พัฒนาสำเนียงอังกฤษแบบบริติชของคุณใน 3 ขั้นตอน: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pronunciation with Emma
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนการออกเสียงนี้อธิบายวิธีปรับสำเนียงให้ใกล้เคียง Received Pronunciation หรือรูปแบบสมัยใหม่ โดยเปรียบเทียบกับอังกฤษแบบอเมริกันสามเรื่อง ได้แก่ การไม่ออกเสียง /r/ เสียงสระสั้น /æ/ และ /ɒ/ และความต่างระหว่าง /t/ แบบอังกฤษที่ออกชัดหรือใช้เสียงกักที่เส้นเสียงกับ flap t แบบอเมริกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. received pronunciation และ modern received pronunciation. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ชื่อของต้นแบบสำเนียงสองแบบที่ถือเป็นมาตรฐานในอังกฤษ และเข้าใจว่าคำว่า “อังกฤษแบบบริติช” ในวิดีโอนี้จำกัดความหมายไว้ที่สองแบบนี้ ไม่ได้หมายถึงสำเนียงที่หลากหลายทั้งหมดทั่วสหราชอาณาจักร 2. non-rhotic, rhotic. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: รู้จักศัพท์สัทศาสตร์ที่ใช้แยกสำเนียงซึ่งมักไม่ออกเสียง r ที่เขียนตามหลังสระหรืออยู่ช่วงท้ายคำ ออกจากสำเนียงที่ออกเสียง r เพื่อให้ติดตามคำอธิบายกฎและการเปรียบเทียบการออกเสียงแบบบริติชกับอเมริกันได้อย่างแม่นยำ 3. It's better to drink — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ It’s better to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานเพื่อแนะนำการกระทำ เปรียบเทียบตัวเลือก หรือบอกความชอบที่เหมาะกับสถานการณ์ในบทสนทนาทั่วไป โดยแยกจากการกล่าวเพียงว่าสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ดี
คำอธิบายในบทเรียนนี้
you've been learning: กิจกรรมที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน
you've been learning เป็น present perfect continuous มีโครงสร้าง have + been + คำกริยา-ing รูปนี้มองการเรียนเป็นกระบวนการที่เริ่มก่อนหน้านี้ ดำเนินอยู่ช่วงหนึ่ง และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในประโยคนี้ if และ for a while ตั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมาของผู้ฟัง รูปนี้ไม่ได้หมายความว่าการเรียนจบแล้ว แต่เน้นกิจกรรมที่ยังดำเนินอยู่หรือเพิ่งดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ draw: Mia ____ since breakfast.
ดูคำตอบ
has been drawing
and you feel you speak with more of an American accent วลี
0:02และคุณรู้สึกว่าตัวเองพูดติดสำเนียงอเมริกันมากกว่า
with more of an American accent: มีแนวโน้มเป็นสำเนียงอเมริกันชัดขึ้น
with more of an American accent หมายถึงลักษณะการพูดของคนนั้นมีความเป็นอเมริกันชัดกว่าก่อนหรือชัดกว่าอีกวิธีการพูดหนึ่ง ที่นี่ more บอกระดับความคล้าย ไม่ได้บอกจำนวนสำเนียง รูปแบบ more of a/an + นามวลีเอกพจน์ใช้แสดงว่าสิ่งหนึ่งใกล้เคียงกับประเภทใดประเภทหนึ่งมากขึ้นได้ เช่น more of a modern look โดยมักเปิดโอกาสให้มีลักษณะผสมกัน แทนที่จะจัดประเภทแบบตายตัว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ more of a/an เติมประโยคให้สมบูรณ์: This design has ____ vintage look.
ดูคำตอบ
more of a
or you feel your accent's a mix between British and American วลี
0:05หรือคุณรู้สึกว่าสำเนียงของคุณเป็นส่วนผสมระหว่างสำเนียงบริติชและอเมริกัน
a mix between British and American: การผสมกันของสองประเภท
ในประโยคนี้ a mix between British and American หมายความว่าสำเนียงมีลักษณะของภาษาอังกฤษทั้งสองแบบ และไม่ได้เป็นแบบใดแบบหนึ่งทั้งหมด คำว่า British และ American ในที่นี้แทนสำเนียงแบบอังกฤษและสำเนียงแบบอเมริกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a mix between X and Y คำนาม mix หมายถึงสิ่งที่ผสมกัน ส่วน between ใช้นำแหล่งที่มาสองอย่างซึ่งเชื่อมด้วย and
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย a mix between X and Y: The game is ____ chess ____ a treasure hunt.
ดูคำตอบ
a mix between · and
and you'd like to change that and speak with more of a British accent, วลี
0:09และคุณอยากจะเปลี่ยนสิ่งนั้น แล้วหันมาพูดด้วยสำเนียงบริติชให้มากขึ้น
you'd like to change that: บอกความต้องการอย่างนุ่มนวล
You'd เป็นรูปย่อของ you would โครงสร้าง would like to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกความต้องการหรือความชอบอย่างนุ่มนวลกว่า want to ในที่นี้ผู้พูดนำเสนอความต้องการของผู้ชมว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และ change เป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to That ย้อนกลับไปหมายถึงสำเนียงแบบผสมที่กล่าวไว้แล้ว ทำให้ผู้พูดอ้างถึงสถานการณ์นั้นได้โดยไม่ต้องพูดคำอธิบายทั้งหมดซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ you would like to: You____ try a different game.
ดูคำตอบ
'd like to
then in this lesson you will learn three ways to help you sound more British when you speak English. ไวยากรณ์
0:13ในบทเรียนนี้ คุณจะได้เรียนรู้ 3 วิธีที่จะช่วยให้คุณฟังดูเป็นคนอังกฤษมากขึ้นเมื่อคุณพูดภาษาอังกฤษ
help you sound more British: help + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
help you sound more British ใช้โครงสร้าง help + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย you เป็นกรรม และ sound เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบทเรียนนี้ช่วยให้คุณบรรลุผลแบบนั้นได้ง่ายขึ้น รูป help you to sound ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน แต่รูปสั้นที่ไม่มี to ใช้บ่อยมาก sound ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ฟังดู...” ส่วน more British บอกความรู้สึกที่ผู้ฟังได้รับจากวิธีพูด ไม่ได้หมายถึง “ทำให้เกิดเสียง”
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างสั้น help + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยเติม sound: A slower pace can help you ____ more confident.
ดูคำตอบ
sound
Disclaimer: แจ้งข้อจำกัดก่อนเข้าสู่ประเด็นหลัก
Disclaimer ที่อยู่ตอนต้นทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทาง โดยบอกผู้ชมว่ากำลังจะมีข้อจำกัด ข้อยกเว้น หรือคำชี้แจง เพื่อไม่ให้ตีความประเด็นหลักกว้างเกินไป เมื่อพูด Disclaimer คำเดียวในวิดีโอ อาจเข้าใจได้ว่า “ขอเตือนหรือชี้แจงสั้น ๆ ก่อนพูดต่อ” ส่วนข้อจำกัดที่แท้จริงมักอยู่ในข้อความที่ตามมา
แบบฝึกหัด
Disclaimer ที่ต้นวิดีโอมักส่งสัญญาณถึงอะไร?
- กำลังจะมีข้อจำกัดหรือคำชี้แจงก่อนประเด็นหลัก
- ผู้พูดกำลังทักทายผู้ชม
- ผู้พูดพูดจบแล้ว
ดูคำตอบ
กำลังจะมีข้อจำกัดหรือคำชี้แจงก่อนประเด็นหลัก
By British English, I specifically mean ...: กำหนดขอบเขตที่ต้องการสื่อ
By X, I mean Y เป็นรูปแบบที่ใช้ให้คำจำกัดความ ในที่นี้ by British English หมายถึง “เมื่อฉันใช้คำว่า British English” ไม่ได้หมายถึง “โดยผ่านภาษาอังกฤษแบบบริติช” ส่วนที่ตามหลัง mean บอกผู้ฟังว่าผู้พูดตั้งใจหมายถึงอะไร specifically แสดงว่า Y มีขอบเขตแคบและชัดเจนกว่าความหมายที่ X อาจทำให้นึกถึงตามปกติ ใช้รูปแบบนี้เพื่อไม่ให้คำที่มีความหมายกว้างถูกเข้าใจกว้างเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบการให้คำจำกัดความ By X, I specifically mean Y: ____ 'the weekend', ____ Saturday and Sunday.
