การกลับมาของยูนิคอร์ส! | หุ่นกระบอก - ซีซัน 3 | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
223 คำ 174 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: หุ่นเชิดจอมซนได้รับการฝึกให้จัดแต่งตัวเองและชวน Mum ไปกินบรอกโคลีอย่างสุภาพ แผนดูเหมือนจะได้ผล แต่การเล่นมุกที่อดไม่ได้กลับทำลายบรรยากาศ จนเด็ก ๆ ตั้งคำถามว่าใครควรรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของหุ่นเชิด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What does this button do? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้รูปคำถามที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันเพื่อถามหน้าที่ของปุ่ม เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือสิ่งของที่ไม่คุ้นเคย รูปนี้ช่วยให้ถามว่าสิ่งหนึ่งถูกออกแบบมาให้ทำอะไรหรือใช้ทำอะไร แทนที่จะถามเพียงว่าสิ่งนั้นคืออะไร 2. I'm wondering, would you like to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตวิธีเกริ่นคำเชิญอย่างนุ่มนวลและให้เกียรติผู้ฟัง เพื่อไม่ให้ฟังห้วนหรือเหมือนออกคำสั่ง สามารถนำรูปนี้ไปปรับใช้เมื่อต้องการเชิญ ขอร้อง หรือถามความสมัครใจของอีกฝ่ายอย่างสุภาพในสถานการณ์ทางสังคมต่าง ๆ 3. couldn't help it. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงผู้พูดอดใจหรือควบคุมการกระทำของตนไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้ ใช้เพื่ออธิบายว่าเหตุใดจึงยอมแพ้ต่อแรงกระตุ้นหรือทำสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ควรทำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is toothpaste.

0:00

นี่คือยาสีฟัน

Do I eat it? ไวยากรณ์

0:02

ฉันกินได้ไหม?

ไวยากรณ์

Do I ...? ใช้ถามว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่

Do I + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? วางกริยาช่วย do ไว้หน้าประธาน I ในประโยคนี้ eat ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน ในที่นี้ Do I eat it? ใช้ถามเพื่อยืนยันการกระทำหรือกฎที่ถูกต้อง หมายถึง “ฉันควรกินมันใช่ไหม” นี่เป็นประโยคคำถามทั่วไป ไม่ใช่การใช้ do เพื่อเน้นความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมคำถาม present simple นี้เพื่อถามว่าการกดปุ่มเป็นขั้นตอนต่อไปหรือไม่: ____ I press this button now?

ดูคำตอบ

Do

No.

0:03

ไม่ได้

It makes your teeth clean. ไวยากรณ์

0:04

มันทำให้ฟันของนายสะอาด

ไวยากรณ์

makes your teeth clean: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน makes your teeth clean คำว่า make ใช้รูปแบบ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย your teeth เป็นกรรมที่ได้รับผล และ clean บอกสภาพที่เกิดขึ้นในตอนท้าย ใช้รูปแบบนี้เพื่อบอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้อีกคนหรืออีกสิ่งเปลี่ยนเป็นหรือรู้สึกในสภาพหนึ่ง ในที่นี้ clean เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำสั่งให้ทำการทำความสะอาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าเครื่องทำความร้อนทำให้ห้องอุ่นขึ้น

  1. The heater makes the room warm.
  2. The heater makes the room warmly.
  3. The heater makes warm the room.
ดูคำตอบ

The heater makes the room warm.

What does this button do? ไวยากรณ์

0:05

ปุ่มนี้มีไว้ทำอะไร?

ไวยากรณ์

What does this button do? สำหรับถามหน้าที่การทำงาน

What does + thing + do? ใช้ถามว่าสิ่งหนึ่งมีหน้าที่อะไร หรือเมื่อใช้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการรู้ว่าการใช้ปุ่มจะให้ผลอย่างไร do ที่ท้ายประโยคหมายถึง “มีหน้าที่หรือผลอย่างไร” ไม่ใช่ “ทำงานบางอย่าง” เนื่องจาก this button เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม คำถามจึงใช้กริยาช่วย does ส่วนกริยาหลัก do ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน: What does + thing + do?

แบบฝึกหัด

เติมรูปประโยค What does ... do? ที่ใช้ถามหน้าที่ให้สมบูรณ์: What ____ this switch ____?

ดูคำตอบ

does · do

That's it. น้ำเสียง/เจตนา

0:14

พอแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ That's it. เพื่อยืนยันว่าเสร็จแล้ว

ในที่นี้ That's it. ใช้ยืนยันว่าเกิดผลตามที่คาดไว้แล้วและการกระทำเสร็จสมบูรณ์ ในบริบทนี้มีความหมายว่า “ต้องทำเพียงเท่านี้” หรือ “เสร็จแล้ว” ไม่ได้ใช้ชี้สิ่งของตามความหมายตรงตัว คำว่า it กล่าวถึงผลลัพธ์หรืองานทั้งหมดแบบกว้าง ๆ ผู้พูดใช้ประโยคสั้นนี้เพื่อจบขั้นตอนเมื่อไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนกดปุ่มสุดท้ายแล้วการตั้งค่าทำงานสำเร็จ ในที่นี้ That's it. หมายความว่าอะไร?

