บิงโก 🧡 | ตอนเต็ม ซีซั่น 2 | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
649 คำ 159 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บิงโกเล่นคนเดียวไม่ค่อยออกขณะที่แม่กำลังซ่อมชักโครก แต่เมื่อได้แก้ปัญหาจริงด้วยการตามหานิวซีแลนด์และหาคำตอบว่านกกีวีมีสีอะไร เธอก็พบสิ่งที่ทำได้อย่างจดจ่อและเริ่มสนุกกับการอยู่คนเดียว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. not used to it. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า be used to หมายถึงความคุ้นเคยกับสถานการณ์ ไม่ใช่นิสัยในอดีต และใช้รูปปฏิเสธเพื่ออธิบายว่ากิจกรรมหรือสภาพหนึ่งยังไม่คุ้น เช่น การเล่นคนเดียวในช่วงแรกของบิงโก 2. You don't need a game, you need a problem. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าโครงสร้างเปรียบต่าง You don’t need X, you need Y ช่วยปรับมุมมองต่อปัญหาและชี้ไปยังทางเลือกที่เป็นประโยชน์กว่าอย่างไร พร้อมนำไปใช้ให้คำแนะนำหรือแก้ข้อสันนิษฐานของอีกฝ่าย 3. Sweet as, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รู้จักสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ว่าเป็นคำตอบเชิงบวกในความหมายว่า “ดีเลย” หรือ “ไม่มีปัญหา” และเข้าใจกลิ่นอายเฉพาะภูมิภาคเมื่อได้ยินในบทสนทนาสบาย ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum.

0:06

แม่

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Oh,

0:25

โอ้

what a nice sunny day. ไวยากรณ์

0:26

ช่างเป็นวันที่แดดจ้าจริงๆ

ไวยากรณ์

What a nice sunny day: ประโยคอุทาน What a + คำคุณศัพท์ + คำนาม

ในประโยคนี้ what ไม่ได้ใช้ถามคำถาม โครงสร้างทั้งหมดเป็นประโยคอุทานที่แสดงความรู้สึกชื่นชอบอย่างมากต่อวันที่อากาศแจ่มใส ในที่นี้ผู้พูดกำลังพูดถึงอากาศที่จินตนาการขึ้นอย่างตื่นเต้นว่าดีมาก ประโยคอุทานแบบนี้ใช้โครงสร้าง What a + คำคุณศัพท์หนึ่งคำหรือมากกว่า + คำนามนับได้เอกพจน์ ถ้าคำถัดไปขึ้นต้นด้วยเสียงสระ ให้ใช้ an เช่น What an amazing view!

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอุทานที่ใช้ What ให้สมบูรณ์ด้วยคำเปิดสองคำ: ____ beautiful rainbow!

ดูคำตอบ

What a

Yay.

0:28

เย้

Nice and sunny.

0:29

อากาศดีแดดออก

Uh-oh,

0:30

อา-โอ

problem.

0:31

มีปัญหา

It's raining.

0:32

ฝนตก

Quick,

0:34

เร็วเข้า

get under the mumbrella. สำนวน

0:35

เข้ามาใต้ร่มแม่เร็ว

สำนวน

mumbrella: คำเล่นที่ผสม mum กับ umbrella

mumbrella เป็นคำเล่นที่สร้างขึ้นโดยผสม mum ซึ่งแปลว่าแม่ กับ umbrella ซึ่งแปลว่าร่ม ในการเล่นสมมตินี้ คุณแม่ทำตัวเป็นร่ม ดังนั้น get under the mumbrella จึงหมายถึงให้เข้าไปอยู่ใต้ตัวคุณแม่เพื่อทำท่าหลบฝน มุกนี้เข้าใจได้เพราะผู้ฟังมองเห็นคำต้นทางทั้งสองคำ ให้เข้าใจว่าเป็นคำที่สร้างขึ้นชั่วคราวเพื่อความสนุก โดยความหมายมาจากส่วนประกอบของคำและฉาก ไม่ใช่คำมาตรฐานในพจนานุกรม

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: mumbrella เป็นคำภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้แทน umbrella ในงานเขียนทางการได้

  1. ไม่จริง: เป็นคำเล่นที่ผสม mum กับ umbrella
  2. จริง: เป็นคำพ้องความหมายแบบเป็นทางการและเป็นมาตรฐานของ umbrella
ดูคำตอบ

ไม่จริง: เป็นคำเล่นที่ผสม mum กับ umbrella

Nice and dry.

0:37

แห้งสบาย

Oh no,

0:38

โอ้ไม่นะ

the mumbrella's blowing away. กริยาวลี

0:39

ร่มแม่ปลิวไปแล้ว

กริยาวลี

blowing away: ถูกลมพัดออกไปจากที่เดิม

ในที่นี้ blow away หมายถึงลมพัดสิ่งของออกไปจากตำแหน่งเดิม สิ่งของที่ถูกลมพัดสามารถเป็นประธานได้ เช่น The umbrella is blowing away โดยภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องใช้รูปถูกกระทำในประโยคนี้ รูปปัจจุบันกำลังกระทำ is blowing away แสดงว่าการเคลื่อนที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน away เพิ่มความหมายว่าออกจากตำแหน่งเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่หมายถึง “กำลังถูกลมพัดออกไปจากที่เดิม”: The napkin is ____.

ดูคำตอบ

blowing away

Yay,

0:42

เย้

nice and dry.

0:43

แห้งสบาย

All right,

0:45

เอาล่ะ

Bluey,

0:46

บลูอี้

let's go.

0:46

ไปกันเถอะ

See you,

0:47

แล้วเจอกัน

Mum.

0:47

แม่

See you,

0:48

แล้วเจอกัน

Bingo.

0:48

บิงโก

See you.

0:49

แล้วเจอกัน

Have fun.

0:50

เที่ยวให้สนุกนะ

Can you play with me น้ำเสียง/เจตนา

0:52

แม่เล่นกับหนูได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Can you play with me: คำขออย่างเป็นมิตรให้มาเล่นด้วยกัน

Can you play with me? เป็นคำขอโดยตรงและเป็นมิตร เพื่อชวนอีกฝ่ายมาเล่นด้วยกัน ในที่นี้ Can you...? ถามว่าอีกฝ่ายเต็มใจหรือไม่ ไม่ได้ถามเพียงว่ามีความสามารถทำได้หรือไม่ play with someone หมายถึงเล่นร่วมกับคนนั้น คำว่า with ใช้นำหน้าคนอีกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งต้องการชวนเพื่อนมาเล่นเกมด้วยกัน ประโยคใดเป็นธรรมชาติ

  1. Can you play to me?
  2. Can you play with me?
  3. Can you play me?
ดูคำตอบ

Can you play with me?

until Bluey gets back from Chloe's house? กริยาวลี

0:53

จนกว่าบลูอี้จะกลับมาจากบ้านโคลอี้?

กริยาวลี

gets back from: กลับมาจากสถานที่หรือกิจกรรม

gets back from หมายถึง กลับมาหลังจากอยู่ที่สถานที่หนึ่งหรือเข้าร่วมกิจกรรมหนึ่ง get back แสดงการกลับมา ส่วน from นำหน้าสถานที่หรือกิจกรรมที่บุคคลนั้นกลับมาจากที่นั่น ในประโยคนี้ gets ผันตามประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม Bluey การกลับมาจากบ้านของ Chloe คือเหตุการณ์ที่ทำให้ช่วงรอซึ่งแสดงด้วย until สิ้นสุดลง

แบบฝึกหัด

ใช้ get back from ในรูป present tense ที่ถูกต้อง: We'll eat when Dad ____ work.

ดูคำตอบ

gets back from

I can't,

0:55

แม่เล่นไม่ได้

honey.

0:56

ลูกรัก

There's a problem with the toilet. วลี

0:57

ชักโครกมีปัญหานิดหน่อย

วลี

There's a problem with...: ระบุว่าสิ่งใดมีปัญหา

There's a problem with + คำนาม เป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปเพื่อแจ้งว่ามีบางอย่างผิดปกติ There's เป็นรูปย่อของ there is และ with นำหน้าสิ่งของหรือแผนที่ได้รับผลจากปัญหา รูปแบบนี้บอกว่าปัญหาอยู่ที่ใดโดยไม่อธิบายสาเหตุที่แน่ชัด ในประโยคนี้สิ่งที่มีปัญหาคือชักโครก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบย่อสำหรับรายงานปัญหาจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the printer.