ดูคำตอบ
By · I specifically mean
Received Pronunciation ... Modern Received Pronunciation: ชื่อเรียกสำเนียงสองแบบ
Received Pronunciation ซึ่งมักย่อว่า RP เป็นชื่อเรียกสำเนียงที่รู้จักกันดีสำหรับรูปแบบการออกเสียงที่มีความเกี่ยวข้องกับอังกฤษมาแต่เดิม คำนี้อธิบายว่าเสียงภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ไม่ใช่ชื่อรูปแบบภาษาที่สมบูรณ์ซึ่งมีการสะกด คำศัพท์ และไวยากรณ์เป็นของตัวเอง Modern Received Pronunciation หรือ Modern RP หมายถึงรูปแบบที่ใหม่กว่าและฟังดูล้าสมัยน้อยกว่าของสำเนียงดังกล่าว ขอบเขตที่แน่นอนอาจต่างกันไปตามผู้เขียนหรือครู ทั้งสองชื่อไม่ได้ครอบคลุมสำเนียงอังกฤษทั้งหมด
แบบฝึกหัด
Received Pronunciation และ Modern Received Pronunciation ในที่นี้เป็นชื่อเรียกของอะไร?
- ทุกสำเนียงที่พูดในบริเตน
- ระบบการสะกดสองแบบที่ใช้ทั่วสหราชอาณาจักร
- สำเนียงหรือรูปแบบการออกเสียงภาษาอังกฤษบางแบบที่เกี่ยวข้องกับอังกฤษ
ดูคำตอบ
สำเนียงหรือรูปแบบการออกเสียงภาษาอังกฤษบางแบบที่เกี่ยวข้องกับอังกฤษ
These two accents are considered the standard form of English pronunciation in England. การใช้คำ
0:26สำเนียงทั้งสองแบบนี้ถือเป็นรูปแบบมาตรฐานของการออกเสียงภาษาอังกฤษในประเทศอังกฤษ
be considered the standard form of...: ถือเป็นรูปแบบมาตรฐานของ…
ในประโยคนี้ are considered the standard form of... หมายถึง โดยทั่วไปผู้คนมองว่าสำเนียงทั้งสองเป็นรูปแบบมาตรฐานของการออกเสียงภาษาอังกฤษในอังกฤษ โครงสร้างรูปถูกกระทำนี้ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสิน จึงเป็นการรายงานมุมมองที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่การประกาศว่าเป็นข้อเท็จจริงตายตัว standard ในที่นี้หมายถึงรูปแบบที่ได้รับการยอมรับในสถานที่หรือบริบทหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าสำเนียงภาษาอังกฤษแบบอื่นผิด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรูปถูกกระทำเป้าหมาย: This spelling ____ the word in this style guide.
ดูคำตอบ
is considered the standard form of
Although ..., they are not ...: ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วเพิ่มข้อจำกัด
Although เริ่มด้วยการยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งอย่าง คือสำเนียงทั้งสองแบบนี้ถือเป็นมาตรฐานในอังกฤษ จากนั้นประโยคหลักจึงให้ข้อมูลแก้ไขที่สำคัญกว่า คือไม่ได้มีเพียงสองสำเนียงนี้เท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Although + ข้อเท็จจริงที่ยอมรับ, + ข้อเปรียบต่างหรือข้อจำกัด รูปแบบนี้แสดงว่าข้อเท็จจริงแรกไม่ได้พิสูจน์ข้อสรุปง่าย ๆ ที่บางคนอาจคาดไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Although ได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษมาตรฐาน
- Although the museum is small, it has many interesting exhibits.
- Although the museum is small, but it has many interesting exhibits.
- Although the museum is small, so it has many interesting exhibits.
ดูคำตอบ
Although the museum is small, it has many interesting exhibits.
There are hundreds of different accents across the UK as a whole. วลี
0:38ยังมีสำเนียงที่แตกต่างกันอีกหลายร้อยแบบทั่วสหราชอาณาจักร
across the UK as a whole: กำหนดขอบเขตเป็นสหราชอาณาจักรทั้งหมด
Across the UK หมายถึงในหลายพื้นที่ของสหราชอาณาจักร ส่วน as a whole บอกให้มองพื้นที่ทั้งหมดนั้นรวมกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังพูดถึงสหราชอาณาจักรทั้งหมด ไม่ใช่แค่เมืองหรือภูมิภาคเดียว เราใช้ as a whole ได้เมื่อข้อความกล่าวถึงกลุ่มหรือพื้นที่ทั้งหมดแทนที่จะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ารายงานพิจารณาทุกส่วนขององค์กรร่วมกัน?
- On the whole, the report was easy to read.
- The report looks at the organization as a whole.
- The report looks at only one small department.
ดูคำตอบ
The report looks at the organization as a whole.
So keep that in mind especially if you ever visit the UK. วลี
0:42ดังนั้น โปรดจำไว้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีโอกาสไปเยือนสหราชอาณาจักร
keep that in mind: จำและพิจารณาข้อมูลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
Keep that in mind หมายถึงให้จำข้อมูลที่เพิ่งกล่าวถึง และนำไปพิจารณาเมื่อต้องคิดหรือตัดสินใจในภายหลัง คำว่า that ชี้กลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า ในที่นี้เป็นคำเตือนที่นำไปใช้ได้จริง เพราะข้อมูลนั้นอาจสำคัญเมื่อผู้ฟังไปสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังสามารถบอกสิ่งที่ต้องจำได้โดยตรง เช่น Keep the time difference in mind
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “จำและพิจารณาข้อมูลนั้น”: The path gets icy after sunset, so ____ when choosing your route.
ดูคำตอบ
keep that in mind
If you don't want to change your accent or you don't believe in changing your accent, วลี
0:45หากคุณไม่อยากเปลี่ยนสำเนียง หรือไม่เชื่อในการเปลี่ยนสำเนียงตัวเอง
believe in changing your accent: สนับสนุนแนวคิดหรือวิธีปฏิบัติ
ใน believe in changing your accent คำว่า believe in ตามด้วย changing ซึ่งเป็นรูป -ing ในที่นี้หมายถึงการสนับสนุนแนวคิดหรือวิธีปฏิบัติเรื่องการเปลี่ยนสำเนียง ไม่ได้หมายเพียงว่า “คิดว่าสำเนียงเปลี่ยนได้” เมื่อต้องการแสดงว่าสนับสนุนแนวคิดหรือวิธีทำบางอย่าง สามารถใช้ believe in + คำนามหรือรูป -ing ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเพื่อบอกว่าคุณสนับสนุนการขอคำแนะนำ ใช้ believe in + รูป -ing: I ____ before making a big decision.
ดูคำตอบ
believe in asking for advice
then you're very welcome to click off this video and go and watch another one of my English pronunciation lessons โน้ต
0:50ก็ยินดีอย่างยิ่งที่คุณจะปิดวิดีโอนี้ไป แล้วไปดูบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษคลิปอื่นของฉัน
you're very welcome to: ให้อนุญาตหรือเสนอทางเลือกอย่างสุภาพ
ใน you're very welcome to click off this video โครงสร้าง welcome to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้อนุญาตหรือเสนอทางเลือก ส่วน very ทำให้การอนุญาตนั้นฟังชัดเจนและเปิดกว้างมากขึ้น เนื่องจากการกระทำต่อมาคือ click off นี่จึงไม่ใช่การเชิญให้ออกไปอย่างกระตือรือร้น ถ้อยคำสุภาพช่วยให้การกำหนดขอบเขตฟังไม่แข็งกระด้าง ผู้ชมที่ไม่เห็นด้วยมีอิสระที่จะเลือกเนื้อหาอื่น
แบบฝึกหัด
เลือกว่าถูกหรือผิดสำหรับสถานการณ์นี้: ผู้จัดงานพูดว่า "If this topic isn't useful for you, you're very welcome to choose another session." ผู้จัดงานกำลังเสนอทางเลือกอย่างสุภาพ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องดีใจที่ผู้ฟังอาจออกไป
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ถูก
click off: ออกจากเนื้อหาออนไลน์ที่กำลังดูอยู่
ในที่นี้ click off หมายถึงออกจากวิดีโอปัจจุบันโดยคลิกไปที่อื่น จึงเป็นการหยุดดูวิดีโอนั้น คำว่า off เพิ่มความหมายของการเคลื่อนออกจากเนื้อหาปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงแค่การคลิกเท่านั้น ใน click off this video คำว่า this video เป็นกรรมของกริยาวลีนี้ หากรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงเนื้อหาใด ก็ละกรรมได้ เช่น Many viewers clicked off.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ click off ในความหมายว่าออกจากเนื้อหาออนไลน์ที่กำลังดูอยู่
- I closed my laptop after the livestream ended.
- I clicked on the livestream to start watching.
- I clicked off the livestream when the ads began.
ดูคำตอบ
I clicked off the livestream when the ads began.
where they're a little bit more general and focus on articulation วลี
0:55ซึ่งคลิปเหล่านั้นจะมีความทั่วไปมากกว่าและเน้นไปที่การเปล่งเสียง
focus on articulation: มุ่งความสนใจไปที่การออกเสียงให้ชัดเจน
ใน focus on articulation นั้น focus on หมายถึงให้ความสนใจและทุ่มเทกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คำว่า on เป็นคำบุพบทที่ใช้คู่กันตายตัว และในที่นี้ตามด้วยคำนาม articulation; focus on สามารถตามด้วยรูป -ing ได้ด้วย เช่น focus on speaking clearly ในการสอนการพูด articulation หมายถึงการสร้างเสียงพูดอย่างชัดเจนและรอบคอบ วลีนี้บอกว่าการออกเสียงให้ชัดเป็นเป้าหมายหลัก แต่ไม่ได้หมายถึงการเรียนสำเนียงใดสำเนียงหนึ่งโดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้คู่กับ focus เพื่อทำให้ประโยคภาษาอังกฤษสมบูรณ์: Today we will focus ____ clear pronunciation.
