NIETZSCHE ว่าด้วย: Amor Fati (ความรักในโชคชะตา): บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความอธิบาย amor fati, ว่าเป็นการรักชีวิตที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การยอมจำนน และเชื่อมการยอมรับอดีตเข้ากับความตั้งใจที่จะเปลี่ยนชีวิต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. amor fati, - วัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง: เข้าใจศัพท์ละตินนี้ว่าเป็นการรักชะตาที่เกิดขึ้น และแยกจากการอดทนต่อความเจ็บปวดเท่านั้น 2. If only I'd been more confident around certain women. - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: รู้ว่า If only กับ past perfect แสดงความเสียใจต่ออดีตที่เปลี่ยนไม่ได้ และใช้พูดถึงทางเลือกที่พลาดไป 3. bound closely together in a web of consequences - สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เข้าใจภาพตาข่ายของเหตุที่เชื่อมโยงกัน และใช้ bound together หรือ a web of อธิบายความสัมพันธ์ที่แยกได้ยาก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
is his repeated enthusiasm for a concept that he called amor fati, วัฒนธรรม
0:12คือความกระตือรือร้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาต่อแนวคิดที่เขาเรียกว่า amor fati
One of the strangest yet most intriguing aspects: one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์
ในโครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ สิ่งหนึ่งจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ ของตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุด ที่นี่ one หมายถึงแง่มุมเดียว แต่ aspects ต้องเป็นพหูพจน์เพราะใช้เรียกทั้งกลุ่ม: one of the ... aspects yet เชื่อม strangest กับ most intriguing เพื่อแสดงความต่างที่น่าประหลาดใจ กล่าวคือ แนวคิดนี้แปลก แต่ความแปลกนั้นไม่ได้ทำให้มันไม่น่าสนใจ ในตำแหน่งนี้ yet หมายถึง “แต่/ถึงกระนั้น” ไม่ใช่ “ยัง” ในความหมายเกี่ยวกับเวลา
แบบฝึกหัด
ใช้ useful และ tool เติมโครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ให้สมบูรณ์: This is ____ in the kitchen.
ดูคำตอบ
one of the most useful tools
translated from the Latin as a love of one's fate,
0:18ซึ่งแปลจากภาษาละตินว่าความรักในโชคชะตาของตนเอง
amor fati: การรักชะตากรรมของตนเอง
Amor fati เป็นวลีภาษาละตินที่แปลว่า “ความรักต่อชะตากรรม” ในความคิดของนีทเชอ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การยอมรับว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นแล้ว แต่หมายถึงการยืนยันคุณค่าของชีวิตทั้งชีวิตอย่างแข็งขัน รวมถึงความยากลำบาก และพร้อมโอบรับทุกส่วนของชีวิต ดังนั้น วลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงการยอมแพ้อย่างเฉื่อยชา หรือความเชื่อว่าการลงมือทำไม่มีประโยชน์ แนวคิดสำคัญคือความรักหรือการยอมรับอย่างเต็มใจ ไม่ใช่เพียงอดทนต่อสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ amor fati ในความหมายเชิงปรัชญานี้มากที่สุด
- โอบรับชะตากรรมทั้งหมดของตนเองอย่างแข็งขัน รวมถึงส่วนที่เจ็บปวด
- เชื่อว่าความพยายามไม่มีประโยชน์ เพราะทุกเหตุการณ์ถูกกำหนดไว้แล้ว
- อดทนต่อสถานการณ์อย่างไม่เต็มใจจนกว่าสถานการณ์นั้นจะจบลง
ดูคำตอบ
โอบรับชะตากรรมทั้งหมดของตนเองอย่างแข็งขัน รวมถึงส่วนที่เจ็บปวด
a resolute enthusiastic acceptance of everything that has happened in one's life.
0:23คือการยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างเด็ดเดี่ยวและกระตือรือร้น
Or as we might put it: การนำเข้าสู่การกล่าวใหม่อย่างระมัดระวัง
Or บอกว่าถ้อยคำที่ตามมาเป็นการนำแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงมาแสดงด้วยคำพูดอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ as we might put it นำหน้ากลุ่มคำนามที่ใช้อธิบาย amor fati ส่วน put it หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “นำมันไปวาง” Might ช่วยลดความเด็ดขาดของการกล่าวใหม่ ผู้พูดกำลังเสนอถ้อยคำหนึ่งอย่างระมัดระวัง ไม่ได้ยืนยันว่านี่เป็นถ้อยคำที่ถูกต้องเพียงแบบเดียว คุณสามารถใช้วลีทั้งหมดนี้เพื่อเปลี่ยนจากแนวคิดนามธรรมไปสู่คำอธิบายใหม่ที่ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
“or as we might put it” ในประโยคส่งสัญญาณถึงอะไร
- ถ้อยคำทางเลือกที่ระมัดระวังสำหรับแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง
- คำสั่งตามตัวอักษรให้นำบางสิ่งไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่ง
- เหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในภายหลัง
ดูคำตอบ
ถ้อยคำทางเลือกที่ระมัดระวังสำหรับแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง
Doesn't seek to erase ... but rather accepts: ปฏิเสธแล้วแทนที่
Doesn't seek to erase คือ X ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกปฏิเสธ ส่วน but rather accepts คือ Y ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้ามาแทนที่ รูปแบบ not X, but rather Y ไม่ได้เพียงเชื่อมสองแนวคิด แต่แก้ความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นด้วยการปฏิเสธ X แล้วเสนอ Y เป็นคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในที่นี้ rather แสดงการแทนที่ ไม่ได้หมายถึง “ค่อนข้าง” วลีกริยาทั้งสองใช้ประธานร่วมกันคือ The person of amor fati เมื่อแต่งประโยคเอง ควรทำให้ X และ Y มีรูปไวยากรณ์ขนานกัน เพื่อให้ความสัมพันธ์ในการแก้ความเข้าใจผิดติดตามได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดทำให้การกระทำที่สองเข้ามาแทนที่การกระทำแรก แทนที่จะเป็นเพียงการเพิ่มอีกการกระทำหนึ่ง? The coach doesn't ignore mistakes, ___ uses them as chances to learn.
- but also
- and sometimes
- but rather
ดูคำตอบ
but rather
with strength and an all-embracing gratitude
0:38ด้วยความเข้มแข็งและความรู้สึกขอบคุณที่โอบกอดทุกสิ่ง
that borders on a kind of enthusiastic affection. กริยาวลี
0:41ซึ่งใกล้เคียงกับความรักอันกระตือรือร้นชนิดหนึ่ง
borders on: เข้าใกล้อีกสภาวะหนึ่งอย่างมาก
ในประโยคนี้ borders on หมายถึง “ใกล้จะเป็นอย่างมาก” ความรู้สึกขอบคุณที่โอบรับทุกสิ่งนั้นรุนแรงมากจนเกือบเป็นความรักใคร่อย่างแรงกล้า โครงสร้างคือ X borders on Y โดยวาง X ไว้ใกล้ขอบเขตของ Y แต่ไม่ได้ยืนยันเต็มที่ว่า X และ Y เหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความตื่นเต้นของมายาใกล้เคียงกับความตื่นตระหนกมาก โดยไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าเธอกำลังตื่นตระหนก
- Maya's excitement borders on panic.
- Maya's excitement turns into panic.
- Maya is definitely panicking.
