การผจญภัยของเป๊ปป้าพิกในอเมริกา | เป๊ปป้าพิก ตอนเต็ม | การ์ตูนสำหรับครอบครัวและเด็กอย่างเป็นทางการ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
499 คำ 132 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปป้าเจอตั๋วทองคำของซูเปอร์โปเตโต้และบินไปอเมริกาเพื่อร่วมแสดงภาพยนตร์ ก่อนเดินทางต่อไปฮอลลีวูด พวกเขาเที่ยวชมสถานที่สำคัญในนิวยอร์ก แล้วพักผ่อนหลังจากวันที่วุ่นวายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางช่วงถัดไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the trip of a lifetime — สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ เข้าใจว่าวลีเชิงประชาสัมพันธ์นี้หมายถึงการเดินทางที่พิเศษ หาได้ยาก และน่าจดจำ ไม่ได้หมายถึงทริปที่ยาวนานตลอดชีวิตตามตัวอักษร พร้อมทั้งสังเกตน้ำเสียงตื่นเต้นในกิจกรรมชิงรางวัล โฆษณาท่องเที่ยว และประกาศของสื่อได้ 2. the city that never sleeps. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง รู้จักวลีนี้ในฐานะฉายาที่มีชื่อเสียงของนิวยอร์ก เชื่อมโยงกับความคึกคักที่ดำเนินอยู่ตลอดเวลา และเข้าใจมุกเรื่องการนอนที่ย้อนกลับมาเล่นกับฉายานี้ในช่วงท้ายของเรื่อง 3. I'm afraid not. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที เรียนรู้การใช้คำตอบสั้น ๆ นี้เพื่อปฏิเสธคำขอหรือบอกว่าบางสิ่งทำไม่ได้ โดยช่วยลดความแข็งของคำปฏิเสธและยังคงน้ำเสียงสุภาพที่คำนึงถึงอีกฝ่าย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

America

0:01

อเมริกา

Peppa and George are watching Super Potato.

0:04

เปปป้าและจอร์จกำลังดูซูเปอร์โปเตโต้

Win a trip to Hollywood ลำดับความ

0:08

ลุ้นทริปไปฮอลลีวูด

to star in my new film Vegetables in Space. การใช้คำ

0:10

เพื่อแสดงในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของฉัน ผักในอวกาศ

ลำดับความ

Win a trip to Hollywood ในฐานะคำเชิญชวนให้เข้าร่วมการแข่งขัน

Win a trip to Hollywood เป็นประโยคคำสั่งที่ใช้เป็นพาดหัวในการแข่งขันและการส่งเสริมการขาย โดยนำรางวัลขึ้นมาก่อนเพื่อดึงดูดความสนใจ และเชิญชวนผู้ชมให้เข้าร่วมเพื่อลุ้นรับรางวัลนั้น ประธาน you ถูกละไว้ คำว่า Win ไม่ได้หมายความว่ามีคนชนะแล้ว แต่ในที่นี้หมายถึง “เข้าร่วมเพื่อรับโอกาสชนะรางวัลนี้”

แบบฝึกหัด

เติมพาดหัวการแข่งขันด้วยรูปแบบ Win a trip to + สถานที่: ____ Rome!

ดูคำตอบ

Win a trip to

การใช้คำ

star in my new film: star ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน star in my new film คำว่า star เป็นคำกริยาที่หมายถึง “แสดงบทนำหรือบทสำคัญ” โครงสร้าง star in + ภาพยนตร์ รายการ ละครเวที หรือผลงานอื่น ใช้ระบุผลงานที่บุคคลนั้นแสดง ในที่นี้ my new film คือผลงาน และ Vegetables in Space คือชื่อเรื่อง ดังนั้น star จึงอธิบายการแสดงในภาพยนตร์ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงวัตถุสว่างบนท้องฟ้าหรือนักแสดงที่มีชื่อเสียง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่า Maya จะแสดงบทนำในภาพยนตร์?

  1. Maya will act in a new film.
  2. Maya will star in a new film.
  3. Maya will review a new film.
ดูคำตอบ

Maya will star in a new film.

Ooh. Just find the golden ticket

0:14

โอ้ แค่หาตั๋วทองให้เจอ

to win the trip of a lifetime to America. สำนวน

0:18

เพื่อชนะทริปสุดพิเศษไปอเมริกา

สำนวน

the trip of a lifetime: การเดินทางที่พิเศษอย่างยิ่ง

วลี “the trip of a lifetime” หมายถึงการเดินทางที่พิเศษและน่าจดจำอย่างมาก ซึ่งอาจเป็นโอกาสที่ไม่มีวันได้พบอีก “Of a lifetime” ช่วยเน้นคำชมให้แรงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการเดินทางนั้นจะกินเวลาตลอดชีวิต ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้รางวัลฟังดูน่าตื่นเต้นและหาได้ยากมาก รูปแบบ “the ... of a lifetime” ยังใช้บอกได้ว่าประสบการณ์หรือโอกาสหนึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของคนคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในภาษาที่ใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ “the trip of a lifetime” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. การเดินทางที่กินเวลาตลอดทั้งชีวิตของคนคนหนึ่ง
  2. การเดินทางเพื่อศึกษาสิ่งมีชีวิต
  3. การเดินทางที่พิเศษอย่างยิ่งและอาจมีเพียงครั้งเดียวในชีวิต
ดูคำตอบ

การเดินทางที่พิเศษอย่างยิ่งและอาจมีเพียงครั้งเดียวในชีวิต

Mummy, can we find Super Potato's golden ticket, please?

0:25

แม่คะ เราตามหาตั๋วทองของซูเปอร์โปเตโต้กันได้ไหมคะ ได้โปรด?

Well, there's only one ticket in the whole world, ไวยากรณ์

0:30

อืม มีตั๋วแค่ใบเดียวในโลกนะจ๊ะ

so we'd have to be very lucky to find it. ไวยากรณ์

0:33

งั้นเราคงต้องโชคดีมากๆ ถึงจะเจอมัน

ไวยากรณ์

there's only one ... in the whole world: เน้นความหายากอย่างยิ่ง

“There’s only one ticket in the whole world” ใช้โครงสร้างบอกการมีอยู่ there is เพื่อกล่าวถึงตั๋วและบอกว่ามีอยู่เพียงหนึ่งใบ “Only one” จำกัดจำนวนไว้ที่หนึ่ง ส่วน “in the whole world” ขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้กว้างที่สุด เมื่อนำส่วนเหล่านี้มารวมกัน ประโยคไม่ได้เพียงบอกจำนวน แต่ยังเน้นว่าตั๋วหายากอย่างยิ่งและสื่อว่าการหาตั๋วใบนั้นจะยากมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ There is only one + คำนามเอกพจน์ + in the whole + สถานที่หรือกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นอย่างเป็นธรรมชาติว่ามีร้านเบเกอรีแบบนี้เพียงร้านเดียวในทั้งเมือง?

  1. There are only a few bakeries like this in the whole town.
  2. There is at least one bakery like this in the whole town.
  3. There is only one bakery like this in the whole town.
ดูคำตอบ

There is only one bakery like this in the whole town.

ไวยากรณ์

we'd have to be very lucky: การอนุมานความจำเป็นด้วย would

ใน we'd have to be very lucky คำว่า we'd ย่อมาจาก we would โครงสร้างคือ would have to + กริยารูปพื้นฐาน และเพราะ lucky เป็นคำคุณศัพท์ จึงต้องใช้ be เป็นกริยารูปพื้นฐาน: would have to be lucky Would have to ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นในสถานการณ์สมมติหรือสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน เมื่อมีตั๋วเพียงใบเดียว การโชคดีอย่างมากจึงถูกมองว่าเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้หาเจอ ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคตแบบธรรมดา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง would have to: With thousands of entries, we ____ very lucky to win.