ดูคำตอบ
on
rather than replicating a specific accent. ไวยากรณ์
0:58มากกว่าการเลียนแบบสำเนียงใดสำเนียงหนึ่งโดยเฉพาะ
rather than replicating: เปรียบเทียบการกระทำด้วย rather than + -ing
Rather than ใช้ขึ้นต้นการกระทำที่ไม่ได้เลือกหรือไม่ได้ตั้งเป็นเป้าหมายหลัก ในที่นี้ rather than replicating หมายความว่า การเลียนแบบสำเนียงใดสำเนียงหนึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ถูกตัดออก เมื่อสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบเป็นการกระทำ กริยาหลัง rather than สามารถใช้รูป -ing ได้ และควรทำให้รูปทั้งสองด้านสอดคล้องกันเมื่อทำได้ เช่น focusing on clarity rather than replicating an accent
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย rather than และรูป -ing ของ copy: We should develop a clear voice ____ one accent.
ดูคำตอบ
rather than copying
The reason why I'm doing this lesson is simply because a lot of you have requested it. ไวยากรณ์
1:01เหตุผลที่ฉันทำบทเรียนนี้ขึ้นมา ก็เพราะหลายๆ คนขอมาเท่านั้นเอง
The reason why ... is simply because ...: การบอกสาเหตุ
The reason why I'm doing this lesson ระบุการกระทำที่ต้องการคำอธิบาย ส่วน is simply because ใช้นำเข้าสาเหตุ ดังนั้นทั้งโครงสร้างจึงหมายถึง “ฉันทำสิ่งนี้ด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาเพียงข้อเดียว คือ ...” Simply ทำให้สาเหตุดูตรงไปตรงมาและไม่ซับซ้อน ไม่ได้หมายความว่าการทำบทเรียนนั้นง่าย
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายแบบภาษาพูดโดยใช้ The reason why และ is simply because: ____ we're meeting online ____ the office is closed.
ดูคำตอบ
The reason why · is simply because
If you'd like a PDF copy of today's lesson notes น้ำเสียง/เจตนา
1:08หากคุณต้องการสำเนา PDF ของบันทึกบทเรียนในวันนี้
ใช้ as well as เพื่อเพิ่มรายการที่สอง
As well as ใช้เชื่อมสองรายการที่มีโครงสร้างขนานกัน และหมายถึง “และยังมี” ในที่นี้ใช้เพิ่มฉบับเสียงจากฉบับ PDF รูปแบบคือ X as well as Y โดยมักกล่าวถึง X ก่อน แล้วเพิ่ม Y เป็นข้อมูลเสริม ส่วน and เป็นวิธีที่เป็นกลางกว่าในการเรียงสองรายการที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะใช้แบบใดก็รวมทั้งสองรายการไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมตายตัวที่หมายถึง “และยังมี”: The library has comics as ____ as storybooks.
ดูคำตอบ
well
while on the go: ทำบางอย่างระหว่างเคลื่อนที่หรือกำลังยุ่ง
While on the go หมายถึง “ระหว่างเดินทาง เคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือกำลังยุ่งกับกิจกรรมต่าง ๆ” ในประโยคนี้หมายความว่าเราสามารถฟังและฝึกฝนตอนที่ไม่ได้อยู่ประจำที่ ไม่ใช่เฉพาะตอนนั่งอยู่เท่านั้น while ใช้บอกเวลาหรือสถานการณ์ที่อีกการกระทำหนึ่งเกิดขึ้น วลีทั้งหมดจึงเพิ่มความหมายว่าเรายังทำกิจกรรมนั้นต่อได้ระหว่างเคลื่อนที่หรือในวันที่ยุ่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This app lets you study while on the go” วลี while on the go หมายถึงอะไร?
- ก่อนออกเดินทาง
- เฉพาะตอนเดินเท้า
- ระหว่างเดินทาง เคลื่อนที่ หรือกำลังยุ่ง
ดูคำตอบ
ระหว่างเดินทาง เคลื่อนที่ หรือกำลังยุ่ง
ใช้ If you'd like เพื่อเสนอทางเลือกอย่างนุ่มนวล
If you'd like เป็นรูปย่อของ if you would like โดยใช้เปิดเงื่อนไขตามความต้องการของผู้ฟัง คือให้ทำตามคำแนะนำต่อไปเฉพาะเมื่อสนใจแหล่งข้อมูลนั้น สำนวนนี้ให้ผู้ฟังเป็นผู้ตัดสินใจ คำเชิญจึงฟังดูนุ่มนวลและบังคับน้อยกว่าคำสั่งตรง ๆ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เสนอความช่วยเหลือ ข้อมูล หรือกิจกรรมที่เลือกได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอความช่วยเหลืออย่างนุ่มนวลพร้อมให้ผู้ฟังเป็นผู้เลือก?
- If you'd like, I can show you where to start.
- If you liked, I can show you where to start.
- You must let me show you where to start.
ดูคำตอบ
If you'd like, I can show you where to start.
click the link down below in the description: คำแนะนำบนหน้าวิดีโอ
ในคำแนะนำบนแพลตฟอร์มวิดีโอนี้ click the link เป็นการบอกให้ผู้ชมเปิดลิงก์ ส่วน the description คือช่องข้อมูลที่แนบมากับวิดีโอ ซึ่งผู้สร้างมักใส่ลิงก์และรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ที่นั่น down below บอกให้ผู้ชมมองลงไปด้านล่างของหน้าเว็บ เมื่อนำมารวมกัน ประโยคนี้จึงนำทางให้ผู้ชมค้นหาและเปิดลิงก์ในช่องนั้น
แบบฝึกหัด
บนหน้าวิดีโอ ผู้ชมควรมองหาที่ใดหลังจากได้ยิน “click the link down below in the description”?
- ในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์
- ในช่องข้อมูลใต้วิดีโอ
- ในชื่อวิดีโอ
ดูคำตอบ
ในช่องข้อมูลใต้วิดีโอ
Let's begin with number one: เริ่มหัวข้อแรก
Let's begin with number one นำผู้ฟังเข้าสู่ข้อแรกของรายการที่เรียงลำดับไว้ ในที่นี้ number one หมายถึง “ประเด็นแรก” ไม่ใช่แบบฝึกหัดนับเลข โครงสร้าง Let's begin with + นามวลี ใช้บอกว่าจะพูดถึงอะไรเป็นอันดับแรก ช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับของบทเรียน งานนำเสนอ หรือคำอธิบายได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ในวิดีโอสอน “Let's begin with number one” บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- ผู้พูดกำลังจบงานนำเสนอทั้งหมด
- ผู้พูดกำลังเริ่มข้อแรกของรายการที่เรียงลำดับไว้
- ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังนับเลขออกเสียง
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังเริ่มข้อแรกของรายการที่เรียงลำดับไว้
while American English accents tend to be rhotic.
1:26ในขณะที่สำเนียงอเมริกันมักจะเป็นแบบ rhotic (ออกเสียงตัว r)
tend to be: บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว
tend to be หมายถึง “โดยปกติมักเป็น” หรือ “โดยทั่วไปเป็น” ไม่ได้หมายความว่า “เป็นเช่นนั้นทุกกรณี” ในประโยคนี้ การใช้ทั้งสองครั้งสรุปลักษณะที่พบได้ทั่วไปของสำเนียงอังกฤษแบบบริติชและอเมริกัน พร้อมเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น โครงสร้างคือ ประธาน + tend to be + คำคุณศัพท์หรือนามวลี ใช้เมื่อหลักฐานแสดงรูปแบบที่พบได้ทั่วไป แต่ข้อความนั้นไม่ใช่กฎตายตัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกถึงรูปแบบที่พบได้ทั่วไปได้ดีที่สุด พร้อมเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นอย่างชัดเจน?
- Every city bus is crowded at rush hour.
- City buses are always crowded at rush hour.
- City buses tend to be crowded at rush hour.