ดูคำตอบ

There's a problem with

It won't flush. การใช้คำ

0:58

มันกดน้ำไม่ลง

การใช้คำ

won't flush: won't ที่ใช้บอกว่าอุปกรณ์ขัดข้อง

ในประโยคนี้ flush หมายถึงการปล่อยน้ำให้ไหลผ่านโถส้วม It won't flush หมายความว่าชักโครกไม่สามารถทำงานนี้ได้และไม่ทำงานตามที่ควร เมื่อประธานเป็นเครื่องจักรหรือสิ่งของ won't + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำไม่เกิดขึ้นแม้จะลองทำหรือคาดหวังให้เกิดขึ้นก็ตาม Won't ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของมีเจตจำนงจริง ๆ แต่เป็นวิธีพูดถึงปัญหาอย่างเป็นธรรมชาติในภาษาสนทนา

แบบฝึกหัด

ใน The sink won't drain คำว่า won't น่าจะแสดงความหมายใดมากที่สุด

  1. อ่างล้างจานทำงานไม่เป็นไปตามที่ควร
  2. อ่างล้างจานจะกลับมาทำงานได้อย่างแน่นอนในภายหลัง
  3. อ่างล้างจานเลือกที่จะไม่ช่วยใคร
ดูคำตอบ

อ่างล้างจานทำงานไม่เป็นไปตามที่ควร

Mum has to fix it.

0:59

แม่ต้องไปซ่อมมันก่อน

But who am I going to play with? ไวยากรณ์

1:01

แล้วหนูจะเล่นกับใครล่ะ

ไวยากรณ์

Who am I going to play with?: การวางคำบุพบทท้ายคำถามในภาษาพูด

Who ใช้ถามถึงบุคคลที่เป็นกรรมของ with ใน play with ในคำถามแบบ wh- ที่เป็นธรรมชาติในภาษาพูด ภาษาอังกฤษมักวาง with ไว้ท้ายประโยค: Who am I going to play with? โครงสร้างคือ คำแสดงคำถาม + กริยาช่วยหรือ be + ประธาน + วลีกริยา + คำบุพบท คำบุพบทยังคงเชื่อมกับกริยาหรือวลีข้างหน้า แม้ว่ากรรมของคำบุพบทจะย้ายไปอยู่ต้นประโยค

แบบฝึกหัด

เมื่อต้องการถามว่าใครกำลังคุยกับใคร คำถามใดสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติในบทสนทนาทั่วไป

  1. Who are you talking to?
  2. Who are you talking?
  3. To whom are you talking?
ดูคำตอบ

Who are you talking to?

You're gonna play with Bingo. การใช้คำ

1:03

ลูกก็เล่นกับบิงโกไง

การใช้คำ

gonna: รูปไม่เป็นทางการของ going to

gonna เป็นรูปไม่เป็นทางการของ going to เมื่ออยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน ใน You're gonna play คำว่า You're หมายถึง You are และ gonna play ตรงกับ going to play ในประโยคนี้ การเล่นกับ Bingo ถูกนำเสนอว่าเป็นการกระทำที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อไป เมื่อได้ยินหรือเห็น gonna ให้ขยายความเป็น going to + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อทำความเข้าใจประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาพูดด้วยรูปไม่เป็นทางการของ going to: You're ____ enjoy the show.

ดูคำตอบ

gonna

Oh,

1:05

โอ้

yeah.

1:05

จริงด้วย

This episode of Bingo is called Bingo.

1:06

บิงโกตอนนนี้มีชื่อว่า บิงโก

Okay,

1:10

เอาล่ะ

Mum's gotta get to it. วลี

1:10

แม่ต้องไปทำแล้วล่ะ

วลี

gotta get to it: ต้องเริ่มลงมือทำงาน

ใน Mum's gotta ตัว 's ย่อมาจาก has จึงเท่ากับ Mum has got to ส่วน gotta เป็นรูปไม่เป็นทางการในภาษาพูดและงานเขียนสบาย ๆ ของ got to ใน have หรือ has got to จึงสื่อถึงความจำเป็น get to it เป็นสำนวนที่หมายถึงเริ่มจัดการงานที่รู้อยู่แล้วว่าคืองานใด ไม่ได้หมายถึงการเดินไปถึงบางสิ่ง เมื่อรวมกัน ประโยคนี้จึงบอกถึงการเปลี่ยนจากการพูดคุยไปสู่การเริ่มทำงาน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Mum's gotta get to it มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. แม่ทำงานนั้นเสร็จแล้ว
  2. แม่ต้องเดินไปหาสิ่งของชิ้นหนึ่ง
  3. แม่ต้องเริ่มจัดการงานนั้น
ดูคำตอบ

แม่ต้องเริ่มจัดการงานนั้น

You go play by yourself. วลี

1:12

ลูกไปเล่นคนเดียวนะ

วลี

play by yourself: ทำกิจกรรมตามลำพัง

ในประโยคนี้ play by yourself หมายถึงเล่นคนเดียวโดยไม่มีคนอื่นมาเล่นด้วย ส่วน by yourself ไม่ได้หมายถึงข้างตัวคุณ โครงสร้าง by + สรรพนามสะท้อนสามารถบอกได้ว่าใครบางคนทำสิ่งหนึ่งตามลำพังหรือโดยไม่มีคนช่วย สรรพนามต้องตรงกับประธาน เช่น I ... by myself, you ... by yourself และ she ... by herself

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป by + สรรพนามสะท้อนที่ตรงกับ you: You can finish the puzzle ____.

ดูคำตอบ

by yourself

Okay.

1:13

โอเค

Oh.

1:14

โอ้

One problem.

1:15

มีปัญหาข้อหนึ่ง

Oh,

1:16

โอ้

yeah.

1:16

จริงด้วย

What's that?

1:16

อะไรเหรอ

I don't know ไวยากรณ์

1:17

หนูไม่รู้

how to play by myself.

1:18

จะเล่นคนเดียวยังไง

ไวยากรณ์

I don't know how to: บอกว่าไม่รู้วิธีทำ

I don't know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าผู้พูดไม่รู้วิธีทำบางอย่างหรือยังทำสิ่งนั้นไม่เป็น ในประโยคนี้ how to นำหน้าการกระทำทั้งหมด play by myself โครงสร้างนี้ยังสื่อเป็นนัยได้ว่าผู้พูดต้องการคำแนะนำหรือความช่วยเหลือ ประเด็นคือไม่รู้วิธีทำ ไม่ใช่ไม่เข้าใจคำที่ใช้เรียกการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาอังกฤษสองคำที่วางหน้าคำกริยารูปพื้นฐานเพื่อพูดถึงวิธีทำ: I don't know ____ use this camera.

ดูคำตอบ

how to

Yeah,

1:20

ได้สิ

you do,

1:20

ลูกรู้

sweetie.

1:20

ลูกรัก

You're just not used to it. ไวยากรณ์

1:21

ลูกแค่ไม่ชิน

ไวยากรณ์

not used to it: be used to + คำนามหรือรูป -ing

ในประโยคนี้ not used to it หมายถึง “ยังไม่ชินกับสถานการณ์นี้” เป็นการบอกว่าสิ่งนั้นยังรู้สึกไม่คุ้น ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นทำไม่ได้ คำว่า just ทำให้คำอธิบายฟังนุ่มนวลขึ้น คือปัญหามีเพียงว่ายังไม่คุ้นเท่านั้น ใช้ be used to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เพื่อบอกว่าสิ่งใดรู้สึกเป็นปกติจากประสบการณ์ ในที่นี้ it เป็นคำสรรพนามแทนสถานการณ์ที่รู้กันอยู่ ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยา ต้องใช้รูป -ing เช่น not used to working alone

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธของ be used to: Working nights still feels unfamiliar to me. I'm ____ working at night.

ดูคำตอบ

not used to

Give it a go. วลี

1:22

ลองดูสิ

วลี

Give it a go: วิธีพูดว่า “ลองดู” อย่างเป็นมิตร

Give it a go หมายถึง “ลองดู” หรือ “ลองสักครั้ง” ในสำนวนนี้ it คือกิจกรรมที่กำลังพูดถึงอยู่ ส่วน a go หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่อื่น แม้จะอยู่ในรูปประโยคคำสั่ง แต่ใช้เพื่อให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร เป็นการชวนให้ลองโดยไม่จำเป็นต้องทำสำเร็จทันที

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนไม่เป็นทางการสี่คำจากบทเรียนที่แปลว่า “ลองดู” ให้สมบูรณ์: The new game may be difficult, but ____.

ดูคำตอบ

give it a go

Okay,

1:23

โอเค

Mama.

1:23

แม่

What am I gonna do?

1:27

หนูจะทำอะไรดี

Ooh.

1:29

อู้

Ooh.

1:30

อู้

I'll play doctor. วลี

1:30

หนูจะเล่นเป็นหมอ

วลี

play doctor: เกมสมมติเป็นหมอของเด็ก

ในที่นี้ play doctor หมายถึงแกล้งทำเป็นหมอเพื่อเล่นสนุก หรือเล่นเป็นหมอ ในสำนวนการเล่นสมมติของเด็กที่ใช้กันทั่วไปนี้ play ตามด้วยชื่อบทบาท doctor โดยตรงโดยไม่ใส่คำนำหน้านาม ผู้พูดกำลังเลือกกิจกรรมสมมติ ไม่ได้บอกว่าจะทำงานด้านการแพทย์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่ใช้เรียกเกมสมมติของเด็ก: The children put on toy stethoscopes and say, "Let's ____."

