รูปแบบความผูกพันของคุณคืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
912 คำ 149 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: แบบสอบถามหนึ่งชิ้นนำเสนอความผูกพันแบบมั่นคง วิตกกังวล และหลีกเลี่ยง พร้อมอธิบายว่าสองแบบที่ไม่มั่นคงอาจตีความความใกล้ชิดผิดและกระตุ้นการป้องกันของกันและกัน วิดีโอแนะนำให้รู้รูปแบบของตนและตอบสนองอย่างระมัดระวังขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “find it relatively easy to get close to others” — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ใช้ find it + คำคุณศัพท์ + infinitive เพื่อประเมินประสบการณ์และบอกระดับได้แม่นยำ 2. “check out emotionally” — กริยาวลี: เข้าใจความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าออกจากการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ และแยกจากการเช็กเอาต์โรงแรมหรือตรวจดูสิ่งของ 3. “tread lightly” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจภาพการก้าวเบา ๆ ว่าเป็นคำแนะนำให้ทำอย่างระวังเมื่อต้องการความใกล้ชิดหรือพูดเรื่องละเอียดอ่อน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One of the greatest questionnaires in the history of 20th-century psychology ไวยากรณ์

0:00

หนึ่งในแบบสอบถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจิตวิทยาศตวรรษที่ 20

ไวยากรณ์

One of the greatest questionnaires: one of the + คำขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์

One of the greatest questionnaires หมายถึงแบบสอบถามหนึ่งชุดเป็นสมาชิกของกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับการประเมินว่ายอดเยี่ยมที่สุด โครงสร้างคือ one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ ดังนั้น questionnaires ต้องเป็นพหูพจน์ คำหลักทางไวยากรณ์คือ One ไม่ใช่ questionnaires เมื่อวลีคำนามนี้เป็นประธาน กริยาหลักมักใช้รูปเอกพจน์: One of the questionnaires is famous. วลีอย่าง in the history of 20th-century psychology เพียงจำกัดขอบเขตของการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าสะพานนี้อยู่ในกลุ่มสะพานที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง

  1. This bridge is the one of the oldest bridges in the city.
  2. This bridge is one of the oldest bridge in the city.
  3. This bridge is one of the oldest bridges in the city.
ดูคำตอบ

This bridge is one of the oldest bridges in the city.

had a modest start in the pages of a local Colorado newspaper, วลี

0:04

เริ่มต้นอย่างเรียบง่ายบนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในรัฐโคโลราโด

the Rocky Mountain News in July 1985.

0:08

หนังสือพิมพ์ร็อกกีเมาน์เทนนิวส์ในเดือนกรกฎาคม ปี 1985

วลี

Had a modest start: เริ่มต้นในระดับเล็ก

Had a modest start เป็นรูปอดีตของ have a modest start หมายถึง “เริ่มต้นในระดับเล็ก เงียบ ๆ หรือไม่โดดเด่น” ในที่นี้ modest อธิบายลักษณะของจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ความถ่อมตัวของบุคคล สำนวนนี้มักเตรียมให้เกิดความแตกต่างกับสิ่งที่ตามมา กล่าวคือ สิ่งที่ภายหลังมีความสำคัญอาจเริ่มต้นโดยมีคนสนใจน้อยหรือมีขอบเขตจำกัด ใช้อธิบายบริษัท โครงการ อาชีพ สิ่งพิมพ์ หรือแนวคิดได้ ความสำเร็จในภายหลังจะถูกสื่อเป็นนัยก็ต่อเมื่อบริบทรอบข้างกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่ตรงกับความหมายว่า “เริ่มต้นในระดับเล็ก”: The community radio station ____ in a spare classroom before reaching listeners across the whole county.

ดูคำตอบ

had a modest start

The work of two University of Denver psychologists,

0:12

ผลงานของนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเดนเวอร์สองท่าน

Cindy Hazan and Philip Shaver,

0:15

ซินดี้ ฮาซาน และ ฟิลิป เชเวอร์

the questionnaire asked readers to identify

0:17

แบบสอบถามนี้ขอให้ผู้อ่านระบุ

which of three statements most closely reflected

0:19

ว่าหนึ่งในสามข้อความใดที่สะท้อนถึง

who they were in love. ไวยากรณ์

0:23

ตัวตนของพวกเขาในยามมีความรักได้ตรงที่สุด

ไวยากรณ์

who they were in love: ใช้ with กับคน และใช้ when กับภาวะ

เมื่อเขียนว่า who they were in love ตามต้นฉบับ วลีนี้ไม่ได้สื่อความหมายที่เป็นไปได้ทั้งสองแบบอย่างชัดเจน be in love สามารถใช้เดี่ยว ๆ เพื่อบอกภาวะที่กำลังรักใครสักคนได้ แต่ไม่สามารถตามด้วยคนที่เป็น对象แห่งความรักโดยตรง ถ้า who หมายถึงคนที่พวกเขารัก ต้องใช้ who they were in love with ในรูปประโยคที่ใช้กันทั่วไปนี้ who ย้ายไปอยู่ข้างหน้า ส่วน with ยังคงอยู่ท้ายวลี แต่ในบริบทของแบบสอบถาม ความหมายที่ตั้งใจสื่อคือพวกเขาเป็นคนแบบไหนในช่วงที่มีความรัก ดังนั้น who they were when they were in love จึงชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไป: The survey asked participants who they were in love ____.

ดูคำตอบ

with

To hugely improve our chances of thriving in relationships, วลี

0:25

เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างมหาศาล

we should dare to take the same test.

0:29

เราก็ควรกล้าที่จะทำแบบทดสอบเดียวกันนี้

วลี

improve our chances of thriving: chances of ตามด้วยรูป -ing

Improve our chances of thriving หมายถึงทำให้เรามีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างประสบความสำเร็จมากขึ้น ในที่นี้ thrive หมายถึงพัฒนาไปได้ดีและแข็งแรง ไม่ใช่เพียงประคองความสัมพันธ์ให้ดำเนินต่อไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ improve someone's chances of + คำนามหรือรูป -ing เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท thriving จึงถูกต้อง ส่วน thrive ไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ pass: Regular review can improve your chances of ____ the exam.

ดูคำตอบ

passing

Option A:

0:33

ตัวเลือก A:

I find it relatively easy to get close to others ไวยากรณ์

0:34

ฉันพบว่าการใกล้ชิดกับผู้อื่นค่อนข้างง่าย

ไวยากรณ์

find it relatively easy to get close to others: รู้สึกว่าการสนิทกับผู้อื่นค่อนข้างง่าย

ในโครงสร้าง find + it + adjective + to-infinitive คำว่า it เป็นกรรมสมมติที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วน to-infinitive ระบุกิจกรรมที่ถูกประเมิน ในที่นี้ผู้พูดมองว่าการสนิทสนมทางใจกับผู้อื่นเป็นเรื่องง่าย relatively ช่วยลดน้ำหนักของ easy หมายถึงง่ายเมื่อเทียบกับสิ่งที่พบโดยทั่วไป คนอื่น หรือสถานการณ์อื่น ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องใช้ความพยายามเลย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ find it + adjective + to do something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง find, it, relatively และ easy ให้ถูกต้อง: I ____ to talk in small groups.

ดูคำตอบ

find it relatively easy

and I'm comfortable depending on them

0:38

และฉันรู้สึกสบายใจที่จะพึ่งพาพวกเขา

and having them depend on me. ไวยากรณ์

0:40

และให้พวกเขาพึ่งพาฉัน

ไวยากรณ์

having them depend on me: have + บุคคล + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน having them depend on me คำว่า having อยู่ในรูป -ing เพราะวางขนานกับ depending หลัง comfortable ภายในวลี -ing นี้ใช้โครงสร้าง have + person + base verb คือ them + depend ไม่ใช่ them + to depend ในบริบทนี้ have ไม่ได้สื่อถึงการบังคับหรือสั่ง แต่บอกว่าผู้พูดรู้สึกสบายใจกับความสัมพันธ์ที่คนอื่นพึ่งพาตนเอง คำว่า depend ยังต้องใช้ on ก่อนบุคคลหรือสิ่งที่พึ่งพา: depend on me

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ have, them, depend และ on ในรูปและลำดับที่ถูกต้อง: Nina is comfortable helping her teammates and ____ her when they need support.

ดูคำตอบ

having them depend on

I don't worry about being abandoned

0:42

ฉันไม่กังวลเกี่ยวกับการถูกทอดทิ้ง

or about someone getting too close to me.