  1. นั่นคือปุ่มชิ้นที่เรากำลังตามหาอยู่โดยเฉพาะ
  2. การตั้งค่าเสร็จแล้ว ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
  3. การตั้งค่าล้มเหลวและต้องทำใหม่
ดูคำตอบ

การตั้งค่าเสร็จแล้ว ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม

You get the horn.

0:15

โดนเขาแทงไปซะ

Maybe self-improvement just isn't for you. โน้ต

0:24

บางทีการพัฒนาตัวเองอาจจะไม่เหมาะกับนาย

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe หน้าคำตัดสินเชิงลบที่มีน้ำเสียงหยอกล้อ

Maybe ในที่นี้ไม่ได้แค่แสดงความไม่แน่ใจ แต่ใช้เกริ่นคำตัดสินเชิงลบ self-improvement just isn't for you ให้ดูเหมือนเป็นเพียงความเป็นไปได้ชั่วคราว จึงทำให้คำวิจารณ์ไม่ตรงเกินไป เนื่องจากคำตัดสินนั้นเกินจริงและมีน้ำเสียงหยอกล้อ Maybe จึงอาจทำให้มุกคมขึ้นด้วย ผู้พูดทำเหมือนกำลังคิดแบบสบาย ๆ ทั้งที่จริงกำลังเหน็บอีกฝ่าย ควรดูข้อความที่ตามมาและความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดเพื่อเข้าใจผลของคำนี้

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในประโยคนี้ Maybe แสดงเพียงความไม่แน่ใจแบบเป็นกลางและไม่มีผลต่อน้ำเสียงของคำวิจารณ์

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

วลี

isn't for you ในความหมายว่า “ไม่เหมาะกับคุณ”

ใน isn't for you คำว่า for you บอกความเหมาะสม ไม่ได้บอกความเป็นเจ้าของหรือผู้รับสิ่งของ โครงสร้าง be for someone อาจหมายถึงกิจกรรม สไตล์ หรือตัวเลือกนั้นเหมาะกับบุคคลหนึ่ง ส่วนรูปปฏิเสธหมายถึงสิ่งนั้นไม่เข้ากับบุคคลนั้น ในที่นี้ ผู้พูดนำโครงสร้างดังกล่าวมาใช้กับ self-improvement เนื่องจากเป็นการตัดสินว่าอีกฝ่ายเหมาะกับเป้าหมายส่วนตัวหรือไม่ จึงฟังเหมือนการหยอกที่บั่นทอนกำลังใจ มากกว่าจะเป็นการบอกความชอบแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “ไม่เหมาะกับคุณ”: If you dislike very loud music, this concert ____.

ดูคำตอบ

isn't for you

Listen Unicorse,

0:26

ฟังนะ Unicorse

no one wants to eat broccoli, ไวยากรณ์

0:27

ไม่มีใครอยากกินบรอกโคลีหรอก

except me.

0:30

ยกเว้นฉัน

ไวยากรณ์

no one ... except me: ปฏิเสธทุกคนและยกเว้นหนึ่งคน

No one บอกก่อนว่าไม่มีใครแม้แต่คนเดียวทำสิ่งนั้น จากนั้น except me ระบุว่าผู้พูดเป็นคนเดียวที่อยู่นอกข้อความปฏิเสธนี้ เมื่อใช้รวมกัน no one ... except me จึงหมายความว่าผู้พูดเป็นคนเดียวที่อยากกินบรอกโคลี No one ทำให้อนุประโยคมีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษจึงใช้กริยารูปบอกเล่า wants โดยไม่เพิ่มคำปฏิเสธอีกคำ และ no one ถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้ no one wants

แบบฝึกหัด

ใช้ no one ... except me เติมประโยคให้มีความหมายว่า มีเพียงฉันที่อยากเข้าร่วม: ____ wanted to join, ____.

ดูคำตอบ

No one · except me

You just have to do it. ไวยากรณ์

0:31

นายก็แค่ต้องทำมัน

ไวยากรณ์

just have to: ความจำเป็นที่ไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ

Have to แสดงความจำเป็น ซึ่งมักเกิดจากกฎหรือสถานการณ์ที่ไม่เหลือทางเลือกอื่นที่ใช้ได้จริง ในที่นี้ just เน้นความหมายดังกล่าวให้ชัดขึ้น คือผู้พูดกำลังบอกว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และต้องทำสิ่งนั้น หลัง just have to ให้ใช้กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้กริยานั้นคือ do ส่วน just ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย just have to เพื่อแสดงว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่ใช้ได้จริง: We cannot change the rule; we ____ accept it.

