ความเครียดที่เดินทางผ่านระบบประสาท
ดูคำตอบ

สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อความเครียด

การใช้คำ

during the REM stage of sleep: ระบุช่วงการนอนหลับที่เฉพาะเจาะจง

During the REM stage of sleep หมายถึงในช่วงที่คนอยู่ในระยะการนอนหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว REM เป็นตัวย่อของ rapid eye movement ซึ่งหมายถึง “การกลอกตาอย่างรวดเร็ว” คำบุพบท during ระบุว่าการทำงานที่ลดลงเกิดขึ้นภายในระยะนั้นโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าการทำงานลดลงในทุกระยะของการนอนหลับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเต็มจากบทเรียน: Many vivid dreams occur ____.

ดูคำตอบ

during the REM stage of sleep

even during dreams of traumatic experiences,

4:00

แม้กระทั่งในขณะที่ฝันถึงประสบการณ์ที่เจ็บปวด

leading some researchers to theorize that one purpose of dreaming is to take the edge off painful experiences โน้ต

4:02

ทำให้นักวิจัยบางคนตั้งทฤษฎีว่าจุดประสงค์หนึ่งของการฝันคือเพื่อลดทอนความเจ็บปวดจากประสบการณ์เหล่านั้น

to allow for psychological healing. ไวยากรณ์

4:08

เพื่อให้เกิดการเยียวยาทางจิตใจ

ลำดับความ

leading some researchers to theorize that: จากหลักฐานไปสู่ทฤษฎี

leading some researchers to theorize that เป็นอนุประโยค -ing ที่เชื่อมข้อสังเกตก่อนหน้าเข้ากับคำอธิบายที่เกิดจากข้อสังเกตนั้น กล่าวคือ หลักฐานทำให้นักวิจัยบางคนตั้งทฤษฎีขึ้นมา โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็น “ข้อสังเกต → คำอธิบายที่เป็นไปได้” คำว่า some researchers และ theorize แสดงว่านี่เป็นการตีความที่เสนอขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ทุกคนยอมรับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ theorize: The repeated pattern led scientists ____ that the animals used the stars to navigate.

ดูคำตอบ

to theorize

สำนวน

to take the edge off painful experiences: ลดความรุนแรงของความเจ็บปวด

take the edge off เป็นสำนวนที่หมายถึงทำให้ความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์รุนแรงน้อยลง ภาพเปรียบเทียบคือการทำให้ขอบที่คมทื่อนลง ในที่นี้ to take the edge off painful experiences หมายถึงการลดความเจ็บปวดทางอารมณ์จากประสบการณ์อันเจ็บปวด เพื่อให้รับมือและประมวลผลได้ง่ายขึ้น ความเจ็บปวดถูกบรรเทา ไม่ได้ถูกลบออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำให้ความหิวรุนแรงน้อยลง”: A small snack can ____ your hunger until dinner.

ดูคำตอบ

take the edge off

ไวยากรณ์

to allow for psychological healing: จุดประสงค์และความเป็นไปได้

วลี infinitive to allow for psychological healing บอกจุดประสงค์หรือผลที่ต้องการของการลดความรุนแรงจากประสบการณ์ที่เจ็บปวด กล่าวคือ การทำเช่นนั้นอาจสร้างเงื่อนไขให้การเยียวยาทางจิตใจเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ allow for + คำนาม หมายถึง “เปิดพื้นที่ให้” หรือ “ทำให้เป็นไปได้” ไม่ใช่ “อนุญาตให้ใครบางคน” โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อต้องการอธิบายว่าเงื่อนไขหนึ่งช่วยสนับสนุนกระบวนการหรือผลลัพธ์อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อให้ allow หมายถึง “เปิดพื้นที่ให้”: Quiet periods in the schedule allow ____ proper rest.

ดูคำตอบ

for

Reviewing traumatic events in your dreams with less mental stress

4:10

การทบทวนเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจในความฝันด้วยความเครียดทางจิตใจที่น้อยลง

may grant you a clearer perspective and enhanced ability to process them in psychologically healthy ways. วลี

4:14

อาจทำให้คุณมีมุมมองที่ชัดเจนขึ้นและเพิ่มความสามารถในการจัดการกับมันด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพจิต

วลี

may grant you a clearer perspective: ความเป็นไปได้และน้ำเสียงที่เป็นทางการ

May grant you a clearer perspective หมายถึง “อาจทำให้คุณมีวิธีทำความเข้าใจหรือประเมินประสบการณ์นั้นได้ชัดเจนขึ้น” ในที่นี้ perspective ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงมุมมอง ไม่ใช่ภาพที่มองเห็นจริง may แสดงว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คำรับรอง ส่วน grant ใช้ตามโครงสร้าง grant someone something มีความเป็นทางการกว่า give และนำเสนอมุมมองที่ชัดเจนขึ้นว่าเป็นประโยชน์ที่ได้รับ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถ่ายทอดทั้ง may และ grant you a clearer perspective ได้ตรงความหมายที่สุด?