ดูคำตอบ

would have to be

Oh, what's this in the potato?

0:37

โอ้ นี่อะไรอยู่ในมันฝรั่งเนี่ย?

It's the golden ticket!

0:40

มันคือตั๋วทอง!

Does that mean?

0:43

นั่นหมายความว่า?

Yes, it means we're going to America! ไวยากรณ์

0:44

ใช่ นั่นหมายความว่าเราจะไปอเมริกากัน!

ไวยากรณ์

it means we're going to America: เปลี่ยนเบาะแสให้เป็นข้อสรุป

ในที่นี้ it หมายถึงสิ่งที่เพิ่งค้นพบ และ means ใช้นำเข้าสู่ข้อสรุปจากสิ่งนั้น นั่นคือพวกเขากำลังจะไปอเมริกา Mean ไม่ได้ใช้เพียงเพื่ออธิบายความหมายของคำ แต่ยังใช้บอกได้ว่าเหตุการณ์ ป้าย หรือข้อเท็จจริงหนึ่ง ๆ สื่อถึงอะไร ใช้ It means + อนุประโยค เมื่อมีเบาะแสก่อนหน้าที่ชัดเจนและต้องการบอกผลหรือข้อสรุป อนุประโยคหลัง means คือข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย It means เพื่อบอกข้อสรุปจากป้าย: The sign says CLOSED. ____ the shop is closed.

ดูคำตอบ

It means

Peppa and her family are flying to America.

0:49

เปปป้าและครอบครัวกำลังบินไปอเมริกา

Miss Rabbit is the pilot.

0:53

คุณกระต่ายคือนักบิน

This is your captain speaking. วลี

0:55

นี่คือกัปตันของคุณกำลังพูด

วลี

This is your captain speaking: คำขึ้นต้นเพื่อบอกตัวผู้พูดในการประกาศ

This is your captain speaking เป็นคำขึ้นต้นแบบตายตัวเมื่อผู้ฟังได้ยินเสียงผู้พูดผ่านโทรศัพท์ อินเตอร์คอม หรือระบบประกาศสาธารณะ โครงสร้าง This is + ชื่อหรือบทบาท + speaking ใช้บอกว่าใครกำลังพูดอยู่ในขณะนั้น ในที่นี้ your captain หมายถึงกัปตันที่รับผิดชอบเที่ยวบินของผู้ฟัง ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ และทั้งประโยคไม่ใช่การแนะนำตัวตามปกติเมื่อพูดคุยกันต่อหน้า

แบบฝึกหัด

พนักงานขับรถไฟเริ่มประกาศแก่ผู้โดยสาร ประโยคใดเป็นคำขึ้นต้นที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I am your driver speak.
  2. This is your driver speaking.
  3. This your driver is speaking.
ดูคำตอบ

This is your driver speaking.

We'll soon be arriving in America. ไวยากรณ์

0:57

เราจะถึงอเมริกาในไม่ช้า

ไวยากรณ์

We'll soon be arriving: future continuous ในประกาศการเดินทาง

We'll soon be arriving ใช้โครงสร้าง will be + คำกริยา-ing ซึ่งเป็น future continuous ในประโยคนี้ การมาถึงถูกนำเสนอเป็นขั้นตอนถัดไปของการเดินทางที่คาดไว้อยู่แล้ว และ soon แสดงว่าขั้นตอนนั้นใกล้จะเกิดขึ้น รูปแบบนี้พบได้บ่อยในการประกาศเกี่ยวกับการเดินทางที่มีน้ำเสียงสงบ เพราะมองเหตุการณ์เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการที่กำลังดำเนินไป We'll arrive soon ก็ถูกต้องเช่นกัน แต่ be arriving ไม่ได้เป็นส่วนเกินหรือไร้ความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประกาศการเดินทางให้สมบูรณ์ด้วยรูป future continuous ของ arrive: We'll soon ____ at Central Station.

ดูคำตอบ

be arriving

I think.

0:59

ฉันคิดว่านะ

Does anyone know where it is? ไวยากรณ์

1:00

มีใครรู้บ้างว่ามันอยู่ที่ไหน?

ไวยากรณ์

know where it is: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามซ้อน

ใน know where it is ส่วน where it is เป็นคำถามซ้อนที่ระบุข้อมูลเรื่องสถานที่ซึ่งใครบางคนอาจรู้ ภายในอนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ where + ประธาน + กริยา จึงใช้ it is ไม่ใช่ is it ทั้งประโยคถูกทำให้เป็นคำถามด้วย Does anyone know ...? อยู่แล้ว จึงไม่สลับตำแหน่งประธานกับกริยาอีกในอนุประโยคซ้อน รูปแบบนี้ใช้หลัง tell me และ remember ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เรียงคำให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามซ้อนให้สมบูรณ์: Do you know ____? (where / the bus stop / is)

ดูคำตอบ

where the bus stop is

I've never been before. ไวยากรณ์

1:02

ฉันไม่เคยไปมาก่อนเลย

ไวยากรณ์

I've never been before: present perfect สำหรับบอกว่าไม่มีประสบการณ์ก่อนหน้านี้

I've never been before ใช้ present perfect คือ have + past participle ในรูป have been เพื่อบอกว่าจนถึงตอนนี้ผู้พูดยังไม่เคยมีประสบการณ์ไปเยือนหรืออยู่ในสถานที่ที่เข้าใจได้จากบริบท I've เป็นรูปย่อของ I have และ never ทำให้ประสบการณ์นั้นเป็นปฏิเสธ สามารถละสถานที่ได้เมื่อผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงที่ใด before หมายถึงในเวลาใดก็ตามก่อนหน้านี้ และช่วยเน้นว่าไม่เคยมีประสบการณ์นั้นมาก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ never และ past participle ของ be: I've ____ there before.

ดูคำตอบ

never been

You can't miss it. สำนวน

1:04

คุณไม่พลาดหรอก

สำนวน

You can't miss it: มองเห็นหรือหาได้ง่าย

เมื่อใช้บอกทาง You can't miss it หมายความว่าสถานที่หรือสิ่งของนั้นมองเห็นหรือหาได้ง่ายมาก จนผู้ฟังแทบไม่มีทางมองข้าม ที่นี่เป็นการทำให้ผู้ฟังมั่นใจว่าเมื่อมองจากด้านบนจะเห็นอเมริกาได้ชัดเจน ประโยคนี้เป็นการคาดการณ์อย่างมั่นใจ ไม่ใช่คำสั่ง สามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้ต่อจากเบาะแสที่มองเห็นได้ชัด โดยบอกลักษณะของจุดสังเกตก่อน แล้วจึงพูดว่า You can't miss it

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่าจะหาร้านที่มีป้ายสีแดงขนาดใหญ่ได้อย่างไร คำตอบใดหมายความว่าร้านนั้นมองเห็นได้ง่าย

  1. Don't miss it.
  2. You can't lose it.
  3. You can't miss it.
ดูคำตอบ

You can't miss it.

It's really big.

1:05

มันใหญ่จริงๆ

Is that it?

1:07

นั่นใช่ไหม?

Let's ask.

1:09

ลองถามดูเถอะ

Hello down there.

1:10

สวัสดี ข้างล่างนั่น

Are you America?

1:12

คุณคืออเมริกาใช่ไหม?

Yes, ma'am. น้ำเสียง/เจตนา

1:13

ใช่ค่ะคุณผู้หญิง

น้ำเสียง/เจตนา

Yes, ma'am: คำตอบที่แสดงความเคารพต่อผู้หญิง

Yes, ma'am เป็นการรวมคำตอบรับ yes เข้ากับ ma'am ซึ่งเป็นคำเรียกผู้หญิงอย่างให้เกียรติ ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงคำว่าใช่เท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความสุภาพ ความเคารพ หรือท่าทีแบบงานบริการที่เป็นทางการต่อผู้ฟังด้วย

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์: ในงานบริการที่เป็นทางการ พนักงานสามารถตอบผู้หญิงว่า Yes, ma'am. ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

We are.

