บุกหลังสนาม Fenway Park กับ CFO ของ Boston Red Sox | Business Insider: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
865 คำ 242 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ที่ Fenway Park Willy ถาม CFO ของ Red Sox เรื่องการเงิน แมวมองทั่วโลก การเดินทาง และการจัดรถเช่า 150–200 คันสำหรับการฝึกฤดูใบไม้ผลิ พร้อมพูดเล่นว่าตนควรได้เข้าทีม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. not to brag, — วัจนปฏิบัติและท่าที: สังเกตคำเกริ่นที่ลดการโอ้อวด หรือกลับเน้นการอวดอย่างขบขันและประชด 2. come up with — กริยาวลี: ที่นี่หมายถึงหาทางจัดหารถให้ได้ และใช้กับการหาแนวคิด ทางออก เงิน หรือทรัพยากรได้ 3. got the inside scoop on — สำนวน: เข้าใจและใช้รูปแบบไม่เป็นทางการนี้กับข้อมูลวงในเกี่ยวกับทีม บริษัท หรือหัวข้อหนึ่ง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hi, I'm Willy Appelman.

0:00

สวัสดีครับ ผม Willy Appelman

I am in Boston today.

0:01

วันนี้ผมอยู่ที่บอสตัน

I'm heading to Fenway Park.

0:03

ผมกำลังมุ่งหน้าไป Fenway Park

I'm going to be meeting with the CFO of the Red Sox. โน้ต

0:04

ผมจะไปพบ CFO ของ Red Sox

ไวยากรณ์

going to be meeting with: กิจกรรมในอนาคตที่กำหนดไว้แล้ว

ในประโยคนี้ am going to be meeting with ผสมโครงสร้าง be going to กับรูปต่อเนื่อง be meeting โดยวางการพบกันไว้ในอนาคต และนำเสนอว่าเป็นกิจกรรมที่จัดไว้แล้วหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นตามตารางของผู้พูด ส่วน meeting ในที่นี้เป็นคำกริยา โครงสร้าง be going to be + -ing ใช้บอกล่วงหน้าว่าใครจะกำลังทำอะไรในอนาคต เมื่อเทียบกับ I'll... ที่เป็นการตัดสินใจทันที โครงสร้างนี้ฟังดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่มีอยู่แล้วมากกว่า และไม่ได้หมายความว่าการพบกันกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be going to be + -ing จากบทเรียน การนัดหมายถูกกำหนดไว้แล้ว: Tomorrow at ten, I'm ____ the regional director.

ดูคำตอบ

going to be meeting with

วัฒนธรรม

CFO: chief financial officer หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน

CFO เป็นอักษรย่อของ chief financial officer หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงที่กำกับดูแลการเงินขององค์กร โดยมักครอบคลุมงบประมาณ การวางแผนทางการเงิน การรายงาน เงินสด และความเสี่ยง ในที่นี้ชื่อตำแหน่งบอกว่าการสัมภาษณ์เกี่ยวข้องกับเรดซอกซ์ในฐานะองค์กรธุรกิจ ไม่ใช่หน้าที่ด้านการฝึกซ้อมของผู้เล่น ขอบเขตงานจริงแตกต่างกันในแต่ละองค์กร และการมีตำแหน่ง CFO เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้คัดเลือกหรือรับสมัครผู้เล่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ CFO หมายถึงบุคคลในตำแหน่งใด

  1. โค้ชที่เลือกผู้เล่นตัวจริง
  2. ผู้บริหารที่กำกับดูแลการเงินขององค์กร
  3. ผู้เล่นที่ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีม
  4. ผู้บรรยายที่รายงานการแข่งขัน
ดูคำตอบ

ผู้บริหารที่กำกับดูแลการเงินขององค์กร

We're going to be talking about the business side of baseball. วัฒนธรรม

0:07

เราจะคุยกันเรื่องแง่มุมทางธุรกิจของเบสบอล

วัฒนธรรม

The business side of baseball: แง่มุมทางธุรกิจนอกสนาม

ในที่นี้ the business side of baseball หมายถึงงานนอกสนามที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์กรเบสบอลอาชีพ เช่น การเงิน การจัดบุคลากร การเดินทาง และการดำเนินงาน คำว่า side หมายถึงแง่มุมหนึ่งของหัวข้อ ไม่ใช่ด้านทางกายภาพ วลีนี้กำหนดกรอบหัวข้อว่าเป็นเรื่องการบริหารเบสบอลในฐานะองค์กร ไม่ใช่วิธีเล่นเกมในสนาม

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. งานด้านการเงินและการบริหารองค์กรเบสบอลนอกสนาม
  2. เฉพาะเทคนิคที่ผู้เล่นใช้ระหว่างการแข่งขัน
  3. ด้านของสนามที่สำนักงานธุรกิจของทีมตั้งอยู่
ดูคำตอบ

งานด้านการเงินและการบริหารองค์กรเบสบอลนอกสนาม

Also, I brought my mitt,

0:09

แล้วผมก็เอาถุงมือเบสบอลมาด้วย

just in case you're looking for players with little to no baseball experience. วลี

0:12

เผื่อว่าคุณกำลังมองหาผู้เล่นที่มีประสบการณ์เบสบอลน้อยมากหรือไม่มีเลย

วลี

Just in case: เตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้

just in case อธิบายว่าทำไมคนคนหนึ่งจึงเตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า กล่าวคือ เขาเตรียมตอนนี้เพราะสถานการณ์บางอย่างอาจเกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคนี้ การนำถุงมือมาคือการเตรียมรับความเป็นไปได้อันน้อยนิดที่อาจต้องการผู้เล่น จึงทำให้คำพูดมีน้ำเสียงขบขัน วลีนี้ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น เพียงนำเสนอว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ควรเตรียมรับมือไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ทำไว้เป็นการป้องกันเพราะเรื่องนี้อาจเกิดขึ้น” ลงในประโยค: I saved a copy offline ____ the internet stopped working.

ดูคำตอบ

just in case

วลี

little to no สำหรับช่วงที่ใกล้ศูนย์

“little to no” ย่อช่วงความหมายตั้งแต่มีอยู่น้อยมากไปจนถึงไม่มีเลยให้เป็นวลีสั้น ๆ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยายคำนามนับไม่ได้ “baseball experience” จึงสื่อว่าผู้พูดแทบไม่มีประสบการณ์ และอาจไม่มีเลยก็ได้ รูปแบบ little to no + คำนามนับไม่ได้ เป็นวิธีสั้นกระชับในการครอบคลุมทั้งกรณีที่มีเกือบเป็นศูนย์และไม่มีเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสั้น ๆ ที่หมายถึง “แทบไม่มีหรือไม่มีเลย”: The mountain trail has ____ shade at midday.