ดูคำตอบ

just have to

But why do I have to? น้ำเสียง/เจตนา

0:32

แต่ทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why do I have to? ที่ใช้ตั้งคำถามต่อข้อบังคับ

Why do I have to? ใช้ถามเหตุผลของสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แต่เมื่อพูดหลังจากที่อีกฝ่ายเพิ่งออกคำสั่ง ก็มักแสดงความไม่เต็มใจด้วย ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้เพียงต้องการข้อมูล แต่กำลังตั้งคำถามว่าข้อบังคับนั้นจำเป็นจริงหรือไม่ การกระทำที่ควรตามหลัง have to ถูกละไว้ เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากบทสนทนาแล้ว

แบบฝึกหัด

มีคนเพิ่งบอกให้คุณทำบางอย่าง ในบริบทนี้ Why do I have to? อาจสื่ออะไรได้บ้าง?

  1. ถามว่าใครทำสิ่งนั้นไปแล้ว
  2. ถามเหตุผลและอาจแสดงความไม่เต็มใจ
  3. ยอมรับคำสั่งอย่างเต็มใจ
ดูคำตอบ

ถามเหตุผลและอาจแสดงความไม่เต็มใจ

Because you want to marry Mum, and she loves broccoli eaters. การใช้คำ

0:34

เพราะนายอยากแต่งงานกับแม่ และแม่ชอบคนที่กินบรอกโคลี

การใช้คำ

broccoli eaters: คำเรียกขำ ๆ แบบคำนาม + eater

Broccoli eaters เป็นการรวมคำนาม broccoli กับ eaters ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ของ eater คำว่า eater มาจาก eat + -er และหมายถึงคนที่กิน ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงคนที่กินบรอกโคลี นี่ไม่ใช่ตำแหน่งหรือชื่อกลุ่มอย่างเป็นทางการ แต่เป็นคำเรียกขำ ๆ ที่สร้างขึ้นสำหรับสถานการณ์นั้น และแสดงให้เห็นว่าในภาษาอังกฤษสามารถวางสิ่งที่คนกินไว้หน้า eater เพื่อบอกลักษณะของคนนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงคนและสร้างจาก eat: People who eat broccoli are broccoli ____.

ดูคำตอบ

eaters

Okay,

0:38

ตกลง

let's do this. น้ำเสียง/เจตนา

0:39

มาลุยกันเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Let's do this. เพื่อกระตุ้นให้ลงมือทำ

Let's do this. เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้กระตุ้นตัวเองหรือกลุ่มให้ลงมือทำ ก่อนเริ่มงานหรือความท้าทายที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ในที่นี้หมายถึง “เอาละ เริ่มกันเลย” ด้วยความมุ่งมั่นหรือเพื่อให้กำลังใจ ไม่ได้หมายถึงเพียง “มาทำการกระทำนี้กัน” this ย้อนอ้างถึงงานทั้งหมดที่เข้าใจจากบริบทอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เรียกหรือชี้ไปที่วัตถุจริง

แบบฝึกหัด

ทีมของคุณกำลังจะเริ่มความท้าทายที่ยาก ประโยคใดช่วยปลุกใจให้ทุกคนเริ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Let's discuss this later.
  2. Let's do this.
  3. Let's stop here.
ดูคำตอบ

Let's do this.

Okay,

0:52

เอาล่ะ

you're ready. น้ำเสียง/เจตนา

0:53

นายพร้อมแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

You're ready. เพื่อสร้างความมั่นใจและให้กำลังใจ

You're ready. อาจเป็นการบอกว่าบางคนเตรียมตัวมามากพอแล้ว แต่ในที่นี้ยังทำหน้าที่สร้างความมั่นใจด้วย ผู้พูดให้ความมั่นใจแก่อีกฝ่ายและส่งสัญญาณว่าถึงเวลาทำขั้นตอนต่อไปแล้ว พลังในการให้กำลังใจนี้มาจากบริบท หากพูดก่อนสอบ ก่อนแสดง ก่อนออกเดินทาง หรือก่อนบทสนทนาที่ยาก ประโยคเดียวกันอาจหมายถึง “คุณทำได้ ลุยเลย”

แบบฝึกหัด

เพื่อนรู้สึกกังวลก่อนนำเสนอ คำตอบใดยืนยันว่าเขาเตรียมพร้อมแล้วและกระตุ้นให้เริ่มด้วย?

  1. You're ready.
  2. You have more time.
  3. You're finished.
ดูคำตอบ

You're ready.