ดูคำตอบ
City buses tend to be crowded at rush hour.
non-rhotic และ rhotic: ออกเสียง r หลังสระหรือไม่
rhotic และ non-rhotic ใช้อธิบายว่าสำเนียงหนึ่งจัดการกับ r ที่อยู่หลังสระอย่างไร เมื่อไม่มีสระตามมาทันที เช่น car เมื่อพูดเดี่ยว ๆ หรือ hard สำเนียง rhotic มักออกเสียง r ตัวนั้น ส่วนสำเนียง non-rhotic มักไม่ออกเสียง แต่ไม่ได้หมายความว่าสำเนียง non-rhotic จะไม่มีเสียง r เลย เพราะ r ที่อยู่หน้าสระ เช่นใน red ยังคงออกเสียง ประโยคนี้บอกแนวโน้มโดยรวมว่า สำเนียงจำนวนมากในบริเตนเป็นแบบ non-rhotic และสำเนียงจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาเป็นแบบ rhotic ทั้งสองแห่งมีข้อยกเว้น ดังนั้นคำเหล่านี้จึงอธิบายรูปแบบการออกเสียง ไม่ได้บอกสัญชาติหรือความถูกต้องของสำเนียง
แบบฝึกหัด
ข้อใดใช้คำเหล่านี้ได้ถูกต้อง
- rhotic หมายความว่าสำเนียงนั้นถูกต้องกว่า
- สำเนียง non-rhotic ไม่เคยออกเสียง r เลย
- สำเนียง rhotic มักออกเสียง r ในคำว่า car
ดูคำตอบ
สำเนียง rhotic มักออกเสียง r ในคำว่า car
But what does this mean?: คำถามสำหรับเปลี่ยนเข้าสู่คำอธิบาย
ในที่นี้ But what does this mean? เป็นคำถามที่ใช้ชี้นำคำอธิบาย this ย้อนกลับไปหาคำศัพท์ที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน but แสดงการเปลี่ยนจากการบอกชื่อคำศัพท์ไปสู่การอธิบายความหมาย ผู้พูดไม่ได้จำเป็นต้องรอให้ผู้ฟังตอบ การตั้งคำถามแล้วตอบเองทำให้แนวคิดก่อนหน้ากลายเป็นจุดสำคัญของเนื้อหาส่วนถัดไป
แบบฝึกหัด
ในเนื้อหาอธิบาย ผู้พูดแนะนำคำศัพท์ใหม่แล้วถามว่า "But what does this mean?" คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร
- เปลี่ยนจากการบอกคำศัพท์ไปสู่คำอธิบาย
- เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- จบคำอธิบายทันที
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากการบอกคำศัพท์ไปสู่คำอธิบาย
A rhotic accent essentially means that you pronounce the r sound when it is written, วลี
1:31สำเนียงแบบ rhotic โดยพื้นฐานหมายความว่าคุณจะออกเสียงตัว r เมื่อมันถูกเขียนไว้
essentially means that: การให้คำนิยามหลักแบบย่อ
Essentially means that ใช้เกริ่นความหมายหลักแบบย่อของคำศัพท์หรือแนวคิด ในที่นี้ that ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งบอกเนื้อหาของคำนิยาม Essentially บอกให้ผู้ฟังสนใจประเด็นสำคัญ คำอธิบายอาจละรายละเอียดเล็กน้อยหรือข้อยกเว้นไว้ จึงไม่ได้หมายความว่านี่เป็นคำนิยามที่ครบถ้วนทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นคำนิยามหลักแบบย่อ โดยยังเปิดทางให้เพิ่มรายละเอียดได้?
- essentially means that
- does not mean that
- means exactly that
ดูคำตอบ
essentially means that
while in non-rhotic accents like British English ones, ไวยากรณ์
1:37ในขณะที่สำเนียงแบบ non-rhotic อย่างสำเนียงบริติช
British English ones: ใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์
ใน British English ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ accents ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง British English accents การใช้แบบนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามเดิมซ้ำ One ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ ส่วน ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ คำหรือวลีขยายที่อยู่หน้า one หรือ ones จะบอกว่าหมายถึงสิ่งใดหรือกลุ่มใด
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อไม่ให้พูด bags ซ้ำ: The red bags are heavier than the blue ____.
ดูคำตอบ
ones
if it is after a vowel or towards the end of a word. วลี
1:43หากมันอยู่หลังสระ หรืออยู่ค่อนไปทางท้ายคำ
towards the end of: บอกตำแหน่งในช่วงหลัง
Towards the end of ใช้บอกว่าบางสิ่งอยู่ในช่วงหลังของสถานที่ ช่วงเวลา เนื้อหา หรือกิจกรรม เป็นตำแหน่งโดยประมาณ คืออยู่ใกล้ตอนจบ แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่จุดสุดท้ายพอดี คำที่ตามหลัง of จะบอกว่าสิ่งใดคือขอบเขตทั้งหมดที่มีจุดเริ่มต้นและจุดจบ เช่น towards the end of a word, a meeting หรือ a chapter
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย towards: The answer appears ____ the chapter.
ดูคำตอบ
towards the end of
in British English the word /kɑː/ is pronounced without the r. วลี
1:48ในภาษาอังกฤษแบบบริติช คำว่า /kɑː/ จะถูกออกเสียงโดยไม่มีเสียง r
is pronounced without the r: อธิบายเสียงที่ไม่ได้ยิน
X is pronounced without Y เป็นรูปแบบที่ใช้บอกว่าไม่ได้ยิน Y เมื่อออกเสียง X ส่วน is pronounced บอกว่าคำนั้นออกเสียงอย่างไร และ without the r ระบุเสียงที่หายไป รูปแบบนี้พูดถึงเสียง ไม่ใช่การสะกด คำที่เขียนอาจยังมีตัวอักษร r แม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียง /r/ ก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายที่หมายถึง “ออกเสียงโดยไม่มีเสียง /r/”: The word ____ an /r/ sound.
ดูคำตอบ
is pronounced without
pronounce it as: ใช้บอกวิธีออกเสียง
pronounce it as ... ใช้บอกว่าคนหนึ่งออกเสียงคำด้วยเสียงหรือรูปแบบการพูดแบบใด it หมายถึงคำที่พูดถึงไปแล้ว ส่วน as ใช้นำตัวอย่างการออกเสียง โครงสร้างคือ ประธาน + pronounce + กรรม + as + เสียงอ่าน ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้โครงสร้างดังกล่าวเพื่ออธิบายว่าผู้ใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันออกเสียงคำนั้นอย่างไร และยังใช้บอกวิธีออกเสียงชื่อหรือคำที่ไม่คุ้นเคยได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง pronounce it as ให้ครบ: Many local speakers pronounce the name ____ "MEE-ra."
ดูคำตอบ
as
So notice that: จากตัวอย่างไปสู่ข้อสังเกต
So เชื่อมประเด็นถัดไปกับสิ่งที่เพิ่งแสดงหรืออธิบาย ส่วน notice that ชี้ให้ผู้ฟังสนใจข้อความสมบูรณ์ที่ตามมา เมื่อใช้ร่วมกัน So notice that จะจัดข้อมูลตามลำดับการสอนที่พบบ่อย คือเริ่มจากตัวอย่าง แล้วจึงชี้แบบแผนหรือความแตกต่างสำคัญที่ควรสังเกต ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าเสียง r ที่ออกชัดคือประเด็นสำคัญจากตัวอย่างการออกเสียงก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ในการอธิบาย So notice that มักส่งสัญญาณถึงอะไร
- สั่งให้ผู้ฟังส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการให้ใครบางคน
- บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เชื่อมเนื้อหาก่อนหน้ากับข้อสังเกตสำคัญที่ตามมา
ดูคำตอบ
เชื่อมเนื้อหาก่อนหน้ากับข้อสังเกตสำคัญที่ตามมา
completely removed: ละเสียงออกไปทั้งหมด
ในคำอธิบายการออกเสียงนี้ completely removed หมายถึงเสียงนั้นถูกละเมื่อพูดคำนั้น หรือก็คือไม่ออกเสียงเลย ปกติ removed หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกนำออกไป แต่ในที่นี้ใช้บรรยายเสียงที่หายไปจากการออกเสียง completely ทำให้ความหมายชัดและหนักแน่นว่าไม่มีเสียงนั้นเลย ไม่ได้หมายความว่าเสียงเพียงเบาลงหรือไม่ชัด และตัวอักษรยังคงอยู่ในการสะกดคำ
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายการออกเสียงนี้ completely removed หมายถึงอะไร?
- ไม่ออกเสียงนั้นเลย
- ออกเสียงนั้นให้เบาลง
- ลบตัวอักษรออกจากการสะกดคำ
ดูคำตอบ
ไม่ออกเสียงนั้นเลย
The rules to know when the r is silent in British English are very simple.
2:21กฎที่ควรรู้ว่าเมื่อใดตัว r จะไม่ออกเสียงในสำเนียงบริติชนั้นง่ายมาก
If you have..., then you remove...: บอกเงื่อนไขและผลลัพธ์
ประโยคนี้ใช้ If..., then... แบ่งกฎออกเป็นสองส่วน ส่วน if บอกเงื่อนไข และส่วนหลัง then บอกผลลัพธ์หรือสิ่งที่ต้องทำ ในที่นี้เงื่อนไขคือมี r ตามหลังสระ และสิ่งที่ระบุให้ทำคือไม่ออกเสียง r ตัวนั้น ในการอธิบายกฎ you have อาจหมายถึง “มีสิ่งนั้นอยู่” หรือ “พบรูปแบบนั้น” ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ กฎทั่วไปมักใช้กริยารูปปัจจุบัน then ช่วยให้มองเห็นผลลัพธ์ได้ชัด แต่หลายครั้งก็ละได้
แบบฝึกหัด
เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วย If...then: ____ the card is blue, ____ move forward two spaces.
