ฉันรักภาษาของฉัน! - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
889 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าเหตุใดภาษาชนพื้นเมืองจึงมีบทบาทในการรักษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ ผ่านประสบการณ์ของหญิงชาวแคนาดาที่เรียนภาษา Anishinaabemowin เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และปัจจุบันใช้ภาษานี้กับลูก ๆ ที่บ้าน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเรียนแบบแช่ภาษา การสลับภาษาในการสนทนา และข้อเท็จจริงที่ว่าชนพื้นเมืองมีไม่ถึง 6% ของประชากรโลก แต่พูดภาษารวมกันมากกว่า 4,000 ภาษา ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. They carry people's history, culture, and identity. — สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า carry ไม่ได้หมายถึงการถือหรือขนย้ายจริง ๆ แต่เปรียบว่าภาษาช่วยเก็บรักษาและถ่ายทอดความทรงจำร่วม อัตลักษณ์ และความหมายทางวัฒนธรรม ผู้เรียนจึงนำไปใช้บอกได้ว่าประเพณี เรื่องเล่า หรือสถาบันต่าง ๆ สะท้อนและสืบทอดสิ่งใด 2. lots of bumps in the road, — สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: แยกแยะได้ว่าสำนวนนี้หมายถึงปัญหาเล็ก ๆ หรือความล่าช้าระหว่างกระบวนการ ไม่ใช่หลุมหรือพื้นถนนที่ขรุขระตามตัวอักษร และใช้บรรยายอุปสรรคที่ยังจัดการได้ในการเรียน โครงการ หรือแผนครอบครัว 3. make up under 6% — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า make up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “คิดเป็น” เมื่อนำเสนอข้อมูลสัดส่วน และใช้รูปแบบนี้อย่างถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบสัดส่วนประชากรของกลุ่มหนึ่งกับคุณูปการด้านภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from BBCLearningEnglish.com.

0:01

Six Minute English จาก BBCLearningEnglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือรายการ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม นีล

And I'm Sam.

0:12

และฉัน แซม

Last weekend,

0:13

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

I was driving from London to Anglesey in Wales ไวยากรณ์

0:14

ผมขับรถจากลอนดอนไปยังเกาะแองเกิลซีย์ในเวลส์

when I saw a road sign written in two languages. ไวยากรณ์

0:17

ตอนนั้นเองที่ผมเห็นป้ายบอกทางเขียนไว้สองภาษา

ไวยากรณ์

was driving ... when I saw: การกระทำที่เป็นฉากหลังและเหตุการณ์

was driving เป็น past continuous ซึ่งแสดงว่าการขับรถกำลังดำเนินอยู่แล้วในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ส่วน when I saw ใช้ simple past เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการกระทำที่เป็นฉากหลังนั้น โครงสร้าง past continuous + when + simple past ช่วยจัดลำดับเรื่องเล่า โดยเริ่มจากการสร้างฉาก แล้วจึงนำเสนอเหตุการณ์ที่สั้นกว่าหรือสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็น เหตุการณ์หลัง when อาจดูเหมือนเกิดขึ้นกะทันหัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอุบัติเหตุหรือการขัดจังหวะ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past continuous ของ walk และรูป simple past ของ hear: I ____ home when I ____ a strange noise.

ดูคำตอบ

was walking · heard

ไวยากรณ์

a road sign written in two languages: วลี past participle ขยายหลังคำนาม

written in two languages อยู่หลัง a road sign เพื่อระบุว่าผู้พูดเห็นป้ายแบบใด ป้ายเป็นสิ่งที่รับการกระทำของการเขียน ดังนั้น written จึงเป็น past participle ที่ใช้ขยายคำนามจากด้านหลัง วลีนี้สามารถขยายเป็น a road sign that is written in two languages ได้ โครงสร้าง “คำนาม + วลี past participle” ช่วยให้บรรยายคำนามได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past participle ของ write: She found a note ____ in pencil.

ดูคำตอบ

written

It said "Welcome to Wales" in English, การใช้คำ

0:20

มันเขียนว่า "Welcome to Wales" เป็นภาษาอังกฤษ

การใช้คำ

It said: ใช้บอกข้อความที่เขียนไว้

ในประโยคนี้ It หมายถึงป้าย และ said หมายความว่า “มีคำเหล่านี้เขียนอยู่บนป้าย” ป้ายไม่ได้พูดออกมาจริง ๆ ภาษาอังกฤษมักใช้ say กับสิ่งที่มีหรือแสดงข้อความ เช่น ป้าย กระดาษโน้ต ข้อความ และหน้าจอ รูปกริยาจะเปลี่ยนตามสถานการณ์ โดย said ใช้เล่าข้อความที่เห็นในอดีต ส่วน says มักใช้กับข้อความที่ยังมองเห็นอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ say เพื่อบอกสิ่งที่เขียนไว้: The note ____, 'Back in ten minutes.'

ดูคำตอบ

said

and below that it said

0:22

และด้านล่างเขียนว่า

"Croeso I Cymru" in Welsh.

0:24

"Croeso I Cymru" เป็นภาษาเวลส์

Yes,

0:27

ใช่แล้ว

Welsh is spoken by many people in North Wales. ไวยากรณ์

0:27

ภาษาเวลส์มีคนพูดกันมากในนอร์ทเวลส์

ไวยากรณ์

Welsh is spoken by: รูปถูกกระทำใน present simple

Welsh is spoken by many people ใช้รูปถูกกระทำใน present simple โดย Welsh เป็นประธาน is เป็นรูปปัจจุบันของ be และ spoken เป็นกริยาช่อง past participle ของ speak ส่วน by ใช้นำหน้ากลุ่มคนที่ใช้ภาษานั้น การวาง Welsh ไว้ข้างหน้าทำให้ภาษานี้เป็นหัวข้อของประโยค โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อสิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำหรือถูกใช้งานสำคัญกว่าคนที่ทำการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำใน present simple ของ speak และคำที่ใช้นำหน้ากลุ่มผู้พูด: Spanish ____ many families in this neighbourhood.

ดูคำตอบ

is spoken by

It's the indigenous language, การใช้คำ

0:31

มันเป็นภาษาพื้นเมือง

the language spoken by the people who originally lived in a place

0:32

ภาษาที่พูดโดยผู้คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้นแต่ดั้งเดิม

rather than by others who moved there from somewhere else. วลี

0:37

ไม่ใช่โดยคนอื่นๆ ที่ย้ายมาจากที่อื่น

การใช้คำ

the indigenous language: ภาษาของชนพื้นเมืองในสถานที่หนึ่ง

indigenous language คือภาษาที่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับชนพื้นเมืองของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ ข้อความที่ตามมาช่วยอธิบายวลีนี้ว่า ผู้ที่พูดภาษานี้คือคนที่อยู่ที่นั่นมาแต่เดิม ไม่ใช่กลุ่มที่ย้ายเข้ามาภายหลัง คำว่า indigenous ไม่ได้เพียงบอกว่าภาษานั้นใช้กันในท้องถิ่นปัจจุบัน แต่ชี้ถึงรากเหง้าอันยาวนานของชุมชนในพื้นที่นั้น และมักเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the indigenous language มีความหมายที่แม่นยำที่สุดว่าอะไร

  1. ภาษาใดก็ตามที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสถานที่หนึ่ง
  2. ภาษาต่างประเทศภาษาแรกที่บุคคลเรียนรู้
  3. ภาษาที่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับชนพื้นเมืองของสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

ภาษาที่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับชนพื้นเมืองของสถานที่หนึ่ง

วลี

rather than: ระบุ A ไม่ใช่ B

rather than ใช้นำตัวเลือกอีกด้านที่ผู้พูดปฏิเสธหรือตัดออก ในประโยคนี้ กลุ่มแรกซึ่งคือผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นมาแต่เดิมถูกระบุว่าเป็นผู้พูดภาษา ไม่ใช่คนที่ย้ายเข้ามาภายหลัง ในที่นี้ rather than เชื่อมวลี by สองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน: by the people ... rather than by others ... การทำให้ส่วนที่นำมาเปรียบเทียบมีโครงสร้างขนานกันช่วยให้ความขัดแย้งชัดเจน โดยทั่วไป A rather than B หมายความว่า A คือคำอธิบาย ตัวเลือก หรือจุดเน้นที่ต้องการ ไม่ใช่ B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “และไม่ใช่”: The guide focuses on safety ____ speed.

ดูคำตอบ

rather than

Welsh is a good example of an indigenous language that has survived. โน้ต

0:41

ภาษาเวลส์เป็นตัวอย่างที่ดีของภาษาพื้นเมืองที่อยู่รอดมาได้

วลี

a good example of: จากแนวคิดทั่วไปไปสู่กรณีที่ชัดเจน

a good example of ใช้แนะนำกรณีเฉพาะที่แสดงหมวดหมู่หรือแนวคิดที่กว้างกว่าได้อย่างชัดเจน ในประโยคนี้ Welsh คือกรณีเฉพาะ และ an indigenous language that has survived คือคำอธิบายที่กว้างกว่าซึ่งกรณีนี้ช่วยสนับสนุน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is a good example of Y คำว่า good ในวลีนี้หมายถึงชัดเจนหรือเหมาะสำหรับใช้เป็นตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงดีในแง่ศีลธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย a good example of: A solar eclipse is ____ how the Moon can block the Sun.

ดูคำตอบ

a good example of

ไวยากรณ์

that has survived: present perfect สำหรับผลที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

that has survived เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย an indigenous language ส่วน has survived เป็น present perfect ซึ่งเชื่อมความยากลำบากหรือการเปลี่ยนแปลงในอดีตเข้ากับผลในปัจจุบันว่าภาษานั้นยังคงมีอยู่ ประโยคนี้ไม่ได้เน้นช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่การอยู่รอดสิ้นสุดลง แต่เน้นว่าการมีอยู่ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมรูป present perfect ของ survive: The old theatre ____ several fires and is still open today.

ดูคำตอบ

has survived

Some children speak Welsh in school and the local government has encouraged its spread, วลี

0:45

เด็กบางคนพูดภาษาเวลส์ในโรงเรียนและรัฐบาลท้องถิ่นก็สนับสนุนการแพร่หลายของภาษา

วลี

the local government has encouraged its spread: การสนับสนุนอย่างเป็นทางการให้มีการใช้กว้างขึ้น

ในที่นี้ the local government has encouraged its spread หมายความว่า รัฐบาลท้องถิ่นสนับสนุนให้ภาษาเวลส์ถูกใช้อย่างแพร่หลายขึ้น its หมายถึง Welsh ส่วน spread เป็นคำนามที่สื่อถึงการขยายตัวของการใช้หรือการเข้าถึง สำนวนนี้มองว่ารัฐบาลช่วยให้กระบวนการเติบโต ไม่ได้ควบคุมทุกขั้นตอนโดยตรง รูป present perfect ใน has encouraged เชื่อมโยงการสนับสนุนนั้นกับสถานการณ์ที่กำลังอธิบายอยู่ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้ encourage, its และ spread ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The council funded free Irish classes and has ____.