  1. สิ่งนั้นอาจอนุมัติมุมมองของคุณอย่างเป็นทางการ
  2. สิ่งนั้นจะพิสูจน์ว่าความเห็นแรกของคุณผิดอย่างแน่นอน
  3. สิ่งนั้นอาจช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ

สิ่งนั้นอาจช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น

วลี

ความสามารถที่เพิ่มขึ้นในการรับมือด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพจิต

ในประโยคนี้ enhanced ability to process them หมายถึงความสามารถที่มากขึ้นในการทำความเข้าใจ ตีความ และค่อย ๆ รับมือกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ รวมถึงความรู้สึกที่เกี่ยวข้อง them หมายถึง traumatic events ส่วน process ในที่นี้เป็นการจัดการทางความคิดและอารมณ์ ไม่ใช่การแปรรูปสิ่งของ คำกริยารูป to process อธิบายว่าความสามารถนี้ใช้ทำอะไร ส่วน in psychologically healthy ways อธิบายวิธีการรับมือ ทั้งวลีจึงสื่อถึงการเผชิญประสบการณ์ที่ยากด้วยวิธีที่ส่งเสริมสุขภาวะ ไม่ใช่เพียงหลีกเลี่ยงหรือลบประสบการณ์นั้นออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ความสามารถในการทำความเข้าใจและรับมือทางใจ”: Therapy can improve your ____ difficult emotions in healthy ways.

ดูคำตอบ

ability to process

People with certain mood disorders and PTSD often have difficulty sleeping, โน้ต

4:20

ผู้ที่มีความผิดปกติทางอารมณ์บางอย่างและ PTSD มักจะมีปัญหาในการนอนหลับ

leading some scientists to believe that lack of dreaming may be a contributing factor to their illnesses. วลี

4:25

ทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าการไม่ฝันอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการป่วยของพวกเขาได้

การใช้คำ

mood disorders and PTSD: ความผิดปกติทางอารมณ์และความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

Mood disorders เป็นคำศัพท์ทางคลินิกแบบกว้างสำหรับภาวะที่ความผิดปกติของอารมณ์รุนแรงหรือยาวนานจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ไม่ได้หมายถึงเพียงอารมณ์เสียธรรมดาที่เกิดขึ้นชั่วครู่ PTSD ย่อมาจาก post-traumatic stress disorder ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นหลังจากประสบหรือพบเห็นเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ ใน mood disorders and PTSD คำว่า and เชื่อมภาวะสุขภาพจิตสองกลุ่มที่แตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่า PTSD เป็น mood disorder ประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย mood disorders and PTSD ได้ถูกต้อง

  1. ทั้งสองเป็นคำศัพท์ทางคลินิกด้านสุขภาพจิต และ PTSD ย่อมาจาก post-traumatic stress disorder
  2. ทั้งสองเป็นคำพูดไม่เป็นทางการสำหรับอารมณ์เสียชั่วครู่และฝันร้าย
  3. ทั้งสองเป็นชื่อท่านอนสองแบบ
ดูคำตอบ

ทั้งสองเป็นคำศัพท์ทางคลินิกด้านสุขภาพจิต และ PTSD ย่อมาจาก post-traumatic stress disorder

วลี

often have difficulty sleeping: โครงสร้าง have difficulty + -ing

โครงสร้าง have difficulty + -ing หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องยาก ในที่นี้ often have difficulty sleeping หมายถึงคนเหล่านี้มักมีปัญหาในการหลับ การหลับต่อเนื่อง หรือการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่ได้จำกัดว่าเป็นปัญหาการนอนเพียงแบบเดียว หลัง difficulty ให้ใช้กริยารูป -ing เช่น have difficulty sleeping และ have difficulty concentrating ส่วน often ขยาย have difficulty เพื่อบอกว่าปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยเพียงใด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ sleep เพื่อเติมโครงสร้าง have difficulty + -ing ให้สมบูรณ์: After a stressful day, Mia often has difficulty ____.