ดูคำตอบ
Maya's excitement borders on panic.
is heralded as a virtue at many points in Nietzsche's work. วลี
0:48ได้รับการยกย่องว่าเป็นความดีงามในหลายจุดในผลงานของนีทเชอ
retouch the past: อุปมาของการแต่งความทรงจำให้ดูดี
โดยทั่วไป retouch หมายถึงการปรับแก้ภาพถ่ายหรือรูปภาพเล็กน้อยให้ดูดีขึ้น แต่ในที่นี้ retouch the past เป็นอุปมา หมายถึงการแต่งความทรงจำหรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตให้ดูดีขึ้น มักด้วยการซ่อนหรือลดความรุนแรงของส่วนที่ไม่น่าพอใจ เนื่องจากใช้คู่กับ regret วลีนี้จึงอธิบายการแก้ไขอดีตในความคิดหรือคำพูด ไม่ใช่การเปลี่ยนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The memoir retouches the past,” คำว่า retouches the past หมายถึงอะไร
- ซ่อมแซมภาพถ่ายเก่าที่แสดงเหตุการณ์เหล่านั้น
- เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
- นำเสนอเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ดูดีหรือน่าชื่นชมมากขึ้น
ดูคำตอบ
นำเสนอเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ดูดีหรือน่าชื่นชมมากขึ้น
is heralded as: การยกย่องต่อสาธารณะอย่างมาก
ใน is heralded as a virtue โครงสร้างกรรมวาจก be heralded as + นามวลี หมายถึง “ได้รับการยกย่องหรือได้รับการนำเสนอต่อสาธารณะว่าเป็นสิ่งสำคัญและน่าชื่นชม” ประธานในที่นี้คือท่าทีทั้งหมดที่ปฏิเสธการเสียใจและการปรุงแต่งอดีต ส่วน virtue คือคำประเมินเชิงบวกที่ใช้เรียกท่าทีดังกล่าว Heralded มีน้ำหนักมากกว่าและเป็นเชิงบวกกว่า simply called โดยสื่อว่าผู้คนประกาศ เฉลิมฉลอง หรือส่งเสริมคำประเมินนั้น ซึ่งมักพบในการวิจารณ์ต่อสาธารณะ
แบบฝึกหัด
เติม be heralded as ในรูปกาลที่ถูกต้อง: Reviewers publicly praised the method. The scientist's method ____ a major breakthrough.
ดูคำตอบ
was heralded as
written during a period of great personal hardship for the philosopher,
0:53ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากส่วนตัวอย่างแสนสาหัสสำหรับนักปรัชญาผู้นี้
to see as beautiful what is necessary in things. ไวยากรณ์
1:00ที่จะมองเห็นความจำเป็นในสิ่งต่างๆ ว่าเป็นความงาม
see as beautiful what is necessary in things: การเลื่อนกรรมยาวไปด้านหลัง
รูปแบบที่คุ้นเคยคือ see A as B โดย A คือสิ่งที่ถูกประเมิน และ B คือคำบรรยายที่ใช้ประเมินสิ่งนั้น ในประโยคนี้ A คืออนุประโยคยาว what is necessary in things และ B คือ beautiful เพื่อสร้างจังหวะที่เป็นวรรณศิลป์มากขึ้น A ที่ยาวจึงถูกเลื่อนไปไว้ด้านหลังเป็น see as beautiful what is necessary in things ซึ่งมีความหมายเหมือน see what is necessary in things as beautiful ส่วน As beautiful บอกคำประเมิน ไม่ได้บอกว่ามองด้วยวิธีใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับปกติ see A as B เพื่อสื่อความหมายเดียวกับ “She learned to see as valuable what others had thrown away”?
- She learned to see valuable things being thrown away by others.
- She learned to see what was valuable and then throw it away.
- She learned to see what others had thrown away as valuable.
ดูคำตอบ
She learned to see what others had thrown away as valuable.
Then I shall be one of those who makes things beautiful.
1:04แล้วฉันก็จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำให้สิ่งต่างๆ สวยงาม
wage war against: การรณรงค์ที่ต่อเนื่องและเข้มข้น
คำกริยา wage หมายถึงการเริ่มและดำเนินความพยายามขนาดใหญ่ที่มีการจัดระบบ โดยมักใช้กับสงคราม ในโครงสร้าง wage war against X นั้น X ถูกมองเสมือนเป็นศัตรู ในที่นี้สำนวนดังกล่าวเป็นการเปรียบเปรย สิ่งที่น่าเกลียดไม่ใช่ศัตรูทางทหาร ผู้พูดหมายความว่าเขาไม่ต้องการอุทิศตนให้กับการต่อสู้อันยาวนานและรุนแรงกับทุกสิ่งที่เขามองว่าน่าเกลียด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: The mayor announced a long-term plan to ____ corruption.
ดูคำตอบ
wage war against
someday I wish to be only a yes-sayer." การใช้คำ
1:23สักวันหนึ่งฉันปรารถนาที่จะเป็นเพียงผู้ที่พูดว่า 'ใช่' เท่านั้น"
all in all ... on the whole: คำบอกการสรุปโดยรวม
all in all และ on the whole เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่พาผู้ฟังถอยออกจากรายละเอียดแต่ละอย่าง แล้วนำเข้าสู่การตัดสินโดยรวม ทั้งสองสำนวนไม่ได้กล่าวถึงสิ่งที่เป็นก้อนหรือเป็นองค์รวมทางกายภาพ การใช้สองสำนวนนี้ต่อกันเป็นการซ้ำอย่างตั้งใจ ปกติใช้เพียงสำนวนเดียวก็พอ แต่ในประโยคนี้การใช้คู่กันทำให้ความรู้สึกของการสรุปชัดขึ้น เหมือนผู้พูดกำลังรวบรวมประสบการณ์หลายอย่างให้เป็นมุมมองสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียว
แบบฝึกหัด
all in all และ on the whole ในตัวอย่างส่งสัญญาณถึงอะไร?
- การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงอย่างกะทันหัน
- คำบรรยายตามตัวอักษรว่าบางสิ่งวางอยู่บนสิ่งของที่ครบทั้งชิ้น
- การสรุปหรือการตัดสินโดยรวมหลังจากพิจารณารายละเอียด
ดูคำตอบ
การสรุปหรือการตัดสินโดยรวมหลังจากพิจารณารายละเอียด
yes-sayer: คนที่กล่าว “ใช่” ให้กับชีวิต
ในที่นี้ yes-sayer เป็นคำนามสร้างสรรค์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ เกิดจาก yes + sayer และตามรูปคำหมายถึง “คนที่พูดว่า yes” รูป -sayer ใช้เรียกคนจากลักษณะสิ่งที่คนนั้นพูด เช่น naysayer ในประโยคนี้ yes ไม่ใช่คำตอบต่อคำขอ แต่หมายถึงการยอมรับและตอบรับชีวิตโดยรวม รวมถึงส่วนที่ยากลำบาก ดังนั้น yes-sayer ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่คนที่เห็นด้วยกับผู้อื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ "yes-sayer" มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- คนที่ยอมทำตามคำขอทุกอย่าง
- คนที่พูดคำว่า yes บ่อยมาก
- คนที่ยอมรับและตอบรับชีวิตโดยรวม
ดูคำตอบ
คนที่ยอมรับและตอบรับชีวิตโดยรวม
Nietzsche writes, "My formula for greatness in a human being is amor fati.