1:14

พวกเราเอง

Jolly good. การใช้คำ

1:15

เยี่ยมเลย

การใช้คำ

Jolly good: คำแสดงความเห็นชอบแบบอังกฤษที่ค่อนข้างโบราณ

ในประโยคนี้ Jolly good เป็นสำนวนแบบอังกฤษที่ใช้แสดงความเห็นชอบหรือความพอใจ หมายความว่าผู้พูดพอใจกับสิ่งที่มีคนพูดหรือทำ ในที่นี้ jolly ช่วยเน้นความหมายของ good ทั้งวลีให้บรรยากาศที่จงใจดูเป็นแบบดั้งเดิมและค่อนข้างโบราณ จึงใช้สร้างน้ำเสียงตัวละครที่เป็นอังกฤษอย่างชัดเจนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในบทสนทนาสมัยใหม่ทั่วไป Jolly good เป็นคำชมที่เป็นกลางและไม่มีสีสันด้านภูมิภาคหรือความโบราณเป็นพิเศษ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

We're coming in to land. วลี

1:16

เรากำลังจะลงจอด

วลี

coming in to land: เข้าใกล้เพื่อเตรียมแตะพื้น

Coming in to land หมายถึงการเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ลงจอดและเริ่มช่วงร่อนลงสุดท้ายก่อนแตะพื้น ใน We're coming in to land การเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว จึงหมายความว่าใกล้จะลงจอด โครงสร้างคือ come in + to land โดย in ใช้คู่กับ come เพื่อแสดงการเคลื่อนเข้าหาพื้นที่ลงจอด ส่วน to land เป็นรูป infinitive ที่บอกการกระทำที่ตั้งใจจะทำ ดังนั้น in to ในที่นี้จึงเขียนแยกเป็นสองคำ ไม่ใช่ into

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: The passenger jet is ____ on the main runway.

ดูคำตอบ

coming in to land

Welcome to America.

1:23

ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา

Miss Rabbit at your service. วลี

1:27

คุณกระต่ายพร้อมให้บริการ

วลี

at your service: การเสนอตัวช่วยอย่างสุภาพ

At your service เป็นสำนวนสุภาพแบบตายตัว หมายถึง “พร้อมและยินดีช่วยคุณ” ในประโยคนี้สำนวนวางต่อจากชื่อผู้พูด จึงเป็นทั้งการแนะนำตัวสั้น ๆ และการเสนอตัวช่วย อย่าแปล at ตรงตัวว่าเป็นตำแหน่งหรือสถานที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ชื่อหรือบทบาท + at your service

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “พร้อมช่วยเหลือ” ในการแนะนำตัวแบบขำ ๆ นี้: Detective Maya, ____.

ดูคำตอบ

at your service

Where do you want to go?

1:29

พวกคุณอยากไปที่ไหน?

You're Miss Rabbit?

1:31

คุณคือคุณกระต่ายเหรอ?

Sure.

1:32

แน่นอน

But this is Miss Rabbit.

1:33

แต่นี่ก็คุณกระต่ายนะ

Every town needs a Miss Rabbit.

1:36

ทุกเมืองต้องมีคุณกระต่าย

That's right.

1:38

ถูกต้อง

Bye.

1:40

บ๊ายบาย

Enjoy your trip.

1:41

เที่ยวให้สนุกนะ

Is this Hollywood?

1:43

นี่คือฮอลลีวูดเหรอ?

Hollywood?

1:45

ฮอลลีวูดเหรอ?

No.

1:45

ไม่ใช่นะ

This is New York.

1:46

นี่คือนิวยอร์ก

Hop in. กริยาวลี

1:48

ขึ้นมาเลย

กริยาวลี

Hop in: คำชวนแบบสบาย ๆ ให้ขึ้นรถ

Hop in เป็นวิธีพูดแบบสบาย ๆ เป็นมิตร และกระฉับกระเฉงว่า “ขึ้นรถ” หรือ “เข้ามาข้างใน” ในประโยคนี้เป็นการชวนให้อีกฝ่ายเข้าไปในรถยนต์ ตามความหมายตรงตัว hop อาจหมายถึง “กระโดด” แต่ปกติวลีนี้ไม่ได้ขอให้กระโดดจริง ๆ คำอนุภาค in แสดงการเคลื่อนจากข้างนอกเข้าไปภายในรถ

แบบฝึกหัด

เพื่อนเปิดประตูรถยนต์ เติมคำอนุภาคที่ถูกต้องเพื่อให้คำชวนแบบสบาย ๆ สมบูรณ์: Hop ____.

ดูคำตอบ

in

I'll give you the tour. วลี

1:49

ฉันจะพาเที่ยวเอง

วลี

give you the tour: พาใครสักคนชมสถานที่

ใน give you the tour คำว่า give หมายถึงจัดหรือมอบให้ และ tour คือการพาชมสถานที่พร้อมคำอธิบาย ทั้งวลีจึงหมายถึงพาคุณชมและแนะนำสถานที่ ไม่ได้หมายถึงมอบการเดินทางให้เหมือนสิ่งของ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + คน + a/the tour ใช้ a tour เมื่อกล่าวถึงการพาชมครั้งนั้นเป็นครั้งแรก และใช้ the tour เมื่อทั้งสองฝ่ายรู้หรือคาดหมายอยู่แล้วว่าหมายถึงการพาชมครั้งใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง give + คน + a tour of + สถานที่: I'll ____ the new library.

ดูคำตอบ

give Maya a tour of

New York, the city that never sleeps. วัฒนธรรม

1:56

นิวยอร์ก เมืองที่ไม่เคยหลับใหล

วัฒนธรรม

the city that never sleeps: ฉายาของนิวยอร์ก

the city that never sleeps เป็นฉายาที่รู้จักกันดีของนครนิวยอร์ก โดยทำให้เมืองมีลักษณะเหมือนคนที่ไม่เคยเข้านอน ฉายานี้สื่อว่านิวยอร์กดูคึกคักและมีกิจกรรมตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าตัวเมืองหรือชาวเมืองทุกคนไม่เคยนอน การจงใจตีความ never sleeps แบบตรงตัวจึงทำให้เกิดมุกเกี่ยวกับการนอนได้

แบบฝึกหัด

ฉายา the city that never sleeps สื่อถึงลักษณะใดของนิวยอร์ก?

  1. อาคารทุกแห่งเปิดตลอดทั้งคืน
  2. ไม่มีใครในเมืองนี้ต้องนอนเลย
  3. เมืองนี้คึกคักและมีกิจกรรมตลอดเวลา
ดูคำตอบ

เมืองนี้คึกคักและมีกิจกรรมตลอดเวลา

Do you never sleep?

1:59

คุณไม่เคยนอนเหรอ?

Uh yeah, but only at night.

2:01

เอ่อ ก็ใช่ แต่เฉพาะตอนกลางคืนนะ

Wow.

2:04

ว้าว

The buildings are so tall.