ดูคำตอบ

sleeping

วลี

may be a contributing factor to their illnesses: อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อโรค

ใน lack of dreaming may be a contributing factor to their illnesses คำว่า a contributing factor หมายถึงหนึ่งในเงื่อนไขหลายอย่างที่อาจช่วยก่อให้เกิดหรือทำให้ผลลัพธ์แย่ลง ไม่ได้หมายถึงสาเหตุเพียงอย่างเดียว ส่วน to นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็คือ their illnesses may be ทำให้ข้อกล่าวอ้างไม่แน่นอน เมื่อรวมเป็น may be a contributing factor จึงเป็นถ้อยคำที่ระมัดระวัง นักวิทยาศาสตร์กำลังพิจารณาอิทธิพลที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันสาเหตุเดียวที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

“may be a contributing factor to their illnesses” มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร?

  1. อาจเป็นหนึ่งในหลายอิทธิพลที่ช่วยก่อให้เกิดหรือทำให้อาการป่วยแย่ลง
  2. ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสาเหตุเดียวของอาการป่วย
  3. ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอาการป่วย
ดูคำตอบ

อาจเป็นหนึ่งในหลายอิทธิพลที่ช่วยก่อให้เกิดหรือทำให้อาการป่วยแย่ลง

We dream to solve problems.

4:32

เราฝันเพื่อแก้ปัญหา

Unconstrained by reality and the rules of conventional logic, ไวยากรณ์

4:37

ด้วยความที่ไม่ถูกจำกัดโดยความเป็นจริงและกฎเกณฑ์ของตรรกะแบบแผนทั่วไป

ไวยากรณ์

Unconstrained by ...: วลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค

Unconstrained by... เป็นวลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้อธิบายสภาพของประธานที่ตามมา คือ your mind ไม่ถูกจำกัดด้วยความเป็นจริงหรือกฎทางตรรกะทั่วไป Unconstrained มีความหมายแบบถูกกระทำ กล่าวคือ สิ่งเหล่านั้นไม่ได้จำกัดจิตใจ วลีนี้วางสภาพเบื้องหลังไว้ก่อน แล้วจึงตามด้วยใจความหลัก ในที่นี้ วลีดังกล่าวเตรียมไปสู่ข้อความ your mind can create limitless scenarios ส่วนที่เน้นไว้ยังไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง และต้องมีอนุประโยคหลักตามมา

แบบฝึกหัด

วลีเปิดประโยคทำหน้าที่อะไรในประโยคเต็ม?

  1. บอกสภาพเบื้องหลังของประธานในอนุประโยคหลักก่อนจะกล่าวว่าประธานนั้นทำอะไร
  2. บอกผลลัพธ์สุดท้ายของประโยค
  3. เป็นประโยคสมบูรณ์ที่บอกการกระทำหลัก
ดูคำตอบ

บอกสภาพเบื้องหลังของประธานในอนุประโยคหลักก่อนจะกล่าวว่าประธานนั้นทำอะไร

in your dreams your mind can create limitless scenarios to help you grasp problems วลี

4:40

ในความฝัน จิตใจของคุณสามารถสร้างสถานการณ์ไร้ขีดจำกัดเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจปัญหา

and formulate solutions that you may not consider while awake. ไวยากรณ์

4:45

และกำหนดวิธีแก้ปัญหาที่คุณอาจไม่ได้นึกถึงในขณะที่ตื่นอยู่ได้

วลี

limitless scenarios to help you grasp problems and formulate solutions: สถานการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจปัญหาและคิดกำหนดวิธีแก้

Limitless scenarios หมายถึงสถานการณ์ในจินตนาการที่หลากหลายโดยไม่มีขีดจำกัดในทางปฏิบัติ วลี infinitive to help you... อธิบายจุดประสงค์หรือหน้าที่ของสถานการณ์เหล่านั้น คือจิตใจสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อให้มันช่วยเราได้ Grasp ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าเข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ใช่จับด้วยมือ Formulate solutions หมายถึงค่อย ๆ พัฒนาและอธิบายคำตอบหรือแผนที่เป็นไปได้อย่างชัดเจน กริยาสองคำที่เชื่อมกันแสดงลำดับที่มีประโยชน์ คือเข้าใจปัญหาก่อน แล้วจึงสร้างวิธีแก้

แบบฝึกหัด

ใช้คำที่มักปรากฏร่วมกันสองชุดจากบทเรียน ซึ่งหมายถึง “เข้าใจปัญหา” และ “พัฒนาคำตอบอย่างรอบคอบ”: Good training helps teams ____ and ____.