1:30นีทเชอเขียนว่า "สูตรความยิ่งใหญ่ในตัวมนุษย์ของฉันคือ amor fati
That one wants nothing to be different,
1:35นั่นคือการที่คนๆ หนึ่งไม่ต้องการให้สิ่งใดแตกต่างไปจากเดิม
โครงสร้างไล่ระดับ Not merely ... still less ... but ...
ประโยคนี้ไล่ความคิดเป็นสามขั้น Not merely ปฏิเสธการหยุดอยู่เพียงการตอบสนองที่จำกัดอย่าง bear what is necessary ส่วน Still less เพิ่มการกระทำที่ต้องปฏิเสธหนักยิ่งกว่า คือ conceal it และสุดท้าย but นำเข้าสู่ข้อเสนอหลักที่หนักแน่นกว่า คือ love it กริยา bear, conceal และ love ใช้กรรมเดียวกัน what is necessary ถูกกล่าวไว้หลัง bear ส่วน it ในอีกสองช่วงย้อนกลับไปแทนความคิดนั้น ที่นี่ still less หมายถึง “ยิ่งไม่ต้องพูดถึง” หรือ “ยิ่งไม่ควรทำ” ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่น้อยลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามส่วนแบบเดียวกับในบทเรียน: A good friend should ____ hear your concern, ____ dismiss it, ____ help you deal with it.
ดูคำตอบ
not merely · still less · but
In most areas of life, most of the time, we do the very opposite.
1:47ในชีวิตส่วนใหญ่ ในเวลาส่วนใหญ่ เราทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
We spend a huge amount of time taking stock of our errors, สำนวน
1:52เราใช้เวลามากมายในการประเมินข้อผิดพลาดของเรา
Taking stock of: การประเมินภาพรวมอย่างรอบคอบ
Taking stock of หมายถึงการหยุดเพื่อทบทวนสิ่งหนึ่งอย่างรอบคอบ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์หรือผลลัพธ์ในปัจจุบัน ในประโยคนี้หมายถึงการใช้เวลามากเพื่อประเมินข้อผิดพลาดในอดีต ไม่ได้เกี่ยวกับหุ้นหรือการลงทุน สำนวนนี้มีที่มาจากการนับสินค้าคงคลังในร้านค้า ในการใช้สมัยใหม่ มักหมายถึงการประเมินภาพรวมอย่างสงบและเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงคิดถึงบางสิ่งชั่วครู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ประเมินภาพรวมอย่างรอบคอบ”: Before making a new plan, we need to ____ our progress.
ดูคำตอบ
take stock of
regretting and lamenting the unfortunate twists of fate สำนวน
1:55เสียใจและคร่ำครวญถึงความพลิกผันอันโชคร้ายของโชคชะตา
Twists of fate: จุดพลิกผันที่ไม่คาดคิดจากโชคชะตา
A twist of fate คือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งเปลี่ยนทิศทางชีวิตหรือสถานการณ์ของคนคนหนึ่ง ในประโยคนี้ twists เป็นรูปพหูพจน์เพราะผู้พูดกล่าวถึงเหตุการณ์มากกว่าหนึ่งเหตุการณ์ และ unfortunate บอกว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ดี สำนวนนี้เปรียบชีวิตเป็นเส้นทางหรือเรื่องราวที่หันไปอีกทางอย่างกะทันหัน ไม่ได้หมายถึงการบิดสิ่งของจริง ๆ ส่วน fate ทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นดูเป็นสิ่งที่อยู่นอกแผนหรือการควบคุมของคนเรา
แบบฝึกหัด
twists of fate ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?
- การบิดหมุนทางกายภาพของวัตถุ
- เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งเปลี่ยนทิศทางชีวิต
- แผนการที่เตรียมไว้อย่างรอบคอบสำหรับอนาคต
ดูคำตอบ
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งเปลี่ยนทิศทางชีวิต
and wishing that things could have gone differently. ไวยากรณ์
1:59และปรารถนาว่าสิ่งต่างๆ น่าจะดำเนินไปในทางอื่น
could have gone differently: อีกทางหนึ่งในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
Could have + กริยาช่อง 3 ใช้กล่าวถึงผลลัพธ์ในอดีตที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ gone หมายถึงการดำเนินไปหรือการลงเอย ดังนั้น could have gone differently จึงเป็นการจินตนาการถึงผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง เมื่อใช้ร่วมกับ wishing โครงสร้างนี้สื่อถึงความเสียดายหรือการมองย้อนกลับไปยังสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริง ช่วงเวลานั้นจบไปแล้ว ไม่ใช่ความเป็นไปได้ในอนาคตที่ยังเปลี่ยนแปลงได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนแสดงเหตุการณ์สมมติในอดีตที่เน้นไว้: Looking back, I wish things ____.
ดูคำตอบ
could have gone differently
We are typically mighty opponents of anything that smacks of resignation or fatalism. กริยาวลี
2:03โดยทั่วไปเรามักจะเป็นผู้ต่อต้านอย่างรุนแรงต่อสิ่งใดก็ตามที่มีกลิ่นอายของการยอมจำนนหรือโชคชะตานิยม
smacks of: สื่อถึงลักษณะที่ไม่น่าพอใจ
Smacks of เป็นสำนวนที่หมายถึงมีลักษณะบางอย่างให้สังเกตได้ โดยปกติจะเป็นลักษณะที่ผู้พูดไม่ชอบหรือไม่ไว้วางใจ ในที่นี้ anything that smacks of resignation or fatalism หมายถึงทุกสิ่งที่มีเค้าของท่าทีแบบยอมจำนนต่อสภาพหรือลัทธิชะตานิยมแม้เพียงเล็กน้อย รูปแบบคือ ประธาน + smack(s) of + คำนามหรือกลุ่มคำนาม Anything เป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา smacks ความหมายนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพของ smack ที่แปลว่าตี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: The secretive new rule ____ censorship.
ดูคำตอบ
smacks of
ourselves, politics, the economy, the course of history.
2:12ทั้งตัวเราเอง การเมือง เศรษฐกิจ และวิถีแห่งประวัติศาสตร์
And part of this means refusing to be passive
2:15และส่วนหนึ่งของสิ่งนี้หมายถึงการปฏิเสธที่จะนิ่งเฉย
Nietzsche himself in some moods knows this defiance full well. วลี
2:25ตัวนีทเชอเองในบางอารมณ์ก็รับรู้ถึงความท้าทายนี้เป็นอย่างดี
full well: รู้อย่างเต็มที่
full well เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัว หมายถึง “อย่างชัดเจนมาก” หรือ “โดยตระหนักรู้อย่างเต็มที่” ในที่นี้วลีนี้เน้นความหมายของ knows ให้หนักแน่นขึ้น กล่าวคือ นีทเชอไม่ได้เพียงรับรู้การต่อต้านนี้อย่างเลือนราง แต่ในบางอารมณ์เขารับรู้อย่างชัดเจน full ในที่นี้ไม่ได้ขยายคำนาม วลี full well ทั้งชุดทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ และมักตามหลังคำกริยาอย่าง know, understand หรือ realize
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี full และหมายถึง “โดยตระหนักรู้อย่างเต็มที่”: He knew ____ that the promise would be difficult to keep.
ดูคำตอบ
full well
There is much emphasis in his work on action, initiative, and self-assertion.