ดูคำตอบ
If · then
a word ends with: ระบุตัวอักษรท้ายคำ
A word ends with... หมายความว่าตัวอักษร เสียง หรือส่วนท้ายที่กล่าวถึงอยู่ตอนท้ายของคำนั้น ในประโยคนี้ with นำหน้ารูปสะกดท้ายคำที่ยกมาเป็นรายการ เนื่องจาก a word เป็นเอกพจน์ end จึงเติม -s เป็น ends ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ให้ใช้ end with เช่น Words that end with s.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ end with: The word winter ____ the letters er.
ดูคำตอบ
ends with
The only time ... is when ...: ระบุเงื่อนไขเพียงข้อเดียว
The only time ... is when ... บอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในสถานการณ์เดียวเท่านั้น ส่วนหลัง The only time บอกว่าเกิดอะไรขึ้น และอนุประโยคที่มี when บอกสถานการณ์เดียวที่ว่านั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าตามกฎที่กำลังอธิบาย จะออกเสียง r เมื่ออยู่ต้นคำเท่านั้น only จึงตัดสถานการณ์อื่นทั้งหมดออกภายในขอบเขตของกฎนั้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่แสดงเงื่อนไขเพียงข้อเดียวให้สมบูรณ์: The only time the light turns green ____ the door is fully closed.
ดูคำตอบ
is when
in between vowels: อยู่ระหว่างสระสองตัว
in between vowels หมายถึงอยู่ในช่องว่างหรือตำแหน่งตามลำดับที่คั่นระหว่างสระสองตัว ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่ามีสระอยู่คนละข้างของตัวอักษรหรือเสียงนั้น in between ยังใช้บอกตำแหน่งกึ่งกลางในด้านสถานที่ เวลา หรือลำดับได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: The letter r is ____ two vowels.
ดูคำตอบ
in between
There is only one exception to this rule though. วลี
3:02แต่ว่ากฎนี้มีข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
one exception to this rule: exception to + กฎ
one exception to this rule หมายถึงมีกรณีหนึ่งที่ไม่เป็นไปตามกฎนั้น one บอกจำนวนกรณีพิเศษ ส่วน to this rule ระบุว่าเป็นข้อยกเว้นจากกฎข้อใด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ an exception to + กฎ รูปแบบ หรือข้อความทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมคำในวลีที่ใช้ร่วมกันเป็นประจำ: There is one exception ____ this rule.
ดูคำตอบ
to
comment down below: เขียนความคิดเห็นใต้วิดีโอ
ในที่นี้ comment เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เขียนความคิดเห็น” ส่วน down below ชี้ไปที่ช่องความคิดเห็นซึ่งอยู่ใต้วิดีโอหรือโพสต์ ประโยคนี้ขอให้ผู้ชมเขียนบางอย่างในส่วนนั้นของหน้า then แสดงว่านี่คือสิ่งที่ให้ทำเป็นลำดับถัดไป โดยปกติจะใช้หลังจากผู้พูดถามคำถามหรือให้คำแนะนำแล้ว
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการวิดีโอต้องการให้ผู้ชมเขียนคำตอบในช่องความคิดเห็นใต้วิดีโอ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- Say your answer aloud.
- Look at the link below.
- Comment down below.
ดูคำตอบ
Comment down below.
If you don't, then I'll tell: ใช้ don't เพื่อละคำที่ซ้ำ
ใน If you don't คำว่า don't ละคำที่เข้าใจได้ชัดเจนจากบริบทอยู่แล้ว จากคำถามก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ If you don't know what it is การเหลือไว้เพียงกริยาช่วย do ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดกริยาวลีทั้งหมดซ้ำ Then I'll tell you บอกผลที่จะเกิดขึ้นหากเงื่อนไขนั้นเป็นจริง then ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนไขกับผลชัดเจนขึ้น แต่มักละได้เช่นกัน: If you don't, I'll tell you.
แบบฝึกหัด
ครูเพิ่งถามว่า “Do you know how to open the file?” คำตอบใดหลีกเลี่ยงการพูด “know how to open the file” ซ้ำ
- If you aren't, I'll show you how.
- If you don't, I'll show you how.
- If you won't, I'll show you how.
ดูคำตอบ
If you don't, I'll show you how.
we don't say X, we say Y: โครงสร้างสำหรับแก้รูปภาษา
โครงสร้าง we don't say X, we say Y ใช้ปฏิเสธ X แล้วบอกรูป Y ที่ควรใช้ทันที ในประโยคนี้ I run อยู่ในตำแหน่ง X และ iron อยู่ในตำแหน่ง Y โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้แก้การออกเสียง ไวยากรณ์ หรือการเลือกคำได้ คำว่า we ในที่นี้หมายถึงแบบแผนภาษาที่กำลังสอน ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดทุกคนต้องใช้เหมือนกันทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างการแก้ให้ตรงตามที่เรียน: We ____ 'goed'; we ____ 'went'.
ดูคำตอบ
don't say · say
listen carefully to this sentence and repeat: คำสั่งในชั้นเรียน
คำสั่งในชั้นเรียนนี้ให้ทำสองอย่างตามลำดับ คือฟังประโยคอย่างตั้งใจก่อน แล้วจึงพูดประโยคนั้นด้วยตนเอง carefully ขยาย listen ส่วน to this sentence บอกว่าต้องฟังอะไร ในที่นี้ repeat ไม่ได้ระบุกรรมไว้ เพราะเข้าใจจากบริบทว่าเป็น repeat this sentence ในคำสั่งนี้ repeat หมายถึงพูดประโยคออกมา ไม่ใช่ฟังอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งในชั้นเรียนให้ตรงตามที่เรียน: ____ to this sentence and ____.
ดูคำตอบ
Listen carefully · repeat
Next we're going to look at two very distinct vowel sounds, โน้ต
3:36ต่อไปเราจะมาดูเสียงสระสองเสียงที่แตกต่างกันมาก
Next we're going to look at ... เพื่อเข้าสู่หัวข้อถัดไป
Next บอกว่าคำอธิบายกำลังจะเข้าสู่ส่วนถัดไป และช่วยให้ผู้ฟังตามโครงสร้างของบทเรียนได้ ในบริบทการสอน we're going to look at ใช้เกริ่นถึงเนื้อหาที่กำลังจะเรียน วิเคราะห์ หรือพูดคุยกัน ในที่นี้ look at ไม่ได้หมายถึงการมองด้วยตาเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมเป้าหมาย: ____ three common mistakes.
ดูคำตอบ
Next we're going to look at
distinct vowel sounds: เสียงสระที่แยกได้ง่าย
ใน distinct vowel sounds คำว่า distinct หมายถึงเสียงสระที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนและแยกออกจากกันได้ง่าย วลีนี้ใช้บรรยายเสียงสระที่ฟังไม่เหมือนกัน Very ทำให้ความหมายของ distinct เข้มขึ้น ผู้พูดกำลังเน้นว่าความแตกต่างควรฟังออกได้ง่าย เพื่อเตรียมให้ผู้ฟังเปรียบเทียบเสียงทั้งสอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ชัดที่สุดว่าเสียงสระในคำสองคำนั้นแยกออกจากกันได้ง่าย
- The two words have quiet vowel sounds.
- The two words have similar vowel sounds.
- The two words have distinct vowel sounds.
ดูคำตอบ
The two words have distinct vowel sounds.
It's a very short and open sound like in cat.
3:45มันเป็นเสียงที่สั้นและเปิดกว้างมากๆ เหมือนในคำว่า cat
Imagine you're going to the dentist and you open your mouth wide. ลำดับความ
3:49ลองจินตนาการว่าคุณกำลังไปหาหมอฟัน แล้วคุณก็อ้าปากกว้างๆ
Imagine you're ...: สร้างภาพก่อนอธิบาย
Imagine ... เป็นคำสั่งที่ขอให้ผู้ฟังสร้างภาพขึ้นในใจ ในประโยคนี้ สถานการณ์ที่คุ้นเคยอย่างการไปหาหมอฟันช่วยให้เห็นและเลียนแบบการอ้าปากกว้างได้ง่ายขึ้น โครงสร้างนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยให้สถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อน แล้วจึงใช้สถานการณ์นั้นเพื่อแนะนำการกระทำหรือแนวคิด
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ขอให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์เพื่อทำให้คำสั่งสมบูรณ์: ____ you're balancing a book on your head.