ดูคำตอบ

play doctor

Next patient.

1:32

คนไข้คนต่อไป

Oh,

1:35

โอ้

yeah.

1:36

จริงด้วย

This won't work. การใช้คำ

1:36

แบบนี้ไม่เวิร์ค

การใช้คำ

won't work: บอกว่าวิธีแก้ปัญหาจะใช้ไม่ได้

ใน This won't work คำว่า work หมายถึง “ให้ผลตามที่ต้องการ” หรือ “ใช้ได้ผล” ไม่ได้หมายถึง “ทำงาน” ประโยคนี้บอกว่าแนวคิด วิธีการ หรือการจัดการในตอนนี้ไม่สามารถสำเร็จได้ Won't เป็นการคาดการณ์ผลลัพธ์ และมักสื่อว่าผู้พูดต้องใช้แผนอื่น

แบบฝึกหัด

เมื่อมีคนกำลังประเมินวิธีแก้ปัญหาที่เสนอ This won't work หมายความว่าอย่างไร?

  1. งานนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  2. มีคนปฏิเสธที่จะทำงานของตน
  3. วิธีแก้ปัญหาที่เสนอจะไม่สำเร็จ
ดูคำตอบ

วิธีแก้ปัญหาที่เสนอจะไม่สำเร็จ

Oh,

1:41

โอ้

I know.

1:41

ฉันรู้

I spy with my little eye วัฒนธรรม

1:42

หนูเห็นด้วยตาเล็กๆ ของหนู

something colored... green.

1:44

อะไรบางอย่างที่เป็นสี... เขียว

วัฒนธรรม

I spy with my little eye: ประโยคเปิดตายตัวของเกม I Spy

I spy with my little eye เป็นประโยคเปิดตายตัวของเกมทายสิ่งของสำหรับเด็กที่ชื่อ I Spy ผู้พูดจะแอบเลือกสิ่งของหนึ่งชิ้นที่ทุกคนมองเห็น แล้วให้คำใบ้เพื่อให้อีกฝ่ายทาย ในสำนวนตายตัวนี้ spy หมายถึง “มองเห็นหรือสังเกตพบ” ไม่ใช่ “เป็นสายลับ” เมื่อได้ยินประโยคเปิดนี้ สีหรือรายละเอียดอื่นที่ตามมาคือคำใบ้ของเกม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปิดตายตัวของเกม I Spy ให้สมบูรณ์: ____ something blue.

ดูคำตอบ

I spy with my little eye

Oh,

1:48

โอ้

wait.

1:48

เดี๋ยวก่อน

This won't work either.

1:48

แบบนี้ก็ไม่เวิร์คเหมือนกัน

It was rug,

1:51

ที่จริงคือพรมนะ

by the way. ลำดับความ

1:52

จะบอกให้

ลำดับความ

by the way: การบอกว่าข้อมูลเป็นเรื่องเสริม

by the way เป็นคำกำกับบทสนทนาที่บอกว่าข้อมูลหลังจากนั้น หรือถ้าอยู่ท้ายประโยคคือข้อมูลก่อนหน้า เป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่ประเด็นหลักของบทสนทนา ในประโยคนี้คำนี้อยู่ท้ายประโยค จึงทำให้ It was rug ฟังเหมือนข้อมูลที่นึกขึ้นได้แล้วเติมทีหลัง ไม่ได้หมายถึงถนนหรือเส้นทางจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำกำกับบทสนทนาเพื่อเพิ่มข้อมูลที่เป็นเรื่องรอง?

  1. Anyway, let's get back to the schedule.
  2. We were tired; therefore, the meeting ended early.
  3. By the way, your bag is by the door.
ดูคำตอบ

By the way, your bag is by the door.

Maybe I can play a railings game.

1:55

บางทีหนูอาจจะเล่นเกมราวบันไดได้

What if I lift you up a bit? ไวยากรณ์

1:58

ถ้าฉันยกเธอขึ้นนิดหน่อยล่ะ?

ไวยากรณ์

ใช้ What if ...? เพื่อเสนอแนะอย่างไม่ยัดเยียด

What if ใช้เปิดสถานการณ์ที่เป็นไปได้เพื่อให้อีกฝ่ายลองพิจารณา ในประโยคนี้ What if I lift you up a bit? เป็นการเสนอแนะอย่างไม่ยัดเยียด ผู้พูดกำลังเสนอวิธีแก้ที่อาจใช้ได้ ไม่ได้ถามคำถามข้อเท็จจริงที่มีคำตอบตายตัว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What if + ประธาน + กริยา รูปแบบนี้อาจใช้เสนอความคิดหรือยกปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอแนะให้สมบูรณ์ด้วยคำขึ้นต้นสองคำที่เรียนในที่นี้: ____ we ask Maya to join us?

ดูคำตอบ

What if

Mum,

2:01

แม่

problem.

2:02

มีปัญหา

It happened again.

2:04

มันเกิดขึ้นอีกแล้ว

Oh,

2:05

โอ้

Bingo.

2:05

บิงโก

I told you,

2:06

แม่บอกแล้วไง

don't put your legs in the railings.

2:07

อย่าเอาขาเข้าไปในราวบันได

Sorry,

2:09

ขอโทษค่ะ

Mama.

2:09

แม่

Turn it.

2:10

หมุนสิ

Yep,

2:10

นั่นแหละ

there you go. น้ำเสียง/เจตนา

2:11

ออกมาแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

There you go เมื่อช่วยเสร็จแล้ว

ในที่นี้ there you go เป็นคำพูดที่เป็นมิตรเพื่อบอกว่าผู้พูดช่วยเสร็จแล้ว อีกฝ่ายอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วหรือปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว มีความหมายประมาณว่า “เรียบร้อย” หรือ “ตอนนี้พร้อมแล้ว” ไม่ใช่คำสั่งให้ไปที่ใดที่หนึ่ง วลีนี้มักตามหลังขั้นตอนสุดท้ายของการกระทำเล็ก ๆ จึงทั้งยืนยันว่าทำเสร็จแล้วและทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าทุกอย่างพร้อม

แบบฝึกหัด

หลังจากมีคนรัดหมวกกันน็อกให้คุณแล้วพูดว่า “There you go” เขาหมายความว่าอย่างไร?

  1. ตอนนี้พร้อมแล้ว
  2. หมวกกันน็อกหายไปแล้ว
  3. เดินไปทางนั้น
ดูคำตอบ

ตอนนี้พร้อมแล้ว

I'm having a problem getting started. ไวยากรณ์

2:12

หนูมีปัญหาเรื่องการเริ่มเล่นน่ะ

ไวยากรณ์

have a problem getting started: เริ่มต้นได้ยาก

โครงสร้าง have a problem doing something หมายถึงการรู้สึกว่าการกระทำอย่างหนึ่งเป็นเรื่องยาก วลีรูป -ing บอกอย่างชัดเจนว่าปัญหาคืออะไร ตรงนี้วลีนั้นคือ getting started Get started หมายถึง “เริ่ม” หรือ “ก้าวแรก” ผู้พูดยังติดอยู่ก่อนที่กิจกรรมนั้นจะเริ่มจริง ๆ ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมกำลังดำเนินอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

คุณติดขัดก่อนที่จะเริ่มทำงานหนึ่งอย่าง เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: I'm having a problem ____.

ดูคำตอบ

getting started

Maybe you're just hungry.

2:14

บางทีลูกอาจจะแค่หิว

Oh,

2:16

โอ้

yeah.

2:16

จริงด้วย

Raspberries and blueberries.

2:18

ราสเบอร์รี่กับบลูเบอร์รี่

Which one do I want?

2:20

หนูอยากกินอันไหนดีนะ

Raspberries or blueberries?

2:22

ราสเบอร์รี่หรือบลูเบอร์รี่

Hmm.

2:24

อืม

Hey,

2:27

นี่

do you mind, น้ำเสียง/เจตนา

2:27

ขอได้ไหม

fridge?

2:28

ตู้เย็น

I'm trying to decide.

2:29

หนูพยายามตัดสินใจอยู่

น้ำเสียง/เจตนา

do you mind, fridge? ในฐานะคำบ่น

ตรงนี้ Do you mind? ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรว่าตู้เย็นรู้สึกรำคาญหรือไม่ แต่เป็นการบ่นเมื่อถูกขัดจังหวะ มีความหมายใกล้กับ “หยุดได้ไหม” การเรียก fridge โดยตรงเป็นการทำเป็นเล่น ๆ ว่าเสียงของตู้เย็นคือการพูดแทรกของตู้เย็นเอง เมื่อใช้ Do you mind? เพียงลำพังหรือตามด้วยชื่อ ความหมายจะขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียงมาก มักเป็นการบอกให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำที่น่ารำคาญ ไม่ใช่การรอคำตอบว่าใช่หรือไม่

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ Do you mind, fridge? น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. อยากให้ช่วยตัดสินใจไหม
  2. หยุดขัดจังหวะฉันได้ไหม
  3. ตู้เย็นมีความคิดเห็นหรือ
ดูคำตอบ

หยุดขัดจังหวะฉันได้ไหม

Now,

2:31

เอาล่ะ

raspberries or...