Go and talk to Mum. ไวยากรณ์

0:53

ไปคุยกับแม่สิ

ไวยากรณ์

Go and talk to: go and + กริยารูปพื้นฐาน

Go and talk to เป็นคำสั่งในภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ โครงสร้าง go and + กริยารูปพื้นฐาน แสดงการไปยังสถานที่หนึ่งแล้วทำสิ่งต่อไปเป็นภารกิจเดียวที่ต่อเนื่องกัน ในประโยคนี้ ผู้ฟังต้องไปหา Mum แล้วคุยกับเธอ หลัง and ใช้กริยารูปพื้นฐาน talk ไม่ใช่ to talk ส่วน to ใน talk to Mum ใช้ระบุผู้ที่เราพูดด้วย

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งภาษาพูดให้เป็นธรรมชาติโดยใช้ go and + กริยารูปพื้นฐาน: Go ____ ask the receptionist.

ดูคำตอบ

and

Okay,

0:55

โอเค

a quick tick for the road. สำนวน

0:55

งาบเห็บสักตัวก่อนไป

สำนวน

for the road: อย่างสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

For the road เป็นสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการจากไปหรือออกเดินทาง ในประโยคนี้ a quick tick for the road หมายถึงกินเห็บเป็นอาหารอีกหนึ่งตัวอย่างรวดเร็วก่อนออกเดินทาง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่มอบให้ถนนตามตัวอักษร ถ้อยคำนี้ชวนให้นึกถึง one for the road ซึ่งเดิมหมายถึงเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายก่อนจากไป การใส่ tick ลงในรูปแบบที่คุ้นเคยนี้ทำให้ประโยคดูขบขัน แต่ใจความสำคัญยังคงเป็นของเล็กน้อยอย่างสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

แบบฝึกหัด

for the road ในประโยค 'a quick tick for the road' หมายถึงอะไร

  1. ของว่างที่มอบให้ถนน
  2. ของว่างอย่างสุดท้ายที่กินอย่างรวดเร็วก่อนจากไป
  3. เห็บที่พบระหว่างเดินทาง
ดูคำตอบ

ของว่างอย่างสุดท้ายที่กินอย่างรวดเร็วก่อนจากไป

Woah, woah, woah.

0:57

โว้ว โว้ว โว้ว

You cannot eat a tick in front of Mum. วลี

0:58

นายจะกินเห็บต่อหน้าแม่ไม่ได้นะ

วลี

in front of: เมื่อมีคนมองเห็นหรือได้ยิน

ในประโยคนี้ in front of Mum หมายถึง “ตอนที่แม่อยู่ตรงนั้นและมองเห็นหรือสังเกตเห็นการกระทำได้” สิ่งที่ผู้พูดกังวลคือการทำเรื่องนั้นต่อหน้าแม่ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง โดยทั่วไป in front of someone ใช้บอกได้ว่าทำบางอย่างในที่ที่คนนั้นมองเห็นหรือได้ยิน บริบทจะบอกว่าวลีนี้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ หรือหมายถึงการทำต่อหน้าผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in front of ในความหมายว่ามีคนอยู่ตรงนั้นและสามารถสังเกตเห็นการกระทำได้

  1. A tall tree stands in front of the window.
  2. The bicycle is parked in front of the garage.
  3. Please don't discuss the surprise in front of Maya.
ดูคำตอบ

Please don't discuss the surprise in front of Maya.

You got that? น้ำเสียง/เจตนา

1:00

เข้าใจไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

You got that?: ตรวจสอบความเข้าใจหลังให้คำสั่ง

ในที่นี้ You got that? หมายถึง “เข้าใจสิ่งที่ฉันเพิ่งบอกไปไหม” คำว่า that ชี้กลับไปที่คำสั่งก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ และ got มีความหมายแบบภาษาพูดว่า “เข้าใจแล้ว” เนื่องจากประโยคนี้ตามหลังกฎหรือคำสั่ง จึงไม่ได้แค่ถามข้อมูล แต่ยังตรวจสอบว่าอีกฝ่ายจะทำตาม และอาจเพิ่มแรงกดดันในทำนองว่า “ต้องเข้าใจให้ชัดนะ”

แบบฝึกหัด

หลังจากให้คำสั่งอย่างจริงจัง You got that? น่าจะหมายความว่าอะไร

  1. ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังเข้าใจคำสั่งหรือไม่
  2. ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังได้รับสิ่งของหรือไม่
  3. ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังซื้อของชิ้นหนึ่งหรือไม่
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังเข้าใจคำสั่งหรือไม่

Okay,

1:01

ตกลง

yep, got it. น้ำเสียง/เจตนา

1:02

อาฮะ เข้าใจแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Got it. ในฐานะคำตอบที่หมายถึง “เข้าใจแล้ว”

Got it. ในที่นี้หมายถึง “เข้าใจแล้ว” เป็นการยืนยันว่าผู้พูดเข้าใจคำสั่งหรือข้อมูลที่เพิ่งได้รับ คำสรรพนาม it หมายถึงข้อความที่พูดไปก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สิ่งของ เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูด ประโยคนี้ถือเป็นการยืนยันที่สมบูรณ์ได้แม้จะไม่ได้พูด I ออกมาโดยตรง

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมทีมพูดว่า “Please save a copy before you close the file.” คำตอบสั้น ๆ ข้อใดยืนยันได้ชัดเจนว่าคุณเข้าใจแล้ว

  1. Got it.
  2. What is it?
  3. I have it.
ดูคำตอบ

Got it.