ดูคำตอบ
Imagine
While in American English it's more like /æ/,
3:55ในขณะที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันจะคล้ายกับเสียง /æ/ มากกว่า
Keep in mind that: ระบุเงื่อนไขสำคัญ
Keep in mind that ใช้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังต้องจำไว้ขณะทำความเข้าใจสิ่งที่จะตามมา ในประโยคนี้ ผู้พูดระบุว่าการที่ตนไม่ได้มาจากสหรัฐอเมริกาเป็นข้อมูลพื้นหลังที่เกี่ยวข้อง สำนวนนี้ไม่ได้เพียงขอให้จำข้อเท็จจริง แต่ยังบอกให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงนั้นเมื่อตัดสินสิ่งต่าง ๆ ในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “จำเงื่อนไขสำคัญนี้ไว้” เพื่อทำให้คำเตือนสมบูรณ์: ____ the pool closes at six.
ดูคำตอบ
Keep in mind that
so if my accent is terrible for the American English one,
4:04ดังนั้นถ้าสำเนียงอเมริกันของฉันมันฟังดูแย่มาก
too bad. ในความหมายล้อเล่นว่า “ช่างมันเถอะ”
ในประโยคนี้ too bad หมายถึง “ฉันไม่ได้คิดจะแก้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น” หรือ “ฉันจะยอมรับมันไปแบบนี้” ผู้พูดกำลังพูดถึงสำเนียงของตัวเองที่อาจไม่ดี จึงฟังเป็นการล้อตัวเองเล่น ๆ ไม่ใช่การแสดงความเห็นใจต่อข่าวร้าย เมื่อพูด too bad สั้น ๆ เพียงอย่างเดียว ก็อาจฟังเหมือนไม่ใส่ใจได้ ความหมายเบา ๆ ว่า “ช่างมันเถอะ” ใช้ได้ตรงนี้เพราะเป็นปัญหาเล็กน้อยและเป็นเรื่องของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
too bad ในประโยคใหม่นี้หมายความว่าอะไร? “If my drawing looks silly, too bad—I'm still putting it on the wall.”
- ผู้พูดสัญญาว่าจะวาดรูปให้ดีขึ้น
- ผู้พูดกำลังแสดงความเห็นใจต่อปัญหาของคนอื่น
- ผู้พูดยอมรับผลลัพธ์อย่างสบาย ๆ และจะไม่กังวลกับมัน
ดูคำตอบ
ผู้พูดยอมรับผลลัพธ์อย่างสบาย ๆ และจะไม่กังวลกับมัน
While in American English it's a lot longer and a little bit more open. ไวยากรณ์
4:17ในขณะที่ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน มันจะยาวกว่ามากและเปิดกว้างกว่าเล็กน้อย
a lot longer ... a little bit more: ความแตกต่างที่มากและน้อย
ทั้ง a lot และ a little bit วางหน้ารูปขั้นกว่าเพื่อบอกว่าความแตกต่างมากน้อยเพียงใด a lot longer หมายถึงความยาวต่างกันมาก ส่วน a little bit more open หมายถึงระดับความเปิดต่างกันเพียงเล็กน้อย รูปแบบคือ a lot + ขั้นกว่า และ a little bit + ขั้นกว่า long เปลี่ยนเป็น longer ส่วน open ใช้ more open ในการเปรียบเทียบ คำว่า and เชื่อมความแตกต่างสองอย่างที่มีระดับไม่เท่ากันไว้ด้วยกัน
แบบฝึกหัด
ใช้ a lot สำหรับความแตกต่างที่มาก และใช้ a little bit สำหรับความแตกต่างที่น้อย: This road is ____ longer but ____ more scenic.
ดูคำตอบ
a lot · a little bit
Now the final thing you're going to learn today is the flap t. ลำดับความ
4:44และสิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้เรียนในวันนี้คือเสียง flap t
ตอนนี้ สิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้เรียนวันนี้
Now บอกว่าบทเรียนกำลังจะไปยังส่วนถัดไป ส่วน the final thing บอกผู้ฟังว่าเหลือหัวข้อให้เรียนอีกเพียงหัวข้อเดียว และ you're going to learn today ระบุว่าหัวข้อนั้นอยู่ในบทเรียนของวันนี้ ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำบอกทางในการจัดข้อมูล ครูใช้ก่อนจะบอกชื่อหัวข้อสุดท้าย วลีนี้เป็นการเริ่มส่วนสุดท้าย ไม่ได้หมายความว่าส่วนนั้นจบไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าผู้พูดกำลังแนะนำหัวข้อสุดท้ายที่จะเรียนในวันนี้
- Now one useful thing you learned yesterday was how to check your answer.
- Now the first thing you're going to learn today is how to check your answer.
- Now the final thing you're going to learn today is how to check your answer.
ดูคำตอบ
Now the final thing you're going to learn today is how to check your answer.
This is when you say the t sound almost like a d. โน้ต
4:48นี่คือตอนที่คุณออกเสียงตัว t ให้คล้ายกับตัว d
This is when + สถานการณ์หนึ่ง
This ย้อนกลับไปกล่าวถึง flap t ที่เพิ่งพูดถึง ส่วน when ใช้เริ่มอธิบายสถานการณ์ที่นิยามปรากฏการณ์นี้ นั่นคือปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อผู้พูดออกเสียง t จนเกือบฟังเหมือน d ในการอธิบาย This is when + อนุประโยค หมายถึง “นี่คือสถานการณ์ที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น” when สามารถใช้บอกเงื่อนไขหรือสถานการณ์ได้ ไม่ได้บอกเฉพาะเวลาตามนาฬิกา
แบบฝึกหัด
ครูเพิ่งบอกชื่อขั้นตอนหนึ่งในการทดลอง ประโยคใดบอกว่าขั้นตอนนั้นเกิดขึ้นเมื่อน้ำเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง แทนที่จะบอกเหตุผลหรือสถานที่
- This is where the water begins to freeze.
- This is when the water begins to freeze.
- This is why the water begins to freeze.
ดูคำตอบ
This is when the water begins to freeze.
almost like: คล้ายกันมาก แต่ไม่เหมือนกันทุกประการ
Almost like หมายถึงสิ่งหนึ่งคล้ายกับอีกสิ่งมาก แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ในประโยคนี้ เสียง t ใกล้เคียงกับเสียง d โดยไม่ได้บอกว่าเป็นเสียง d แบบเดียวกันเป๊ะ ใช้ almost like หน้าคำนามหรือกลุ่มคำนามเมื่อต้องการเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง คำว่า almost ช่วยให้ข้อความไม่ฟันธงเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “คล้ายกันมาก แต่ไม่เหมือนกันทุกประการ” ลงในประโยค: The new drink tastes ____ orange juice.
ดูคำตอบ
almost like
very, very: เน้นระดับด้วยการพูดซ้ำ
การพูด very ซ้ำช่วยเพิ่มระดับความหมาย ในที่นี้ very, very ขยาย quickly และหมายถึง “เร็วอย่างยิ่ง” โดยเน้นมากกว่าการใช้ very เพียงครั้งเดียว รูปแบบคือ very, very + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ การพูดซ้ำเป็นวิธีเพิ่มน้ำหนักแบบภาษาพูดโดยตั้งใจ ไม่ได้สร้างความหมายใหม่อีกความหมายหนึ่งให้ very
แบบฝึกหัด
ประโยคใดพูด very ซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการพูด?
- Please walk very slowly on the ice.
- Please walk very, very slowly on the ice.
- Please walk quickly on the ice.
ดูคำตอบ
Please walk very, very slowly on the ice.
and this is more of a feature of American English. วลี
4:58และนี่คือลักษณะเด่นของภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
more of a feature of American English: ลักษณะที่พบในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่า
More of a feature of American English หมายความว่าเสียงที่กำลังอธิบายเป็นลักษณะเฉพาะของภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่ารูปแบบภาษาอังกฤษแบบบริติชที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าเสียงนี้มีเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันเท่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be more of a feature of + กลุ่ม รูปแบบ หรือบริบท คำว่า more of ทำให้การจัดประเภทไม่ตายตัวเกินไป และบอกว่าลักษณะนั้นเอนเอียงไปทางหมวดนั้นมากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเดียวกับในบทเรียน: This kind of abbreviation is ____ text messages.
ดูคำตอบ
more of a feature of
So you have city where we pronounce the t more clearly in British English ไวยากรณ์
5:01ในขณะที่คุณมีคำว่า city ที่เราจะออกเสียงตัว t ให้ชัดเจนกว่าในสำเนียงบริติช
where we pronounce...: where ที่หมายถึง “ในตัวอย่างนี้”
where ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง แต่เชื่อม city เข้ากับรายละเอียดของตัวอย่างนั้น กล่าวคือ ในคำนี้ ผู้พูดภาษาอังกฤษแบบบริติชจะออกเสียง t ชัดกว่า เมื่ออยู่หลังคำนามที่หมายถึงตัวอย่าง กรณี สถานการณ์ หรือระบบ where อาจมีความหมายว่า in which หรือ “ในตัวอย่างนั้น” ได้ ในการสอนด้วยการพูด แม้แต่คำอย่าง city ก็สามารถนำเสนอเป็นตัวอย่างด้วยโครงสร้างนี้ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ where ในความหมายว่า “ในตัวอย่างหรือสถานการณ์นี้” ไม่ใช่สถานที่จริง?