2:32

ราสเบอร์รี่หรือ...

Hey,

2:35

นี่

so rude.

2:35

หยาบคายจัง

Maybe if I opened and shut you. ไวยากรณ์

2:37

บางทีถ้าหนูเปิดและปิดตู้เย็น

ไวยากรณ์

Maybe if... สำหรับเงื่อนไขแบบลองคิดโดยไม่พูดผลลัพธ์

Maybe if ใช้เกริ่นเงื่อนไขแบบยังไม่แน่ใจ ผู้พูดกำลังคิดว่าการเปิดแล้วปิดตู้เย็นอาจทำให้มันทำงานหรือตอบสนองได้ ประโยคนี้ละส่วนที่เป็นผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ ในภาษาพูดแบบคิดไปพูดไป อนุประโยค if สามารถอยู่เดี่ยว ๆ ได้เมื่อเดาผลลัพธ์จากสถานการณ์ได้ง่าย opened และ shut เป็นรูปอดีต แต่ตรงนี้ใช้วางการกระทำเป็นการลองแบบสมมุติ ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีตที่ทำเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายที่ตรงกับประโยคนี้ที่สุด: Maybe if I opened and shut you.

  1. ผู้พูดกำลังเล่าว่าตนเองได้เปิดและปิดมันไปแล้ว
  2. ผู้พูดกำลังถามว่าคนอื่นได้เปิดและปิดมันหรือไม่
  3. ผู้พูดกำลังคิดอย่างไม่แน่ใจว่าการเปิดแล้วปิดมันอาจเป็นวิธีแก้ปัญหา
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังคิดอย่างไม่แน่ใจว่าการเปิดแล้วปิดมันอาจเป็นวิธีแก้ปัญหา

Shut. Open.

2:39

ปิด เปิด

Okay,

2:43

โอเค

OK, now.

2:44

โอเค ตอนนี้

That's it, น้ำเสียง/เจตนา

2:45

พอแล้ว

fridge.

2:46

ตู้เย็น

I'm leaving.

2:46

หนูไปล่ะนะ

น้ำเสียง/เจตนา

That's it ในความหมายว่า พอแล้ว ฉันจะจบตรงนี้

ในประโยคนี้ That's it หมายถึง พอแล้ว ตอนนี้จบกัน ประโยคถัดไป I'm leaving แสดงว่าผู้พูดมาถึงขีดจำกัดและกำลังยุติการโต้ตอบ ไม่ได้กำลังชี้ว่าสิ่งของชิ้นไหนคือสิ่งที่ต้องการ That's it ในความหมายนี้ใช้เกริ่นการตัดสินใจขั้นสุดท้ายหรือผลที่จะตามมาได้ น้ำหนักของคำขึ้นอยู่กับสถานการณ์และวิธีพูด โดยในที่นี้ฟังดูหนักแน่นและหงุดหงิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ That's it ในความหมายว่า พอแล้ว ฉันจะจบเรื่องนี้

  1. That's it. I'm not discussing this anymore.
  2. That's it—the key I was looking for.
  3. That's it. You have finished the last step.
ดูคำตอบ

That's it. I'm not discussing this anymore.

Oh,

2:50

โอ้

but I'm really hungry.

2:50

แต่หนูหิวจริงๆ นะ

Okay,

2:52

โอเค

I'm just gonna close my eyes and choose.

2:53

หนูจะหลับตาแล้วเลือกก็แล้วกัน

Blueberries.

2:59

บลูเบอร์รี่

Okay,

3:01

โอเค

okay.

3:01

โอเค

I'm going to eat you.

3:03

หนูจะกินแล้วนะ

Og,

3:04

ง่ำ

og,

3:05

ง่ำ

og.

3:05

ง่ำ

All right,

3:06

เอาล่ะ

I'm not hungry anymore. ไวยากรณ์

3:07

หนูไม่หิวแล้ว

ไวยากรณ์

not hungry anymore: สภาวะก่อนหน้านี้สิ้นสุดลงแล้ว

ใน not hungry anymore โครงสร้าง not ... anymore หมายถึงสถานการณ์หนึ่งเคยเป็นจริงมาก่อน แต่ตอนนี้สิ้นสุดลงแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้พูดหิว แต่ตอนนี้ไม่หิวแล้ว Anymore มักอยู่ใกล้ท้ายประโยคปฏิเสธ ใช้ not + adjective + anymore กับสภาวะ และใช้ do not + verb + anymore กับการกระทำหรือนิสัย โครงสร้างนี้เน้นการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ได้บอกเพียงสถานการณ์ในปัจจุบันเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง not ... anymore ให้สมบูรณ์: I was tired before, but after a nap, I'm not tired ____.

ดูคำตอบ

anymore

Now,

3:09

เอาล่ะ

what's a game that only needs Bingo? ไวยากรณ์

3:09

เกมไหนบ้างที่ต้องการแค่บิงโกนะ

ไวยากรณ์

a game that only needs Bingo: อนุประโยค that ที่ใช้จำกัดความ

ใน a game that only needs Bingo ส่วน that only needs Bingo เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความ ใช้ระบุว่ากำลังถามถึง game แบบใด นั่นคือเกมที่ตรงตามเงื่อนไขว่าต้องการเพียง Bingo เท่านั้น โครงสร้างคือ noun + that + verb ในที่นี้ that แทน a game และทำหน้าที่เป็นประธานของ needs จึงละไม่ได้ วลี a game that only needs Bingo ทั้งหมดเป็นนามวลีเดียวในคำถาม ไม่ใช่ประโยคสองประโยคที่แยกกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค that ได้ถูกต้องเพื่อระบุว่าต้องการหนังสือประเภทใด?

  1. I need a book that it explains this clearly.
  2. I need a book explains this clearly.
  3. I need a book that explains this clearly.
ดูคำตอบ

I need a book that explains this clearly.

Ooh,

3:12

อู้

I know.

3:12

หนูรู้แล้ว

Why won't you flush?

3:15

ทำไมแกถึงกดไม่ลงนะ

Bingo?

3:18

บิงโก

Yes?

3:19

คะ?

Are you okay?

3:20

ลูกโอเคไหม

Yes.

3:21

ค่ะ

What are you doing?

3:23

ลูกทำอะไรอยู่

I'm hiding.

3:24

หนูซ่อนอยู่

Oh,

3:26

อ๋อ

okay.

3:26

โอเค

Why are you hiding?

3:29

ทำไมลูกถึงซ่อนล่ะ

I'm playing hide and seek. วัฒนธรรม

3:30

หนูเล่นซ่อนหา

วัฒนธรรม

play hide and seek: เล่นซ่อนหา

Hide and seek เป็นชื่อเรียกตายตัวของเกมเด็ก “ซ่อนหา” ซึ่งมีผู้เล่นบางคนซ่อนตัวและอีกคนเป็นฝ่ายหา ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นชื่อเกมเดียว ในที่นี้ seek ไม่ได้หมายถึง “พยายามให้ได้มา” เมื่อต้องการบอกว่าใครเล่นเกมนี้ ให้ใช้ play hide and seek ในประโยค I'm playing hide and seek รูป present continuous แสดงว่าเกมกำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ play hide and seek ในรูป present continuous: The children are ____ in the garden.

ดูคำตอบ

playing hide and seek

Right.

3:33

นั่นสิ

Who's coming to find you?

3:35

ใครจะมาหาลูกล่ะ

Oh.

3:38

โอ้

I just miss my sister. น้ำเสียง/เจตนา

3:44

หนูแค่คิดถึงพี่สาว

น้ำเสียง/เจตนา

just miss my sister: just หมายถึง “แค่”

ใน I just miss my sister คำว่า just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียง” ไม่ใช่ “เมื่อครู่นี้” คำนี้ทำให้คำอธิบายเหลือเหตุผลง่าย ๆ เพียงข้อเดียว คือผู้พูดอยากให้พี่สาวอยู่ด้วย การใช้ just แบบนี้ช่วยให้การเปิดเผยความรู้สึกฟังดูนุ่มนวลและไม่ดราม่ามาก เหมือนผู้พูดกำลังบอกความจริงง่าย ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “I just miss my sister” คำว่า just ทำหน้าที่อะไร?

  1. นำเสนอว่าการคิดถึงพี่สาวเป็นเหตุผลง่าย ๆ และทำให้การเปิดใจนุ่มนวลขึ้น
  2. หมายความว่าผู้พูดเกือบไม่ได้พบพี่สาว
  3. บอกว่าความคิดถึงเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อครู่นี้
ดูคำตอบ

นำเสนอว่าการคิดถึงพี่สาวเป็นเหตุผลง่าย ๆ และทำให้การเปิดใจนุ่มนวลขึ้น

I know.

3:46

แม่รู้

And the fridge doesn't like me. สำนวน

3:48

แล้วตู้เย็นก็ไม่ชอบหนูด้วย

สำนวน

the fridge doesn't like me: การทำให้สิ่งของเหมือนคนเพื่อสร้างอารมณ์ขัน

ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดถึงตู้เย็นเหมือนเป็นคนที่ชอบหรือไม่ชอบใครได้ แต่ตู้เย็นไม่ได้มีความรู้สึกจริง ๆ นี่คือการทำให้สิ่งของมีลักษณะเหมือนคน ในที่นี้ มุมมองแบบเด็กทำให้เสียงของตู้เย็นกลายเป็นเหมือนคำตอบ จึงเกิดอารมณ์ขันเบา ๆ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้พูดเล่นถึงสิ่งของหรือเครื่องจักรที่ดูเหมือนไม่ยอมทำงานตามใจเราได้

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ The fridge doesn't like me หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดคิดว่าตู้เย็นเป็นของคนอื่น
  2. ผู้พูดพูดเล่นโดยทำเหมือนว่าตู้เย็นมีความรู้สึก
  3. ตู้เย็นมีความรู้สึกจริง ๆ และไม่ชอบผู้พูด
ดูคำตอบ

ผู้พูดพูดเล่นโดยทำเหมือนว่าตู้เย็นมีความรู้สึก

I... know?

3:50

ฉัน... รู้เหรอ?

Are you sure you can't play with me น้ำเสียง/เจตนา

3:53

แน่ใจเหรอว่าเล่นกับฉันไม่ได้

just a little bit?

3:54

แค่นิดเดียวเอง

น้ำเสียง/เจตนา

Are you sure you can't ... just a little bit?: การทำให้คำขอที่เอ่ยซ้ำฟังดูนุ่มนวล

Are you sure you can't...? ดูเหมือนเป็นคำถามว่าอีกฝ่ายแน่ใจหรือไม่ แต่ในที่นี้ใช้ขอให้อีกฝ่ายทบทวนคำปฏิเสธก่อนหน้าอย่างนุ่มนวล โดยเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเปลี่ยนคำตอบ แทนที่จะออกคำสั่งตรง ๆ just a little bit ทำให้ปริมาณที่ขอฟังดูน้อย ในที่นี้หมายถึง ‘แม้เพียงช่วงสั้น ๆ’ ไม่ใช่การบอกปริมาณที่แน่นอน เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน คำขอจะฟังดูนุ่มนวลขึ้น แต่ก็ยังแสดงว่าผู้พูดกำลังขออีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ Are you sure...? และ just a little bit เพื่อทำอะไรเป็นหลัก

  1. ตรวจสอบระยะเวลาที่แน่นอน
  2. ทำให้คำขอฟังดูเล็กลง พร้อมขอให้อีกฝ่ายทบทวนอีกครั้งอย่างนุ่มนวล
  3. ออกคำสั่งกับอีกฝ่ายโดยตรง
ดูคำตอบ

ทำให้คำขอฟังดูเล็กลง พร้อมขอให้อีกฝ่ายทบทวนอีกครั้งอย่างนุ่มนวล

No,

3:56

ไม่ได้จ้ะ

honey.

3:56

ลูกรัก

I have to fix the toilet.

3:56

แม่ต้องซ่อมชักโครกนะ

But that's not fun.

3:58

แต่มันไม่สนุกเลยนะ

It's fun for me.

4:00

สำหรับแม่มันสนุกนะ

I like a good problem. การใช้คำ

4:01

แม่ชอบเวลาที่มีปัญหาให้แก้น่ะ

การใช้คำ

a good problem: โจทย์ท้าทายที่น่าสนใจ

ในวลี a good problem คำว่า good ประเมินว่าปัญหานั้นน่าสนใจ แก้แล้วรู้สึกพอใจ หรือคุ้มค่ากับความพยายาม ไม่ได้หมายถึง “ดี” ในทางศีลธรรม ผู้พูดมองปัญหานั้นเป็นความท้าทายที่น่ายินดี ไม่ได้บอกว่าปัญหาทุกอย่างน่าพอใจ ความหมายของ good ขึ้นอยู่กับคำนามที่มันขยาย และในที่นี้เน้นคุณค่าของการแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด

ใน “I like a good problem,” คำว่า “good” มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. น่าสนใจและควรค่าแก่การแก้
  2. ดีในทางศีลธรรม
  3. ไม่มีความยากเลย
ดูคำตอบ

น่าสนใจและควรค่าแก่การแก้

Maybe I need a good problem.

4:02

บางทีหนูอาจต้องการปัญหาให้แก้บ้าง

Ah,

4:04

อ้า

that's it,

4:05

นั่นสิ

Bingo.

4:05

บิงโก

You don't need a game, ลำดับความ

4:06

ลูกไม่ได้ต้องการเกม

you need a problem.

4:07

ลูกต้องการปัญหาต่างหาก

ลำดับความ

You don't need X, you need Y: เปลี่ยนจุดสนใจไปยังสิ่งที่ต้องการจริง ๆ

โครงสร้างคู่ขนาน You don't need X, you need Y เริ่มจากปฏิเสธว่า X คือสิ่งที่ต้องการจริง แล้วเสนอ Y เป็นการวิเคราะห์ที่ตรงกว่า การใช้ you need ซ้ำทำให้ X และ Y อยู่ในตำแหน่งทางไวยากรณ์เดียวกัน จึงเห็นความแตกต่างได้ชัด ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนความสนใจจากการหาเกมไปเป็นการหาปัญหาให้แก้ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อคำแนะนำไม่ได้เพียงบอกว่า “ไม่” แต่เปลี่ยนจุดสนใจหนึ่งไปเป็นอีกจุดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนทิศทางด้วยรูปแบบ You don't need X, you need Y: You ____ more toys; you ____ more time to play.

ดูคำตอบ

don't need · need

Ooh.

4:09

อู้

I'm back.

4:11

พ่อกลับมาแล้ว

Dad,

4:12

พ่อ

do you have a good problem for Bingo?

4:13

พ่อมีปัญหาอะไรให้บิงโกแก้ไหม

Well,

4:15

เอ่อ

yeah,

4:15

มีสิ

I do, น้ำเสียง/เจตนา

4:15

พ่อมีนะ

actually.

4:15

จริงๆ แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

I do, actually: ใช้กริยาช่วย do และ actually ท้ายประโยค

ใน I do คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยาหลักซึ่งกล่าวไว้แล้วในคำถามก่อนหน้า ในบริบทนี้มีความหมายเท่ากับ I do have a suitable problem ไม่ได้หมายถึง “ฉันทำบางอย่าง” actually ที่ท้ายประโยคใช้ยืนยันข้อมูลที่อาจเกินความคาดหมายหรือแก้ข้อสันนิษฐาน ที่นี่ทำให้คำตอบรับมีน้ำเสียงแบบ “จริง ๆ แล้วก็ใช่” โดยไม่เปลี่ยนสิ่งที่ do ใช้แทน

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า Do you know a good place for lunch? คำตอบใดใช้กริยาช่วยอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อไม่ต้องพูด know a good place for lunch ซ้ำ และยังเพิ่มความรู้สึกคาดไม่ถึงเล็กน้อย?

  1. I do, actually.
  2. I can, actually.
  3. I am, actually.
ดูคำตอบ

I do, actually.

Oh,

4:16

โอ้

what is it?

4:16

มันคืออะไรคะ

Well,

4:17

คือว่า

on the way to Chloe's, วลี

4:17

ระหว่างทางไปบ้านโคลอี้

วลี

on the way to Chloe's: ระหว่างเดินทางไปยังจุดหมาย

On the way to + จุดหมาย หมายถึง “ระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่นั้น” โดยทั่วไปใช้บอกว่าการเดินทางเป็นฉากหลังของอีกเหตุการณ์หนึ่ง เช่นเดียวกับในประโยคนี้ Chloe's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้เป็นคำบอกสถานที่ หมายถึงบ้านหรือสถานที่ของ Chloe ผู้พูดละคำนามที่บอกสถานที่ไว้เพราะเข้าใจกันได้ ดังนั้น to Chloe's จึงเป็นสำนวนที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ระหว่างการเดินทางไปยัง”: I bought a snack ____ the library.

ดูคำตอบ

on the way to

Bluey wanted to know what color kiwis were. ไวยากรณ์

4:19

บลูอี้อยากรู้ว่านกกีวีมีสีอะไร

ไวยากรณ์

wanted to know what color kiwis were: ลำดับคำในคำถามแฝง

what color kiwis were ที่ตามหลัง wanted to know เป็นคำถามแฝง โดยใช้บอกข้อมูลที่บลูอี้อยากรู้ แทนการถามคำถามนั้นโดยตรง คำถามแฝงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลังวลีคำถาม: what color + ประธาน kiwis + กริยา were จึงไม่สลับ were กับ kiwis แบบคำถามตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง wanted to know ได้ถูกต้อง?