ดูคำตอบ

encouraged its spread

but not all indigenous languages have been so lucky, น้ำเสียง/เจตนา

0:49

แต่ไม่ใช่ว่าภาษาพื้นเมืองทุกภาษาจะโชคดีขนาดนี้

น้ำเสียง/เจตนา

but not all indigenous languages have been so lucky: ความเปรียบต่างเชิงลบอย่างนุ่มนวล

But not all indigenous languages have been so lucky เปรียบเทียบกรณีเชิงบวกที่เพิ่งกล่าวถึงกับกรณีอื่น not all เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายความว่าภาษาพื้นเมืองบางภาษาไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีแบบเดียวกัน แต่ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าภาษาพื้นเมืองทุกภาษาล้มเหลว Have been so lucky เป็นการพูดอ้อมอย่างตั้งใจ แทนที่จะกล่าวถึงความเสื่อมหรือการสูญหายทันที ผู้พูดใช้เรื่องความโชคดีเพื่อทำให้การเปลี่ยนไปสู่ข่าวร้ายฟังนุ่มนวลและแสดงความเห็นใจ ไม่ได้หมายความว่าความบังเอิญเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ “but not all indigenous languages have been so lucky” สื่อเป็นนัยว่าอะไร

  1. ไม่มีภาษาพื้นเมืองใดเคยได้รับการสนับสนุน
  2. ผู้พูดกำลังพูดถึงความบังเอิญเพียงอย่างเดียว
  3. ภาษาพื้นเมืองบางภาษาไม่ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกแบบเดียวกัน
ดูคำตอบ

ภาษาพื้นเมืองบางภาษาไม่ได้รับผลลัพธ์เชิงบวกแบบเดียวกัน

as we'll be finding out in this program. ลำดับความ

0:52

ดังที่เราจะได้ทราบกันในรายการนี้

ลำดับความ

As we'll be finding out in this program: เกริ่นถึงเนื้อหาที่จะตามมา

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as ชี้ไปยังเนื้อหาที่จะตามมา ผู้พูดเพิ่งเสนอแนวคิดหรือคำถาม แล้วบอกผู้ชมว่ารายการจะสำรวจเรื่องนั้นในภายหลัง อนุประโยคนี้จึงช่วยจัดลำดับเนื้อหา แทนที่จะให้คำตอบทันที as ในที่นี้หมายถึง “ดังที่คุณจะได้เห็นหรือเรียนรู้” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” ส่วน We'll be finding out ใช้ future progressive เพื่อแสดงว่าการค้นหาคำตอบเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตลอดรายการ

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักอย่างไรในรายการ?

  1. อธิบายว่าเหตุใดรายการจึงจบลงแล้ว
  2. บอกว่ารายการจะสำรวจประเด็นนี้ในภายหลัง
  3. ให้คำตอบสุดท้ายทันที
ดูคำตอบ

บอกว่ารายการจะสำรวจประเด็นนี้ในภายหลัง

Of course,

0:55

แน่นอนว่า

languages are more than just words. สำนวน

0:55

ภาษาเป็นมากกว่าแค่คำพูด

สำนวน

More than just words: ปฏิเสธคำอธิบายที่แคบเกินไป

More than just หมายถึง “ไม่ใช่แค่” หรือ “ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง” ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำศัพท์ แต่ยังสามารถถ่ายทอดวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ได้ด้วย โครงสร้าง X is more than just Y ใช้ปฏิเสธคำอธิบาย X ที่แคบเกินไป และเน้นความหมาย บทบาท หรือคุณค่าที่กว้างกว่า ไม่ใช่การเปรียบเทียบปริมาณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: A library is ____ a place to keep books; it is also a place to learn and meet people.

ดูคำตอบ

more than just

They carry people's history, culture, and identity. สำนวน

0:58

มันพกพาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้คนไปด้วย

สำนวน

carry people's history, culture, and identity: carry ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ carry ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนย้ายสิ่งของจริง ๆ ภาษาได้รับการเปรียบว่าเป็นสิ่งที่เก็บรักษาและส่งต่อประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชน carry สามารถใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น meaning, memory, a message หรือ responsibility ได้ ในโครงสร้างนี้ carry หมายถึงการที่บางสิ่งบรรจุ ถ่ายทอด หรือแบกรับเนื้อหาสำคัญที่ไม่ใช่วัตถุ

แบบฝึกหัด

carry ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. เก็บรักษาและส่งต่อประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์
  2. ถือประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไว้ในมือ
  3. ขนส่งผู้คนไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

เก็บรักษาและส่งต่อประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์

So,

1:02

ดังนั้น

when an indigenous language disappears, ไวยากรณ์

1:02

เมื่อภาษาพื้นเมืองใดภาษาหนึ่งหายไป

so too does the culture.

1:05

วัฒนธรรมก็หายไปด้วยเช่นกัน

ไวยากรณ์

when ... disappears, so too does ...: โครงสร้างกลับคำแบบเป็นทางการ

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when กล่าวถึงเหตุการณ์แรก คือภาษาพื้นเมืองภาษาหนึ่งสูญหาย วลี so too does the culture บอกว่าวัฒนธรรมก็ประสบเหตุการณ์เดียวกัน โดย does ใช้แทน disappears จึงไม่ต้องกล่าวคำกริยาหลักซ้ำ so too + กริยาช่วย + ประธาน เป็นโครงสร้างกลับคำ กริยาช่วยต้องอยู่หน้าประธาน จึงใช้ so too does the culture ไม่ใช่ so too the culture does ต้องเลือกกริยาช่วยให้ตรงกับรูปกริยาก่อนหน้าและสอดคล้องกับประธานใหม่ ในที่นี้ culture เป็นประธานเอกพจน์ใน present simple จึงใช้ does

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างทางการเพื่อบอกว่าความร่วมมือก็หายไปเช่นกัน: When trust disappears, ____ cooperation.

ดูคำตอบ

so too does

Yes,

1:08

ใช่

the dominance of international languages, การใช้คำ

1:08

การครอบงำของภาษาสากล

including English,

1:10

รวมถึงภาษาอังกฤษ

has endangered other less spoken languages. การใช้คำ

1:11

ได้ทำให้ภาษาอื่นๆ ที่มีคนพูดน้อยกว่าตกอยู่ในอันตราย

การใช้คำ

the dominance of international languages: อำนาจและอิทธิพลในภาษาทางการ

นามวลี the dominance of international languages หมายถึงอำนาจ อิทธิพล หรือสถานะที่เป็นผู้นำของภาษาที่ใช้ข้ามประเทศ Dominance แสดงถึงความไม่สมดุล กล่าวคือ ภาษาเหล่านี้มีพื้นที่และอิทธิพลมากกว่าภาษาที่มีผู้พูดน้อยกว่า ในประโยคนี้ นามวลีดังกล่าวเป็นแกนหลักของประธานที่อยู่หน้า has endangered การใช้คำนามแบบเป็นทางการนี้นำเสนอสถานะที่ไม่เท่าเทียมกันว่าเป็นสาเหตุของอันตราย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ the dominance of international languages ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ความยากในการออกเสียงภาษาที่ใช้ในระดับนานาชาติ
  2. สถานะที่เป็นผู้นำและอิทธิพลของภาษาที่ใช้ในระดับนานาชาติ
  3. จำนวนตัวอักษรในภาษาที่ใช้ในระดับนานาชาติ
ดูคำตอบ

สถานะที่เป็นผู้นำและอิทธิพลของภาษาที่ใช้ในระดับนานาชาติ

การใช้คำ

has endangered: present perfect ที่บอกว่าบางสิ่งถูกทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยง

Endanger เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดย endanger + กรรม หมายถึงทำให้บุคคลหรือสิ่งนั้นเผชิญความเสี่ยงร้ายแรง ในประโยคนี้ has endangered บอกว่าภาษาที่มีผู้พูดน้อยกว่าถูกทำให้เสี่ยงต่อการเสื่อมถอยมากขึ้นหรือสูญหายไป Has endangered เป็น present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + กริยาช่องที่สาม รูปนี้นำเสนออันตรายว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นก่อนปัจจุบันและยังมีความสำคัญอยู่ในตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ endanger: Pollution ____ several local species.

ดูคำตอบ

has endangered

So,

1:14

ดังนั้น

here's my quiz question, Sam.

1:15

นี่คือคำถามควิซของผม แซม

Did you know that nearly 7,000 different languages are spoken around the world? ลำดับความ

1:17

คุณรู้ไหมว่ามีภาษาที่แตกต่างกันเกือบ 7,000 ภาษาถูกพูดกันทั่วโลก?

ลำดับความ

Did you know that: เกริ่นข้อเท็จจริงในรูปคำถาม

โครงสร้าง Did you know that + อนุประโยค? ใช้คำถามเพื่อเกริ่นข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการดึงความสนใจไปที่สถิติจำนวนภาษาและชวนผู้ฟังเข้าสู่ช่วงคำถาม ไม่ได้เพียงตรวจสอบว่าผู้ฟังรู้อยู่แล้วหรือไม่ หลัง that ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: Did you know that nearly 7,000 different languages are spoken around the world? สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้เมื่อต้องการนำเสนอข้อเท็จจริงให้รู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมบทเปิดแบบมีปฏิสัมพันธ์ด้วยสำนวนจากบทเรียน: ____ sharks existed before trees?

ดูคำตอบ

Did you know that

But how many of them are indigenous?

1:21

แต่มีกี่ภาษาที่เป็นภาษาพื้นเมือง?

Is it A, 3,000, B, 4,000, or C, 5,000?

1:24

A 3,000 ภาษา, B 4,000 ภาษา หรือ C 5,000 ภาษา?

Hmm, I'll say B,

1:29

อืม ฉันขอตอบว่า B

4,000 languages.

1:31

4,000 ภาษา

Okay, Sam.

1:33

โอเค แซม

We'll find out the answer at the end of the program. กริยาวลี

1:34

เราจะไปหาคำตอบกันในตอนท้ายของรายการ

กริยาวลี

We'll find out: จากไม่รู้ไปสู่การรู้

Find out หมายถึงการได้รับข้อมูลและเปลี่ยนจากไม่รู้เป็นรู้ ซึ่งมักเกิดจากการถาม ตรวจสอบ สืบค้น หรือรอ ในประโยคนี้ We'll find out บอกว่าคำตอบจะเป็นที่รู้กันในช่วงท้ายของรายการ ส่วน find ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหาตำแหน่งของสิ่งของ Find out ตามด้วยนามวลีได้ เช่น find out the answer หรือตามด้วยอนุประโยคคำถามได้ เช่น find out why it happened เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่ไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค: find it out

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลีที่หมายถึง “รู้ได้ด้วยการตรวจสอบหรือสืบค้น”: The museum is closed today, but we'll ____ when it reopens.

ดูคำตอบ

find out

One indigenous language speaker is Mshkogaabwid Kwe.

1:37

ผู้ที่พูดภาษาพื้นเมืองคนหนึ่งคือ Mshkogaabwid Kwe

She's from Canada or Turtle Island, วัฒนธรรม

1:41

เธอมาจากแคนาดาหรือ Turtle Island

as it's called by her tribe.

1:43

ตามที่ชนเผ่าของเธอเรียกขาน

วัฒนธรรม

Turtle Island: ชื่อที่ชนพื้นเมืองบางกลุ่มใช้เรียกอเมริกาเหนือ

ในประโยคนี้ Turtle Island ไม่ใช่ชื่อเกาะเล็ก ๆ แต่เป็นชื่อที่มีความหมายทางวัฒนธรรม ซึ่งชนพื้นเมืองบางกลุ่มใช้เรียกทวีปอเมริกาเหนือหรือบางส่วนของทวีป Canada และ Turtle Island กล่าวถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ทับซ้อนกัน แต่ใช้มุมมองในการตั้งชื่อที่ต่างกัน วลี as it's called by her tribe ระบุว่าชื่อนี้เป็นคำเรียกของชุมชนของเธอเอง ส่วนขอบเขตที่แน่นอนและขนบทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มชนพื้นเมือง

แบบฝึกหัด

การตีความ Turtle Island ข้อใดเหมาะกับประโยคนี้มากที่สุด

  1. ชื่อของชนพื้นเมืองที่มีความหมายทางวัฒนธรรมสำหรับอเมริกาเหนือหรือบางส่วนของทวีป
  2. คำแปลภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการของ Canada ที่ทุกคนใช้
  3. ชื่อของเกาะท่องเที่ยวขนาดเล็ก
ดูคำตอบ

ชื่อของชนพื้นเมืองที่มีความหมายทางวัฒนธรรมสำหรับอเมริกาเหนือหรือบางส่วนของทวีป

She grew up speaking English instead of her native language, วลี

1:45

เธอเติบโตมาโดยพูดภาษาอังกฤษแทนที่จะเป็นภาษาแม่ของเธอ

วลี

grew up speaking: พูดภาษาหนึ่งมาตั้งแต่วัยเด็ก

She grew up speaking English หมายความว่าการพูดภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอระหว่างที่เติบโตในวัยเด็ก ไม่ได้หมายความว่าเธอรอจนเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงเริ่มพูดภาษาอังกฤษ โครงสร้าง grow up + -ing ใช้บอกกิจกรรม นิสัย หรือประสบการณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของช่วงวัยที่เติบโต เช่น grew up reading หรือ grew up playing soccer

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่เน้นไว้เพื่อบอกว่า Maya ใช้ภาษาอาหรับที่บ้านเป็นประจำในวัยเด็ก: Maya ____ Arabic at home.

ดูคำตอบ

grew up speaking

วลี

instead of her native language: ทางเลือกหนึ่งเข้ามาแทนอีกทางเลือกหนึ่ง

ในโครงสร้าง A instead of B นั้น A คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือถูกเลือก ส่วน B คืออีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้น ในที่นี้ เธอเติบโตมากับการพูดภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาแม่คือภาษาที่เธอไม่ได้พูดในช่วงที่เติบโต หลัง instead of ส่วน B อาจเป็นนามวลี คำสรรพนาม หรือรูป -ing ที่ใช้เรียกการกระทำ เช่น instead of coffee, instead of it, instead of taking the bus

แบบฝึกหัด

ใช้ instead of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya took notes by hand ____ using her phone.

ดูคำตอบ

instead of

Anishinaabemowin, which she only learned later as an adult. โน้ต

1:49

Anishinaabemowin ซึ่งเธอเพิ่งมาเรียนรู้ในภายหลังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

วัฒนธรรม

Anishinaabemowin: ชื่อของภาษาชนพื้นเมือง

Anishinaabemowin เป็นชื่อเฉพาะของภาษาชนพื้นเมืองที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชน Anishinaabe ไม่ใช่คำศัพท์ภาษาอังกฤษทั่วไป ในบริบทนี้ คำนี้ระบุชื่อที่เจาะจงของภาษาซึ่งก่อนหน้านี้เรียกว่า her native language อนุประโยคสัมพันธ์ which she only learned later as an adult ย้อนกลับไปขยาย Anishinaabemowin การรู้ว่าคำนี้เป็นชื่อภาษาช่วยให้เข้าใจประเด็นของประโยคว่า เธอเพิ่งเรียนภาษามรดกนี้เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Anishinaabemowin หมายถึงอะไร?

  1. สถานที่ที่เธอเติบโต
  2. ชื่อเฉพาะของภาษาชนพื้นเมือง
  3. ชื่อบุคคลของผู้หญิงคนหนึ่ง
ดูคำตอบ

ชื่อเฉพาะของภาษาชนพื้นเมือง

ไวยากรณ์

which she only learned later as an adult: เพิ่มข้อมูลเบื้องหลังด้วย which

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับ Anishinaabemowin เครื่องหมายจุลภาคหน้า which แสดงว่าเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเสริม หรือแบบไม่จำกัดความ จึงใช้เพิ่มข้อมูลเบื้องหลัง ไม่ได้ใช้ระบุว่าหมายถึงภาษาใด Only ... later as an adult เน้นว่าเธอเรียนภาษานี้ค่อนข้างช้า กล่าวคือ เธอไม่ได้เรียนในช่วงก่อนหน้านั้นของชีวิต โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในชีวประวัติและบทสัมภาษณ์ เมื่อบุคคลหรือสิ่งที่กล่าวถึงชัดเจนอยู่แล้วและต้องการเพิ่มรายละเอียดสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมคำสัมพันธ์ที่ใช้เพิ่มข้อมูลเสริมให้ประโยคสมบูรณ์: She plays chess, ____ she only learned later as an adult.

ดูคำตอบ

which

Listen to Mshkogaabwid speaking with BBC World Service program The Conversation ลำดับความ

1:54

มาฟัง Mshkogaabwid พูดคุยกับรายการ The Conversation ของ BBC World Service

about how she felt learning Anishinaabemowin later in life.

1:59

เกี่ยวกับความรู้สึกของเธอที่ได้เรียนรู้ภาษา Anishinaabemowin ในช่วงต่อมาของชีวิต

ลำดับความ

Listen to ... about how she felt: กำหนดจุดที่ควรตั้งใจฟัง

ประโยคทั้งหมดนี้เป็นคำบอกให้ฟังที่ใช้เกริ่นนำคลิปเสียงถัดไป Listen to บอกผู้ฟังว่าต้องทำอะไร ส่วน Mshkogaabwid speaking with ... ระบุว่าจะได้ฟังใครและบทสนทนาใด และ about how she felt ... กำหนดหัวข้อกับความรู้สึกที่ควรตั้งใจฟัง ข้อมูลเรียงจากการบอกให้ฟัง ไปยังผู้ที่จะได้ยิน และจบด้วยจุดที่ควรตั้งใจฟัง รูปแบบนี้ช่วยให้พิธีกรหรือครูเตรียมผู้ฟังก่อนเริ่มบทสัมภาษณ์หรือการบันทึกเสียง

แบบฝึกหัด

คำบอกให้ฟังที่ใช้ Listen to ... about how ... มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. กำหนดจุดที่ผู้ฟังควรตั้งใจฟัง
  2. รายงานข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูด
  3. อธิบายรายละเอียดทั้งหมดก่อนเริ่มคลิปเสียง
ดูคำตอบ

กำหนดจุดที่ผู้ฟังควรตั้งใจฟัง

When I realized that the sounds that were coming out of my mouth โน้ต

2:05

เมื่อฉันตระหนักว่าเสียงที่เปล่งออกมาจากปากของฉัน

วลี

were coming out of my mouth: กำลังออกมาจากปากของฉัน

ใน were coming out of my mouth คำว่า come out of หมายถึงออกมาจากแหล่งกำเนิด เสียงเหล่านั้นกำลังถูกเปล่งและได้ยินจากปากของผู้พูด การใช้คำนี้ทำให้เห็นภาพชัดว่าเสียงกำลังออกมาจากแหล่งนั้น Were coming เป็นรูปอดีตกำลังกระทำ แสดงว่าเสียงยังคงออกมาอยู่ในขณะที่ผู้พูดตระหนักถึงเรื่องนั้น ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตกำลังกระทำของ come out of: At that moment, strange sounds ____ the old radio.

ดูคำตอบ

were coming out of

were the same sounds that had come out of my ancestors' mouths ไวยากรณ์

2:08

เป็นเสียงเดียวกับที่เปล่งออกมาจากปากบรรพบุรุษของฉัน

thousands of years ago,

2:11

เมื่อหลายพันปีก่อน

ไวยากรณ์

had come out of my ancestors' mouths: ระบุอดีตที่เกิดก่อน

Had come out เป็น past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + past participle ในอนุประโยคขยายนี้ รูปดังกล่าววางเหตุการณ์ที่บรรพบุรุษเปล่งเสียงไว้ก่อนจุดเวลาในอดีตที่ผู้พูดตระหนักถึงความเชื่อมโยงนั้นในภายหลัง Past perfect สร้างชั้นเวลาที่เก่ากว่าภายในเรื่องเล่าอดีต ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต แต่บอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ leave: When Maya reached the station, the last train ____.

ดูคำตอบ

had left

I felt a deep sense of who I was and what it means to be Anishinaabemowbec โน้ต

2:13

ฉันรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งว่าฉันคือใครและการเป็นชาว Anishinaabemowbec นั้นหมายความว่าอย่างไร

ไวยากรณ์

When I realized that ... I felt ...: เมื่อฉันตระหนักว่า…… ฉันรู้สึก……

When I realized that ... เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่นำเสนอสิ่งใหม่ที่ผู้พูดเพิ่งตระหนัก ส่วนประโยคหลัก I felt ... บอกความรู้สึกที่เกิดตามมาจากการตระหนักนั้น โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องราวส่วนตัวได้ชัดเจน โดยบอกก่อนว่าเข้าใจอะไรขึ้นมา แล้วจึงบอกว่าสิ่งนั้นทำให้รู้สึกอย่างไร แม้อนุประโยคที่มี that จะยาว When ก็เป็นสัญญาณเริ่มต้นของเหตุที่กระตุ้นความรู้สึก และ I felt เป็นสัญญาณว่ากลับมาสู่ผลหลักแล้ว

แบบฝึกหัด

When I realized that ..., I felt ... แสดงความสัมพันธ์แบบใด?