2:29ผลงานของเขามีการเน้นย้ำอย่างมากถึงการลงมือทำ ความคิดริเริ่ม และการยืนยันตัวตน
embodies just this attitude of vitality and conquest of obstacles.
2:38ได้รวบรวมทัศนคติแห่งความมีชีวิตชีวาและการพิชิตอุปสรรคนี้ไว้พอดี
Wille zur Macht ... will to power: พลังชีวิตและการเอาชนะอุปสรรค
Wille zur Macht เป็นศัพท์ต้นฉบับภาษาเยอรมัน ส่วน will to power คือคำแปลภาษาอังกฤษที่วางตามมาทันที ในข้อความนี้ ทั้งสองคำเรียกแนวคิดเดียวกันของนีทเชอ วลีนี้ใช้กล่าวถึงแรงผลักดันในการแสดงพลังชีวิต ลงมือทำ และเอาชนะแรงต้าน ไม่ควรลดความหมายให้เหลือเพียงความต้องการทั่วไปที่จะได้ตำแหน่งทางการเมืองหรือควบคุมผู้อื่น สำหรับประโยคนี้ ให้เข้าใจว่าเป็นแรงผลักดันที่กว้างกว่าในการแสดงและขยายพลังของตนเอง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Wille zur Macht หรือ will to power ใกล้เคียงกับการอธิบายสิ่งใดมากที่สุด
- เทคนิคสำหรับเพิ่มกำลังทางร่างกาย
- การรณรงค์เพื่อให้ได้ตำแหน่งในรัฐบาลจากการเลือกตั้ง
- แรงผลักดันให้แสดงพลังชีวิตและเอาชนะอุปสรรค
- กฎที่บอกว่าทุกคนต้องยอมรับทุกอุปสรรคโดยไม่ลงมือทำ
ดูคำตอบ
แรงผลักดันให้แสดงพลังชีวิตและเอาชนะอุปสรรค
However, he's aware that in order to lead a good life,
2:44อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักดีว่าเพื่อที่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดี
we need to keep in mind plenty of opposing ideas
2:47เราจำเป็นต้องจดจำแนวคิดที่ขัดแย้งกันมากมายไว้ในใจ
and marshal them as and when they become relevant. วลี
2:50และจัดระเบียบพวกมันเมื่อใดก็ตามที่พวกมันมีความเกี่ยวโยงกัน
as and when: ลงมือทำเมื่อจำเป็น
as and when เป็นวลีเชื่อมแบบตายตัว หมายถึง “หากความจำเป็นหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้น และทุกครั้งที่เกิดขึ้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าควรจัดระเบียบและนำแนวคิดที่ขัดแย้งกันมาใช้ในช่วงที่แต่ละแนวคิดมีความเกี่ยวข้อง คำทั้งสามทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียว โดยบอกทั้งเวลาและเงื่อนไข การกระทำไม่ได้ผูกกับเวลาตายตัว แต่เกิดขึ้นตามความจำเป็น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as and when เพื่อสื่อว่าจะลงมือทำเฉพาะในช่วงที่จำเป็นเท่านั้น
- We will add more support as and when demand increases.
- We will add more support even though demand increases.
- We will add more support as soon as demand increases.
ดูคำตอบ
We will add more support as and when demand increases.
We don't, in Nietzsche's eyes, need to be consistent.
2:54ในสายตาของนีทเชอ เราไม่จำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอ
We need to have the ideas to hand that can salve our wounds. โน้ต
2:57เราจำเป็นต้องมีแนวคิดที่พร้อมใช้ซึ่งสามารถเยียวยาบาดแผลของเราได้
to hand: อยู่ใกล้และพร้อมใช้
to hand หมายถึง “อยู่ใกล้และพร้อมใช้” เมื่ออยู่หลัง have, keep หรือ be วลีนี้จะบอกสภาพของสิ่งของ ข้อมูล หรือทรัพยากรอื่น ๆ ในที่นี้ have the ideas to hand หมายถึงสามารถนึกถึงและนำแนวคิดที่เป็นประโยชน์มาใช้ได้ทันที hand ในโครงสร้างนี้ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ส่งให้” วลีนี้บอกความพร้อมใช้งาน รวมถึงความพร้อมที่จะเรียกใช้จากความคิด ไม่ใช่การส่งสิ่งของให้คนอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ to hand ในความหมายว่า “อยู่ใกล้และพร้อมใช้”
- Hand the first-aid kit to the guide before the hike.
- Keep the first-aid kit to hand during the hike.
- The guide has the emergency plan in hand.
ดูคำตอบ
Keep the first-aid kit to hand during the hike.
การใช้ salve our wounds ในเชิงเปรียบเทียบ
ใน salve our wounds คำว่า salve เป็นคำกริยาที่หมายถึงบรรเทาความเจ็บปวดหรือความทุกข์ใจ ส่วน wounds ในที่นี้หมายถึงบาดแผลทางอารมณ์จากความล้มเหลวหรือความเสียใจ ไม่ใช่บาดแผลทางร่างกาย ภาพเปรียบเทียบเรื่องการเยียวยาทำให้แนวคิดที่มีประโยชน์ดูเหมือนสิ่งปลอบประโลมที่ช่วยลดความทุกข์ได้ Salve สื่อถึงการบรรเทาหรือปลอบประโลม ไม่ใช่การรักษาให้หายขาดหรือกำจัดปัญหาต้นเหตุ
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ salve our wounds หมายความว่าอะไร
- ซ่อนความล้มเหลวของเราจากคนอื่น
- แก้ปัญหาทุกอย่างได้อย่างถาวร
- บรรเทาความเจ็บปวดทางใจโดยไม่จำเป็นต้องกำจัดให้หมดไป
- รักษาบาดแผลทางร่างกายให้หายขาด
ดูคำตอบ
บรรเทาความเจ็บปวดทางใจโดยไม่จำเป็นต้องกำจัดให้หมดไป
กรอบแสดงความแตกต่าง on the one hand ... on the other
on the one hand ... on the other เป็นกรอบวาทกรรมแบบคู่ที่นำจุดยืนสองด้านซึ่งแตกต่างกันมาเรียงเทียบกัน ในประโยคนี้ glorious fatalism ถูกกำหนดให้เป็นด้านหนึ่ง และ a vigorous willing เป็นอีกด้านหนึ่ง ตัวกรอบเองไม่ได้บอกว่าด้านใดถูกต้อง ในประโยคนี้ ตัวบอกแต่ละตัวอยู่หลังนามวลีที่มันกำกับ แทนที่จะใช้เปิดอนุประโยคเต็ม ตัวบอกที่สองยังคงทำให้โครงสร้างเป็นคู่สมบูรณ์ แม้จะละ hand จาก on the other การย่อแบบนี้เป็นธรรมชาติเมื่อความแตกต่างชัดเจน กรอบนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามทางเลือกหรือข้อพิจารณาสองด้าน และไม่ได้หมายความว่าจะต้องปฏิเสธด้านใดด้านหนึ่งเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมกรอบแสดงความแตกต่างแบบคู่ให้สมบูรณ์: On ____, working from home saves commuting time; on ____, it can feel isolating.