  1. Leo wanted to know what color the door was.
  2. Leo wanted to know what color was the door.
  3. Leo wanted to know what was color the door.
ดูคำตอบ

Leo wanted to know what color the door was.

The fruit? น้ำเสียง/เจตนา

4:21

ผลไม้เหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

The fruit?: คำถามสั้นเพื่อขอความชัดเจน

The fruit? เป็นคำถามขอความชัดเจนแบบย่อ ในที่นี้มีความหมายว่า Do you mean the fruit? เพื่อยืนยันว่า kiwi หมายถึงผลไม้ ไม่ใช่นก ในการสนทนา วลีนามสามารถใช้แทนคำถามเต็มได้เมื่อเข้าใจส่วนที่ละไว้จากบริบท น้ำเสียงแบบคำถามจะทำให้วลีนั้นกลายเป็นการขอให้อีกฝ่ายยืนยัน

แบบฝึกหัด

คำถามเต็มข้อใดตรงกับ The fruit? ในบทสนทนานี้มากที่สุด?

  1. Do you mean the fruit?
  2. Where did you buy the fruit?
  3. Would you like some fruit?
ดูคำตอบ

Do you mean the fruit?

They're green.

4:22

มันเป็นสีเขียวนี่

No,

4:23

ไม่ใช่

the little furry animal that lives in New Zealand. วัฒนธรรม

4:23

สัตว์ตัวเล็กๆ มีขนที่อยู่ในนิวซีแลนด์น่ะ

วัฒนธรรม

the little furry animal that lives in New Zealand: นกกีวี

คำบรรยายนี้หมายถึงนกกีวี ไม่ใช่ผลกีวี นกกีวีเป็นนกตัวเล็กที่บินไม่ได้และมีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนรู้จักกันดีของประเทศนี้ วลีคำนาม the little furry animal ระบุสิ่งที่กำลังพูดถึง คำว่า furry เป็นคำบรรยายลักษณะภายนอกแบบกว้าง ๆ เพราะขนนกกีวีอาจดูคล้ายเส้นผม แต่จริง ๆ แล้วเป็นขนนก ไม่ใช่ขนสัตว์ ส่วนอนุประโยค that lives in New Zealand เพิ่มเบาะแสที่ช่วยตัดความกำกวม

แบบฝึกหัด

the little furry animal that lives in New Zealand ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ผลไม้ที่เรียกว่ากีวี
  2. นกกีวีที่มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์
  3. สัตว์เลี้ยงตัวเล็กขนฟูชนิดใดก็ได้จากนิวซีแลนด์
ดูคำตอบ

นกกีวีที่มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์

Hmm,

4:26

อืม

that is a tricky one. วลี

4:26

อันนี้ตอบยากแฮะ

วลี

that is a tricky one: one ใช้แทนคำถามก่อนหน้า

ในที่นี้ tricky หมายถึงตอบหรือตัดสินใจได้ยาก เพราะคำตอบไม่ชัดเจน ส่วน That ย้อนกลับไปหมายถึงคำถามหรือเรื่องที่เพิ่งพูดถึง One ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่เข้าใจกันอยู่แล้ว ซึ่งในที่นี้แทน question การใช้แบบนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำ และไม่ได้หมายถึงเลข 1

แบบฝึกหัด

that is a tricky one ในบริบทนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดกำลังพูดถึงเลข 1
  2. ผู้พูดพบคำตอบง่าย ๆ แล้ว
  3. คำถามที่เพิ่งพูดถึงตอบได้ยาก
ดูคำตอบ

คำถามที่เพิ่งพูดถึงตอบได้ยาก

Yeah,

4:27

ใช่

I had no idea. วลี

4:27

พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน

วลี

I had no idea: ไม่รู้อะไรเลย

ในประโยคนี้ I had no idea หมายถึง “ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย” หรือ “ฉันไม่รู้คำตอบเลย” คำว่า idea ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงข้อเสนอหรือแผน แต่หมายถึงความรู้หรือความเข้าใจ Had แสดงว่าสภาวะนี้อยู่ในอดีต สำนวน have no idea เน้นมากกว่าแค่ not know เพราะสื่อว่าไม่มีคำตอบหรือเบาะแสเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นชัดที่สุดว่าผู้พูดไม่รู้อะไรเลยในเวลานั้นของอดีต

  1. I had an idea.
  2. I didn't know.
  3. I had no idea.
ดูคำตอบ

I had no idea.

Do you know,

4:29

ลูกรู้ไหม

Bingo?

4:29

บิงโก

No,

4:30

ไม่

but I know how to find out. กริยาวลี

4:31

แต่หนูรู้ว่าต้องหาคำตอบยังไง

กริยาวลี

find out: หาคำตอบของข้อมูลที่ยังไม่รู้

find out หมายถึงการรู้หรือค้นพบข้อมูลที่เดิมยังไม่รู้ มักทำโดยการถาม ตรวจสอบ หรือสืบค้น สิ่งที่ตามหลังมักเป็นคำตอบ ข้อเท็จจริง เหตุผล หรืออนุประโยคคำถาม เช่น why it happened ใน know how to find out ไม่มีการกล่าวถึงกรรม เพราะคำถามก่อนหน้าบอกอยู่แล้วว่าต้องหาอะไร กล่าวคือ ผู้พูดรู้วิธีหาคำตอบ ส่วน find มักหมายถึงการหาคนหรือสิ่งของที่มีตัวตนให้เจอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “เราควรหาคำตอบว่าทำไมไฟถึงดับ”

  1. Let's find the light switch.
  2. Let's turn the light out.
  3. Let's find out why the light went out.
ดูคำตอบ

Let's find out why the light went out.

Thanks.

4:34

ขอบใจนะ

No problem.

4:34

ไม่มีปัญหา

Can you fix that tile for me?

4:36

พ่อช่วยซ่อมกระเบื้องแผ่นนั้นให้หน่อยได้ไหม

World map puzzle.

4:39

จิ๊กซอว์แผนที่โลก

Okay,

4:43

เอาล่ะ

all the blue bits here, การใช้คำ

4:43

ชิ้นสีฟ้าทั้งหมดอยู่ตรงนี้

and red bits here.

4:46

และชิ้นสีแดงอยู่ตรงนี้

การใช้คำ

blue bits here ... red bits here: bits ที่หมายถึงชิ้นส่วนเล็ก ๆ

ในที่นี้ bits หมายถึงชิ้นเล็ก ๆ หรือชิ้นส่วนที่แยกจากกัน blue bits และ red bits คือชิ้นพัซเซิลที่แบ่งกลุ่มตามสี โดยคำบอกสีระบุว่าเป็นกลุ่มไหน และ here บอกว่าควรวางกลุ่มนั้นไว้ที่ใด ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน bits ใช้เรียกสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ได้เมื่อสถานการณ์ทำให้รู้อยู่แล้วว่าหมายถึงของชนิดใด ความหมายจึงขึ้นอยู่กับบริบท และในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงหน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ bits หมายถึงอะไร?

  1. หน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์
  2. แผนที่ทั้งแผ่น
  3. ชิ้นเล็ก ๆ หรือชิ้นส่วน
ดูคำตอบ

ชิ้นเล็ก ๆ หรือชิ้นส่วน

Nice and straight, วลี

4:48

ให้ตรงเป๊ะเลย

วลี

Nice and straight: การเน้นด้วย nice and + คำคุณศัพท์

nice and + คำคุณศัพท์ เป็นรูปแบบภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไปเพื่อเน้นคำคุณศัพท์ และมักสื่อว่าสภาพนั้นน่าพอใจ เหมาะสม หรือกำลังพอดี ใน Nice and straight คำว่า nice ไม่ได้แยกออกมาหมายถึง “ใจดี” หรือ “สวย” แต่ใจความหลักคือ “ตรงมาก” หรือ “จัดให้ตรงพอดี” รูปแบบนี้ทำหน้าที่เป็นชุดเดียวหน้าคำคุณศัพท์ เช่น clean, warm และ quiet คำแปลที่เป็นธรรมชาติที่สุดจะเปลี่ยนไปตามคำคุณศัพท์และสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบภาษาพูดที่ใช้เน้นความหมายจากบทเรียนนี้: Keep the towels ____ dry.

ดูคำตอบ

nice and

Bandit.

4:49

แบนดิท

Nice and straight.