ดูคำตอบ

grasp problems · formulate solutions

ไวยากรณ์

that you may not consider while awake: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย solutions

that you may not consider while awake เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบจำกัดความที่ขยาย solutions โดย that เชื่อมคำนามเข้ากับอนุประโยค และเข้าใจได้ว่า solutions เป็นกรรมของ consider กล่าวคือ คุณอาจไม่พิจารณาวิธีแก้เหล่านั้นขณะตื่นอยู่ while awake เป็นรูปย่อของ while you are awake อนุประโยคสัมพัทธ์ทั้งส่วนจำกัดความหมายของ solutions ให้เป็นวิธีแก้ที่คุณอาจไม่พิจารณาในเวลาที่มีสติอยู่

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้อนุประโยคสัมพัทธ์เพื่อขยาย ideas ได้ถูกต้อง

  1. ideas that may not consider you while awake
  2. ideas that you may not consider while awake
  3. ideas that you may not consider them while awake
ดูคำตอบ

ideas that you may not consider while awake

John Steinbeck called it the Committee of Sleep, วัฒนธรรม

4:49

จอห์น สไตน์เบก เรียกมันว่าคณะกรรมการแห่งการนอนหลับ

วัฒนธรรม

the Committee of Sleep: อุปมาของสไตน์เบ็กเกี่ยวกับการคิดขณะหลับ

the Committee of Sleep เป็นชื่อเชิงอุปมาที่ John Steinbeck ใช้เรียกความสามารถของจิตใจในการทำงานกับปัญหาต่อไปขณะหลับ คำว่า Committee ทำให้เห็นภาพสมาชิกหลายคนกำลังหารือปัญหากันอยู่เบื้องหลัง ชื่อนี้ไม่ใช่องค์กรที่มีอยู่จริงหรือศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ ในประโยคนี้ การใช้อักษรตัวใหญ่ช่วยให้ดูเหมือนชื่อที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ส่วน called it แสดงว่า Steinbeck กำลังตั้งชื่อของตนเองให้กับปรากฏการณ์นี้

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในประโยคนี้ the Committee of Sleep เป็นชื่อทางการขององค์กรวิจัยที่มีอยู่จริง

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

and research has demonstrated the effectiveness of dreaming on problem solving. วลี

4:51

และงานวิจัยก็ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการฝันต่อการแก้ปัญหา

วลี

has demonstrated the effectiveness of...: สำนวนทางการที่บอกว่ามีหลักฐานรองรับประสิทธิผล

has demonstrated the effectiveness of... เป็นรูปแบบทางการที่ใช้ในงานวิจัย หมายถึง “ได้ให้หลักฐานว่าสิ่งหนึ่งได้ผลหรือสร้างผลลัพธ์ตามที่ต้องการ” รูป present perfect อย่าง has demonstrated เชื่อมงานวิจัยที่ทำมาก่อนหน้านี้เข้ากับข้อสรุปที่กำลังกล่าวถึงตอนนี้ ในที่นี้ dreaming คือสิ่งที่ถูกประเมิน และ problem solving คือด้านที่กล่าวว่าการฝันมีประสิทธิผล ประโยคย่อยนี้นำเสนอข้อสรุปว่าได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัย ไม่ใช่เพียงการคาดเดาส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบทางการของงานวิจัยได้เป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อบอกว่าหลักฐานแสดงให้เห็นว่าวิธีหนึ่งได้ผล

  1. The study demonstrated the effectiveness of the method on reducing errors.
  2. The study demonstrated the effectiveness of the method in reducing errors.
  3. The study demonstrated effective of the method in reducing errors.
ดูคำตอบ

The study demonstrated the effectiveness of the method in reducing errors.

It's also how renowned chemist August Kekulé discovered the structure of the benzene molecule, วัฒนธรรม

4:56

มันยังเป็นวิธีที่นักเคมีชื่อดัง ออกุสต์ เคคูเล ค้นพบโครงสร้างของโมเลกุลเบนซีนด้วย

วัฒนธรรม

renowned chemist August Kekulé ... the benzene molecule: ตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ที่ใช้สนับสนุนแนวคิด

ประโยคนี้กล่าวถึงเอากุสต์ เคคูเล นักเคมีที่มีชื่อเสียง และงานของเขาเกี่ยวกับโครงสร้างวงแหวนของเบนซีน renowned หมายถึง “เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้รับความเคารพ” ส่วน the structure of the benzene molecule หมายถึงวิธีที่อะตอมของเบนซีนเรียงตัวกัน ในการให้เหตุผล นี่เป็นตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่หัวข้อหลักใหม่ เรื่องเล่าที่เป็นที่รู้จักเชื่อมโยงความคิดของเคคูเลกับภาพคล้ายความฝัน ตัวอย่างนี้จึงสนับสนุนแนวคิดกว้าง ๆ ว่าบางครั้งการฝันอาจช่วยให้คนพบวิธีแก้ปัญหาได้ แต่ไม่ได้บอกว่าการค้นพบทุกอย่างมาจากความฝัน

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างเกี่ยวกับเคคูเลและโมเลกุลเบนซีนทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผลนี้

  1. เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนแนวคิดว่าความฝันอาจช่วยในการแก้ปัญหา
  2. พิสูจน์ว่าการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ทุกอย่างเกิดขึ้นในความฝัน
  3. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นชีวประวัติฉบับเต็มของเคคูเล
ดูคำตอบ

เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนแนวคิดว่าความฝันอาจช่วยในการแก้ปัญหา

and it's the reason that sometimes the best solution for a problem is to sleep on it. สำนวน

5:01

และนั่นคือเหตุผลที่ในบางครั้งทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหาก็คือการนอนหลับสักตื่น

สำนวน

to sleep on it: รอหนึ่งคืนก่อนตัดสินใจ

Sleep on it เป็นสำนวนที่หมายถึง “รอก่อนตัดสินใจหรือพยายามแก้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยปกติจะรอจนได้นอนหนึ่งคืน” ในประโยคนี้สื่อว่าการพักผ่อนอาจช่วยให้มองปัญหาได้ชัดเจนขึ้น สรรพนาม it หมายถึงปัญหาหรือการตัดสินใจที่กำลังพิจารณาอยู่ ต้องเข้าใจวลีนี้เป็นสำนวนทั้งชุด ไม่ได้หมายถึงการนอนทับปัญหาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “รอจนถึงวันพรุ่งนี้ก่อนตัดสินใจ” ให้ประโยคสมบูรณ์: This is a big choice, so I'll ____ and tell you in the morning.

ดูคำตอบ

sleep on it

And those are just a few of the more prominent theories. ลำดับความ

5:07

และเหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทฤษฎีที่โดดเด่นเท่านั้น

ลำดับความ

just a few of the more prominent theories: รายการตัวอย่างที่ไม่ครบทั้งหมด

Just a few บอกผู้ฟังว่าทฤษฎีที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน ไม่ใช่รายการทั้งหมด วลีนี้ช่วยปิดรายการพร้อมกับจำกัดขอบเขตของสิ่งที่ผู้พูดกำลังกล่าว Of the more prominent theories จัดให้ตัวอย่างเหล่านั้นอยู่ในกลุ่มทฤษฎีที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก โดดเด่น หรือมีอิทธิพล ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงทฤษฎีเหล่านี้ หรือว่าทฤษฎีเหล่านี้ถูกต้องเสมอไป

แบบฝึกหัด

just a few of the more prominent theories บอกอะไรแก่ผู้ฟังเกี่ยวกับรายการก่อนหน้านี้?

  1. ผู้พูดบอกว่าทฤษฎีที่กล่าวถึงถูกต้องอย่างแน่นอน
  2. ผู้พูดกล่าวถึงทฤษฎีที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักเพียงบางส่วน ไม่ใช่รายการทั้งหมด
  3. ผู้พูดระบุทุกทฤษฎีที่มีอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

ผู้พูดกล่าวถึงทฤษฎีที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักเพียงบางส่วน ไม่ใช่รายการทั้งหมด

As technology increases our capability for understanding the brain, ไวยากรณ์

5:10

เมื่อเทคโนโลยีเพิ่มความสามารถในการทำความเข้าใจสมองของเรา

it's possible that one day we will discover the definitive reason for them. วลี

5:14

ก็เป็นไปได้ว่าวันหนึ่งเราอาจค้นพบเหตุผลที่แน่ชัดสำหรับสิ่งเหล่านี้

ไวยากรณ์

As technology increases...: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป

As ในที่นี้หมายถึง “ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ ดำเนินไป” หรือ “ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้” อนุประโยคต้นประโยคให้ภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนไป นั่นคือเทคโนโลยีกำลังเพิ่มความสามารถของเราในการเข้าใจสมอง โครงสร้าง As + ประธาน + กริยา สามารถเชื่อมสถานการณ์หนึ่งที่กำลังพัฒนากับผลลัพธ์หรือความเป็นไปได้อีกอย่างที่เกิดขึ้นควบคู่กัน โครงสร้างนี้เน้นกระบวนการตามเวลา ไม่ใช่เพียงสาเหตุโดยตรงหรือช่วงเวลาเดียว

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเน้นได้ดีที่สุดว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างพัฒนาไปพร้อมกันตามเวลาในประโยคนี้? “___ the town grows, public transportation becomes more important.”