0:44

หรือการที่ใครบางคนจะเข้ามาใกล้ชิดฉันมากเกินไป

Option B:

0:47

ตัวเลือก B:

I find that others are reluctant to get as close as I would like. ไวยากรณ์

0:49

ฉันพบว่าผู้อื่นมักลังเลที่จะใกล้ชิดอย่างที่ฉันต้องการ

ไวยากรณ์

as close as I would like: ระดับความสนิทที่ต้องการ

ในโครงสร้าง as + adjective + as I would like คำว่า as ตัวที่สองใช้ระดับที่ผู้พูดต้องการเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในที่นี้ as close as I would like หมายถึง “สนิทในระดับที่ฉันต้องการ” ข้อความก่อนหน้าอย่าง are reluctant to get แสดงว่าระดับที่เกิดขึ้นจริงยังไม่ถึงระดับที่ต้องการ Would like สื่อถึงความต้องการในปัจจุบัน ส่วนคำหลัง like เช่น them to get close ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท ไม่ใช่การสมมติเกี่ยวกับอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง as ... as และ close เพื่อแสดงว่าความสัมพันธ์ยังไม่ถึงระดับความสนิทที่ผู้พูดต้องการ: We aren’t ____.

ดูคำตอบ

as close as I would like

I often worry that my partner doesn't really love me

0:54

ฉันมักกังวลว่าคู่รักของฉันไม่ได้รักฉันจริงๆ

or won't want to stay with me.

0:57

หรืออาจไม่อยากอยู่กับฉัน

I want to get very close to my partner

0:59

ฉันต้องการใกล้ชิดกับคู่รักของฉันมาก

and this sometimes scares people away. กริยาวลี

1:01

และบางครั้งสิ่งนี้ก็ทำให้คนอื่นกลัวและหนีไป

กริยาวลี

scares people away: ทำให้คนกลัวหรือไม่สบายใจจนถอยห่าง

Scare someone away หมายถึงทำให้ใครบางคนจากไป อยู่ห่าง ๆ หรือหยุดติดต่อเพราะรู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจ ในประโยคนี้ ความต้องการความสนิทอย่างมากทำให้เกิดผลเช่นนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดตั้งใจข่มขู่ใคร Away เป็นคำที่บอกผลลัพธ์ โดยเพิ่มความหมายว่ามีการถอยหรือเว้นระยะ หากกรรมเป็นคำนาม กริยาวลีนี้แยกได้เป็น scare people away หรือ scare away people แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ตรงกลาง โดยใช้ scare them away ไม่ใช่ scare away them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ scare ... away โดยใช้คำสรรพนาม them: Pushy sales messages can ____ before they make a purchase.

ดูคำตอบ

scare them away

Option C:

1:04

ตัวเลือก C:

I am somewhat uncomfortable being close to others.

1:06

ฉันรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่จะต้องใกล้ชิดกับผู้อื่น

I find it difficult to trust them completely,

1:09

ฉันพบว่ามันยากที่จะเชื่อใจพวกเขาอย่างเต็มที่

difficult to allow myself to depend on them. ไวยากรณ์

1:12

ยากที่จะยอมให้ตัวเองพึ่งพาพวกเขา

ไวยากรณ์

allow myself to depend on them: ยอมให้ตัวเองพึ่งพาพวกเขา

ใน allow myself to depend on them วลี allow myself to หมายถึงการอนุญาตตัวเองในทางความรู้สึกให้ทำสิ่งที่รู้สึกว่ายากหรือเสี่ยง คำว่า myself ย้อนกลับไปที่ I ดังนั้นผู้ให้อนุญาตและผู้ได้รับอนุญาตคือผู้พูดคนเดียวกัน โครงสร้างคือ allow + สรรพนามสะท้อนกลับ + to-infinitive ในที่นี้ depend on หมายถึงพึ่งพาใครบางคนเพื่อขอความช่วยเหลือหรือแรงสนับสนุนทางใจ และต้องมี on

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ allow oneself to: After months of handling everything alone, Maya decided to ____ ask her family for help.

ดูคำตอบ

allow herself to

I'm nervous when anyone gets too close

1:15

ฉันจะรู้สึกประหม่าเมื่อใครเข้ามาใกล้ชิดเกินไป

and often others want me to be more intimate than I feel comfortable being. ไวยากรณ์

1:18

และบ่อยครั้งที่คนอื่นต้องการให้ฉันสนิทสนมมากกว่าที่ฉันจะรู้สึกสบายใจ

ไวยากรณ์

more intimate than I feel comfortable being: สนิทสนมเกินขอบเขตที่รู้สึกสบายใจ

ใน more intimate than I feel comfortable being คำว่า more intimate บอกระดับความใกล้ชิดที่คนอื่นต้องการ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย than บอกขอบเขตที่ผู้พูดรู้สึกสบายใจ being ใช้แทน being intimate โดยไม่ต้องพูด adjective intimate ซ้ำ เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากการเปรียบเทียบแล้ว ในที่นี้ being เป็นรูปของ be ที่ต้องใช้หลัง feel comfortable ไม่ใช่รูป progressive

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ be เพื่อเติมประโยคเปรียบเทียบโดยไม่พูด formal ซ้ำ: They asked me to be more formal than I felt comfortable ____.

ดูคำตอบ

being

Which of these options applies to you?

1:25

ตัวเลือกใดที่ตรงกับคุณ?

A, B or C?

1:28

A, B หรือ C?

Behind the scenes, สำนวน

1:31

เบื้องหลังแบบสอบถามนี้

the options refer to the three main styles of relating to other people

1:32

ตัวเลือกเหล่านี้อ้างอิงถึงรูปแบบหลักสามประการในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น

first identified by the English psychologist John Bowlby,

1:37

ซึ่งถูกระบุครั้งแรกโดยนักจิตวิทยาชาวอังกฤษ จอห์น โบวล์บี

สำนวน

Behind the scenes: กิจกรรมหรือสาเหตุที่มองไม่เห็น

Behind the scenes เป็นสำนวนที่หมายถึงการอยู่นอกสายตาสาธารณะ ซึ่งเป็นที่ที่งาน การวางแผน หรือสาเหตุที่คนทั่วไปไม่เห็นกำลังดำเนินอยู่ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหลังเวทีจริง ๆ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกว่าตัวเลือกคำตอบที่มองเห็นมีทฤษฎีรองรับอยู่เบื้องหลัง และช่วยเปลี่ยนความสนใจจากสิ่งที่ผู้ชมเห็นไปสู่คำอธิบายที่อยู่ข้างใต้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ behind the scenes ในความหมายว่าอยู่นอกสายตาสาธารณะ

  1. Most of the negotiations happened behind the scenes.
  2. The reporter was already on the scene.
  3. The train arrived behind schedule.
ดูคำตอบ

Most of the negotiations happened behind the scenes.

the inventor of attachment theory in the 1950s and 60s.

1:41

ผู้คิดค้นทฤษฎีความผูกพันในช่วงปี 1950 และ 60

Option A signals what is known as a secure pattern of attachment, ไวยากรณ์

1:45

ตัวเลือก A บ่งบอกถึงสิ่งที่เรียกว่า รูปแบบความผูกพันแบบมั่นคง

ไวยากรณ์

what is known as + ชื่อที่เป็นที่ยอมรับ

What is known as ใช้เกริ่นชื่อที่เป็นที่ยอมรับหรือชื่อที่ใช้กันทั่วไปของสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ อนุประโยคทั้งหมด what is known as a secure pattern of attachment ทำหน้าที่เป็นกรรมของ signals ในที่นี้ what มีความหมายว่า “สิ่งหรือประเภทที่เรียกว่า” อยู่แล้ว จึงไม่เติมคำนามหรือ that ก่อน is known as ให้ใช้โครงสร้าง what is known as + ชื่อหรือคำศัพท์

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: The treatment uses ___ cognitive behavioral therapy.

  1. that is known as
  2. what is known as
  3. what known as
ดูคำตอบ

what is known as

whereby love and trust come easily. การใช้คำ

1:51

ซึ่งความรักและความไว้วางใจจะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

การใช้คำ

whereby: เชื่อมกลไกเข้ากับผลลัพธ์

Whereby เป็นคำเชื่อมแบบเป็นทางการที่หมายถึง “ผ่านกระบวนการนี้” หรือ “ภายใต้การจัดระบบนี้” ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเชื่อมรูปแบบความผูกพันที่มั่นคงซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้าเข้ากับผลที่ตามมา นั่นคือความรักและความไว้วางใจเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย คำนี้ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง โดยทั่วไปจะวางหลังคำนามที่กล่าวถึงระบบ กระบวนการ วิธีการ ข้อตกลง หรือสถานการณ์ แล้วตามด้วยคำอธิบายว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไรหรือก่อให้เกิดผลใด

แบบฝึกหัด

คำใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมคำอธิบายกลไกแบบเป็นทางการนี้ให้สมบูรณ์? “The school has a mentoring system, ___ new students receive weekly guidance.”