ดูคำตอบ

little to no

But first, I got to get my rental car. ไวยากรณ์

0:15

แต่ก่อนอื่น ผมต้องไปรับรถเช่าก่อน

ไวยากรณ์

got to get สำหรับบอกหน้าที่แบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ got to ทำหน้าที่เหมือน have to คือผู้พูดบอกว่าการไปรับรถเช่าเป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็น ส่วน get ตัวที่สองเป็นกริยาหลัก หมายถึง “เอามา” หรือ “ไปรับ” ดังนั้นทั้งสองตำแหน่งจึงทำหน้าที่ต่างกัน ในภาษาพูดที่เป็นกันเองมาก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษแบบอเมริกันบางรูปแบบ ผู้พูดอาจใช้ I got to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกความจำเป็นในปัจจุบัน แผนในบริบทและคำว่า but first ชี้ว่าที่นี่เป็นความจำเป็น ไม่ใช่ความหมายในอดีตว่า “ได้มีโอกาสทำ”

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยินตรง ๆ ให้สังเกตว่า got to ที่ลดรูปแล้วตามด้วยกริยา get แยกอีกคำหรือไม่

  1. I got to get my rental car.
  2. I get to drive my rental car.
  3. I got my rental car.
ดูคำตอบ

I got to get my rental car.

Here we go.

0:17

ไปกันเลย

This process is super easy.

0:18

ขั้นตอนนี้ง่ายมาก

I already booked a mid-size car online with National, วลี

0:20

ผมจองรถขนาดกลางกับ National ทางออนไลน์ไว้แล้ว

วลี

booked a mid-size car: การจองรถตามประเภทขนาด

booked ในประโยคนี้เป็นคำกริยา หมายถึง “จองไว้ล่วงหน้า” รูปแบบที่เป็นธรรมชาติคือ book + a car/room/ticket ดังนั้น booked a ... car จึงหมายถึงการเตรียมรถไว้ก่อนรับรถ ไม่ได้หมายความว่าเริ่มใช้รถแล้ว mid-size เป็นชื่อประเภทรถเช่าที่อยู่ระหว่าง compact กับ full-size ดังนั้น booked a mid-size car จึงบอกทั้งการจองและประเภทรถที่เลือก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของวลี book a mid-size car: Before our trip, we ____ online so the vehicle would be ready at pickup.

ดูคำตอบ

booked a mid-size car

and since I'm an Emerald Club member,

0:22

และเพราะผมเป็นสมาชิก Emerald Club

not to brag, น้ำเสียง/เจตนา

0:24

ไม่ได้จะอวดนะ

I get to bypass the counter and head right to the Emerald aisle โน้ต

0:25

ผมเลยข้ามเคาน์เตอร์แล้วตรงไปยังโซน Emerald ได้เลย

น้ำเสียง/เจตนา

not to brag: คำเกริ่นที่แสดงว่ารู้ตัวว่าอาจฟังเหมือนอวด

not to brag เป็นคำเกริ่นสั้น ๆ ที่ใช้เมื่อผู้พูดกำลังจะกล่าวถึงข้อได้เปรียบหรือความสำเร็จของตนเอง ในที่นี้ผู้พูดแสดงว่ารู้ว่าสิทธิประโยชน์จากสมาชิกอาจฟังดูเหมือนการอวด มักพบในรูป Not to brag, but ... และสามารถแทรกเป็นข้อความเสริมกลางประโยคได้เหมือนตัวอย่างนี้ น้ำเสียงอาจทำให้ฟังดูถ่อมตัว ขี้เล่น หรือประชด แต่ไม่ได้ลบความรู้สึกว่าเป็นการอวด และอาจยิ่งทำให้ข้อมูลที่ตามมาเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

not to brag น่าจะทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: "Not to brag, but I made the winning shot"?

  1. หมายความว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำแต้มชัย
  2. ยอมรับแบบขำ ๆ ว่าผู้พูดอาจฟังดูเหมือนกำลังอวด
  3. ขอให้ผู้ฟังอย่าพูดถึงการแข่งขัน
ดูคำตอบ

ยอมรับแบบขำ ๆ ว่าผู้พูดอาจฟังดูเหมือนกำลังอวด

วลี

bypass the counter: ข้ามขั้นตอนบริการ

Bypass the counter หมายถึงการข้ามเคาน์เตอร์บริการที่ปกติมีพนักงานประจำและไปยังขั้นตอนถัดไปโดยตรง ในที่นี้ลูกค้าไม่ต้องทำขั้นตอนเช่ารถตามปกติที่เคาน์เตอร์ ในภาษาที่ใช้อธิบายกระบวนการ bypass + จุดตรวจ โต๊ะบริการ หรือขั้นตอน หมายถึงการละขั้นตอนนั้น เป็นการข้ามจุดหนึ่งในกระบวนการ ไม่ใช่เพียงเดินผ่านจุดนั้น

แบบฝึกหัด

แอปของโรงแรมช่วยให้แขกออกจากโรงแรมได้โดยไม่ต้องคุยกับพนักงาน ประโยคใดบอกว่าพวกเขาข้ามขั้นตอนบริการนั้น?

  1. The app lets guests go around the front desk.
  2. The app lets guests pass the front desk.
  3. The app lets guests bypass the front desk.
ดูคำตอบ

The app lets guests bypass the front desk.

and choose any car I want.

0:28

จากนั้นก็เลือกรถคันไหนก็ได้ตามใจ

ไวยากรณ์

get to + คำกริยา: โอกาสหรือสิทธิประโยชน์

ในที่นี้ get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีโอกาส ได้รับอนุญาต หรือได้รับสิทธิพิเศษให้ทำบางอย่าง” ผู้พูดสามารถข้ามเคาน์เตอร์และเลือกรถเองได้เพราะสมาชิกภาพมอบสิทธิพิเศษนี้ โครงสร้างนี้มักนำเสนอการกระทำว่าเป็นโอกาสที่น่ายินดีหรือมีข้อได้เปรียบ ไม่ได้หมายถึง “ไปถึง” และไม่ได้แสดงถึงหน้าที่ที่ต้องทำ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองคำที่นำเสนอกิจกรรมว่าเป็นสิทธิประโยชน์ลงในประโยค: Because we volunteered, we ____ visit the animal clinic behind the scenes.

ดูคำตอบ

get to

Let's go with this. กริยาวลี

0:31

เอาคันนี้แล้วกัน

กริยาวลี

ใช้ go with เพื่อเลือกหนึ่งตัวเลือก

ในบริบทที่กำลังเลือกนี้ go with หมายถึง “เลือก” หรือ “ตัดสินใจเอา” Let’s go with this คือการตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่กำลังชี้อยู่ ไม่ใช่การชวนให้เดินทางไปพร้อมกับยานพาหนะนั้น รูปแบบ go with + ตัวเลือก มีประโยชน์เมื่อพิจารณาความเป็นไปได้หลายอย่างแล้ว ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท ในสถานการณ์อื่น go with อาจหมายถึง “ไปกับ” หรือ “เข้ากัน” แต่เมื่อมีชุดตัวเลือกอยู่ตรงหน้า ความหมายเรื่องการเลือกจะเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เลือก” มีการเปรียบเทียบรถเช่าหลายคันแล้ว: “Let’s ____ the blue one.”

ดูคำตอบ

go with

Time for Fenway.

0:36

ได้เวลาไป Fenway แล้ว

Okay, I could definitely get used to this. วลี

0:51

โอเค ผมคงชินกับอะไรแบบนี้ได้ไม่ยาก

วลี

ใช้ get used to เพื่อบอกว่ากำลังค่อย ๆ ชิน

Get used to หมายถึง “ค่อย ๆ ชินกับ” โดยนำเสนอการปรับตัวว่าเป็นกระบวนการ ดังนั้น I could get used to this ตามความหมายตรงตัวคือผู้พูดสามารถค่อย ๆ รู้สึกสบายใจกับประสบการณ์ใหม่นี้ได้ ในที่นี้ บริบทที่น่าพอใจทำให้ could get used to this มีน้ำเสียงชื่นชมแบบขำ ๆ ผู้พูดชอบความสะดวกนี้อยู่แล้วและพูดเล่นว่าคงทำให้มันกลายเป็นเรื่องปกติได้ไม่ยาก ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น get used to the noise, get used to it, get used to working late.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get used to ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายกระบวนการปรับตัวที่ยังดำเนินอยู่?

  1. I'm getting used to wake up early.
  2. I used to waking up early.
  3. I'm getting used to waking up early.
ดูคำตอบ

I'm getting used to waking up early.

Hey Tim.

0:55

สวัสดี Tim

Hey Willy, how are you?

0:56

สวัสดี Willy เป็นยังไงบ้าง

Welcome to Fenway Park.

0:57

ยินดีต้อนรับสู่ Fenway Park

Yeah, I'm doing well.

0:58

ครับ ผมสบายดี

Oh, thank you so much.

0:59

โอ้ ขอบคุณมากครับ

This is so exciting.

0:59

น่าตื่นเต้นมากเลย

I just I'm just really um I'm ready,

1:01

ผม... ผมพร้อมจริง ๆ เอ่อ ผมพร้อมแล้ว

you know, I'm ready to be here.

1:05

คือว่า ผมพร้อมเต็มที่ที่จะมาอยู่ที่นี่

Yeah, I see I see you brought your glove.

1:06

ใช่ ผมเห็นว่าคุณเอาถุงมือมาด้วย

Yeah, just cuz I thought,

1:08

ใช่ครับ เพราะผมคิดว่า

you know, tomorrow's opening day, วัฒนธรรม

1:09

คุณก็รู้ พรุ่งนี้เป็นวันเปิดฤดูกาล

วัฒนธรรม

“opening day” ในกีฬาเบสบอล

ในบริบทเบสบอลนี้ opening day หมายถึงวันแรกที่ฤดูกาลใหม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ในเมเจอร์ลีกเบสบอล วันนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากและมักมีพิธีพิเศษ การเรียกวันพรุ่งนี้ว่า opening day ทำให้วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่อาจเป็นไปได้ก่อนการแข่งขันฤดูกาลปกติจะเริ่มขึ้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเวลาที่สนามเบสบอลเปิดในแต่ละวันหรือวันเปิดให้ประชาชนเข้าชม

แบบฝึกหัด

ในประโยค "tomorrow's opening day," opening day หมายถึงอะไร

  1. วันที่เปิดสนามเบสบอลให้ประชาชนเข้าชม
  2. วันแรกอย่างเป็นทางการของฤดูกาลเบสบอลใหม่
  3. เวลาที่สนามเบสบอลเปิดประตูทุกเช้า
ดูคำตอบ

วันแรกอย่างเป็นทางการของฤดูกาลเบสบอลใหม่

and if you guys need any extra players,

1:11

แล้วถ้าพวกคุณต้องการผู้เล่นเพิ่ม

I uh I'm ready to try out or audition or whatever it is. กริยาวลี

1:13

ผม เอ่อ พร้อมมาทดสอบหรือออดิชัน หรือจะเรียกว่าอะไรก็ได้

กริยาวลี

การคัดตัวเข้าทีมด้วย “try out for”

ในที่นี้ try out หมายถึงการเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกเพื่อแสดงว่าคุณเก่งพอที่จะเข้าร่วมทีม เมื่อระบุทีม บทบาท หรือตำแหน่งที่ต้องการ โครงสร้างปกติคือ try out for + คำนาม เช่น try out for the baseball team เมื่อ try out หมายถึงการทดลองบางสิ่ง วลีนี้เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เช่น try out a new bat หรือ try a new bat out โครงสร้างที่มีกรรมตรงนี้ไม่ใช่ความหมายเกี่ยวกับการคัดเลือกที่ใช้ในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อ”: Lena hopes to ____ the school volleyball team next week.

ดูคำตอบ

try out for

Okay, but you know, I don't I don't make those decisions. น้ำเสียง/เจตนา

1:17

โอเค แต่คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเรื่องนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

กำหนดขอบเขตอำนาจด้วย I don't make those decisions.

ในประโยคนี้ I don't make those decisions. หมายถึง “ฉันไม่ใช่ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่รับผิดชอบในการตัดสินใจเรื่องนั้น” make a decision เป็นกลุ่มคำที่ใช้คู่กันและแปลว่า “ตัดสินใจ” ไม่ได้หมายถึง “ผลิตการตัดสินใจ” ตามตัวอักษร ผู้พูดกล่าวถึงขอบเขตหน้าที่ของตนแทนที่จะประเมินว่าอีกฝ่ายเหมาะสมหรือไม่ จึงเป็นการปฏิเสธคำขอโดยรักษาหน้าของอีกฝ่ายไว้ ไม่ได้พูดว่า no ตรงๆ และไม่ได้ตัดสินตัวบุคคล

แบบฝึกหัด

คำตอบใดบอกอย่างสุภาพว่าการเลือกนั้นอยู่นอกอำนาจของผู้พูด โดยไม่ตัดสินผู้สมัคร

  1. I don't make those decisions.
  2. You're not qualified for the position.
  3. I refuse to help you.
  4. I'll make the final decision.
ดูคำตอบ

I don't make those decisions.

I'm I'm the CFO.

1:19

ผมเป็น CFO

Yeah, but you must have some influence. ไวยากรณ์

1:21

แต่คุณก็ต้องมีอิทธิพลอยู่บ้างสิ

ไวยากรณ์

must have some influence: การคาดคะเนปัจจุบันด้วย have + คำนาม

ในที่นี้ must แสดงข้อสรุปที่มั่นใจมาก โดยอิงจากสิ่งที่ผู้พูดเชื่อเกี่ยวกับตำแหน่งของอีกฝ่าย Have เป็นกริยาปกติที่แปลว่า “มี” และ some influence เป็นกรรมที่เป็นคำนาม ผู้พูดจึงกำลังบอกว่า “ฉันมั่นใจว่าตอนนี้คุณมีความสามารถที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์อยู่บ้างเป็นอย่างน้อย” นี่ไม่ใช่โครงสร้าง perfect แบบ must have + กริยาช่องสาม คำที่ตามหลัง have คือ some ไม่ใช่กริยาช่องสาม ดังนั้นโครงสร้างจึงเป็น must + have + นามวลี และเป็นการคาดคะเนเกี่ยวกับสภาวะในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You must have some influence” การตีความใดตรงกับไวยากรณ์และบริบท

  1. มีความเป็นไปได้สูงมากว่าตอนนี้คุณมีอิทธิพลอยู่บ้าง
  2. มีความเป็นไปได้สูงมากว่าคุณมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจนั้นในอดีต
  3. คุณอาจไม่มีอิทธิพลเลยก็ได้
  4. ในอดีตคุณถูกกำหนดให้ต้องไปมีอิทธิพลต่อบางสิ่ง
ดูคำตอบ

มีความเป็นไปได้สูงมากว่าตอนนี้คุณมีอิทธิพลอยู่บ้าง

Not as much as you would think about that. น้ำเสียง/เจตนา

1:23

อิทธิพลของผมในเรื่องนั้นไม่ได้มากอย่างที่คุณคิดหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Not as much as you would think: น้อยกว่าที่คาด

Not as much as you would think ใช้เปรียบเทียบระดับหรือปริมาณที่เป็นจริงกับระดับที่ผู้ฟังคาดไว้ หมายถึง “น้อยกว่าที่คุณน่าจะคิด” ไม่ได้หมายถึง “ไม่มีเลย” การขึ้นต้นด้วย Not ทำให้การแก้ความเข้าใจฟังดูอ้อมและนุ่มนวล ผู้พูดจึงไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานได้โดยไม่แข็งเหมือนการตอบ No ตรง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ not as much/many + as you would think

แบบฝึกหัด

คำตอบใดบอกอย่างนุ่มนวลว่าปริมาณจริงน้อยกว่าที่ผู้ฟังน่าจะคาด แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นศูนย์

  1. More than you would think.
  2. Not at all.
  3. About as much as you would think.
  4. Not as much as you would think.
ดูคำตอบ

Not as much as you would think.

Right.

1:28

จริงครับ

Right.

1:28

จริงครับ

Cool.

1:30

เจ๋ง

Yeah, yeah, yeah.

1:30

ครับ ครับ ครับ

So, as a CFO,

1:32

ในฐานะ CFO

what do you...

1:34

คุณ...

What does your day-to-day look like? วลี

1:34

แต่ละวันของคุณเป็นยังไงบ้าง

วลี

What does your day-to-day look like?: กิจวัตรประจำวันของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

ใน What does X look like? คำว่า look like สามารถใช้ขอให้อธิบายว่าสถานการณ์หนึ่งมีการจัดวางหรือดำเนินไปอย่างไร ไม่ได้ถามถึงรูปลักษณ์ภายนอกเสมอไป ในที่นี้ day-to-day หมายถึงกิจวัตรปกติ ผู้พูดจึงถามถึงงานที่ทำเป็นประจำและรูปแบบของวันทั่วไป ใช้โครงสร้าง What does X look like? เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบายบทบาท ตารางเวลา หรือกระบวนการได้อย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

ในการสัมภาษณ์งาน เมื่อมีคนถาม “What does your day-to-day look like?” เขาต้องการทราบอะไร

  1. เล่าว่าคุณทำอะไรในวันที่ผิดปกติวันหนึ่ง
  2. อธิบายงานและกิจวัตรตามปกติของคุณ
  3. อธิบายรูปลักษณ์ภายนอกของคุณ
  4. เลือกสิ่งของที่ดูดีที่สุด
ดูคำตอบ

อธิบายงานและกิจวัตรตามปกติของคุณ

What I love about my job is

1:36

สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับงานนี้คือ

I I have oversight of almost every aspect of the business, you know. การใช้คำ

1:37

ผมได้ดูแลธุรกิจแทบทุกด้านเลย

การใช้คำ

have oversight of: ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ

ในโครงสร้าง have oversight of + คำนาม คำว่า oversight หมายถึงความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการในการติดตาม ตรวจสอบ หรือกำกับงานด้านหนึ่ง โครงสร้างนี้สื่อว่าประธานมีหน้าที่ทำให้แน่ใจว่างานด้านนั้นได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ไม่ได้แปลว่าต้องลงมือทำทุกงานด้วยตนเอง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายขอบเขตหน้าที่กำกับดูแลที่กว้างขวางของผู้พูดทั่วทั้งธุรกิจ แม้ an oversight อาจหมายถึงข้อผิดพลาดที่เกิดจากการมองข้ามบางสิ่ง แต่ไม่ใช่ความหมายใน have oversight of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่ใช้ oversight ในความหมายว่ามีหน้าที่กำกับดูแล: As compliance director, Maya ____ all internal audits.

ดูคำตอบ

has oversight of

So, whether that's what we spend on employees, ลำดับความ

1:40

ไม่ว่าจะเป็นเงินที่เราใช้กับพนักงาน

what we spend on players,

1:42

เงินที่เราใช้กับผู้เล่น

ลำดับความ

การใช้ whether that's เพื่อจัดรายการตัวอย่าง

whether that's + นามวลีหรืออนุประโยค สามารถใช้เกริ่นกรณีที่เป็นไปได้หนึ่งกรณีหรือหลายกรณีซึ่งอยู่ภายใต้ข้อความที่กว้างกว่า ในการใช้เพื่อจัดระเบียบข้อมูลแบบนี้ whether เชื่อมหมวดหมู่ทั่วไปเข้ากับตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ส่วน that's ย้อนอ้างถึงกรณีหรือกิจกรรมที่กำลังพูดถึง ในที่นี้ โครงสร้างนี้ไม่ได้สร้างคำถาม และผู้พูดไม่จำเป็นต้องเสนอคู่ตัวเลือก whether ... or โดยทันที ทางเลือกต่าง ๆ สามารถค่อย ๆ ปรากฏเป็นรายการในวลีหรือประโยคต่อ ๆ ไปได้

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอรายการต่าง ๆ ว่าเป็นรูปแบบการสนับสนุนที่เป็นไปได้: We can help in several ways, ___ offering advice, finding a tutor, or adjusting the schedule.

  1. because of
  2. whether that's
  3. instead of
ดูคำตอบ

whether that's

what we spend, you know, on travel,

1:44

เงินที่เราใช้กับการเดินทาง

what we spend on technology,

1:45

เงินที่เราใช้กับเทคโนโลยี

you know, it's a complicated business

1:48

คุณก็รู้ว่ามันเป็นธุรกิจที่ซับซ้อน

with hundreds of employees around the world.

1:49

และมีพนักงานหลายร้อยคนทั่วโลก

What's your favorite part about the job?

1:52

ส่วนไหนของงานที่คุณชอบที่สุด

Well, I would say that my favorite part is น้ำเสียง/เจตนา

1:54

ผมคงต้องบอกว่าส่วนที่ชอบที่สุดคือ

that every day's different, you know.

1:55

ทุกวันไม่เหมือนกันเลย

น้ำเสียง/เจตนา

I would say that: การทำให้ความคิดเห็นส่วนตัวฟังดูอ่อนลง

ในประโยคนี้ I would say that ทำหน้าที่นำเสนอคำตอบว่าเป็นการตัดสินส่วนตัวที่ผู้พูดได้ไตร่ตรองแล้ว วลีนี้ลดความหนักแน่นของ my favorite part is... ลงเล็กน้อย จึงทำให้คำตอบฟังดูรอบคอบแทนที่จะเป็นข้อสรุปแบบเด็ดขาด would ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขสมมติหรือผลลัพธ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง กรอบประโยคนี้สามารถใช้ก่อนความคิดเห็นหรือการประเมินเพื่อสื่อว่า “นี่คือการตัดสินของฉัน แต่ฉันไม่ได้เสนอว่าเป็นคำตอบเดียวที่ไม่มีใครโต้แย้งได้”

แบบฝึกหัด

เติมกรอบประโยคเป้าหมายเพื่อให้การประเมินฟังดูเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่อ่อนลง: ____ the blue design is easier to read.

ดูคำตอบ

I would say that

We're we're constantly looking for ways to serve our fans better. วลี

1:56

เรามองหาวิธีดูแลแฟน ๆ ให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ

วลี

looking for ways to: การค้นหาวิธีเพื่อบรรลุเป้าหมาย

Looking for ways to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการพยายามค้นหาวิธีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างจริงจัง ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการให้บริการแฟน ๆ ได้ดียิ่งขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ look for ways to + คำกริยารูปพื้นฐาน โดยรูปของ look จะเปลี่ยนตามกาลและประธาน วลีนี้เป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการปรับปรุง การแก้ปัญหา และกลยุทธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “พยายามค้นหาวิธีอย่างจริงจัง”: Our library is ____ make its website easier for children to use.

ดูคำตอบ

looking for ways to

We're constantly looking for ways to be innovative.

1:58

เรามองหาวิธีสร้างนวัตกรรมอยู่เสมอ

It's it's exciting and it's never boring.

2:01

มันน่าตื่นเต้นและไม่เคยน่าเบื่อ

How how do you find,

2:03

แล้วคุณหา...

not again, I'm not asking for me,

2:04

ขอย้ำอีกทีนะ ผมไม่ได้ถามให้ตัวเอง

I'm asking for a friend, น้ำเสียง/เจตนา

2:06

ผมถามให้เพื่อน

how do you find new players?

2:07

คุณหาผู้เล่นใหม่กันยังไง

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ asking for a friend เป็นข้ออ้างแบบขำ ๆ

ในประโยคนี้ I'm asking for a friend แสร้งทำเหมือนว่าคำถามของผู้พูดเป็นเรื่องของคนอื่น เนื่องจากผู้พูดแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมไปแล้ว วลีนี้จึงเป็นมุกที่ใช้ปิดบังความสนใจส่วนตัวและหลีกเลี่ยงความเขินอาย วลีนี้มักเป็นเหมือนการส่งสัญญาณขำ ๆ ให้ผู้ฟังรู้ว่า ทั้งสองฝ่ายอาจเข้าใจว่า “เพื่อน” นั้นน่าจะเป็นตัวผู้พูดเอง แต่ก็อาจใช้ตามความหมายตรงตัวได้จริง จึงต้องดูบริบทและน้ำเสียงเพื่อตัดสินว่าเป็นมุกหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “I'm asking for a friend” น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ผู้พูดทำเหมือนคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเป็นคำถามของคนอื่นในลักษณะขำ ๆ
  2. ผู้พูดได้รับมอบอำนาจอย่างเป็นทางการให้เจรจาแทนเพื่อนที่ไม่อยู่
  3. ผู้พูดกำลังถามว่าจะหาเพื่อนใหม่ได้อย่างไร
ดูคำตอบ

ผู้พูดทำเหมือนคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเป็นคำถามของคนอื่นในลักษณะขำ ๆ

Well, you know,

2:08

คืออย่างนี้

we have this vast expansive scouting division,

2:09

เรามีฝ่ายแมวมองขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมกว้างขวางมาก

you know, they're scouting across the world.

2:12

พวกเขาออกค้นหาผู้เล่นทั่วโลก

You never know where that next great Red Sox player is going to be.

2:13

เราไม่มีทางรู้ว่าผู้เล่นเก่ง ๆ คนต่อไปของ Red Sox จะมาจากไหน

So, we need to cover pretty much the entire globe.

2:16

เพราะฉะนั้นเราต้องครอบคลุมแทบทั้งโลก

We have amateur scouts that cover all the high schools,

2:18

เรามีแมวมองระดับสมัครเล่นที่ดูแลโรงเรียนมัธยมทุกแห่ง

all the colleges,

2:21

รวมถึงมหาวิทยาลัยทุกแห่ง

and they're divided up into regions.

2:22

โดยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็นภูมิภาค

So, we might have a scout that covers all of Texas. การใช้คำ

2:23

เราอาจมีแมวมองที่ดูแลทั่วทั้งรัฐเท็กซัส

การใช้คำ

cover an area: covers all of Texas ในความหมายว่ารับผิดชอบพื้นที่

ในที่นี้ covers หมายถึง “รับผิดชอบ เดินทางไป หรือคอยติดตาม” พื้นที่ทางภูมิศาสตร์แห่งหนึ่งในฐานะส่วนหนึ่งของงาน แมวมองที่รับผิดชอบรัฐเท็กซัสจะค้นหาผู้เล่นทั่วทั้งเขตนั้น ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรปกคลุมรัฐอยู่จริง ๆ ความหมายนี้ของ cover ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานแมวมอง นักข่าว ตัวแทนฝ่ายขาย และทีมบริการก็สามารถดูแลภูมิภาค หัวข้อ หรือกลุ่มลูกค้าได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ cover เพื่อสื่อว่า “รับผิดชอบเขตพื้นที่ทำงาน”: One representative ____ the entire coastal region.

ดูคำตอบ

covers

We might have a scout that covers all of California.

2:25

หรืออาจมีแมวมองที่ดูแลทั่วทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย

And they're just road warriors. สำนวน

2:27

เรียกว่าเป็นจอมลุยบนท้องถนนเลย

They're on the road constantly.

2:28

พวกเขาเดินทางตลอดเวลา

สำนวน

road warriors สำหรับผู้ที่เดินทางเพราะงานบ่อย ๆ

ในประโยคนี้ road warriors เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงคนที่ใช้เวลาเดินทางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการเดินทางเพราะงาน คำว่า warrior ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไปรบจริง ๆ แต่ทำให้การเดินทางอย่างต่อเนื่องดูเป็นงานหนักและเน้นความอดทนของพวกเขา วลีนามพหูพจน์นี้ใช้เรียกแมวมอง และประโยคถัดไป They're on the road constantly อธิบายคำเปรียบเทียบนี้โดยตรง ในบริบทอื่น สำนวนเดียวกันมักใช้กับพนักงานขาย ที่ปรึกษา นักแสดง หรือผู้ที่ต้องเดินทางเพื่อทำงานบ่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการสำหรับคนที่ต้องเดินทางเพราะงานอยู่ตลอด: After visiting clients in four cities this week, Lena feels like a ____.

ดูคำตอบ

road warrior

That travel seems so complex.

2:29

การเดินทางแบบนั้นดูซับซ้อนมาก

How do you manage all that?

2:31

คุณจัดการทั้งหมดนั้นยังไง

Yeah, well, you know,

2:32

ครับ คือว่า

obviously we're using all modes of transportation,

2:33

แน่นอนว่าเราใช้การเดินทางทุกรูปแบบ

but a lot of it happens on the ground with cars. การใช้คำ

2:35

แต่ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภาคพื้นดินด้วยรถยนต์

การใช้คำ

on the ground ที่หมายถึงการเดินทางทางถนน

ในที่นี้ on the ground อธิบายส่วนของการเดินทางที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน โดยส่วนใหญ่คือการเดินทางด้วยรถยนต์ วลีนี้ขัดแย้งกับการเดินทางรูปแบบอื่น เช่น การบิน และ with cars ทำให้ความหมายที่ต้องการชัดเจน ความหมายของวลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ในภาษาข่าวหรือภาษาขององค์กร people on the ground อาจหมายถึงคนที่อยู่ ณ สถานที่นั้นจริง ๆ หรือทำงานกับสถานการณ์โดยตรง แต่ความหมายที่พบบ่อยนี้ไม่ใช่ความหมายหลักในประโยคนี้ จึงต้องใช้คำใกล้เคียงอย่าง cars และ transportation ช่วยตีความ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The team flew between major cities, but most local travel happened on the ground in rented cars,” on the ground หมายถึงอะไร?

  1. เดินทางทางถนนแทนทางอากาศ
  2. ทำงานโดยตรง ณ สถานที่ปฏิบัติงาน
  3. เดินทางอย่างลับ ๆ
ดูคำตอบ

เดินทางทางถนนแทนทางอากาศ

And I think one of the partnerships that's most effective for us

2:37

และผมคิดว่าหนึ่งในความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับเรา

is the business rental program in partnership with Enterprise and National,

2:39

คือโครงการเช่ารถสำหรับธุรกิจที่ร่วมมือกับ Enterprise และ National

because they have a whole host of services that help us move everybody around in cars. วลี

2:43

เพราะพวกเขามีบริการมากมายที่ช่วยให้เราพาทุกคนเดินทางด้วยรถยนต์ได้

วลี

a whole host of services: บริการจำนวนมากและหลากหลาย

ในประโยคนี้ a whole host of services หมายถึง “บริการจำนวนมากและหลากหลายประเภท” คำว่า host เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว a host of ไม่ได้หมายถึง “พิธีกร” หรือ “โฮสต์คอมพิวเตอร์” ในที่นี้ โครงสร้างคือ a whole host of + คำนามพหูพจน์ คำว่า whole เน้นว่ามีขอบเขตกว้างมาก จึงให้น้ำหนักมากกว่าการพูดเพียง many services

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “มีจำนวนมากและหลากหลายประเภท”: The community center offers ____ programs for families.

ดูคำตอบ

a whole host of

What's it like when a when a whole team goes to a city?

2:46

เวลาเดินทางกันทั้งทีมไปยังเมืองหนึ่งเป็นยังไงบ้าง

You know, do the players get on a big bus? วลี

2:49

ผู้เล่นขึ้นรถบัสคันใหญ่กันหรือเปล่า

Do the players like jump in a van?

2:50

หรือว่าขึ้นรถตู้กัน

วลี

get on a big bus ... jump in a van: คำที่ใช้กับยานพาหนะแต่ละแบบ

ใน get on a big bus คำว่า on เป็นตัวเลือกปกติสำหรับขนส่งสาธารณะหรือขนส่งหมู่คณะที่มีขนาดใหญ่ เช่น bus, train หรือ plane ส่วน van ถูกมองคล้าย car จึงใช้ get in คำว่า jump in เป็นวิธีพูดแบบกันเองและกระฉับกระเฉงว่าขึ้นรถอย่างรวดเร็วหรือทันที โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการกระโดดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าเราจะขึ้นรถบัส แล้วรีบเข้าไปในรถตู้

  1. We'll get in a car downtown, then jump on the bus at the hotel.
  2. We'll get on the bus downtown, then jump in a van at the hotel.
  3. We'll get off the bus downtown, then jump out of a van at the hotel.
ดูคำตอบ

We'll get on the bus downtown, then jump in a van at the hotel.

What's that like?

2:52

เป็นยังไงครับ

Yeah, it depends on the city,

2:52

ก็ขึ้นอยู่กับเมือง

but in Fort Myers, Florida,

2:54

แต่ที่ Fort Myers รัฐฟลอริดา

down in spring training, วัฒนธรรม

2:55

ในช่วงสปริงเทรนนิง

วัฒนธรรม

spring training ในเบสบอลอาชีพ

ในบริบทของเบสบอลนี้ spring training หมายถึงช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่ทีมอาชีพมารวมตัวกันเพื่อฝึกซ้อมและเล่นเกมอุ่นเครื่องก่อนฤดูกาลปกติ สโมสรในเมเจอร์ลีกเบสบอลมักจัดกิจกรรมนี้ในพื้นที่อากาศอบอุ่น เช่น ฟลอริดาหรือแอริโซนา ในที่นี้ spring training เป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้กันเป็นประจำในวงการเบสบอล ไม่ใช่คำเรียกทั่วไปสำหรับการฝึกอบรมทุกอย่างที่จัดในฤดูใบไม้ผลิ ภูมิหลังนี้อธิบายได้ว่าทำไมผู้เล่นจำนวนมากจึงอยู่รวมกันในฟลอริดาหลายสัปดาห์และต้องใช้รถเช่าจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ spring training หมายถึงอะไร?

  1. ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่ทีมเบสบอลอาชีพฝึกซ้อมและเล่นเกมอุ่นเครื่อง
  2. หลักสูตรฝึกอบรมทั่วไปที่บริษัทหรือโรงเรียนใด ๆ จัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ
  3. การแข่งขันชิงแชมป์อย่างเป็นทางการรายการแรกของฤดูกาลเบสบอล
ดูคำตอบ

ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่ทีมเบสบอลอาชีพฝึกซ้อมและเล่นเกมอุ่นเครื่อง

all of the players they get a rental car

2:56

ผู้เล่นทุกคนจะได้รถเช่า

because it's sort of, you know,

2:57

เพราะว่า คือ

you you need they need the

2:58

พวกเขาจำเป็นต้องมี

flexibility to be able to move around on their own.

2:59

ความยืดหยุ่นที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง

So, one of the more challenging aspects of our business is trying to come up with กริยาวลี

3:01

ดังนั้น หนึ่งในแง่มุมที่ท้าทายกว่าของธุรกิจเราคือการจัดหา

150 to 200 rental cars

3:05

รถเช่า 150 ถึง 200 คัน

กริยาวลี

come up with ในความหมายว่าจัดหาทรัพยากร

ในที่นี้ come up with หมายถึงการพยายามจนสามารถหา จัดหา หรือจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นได้ ธุรกิจนี้ต้องหาทางจัดหารถเช่า 150 ถึง 200 คันในสถานที่และช่วงเวลาเดียวกัน กริยาวลีนี้มักใช้กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการแก้ปัญหา กรรมของวลีอาจเป็นแนวคิด แผน เงิน คำตอบ หรืออย่างในที่นี้คือทรัพยากรที่จับต้องได้จำนวนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการสร้างรถเหล่านั้นขึ้นมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “พยายามหาหรือจัดหาให้ได้”: We need to ____ fifty folding chairs before the event.

ดูคำตอบ

come up with

in Fort Myers for basically a six-week period

3:07

ที่ Fort Myers เป็นเวลาประมาณหกสัปดาห์

for all of our players

3:09

ให้กับผู้เล่นทุกคนของเรา

and front office staff that need to be down there. วัฒนธรรม

3:10

รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องไปอยู่ที่นั่น

วัฒนธรรม

front office staff ในกีฬาอาชีพ

ในกีฬาอาชีพ front office staff หมายถึงพนักงานที่บริหารองค์กรนอกสนาม เช่น ผู้บริหารและผู้ที่ทำงานด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล ธุรการ และการดำเนินงานของทีม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงพนักงานที่ไม่ใช่ผู้เล่นและต้องเดินทางไปด้วย front office ไม่ได้หมายถึงเพียงพื้นที่ต้อนรับหรือเฉพาะพนักงานที่เคาน์เตอร์ต้อนรับเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในองค์กรเบสบอลอาชีพ ใครมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ front office staff?

  1. ผู้บริหารและพนักงานด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล และการดำเนินงานของทีม
  2. ผู้เล่นที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อตัวจริง
  3. เฉพาะพนักงานต้อนรับที่คอยรับผู้มาเยือนในสนามกีฬา
ดูคำตอบ

ผู้บริหารและพนักงานด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล และการดำเนินงานของทีม

How has travel changed since COVID-19? ไวยากรณ์

3:12

การเดินทางเปลี่ยนไปยังไงตั้งแต่เกิด COVID-19

ไวยากรณ์

โครงสร้าง How has ... changed since ...?

How has travel changed since COVID-19? ใช้ present perfect ในรูป has changed เพื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาที่เริ่มจากจุดอ้างอิงในอดีตและยังเชื่อมโยงกับปัจจุบัน How ใช้ถามลักษณะหรือระดับของการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ในที่นี้ since นำหน้าจุดเริ่มต้นคือ COVID-19 และหมายถึงตั้งแต่เวลานั้นจนถึงตอนนี้ ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงเพราะ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ How has/have + subject + past participle + since + starting point?

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ change และคำบุพบทที่บอกจุดเริ่มต้นเพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: How have workplace routines ____ 2020?

ดูคำตอบ

changed since

Well, I think

3:14

ผมคิดว่า

when I think about it, you know,

3:15

พอลองนึกดูแล้ว

we were always a company

3:16

เราเป็นบริษัทมาโดยตลอด

that we we feel like are built on relationships,

3:17

ที่เรารู้สึกว่าสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์

you know, whether it's sponsor relationships,

3:19

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุน

season ticket relationships, player relationships.

3:21

ผู้ถือตั๋วปี หรือผู้เล่น

And so, we always valued in person.

3:23

เพราะฉะนั้นเราให้ความสำคัญกับการพบกันต่อหน้าเสมอ

COVID caused us to pause that.

3:25

COVID ทำให้เราต้องหยุดเรื่องนั้นชั่วคราว

We had to do, you know, things remotely.

3:27

เราต้องทำหลายอย่างจากระยะไกล

we we feel like there's so much more value

3:29

เรารู้สึกว่ามันมีคุณค่ามากกว่าเยอะ

in those in those interactions taking place in person.

3:32

เมื่อปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นเกิดขึ้นต่อหน้ากัน

With all these changes,

3:34

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้

it feels like, you know, Red Sox Nation วัฒนธรรม

3:35

ดูเหมือนว่า Red Sox Nation

needs maybe one more player in the fold. สำนวน

3:38

อาจต้องการผู้เล่นเพิ่มอีกสักคนในทีม

วัฒนธรรม

Red Sox Nation: ชุมชนแฟนทีม Red Sox

Red Sox Nation เป็นชื่อเรียกรวมแบบไม่เป็นทางการของชุมชนแฟนทีม Boston Red Sox ทั่วโลก ในที่นี้ Nation สื่อถึงอัตลักษณ์ร่วมกันของแฟนกีฬา ไม่ได้หมายถึงประเทศเอกราช รัฐบาล หรือหน่วยการปกครองอย่างเป็นทางการ ประโยคนี้พูดเล่นโดยทำเหมือนว่าชุมชนแฟนดังกล่าวเป็นตัวทีมที่สามารถเพิ่ม “ผู้เล่นอีกหนึ่งคน” ได้ ผู้พูดจึงใช้ภาษาที่สื่อถึงความเป็นพวกเดียวกันของแฟนกีฬาเพื่อบอกเป็นนัยว่าตนอยากเข้าร่วมทีม Red Sox

แบบฝึกหัด

Red Sox Nation ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ชุมชนขนาดใหญ่ของแฟนทีม Boston Red Sox
  2. เฉพาะนักกีฬาที่อยู่ในรายชื่อผู้เล่น Red Sox ปัจจุบัน
  3. ประเทศเอกราชที่ปกครองโดยนักเบสบอล
ดูคำตอบ

ชุมชนขนาดใหญ่ของแฟนทีม Boston Red Sox

สำนวน

in the fold: ได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

in the fold เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึงการได้รับการยอมรับให้เข้ากลุ่ม องค์กร หรือเป้าหมายร่วมกัน หรือได้รับการต้อนรับให้กลับเข้ามา ภาพเปรียบคือการอยู่ภายในพื้นที่หรือชุมชนเดียวกัน โดย fold ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรอยพับบนกระดาษ ในประโยคนี้ one more player in the fold หมายถึงผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่ถูกรวมเป็นพวกเดียวกับ Red Sox การเลือกใช้คำนี้ช่วยเสริมมุกที่ผู้พูดบอกเป็นนัยว่ากลุ่มควรรับตนเข้าไปด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีคำว่า fold และหมายถึงการได้รับการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม: The club approved Nia’s application, so she is now ____.

ดูคำตอบ

in the fold

Yeah, no, I think I think we're we're pretty okay there. น้ำเสียง/เจตนา

3:42

ไม่ครับ ผมคิดว่าตรงนั้นเราลงตัวดีแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Yeah, no ในฐานะคำตอบปฏิเสธแบบนุ่มนวล

Yeah, no ไม่ใช่คำตอบสองคำที่มีน้ำหนักเท่ากัน ในภาษาอังกฤษแบบกันเองของอเมริกาเหนือ yeah ใช้รับรู้หรือรับช่วงสิ่งที่อีกฝ่ายพูดและช่วยให้บทสนทนาดูนุ่มนวล ส่วน no คือคำตอบปฏิเสธจริง ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังปฏิเสธข้อเสนออย่างสุภาพ เมื่อต้องตีความรูปแบบนี้ในสถานการณ์อื่น ให้ฟังคำที่ตามหลังการรับคำตอนต้นและข้อความที่พูดต่อ เพราะส่วนนั้นบอกจุดยืนสุดท้ายของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดพูดว่า Yeah, no, I think we're pretty okay there จุดยืนสุดท้ายคืออะไร

  1. รับคำพูดของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ แล้วจึงไม่เห็นด้วยหรือปฏิเสธ
  2. ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตอบใช่หรือไม่
  3. เห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น
ดูคำตอบ

รับคำพูดของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ แล้วจึงไม่เห็นด้วยหรือปฏิเสธ

But, you know, we did get you a jersey,

3:44

แต่เรามีเสื้อแข่งให้คุณนะ

you know.

3:46

คุณก็รู้

We did get you a jersey. ไวยากรณ์

3:47

เราเตรียมเสื้อแข่งให้คุณจริง ๆ

ไวยากรณ์

did get สำหรับเน้นว่าการกระทำในอดีตเกิดขึ้นจริง

ในประโยคบอกเล่าเชิงบวกเกี่ยวกับอดีต did + กริยารูปพื้นฐานใช้เพิ่มการเน้น We did get you a jersey หมายความว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง แม้ก่อนหน้านี้อาจมีข่าวร้ายหรือมีข้อสงสัยก็ตาม ในที่นี้ did get เน้นข้อเท็จจริงเชิงบวกอย่างหนึ่ง คือมีการเตรียมเสื้อทีมไว้จริง แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมอาจน่าผิดหวัง did แสดงอดีตอยู่แล้ว ดังนั้น get จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้ใช้แก้ความเข้าใจผิด ยืนยันข้อเท็จจริง หรือเติมข้อมูลเชิงบวกหลังข่าวร้ายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบเน้นของ send: You may not have seen the message, but I ____ it yesterday.

ดูคำตอบ

did send

You can sort of feel like น้ำเสียง/เจตนา

3:47

คุณจะได้รู้สึกเหมือนกับว่า

you're part of the team.

3:48

ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของทีม

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ sort of ในประโยค "You can sort of feel like you're part of the team."

ในประโยคนี้ sort of ทำให้คำกล่าวที่ว่าผู้พูดรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมฟังดูเบาลง ผู้พูดไม่ได้กลายเป็นสมาชิกของทีมจริง ๆ แต่มีความรู้สึกเช่นนั้นเพียงบางส่วนหรือในระดับหนึ่ง คำนี้เป็นคำที่ใช้ลดความหนักแน่นของคำพูด ในประโยคนี้ช่วยคงความตื่นเต้นของผู้พูดไว้ แต่ทำให้ฟังดูไม่เหมือนการยืนยันอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งช่วยงานหลังเวทีการแสดงของโรงเรียน แต่ไม่ได้เป็นนักแสดง ประโยคใดสื่อความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานเพียงบางส่วนและพูดอย่างติดตลกได้ดีที่สุด

  1. I can sort the show into three groups.
  2. I can sort of feel like I'm part of the show.
  3. I can feel like I'm the director of the show.
ดูคำตอบ

I can sort of feel like I'm part of the show.

Has your name on the back.

3:49

มีชื่อของคุณอยู่ด้านหลังด้วย

Oh my gosh!

3:50

โอ้โฮ!

Tim!

3:52

Tim!

Number 11.

3:52

หมายเลข 11

I can get into the dugout with this? วัฒนธรรม

3:54

ใส่เสื้อตัวนี้แล้วผมเข้าไปในเขตม้านั่งผู้เล่นได้ไหม

วัฒนธรรม

การใช้ the dugout ในประโยค "I can get into the dugout with this?"

ในกีฬาเบสบอล dugout คือบริเวณที่มีหลังคาหรือมีที่กำบังข้างสนาม ซึ่งผู้เล่นและโค้ชนั่งอยู่ระหว่างการแข่งขัน คำนามนี้เป็นชื่อของส่วนหนึ่งในสนามกีฬาโดยเฉพาะ ไม่ใช่หลุมทั่วไปบนพื้นดิน ในคำถามนี้ ผู้พูดพูดติดตลกราวกับว่าเสื้อตัวนี้จะทำให้เข้าไปในพื้นที่ของทีมที่จำกัดการเข้าได้ คำถามนี้เป็นการพูดเกินจริงอย่างมีความหวังและขี้เล่น ไม่ใช่กฎจริงที่บอกว่าเสื้อจะทำให้เข้าไปได้

แบบฝึกหัด

แฟนเบสบอลคนหนึ่งเห็นผู้เล่นนั่งอยู่ในบริเวณมีที่กำบังของทีมข้างสนาม ประโยคใดเรียกชื่อสถานที่นี้

  1. The groundskeepers dug out the old soil.
  2. The players are waiting in the parking lot.
  3. The players are waiting in the dugout.
ดูคำตอบ

The players are waiting in the dugout.

No.

3:56

ไม่ได้

I'll get special access on the field?

3:56

แล้วผมจะได้รับสิทธิ์พิเศษให้เข้าไปในสนามไหม

Uh uh Probably not, actually.

3:58

เอ่อ... จริง ๆ แล้วก็คงไม่ได้

Yeah.

4:00

ครับ

Yeah.

4:00

ครับ

Cool.

4:01

เจ๋ง

Cool.

4:01

เจ๋ง

Cool.

4:01

เจ๋ง

Can I get into the player after party?

4:01

ผมเข้าไปงานปาร์ตี้หลังแข่งของผู้เล่นได้ไหม

Definitely not.

4:02

ไม่ได้แน่นอน

But, it looks great on you.

4:04

แต่คุณใส่แล้วดูดีมาก

Thank you so much, Tim.

4:07

ขอบคุณมากนะ Tim

Thanks, man.

4:08

ขอบคุณนะเพื่อน

What a great day.

4:16

เป็นวันที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ

I got the inside สำนวน

4:17

ผมได้ข้อมูลวงใน

scoop on the Red Sox,

4:18

เกี่ยวกับ Red Sox

สำนวน

got the inside scoop on: ได้ข้อมูลพิเศษจากคนใกล้แหล่งข่าว

Got the inside scoop on หมายถึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล กลุ่ม หรือหัวข้อหนึ่งจากคนที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์นั้น วลีนี้สื่อว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่คนนอกทั่วไปอาจไม่รู้ ในที่นี้ got แสดงว่าเข้าถึงข้อมูลได้สำเร็จ และ on ใช้นำเข้าสู่หัวข้อของข้อมูล วลีนี้มักใช้แบบขำ ๆ หรือพูดเกินจริง ดังนั้น inside จึงไม่ได้แปลว่าข้อมูลนั้นเป็นความลับ เป็นข้อมูลลับเฉพาะ หรือได้รับการตรวจสอบครบถ้วนเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ inside scoop พร้อมคำประกอบที่ถูกต้อง: After lunch with the event organizer, Lena ____ next month's surprise concert.

ดูคำตอบ

got the inside scoop on

and I think I'm part of the team now.

4:20

และคิดว่าตอนนี้ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแล้ว

These people want autographs.

4:23

คนพวกนี้อยากได้ลายเซ็น

Sorry, I'm not signing autographs.

4:24

ขอโทษนะครับ ผมไม่แจกลายเซ็น

Hey!

4:25

เฮ้!

Man, it's crazy.

4:27

ให้ตายสิ บ้ามาก

The fans are nuts. การใช้คำ

4:28

แฟน ๆ คลั่งกันใหญ่แล้ว

การใช้คำ

are nuts: คำประเมินแบบไม่เป็นทางการสำหรับพฤติกรรมที่คลั่งไคล้

ใน The fans are nuts คำว่า nuts เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายความว่าแฟน ๆ กำลังทำตัวรุนแรง ไร้เหตุผล หรือตื่นเต้นอย่างมาก เป็นการจงใจพูดเกินจริง ไม่ใช่ความหมายของ nuts ที่เป็นอาหาร ในโครงสร้าง be + nuts ผู้พูดประเมินประธานโดยตรง น้ำเสียงจึงอาจทำให้ฟังเหมือนพูดเล่นหรือดูหมิ่นได้ ในที่นี้ควรเข้าใจว่าเป็นปฏิกิริยาต่อพฤติกรรม ไม่ใช่การวินิจฉัยสุขภาพจิต

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ในรายงานโรงเรียนที่เป็นทางการ ครูเขียน “The fans are nuts.” เพื่ออธิบายพฤติกรรมที่ตื่นเต้นอย่างเป็นกลาง

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

I got to get out

4:32

ผมต้องรีบออกไป

of here.

4:32

จากที่นี่