  1. การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. ผู้พูดถามคนอื่นว่ารู้สึกอย่างไร
  3. การตระหนักบางอย่างกระตุ้นหรืออธิบายความรู้สึกหนึ่ง
ดูคำตอบ

การตระหนักบางอย่างกระตุ้นหรืออธิบายความรู้สึกหนึ่ง

วลี

a deep sense of: ความรู้สึกหรือความตระหนักภายในอย่างลึกซึ้ง

A deep sense of หมายถึงความรู้สึกหรือความตระหนักที่เข้มข้นและยาวนานเกี่ยวกับสิ่งสำคัญ ในที่นี้ sense ไม่ได้หมายถึงประสาทสัมผัสทางกายหนึ่งในห้าอย่าง แต่สื่อถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของผู้พูดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของตน โครงสร้างคือ a deep sense of + นามวลีหรืออนุประโยคที่บอกเนื้อหา มักใช้กับแนวคิดนามธรรม เช่น ความเป็นส่วนหนึ่ง ความรับผิดชอบ จุดมุ่งหมาย หรือการที่ใครคนหนึ่งเป็นใคร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: After joining the neighbourhood group, Leo felt ____ belonging.

ดูคำตอบ

a deep sense of

ไวยากรณ์

what it means to: การสื่อความหมายของอัตลักษณ์

ใน what it means to be... คำว่า what นำอนุประโยคคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค เพื่อพูดถึงความหมายหรือประสบการณ์จริงของการมีอัตลักษณ์หรือบทบาทหนึ่ง ในประโยคนี้ ส่วนดังกล่าวเชื่อมขนานกับ who I was หลัง a deep sense of ผู้พูดกำลังบอกสิ่งที่ตนเข้าใจ ไม่ได้ถามคำถามโดยตรง เนื่องจากเป็นอนุประโยคที่อยู่ภายในประโยค จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what it means ไม่ใช่ what does it mean รูปแบบนี้นำไปใช้พูดถึงสิ่งที่บทบาท อัตลักษณ์ หรือประสบการณ์หนึ่งเกี่ยวข้องหรือครอบคลุมจริง ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคที่ฝังอยู่ในประโยคได้ถูกต้องเพื่อพูดถึงความหมายของบทบาทหนึ่ง?

  1. The experience taught me what it means to be a good teammate.
  2. The experience taught me what does it mean to be a good teammate.
  3. The experience taught me what it mean to be a good teammate.
ดูคำตอบ

The experience taught me what it means to be a good teammate.

and it made me realize that my dream of learning this language โน้ต

2:18

และมันทำให้ฉันตระหนักว่าความฝันในการเรียนรู้ภาษานี้

ไวยากรณ์

it made me realize that: ประสบการณ์ที่ทำให้เกิดความเข้าใจใหม่

ใน it made me realize that... คำว่า it ย้อนกลับไปกล่าวถึงเหตุการณ์ ความรู้สึก หรือประสบการณ์ก่อนหน้า วลีนี้บอกว่าสิ่งนั้นทำให้ผู้พูดตระหนักถึงความคิดที่ตามหลัง that โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่ามีใครจงใจบังคับให้ผู้พูดเกิดความเข้าใจนี้ โครงสร้างคือ make + คน + กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ made me realize ไม่ใช่ made me to realize หลัง realize คำว่า that จะนำเนื้อหาที่เพิ่งตระหนักหรือเข้าใจ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่หมายถึง “ทำให้ฉันตระหนักว่า” ลงในประโยค: The failed experiment ____ I had skipped a step.

ดูคำตอบ

made me realize that

and passing it on to my children กริยาวลี

2:22

และการส่งต่อให้ลูกๆ ของฉัน

วลี

dream of learning: โครงสร้าง dream of + -ing

วลี my dream of learning this language เป็นนามวลี ส่วน of learning this language บอกว่าเนื้อหาของความฝันคืออะไร เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท learn จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ learning ใช้ dream of + -ing เพื่อบอกการกระทำที่ใครบางคนหวังว่าจะได้ทำ อีกโครงสร้างหนึ่งที่เป็นธรรมชาติคือ My dream is to learn this language โดย to-infinitive จะตามหลัง is ไม่ได้ตามหลัง dream โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างนาม dream of + -ing และคำกริยา learn: My ____ Japanese keeps me motivated.

ดูคำตอบ

dream of learning

กริยาวลี

passing it on: ถ่ายทอดภาษาให้คนรุ่นต่อไป

ใน passing it on คำว่า it หมายถึงภาษาที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ pass on หมายถึงสอนหรือถ่ายทอดบางสิ่งเพื่อให้อีกคนได้รู้และใช้ต่อไป ในที่นี้ผู้พูดต้องการให้ลูก ๆ สืบทอดภาษา ไม่ใช่รับสิ่งของที่จับต้องได้ ความหมายนี้มักใช้กับภาษา เรื่องราว ประเพณี ความรู้ ทักษะ และค่านิยม

แบบฝึกหัด

Maya เรียนเพลงประจำครอบครัวจากคุณย่า ประโยคถัดไปข้อใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเธอต้องการให้ลูก ๆ เรียนเพลงนี้ด้วย

  1. She wants to pass it at her children.
  2. She wants to pass it on to her children.
  3. She wants to pass on it to her children.
ดูคำตอบ

She wants to pass it on to her children.

was now accessible, ลำดับความ

2:24

ตอนนี้มันสามารถเข้าถึงได้แล้ว

was now reachable, attainable,

2:25

ตอนนี้สามารถเอื้อมถึงและทำได้สำเร็จแล้ว

ลำดับความ

was now accessible ... reachable, attainable: การเรียงคำความหมายใกล้กันเพื่อเน้นย้ำ

ผู้พูดเรียงคำคุณศัพท์สามคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน การใช้ was now ซ้ำหน้า accessible และ reachable ทำให้เกิดจังหวะที่ขนานกัน ส่วน attainable ยังคงรูปแบบเดิมไว้ แม้จะละคำที่ซ้ำออกไป คำที่เรียงกันนี้สื่อแนวคิดหลักเพียงอย่างเดียว คือสิ่งที่เคยรู้สึกห่างไกล ตอนนี้เป็นไปได้แล้ว ทุกคำที่เพิ่มเข้ามาช่วยเน้นความหมายมากขึ้น ทำให้การตระหนักรู้นี้ฟังดูหนักแน่นและมีอารมณ์มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ชุดคำ was now accessible, was now reachable, attainable ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. ให้กำหนดเวลาที่แน่นอนในการบรรลุเป้าหมาย
  2. นำเสนอเป้าหมายสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. เน้นย้ำโดยแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป้าหมายเป็นไปได้แล้ว
ดูคำตอบ

เน้นย้ำโดยแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป้าหมายเป็นไปได้แล้ว

and, you know,

2:27

และคุณรู้ไหม

after a couple of months, วลี

2:29

หลังจากนั้นสองสามเดือน

วลี

after a couple of months: ประมาณสองเดือนต่อมา

After + ระยะเวลา บอกว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้นเมื่อเวลานั้นผ่านไปแล้ว ในที่นี้ a couple of months ให้เวลาโดยประมาณ ไม่ใช่วันที่ที่วัดไว้อย่างแม่นยำ A couple of แปลตามตัวอักษรว่า “สอง” และมักหมายถึง “ประมาณสอง” ในภาษาพูดทั่วไป ผู้พูดอาจใช้แบบกว้างขึ้นเพื่อหมายถึงจำนวนเล็กน้อยได้ ดังนั้นต้องดูบริบทว่าตัวเลขนั้นแม่นยำเพียงใด

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายของบทเรียนที่หมายถึงประมาณสองเดือนต่อมาเพื่อเติมประโยค: We planted the seeds in March. ____, the first flowers appeared.

ดูคำตอบ

After a couple of months

I was able to understand one full prayer โน้ต

2:30

ฉันสามารถเข้าใจบทสวดมนต์ได้ครบถ้วนหนึ่งบท

ไวยากรณ์

was able to: ความสำเร็จเฉพาะในอดีต

was able to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าความสามารถหรือผลที่ทำสำเร็จเกิดขึ้นในอดีต ในที่นี้ was ใช้ให้สอดคล้องกับ I และ understand คงรูปพื้นฐานหลัง to ในประโยคนี้ ผู้พูดนำเสนอการเข้าใจบทสวดได้ครบหนึ่งบทว่าเป็นหมุดหมายที่ทำได้จริง เมื่อพูดถึงสถานการณ์เฉพาะในอดีต was/were able to มักเน้นผลว่า “ทำสำเร็จ” ชัดกว่าการบอกความสามารถแบบทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความสำเร็จเฉพาะครั้งหนึ่งในอดีตได้ชัดเจนที่สุด

  1. After three tries, Noah was able to solve the puzzle.
  2. When he was six, Noah could swim very well.
  3. Noah is able to solve this kind of puzzle.
ดูคำตอบ

After three tries, Noah was able to solve the puzzle.

that was said at a ceremony feast,

2:32

ที่ถูกกล่าวในงานเลี้ยงพิธีกรรม

วัฒนธรรม

one full prayer ... at a ceremony feast: บทสวดครบทั้งบทในพิธี

one full prayer หมายถึงบทสวดทั้งบท ไม่ใช่เพียงคำที่คุ้นเคยไม่กี่คำ อนุประโยคขยาย that was said at a ceremony feast ระบุว่าเป็นบทสวดบทใดและวางบทสวดนั้นไว้ในบริบทของมื้ออาหารประกอบพิธี ในที่นี้ said หมายถึงกล่าวหรือสวดออกเสียง บทสวดที่ใช้ในพิธีอาจเป็นส่วนที่กำหนดไว้และมีความหมายทางวัฒนธรรมของงาน รวมทั้งอาจใช้ภาษาดั้งเดิม ดังนั้นการฟังเข้าใจได้ตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นความสำเร็จด้านการฟังที่สำคัญ วลีนี้ไม่ได้ระบุศาสนาใดโดยเฉพาะ จึงไม่ควรสรุปภูมิหลังที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ความสำเร็จในวลีนี้มีความสำคัญ

  1. เธอเรียนรู้วิธีทำอาหารสำหรับงานเลี้ยง
  2. เธอจำได้เพียงคำเดียวระหว่างบทเรียนทั่วไป
  3. เธอเข้าใจบทสวดทั้งบทที่ใช้ในพิธีซึ่งมีความหมายสำคัญ
ดูคำตอบ

เธอเข้าใจบทสวดทั้งบทที่ใช้ในพิธีซึ่งมีความหมายสำคัญ

and the glee in me การใช้คำ

2:34

และความปิติยินดีในตัวฉัน

and the feeling of joy of being able to understand ไวยากรณ์

2:38

รวมถึงความรู้สึกมีความสุขที่สามารถเข้าใจ

การใช้คำ

glee: ความยินดีอย่างมากและเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น

ในที่นี้ glee หมายถึงความยินดีอย่างมากและเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น เป็นความรู้สึกที่แรงและสื่ออารมณ์ชัดกว่า happiness ทั่วไป ผู้พูดใช้คำนี้บรรยายความยินดีที่เอ่อล้นขึ้นมาเมื่อสามารถเข้าใจได้

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย glee แสดงความรู้สึกแบบใด?

  1. ความยินดีอย่างมากและเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น
  2. ความกังวลเล็กน้อย
  3. ความไม่แน่ใจแบบสงบ
ดูคำตอบ

ความยินดีอย่างมากและเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น

something in my own language,

2:41

บางสิ่งบางอย่างในภาษาของฉันเองได้

ไวยากรณ์

of being able to understand: คำนาม + of + รูป -ing

ในประโยคนี้ of being able to understand อธิบายที่มาหรือเนื้อหาของ joy กล่าวคือ ความยินดีเกิดจากการมีความสามารถที่จะเข้าใจ ส่วนนี้ขยาย joy โดยตรงภายในนามวลีที่ใหญ่กว่าอย่าง the feeling of joy Of เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาหลังคำนี้ต้องอยู่ในรูป -ing โดย be เปลี่ยนเป็น being โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือคำนามอย่าง joy, feeling, sense หรือ experience + of + รูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง the joy of doing: After months of lessons, Mia experienced the joy ____ able to understand the whole story.

ดูคำตอบ

of being

it was the most profound sense of confidence. วลี

2:44

มันเป็นความรู้สึกมั่นใจที่ลึกซึ้งที่สุด

วลี

most profound sense of confidence: ความรู้สึกมั่นใจที่ลึกซึ้งที่สุด

ในประโยคนี้ the most profound sense of confidence หมายถึงความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองที่ลึกซึ้งและมีความหมายที่สุด sense of confidence หมายถึงความรู้สึกมั่นใจจากภายใน ส่วน most profound เน้นว่าความรู้สึกนั้นลึกซึ้งหรือสำคัญเป็นพิเศษ profound มักใช้บรรยายผลกระทบ ความเข้าใจ หรืออารมณ์ที่ลึกกว่าระดับผิวเผิน ในที่นี้คำนี้ทำให้น้ำเสียงดูครุ่นคิดและมีน้ำหนัก ไม่ได้หมายความเพียงว่าความมั่นใจนั้นแสดงออกชัดหรือเห็นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย the most profound sense of confidence ในประโยคนี้ได้ตรงที่สุด

  1. ความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองที่ลึกซึ้งและมีความหมายมาก
  2. ความอยากรู้อยากเห็นเพียงชั่วครู่
  3. การไม่มั่นใจเลย
ดูคำตอบ

ความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองที่ลึกซึ้งและมีความหมายมาก

Learning to speak the language of her ancestors ไวยากรณ์

2:49

การเรียนรู้ที่จะพูดภาษาของบรรพบุรุษของเธอ

ไวยากรณ์

Learning to speak the language of her ancestors ในตำแหน่งประธานของประโยค

Learning to speak the language of her ancestors เป็นวลี gerund หรือวลีรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม รูป Learning ใช้เรียกกิจกรรมทั้งหมด ทำให้ประโยคกล่าวถึงกิจกรรมนั้นเสมือนเป็นสิ่งหนึ่งสิ่ง เมื่อวลีนี้อยู่หน้ากริยาหลัก วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ไม่ใช่แค่ Learning โดยปกติวลี gerund ที่ใช้แบบนี้ถือเป็นเอกพจน์: Learning to speak another language takes time.

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ learn เพื่อให้กิจกรรมเป็นประธาน: ____ to swim takes patience.

ดูคำตอบ

Learning

gave Mshkogaabwid glee,

2:51

ทำให้ Mshkogaabwid เกิดความปิติยินดี (glee)

a feeling of happiness,

2:53

ความรู้สึกมีความสุข

pleasure, or excitement.

2:55

ความพึงพอใจ หรือความตื่นเต้น

Although she didn't grow up speaking Anishinaabemowin, ไวยากรณ์

2:57

แม้ว่าเธอจะไม่ได้เติบโตมากับการพูดภาษา Anishinaabemowin

she now wants to pass it on to her children. กริยาวลี

3:00

แต่ตอนนี้เธอต้องการที่จะส่งต่อให้กับลูกๆ ของเธอ

ไวยากรณ์

Although she didn't ..., she now wants ...: การแสดงความหมายว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น

Although ใช้นำอนุประโยคที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงซึ่งอาจทำให้ผลในประโยคหลักดูไม่น่าจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ การที่เธอไม่ได้เติบโตมากับการพูดภาษา Anishinaabemowin ไม่ได้ขัดขวางความตั้งใจในตอนนี้ที่จะถ่ายทอดภาษาให้ลูก ๆ ใช้โครงสร้าง Although + อนุประโยค, ประโยคหลัก เพื่อบอกว่าสถานการณ์แรกเป็นจริง แต่ผลอีกอย่างก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี ใจความสำคัญมักอยู่ในประโยคหลัก ส่วนอนุประโยค although ให้ข้อมูลพื้นหลังที่ขัดแย้งกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแสดงการยอมรับที่มีความหมายว่า “แม้จะมีข้อเท็จจริงว่า”: ____ Maya had never taught before, she led the lesson confidently.

ดูคำตอบ

Although

กริยาวลี

to pass it on: ถ่ายทอดสิ่งนั้นให้คนอื่น

ในที่นี้ pass it on หมายถึงการถ่ายทอดภาษาไปยังคนอีกรุ่นหนึ่งผ่านการสอนและการใช้ภาษา It หมายถึง Anishinaabemowin และ on สื่อแนวคิดว่าบางสิ่งดำเนินต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ในความหมายนี้ pass on เป็นกริยาวลีที่แยกได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: pass it on ส่วน to ตัวแรกใน to pass เป็นเครื่องหมายของ infinitive หลัง wants และ to ตัวหลังใช้นำผู้รับ: to her children

แบบฝึกหัด

ใช้ pass on กับคำสรรพนาม it ในลำดับที่ถูกต้อง: I learned this song from my grandfather, and I want to ____ to my nieces.

ดูคำตอบ

pass it on

To pass something on means to give it to someone,

3:03

การส่งต่อบางสิ่งบางอย่าง (pass something on) หมายถึงการให้สิ่งนั้นแก่ใครสักคน

usually in your family,

3:06

ซึ่งมักจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ

who lives on after you die. กริยาวลี

3:07

ที่มีชีวิตอยู่ต่อไปหลังจากที่คุณเสียชีวิตไปแล้ว

กริยาวลี

lives on after you: มีชีวิตอยู่ต่อหลังจากอีกคนเสียชีวิต

ใน who lives on after you die คำว่า lives on หมายถึง “ยังมีชีวิตอยู่ต่อ” ชีวิตของบุคคลนั้นดำเนินต่อไปหลังเวลาที่คุณเสียชีวิต โดย on เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี live on ไม่ใช่คำบุพบทบอกสถานที่ live on ยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับสิ่งที่ยังคงอยู่ได้ เช่น ความทรงจำ เรื่องราว หรือประเพณี แต่ในประโยคนี้หมายถึงบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ live on: Although the singer is gone, her music ____.

ดูคำตอบ

lives on

Mshkogaabwid's decision to raise her children speaking Anishinaabemowin ไวยากรณ์

3:10

การตัดสินใจของ Mshkogaabwid ในการเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอให้พูดภาษา Anishinaabemowin

ไวยากรณ์

decision to raise her children speaking Anishinaabemowin: เนื้อหาของการตัดสินใจ

ใน decision to raise her children รูป infinitive to raise บอกเนื้อหาของการตัดสินใจว่า Mshkogaabwid เลือกจะทำอะไร นี่คือโครงสร้างทั่วไป decision to + กริยารูปพื้นฐาน Speaking Anishinaabemowin เพิ่มข้อมูลว่าเด็ก ๆ จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร คือใช้ภาษานี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นโดยพูดภาษานี้ ข้อความทั้งหมดบอกทางเลือกในการเลี้ยงดูลูกระยะยาวหนึ่งอย่าง ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ เป็นผู้ตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “Their decision to raise their daughter speaking Welsh” ได้ตรงที่สุด

  1. พวกเขาตัดสินใจเรื่องหนึ่ง ส่วนการพูดภาษาเวลส์เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ลูกสาวเป็นผู้ตัดสินใจว่าพ่อแม่ควรได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร
  3. พวกเขาเลือกเลี้ยงลูกสาวโดยให้ภาษาเวลส์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเธอ
ดูคำตอบ

พวกเขาเลือกเลี้ยงลูกสาวโดยให้ภาษาเวลส์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเธอ

turned out to be the right one, กริยาวลี

3:14

กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

กริยาวลี

turned out to be: ผลที่ทราบในภายหลัง

turned out to be หมายถึง ข้อเท็จจริง ประสบการณ์ หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลังทำให้รู้ว่าใครหรือสิ่งใดเป็นอย่างไรจริง ๆ เป็นการมองย้อนกลับจากจุดที่ทราบผลแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอาจยังไม่แน่ใจ ในที่นี้ the right one หมายถึงตัวเลือกที่ถูกต้องจากหลายตัวเลือก โครงสร้างทั่วไปคือ ประธาน + turn out to be + กลุ่มคำนามหรือคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

"The small room turned out to be perfect for our meeting" หมายความว่าอย่างไร

  1. ต่อมาประสบการณ์แสดงให้เห็นว่าห้องเล็กนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการประชุม
  2. ห้องนั้นเปลี่ยนสภาพทางกายภาพกลายเป็นสถานที่อื่น
  3. ห้องนั้นดูเหมาะมาก แต่ยังไม่มีใครได้ลองใช้
ดูคำตอบ

ต่อมาประสบการณ์แสดงให้เห็นว่าห้องเล็กนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการประชุม

as she explained to BBC World Service program The Conversation.

3:16

ตามที่เธอได้อธิบายกับรายการ The Conversation ของ BBC World Service

There'are lots of bumps in the road, สำนวน

3:22

มีอุปสรรคมากมายบนเส้นทาง

สำนวน

lots of bumps in the road: ปัญหาระหว่างทาง

bumps in the road เป็นสำนวนที่เปรียบกระบวนการหนึ่งกับการเดินทาง โดย bumps หมายถึงปัญหา ความล่าช้า หรืออุปสรรคที่ทำให้ความก้าวหน้าไม่ราบรื่น lots of bumps in the road หมายถึงมีความยากลำบากแบบนี้หลายอย่าง ภาพเปรียบนี้มักสื่อว่ายังเดินทางต่อไปได้ จึงไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ใน "Our team faced a few bumps in the road, but we finished the project," คำว่า bumps หมายถึงอะไร

  1. หลักฐานว่าโครงการล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
  2. ปัญหาและความล่าช้าระหว่างทำโครงการ
  3. เนินบนถนนที่ทีมขับรถผ่าน
ดูคำตอบ

ปัญหาและความล่าช้าระหว่างทำโครงการ

but it's going very well.

3:24

แต่มันก็ดำเนินไปได้ด้วยดี

My daughter is turning four, การใช้คำ

3:25

ลูกสาวของฉันกำลังจะอายุสี่ขวบ

การใช้คำ

is turning four: กำลังเข้าสู่อายุใหม่

turn ในที่นี้หมายถึง “มีอายุถึงช่วงหนึ่ง” My daughter is turning four บอกว่าวันเกิดครบสี่ขวบของลูกสาวกำลังใกล้เข้ามา ดังนั้นเธอจะอายุสี่ขวบในไม่ช้า โครงสร้างคือ be + turning + อายุ โดยวางอายุไว้หลัง turning ทันที โครงสร้างนี้บอกการเปลี่ยนแปลงของอายุ ไม่ได้หมายถึงการหมุนตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นอย่างเป็นธรรมชาติถึงวันเกิดครบเจ็ดขวบที่กำลังใกล้เข้ามา

  1. Leo turned seven next month.
  2. Leo is turning seven next month.
  3. Leo is turning to seven next month.
ดูคำตอบ

Leo is turning seven next month.

and she completely understands the language.

3:27

และเธอเข้าใจภาษานี้อย่างสมบูรณ์

Being put back into daycare, ไวยากรณ์

3:30

การที่เธอต้องกลับไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก

ไวยากรณ์

Being put back into daycare ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Being put back into daycare เป็นวลี gerund แบบถูกกระทำ Being + คำกริยาช่องที่สาม นำเสนอเหตุการณ์ที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำให้เป็นแนวคิดที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม ในที่นี้คือเหตุการณ์หรือประสบการณ์ของการถูกส่งกลับไปเข้าเนิร์สเซอรี่อีกครั้ง put back into daycare หมายถึงถูกส่งหรือรับเข้าเนิร์สเซอรี่อีกครั้ง วลีทั้งหมดสามารถเป็นประธานของกริยาที่ตามมาได้ เช่นใน Being put back into daycare has influenced her English ประธานคือวลีทั้งหมด ไม่ใช่เพียง daycare

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Being asked to speak first made Lina nervous,” คำใดบ้างประกอบกันเป็นประธาน

  1. Lina
  2. nervous
  3. Being asked to speak first
ดูคำตอบ

Being asked to speak first

which she's only been there for maybe a month, ไวยากรณ์

3:32

ซึ่งเธอเพิ่งไปอยู่ที่นั่นได้ประมาณหนึ่งเดือน

ไวยากรณ์

she's only been there for maybe a month: present perfect กับ for

ในที่นี้ she's หมายถึง she has ไม่ใช่ she is เพราะมี been ตามหลัง วลี present perfect อย่าง has been there แสดงว่าเธอเริ่มอยู่ที่สถานที่นั้นในอดีตและยังคงอยู่จนถึงตอนนี้ ส่วน for maybe a month บอกระยะเวลาตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน only ทำให้หนึ่งเดือนถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ส่วน maybe แสดงว่าผู้พูดกำลังประมาณเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has been + สถานที่หรือสภาวะ + for + ระยะเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ be และคำที่ใช้นำหน้าระยะเวลา: Mia started this job two weeks ago and still works here. Mia ____ at this job ____ two weeks.

ดูคำตอบ

has been · for

has really influenced her English.

3:35

มีอิทธิพลต่อภาษาอังกฤษของเธอจริงๆ

So, I notice she's speaking a lot of English,

3:38

ดังนั้น ฉันสังเกตเห็นว่าเธอพูดภาษาอังกฤษเยอะมาก

and so that was a little bit rough for the family, น้ำเสียง/เจตนา

3:40

และนั่นก็ค่อนข้างลำบากใจเล็กน้อยสำหรับครอบครัว

น้ำเสียง/เจตนา

a little bit rough: บรรยายความยากลำบากอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ rough ใช้อธิบายประสบการณ์ที่ยาก ไม่น่าพอใจ หรือไม่ราบรื่น ไม่ได้หมายถึงพื้นผิวที่หยาบ ส่วน a little bit ช่วยลดความแรงของการประเมิน ดังนั้น a little bit rough จึงเป็นวิธีพูดอย่างสำรวมว่าสถานการณ์นั้นยากลำบาก การลดน้ำหนักเช่นนี้ช่วยให้ฟังดูใส่ใจเมื่อต้องพูดถึงความลำบากของผู้อื่น แต่ก็อาจทำให้ปัญหาจริงดูเล็กลงได้ จึงไม่ควรสรุปว่าประสบการณ์นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่นุ่มนวลจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “ค่อนข้างยาก”: The first week of practice was ____, but the team kept trying.

ดูคำตอบ

a little bit rough

being in an immersion home where we only speak Anishinaabemowin in the home, วัฒนธรรม

3:43

การที่ต้องอยู่ในบ้านที่ใช้การเรียนแบบซึมซับที่เราพูดแต่ภาษา Anishinaabemowin ในบ้านเท่านั้น

วัฒนธรรม

an immersion home: บ้านที่สร้างสภาพแวดล้อมทางภาษาแบบเต็มรูปแบบ

an immersion home คือครัวเรือนที่ครอบครัวตั้งใจใช้ภาษาเป้าหมายในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย where อธิบายวลีนี้ว่า ที่บ้านใช้เฉพาะภาษา Anishinaabemowin immersion ในที่นี้เป็นแนวคิดการเรียนภาษาด้วยการอยู่ท่ามกลางภาษาและใช้ภาษานั้นอย่างจริงจัง ไม่ใช่การจุ่มลงในน้ำตามความหมายตรงตัว วลีนี้บรรยายสภาพแวดล้อมทางภาษาในบ้าน ไม่ใช่อาคารชนิดพิเศษ

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาเรื่องการเรียนภาษา an immersion home หมายถึงอะไร

  1. บ้านที่ออกแบบให้บางส่วนอยู่ใต้น้ำ
  2. อาคารชั่วคราวข้างโรงเรียนสอนภาษา
  3. บ้านที่ตั้งใจใช้ภาษาเป้าหมายในชีวิตประจำวัน
ดูคำตอบ

บ้านที่ตั้งใจใช้ภาษาเป้าหมายในชีวิตประจำวัน

for there to be so much English, ไวยากรณ์

3:47

แต่กลับมีภาษาอังกฤษเข้ามามากมาย

ไวยากรณ์

for there to be so much English: การนำสถานการณ์ที่มีบางสิ่งไปใส่ในประโยคใหญ่

For there to be so much English เป็นอนุประโยค infinitive ที่สร้างจาก for + there ที่แสดงการมีอยู่ + to be โครงสร้างนี้เปลี่ยนความคิดจาก there is so much English ให้เป็นสถานการณ์ที่นำไปใส่ในประโยคใหญ่กว่าได้ นั่นคือการมีหรือการใช้ภาษาอังกฤษมากขนาดนี้ โดยปกติวลีนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง แต่มักตามหลังกรอบประโยคที่ใหญ่กว่า เช่น It was unusual ... หรือ It felt strange ... ซึ่งใช้ประเมินสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ของ there is: It is unusual ____ this much traffic before sunrise.

ดูคำตอบ

for there to be

and only recently over the last week and a half ไวยากรณ์

3:48

และเพิ่งเมื่อไม่นานมานี้ในช่วงสัปดาห์ครึ่งที่ผ่านมา

have we really noticed her switch and her shift back into using the language. วลี

3:51

เราถึงได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเธอและการที่เธอกลับมาใช้ภาษาดั้งเดิม

ไวยากรณ์

Only recently ... have we really noticed: only ต้นประโยคและการสลับตำแหน่ง

เมื่อย้าย only recently และวลีเวลาที่เจาะจงกว่าอย่าง over the last week and a half มาไว้ต้นประโยค only จะจำกัดช่วงเวลา โดยเน้นว่าเราเพิ่งสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นจริง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้ เพราะวลีเวลาที่มีความหมายจำกัดอยู่ต้นอนุประโยค ภาษาอังกฤษจึงสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย ใน have we really noticed คำว่า have อยู่หน้า we ประโยคนี้ยังเป็นประโยคบอกเล่าที่เน้นความหมาย ไม่ใช่คำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การสลับตำแหน่งหลัง Only recently ที่อยู่ต้นประโยคได้ถูกต้อง

  1. Only recently have we noticed the pattern.
  2. Only recently we have noticed the pattern.
  3. Only recently have noticed we the pattern.
ดูคำตอบ

Only recently have we noticed the pattern.

วลี

her switch and her shift back into using: การกลับไปสู่นิสัยการใช้ภาษา

ใน her switch and her shift คำว่า switch และ shift เป็นคำนามที่อยู่หลัง noticed ส่วน her บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นของเธอ switch มักให้ความรู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนที่ชัดเจน ส่วน shift อาจสื่อถึงการเคลื่อนไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่นี่ผู้พูดวางสองคำนี้คู่กันเป็นคำอธิบายที่มีความหมายทับซ้อน ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์สองอย่างที่แยกจากกัน Back into using the language หมายถึงการกลับไปสู่กิจกรรมหรือนิสัยการใช้ภาษานั้น back เพิ่มความหมายว่ากลับไปสู่สภาพเดิม และหลัง into ใช้รูป -ing คือ using

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายการค่อย ๆ กลับไปสู่นิสัยการใช้ภาษาได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. She gradually shifted back using into French at home.
  2. She gradually shifted back into using French at home.
  3. She gradually shifted back into use French at home.
ดูคำตอบ

She gradually shifted back into using French at home.

Bringing up her children to speak her indigenous language wasn't easy, กริยาวลี

3:56

การเลี้ยงดูลูกให้พูดภาษาพื้นเมืองของตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย

กริยาวลี

Bringing up her children: การเลี้ยงดูลูกให้เติบโต

ในประโยคนี้ bringing up her children หมายถึงการเลี้ยงดูและดูแลลูก ๆ ระหว่างที่พวกเขาเติบโต bring up ในที่นี้เป็นกริยาวลี ดังนั้น up จึงไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน วลี -ing ทั้งวลี Bringing up her children ทำหน้าที่เป็นประธานของ wasn't easy ส่วน to speak her indigenous language ที่ตามมาระบุภาษาที่เธอต้องการให้ลูก ๆ เรียนรู้ขณะเติบโต

แบบฝึกหัด

bringing up ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? “Bringing up two children takes patience.”

  1. กล่าวถึงเด็ก ๆ ในบทสนทนา
  2. เลี้ยงดูและดูแลเด็ก ๆ ระหว่างที่พวกเขาเติบโต
  3. อุ้มเด็ก ๆ ขึ้นไปชั้นบน
ดูคำตอบ

เลี้ยงดูและดูแลเด็ก ๆ ระหว่างที่พวกเขาเติบโต

and Mshkogaabwid said there were some bumps in the road,

4:00

และ Mshkogaabwid กล่าวว่ามีอุปสรรคบนเส้นทางบ้าง (bumps in the road)

small problems or delays that slowed down or stopped things from developing. วลี

4:03

ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ หรือความล่าช้าที่ทำให้การพัฒนาสิ่งต่างๆ ช้าลงหรือหยุดชะงัก

วลี

slowed down or stopped things from developing: การทำให้ล่าช้าและการขัดขวาง

ในส่วนนี้ของประโยค slowed down หมายถึงทำให้ความคืบหน้าช้าลง ส่วน stopped things from developing หมายถึงขัดขวางไม่ให้เกิดการเติบโตหรือความก้าวหน้าต่อไป คำว่า or แสดงผลกระทบที่เป็นไปได้สองระดับ คือทำให้ล่าช้าหรือหยุดกั้นอย่างสิ้นเชิง โครงสร้างคือ stop + กรรม + from + -ing ใน stopped things from developing คำว่า things เป็นกรรม และ developing ระบุกระบวนการที่ถูกขัดขวาง หลัง from ต้องใช้รูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง slow down และ stop someone from doing ให้สมบูรณ์: Heavy traffic slowed ____ the bus and stopped us ____ arriving on time.

ดูคำตอบ

down · from

To help,

4:08

เพื่อเป็นการช่วยเหลือ

her family spoke only Anishinaabemowin at home,

4:09

ครอบครัวของเธอพูดแต่ภาษา Anishinaabemowin ที่บ้านเท่านั้น

using a technique called immersion, การใช้คำ

4:12

โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่าการเรียนแบบซึมซับ (immersion)

the process of learning a language or skill

4:15

กระบวนการเรียนรู้ภาษาหรือทักษะ

by using only that and nothing else. ไวยากรณ์

4:17

โดยใช้แค่สิ่งนั้นเพียงอย่างเดียวและไม่ใช้อย่างอื่นเลย

การใช้คำ

called ใน a technique called immersion

ใน a technique called immersion คำว่า called เป็นรูป past participle ของ call โดยวางหลัง technique เพื่อบอกว่าเทคนิคนี้มีชื่อว่า immersion a technique called immersion เป็นรูปย่อของ a technique that is called immersion โครงสร้าง noun + called + name ใช้เพื่อแนะนำชื่อของสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past participle ของ call เพื่อแนะนำชื่อเกม: We played a game ____ Silent Signals.

ดูคำตอบ

called

ไวยากรณ์

by using only that and nothing else: บอกวิธีด้วย by + -ing

by + รูป -ing ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งทำสำเร็จด้วยวิธีใด ในที่นี้ by using ตอบคำถามว่า “เรียนภาษาหรือทักษะนั้นอย่างไร” only that and nothing else เน้นว่าวิธีนี้ใช้สิ่งนั้นเพียงอย่างเดียว that ย้อนกลับไปหมายถึงภาษาหรือทักษะที่กล่าวถึงแล้ว ส่วน nothing else ตัดเครื่องมือหรือภาษาอื่นทั้งหมดออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากุญแจสีเงินเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะเปิดกล่องได้

  1. You can open the box before using the silver key.
  2. You can open the box so that you can use the silver key.
  3. You can open the box by using only the silver key and nothing else.
ดูคำตอบ

You can open the box by using only the silver key and nothing else.

This meant that Mshkogaabwid's children spoke both English at school โน้ต

4:21

นี่หมายความว่าลูกๆ ของ Mshkogaabwid พูดทั้งภาษาอังกฤษที่โรงเรียน

and Anishinaabemowin at home.

4:25

และภาษา Anishinaabemowin ที่บ้าน

ลำดับความ

This meant that: เชื่อมข้อมูลก่อนหน้ากับผลลัพธ์

ในประโยคนี้ This meant that อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบาย และนำเข้าสิ่งที่เกิดตามมา This สรุปข้อมูลก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม This สามารถสรุปประโยคหรือแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมดได้ ไม่ได้ชี้เพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด วลีนี้ช่วยให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังรู้ว่าข้อมูลต่อไปเป็นผลลัพธ์หรือความหมายในทางปฏิบัติของสิ่งที่กล่าวมาก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ซึ่งขึ้นต้นด้วย This และเชื่อมสถานการณ์ในอดีตกับผลลัพธ์: The sports hall was closed. ____ we practised outside.

ดูคำตอบ

This meant that

ไวยากรณ์

spoke both English at school and Anishinaabemowin at home: เชื่อมสองสิ่งด้วย both ... and ...

both ... and ... เชื่อมสองสิ่งที่รวมอยู่ด้วยกันอย่างเท่าเทียม ในที่นี้ both นำหน้า English at school และ and นำหน้า Anishinaabemowin at home ดังนั้นประโยคจึงบอกว่าเด็ก ๆ ใช้แต่ละภาษาในสถานที่ต่างกัน ควรทำให้สองส่วนมีโครงสร้างขนานกันเมื่อทำได้ ในตัวอย่างนี้ ทั้งสองส่วนใช้รูปแบบเดียวกัน คือ “ภาษา + สถานที่” ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างโรงเรียนกับบ้านได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both ... and ... เพื่อแสดงว่ากิจกรรมทั้งสองเป็นจริง: Maya enjoys ____ drawing ____ dancing.

ดูคำตอบ

both · and

She noticed how they changed between languages when speaking, วลี

4:28

เธอสังเกตเห็นว่าพวกเขาสลับภาษากันอย่างไรเวลาพูด

something known as code switching. การใช้คำ

4:31

ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า การสลับรหัสภาษา (code switching)

วลี

changed between languages when speaking: สลับภาษาขณะพูด

ในประโยคนี้ changed between languages หมายถึงการเปลี่ยนจากการใช้ภาษาหนึ่งไปใช้อีกภาษาหนึ่ง คนเหล่านั้นเปลี่ยนภาษาที่ตนกำลังพูด ไม่ได้เปลี่ยนตัวภาษาเอง When speaking เป็นรูปย่อของ when they were speaking โดยบอกว่าการเปลี่ยนภาษาเกิดขึ้นเมื่อใด และประธานที่ละไว้คือ they

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Nora changed between Korean and English as she spoke to different guests,” Nora ทำอะไร?

  1. เธอแปลทุกคำของแขกทุกคน
  2. เธอเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปใช้อีกภาษาหนึ่งขณะพูด
  3. เธอเขียนสองภาษานั้นขึ้นใหม่
ดูคำตอบ

เธอเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปใช้อีกภาษาหนึ่งขณะพูด

การใช้คำ

code switching: การสลับภาษา

Code switching คือการสลับใช้ภาษาหรือรูปแบบภาษาตั้งแต่สองแบบขึ้นไปขณะพูดหรือสนทนา ใน something known as code switching คำว่า known as ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับของพฤติกรรมที่เพิ่งอธิบายไป ในที่นี้ code หมายถึงระบบภาษาหรือรูปแบบภาษา ไม่ใช่การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การสลับภาษาอาจเกิดขึ้นระหว่างประโยคหรือภายในบทสนทนาเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดพลาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยศัพท์ภาษาศาสตร์จากบทเรียน: Moving between Spanish and English during one conversation is called ____.

ดูคำตอบ

code switching

Mshkogaabwid believes this not only helps her children's development, ไวยากรณ์

4:33

Mshkogaabwid เชื่อว่าสิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาการของลูกๆ ของเธอเท่านั้น

but also gives them a sense of family history, วลี

4:38

แต่ยังให้พวกเขามีความรู้สึกถึงประวัติศาสตร์ของครอบครัว

ไวยากรณ์

not only helps ... but also gives: การเชื่อมผลลัพธ์สองอย่าง

not only ... but also ... เชื่อมผลลัพธ์สองอย่างที่มีประธานเดียวกัน และเน้นว่ามีประโยชน์มากกว่าหนึ่งอย่าง ในที่นี้ this เป็นประธานของทั้ง helps her children's development และ gives them a sense of family history ส่วนที่เชื่อมกันควรมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในที่นี้ helps และ gives เป็นคำกริยาที่ลงท้ายด้วย -s เหมือนกัน เพราะใช้ประธานเอกพจน์ this ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย not only...but also...: The new bus route ____ shortens the journey ____ makes it safer.

ดูคำตอบ

not only · but also

as well as preserving her traditional culture. ไวยากรณ์

4:41

ตลอดจนการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของเธอ

วลี

a sense of family history: การตระหนักและความเชื่อมโยงกับอดีตของครอบครัว

ในที่นี้ a sense of family history หมายถึงการตระหนักถึงอดีตของครอบครัวและรู้สึกเชื่อมโยงกับอดีตนั้น ความหมายมากกว่าการจำชื่อหรือวันที่ เพราะเด็ก ๆ สามารถรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวครอบครัวที่ดำเนินต่อไป ใน gives them a sense of... คำว่า give หมายถึง “ทำให้ใครบางคนมี” ความตระหนักหรือความรู้สึกนั้น โครงสร้าง a sense of + คำนามนามธรรม สามารถนำไปใช้บรรยายความรู้สึกหรือความเข้าใจภายในได้

แบบฝึกหัด

a sense of family history ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. หนังสือที่รวบรวมวันที่และชื่อของสมาชิกครอบครัว
  2. ความสามารถทางกายในการตรวจจับเหตุการณ์ในอดีต
  3. การตระหนักถึงอดีตของครอบครัวและความรู้สึกเชื่อมโยงกับอดีตนั้น
ดูคำตอบ

การตระหนักถึงอดีตของครอบครัวและความรู้สึกเชื่อมโยงกับอดีตนั้น

ไวยากรณ์

as well as preserving: การเพิ่มอีกหนึ่งกิจกรรม

ในส่วนประโยคนี้ as well as ใช้เพิ่ม preserving her traditional culture ต่อจากการกระทำหรือประโยชน์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า มีความหมายว่า “และยัง” หรือ “นอกเหนือจากนั้น” ตรงนี้เป็นการเพิ่มข้อมูล ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าใครทำสิ่งใดได้ดีแค่ไหน preserving ในที่นี้คือรูป -ing ของ preserve โครงสร้าง as well as + คำกริยาเติม -ing ใช้เพิ่มกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ protect เพื่อเติมกิจกรรมที่เพิ่มเข้ามา: As well as ____ wildlife, the new law creates new parks.

ดูคำตอบ

protecting

A culture she hopes that they will pass on to their children in turn. วลี

4:45

วัฒนธรรมที่เธอหวังว่าพวกเขาจะส่งต่อให้กับลูกๆ ของพวกเขาต่อไป

วลี

in turn: ขั้นถัดไปในสายการส่งต่อ

ในประโยคนี้ in turn แสดงขั้นถัดไปของการส่งต่อ หลังจากได้รับวัฒนธรรมนี้แล้ว พวกเขาก็จะส่งต่อให้ลูกของตน โดยทั่วไป in turn ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งถัดไปในลำดับทำอะไร ลำดับที่แน่ชัดดูได้จากบริบท และในที่นี้แต่ละขั้นคือคนต่างรุ่นกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ in turn แสดงความหมายใด?

  1. ลูก ๆ ของพวกเขาจะพูดทีละคนตามลำดับ
  2. ต่อมาพวกเขาจะเป็นห่วงถัดไปและส่งต่อวัฒนธรรมนี้ให้ลูกของตน
  3. พวกเขาจะคืนวัฒนธรรมนี้เพื่อแสดงความขอบคุณ
ดูคำตอบ

ต่อมาพวกเขาจะเป็นห่วงถัดไปและส่งต่อวัฒนธรรมนี้ให้ลูกของตน

So, while indigenous cultures are threatened by big global languages, ลำดับความ

4:49

ดังนั้น ในขณะที่วัฒนธรรมพื้นเมืองถูกคุกคามโดยภาษาระดับโลกที่ใหญ่กว่า

there's still hope that many will survive into the future,

4:53

แต่ก็ยังมีความหวังว่าหลายวัฒนธรรมจะอยู่รอดต่อไปในอนาคต

ลำดับความ

while ... there's still hope: ยอมรับปัญหาก่อนลงท้ายด้วยข้อสรุปที่มีความหวัง

while ในที่นี้ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ยอมรับแม้จะขัดกับข้อสรุป ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while วางสถานการณ์ที่ถูกคุกคามไว้เป็นข้อมูลพื้นหลังที่ผู้พูดยอมรับ ใจความหลักอยู่ที่ there's still hope ส่วน still ชี้ว่าความหวังยังคงมีอยู่แม้จะมีภัยคุกคาม ประโยคจึงเริ่มจากการยอมรับปัญหาแล้วปิดท้ายด้วยมุมมองที่เป็นบวกแต่สมดุล

แบบฝึกหัด

while ... there's still hope จัดโครงสร้างข้อมูลในประโยคนี้อย่างไร

  1. ยอมรับภัยคุกคามก่อน แล้วจึงเสนอความหวังที่ยังคงอยู่เป็นข้อสรุปหลัก
  2. บอกว่าภัยคุกคามและความหวังเริ่มขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  3. เสนอว่าความหวังเป็นสาเหตุของภัยคุกคาม
ดูคำตอบ

ยอมรับภัยคุกคามก่อน แล้วจึงเสนอความหวังที่ยังคงอยู่เป็นข้อสรุปหลัก

which reminds me of your quiz question, Neil. ลำดับความ

4:56

ซึ่งทำให้นึกถึงคำถามควิซของคุณขึ้นมา นีล

ลำดับความ

which reminds me of your quiz question: กลับไปยังหัวข้อเดิมด้วยการเชื่อมโยงความคิด

Which เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยขยายความคิดทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ได้ใช้ระบุว่าเป็น quiz question ข้อใด และไม่ได้หมายถึง Neil วลี which reminds me of... ใช้ความเชื่อมโยงนี้เพื่อเปลี่ยนหัวข้อ กล่าวคือ การสนทนาก่อนหน้าทำให้ผู้พูดนึกถึงคำถามควิซ จึงสามารถกลับไปยังหัวข้อนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

which reminds me of your quiz question ทำหน้าที่อะไรในที่นี้

  1. อธิบายว่าทำไมคำถามควิซจึงยาก
  2. เชื่อมความคิดก่อนหน้ากับคำถามควิซ แล้วกลับไปยังหัวข้อนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. ระบุว่าคำถามควิซข้อใดเป็นของ Neil
ดูคำตอบ

เชื่อมความคิดก่อนหน้ากับคำถามควิซ แล้วกลับไปยังหัวข้อนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Was my answer right?

4:59

คำตอบของฉันถูกไหม?

Ah, yes.

5:01

อ่า ใช่แล้ว

I asked Sam how many of the 7,000 languages spoken around the world are indigenous? ไวยากรณ์

5:02

ผมถามแซมว่า ในบรรดา 7,000 ภาษาที่พูดกันทั่วโลก มีภาษาพื้นเมืองอยู่กี่ภาษา?

ไวยากรณ์

how many of ... are indigenous? ในฐานะคำถามแบบแทรก

หลัง I asked Sam อนุประโยค how many ... are indigenous บอกเนื้อหาของสิ่งที่ถาม นี่คือคำถามแบบแทรก โดยยังคงวลีคำถามไว้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่คำถามที่ถามแซมโดยตรง ประธานทั้งหมดคือ how many of the 7,000 languages spoken around the world กริยา are อยู่หลังประธานทั้งหมดนี้ แล้วตามด้วย indigenous อย่าย้าย are เข้าไปไว้กลางวลีประธาน เนื่องจากวลีคำถามเป็นประธานอยู่แล้ว คำถามตรงจึงมีลำดับคำที่มองเห็นเหมือนกัน ความแตกต่างคือรูปแบบแทรกอยู่หลัง asked และทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของคำนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแทรกคำถาม how many of ... หลัง I asked Sam ได้ถูกต้อง?

  1. I asked Sam how many of these languages are indigenous.
  2. I asked Sam how many of these languages do are indigenous.
  3. I asked Sam how many are these languages indigenous.
ดูคำตอบ

I asked Sam how many of these languages are indigenous.

And I thought it was B, 4,000 languages.

5:07

และฉันคิดว่าคือ B 4,000 ภาษา

Which was the correct answer.

5:11

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

And what's amazing is that although indigenous peoples make up under 6% of the global population, โน้ต

5:13

และสิ่งที่น่าทึ่งก็คือ แม้ว่าชนเผ่าพื้นเมืองจะมีจำนวนน้อยกว่า 6% ของประชากรโลก

ลำดับความ

what's amazing is that ในฐานะกรอบแสดงการประเมิน

What's amazing is that เป็นกรอบแสดงการประเมินค่า โดยบอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าข้อเท็จจริงที่จะตามมานั้นน่าประหลาดใจ จึงช่วยนำความสนใจก่อนให้ข้อมูล ในที่นี้ that นำเข้าสู่เนื้อหาที่ถูกประเมิน ซึ่งเริ่มด้วย although... ผู้พูดไม่ได้กำลังถามคำถาม เพราะ what's ย่อมาจาก what is และรูปแบบทั้งหมดหมายถึง “สิ่งที่น่าทึ่งคือ...”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบแสดงการประเมินจากบทเรียน: ____ a seed this small can grow into such a tall tree.

ดูคำตอบ

What's amazing is that

กริยาวลี

make up under 6%: การบอกสัดส่วน

ในที่นี้ make up หมายถึง “ประกอบเป็น” หรือ “คิดเป็นสัดส่วน” กลุ่มที่กล่าวถึงเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมดที่ใหญ่กว่า และ make up ใช้บอกขนาดของส่วนนั้น ในโครงสร้าง “ส่วนย่อย + make up + สัดส่วน + of + ทั้งหมด” under 6% หมายถึงต่ำกว่า 6% ไม่ใช่เท่ากับ 6% พอดี ประโยคนี้พูดถึงสัดส่วนประชากร ดังนั้น make up จึงไม่ได้หมายถึง “แต่งเรื่อง” หรือ “แต่งหน้า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “ประกอบเป็น”:Part-time teachers ____ under ten percent of the staff.

ดูคำตอบ

make up

they speak more than 4,000 of the world's languages. ไวยากรณ์

5:19

แต่พวกเขาพูดภาษาของโลกไปแล้วมากกว่า 4,000 ภาษา

ไวยากรณ์

more than 4,000 of the world's languages: จำนวนที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่กำหนดชัดเจน

More than 4,000 หมายถึงจำนวนที่มากกว่า 4,000 ส่วน of the world's languages ที่ตามมาระบุชุดทั้งหมดที่นำภาษาเหล่านั้นมานับ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงภาษามากกว่า 4,000 ภาษาในบรรดาภาษาทั้งหมดของโลก นี่คือโครงสร้างแสดงส่วนย่อย “จำนวน + of + กลุ่มพหูพจน์ที่ระบุชัดเจน” ในที่นี้รูปแสดงความเป็นเจ้าของ the world's ทำให้กลุ่มหลัง of มีขอบเขตชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงว่าจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ระบุชัดเจน:More than thirty ____ the students walk to school.

ดูคำตอบ

of

Okay, Neil.

5:22

โอเค นีล

Let's recap the vocabulary from this program on indigenous languages. ลำดับความ

5:23

เรามาทบทวนคำศัพท์จากรายการที่เกี่ยวกับภาษาพื้นเมืองนี้กันเถอะ

ลำดับความ

Let's recap the vocabulary (มาทบทวนคำศัพท์กัน)

“Let's recap the vocabulary” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ เกี่ยวกับคำศัพท์ที่นำเสนอไปแล้ว ในที่นี้ recap หมายถึง “ทบทวนและสรุปสั้น ๆ” ไม่ใช่สอนเนื้อหาทั้งหมดใหม่อีกครั้ง โครงสร้าง Let's recap + คำนามหรือกลุ่มคำที่เป็นหัวข้อ เป็นการชวนผู้ฟังให้ทบทวนเนื้อหาไปพร้อมกับผู้พูด และยังใช้เปลี่ยนจากเนื้อหาหลักของรายการไปสู่ช่วงทบทวนคำศัพท์ได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทบทวนสั้น ๆ” ลงในประโยค: Let's ____ today's new words before the quiz.

ดูคำตอบ

recap

Languages spoken by the people who originally lived in a place

5:28

ภาษาที่พูดโดยผู้คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้นแต่ดั้งเดิม

rather than others who came later.

5:32

ไม่ใช่คนอื่นๆ ที่เข้ามาในภายหลัง

Glee is a feeling of happiness or excitement.

5:35

Glee คือความรู้สึกมีความสุขหรือตื่นเต้น

If you pass something on,

5:38

ถ้าคุณ pass something on

you give it to someone,

5:40

คุณมอบสิ่งนั้นให้ใครสักคน

usually in your family,

5:41

มักจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ

who lives on after you.

5:43

ที่มีชีวิตอยู่หลังจากที่คุณจากไป

A bump in the road is a small problem or delay that slows things down.

5:45

A bump in the road คือปัญหาหรือความล่าช้าเล็กน้อยที่ทำให้สิ่งต่างๆ ช้าลง

Immersion is the process of learning something,

5:50

Immersion คือกระบวนการเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง

like a language or a skill,

5:52

เช่น ภาษาหรือทักษะ

by using only that and nothing else.

5:54

โดยใช้แค่สิ่งนั้นเพียงอย่างเดียวและไม่ใช้อย่างอื่นเลย

And finally,

5:58

และสุดท้าย

code switching is the ability to change between two or more languages when speaking.

5:58

code switching คือความสามารถในการสลับระหว่างสองภาษาหรือมากกว่านั้นในขณะที่พูด

That's all from us.

6:03

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวจากเรา

Bye for now.

6:04

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye-bye.

6:05

บ๊ายบาย

Six Minute English from the BBC.

6:07

Six Minute English จาก BBC