  1. where
  2. whereby
  3. wherever
ดูคำตอบ

whereby

Option B refers to what's known as the anxious pattern of attachment,

1:55

ตัวเลือก B อ้างอิงถึงสิ่งที่เรียกว่า รูปแบบความผูกพันแบบวิตกกังวล

where one longs to be intimate with others

2:00

ที่บุคคลนั้นโหยหาความใกล้ชิดกับผู้อื่น

but is continuously scared of letdown การใช้คำ

2:02

แต่ก็หวาดกลัวความผิดหวังอยู่ตลอดเวลา

and often precipitates crises in relationships การใช้คำ

2:05

และมักจะเร่งให้เกิดวิกฤตในความสัมพันธ์

through counterproductively aggressive behavior.

2:09

ผ่านพฤติกรรมก้าวร้าวที่ส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์

การใช้คำ

letdown ที่เป็นคำนามใน scared of letdown

Letdown เป็นคำนามที่หมายถึงผลลัพธ์หรือประสบการณ์ที่น่าผิดหวัง กล่าวคือบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นไปตามความหวังของคุณ ใน scared of letdown คำนี้กล่าวโดยรวมถึงความกลัวว่าความใกล้ชิดจะจบลงด้วยความผิดหวัง หรืออีกฝ่ายจะทำให้คุณผิดหวัง คำนามนี้เขียนติดกันเป็นคำเดียว คำนี้เกี่ยวข้องกับกริยาวลี let someone down แต่ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำนามหลัง of

แบบฝึกหัด

รูปใดเติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง? “After months of hype, the final episode was a real ___.”

  1. let down
  2. letdown
  3. lets down
ดูคำตอบ

letdown

การใช้คำ

precipitates crises in relationships: ทำให้วิกฤตในความสัมพันธ์ปะทุขึ้น

ใน precipitates crises in relationships คำว่า precipitates เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการ หมายถึง “ทำให้ปัญหาร้ายแรงเริ่มขึ้นอย่างกะทันหันหรือเร็วกว่าที่ควรจะเป็น” พฤติกรรมก้าวร้าวไม่ได้เพียงเกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤต แต่มีส่วนทำให้วิกฤตเกิดขึ้น คำกริยานี้มักนำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นตัวกระตุ้นโดยตรงของผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายหรือทำให้สถานการณ์ไม่มั่นคง ความหมายนี้พบได้บ่อยในงานวิเคราะห์ ข่าว และงานเขียนเชิงวิชาการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ precipitated ในความหมายว่าการกระทำหนึ่งทำให้ปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือเร็วกว่าปกติ

  1. The company described the crisis in its annual report.
  2. His reckless announcement precipitated a crisis at the company.
  3. His careful planning reduced the risk of a crisis at the company.
ดูคำตอบ

His reckless announcement precipitated a crisis at the company.

Option C is what is known as the avoidant pattern of attachment,

2:12

ตัวเลือก C คือสิ่งที่เรียกว่า รูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง

where it feels much easier to avoid the dangers of intimacy

2:17

ซึ่งจะรู้สึกง่ายกว่ามากที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายจากความใกล้ชิด

through solitary activities and emotional withdrawal. การใช้คำ

2:21

ผ่านการทำกิจกรรมคนเดียวและการถอนตัวทางอารมณ์

การใช้คำ

emotional withdrawal: การถอยออกจากความเชื่อมโยงทางอารมณ์

Emotional withdrawal หมายถึงการถอยออกจากการแบ่งปันความรู้สึก การตอบสนองทางอารมณ์ หรือการสร้างความใกล้ชิดกับผู้อื่น ในประโยคนี้ การกระทำดังกล่าวเป็นวิธีหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของความใกล้ชิด เช่นเดียวกับการใช้เวลาอยู่คนเดียว คำนี้อธิบายการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ที่ลดลง ไม่ใช่เพียงการเงียบชั่วครู่ บุคคลอาจยังอยู่ตรงนั้นทางกาย แต่กลับมีท่าทีห่างเหิน ปิดกั้นตัวเอง หรือไม่ตอบสนอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงการถอยออกจากความเชื่อมโยงทางอารมณ์: The counselor noticed a pattern of ____ whenever difficult feelings came up.

ดูคำตอบ

emotional withdrawal

Questionnaires in newspapers are rarely of much use, วลี

2:25

แบบสอบถามในหนังสือพิมพ์ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก

but Hazan and Shaver's is the momentous exception. ลำดับความ

2:29

แต่แบบสอบถามของฮาซานและเชเวอร์เป็นข้อยกเว้นที่สำคัญ

วลี

rarely of much use: แทบไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก

be of + คำนามนามธรรม เป็นโครงสร้างประเมินที่ค่อนข้างเป็นทางการ be of much use หมายถึง be very useful โดย use ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยา use rarely จำกัดความหมายของการประเมินทั้งหมด ดังนั้น rarely of much use จึงหมายความว่าแบบสอบถามเหล่านั้นมักไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก โครงสร้างนี้นำไปใช้กับวลีอย่าง be of great value หรือ be of little importance ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่เน้นไว้: Without current data, the report is rarely ____.

ดูคำตอบ

of much use

ลำดับความ

but ... is the momentous exception: เน้นข้อยกเว้นที่สำคัญยิ่ง

คำเชื่อม but เปลี่ยนทิศทางของประโยค หลังจากกล่าวเชิงลบแบบกว้าง ๆ เกี่ยวกับแบบสอบถามในหนังสือพิมพ์ ผู้เขียนก็ชี้ให้เห็นกรณีหนึ่งที่ไม่เป็นไปตามกฎทั่วไป การวางข้อยกเว้นไว้หลัง but ทำให้กรณีนั้นโดดเด่นขึ้น Hazan and Shaver's เป็นวลีแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน Hazan and Shaver's questionnaire จึงละคำนามที่ซ้ำกันไว้ Momentous หมายถึงสำคัญอย่างยิ่งเพราะผลกระทบของสิ่งนั้น ทำให้กรณีนี้ไม่ใช่เพียงข้อยกเว้นธรรมดา

แบบฝึกหัด

“but Hazan and Shaver's is the momentous exception” ทำหน้าที่หลักด้านการเรียบเรียงข้อความอย่างไรในประโยคนี้?

  1. เพื่อยกตัวอย่างที่สองซึ่งสนับสนุนข้อสรุปทั่วไปก่อนหน้า
  2. เพื่ออธิบายว่าแบบสอบถามในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับสำคัญเท่ากัน
  3. เพื่อเน้นกรณีสำคัญหนึ่งกรณีที่ขัดกับข้อสรุปทั่วไปก่อนหน้า
ดูคำตอบ

เพื่อเน้นกรณีสำคัญหนึ่งกรณีที่ขัดกับข้อสรุปทั่วไปก่อนหน้า

If there is one thing we should do to improve our relationships, ไวยากรณ์

2:32

หากมีสิ่งหนึ่งที่เราควรทำเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ของเรา

it is to know ahead of time วลี

2:35

นั่นคือการรู้ล่วงหน้า

ไวยากรณ์

If there is one thing ... it is to ... เพื่อเน้นสิ่งสำคัญที่สุดหนึ่งอย่าง

โครงสร้าง “If there is one thing ..., it is to ...” เลือกการกระทำหนึ่งอย่างจากหลายทางเลือกและเน้นว่าสิ่งนั้นสำคัญที่สุด ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าการรู้ไว้ล่วงหน้าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาความสัมพันธ์ if ในที่นี้ใช้สร้างการเน้นเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้แสดงความไม่แน่นอนจริง ๆ อนุประโยคแรกระบุเรื่องหรือเป้าหมาย ส่วน it is to นำเข้าสู่การกระทำที่เลือกในรูป infinitive คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่อเน้นคำแนะนำหรือสรุปหลักการสำคัญหนึ่งข้อได้

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนที่หายไปเพื่อทำให้โครงสร้างเน้นย้ำสมบูรณ์: ____ our group should do before the trip, ____ check the weather forecast.

ดูคำตอบ

If there is one thing · it is to

วลี

know ahead of time: รู้ก่อนที่จะต้องใช้ข้อมูล

To know something ahead of time หมายถึงการรู้บางอย่างก่อนที่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องจะเกิดขึ้น หรือก่อนที่จะต้องใช้ข้อมูลนั้น ในที่นี้หมายถึงการได้รับข้อมูลเร็วพอที่จะเตรียมตัว ไม่ใช่เพิ่งมารู้หลังจากเกิดปัญหาในความสัมพันธ์แล้ว Ahead of time เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัว ใช้ขยายการกระทำอย่าง know, plan, book, tell หรือ prepare ได้ และมักเน้นการเตรียมตัวล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “ahead of time” ในความหมายว่า “ก่อนที่จะต้องใช้หรือก่อนที่จะเกิดขึ้น”?

  1. The train arrived right on time.
  2. Her ideas were ahead of her time.
  3. We booked the tickets ahead of time.
ดูคำตอบ

We booked the tickets ahead of time.

which of the three categories we predominantly belong to,

2:37

ว่าเราจัดอยู่ในหมวดหมู่ใดมากที่สุดจากสามหมวดหมู่นี้

A, B or C,

2:42

A, B หรือ C

and to deploy the knowledge in love การใช้คำ

2:43

และนำความรู้นี้ไปใช้ในความรัก

so as to warn ourselves and others ไวยากรณ์

2:45

เพื่อเตือนตัวเองและผู้อื่น

of the traps we might fall into. สำนวน

2:48

ถึงกับดักที่เราอาจตกลงไป

การใช้คำ

deploy the knowledge: นำมาใช้อย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงมีไว้

ใน deploy the knowledge คำว่า deploy ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการนำความรู้มาใช้จริงอย่างตั้งใจเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ ไม่ใช่เพียงมีหรือจดจำความรู้นั้นไว้ ในที่นี้ ความรู้ถูกใช้เพื่อมองเห็นและเตือนถึงกับดักที่อาจเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ deploy ยังคงมีน้ำเสียงเป็นทางการและเชิงกลยุทธ์ โดยมองความรู้เป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ลงมือทำได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ deploy the knowledge หมายถึงอะไร? "The team deployed its knowledge to solve the crisis."

  1. ส่งความรู้ไปยังสถานที่อื่น
  2. นำความรู้มาใช้อย่างมีกลยุทธ์
  3. เก็บความรู้ไว้ใช้ภายหลัง
ดูคำตอบ

นำความรู้มาใช้อย่างมีกลยุทธ์

ไวยากรณ์

so as to warn: การบอกจุดประสงค์

So as to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ ใน so as to warn คำว่า warn เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และทั้งวลีมีความหมายเหมือน in order to warn โดยเชื่อมการใช้ความรู้เข้ากับจุดประสงค์ที่จะเตือนล่วงหน้า ให้มอง so as to เป็นคำเชื่อมบอกจุดประสงค์หนึ่งชุด ในที่นี้ so ไม่ได้บอกระดับหรือการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมบอกจุดประสงค์แบบเป็นทางการสามคำที่เรียนในบทนี้: We left early ____ avoid the traffic.

ดูคำตอบ

so as to

สำนวน

กับดักที่เราอาจตกลงไป

ในประโยคนี้ traps หมายถึงรูปแบบพฤติกรรมหรือปฏิกิริยาที่เป็นโทษ ไม่ใช่กับดักที่เป็นวัตถุจริง ๆ ส่วน fall into ยังคงภาพของการ “ตกลงไปในกับดัก” โดยสื่อว่าคนอาจเข้าไปอยู่ในรูปแบบเหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจ ราวกับตกลงไปในกับดักที่ซ่อนอยู่ ในอนุประโยคขยาย the traps we might fall into คำว่า traps เป็นกรรมของ into ที่ย้ายไปอยู่ข้างหน้า ภาษาอังกฤษสามารถวางบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: we might fall into the traps → the traps we might fall into ต้องคง into ไว้ เพราะ fall the traps ผิดไวยากรณ์ และ fall in เป็นอีกโครงสร้างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำ: Even careful investors can ____ the trap of chasing quick profits.

ดูคำตอบ

fall into

We then need a little training

2:51

จากนั้นเราจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนสักเล็กน้อย

because half of us at least are not secure in love.

2:52

เพราะอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเราไม่มีความมั่นคงในความรัก

We belong in the camps of either the avoidant or the anxious,

2:57

เราอยู่ในกลุ่มหลีกเลี่ยงหรือวิตกกังวล

and we have, to complicate matters, ลำดับความ

3:01

และเพื่อให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น เรามักจะมี

an above-average propensity to fall in love วลี

3:03

แนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จะตกหลุมรัก

with someone from the other damaged side,

3:06

คนที่มาจากอีกฝ่ายหนึ่งที่บอบช้ำเช่นกัน

thereby aggravating our insecurities and defenses in the process. ไวยากรณ์

3:09

ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมความไม่มั่นคงและการสร้างกำแพงป้องกันของเราในกระบวนการนี้

ลำดับความ

to complicate matters ในฐานะวลีแทรกแสดงความคิดเห็น

To complicate matters เป็นวลีแทรกในรูป infinitive ที่ใช้แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหา ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของใคร แต่ช่วยให้ผู้ฟังจัดระเบียบข้อมูล โดยชี้ว่าปัจจัยที่ตามมาทำให้สถานการณ์ที่ยากอยู่แล้วซับซ้อนยิ่งขึ้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีนี้เป็นส่วนแทรก ดังนั้นโครงสร้างหลักยังคงเป็น we have an above-average propensity... วลีนี้วางไว้ต้นประโยคได้เช่นกัน: To complicate matters, ...

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอปัจจัยใหม่ว่าเพิ่มความซับซ้อน โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าผลลัพธ์แย่ลงแล้ว

  1. To complicate matters, the two systems use different definitions.
  2. To make matters worse, the two systems use different definitions.
  3. For that purpose, the two systems use different definitions.
ดูคำตอบ

To complicate matters, the two systems use different definitions.

วลี

an above-average propensity to fall in love with: แนวโน้มตกหลุมรักที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย

propensity เป็นคำนามค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเกิดซ้ำ ใน an above-average propensity to fall in love with คำว่า above-average บอกว่าแนวโน้มนี้สูงกว่าปกติ ส่วน to fall เป็นรูป infinitive ที่ระบุพฤติกรรมนั้น รูปแบบ a propensity to do something ใช้บอกแนวโน้ม ไม่ได้บอกว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน ประโยคนี้บอกว่าคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นพิเศษที่จะตกหลุมรักคนจากอีกกลุ่มที่มีบาดแผล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการที่หมายถึง “แนวโน้มที่สูงกว่าปกติ”: The survey group showed ____ take unnecessary risks.

ดูคำตอบ

an above-average propensity to

ไวยากรณ์

thereby aggravating...: การแสดงผลที่เกิดตามมา

thereby + -ing นำเสนอการกระทำในรูป -ing ว่าเป็นผลจากอนุประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ การตกหลุมรักคนจากอีกกลุ่มที่มีบาดแผลทำให้ความรู้สึกไม่มั่นคงและกลไกป้องกันตัวแย่ลง thereby จึงหมายถึง “เป็นผลจากสิ่งนั้น” ไม่ใช่เพียง “หลังจากนั้น” โครงสร้างนี้รวมเหตุและผลไว้ในประโยคเดียว รูปแบบคืออนุประโยคที่บอกเหตุ ตามด้วย thereby และผลในรูป -ing คำว่า aggravating หมายถึงทำให้ปัญหาที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย thereby และรูป -ing ของ increase: The delay reduced the testing time, ____ the risk of errors.

ดูคำตอบ

thereby increasing

Here is a brief list of what avoidance and anxious types

3:14

นี่คือรายการสั้นๆ ว่าคนประเภทหลีกเลี่ยงและวิตกกังวล

should keep in mind in their relationships.

3:18

ควรคำนึงถึงอะไรบ้างในความสัมพันธ์ของพวกเขา

If you are an avoidant with someone anxiously attached, well,

3:21

หากคุณเป็นคนประเภทหลีกเลี่ยงที่มีคู่รักแบบวิตกกังวล

recognize the extent to which you check out emotionally โน้ต

3:25

จงตระหนักถึงระดับที่คุณปิดกั้นทางอารมณ์

when things are intense,

3:29

เมื่อสถานการณ์ตึงเครียด

particularly when there is an offer of closeness.

3:30

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเสนอความใกล้ชิด

ไวยากรณ์

recognize the extent to which: การประเมินระดับ

Recognize the extent to which + อนุประโยค หมายถึงการสังเกตและประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในระดับใด Extent หมายถึงระดับ ส่วน to which เชื่อมระดับนั้นกับอนุประโยคที่ตามมา ในที่นี้ อนุประโยคที่ตามมาคือ you check out emotionally when things are intense คำแนะนำนี้ไม่ได้เพียงให้สังเกตว่ามีการถอนตัว แต่ให้ประเมินด้วยว่าการถอนตัวนั้นเกิดขึ้นมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง extent จากบทเรียนนี้: In your reflection, recognize ____ stress affects your decisions.

ดูคำตอบ

the extent to which

กริยาวลี

check out emotionally: ถอนตัวทางอารมณ์

Check out emotionally หมายถึงหยุดมีส่วนร่วมหรืออยู่กับสถานการณ์ในด้านอารมณ์ บุคคลนั้นอาจยังอยู่ตรงนั้นทางกาย แต่ลดความสนใจ การตอบสนอง หรือการมีส่วนร่วมลง Check out มีหลายความหมาย แต่ emotionally ชี้ให้เห็นความหมายเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสังเกตการถอนตัวในช่วงที่สถานการณ์เข้มข้น ไม่ได้หมายถึงการเดินออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ checked out emotionally หมายถึงอะไร? During the argument, Lena stayed in the room but checked out emotionally.

  1. เธอออกไปเพื่อจ่ายค่าโรงแรม
  2. เธอตรวจสอบอารมณ์ของทุกคนอย่างละเอียด
  3. เธอหยุดมีส่วนร่วมทางอารมณ์แม้ว่ายังอยู่ตรงนั้น
ดูคำตอบ

เธอหยุดมีส่วนร่วมทางอารมณ์แม้ว่ายังอยู่ตรงนั้น

Recognize how you will tend to prefer sex and closeness with strangers

3:33

จงตระหนักว่าเหตุใดคุณมักจะชอบการมีเซ็กส์และความใกล้ชิดกับคนแปลกหน้า

and how nervous you will be around cuddles and kissing.

3:38

และคุณจะประหม่าแค่ไหนเวลาที่ต้องกอดและจูบ

You probably don't want to keep the light on either.

3:41

คุณอาจจะไม่อยากเปิดไฟไว้ด้วยซ้ำ

Watch how you sabotage long-term intimacy. การใช้คำ

3:43

คอยดูว่าคุณทำลายความใกล้ชิดในระยะยาวอย่างไร

การใช้คำ

sabotage long-term intimacy: บั่นทอนความใกล้ชิดที่ยั่งยืน

ในประโยคนี้ sabotage หมายถึงการทำสิ่งต่าง ๆ ที่บั่นทอนหรือทำลายโอกาสในการสร้างความใกล้ชิดทางอารมณ์ที่ยั่งยืน คำนี้เน้นรูปแบบหรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจครั้งเดียว ในบริบททางจิตวิทยา พฤติกรรมนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวได้ Watch how เป็นการชวนให้ผู้ฟังสังเกตรูปแบบของตนเอง ไม่ได้หมายความว่ากำลังกล่าวหาว่าผู้ฟังต้องการทำลายความสัมพันธ์เสมอไป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดเหมาะกับประโยคนี้มากที่สุด: “She pulls away whenever a relationship becomes serious, so she may sabotage long-term intimacy”?

  1. เธออาจจงใจยุติทุกความสัมพันธ์เพราะไม่สนใจความใกล้ชิดเลย
  2. เธออาจทำสิ่งต่าง ๆ ที่บั่นทอนความใกล้ชิดทางอารมณ์ที่ยั่งยืนโดยไม่รู้ตัว
  3. เธออาจปกป้องความใกล้ชิดทางอารมณ์ที่ยั่งยืนด้วยการหลีกเลี่ยงบทสนทนาที่ยากทั้งหมด
ดูคำตอบ

เธออาจทำสิ่งต่าง ๆ ที่บั่นทอนความใกล้ชิดทางอารมณ์ที่ยั่งยืนโดยไม่รู้ตัว

Have compassion that you are afraid of what you really want.

3:46

จงมีความเห็นอกเห็นใจว่าคุณกำลังกลัวสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ

Think back to how in your past กริยาวลี

3:51

ลองนึกย้อนกลับไปในอดีตของคุณ

closeness would have been frightening

3:53

ว่าความใกล้ชิดอาจเป็นเรื่องน่ากลัว

because people let you down กริยาวลี

3:55

เพราะผู้คนเคยทำให้คุณผิดหวัง

กริยาวลี

Think back to + ช่วงเวลาหรือประสบการณ์ในอดีต

Think back หมายถึงการตั้งใจนึกถึงช่วงเวลาหรือประสบการณ์ก่อนหน้านี้ back ชี้ย้อนกลับไปในเวลา ดังนั้นวลีนี้จึงเป็นคำชวนให้ทบทวน ไม่ใช่เพียงบอกว่ามีความทรงจำนั้นอยู่ โดยทั่วไปจะตามด้วย to แล้วจึงระบุสิ่งที่ต้องการนึกถึง ในที่นี้ to how ... นำอนุประโยคที่อธิบายว่าความใกล้ชิดให้ความรู้สึกอย่างไรในอดีต โครงสร้างคือ Think back to how + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ตั้งใจนึกถึงอดีต”: “____ to your first day at this school and remember how nervous you felt.”

ดูคำตอบ

Think back

กริยาวลี

let you down: ทำให้ใครบางคนผิดหวัง

ในประโยคนี้ let you down หมายถึง “ทำให้คุณผิดหวัง” หรือ “ไม่สามารถให้การสนับสนุนที่ไว้ใจได้ตามที่คุณต้องการ” คนเหล่านั้นไม่ตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยและความไว้วางใจของผู้พูด วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้ใครเคลื่อนต่ำลงทางกายภาพ แต่บรรยายผลจากการผิดสัญญา ความคาดหวังที่ไม่เป็นไปตามนั้น หรือพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กริยาวลีอย่างถูกต้องในความหมายว่า “ฉันไม่อยากทำให้คุณผิดหวัง”

  1. I don't want to let down you.
  2. I don't want to let you down.
  3. I don't want to put you down.
ดูคำตอบ

I don't want to let you down.

and observe how you adopted a strategy of removal to protect yourself. วลี

3:56

และสังเกตดูว่าคุณใช้กลยุทธ์การถอยห่างเพื่อปกป้องตัวเองอย่างไร

วลี

adopted a strategy of removal: เลือกการถอยห่างเป็นกลยุทธ์

ในที่นี้ adopted หมายถึง “เลือกและเริ่มใช้” ไม่ใช่ “รับเด็กมาเป็นบุตรตามกฎหมาย” ส่วน strategy คือวิธีตอบสนองที่มีการวางแผนไว้ A strategy of removal หมายถึงรูปแบบการสร้างระยะห่างหรือถอยออกมาอย่างตั้งใจ ในประโยคนี้ บุคคลนั้นเรียนรู้ที่จะถอยห่างจากความใกล้ชิดเพื่อปกป้องตัวเอง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ adopted a strategy of removal ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. บุคคลนั้นย้ายไปบ้านอีกหลังอย่างเป็นทางการ
  2. บุคคลนั้นถูกจัดให้อยู่กับครอบครัวใหม่ตามกฎหมาย
  3. บุคคลนั้นเริ่มใช้การสร้างระยะห่างและการถอยออกมาเป็นรูปแบบการปกป้องตัวเองอย่างตั้งใจ
ดูคำตอบ

บุคคลนั้นเริ่มใช้การสร้างระยะห่างและการถอยออกมาเป็นรูปแบบการปกป้องตัวเองอย่างตั้งใจ

You are hurt, not bad. ลำดับความ

4:01

คุณแค่เจ็บปวด ไม่ได้เป็นคนไม่ดี

ลำดับความ

You are hurt, not bad: แยกสภาวะออกจากตัวตน

ในประโยคนี้ hurt เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงมีบาดแผลทางใจหรือกำลังเจ็บปวด ส่วน bad เป็นการตัดสินลักษณะนิสัยของคนนั้น โครงสร้าง X, not Y ใช้คำอธิบายสภาวะปัจจุบันของบุคคลแทนป้ายตัดสินว่าเขาเป็นคนแบบใด จึงแสดงความเข้าอกเข้าใจได้โดยไม่อ้างว่าการกระทำที่ทำร้ายผู้อื่นนั้นไม่เป็นอันตรายหรือยอมรับได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดจาใส่อีกคนอย่างรุนแรงขณะมีความเครียดสูง คำตอบใดยอมรับว่ามีปัญหาโดยไม่ตัดสินว่าเพื่อนเป็นคนเลว

  1. You are bad, so your behavior makes sense.
  2. You are under strain, not a bad person.
  3. Your behavior could not have hurt anyone.
ดูคำตอบ

You are under strain, not a bad person.

Remind yourself that the present is different from the past

4:04

เตือนตัวเองว่าปัจจุบันแตกต่างจากอดีต

and that you are ruining the present

4:07

และคุณกำลังทำลายปัจจุบัน

by bringing to it fear-laden dynamics that don't actually belong there. การใช้คำ

4:09

ด้วยการนำพลวัตแห่งความกลัวที่ไม่ควรมีอยู่เข้ามาในปัจจุบัน

การใช้คำ

fear-laden dynamics: ใช้ -laden ในความหมายว่า “เต็มไปด้วย”

fear-laden เป็นคำคุณศัพท์ประสม โดย fear บอกสิ่งที่เติมเต็มหรือมีอิทธิพลอย่างมากต่อบางสิ่ง ส่วน -laden หมายถึง “เต็มไปด้วย” หรือ “แบกรับไว้” คำนี้ขยาย dynamics ดังนั้น fear-laden dynamics จึงหมายถึงรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่ได้รับอิทธิพลจากความกลัวอย่างมาก โครงสร้าง “คำนาม + -laden” เป็นวิธีที่กระชับและมักเป็นทางการในการบรรยายสิ่งที่เต็มไปด้วยลักษณะบางอย่าง เช่น risk-laden choices หรือ jargon-laden writing ในประโยคนี้ laden เป็นส่วนหนึ่งของคำคุณศัพท์ ไม่ใช่กริยาที่บอกการกระทำในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง “คำนาม + -laden” เพื่อสื่อว่า “เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะ”: The ____ manual confused new employees.

ดูคำตอบ

jargon-laden

It may feel like your partner is being aggressive

4:14

คุณอาจรู้สึกเหมือนคู่รักของคุณก้าวร้าว

and ill-tempered with you for no reason.

4:17

และอารมณ์เสียใส่คุณโดยไม่มีเหตุผล

They are, at heart, upset สำนวน

4:19

ลึกๆ แล้วพวกเขาแค่กำลังเสียใจ

and unable to express their needs in any other way. They want you

4:22

และไม่สามารถแสดงความต้องการด้วยวิธีอื่นได้ พวกเขาต้องการคุณ

and that's why they are behaving as they are.

4:26

นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาแสดงพฤติกรรมเช่นนั้น

สำนวน

at heart: ตัวตนที่แท้จริงภายใต้ภาพภายนอก

At heart หมายถึง “ในธรรมชาติพื้นฐานหรือความเป็นตัวตนที่แท้จริงของใครคนหนึ่ง” ในที่นี้ ผู้พูดต้องการให้มองเห็นความรู้สึกเสียใจที่อยู่ใต้พฤติกรรมซึ่งรับมือได้ยาก สำนวนนี้มักใช้เปรียบเทียบภาพที่แสดงออกภายนอกกับนิสัย ความรู้สึก หรือแรงจูงใจภายใน สามารถวางหลัง be หรือใช้เป็นข้อความแทรกที่ย้ายตำแหน่งได้: She is, at heart, generous.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในธรรมชาติที่แท้จริงของเขา”: Amir may seem reserved, but ____ he is warm and funny.

ดูคำตอบ

at heart

Look beneath their nagging and their accusations สำนวน

4:29

มองให้ลึกลงไปภายใต้การบ่นและการกล่าวหาของพวกเขา

and believe in their underlying goodwill.

4:32

และเชื่อมั่นในความปรารถนาดีที่แฝงอยู่ของพวกเขา

สำนวน

Look beneath their nagging and their accusations: มองหาสาเหตุที่ลึกกว่าภาพภายนอก

Look beneath ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการมองข้ามคำพูดหรือพฤติกรรมที่เห็นชัด แล้วพิจารณาความรู้สึก ความต้องการ หรือแรงจูงใจที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านั้น กรรมที่ตามหลัง beneath คือสิ่งที่เป็นชั้นผิว ในประโยคนี้คือ nagging และ accusations คำสั่งนี้ให้ตีความสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม ไม่ใช่ให้มองลงไปข้างล่างจริง ๆ หรือยอมรับว่าพฤติกรรมนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Look beneath her angry response,” ผู้พูดกำลังขอให้คุณทำอะไร?

  1. พิจารณาความรู้สึกหรือแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังปฏิกิริยานั้น
  2. มองไปยังตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าปฏิกิริยานั้นจริง ๆ
  3. เห็นด้วยว่าปฏิกิริยาที่โกรธนั้นยอมรับได้
ดูคำตอบ

พิจารณาความรู้สึกหรือแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังปฏิกิริยานั้น

When they attack you,

4:35

เมื่อพวกเขาโจมตีคุณ

see their longing for love.

4:37

จงมองเห็นความโหยหาความรักของพวกเขา

Do that very frightening thing,

4:39

ทำสิ่งที่น่ากลัวมากๆ นั้นเถอะ

extend reassurance and explain calmly the appeal of the cave. สำนวน

4:41

ยื่นความมั่นใจให้ และอธิบายอย่างใจเย็นถึงเสน่ห์ของการอยู่ในถ้ำ

สำนวน

อุปลักษณ์ใน “the appeal of the cave”

ในที่นี้ appeal หมายถึงคุณสมบัติที่ทำให้บางสิ่งดูน่าสนใจหรือน่าดึงดูด ส่วน cave ไม่ได้หมายถึงถ้ำจริง ๆ แต่เป็นอุปลักษณ์ของการถอยกลับไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย เมื่อการติดต่อทางอารมณ์เป็นเรื่องยาก วลีนี้ไม่ได้ยกย่องการหลีกเลี่ยงหรือบรรยายสถานที่จริง แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมการถอยออกมาจึงให้ความรู้สึกปลอดภัยและสงบ แม้ว่าการตัดขาดเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดปัญหา

แบบฝึกหัด

ในวลี “the appeal of the cave” คำว่า cave สื่อถึงอะไร

  1. สถานที่สาธารณะสำหรับพูดคุยเรื่องความรู้สึก
  2. รางวัลจากการหลีกเลี่ยงปัญหาทุกอย่าง
  3. สถานที่น่าตื่นเต้นที่ควรไปเยือน
  4. พื้นที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสำหรับหลบจากแรงกดดันทางอารมณ์
ดูคำตอบ

พื้นที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสำหรับหลบจากแรงกดดันทางอารมณ์

If you are an anxious person with an avoidant partner,

4:49

หากคุณเป็นคนวิตกกังวลและมีคู่รักเป็นประเภทหลีกเลี่ยง

here are some other things to bear in mind. วลี

4:52

นี่คือสิ่งอื่นๆ ที่คุณควรคำนึงถึง

วลี

Bear in mind: จำและคำนึงถึงบางสิ่งอยู่เสมอ

Bear in mind เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงจำและคำนึงถึงสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง มักใช้เกริ่นข้อมูลที่ควรมีผลต่อการเลือกหรือการตัดสินภายหลัง ใช้รูป bear in mind + คำนามหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ได้ หรือวางกรรมไว้กลางสำนวน เช่น bear the cost in mind คำว่า bear ในที่นี้สื่อเชิงเปรียบเทียบถึงการเก็บบางสิ่งไว้ในความคิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการเตือนให้คำนึงถึงสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงขณะวางแผน

  1. Make up your mind before the weather changes.
  2. Speak your mind about the weather forecast.
  3. Bear in mind that the weather can change quickly.
ดูคำตอบ

Bear in mind that the weather can change quickly.

Things are not necessarily as bad as they seem. ไวยากรณ์

4:55

สิ่งต่างๆ อาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เห็นเสมอไป

ไวยากรณ์

not necessarily as bad as they seem: อาจไม่ได้แย่อย่างที่เห็นเสมอไป

not necessarily ตัดความแน่นอนออกจากการตัดสินในแง่ลบ แต่ไม่ได้ปฏิเสธตรง ๆ ว่าไม่มีอะไรแย่ ผู้พูดไม่ได้บอกว่าทุกอย่างต้องไม่มีปัญหาแน่นอน เพียงแต่บอกว่าภาพที่ดูแย่อาจไม่ตรงกับความจริง ในโครงสร้าง not necessarily as + คำคุณศัพท์ + as + อนุประโยคหรือวลีนาม การเปรียบเทียบถูกเสนอเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ในที่นี้ as bad as they seem หมายถึง “แย่ในระดับที่ภาพภายนอกชวนให้คิด” ดังนั้นทั้งประโยคจึงเปิดพื้นที่อย่างนุ่มนวลให้กับการตีความที่ดีกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างนุ่มนวลว่าปัญหาอาจไม่ร้ายแรงเท่าที่เห็น

  1. The problem is as serious as it looks.
  2. The problem is definitely not as serious as it looks.
  3. The problem is not necessarily as serious as it looks.
ดูคำตอบ

The problem is not necessarily as serious as it looks.

The other person's quiet might just be quiet, ลำดับความ

4:59

ความเงียบของอีกฝ่ายอาจเป็นเพียงแค่ความเงียบ

not a lack of love.

5:02

ไม่ใช่การขาดความรัก

ลำดับความ

quiet might just be quiet, not a lack of love: ความเงียบอาจเป็นเพียงความเงียบ

การใช้ quiet ซ้ำแยกสิ่งที่สังเกตเห็นออกจากการตีความ quiet ตัวแรกเรียกพฤติกรรมนั้น ส่วนตัวที่สองบอกว่าพฤติกรรมนั้นอาจไม่มีความหมายแฝง might แสดงความเป็นไปได้ และ just ในที่นี้หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ไม่ใช่ “เมื่อครู่นี้” โดยทั่วไป X might just be X, not Y เก็บข้อเท็จจริงที่มองเห็นได้คือ X ไว้ แต่หยุดการกระโดดไปสู่การตีความ Y โดยอัตโนมัติ โครงสร้างนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า Y เป็นไปไม่ได้ แต่บอกว่า X เพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานของ Y

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการตีกรอบใหม่แบบเดียวกัน เพื่อแยกพฤติกรรมที่สังเกตได้ออกจากความหมายที่คาดเดา

  1. She might reply after she stops being angry.
  2. Her short reply might just be a short reply, not a sign that she is angry.
  3. Her short reply proves that she is angry.
ดูคำตอบ

Her short reply might just be a short reply, not a sign that she is angry.

Their distance isn't necessarily meanness.

5:04

การเว้นระยะห่างของพวกเขาไม่จำเป็นต้องเป็นความใจร้าย

It might be their way of maintaining equilibrium. การใช้คำ

5:07

มันอาจเป็นวิธีรักษาสมดุลของพวกเขา

การใช้คำ

maintaining equilibrium เพื่อรักษาความมั่นคงภายใน

ในที่นี้ maintaining equilibrium หมายถึงการรักษาสภาวะภายในให้มั่นคงและรับมือได้ การเว้นระยะห่างอาจเป็นวิธีควบคุมอารมณ์ ไม่ใช่การรักษาสมดุลทางร่างกายหรือหลักฐานว่าเป็นคนใจร้าย Equilibrium เป็นคำนามค่อนข้างเป็นทางการที่หมายถึงภาวะสมดุลระหว่างอารมณ์ ความต้องการ แรงต่าง ๆ หรือส่วนต่าง ๆ ของระบบ ใน maintain equilibrium คำว่า maintain หมายถึงการรักษาไม่ให้ภาวะนั้นถูกรบกวน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ maintain equilibrium ในความหมายว่า รักษาสภาวะทางอารมณ์ให้มั่นคง

  1. The gymnast bent her knees to maintain equilibrium on the beam.
  2. He maintained the bicycle by oiling the chain.
  3. A short walk helps him maintain equilibrium when work becomes stressful.
ดูคำตอบ

A short walk helps him maintain equilibrium when work becomes stressful.

On the other hand, you are not demented or needy to want more, โน้ต

5:11

ในทางกลับกัน คุณไม่ได้บ้าหรือขัดสนความรักเกินไปที่ต้องการมากกว่านี้

but your way of dealing with what you legitimately need

5:15

แต่วิธีที่คุณจัดการกับสิ่งที่คุณต้องการอย่างชอบธรรม

may be aggravating things hugely. การใช้คำ

5:18

อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมาก

ลำดับความ

On the other hand ในฐานะคำเชื่อมเพื่อสร้างสมดุล

On the other hand ใช้เปิดประเด็นที่แตกต่างเกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน เป็นสัญญาณว่าหลังจากพิจารณาด้านหนึ่งแล้ว ควรพิจารณาอีกด้านเพื่อสร้างสมดุลหรือปรับขอบเขตของการอภิปราย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากการมองการเว้นระยะห่างของอีกฝ่ายอย่างเข้าใจ ไปสู่การยอมรับว่าการต้องการมากกว่านี้ก็อาจสมเหตุสมผล ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมสี่คำที่ใช้เปิดอีกด้านหนึ่งที่สมเหตุสมผลของการตัดสินใจเดียวกัน: The apartment is small. ____, it is close to work.

ดูคำตอบ

On the other hand

การใช้คำ

not demented or needy: การปฏิเสธคำตีตราเชิงลบสองคำ

ในประโยคนี้ not demented or needy เป็นการปฏิเสธคำตีตราเชิงลบสองคำ ผู้พูดบอกว่าการต้องการความใกล้ชิดมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเสียสติหรือเรียกร้องความสนใจมากเกินควร โครงสร้าง you are not + adjective + to + verb ในที่นี้หมายความว่า การทำสิ่งหนึ่งไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นคนแบบนั้น โครงสร้างนี้แยกความต้องการที่สมเหตุสมผลออกจากวิธีจัดการกับความต้องการนั้น

แบบฝึกหัด

เมื่อบรรยายบุคคลในภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป demented เป็นคำพ้องสมัยใหม่และเป็นกลางของ confused หรือไม่?

  1. ไม่ใช่
  2. ใช่
ดูคำตอบ

ไม่ใช่

การใช้คำ

aggravating things hugely: ทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างมาก

ในที่นี้ aggravating things หมายถึงการทำให้สถานการณ์แย่ลง เนื่องจาก things หมายถึงปัญหาโดยรวม aggravate จึงมีความหมายว่า “ทำให้แย่ลง” ไม่ใช่ความหมายแบบไม่เป็นทางการว่า “ทำให้รำคาญ” hugely เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้นระดับอย่างมาก โดยบอกว่าวิธีตอบสนองนั้นอาจทำให้ปัญหาแย่ลงมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ aggravate ในความหมายว่า “ทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างมาก” และใช้ hugely เพื่อแสดงระดับ?

  1. Another sudden price increase could aggravate the crisis hugely.
  2. The crisis ended after prices fell.
  3. The constant alarm began to aggravate Priya.
ดูคำตอบ

Another sudden price increase could aggravate the crisis hugely.

You might be triggering your partner by asking for intimacy การใช้คำ

5:21

คุณอาจกระตุ้นคู่รักของคุณด้วยการขอความใกล้ชิด

too directly and also probably with too much anger.

5:25

ตรงเกินไป และอาจเต็มไปด้วยความโกรธมากเกินไป

การใช้คำ

triggering your partner by asking for intimacy: กระตุ้นปฏิกิริยาของคู่รักด้วยการขอความใกล้ชิด

ในประโยคนี้ triggering your partner หมายถึงการทำให้คู่ของคุณเกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์หรือการป้องกันตัวที่รุนแรงและเกิดขึ้นค่อนข้างอัตโนมัติ ความหมายนี้แรงและเฉพาะเจาะจงกว่าการทำให้อีกฝ่ายรำคาญเพียงเล็กน้อย โครงสร้าง by + -ing ระบุการกระทำที่ทำให้เกิดปฏิกิริยา ซึ่งก็คือ asking for intimacy ส่วนที่เหลือของประโยคเสริมว่าปัญหาอาจอยู่ที่วิธีขอซึ่งตรงเกินไปและเต็มไปด้วยความโกรธ ไม่ได้หมายความว่าการขอความใกล้ชิดทุกครั้งจะกระตุ้นปฏิกิริยาเช่นนี้

แบบฝึกหัด

triggering your partner by asking for intimacy มีความหมายว่าอย่างไรในบริบทนี้

  1. การขอน่าจะทำให้คู่ของคุณรู้สึกเบื่อเล็กน้อย
  2. คู่ของคุณกำลังถูกขอให้เหนี่ยวไกปืนจริง ๆ
  3. การขออาจทำให้คู่ของคุณเกิดปฏิกิริยาป้องกันตัวอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

การขออาจทำให้คู่ของคุณเกิดปฏิกิริยาป้องกันตัวอย่างรุนแรง

Realize that you need to tread lightly สำนวน

5:29

ตระหนักว่าคุณต้องค่อยเป็นค่อยไป

and to be a little distant in requesting closeness.

5:32

และเว้นระยะห่างเล็กน้อยในการเรียกร้องความใกล้ชิด

สำนวน

tread lightly: ดำเนินการอย่างระมัดระวัง

Tread lightly เป็นสำนวนที่หมายถึงการกระทำหรือพูดอย่างระมัดระวังในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ความกดดัน หรือความเจ็บปวด ในที่นี้สำนวนดังกล่าวอธิบายวิธีขอความใกล้ชิด นั่นคือขอด้วยความยับยั้งชั่งใจและความระมัดระวัง ไม่ได้หมายถึงการเดินเบา ๆ และไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงคำขอโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงดำเนินการอย่างระมัดระวังในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน: Before you discuss the budget cuts with the team, ____.

ดูคำตอบ

tread lightly

Your partner isn't mean or freakish,

5:36

คู่รักของคุณไม่ได้ใจร้ายหรือแปลกประหลาด

merely damaged as a you,

5:39

แค่เจ็บปวดมาเหมือนกับคุณ

and that's very normal.

5:42

และนั่นเป็นเรื่องปกติมาก

A full 40% of the population are in your positions,

5:43

ผู้คนกว่า 40% อยู่ในสถานการณ์เดียวกับพวกคุณ

either insecurely attached or anxiously attached.

5:47

ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันแบบไม่มั่นคงหรือแบบวิตกกังวล

Knowing whether we can be classed as secure, avoidant or anxious in love ไวยากรณ์

5:51

การรู้ว่าเราจัดอยู่ในประเภทมั่นคง หลีกเลี่ยง หรือวิตกกังวลในความรัก

should be a basic fact we grasp about ourselves.

5:56

ควรเป็นข้อเท็จจริงพื้นฐานที่เราเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง

ไวยากรณ์

can be classed as: สามารถถูกจัดเป็น

ในที่นี้ can be classed as หมายถึง “สามารถถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่หนึ่ง” หรือ “สามารถถูกอธิบายว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มหนึ่ง” คำว่า class เป็นคำกริยาที่มีความหมายใกล้กับ classify ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ชั้นเรียน” หรือ “ชนชั้นทางสังคม” โครงสร้างคือ ประธาน + can + be classed as + หมวดหมู่ เป็นรูปถูกกระทำ จึงไม่ได้ระบุบุคคลหรือระบบที่ทำการจำแนก แต่เน้นหมวดหมู่ที่สิ่งนั้นถูกจัดให้อยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ can และรูปถูกกระทำของ class ... as: Under the new rules, this device ____ medical equipment.

ดูคำตอบ

can be classed as

The next step is to accept with grace วลี

6:00

ขั้นตอนต่อไปคือการยอมรับด้วยความยินดี

that if we are either avoidant or anxious,

6:03

ว่าหากเราเป็นประเภทหลีกเลี่ยงหรือวิตกกังวล

วลี

accept with grace: ยอมรับอย่างสงบและมีศักดิ์ศรี

ในประโยคนี้ accept with grace หมายถึงการเผชิญข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจอย่างสงบและมีศักดิ์ศรี โดยไม่เปลี่ยนสถานการณ์ให้กลายเป็นความอับอายหรือความเป็นศัตรู Grace บรรยายท่าทีในการยอมรับ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสง่างามหรือแนวคิดทางศาสนา โครงสร้างพื้นฐานคือ accept + ข้อเท็จจริงหรือผลลัพธ์ + with grace ในตัวอย่าง with grace อยู่หน้าอนุประโยค that แต่ยังคงบอกว่าข้อเท็จจริงนั้นได้รับการยอมรับอย่างไร การยอมรับในที่นี้คือการรับรู้ความจริงอย่างสร้างสรรค์ ไม่ได้กำหนดว่าต้องเห็นด้วยหรือเลิกพยายามเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: หาก Leo accepts criticism with grace เขาต้องเห็นด้วยว่าคำวิจารณ์ทุกส่วนยุติธรรม

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

we're going to need considerable emotional schooling สำนวน

6:05

เราจะต้องได้รับการฝึกฝนทางอารมณ์อย่างมาก

to get out of scratchy patterns สำนวน

6:09

เพื่อหลุดพ้นจากรูปแบบความสัมพันธ์ที่กระทบกระทั่งกัน

สำนวน

considerable emotional schooling ในฐานะอุปมาเรื่องการเรียนรู้

ในที่นี้ emotional schooling เป็นอุปมาถึงกระบวนการเรียนรู้ทักษะด้านอารมณ์ที่ยาวนาน หมายถึงการฝึกสังเกตความรู้สึก จัดการปฏิกิริยา และสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสุขุมขึ้น ไม่ได้หมายถึงการไปโรงเรียนหรือถูกลงโทษ considerable หมายถึงมีปริมาณมาก วลีนี้จึงเน้นว่าการเปลี่ยนนิสัยทางอารมณ์ที่ฝังลึกต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง แม้ในผู้ใหญ่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ considerable emotional schooling หมายความว่าอย่างไร

  1. การเรียนรู้อย่างมากและต่อเนื่องเกี่ยวกับอารมณ์และความสัมพันธ์
  2. การสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนจิตวิทยาอย่างเป็นทางการ
  3. การลงโทษให้เจ็บปวดเพื่อสอนให้ประพฤติดี
ดูคำตอบ

การเรียนรู้อย่างมากและต่อเนื่องเกี่ยวกับอารมณ์และความสัมพันธ์

สำนวน

get out of scratchy patterns: หลุดพ้นจากนิสัยที่เต็มไปด้วยความเสียดทาน

get out of หมายถึงออกจากบางสิ่งหรือเลิกติดอยู่ในสิ่งนั้น เมื่อใช้กับ patterns จะหมายถึงการยุติวิธีคิด การตอบสนอง หรือการสัมพันธ์กับผู้อื่นที่เกิดซ้ำ ๆ scratchy เป็นคำเกี่ยวกับสัมผัส ใช้บรรยายสิ่งที่หยาบและระคายเคือง แต่ในที่นี้เป็นอุปมาเชิงสร้างสรรค์ว่า ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดซ้ำเหล่านี้ทำให้อึดอัดและเต็มไปด้วยความเสียดทาน ไม่ได้บรรยายผ้าหรือเสียงของคน

แบบฝึกหัด

ข้อความใดถอดความ get out of scratchy patterns ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. ฟื้นจากอาการเสียงแหบ
  2. หยุดทำวิธีสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ชวนอึดอัดและเต็มไปด้วยความเสียดทานซ้ำ ๆ
  3. นำผ้าที่มีลวดลายทำให้คันออกจากห้อง
ดูคำตอบ

หยุดทำวิธีสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ชวนอึดอัดและเต็มไปด้วยความเสียดทานซ้ำ ๆ

and stand a chance of building up a good enough relationship. วลี

6:11

และมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีพอขึ้นมาได้

วลี

stand a chance of + รูป -ing

Stand a chance of หมายถึง “มีความเป็นไปได้จริงที่จะทำบางสิ่ง” ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีพออาจเป็นสิ่งที่ทำได้จริง โดย stand ไม่ได้หมายถึง “ยืน” ตามความหมายตรงตัว โครงสร้างคือ stand a chance of + คำนามหรือรูป -ing ในคำบรรยาย of ตามด้วย building ไม่ใช่ build: stand a chance of building วลีนี้มักใช้ประเมินความเป็นไปได้ที่จะบรรลุผลลัพธ์ โดยเฉพาะผลลัพธ์เชิงบวก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย stand และหมายถึง “มีความเป็นไปได้จริงที่จะ”: With two more weeks of practice, the team will ____ reaching the final.

ดูคำตอบ

stand a chance of

Our Relationships Book calmly guides us

6:18

หนังสือ Relationship Book ของเราจะคอยแนะนำอย่างสงบ

with calm and charm

6:21

ด้วยความใจเย็นและมีเสน่ห์

through the key issues of relationships

6:22

ผ่านประเด็นสำคัญต่างๆ ของความสัมพันธ์

to ensure that success in love

6:25

เพื่อให้แน่ใจว่าความสำเร็จในความรัก

need not be a matter of good luck.

6:27

ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความโชคดีเสมอไป

For more, click the link now.

6:30

หากต้องการดูเพิ่มเติม คลิกที่ลิงก์ตอนนี้เลย