ดูคำตอบ
the one hand · the other hand
Have recourse to: หันไปใช้ตัวเลือกเมื่อจำเป็น
Have recourse to เป็นสำนวนทางการ หมายถึง “หันไปพึ่งหรือใช้บางสิ่งเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น” หลังสำนวนนี้จะตามด้วยทรัพยากร ทางแก้ หรือวิธีการที่นำมาใช้ โดยมีโครงสร้าง have recourse to + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายความว่านักคิดคนนี้เปิดโอกาสให้เราเลือกใช้แนวทางทางความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามสถานการณ์ จุดสำคัญไม่ใช่การใช้ตามปกติเป็นกิจวัตร แต่คือการมีตัวเลือกพร้อมใช้เมื่อสถานการณ์เรียกร้อง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนทางการที่หมายถึง “หันไปใช้วิธีที่มีอยู่เมื่อจำเป็น”: If negotiations fail, the parties may ____ arbitration.
ดูคำตอบ
have recourse to
Mental toolkit ... both a hammer and a saw: ความคิดในฐานะเครื่องมือที่แตกต่างกัน
Mental toolkit เป็นอุปลักษณ์หมายถึงชุดความคิดและวิธีคิดที่บุคคลสามารถหยิบมาใช้ได้ การเรียกความคิดว่าเครื่องมือทำให้มองความคิดเป็นทรัพยากรที่ใช้แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่กฎที่ทุกข้อจำเป็นต้องสอดคล้องกัน Both a hammer and a saw ขยายอุปลักษณ์เดียวกัน ค้อนและเลื่อยทำหน้าที่ต่างกัน จึงแทนแนวทางทางความคิดที่แตกต่างและเหมาะกับโอกาสต่างกัน ประโยคนี้สนับสนุนความยืดหยุ่น คือเก็บความคิดไว้มากกว่าหนึ่งแบบแล้วเลือกตามปัญหา
แบบฝึกหัด
ในอุปลักษณ์ "a mental toolkit with both a hammer and a saw" เครื่องมือที่แตกต่างกันแทนอะไร?
- ความคิดที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวซึ่งควรใช้กับทุกปัญหา
- อุปกรณ์จริงที่จำเป็นสำหรับการทำงานใช้แรงกาย
- ความคิดหรือแนวทางที่แตกต่างซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน
ดูคำตอบ
ความคิดหรือแนวทางที่แตกต่างซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน
Certain occasions particularly need the wisdom of a will-driven philosophy.
3:24บางโอกาสจำเป็นต้องใช้ภูมิปัญญาของปรัชญาที่ขับเคลื่อนด้วยเจตจำนงเป็นพิเศษ
Others demand that we know how to accept, embrace, and stop fighting the inevitable. ไวยากรณ์
3:29ในโอกาสอื่นๆ เรียกร้องให้เรารู้จักยอมรับ โอบกอด และหยุดต่อสู้กับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
the inevitable: the + คำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นนามวลี
ในที่นี้ the inevitable หมายถึงเหตุการณ์ ข้อเท็จจริง หรือความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ วลีนี้มองสิ่งเหล่านั้นรวมกันเป็นแนวคิดนามธรรมหนึ่งเดียว ไม่ได้หมายถึงวัตถุเอกพจน์ชิ้นหนึ่งที่ละคำนามไว้ สำหรับคำคุณศัพท์บางคำที่มีรูปแบบการใช้ตายตัว โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ สามารถทำหน้าที่เป็นนามวลีเพื่อเรียกกลุ่มคนหรือแนวคิดนามธรรมได้ ในประโยคนี้ the inevitable ทั้งวลีเป็นกรรมของ fighting
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ the inevitable หมายถึงอะไร
- เหตุการณ์หรือความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งถูกมองรวมเป็นแนวคิดเดียว
- สิ่งที่ผิดทางศีลธรรม
- วัตถุชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชื่อและถูกบรรยายว่า inevitable
ดูคำตอบ
เหตุการณ์หรือความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งถูกมองรวมเป็นแนวคิดเดียว
In Nietzsche's own life, there was much that he had tried to change and overcome.
3:35ในชีวิตของนีทเชอเอง มีหลายสิ่งที่เขาพยายามจะเปลี่ยนแปลงและเอาชนะ
He had fled his restrictive family in Germany and escaped to the Swiss Alps.
3:40เขาหนีจากครอบครัวที่เข้มงวดในเยอรมนีและหลบหนีไปยังเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์
He had tried to get away from the narrowness of academia and become a freelance writer.
3:44เขาพยายามหนีจากความคับแคบของวงการวิชาการและมาเป็นนักเขียนอิสระ
He had tried to find a wife who could be both a lover and an intellectual soulmate.
3:49เขาพยายามค้นหาภรรยาที่สามารถเป็นได้ทั้งคนรักและคู่ชีวิตทางปัญญา
But a lot in this project of self-creation and self-overcoming
3:55แต่หลายอย่างในโครงการสร้างตนเองและเอาชนะตนเองนี้
gone terribly wrong: เมื่อกระบวนการดำเนินไปอย่างเลวร้ายมาก
ในประโยคนี้ had gone terribly wrong หมายความว่าโครงการดำเนินไปหรือจบลงอย่างเลวร้ายมาก Wrong บอกว่าสถานการณ์ลงเอยอย่างไร ไม่ได้หมายถึงพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรม Go wrong เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยกับแผน กระบวนการ ระบบ เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่ล้มเหลวหรือไม่เป็นไปตามที่คาด Terribly เพิ่มระดับความรุนแรง ใน had gone คำว่า gone เป็นรูป past participle และ past perfect แสดงว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นเสร็จแล้วก่อนจุดเวลาในอดีตอีกจุดหนึ่งที่กล่าวถึงภายหลัง
แบบฝึกหัด
ใช้ go terribly wrong ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: By the time help arrived, the rescue plan had ____.
ดูคำตอบ
gone terribly wrong
He couldn't get his parents, especially his mother and sister, out of his head. สำนวน
4:01เขาไม่สามารถสลัดพ่อแม่ โดยเฉพาะแม่และน้องสาว ออกจากหัวได้เลย
get ... out of his head: สลัดบางอย่างออกจากหัวไม่ได้
ในโครงสร้าง get + คนหรือสิ่งของ + out of one's head กรรมจะอยู่ระหว่าง get กับ out of สำนวนทั้งชุดหมายถึงการหยุดคิดถึงคนหรือสิ่งนั้นซ้ำ ๆ ไม่ได้หมายถึงการนำอะไรออกจากศีรษะจริง ๆ ในประโยคนี้ กรรมที่ยาวคือ his parents และ especially his mother and sister ให้รายละเอียดเพิ่มเติม Couldn't get ... out of his head แสดงว่าความคิดเหล่านี้ยังย้อนกลับมาแม้เขาอยากหยุดคิด
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ couldn't get his parents out of his head หมายความว่าอย่างไร
- เขาเคลื่อนย้ายพ่อแม่ให้ออกห่างจากตัวจริง ๆ
- เขายังคงคิดถึงพ่อแม่แม้อยากหยุดคิด
- เขาทำให้พ่อแม่เข้าใจความคิดสำคัญอย่างหนึ่ง
ดูคำตอบ
เขายังคงคิดถึงพ่อแม่แม้อยากหยุดคิด
and he was forced more or less to beg from friends and family
4:07และเขาถูกบีบให้ต้องขอร้องเพื่อนและครอบครัวอยู่เสมอ
Meanwhile, his halting gauche attempts to seduce women
4:13ในขณะเดียวกัน ความพยายามที่เก้ๆ กังๆ และเงอะงะของเขาในการเกี้ยวพาราสีผู้หญิง
were met by ridicule and rejection: ได้รับการตอบสนองด้วยการเยาะเย้ยและการปฏิเสธ
Be met by/with + ปฏิกิริยา เป็นโครงสร้างรูปถูกกระทำที่หมายถึงได้รับหรือเผชิญกับปฏิกิริยานั้น ประธานคือการกระทำ ข้อเสนอ คำพูด หรือความพยายามที่คนอื่นตอบสนอง ส่วน met ไม่ได้หมายความว่ามีใครนัดพบกัน ในประโยคนี้ ประธานคือ his halting gauche attempts to seduce women ส่วน ridicule and rejection คือปฏิกิริยาที่ได้รับ ดังนั้น were met by จึงหมายความว่าความพยายามเหล่านั้นนำมาซึ่งการเยาะเย้ยและการปฏิเสธ
แบบฝึกหัด
เติมรายงานแบบเป็นทางการด้วยรูปที่ถูกต้องของ be met with: The new schedule ____ immediate complaints.