- This is the room where we read.
- This is an example where the final letter is silent.
- Where did you put the dictionary?
ดูคำตอบ
This is an example where the final letter is silent.
which sounds more like a d sound: การเพิ่มข้อมูลเสริม
ใน which sounds more like a d sound คำว่า which ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ หรืออนุประโยคที่ให้ข้อมูลเสริม โดยย้อนกลับไปกล่าวถึงการออกเสียง city ที่เพิ่งยกตัวอย่าง และเพิ่มข้อสังเกตว่าเสียงนั้นฟังดูอย่างไร เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านี่เป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่ข้อมูลที่จำเป็นต่อการระบุว่าหมายถึงตัวอย่างใด โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมความคิดเห็นเข้ากับคำนาม วลี หรือแนวคิดทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + which เพื่อเพิ่มความคิดเห็นเกี่ยวกับแอปที่ระบุไว้แล้ว?
- I tried the new app, which was easy to use.
- Which new app was easy to use?
- I tried the new app because it was easy to use.
ดูคำตอบ
I tried the new app, which was easy to use.
but this is actually: การแก้ไขความประทับใจแรก
But แสดงว่าข้อมูลถัดไปขัดกับความประทับใจก่อนหน้า This หมายถึงเสียงที่กำลังพูดถึง และ is actually ใช้บอกชื่อที่แม่นยำกว่าของเสียงนั้น คือ flap t ในที่นี้ actually ไม่ได้หมายถึงเพียง “ที่จริงแล้ว” แต่บอกผู้ฟังว่าคำอธิบายแรกเป็นเพียงสิ่งที่รู้สึกหรือได้ยิน และคำอธิบายถัดไปคือข้อมูลที่แก้ไขแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ It looks/sounds like A, but this is actually B.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ but this is actually ... เพื่อแก้ไขความประทับใจแรกอย่างเป็นธรรมชาติ?
- It looks like glass, but actually this looks like glass.
- It looks like glass, so this is actually clear plastic.
- It looks like glass, but this is actually clear plastic.
ดูคำตอบ
It looks like glass, but this is actually clear plastic.
the flap ใน flap t
ในคำศัพท์ flap t คำว่า flap หมายถึงการที่ปลายลิ้นแตะอย่างรวดเร็วและเบามากหนึ่งครั้ง ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เสียง /t/ ในบางคำมักออกเสียงด้วยวิธีนี้ ในที่นี้ the flap หมายถึงรูปแบบการออกเสียงเฉพาะที่กำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนที่เปิดปิดได้ซึ่งติดอยู่กับสิ่งของ หรือการสะบัดไปมาซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนการออกเสียงนี้ the flap หมายถึงอะไร?
- คำศัพท์ด้านการออกเสียงที่หมายถึงการแตะลิ้นอย่างรวดเร็วมาก
- ชิ้นส่วนที่เปิดปิดได้ซึ่งติดอยู่กับสิ่งของ
- การสะบัดไปมาซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ
คำศัพท์ด้านการออกเสียงที่หมายถึงการแตะลิ้นอย่างรวดเร็วมาก
It's not X, it's not Y, it's Z: ปฏิเสธสองครั้งแล้วแก้ให้ถูก
โครงสร้าง It's not X, it's not Y, it's Z ปฏิเสธความเป็นไปได้สองอย่างก่อน แล้วจึงให้คำตอบที่ผู้พูดต้องการ การพูด It's not ซ้ำทำให้การปฏิเสธแต่ละอย่างชัดเจน และประโยคบอกเล่าสุดท้ายชี้ว่า Z คือคำแก้ที่ถูกต้อง ในที่นี้ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบการออกเสียง คำว่า city ที่เขียนไว้สองครั้งแทนวิธีออกเสียงที่ต่างกัน โครงสร้างนี้จึงพาผู้ฟังจากเสียงที่ถูกตัดออกไปสู่เสียงเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย It's not X, it's not Y, it's Z ให้สมบูรณ์: ____ a square, ____ a circle, it's a triangle.
ดูคำตอบ
It's not · it's not
It's better to + กริยารูปพื้นฐาน สำหรับให้คำแนะนำ
ใช้ It's better to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่าการกระทำหนึ่งเป็นตัวเลือกที่ฉลาดกว่า ปลอดภัยกว่า หรือเหมาะสมกว่า ในประโยคนี้ drink เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ later บอกว่าควรทำเมื่อไรจึงจะดีกว่า better เปรียบเทียบการกระทำนี้กับอีกทางเลือกหนึ่ง แม้จะไม่ได้พูดอีกทางเลือกออกมาตรง ๆ รูปแบบนี้มักใช้ให้คำแนะนำ ไม่ใช่ออกคำสั่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: The path is wet, so ____ walk slowly.
ดูคำตอบ
it's better to
As a side note สำหรับเกริ่นข้อมูลเสริมที่เกี่ยวข้อง
As a side note เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เกริ่นข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับหัวข้อปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ใจความสำคัญ เป็นสัญญาณให้ผู้ฟังมองข้อมูลถัดไปว่าเป็นรายละเอียดเสริม วลีนี้ทำหน้าที่เหมือนป้ายบอกทาง โดยผู้พูดออกจากเนื้อหาหลักชั่วครู่ แต่ไม่ได้ประกาศว่าจะเริ่มหัวข้อใหม่ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ผู้พูดต้องการเพิ่มข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องแต่ไม่จำเป็น โดยไม่เปลี่ยนหัวข้อหลัก ประโยคใดระบุว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลแทรก
- On another note, the library also has a small garden.
- As a side note, the library also has a small garden.
- The main point is that the library also has a small garden.
ดูคำตอบ
As a side note, the library also has a small garden.
Brits: คำไม่เป็นทางการที่หมายถึง British people
Brits เป็นคำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง British people หรือผู้คนจากสหราชอาณาจักร รูปเอกพจน์คือ a Brit ในประโยคนี้ Brits ระบุกลุ่มคนที่กำลังพูดถึงลักษณะการออกเสียง คำนี้หมายถึงผู้คน ไม่ใช่สำเนียงบริติชหรือตัวประเทศเอง
แบบฝึกหัด
เติมคำนามพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการที่เรียนในข้อนี้และหมายถึง British people ลงในประโยค: Several ____ joined the tour.
ดูคำตอบ
Brits
or water, better, which sounds more Australian,
6:02หรือ water, better แบบนั้น ซึ่งจะฟังดูคล้ายสำเนียงออสเตรเลียมากกว่า
what we tend to do is use the glottal t instead. โน้ต
6:05แต่สิ่งที่เรามักจะทำคือ การใช้เสียง glottal t แทน
what we tend to do is use: ใช้เกริ่นถึงวิธีที่ทำเป็นประจำ
What we tend to do is... ใช้เกริ่นถึงการกระทำที่ทำเป็นปกติหรือโดยทั่วไป tend to ทำให้คำกล่าวเบากว่า always เพราะยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น อนุประโยค what ใน what we tend to do ทำหน้าที่ตั้งหัวข้อก่อน หลัง is ผู้พูดบอกการกระทำหลักด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น use the glottal t instead โครงสร้างเน้นข้อมูลนี้พาผู้ฟังจากนิสัยทั่วไปไปสู่วิธีที่เฉพาะเจาะจง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำ
- What we tend to do is packed our bags the night before.
- What we tend to do is packing our bags the night before.
- What we tend to do is pack our bags the night before.
ดูคำตอบ
What we tend to do is pack our bags the night before.
the glottal t: การทำให้เกิด /t/ ที่ช่องสายเสียง
glottal t คือวิธีออกเสียง /t/ โดยปิดช่องสายเสียงในลำคอชั่วขณะ มักแทนด้วย /ʔ/ และอาจฟังคล้ายเสียงสะดุดหรือหยุดสั้น ๆ แทนที่จะเป็น /t/ ที่ปล่อยเสียงชัดเจนด้วยลิ้น ในที่นี้ ผู้พูดใช้คำนี้เรียกการออกเสียงอีกแบบที่พวกเขามักเลือกใช้ คำนี้เป็นชื่อของวิธีทำให้เกิดเสียง ไม่ใช่ตัวอักษรใหม่ และไม่ได้หมายความว่า t ทุกตัวที่เขียนไว้ต้องออกเสียงแบบนี้
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนการออกเสียง the glottal t หมายถึงอะไร?