You got that Dad?

1:03

พ่อเข้าใจไหม?

What's it got to do with me? น้ำเสียง/เจตนา

1:04

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพ่อล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What's it got to do with me?:ใช้ตั้งคำถามว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับตนอย่างไร

What's it got to do with me? หมายถึง “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉัน?” ผู้พูดกำลังตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องนั้นกับตนเอง และมักสื่อว่าตนไม่ควรถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องหรือถูกกล่าวโทษ What's ในที่นี้ย่อมาจาก What has รูปแบบ have หรือ has got something to do with someone or something หมายถึง “เกี่ยวข้องกับใครหรืออะไรบางอย่าง” เนื่องจาก with เป็นส่วนที่ทำให้รูปแบบนี้แสดงความสัมพันธ์ got to ในประโยคนี้จึงไม่ได้หมายถึง “ต้อง”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “What's this got to do with me?” ผู้พูดกำลังถามอะไร

  1. ทำไมฉันต้องทำเรื่องนี้?
  2. เรื่องนี้เชื่อมโยงกับฉันอย่างไร?
  3. ฉันได้รับสิ่งนี้แล้วหรือยัง?
ดูคำตอบ

เรื่องนี้เชื่อมโยงกับฉันอย่างไร?

Yeah,

1:06

ใช่

what's it got to do with him?

1:06

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา?

Sorry toot...

1:10

ขอโทษนะจ๊ะน้องสาว...

I mean, love, น้ำเสียง/เจตนา

1:11

ฉันหมายถึง ที่รัก

น้ำเสียง/เจตนา

I mean, สำหรับการแก้คำพูดทันที

ตรงนี้ I mean, เป็นสัญญาณว่าผู้พูดแก้คำพูดของตัวเองทันที ผู้พูดถอนคำเรียกที่เพิ่งใช้แล้วเปลี่ยนเป็น love ในการใช้นี้ I mean ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อเน้นความคิดเห็น แต่บอกผู้ฟังให้ถือข้อความที่ตามมาเป็นคำแก้หรือคำที่เหมาะสมกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำแก้ตัวเองทันทีด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The meeting is on Wednesday—____, Thursday.

ดูคำตอบ

I mean

I didn't mean to scare you. วลี

1:12

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตกใจ

วลี

didn't mean to + กริยา: บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ

Didn't mean to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าการกระทำหรือผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ตั้งใจ ในที่นี้ผู้พูดทำให้อีกฝ่ายกลัวจริง แต่บอกว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้ ในโครงสร้างนี้ mean to หมายถึงตั้งใจทำบางอย่าง ไม่ใช่ mean ที่ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีความหมายว่าอะไร โครงสร้างนี้มักใช้เพื่ออธิบายอุบัติเหตุและทำให้คำขอโทษฟังนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโทษด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้เพื่อบอกว่าการทำกาแฟหกไม่ได้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ: I'm sorry. I ____ spill coffee on your notes.

ดูคำตอบ

didn't mean to

That's okay.

1:13

ไม่เป็นไรค่ะ

I've just stepped out of the shower โน้ต

1:14

ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

กริยาวลี

stepped out of: เคลื่อนจากข้างในออกไปข้างนอก

ใน step out of คำว่า out of แสดงทิศทางจากข้างในออกไปข้างนอก ส่วน step เพิ่มภาพของคนที่เดินออกมา ดังนั้น stepped out of the shower จึงหมายถึงผู้พูดออกมาจากบริเวณอาบน้ำหลังอาบเสร็จ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ “ก้าวหนึ่งก้าว” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ step out of + สถานที่ปิดหรือมีขอบเขตชัดเจน เช่น ห้อง ลิฟต์ หรือรถ รูปกริยาสามารถเปลี่ยนเป็น step, steps, stepped หรือ stepping out of

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ step out of เติมประโยคให้สมบูรณ์: After the taxi stopped, Maya ____ the car and closed the door.