ดูคำตอบ
was met with
There must have been so many lamentations and regrets ไวยากรณ์
4:19คงมีเสียงคร่ำครวญและความเสียใจมากมายเหลือเกิน
There must have been: การอนุมานอดีตอย่างมั่นใจ
ในที่นี้ must have been ใช้แสดงการอนุมานอย่างมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีต ผู้พูดไม่ได้รายงานข้อเท็จจริงที่รู้มาโดยตรง แต่ใช้เบาะแสที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อตัดสินว่า ในอดีตน่าจะมีคำคร่ำครวญและความเสียใจมากมาย โครงสร้างคือ there + must have been + นามวลี โดย there แบบบอกการมีอยู่ใช้เปิดตัวสิ่งที่ผู้พูดอนุมานว่าเคยมีอยู่หรือเคยเกิดขึ้น must ในที่นี้แสดงความมั่นใจสูง ไม่ได้หมายถึงหน้าที่หรือคำสั่งในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ใช้อนุมานอดีตอย่างมั่นใจ: The floor is covered in confetti, so there ____ a party here last night.
ดูคำตอบ
must have been
running through his mind in his walks across the Upper Engadine สำนวน
4:22ที่วิ่งวนอยู่ในหัวของเขาขณะเดินเล่นไปทั่วอัปเปอร์เอนกาดิน
running through his mind: ความคิดที่ผุดขึ้นในใจ
Running through his mind เป็นวลี present participle ที่ขยาย lamentations and regrets โดยบอกว่าความคิดเหล่านั้นกำลังเคลื่อนผ่านหรือผุดขึ้นซ้ำ ๆ ในการรับรู้ของเขา Run through someone's mind เป็นอุปมาเปรียบการทำงานของใจกับการเคลื่อนที่ มักใช้บรรยายความคิด ความทรงจำ ความกังวล หรือภาพที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือต่อเนื่องกัน ตัวสำนวนเองไม่ได้หมายถึงการคิดอย่างรอบคอบและเป็นระบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่สร้างจาก run และหมายถึง 'ผุดขึ้นซ้ำ ๆ ในความคิดของฉัน': One question kept ____: Did I lock the door?
ดูคำตอบ
running through my mind
and his nights in his modest wooden chalet in Sils Maria.
4:26และในค่ำคืนที่ชาเล่ต์ไม้หลังเล็กๆ ของเขาในซิลส์มาเรีย
If only I'd been more confident around certain women. ไวยากรณ์
4:33ถ้าเพียงแต่ฉันมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงบางคน
If only I'd been... สำหรับแสดงความเสียดายอย่างแรงกล้าต่ออดีต
If only + ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3 ใช้แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้วน่าจะแตกต่างจากความจริง ในที่นี้ I'd been หมายถึง I had been ไม่ใช่ I would be และ been คือกริยาช่องที่ 3 ที่ใช้ใน past perfect ผู้พูดเสียดายที่ตอนนั้นไม่มั่นใจเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงบางคน โครงสร้างนี้มองย้อนกลับไปยังสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว จึงเป็นความเสียดายเกี่ยวกับอดีต ไม่ใช่เงื่อนไขจริงสำหรับอนาคต
แบบฝึกหัด
เติมความเสียดายอย่างแรงกล้านี้โดยใช้ If only และคำย่อ I'd: ____ the address before I sent the email.
ดูคำตอบ
If only I'd checked
and every one of us has our own distinct variety of them,
4:43และเราทุกคนต่างก็มีความคิดที่แตกต่างกันในแบบของเราเอง
can ultimately be so destructive and so soul-sapping
4:47ในท้ายที่สุดสามารถทำลายล้างและบั่นทอนจิตวิญญาณได้มาก
that the idea of amor fati grew compelling to Nietzsche.
4:51จนทำให้แนวคิดเรื่อง amor fati เติบโตขึ้นจนจูงใจนีทเชอ
in order to regain sanity after hours of self-recrimination and criticism.
4:57เพื่อที่จะดึงสติกลับคืนมา หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานกับการโทษตัวเองและวิจารณ์ตัวเองมาหลายชั่วโมง
It's the idea we ourselves may need at 4:00 a.m.
5:02มันเป็นความคิดที่พวกเราเองอาจต้องการในเวลาตีสี่
finally to quieten a mind that has started gnawing into itself สำนวน
5:06เพื่อทำให้จิตใจที่เริ่มกัดกินตัวเองสงบลงในที่สุด
อุปมา gnawing into itself
Gnaw มีความหมายตามตัวอักษรว่ากัดหรือแทะสิ่งหนึ่งซ้ำ ๆ ใน gnawing into itself จิตใจถูกทำให้มีลักษณะเหมือนคน ราวกับว่ามันกำลังโจมตีและกัดกินตัวเอง วลีนี้บรรยายความคิดหมกมุ่นและตำหนิตัวเองที่สร้างความเจ็บปวดภายในอย่างต่อเนื่อง เป็นอุปมาที่ชัดเจนของการคิดวนซ้ำ ไม่ใช่การกระทำทางกายภาพ และ itself ย้อนกลับไปหมายถึง a mind
แบบฝึกหัด
ในประโยค "At 4:00 a.m., his worried mind felt as if it were gnawing into itself," วลี gnawing into itself สื่อถึงอะไร
- จิตใจของเขากำลังกัดอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายจริง ๆ
- เขาเริ่มหิวเพราะเป็นเวลาดึกแล้ว
- ความคิดของเขากำลังสร้างความทุกข์ภายในอย่างต่อเนื่อง
ดูคำตอบ
ความคิดของเขากำลังสร้างความทุกข์ภายในอย่างต่อเนื่อง
It's an idea with which a troubled spirit can greet the first signs of dawn.