2:05

ตึกสูงมากๆ เลย

First stop of the tour, ลำดับความ

2:09

จุดหยุดแรกของการทัวร์

the Empire State Building. วัฒนธรรม

2:10

ตึกเอ็มไพร์สเตต

ลำดับความ

First stop of the tour: การบอกสถานที่แรกในแผนการเดินทาง

First stop of the tour เป็นคำประกาศสั้น ๆ แบบไกด์ที่บอกสถานที่แรกที่จะไปเยือน โดยจัดลำดับเส้นทางด้วยการบอกลำดับก่อน แล้วจึงตามด้วยชื่อสถานที่คือ the Empire State Building ในที่นี้ stop เป็นคำนาม หมายถึงจุดแวะหรือสถานที่ที่ไปเยือนระหว่างการเดินทางหรือทัวร์ ไม่ใช่การหยุด สามารถใช้รูปแบบเดียวกันกับ next stop หรือ final stop เพื่อแนะนำสถานที่ถัดไปได้

แบบฝึกหัด

เติมคำประกาศของไกด์ด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่ใช้บอกสถานที่แรกที่ไปเยือน: ____, the science museum.

ดูคำตอบ

First stop of the tour

วัฒนธรรม

the Empire State Building: ชื่อสถานที่สำคัญในนิวยอร์ก

The Empire State Building เป็นชื่อเฉพาะของตึกระฟ้าและสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงในนครนิวยอร์ก ในคำประกาศของทัวร์นี้ ชื่อนี้ระบุสถานที่แรกที่จะไปเยือน ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นชื่ออาคารหนึ่งแห่ง ในที่นี้ State Building ไม่ใช่คำทั่วไปที่หมายถึงอาคารรัฐบาลของรัฐ และชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้ตามปกติมักมี the อยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

the Empire State Building ในคำประกาศของทัวร์หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อทั่วไปของสำนักงานรัฐบาลประจำรัฐทุกแห่ง
  2. ตึกระฟ้าและสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงในนครนิวยอร์ก
  3. ชื่อของรัฐนิวยอร์กทั้งรัฐ
ดูคำตอบ

ตึกระฟ้าและสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงในนครนิวยอร์ก

Wow.

2:13

ว้าว

Can we go to the top?

2:14

เราขึ้นไปยอดตึกได้ไหม?

For sure. น้ำเสียง/เจตนา

2:16

ได้แน่นอน

น้ำเสียง/เจตนา

For sure. ในฐานะคำตอบรับแบบสบาย ๆ

For sure. เป็นวิธีตอบว่าใช่แบบสบาย ๆ แต่หนักแน่น ในที่นี้ใช้ตอบรับคำขอ จึงหมายถึง “ได้เลย” หรือ “ไม่มีปัญหา” ไม่ได้หมายถึง “เพื่อให้แน่ใจ” ในบริบทอื่น for sure อาจหมายถึง “แน่นอน” เมื่อยืนยันข้อเท็จจริงหรือแผนการ ต้องดูคำถามและสถานการณ์ว่าเป็นการตอบรับคำขอหรือแสดงความมั่นใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Can I charge my phone here?” คำตอบใดเป็นการตอบตกลงแบบสบาย ๆ แต่หนักแน่น?

  1. For sure.
  2. For a sure.
  3. To make sure.
ดูคำตอบ

For sure.

Going up. วลี

2:19

กำลังขึ้นไป

วลี

Going up. ในฐานะประกาศทิศทางขึ้นของลิฟต์

Going up. เป็นคำประกาศทิศทางสั้น ๆ ที่ใช้ในลิฟต์ โดยบอกผู้ฟังว่าลิฟต์กำลังเคลื่อนขึ้นหรือกำลังจะเคลื่อนไปยังชั้นที่สูงกว่า มีการละประธานและรูปของคำกริยา be เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้ชัดเจนอยู่แล้ว ความหมายเต็มอาจเป็น The lift is going up หรือ We're going up ขึ้นอยู่กับผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมประกาศมาตรฐานของลิฟต์ที่กำลังขึ้นให้สมบูรณ์: ____.

ดูคำตอบ

Going up

Do you do all the jobs, Miss Rabbit?

2:22

คุณทำงานทุกอย่างเลยเหรอ คุณกระต่าย?

No.

2:25

เปล่า

Just the important ones. น้ำเสียง/เจตนา

2:25

แค่ที่สำคัญๆ น่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Just the important ones. กับมุกแบบพูดให้ดูเป็นเรื่องเล็ก

ในที่นี้ Just the important ones. เป็นคำตอบสั้น ๆ ต่อคำถามว่าผู้พูดทำงานทั้งหมดหรือไม่ ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ jobs ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน just จำกัดคำตอบให้เหลือเฉพาะงานสำคัญ ความขำเกิดจากความต่างระหว่าง just ที่ฟังดูถ่อมตัว กับคำพูดอย่างมั่นใจว่างานที่ตนทำนั้นเป็นงานสำคัญ ผู้พูดไม่ได้แจกแจงหน้าที่อย่างจริงจัง แต่พูดเล่น ๆ ให้ตัวเองดูเป็นคนที่จัดการเรื่องสำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานถามว่า "Do you handle every task?" คำตอบใดสื่อแบบขำ ๆ ว่าคุณรับผิดชอบงานสำคัญโดยไม่แจกแจงรายละเอียดทั้งหมด

  1. Just the important ones.
  2. All of them, without exception.
  3. I will prepare a full written list.
ดูคำตอบ

Just the important ones.

Ice creams.

2:27

ไอศกรีมจ้า

Ooh.

2:30

โอ้

We're so high in the sky.

2:31

เราอยู่สูงมากบนฟ้าเลย

Ooh.

2:34

โอ้

I can't look.

2:35

พ่อไม่กล้ามองเลย

Daddy Pig does not like heights. การใช้คำ

2:36

พ่อหมูไม่ชอบความสูง

การใช้คำ

heights: สถานที่สูง ไม่ใช่ค่าความสูง

ใน does not like heights คำว่า heights หมายถึงสถานที่สูงหรือประสบการณ์ของการอยู่สูงจากพื้นมาก ไม่ได้หมายถึงค่าตัวเลขความสูงหลายค่า คำนามพหูพจน์นี้นิยมใช้ในสำนวนที่พูดถึงความไม่สบายใจหรือความกลัวที่สูงโดยทั่วไป เช่น not like heights และ be afraid of heights ในที่นี้หมายความว่าคุณพ่อพิกรู้สึกไม่สบายใจเมื่ออยู่ในที่สูง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนทั่วไปที่หมายถึงการกลัวที่สูงให้สมบูรณ์: I am afraid of ____.

ดูคำตอบ

heights

But there's so much to see, Daddy. ไวยากรณ์

2:38

แต่มีอะไรให้ดูเยอะแยะเลยนะพ่อ

ไวยากรณ์

there's so much to see: มีอะไรให้ดูมากมาย

There's so much to see หมายถึงมีสิ่งที่น่าสนใจให้ดูอยู่มากมาย There's ใช้บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ และ so much บอกว่ามีปริมาณมาก ในที่นี้ to see ขยายความ so much ว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นคือสิ่งที่สามารถดูได้ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของผู้พูดเหมือนใน We came here to see the view.

แบบฝึกหัด

คุณกำลังแนะนำพิพิธภัณฑ์เพราะมีหลายสิ่งให้ชม ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. We came to this museum to see one painting.
  2. There's so much to see in this museum.
  3. There are many visitors in this museum.
ดูคำตอบ

There's so much to see in this museum.

Yes.

2:41

ใช่

With this telescope, you can see even more. ไวยากรณ์

2:42

ด้วยกล้องส่องทางไกลนี้ พ่อจะเห็นได้ชัดขึ้นอีก

ไวยากรณ์

With this telescope: with ใช้บอกเครื่องมือ

ใน With this telescope คำว่า with ใช้บอกเครื่องมือที่ใช้ทำกริยาในประโยคหลัก วลีต้นประโยคมีความหมายเท่ากับ using this telescope และอธิบายว่าใช้สิ่งใดจึงจะมองเห็นได้มากขึ้น with อาจหมายถึงอยู่กับได้ด้วย แต่ไม่ใช่ความหมายในที่นี้ เมื่อ with ตามด้วยชื่อเครื่องมือและประโยคกล่าวถึงการกระทำที่ทำโดยใช้เครื่องมือนั้น with จะบอกเครื่องมือหรือวิธีการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทหนึ่งคำที่ใช้บอกเครื่องมือ: You can open the box ____ a key.