ดูคำตอบ

stepped out of

and brushed my teeth,

1:17

แล้วก็แปรงฟันแล้ว

ไวยากรณ์

I've just ... and brushed ...: การกระทำที่เพิ่งเสร็จ

I've เป็นรูปย่อของ I have และ have stepped อยู่ในรูป present perfect ใน I've just stepped out of the shower and brushed my teeth คำว่า and เชื่อม stepped กับ brushed ดังนั้น past participle ทั้งสองคำจึงใช้ have ตัวเดียวกันที่อยู่ข้างหน้า โครงสร้างเต็มคือ I have stepped ... and (have) brushed .... just ในที่นี้หมายถึง “เพิ่งจะ” ไม่ใช่ “แค่” ผู้พูดเชื่อมการกระทำสองอย่างที่เพิ่งเสร็จกับสถานการณ์ปัจจุบัน รูปแบบนี้ใช้เมื่อสิ่งที่เพิ่งทำช่วยอธิบายว่าทำไมตอนนี้จึงพร้อมแล้ว หรือทำไมสภาพในปัจจุบันจึงเป็นเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง I've just ... and brushed ... ในประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอะไร?

  1. การกระทำทั้งสองเพิ่งเสร็จและอธิบายสภาพปัจจุบันของผู้พูด
  2. ผู้พูดเพียงคิดว่าจะทำการกระทำทั้งสองอย่าง
  3. การกระทำทั้งสองเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำเป็นประจำ
ดูคำตอบ

การกระทำทั้งสองเพิ่งเสร็จและอธิบายสภาพปัจจุบันของผู้พูด

and I'm wondering, น้ำเสียง/เจตนา

1:18

แล้วฉันก็กำลังคิดอยู่ว่า

would you like to join me for some broccoli? วลี

1:19

คุณอยากจะมากินบรอกโคลีด้วยกันไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ I'm wondering, would you like to ... เพื่อชวนอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ I'm wondering เป็นคำเกริ่นอย่างสุภาพในภาษาพูด ไม่ได้เน้นว่าผู้พูดกำลังครุ่นคิดอยู่ คำเกริ่นนี้ช่วยเว้นระยะก่อนเอ่ยคำชวน ทำให้ฟังไม่ตรงเกินไป Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายอยากทำสิ่งใดหรือไม่ เมื่อใช้ร่วมกันเป็น I'm wondering, would you like to ... คำชวนจะฟังดูเชิงหยั่งถามและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการชวนเพื่อนบ้านใหม่อย่างสุภาพและนุ่มนวล?

  1. I'm wondering, would you like to have coffee with us?
  2. Have coffee with us.
  3. You have to have coffee with us.
ดูคำตอบ

I'm wondering, would you like to have coffee with us?

วลี

join me for + มื้ออาหารหรือกิจกรรม

Join me for + คำนาม ใช้ชวนใครสักคนให้มาร่วมทำบางอย่างกับผู้พูด คำนามหลัง for ระบุมื้ออาหาร เครื่องดื่ม โอกาส หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ใน join me for some broccoli ผู้ฟังเข้าใจจากชื่ออาหารว่ากิจกรรมร่วมกันคือการกิน ตรงนี้ for ไม่ได้แปลว่า “เพราะ” และไม่ได้ใช้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในคำชวน: Would you like to join me ____ lunch tomorrow?

ดูคำตอบ

for

Broccoli.

1:22

บรอกโคลี

I mean,

1:23

ฉันหมายถึง

broccoli.

1:24

บรอกโคลี

Well,

1:25

แหม

I must say, น้ำเสียง/เจตนา

1:25

ฉันต้องบอกเลยนะว่า

น้ำเสียง/เจตนา

I must say: การเกริ่นความคิดเห็นประเมิน

I must say ใช้เกริ่นความคิดเห็นหรือการประเมินที่ผู้พูดรู้สึกว่าควรพูดออกมา มีความหมายใกล้กับ I have to say หรือ I must admit และตามด้วยคำชม คำวิจารณ์ ความประหลาดใจ หรือข้อสังเกตได้ must ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกฎหรือหน้าที่ที่ผู้อื่นกำหนด แต่ช่วยเน้นการประเมินเชิงบวกที่ตามมาและทำให้น้ำเสียงดูตั้งใจมากขึ้น

แบบฝึกหัด

I must say ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ใช้ขออนุญาตพูด
  2. ใช้เกริ่นการประเมินของผู้พูด
  3. บอกว่าผู้พูดถูกสั่งให้พูด
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นการประเมินของผู้พูด

you really have cleaned yourself up. กริยาวลี

1:26

คุณทำความสะอาดตัวเองได้ดีจริงๆ

กริยาวลี

really have cleaned yourself up: การยืนยันการเปลี่ยนแปลงที่เสร็จแล้ว

Clean yourself up หมายถึงทำความสะอาดร่างกายและจัดรูปลักษณ์ของตัวเองให้ดูสะอาดและเรียบร้อย กรรมสะท้อนกลับ yourself แสดงว่าสิ่งที่ถูกทำความสะอาดและจัดให้เรียบร้อยคือตัวบุคคลเอง ไม่ใช่ห้องหรือสิ่งของ Really have เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสร็จแล้วจริง ๆ และสังเกตเห็นได้ ผู้พูดกำลังยืนยันผลว่าตอนนี้บุคคลนั้นดูสะอาดและเรียบร้อยขึ้นมาก

แบบฝึกหัด

ใน You really have cleaned yourself up คำว่า cleaned yourself up หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้ตัวเองสะอาดและดูเรียบร้อย
  2. ทำงานทำความสะอาดของคนอื่นจนเสร็จ
  3. ทำความสะอาดห้องที่อยู่รอบตัว
ดูคำตอบ

ทำให้ตัวเองสะอาดและดูเรียบร้อย

And I love your little bow tie.

1:29

และฉันชอบหูกระต่ายอันเล็กๆ ของคุณจัง

Okay,

1:31

ตกลงครับ

yes,

1:32

ใช่

I'd love to. น้ำเสียง/เจตนา

1:32

ฉันยินดีมาก

น้ำเสียง/เจตนา

I'd love to — ตอบรับคำเชิญอย่างยินดี

I'd love to เป็นรูปย่อของ I would love to ในคำตอบนี้ ผู้พูดใช้ตอบรับคำเชิญอย่างกระตือรือร้นและสุภาพ ซึ่งให้ความรู้สึกเชิงบวกมากกว่าการตอบเพียง Yes to ถูกละกริยาหรือการกระทำที่ตามหลัง เพราะคำถามทำให้เข้าใจอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร สำนวนนี้จึงใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อทั้งสองฝ่ายรู้ว่า to แทนการกระทำใด

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบรับอย่างกระตือรือร้นด้วยสำนวนตรงตามบทเรียน: Would you like to join our picnic? — ____.

ดูคำตอบ

I'd love to

Oh my gosh.

1:32

โอ้พระเจ้า

Wait,

1:35

เดี๋ยวก่อน

no.

1:36

ไม่

Come back.

1:36

กลับมานะ

Well,

1:39

เอาล่ะ

that could have gone a bit better. ไวยากรณ์

1:39

มันน่าจะออกมาดีกว่านี้นะ

ไวยากรณ์

could have gone a bit better — ทบทวนผลลัพธ์ในอดีตอย่างนุ่มนวล

Could have + กริยาช่องที่สาม ใช้มองย้อนกลับไปยังผลลัพธ์ในอดีตที่น่าจะดีกว่านี้แต่ไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ gone หมายถึงการดำเนินไปหรือการออกมาเป็นผลแบบหนึ่ง กล่าวคือ เหตุการณ์จริงไม่ได้เป็นไปได้ดีเท่าที่อาจเป็นไปได้ a bit ช่วยลดความแรงของ better ประโยคนี้จึงบอกอย่างมีชั้นเชิงว่าผลลัพธ์น่าผิดหวัง แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่าเหตุการณ์ดำเนินไปแย่

แบบฝึกหัด

เติมการประเมินเหตุการณ์ที่จบแล้วอย่างนุ่มนวลด้วยสำนวนตรงตามบทเรียน: The interview ____.

ดูคำตอบ

could have gone a bit better

Dad.

1:41

พ่อ

What?

1:42

อะไร?

I'm sorry, kids.

1:43

พ่อขอโทษนะเด็กๆ

I couldn't help it. สำนวน

1:44

พ่อทนไม่ไหวจริงๆ

สำนวน

couldn't help it: ไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้

Couldn't help it เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่สามารถหยุดหรือควบคุมการกระทำหรือปฏิกิริยานั้นได้” ในที่นี้ help ไม่ได้แปลว่า “ช่วย” แต่หมายถึง “ป้องกันหรือหลีกเลี่ยง” it ใช้แทนพฤติกรรมหรือปฏิกิริยาที่เข้าใจกันแล้วจากบริบท ผู้พูดมักใช้สำนวนนี้เพื่ออธิบายว่าทำไมจึงทำบางอย่างลงไปทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ฉันควบคุมปฏิกิริยาของตัวเองไม่ได้” ให้สมบูรณ์: I started laughing, and I ____.

ดูคำตอบ

couldn't help it

It's not your fault, Unicorse. น้ำเสียง/เจตนา

1:45

ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก Unicorse

น้ำเสียง/เจตนา

It's not your fault: บอกว่าอีกฝ่ายไม่ต้องรับผิดชอบ

It's not your fault หมายถึง “เธอไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น” ในที่นี้ fault หมายถึงความผิดหรือความรับผิดชอบ ไม่ใช่ความขัดข้องของเครื่องจักร ประโยคนี้ช่วยปลอบและลดการโทษตัวเองของผู้ฟังโดยตรง นอกจากนี้ยังใช้บอกได้ว่าใครไม่ต้องรับผิดชอบเมื่อกำลังพูดถึงสาเหตุของปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เธอไม่ต้องรับผิดชอบ” ให้เป็นคำปลอบใจที่สมบูรณ์: ____; the storm caused the delay.

ดูคำตอบ

It's not your fault

Yeah,

1:47

ใช่

it's his. น้ำเสียง/เจตนา

1:47

ความผิดของเขาต่างหาก

น้ำเสียง/เจตนา

It's his: บริบทช่วยเติมความหมายว่า fault

ในคำตอบนี้ ต้องเข้าใจ his จากคำว่า fault ที่พูดถึงก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ “It is his fault” หรือ “The fault is his” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของบางอย่างที่ไม่ได้ระบุเป็นของเขา ภาษาอังกฤษมักละคำนามเมื่อบริบททำให้รู้ชัดอยู่แล้ว ที่นี่รูปประโยคสั้น ๆ เปลี่ยนความรับผิดชอบไปยังอีกคนอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ใน “The broken window wasn't my fault; it was his” คำว่า his หมายถึงอะไร?

  1. เขายืนอยู่ใกล้หน้าต่าง
  2. เขาเป็นผู้รับผิดชอบที่ทำให้หน้าต่างแตก
  3. หน้าต่างที่แตกเป็นทรัพย์สินของเขา
ดูคำตอบ

เขาเป็นผู้รับผิดชอบที่ทำให้หน้าต่างแตก

Me?

1:48

พ่อน่ะเหรอ?

Him?

1:49

เขาเหรอ?

I don't understand.

1:50

ฉันไม่เข้าใจเลย

I'm the one who ate the tick. ไวยากรณ์

1:51

ฉันเป็นคนกินเห็บนะ

ไวยากรณ์

I'm the one who: เน้นผู้กระทำ

รูปแบบ “I'm the one who + อนุประโยค” ระบุว่าผู้พูดคือบุคคลที่ทำการกระทำนั้นโดยเฉพาะ the one ชี้ถึงบุคคลนั้น และ who นำเข้าสู่การกระทำที่ใช้ระบุตัวบุคคล ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวเน้นผู้กระทำ คือผู้พูดเป็นคนกินเห็บ ไม่ใช่คนอื่น ใช้ได้เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจผิด บอกว่าเป็นผลงานของตน หรือยอมรับความรับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย I'm และระบุว่าผู้พูดคือผู้กระทำโดยเฉพาะ: ____ found the missing key.

ดูคำตอบ

I'm the one who

Unicorse,

1:53

Unicorse

you're a puppet. วัฒนธรรม

1:53

นายเป็นหุ่นเชิด

He controls you.

1:55

เขาควบคุมนายอยู่

วัฒนธรรม

a puppet ... controls you: ผู้ควบคุมที่อยู่เบื้องหลังการกระทำ

puppet คือหุ่นที่คนอื่นทำให้เคลื่อนไหว โดยมักใช้มือ ก้าน หรือเชือก ส่วน He controls you ระบุว่าใครเป็นผู้กำหนดการกระทำของหุ่น ความสัมพันธ์นี้สำคัญเมื่อต้องพิจารณาว่าใครรับผิดชอบ หากการกระทำของหุ่นมาจากผู้ควบคุม ความผิดอาจเปลี่ยนจากตัวละครหุ่นไปยังคนที่บังคับมัน ที่นี่ control หมายถึงการควบคุมโดยตรง ไม่ใช่เพียงการมีอิทธิพลทั่วไป

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษต่อไปนี้: you're a puppet. He controls you. เพราะเหตุใดความสนใจจึงเปลี่ยนไปอยู่ที่ผู้ควบคุมได้?

  1. เพราะ puppet มีความหมายเหมือนกับ controller
  2. เพราะของเล่นทุกชิ้นตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
  3. เพราะการกระทำของหุ่นถูกกำหนดโดยคนที่ควบคุมมัน
ดูคำตอบ

เพราะการกระทำของหุ่นถูกกำหนดโดยคนที่ควบคุมมัน

That's a good one. น้ำเสียง/เจตนา

2:00

มุกตลกดีนะเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

That's a good one: one หมายถึงอะไร

ใน That's a good one. คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้ที่เข้าใจอยู่แล้วจากบริบท เช่น joke, line, comment, excuse หรือ idea ที่นี่ไม่ได้หมายถึงเลข 1 ในฉากนี้ สำนวนดังกล่าวใช้แสดงว่าคำพูดก่อนหน้านั้นฉลาดหรือขบขัน มีความหมายใกล้เคียงกับ “ประโยคนั้นพูดได้ดี”

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: That's a good one. one น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. คนที่ยังไม่เคยถูกกล่าวถึง
  2. เลข 1
  3. มุก ประโยค หรือความคิดก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

มุก ประโยค หรือความคิดก่อนหน้านี้