  1. After
  2. As
  3. Because
ดูคำตอบ

As

วลี

discover the definitive reason: ค้นพบคำอธิบายที่ชี้ขาด

การ discover the definitive reason ของบางสิ่งหมายถึงการพบคำอธิบายที่หนักแน่นพอจะถือเป็นคำตอบสุดท้าย ไม่ใช่เพียงหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้ the ชี้ไปยังคำตอบเฉพาะที่คาดว่าจะทำให้คำถามนั้นได้ข้อยุติ ในประโยคนี้ possible แสดงความไม่แน่นอนว่าการค้นพบในอนาคตจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ส่วน definitive บอกว่า หากพบเหตุผลนั้นแล้ว เหตุผลจะมีความแน่นอนและชี้ขาดเพียงใด

แบบฝึกหัด

the definitive reason สื่อความหมายใดชัดเจนที่สุด?

  1. คำอธิบายที่ชี้ขาดและมุ่งทำให้คำถามได้ข้อยุติ
  2. เหตุผลที่น่าประหลาดใจที่สุด ไม่ว่าจะพิสูจน์แล้วหรือไม่
  3. หนึ่งในคำอธิบายชั่วคราวหลายอย่าง
ดูคำตอบ

คำอธิบายที่ชี้ขาดและมุ่งทำให้คำถามได้ข้อยุติ

But until that time arrives, ลำดับความ

5:18

แต่กว่าจะถึงเวลานั้น

we'll just have to keep on dreaming. กริยาวลี

5:20

เราก็คงต้องฝันกันต่อไป

ลำดับความ

But until that time arrives: เปลี่ยนจากความเป็นไปได้ในอนาคตกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน

But แสดงการเปลี่ยนทิศทางจากความเป็นไปได้ในอนาคตที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กลับมาสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน ส่วน until that time arrives กำหนดขอบเขตเวลา โดยสถานการณ์ในประโยคหลักจะยังเป็นจริงอยู่ก่อนที่ช่วงเวลาในอนาคตซึ่งกล่าวถึงไว้จะมาถึง อนุประโยคเปิดนี้จึงนำไปสู่ข้อสรุปชั่วคราวว่า บางอย่างอาจเปลี่ยนไปในภายหลัง แต่ตอนนี้ยังต้องทำตามสิ่งที่กล่าวต่อจากนั้น ซึ่งในที่นี้คือการฝันต่อไป

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคต่อไปนี้: “One day, affordable batteries may store energy for weeks. But until that time arrives, we must use the technology we have.” “But until that time arrives” ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้

  1. นำเสนอเหตุการณ์อีกเรื่องหนึ่งจากอดีตอันไกลโพ้น
  2. เปรียบต่างการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตกับสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้
  3. บอกว่าช่วงเวลาในอนาคตที่คาดหวังได้มาถึงแล้ว
ดูคำตอบ

เปรียบต่างการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตกับสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้

กริยาวลี

keep on dreaming: ทำสิ่งหนึ่งต่อไปและย้อนกลับไปหาหัวข้อ

โครงสร้าง keep on + -ing หมายถึงทำสิ่งหนึ่งต่อไป และมักให้ความรู้สึกถึงความพยายามอย่างต่อเนื่อง หลัง keep on ต้องใช้รูป -ing ดังนั้นจึงใช้ dreaming ในที่นี้ ในประโยคนี้ dreaming หมายถึงการฝันขณะหลับโดยตรงที่สุด การนำคำสำคัญของเรื่องมากล่าวซ้ำในตอนท้ายยังช่วยย้อนกลับไปหาหัวข้อและทำให้จบได้อย่างลงตัว แม้อาจชวนให้นึกถึงการมีความหวังต่อไปเล็กน้อย แต่นั่นเป็นเพียงความหมายแฝงรอง ไม่ใช่ความหมายหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ practice เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Even when the song feels difficult, keep on ____.

ดูคำตอบ

practicing