4:49

ให้ตรงเป๊ะ

This bit goes here, การใช้คำ

4:51

ชิ้นนี้วางตรงนี้

การใช้คำ

This bit goes here: go ที่บอกตำแหน่งที่ถูกต้อง

ใน This bit goes here คำว่า goes หมายถึง “อยู่ตรงตำแหน่งนี้พอดี” หรือ “ควรวางไว้ตรงนี้” สิ่งของไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยตัวเอง ดังนั้น go ตรงนี้จึงไม่ได้ใช้ในความหมายปกติว่า “ไป” ใช้ go + สถานที่ เมื่อต้องบอกตำแหน่งที่ถูกต้องของสิ่งของหรือชิ้นส่วน เช่น ตอนต่อจิ๊กซอว์ จัดเก็บของ หรือประกอบสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ใช้ go เพื่อบอกว่าชิ้นส่วนจิ๊กซอว์เหมาะกับตำแหน่งนี้: This puzzle piece ____.

ดูคำตอบ

goes here

which means that bit can do that. ลำดับความ

4:53

หมายความว่าชิ้นนั้นก็วางแบบนี้

ลำดับความ

which means: เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์

ในที่นี้ which อ้างถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด คือ This bit goes here ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว วลี which means ใช้นำเข้าผลที่ตามมา โดยแนวคิดที่สองเป็นผลจากข้อเท็จจริงแรก รูปแบบ “ข้อเท็จจริง, which means ผลลัพธ์” ช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการให้ข้อมูลก่อน แล้วจึงบอกว่าสรุปอะไรได้จากข้อมูลนั้น

แบบฝึกหัด

ใน “The lift is out of order, which means we must take the stairs,” คำว่า which อ้างถึงอะไร?

  1. บันได
  2. ตัวลิฟต์ในฐานะสิ่งของ
  3. ข้อเท็จจริงที่ว่าลิฟต์เสีย
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงที่ว่าลิฟต์เสีย

Finished.

4:58

เสร็จแล้ว

Wait,

4:59

เดี๋ยวก่อน

not finished.

4:59

ยังไม่เสร็จ

I'm missing a piece. การใช้คำ

5:00

จิ๊กซอว์หายไปชิ้นนึง

การใช้คำ

missing a piece: ขาดชิ้นส่วนที่จำเป็นหนึ่งชิ้น

ในประโยค I'm missing a piece โครงสร้าง be missing + สิ่งของ หมายถึงไม่มีสิ่งที่จำเป็นหรือควรจะมี พัซเซิลหรือชุดของผู้พูดยังไม่สมบูรณ์เพราะหาชิ้นส่วนหนึ่งไม่เจอ missing ในที่นี้หมายถึง “ขาด” ไม่ได้หมายถึงรู้สึกเศร้าเพราะคิดถึงใครหรืออยากได้บางสิ่งกลับมา โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ใน We're missing a key. และ The team is missing a player.

แบบฝึกหัด

ในบริบทของพัซเซิล “I'm missing a piece” หมายความว่าอย่างไร

  1. ฉันพบชิ้นส่วนพัซเซิลครบทุกชิ้นแล้ว
  2. ฉันรู้สึกคิดถึงชิ้นส่วนพัซเซิล
  3. ชิ้นส่วนพัซเซิลที่จำเป็นหายไปหนึ่งชิ้น
ดูคำตอบ

ชิ้นส่วนพัซเซิลที่จำเป็นหายไปหนึ่งชิ้น

Oh,

5:02

โอ้

yeah.

5:02

จริงด้วย

You're missing New Zealand.

5:02

นิวซีแลนด์ของลูกหายไป

Ah,

5:04

โธ่

not again.

5:04

อีกแล้วเหรอ

No problem.

5:05

ไม่มีปัญหา

I can find it.

5:06

หนูหามันเจอได้แน่

Where are you,

5:07

อยู่ไหนนะ

New Zealand?

5:08

นิวซีแลนด์

New Zealand?

5:10

นิวซีแลนด์เหรอ?

I know.

5:12

หนูรู้แล้ว

I'll draw missing posters for New Zealand. วัฒนธรรม

5:13

หนูจะวาดประกาศตามหานิวซีแลนด์

วัฒนธรรม

missing posters for New Zealand: ประกาศที่ทำขึ้นเพื่อตามหาสิ่งนั้น

ในประโยคนี้ missing posters หมายถึงประกาศที่ทำขึ้นเพื่อช่วยตามหาคนหรือสิ่งของที่หายไป โดยทั่วไปประกาศแบบนี้ใช้ตามหาคนหรือสัตว์เลี้ยงที่หาย และบอกผู้อื่นว่าต้องมองหาอะไร ไม่ได้ทำไว้เพื่อโฆษณาหรือตกแต่ง ในที่นี้ for New Zealand ระบุสิ่งที่โปสเตอร์มีไว้ช่วยตามหา New Zealand คือชิ้นส่วนแผนที่พัซเซิลที่หายไป และเด็กทำเป็นเล่นโดยปฏิบัติต่อชิ้นส่วนนั้นเหมือนคนหรือสัตว์เลี้ยงที่หายไป วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าโปสเตอร์หายไปเอง

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ “missing posters for New Zealand” คืออะไร

  1. โปสเตอร์ตกแต่งที่โฆษณาการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์
  2. ประกาศที่ทำขึ้นเพื่อช่วยตามหาชิ้นส่วนพัซเซิลนิวซีแลนด์ที่หายไป
  3. โปสเตอร์ที่หายไประหว่างอยู่ในนิวซีแลนด์
ดูคำตอบ

ประกาศที่ทำขึ้นเพื่อช่วยตามหาชิ้นส่วนพัซเซิลนิวซีแลนด์ที่หายไป

Finished.

5:19

เสร็จแล้ว

Hello,

5:40

สวัสดี

fridge.

5:41

ตู้เย็น

I want to stick a New Zealand poster on you. วลี

5:42

หนูอยากแปะโปสเตอร์นิวซีแลนด์บนตัวนายนะ

วลี

stick a New Zealand poster on you: รูปแบบ stick X on Y

ในประโยคนี้ stick เป็นคำกริยา หมายถึง “ติดบางสิ่งด้วยวัสดุที่เหนียว” ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “แท่งไม้” รูปแบบคือ stick X on Y โดย X คือสิ่งที่นำไปติด และ Y คือคนหรือพื้นผิวที่นำ X ไปติด ในที่นี้ you หมายถึงตู้เย็นที่ผู้พูดกำลังพูดด้วยเหมือนเป็นคน รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับโปสเตอร์ ฉลาก โน้ต และสติกเกอร์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบ stick X on Y: Please ____ this label ____ the box.

ดูคำตอบ

stick · on

Beep twice if we can be friends. ไวยากรณ์

5:45

ร้องบี๊ปสองครั้งถ้าเราเป็นเพื่อนกันได้

ไวยากรณ์

Beep twice if...: ประโยคคำสั่งที่มีเงื่อนไข if

Beep twice เป็นประโยคคำสั่งที่บอกผู้ฟังว่าต้องทำอะไร ส่วนอนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขของการกระทำนั้น ในที่นี้ ผู้พูดขอให้ส่งเสียงบี๊บสองครั้งเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง อนุประโยค if ไม่ได้บอกว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริงอยู่แล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำสั่ง + if + เงื่อนไข รูปแบบนี้มีประโยชน์สำหรับกติกาเกม การทดสอบ และคำสั่งแบบโต้ตอบ เพราะเชื่อมการตอบสนองเข้ากับสถานการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ประโยคคำสั่งร่วมกับอนุประโยค if เพื่อกำหนดกฎการตอบสนอง?

  1. Clap twice if you know the answer.
  2. Clap twice after you hear the answer.
  3. You clapped twice because you knew the answer.
ดูคำตอบ

Clap twice if you know the answer.

Thanks,

5:48

ขอบใจนะ

fridge.

5:49

ตู้เย็น

Oh,

5:57

โอ้

little anty.

5:57

มดตัวน้อย

You're trying to carry that food all by yourself. วลี

5:59

เธอกำลังพยายามถืออาหารทั้งหมดคนเดียว

วลี

all by yourself: ทำด้วยตัวเองทั้งหมดโดยไม่มีใครช่วย

ใน all by yourself คำว่า by yourself หมายถึงทำโดยไม่มีใครช่วย และ all ทำให้ความหมายนั้นหนักแน่นขึ้น ตรงนี้ all เป็นคำเน้น ไม่ได้หมายถึงทุกคนหรือทุกสิ่ง วลีนี้มักเน้นความสามารถในการทำสิ่งนั้นได้ด้วยตนเอง และอาจสื่อถึงคำชม ความประหลาดใจ หรือความเป็นห่วงตามน้ำเสียง คำสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามบุคคล: all by myself, all by herself, all by themselves

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ all by yourself เน้นความหมายใด?

  1. ไม่มีใครกำลังช่วยเธอ
  2. เธอกำลังขนอาหารทุกชิ้น
  3. ทุกคนกำลังช่วยกันขนอาหาร
ดูคำตอบ

ไม่มีใครกำลังช่วยเธอ

Well,

6:01

เอาเถอะ

keep going, น้ำเสียง/เจตนา

6:02

พยายามเข้านะ

little fella.

6:02

เจ้าตัวเล็ก

น้ำเสียง/เจตนา

keep going, little fella: ให้กำลังใจอย่างอบอุ่นให้ทำต่อ

Keep going เป็นการบอกให้อีกฝ่ายพยายามต่อและอย่าหยุด แม้จะเป็นประโยคคำสั่งสั้น ๆ แต่ตรงนี้ใช้เพื่อให้กำลังใจ ไม่ใช่ออกคำสั่งอย่างแข็งกร้าว Little fella เป็นคำเรียกสิ่งที่ตัวเล็กอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ fella เป็นรูปภาษาพูดที่เกี่ยวข้องกับ fellow ส่วน little เพิ่มความเอ็นดู เพราะผู้พูดกำลังพูดกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก เมื่อนำคำให้กำลังใจกับคำเรียกนี้มารวมกัน ประโยคจึงฟังอบอุ่นและขี้เล่น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ keep going, little fella แสดงท่าทีแบบใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. แนะนำใครบางคนอย่างเป็นทางการ
  2. สั่งให้ออกไปอย่างโกรธเคือง
  3. ให้กำลังใจอย่างอบอุ่นให้ทำต่อไป
ดูคำตอบ

ให้กำลังใจอย่างอบอุ่นให้ทำต่อไป

Okay,

6:05

โอเค

the posters are all up. การใช้คำ

6:05

แปะโปสเตอร์เสร็จหมดแล้ว

การใช้คำ

are all up: ติดแสดงไว้ครบแล้ว

ใน are all up โครงสร้าง are + up บอกสภาพที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว คือโปสเตอร์ทุกแผ่นถูกติดไว้และมองเห็นได้แล้ว คำว่า all ครอบคลุมโปสเตอร์ทั้งหมด ในที่นี้ up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน การใช้แบบนี้ใช้กับโปสเตอร์ ประกาศ ของตกแต่ง หรือป้าย หลังจากแขวนหรือติดไว้เรียบร้อยแล้ว

แบบฝึกหัด

เติม are all up เพื่อบอกว่าของตกแต่งทุกชิ้นถูกแขวนหรือติดไว้เรียบร้อยแล้ว: The decorations ____ now.

ดูคำตอบ

are all up

New Zealand will show up very soon. กริยาวลี

6:07

นิวซีแลนด์จะต้องโผล่มาเร็วๆ นี้แน่

กริยาวลี

show up: ปรากฏตัวหรือมาถึง

Show up เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึงปรากฏตัวหรือมาถึง ในที่นี้ New Zealand หมายถึงชิ้นส่วนที่หายไป ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าคาดว่าชิ้นส่วนนั้นจะปรากฏขึ้นหรือถูกพบในไม่ช้า คนหรือสิ่งของที่ปรากฏเป็นประธานของประโยค เช่น แขกสามารถ show up at a party และของที่หายไปก็สามารถ show up ในภายหลังได้ เมื่อใช้ในความหมายนี้ show up ไม่ต้องมีกรรมตรง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่เรียนในบทนี้ซึ่งหมายถึงมาถึง: Leo didn't ____ for the meeting.

ดูคำตอบ

show up

Sweet as, การใช้คำ

6:09

เยี่ยมไปเลย

การใช้คำ

Sweet as: คำตอบเชิงบวกแบบออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

Sweet as เป็นคำตอบแบบกันเองที่ใช้เป็นสำนวนตายตัวในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หมายถึง “เยี่ยม” “ดีมาก” หรือ “ไม่มีปัญหา” ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อแสดงความเห็นชอบต่อสิ่งที่เพิ่งพูดหรือทำไป ในรูปแบบสแลงนี้ as ทำหน้าที่เน้นความหมายของ sweet และสามารถจบคำตอบตรง as ได้เลย ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่พูดไม่จบและต้องเติมคำอื่นหลัง as

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนภาษาพูดของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่หมายถึง “เยี่ยม ไม่มีปัญหา”: “I can meet you at seven.” “____!”

ดูคำตอบ

Sweet as

Bingo.

6:10

บิงโก

I'm almost finished.

6:10

แม่ใกล้จะเสร็จแล้วนะ

You want me to play with you? น้ำเสียง/เจตนา

6:11

ลูกอยากให้แม่เล่นด้วยไหม

น้ำเสียง/เจตนา

You want me to...?: คำถามยืนยันแบบกันเอง

You want me to play with you? เป็นคำถามแบบภาษาพูดที่มีความหมายเท่ากับ Do you want me to play with you? ในบทสนทนาแบบกันเอง ผู้พูดสามารถละ do ที่ต้นประโยคและใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าเมื่อต้องการตรวจสอบสิ่งที่คิดว่าตนได้ยินมา เครื่องหมายคำถาม น้ำเสียงที่ใช้ถาม และบริบทช่วยบอกว่านี่เป็นคำถาม รูปแบบ You want me to + คำกริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายต้องการให้ผู้พูดทำสิ่งนั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมคำถามยืนยันแบบกันเองด้วยรูปแบบ You want me to...?: “____ carry this box?”

ดูคำตอบ

You want me to

thanks.

6:13

ขอบคุณค่ะ

I'm okay.

6:13

หนูโอเค

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ No, thanks. I'm okay. เพื่อปฏิเสธอย่างสุภาพ

No, thanks. ใช้ปฏิเสธข้อเสนอ คำชวน หรือความช่วยเหลืออย่างสุภาพ โดย no เป็นคำตอบปฏิเสธ ส่วน thanks แสดงว่าผู้พูดซาบซึ้งในความหวังดี I'm okay. ในที่นี้หมายถึง “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ ฉันจัดการเองได้” ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว เมื่อนำสองส่วนมาใช้ร่วมกัน การปฏิเสธจะชัดเจนแต่ไม่ฟังดูห้วน

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานเสนอช่วยถือกล่อง แต่คุณถือเองได้ คำตอบใดเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพ?

  1. Yes, please. I need help.
  2. No. Leave it alone.
  3. No, thanks. I'm okay.
ดูคำตอบ

No, thanks. I'm okay.

See you, Chloe.

6:15

แล้วเจอกัน Chloe

I'm back.

6:18

กลับมาแล้ว

Hey!

6:19

เฮ้!

Bingo,

6:21

บิงโก

you're missing a puzzle piece.

6:21

จิ๊กซอว์ของลูกหายไปชิ้นนึงนะ

Yeah,

6:23

ใช่

New Zealand.

6:23

นิวซีแลนด์ไง

Have you seen it?

6:24

พี่เห็นบ้างไหม

It's on your bum. การใช้คำ

6:25

มันติดอยู่ที่ก้นเธอน่ะ

การใช้คำ

bum: คำบริติชแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงก้น

ในประโยค It's on your bum. คำว่า bum หมายถึงส่วนของร่างกายที่เราใช้นั่ง หรือ “ก้น” เป็นการใช้แบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช ซึ่งพบบ่อยในการพูดคุยสบาย ๆ ในครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อพูดกับเด็ก คำนี้ทำให้ประโยคฟังดูเป็นกันเองและเหมาะกับเด็ก ไม่ใช่คำเชิงกายวิภาคหรือคำทางการ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการ bum เป็นคำมาตรฐานที่เหมาะที่สุดสำหรับอวัยวะส่วนนี้

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

Oh.

6:27

โอ้

Oh,

6:28

โอ้

Bingo.

6:29

บิงโก

The posters worked. การใช้คำ

6:30

โปสเตอร์ได้ผลแฮะ

การใช้คำ

The posters worked: work ในความหมายว่า “ได้ผล”

ในประโยคนี้ worked หมายถึง “ได้ผล” หรือ “ให้ผลลัพธ์ตามที่หวัง” ไม่ได้หมายความว่าโปสเตอร์กำลังทำงาน แต่ผู้พูดคิดว่าวิธีติดโปสเตอร์ประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งสามารถเป็นประธานของ work ได้เมื่อมันทำงานได้ปกติหรือให้ผลตามต้องการ เช่น แผน วิธีการ ยา รหัสผ่าน หรือเครื่องจักร ในที่นี้ worked ซึ่งเป็นรูปอดีตบอกว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

worked ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: "The backup plan worked."

  1. มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
  2. ผู้คนยังคงเตรียมมันอยู่
  3. มันให้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
ดูคำตอบ

มันให้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

Look,

6:33

ดูสิ

Bluey.

6:33

บลูอี้

Dad,

6:35

พ่อ

kiwis are brown.

6:35

กีวีเป็นสีน้ำตาลนะ

Hooray!

6:37

ไชโย!

It works.

6:39

กดน้ำลงแล้ว

Hooray!

6:40

ไชโย!

Thanks, Mum.

6:41

ขอบคุณ Mum

Mum.

6:42

แม่

No problem.

6:43

ไม่มีปัญหา