- กฎที่ทำให้ t ทุกตัวที่เขียนไว้ไม่ออกเสียง
- เสียง /t/ ที่เกิดจากการปิดช่องสายเสียงชั่วขณะ
- ชื่ออย่างเป็นทางการของตัวอักษร t
ดูคำตอบ
เสียง /t/ ที่เกิดจากการปิดช่องสายเสียงชั่วขณะ
So this is when you pronounce the t here instead of in your mouth. ไวยากรณ์
6:08มันคือการออกเสียง t ตรงนี้ (ในลำคอ) แทนที่จะเป็นในช่องปาก
instead of in your mouth: ระบุตัวเลือกที่ถูกแทนที่
instead of ใช้นำหน้าตัวเลือก การกระทำ หรือสถานการณ์ที่ไม่ได้ใช้เพราะมีอีกสิ่งหนึ่งมาแทนที่ ในโครงสร้าง A instead of B ส่วน B คือตัวเลือกที่ถูกตัดออกหรือถูกแทนที่ ในที่นี้ in your mouth เป็นวลีบุพบทที่ตามหลัง instead of และบอกตำแหน่งการออกเสียงที่นำมาเปรียบเทียบกับ here โครงสร้างเดียวกันนี้ตามด้วยคำนาม รูป -ing หรือวลีบุพบทได้ เช่น instead of milk, instead of walking, instead of at home
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ลงท้ายด้วย of และหมายถึง “ใช้แทน”: Use a pencil ____ a pen.
ดูคำตอบ
instead of
So the sentence it's better to drink water later
6:20ดังนั้นประโยคที่ว่า it's better to drink water later
if ..., then they probably ...: คาดเดาจากเบาะแส
ส่วน if คือ if you hear someone speaking like that ใช้บอกเบาะแส ส่วนที่ตามด้วย then ใช้บอกข้อสรุปว่า คนนั้นน่าจะมาจากสหราชอาณาจักร เบาะแสช่วยสนับสนุนข้อสรุป แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุของข้อสรุปนั้น probably แสดงว่าข้อสรุปยังไม่แน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ If + เบาะแส, (then) + ประธาน + probably/may/might + ข้อสรุป โดย then ช่วยบอกผลของการให้เหตุผลอย่างชัดเจน แต่ในภาษาอังกฤษทั่วไปมักละไว้ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ if ..., then ... เพื่อคาดเดาข้อสรุปจากเบาะแส?
- The office is dark because the paint is black.
- If the office is dark, then everyone probably went home.
- If the office is dark, then turn on the lights.
ดูคำตอบ
If the office is dark, then everyone probably went home.
And that is the end of today's English pronunciation lesson.
6:33และนี่ก็คือจุดสิ้นสุดของบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษในวันนี้
and remember the rules that you learned in today's lesson,
6:40และจดจำกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ได้เรียนในบทเรียนวันนี้
you can download a free PDF version of today's lesson notes
6:43คุณสามารถดาวน์โหลดบันทึกบทเรียนของวันนี้ในรูปแบบ PDF ได้ฟรี
To help you ..., you can download: บอกจุดประสงค์ก่อนเสนอแนะ
วลีเปิด To help you improve ... and remember ... เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดการกระทำที่ตามมาจึงมีประโยชน์ ส่วนประโยคหลัก you can download ... บอกการกระทำที่แนะนำ ภายในวลีบอกจุดประสงค์ help ตามด้วย you + กริยารูปพื้นฐาน improve และ remember โดย and เชื่อมสองเป้าหมายเข้าด้วยกัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ To + กริยารูปพื้นฐาน + รายละเอียดจุดประสงค์, ประธาน + can + กริยารูปพื้นฐาน + การกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ To help you ..., you can ... ให้ถูกต้อง: ____ you remember the rule, ____ write one example.
ดูคำตอบ
To help · you can
as well as receive a free audio version of today's lesson
6:47รวมถึงรับไฟล์เสียงของบทเรียนวันนี้ไปฟรีๆ
if you'd like to see more videos to help you improve your English pronunciation
6:56หากคุณอยากดูวิดีโอเพิ่มเติมที่จะช่วยให้คุณพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษได้
and hit the like button if you have learned something new today. โน้ต
7:00และกดปุ่มไลก์หากคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในวันนี้
hit the like button: การขอให้ผู้ชมกดถูกใจ
ในประโยคนี้ hit the like button หมายถึง “คลิกหรือแตะปุ่มถูกใจ” บนแพลตฟอร์มวิดีโอ คำว่า hit ใช้อย่างไม่เป็นทางการในความหมายว่ากดหรือเลือกปุ่มควบคุม ไม่ได้หมายถึงตีปุ่ม วลีนี้เป็นคำชวนที่ตรงไปตรงมาและเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้ชมแสดงว่าชอบหรือเห็นว่าวิดีโอมีประโยชน์ด้วยการกดถูกใจ
แบบฝึกหัด
ในตอนจบของวิดีโอออนไลน์แบบเป็นกันเอง hit the like button ขอให้ผู้ชมทำอะไร
- พิมพ์คำว่า like ในความคิดเห็น
- ใช้มือตีหน้าจอ
- คลิกหรือแตะปุ่มถูกใจ
ดูคำตอบ
คลิกหรือแตะปุ่มถูกใจ
have learned ... today: ผลการเรียนรู้จนถึงตอนนี้
Have learned เป็นรูป present perfect โดยมีโครงสร้าง have + กริยาช่อง 3 ในที่นี้รูปดังกล่าวมองย้อนตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ของวันนี้มาจนถึงตอนนี้ และถามว่าผู้ชมได้รับความรู้ใหม่หรือไม่ Today ใช้กับ present perfect ได้ เพราะผู้พูดมองว่าวันนี้เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่จบ จุดสำคัญคือผลที่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่เวลาที่แน่นอนว่าเรียนรู้เมื่อใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ในวันที่ยังไม่จบได้ชัดเจนที่สุด
- I have learned three useful expressions today.
- I am learning three useful expressions every day.
- I learned three useful expressions yesterday.
ดูคำตอบ
I have learned three useful expressions today.
Thank you very much for watching and I'll see you in the next lesson. วลี
7:03ขอบคุณมากที่รับชม แล้วพบกันใหม่ในบทเรียนหน้านะ
I'll see you in the next lesson ในฐานะคำปิดท้ายบทเรียน
ในที่นี้ I'll see you in the next lesson เป็นคำปิดท้ายที่เป็นมิตร หมายถึง “เราจะพบกันอีกในบทเรียนหน้า” see ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าผู้พูดสัญญาว่าจะมองผู้ชมทุกคน แต่ทั้งวลีทำหน้าที่เหมือนคำว่า “แล้วพบกันใหม่” การกล่าวถึง the next lesson ช่วยปิดบทเรียนปัจจุบันและบอกว่าหลักสูตรยังมีบทเรียนต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมคำปิดท้ายมาตรฐานของหลักสูตรที่ยังมีบทเรียนต่อ: Thank you for watching, and ____.
ดูคำตอบ
I'll see you in the next lesson
and then I will say it in a really, really bad American accent. น้ำเสียง/เจตนา
7:16จากนั้นฉันจะพูดด้วยสำเนียงอเมริกันที่แย่มากๆ ให้ฟัง
first ... and then ... เพื่อแสดงลำดับขั้นตอน
ในประโยคนี้ first ระบุว่าการพูดด้วยภาษาอังกฤษแบบบริติชเป็นขั้นตอนแรก ส่วน and then นำเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คือการพูดด้วยสำเนียงอเมริกัน คำบอกลำดับเหล่านี้ทำให้ผู้ฟังรู้ชัดว่าการสาธิตจะดำเนินไปตามลำดับใด สามารถนำลำดับนี้ไปใช้ได้อีกในรูปแบบ การกระทำแรก + first, and then + การกระทำที่สอง หากทั้งสองการกระทำมีประธานเดียวกัน อาจกล่าวซ้ำเหมือนใน I will ... and then I will ... หรือละประธานตัวที่สองเมื่อความหมายชัดเจนก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมลำดับด้วย first และ then: I will check the instructions ____, and ____ I will begin the task.
ดูคำตอบ
first · then
really, really bad: การเน้นอย่างมากและการพูดล้อตัวเอง
ใน really, really bad การพูด really ซ้ำทำให้ bad มีน้ำหนักแรงขึ้นมาก ผู้พูดหมายความว่าการเลียนแบบของตนจะแย่มาก ไม่ใช่แค่ไม่สมบูรณ์นิดหน่อย เพราะผู้พูดกำลังวิจารณ์ความพยายามของตัวเอง ถ้อยคำที่แรงจึงฟังเป็นการล้อตัวเองแบบขำ ๆ ช่วยลดความคาดหวังและแสดงว่าการเลียนแบบนี้ไม่ได้ตั้งใจตัดสินสำเนียงอเมริกันอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ตัดสินสถานการณ์นี้: คุณพูดกับคนที่เพิ่งรู้จักว่า “Your accent is really, really bad.” โดยทั่วไปแล้ว นี่เป็นคำพูดเล่นที่ปลอดภัยและไม่เสี่ยงทำให้ไม่พอใจ
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด