คุณไขปริศนาห้องควบคุมได้หรือไม่ - Dennis Shasha: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: สายลับต้องหาห้องควบคุมที่ซ่อนอยู่ด้วยการจำลองห้องและประตูเป็นกราฟ เหตุผลเรื่องจำนวนคู่และคี่ช่วยตัดชั้นที่เป็นไปไม่ได้ออก จนได้คำตอบว่าอยู่ชั้นที่หกนับจากด้านบน ก่อนจะอธิบายทฤษฎีกราฟและการประยุกต์ใช้ในโลกจริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. all you have to go on — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงมีหลักฐานหรือเบาะแสให้ใช้ตัดสินใจอย่างจำกัด ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่ตามความหมายตรง สามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการสืบสวน ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หรือการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน 2. are known as nodes, are called edges. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เรียนรู้ศัพท์มาตรฐานของทฤษฎีกราฟที่ใช้เรียกวัตถุว่าโหนดและความเชื่อมโยงระหว่างวัตถุว่าเอดจ์ คำศัพท์นี้ช่วยให้ติดตามคำอธิบายเรื่องเส้นทางและเครือข่ายในการขนส่ง การสื่อสาร ความสัมพันธ์ทางสังคม ชีววิทยา และระบาดวิทยาได้ 3. send the death ray crashing into the ocean. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง send + กรรม + รูป -ing หรือวลีบอกทิศทาง ซึ่งแสดงว่าบางสิ่งทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงหรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน และนำไปใช้กับสำนวนอย่าง send someone running หรือ send prices soaring ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
As your country's top spy: ใช้ As เพื่อกำหนดบทบาท
ใน As your country's top spy คำว่า As หมายถึง “ในฐานะ” หรือ “ในบทบาทของ” นามวลี your country's top spy กำหนดตัวตนหรือบทบาทที่ใช้เป็นกรอบในการเข้าใจประโยคหลัก As ตรงนี้เป็นคำเปิดเพื่อกำหนดบทบาท ไม่ได้บอกเวลา และช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่า must ที่ตามมาเป็นหน้าที่ซึ่งผูกกับบทบาทนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ As + นามวลีเพื่อกำหนดบทบาทของบุคคล?
- Because Lena is the team captain, she makes the final decision.
- When the team captain arrives, Lena makes the final decision.
- As the team captain, Lena makes the final decision.
ดูคำตอบ
As the team captain, Lena makes the final decision.
you must infiltrate the headquarters of the evil syndicate, การใช้คำ
0:08คุณต้องแทรกซึมเข้าไปในศูนย์บัญชาการขององค์กรวายร้าย
infiltrate the headquarters: ลอบเข้าไปในสำนักงานใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต
Infiltrate the headquarters หมายถึงเข้าไปในสำนักงานใหญ่แบบลับ ๆ โดยปกติไม่ได้รับอนุญาต เพื่อปฏิบัติการบางอย่าง ในคำสั่งสำหรับสายลับนี้ คำดังกล่าวสื่อถึงภารกิจลับ ไม่ใช่การไปถึงหรือเข้าไปตามปกติ infiltrate ยังใช้กับกลุ่ม เครือข่าย หรือระบบได้ด้วย แนวคิดร่วมคือการแอบเข้าไปหรือแทรกซึมเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าถึง ข้อมูล หรืออิทธิพล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายภารกิจลับที่ต้องเข้าไปในสำนักงานใหญ่ซึ่งมีการคุ้มกันโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ดีที่สุด?
- The agent must enter the headquarters through the main door for a scheduled meeting.
- The agent must visit the headquarters as an invited guest.
- The agent must infiltrate the headquarters.
ดูคำตอบ
The agent must infiltrate the headquarters.
evil syndicate: กลุ่มฝ่ายร้ายที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กร
ในที่นี้ syndicate หมายถึงองค์กรที่มีโครงสร้างและสมาชิกทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ คำคุณศัพท์ evil และบริบทของภารกิจสายลับทำให้ evil syndicate หมายถึงองค์กรฝ่ายร้ายหรือองค์กรอาชญากรรม ไม่ใช่เพียงกลุ่มคนทั่วไป คำว่า syndicate ไม่ได้หมายถึงอาชญากรรมเสมอไป แต่ยังใช้เรียกองค์กรธุรกิจหรือสื่อได้ด้วย ให้ดูคำใกล้เคียง เช่น evil หรือ crime เพื่อระบุความหมายที่ต้องการ
แบบฝึกหัด
evil syndicate ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- กลุ่มฝ่ายร้ายหรืออาชญากรรมที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กร
- อาวุธลำแสงในเรื่องแต่ง
- กลุ่มทั่วไปที่ไม่มีแผนร่วมกัน
ดูคำตอบ
กลุ่มฝ่ายร้ายหรืออาชญากรรมที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กร
find the secret control panel, and deactivate their death ray. วัฒนธรรม
0:11ค้นหาแผงควบคุมลับ และปิดการใช้งานรังสีมรณะของพวกมัน
death ray: อาวุธของวายร้ายในเรื่องแต่ง
ในประโยคนี้ death ray เป็นชื่ออาวุธในเรื่องแต่งที่ยิงลำแสงทรงพลังเพื่อสังหารหรือทำลายเป้าหมาย คำสองคำนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นชื่ออาวุธหนึ่งชนิด ไม่ได้หมายถึงรังสีธรรมดาที่บังเอิญเกี่ยวข้องกับความตาย death ray เป็นแนวคิดที่คุ้นเคยในเรื่องวิทยาศาสตร์และเรื่องราวเกี่ยวกับวายร้ายทรงพลัง ทำให้ภารกิจมีอารมณ์ดราม่าและเกินจริงโดยตั้งใจ แทนที่จะอธิบายเทคโนโลยีที่สมจริง
แบบฝึกหัด
death ray ในเรื่องนี้หมายถึงอะไร
- ลำแสงธรรมดาจากดวงอาทิตย์
- แสงที่ใช้ทางการแพทย์ทั่วไป
- อาวุธในเรื่องแต่งที่ทำลายเป้าหมายด้วยลำแสงทรงพลัง
ดูคำตอบ
อาวุธในเรื่องแต่งที่ทำลายเป้าหมายด้วยลำแสงทรงพลัง
But all you have to go on is the following information picked up by your surveillance team. โน้ต
0:16แต่สิ่งเดียวที่คุณมีคือข้อมูลต่อไปนี้ที่ทีมสอดแนมของคุณรวบรวมมาได้
all you have to go on: ข้อมูลเดียวที่ใช้เป็นหลักได้
all you have to go on หมายถึง “ข้อมูลหรือหลักฐานเพียงอย่างเดียวที่คุณมีไว้ใช้” รูปแบบ all + ประธาน + have + to go on ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งคือหลักทั้งหมดในการตัดสิน และมักเน้นว่ามีหลักฐานอยู่น้อยมาก ในที่นี้ go on หมายถึง “ใช้เป็นหลักในการคิดหาเหตุผล” ไม่ใช่ “ดำเนินต่อ” ดังนั้นข้อมูลต่อจากนี้จึงเป็นเบาะแสเดียวที่มีสำหรับการสืบสวน
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “เบาะแสเดียวที่เรามี” ให้สมบูรณ์: With no witness and no camera footage, this note is ____.
ดูคำตอบ
all we have to go on
picked up: ตรวจจับหรือได้รับข้อมูล
ในที่นี้ picked up หมายถึง “ตรวจจับได้ รับมา หรือได้ข้อมูลมา” เพราะกรรมคือ information ที่ทีมเฝ้าระวังรวบรวมไว้ ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของขึ้นจากพื้น คำว่า picked up by your surveillance team เป็นกลุ่มคำกริยาช่องสามที่ขยาย information และบอกว่าข้อมูลนั้นได้มาอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The receiver picked up an emergency signal,” คำว่า picked up หมายถึงอะไร?
- เครื่องรับหยิบสัญญาณนั้นขึ้นมาจริง ๆ
- เครื่องรับตรวจจับหรือรับสัญญาณนั้นได้
- เครื่องรับทำให้สัญญาณนั้นหยุดทำงาน
ดูคำตอบ
เครื่องรับตรวจจับหรือรับสัญญาณนั้นได้
and so on: แสดงว่ารายการหรือรูปแบบยังดำเนินต่อไป
and so on ใช้ปิดท้ายรายการหรือรูปแบบ เพื่อบอกว่ายังมีสิ่งหรือขั้นตอนที่คล้ายกันต่อไป แม้จะไม่ได้กล่าวออกมาทีละอย่าง ในประโยคนี้ การมีหนึ่งห้องที่ชั้นบนสุดและสองห้องที่ชั้นถัดไปทำให้เห็นรูปแบบของจำนวน วลีนี้บอกให้เข้าใจว่ารูปแบบดังกล่าวดำเนินต่อไป ไม่ได้เพิ่มห้องใดห้องหนึ่งเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ใน “The first step takes one minute, the second takes two, and so on,” คำว่า and so on หมายความว่าอย่างไร
- ผู้พูดกำลังแก้ไขเวลา
- มีเพียงสองขั้นตอนเท่านั้น
- รูปแบบเดิมดำเนินต่อไป
ดูคำตอบ
รูปแบบเดิมดำเนินต่อไป
on the highest floor that can satisfy the following conditions. วลี
0:32ในชั้นที่สูงที่สุดที่ตรงตามเงื่อนไขต่อไปนี้
hidden behind: ถูกซ่อนไว้ด้านหลังบางสิ่ง
be hidden behind + คำนาม หมายความว่าสิ่งหนึ่งอยู่ด้านหลังอีกสิ่งหนึ่งและมองเห็นได้ยากหรือมองไม่เห็น เพราะถูกสิ่งที่อยู่ข้างหน้าบังไว้ ในประโยคนี้ ภาพวาดคือสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ส่วนแผงควบคุมถูกซ่อนไว้ด้านหลังจนมองไม่เห็น behind ในที่นี้แสดงตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ถูกซ่อนไว้ด้านหลัง” ลงในประโยค: The emergency switch is ____ the curtain, so you cannot see it.
ดูคำตอบ
hidden behind
satisfy the following conditions: เป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้
ในที่นี้ satisfy the following conditions หมายถึง “เป็นไปตามข้อกำหนดที่จะแสดงต่อไป” โดยกำลังตรวจว่าชั้นนั้นตรงกับกฎชุดหนึ่งหรือไม่ ไม่ได้ใช้ satisfy ในความหมายว่า “ทำให้เงื่อนไขพอใจ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X satisfies a condition หรือ X satisfies the following conditions มักพบในคำสั่งที่ระบุว่าตัวเลข คำตอบ สิ่งของ หรือกรณีใดผ่านข้อกำหนด
แบบฝึกหัด
เติมกฎนี้ให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนที่เรียน: Every entry must ____.
ดูคำตอบ
satisfy the following conditions
Each room has exactly three doors to other rooms on that floor,
0:35แต่ละห้องมีประตูสามบานที่เชื่อมไปยังห้องอื่น ๆ ในชั้นนั้น
except the control panel room, which connects to only one: ยกเว้นห้องแผงควบคุมซึ่งเชื่อมต่อกับห้องเดียว
except the control panel room แยกห้องแผงควบคุมออกจากกฎทั่วไปที่ว่าแต่ละห้องมีประตูสามบาน ส่วนอนุประโยคสัมพัทธ์แบบให้ข้อมูลเสริม which connects to only one ที่ตามมา อ้างกลับไปถึงห้องแผงควบคุมและบอกกฎพิเศษของห้องนั้นว่าเชื่อมต่อกับห้องอื่นเพียงห้องเดียว ข้อมูลถูกจัดเป็น กฎทั่วไป + except + ข้อยกเว้น + รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อยกเว้น ใน connects to only one ผู้พูดละคำนาม room ที่ซ้ำออกไป แต่ยังเข้าใจความหมายได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงกฎทั่วไป ตามด้วยข้อยกเว้น แล้วจึงให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อยกเว้นนั้นได้ถูกต้อง
- Every office has two windows, which Room 5 except has one.
- Every office has two windows, except Room 5, which has only one.
- Every office has two windows, except Room 5, which have only one.
ดูคำตอบ
Every office has two windows, except Room 5, which has only one.
you can ignore stairs: ไม่นำบันไดมารวมในการวิเคราะห์
ในคำสั่งนี้ you can ignore stairs หมายถึงไม่ต้องนำบันไดมารวมในการให้เหตุผลครั้งนี้ บันไดอาจมีอยู่จริง แต่ไม่ส่งผลต่อโจทย์เรื่องการเชื่อมต่อระหว่างห้องที่กำลังแก้ ตรงนี้ ignore หมายถึง “ไม่นำมาพิจารณา” ในโจทย์ คำสั่ง และการวิเคราะห์ รูปแบบ ignore + ปัจจัยหนึ่ง ใช้จำกัดขอบเขตงานโดยบอกว่าสิ่งใดไม่ต้องนับหรือใส่ในแบบจำลอง
แบบฝึกหัด
อ่านคำสั่งนี้: For this map, ignore the small paths. ignore the small paths หมายความว่าอย่างไร
- ปฏิเสธที่จะมองเส้นทางเล็กเพราะกำลังโกรธ
- สมมติว่าเส้นทางเล็กไม่มีอยู่ที่ไหนเลย
- ไม่นำเส้นทางเล็กมาพิจารณาในงานนี้
ดูคำตอบ
ไม่นำเส้นทางเล็กมาพิจารณาในงานนี้
only have enough time to search: ข้อจำกัดด้านเวลาที่เข้มงวด
ใน only have enough time to search โครงสร้าง have enough time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเวลาที่มีอยู่เพียงพอสำหรับทำสิ่งหนึ่ง คำว่า only ทำให้ข้อจำกัดชัดเจนและเข้มงวด คือไม่มีเวลาค้นหามากกว่าปริมาณที่ระบุไว้ ในประโยคเต็ม a single floor เป็นตัวกำหนดขีดสูงสุดนั้น โครงสร้างที่กว้างขึ้นคือ only have enough + ทรัพยากร + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้บอกข้อจำกัดของเงิน พื้นที่ หรือพลังงานได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง have enough time to ให้มีความหมายว่า “เราตอบได้อีกเพียงหนึ่งคำถาม”: We only ____ one more question.
ดูคำตอบ
have enough time to answer
Can you figure out which floor the control room is on? กริยาวลี
0:55คุณหาได้ไหมว่าห้องควบคุมอยู่ชั้นไหน?
figure out: หาคำตอบด้วยการคิด
Figure out หมายถึงการหาคำตอบหรือเข้าใจบางสิ่งด้วยการคิด ใช้เหตุผล หรือลองทำ ในประโยคนี้ ผู้พูดถามว่าอีกฝ่ายคิดหาคำตอบได้ไหมว่าห้องควบคุมอยู่ชั้นไหน ให้มอง figure out เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด หลังคำนี้วางคำนามหรืออนุประโยคคำถามได้ เช่น figure out the answer และ figure out why it stopped
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย figure out: Can you ____ how this lock works?
ดูคำตอบ
figure out
To solve this problem: ส่วนเปิดที่บอกเป้าหมายก่อน
To solve this problem วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกเป้าหมายก่อน จากนั้นประโยคหลัก we need to visualize it จึงบอกวิธีทำ ลำดับนี้พาผู้ฟังจากเป้าหมายไปสู่วิธีที่จะทำให้สำเร็จ ส่วนเปิดใช้โครงสร้าง infinitive บอกจุดประสงค์ คือ To + คำกริยารูปพื้นฐาน รูปแบบที่บอกเป้าหมายก่อนนี้ใช้จัดลำดับคำอธิบายและคำสั่งได้หลายแบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยส่วนเปิดบอกเป้าหมายสี่คำที่เรียนมา: ____, we need to test each idea.
ดูคำตอบ
To solve this problem
For starters เพื่อเกริ่นประเด็นแรก
For starters ใช้เกริ่นประเด็น เหตุผล หรือขั้นตอนแรกในการอธิบาย มีความหมายว่า “เริ่มจาก” หรือ “ประการแรก” และมักบอกเป็นนัยว่ายังมีข้ออื่นตามมา ในที่นี้ starters ไม่ได้หมายถึง “ผู้เริ่มต้น” วลีทั้งวลีทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูลว่าควรพูดอะไรก่อน
แบบฝึกหัด
ใน “For starters, let's check the easiest example,” คำว่า For starters ทำหน้าที่อะไร?
- เกริ่นประเด็นหรือขั้นตอนแรก
- บอกว่าตัวอย่างนี้มีไว้สำหรับผู้เริ่มต้นเท่านั้น
- ประกาศข้อสรุปสุดท้าย
ดูคำตอบ
เกริ่นประเด็นหรือขั้นตอนแรก
let's call it + ชื่อ เพื่อสร้างป้ายกำกับที่ใช้งานสะดวก
Let's call it + ชื่อ ใช้เสนอชื่อหรือป้ายกำกับให้สิ่งหนึ่ง เช่น let's call it room A ชื่อนั้นอาจเป็นชื่อชั่วคราวหรือเป็นเพียงชื่อที่ช่วยให้อธิบายต่อได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ call หมายถึง “ตั้งชื่อ” หรือ “เรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” โครงสร้างคือ call + กรรม + ชื่อ: call it room A และไม่ใช้ as
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่ใช้เสนอชื่อชั่วคราว: We need a short label for this plan, so ____ Plan B.
ดูคำตอบ
let's call it
plus one door: เพิ่มอีกหนึ่งรายการ
ใน plus one door คำว่า plus หมายถึง “อีกหนึ่ง” หรือ “เพิ่มเข้ามาอีก” โดยเพิ่มประตูอีกหนึ่งบานจากประตูที่กำลังนับอยู่ ในที่นี้ plus เป็นคำเชื่อมเพื่อเพิ่มข้อมูล ไม่ได้เป็นเพียงคำที่ใช้อ่านเครื่องหมายบวกในสมการ เวลาพูด มักใช้ plus ตามด้วยนามวลีเพื่อเพิ่มรายการหรือขยายคำอธิบาย เช่น X, plus Y ผู้ฟังจึงต้องนำ Y ไปเพิ่มเข้ากับข้อมูลที่กล่าวไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ใน “We need two markers, plus one eraser,” คำว่า plus ทำหน้าที่อะไร?
- นำหนึ่งรายการออกจากรายการเดิม
- แสดงว่าสองสิ่งนี้เป็นตัวเลือกคนละทาง
- เพิ่มอีกหนึ่งรายการเข้าไปในรายการเดิม
ดูคำตอบ
เพิ่มอีกหนึ่งรายการเข้าไปในรายการเดิม
must be at least: ระบุขอบเขตขั้นต่ำที่จำเป็น
must be at least รวมแนวคิดสองอย่างเข้าด้วยกัน must be ชี้ถึงข้อสรุปที่ได้จากหลักฐานหรือกฎ ไม่ใช่คำสั่งที่สั่งบุคคล ส่วน at least กำหนดขอบเขตขั้นต่ำ ดังนั้น there must be at least four rooms จึงหมายความว่า ตามเหตุผลนี้ จำนวนห้องจะน้อยกว่าสี่ไม่ได้ แต่สามารถมีสี่ห้องหรือมากกว่านั้นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าต้องมีทางออกอย่างน้อยสามทาง แต่สามารถมีมากกว่าสามทางได้?
- There must be exactly three exits.
- There must be at most three exits.
- There must be at least three exits.
ดูคำตอบ
There must be at least three exits.
แทน ... ด้วยวงกลม
ใน which we can represent as circles คำว่า which เป็นกรรมของ represent และหมายถึงห้องที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โครงสร้างปกติคือ represent X as Y ซึ่งหมายถึงการแสดงหรือจำลอง X ให้อยู่ในรูปของ Y ห้องไม่ได้กลายเป็นวงกลมจริง ๆ วงกลมเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนภาพ ดังนั้น represent ในความหมายนี้จึงพบได้บ่อยในแผนที่ แบบจำลอง และคำอธิบายความสัมพันธ์เชิงนามธรรม
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปในโครงสร้าง represent X as Y: We can represent each room ____ a circle.
ดูคำตอบ
as
once we connect: เมื่อเราเชื่อมแล้ว
ในที่นี้ once ใช้นำหน้าการกระทำที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ข้อสรุปถัดไปมีผล Once we connect rooms B and C หมายถึง “หลังจากหรือทันทีที่เราเชื่อมห้อง B กับ C” และตั้งแต่จุดนั้นก็จะไม่สามารถสร้างการเชื่อมต่ออื่นได้อีก once ตรงนี้เป็นคำสันธานที่นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาและเงื่อนไข ไม่ใช่คำวิเศษณ์ที่หมายถึง “หนึ่งครั้ง” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Once + เหตุการณ์, ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ once แสดงความหมายใด? Once we connect rooms B and C, there are no other connections possible.
- เราเชื่อมต่อเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น
- ข้อสรุปนี้มีผลก่อนที่จะเชื่อมต่อ
- หลังจากเชื่อมต่อแล้ว ข้อสรุปนี้จึงมีผล
ดูคำตอบ
หลังจากเชื่อมต่อแล้ว ข้อสรุปนี้จึงมีผล
no other connections possible: possible ที่วางหลังคำนาม
ในประโยคเต็ม there are ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักอยู่แล้ว ส่วนที่เน้นทำให้โครงสร้างบอกการมีอยู่สมบูรณ์ โดย no other connections เป็นนามวลี และ possible วางหลัง connections เพื่อหมายถึง “ที่ใช้ได้ภายใต้กฎ” ไม่มีคำใดหายไป เขียนใหม่อย่างเป็นธรรมชาติได้ว่า There are no other possible connections. หากเปลี่ยนนามวลีให้เป็นประธาน ให้พูดว่า No other connections are possible. ทั้งสองแบบหมายถึงตัวเลือกการเชื่อมต่อที่เหลือทั้งหมดถูกตัดออก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเขียน there are no other connections possible ใหม่ได้อย่างถูกไวยากรณ์และยังคงความหมายเดิม?
- There are no other connections are possible.
- There may be several other connections.
- There are no other possible connections.
ดูคำตอบ
There are no other possible connections.
So the fourth floor down from the top is out. การใช้คำ
1:30ดังนั้นชั้นที่สี่นับจากข้างบนจึงถูกตัดออกไป
is out: ถูกตัดออกจากตัวเลือก
ในที่นี้ is out หมายถึง “ถูกตัดออกแล้ว” หรือ “ไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป” ชั้นที่สี่ไม่ตรงตามเงื่อนไข ผู้พูดจึงนำชั้นนี้ออกจากสิ่งที่กำลังพิจารณา out ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ candidate + be + out ซึ่งใช้สรุปผลสั้น ๆ ในกระบวนการตัดตัวเลือก และมักใช้หลังจากบอกเหตุผลไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปปัจจุบันของ be out เพื่อเติมการตัดสินใจนี้ให้สมบูรณ์: Friday ____ because half the team will be away.
ดูคำตอบ
is out
We know the control panel has to be as high up as possible, ไวยากรณ์
1:33เรารู้ว่าแผงควบคุมต้องอยู่ให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
as high up as possible: ในตำแหน่งที่สูงที่สุดเท่าที่ทำได้
ในที่นี้ as high up as possible หมายถึงอยู่ในตำแหน่งแนวตั้งที่สูงที่สุดเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย high up ชี้ถึงตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่เหนือจุดอื่น ไม่ใช่คะแนนหรือระดับสูงในความหมายเชิงนามธรรม รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as possible ซึ่งใช้บอกให้ทำระดับนั้นให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้หรือได้รับอนุญาต หากมีข้อจำกัดอื่น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะถึงจุดสูงสุดแบบสัมบูรณ์เสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงตำแหน่งที่สูงที่สุดเท่าที่ทำได้: Mount the camera ____.
ดูคำตอบ
as high up as possible
make our way down: ค่อย ๆ เดินหน้าลงไปทีละขั้น
Make our way down หมายถึงเคลื่อนที่หรือดำเนินลงไปตามเส้นทาง ชุดตำแหน่ง หรือลำดับที่จัดไว้ ไม่ได้หมายถึงสร้างถนนของเรา Make one's way เน้นกระบวนการของการค่อย ๆ เดินหน้า ส่วน down บอกทิศทาง ในประโยคนี้คือการไล่ดูระดับต่าง ๆ ของพีระมิดตามลำดับจากบนลงล่าง วลีเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับการเคลื่อนที่จริงและการไล่ดูรายการหรือแผนภาพทีละขั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของวลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: After reaching the ridge, we carefully ____ the narrow trail.
ดูคำตอบ
made our way down
doesn't work either: อีกตัวเลือกหนึ่งก็ใช้ไม่ได้
ในที่นี้ doesn't work หมายถึง “ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมหรือใช้ได้” ไม่ได้หมายถึง “เสีย” ตัวชั้นไม่ได้ขัดข้อง แต่การเลือกชั้นนี้ไม่ตรงตามเงื่อนไขของโจทย์ either อยู่ท้ายอนุประโยคปฏิเสธนี้และหมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” โดยเชื่อมชั้นนี้เข้ากับตัวเลือกก่อนหน้าที่ใช้ไม่ได้เหมือนกัน
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งปฏิเสธแผนแรกไปแล้ว ประโยคใดปฏิเสธแผนที่สองด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ
- This plan doesn't work too.
- This plan works too.
- This plan doesn't work either.
ดูคำตอบ
This plan doesn't work either.
by drawing it: by + -ing ใช้บอกวิธี
by drawing it ใช้ by + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกวิธีที่ใช้ให้ได้ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ที่ต้องการคือการหาคำตอบ และการวาดสิ่งนั้นออกมาคือวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์นั้น เมื่อ by ใช้บอกวิธีในโครงสร้างนี้ คำกริยาต้องเป็นรูป -ing เช่น by checking, by comparing, by asking ในที่นี้ by ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง ๆ”
แบบฝึกหัด
ใช้ check ในโครงสร้าง by + -ing: We found the mistake ____ every number twice.
ดูคำตอบ
by checking
but to be sure we haven't missed any possibilities, ลำดับความ
1:45แต่เพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ได้พลาดความเป็นไปได้ใด ๆ
to be sure we haven't missed any possibilities: ตรวจสอบว่าไม่มีกรณีใดตกหล่น
to be sure we haven't missed any possibilities อธิบายว่าเหตุใดผู้พูดจึงกำลังจะใช้วิธีอื่น นั่นคือเพื่อตรวจสอบว่าได้พิจารณาทุกกรณีที่เป็นไปได้แล้ว ในที่นี้ miss หมายถึงไม่ได้สังเกตหรือไม่ได้รวมบางสิ่งไว้ ไม่ได้หมายถึงคิดถึง วลีบอกจุดประสงค์ที่อยู่ต้นประโยคช่วยจัดลำดับเหตุผล โดยนำเสนอขั้นตอนถัดไปว่าเป็นการตรวจสอบความครบถ้วน
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าวิธีแรกผิด
- ผู้พูดกำลังจะตรวจสอบว่าไม่มีกรณีที่เป็นไปได้ใดถูกมองข้าม
- ผู้พูดต้องการสร้างกรณีที่เป็นไปได้เพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังจะตรวจสอบว่าไม่มีกรณีที่เป็นไปได้ใดถูกมองข้าม
here's another way: แนะนำวิธีอื่น
Here's another way เป็นสัญญาณเปลี่ยนไปสู่แนวคิดถัดไป โดยบอกว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายหรือแก้ปัญหาเดิมด้วยวิธีที่ต่างออกไป ในที่นี้ way หมายถึงวิธีหรือแนวทาง ไม่ใช่ถนนจริง ๆ ส่วน Here's เป็นรูปย่อของ here is
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้แนะนำวิธีที่ต่างออกไปสำหรับงานเดิมได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Here's another way.
- Here's another subject.
- Here's another road.
ดูคำตอบ
Here's another way.
corresponds to: การจับคู่สิ่งต่าง ๆ ระหว่างสองระบบ
ในประโยคนี้ corresponds to หมายถึง สิ่งหนึ่งตรงกับหรือมีสิ่งที่เป็นคู่กันอยู่ในอีกระบบหนึ่ง ประตูจริงแต่ละบานจับคู่กับเส้นหนึ่งเส้นในกราฟ แต่ประตูกับเส้นนั้นไม่ใช่วัตถุเดียวกัน โครงสร้างคือ X corresponds to Y เนื่องจาก every door เป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ correspond จึงเติมรูปบุรุษที่สามเป็น corresponds
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ correspond to: On this map, each blue dot ____ one train station.
ดูคำตอบ
corresponds to
makes two rooms into neighbors: โครงสร้าง make A into B
makes two rooms into neighbors ใช้โครงสร้าง make A into B ซึ่งหมายถึงทำให้ A กลายเป็น B หรือทำให้ A มีสถานะหรือความสัมพันธ์ใหม่ A คือ two rooms และ B คือ neighbors ในที่นี้ neighbors มีความหมายในเชิงทฤษฎีกราฟ เส้นเชื่อมโหนดที่แทนห้องเข้าด้วยกัน ห้องทั้งสองจึงถือว่าอยู่ติดกันในแบบจำลอง ไม่ได้หมายความว่าคนที่อาศัยอยู่ในห้องเหล่านั้นเป็นเพื่อนบ้านกันจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make A into B: The shared goal ____ the five players ____ a team.
ดูคำตอบ
made · into
have to be สำหรับเงื่อนไขที่จำเป็นตามเหตุผล
ในประโยคนี้ have to be แสดงเงื่อนไขที่จำเป็นตามเหตุผล กล่าวคือ กฎทำให้เงื่อนไขที่กล่าวถึงต้องเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังออกคำสั่ง ในโครงสร้าง there have to be + นามวลี หมายความว่าสิ่งของหรือจำนวนที่กำหนดต้องมีอยู่ โครงสร้าง have to be แบบเดียวกันนี้ใช้บอกข้อสรุป กฎ และเงื่อนไขที่จำเป็นได้
แบบฝึกหัด
เติมข้อสรุปเชิงเหตุผลด้วยสำนวนเป้าหมาย: For the scale to balance, the two sides ____ equal.
ดูคำตอบ
have to be
no matter how many สำหรับผลที่ไม่เปลี่ยนตามจำนวน
no matter how many ใช้กล่าวถึงจำนวนที่เปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ทำให้ผลหลักเปลี่ยนไป ในที่นี้จำนวนการเชื่อมต่ออาจแตกต่างกัน แต่ข้อสรุปที่ว่าจำนวนเพื่อนบ้านเป็นจำนวนคู่ยังคงเป็นจริง โครงสร้างคือ no matter how many + คำนามนับได้พหูพจน์ + ประธาน + กริยา เช่น no matter how many connections we make อนุประโยคนี้วางไว้หน้าหรือหลังประโยคหลักก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง no matter เป้าหมายที่มีความหมายว่าไม่ว่าจำนวนจะเท่าใด: The screen shows the same message ____ times I restart the app.
ดูคำตอบ
no matter how many
to fulfill our starting conditions: ทำให้ตรงตามเงื่อนไขตั้งต้นของเรา
ในประโยคนี้ to fulfill our starting conditions หมายถึง “เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น” รูปกริยา to-infinitive บอกจุดประสงค์ของการคำนวณที่ตามมา fulfill ในที่นี้หมายถึง “ทำให้ตรงตามข้อกำหนด” ไม่ใช่ “ทำให้ความปรารถนาเป็นจริง” ส่วน starting conditions คือข้อจำกัดเดิมที่ใช้ตรวจสอบว่าชั้นที่เสนอนั้นใช้ได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ทำให้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น”: To ____, the team must finish within three days.
ดูคำตอบ
fulfill our starting conditions
we'd need = we would need: ความจำเป็นในสถานการณ์สมมติ
we'd need ในที่นี้เป็นรูปย่อของ we would need โดย would ทำให้ความจำเป็นนี้อยู่ในสถานการณ์สมมติ กล่าวคือ หากชั้นที่เสนอเป็นชั้นที่สูงเป็นอันดับห้า ก็จะต้องมีห้องและการเชื่อมต่อตามที่กล่าวไว้ ประโยคนี้ไม่ได้บอกถึงความจำเป็นที่ยืนยันแล้วว่าเป็นข้อเท็จจริง We'd อาจหมายถึง we had ในประโยคอื่นได้ แต่ตรงนี้ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน need จึงต้องหมายถึง we would
แบบฝึกหัด
เติมข้อความสมมติด้วยรูปย่อของ we would need: If we chose the larger room, ____ three more tables.
ดูคำตอบ
we'd need
which makes 13 total neighbors: make เพื่อบอกผลรวมที่คำนวณได้
ในอนุประโยค which makes 13 total neighbors คำว่า which อ้างกลับไปถึงจำนวนต่าง ๆ ที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน makes หมายถึง “รวมได้” หรือ “มีผลรวมเป็น” ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงเพิ่มผลของการคำนวณว่า จำนวนเหล่านั้นรวมกันได้ 13 การใช้ make เพื่อบอกผลลัพธ์แบบนี้มักตามหลังสิ่งที่นับไว้แล้ว ในรูปแบบอย่าง X and Y make Z หรือ ..., which makes Z in total และไม่ได้หมายความว่ามีใคร “สร้าง” ห้องข้างเคียงเหล่านั้นขึ้นมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make เพื่อบอกผลรวมที่คำนวณได้
- The joke makes me laugh.
- Seven plus six makes thirteen.
- The factory makes bicycles.
ดูคำตอบ
Seven plus six makes thirteen.
Since that's an odd number: since ที่ใช้บอกเหตุผล
ในที่นี้ Since นำเข้าสู่เหตุผลของข้อสรุปในประโยคหลัก ข้อเท็จจริงที่ว่าผลรวมเป็นเลขคี่คือเหตุผลที่ทำให้เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น since จึงหมายถึง “เพราะว่า” เมื่ออยู่ต้นประโยค since ที่บอกเหตุผลมักใช้ในรูป Since + อนุประโยค, ประโยคหลัก ทั้งนี้ Since ยังใช้บอกเวลาได้ด้วย แต่ประโยคนี้ไม่ได้กล่าวถึงเวลาเริ่มต้นหรือสิ่งที่ดำเนินต่อมาตั้งแต่เวลานั้น
แบบฝึกหัด
Since ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: Since the road is closed, we need another route?
- เพราะว่า
- นับตั้งแต่เวลาที่
- แม้ว่า
ดูคำตอบ
เพราะว่า
this also rules out every floor that has an odd number of rooms. กริยาวลี
2:17นี่ก็ยังเป็นการตัดทุกชั้นที่มีจำนวนห้องเป็นเลขคี่ออกไปด้วย
rules out: ตัดความเป็นไปได้ออกด้วยหลักฐาน
rules out เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยาวลี rule out ในประโยคนี้หมายความว่าเงื่อนไขดังกล่าวตัดทุกชั้นที่มีจำนวนห้องเป็นเลขคี่ออกจากการพิจารณา rule out ใช้เมื่อหลักฐาน เหตุผล หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ทำให้สิ่งหนึ่งไม่ใช่ความเป็นไปได้หรือไม่เหมาะสมอีกต่อไป ให้อ่านสองคำนี้เป็นกริยาหนึ่งคำ โดย rule ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ตั้งกฎ”
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ตัดออกจากความเป็นไปได้” ให้สมบูรณ์: The new evidence ____ equipment failure.
ดูคำตอบ
rules out
one more floor down: ลงไปอีกหนึ่งหน่วย
one more floor down หมายถึง “ลงไปอีกหนึ่งชั้น” one more floor บอกจำนวนระยะที่เคลื่อนที่ ส่วน down บอกทิศทาง เมื่อวางหลังคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่อย่าง go โครงสร้าง one more + unit + down สามารถใช้บอกการเคลื่อนลงไปอีกหนึ่งหน่วยได้ เช่น one more level down ในที่นี้ down เป็นคำบอกทิศทาง ไม่ใช่กริยาหลัก โดยกริยาหลักคือ go
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง one more + floor + down เติมประโยคให้สมบูรณ์: Go ____ to reach the lobby.
ดูคำตอบ
one more floor down
draw out: แสดงโครงสร้างเป็นแผนผัง
ในประโยคนี้ draw out หมายถึงการนำห้องต่าง ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างห้องมาแสดงเป็นภาพหรือแผนผัง คำว่า out เพิ่มความหมายว่าทำให้การจัดวางทั้งหมดมองเห็นได้ชัดเจน ไม่ได้หมายถึงการย้ายห้องออกไปข้างนอก กรรมของกริยาช่วยบอกความหมายนี้ได้ เมื่อกรรมเป็นผัง เส้นทาง หรือโครงสร้างอื่น ๆ draw out สามารถหมายถึงการแสดงโครงสร้างนั้นออกมาเป็นภาพ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง draw out the rooms หมายความว่าอะไร
- ทำให้ตัวห้องยาวขึ้นจริง ๆ
- ย้ายห้องออกไปข้างนอก
- แสดงการจัดวางห้องเป็นแผนผัง
ดูคำตอบ
แสดงการจัดวางห้องเป็นแผนผัง
lo and behold: เกริ่นการค้นพบอย่างมีอารมณ์เชิงละคร
lo and behold เป็นคำอุทานแบบตายตัวที่ใช้เกริ่นผลลัพธ์หรือการค้นพบด้วยอารมณ์เชิงละครเล็กน้อย ในที่นี้วลีนี้บอกว่าเมื่อวาดห้องออกมาแล้ว ก็พบรูปแบบการจัดวางที่ใช้ได้ โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “ดูสิว่าเราพบอะไร” ให้เข้าใจ lo and behold เป็นวลีเดียว ไม่ควรแปล lo, and และ behold แยกทีละคำ วลีนี้นำความสนใจของผู้ฟังไปยังผลลัพธ์ที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่ใช้เกริ่นการค้นพบอย่างมีอารมณ์เชิงละครให้สมบูรณ์: ____, the missing key was under the mat.
ดูคำตอบ
Lo and behold
that show the connections and relationships between different objects is known as graph theory. วัฒนธรรม
2:33ที่แสดงการเชื่อมต่อและความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุต่าง ๆ เป็นที่รู้จักในชื่อ ทฤษฎีกราฟ
การใช้ Incidentally เพื่อเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
Incidentally ที่ต้นประโยคนี้เป็นคำที่ใช้จัดลำดับข้อมูล โดยมีความหมายว่า “ขอเสริมข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกอย่างหนึ่ง” ผู้พูดพักจากแนวหลักของคำอธิบายชั่วครู่เพื่อเพิ่มข้อมูลพื้นฐานที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับทฤษฎีกราฟ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “โดยบังเอิญ” เมื่อคำนี้นำหน้าประโยคเต็มและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค จะเป็นสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปเกี่ยวข้องกับหัวข้อแต่ไม่ใช่ใจความหลัก
แบบฝึกหัด
Incidentally ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ใช้เพิ่มข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
- บอกว่าการศึกษานั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
- ใช้แสดงข้อสรุปหลักของผู้พูด
ดูคำตอบ
ใช้เพิ่มข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
is known as graph theory: การบอกชื่อสาขา
ในที่นี้ is known as graph theory ใช้บอกชื่อสาขาที่อธิบายมาก่อนหน้า ซึ่งก็คือการศึกษาแบบจำลองที่แสดงการเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ โครงสร้าง be known as + ชื่อหรือสถานะ หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ทฤษฎีกราฟเป็นสาขาหนึ่งของคณิตศาสตร์ที่ศึกษาเครือข่ายซึ่งประกอบด้วยจุดและเส้นเชื่อมระหว่างจุด ในคำศัพท์นี้ graph หมายถึงโครงสร้างเครือข่ายดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงเพียงแผนภูมิแท่งหรือกราฟเส้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be known as: The study of weather ____ meteorology.
ดูคำตอบ
is known as
are known as nodes ... are called edges: การตั้งชื่อองค์ประกอบของกราฟ
ประโยคนี้ใช้ are known as และ are called เพื่อแนะนำชื่อทางเทคนิคมาตรฐาน ทั้งสองโครงสร้างหมายถึง “มีชื่อว่า...” วงกลมที่แทนวัตถุคือ nodes และเส้นเชื่อมคือ edges ในทฤษฎีกราฟ node สามารถแทนวัตถุ สถานที่ หรือบุคคลใด ๆ ในแบบจำลองได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะอุปกรณ์ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ส่วน edge แทนการเชื่อมต่อหรือความสัมพันธ์ระหว่าง nodes
แบบฝึกหัด
ในทฤษฎีกราฟ edge คืออะไร
- ชื่อของกราฟทั้งกราฟ
- วัตถุที่แทนด้วยจุด
- การเชื่อมต่อระหว่างสองโหนด
ดูคำตอบ
การเชื่อมต่อระหว่างสองโหนด
Researchers studying such graphs ask questions like,
2:46นักวิจัยที่ศึกษากราฟดังกล่าวจะตั้งคำถามเช่น
the most popular node: โหนดที่มีเอดจ์จำนวนมาก
ในที่นี้ popular เป็นคำเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายความว่าผู้คนชอบโหนดนั้น แต่หมายความว่าโหนดนั้นมีการเชื่อมต่อจำนวนมาก เนื่องจากคำถามกำลังนับ edges ดังนั้น the most popular node จึงหมายถึงโหนดที่มีเอดจ์มากที่สุด ในศัพท์ทฤษฎีกราฟที่แม่นยำ โหนดนี้มีดีกรีสูงที่สุดในกราฟพื้นฐานนี้
แบบฝึกหัด
ในคำถามเกี่ยวกับทฤษฎีกราฟนี้ the most popular node หมายถึงอะไร
- โหนดที่ผู้คนชอบมากที่สุด
- โหนดที่มีเอดจ์มากที่สุด
- โหนดที่วาดด้วยสีสว่างที่สุด
ดูคำตอบ
โหนดที่มีเอดจ์มากที่สุด
if so: ใช้อ้างถึงความเป็นไปได้เชิงบวกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ในประโยคนี้ if so หมายถึง “ถ้ามีเส้นทางระหว่างโหนดสองโหนดนี้” คำว่า so ใช้แทนสถานการณ์เชิงบวกทั้งหมดที่กล่าวไว้ในคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ก่อนหน้า ไม่ใช่ so ที่บอกผลลัพธ์ในความหมายว่า “ดังนั้น” วลีสั้น ๆ นี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดเงื่อนไขซ้ำ และทำให้ผู้พูดถามต่อได้ทันทีว่าเส้นทางนั้นยาวเท่าไร
แบบฝึกหัด
เติมข้อความต่อไปนี้ด้วยวลีที่ประกอบจาก if + so: Is the printer online? ____, send the document now.
ดูคำตอบ
If so
Graphs like this are often used to map communication networks, การใช้คำ
3:00กราฟเช่นนี้มักถูกใช้เพื่อสร้างแผนที่เครือข่ายการสื่อสาร
used to map communication networks: map ที่ใช้เป็นคำกริยา
ใน used to map communication networks คำว่า map เป็นคำกริยา หมายถึง “แสดงหรือทำให้เห็นการเชื่อมโยงในเครือข่าย” โดยกล่าวถึงการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างโหนดให้อยู่ในรูปที่มองเห็นหรือจัดระเบียบได้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวาดแผนที่ทางภูมิศาสตร์ โครงสร้าง be used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ ในที่นี้ to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน map หมายความว่ากราฟถูกใช้เพื่อแสดงเครือข่ายการสื่อสาร
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: “A diagram can be used to map relationships between teams.” คำว่า map ในที่นี้หมายถึงอะไร
- พับแผนที่กระดาษ
- แสดงว่าทีมต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร
- เดินทางไปยังสถานที่ของแต่ละทีม
ดูคำตอบ
แสดงว่าทีมต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร
but they can represent almost any kind of network,
3:05แต่พวกมันสามารถเป็นตัวแทนของเครือข่ายเกือบทุกประเภท
or the spread of an epidemic through different locations.
3:14หรือการแพร่กระจายของโรคระบาดในพื้นที่ต่าง ๆ
จาก transport connections ถึง chemical interactions: แสดงขอบเขตที่กว้าง
โครงสร้าง from ... to ... จัดตัวอย่างจากหลายสาขาให้อยู่ในขอบเขตที่กว้าง ในที่นี้ รายการเริ่มจากการเชื่อมต่อด้านการขนส่งและความสัมพันธ์ทางสังคม แล้วขยายไปถึงปฏิสัมพันธ์ทางเคมีและการแพร่ระบาดของโรคซึ่งเป็นคนละสาขากันมาก from และ to ไม่ได้บอกจุดเริ่มต้นกับปลายทางของการเคลื่อนที่จริง แต่ทำงานร่วมกับ and และ or เพื่อรวมตัวอย่างหลายชนิดไว้สนับสนุนคำกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้แสดงเครือข่ายได้แทบทุกชนิด
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง from ... to ... ที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักในการจัดข้อมูลอย่างไร
- 列举ตัวอย่างของเครือข่ายหลากหลายประเภท
- บอกเส้นทางจริงของการแพร่ระบาด
- จัดให้เครือข่ายการขนส่งอยู่เหนือเครือข่ายทางเคมี
ดูคำตอบ
列举ตัวอย่างของเครือข่ายหลากหลายประเภท
Armed with these techniques: มีเครื่องมือพร้อมและพร้อมทำต่อ
armed with these techniques เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงมีวิธีเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ จึงพร้อมทำขั้นตอนต่อไป ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาวุธจริง วลีรูป -ed ที่ขึ้นต้นประโยคบอกเงื่อนไขของสิ่งที่จะตามมา กล่าวคือ เมื่อเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้แล้ว การอธิบายก็กลับไปที่พีระมิดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ armed with ในความหมายว่ามีทรัพยากรที่มีประโยชน์และพร้อมลงมือทำ
- The guard was armed with a rifle during the patrol.
- The machine was damaged by a metal arm.
- Armed with the survey results, Lena planned the next experiment.
ดูคำตอบ
Armed with the survey results, Lena planned the next experiment.
back to the pyramid: วลีเปลี่ยนกลับเข้าสู่หัวข้อหลัก
ในประโยคนี้ back to the pyramid ปิดคำอธิบายเสริมสั้น ๆ แล้วดึงความสนใจกลับไปที่โจทย์พีระมิด คำว่า back หมายถึงการย้อนกลับไปยังหัวข้อในการสนทนา ไม่ใช่การที่ใครสักคนเดินทางกลับไปยังพีระมิดจริง ๆ โครงสร้างสั้น ๆ Back to + หัวข้อ ใช้เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาหลักกำลังเริ่มต่ออีกครั้ง รูปที่สมบูรณ์กว่าคือ Let’s go back to + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมวลีเปลี่ยนเรื่องโดยใช้ back: After that short example, ____ the main question.
ดูคำตอบ
back to
the sixth floor from the top: การนับจากด้านบนลงมา
the sixth floor from the top หมายถึงชั้นที่หกเมื่อเริ่มจากชั้นที่สูงที่สุดแล้วนับลงมา คำว่า from the top กำหนดจุดเริ่มต้นของการนับ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเป็นชั้นที่ติดป้ายว่าเป็นชั้นหกตามระบบปกติที่นับขึ้นจากด้านล่าง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ the + ordinal number + noun + from the top/bottom โครงสร้างนี้ระบุตำแหน่งสัมพัทธ์โดยบอกว่าต้องเริ่มนับจากที่ใด
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสามคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าต้องนับลงมาจากชั้นวางสูงสุด: The blue box is on the third shelf ____.
ดูคำตอบ
from the top
conspicuous levers: คันโยกที่สังเกตเห็นได้ง่าย
ใน conspicuous levers คำว่า conspicuous หมายถึงคันโยกที่โดดเด่นและสังเกตเห็นได้ง่ายมาก คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย levers โดยใจความสำคัญคือคันโยกเหล่านั้นเห็นได้เด่นชัด คำนี้มักสื่อว่าบางสิ่งดึงดูดความสนใจแทนที่จะกลมกลืนกับสิ่งรอบข้าง ใช้บรรยายสิ่งของ สี ลักษณะเด่น คน หรือพฤติกรรมได้
แบบฝึกหัด
ในวลี conspicuous levers คำว่า conspicuous หมายความว่าอย่างไร
- ถูกซ่อนไว้ไม่ให้มองเห็น
- สังเกตเห็นได้ง่าย
- มีแนวโน้มว่าจะไม่ซื่อสัตย์หรือเป็นอันตราย
ดูคำตอบ
สังเกตเห็นได้ง่าย
send the death ray crashing into the ocean: การทำให้เกิดผลลัพธ์
ใน send the death ray crashing into the ocean คำว่า send หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเคลื่อนที่หรือเข้าสู่ผลลัพธ์บางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “ส่งทางไปรษณีย์” กรรม the death ray ตามด้วย crashing ซึ่งเป็นรูป -ing ที่บอกการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากสาเหตุข้างหน้า โครงสร้างคือ send + กรรม + -ing และมักตามด้วยทิศทางหรือจุดสิ้นสุด crashing ทำให้การเคลื่อนไหวฟังดูรุนแรงและอาจควบคุมไม่ได้ ส่วน into the ocean บอกว่าการเคลื่อนไหวนั้นไปสิ้นสุดที่ใด
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง send + กรรม + -ing ด้วยรูปที่ถูกต้องของ send และ fly: The blast ____ the door ____ across the room.
ดูคำตอบ
sent · flying
time to solve the mystery of why your surveillance team always gives you cryptic information. โน้ต
3:33ถึงเวลาไขปริศนาแล้วว่าทำไมทีมสอดแนมของคุณมักจะให้ข้อมูลที่คลุมเครือเสมอ
time to solve the mystery of why: การนำเข้าสู่คำถามถัดไป
Time to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตอนนี้ถึงเวลาทำบางสิ่งแล้ว ในที่นี้ time to solve ใช้ประกาศงานถัดไป ไม่ได้ใช้บอกเวลาบนนาฬิกา the mystery of why + อนุประโยค เปลี่ยนเหตุผลที่ยังไม่มีคำอธิบายให้เป็นปริศนาที่ต้องสืบหา ทั้งวลีจึงพาเนื้อหาไปยังคำถาม why ถัดไป และทำให้การเปลี่ยนเรื่องมีน้ำเสียงขี้เล่นและดูน่าตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ถูกต้องซึ่งใช้ประกาศงานถัดไปและนำเสนอสาเหตุเป็นปริศนา: Now it is ____ the lights keep flickering.
ดูคำตอบ
time to solve the mystery of why
cryptic information: ข้อมูลชวนงง ไม่ได้หมายถึงข้อมูลเข้ารหัสเสมอไป
ใน cryptic information คำว่า cryptic หมายถึงข้อมูลที่ถ่ายทอดอย่างอ้อมค้อม คลุมเครือ หรือชวนงงจนเข้าใจได้ยาก ผู้พูดกำลังล้อว่าทีมเฝ้าระวังให้เบาะแสที่ต้องตีความ แทนที่จะรายงานอย่างตรงไปตรงมา ในที่นี้ cryptic บอกว่าข้อความเข้าใจยากเพียงใด ไม่ได้บอกว่าข้อมูลถูกจัดเก็บหรือป้องกันทางเทคนิคอย่างไร แม้เป็นข้อความธรรมดาที่ไม่ได้เข้ารหัสก็อาจ cryptic ได้หากความหมายไม่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง cryptic information หมายถึงอะไร
- ข้อมูลที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเท็จ
- ข้อมูลที่ได้รับการป้องกันด้วยการเข้ารหัสทางเทคนิค
- ข้อมูลที่เข้าใจยากเพราะถ่ายทอดอย่างอ้อมค้อมหรือชวนงง
ดูคำตอบ
ข้อมูลที่เข้าใจยากเพราะถ่ายทอดอย่างอ้อมค้อมหรือชวนงง