5:12มันเป็นความคิดที่วิญญาณอันว้าวุ่นสามารถใช้ต้อนรับแสงแรกของรุ่งอรุณได้
we recognize that things really could not have been otherwise, ไวยากรณ์
5:21เรารับรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่อาจเป็นอย่างอื่นไปได้จริงๆ
At the height of: ณ จุดสูงสุดของช่วงเวลาหรือสภาวะ
At the height of + นามวลี หมายถึง “ณ จุดที่สภาวะ กิจกรรม หรือช่วงเวลานั้นเข้มข้นหรือพัฒนาถึงขีดสุด” ในที่นี้ นามวลีคือ the mood of amor fati ดังนั้นวลีนี้จึงวางช่วงเวลาของการตระหนักรู้ไว้ตอนที่กรอบความคิดแห่งการยอมรับชะตากรรมเข้มข้นที่สุด Height ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยบอกระดับความเข้มข้นหรือการพัฒนา ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพจากพื้นดิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่มี height และหมายถึง “ในช่วงที่พายุรุนแรงที่สุด”: At ____ the storm, the wind knocked down several trees.
ดูคำตอบ
the height of
could not have been otherwise: ผลลัพธ์ในอดีตไม่อาจเป็นอย่างอื่นได้
Could not have been otherwise ใช้กริยาช่วย could + not + รูป perfect have been เพื่อมองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ในอดีต หมายความว่า ภายใต้เงื่อนไขในตอนนั้น ผลลัพธ์แบบอื่นในอดีตไม่อาจเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ really เน้นความมั่นใจของผู้พูด วลีนี้สื่อถึงการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลลัพธ์ในอดีตที่จบแล้วไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้?
- With different evidence, the decision would not have been otherwise.
- Given all the evidence, the decision could not be otherwise.
- Given all the evidence, the decision could not have been otherwise.
ดูคำตอบ
Given all the evidence, the decision could not have been otherwise.
bound closely together in a web of consequences: อุปลักษณ์ของเหตุและผลที่เชื่อมโยงกัน
ในที่นี้ bound closely together หมายถึง “ถูกผูกหรือเชื่อมโยงกันแน่นหนาจนไม่อาจทำความเข้าใจแต่ละส่วนแยกจากกันได้” ทุกสิ่งที่คนคนหนึ่งเป็นและได้ทำลงไปประกอบกันเป็นองค์รวมที่เชื่อมโยงกัน A web of consequences เป็นอุปลักษณ์ต่อเนื่อง โดยเปรียบการเลือก การกระทำ และผลลัพธ์เป็นเส้นด้ายในข่ายใย แต่ละเส้นส่งผลต่อเส้นอื่น ๆ วลีนี้จึงเน้นความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลที่ซับซ้อนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงข่ายใยจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The villages are bound closely together in a web of shared history,” วลี “bound closely together in a web of shared history” หมายความว่าอย่างไร
- หมู่บ้านเหล่านี้สามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของตนได้อย่างอิสระเมื่อต้องการ
- หมู่บ้านเหล่านี้ทั้งหมดกำลังเดินทางไปยังจุดหมายเดียวกัน
- หมู่บ้านเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งด้วยผลมากมายจากอดีตที่มีร่วมกัน
ดูคำตอบ
หมู่บ้านเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งด้วยผลมากมายจากอดีตที่มีร่วมกัน
at will: อย่างอิสระ เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ
At will เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัว หมายถึง “อย่างอิสระ เมื่อใดก็ตามที่บุคคลนั้นต้องการ” ในที่นี้ alter at will หมายถึงเปลี่ยนบางสิ่งเมื่อใดก็ได้ตามที่ตนต้องการ อนุประโยคนี้บอกว่าเราไม่มีอำนาจทำเช่นนั้น ดังนั้น at will จึงหมายถึงอิสระในการควบคุมที่ผู้พูดมองว่ามนุษย์ไม่มี ในที่นี้ will หมายถึงความต้องการหรือเจตจำนงส่วนบุคคล ไม่ใช่กริยาช่วยบอกอนาคตหรือพินัยกรรม
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “อย่างอิสระ เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาต้องการ”: The readers can enlarge or reduce the text ____.
ดูคำตอบ
at will
We see that what went right and what went horribly wrong are as one, ลำดับความ
5:35เราเห็นว่าสิ่งที่ดำเนินไปได้ด้วยดีและสิ่งที่ผิดพลาดไปอย่างมหันต์นั้นคือสิ่งเดียวกัน
what went right ... are as one: เปรียบต่างแล้วรวมเป็นหนึ่ง
อนุประโยค what ที่วางขนานกันสองส่วน คือ what went right และ what went horribly wrong ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นประธานรวมของ are การวางสองส่วนนี้เคียงกันทำให้เกิดความต่างอย่างชัดเจนระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลวก่อน จากนั้นภาคแสดง are as one นำสองด้านที่ตรงข้ามกันมารวมเป็นภาพเดียว ไม่ได้หมายความว่าสองด้านนี้เหมือนกันทุกอย่าง แต่หมายความว่าทั้งคู่เป็นส่วนที่แยกจากกันไม่ได้ของประสบการณ์ทั้งหมดและสายเหตุปัจจัย รูปแบบ “เปรียบต่างก่อน แล้วจึงรวมเป็นหนึ่ง” ช่วยสรุปความคิดที่ซับซ้อนได้โดยไม่ปฏิเสธด้านใดด้านหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้จัดความสัมพันธ์ของอนุประโยค what สองส่วนอย่างไร
- เปรียบต่างความสำเร็จกับความล้มเหลว แล้วมองทั้งสองเป็นส่วนขององค์รวมเดียวกัน
- ระบุเหตุการณ์สองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยไม่สรุปอะไร
- บอกว่าความสำเร็จกับความล้มเหลวเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ
เปรียบต่างความสำเร็จกับความล้มเหลว แล้วมองทั้งสองเป็นส่วนขององค์รวมเดียวกัน
to no longer destructively hoping that things could have been otherwise.
5:41ที่จะไม่หวังอย่างทำลายล้างอีกต่อไปว่าสิ่งต่างๆ น่าจะดำเนินไปในทางอื่น
commit ourselves to accepting: มุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะยอมรับ
ใน commit ourselves to accepting วลี commit ourselves to หมายถึงการตัดสินใจอย่างจริงจังว่าจะทำตามแนวทางหนึ่งต่อไป คำสรรพนามสะท้อนกลับ ourselves อ้างกลับไปที่ประธาน we ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำกริยารูป -ing คือ accepting ไม่ใช่รูปพื้นฐาน accept โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ commit + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + to + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
ใช้ commit oneself to ในรูปปัจจุบันและเติมคำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง: We ____ practicing for twenty minutes every day.
ดูคำตอบ
commit ourselves to
We were headed to a degree of catastrophe from the start.
5:45เรากำลังมุ่งหน้าสู่หายนะในระดับหนึ่งตั้งแต่เริ่มต้น
We end up saying, with tears in which there mingle grief and a sort of ecstasy, ไวยากรณ์
5:50ลงเอยด้วยการที่เราพูดทั้งน้ำตาซึ่งมีความโศกเศร้าและความปีติยินดีปะปนอยู่
in which there mingle ...: ประธานที่อยู่หลังคำกริยา
ในอนุประโยคขยาย in which there mingle grief and a sort of ecstasy คำว่า in which ย้อนกลับไปหมายถึง tears นั่นคือความรู้สึกทั้งสองปะปนอยู่ในน้ำตา ส่วน there เป็นคำบอกการมีอยู่ ไม่ใช่คำบอกสถานที่ ประธานทางไวยากรณ์ของ mingle คือ grief and a sort of ecstasy แต่ถูกวางไว้หลังคำกริยา ถ้าใช้ลำดับคำตามปกติจะเป็น in which grief and a sort of ecstasy mingle ภาษาอังกฤษบางครั้งวางประธานที่ยาวไว้ด้านหลังแบบนี้ในการบรรยายที่เป็นทางการหรือเชิงวรรณกรรม
แบบฝึกหัด
ในอนุประโยคที่เน้นไว้ คำใดเป็นประธานทางไวยากรณ์ของ mingle?
- there
- grief and a sort of ecstasy
- tears
ดูคำตอบ
grief and a sort of ecstasy
in its absolute horror and occasional moments of awesome beauty.
5:58ในความน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง และในช่วงเวลาแห่งความงามอันน่าเกรงขามที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
a large yes to the whole of life: การยืนยันชีวิตทั้งหมดอย่างเต็มหัวใจ
ในที่นี้ yes ใช้เป็นคำนาม โดย a yes หมายถึงการยอมรับหรือการยืนยัน Large ไม่ได้บอกขนาดทางกายภาพ แต่ทำให้คำว่า yes รู้สึกทรงพลังและมาจากใจ รูปแบบ a yes to X หมายถึงการยอมรับหรือยืนยัน X สิ่งที่ได้รับการยืนยันคือ the whole of life ซึ่งรวมทั้งความน่าสะพรึงกลัวและความงาม วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์อันเจ็บปวดทุกอย่างเป็นสิ่งดีหรือถูกต้องทางศีลธรรม แต่แสดงถึงการเลือกยืนยันคุณค่าของชีวิตทั้งหมด โดยไม่ทำเหมือนว่าส่วนที่เลวร้ายนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
a large yes to the whole of life ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- การเห็นชอบทางศีลธรรมกับเหตุการณ์เลวร้ายทุกอย่าง
- การตอบคำถามหนึ่งข้อด้วยเสียงดัง
- การยืนยันชีวิตทั้งหมดอย่างเต็มหัวใจ รวมทั้งความเจ็บปวดและความงาม
ดูคำตอบ
การยืนยันชีวิตทั้งหมดอย่างเต็มหัวใจ รวมทั้งความเจ็บปวดและความงาม
In a letter to a friend written in the summer of 1882,
6:03ในจดหมายถึงเพื่อนฉบับหนึ่งที่เขียนขึ้นในฤดูร้อนปี 1882
Nietzsche tried to sum up the new spirit of acceptance กริยาวลี
6:07นีทเชอพยายามสรุปเจตนารมณ์แห่งการยอมรับแบบใหม่
sum up: สรุปใจความสำคัญอย่างสั้น ๆ
Sum up หมายถึงการกล่าวถึงใจความสำคัญของสิ่งหนึ่งอย่างสั้น ๆ แทนที่จะเล่ารายละเอียดทั้งหมดซ้ำ ในประโยคนี้ นีทเชอพยายามถ่ายทอดจิตวิญญาณใหม่แห่งการยอมรับออกมาเป็นข้อความที่กระชับ ในที่นี้ sum ไม่ได้หมายถึงการบวกตัวเลข Sum up เป็นกริยาวลีที่ตามด้วยสิ่งซึ่งถูกนำมาสรุป
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “กล่าวถึงใจความสำคัญอย่างสั้น ๆ” ให้ประโยคสมบูรณ์: At the end of the meeting, Priya used two sentences to ____ the team's decision.
ดูคำตอบ
sum up
lean on: พึ่งพาคนหรือสิ่งหนึ่งเพื่อรับแรงสนับสนุน
Lean on หมายถึงการพึ่งพาบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อรับแรงสนับสนุน แรงสนับสนุนนั้นอาจเป็นด้านอารมณ์ ด้านการปฏิบัติ หรือด้านจิตใจ ดังนั้นกรรมจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคน กรรมในที่นี้คือจิตวิญญาณใหม่แห่งการยอมรับ นีทเชอมองแนวคิดนี้เป็นที่พึ่งที่ช่วยให้เขามั่นคงและปกป้องเขาจากความเสียใจ ความหมายตรงนี้คือการพึ่งพา ไม่ใช่การกดดันใคร
แบบฝึกหัด
ในประโยค “When the project became stressful, I leaned on my sister for support,” คำว่า leaned on หมายถึงอะไร?
- พึ่งพาพี่สาวหรือน้องสาวเพื่อขอความช่วยเหลือ
- กดดันพี่สาวหรือน้องสาวให้ทำบางอย่าง
- ทิ้งน้ำหนักตัวพิงพี่สาวหรือน้องสาว
ดูคำตอบ
พึ่งพาพี่สาวหรือน้องสาวเพื่อขอความช่วยเหลือ
"I am in a mood of fatalistic surrender to God.
6:14"ฉันอยู่ในอารมณ์แห่งการยอมจำนนต่อโชคชะตาแด่พระเจ้า
So much so that I would be willing to rush into a lion's jaws." โน้ต
6:20มากจนถึงขนาดที่ฉันเต็มใจจะพุ่งกระโจนเข้าใส่ปากสิงโต"
So much so that: เชื่อมกลับไปยังข้อความก่อนหน้าและบอกผลลัพธ์สุดขั้ว
So much so that ย้อนกลับไปอ้างถึงระดับ ความรู้สึก หรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว จากนั้นจึงบอกผลลัพธ์ที่แสดงว่าสิ่งนั้นรุนแรงหรือสุดขั้วเพียงใด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมท่าทีที่พูดไว้ก่อนหน้ากับผลลัพธ์สมมุติว่าเต็มใจเผชิญอันตรายถึงชีวิต วลีนี้ต่างจากโครงสร้างเต็ม so + adjective/adverb + that เพราะ so much ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อความก่อนหน้า + so much so that + ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เติมวลีเชื่อมที่ย้อนกลับไปอ้างถึงความเชื่อมั่นของ Lena: Lena trusted the plan completely, ____ she invested all her savings in it.
ดูคำตอบ
so much so that
rush into a lion's jaws: เต็มใจพุ่งเข้าสู่อันตรายขั้นรุนแรง
Rush into a lion's jaws สร้างภาพของการเคลื่อนเข้าไปอย่างรวดเร็วและเต็มใจในสถานที่ที่แทบจะแน่นอนว่าจะได้รับอันตรายร้ายแรง ในประโยคนี้เป็นอุปลักษณ์แบบพูดเกินจริง ไม่ใช่แผนที่จะเข้าไปหาสิงโตจริง ๆ เมื่อใช้ร่วมกับ would be willing to ภาพนี้แสดงถึงความพร้อมอย่างสุดขั้วที่จะยอมรับอันตรายหรือความพินาศ โดยทั่วไป ภาพของการเข้าไปในปากสัตว์สามารถสื่อถึงการมุ่งหน้าเข้าหาภัยคุกคามทั้งที่รู้ตัว
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดเหมาะกับประโยค He knew the deal was a trap, but he rushed into the lion's jaws anyway? มากที่สุด
- เขารู้อยู่แล้วแต่ยังเข้าไปในสถานการณ์ที่อันตรายมาก
- เขารีบไปเยี่ยมสิงโตที่สวนสัตว์
- เขาหนีไปก่อนที่อันตรายจะมาถึงตัว
ดูคำตอบ
เขารู้อยู่แล้วแต่ยังเข้าไปในสถานการณ์ที่อันตรายมาก
If you want to learn more about the thinkers from our videos,
6:35หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนักคิดจากวิดีโอของเรา