เหตุผลที่คุณควรเป็นโสดต่อไป: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
532 คำ 163 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ข้อถกเถียงเชิงปรัชญานี้ท้าทายการตีตราคนโสด เปรียบเทียบอุดมคติรักโรแมนติกกับต้นทุนชีวิตคู่ และเตือนไม่ให้รีบเข้าหรือออกจากความสัมพันธ์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "sets us up for" — กริยาวลี: เข้าใจว่าความเชื่อก่อนหน้าสร้างเงื่อนไขให้เกิดผลภายหลังที่มักเป็นลบ ไม่ใช่การจัดงานตามตัวอักษร 2. "inflicting yourself on others." — สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เห็นการเหน็บแนมตนเองว่ากำลังผลักภาระจากนิสัยที่รับมือยากให้ผู้อื่น ไม่ใช่ทำร้ายร่างกาย 3. "All this isn't to say that" — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้คำจำกัดนี้เพื่อไม่ให้ข้ออ้างหนักแน่นกลายเป็นข้อสรุปเด็ดขาด ยอมรับข้อยกเว้น และเปลี่ยนจากการปกป้องชีวิตลำพังไปสู่ปัญหาของมัน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Anyone who lives alone and manifests no longing to be in a relationship การใช้คำ

0:00

ใครก็ตามที่อาศัยอยู่คนเดียวและไม่ได้แสดงความปรารถนาที่จะมีความสัมพันธ์

การใช้คำ

ความหมายและโครงสร้างของ manifests no longing to be in a relationship

ในที่นี้ manifests หมายถึง “แสดงหรือเผยให้เห็น” ส่วน longing คือความปรารถนาอย่างแรงกล้าและต่อเนื่อง ทั้งวลีจึงบอกว่าบุคคลนั้นไม่แสดงสัญญาณว่าอยากมีคู่รักอย่างมาก โครงสร้างคือ manifest + นามวลี และคำนาม longing มี to-infinitive มาช่วยเติมเนื้อหาให้สมบูรณ์: no longing to be in a relationship นี่เป็นวิธีบรรยายท่าทีที่สังเกตได้จากพฤติกรรมของบุคคลในแบบที่ค่อนข้างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง manifests no longing to be in a relationship หมายความว่าอย่างไร

  1. วางแผนเริ่มความสัมพันธ์อย่างลับ ๆ
  2. ปฏิเสธการติดต่อกับคนอื่นทั้งหมดอย่างเปิดเผย
  3. ไม่แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีคู่รัก
  4. เกิดอาการทางการแพทย์เพราะความสัมพันธ์
ดูคำตอบ

ไม่แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีคู่รัก

is in our times almost automatically

0:05

ในยุคสมัยของเรา เกือบจะโดยอัตโนมัติ

more or less secretly viewed as both pitiable and deeply troubled. วลี

0:07

มักจะถูกมองอย่างลับๆ ว่าเป็นคนที่น่าสงสารและมีปัญหาทางจิตใจอย่างมาก

วลี

“viewed as” สำหรับระบุว่าบางสิ่งถูกประเมินอย่างไร

ในประโยคนี้ viewed as หมายถึง “ถูกมองหรือถูกตัดสินว่าเป็น” ไม่ได้หมายถึงการมองดูประธานจริง ๆ แต่หมายถึงคนอื่นนำคำประเมิน pitiable และ deeply troubled ไปใช้กับประธาน โครงสร้างคือ be viewed as + คำนาม คำคุณศัพท์ หรือคำอธิบาย โดย is ที่อยู่ก่อนหน้าทำให้เป็นรูปถูกกระทำ: is ... viewed as

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี viewed และมีความหมายว่า “ถูกมองว่าเป็น”: The proposal is ____ a practical solution.

ดูคำตอบ

viewed as

วลี

more or less ในฐานะคำลดความหนักแน่น

More or less เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ลดความหนักแน่นของคำกล่าว ในที่นี้หมายถึง “โดยทั่วไป” “ประมาณนั้น” หรือ “ในระดับหนึ่ง” โดยขยายข้อกล่าวอ้างที่ว่าผู้คนถูกมองอย่างลับ ๆ ในลักษณะหนึ่ง ไม่ได้เปรียบเทียบปริมาณสองอย่าง เมื่อเติม more or less ผู้พูดจะเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับข้อยกเว้นและไม่ทำให้คำตัดสินฟังดูเด็ดขาดเกินไป สำนวนเดียวกันนี้ใช้ลดความหนักแน่นของคำคุณศัพท์ กริยาวลี หรือการประเมินที่กว้างกว่านั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนลดความหนักแน่นสามคำจากตัวอย่างที่หมายถึง “โดยทั่วไป แต่ยังไม่สมบูรณ์ทั้งหมด”: The report is ____ finished.

ดูคำตอบ

more or less

It's simply not thought possible to be at once alone and normal. การใช้คำ

0:11

ผู้คนมักไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะอยู่คนเดียวและเป็นปกติในเวลาเดียวกัน

การใช้คำ

“at once” ในความหมายว่า “พร้อมกัน”

at once ในที่นี้หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” หรือ “พร้อมกัน” โดยบอกว่าสองสภาวะคือ alone และ normal ควรเกิดขึ้นร่วมกัน โครงสร้างเชื่อม at once A and B แสดงว่าสองสภาวะหรือคุณสมบัติเป็นจริงพร้อมกัน ไม่ได้บอกให้ใครลงมือทำทันที

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new design is at once simple and flexible,” at once หมายถึงอะไร?

  1. การออกแบบเปลี่ยนไปทันที
  2. การออกแบบถูกใช้เพียงครั้งเดียว
  3. คุณสมบัติทั้งสองเป็นจริงในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

คุณสมบัติทั้งสองเป็นจริงในเวลาเดียวกัน

This sets us up for collective catastrophe กริยาวลี

0:16

สิ่งนี้ทำให้เราก้าวไปสู่หายนะหมู่

กริยาวลี

sets us up for: สร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ผลลัพธ์ภายหลัง

ในประโยคนี้ sets us up for หมายถึง “สร้างเงื่อนไขที่ทำให้เรามีแนวโน้มต้องเผชิญกับบางสิ่ง” วลีนี้เชื่อมความเชื่อทางสังคมในปัจจุบันเข้ากับอันตรายจากหายนะร่วมกันที่อาจตามมา โครงสร้างคือ set + คนหรือกลุ่ม + up for + ผลลัพธ์ โดยสื่อว่าผลลัพธ์นั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน และผลลัพธ์อาจเป็นด้านลบหรือด้านบวกก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “สร้างเงื่อนไขที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่บางสิ่ง”: Leaving your bicycle unlocked every night ____ trouble.

ดูคำตอบ

sets you up for

because it means that a huge number of people

0:19

เพราะมันหมายความว่าผู้คนจำนวนมหาศาล

who have no innate wish to live with anyone else

0:21

ที่ไม่มีความปรารถนาตามธรรมชาติที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น

and are at heart deeply ill-suited to doing so โน้ต

0:24

และโดยเนื้อแท้แล้วไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำเช่นนั้น

สำนวน

at heart: ธรรมชาติที่แท้จริงภายในของคนคนหนึ่ง

At heart หมายถึง “ในธรรมชาติที่แท้จริงหรือพื้นฐานของคนคนหนึ่ง” ในที่นี้ วลีนี้ทำให้ deeply ill-suited ฟังดูเป็นลักษณะพื้นฐาน กล่าวคือ ความไม่เหมาะสมถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่แท้จริงของคนที่กล่าวถึง ไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว สำนวนนี้มักใช้เมื่อพฤติกรรมหรือสถานการณ์ภายนอกของบุคคลแตกต่างจากนิสัย ความเชื่อ หรืออัตลักษณ์ภายใน และไม่ได้หมายถึงหัวใจที่เป็นอวัยวะในร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ในธรรมชาติที่แท้จริงของเขา”: Leo acts tough, but he is a gentle person ____.

ดูคำตอบ

at heart

วลี

ill-suited to doing so: โครงสร้าง ill-suited to + -ing

be ill-suited to something หมายถึงไม่เหมาะกับบางสิ่ง เพราะคุณสมบัติ ความสามารถ หรือสภาพของคนหรือสิ่งนั้นไม่สอดคล้องกัน ในที่นี้ are ill-suited to doing so หมายถึงพวกเขาไม่เหมาะกับการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า คือการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing: ill-suited to teamwork; ill-suited to living together ส่วน doing so ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปแล้วเพื่อไม่ให้พูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

ใช้ ill-suited และรูปที่ถูกต้องของ work เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya dislikes constant interruptions, so she is ____ in a noisy open office.

ดูคำตอบ

ill-suited to working

are every year press-ganged and shamed into conjugal life โน้ต

0:27

ในแต่ละปีกลับถูกกดดันและทำให้รู้สึกละอายจนต้องเข้าสู่ชีวิตคู่

วัฒนธรรม

press-ganged: ถูกบีบบังคับราวกับถูกเกณฑ์โดยใช้กำลัง

Press-ganged เป็นรูป past participle ของ press-gang ในอดีต press gang คือกลุ่มที่บังคับเกณฑ์คน โดยเฉพาะกะลาสี ให้เข้ารับใช้ ภูมิหลังนี้ทำให้คำดังกล่าวมีความหมายรุนแรงกว่าการโน้มน้าวทั่วไปมาก ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ ผู้คนถูกแรงกดดันทางสังคมและความอับอายผลักเข้าสู่ชีวิตสมรส ไม่ได้ถูกกลุ่มคนจับตัวไปจริง ๆ ภาพของการเกณฑ์โดยบังคับทำให้คำวิจารณ์มีลักษณะเกินจริงและเสียดสีอย่างแหลมคม

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The volunteers were press-ganged into staying late," คำว่า press-ganged สื่อความหมายใด

  1. พวกเขาได้รับคำเชิญอย่างสุภาพและยินยอมอย่างเสรี
  2. พวกเขาถูกบีบบังคับอย่างหนักและแทบไม่มีทางเลือกจริง ๆ
  3. พวกเขาสมัครเข้ากองทัพอย่างเป็นทางการ
ดูคำตอบ

พวกเขาถูกบีบบังคับอย่างหนักและแทบไม่มีทางเลือกจริง ๆ

วลี

shamed into conjugal life: โครงสร้าง shame someone into something

shame someone into something หมายถึงทำให้ใครบางคนทำบางสิ่งหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่งด้วยการทำให้รู้สึกอับอายหรือกลัวการไม่ยอมรับจากผู้อื่น ในวลีรูปถูกกระทำ shamed into conjugal life ผู้ที่ถูกกดดันเข้าใจได้จากประธานที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วนบุคคลหรือกลุ่มที่กดดันไม่ได้ถูกระบุชื่อ โครงสร้างคือ shame + คน + into + คำนามหรือรูป -ing โดย into นำหน้าการกระทำหรือสภาวะที่เกิดจากความอับอาย ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้ความอับอายเป็นสาเหตุของผลลัพธ์: Public ridicule finally shamed the company ____ withdrawing the false claim.

ดูคำตอบ

into

การใช้คำ

conjugal life: สำนวนทางการสำหรับชีวิตสมรส

Conjugal life หมายถึงชีวิตภายในการแต่งงาน โดยมองในแง่ความสัมพันธ์และการใช้ชีวิตร่วมกันของคู่สมรส ในประโยคนี้ การถูกผลักให้เข้าสู่ conjugal life หมายถึงการถูกผลักให้แต่งงานและมีชีวิตคู่ที่มั่นคง ไม่ใช่เพียงเริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงรักใคร่

แบบฝึกหัด

ในบทความทางการ conjugal life มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร?

  1. ความสัมพันธ์ของบุคคลหนึ่งกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว
  2. การออกเดตและความดึงดูดเชิงรักใคร่โดยทั่วไป
  3. ชีวิตภายในการแต่งงานหรือความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างคู่สมรส
ดูคำตอบ

ชีวิตภายในการแต่งงานหรือความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างคู่สมรส

with disastrous results for all involved.

0:31

ซึ่งนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นหายนะสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

Only once singlehood has completely equal prestige with its alternative ไวยากรณ์

0:34

ก็ต่อเมื่อความโสดมีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกับทางเลือกอื่นอย่างสมบูรณ์

can we ensure that people will be free in their choices

0:39

เราจึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าผู้คนจะมีอิสระในการตัดสินใจเลือก

ไวยากรณ์

Only once ... can we: การกลับลำดับบางส่วนหลังเงื่อนไขที่นำมาข้างหน้า

Only once + อนุประโยค เป็นการนำเงื่อนไขที่จำเป็นหรือจุดแบ่งทางเวลามาไว้ข้างหน้า ประโยคนี้หมายความว่า เราจะรับประกันเสรีภาพในการเลือกได้ก็ต่อเมื่อการเป็นโสดได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมโดยสมบูรณ์แล้วเท่านั้น เมื่อวลีจำกัดความหมายอยู่ต้นประโยค ประโยคหลักจะใช้การกลับลำดับบางส่วน โดย can มาก่อนประธาน we ส่วนอนุประโยค once ยังคงลำดับปกติเป็น singlehood has ... ไม่ใช่ can singlehood have ...

แบบฝึกหัด

ใช้ can และ we ตามลำดับที่ถูกต้อง: Only once the safety check is finished ____ open the doors.

ดูคำตอบ

can we

and hence join couples for the right reasons, วลี

0:42

และด้วยเหตุนี้จึงตกลงคบกันด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง

วลี

for the right reasons: การประเมินแรงจูงใจ

ใน for the right reasons คำว่า for นำเสนอแรงจูงใจเบื้องหลังการเลือก ส่วน right หมายถึงเหมาะสมหรือมีคุณค่าในสถานการณ์นั้น ที่นี่หมายความว่าผู้คนควรเป็นคู่กันด้วยแรงจูงใจที่ดีและจริงใจ วลีนี้ประเมินว่าเหตุใดจึงตัดสินใจเลือก ไม่ได้บอกว่าทำสิ่งนั้นด้วยวิธีที่ถูกต้องหรือผลสุดท้ายประสบความสำเร็จหรือไม่

แบบฝึกหัด

for the right reasons ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. แรงจูงใจเบื้องหลังการเลือกนั้นเหมาะสม
  2. การเลือกนั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
  3. คำอธิบายของบุคคลนั้นถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
ดูคำตอบ

แรงจูงใจเบื้องหลังการเลือกนั้นเหมาะสม

because they love another person

0:45

เพราะพวกเขารักใครอีกคน

rather than because they're terrified of remaining single. ไวยากรณ์

0:47

มากกว่าที่จะเป็นเพราะพวกเขาหวาดกลัวการเป็นโสด

ไวยากรณ์

because ... rather than because ... สำหรับเปรียบเทียบสองเหตุผล

rather than because ใช้นำเหตุผลที่สองจากเหตุผลสองอย่างที่ขัดแย้งกัน ในประโยคนี้ ผู้คนควรมีคู่เพราะรักใครสักคน ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะต้องเป็นโสดต่อไป การกล่าว because ซ้ำทำให้โครงสร้างขนานกัน: because + อนุประโยค ... rather than because + อนุประโยค รูปแบบนี้เน้นแรงจูงใจที่เหมาะสมหรือแท้จริง และตัดแรงจูงใจอีกอย่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ถูกต้องซึ่งใช้เปรียบเทียบสองเหตุผลให้ประโยคสมบูรณ์: Maya accepted the job because she believed in the mission, ____ she wanted a higher title.

ดูคำตอบ

rather than because

Here then are a few of the many good reasons ลำดับความ

0:51

ต่อไปนี้คือเหตุผลดีๆ เพียงบางส่วนจากมากมาย

to spend your life alone.

0:54

สำหรับการใช้ชีวิตคนเดียว

ลำดับความ

Here then are: สำนวนเชื่อมแบบเป็นทางการเพื่อเกริ่นรายการ

Here then are ชี้ไปยังข้อมูลที่กำลังจะนำเสนอ here หมายถึง “นำเสนอในตอนนี้” และ then หมายถึง “จากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป” ไม่ใช่ “ต่อมาในแง่ของเวลา” วลีนี้ใช้การสลับลำดับเพื่อเสนอข้อมูล โดยกริยา are มาก่อนประธานพหูพจน์ที่แท้จริง คือ a few of the many good reasons วลีนี้พาผู้ฟังจากข้อโต้แย้งก่อนหน้าเข้าสู่รายการ

แบบฝึกหัด

ใน “Here then are three practical steps” คำว่า then สื่อถึงอะไรเป็นหลัก

  1. ขั้นตอนเหล่านี้เกิดขึ้นในเวลาภายหลัง
  2. รายการนี้ต่อเนื่องจากการอภิปรายก่อนหน้าอย่างเป็นเหตุเป็นผล
  3. ผู้พูดกำลังแก้ไขจำนวนขั้นตอน
ดูคำตอบ

รายการนี้ต่อเนื่องจากการอภิปรายก่อนหน้าอย่างเป็นเหตุเป็นผล

Because romantic love is a dangerous illusion. ลำดับความ

0:57

เพราะความรักแบบโรแมนติกเป็นภาพลวงตาที่อันตราย

ลำดับความ

Because romantic love is a dangerous illusion: ส่วนของประโยคที่ใช้เน้นเหตุผล

Because ใช้บอกเหตุผล ดังนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because จึงมักต้องพึ่งพาประโยคหลัก ในที่นี้บริบทก่อนหน้าได้เกริ่นไว้ว่าจะมีรายการเหตุผล และบรรทัดนี้ให้เหตุผลข้อแรก กรอบข้อความที่ละไว้จึงเข้าใจได้จากบริบท การวางอนุประโยค because ไว้หลังจุดทำให้มันกลายเป็นส่วนของประโยคที่ผู้พูดจงใจแยกออกมา ช่วงหยุดนี้ช่วยเน้นเหตุผลและสร้างจังหวะเหมือนรายการข้อหนึ่ง โดยความหมายเชิงเหตุผลของ because ไม่ได้เปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า "I have one reason to wait. Because the road is icy." ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไร

  1. มันเปลี่ยนความหมายของ because ให้เป็น although
  2. มันเน้นเหตุผลที่เกริ่นไว้มากขึ้น พร้อมกับยังคงพึ่งพาประโยคแรก
  3. มันนำเสนอข้อความใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ดูคำตอบ

มันเน้นเหตุผลที่เกริ่นไว้มากขึ้น พร้อมกับยังคงพึ่งพาประโยคแรก

We should recognize that romantic love,

1:01

เราควรตระหนักว่าความรักแบบโรแมนติก

the idea of being deeply enamored of one special partner over a whole lifetime การใช้คำ

1:03

แนวคิดเรื่องการหลงใหลในคู่ชีวิตคนพิเศษอย่างสุดซึ้งไปตลอดชีวิต

การใช้คำ

deeply enamored of: ความดึงดูดอย่างแรงกล้าในสำนวนเป็นทางการ

Be enamored of someone or something หมายถึงรู้สึกดึงดูด หลงใหล หรือชื่นชมบุคคลหรือสิ่งนั้นอย่างมาก Deeply เพิ่มระดับความรู้สึกให้เข้มข้นขึ้น ในประโยคนี้สำนวนดังกล่าวบรรยายความผูกพันเชิงรักที่รุนแรงและยาวนานต่อคู่ชีวิตเพียงคนเดียว โครงสร้างคือ be + deeply enamored + of + นามวลี แม้ enamored จะดูเหมือนรูปกรรมวาจก แต่สำนวนนี้บรรยายสภาวะหรือความรู้สึกของประธาน ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นกับประธาน

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปเพื่อทำให้สำนวนเป้าหมาย deeply enamored of สมบูรณ์: The curator was deeply enamored ____ the artist's early work.

ดูคำตอบ

of

is a very new, ambitious, and really pretty odd concept, การใช้คำ

1:08

เป็นแนวคิดที่ใหม่มาก ทะเยอทะยาน และที่จริงก็ค่อนข้างแปลก

การใช้คำ

pretty odd: pretty ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ

ใน pretty odd คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” โดยบอกว่าความแปลกอยู่ในระดับที่สังเกตได้ ไม่ได้บอกว่าแนวคิดนั้นสวย ใน really pretty odd คำว่า really ช่วยเน้นการประเมินทั้งหมดให้แรงขึ้นอีก สำนวนนี้เป็นภาษาสนทนาและสื่อว่าแนวคิดดังกล่าวดูผิดแปลกอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The plan is pretty odd,” pretty หมายถึงอะไร?

  1. ค่อนข้างหรือทีเดียว
  2. สวย
  3. อย่างเป็นระเบียบ
ดูคำตอบ

ค่อนข้างหรือทีเดียว

at best 250 years old. วลี

1:12

อย่างมากก็เพิ่งมีมาประมาณ 250 ปีเท่านั้น

วลี

at best: ค่าประเมินที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

at best ใช้เกริ่นค่าประเมินหรือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่มีความเป็นไปได้ ในที่นี้ 250 ปีถูกนำเสนอเป็นอายุสูงสุดที่ผู้พูดยอมรับ โดยสื่อว่าอายุจริงอาจน้อยกว่านั้น วลีนี้มักมีนัยของการสงวนท่าทีหรือความสงสัย คือแม้จะตีความในทางดีที่สุด ผลลัพธ์ก็ไม่ดีกว่าขีดจำกัดที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

ถ้าสองวันเป็นค่าประเมินที่มองในแง่ดีที่สุด และการซ่อมอาจใช้เวลานานกว่านั้น วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? The repair will take two days, ____.

  1. at least
  2. at most
  3. at best
ดูคำตอบ

at best

From close up over long periods of time, วลี

1:14

เมื่อพิจารณาอย่างใกล้ชิดเป็นระยะเวลานาน

วลี

ทำความเข้าใจ “From close up”

ในประโยคนี้ “From close up” กำหนดมุมมองของผู้พูด กล่าวคือ ผู้พูดตัดสินผู้คนหลังจากได้เห็นพวกเขาในระยะใกล้มาก ไม่ใช่จากมุมมองที่ห่างไกลหรือสวยงามเกินจริง เมื่อใช้ร่วมกับ “over long periods of time” ระยะห่างนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบเป็นหลัก คือการรู้จักใครสักคนผ่านความใกล้ชิดเป็นเวลานาน จนมองเห็นด้านที่รับมือได้ยากของเขา

แบบฝึกหัด

“From close up” หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ในภาพถ่ายระยะใกล้
  2. หลังจากปิดบางสิ่งอย่างสมบูรณ์
  3. จากมุมมองที่เกิดจากการรู้จักผู้คนอย่างใกล้ชิดและยาวนาน
ดูคำตอบ

จากมุมมองที่เกิดจากการรู้จักผู้คนอย่างใกล้ชิดและยาวนาน

almost everyone is condemned to be pretty dispiriting and difficult. การใช้คำ

1:17

แทบทุกคนล้วนถูกกำหนดมาให้เป็นคนที่ค่อนข้างน่าหดหู่และรับมือยาก

การใช้คำ

“condemned to” สำหรับผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจและหลีกเลี่ยงไม่ได้

be condemned to ในที่นี้หมายถึงการถูกวางไว้บนเส้นทางที่ดูเหมือนหลีกเลี่ยงไม่ได้และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ดี เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาลหรือโทษทางกฎหมาย โครงสร้างในประโยคนี้คือ be condemned to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น is condemned to be คำว่า Condemned เพิ่มน้ำเสียงที่หนักแน่นและมองโลกในแง่ร้ายว่าผลลัพธ์นั้นยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ condemned to ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ที่ไม่ดีแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้?

  1. Without major changes, the project was condemned to fail.
  2. The team was expected to succeed.
  3. The judge condemned the defendant to five years in prison.
ดูคำตอบ

Without major changes, the project was condemned to fail.

A good romantic marriage is evidently theoretically possible, ลำดับความ

1:21

เห็นได้ชัดว่าชีวิตแต่งงานที่โรแมนติกและดีงามเป็นไปได้ในทางทฤษฎี

but it's also extremely unlikely in practice,

1:25

แต่ในทางปฏิบัติก็มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมากเช่นกัน

ลำดับความ

เป็นไปได้ในทางทฤษฎี... มีโอกาสเกิดขึ้นจริงน้อยมาก

ประโยคนี้แยกความเป็นไปได้ในหลักการออกจากโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริง theoretically possible หมายถึงไม่มีกฎหรือเหตุผลทางตรรกะใดขัดขวางการแต่งงานที่ดีจากความรัก ส่วน extremely unlikely in practice หมายถึงเงื่อนไขในโลกจริงทำให้สิ่งนี้มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ข้อความทั้งสองจึงไม่ขัดแย้งกัน Evidently นำเสนอข้อความแรกเหมือนเป็นข้อสรุปที่เห็นได้ชัดจากหลักฐาน ทำให้น้ำเสียงของการเปรียบต่างมั่นใจและเคร่งขรึมเล็กน้อย โครงสร้างนี้ใช้จัดลำดับการประเมินได้ โดยเริ่มจากสิ่งที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สมมติฐานในอุดมคติ แล้วจึงประเมินโอกาสภายใต้เงื่อนไขจริง

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ theoretically possible but extremely unlikely in practice ได้ตรงที่สุด

  1. เหตุการณ์นั้นน่าจะเกิดขึ้น แต่ไม่มีทฤษฎีใดอธิบายได้
  2. เหตุการณ์นั้นเป็นไปไม่ได้ทางตรรกะ แม้ว่าผู้คนคาดว่าจะเกิดขึ้น
  3. เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้ในหลักการ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงต่ำมาก
ดูคำตอบ

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้ในหลักการ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงต่ำมาก

which should make any failure feel a good deal less shameful. วลี

1:29

ซึ่งน่าจะทำให้ความล้มเหลวใดๆ รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอายน้อยลงมาก

วลี

a good deal less: น้อยลงมาก

ในที่นี้ a good deal เป็นคำเสริมระดับที่วางหน้ารูปเปรียบเทียบ less โดย a good deal less shameful หมายถึงน่าอับอายน้อยลงมาก จึงสื่อว่าระดับความอับอายที่คาดว่าจะรู้สึกลดลงอย่างมาก ในโครงสร้างนี้ a good deal ไม่ได้หมายถึงการซื้อขายที่คุ้มค่า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a good deal + รูปเปรียบเทียบ เช่น a good deal easier หรือ a good deal more expensive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง much less: After we simplified the form, it became ____ confusing.

ดูคำตอบ

a good deal less

No one thinks their partner is terrific after a while.

1:34

ไม่มีใครคิดว่าคู่ของตัวเองยอดเยี่ยมไร้ที่ติหลังจากคบกันไปได้สักพัก

Those among us who choose to stay single shouldn't be thought unromantic. ลำดับความ

1:38

พวกเราที่เลือกจะอยู่เป็นโสดไม่ควรถูกมองว่าเป็นคนไม่มีความโรแมนติก

Indeed, we may be among the very most romantic of all

1:42

อันที่จริง เราอาจเป็นกลุ่มคนที่โรแมนติกที่สุดด้วยซ้ำ

because it is in the end the fervent romantics

1:45

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกโรแมนติกที่คลั่งไคล้นี่แหละ

who should be especially careful of ending up in mediocre relationships. กริยาวลี

1:48

ที่ควรจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ต้องจบลงในความสัมพันธ์ที่ธรรมดาๆ

ลำดับความ

การไล่ระดับจาก shouldn't be thought unromantic. ไปสู่ the very most romantic of all

ส่วนแรกปฏิเสธการตัดสินแบบเหมารวม แต่ยังไม่ได้เสนอข้อยืนยันเชิงบวกอย่างเต็มที่ Shouldn't be thought unromantic หมายความว่าไม่ควรมองคนที่เลือกเป็นโสดว่าเป็นคนที่ขาดความโรแมนติก ส่วนโครงสร้างกรรมวาจกทำให้จุดเน้นอยู่ที่ป้ายกำกับที่กำลังถูกแก้ไข จากนั้น Indeed ผลักข้อโต้แย้งให้แรงขึ้น โดยบอกว่าคนเหล่านี้อาจเป็น the very most romantic of all การให้เหตุผลจึงเปลี่ยนจากการปฏิเสธป้ายกำกับเชิงลบไปเป็นการยืนยันสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างหนักแน่น ในที่นี้ very เน้นคำขั้นสุด most ทำให้ข้อยืนยันที่สองแรงกว่าการพูดเพียงว่าพวกเขาโรแมนติก

แบบฝึกหัด

การเปลี่ยนจาก shouldn't be thought unromantic ไปเป็น the very most romantic of all ทำหน้าที่อะไร?

  1. เริ่มจากปฏิเสธป้ายกำกับเชิงลบ แล้วเสนอข้อยืนยันเชิงบวกที่แรงกว่า
  2. เสนอคำบรรยายสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยน้ำหนักของข้อโต้แย้งไม่เปลี่ยน
  3. เริ่มด้วยคำชมอย่างมาก แล้วลดคำชมนั้นให้เหลือเพียงคำกล่าวอย่างระมัดระวัง
ดูคำตอบ

เริ่มจากปฏิเสธป้ายกำกับเชิงลบ แล้วเสนอข้อยืนยันเชิงบวกที่แรงกว่า

กริยาวลี

ending up in: ในที่สุดตกอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง

end up in + นามวลี หมายถึงในที่สุดไปถึงสถานที่ ตกอยู่ในสภาวะ เข้ากลุ่ม หรือเข้าสู่ความสัมพันธ์หลังจากผ่านกระบวนการบางอย่าง ผลลัพธ์มักไม่ได้วางแผนไว้ น่าประหลาดใจ หรือไม่เป็นที่ต้องการ ในที่นี้ mediocre relationships คือผลลัพธ์ที่ควรหลีกเลี่ยง สำนวนนี้เน้นผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ได้เน้นการตัดสินใจโดยตั้งใจว่าจะเข้าไปอยู่ในผลลัพธ์นั้น in ใช้คู่กับวลีบอกผลลัพธ์ที่ตามมา เช่น end up in trouble หรือ end up in a new career

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ในที่สุดตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้”: Without a clear budget, the project could ____ serious financial trouble.

ดูคำตอบ

end up in

Relationships best suit the kind of people

1:53

ความสัมพันธ์นั้นเหมาะสมที่สุดกับคนประเภท

who don't actually expect too much from them. วลี

1:56

ที่แท้จริงแล้วไม่ได้คาดหวังอะไรจากมันมากนัก

วลี

expect too much from someone or something: คาดหวังจากคนหรือสิ่งใดมากเกินไป

expect too much from someone or something หมายถึงหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือ ประโยชน์ ผลงาน หรือผลลัพธ์จากคนหรือสิ่งนั้นมากเกินกว่าที่เป็นจริงได้ ในประโยคนี้ them หมายถึง relationships ดังนั้นผู้พูดจึงบอกว่าความสัมพันธ์เหมาะกับคนที่ตั้งความคาดหวังไว้ไม่สูงเกินไป รูปแบบหลักคือ expect + too much + from + แหล่งที่มา คำว่า too much มีการประเมินเชิงลบอยู่ด้วย กล่าวคือปริมาณหรือระดับที่คาดหวังนั้นมากเกินไป ไม่ใช่แค่สูงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่แสดงว่าทีมใหม่เป็นแหล่งของผลลัพธ์ที่คาดหวัง: We shouldn't expect too much ____ a brand-new team.

ดูคำตอบ

from

We aren't sane enough to be in relationships. ไวยากรณ์

1:59

เราไม่มีสติสัมปชัญญะมากพอที่จะอยู่ในความสัมพันธ์

ไวยากรณ์

sane enough to: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive

คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยา บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับเพียงพอสำหรับการทำสิ่งที่ตามมา enough วางหลังคำคุณศัพท์ เช่น sane enough to be ไม่ใช่ enough sane to be เมื่อมี aren't ประโยคนี้จึงบอกว่ายังไม่ถึงระดับที่จำเป็น ผู้พูดกล่าวว่า “พวกเรา” ยังไม่มีเหตุผลหรือความมั่นคงทางอารมณ์มากพอที่จะมีความสัมพันธ์ ในบริบทนี้ sane เป็นการวิจารณ์ตัวเองแบบเกินจริง ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ใช้ calm, enough และ to explain เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a short break, Maya was ____ what happened.

ดูคำตอบ

calm enough to explain

Though it's a sign of some maturity to know how to love and live alongside someone, โน้ต

2:02

แม้ว่าการรู้ว่าต้องรักและใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนเป็นสัญญาณของความมีวุฒิภาวะบ้าง

ไวยากรณ์

know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน

Know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการมีความรู้หรือความสามารถในทางปฏิบัติที่จำเป็นต่อการทำสิ่งหนึ่ง หลัง how to ให้ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน และไม่ใช้ลำดับคำแบบประโยคคำถาม ในประโยคนี้ how to เพียงชุดเดียวเชื่อมกับคำกริยาที่ขนานกันสองคำ คือ love และ live ความหมายคือ “รู้ว่าจะรักและใช้ชีวิตเคียงข้างใครสักคนอย่างไร” โดยเข้าใจว่า how to ใช้กับทั้งสองการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงความสามารถในทางปฏิบัติ: I ____ use this camera, so I can show you.

ดูคำตอบ

know how to

it is actually a sign of even greater maturity

2:07

แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นสัญญาณของวุฒิภาวะที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

to recognize that this is something one isn't in the end going to be psychologically capable of, วลี

2:10

ที่จะตระหนักได้ว่านี่คือสิ่งที่ในท้ายที่สุดแล้วเราไม่มีความสามารถพอในทางจิตวิทยา

ลำดับความ

a sign of some maturity ... a sign of even greater maturity: โครงสร้างขนานและการไล่ระดับ

การใช้กรอบ “a sign of ... maturity” ซ้ำกันทำให้แนวคิดสองอย่างอยู่ในรูปไวยากรณ์เดียวกัน และชวนให้ผู้ฟังเปรียบเทียบกันโดยตรง แนวคิดแรกถูกเรียกว่า “ความเป็นผู้ใหญ่อยู่บ้าง” แต่แนวคิดที่สองถูกยกระดับเป็น “ความเป็นผู้ใหญ่ที่มากยิ่งกว่า” การไล่ระดับนี้พลิกการตัดสินคุณค่าที่คาดไว้ โดยเสนอว่าการยอมรับขีดจำกัดของตนเองเป็นผู้ใหญ่มากกว่าการสามารถรักและใช้ชีวิตเคียงข้างใครสักคน คำว่า greater เปรียบเทียบสัญญาณของความเป็นผู้ใหญ่สองอย่าง ไม่ใช่คนสองคน

แบบฝึกหัด

ผลหลักของการใช้ “a sign of ... maturity” ซ้ำและเปลี่ยนจาก “some” เป็น “even greater” คืออะไร?

  1. เป็นการเสนอให้การตัดสินอย่างที่สองเป็นมาตรฐานของความเป็นผู้ใหญ่ที่หนักแน่นและน่าประหลาดใจกว่า
  2. เป็นการแสดงว่าพฤติกรรมทั้งสองมีความเป็นผู้ใหญ่เท่ากัน
  3. เป็นการเปรียบเทียบระดับความเป็นผู้ใหญ่ของคนสองคนโดยตรง
ดูคำตอบ

เป็นการเสนอให้การตัดสินอย่างที่สองเป็นมาตรฐานของความเป็นผู้ใหญ่ที่หนักแน่นและน่าประหลาดใจกว่า

วลี

psychologically capable of: ความสามารถทางจิตใจและรูปแบบ of

ในประโยคนี้ psychologically capable of หมายถึง “มีความสามารถทางจิตใจหรืออารมณ์ที่จะรับมือหรือทำบางสิ่ง” psychologically จำกัดขอบเขตของ capable ว่าสิ่งที่เป็นข้อจำกัดไม่ใช่ทักษะหรือความสามารถทางกาย แต่เป็นสิ่งที่คนหนึ่งรับไหวทางจิตใจ รูปแบบคือ be capable of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ something เป็นกรรมของ of ในเชิงความหมาย: something one isn't ... psychologically capable of ดังนั้น of ท้ายประโยคจึงมีกรรมอยู่แล้วในโครงสร้าง relative ที่สมบูรณ์กว่า ไม่ได้ขาดกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่มี capable และหมายถึง “มีความสามารถทางจิตใจ”: After months of intense stress, Maya was not psychologically ____ taking on another major project.

ดูคำตอบ

capable of

as a good portion of us simply are not. วลี

2:16

เหมือนที่พวกเราส่วนใหญ่ก็แค่ทำไม่ได้

วลี

a good portion of us: ส่วนที่มีจำนวนมากพอสมควรแต่ไม่ระบุสัดส่วน

A good portion of us หมายถึง “ส่วนที่มีจำนวนไม่น้อยในกลุ่มของเรา” ในที่นี้ good ใช้เน้นปริมาณว่ามีจำนวนมากพอสมควร ไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนดี วลีนี้จงใจไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน โดยบอกเป็นนัยว่ากลุ่มนั้นใหญ่พอที่จะมีความสำคัญ แต่ไม่ได้กล่าวว่ามีมากกว่าครึ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ are not ละคำอธิบายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เพราะผู้ฟังเข้าใจอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีผู้อยู่อาศัยจำนวนมากพอสมควรเข้าร่วม โดยไม่ได้กล่าวว่ามีมากกว่าครึ่งหนึ่ง?

  1. Only a few of the residents joined the cleanup.
  2. A good portion of the residents joined the cleanup.
  3. Most of the residents joined the cleanup.
ดูคำตอบ

A good portion of the residents joined the cleanup.

retiring oneself voluntarily การใช้คำ

2:19

การถอนตัวออกมาด้วยความสมัครใจ

in order to save others and oneself

2:21

เพื่อที่จะปกป้องผู้อื่นและตัวเอง

from the consequences of one's own inner emotional turmoil

2:24

จากผลที่ตามมาจากความปั่นป่วนทางอารมณ์ภายในของตัวเอง

is the true sign of a great and kind soul.

2:27

คือสัญญาณที่แท้จริงของจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่และมีเมตตา

การใช้คำ

retiring oneself voluntarily: ถอนตัวโดยสมัครใจ

ในที่นี้ retiring oneself voluntarily หมายถึงการเลือกถอนตัวออกจากความสัมพันธ์หรือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง retiring มีกรรมแบบสะท้อนกลับ จึงสื่อว่าบุคคลนั้นตั้งใจนำตัวเองออกมา ไม่ใช่ถูกคนอื่นกันออกไป ไม่ได้หมายถึงการยุติอาชีพ ประโยคนี้นำเสนอการถอนตัวโดยสมัครใจว่าเป็นวิธีป้องกันไม่ให้ความปั่นป่วนทางอารมณ์ภายในของตนทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเอง

แบบฝึกหัด

หากถอดความเป็นภาษาอังกฤษสมัยใหม่ retiring oneself voluntarily ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ออกจากอาชีพที่ได้รับค่าจ้างเมื่อถึงวัยเกษียณตามปกติ
  2. ถูกคนอื่นปลดออกจากตำแหน่ง
  3. เลือกถอนตัวออกจากความสัมพันธ์หรือสถานการณ์
ดูคำตอบ

เลือกถอนตัวออกจากความสัมพันธ์หรือสถานการณ์

Being alone means not inflicting yourself on others. สำนวน

2:32

การอยู่คนเดียวหมายถึงการไม่เอาตัวเองไปเป็นภาระให้ผู้อื่น

สำนวน

inflicting yourself on others: มองการมีอยู่ของตนเองเป็นภาระ

Inflicting yourself on others เป็นอุปมาที่จงใจใช้ถ้อยคำรุนแรง โครงสร้างปกติคือ inflict something harmful on someone แต่ในที่นี้ yourself อยู่ในตำแหน่งของสิ่งที่เป็นอันตราย ผู้พูดจึงมองการมีอยู่ ปัญหา หรือพฤติกรรมของตนเองว่าเป็นภาระที่ถูกยัดเยียดให้ผู้อื่น ในประโยคนี้ ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนมุมมองต่อการอยู่คนเดียวที่วิจารณ์ตนเองและมีอารมณ์ขันขมขื่น โดยทำให้ความสันโดษดูเหมือนเป็นการปกป้องผู้อื่นไม่ให้ต้องรับมือกับตนเอง ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายร่างกาย

แบบฝึกหัด

วลี not inflicting yourself on others สื่อท่าทีแบบใด

  1. ผู้พูดบอกว่ากำลังทำร้ายร่างกายของคนอื่น
  2. ผู้พูดมองการอยู่ร่วมกับตนเองว่าเป็นภาระด้วยการวิจารณ์ตนเองอย่างรุนแรง
  3. ผู้พูดอธิบายอย่างเป็นกลางว่าชอบงานอดิเรกที่เงียบสงบ
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองการอยู่ร่วมกับตนเองว่าเป็นภาระด้วยการวิจารณ์ตนเองอย่างรุนแรง

It spares you from constant reminders of how difficult and strange you are. วลี

2:36

มันช่วยให้คุณไม่ต้องถูกคอยตอกย้ำอยู่เสมอว่าตัวคุณเองรับมือยากและแปลกประหลาดแค่ไหน

วลี

spares you from: ช่วยให้ใครบางคนไม่ต้องเจอประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจ

ในที่นี้ spares you from หมายถึง “ช่วยให้ไม่ต้องเผชิญ” กับสิ่งที่ไม่น่าพอใจ การอยู่คนเดียวถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทำให้คนคนนั้นไม่ต้องเจอกับการย้ำเตือนถึงข้อเสียของตนอยู่ตลอดเวลา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ spare + คน + from + คำนามหรือรูป -ing เช่น spare someone from embarrassment หรือ spare us from waiting ในความหมายนี้ spare เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สำรอง” หรือ “ที่ว่างอยู่”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ spare และคำบุพบทที่จำเป็น: Last week, the clear instructions ____ us ____ making the same mistake twice.

ดูคำตอบ

spared · from

No one is there to hold a mirror up, สำนวน

2:40

ไม่มีใครมาคอยถือกระจกส่องให้

record your antics, and constantly make you accountable for them. โน้ต

2:42

บันทึกพฤติกรรมบ้าๆ บอๆ ของคุณ และทำให้คุณต้องรับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง

สำนวน

hold a mirror up: ทำให้มองเห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน

ในที่นี้ hold a mirror up เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงอีกคนหนึ่งทำให้คุณมองเห็นพฤติกรรมและข้อเสียของตนเองอย่างชัดเจน การกระทำที่ตามมา ได้แก่ การบันทึกพฤติกรรมพิเรนทร์และการเรียกร้องให้รับผิดชอบ แสดงให้เห็นว่า “กระจก” นี้สะท้อนอะไร รูปที่สมบูรณ์และพบบ่อยคือ hold up a mirror to someone or something ในคำบรรยายนี้ ผู้ฟังเข้าใจเป้าหมายได้จากบริบท วลีจึงจบที่ up

แบบฝึกหัด

คำเปรียบเทียบในประโยคนี้หมายถึงอะไร? The honest review held up a mirror to the company's careless habits.

  1. มันขอให้บริษัทซื้อกระจกจริง ๆ
  2. มันทำให้บริษัทมองเห็นพฤติกรรมของตนเองอย่างชัดเจน
  3. มันปกป้องบริษัทจากคำวิจารณ์ของสาธารณชน
ดูคำตอบ

มันทำให้บริษัทมองเห็นพฤติกรรมของตนเองอย่างชัดเจน

การใช้คำ

Antics สำหรับพฤติกรรมซุกซนหรือก่อความวุ่นวาย

ในที่นี้ antics หมายถึงสิ่งที่คนหนึ่งทำซึ่งดูเด่น สร้างความขบขัน เกินจริง หรือก่อความวุ่นวายเล็กน้อย วลี your antics แฝงการมองอย่างขบขันหรือวิจารณ์เล็กน้อย จึงมีน้ำเสียงชัดกว่าและเป็นกลางน้อยกว่า your actions โดยปกติ antics ใช้ในรูปพหูพจน์ คำนี้ไม่ได้สื่อถึงการกระทำผิดร้ายแรงในตัวเอง ใจความสำคัญคือพฤติกรรมที่ดึงดูดความสนใจเพราะดูซุกซน แปลก หรือไม่ฉลาด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ antics ในตัวอย่างมากที่สุด

  1. การกระทำทั่วไปที่บรรยายโดยไม่มีท่าทีใด ๆ
  2. พฤติกรรมที่เด่น ดูไม่ฉลาด หรือก่อความวุ่นวาย ซึ่งถูกมองด้วยความขบขันหรือคำวิจารณ์เล็กน้อย
  3. อาชญากรรมร้ายแรงที่ต้องแจ้งตำรวจ
ดูคำตอบ

พฤติกรรมที่เด่น ดูไม่ฉลาด หรือก่อความวุ่นวาย ซึ่งถูกมองด้วยความขบขันหรือคำวิจารณ์เล็กน้อย

วลี

Make Someone Accountable for Something: ทำให้ใครบางคนรับผิดชอบต่อบางสิ่ง

Make someone accountable for something หมายถึงทำให้หรือกำหนดให้บุคคลหนึ่งรับผิดชอบต่อบางสิ่ง อธิบายเรื่องนั้น และอาจต้องเผชิญผลที่ตามมา ในที่นี้ make you accountable for them หมายถึงอีกฝ่ายจะไม่ปล่อยให้คุณเพิกเฉยต่อการกระทำของตัวเอง โครงสร้างคือ make + person + accountable + for + action, decision, or result โดย accountable เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยายบุคคล และ for นำเข้าสิ่งที่บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make ... accountable for: The new policy will ____ managers ____ any data breach.

ดูคำตอบ

make · accountable for

If you're lucky, you'll be able to tolerate and even like yourself ไวยากรณ์

2:46

ถ้าคุณโชคดี คุณจะสามารถทนทานและถึงขั้นชอบตัวเองได้

if you're on your own. วลี

2:50

หากคุณอยู่ตัวคนเดียว

ไวยากรณ์

If you're lucky, you'll be able to ...: เงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริง

If you're lucky แสดงเงื่อนไขที่ผู้พูดมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริง ส่วนประโยคหลัก you'll be able to ... บอกความสามารถในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง รูปแบบเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคตที่เป็นไปได้จริงนี้ใช้ if + present simple ในอนุประโยคเงื่อนไข (you're) แล้วใช้ will + กริยารูปพื้นฐานในประโยคหลัก (you'll be) โดยปกติจะไม่ใช้ will ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ส่วน if you're on your own ที่ตามมาระบุสถานการณ์ที่ผลนั้นใช้ได้แยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขเกี่ยวกับอนาคตที่เป็นไปได้จริง โดยใช้ have ในอนุประโยค if และใช้รูปย่อของ you will be able to: If you ____ enough time, ____ finish before dinner.

ดูคำตอบ

have · you'll be able to

วลี

on your own: ในประโยคนี้หมายถึงอยู่คนเดียว

ในที่นี้ on your own หมายถึงอยู่คนเดียวโดยไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย บริบทพูดถึงการไม่มีคู่หรือเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ดังนั้นวลีนี้บอกว่ามีใครอยู่ด้วยหรือไม่ ไม่ได้บอกว่างานหนึ่งเสร็จอย่างไร วลีเดียวกันนี้ยังอาจหมายถึงทำโดยไม่มีใครช่วยได้ด้วย ให้ดูจากบริบทว่าวลีนี้ตอบคำถามว่า ใครอยู่กับคุณ? หรือ ใครช่วยคุณ?

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคแล้วเลือกความหมายของ on her own: Maya's roommates are away, so she's spending the weekend on her own.

  1. ทำงานให้เสร็จโดยไม่มีใครช่วย
  2. อยู่คนเดียวโดยไม่มีเพื่อนร่วมห้องอยู่ด้วย
  3. ใช้สิ่งของที่เป็นของเธอเอง
ดูคำตอบ

อยู่คนเดียวโดยไม่มีเพื่อนร่วมห้องอยู่ด้วย

Relationships spoil love. ลำดับความ

2:53

ความสัมพันธ์ทำลายความรัก

ลำดับความ

Relationships spoil love. ในฐานะข้อเสนอที่สวนทางกับความคาดหมาย

“Relationships spoil love.” เป็นข้อเสนอที่สั้นและสวนทางกับความคาดหมาย เพราะโดยทั่วไปคนมักคิดว่าความสัมพันธ์ช่วยหล่อเลี้ยงความรัก แต่ประโยคนี้กลับวาง relationship กับ love ให้เป็นสิ่งที่อาจขัดแย้งกัน ในที่นี้ spoil หมายถึง “ทำให้เสียหายหรือแย่ลง” ประโยคนี้สั้น ไม่มีถ้อยคำลดทอนความเหมารวม และใช้ simple present จึงทำหน้าที่คล้ายหัวข้อย่อยหรือคำกล่าวเปิดเรื่อง จุดประสงค์คือสร้างความประหลาดใจและปูทางไปสู่เหตุผลที่จะตามมา ไม่ใช่พิสูจน์ว่าทุกความสัมพันธ์ทำร้ายความรัก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Relationships spoil love.” มีหน้าที่หลักในเชิงวาทกรรมอย่างไร?

  1. เสนอข้อกล่าวอ้างที่ชวนสะดุดใจเพื่อให้การอภิปรายถัดไปขยายความ
  2. รายงานกฎที่พิสูจน์อย่างรอบคอบและใช้ได้กับทุกความสัมพันธ์
  3. ให้คำแนะนำทีละขั้นตอนในการปรับปรุงความสัมพันธ์
ดูคำตอบ

เสนอข้อกล่าวอ้างที่ชวนสะดุดใจเพื่อให้การอภิปรายถัดไปขยายความ

It may be better to feel alone and be denied sex ไวยากรณ์

2:55

การรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกปฏิเสธเรื่องเซ็กส์

outside of a relationship than inside one.

2:58

นอกความสัมพันธ์อาจจะดีกว่าต้องมาเจอเรื่องพวกนี้เมื่ออยู่ในความสัมพันธ์

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบ better to feel alone ... outside of a relationship than inside one

รูปแบบ may be better to ... than ... ใช้เปรียบเทียบสองสถานการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ และบอกว่าสถานการณ์แรกน่าเลือกกว่า ในที่นี้ ประสบการณ์ที่เข้าใจว่ามีอยู่ทั้งสองด้านคือ feel alone and be denied sex โดยประโยคมองว่าการเจอสิ่งนี้นอกความสัมพันธ์ยังดีกว่าการเจอภายในความสัมพันธ์ better ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์นั้นดี แต่หมายถึง “แย่น้อยกว่า” ในการเปรียบเทียบนี้ outside of และ inside กล่าวถึงสถานะว่าอยู่ในความสัมพันธ์หรือไม่ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ one ใช้แทน a relationship ดังนั้น inside one จึงหมายถึง inside a relationship และช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ better to ... than ...: It may be ____ ask for help ____ hide a serious mistake.

ดูคำตอบ

better to · than

One thing the single are never denied is hope. ไวยากรณ์

3:02

สิ่งหนึ่งที่คนโสดไม่เคยถูกพรากไปก็คือความหวัง

ไวยากรณ์

One thing ... is hope: การเน้นข้อสรุปหนึ่งอย่าง

โครงสร้าง One thing + อนุประโยคขยายคำนาม + is + จุดเน้น เลือกผลลัพธ์หนึ่งอย่างจากการอภิปรายที่กว้างกว่า แล้ววางไว้ท้ายประโยคเพื่อเน้น คำว่า the single are never denied เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ละ that ไว้: One thing (that) the single are never denied is hope. ในที่นี้ the single หมายถึงคนโสด เมื่อ deny someone something เปลี่ยนเป็นรูปถูกกระทำ พวกเขาคือผู้ที่ไม่เคยถูกพรากสิ่งนั้นไป ส่วน hope คือสิ่งที่ถูกเน้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นฝ่ายปฏิเสธความหวัง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเน้น One thing + อนุประโยคขยายคำนาม + is + จุดเน้น ให้สมบูรณ์: ____ the new schedule has improved ____ communication.

ดูคำตอบ

One thing · is

All this isn't to say that being alone is without problems. โน้ต

3:06

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าการอยู่คนเดียวจะไม่มีปัญหา

ลำดับความ

All this isn't to say that: การจำกัดข้อสรุป

คำเชื่อม All this isn't to say that + อนุประโยค ใช้ป้องกันไม่ให้เกิดข้อสรุปที่เด็ดขาดเกินไปจากการอภิปรายก่อนหน้า ในประโยคนี้ การสนับสนุนการอยู่คนเดียวก่อนหน้านี้ไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการอ้างว่าการอยู่คนเดียวไม่มีปัญหาเลย คำเชื่อมนี้ไม่ได้ลบล้างเหตุผลก่อนหน้า แต่จำกัดขอบเขตของเหตุผลนั้น ยอมรับว่ายังมีด้านที่ซับซ้อน และเปิดทางไปสู่การอภิปรายอีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

หลังจากบอกข้อดีสามอย่างของการเรียนออนไลน์ ประโยคใดป้องกันไม่ให้ผู้อ่านสรุปว่าการเรียนออนไลน์ไม่มีข้อเสียได้ดีที่สุด

  1. All this shows that studying online has no drawbacks.
  2. All this isn't to say that studying online has no drawbacks.
  3. All this is to say that studying online has no drawbacks.
ดูคำตอบ

All this isn't to say that studying online has no drawbacks.

ไวยากรณ์

isn't ... is without problems: ทำความเข้าใจคำปฏิเสธซ้อน

ในโครงสร้าง This isn't to say that X คำว่า isn't ปฏิเสธการกล่าวอ้าง X ทั้งหมด ในที่นี้ X คือ being alone is without problems และ without problems หมายถึง 'having no problems.' คำปฏิเสธสองส่วนจึงไม่ได้หักล้างกันง่าย ๆ ภายในอนุประโยคเดียว ผู้เขียนกำลังปฏิเสธคำกล่าวแบบเหมารวมว่าการอยู่คนเดียวไม่มีปัญหาเลย และยอมรับว่าการอยู่คนเดียวยังคงอาจมีปัญหาได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดสื่อความหมายของ All this isn't to say that being alone is without problems ได้ถูกต้องที่สุด

  1. การอยู่คนเดียวยังคงอาจมีปัญหาได้
  2. ผู้เขียนปฏิเสธที่จะพูดถึงปัญหาของการอยู่คนเดียว
  3. การอยู่คนเดียวไม่มีปัญหาใด ๆ เลย
ดูคำตอบ

การอยู่คนเดียวยังคงอาจมีปัญหาได้

There are, of course, drawbacks to both states,

3:09

แน่นอนว่าสถานะทั้งสองต่างก็มีข้อเสีย

being single and being in a couple.

3:12

ทั้งการเป็นโสดและการมีคู่

Loneliness in the one, ลำดับความ

3:14

อย่างหนึ่งก็มีความเหงา

suffocation, anger, and frustration in the other.

3:16

อีกอย่างก็มีความรู้สึกอึดอัด ความโกรธ และความคับข้องใจ

ลำดับความ

the one ... the other กับการละคำแบบขนาน

the one และ the other ย้อนกลับไปอ้างถึงสองสถานะที่เพิ่งกล่าวถึง โดย the one หมายถึง being single และ the other หมายถึง being in a couple เนื่องจากมีสองสถานะพอดี คู่นี้จึงใช้เชื่อมข้อเสียที่ต่างกันกับแต่ละสถานะโดยไม่ต้องกล่าววลีเต็มซ้ำ ส่วนนี้ละคำที่ซ้ำกัน เช่น there is หรือ there are drawbacks หากเขียนเต็มจะหมายความว่าในสถานะหนึ่งมีความเหงา ส่วนอีกสถานะมีความอึดอัด ความโกรธ และความคับข้องใจ การละคำเช่นนี้ทำให้การเปรียบต่างกระชับและสมดุล

แบบฝึกหัด

ใช้คู่ the one ... the other เติมการเปรียบต่างให้สมบูรณ์ ประโยคนี้เปรียบเทียบการอยู่ใจกลางเมืองกับการอยู่ชนบท: More excitement in ____, more peace and quiet in ____.

ดูคำตอบ

the one · the other

The truth is, we're simply not terribly good at being happy, โน้ต

3:19

ความจริงก็คือ พวกเราแค่ไม่ค่อยเก่งนักในการทำให้ตัวเองมีความสุข

ลำดับความ

The truth is, ในฐานะสัญญาณของข้อสรุปหลัก

“The truth is,” เป็นตัวบ่งชี้ทางวาทกรรมที่พาจากรายละเอียดก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุปหลักที่ผู้พูดมองว่าตรงไปตรงมามากกว่า ในที่นี้ มันวาง “we're simply not terribly good at being happy” ให้เป็นประเด็นที่ลึกกว่าซึ่งอยู่เบื้องหลังการอภิปราย สำนวนนี้นำเสนอการประเมินของผู้พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่คำว่า “the truth” ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าข้อความถัดไปเป็นความจริงเชิงภววิสัย

แบบฝึกหัด

“The truth is,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. พิสูจน์ว่าคำกล่าวถัดไปเป็นข้อเท็จจริงเชิงภววิสัย
  2. นำเสนอตัวอย่างเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลต่อข้อโต้แย้ง
  3. บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปหลักที่ตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ

บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปหลักที่ตรงไปตรงมา

น้ำเสียง/เจตนา

not terribly good at: การประเมินเชิงลบแบบยับยั้ง

“not terribly good at” หมายความว่าใครบางคนมีความสามารถค่อนข้างต่ำในด้านหนึ่ง โดยมีความหมายเชิงลบมากกว่าความคิดตามตัวอักษรว่า “ไม่ได้เก่งเป็นพิเศษ” ใน “good at being happy” บุพบท “at” ตามด้วยรูป -ing คือ “being” ในที่นี้ “terribly” หมายถึง “very” แต่อยู่ในวลีปฏิเสธ “not terribly good” วลีทั้งหมดจึงทำหน้าที่คล้าย “not very good” ที่กล่าวอย่างยับยั้งกว่า ฟังดูนุ่มนวลกว่า “terrible at” แต่การประเมินยังคงเป็นลบอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “I'm not terribly good at remembering names.” เขาน่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. พวกเขาจำชื่อได้ไม่แย่และอาจทำได้ค่อนข้างดี
  2. พวกเขามักมีปัญหาในการจำชื่อ
  3. พวกเขาเก่งมากในการจำชื่อ
ดูคำตอบ

พวกเขามักมีปัญหาในการจำชื่อ

whatever our relationship status, ไวยากรณ์

3:22

ไม่ว่าสถานะความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

whatever our relationship status: เงื่อนไขที่ไม่ทำให้ผลเปลี่ยนไป

ในที่นี้ whatever + นามวลี หมายถึง “ไม่ว่าสถานะหรือค่าที่คำนามนั้นกล่าวถึงจะเป็นอะไร” Whatever our relationship status ครอบคลุมทั้งการเป็นโสด การกำลังคบใครอยู่ หรือการมีคู่ ดังนั้นใจความหลักจึงใช้ได้กับทุกกรณี วลีนี้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคและทำหน้าที่เพิ่มเงื่อนไขเชิงยอมรับว่า แม้สถานะความสัมพันธ์จะเปลี่ยน ผลก็ไม่เปลี่ยน โครงสร้างนี้ทำหน้าที่คล้าย regardless of + นามวลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบหนึ่งคำที่หมายถึง “ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร”: ____ your age, you need a ticket.

ดูคำตอบ

Whatever

which is ultimately an argument for neither rushing too fast into a couple ไวยากรณ์

3:25

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นข้อโต้แย้งที่ว่า ไม่ควรรีบร้อนมีคู่จนเกินไป

nor rushing too fast out of one.

3:30

หรือรีบร้อนที่จะหนีออกมาจนเกินไป

ไวยากรณ์

neither rushing ... nor rushing ...: ปฏิเสธทั้งสองทางสุดโต่ง

Neither ... nor ... เชื่อมสองทางเลือกและทำให้ทั้งคู่เป็นปฏิเสธ ในที่นี้เชื่อมวลี gerund ที่มีโครงสร้างขนานกัน ได้แก่ rushing too fast into a couple และ rushing too fast out of one ดังนั้นข้อโต้แย้งจึงปฏิเสธการรีบร้อนทั้งสองแบบ ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเราไม่ควรเริ่มหรือยุติความสัมพันธ์เลย Too fast คือข้อจำกัดสำคัญ คำเตือนคืออย่าทำการเปลี่ยนแปลงแบบใดแบบหนึ่งอย่างเร่งรีบ ส่วน one ใช้แทน a couple เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่เพื่อปฏิเสธทั้งสองทางเลือก: The committee recommends ____ raising prices ____ reducing quality.

ดูคำตอบ

neither · nor