ดูคำตอบ

with

I can see a big green lady

2:46

หนูเห็นผู้หญิงตัวสีเขียวใหญ่ยักษ์

with an ice cream.

2:48

ถือไอศกรีมด้วย

That's the Statue of Liberty. วัฒนธรรม

2:50

นั่นคือเทพีเสรีภาพจ้ะ

วัฒนธรรม

the Statue of Liberty ในฐานะชื่อเฉพาะของสถานที่สำคัญ

the Statue of Liberty เป็นชื่อเฉพาะของอนุสาวรีย์สีเขียวที่มีชื่อเสียงในอ่าวนิวยอร์ก ในประโยคนี้ วลีทั้งชุดใช้ระบุสถานที่สำคัญแห่งนั้น ส่วน Liberty เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ไม่ได้ใช้แยกเป็นคำนามทั่วไป liberty ที่หมายถึง “เสรีภาพ” รูปสตรีในอนุสาวรีย์ชูคบเพลิง จึงเป็นไปได้ที่เด็กจะบรรยายว่าเป็นผู้หญิงตัวใหญ่สีเขียวที่ถือสิ่งของคล้ายไอศกรีม

แบบฝึกหัด

the Statue of Liberty ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. อนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงในนิวยอร์ก
  2. รูปปั้นใดก็ตามที่สื่อถึงเสรีภาพ
  3. ผู้หญิงที่ชื่อ Liberty
ดูคำตอบ

อนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงในนิวยอร์ก

Look at me.

2:52

ดูหนูสิ

I'm Mrs. Statue of Liberty.

2:53

หนูคือคุณนายเทพีเสรีภาพ

Come on, people. น้ำเสียง/เจตนา

2:57

เร็วเข้าทุกคน

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ Come on, people. เพื่อเร่งให้คนทั้งกลุ่มลงมือ

Come on, people. เป็นสำนวนภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ ใช้เร่งให้คนกลุ่มหนึ่งเริ่มหรือทำสิ่งที่กำลังทำต่อไป ในที่นี้ come on มีความหมายใกล้เคียงกับ “ไปกันเถอะ” หรือ “เร็วเข้า” ไม่ได้สั่งให้ทุกคนเดินเข้ามาหาผู้พูดตามความหมายตรงตัว people เป็นคำเรียกคนทั้งกลุ่มโดยตรง น้ำเสียงอาจทำให้ประโยคนี้ฟังดูคึกคักและให้กำลังใจ หรือฟังดูหงุดหงิดและชอบสั่งก็ได้

แบบฝึกหัด

ผู้นำทัวร์ต้องการให้กลุ่มเดินต่อ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเร่งให้ทุกคนเคลื่อนที่?

  1. Come over here, everyone.
  2. Some people are coming.
  3. Come on, people.
ดูคำตอบ

Come on, people.

We got to get moving. การใช้คำ

2:59

เราต้องไปกันแล้ว

การใช้คำ

got to get moving: ต้องรีบออกเดินทาง

ในประโยคนี้ got to หมายถึง “ต้อง” หรือ “จำเป็นต้อง” เป็นวิธีพูดถึงความจำเป็นที่ไม่เป็นทางการมาก โดย got ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” Get moving หมายถึง “เริ่มเคลื่อนไหว” และในสถานการณ์นี้หมายถึง “ออกเดินทางหรือจากไป” ดังนั้น We got to get moving จึงหมายถึงกลุ่มนี้ต้องออกไปตอนนี้อย่างเร่งด่วน

แบบฝึกหัด

ประตูรถไฟกำลังจะปิด ประโยคไม่เป็นทางการข้อใดหมายความว่ากลุ่มนี้ต้องเริ่มออกเดินทางตอนนี้

  1. We got moving yesterday.
  2. We get to choose our seats.
  3. We got to get moving.
ดูคำตอบ

We got to get moving.

Oh. Going already? น้ำเสียง/เจตนา

3:00

โอ้ ไปแล้วเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Going already?: แปลกใจที่ออกเดินทางเร็วกว่าที่คาด

Going already? เป็นคำถามแบบละคำในภาษาพูด ในฉากนี้รูปเต็มคือ Are we going already? โดยละประธานและ are เพราะเข้าใจได้จากสถานการณ์ ในคำถามแบบนี้ already หมายถึง “เร็วขนาดนี้” หรือ “เร็วกว่าที่คาด” จึงแสดงความแปลกใจที่กำลังจะออกไปตอนนี้ ไม่ได้เพียงถามอย่างเป็นกลางว่าเริ่มออกเดินทางแล้วหรือไม่

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณเริ่มเก็บของหลังจากงานเลี้ยงเริ่มเพียงสิบนาที คำถามใดแสดงความแปลกใจที่เพื่อนกำลังจะกลับเร็วกว่าที่คาด

  1. Do you leave early?
  2. Are you leaving already?
  3. Are you leaving yet?
ดูคำตอบ

Are you leaving already?

Yeah.

3:02

ใช่

Like we say in New York, ลำดับความ

3:02

เหมือนที่เราพูดกันในนิวยอร์ก

ลำดับความ

Like we say in New York: การเกริ่นคำกล่าวประจำถิ่น

Like we say in New York วางกรอบให้คำพูดถัดไปเป็นสำนวนหรือคำกล่าวที่เชื่อมโยงกับนิวยอร์ก โดยบอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าควรเข้าใจสิ่งที่จะตามมาอย่างไร ส่วนนี้ยังไม่ใช่ตัวคำกล่าวนั้นเอง ในที่นี้ like นำอนุประโยค we say in New York และมีความหมายแบบไม่เป็นทางการใกล้เคียงกับ as หรือ “อย่างที่” ไม่ใช่คำกริยา like ที่แปลว่า “ชอบ” โครงสร้าง Like we say in/at..., ... สามารถนำไปใช้เพื่อเชื่อมโยงคำกล่าวที่คุ้นเคยกับสถานที่หรือกลุ่มคนได้

แบบฝึกหัด

Like we say in New York ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าบทสนทนากำลังเกิดขึ้นในนิวยอร์ก
  2. ใช้เกริ่นคำกล่าวที่เชื่อมโยงกับสถานที่หนึ่ง
  3. บอกว่าผู้พูดชอบนิวยอร์ก
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นคำกล่าวที่เชื่อมโยงกับสถานที่หนึ่ง

if you ain't moving, สำนวน

3:04

ถ้าคุณไม่ขยับ

you ain't going nowhere.

3:05

คุณก็จะไม่ได้ไปไหน

สำนวน

if you ain't moving...: ภาษาพูดที่ไม่เป็นมาตรฐานเพื่อสื่อว่าไม่มีความก้าวหน้า

อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขว่า หากไม่เคลื่อนไหวหรือลงมือทำ ก็จะไปไม่ถึงจุดหมายหรือไม่มีความก้าวหน้า ในประโยคที่คล้ายสุภาษิตนี้ moving และ going nowhere อาจหมายถึงการเคลื่อนที่จริง แต่เมื่อใช้ร่วมกันก็เป็นการกระตุ้นให้ลงมือทำเพื่อให้ก้าวหน้า ในที่นี้ ain't เป็นรูปปฏิเสธที่ไม่เป็นทางการอย่างมากและไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน โดยใช้แทน aren't ส่วน ain't going nowhere ใช้การสอดคล้องเชิงปฏิเสธ กล่าวคือ ในภาษาถิ่นที่ไม่เป็นมาตรฐานหลายแบบ ain't และ nowhere ช่วยย้ำความหมายปฏิเสธเดียวกัน ไม่ได้หักล้างกัน รูปมาตรฐานคือ If you aren't moving, you aren't going anywhere.

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความ: ในเรียงความทางการ สามารถใช้ “If you ain't moving, you ain't going nowhere.” เป็นภาษาอังกฤษมาตรฐานได้อย่างเหมาะสม

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Yeah, yeah.

3:07

ใช่ๆ

I'm moving.

3:08

ฉันกำลังขยับอยู่

Where are we going next, Miss Rabbit?

3:10

เราจะไปไหนกันต่อคะ คุณกระต่าย?

Times Square. วัฒนธรรม

3:13

ไทม์สแควร์

วัฒนธรรม

Times Square: ชื่อสถานที่ในนิวยอร์ก

Times Square เป็นชื่อเฉพาะของย่านการค้าและความบันเทิงชื่อดังในนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่รู้จักจากป้ายอิเล็กทรอนิกส์สว่างไสว ข้อมูลพื้นฐานนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมเมื่อไปที่นั่นจึงมีการพูดถึงแสงไฟ โฆษณา และโปสเตอร์ภาพยนตร์ ในที่นี้ Square เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่ ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นเพียงรูปทรงเรขาคณิตที่เรียกว่าสี่เหลี่ยมจัตุรัส

แบบฝึกหัด

Times Square ในคำบรรยายนี้หมายถึงอะไร?

  1. วลีทั่วไปที่หมายถึงช่วงเวลาหลายช่วง
  2. รูปสี่เหลี่ยมทางเรขาคณิตที่ใช้วัดเวลา
  3. ย่านการค้าและความบันเทิงชื่อดังในนครนิวยอร์ก
ดูคำตอบ

ย่านการค้าและความบันเทิงชื่อดังในนครนิวยอร์ก

Look at all the lights, Mummy.

3:16

ดูไฟพวกนั้นสิแม่

There must be a million light bulbs here. ไวยากรณ์

3:18

ที่นี่ต้องมีหลอดไฟเป็นล้านดวงแน่เลย

ไวยากรณ์

There must be a million: การคาดคะเนอย่างมั่นใจและการพูดเกินจริง

ใน There must be a million light bulbs here คำว่า there ใช้เปิดโครงสร้างที่บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ ส่วน must be แสดงการคาดคะเนที่มั่นใจมากจากสิ่งที่ผู้พูดมองเห็น ในที่นี้ must หมายถึงผู้พูดแทบจะแน่ใจ ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ คำว่า a million ในประโยคอุทานนี้เป็นการประมาณแบบพูดเกินจริง ประเด็นคือจำนวนดูมากมหาศาล ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดนับหลอดไฟได้ครบ 1,000,000 ดวงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบสองคำจากบทเรียนเพื่อแสดงการคาดคะเนที่มั่นใจมาก: After seeing her overflowing inbox, Maya says, 'There ____ a million messages here!'

ดูคำตอบ

must be

It's the most light-bulbiest square in all the world. การใช้คำ

3:21

นี่คือจัตุรัสที่มีหลอดไฟเยอะที่สุดในโลกเลยล่ะ

การใช้คำ

คำขั้นสุดที่สร้างขึ้นอย่างขำ ๆ light-bulbiest

light-bulbiest เป็นคำคุณศัพท์ที่แต่งขึ้นแบบขำ ๆ จาก light bulb และทำให้มีรูปคล้ายคำขั้นสุด ในที่นี้หมายคร่าว ๆ ว่า “เต็มไปด้วยหลอดไฟและแสงไฟมากกว่าที่อื่นทั้งหมด” คำนี้ไม่ใช่คำมาตรฐานในพจนานุกรม วลีนี้ใช้ทั้ง most และคำลงท้าย -iest ปกติภาษาอังกฤษมาตรฐานจะทำเครื่องหมายขั้นสุดเพียงครั้งเดียว แต่การซ้ำโดยตั้งใจนี้ทำให้คำชมฟังดูเหมือนภาษาของเด็กและเกินจริง เมื่อพบคำที่สร้างขึ้นเฉพาะครั้งแบบนี้ ให้ใช้ส่วนของคำที่คุ้นเคยและบริบทเพื่อเดาความหมายที่ผู้พูดต้องการสื่อ

แบบฝึกหัด

light-bulbiest ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. คำนี้เป็นชื่อมาตรฐานของจัตุรัสสาธารณะที่สร้างรอบหลอดไฟยักษ์หนึ่งดวง
  2. คำนี้บอกว่าจัตุรัสมีหลอดไฟที่ใช้งานได้เพียงดวงเดียว
  3. คำนี้สื่อแบบขำ ๆ ว่าจัตุรัสมีแสงไฟจำนวนมหาศาล
ดูคำตอบ

คำนี้สื่อแบบขำ ๆ ว่าจัตุรัสมีแสงไฟจำนวนมหาศาล

Oh, look.

3:25

โอ้ ดูสิ

There's Super Potato.

3:26

นั่นซูเปอร์โปเตโต้

Coming soon, ลำดับความ

3:29

เร็วๆ นี้

the new movie from Super Potato and Hashbrown,

3:30

ภาพยนตร์ใหม่จากซูเปอร์โปเตโต้และแฮชบราวน์

Vegetables in Space.

3:34

ผักในอวกาศ

ลำดับความ

Coming soon ในฐานะคำแจ้งเปิดตัวเพื่อการประชาสัมพันธ์

ในตัวอย่างภาพยนตร์ โปสเตอร์ และโฆษณา Coming soon เป็นคำแจ้งการเปิดตัวแบบสั้น หมายความว่าภาพยนตร์หรือสิ่งอื่นจะเปิดให้ชมหรือใช้งานในอนาคตอันใกล้ โดยทำหน้าที่เหมือนข้อความพาดหัวที่ละประธานและกริยาเต็มรูปไว้ เมื่อวางไว้ข้างหน้า วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาให้ข้อมูลทั้งหมดที่ตามมา ซึ่งในประโยคนี้คือภาพยนตร์เรื่องใหม่และชื่อเรื่อง ไม่ได้บอกว่ามีใครกำลังเคลื่อนมาหาผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมป้ายประชาสัมพันธ์มาตรฐานสองคำที่หมายถึง “จะเปิดตัวหรือพร้อมให้ใช้ในอนาคตอันใกล้”: ____: a new nature series for families.

ดูคำตอบ

Coming soon

That's the movie we're going to be in. การใช้คำ

3:37

นั่นคือหนังที่เราจะได้เล่น

การใช้คำ

we're going to be in: การได้แสดงในภาพยนตร์

ในบริบทของภาพยนตร์ be in a movie หมายถึงร่วมแสดงหรือปรากฏตัวบนจอ ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปอยู่ข้างในวัตถุจริง ๆ อนุประโยค we're going to be in ขยาย the movie คำบุพบท in อยู่ท้ายประโยค เพราะกรรมของมันคือคำนาม the movie ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ความสัมพันธ์เต็ม ๆ คือ we're going to be in the movie

แบบฝึกหัด

'We're going to be in that movie' ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เราจะเข้าไปในอาคารโรงภาพยนตร์
  2. เราจะปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนั้น
  3. เราจะดูภาพยนตร์เรื่องนั้น
ดูคำตอบ

เราจะปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนั้น

Really?

3:40

จริงเหรอ?

Well then, ลำดับความ

3:41

งั้นก็

you better get straight to Hollywood. น้ำเสียง/เจตนา

3:42

พวกคุณรีบตรงไปฮอลลีวูดดีกว่า

ลำดับความ

Well then: ใช้ข้อมูลใหม่เพื่อเกริ่นถึงขั้นตอนถัดไป

Well then เป็นวลีเชื่อมบทสนทนา ใช้รับข้อมูลที่เพิ่งได้ยิน แล้วส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกข้อสรุป การตัดสินใจ หรือขั้นตอนต่อไปจากข้อมูลนั้น ในที่นี้มีความหมายใกล้กับ in that case หรือ since that is so คำว่า Well ไม่ได้บอกว่าสุขภาพดีหรือทำบางอย่างได้ดี

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า 'Everyone is ready.' คำตอบใดใช้ Well then อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป

  1. Well then, let's begin.
  2. For example, let's begin.
  3. By the way, let's begin.
ดูคำตอบ

Well then, let's begin.

น้ำเสียง/เจตนา

better get straight to Hollywood: คำแนะนำหนักแน่นให้ไปโดยตรง

ในที่นี้ better มาจาก had better ในโครงสร้างภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ you better + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้คำแนะนำที่หนักแน่นและเร่งให้อีกฝ่ายลงมือทันที ไม่ใช่เพียงข้อเสนอแนะทั่วไป Get straight to Hollywood หมายถึงไปฮอลลีวูดโดยตรงโดยไม่หยุดหรือทำอย่างอื่นก่อน รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ you better + กริยารูปพื้นฐาน และ get straight to + สถานที่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ทำให้ประโยคเป็นคำแนะนำแบบภาษาพูดที่หนักแน่นให้ไปโดยตรง: The doors close in five minutes, so you ____ get ____ the theater now.

ดูคำตอบ

better · straight to

Yes.

3:44

ใช่

Can you take us? การใช้คำ

3:45

คุณพาเราไปได้ไหม?

การใช้คำ

take us: พาหรือรับส่งพวกเราไปยังจุดหมาย

ในคำถามเกี่ยวกับการเดินทางนี้ take us หมายถึงพาหรือรับส่งพวกเราไปยังจุดหมาย ไม่ได้หมายถึงอุ้มพวกเราขึ้นมาแล้วแบกไป โครงสร้างทั่วไปคือ take + คน + to + สถานที่ ใน Can you take us? สามารถละจุดหมายได้เมื่อทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงสถานที่ใด

แบบฝึกหัด

ใน Can you take us to the airport? คำว่า take us หมายถึงอะไร

  1. พาหรือรับส่งพวกเราไปสนามบิน
  2. เอากระเป๋าของพวกเราไป
  3. อุ้มพวกเราขึ้นมาแล้วแบกไป
ดูคำตอบ

พาหรือรับส่งพวกเราไปสนามบิน

I'm afraid not. น้ำเสียง/เจตนา

3:46

เกรงว่าจะไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid not.: คำตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ

I'm afraid not. เป็นวิธีพูดว่าไม่หรือบอกว่าบางอย่างเป็นไปไม่ได้อย่างสุภาพและนุ่มนวล ในที่นี้ afraid ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัวจริง ๆ โครงสร้าง I'm afraid + คำตอบปฏิเสธ แสดงว่าผู้พูดรู้ว่าคำตอบอาจทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง สามารถใช้ประโยคนี้เพียงลำพังได้เมื่อคำขอหรือคำถามแบบใช่หรือไม่ชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

I'm afraid not. ทำหน้าที่อะไรในบทสนทนานี้?

  1. หมายความว่าผู้พูดจะตัดสินใจภายหลัง
  2. หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัว
  3. เป็นการให้คำตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

เป็นการให้คำตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ

But I have just the thing to get you there. วลี

3:47

แต่ฉันมีสิ่งที่เหมาะเจาะจะพาคุณไปที่นั่น

วลี

just the thing to get you there: วิธีที่เหมาะสำหรับไปถึงสถานที่หนึ่ง

just the thing หมายถึงสิ่งของหรือวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะพอดีกับความต้องการเฉพาะอย่าง ส่วน to-infinitive ใน to get you there อธิบายว่าสิ่งนั้นเหมาะสำหรับทำอะไร ใน get you there คำว่า get หมายถึงทำให้หรือช่วยให้คุณไปถึงสถานที่นั้น ไม่ได้หมายถึงได้รับตัวคุณ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ just the thing to + คำกริยา ซึ่งใช้เสนอว่าสิ่งหนึ่งเหมาะเป็นพิเศษสำหรับทำงานให้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สิ่งที่เหมาะพอดี”: This small brush is ____ to clean the narrow gap.

ดูคำตอบ

just the thing

A motorhome. การใช้คำ

3:50

รถบ้าน

What's a motorhome?

3:52

รถบ้านคืออะไร?

It's just like a house on wheels.

3:55

มันก็เหมือนบ้านบนล้อนั่นแหละ

การใช้คำ

motorhome และ house on wheels

motorhome คือยานพาหนะที่ขับเดินทางได้และมีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหรือนอนอยู่ภายใน ไม่ใช่แค่รถยนต์ธรรมดา ในประโยคนี้ house on wheels เป็นคำอธิบาย motorhome แบบง่ายและทำให้นึกภาพออกว่าเป็นยานพาหนะที่เหมือนบ้านหลังเล็กซึ่งเคลื่อนที่ได้ นี่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงบ้านจริง ๆ

แบบฝึกหัด

house on wheels ในประโยคนี้ใช้อธิบายอะไร?

  1. บ้านถาวรที่ถูกย้ายไปอีกแห่ง
  2. ยานพาหนะที่มีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหรือนอน
  3. รถยนต์ธรรมดาที่ไม่มีพื้นที่อยู่อาศัย
ดูคำตอบ

ยานพาหนะที่มีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหรือนอน

Ooh. Here are your keys.

3:58

โอ้ นี่กุญแจของคุณ

Do you want to come too?

4:02

คุณอยากไปด้วยกันไหม?

And meet Hashbrown?

4:04

แล้วไปเจอแฮชบราวน์?

Oh, sure.

4:05

โอ้ แน่นอน

But I'm just so busy. น้ำเสียง/เจตนา

4:07

แต่ฉันยุ่งมากๆ เลย

น้ำเสียง/เจตนา

I'm just so busy ในฐานะการปฏิเสธแบบอ้อม ๆ

เมื่อพูดหลังจากได้รับคำเชิญ I'm just so busy ไม่ได้เพียงบอกว่าตารางงานแน่น แต่ยังให้เหตุผลที่ไม่ตอบรับคำเชิญ ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ว่า “ฉันไปไม่ได้” การพูดแบบอ้อม ๆ นี้ทำให้การปฏิเสธฟังนุ่มนวลกว่าการพูด no โดยตรง ในที่นี้ so ช่วยเน้นระดับของ busy ส่วน just วางความยุ่งเป็นคำอธิบายตรงหน้า อย่างไรก็ตาม ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธเสมอไปเมื่ออยู่ลำพัง หน้าที่ดังกล่าวเกิดจากบริบทที่มีคำเชิญ

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: หลังจากมีคนเชิญคุณไปงาน การพูดว่า "I'm just so busy" สามารถสื่อโดยอ้อมได้ว่าคุณไม่ตอบรับคำเชิญ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

You all have a great time. น้ำเสียง/เจตนา

4:09

ขอให้สนุกกันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

You all have a great time ในฐานะคำอวยพรลาแก่คนทั้งกลุ่ม

You all แสดงว่าผู้พูดกำลังพูดกับคนทั้งกลุ่ม ส่วน Have a great time หมายถึงขอให้ทุกคนสนุกกับกิจกรรม การออกไปเที่ยว หรือการเดินทาง ประโยคนี้มีรูปเหมือนคำสั่ง แต่ในที่นี้เป็นคำอวยพรอย่างเป็นมิตรตอนแยกจากกัน ไม่ใช่คำสั่ง รูปที่เต็มกว่าคือ I hope you all have a great time.

แบบฝึกหัด

“You all have a great time.” เป็นธรรมชาติที่สุดในสถานการณ์ใด?

  1. เมื่อคนกลุ่มหนึ่งกำลังออกไปทำกิจกรรมสนุก ๆ และคุณอวยพรให้พวกเขาสนุก
  2. เมื่อคุณบอกคนหนึ่งคนว่าเมื่อวานคุณสนุกกับกิจกรรมหนึ่ง
  3. เมื่อคุณสั่งให้คนทั้งกลุ่มมีความสุขทันที
ดูคำตอบ

เมื่อคนกลุ่มหนึ่งกำลังออกไปทำกิจกรรมสนุก ๆ และคุณอวยพรให้พวกเขาสนุก

Thank you, Miss Rabbit.

4:11

ขอบคุณค่ะ คุณกระต่าย

Oh, I'm tired out. การใช้คำ

4:13

โอ้ ฉันเหนื่อยหมดแรงเลย

การใช้คำ

tired out ในความหมายว่าเหนื่อยมาก

ใน I'm tired out คำว่า tired out หมายถึงเหนื่อยมากหรือหมดแรง ในที่นี้ out ไม่ได้หมายถึงข้างนอก แต่ช่วยเน้นผลที่เกิดจากการใช้พลังงานไปเกือบทั้งหมด วลีนี้ใช้ได้หลังจากทำงาน เดินทาง ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้เหนื่อย เมื่อ tired เพียงคำเดียวยังฟังไม่แรงพอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya เหนื่อยมากหลังจากย้ายเฟอร์นิเจอร์?

  1. After moving the furniture, Maya was a little tired.
  2. After moving the furniture, Maya was outside.
  3. After moving the furniture, Maya was tired out.
ดูคำตอบ

After moving the furniture, Maya was tired out.

Yes.

4:15

ใช่

For a city that never sleeps, ลำดับความ

4:16

สำหรับเมืองที่ไม่เคยหลับใหล

it's made me very sleepy.

4:18

มันทำให้ฉันง่วงมาก

ลำดับความ

For a city that never sleeps ... very sleepy: การสร้างความขัดแย้ง

วลีเปิด For a city that never sleeps ชวนให้ผู้ฟังพิจารณาผลลัพธ์โดยเทียบกับสิ่งที่ปกติคาดหวังจากเมืองแบบนี้ วลีนี้ย้อนกลับไปถึงฉายาของนิวยอร์กและสร้างความคาดหวังว่าเมืองจะเต็มไปด้วยพลังตลอดเวลา แต่ประโยคหลักกลับหักล้างความคาดหวังนั้น เมืองที่ไม่เคยหลับกลับทำให้ผู้พูดง่วง การนำแนวคิดเรื่อง sleep มาใช้ซ้ำในทิศทางตรงข้ามเชื่อมตอนจบกับคำบรรยายก่อนหน้าและสร้างมุกเบา ๆ

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ประโยคนี้มีอารมณ์ขันและเชื่อมกลับไปยังคำบรรยายเกี่ยวกับนิวยอร์กก่อนหน้านี้

  1. ประโยคอ้างว่านิวยอร์กปิดเร็วกกว่าเมืองอื่น
  2. ประโยคเปรียบต่าง never sleeps กับการที่ผู้พูดรู้สึก sleepy
  3. ประโยคอธิบายว่าผู้พูดหลับตลอดการเดินทาง
ดูคำตอบ

ประโยคเปรียบต่าง never sleeps กับการที่ผู้พูดรู้สึก sleepy

It has been a very busy day in New York. ไวยากรณ์

4:21

วันนี้เป็นวันที่วุ่นวายมากในนิวยอร์ก

ไวยากรณ์

It has been a very busy day: สรุปช่วงเวลาจากมุมมองปัจจุบัน

It has been a very busy day ใช้ present perfect รูป has been เพื่อมองย้อนจากปัจจุบันและสรุปวันที่ได้พบมาจนถึงตอนนี้ วันดังกล่าวถูกมองว่ายังเชื่อมโยงกับปัจจุบัน รวมถึงผลที่เห็นอยู่ตอนนี้ คือผู้พูดเหนื่อยและพร้อมพักผ่อน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ It has been + noun phrase ใช้สรุปช่วงเวลาหรือประสบการณ์ล่าสุด ณ จุดที่กำลังมองย้อนกลับไปได้ เช่น It has been a long week. สิ่งสำคัญคือมุมมองจากปัจจุบันของผู้พูด ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้ present perfect เพื่อสรุปสัปดาห์จากมุมมองปัจจุบัน: It ____ a busy week.

ดูคำตอบ

has been

Goodnight.

4:24

ราตรีสวัสดิ์

Night-night. การใช้คำ

4:25

ฝันดีนะ

การใช้คำ

Night-night ในฐานะคำบอกลาก่อนนอนแบบเอ็นดู

Night-night เป็นวิธีพูด Good night ก่อนนอนแบบเอ็นดูและมักใช้กับเด็ก การพูด night ซ้ำทำให้คำบอกลาฟังดูอ่อนโยนและน่ารักขึ้น คำนี้เป็นคำบอกลาก่อนนอน ไม่ใช่คำทักทายคนที่พบกันในตอนกลางคืน

แบบฝึกหัด

ถูกหรือผิด: หลังการประชุมช่วงค่ำอย่างเป็นทางการ การพูด Night-night เพื่อบอกลาลูกค้าถือว่าเป็นธรรมชาติ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Peppa and her family need a good night's sleep วลี

4:27

เปปป้าและครอบครัวต้องการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

for the journey ahead. วลี

4:30

สำหรับการเดินทางข้างหน้า

วลี

a good night's sleep: รูปแสดงความเป็นเจ้าของในวลีตายตัว

a good night's sleep เป็นวลีนามที่ใช้ตายตัว หมายถึงการได้นอนอย่างเพียงพอและเต็มอิ่มตลอดหนึ่งคืน ในประโยคนี้ วลีนี้คือการพักผ่อนที่ครอบครัวต้องการก่อนออกเดินทาง night's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของของคำนามเอกพจน์ โดยมีความหมายตรงตัวว่าการนอนของหนึ่งคืน ต้องคงเครื่องหมายอะพอสทรอฟีและ s ไว้ วลีนี้มักตามหลัง need, get หรือ have

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวให้สมบูรณ์ด้วยรูปแสดงความเป็นเจ้าของ: I need a good ____ sleep before tomorrow's early flight.

ดูคำตอบ

night's

วลี

the journey ahead: ahead ในความหมายว่า “สิ่งที่กำลังจะมาถึง”

ใน the journey ahead คำว่า ahead วางหลังคำนาม journey และหมายถึง “ที่ยังมาไม่ถึง” หรือ “ในอนาคต” วลีนี้หมายถึงช่วงของการเดินทางที่ครอบครัวจะเดินทางต่อไป ไม่ได้หมายถึงเพียงถนนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาในเชิงตำแหน่งเท่านั้น รูปแบบนี้ทำให้คำนามชี้ไปยังอนาคตได้ เช่น the days ahead, the work ahead, the challenges ahead โดยนำเสนอสิ่งนั้นว่าเป็นสิ่งที่จะต้องพบเจอหรือจัดการในไม่ช้า

แบบฝึกหัด

ใน “We need to save our energy for the journey ahead,” คำว่า “the journey ahead” หมายถึงอะไร

  1. ช่วงของการเดินทางที่เสร็จไปแล้ว
  2. ถนนที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเราในเชิงกายภาพ
  3. การเดินทางที่ยังมาไม่ถึง
ดูคำตอบ

การเดินทางที่ยังมาไม่ถึง